สมาชิก

คุณพ่อหวานแหวว

ตอนที่ 10

เมื่อสุริยนรู้เรื่องที่ปาริชาติทำวันนี้  เขาเตือนรมิดาว่าคนอย่างปาริชาติจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ เธอต้องมีอะไรที่จะทำมากและรุนแรงกว่านี้ ขอให้รมิดาระวังตัวไว้ด้วย เขายังบอกรมิดาว่าปาริชาติจะมาเปิดร้านอาหารใกล้ๆร้านกุหลาบขาวของเราด้วย ทำให้รมิดารู้แล้ว อดเครียดไม่ได้

ดุสิตเอาเงินร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัท  แต่ตัวเองไม่ได้สนใจทำงานเลยปล่อยให้เพื่อนบริหารกันเอง ส่วนตัวเองตั้งหน้าตั้งตาจะจีบไพลินให้ติด วันนี้ก็ชวนเธอไปเยี่ยมคุณปู่และฉลองการเปิดบริษัทของตนด้วย ไพลินไม่ได้เจอคุณปู่มานานจึงรับปากว่าจะตามไปภายหลัง

แจ่มจันทร์มาเห็นไพลินก็เอะใจ สำลีถามว่าผู้หญิงสาวสวยคนนั้นเป็นใคร เธอเดาว่าคงเป็นคนรักของดุสิต พามาเปิดตัวกันถึงบ้านแบบนี้ตนต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันแน่

ดุสิตดูแลเอาอกเอาใจไพลิน  หลังจากพาไปสวัสดีคุณปู่แล้วก็พากันมานั่งทานอาหาร โดยวัลลภเปิดโอกาสให้ ลูกชายได้ทำคะแนนเต็มที่

ทานอาหารเสร็จไพลินเดินมาที่รถ ดุสิตมาส่งบอกให้ขับรถดีๆ พลางยืนโบกมือส่ง

พอหันกลับเห็นแจ่มจันทร์ยืนจ้องอยู่ ฝ่ายนั้นถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ดุสิตอวดว่าแฟนตนทั้งยังคุยโวว่าไพลินเป็นผู้หญิงที่สุดยอดจริงๆ ทั้งสวย การศึกษาดี มีธุรกิจใหญ่โตที่อเมริกา ถ้าตนแต่งงานด้วยเมื่อไรมีหวังสบายไปทั้งชาติ

"นึกเหรอว่าแจ่มจะยอมให้คุณไปเสวยสุขกับนังนั่นง่ายๆคุณดุสิต คุณรู้ฤทธิ์นังแจ่มน้อยไป" แจ่มจันทร์จิกตามองตามดุสิตไปอย่างมาดร้าย

ooooooo

และแล้วร้านอาหาร "ปาริชาติ" ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีเพื่อนฝูงและแขกเหรื่อมามากมาย ที่ขาดไม่ได้คือนักข่าวไปร่วมงานกันคับคั่ง

ร้านกุหลาบขาวอยู่เยื้องๆกับร้านปาริชาติ รมิดา ตะวัน และสุริยนออกมาดูการเปิดร้านอย่างเลิศหรูด้วยความรู้สึกต่างกัน ตะวันพูดตรงๆว่าไม่นานก็เจ๊งเพราะปาริชาติไม่เคยเข้าครัวเลยแล้วจะมาทำร้านอาหารให้รุ่งได้อย่างไร พอรมิดาถามว่าไม่ไปแสดงความยินดีกับพี่สาวหน่อยหรือ ตะวันส่ายหัวดิกบอกว่าเข้าไปเดี๋ยวทะเลาะกันเปล่าๆ

ศัลย์กับไพลินเอากระเช้าดอกไม้มาแสดงความยินดีกับร้านปาริชาติ เดินผ่านร้านกุหลาบขาว ศัลย์คันปากชวนรมิดาไปอวยพรร้านปาริชาติพูดยั่วว่ามีสปิริตหน่อย รมิดาตอบเรียบๆว่าเชิญตามสบายตนขอตัว

นัยนา วัลลภ ดุสิต และลัดดามาอวยพรแสดงความยินดีกับการเปิดร้านใหม่ บรรยากาศอบอุ่นฉลองกันอย่างมีความสุขมาก

แต่พอออกจากร้านปาริชาติ นัยนาแวะมาที่ร้านกุหลาบขาว พูดออกตัวกับรมิดาอย่างไม่สบายใจนักว่าที่จริงตนไม่เห็นด้วยกับการเปิดร้านของปาริชาติ รู้สึกเกรงใจรมิดาจริงๆ จะชดเชยความรู้สึกด้วยการลดค่าเช่าร้านให้เผื่อรมิดาจะได้สบายใจขึ้น

รมิดาบอกว่าไม่เป็นไรตนเข้าใจ เมื่อนัยนาถามว่าโกรธตนไหม เธอยิ้มให้บอกว่าสบายใจได้ตนไม่โกรธ

"ขอบใจนะหนูที่เข้าใจฉัน...อืม...ฉันขอตัวก่อนนะ ไม่รบกวนหนูแล้วล่ะ" นัยนาขอตัวกลับ ตะวันพาแม่กลับไป รมิดามองตามพอดีสุริยนเดินเข้ามาพูดเปรยๆว่านัยนาคงเกรงใจเธอมาก

"ก็แค่สร้างภาพ! อยากให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น" รมิดามองในแง่ลบตามเคย

"มองท่านในแง่ดีบ้างสิครับ คุณก็รู้ว่าคุณเดือนเอาแต่ใจตัวเองขนาดไหน คุณนัยนาห้ามคุณเดือนไม่ได้หรอกครับ ผมว่าคุณนัยนาคงรู้สึกแย่ถึงได้มาคุยกับคุณ" สุริยนชี้ให้มองในอีกแง่หนึ่ง แต่รมิดาก็แค่ถอนใจเท่านั้น

ooooooo

บ่ายๆศัลย์ก็แวะมาที่ร้านกุหลาบขาวกวนประสาทรมิดาตามเคย ศัลย์เข้าไปในครัว ทั้งคู่แหย่กันหยอกกันจะโกรธก็ไม่ใช่จะดีกันก็ไม่เชิง จนตะวันมาเจอเขาไม่ชอบใจเข้าแทรกกลางเบียดจนศัลย์ห่างออกไป

ไพลินเป็นใจให้พี่ชาย เข้ามาหลอกตะวันว่าคุณนัยนาตามหา พอตะวันออกมาจึงรู้ว่าถูกหลอก ต่อว่าไพลินว่าหลอกตนเพื่อช่วยพี่ชายตัวเอง แกล้งพูดให้เคืองว่า "ยัยป้าเจ้าเล่ห์"

แต่ไพลินไม่โกรธถามว่าตกลงจะให้ตนเป็นอะไรกันแน่ เดี๋ยวเรียกเจ๊ เดี๋ยวเรียกป้า สุดท้ายยังถูกตะวันบ่นว่า "วันหลังจะเรียกยายด้วยซ้ำ เซ็งจริงๆโดนยัยแก่หลอก" แล้วจะกลับไปที่ร้านกุหลาบขาวอีก ไพลินรีบตามมาถามว่าจะไปหารมิดาอีกหรือ

"อย่ามายุ่งกับผม" ตะวันบอกฉุนๆ

"หืม...เป็นเด็กไม่อยู่ส่วนเด็ก ผู้ใหญ่เขาแจกขนมจีบกันจะไปยุ่งเขาทำไม" พูดพลางวิ่งมาขวางตะวันแต่รีบไปหน่อยเลยสะดุดจะล้ม ตะวันหันมาคว้าไว้ทันเธอถลำเข้าไปในอ้อมกอดเขา ต่างมองหน้ากันนิ่งครู่หนึ่ง ไพลินจึงผละออกมาเขินๆ

ooooooo

หลังจากที่สุริยนแต่งสวนให้เดือนฉายตามแบบเสร็จแล้ว ต่างสนิทสนมและมีความรู้สึกดีๆต่อกันมากขึ้น เย็นนี้สุริยนโผล่ไปที่ร้านปาริชาติที่เพิ่งเปิดร้านไปเมื่อ ตอนเช้า

สุริยนชมว่าร้านจัดแต่งได้สวยมาก เดือนฉายยิ้มเชิดพูดเย้ยว่าเจอคู่แข่งแบบนี้ร้านเขาหนาวเลยใช่ไหม เตรียมย้ายไปอยู่ที่อื่นได้แล้ว

"ของอย่างนี้มันไม่แน่หรอก ธุรกิจเอาแน่อะไรไม่ได้ วันนี้เฮง พรุ่งนี้อาจจะซวยก็ได้ เผื่อใจไว้บ้างนะครับ"

เดือนฉายยิ้มยโสเตือนให้ตัวเองระวังร้านกุหลาบขาวให้ดีดีกว่าอย่าอิจฉาตนเลย เยาะเย้ยว่าถ้าร้านเจ๊งเมื่อไหร่ให้มาสมัครงานกับตนได้ที่ร้านยังต้องการเด็กล้างจานหลายคน

"คุณหนูไฮโซ...อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สุริยนเอ๊ยไปสนใจเขาทำไมวะ" สุริยนบ่นตัวเองเมื่อเดือนฉายสะบัดหน้าผละไป

หลังจากนั้น ร้านอาหารปาริชาติขายดิบขายดี ลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย

ผิดกับร้านกุหลาบขาว มีคนเข้าประปราย ทั้งเจ้าของร้านและพนักงานนั่งหง่าวกันอยู่ในร้าน

เย็นวันนี้ไพลินกับศัลย์มาที่ห้างผ่านมาเห็นร้านกุหลาบขาวเงียบเหงามาก ไพลินบอกว่าน่าสงสารรมิดา ศัลย์ทำเบ้หน้ายิ้มกวนๆ บอกว่าสมน้ำหน้า อีกหน่อยก็เจ๊ง

"พี่ศัลย์...ไม่น่ารักเลยนะคะ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่คุณดาหาได้ มันคือความตั้งใจที่เธอเอามาเลี้ยงแมนยูหลานเรานะคะ" ไพลินติงพี่ชาย กลับได้รับข้อเสนอว่างั้นเราเอาแมนยูมาเลี้ยงจะได้ลดภาระของรมิดา ไพลินมองหน้าพี่ชายถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายขณะบ่น "คิดได้ไงคะพี่ชาย! ช่วยหรือซ้ำเติมคะคุณพี่...รู้ทั้งรู้ว่าคุณดารักแมนยูแค่ไหน"

ศัลย์ไม่พูดอะไร หันมองไปทางร้านรมิดาอีกที เห็นเงียบจนดูวังเวง ก็อดรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน...

ooooooo

เพราะผลประกอบการของโรงแรมไม่ดีทั้งรายจ่ายอื่นๆ ก็ไม่ได้ลดทำให้ทางธนาคารโทร.มาเร่งรัดหนี้สินกับนัยนา บอกเธอว่าไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยธนาคารมา 3 เดือนแล้ว นัยนาขอเวลาอีกสักหน่อย เจ้าหน้าที่ธนาคารให้เวลาอีก 7 วัน หรือครึ่งเดือน ถ้ายังไม่ชำระดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

"ขอบคุณค่ะ สวัสดีนะคะ" นัยนาวางสายด้วยสีหน้าเครียดจัด คิดถึงเหตุการณ์ที่รุมเร้าเข้ามา ทั้งคำขู่ของศิริที่ให้เธอหาเงินให้เขาใช้ไม่ทัน เขาโกรธจนตบหน้าเธอ ดีที่ตะวันเข้ามาห้ามไว้ไม่อย่างนั้นอาจเจ็บตัวมากกว่านั้น...

นอกจากนี้ศิริยังเอาบ้านไปจำนอง บังคับให้เธอขายหุ้นเอาเงินมาให้เขาหมุน ขู่ว่าถ้าไม่เช่นนั้นเอาเธอตายแน่ และเมื่อไม่ได้เงินสดเขาก็กระชากนาฬิกากับสร้อยเพชรไปขายเอาเงินไปเล่น

คิดแล้วนัยนาร้องไห้อย่างเจ็บปวด รู้สึกชีวิตมืดมนจริงๆ ถามตัวเองว่า...

"ทำไมชีวิตฉันแย่อย่างนี้...ชีวิตฉันเดินมาถึงทางตันแล้วใช่ไหม? สุเทพ...คุณอยู่ไหน ฉันคิดถึงคุณกับลูก...ถ้าตอนนั้นฉันเลือกที่จะอยู่กับคุณ ฉันคงไม่เจ็บปวดอย่างทุกวันนี้..."

ooooooo

เย็นนี้ ศัลย์กับไพลินไปฝากท้องไว้ที่ร้านรมิดาตามเคย เขาเห็นร้านเธอขายไม่ดี เงียบเหงาจนน่าใจหาย นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วบอกไพลินว่านึกออกแล้วว่าจะช่วยรมิดาอย่างไร

ดังนั้น เมื่อรมิดาเอาอาหารตามสั่งมาเสิร์ฟเขาชวนนั่งทานด้วยกัน ไพลินเอ่ยชวนด้วยเธอจึงนั่งลง ศัลย์เอ่ยขึ้นว่า

"ที่จริงอาหารร้านคุณก็รสชาติอร่อยนะแต่ทำไมพักนี้ลูกค้าน้อยจัง บางวันผมเห็นไม่มีคนเลย" รมิดาคิดว่าลูกค้าคงอยากเปลี่ยนบรรยากาศเปลี่ยนรสชาติอาหารเลยไปนั่งที่ร้านใหม่ ศัลย์จึงเสนอว่า "ผมว่าคุณน่าจะโปรโมตร้าน ลองหาจุดขายใหม่ๆดูบ้างนะ เผื่อจะกระตุ้นยอดขายได้บ้าง"

รมิดาพยักหน้ายิ้มๆอย่างเห็นพ้องกับข้อเสนอของเขา

ระหว่างนั้นเอง ปาริชาติกับเดือนฉายเดินมาที่ใกล้ๆ ร้านกุหลาบขาว เห็นศัลย์ ไพลิน และรมิดานั่งคุยกันอยู่ ปาริชาติบ่นอย่างเจ็บใจว่าตนอุตส่าห์เปิดร้านแข่งแล้วยังไม่ได้ผลอีกหรือนี่ เดือนฉายสงสัยว่าร้านตนมีคนเยอะศัลย์เลยไม่อยากนั่ง แต่ปาริชาติกลับเชื่อว่าเพราะรมิดามารยาออดอ้อนออเซาะจนศัลย์หลงหัวปักหัวปํามากกว่า

เดือนฉายชวนเข้าไปเหวี่ยงเลยไหม ปาริชาติให้รอค่ำๆ ไว้ศัลย์กลับไปก่อนดีกว่าค่อยเข้าไปเหวี่ยงเสียให้หนำใจ

แผนร้ายของปาริชาติกับเดือนฉายคือ เอาแป้งมันกับโฟมไปละเลงใส่รถของรมิดาที่ลานจอดรถ รมิดามาเจอสั่งให้หยุด สองสาวกลับยิ่งละเลงอย่างเมามัน จนรมิดาเข้าไปกระชากแขนปาริชาติสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ ปาริชาติหันมาตวาดอย่างหน้าไม่อายว่า

"จะให้ฉันหยุด แกก็ต้องหยุดให้ท่าพี่ศัลย์ก่อนสิ ทำได้ไหมล่ะ!"

รมิดาโต้ว่าทำอย่างไรก็ไม่ได้ผลหรอกเพราะปาริชาติลงทุนยิ่งกว่าให้ท่ายังเอาศัลย์ไว้ไม่อยู่ ปาริชาติกรี๊ดลั่นแล้วฉีดโฟมใส่หน้ารมิดา ดีว่าเธอหลบทันเลยโดนที่หัว รมิดาแย่งกระป๋องโฟมมาฉีดใส่หน้า ปาริชาติโดนเข้าเต็มๆ ปาริชาติเงื้อมือตบสุดแรง รมิดาหลบทันเลยไปโดนเดือนฉายที่เข้ามาช่วยจับรมิดาไว้เข้าเต็มๆ

เธอร้องลั่นบอกปาริชาติว่าตบให้แม่นๆหน่อย แล้วเหวี่ยงรมิดาไปกระแทกรถ

ปาริชาติวิ่งเข้าไปบีบคอรมิดาและจับหัวเธอโขกกับรถโดยมีเดือนฉายมาช่วยรุมอีกคน

"คุณดา...หยุดนะคุณเดือน ผมบอกให้หยุด" สุริยนตะโกนบอกแต่ปาริชาติไม่หยุดเขาเลยเข้าไปกระชากทั้งปาริชาติและเดือนฉายเหวี่ยงออกไป แล้วเข้าประคองรมิดาไว้ บอกสองสาววายร้ายว่า "พวกคุณทำร้ายร่างกายคุณดา ผมจะแจ้งตำรวจ"

ปาริชาติท้าว่าเอาเลยเพราะข้อหาทะเลาะวิวาทก็แค่เสียค่าปรับ ส่วนเดือนฉายปรามสุริยนว่าไม่ใช่เรื่องของเขาอย่ายุ่งดีกว่า แล้วชวนปาริชาติกลับกันเพราะหมดสนุกแล้ว

ooooooo

ขณะพารมิดากลับนั้น สุริยนชวนแวะโรงพักก่อนดีไหม รมิดาบอกว่าไม่ต้องเพราะเดือนฉายเป็นน้องสาวตนถึงจะต่างพ่อก็เถอะ และที่สำคัญเดือนฉายไม่เท่าไรคนที่คิดวางแผนน่าจะเป็นปาริชาติเพราะเธอรักศัลย์มาก แล้วปรารภว่า

"ถ้าทำให้คุณศัลย์เลิกวุ่นวายกับดาได้ คุณปาก็คงไม่มาวีนดาอีก"

"ถ้าทำไม่ได้ก็รักคุณศัลย์เสียเลย" สุริยนเสนอยิ้มๆ พอถูกรมิดาจ้องหน้าถามว่าพูดอะไรออกมา เขายังยืนยันว่า "จริงๆนะคุณดา ผมกับคุณลินยังเคยคุยกันเลย ถ้าคุณกับคุณศัลย์ชอบกันปัญหาเรื่องแย่งแมนยูก็หมดไป ยิ่งถ้าแต่งงานกันนะ รับรองคุณปาหมดสิทธิ์ตอแยคุณศัลย์"

รมิดาเบ้หน้าบอกเขาว่าอย่าว่าแต่ชอบเลยแค่เห็นหน้าตนก็ของขึ้นแล้ว สุริยนพึมพำเบาๆ

"จริงเร้อ..."

รมิดาฟังไม่ถนัดถามว่าพูดอะไร เขาทำเสียงสูงบอกว่า "เปล๊า..." แล้วทำไม่รู้ไม่ชี้

เมื่อกลับถึงบ้าน รมิดาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว สุริยนถามว่าสบายตัวขึ้นไหม เธอบอกว่าดีขึ้นเยอะเลย แล้วนั่งคุยกัน เธอปรารภด้วยความหนักใจถึงสภาพของร้านที่ลูกค้าหายไปหมด สุริยนบอกว่าตนเห็นลูกค้าประจำหลายคน เปลี่ยนไปนั่งที่ร้านปาริชาติแทน

"ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ร้านเราต้องขาดทุนแน่ๆ ไหนจะค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ เงินเดือนพนักงานอีกล่ะ รายจ่ายเพียบ เฮ้อ...คุณศัลย์ต้องหัวเราะเยาะดาแน่ๆ เพราะเขาดูถูกดาตั้งแต่แรกแล้วค่ะหาว่าดาเอามรดกของแมนยูมาทำร้านอาหาร ถ้าวันหนึ่งต้องปิดร้านจริงๆ ดาจะทำยังไง รายได้ที่จะเอามาใช้จ่ายในบ้าน มาเลี้ยงดูแมนยูก็คงไม่มีแล้ว"

แมนยูได้ยินเข้าพอดี หนูน้อยสงสารแม่ดาจับใจ กลับเข้าไปที่ห้องนอนเอากระปุกออมสินรูปหมูยิ้มมาถือไว้ บอกหมูออมสินว่า

"แกต้องไปช่วยแม่ดาแล้วนะเจ้าหมูน้อย" แล้วอุ้มหมูออกไป

แมนยูเอาหมูออมสินไปให้รมิดาบอกว่าไม่อยากให้ แม่ดาปิดร้าน แมนยูอยากช่วยแม่ดา ทำให้ทั้งรมิดาและสุริยนต่างซึ้งในน้ำใจของแมนยู รมิดาบอกว่าจะเก็บไว้เอาไว้ลำบากจริงๆค่อยแคะกระปุกมาใช้

แม้จะเป็นเงินไม่มาก แต่น้ำใจของแมนยูนั้นยิ่งใหญ่ รมิดากอดแมนยูไว้บอกว่าน่ารักที่สุดเลยคนดีของแม่ดา แมนยู ก็กอดรมิดาไว้พูดเสียงใสบริสุทธิ์ว่า

"แม่ดาก็เป็นคนดีของแมนยูเหมือนกันครับ"

สุริยนมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

ร้านปาริชาติขายดิบขายดี วันนี้ปาริชาติจะออกไปข้างนอกกว่าจะกลับก็เย็น ฝากเงินสองแสนให้สมบูรณ์ผัวของแม่ครัวดวงให้เอาไปเข้าบัญชี ดวงเลยแอบฝากสมบูรณ์ไปเข้าบัญชีให้ตนด้วยปึกหนึ่ง

แมนกับฟ้ามุ่ยเด็กเสิร์ฟในร้านเห็นดวงมีเงินเยอะก็สงสัยว่าเอามาจากไหนเพราะเงินเดือนก็ยังไม่ออก พอเข้าไปเลียบเคียงทำทีจะขอยืมใช้บ้าง ดวงก็เล่าอย่างดีอกดีใจว่าตนถูกหวยมาหลายงวดรวมๆไว้เพิ่งจะฝากสมบูรณ์ไปเข้าบัญชีวันนี้

ฟังดวงแล้วทั้งแมนและฟ้ามุ่ยมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อ แมนพึมพำว่า "ถูกหวยจริงเหรอวะ"

วันเดียวกัน  ตะวันพาทรงยศมาดื่มน้ำชาที่ร้านกุหลาบขาว รมิดามารินน้ำชาให้ เขาถามว่าทำไมวันนี้ร้านดูเงียบๆไม่มีคนเลย ตะวันชิงบอกว่าเงียบมานานแล้ว เพราะปาริชาติมา เปิดร้านอาหารใกล้ๆตรงนี้มาเปิดแข่งแย่งลูกค้าของกุหลาบขาว ไปหมดแล้ว

รมิดาติงว่าอย่าคิดว่าเป็นการแย่งลูกค้าเลย ธุรกิจประเภทเดียวกันก็ต้องมีการแข่งขันกันเป็นธรรมดา ลูกค้าก็คง เบื่ออาหารร้านนี้จึงไปลองร้านโน้นบ้างถ้าเบื่อร้านโน้นก็คงกลับมาร้านนี้อีก

"ก็จริงอย่างที่หนูว่านะ คนเรามักจะเห่อของใหม่...แต่ถ้าเจอของใหม่ที่ไม่ดี วันหนึ่งเขาก็ต้องกลับมาหาของเก่า...ต้องอดทนนะหนู รักษาคุณภาพอาหารให้ดี รับรองลูกค้าไม่ไปไหน นานหรอก"

ฟังคำแนะนำของทรงยศแล้ว รมิดายิ้มรับด้วยความยินดีและรู้สึกขอบคุณ...

ooooooo

เมื่อหมดหนทางเข้าจริงๆ นัยนาไปหาวัลลภพี่ชายตัวเองที่โรงแรมเจสเตอร์ เพื่อเอ่ยปากขอยืมเงินมาแก้ปัญหาสัก 7 ล้าน

วัลลภแสดงความรักและห่วงใยน้องอย่างมาก แต่ให้ยืมได้แค่ 2-3 แสน เพราะตอนนี้ตัวเองก็เพิ่งซ่อมตกแต่งห้องพัก ใหม่หมดไปเกือบ 10 ล้าน

นัยนาผิดหวัง ลุกขึ้นจะกลับ วัลลภถามว่าโกรธตนหรือเปล่า เธอยิ้มเศร้าๆบอกว่าเปล่าแล้วจะออกไป ถูกวัลลภเรียกไว้พูดดักคอเหมือนรู้ทันว่า

"เดี๋ยวนา...อย่าไปรบกวนคุณพ่อล่ะ  พี่ไม่อยากให้คุณพ่อ รับรู้เรื่องเครียดๆ สุขภาพท่านไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ด้วย"

เมื่อถูกพี่ชายดักคอเช่นนี้ นัยนาจำต้องพยักหน้าเดินออกไป สวนกับดุสิตตรงประตูพอดี เขาไหว้สวัสดีแล้วเดินเข้าไปถามพ่อว่าอานามาทำไมหรือ วัลลภพูดยิ้มในหน้าว่า

"ยืมเงิน! 7 ล้าน"

ดุสิตถามว่าคุณพ่อให้ไปหรือเปล่า

"ให้ก็โง่สิวะ...พ่อรอเวลานี้มานานแล้ว...พอยัยนาล้มปุ๊บพ่อจะเทกโอเวอร์สยามคอสโมทันที" พูดแล้ววัลลภยิ้มร้ายกาจ ส่วนดุสิตยิ้มอย่างภูมิใจในตัวพ่อมาก

ooooooo

นัยนาไม่อาจทำใจกลับไปที่ห้องทำงานได้ เธอไปนั่งเศร้าอยู่ที่บริเวณสวนของโรงแรม คิดถึงท่าทีและคำพูดของพี่ชายแล้วก็อดร้องไห้ไม่ได้

รมิดาไปเห็นเข้า เดินเข้าไปหา นัยนารีบเช็ดน้ำตาชวนนั่งด้วยกัน นัยนายังมีแก่ใจถามรมิดาว่าที่ร้านเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าไม่ค่อยมีลูกค้า นัยนาก็เดาได้ทันทีว่าเพราะปาริชาติมาเปิดร้านแข่ง เธอมองรมิดาอย่างเห็นใจ บ่นว่าเป็นเพราะลูกสาวตนแท้ๆทีเดียว

"อย่าไปโทษคุณเดือนเลยค่ะ ธุรกิจอาหารเป็นบริการที่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้า ที่อื่นเขาก็มีร้านอาหารหลายๆร้านอยู่ในย่านเดียวกันแบบนี้เป็นเรื่องปกติค่ะ"

นัยนาถามว่าแล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไป รมิดาตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่าต้องสู้ จะไม่ยอมปิดร้านแน่ๆ นัยนาชมว่าเก่งยังมีใจสู้ ตนเองสิแย่กำลังหนักอึ้งจนไม่รู้จะสู้อย่างไร คงมาถึงทางตันแล้วกระมัง

"ดิฉันเชื่อว่าทุกปัญหามีทางแก้ไข ถ้าคุณรับมือกับปัญหาไม่ไหวก็ลองให้คนอื่นช่วยสิคะ"

"ไม่มีใครช่วยฉันได้หรอก...ขอตัวนะหนู" นัยนาลุกเดินไปท่าทางเศร้าสร้อย...สิ้นหวัง

รมิดามองตาม   คิดว่าต้องเป็นเรื่องที่ถูกศิริผลาญจนหมดตัวแน่ ถามตัวเองว่า

"ฉันควรสงสารคุณไหม...ฮึ! ไม่มีทาง รับกรรมซะให้พอนะคุณนัยนา บาปกรรมที่คุณทำไว้กับพ่อและฉัน ชาตินี้คุณก็ชดใช้ไม่หมดหรอก"

คิดแล้วก็ยิ้มหยันอย่างสะใจที่เห็นนัยนาต้องเจ็บปวด

ooooooo

แต่พอกลับไปที่ร้านกุหลาบขาวอีกครั้ง รมิดาแปลกใจที่เห็นลูกค้ามานั่งกันเต็มร้าน เข้าไปในครัว สุริยนก็เร่งให้มาช่วยนิดทำกับข้าวเร็วๆเพราะทำคนเดียวไม่ทันแล้ว

ไพลินนั่งดูอยู่บอกพี่ชายว่าลูกค้าแน่นร้านแบบนี้รมิดา ยิ้มดีใจแน่ๆ ศัลย์ยิ้มกริ่มพูดขำๆว่าแม่เชฟตัวแสบอย่าเป็นลมคากระทะไปก่อนก็แล้วกัน

ครู่หนึ่งสองพี่น้องก็เข้าครัวไปช่วยล้างผัก ในขณะที่นิดกับรมิดาช่วยกันผัดมือเป็นระวิง ทุกคนทำงานกันเหนื่อยมากแต่ก็มีความสุขที่ลูกค้ามาอุดหนุนเต็มร้าน

จนเมื่อลูกค้าออกจากร้านไปหมดแล้ว รมิดาพูดกับสุริยนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ถ้าลูกค้าแน่นร้านอย่างวันนี้ทุกวันก็ดี สุริยนเชื่อว่าแบบนี้ร้านเราไปรอดแน่ แต่ก็แปลกใจที่อยู่ๆก็มีลูกค้ามากันพึ่บแบบตั้งตัวกันไม่ทันทีเดียว รมิดาดีใจและอดคิดไปถึงแมนยูไม่ได้ เปรยๆว่า

"ถ้าแมนยูรู้ แมนยูต้องดีใจแน่ๆเลย"

แต่แล้วก็ความแตก เมื่อรมิดาไปเจอศัลย์ที่มุมหนึ่งในลานจอดรถ เขากำลังจ่ายค่าเสียเวลาให้ชายคนหนึ่งท่าทางเหมือนคนคุมโมเดลลิ่ง  ศัลย์ชมว่าเล่นกันได้เนียนมาก  ชายคนนั้นรับเงินปึกหนึ่งจากศัลย์บอกเขาว่า

"ถ้ามีอะไรจะให้ผมรับใช้อีก ก็เรียกอ๊อดโมได้นะครับ" รับเงินแล้วเดินไปหากลุ่มคนที่มากินอาหารเมื่อครู่นี้แจกเงินให้ทุกคนที่ จ้างมา รมิดาชะงักอึ้ง พอนึกได้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที คำราม...

"นายศัลย์!!"

รมิดาปราดเข้าไปตบหน้าศัลย์อย่างแรงถามว่าทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร จ้างคนมากินข้าวร้านตน ดูถูกกันมากเกินไปแล้ว

ศัลย์หน้าเสียที่ถูกจับได้ พยายามจะชี้แจง ถูกรมิดา จ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อตะคอกใส่อย่างโกรธจัด

"ยังจะแก้ตัวอีกเหรอ เอาเงินฟาดหัวคนอื่น จ้างคนมาเล่นละครตบตา หลอกให้ฉันดีใจ คุณดูถูกความสามารถของฉัน เห็นฉันจนตรอกหมดปัญญาทำมาหากินแล้วใช่ไหม" พูดแล้วคับแค้นใจจนร้องไห้

ศัลย์พยายามชี้แจง ขอให้เธอมองดูเจตนาดีของตนบ้าง ตนหวังดีจริงๆ

"หวังดีหรืออยากจะย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นคนของฉันกันแน่...คุณรู้ไหมว่าฉัน รักอาชีพนี้มากแค่ไหน ฉันมีความสุขที่ได้ทำอาหาร ฉันภูมิใจเวลาที่ลูกค้ากินอาหารฝีมือฉันแล้วชมว่าอร่อย...แต่คุณกลับทำร้าย จิตใจฉัน ทำลายความภาคภูมิใจที่ฉันสั่งสมมาตลอด..."

รมิดาระบายความในใจออกมาจนศัลย์ยืนอึ้ง เธอถามอย่างเจ็บปวดว่า

"สะใจใช่ไหม ที่ได้เห็นฉันเป็นแม่ค้าหน้าโง่ หลงดีใจ กับความสุขจอมปลอมที่ลูกค้ากำมะลอของคุณหยิบยื่นให้... วันนี้ฉันตั้งใจจะไปบอกแมนยูว่ามีลูกค้ามาอุดหนุนร้านเราเยอะเพื่อให้แมนยู ดีใจ คุณคิดว่าแมนยูจะดีใจไหมถ้าเขารู้ว่าน้าศัลย์จ้างคนมากินข้าวร้านเขา!"

รมิดาหันหลังจะเดินหนี ศัลย์ตามไปขอให้ฟังตนก่อน เธอหันขวับมาตะโกนใส่หน้าเขาว่า

"อย่ามายุ่งกับฉัน...ฉันเกลียดคุณ!"

รมิดาจากไปแล้ว ศัลย์ยืนซึมจนไพลินสงสารพี่ชาย ศัลย์ยังยืนมองตามรมิดาไปพึมพำด้วยความรู้สึกผิดมาก...

"รมิดา...ผมขอโทษ..."

ooooooo

เมื่อสุริยนรู้ก็บ่นๆว่าศัลย์ไม่น่าทำแบบนี้เลยเสียความรู้สึกจริงๆ แต่ก็ชี้ให้เห็นอีกแง่หนึ่งว่าศัลย์ อาจจะเจตนาดีจริงๆ พอรมิดารับไม่ได้เขาชี้ให้คิดว่าต้องดูหลายๆด้าน อย่างเหรียญยังมีสองด้านเลย ถูก รมิดาสวนมาทันควันว่า แต่ถ้าคนมีสองหน้าน่ะคบไม่ได้อย่างเช่นนายศัลย์เป็นต้น

"เมื่อไหร่จะมองเขาในแง่ดีมั่งนะ" สุริยนแซวๆ

รมิดาเสียงดังว่าไม่มีวัน ชอบหาเรื่องให้ปวดหัวไม่เว้น แต่ละวัน สุริยนเลยเปลี่ยนเรื่องถามว่าแล้วเรื่องร้านเราจะเอายังไงต่อไป

"ดาคิดว่าเราต้องโปรโมตร้านค่ะ เจ๊ติ๋มน่าจะช่วยเราได้ แกรู้จักคนในวงการเยอะ" พูดแล้วรมิดาหยิบมือถือขึ้นกดต่อสายไปยังเจ๊ติ๋มทันที

เพียงวันต่อมาก็มีการมาถ่ายทำโฆษณาร้านอาหารกุหลาบขาว มีอาหารแนะนำ 4 อย่าง ซึ่งล้วนแสดงฝีมือโดยรมิดาทั้งสิ้น

ระหว่างถ่ายทำนั้น ศัลย์มาเห็นถามสุริยนว่าเขาทำอะไรกันหรือ

"รายการเปิดครัวคนดังเขามาถ่ายทำช่วงอาหารจานเด็ดครับ ตามสบายนะครับคุณศัลย์ ขอตัวไปเคลียร์ของในครัวก่อน"

สุริยนรีบเดินเข้าไปในครัว ศัลย์ดูการถ่ายทำรายการ ยิ้มอย่างพอใจ

"คุณดาโปรโมตร้านแบบนี้อีกหน่อยลูกค้าต้องเยอะแน่ๆ ดีกว่าวิธีของพี่ศัลย์ตั้งเยอะ โดนจับได้เป็นไงจ๊ะ หน้าหายชารึยัง เข็ดไหมเนี่ย ฮิๆ"

ไพลินแซวพี่ชาย พอดีตะวันเดินมาถามว่าเขาทำอะไรกัน ไพลินหันมองขวางๆ ตอบกวนๆว่า

"ไม่รู้ ไม่บอก อยากรู้ก็เข้าไปถามเอาเองสิยะ"

ตะวันหมั่นไส้ทำปากยื่นใส่แล้วเดินเข้าไปข้างใน

ooooooo

รมิดาลงมือทำอาหารเองทั้ง 4 อย่าง ระหว่างทำก็บรรยายไปอย่างฉะฉานคล่องแคล่วเป็นมืออาชีพจริงๆ เมื่อทำเสร็จอาหารทั้ง 4 อย่าง คือ สปาเกตตีปลาเค็ม ติ่มซำ ปีกไก่น้ำแดง และปลาเก๋าราดพริกสามรส ทุกอย่างน่าทาน สีสวยงาม จัดอย่างมีระดับ ไพลินชมว่าแต่ละอย่างน่าทานทั้งนั้น

"ทำได้ขนาดนี้ ระดับเชฟโรงแรมเลย" ศัลย์อดชมไม่ได้

ถ่ายทำเสร็จรมิดามาส่งคณะทีมงานที่หน้าร้าน ขอบคุณทุกคนด้วยความซึ้งใจ ครีเอทีฟบอกว่าพุธนี้ออกอากาศ อย่าลืมดู รมิดารับรองว่าต้องดูแน่ๆ เชิญโอกาสหน้าแวะมาเที่ยวที่ร้านบ้าง

รมิดายืนส่งทีมงานจนหมดแล้วจะกลับเข้าไปในร้าน ศัลย์เดินเข้ามายิ้มกริ่มชมว่า

"ฉลาดนี่ รู้จักโปรโมตร้าน"

รมิดาประชดว่าเรื่องอะไรจะโง่ เขาหลอกตนได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ ศัลย์เลยขอโทษเธอบอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอเสียใจ

ปรากฏว่ารมิดายิ้มแย้มบอกว่าช่างมันเถอะแล้วไปแล้วจนศัลย์แปลกใจถามว่าหายโกรธแล้วจริงๆหรือ แต่พอฟังรมิดาพูดแล้วศัลย์ก็อึ้ง

"ก็ไม่รู้จะโกรธไปทำไม ที่จริงคุณก็เจตนาดีนะ แต่ใช้วิธีห่วยไปหน่อย พระท่านว่าโกรธคือโง่โมโหคือบ้า ถ้าเราทำจิตใจให้สงบตั้งสติให้ดี ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเข้ามาเราก็จะแก้ไขให้ลุล่วงไปได้"

ศัลย์ทำหน้าทะเล้นยกมือสาธุอนุโมทนาขอให้ร้านเธอเจริญๆ เลยถูกรมิดาด่า "คนบ้า" แล้วเดินงอนๆเข้าร้านไป ศัลย์ยังตะโกนตามหลังอย่างปีติว่า

"รู้ตัวป่าว...วันนี้คุณน่ารักจังเลย..."

ooooooo

สมบูรณ์กับดวงยังมุบมิบเงินในร้านกันเพลิน เพราะปาริชาติกับเดือนฉายไม่ได้สนใจร้านเลย เอาแต่ เที่ยวเตร่กินดื่มกันสนุกไปวันๆ

จนกระทั่งวันนี้มาที่ร้าน มองไปที่ร้านกุหลาบขาวเห็นคนมานั่งกันเต็มร้าน เดือนฉายทำท่าแปลกใจพูดเย้ยว่ากินฟรีกันรึไงคนถึงได้เต็มร้านขนาดนี้ แบบนี้ร้านเราก็แย่สิ ยุปาริชาติว่าอย่ายอมเด็ดขาด

"พี่ไม่ยอมอยู่แล้ว" ปาริชาติยิ้มร้ายแล้ววางแผนเอาเงินฟาดหัวจ้างแมนกับฟ้ามุ่ยเด็กเสิร์ฟในร้าน ให้ทำอย่างไรก็ได้ไปไล่ลูกค้าร้านกุหลาบขาวออกไปให้หมด ให้ไปช่วยกันคิดเองว่าจะทำอย่างไร

ไม่นานนัก แมนกับฟ้ามุ่ยก็พากันถือถุงคนละใบเข้าไปในร้านกุหลาบขาว ฝนที่เป็นเด็กเสิร์ฟเห็นจะเข้าไปถามว่ามาทำไม ก็พอดีสุริยนเรียกเลยรีบไปหา

แมนกับฟ้ามุ่ยถือถุงเข้ามาแยกกันเข้าไปเปิดถุงแล้วรีบออกไป อึดใจเดียวลูกค้าก็พากันร้องด้วยความตกใจและขยะแขยง เมื่อทั้งหนูและแมลงสาบวิ่งกันให้พล่าน

รมิดาได้ยินเสียงเอะอะข้างนอกรีบออกมาดู ถามว่า

"เกิดอะไรขึ้นคะ"

"หนูค่ะคุณ มีแมลงสาบด้วย นั่นไง อุ๊ยขนลุก" ลูกค้าหญิงคนหนึ่งทำท่าขยะแขยง

"คุณปล่อยให้ร้านคุณมีหนูกับแมลงสาบได้ยังไง โอ๊ย...ไม่ไหวแล้ว ไม่กงไม่กินมันแล้ว" ลูกค้าชายอีกคนโวยวายอย่างไม่พอใจ

"เออ...ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่รู้จริงๆว่ามันมาจากไหน" สุริยนรีบเข้ามาจัดการ

"ฝน โป้ง  ช่วยกันจับหนูเร็ว ลูกค้าแย่แล้ว" รมิดาสั่งเด็กเสิร์ฟทั้งสอง

ทั้งฝนและโป้งช่วยกันเอาไม้กวาดวิ่งไล่หนูกับแมลงสาบไปทั่วร้าน ส่วนลูกค้าต่างพากันทยอยเดินหนีออกจากร้าน บ้างทำหน้าขยะแขยง บ้างทำหน้าสยอง

ร้านปาริชาติที่อยู่เยื้องๆกัน ปาริชาติกับเดือนฉาย และสมบูรณ์กับดวง รวมทั้งฟ้ามุ่ยกับแมน ออกมายืนหัวเราะกันอย่างสะใจ

"เธอสองคนทำได้ดีมาก ฉันจะตกรางวัลให้อย่างงาม" ปาริชาติยิ้มร้าย

"ฮิๆ สะใจจังเลยพี่ปา..." เดือนฉายหัวเราะร่า แล้วทั้งหมดก็พากันกลับเข้าไปในร้าน

ooooooo

ที่ร้านกุหลาบขาว ลูกค้าหนีไปกันหมดแล้ว รมิดา สุริยน ฝน โป้ง และนิดนั่งคุยกันเซ็งๆ รมิดาถอนใจ พึมพำ

"เฮ้อ...ลูกค้าหนีกันหมดเลย"

"ร้านเราก็สะอาดนะ ไอ้หนูกับแมลงสาบพวกนี้มันมาจากไหน" สุริยนสงสัย

"นั่นสิคะคุณยน มันเยอะผิดปกตินะคะ" นิดเห็นด้วย

"ใช่...ถ้าจะมีเล็ดลอดบ้าง ก็น่าจะแค่ตัวสองตัว" รมิดานั่งคิด

ฝนทบทวนเหตุการณ์ จำได้ว่าเห็นแมนกับฟ้ามุ่ยถือถุงเข้ามา ตนกำลังจะตามไปดูก็พอดีสุริยนเรียกจึงเดินไปหา เลยไม่รู้ว่าสองคนนี้มาทำอะไร มารู้อีกทีก็มีเสียงเอะอะโวยวายของลูกค้าว่าหนูกับแมลงสาบวิ่งกันพล่านอยู่ ในร้านแล้ว

คิดแล้วฝนบอกรมิดาว่า

"ต้องเป็นยัยหมามุ่ยแน่ๆค่ะคุณดา ก็ยัยฟ้ามุ่ยเด็กเสิร์ฟ ร้านปาริชาติไงคะ ฝนเห็นมันเอาถุงกระดาษมาหย่อนตุ๊บในร้านเราแล้วก็รีบออกไป"

"เอ้อ...ผมก็เห็นไอ้แมนแวบๆเข้ามาในร้านเหมือนกัน ต้องเป็นฝีมือไอ้สองคนนี้แน่ๆ" โป้งจำได้เหมือนกัน

รมิดากับสุริยนมองหน้ากันเครียดๆที่ถูกเล่นงานอีกจนได้

ooooooo

ฝนกับโป้งเอาถุงกระดาษที่แมนกับฟ้ามุ่ยใส่หนูกับแมลงสาบจะเอาไปทิ้ง  แต่โป้งนึกได้บอกฝนว่าไม่ต้องเอาไปทิ้ง ฝนเดาใจเพื่อนออก มองหน้าถามว่า

"อย่าบอกนะว่า..."

โป้งยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วทั้งสองก็พยักหน้าอย่างรู้กัน

ครู่ใหญ่ต่อมา ที่ร้านปาริชาติ โป้งกับฝนถือถุงกระดาษคนละใบเดินเข้าไปในร้าน ทั้งสองเห็นปาริชาติกับเดือนฉาย กำลังตรวจและคิดบัญชีกันอยู่ที่เคาน์เตอร์ และแมนกับฟ้ามุ่ย ก็กำลังเดินมาเสิร์ฟอาหารลูกค้าอยู่ตามโต๊ะ

ฝนกับโป้งเดินเข้าไปในร้าน แมนเห็นท่าไม่ดีรีบออกมาจ้องหน้าถาม

"แกสองคนมาทำไมวะ"

"มาดูหน้าไอ้พวกที่ชอบลอบกัดไง" โป้งตอบกวนๆ

"ออกไปจากร้านฉันเดี๋ยวนี้" ฟ้ามุ่ยหน้าถมึงทึงเข้ามา

"ไม่ต้องมาไล่หรอกนังหมามุ่ย...เอาของมาคืนแก เดี๋ยวฉันก็ไปแล้ว" ฝนตีฝีปาก

แล้วทั้งฝนและโป้งก็ถือถุงเดินลึกเข้าไปอีก เปิดปากถุง แล้วเทใส่ฟ้ามุ่ยกับแมนอย่างเร็ว พริบตานั้น ทั้งหนูและแมลงสาบก็วิ่งพล่าน แมนกับฟ้ามุ่ยกระโดดหลบร้องกันลั่นร้าน ส่วนโป้งกับฝนเดินอ้าวออกไปทันที

ปาริชาติกับเดือนฉายรีบลุกมาดู พอเห็นหนูกับแมลงสาบ สองสาวก็ร้องกรี๊ดๆเต้นเร่าๆ พวกลูกค้าพากันตกใจทั้งเสียงร้องและหนูกับแมลงสาบ วิ่งหนีกันให้วุ่น บ้างวิ่งออกจากร้าน บ้างวิ่งชนกันในร้านดูสภาพชุลมุนไปหมด

ooooooo

ที่ร้านกุหลาบขาว...

สุริยน รมิดา ฝน และโป้งกำลังช่วยกันทำความสะอาดร้านขนานใหญ่ ทั้งกวาด ถู ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดตามพื้น

ขณะนั้นเอง ปาริชาติ เดือนฉาย แมน และฟ้ามุ่ย รวมทั้งสมบูรณ์และดวง ก็ชักแถวกันดาหน้ามาที่ร้านกุหลาบขาว

รมิดากับสุริยนและฝนกับโป้งชะงักหยุดทำงานยืนมอง สุริยนพูดอย่างแปลกใจแกมเย้ยว่า

"โอ้โฮ! ยกโขยงกันมาทั้งร้านเลย คุณเดือนจะมาช่วยผมทำความสะอาดร้านเหรอครับ"

"ไม่ต้องมาพูดมาก" เดือนฉายตวาดลั่น พอรมิดาถามว่ามาทำไม มีอะไรหรือ ปาริชาติก็จ้องจิกตาแทบถลน ตอบอย่างแค้นใจว่า

"มีแน่! ฉันก็จะมาคิดบัญชีกับแกไงล่ะนังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แกสั่งให้ลูกน้องแกเอาหนูกับแมลงสาบไปโยนที่ร้านฉันใช่ไหม?"

พอรมิดาบอกว่าไม่รู้เรื่อง ปาริชาติก็พุ่งเข้าตบทันทีรมิดาหันขวับจ้องปาริชาติอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่สุริยนและคนอื่นๆพากันยืนอึ้งตกใจกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง

ooooooo

หลังจากนัยนาบากหน้าไปหาวัลลภหวังจะยืมเงินมาผ่อนให้กับธนาคารสัก 7 ล้าน วัลลภบอกว่าตนอยากช่วยแต่ถ้าสัก 2-3 แสนก็พอมี ซ้ำยังพูดดักทางไว้ไม่ให้เธอไปเอ่ยปากกับทรงยศผู้เป็นพ่อ อ้างว่าท่านกำลังไม่สบายไม่อยากให้ท่านเครียด เดี๋ยวสุขภาพจะทรุด

นัยนามืดแปดด้าน ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ไปนั่งที่สวนในบริเวณโรงแรม คิดถึงคนที่เคยอยู่เคียงข้างดิ้นรนฟันฝ่ามาด้วยกันแม้ในยามยากก็มีความสุข

นัยนาหยิบรูปของสุเทพที่เก็บไว้ออกมาดูด้วยความคิดถึง หากยังมีเขาอยู่เคียงข้าง เวลานี้ตนคงไม่ต้องทุกข์ใจมืดแปดด้านอย่างนี้...

รมิดาผ่านมาเห็นนัยนานั่งเศร้าอยู่ คิดจะเดินเข้าไปหา แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นศิริเดินดิ่งเข้าไป พอเห็นนัยนาถือรูปในมือ เขากระชากไปตะคอกถาม "นั่นรูปใคร!!" พอเห็นเป็นรูปของสุเทพเขาตวาดถาม "นี่คุณยังเก็บรูปสามีเก่าไว้อีกเหรอ!"

"เออ...ขอรูปฉันคืนเถอะค่ะ"

"เลิกกับไอ้หมอนั่นตั้งยี่สิบกว่าปีแล้วยังลืมมันไม่ได้อีกเหรอ แอบมาพร่ำเพ้อหลงรูปจูบกระดาษอยู่ได้ รักมันมากนักเหรอ! รักมันมากใช่ไหม!!"

"ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ นี่มันเรื่องส่วนตัวของฉัน!" นัยนาหน้าเครียด

"เรื่องส่วนตัว! ทั้งๆที่คุณแต่งงานกับผม อยู่กินกันจนมีลูกโตขนาดนี้ แอบมานั่งคิดถึงสามีเก่า แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวอีกเหรอ...คุณนี่มันโง่งมจริงๆ ป่านนี้ไอ้หมอนั่นมันมีลูกมีเมียไปถึงไหนแล้ว!"

แมนยูเดินเข้ามายืนใกล้ๆ รมิดาเห็นนัยนากำลังทะเลาะกับศิริก็ยืนมองจ้องนิ่ง

นัยนาน้ำตาเอ่อ ขอรูปคืนจากศิริ คำตอบที่ได้รับคือ

"ได้สิ! แต่เอาไปต่อกันให้ติดนะ!" ว่าแล้วก็ฉีกรูปสุเทพทิ้งอย่างฉุนเฉียวจากนั้นขว้างออกไปเศษรูปปลิวกระจาย

"นายศิริ! นายไม่ใช่ลูกผู้ชาย!" รมิดาเจ็บปวดที่รูปพ่อถูกฉีกทิ้งเหมือนเศษกระดาษ ส่วนนัยนาตกใจที่รูปสุเทพถูก

ฉีกทิ้ง ร้องถามเสียงเครือว่าทำไมทำแบบนี้ กลับถูกศิริถลึงตาใส่ปรามว่า

"อย่าให้เห็นนะว่าคุณพร่ำเพ้อถึงไอ้บ้านั่นอีก...กลับไปทำงานซะ รีบติดต่อผู้ถือหุ้นมาประชุมด่วน ใครอยากได้หุ้นเพิ่มก็ขายเขาไป ถ้าคุณไม่รีบจัดการผมเอาเรื่องคุณแน่"

ศิริเดินหุนหันออกไปแล้ว นัยนายังนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นอย่างเจ็บปวด กดดัน และคับแค้นใจ

ooooooo

รมิดาเดินไปเก็บเศษรูปที่ถูกศิริปาปลิวไปไกล แมนยูรีบเข้าไปช่วย เก็บรวบรวมแล้วรมิดาเอาไปยื่นให้นัยนา นัยนามองอย่างตื้นตันใจ รมิดาถามด้วยสีหน้าเศร้าหมองว่า

"คุณยังอยากเก็บไว้รึเปล่าคะ"

นัยนาพยักหน้าน้ำตาคลอเอ่ย ขอบใจรมิดาแล้วเอาเศษรูปไปถือไว้ พูดเสียงเครือว่า

"ฉันจะเก็บเอาไว้...ถึงเขาจะทำลายรูปได้ แต่เขาไม่มีวันทำลายความรักที่ฉันมีต่อสุเทพได้หรอก"

แมนยูเก็บเศษรูปได้อีกเอามายื่นให้นัยนา พอนัยนารับไป แมนยูพูดเจื้อยแจ้วว่า

"ขาดแล้วก็เอาไปต่อกันใหม่ได้ เหมือนจิ๊กซอว์ไงครับ...คุณยายอย่าร้องไห้นะครับ คุณตาไม่น่าทำให้คุณยายร้องไห้เลย โตขึ้นแมนยูจะเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ทำให้ผู้หญิงเสียใจแบบนี้ครับ"

นัยนาลูบหัวแมนยูพูดอย่างสะเทือนใจ "โถแมนยู...

ตัวแค่นี้รู้จักคิดแล้ว..."

แมนยูเดินไปนั่งเล่นห่างๆประสาเด็ก นัยนาเอาเศษรูปทั้งหมดใส่กระเป๋า รมิดามองนิ่งถามว่าศิริคงโกรธเธอมากใช่ไหม

คำถามนี้ทำให้นัยนายิ่งสะเทือนใจ ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ยอมรับว่า...

"ฉันผิดเองที่ลืมสุเทพไม่ได้...หนูคงไม่เข้าใจหรอกว่าการที่เราถูกพรากจากคน รัก แล้วต้องมาแต่งงานกับคนที่เราไม่ได้รัก มันเจ็บปวดแค่ไหน ถึงเวลาจะผ่านมายี่สิบกว่าปี แต่ฉันไม่เคยลืมสุเทพกับลูกสาวฉันเลย...วันนั้นที่ฉันตามหนูไปที่วัด ฉันหลงดีใจคิดว่าหนูเป็นลูกสาวของฉันกับสุเทพ แต่ ก็ไม่ใช่...สุเทพเขาจากฉันไปชั่วชีวิตคนหนึ่งแล้ว ลูกสาวฉันป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง ชาตินี้ฉันจะมีโอกาสได้พบกับลูกสาวฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้..."

นัยนาร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดจนรมิดาเห็นแล้วน้ำตาคลอไปด้วย แต่เป็นน้ำตาและความเจ็บปวดในอีกความรู้สึกหนึ่งของตัวเอง พูดเหมือนบอกเป็นนัยว่า

"คงไม่ได้เจอหรอกค่ะ...เพราะคุณเป็นฝ่ายทอดทิ้งพวกเขา คุณไม่รู้หรอกว่าคุณสุเทพกับลูกสาวเขาเจ็บปวดกันแค่ไหน ลืมอดีตที่เจ็บปวดเถอะค่ะคุณนัยนา คุณเป็นคนเลือกเองที่จะให้ชะตาชีวิตของคุณเป็นแบบนี้..."

"หนูดา...ฉันไม่ได้ทิ้งพวกเขานะ ฉันโดนพรากตัวมาจริงๆ" นัยนายิ่งร้องไห้หนัก

"คุณจะแก้ตัวยังไงก็ได้ แต่คุณแก้อดีตไม่ได้หรอกค่ะ อดีตที่คุณทำร้ายสามีและลูก"

"ใช่...ฉันแก้อดีตไม่ได้...แล้วฉันก็ไม่มีวันลืมสุเทพกับลูกสาวฉันได้ ฉันถึงเจ็บปวดอย่างทุกวันนี้ไงล่ะ..." นัยนายกมือปาดน้ำตานิ่งไปครู่หนึ่งจึงถามรมิดามองตาอย่างค้นหาว่า "หนูดา...หนูรู้จักสุเทพไหม หนูรู้อะไรๆที่เกี่ยวกับเขา หนูเจ็บปวดแทนพวกเขา หนูเป็นลูกสาวฉันใช่ไหม!"

ถูกถามแทงใจดำเอาจังๆตรงๆอย่างนี้ รมิดาถึงกับสะอึกอึ้งพูดไม่ออก พอดีมีเสียงโทรศัพท์มือถือของนัยนาดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูหน้าจอแล้วขอตัวกับรมิดา

เมื่อนัยนาเดินออกไปแล้ว รมิดามองตามทนไม่ได้ร้องไห้ออกมาขณะพึมพำ

"คุณนัยนา...ฉันไม่ใช่ลูกสาวคุณ...คุณทำร้ายฉันกับพ่อสุเทพ...คุณทำให้ฉันกับพ่อเจ็บปวดสาหัส ฉันจะไม่มีวันเรียกคุณว่าแม่...คุณเจ็บ แต่ฉันกับพ่อเจ็บมากกว่า คุณกับฉันก็เหมือนตายจากกันแล้ว ตายจากกันทั้งๆที่ยังมีลมหายใจ..."

พึมพำแล้วรมิดาร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด

ooooooo

เมื่อจูงแมนยูเดินมานั่งที่ม้านั่งริมสวนอย่างยังไม่อาจทำใจให้ปกติได้ แมนยูมองหน้าแม่ดาของตัวเองถามว่าร้องไห้ทำไม สงสารคุณยายหรือ รมิดาพยักหน้าบอกว่าคุณยายเขาน่าสงสาร

"เมื่อกี้แมนยูปลอบคุณยายไปแล้ว เดี๋ยวคุณยายก็ยิ้มได้ แม่ดาอย่าเสียใจนะครับ แมนยูเช็ดน้ำตาให้นะครับ"

แมนยูเอามือน้อยๆมาเช็ดน้ำตาให้  รมิดาฝืนยิ้มให้ทั้งที่น้ำตายังอาบแก้ม ถามว่า

"แมนยูรักแม่ดาไหมครับ"

"รักสิครับ รักมากด้วย"

"แล้วโตขึ้นแมนยูจะเป็นสุภาพบุรุษอย่างที่เมื่อกี้พูดกับคุณยายไหมครับ"

"เป็นสิครับแม่ดา แมนยูจะไม่ทำให้ผู้หญิงเสียใจแล้วก็ไม่ทำให้แม่ดาร้องไห้ด้วยครับ"

"เก่งมากลูกชาย แม่ดารักแมนยูที่สุดเลย" พูดแล้วลูบหัวหอมแก้มอย่างแสนรัก

"แมนยูก็รักแม่ดาที่สุดเหมือนกันครับ..."

แมนยูหอมแก้มรมิดา ทำให้รมิดารู้สึกดีขึ้น กอดแมนยูไว้อย่างอบอุ่น...

ooooooo

ส่วนนัยนา เมื่อกลับถึงห้องทำงานแล้วตรงไปนั่งที่โต๊ะทำตามที่แมนยูบอกไว้อย่างตั้งใจ...โดยเอากระดาษมาตัดเท่าขนาดรูป ทากาว แล้วเอาเศษรูปมาติดบนกระดาษที่ทากาวแล้ว

ระหว่างติดรูปแต่ละชิ้นต่อรูปสุเทพให้สมบูรณ์เหมือนเติมหัวใจตัวเองให้เต็มจนกระทั่งติดรูปเสร็จ เธอนั่งดูรูปพูดกับตัวเองเศร้าๆ

"ต่อให้รูปนี้ต้องโดนทำลายอีก ฉันก็ไม่มีวันลืมคุณได้ สุเทพคะ...ฉันไม่เคยคิดจะทอดทิ้งคุณกับลูกเลย แต่ทำไม

หนูดากลับคิดว่าฉันทิ้งคุณกับลูก...ช่วยฉันด้วยนะสุเทพ...

ขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง...ขอให้ฉันได้เจอลูกสาวของเรา...ฉันอยากกอดลูก...อยากให้ลูกรู้ว่าฉันรักลูกมากแค่ไหน...สุเทพ...ฉันคิดถึงลูกเหลือเกิน..."

นัยนาเอารูปที่ต่อเสร็จขึ้นมากอดไว้แนบอก ร้องไห้


ด้วยความคิดถึงลูก...ปล่อยตัวเองให้อยู่กับอดีตตามลำพัง...

ooooooo

คุณพ่อหวานแหวว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด