ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตำรวจเหล็ก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ตำรวจเหล็ก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

วิโรจน์ พ่อค้ายาระดับชาติ ให้สุพจน์กับลูกน้อง ไปรับของจากเจมส์ที่สนามบิน ขณะกำลังขนยาและเงินจากเครื่องบินเล็กมาใส่รถตู้ สุพจน์จับมือกับเจมส์ และบอกให้รายงานบอสด้วยว่าทางนี้เขาจะจัดการต่อเองไม่ต้องห่วง เจมส์พยักหน้าแล้วหันกลับจะไปขึ้นเครื่องบิน พลันตำรวจบุกเข้ามาจับ เกิดการยิงต่อสู้กันเสียงดังสนั่น เจมส์หนีขึ้นเครื่องแต่ยังไม่สามารถเอาเครื่องขึ้นได้เพราะถูกกระหน่ำยิง กลับมีพวกของคมสันต์ โผล่ออกมายิงตลบหลังทั้งตำรวจและลูกน้องสุพจน์กับเจมส์ตายหมด แล้วขนยาเสพติดและเงินใส่รถตู้คอน-เทนเนอร์เชิดหนีไปอย่างลอยนวล

สุพจน์ขับรถหนีออกมาได้รีบโทร.รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับลุงสิงห์ "ฮัลโหล ฮัลโหล...เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ เราได้ของมาเรียบร้อยแล้วแต่ว่าถูกตำรวจมาดักจับ ตอนที่ผมหนีออกมาเห็นว่ามีอีกพวกมาซุ่มยิงตำรวจเหมือนกันครับ พวกนั้นน่าจะได้ของไป ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครครับ พวกเราถูกยิงตายหมดเลยครับ มีผมหนีมาได้คนเดียว..."

"อะไรนะ! พวกตำรวจมันรู้ได้ยังไง...ของถูกชิงไปเหรอ ฝีมือใคร...เอ็งหลบให้ดี อย่าให้ถูกจับได้ล่ะ" ลุงสิงห์วางสายแล้วหันไปรายงานวิโรจน์ซึ่งรอฟังอยู่

"บรรลัยล่ะสิ แกรีบบอกสุพจน์ให้ไปดูที่ปั๊มด่วนเลย ถ้ามันรู้ว่ามีของจากสนามบินเล็กมันก็ต้องรู้ว่ามีที่ปั๊มด้วยเหมือนกัน"

"จะให้ผมไปที่ปั๊มเองมั้ยครับนาย" ลุงสิงห์ถามอย่างกังวล

วิโรจน์ดูนาฬิกาข้อมือ "แกไปรับยัยหนูที่สนามบินตามเดิมแหละ เดี๋ยวจะผิดเวลา ทางนี้ฉันจะรายงานบอสเอง"

ลุงสิงห์รับคำแล้วหยิบมือถือกดหาสุพจน์สั่งการตามที่วิโรจน์สั่ง...

ปลายรันเวย์ซึ่งมีซากเครื่องบินกระจายอยู่เกลื่อนกลาด พ.ต.อ.เอกภาพ กับ พ.ต.ต.ธัญญะ และนายตำรวจจากท้องที่อีกสามนายกำลังตรวจที่เกิดเหตุ ตำรวจนายหนึ่งรายงานว่า

"ทางเราได้รับแจ้งว่าจะมีการขนของผิดกฎหมายครับ กำลังชุดแรกมาดักซุ่มจับแล้วถูกคนร้ายยิงตายทั้งชุดเลยครับ"

"เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมไม่ส่งข่าวให้หน่วยพิเศษเฉพาะกิจเราจัดการล่ะ" เอกภาพเอ็ด

นายตำรวจทั้งสามอึกอักกว่าจะตอบว่า ข้างบนไม่ได้ สั่งการ   ธัญญะพูดขึ้นมาลอยๆ...กลัวไม่ได้ความดีความชอบ

ทั้งสามก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร    เอกภาพกับธัญญะจึงสวม

ถุงมือตรวจหาหลักฐาน...

รถของปัทมากับโข่ง นักข่าวหัวเห็ดที่ต้องทำข่าวเกี่ยวกับแก๊งอิทธิพล แล่นเข้ามาจอดไล่เลี่ยกับรถมูลนิธิ ปัทมากับโข่งลงจากรถตรงรี่มาที่เกิดเหตุ พอเอกภาพเห็นว่าเป็นนักข่าวมาพร้อมกล้องวีดิโอก็รีบเข้าไปห้าม   "เขาห้ามเข้าไม่เห็นเหรอคุณ"

"ฉันเป็นนักข่าวจากรายการเกาะประเด็น จะเข้าไปเก็บภาพทำสกู๊ปข่าว"

"จากรายการอะไรก็เข้าไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ เจ้าหน้าที่ เค้ากำลังปฏิบัติงานอยู่"

"แล้วทำไมคุณเข้าไปได้" ปัทมามองเอกภาพกับธัญญะที่แต่งชุดนอกเครื่องแบบ

ไม่ทันไร นายตำรวจคนหนึ่งเข้ามาทำความเคารพเอกภาพ "ไม่พบหลักฐานอะไรที่เป็นเอกสารเลยครับรองผู้กำกับ มีแต่ปลอกกระสุนเต็มไปหมด"

"จ่าอย่าเพิ่งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเคลื่อนย้ายศพนะ เดี๋ยวขอทีมผมมาตรวจที่เกิดเหตุก่อน"

"ครับ รองผู้กำกับ"

โข่งเข้ามาสะกิดปัทมา "รองผู้กำกับเชียวนะแก ไอ้ปัด"

"รองผู้กำกับแล้วไง ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นตำรวจ เครื่องแบบก็ไม่แต่ง งั้นพี่โข่งถ่ายเก็บบรรยากาศเอาไว้ให้เยอะๆเลยนะ ถ่ายจากข้างนอกนี่แหละ เขาไม่ให้เข้าก็ไม่ต้องเข้า ใช้ กล้องซูมเข้าไปคงไม่ผิดใช่มั้ยคะ รองผู้กำกับ" ปัทมามองเอกภาพกวนๆ

เอกภาพส่ายหน้าไม่อยากต่อล้อต่อเถียง...ไม่นาน ร.ต.อ.วีระชัย ร.ต.ท.วรัญญา และดาบทองใบมาพร้อมด้วยอุปกรณ์ การทำงาน ตรงไปยังที่เกิดเหตุ นักข่าวท้องถิ่นกรูตามมาจะทำข่าวแต่เข้าไม่ได้เช่นกัน ปัทมายังบ่นกับโข่งเซ็งๆ โข่งจึงบอกว่าเดี๋ยวเขาจะดึงภาพเข้ามาให้สุดๆ

"ได้ภาพน่ะไม่ห่วงหรอกพี่ แต่เนื้อข่าวนี่สิ ท่าทางท่านรองขี้เก๊กนั่นคงจะไม่ให้ข้อมูลอะไรเราหรอก"

"อันนั้นก็ไม่ยาก พี่มีไอ้นี่ รับเสียงได้รัศมีร้อยเมตร สบายๆ" โข่งเอาไมค์ที่ประดิษฐ์เองติดกับกล้องแล้วลงมือถ่าย ซึ่งปัทมามองอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจอุปกรณ์ของโข่งเท่าไหร่นัก...

จากการเก็บหลักฐาน ทองใบถ่ายภาพที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ธัญญะดูสภาพศพแต่ละศพแล้วคุยกับเอกภาพ "คงไม่ใช่เรื่องการซื้อขายแล้วจับกุมกันแบบธรรมดาซะแล้วละครับรอง"

"มีอะไรผิดสังเกตเหรอสารวัตร"

"ดูจากภาพโดยรวมแล้วน่าจะมีมือที่สามเข้ามาร่วมด้วย"

เอกภาพมองธัญญะเหมือนต้องการความเห็นเพิ่มเติม ธัญญะจึงอธิบายว่า "จากวิถีกระสุนแสดงว่าเจ้าหน้าที่หลายคนถูกยิงจากด้านหลัง เจ้าหน้าที่คงกำลังปะทะกับฝ่ายโน้นที่ตาย เกลื่อนเหมือนกัน คงเป็นไปไม่ได้ที่ทางโน้นจะลอบยิงด้านหลังนี่ เพราะไม่มีเลือดสักหยด มีแต่ปลอกกระสุน"

เอกภาพจึงคิดว่านั่นคือมือที่สามที่มากวาดเอาของ กลางไปทั้งหมด วรัญญาพบทะเบียนรถทั้งสองคันอยู่ในที่เกิดเหตุ เอกภาพจึงสั่งให้เช็กด่วนว่าใครเป็นเจ้าของ ทันใด มือถือเอกภาพดังขึ้น เขาหยิบออกมาดูเบอร์ก่อนจะรับสาย "ครับผม...ที่ไหนนะครับ!...ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ"

พอวางสาย เอกภาพหันมาสั่ง "สารวัตรจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยนะ มีเหตุเกิดอีกจุดนึง...เดี๋ยวผู้กองกับหมวดไปกับผมนะ บอกดาบทองใบหาให้เจอว่าใครเป็นเจ้าของทะเบียนรถ"


วีระชัยกับวรัญญารับคำแล้วรีบเดินตามเอกภาพไป... ปัทมาเห็นเอกภาพสั่งงานแล้วเดินไปผิดสังเกต จึงรีบบอกโข่ง "สงสัยจะมีเรื่องอีกที่ รีบตามรองขี้เก๊กนั่นไปเร็ว..."

ooooooo

บริเวณปั๊มน้ำมันถูกระเบิดและไฟไหม้เสียหาย ถูกกั้นพื้นที่ไว้ด้วยแถบผ้า พนักงานดับเพลิงเริ่มเก็บท่อหลังจากฉีดน้ำควบคุมไฟไว้ได้แล้ว ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ถ่ายรูปเป็นหลักฐานประกอบคดี เจ้าหน้าที่มูลนิธิหามศพพนักงานรถน้ำมันที่ถูกยิงตายมาวางเรียงกัน

เอกภาพขับรถมาจอด อีกมุมหนึ่ง สิริมาศ ปริญญา และเก่ง ทีมนักข่าวสถานีโทรทัศน์คู่แข่งของปัทมากำลังเตรียมการรายงานสด รถปัทมามาถึง โข่งเห็นทีมสิริมาศก็บ่นทันที

"เป็นไง นึกว่างานนี้จะไม่ได้เจอพวกนี้ซะอีก เจอกันทีไร รายการเรากลายเป็นของแห้งของดองทุกที"

"ช่างเถอะพี่โข่ง หน้าที่ใครหน้าที่มัน เราก็ทำของเราให้ดีที่สุดพอแล้ว พี่โข่งเก็บภาพไปนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาข้อมูลสักหน่อย"

ขณะนั้น วรัญญากับวีระชัยกำลังสอบถามเด็กปั๊มที่ท่าทางยังตื่นกลัวอยู่ ได้ความว่าทางปั๊มมีกล้องวงจรปิดแต่ใช้การไม่ได้ ก็เซ็ง ที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ชอบติดกล้องไว้ให้โจรกลัวเท่านั้น... ปัทมาเดินมาหาเอกภาพ

"คุณ...เอ๊ย...ไม่ใช่สิ ท่านรองผู้กำกับคิดว่าเหตุการณ์ที่นี่จะเกี่ยวกับที่เกิดขึ้นที่สนามบินเล็กนั่นหรือเปล่า"

"ผมยังบอกอะไรไม่ได้หรอก"

"ทำไมบอกไม่ได้ล่ะคะ บอกไม่ได้หรือว่าไม่บอกกันแน่" ปัทมาโวยเล็กๆ โข่งรีบปราม

ปัทมาไม่พอใจ "ก็มีที่ไหนล่ะพี่โข่ง ตำรวจบอกไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยมันก็ต้องมีการสันนิษฐานจากสิ่งที่เห็นกันได้ไม่ใช่เหรอ"

"สันนิษฐานในเชิงการสอบสวนน่ะเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้วครับ แต่จะให้ข่าวแบบสันนิษฐานน่ะผมคงทำไม่ได้" เอกภาพพูดจบเดินเลี่ยงไปดูที่เกิดเหตุ

ปัทมามองตามอย่างหมั่นไส้ โข่งรู้สึกว่าเอกภาพไม่ถูกชะตากับปัทมาเอาเสียเลย ปัทมายักไหล่ไม่แคร์ "ไม่เห็นจะแคร์ กะอีแค่ตำรวจขี้เก๊กคนนึงเท่านั้นเอง...แล้วจะยืนรอทำไม ไม่ถ่ายงานเหรอ หรือว่าจะให้ไปถ่ายเอง"

"แน้...เดี๋ยวนี้มีเหวี่ยงด้วยแฮะ ชักทำตัวเป็นผู้หญิงขึ้นทุกวัน" โข่งแขวะแล้วเดินไป

ปัทมามองตามเอกภาพอย่างหมั่นไส้ แล้วแกล้งเดินเกร่ไปใกล้ๆหวังแอบฟังความคืบหน้า เด็กปั๊มกำลังเล่านาที ระทึกขวัญให้ฟังว่ามีการใช้ปืน RPG ยิงใส่ปั๊ม ดีที่เขาปิดวาล์วแก๊สได้ทัน ไฟเลยไม่ลุกลาม ปัทมาได้ยินรีบเข้าไปแทรก

"เหตุผลจะอ่อนไปมั้ยคะคุณตำรวจที่คนร้ายตั้งใจปล้นรถน้ำมันคันเดียว โดยไม่สนใจทรัพย์สินภายในปั๊ม"

"แต่เรายังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งนะครับ"   ตำรวจตอบปัทมา

เอกภาพคิดว่าคนเจ็บคนตายเหล่านั้นจะตามมาคุ้มกันรถน้ำมันแค่นั้นหรือ นายตำรวจรายงานว่าเด็กปั๊มยืนยันเช่นนั้น... ปัทมามองไปเห็นสิริมาศคู่แข่งกำลังรายงานข่าวอยู่มุมหนึ่งเป็นเรื่องเป็นราวออกไปว่าเป็นการแย่งชิงน้ำมันกัน แถมหันมายิ้มเยาะใส่เธอ ปัทมายิ่งสงสัยถามเอกภาพว่าเป็นเพียงแค่การแย่งชิงน้ำมันจริงหรือ แต่เอกภาพนิ่งไม่ตอบ

"อ้อ...ลืมไป คุณคงจะยังสรุปอะไรไม่ได้ตามเคย เอ... แล้วไอ้รถขนน้ำมันคันนั้นมันสำคัญยังไงถึงต้องใช้คนคุ้มกัน" ปัทมาอดที่จะซักถามอีกไม่ได้ แต่เอกภาพก็ยังนิ่งไม่ตอบ...

ยอดชาย เดี่ยว เหน่ง และสักที่ชิงรถน้ำมันมาจอดในซอยแยกเล็กๆริมถนนนอกเมือง แล้วตรวจสอบในถังน้ำมันซึ่งไม่มีน้ำมันซักหยด เพราะมันเป็นรถที่ขนทองคำแท่ง ว่ามีของอยู่ครบ

เอกภาพเดินมาที่รถพูดมือถือสั่งการให้ทองใบซึ่งอยู่ที่หน่วยพิเศษดึงข้อมูลจากดาวเทียมมาตรวจสอบว่า รถบรรทุก น้ำมันที่ถูกชิงไปมุ่งหน้าไปทางไหน  ปัทมาเงี่ยหูฟัง  ทองใบ

ตอบว่าต้องใช้เวลาประมาณสองสามนาที จากนั้นเขาก็ดึงภาพออกมาได้ว่า มีรถสามคันวิ่งตามกันออกจากบริเวณปั๊ม... เอกภาพขับรถไปตามถนนนอกเมืองมีวีระชัยและวรัญญานั่งไปด้วย โดยมีรถของปัทมาขับตามไปห่างๆ เอกภาพขับมาตามคำบอกเล่าของทองใบ จนมาพบรถบรรทุกน้ำมันจอดอยู่ตรงปากทางแยกนอกเมือง วีระชัยกับวรัญญารีบเข้าไปตรวจค้น ปัทมากับโข่งรีบเข้าไปถ่ายภาพทำข่าว วรัญญาลงไปตรวจในถังน้ำมันแล้ว
ขึ้นมารายงานเอกภาพว่า ถังนี้ไม่ได้ บรรทุกน้ำมัน แต่เศษที่เก็บได้น่าจะเป็นทองคำแท่ง ทันใด... ทองใบโทร.เข้ามาบอกเอกภาพว่า รู้เจ้าของป้ายทะเบียนรถแล้ว เอกภาพหันมาพยักหน้าเรียกวีระชัยกับวรัญญาให้ขึ้นรถ...

เอกภาพกับลูกน้องมาที่บ้านวิโรจน์เพื่อแจ้งข่าวว่า "เมื่อช่วงสายๆมีการยิงกันที่ใกล้ๆสนามบินเล็กนครนายก น่าจะเป็นการหักหลังเรื่องธุรกิจผิดกฎหมาย"

"เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่คุณตำรวจมาหาผมถึงบ้านนี่ล่ะครับ"


"พวกเราคงจะไม่มารบกวนคุณวิโรจน์หรอกครับ ถ้าไม่บังเอิญว่ารถที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุมันเป็นของลูกน้องคุณวิโรจน์ที่ชื่อสุพจน์"

วิโรจน์ทำเป็นไม่มีอะไรน่าตกใจ   เขาให้ป้านิ่มไปตามสุพจน์มา ป้านิ่มหายไปสักพักกลับมาพร้อมสุพจน์ซึ่งเข้าเฝือกขาซ้าย เมื่อวิโรจน์ถามตามที่เอกภาพถาม สุพจน์ก็ตอบว่ารถของเขาหายไปสี่วันแล้ว และเขาก็ได้แจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว เอกภาพขอดูใบแจ้งความ สุพจน์เรียกสักลูกน้องไปเอามา สักทำหน้างงๆ สุพจน์จึงพูดย้ำว่า

"ก็ใบแจ้งความรถหายยังไงเล่า นี่แกอย่าบอกนะว่าแกยังไม่ได้ไปแจ้งความให้ฉันอีก"

สักรับมุกทันทีว่าแจ้งความแล้วแต่ทำใบแจ้งความหาย สุพจน์เอ็ดลูกน้องแล้วหันมาบอกเอกภาพว่าเขาตกบันไดขาหัก เข้าเฝือกมาเกือบอาทิตย์แล้ว จึงให้สักไปจัดการแทน วรัญญามองเฝือกที่ขาสุพจน์เหมือนสายตาเอกซเรย์ วิโรจน์รีบไกล่เกลี่ยว่า ถ้าคนของเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมายจริง เขาไม่เอาไว้แน่ แต่วันนี้เขาคงรับรองแขกได้ไม่ถนัดเพราะเขากำลังเตรียมต้อนรับลูกสาวกลับจากเมืองนอก เอกภาพจึงลากลับ

พอออกมาที่รถ วรัญญารีบรายงานว่า เฝือกที่ขาสุพจน์ เป็นของเก่าเกินอาทิตย์แต่มีรอยยาที่ขอบเฝือกดูใหม่ และที่แขนเสื้อมีคราบเลือด แสดงว่าอาจถูกกระสุนเฉี่ยวมา เอกภาพพยักหน้าคงต้องปล่อยไปก่อน และหาหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ให้ได้ก่อน

ooooooo

ย่านการค้าที่มีอาคารสูงเสียดฟ้าจุดหนึ่งใน กทม. นักรบแต่งตัวเหมือนนักธุรกิจติดหนวดสวมแว่นดำ เดินถือกระเป๋าอย่างนักธุรกิจทั่วไป ตรงไปยังตัวอาคาร ขึ้นลิฟต์ไปบนชั้นดาดฟ้าตึก ของในกระเป๋าของเขาเป็นปืนไรเฟิลติดกล้อง ซึ่งเขากำลังซุ่มยิงใครบางคน...

ยอดชายกับคมสันต์กลับมารายงาน ภูมิชาติซึ่งกำลังหวดลูกกอล์ฟเล่นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ว่างานที่ทำสำเร็จด้วยดี ของทุกอย่างอยู่ในมือหมดแล้วทั้งสามอย่าง ภูมิชาติพอใจมาก

"ยอดชาย แกเอาของไปเก็บไว้ที่ที่เราเคยคุยกันเอาไว้ ส่วนคมสันต์ แกเตรียมพวกเราให้พร้อม ฉันจะรีบนัดหมายแลกของให้เร็วที่สุด บอสจะได้รู้ซะทีว่าเชื่อใจคนผิด ไอ้วิโรจน์ มันคิดว่าจะได้เป็นมือขวาตัวแทนของบอสในภูมิภาคเอเชียนี่ ฉันอยากจะเห็นหน้ามันนักว่าตอนผิดหวังขนาดนี้มันจะทำหน้ายังไง ฮ่ะๆๆๆ..."

ในขณะที่วิโรจน์กำลังคุยกับสุพจน์ว่า เขาพอจะเดาได้ว่าใครเป็นมือที่สาม และวิโรจน์ก็ได้โทร.ไปหานายตำรวจใหญ่ คนหนึ่ง เพื่อขอให้ทำใบแจ้งความย้อนหลังให้แก่เขาด้วย...

ลุงสิงห์มารอรับกรกช ที่เดินทางกลับจากอเมริกา กรกชเข็นรถออกมากับชาญยุทธ์ ทั้งสองล่ำลากันแบบฝรั่ง ก่อนที่กรกชจะเข็นรถมาหาลุงสิงห์ "คุณพ่อไม่ได้มาด้วยเหรอคะลุงสิงห์"

"คุณท่านมีเซอร์ไพรส์รอคุณหนูอยู่ที่บ้านแน่ะครับ"

ขณะนั่งรถโดยมีนงเป็นคนขับรถ และมีรถลูกน้องลุงสิงห์ ตามหลังอีกคัน...คมสันต์มารับชาญยุทธ์ไปขึ้นรถอีกทางหนึ่ง ระหว่างทางได้มีมอเตอร์ไซค์ตามมาประกบยิงรถกรกช ปรากฏว่ายิงผิดคัน คนร้ายตกใจรีบหนีไป กรกชอยู่ในรถอีกคันตื่นตกใจ

"ลุงสิงห์รู้ใช่มั้ยคะว่าจะมีคนมาลอบยิงถึงได้บอกให้ เปลี่ยนรถ"

"ลุงไม่รู้หรอกครับคุณหนู แต่ลุงกลัวว่าจะเป็นแบบนี้"

"แล้วมันเรื่องอะไรกันคะ  มันจะฆ่าลุงสิงห์หรือว่าจะฆ่าหนู"

"เรื่องมันซับซ้อนวุ่นวายครับ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วคุณท่าน คงบอกให้คุณหนูทราบเอง"

พลันวิโรจน์โทร.มา   กรกชดีใจรีบพูดคุยแต่ไม่บอกเรื่องถูกยิง สองพ่อลูกพร่ำบอกคิดถึงกันและกัน...พอวางสายจากลูกสาว ป้านิ่มถือถาดของว่างเข้ามา ทันใดนักรบซึ่งซุ่มอยู่บนยอดตึก ได้ประทับปืนยิงมาใส่วิโรจน์ตัดขั้วหัวใจ ทะลุมาโดนถาดในมือป้านิ่มกระเด็น วิโรจน์ล้มลงขาดใจตาย ป้านิ่มร้องโวยวายลั่นบ้าน

นักรบถอดปืนเก็บใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบดาวสีดำออกมาวางไว้ที่ขอบดาดฟ้า แล้วหิ้วกระเป๋าเดินออกไป... เอกภาพได้รับรายงานรีบรุดไปที่บ้านวิโรจน์ ธัญญะ วรัญญา และวีระชัยตรวจสภาพศพและหาหลักฐาน ธัญญะรายงานเอกภาพ

"งานนี้ไม่ต้องหารอยมือรอยเท้าคนยิงเลยครับรอง กระสุนไนโตรยังงี้ ยิงไกลเป็นกิโล"

"ระยะหวังผลอยู่ที่เท่าไหร่" เอกภาพถาม

"ถ้าปืนดี กล้องดี 1,500 หลา คือระยะสำหรับเด็กฝึกยิง แต่นัดเดียวจอดแบบนี้ระดับมืออาชีพครับ" ธัญญะยังบอกอีกว่า ถ้าป้านิ่มไม่มีถาดทองเหลืองบังอยู่ คงเสร็จไปด้วย

พอถามวิถีกระสุนจากวรัญญา  รู้ว่าเป้าหมายไม่เกิน 15 องศา ธัญญะก็สรุปได้ว่าต้องมาจากดาดฟ้าตึกไกลโน่น เอกภาพจึงให้ไปตรวจดู...กรกชกับลุงสิงห์กลับมาถึงบ้าน ตกใจเมื่อเห็นวิโรจน์ถูกยิงตาย กรกชจะเข้าไปดูศพพ่อ แต่วีระชัยกันไม่ให้เข้า จึงเถียงกันเล็กน้อยก่อนเอกภาพจะมาพาเข้าไป สุพจน์เองก็รีบมาคุยกับลุงสิงห์ว่าเขาไม่รู้ว่าใครทำ

บนดาดฟ้าตึกที่ธัญญะกับวรัญญามาตรวจสอบ พบ ดาวดำที่มือปืนทิ้งไว้ ธัญญะกล่าวทันทีว่าเขาพอจะรู้แล้วว่าฝีมือใคร...ทั้งสองกลับมาที่บ้านวิโรจน์ รายงานเอกภาพและสรุปให้กรกชกับลุงสิงห์ฟังว่าจากหลักฐานที่พบเป็นการจ้างวานให้มือปืนมาฆ่า

"จากวิธีการลงมือฆ่า ประกอบกับหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ  โดยเฉพาะของชิ้นนี้  ดาวดำมันตรงกับลักษณะการทำงานของมือปืนอาชีพที่ใช้ชื่อว่านักฆ่าพญายม ที่จะทิ้งดาวดำเอาไว้ที่ศพเหยื่อทุกครั้งเหมือนเป็นลายเซ็น"

"แล้วใครเป็นคนจ้างนักฆ่าพญายมอะไรนั่นมาฆ่าคุณพ่อฉันเพื่ออะไร"

เอกภาพรู้ว่ากรกชเสียใจมาก เขาถามลุงสิงห์ว่าวิโรจน์มีศัตรูหรือมีปัญหากับใครอยู่บ้าง ลุงสิงห์ตอบว่า "เท่าที่รู้ก็ไม่มี

นะครับ คุณท่านเป็นคนดีมีเมตตา ไม่เคยมีปัญหากับใครหรอกครับ"

กรกชโวยวายให้ตำรวจส่งคนออกตามจับคนร้ายมาให้ได้ ตั้งรางวัลนำจับออกไปเลยเท่าไหร่เธอยอมจ่าย ลุงสิงห์ปลอบกรกชให้ใจเย็นๆ...พอเจ้าหน้าที่นำร่างวิโรจน์ออกไปขึ้นรถ กรกชกับลุงสิงห์เดินตามออกมา เจอปัทมากับโข่งมาทำข่าว ลุงสิงห์รีบสั่งสุพจน์

"อย่าให้นักข่าวมายุ่มย่ามในนี้"

สุพจน์รีบกันปัทมากับโข่งไม่ให้เข้าไปในบ้าน โข่งจึงต้องใช้วิธีการเดิมคือซูมภาพเข้าไปให้ใกล้ที่สุด ปัทมาเห็นเอกภาพเดินนำลูกทีมออกมา จึงปรี่เข้าไปถาม "ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงคะรองผู้กำกับ   วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นติดๆกันแบบนี้

คิดว่ามีอะไรที่เกี่ยวโยงกันรึเปล่าคะ"

"ผมยังตอบอะไรไม่ได้หรอกครับ เรื่องมันเพิ่งจะเกิดขึ้น ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน คุณอย่าพยายามโยงเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้าด้วยกันเลยครับ รอให้รู้ชัดว่ามันคือเรื่องอะไรแล้วค่อยสรุปดีกว่า"

"คุณมีหน้าที่คลี่คลายความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันก็มีหน้าที่ตีแผ่ความจริงให้สังคมรับรู้เหมือนกันนะคะรองผู้กำกับ"

เอกภาพโต้ว่าวิโรจน์และครอบครัวไม่ใช่บุคคลสาธารณะ เขามีสิทธิ์ปกป้องความเป็นส่วนตัวไม่ให้ใครละเมิด ปัทมาจึงถามว่า "แล้วไอ้การที่คุณไม่ยอมให้ข้อเท็จจริงกับฉันนี่ ถือว่าเป็นการบิดเบือน ละเมิดสิทธิของสื่อมวลชนได้หรือเปล่าคะ"

"ความจริงมันเป็นอื่นไปไม่ได้หรอกครับคุณ รอให้ความจริงมันปรากฏก่อนสิครับ แล้วคุณจะตีแผ่ยังไงก็คงไม่มีใครว่า"

ปัทมาทิ้งท้ายว่าเขาคงไม่ทำให้มันเลือนหายไปกับสายลมหรอกนะ ก่อนจะเดินไปทำข่าวจุดอื่น...ทีมของสิริมาศ มาถึง เธอเตรียมพร้อมทั้งทรงผมและการแต่งตัวที่จะรายงานสด ปริญญากับเก่งถือกล้องตามมาติดๆ แต่ก็ถูกสุพจน์กันไม่ให้เข้าไปในบ้านเช่นกัน สิริมาศไม่พอใจสั่งปริญญาตั้งกล้องให้เห็นแบ็กกราวด์เป็นบ้าน เธอจะรายงานสดออกไปเลย

ข่าวสดออกทางทีวี สิริมาศยืนรายงานข่าวว่า "เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดนายวิโรจน์ สกุลทรัพย์ทวี จึงถูกมือปืนลอบยิงจนเสียชีวิตภายในบ้านพักนายวิโรจน์ดำเนินกิจการด้านโรงสี และรับซื้อข้าวจากชาวนาจนได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำหนดราคาข้าวมาหลายสมัย ในระยะหลัง นายวิโรจน์ได้ขยายกิจการด้านส่งออกข้าวสารไปทั่วโลก อาจจะมีบริษัทคู่แข่งไม่พอใจถึงขั้นสั่งฆ่าก็เป็นได้..."

ภูมิชาตินั่งดูข่าวแล้วถอนใจ ชาญยุทธ์กลับมาถึงบ้านพอดี เขาจึงชวนลูกชายไปงานศพวิโรจน์ด้วยกัน ชาญยุทธ์ตกใจเพราะเพิ่งแยกจากกรกชที่สนามบินเมื่อสักครู่นี้เอง

ooooooo

คนในบริษัททีวีไทม์กำลังดูข่าวสิริมาศ เจ๋งพูดอย่างสะบัดสะบิ้งว่าสิริมาศรายงานสดเป็นฉากๆได้ทุกวัน แต่ทางเขาต้องทำแต่สกู๊ปแห้ง ปัทมาไม่ยี่หระ เพราะสิริมาศก็ได้แค่ข่าวเฉพาะหน้า แต่เธอมีเวลาหาข้อมูลเบื้องลึก แก้วถามโข่งว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่ โข่งตอบว่าเขาไม่ได้อยู่ตอนเกิดเหตุ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะปัทมาซี้กับรองผู้กำกับสุดหล่อ เจ๋งรีบถามว่าหล่อมากไหม ปัทมาหันไปเล่นงานโข่ง

"ถ้าพี่โข่งยังไม่เลิกแหย่เรื่องนี้อีกนะ เงินไม่พอใช้ ไม่ต้องมาขอยืมเลย แล้วก็เอาของเก่าคืนมาด้วย"

โข่งหน้าเบ้ที่ปัทมาเล่นแรง พลัน วิทยาออกมาเรียกปัทมาเข้าไปพบเพื่อสอบถามเรื่องราว  ปัทมาพูดตามจริงว่าต้องมีอะไรเกี่ยวโยงกันทุกคดี

"ถ้าปัดมั่นใจแบบนั้นก็ตามติดเรื่องนี้แล้วเอาความจริงมาเปิดเผยให้ได้ก็แล้วกัน"

"ได้เลยค่ะ ถ้าอาวิทสั่งลุยแบบนี้ ปัดไม่ปล่อยแน่"

"แต่ก็อย่าลุยสุ่มสี่สุ่มห้านะ เห็นเท้าใครขวางทางอยู่ ก็เลี่ยงๆมั่ง อย่าเหยียบดะ มันจะทำให้เราทำงานลำบาก จำได้ ใช่มั้ยที่พ่อเราสอนไว้น่ะ"

"จำได้ขึ้นใจเลยค่ะ เราต้องยอมเดินข้ามๆพวกเท้าที่ยื่นมาขวางทางไปก่อน แล้วค่อยกลับมากวาดให้เกลี้ยงทีหลัง ปัดไม่ทำให้เสียชื่อพ่อปกรณ์ นักข่าวมือหนึ่งแน่นอนค่ะ เชื่อมือได้"

ปัทมายิ้มอย่างมั่นใจ วิทยาเชื่อมั่นในตัวลูกสาวเพื่อนรัก ปัทมาออกมา เพื่อนๆรุมถามว่าโดนตำหนิเรื่องอะไรหรือเปล่า ปัทมาบอกว่าวิทยาบอกให้ลุยหาข้อมูลมาตีแผ่ให้ได้ เจ๋งรีบบอกให้ถ่ายแบบที่เอามาตัดต่อง่ายๆหน่อย เห็นใจคนตัดต่อบ้าง โข่งแซวว่าเคยเห็นแต่กะเทยเป็นดีไซเนอร์ แต่นี่กลับมาเป็นกะเทยห้องตัด เจ๋งค้อนขวับๆ

"ทำไมยะไอ้พี่โข่ง ก็ฉันไม่อยากเหมือนใคร ชาวโลกเขาจะได้รู้ว่า ถ้าตั้งใจ กะเทยไทยทำได้ทุกอาชีพ"

พอดีขิมน้องสาวโข่งเดินเข้ามาขอเงินโข่ง โข่งบอกปัดไม่มีแล้วตำหนิน้องที่ใช้เงินเปลือง ปัทมาสงสารจึงส่งเงินให้ ไปห้าร้อยบาท ขิมดีใจวิ่งกลับออกไป โข่งคืนเงินให้ปัทมาและบอกว่าเขาอยากให้ขิมเห็นว่าเขายืมเงินปัทมา เพื่อขิมจะได้รู้จักใช้อย่างประหยัดบ้าง...

ooooooo

ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอวันวิสาข์ที่พยาบาลต่างรักใคร่ เดินมาเห็นวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังปลดทรัพย์ คุณป้าคนหนึ่งที่ดูจะสะลึมสะลือจึงเข้ามาช่วย แต่วัยรุ่นตกใจคว้าสร้อยวิ่งหนี วันวิสาข์วิ่งตามมาตะครุบตัววัยรุ่น คนนั้นไว้ได้ เกิดการต่อสู้กัน นักรบเข้ามาช่วยขณะที่วัยรุ่นชักมีดออกมาจะแทงวันวิสาข์ ยามวิ่งเข้ามาจับกุมวัยรุ่น นักรบดึงสร้อยกลับคืนมายื่นให้วันวิสาข์

วันวิสาข์ขอบคุณนักรบที่มาช่วย แต่นักรบกลับบอกว่า "จริงๆแล้ว ถึงผมไม่เข้าไปช่วยคุณหมอก็คงเล่นงานหมอนั่นได้ไม่ยากหรอกครับ เห็นคุณหมอนิ่งๆแบบนี้ไม่นึกว่าจะบู๊ได้ สะบั้นเหมือนกันนะครับ"

"สมัยนี้ ผู้หญิงถ้ามีวิชาป้องกันตัวติดเอาไว้บ้างมันก็ดีนะคะ คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ"

วันวิสาข์กับนักรบเดินกลับมาที่คุณป้า เห็นหลานสาวกำลังบีบนวด จึงคืนสร้อยให้และเตือนให้พาคุณป้าไปตรวจเช็กอีกที นักรบมองวันวิสาข์อย่างชื่นชม ก่อนจะแยกตัวไปเยี่ยมลูกสาวที่นอนป่วยอยู่ ซึ่งพอดีเอกภาพแวะมาเยี่ยมและซื้อตุ๊กตาหมีหลินปิงมาฝาก ดาวดีใจกอดตุ๊กตาพร้อมกับหอมแก้มเอกภาพขอบคุณและถามหาพ่อ นักรบโผล่เข้ามาบอกว่าเขาอยู่นี่ นักรบยืนกอดอกมองลูกสาวและเพื่อนรักอย่างยิ้มๆ

ooooooo

ตอนที่ 2

ระเบียงห้องพักฟื้น เอกภาพกับนักรบออกมาคุยกัน ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน เอกภาพส่งเงินให้นักรบเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในการรักษาดาว ลูกสาวของนักรบซึ่งเอกภาพรักเหมือนหลานแท้ๆ นักรบไม่อยากรับแต่เห็นถึงความจริงใจของเพื่อนจึงรับไว้ กลับเข้ามาในห้อง ดาวอ้อนให้เอกภาพอยู่ป้อนข้าวเธอ เอกภาพมีงานจึงสัญญาว่าวันหลังจะมาป้อนทั้งข้าวและขนม

เอกภาพพาลูกน้องมางานศพวิโรจน์ ปัทมาก็มาทำข่าว เธอให้โข่งถ่ายภาพอย่างไม่กลัวเปลืองฟิล์ม แต่โข่งเกรงเจ๋งจะโวยตอนตัดต่ออีก ปัทมาบอกว่ามีเหลือดีกว่าขาด ว่าแล้วก็เดินไปอีกทางเผื่อได้ข้อมูลอะไรบ้าง โข่งดักคอ "เอาแต่ข้อมูลนะโว้ย ไอ้พวกคดีความไม่ต้องหามาล่ะ"

ปัทมาโบกมือทำท่ารำคาญความขี้บ่นของโข่ง...รถขบวนของภูมิชาติแล่นมาจอด เข้มกระซิบคมสันต์ "มันอยู่กันครบทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก น่าเอาระเบิดลงศาลานะพี่ เรื่องจะได้จบๆ"

คมสันต์เอ็ดลูกน้องอย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง และอย่าพูดให้เข้าหูภูมิชาติจะหาว่าไม่เตือน...ภูมิชาติกับชาญยุทธ์ เดินเข้าศาลาที่ตั้งศพวิโรจน์ โดยมีคมสันต์กับลูกน้องตามอารักขา คมสันต์เจอกับสุพจน์ต่างจ้องหน้ากันอย่างดูเชิง ลุงสิงห์ กับกรกชออกมาต้อนรับ

ชาญยุทธ์ปลอบใจกรกช "ผมเสียใจด้วยนะ ยังไงผมจะช่วยสืบหาอีกแรงนึงว่าใครมันเป็นคนทำกับลุงวิโรจน์แบบนี้"

"ขอบคุณค่ะ ถ้าฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่" กรกชพูดอย่างหนักแน่น...

เอกภาพเข้ามายืนข้างปัทมาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ "คุณนี่ท่าทางจะไม่ยอมเสียเวลาเลยนะ เกาะติดทุกสถานการณ์จริงๆ"

ปัทมาหันมาตีหน้าตึงใส่ "แล้วคุณล่ะ อย่าบอกนะว่าคุณตั้งใจมาเคารพศพเฉยๆท่านรอง"

"ผมมีหน้าที่ต้องคอยดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยมันคืองานของผม"

"คุณมีงานที่ต้องทำ ฉันก็มีงานของฉันเหมือนกัน ถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะให้ข่าวก็อย่าขวางกันดีกว่า อ้อ...เกือบลืมไป ฉันเคยเห็นแต่ตำรวจรับจ๊อบเฝ้าร้านทอง เพิ่งรู้ว่ามีจ๊อบเฝ้างานศพเหมือนกัน" ปัทมาอดไม่ได้ที่จะกวน

โข่งเห็นท่าไม่ดี ปรี่เข้ามายกมือไหว้ขอโทษเอกภาพแล้วดึงปัทมาออกไป เขาต่อว่าปัทมาที่ชอบกวนเอกภาพ ปัทมาโวยว่ามาแขวะเธอก่อน แต่ถึงอย่างไรโข่งก็กลัวเพราะเอกภาพเป็นตำรวจแถมยศสูงอีกต่างหาก ทำไมไม่คิดจะญาติดีเผื่อจะได้พึ่งพาอาศัยกันบ้าง

"ไอ้ที่เจอกันสองสามครั้งที่ผ่านมานี่พี่โข่งยังกล้าหวัง พึ่งเขาอีกเหรอฉันไม่เอาด้วยหรอก"

โข่งปวดหัวเพราะเจอคดีของเอกภาพทีไร เขาต้องถ่ายภาพมากมายจนโดนเจ๋งบ่นทุกที...ด้านเอกภาพ วรัญญาข้องใจต้องถาม "รองไม่ถูกชะตากับคุณนักข่าวนี่เหรอคะ เห็นเจอกันทีไรมีเรื่องปะทะคารมกันทุกที"

"ผมก็ไม่ได้เกลียดอะไรเขาหรอก แต่เจอหน้าแล้วมันอดไม่ได้"

ธัญญะแซวว่าทำเหมือนพระเอกกับนางเอกละคร วรัญญายิ้มเห็นด้วย เอกภาพเขินเดินหนี ยิ่งทำให้สองคนชักสงสัย... ขณะที่เอกภาพ  ธัญญะ  และวรัญญานั่งดูลาดเลาอยู่ด้านหลัง ตอนพระสวดศพ ทั้งสามซุบซิบกันว่าสองแก๊ง คือแก๊งภูมิชาติกับวิโรจน์นี่ต้องมีเรื่องอะไรกันแน่ แต่ไม่รู้ว่าใครหักหลังใคร และการตายของวิโรจน์นี่ ภูมิชาติเป็นคนน่าสงสัยที่สุด

พอเสร็จพิธี ต่างแยกย้ายกันลากลับ เอกภาพเดินผ่านสุพจน์แล้วหยุดมองที่ขาที่เคยเข้าเฝือกของสุพจน์อย่างรู้ทัน แต่ไม่พูดอะไร สังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีก จึงขับรถตามรถของกรกชกับลุงสิงห์ไปห่างๆ ปัทมาเองก็เห็นท่าที เอกภาพผิดปกติจึงขับรถตามเอกภาพอีกที

"หา...นี่แกจะตามเขาไปอีกแล้วเหรอไอ้ปัด" โข่งถามเสียงหลง

ปัทมาไม่ตอบ ขับรถตามรถเอกภาพไปอย่างรวดเร็ว เส้นทางที่วิ่งไปเป็นทางกลับบ้านวิโรจน์ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยว กรกชอยู่ในรถซึ่งลุงสิงห์นั่งคู่กับคนขับ กำลังคุยกันเรื่องการประชุมวันพรุ่งนี้ที่บ้าน รถสุพจน์กับลูกน้องแล่นตามคุ้มกัน... รถเอกภาพตามสังเกตการณ์ จนใกล้ถึงบ้านวิโรจน์ ธัญญะจึงบอกเอกภาพว่า คืนนี้คงไม่มีอะไรแล้ว

"ถ้าไม่มีอะไรก็ดี เราลองตามอีกสักพัก เดี๋ยวพอออกถนนเมนแล้วเราค่อยแยกกลับกัน"

"แต่ฉันสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้นะคะรองสารวัตรว่ามันต้องมีเรื่อง" วรัญญายังติดใจ

พอถึงทางแยก เอกภาพจึงขับรถแยกจากรถของกรกช ปัทมาเห็นอย่างนั้นจึงตามรถของเอกภาพไป ไม่ทันไรมีมอเตอร์ไซค์ มาล้มขวางรถคันที่กรกชนั่ง รถสุพจน์ที่ตามมาต้องเบรกกะทันหัน มีรถออฟโรดจอดซุ่มอยู่ตรงข้าม เปิดไฟสูงสาดใส่พร้อมกับมี มือปืนสี่คนตรงมากระหน่ำยิงใส่รถกรกช สุพจน์รีบยิงคุ้มกันให้กรกชกับลุงสิงห์ลงจากรถ

เอกภาพได้ยินเสียงปืนก็ดึงเบรกมือดริฟต์รถหมุนกลับเร่งเครื่องไปที่เกิดเหตุ ทันที ปัทมาไม่รอช้า กลับรถตามไปติดๆพร้อมกับบอกโข่ง "ฉันบอกแล้วว่ามันต้องมีเรื่อง ผิดซะที่ไหน กะฆ่าล้างครัวกันแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องชู้สาวแล้ว เรื่องขัดผลประโยชน์กันแน่นอน ถ่ายเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเลยนะพี่โข่ง"

เอกภาพ ธัญญะ และวรัญญามาถึง โดดม้วนตัวเข้ายิงใส่ไฟที่สาดส่องมาและยิงใส่มือปืนจนพวกมันต้องถอยหนี เอกภาพสั่งไม่ให้ตาม ให้เคลียร์พื้นที่ก่อน จากนั้นก็พาทุกคนไปสอบปากคำที่โรงพักกว่าจะเสร็จก็ค่อนดึก กลับถึงบ้านกรกชซักถามลุงสิงห์ทันที

"ตกลงลุงสิงห์จะบอกได้หรือยังคะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตอนกลับจากสนามบินลุงให้เปลี่ยนรถเพราะอันตราย พอมาถึงบ้าน คุณพ่อก็โดนฆ่าตาย นี่กลับจากงานศพยังโดนลอบยิงอีก ทำไมถึงมีเรื่องร้ายๆเกิดกับเราได้เยอะขนาดนี้คะ"

"จริงๆแล้วลุงอยากให้คุณท่านเล่าให้คุณหนูฟังเอง แต่เมื่อท่านไม่อยู่แล้ว ลุงก็คงต้องเล่าให้ฟังเอง ตอนที่คุณหนูเรียนอยู่เมืองนอก คุณท่านกับคุณภูมิชาติมีเรื่องขัดแย้งกันรุนแรงพอสมควรถึงกับไม่มองหน้ากัน มาเป็นปีๆ เพิ่งจะมาคุยกันอีกทีเมื่อไม่กี่เดือนมานี่เอง"

ลุงสิงห์มองกรกชว่ามีปฏิกิริยาโต้ตอบบ้างไหม แต่เธอกลับนิ่งฟัง เขาจึงเล่าต่อว่า ปัญหาเกิดจากที่ภูมิชาติต้องการบริหารด้านการส่งออกทั้งหมด วิโรจน์อยากตัดความรำคาญจึงโอนกิจการด้านห้องเย็นให้ไปทำ เก็บไว้แต่เพียงโรงสีกับการส่งออกข้าวสาร แต่ภูมิชาติก็ยังไม่พอใจ

"แล้วโรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นใหม่ล่ะคะ"

"คุณท่านอยากทำเพราะเรามีแกลบจากโรงสีเป็นเชื้อเพลิงอยู่แล้ว พอขายกระแสไฟเข้าระบบเราก็มีกำไรเลี้ยงตัวได้สบาย"

"ลุงสิงห์คิดว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าคุณพ่อคะ ใช่อาภูมิชาติ หรือเปล่า"

ลุงสิงห์ยังไม่อยากให้กรกชปักใจเชื่อ ให้มีหลักฐานแน่นอนก่อนแล้วเขาจะบอก กรกชเก็บมานั่งคิดจนเช้า ไม่ได้หลับได้นอน จนอนงค์เด็กรับใช้ในบ้านจะเข้ามาทำความสะอาดห้องทำงาน กรกชตกใจเพราะยังไม่รู้จัก ป้านิ่มต้องมาแนะนำแล้วแปลกใจที่กรกชยังอยู่ในชุดเมื่อวาน

ooooooo

โรงพยาบาลแผนกคนไข้เด็ก วันวิสาข์กำลังดูแลดาวที่เล่นอยู่ในห้องของเล่น ปัทมาเดินเข้ามา วันวิสาข์ดีใจรีบบอกดาวว่าเดี๋ยวเธอมา วันวิสาข์ยิง
คำถามใส่ปัทมาทันที

"วันนี้ว่างเหรอจ๊ะ แม่นักข่าวหัวเห็ด"

"ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะว่างทุกวันเลย เพราะถ้าวันไหนฉันว่างก็หมายความว่าวันนั้นไม่มีอาชญากรรมร้ายแรง"

"ถ้าเป็นแบบนั้นได้ ฉันก็ยอมว่างงานเหมือนกันแหละ ถ้าโลกนี้จะไม่มีคนให้รักษาน่ะ"

ปัทมาเห็นสายตาวันวิสาข์ที่มองเด็กดาวบ่งบอกถึงความรัก จึงถามว่าเด็กคนนั้นป่วยหรือดูเหมือนเด็กปกติ วันวิสาข์ ถอนใจ "น้องดาวแกเป็นเด็กที่เข้มแข็ง กำลังใจดีมาก เห็นแกดูปกติแบบนี้ รู้มั้ยว่าแกป่วยเป็นอะไร...ลูคีเมีย...มะเร็งในเม็ดเลือดขาวน่ะ"

ปัทมาเปลี่ยนสีหน้าเป็นสงสารดาวอย่างมาก วันวิสาข์ บอกว่าเธอดูแลดาวมาสามเดือนแล้วยังไม่เคยเห็นน้ำตาเลยสักหยด "...ชีวิตแกน่าสงสารนะ อยู่กันสองคนกับพ่อ แม่เสียไปตั้งแต่แกไม่กี่ขวบ เดี๋ยวพ่อคงมา พ่อลูกคู่นี้เค้ารักกันมาก พ่อมาเฝ้าลูกสาวทุกวันไม่เคยขาด"

พลัน ปัทมาเห็นเอกภาพเข้ามาอุ้มดาวขึ้นกอด วันวิสาข์ ไม่ทันเห็น ปัทมาจึงคิดว่าเอกภาพเป็นพ่อของดาว พอวันวิสาข์ ถามว่ามาหาเธอทำไม จึงตอบไปอย่างหงุดหงิด "ตอนแรกว่าจะมาชวนไปทานข้าวด้วยกัน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว เพราะเหม็นขี้หน้าคน"

เอกภาพหันมาสบตากับปัทมาเข้าพอดี เธอจึงรีบบอกวันวิสาข์ว่าเธอกลับก่อน วันวิสาข์มองตามหลังเพื่อนด้วยความงง...ปัทมาโทร.เรียกโข่งมารับด่วนจี๋จน โข่งบ่นว่าเกิดอะไรขึ้น

"อารมณ์เสียน่ะ เหม็นขี้หน้าคน อย่าถามมากได้ป่ะ หงุดหงิด"

"อะไรของมันวะ" โข่งแปลกใจแล้วบึ่งมอเตอร์ไซค์ ให้ปัทมาซ้อนออกไป...

เช้านี้ กรกชว่ายน้ำในสระ เผยให้เห็นรอยสักบนแผ่นหลังที่ดูดุดันเกินกว่าผู้หญิงธรรมดา ป้านิ่มมาตามบอกว่าลุงสิงห์ให้บอกว่าทุกคนที่มาประชุมพร้อมแล้ว กรกชจึงรีบขึ้นไปแต่งตัว...พอพร้อม ก็เดินนำลุงสิงห์เข้าห้องประชุมในบ้านซึ่งมีลูกน้องของวิโรจน์นั่งรออยู่ ก่อนแล้ว กรกชนั่งเก้าอี้หัวโต๊ะ ลุงสิงห์และสุพจน์ยืนขนาบข้าง ทุกคนมองอย่างแปลกใจ ลุงสิงห์ จึงกล่าวกับทุกคนว่า กรกชจะขึ้นเป็นนายใหญ่แทนวิโรจน์ เสียงฮือฮาไม่เห็นด้วย

"งานที่พวกเราดำเนินการอยู่มันใหญ่เกินกว่าการตัดสินใจของผู้หญิงนะครับ...ลุงสิงห์"

"ทำไมลุงสิงห์ไม่เป็นเองล่ะครับ"

"นั่นสิ ลุงสิงห์เหมาะที่สุดแล้ว ทั้งอาวุโสและก็อยู่กับนายใหญ่มานานที่สุด"

ลุงสิงห์ขอโอกาสให้กรกชได้พิสูจน์ตัวเองก่อน กรกชก้าวออกมายืน ทุกคนเงียบเสียงลง กรกชกล่าวกับทุกคนว่าเธอรู้ว่าเธออายุยังน้อยแถมเป็นผู้หญิง แต่ขอให้ทุกคนเคารพเลือดในตัวเธอที่เป็นของวิโรจน์ครึ่งหนึ่ง สุพจน์เห็นด้วยขอร้องทุกคนให้โอกาสกรกชพิสูจน์ตัวเองก่อน

ทุกคนเริ่มลังเล กรกชจึงพูดขึ้นว่า "เรื่องที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะยังบอกไม่ได้แน่นอนว่าเป็นฝีมือใคร แต่ที่ฉันมั่นใจก็คือ ในพวกเรามีคนที่เป็นสายให้ตำรวจ ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวในองค์กรของเรา แล้วฉันก็รู้แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใคร..."

กรกชเดินมองหน้าลูกน้องทีละคน แล้วชักปืนออกมาจ่อหัวสัก สักตกใจละล่ำละลักปฏิเสธว่าไม่เคยทรยศนาย แต่แล้วกรกชหันปืนไปยิงคมที่ยืนข้างสักแทน คมล้มลง ลุงสิงห์สั่งให้คนถอดเสื้อคมออก เผยให้คนอื่นๆเห็นเครื่องดักฟังที่ติดอยู่ที่หน้าอกของคม ทุกคนต่างฮือฮาและยอมรับในตัวกรกช

พอเสร็จสิ้นการประชุม กรกชยังยืนสงบสติอารมณ์ เพราะเป็นการฆ่าคนครั้งแรกของเธอ ลุงสิงห์เข้ามาปลอบว่าเธอทำได้ดีแล้ว จะทำงานใหญ่ต้องมีคนเสียสละ กรกชจึงเตือนลุงสิงห์อย่าลืมเอาเงินไปให้ครอบครัวของคมด้วย ลุงสิงห์บอกว่าเรื่องนั้นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่คือต้องเอาของที่ถูกชิงไปคืนมาให้ได้ กรกชถาม "แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นคนเอาไป แล้วของอยู่ที่ไหน"

"เรื่องนี้คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วง เรามีสายที่พร้อมจะให้ข้อมูลเราทุกเวลา..."

ในห้องประชุมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เอกภาพเรียก ธัญญะ วีระชัย วรัญญา และทองใบเข้าประชุม น้ำหวานเอากาแฟ มาเสิร์ฟให้ทุกคนแล้วกลับออกไป เอกภาพบอกกับทุกคนว่า

"ตอนนี้ข้อมูลที่ค่อนข้างแน่นอนจากตำรวจสากลแจ้งมาว่า ของที่มีการแย่งชิงจนฆ่ากันตายจากทั้งสองที่นั่นคือ เงินดอลลาร์ ทองคำแล้วก็ยาเสพติด ทั้งหมดรวมมูลค่าหลายร้อยล้าน"

"แล้วของมันเข้ามาบ้านเราได้ยังไงครับรอง" ธัญญะถาม

"เป็นฝีมือของขบวนการแอตแลนติส คือขบวนการอาชญากรข้ามชาติ ที่จะใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการเอาของสามอย่างนี้ไปแลกอาวุธสงครามจำนวนมหาศาล มาเพื่อใช้ในการก่อการร้าย ซึ่งถ้าสำเร็จทั่วโลกจะลุกเป็นไฟแน่"

ฉะนั้นหน้าที่ของเราคือชิงของทั้งสามอย่างกลับมาให้ได้ และกวาดล้างขบวนการนี้ให้เกลี้ยง วรัญญาเปิดเครื่องฉายขึ้นจอ ให้เห็นหน้าบอสใหญ่ชาวต่างชาติ แต่ไม่ระบุสัญชาติ ที่แท้จริง ในเมืองไทยคือแก๊งของวิโรจน์กับภูมิชาติ ไม่รู้ว่าขัดแย้ง กันเรื่องอะไร ส่วนภาพดำๆเป็นนักฆ่าพญายม มือปืนรับจ้างระดับพระกาฬที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้า ไม่รู้ว่าตัวจริงคือใคร

เอกภาพสรุปว่าถ้าจับตัวนักฆ่าพญายมได้ก็จะสาวถึงตัวการว่าเกี่ยวข้องกับขบวน การแอตแลนติสหรือเปล่า ภาพต่อไปเป็นภาพเจนจิรา เอกภาพบอกว่าคนนี้น่าจะให้เบาะแสได้มากพอดู

ระหว่างนั้นภูมิชาติกำลังนั่งคุยกับชาญยุทธ์และคมสันต์ ในห้องนั่งเล่นของบ้าน เจนจิรายกกาแฟมาให้ภูมิชาติแล้วนวดไหล่ให้โดยทำเป็นไม่สนใจว่ากำลังคุยอะไร กันอยู่...ภูมิชาติ สั่งคมสันต์และชาญยุทธ์จัดการนัดแลกเปลี่ยนของไม่เกินอาทิตย์หนึ่ง เจนจิรายังคงบีบนวดไปเรื่อย

ooooooo

ขณะที่ปัทมากำลังเช็กเทป โข่งมาชวนไปตามขิมน้องสาวซึ่งหนีเที่ยวผับ พอเข้าไปในผับเจนจิรากำลังร้องเพลงอยู่บนเวที ปัทมาเห็นเอกภาพนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์มองเจนจิราเหมือนเฝ้ารอจึงรี่เข้าไป แขวะ โข่งหวั่นใจ "หาเรื่องอีกแล้วไอ้ปัด"

"นี่แหละน้าคนเรา ทำเป็นสร้างภาพหลอกคนอื่นว่ารักลูกยิ่งกว่าชีวิต พอไม่มีคนเห็นก็แอบมานั่งเฝ้านักร้องแทนที่จะ อยู่ดูลูก"

เอกภาพได้ยินเสียง หันขวับมามองปัทมา แล้วถามงงๆ ว่าพูดกับเขาหรือ เมาหรือเปล่า ปัทมาจะอ้าปากโต้ โข่งรีบดึงตัวปัทมาออกไปเพราะเห็นหลังขิมไวๆ พอตามมาหลังร้านเห็นขิมยืนสูบบุหรี่อยู่ก็เข้าไปจับไหล่ให้หันมาแล้วต่อว่า ปรากฏว่าผิดคน โข่งรีบขอโทษ ปัทมาว่าโข่งโมโหจนตาลาย ป่านนี้ขิมอาจไปรออยู่ที่บ้านแล้ว โข่งยอมกลับไป ขิมแอบอยู่มุมหนึ่ง เธอมาติดนักร้องชื่ออาร์ต พอเจนจิราลงจากเวที อาร์ตก็ขึ้นร้องต่อ ขิมนั่งเฝ้าอยู่กับแนนที่โต๊ะข้างเวที

มีคนไปบอกเจนจิราว่าเอกภาพรอพบ พอเธอมาถึงเหมือนต่างรู้กันว่าต้องการอะไร เจนจิราพูดว่า "ข้อมูลฉันมีเต็มไปหมด ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากได้ข้อมูลอะไรล่ะ"

"เรื่องที่มีการชิงของกันเมื่อเร็วๆนี้" เอกภาพบอก พอเห็นสายตาสงสัยของเจนจิรา ก็จะแนะนำตัว เจนจิรารีบห้ามไม่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร อยากรู้ว่าเธอจะได้อะไรตอบแทน

เอกภาพส่งซองเงินให้ เจนจิราเปิดดูแล้วยิ้ม "บางครั้งของสำคัญๆมันก็ชอบไปอยู่ตรงที่ที่เราคาดไม่ถึง ถ้าว่างๆคุณน่าจะลองไปเดินเล่นริมแม่น้ำแถวๆโรงงานร้างดู ไม่แน่นะบรรยากาศดีๆอาจจะช่วยทำให้คุณคิดอะไรออกบ้างก็ได้"

วันต่อมา เอกภาพจึงยกทีมลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ทองใบหาพิกัดของที่อยู่ในแม่น้ำ ไม่นานทองใบก็พบว่ามีวัสดุแปลกปลอมอยู่ใกล้ๆโรงงาน ลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ขณะเดียวกัน ก้านส่องกล้องเห็นเรือเอกภาพก็รีบโทร.บอกยอดชาย...

เรือเครนจอดเตรียมพร้อม ทีมนักประดาน้ำพร้อม วีระชัย รอคำสั่งจากเอกภาพ ว่าให้ดำลงไปจุดไหน เอกภาพเอากระดาษที่ทองใบปริ๊นต์มาให้ให้กับทีมประดาน้ำดู...พักใหญ่ ประดาน้ำคนหนึ่งโผล่ขึ้นมารายงานว่าพบตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง วรัญญาให้ดูให้ละเอียดว่ามีตะไคร่น้ำเกาะไหม ประดาน้ำกลับขึ้นมาบอกว่าตู้ยังใหม่ไม่มีตะไคร่น้ำ แต่ถูกใส่กุญแจแน่นหนา เอกภาพจึงสั่งให้ยกขึ้นมา ทำการตัดกุญแจเปิดตู้ พบถุงดำกันน้ำแน่นหนาจำนวนมาก ตรวจสอบดูเป็นผงสีขาว เอกภาพกำลังจะชิม พลันมีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นอู่ต่อเรือเก่า

"เดี๋ยวผู้กองเอาของกลางกลับหน่วย สารวัตร หมวดไปด้วยกัน พวกเราด้วยไปกับผม" เอกภาพนำกำลังไปที่อู่ต่อเรือร้าง

สุพจน์ปาระเบิดนำร่องเข้าไปในอู่ต่อเรือร้าง แล้วนำลูกน้องบุกยิงสู้กับพวกก้านเพื่อชิงเอาทองคำแท่งคืนมา สุพจน์ สั่งสัก

"เอ็งขับเรือเร็วไปที่ท่าน้ำวัดน้อย แล้วถ่ายเอาของไปเก็บตามที่นัดกันเอาไว้"

ลูกน้องช่วยกันขนทองลงเรือ สุพจน์ยิงสกัดไว้ให้ ยอดชายตามมาช่วยก้านยิงสู้กับพวกของสุพจน์...ปัทมากับโข่งกำลังกิน ก๋วยเตี๋ยวมื้อกลางวัน ได้ยินวิทยุสื่อสารที่เปิดทิ้งไว้ว่าเกิดเหตุยิงถล่มกัน ก็รีบดึงโข่งไปทำข่าวทันที

เอกภาพกับลูกน้องมาถึงอู่ต่อเรือร้างไม่พบใครเหลือแต่ร่องรอยและศพลูกน้อง ก้าน แต่ก็ได้พบทองคำแท่งตกอยู่ที่พื้น จึงสั่งทีมประดาน้ำดำบริเวณใกล้อู่ ปัทมากับโข่งมาถึง เธอรีบ เข้าไปถามเอกภาพ "เมื่อกี้ฉันได้ยินทั้งเสียงปืนเสียงระเบิด เกิดเหตุอะไรเหรอคะ"

เอกภาพมองหน้าแล้วตอบเรียบๆว่า "เหตุระเบิด เท่าที่คุณเห็นนั่นแหละ"

ปัทมาถามว่าเกิดจากอะไร เอกภาพไม่ตอบเดินหนีไป ปัทมาโกรธแทบเต้น หาว่าเอกภาพเห็นเป“นเรื่องธรรมดา ธัญญะมารายงานเอกภาพว่าประดาน้ำดำลงไปไม่พบอะไร ปัทมาเห็นสงสัยว่าเรื่องอะไรกันจึงถามโข่ง

"แกถามฉันแล้วฉันจะไปถามใครวะ อยากรู้ใช่มั้ยว่าท่านรองกับสารวัตรเขาคุยอะไรกัน"

"อยากรู้สิพี่"

"เดี๋ยวโข่งจัดให้ ทำตามพี่บอกนะ..." โข่งกระซิบ ปัทมายิ้มอย่างพอใจ

ขณะที่เอกภาพคุยกับธัญญะ ปัทมาเดินตามเงี่ยหูฟังโดยให้โข่งถ่ายบรรยากาศที่เกิดเหตุ ธัญญะถามเอกภาพว่าเกี่ยวกับขบวนการแอตแลนติสหรือเปล่า

"ผมว่าเป“นไปได้มากเชียวแหละ เดี๋ยวพอหมวดเขาตรวจพิสูจน์ยาที่เรายึดไปได้กับทองคำแท่งนี่ ว่ามาจากไหน ก็คงจะช่วยได้เยอะ" เอกภาพพูดจบเดินเลี่ยงไปทางอื่น

ปัทมารีบมาบ่นกับโข่งว่าเธอฟังไม่รู้เรื่องเลย โข่งยิ้ม "ไม่ต้องห่วง พี่เร่งไมค์หัวกล้องไว้เต็มที่ น่าจะพอเก็บเสียงไว้ได้แหละ เดี๋ยวค่อยเอาไปฟังในห้องตัดต่อเอา"

สิ่งที่โข่งบอกทำให้ปัทมายิ้มออก ไม่ทันไร รถตู้สิริมาศ กับพวกแล่นเข้ามาจอด โข่งบ่นว่าพวกนี้มาช้าแต่ได้ของสดทุกที  ปัทมาไม่ยี่หระ งานใครก็งานมัน เธอจะทำงานของเธอให้ดีที่สุด

พลัน วรัญญาพบตู่ คนของก้านยังไม่ตายแค่บาดเจ็บ เอกภาพจึงซักถามให้สารภาพว่าเรื่องเป“นอย่างไร ตู่กลัวติดคุกจึงยอมจะสารภาพ แต่ไม่ทันจะพูดก็โดนยิงทะลุหัวใจ ทุกคนตกใจ ธัญญะรีบไปดูบนสะพาน วรัญญาตรวจบาดแผลศพ ปัทมาให้โข่งถ่ายภาพไว้ทุกแง่ทุกมุม

"บาดแผลอาจจะแตกต่างไปบ้างก็เพราะระยะยิงผิดกัน ถึงจะไม่มีหัวกระสุนยืนยัน แต่ฉันค่อนข้างมั่นใจค่ะ"

ธัญญะกลับมาพร้อมชูดาวดำที่เก็บได้บนสะพาน "ที่เราสงสัยก็ไม่ผิดหรอก...วางไว้โดดเด่นที่เสาสะพานต้นสุดท้าย"

"หมายความว่ามือปนที่ลอบฆ่านายวิโรจน์กับคนขนยาเสพติดรายนี้เป“นคนเดียวกันหรือคะ" ปัทมาถามแทรกขึ้นทันที

"เป“นแค่การสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้นครับ เอาไว้ให้ จับคนร้ายได้เมื่อไหร่ ผมถึงจะยืนยันอีกที" เอกภาพตอบแทน


ปัทมาถามอีกว่าใช้เวลานานแค่ไหน เอกภาพตัดบทว่าตำรวจทำงานเต็มที่ไม่มีหยุดพักคงกำหนดไม่ได้ว่าใช้เวลากี่วัน พูดจบก็เดินไป ปัทมามองตามด้วยความหมั่นไส้ เบื่อความเก็กของเขาสุดๆ...ในขณะที่สิริมาศรายงานข่าวสดออกไปทันทีว่าเหยื่อถูกสังหาร โดยมือป—นพญายม คนเดียวกับที่สังหารวิโรจน์  ส่วนคดีที่เกิดคงต้องรอความกระจ่างจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจ

ooooooo

ในห้องทำงาน พล.ต.ท.วิชัยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอกภาพนั่งอยู่หน้าโต๊ะ มี พล.ต.ท.ชาลีอยู่ในห้องด้วย วิชัยตำหนิเอกภาพที่ปล่อยให้ของกลางหลุดมือ ไปได้ "ผมไว้ใจคุณนะรองผู้กำกับ ไม่งั้นคงไม่ตั้งคุณเป“นคนดูแลหน่วยเฉพาะกิจนี่หรอก อย่าทำให้ผมผิดหวัง"

เอกภาพรับรองว่าจะทำงานนี้ให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องมือปนพญายม เขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเพียงแต่มือปนคนนี้ทำงานในระยะไกลเป“นกิโลและดูเหมือนจะอ่านใจเจ้าหน้าที่ออก วิชัยขัดขึ้นว่า "คุณพูดเหมือนกำลังคิดว่ามีตำรวจไปเป“นมือปน หรือไม่ ก็ไอ้มือปนพญายมอะไรนั่นมีตำรวจเป“นสายให้อย่างนั้นแหละ"

"ผมยังไม่กล้าสรุปอะไรชัดเจนแบบนั้นหรอกครับท่าน"

"คุณไปทำงานต่อเถอะ พยายามเอาตัวมันมาให้ได้ก็แล้วกัน เอาล่ะคุณไปได้แล้ว มีอะไรก็รายงานเข้ามาทุกระยะด้วย"

เอกภาพลุกขึ้นทำความเคารพก่อนจะออกไป ชาลีหันมาคุยกับวิชัยว่า ทำไมต้องตั้งหน่วยนี้ขึ้นมาให้เปลืองงบประมาณ ด้วย วิชัยตอบว่าขบวนการแอตแลนติสไม่ใช่วายร้ายกระจอกๆตำรวจสากลยังเอาไม่อยู่ ส่วนคนที่เขาตั้งขึ้นมาล้วนฝ•มือดีเลิศ ทั้งนั้น อย่างเอกภาพได้รับฉายาว่ามือปราบพระกาฬ ส่วนธัญญะ ได้รับฉายาว่ามือปราบมือป—น วีระชัยเชี่ยวชาญด้านระเบิดทุก ประเภท จนได้ฉายาว่ามือปราบไร้หัวใจ และวรัญญาเป“
นแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ มองอะไรด้วยสายตาค้นหา คำตอบจนได้ฉายาว่ามือปราบสาวช่างสงสัย และคนสุดท้ายคือดาบทองใบเชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ เรียกได้ว่าเป“นแฮกเกอร์ชั้นเซียนเลยทีเดียว...

"หวังว่าพวกที่ลื้อคัดมามันจะเป“นหัวกะทิแบบที่ลื้อคิดจริงๆนะ คงไม่ใช่หางกะทิค้างคืนล่ะ" ชาลีพูดติดตลกแต่ดูมีอะไรแฝงอยู่...

ooooooo

ในห้องตัดต่อบริษัททีวีไทม์ ปัทมากับโข่งเอาเทปที่อัดการสนทนาของเอกภาพกับธัญญะมาแกะเสียง มีเจ๋งกับแก้วช่วยฟัง ปัทมาบ่นให้เจ๋งทำให้เสียงชัดกว่านี้

"นี่ก็ชัดสุดๆแล้วเจ๊ แอมเบี๊ยนเยอะขนาดนั้น แถมยังใช้ไมค์หัวกล้องอัดอีก เทคนิคฮอลลีวูดก็ช่วยไม่ได้หรอกเจ๊"

"แอบเก็บเสียงเขาแล้วแกจะให้ฉันต่อไมค์บูมไปจ่อปากเขาหรือไงนังเจ๋ง" โข่งโวย

เจ๋งเสียงอ่อยว่าไม่ได้ว่าอะไร แค่อธิบายให้ปัทมาฟัง แก้วว่าแค่นี้ก็พอฟังออกแล้ว

"ขบวนการแอตแลนติส พิสูจน์ยากับทองคำแท่ง" ปัทมาทวนคำที่ฟังเข้าใจ

"มันคืออะไรน่ะเจ๊ปัด ยังกะรหัสลับดาวินชี่เลย" เจ๋งงงสุดๆ

"นี่แหละหน้าที่ของเราที่ต้องตามประกบจนรู้ให้ได้ว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่" ปัทมาสรุป

นักรบมาเยี่ยมดาวที่โรงพยาบาล เห็นดาวยังหลับจึงวางกระเป๋าที่ถือมาด้วยไว้ที่พื้นแล้วเข้าห้องน้ำเพื่อล้างมือ เผอิญวันวิสาข์เข้ามา  เห็นกระเป๋าวางเกะกะอยู่จึงจะเอาไปวางบนโต๊ะ  แต่พอยกกระเป๋าขึ้นก็รู้สึกหนักๆ  จับดูลักษณะคล้ายป—นก็ตกใจจะเป”ดดู

นักรบออกจากห้องน้ำพอดี "กระเป๋าผมเองครับคุณหมอ"

"พอดีฉันเห็นมันวางอยู่ที่พื้นน่ะค่ะ เลยจะเอามาวางบนโต๊ะ"

"ผมวางไว้เองแหละครับ ขอบคุณมากครับ"

"คุณนักรบเอาอะไรใส่กระเป๋ามาคะ หนักยังกับปนแน่ะ"

"ทำไมคุณหมอคิดว่าเป“นปนล่ะครับ"

"ฉันล้อเล่นน่ะค่ะ" วันวิสาข์เห็นนักรบขึงขังจึงเปลี่ยนเรื่อง เดินไปดูดาวซึ่งยังหลับอยู่

นักรบแอบถอนใจ...

ooooooo

ตอนที่ 3

เมื่อถูกชิงทองจากอู่ต่อเรือร้างไปได้ แถมตำรวจก็เจอที่ซ่อนยาและยึดไปทั้งหมด ยอดชายรีบมารายงานภูมิชาติ คมสันต์แอบยิ้มที่ยอดชายทำงานพลาดครั้งใหญ่ ยอดชายบอกว่าเขาแน่ใจว่าพวกที่ชิงทองไปคือพวกสุพจน์  ภูมิชาติตำหนิ  "...เรื่องยาตำรวจมันเอาไปกูไม่ว่า แต่ทองคำแท่งมึงต้องหาทางเอาคืนมาให้ได้"

ยอดชายรับคำแล้วกลับออกไป ภูมิชาติหันมาสั่งคมสันต์ "แกจับตาดูมันไว้ด้วยนะ ถ้ามันตุกติกเมื่อไหร่จัดการได้ทันที"

...คมสันต์ยิ้มรับในที ดีใจที่เห็นแววตกกระป๋องของยอดชาย...

พอชิงทองคำแท่งคืนมาได้ สุพจน์ก็มารายงานกรกชกับลุงสิงห์ กรกชเห็นว่าเงินยังอยู่กับฝ่ายตรงข้ามคงชิงมาไม่ยาก แต่ยาเสพติดตกอยู่ในมือตำรวจแล้วคงยากที่จะชิงมา

"ไม่มีอะไรยากเกินไปหรอก รักจะเป“นอาชญากรอย่ากลัวที่จะก่ออาชญากรรม ไม่มีที่ไหนจะพ้นมืออาชญากรไปได้ แม้กระทั่งโรงพัก เรื่องยาปล่อยไปก่อน ตอนนี้หาทางเอาเงินมาไว้ที่เราให้ได้" ลุงสิงห์สอน

กรกชจึงสั่งสุพจน์เตรียมคนไว้ให้พร้อม มีจังหวะ

เมื่อไหร่จะชิงของคืนมาทันที...ป้านิ่มมารายงานว่านักข่าวที่นัดสัมภาษณ์มาถึงแล้ว กรกชจึงออกมาพบที่ห้องรับแขก สิริมาศ กับทีมที่ได้โอกาสสัมภาษณ์กรกชถึงหน้าที่ที่ได้รับช่วงธุรกิจต่อจากวิโรจน์ทั้งที่อายุยังน้อย และการถูกปองร้ายถึงสองครั้งว่าเป“นการสกัดกั้นไม่ให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหรือเปล่า กรกชตอบได้ฉะฉานอย่างคนมีความรู้ว่าเธอไม่หวั่นเกรง และจะสานต่องานของพ่อเธอต่อไป

ชาญยุทธ์ดูข่าวการสัมภาษณ์ทางทีวี จึงโทร.นัดกรกชออกมาทานอาหารด้วยกัน สุพจน์ขับรถมาส่งกรกชและรอรับกลับอยู่ที่รถ สายตาสุพจน์ที่มองกรกชดูมีความหมายบางอย่าง... ชาญยุทธ์แสดงความยินดีที่กรกชได้รับช่วงงานต่อจากวิโรจน์ และพูดทำนองว่าเขายินดีช่วยเหลือทุกอย่างในฐานะที่เป“นคนรักกัน กรกชขอบคุณและยิ้มหวานให้ สุพจน์แอบมองด้วยสายตาไม่พอใจ

ภายในบ้าน เอกภพนั่งอยู่บนเก้าอี้วิลแชร์ กำลังทำความสะอาดหมวกตำรวจของตัวเอง เอกภาพเข้ามากอดพ่อ เห็นพ่อเช็ดหมวกแล้วนึกถึงความหลังตั้งแต่เด็ก เขาเห็นพ่อเป“นตำรวจที่ดีและเก่ง จนเขาคิดจะเป“นอย่างพ่อให้ได้ เขาชอบ เอาหมวกพ่อมาสวมเล่นแล้วตะเบ๊ะให้พ่อบ่อยๆ แม่จะมองด้วยรอยยิ้มของความเอ็นดู ต่อมาพอเขาอายุได้เจ็ดขวบ แม่ของเขาเสียชีวิต พ่อจะสอน

"แม่เขาอยู่บนสวรรค์แล้ว แต่แม่เขาคอยดูเอกตลอดเวลานะ พ่อว่าแม่เขาคงไม่อยากเห็นเอกเป“นเด็กขี้แยนะลูก เอกจำที่พ่อเคยบอกได้มั้ย ว่าเป็นลูกตำรวจต้องเป“นยังไง"

"เป“นลูกตำรวจต้องเข้มแข็งครับ" เอกภาพหยุดร้องไห้ตอบพ่อ

"ใช่แล้วลูก เป“นลูกตำรวจต้องเข้มแข็ง อย่าให้ใครเห็นน้ำตาเรารู้มั้ย"

ต่อมาพอเขาอายุได้สิบห้าป• พ่อก็ต้องไปทำงานภาคใต้  เขาต้องอยู่ตามลำพังและตั้งใจเรียนจนกระทั่งได้ข่าว ว่าพ่อโดนระเบิด เอกภพถูกตัดขาซ้ายตั้งแต่หัวเข่ากลายเป“น คนพิการทางกายแต่ไม่พิการทางใจ พ่อยังเป“นที่ปรึกษาที่ดีของเขา  จนเขาสอบเข้าเรียนตำรวจได้  พ่อดีใจมาก  พอเขา เรียนจบรับกระบี่ก็รีบกลับมาหาพ่อ  "ร้อยตำรวจตรีเอกภาพ พิทักษ์ธรรม  รายงานตัวครับ"

เอกภพดีใจน้ำตาคลอ เอกภาพสัญญากับพ่อว่าเขาจะเป“นตำรวจที่เก่งเหมือนพ่อ เอกภพสอนอีกว่า "แค่เก่งไม่พอหรอกลูก ต้องเป“นตำรวจที่ดีด้วย ตำรวจที่เก่งอาจจะมัวแต่มองหาช่องทางทำประโยชน์ให้ตัวเอง แต่ตำรวจที่ดีจะอุทิศตัวให้กับประชาชน ให้กับแผ่นดินจำไว้นะลูก"

เอกภาพรับปากพ่อว่าเขาจะเป“นตำรวจที่เก่งและดีเหมือนพ่อ และเขาก็จำคำนั้นและปฏิบัติมาตลอด...เอกภพถามลูกชายว่าอึดอัดไหมที่สานฝันต่อจากเขา เอกภาพบอกว่าเขาไม่อึดอัดเพราะเขาฝันแบบเดียวกัน และไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนเขาก็จะไม่ทิ้งหน้าที่ตำรวจที่ดีเด็ดขาด

วันต่อมา เอกภาพประชุมทีมของเขาเพื่อวางแผนการทำงานต่อไป   วีระชัยถามขึ้นว่า   ยาเสพติดที่ยึดมาได้จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเป“นของขบวนการแอตแลนติส เอกภาพให้วรัญญาตอบ

"ยาเสพติดจำนวนมากขนาดนี้ ฐานการผลิตน่าจะต้องมาจากต่างประเทศ และจากการพิสูจน์เศษทองคำที่ได้จากรถน้ำมันกับทองคำแท่งที่ตกอยู่ที่อู่ต่อเรือ เป“นเนื้อเดียวกันและไม่ได้ผลิตในประเทศไทย"

"ซึ่งก็รวมถึงเงินดอลลาร์ที่ยังเป“นปริศนาอยู่ว่าหายไปไหน" ธัญญะพูดขึ้นมา

เอกภาพสรุปว่าพวกเรามาถูกทาง จากรูปการณ์เชื่อว่าขบวนการแอตแลนติสในไทยต้องมีไม่น้อยกว่าสองกลุ่ม และคงขัดแย้งกันเอง ปัญหาอยู่ที่ว่าเงินกับทองอยู่ในมือกลุ่มไหน ถ้าอยู่ในกลุ่มเดียวกันก็เสี่ยงมาก แต่ถ้าอยู่คนละกลุ่ม พวกเราก็มีเวลาทำงานมากขึ้น "ยังไงเราก็ชะล่าใจไม่ได้ ไม่ว่าของจะอยู่ กับใคร  เราก็ต้องเร่งตามเอามาไว้ที่เราให้เร็วที่สุด  และที่สำคัญ เราต้องจับตัวคนในขบวนการแอตแลนติสในไทยมาลงโทษให้ได้"

"เป“นไปได้มั้ยครับรอง ว่าสองกลุ่มที่ว่า คือพวกของนายวิโรจน์กับนายภูมิชาติ"

เอกภาพตอบวีระชัยว่ามีความเป“นไปได้สูง แต่ต้องหาหลักฐานที่แน่นหนากว่าการวิเคราะห์...ทองใบรายงานเอกภาพว่าจุดที่พบยากับอู่ต่อเรือร้างที่พบทองมีเจ้าของคนเดียวกันคือยอดชายคนของภูมิชาติ เอกภาพจึงเห็นว่าต้องเอาตัวยอดชายมาสอบปากคำ...

พอยอดชายถูกพาตัวมาสอบปากคำโดยวีระชัยและธัญญะ ส่วนเอกภาพนั่งมองอยู่นอกห้อง ยอดชายพยายามเบี่ยงเบนให้เชื่อว่าอู่ต่อเรือมันร้าง เขาไม่ได้ทำกิจการอะไรมาเป“นป•แล้ว จึงไม่รู้ว่าใครเอาทองคำกับยาไปซ่อนไว้ วีระชัย ซักว่าโดนระเบิดขนาดนั้นทำไมไม่แจ้งความ

"อ้าว  ต้องแจ้งความด้วยเหรอครับ  ผมไม่ได้อยากจะหา คนทำลายก็เลยไม่ได้แจ้งความ"

ทองใบซึ่งฟังอยู่นอกห้องกับเอกภาพบ่นว่ายอดชายไหลไปได้เรื่อย วรัญญาว่าเพราะมีเวลาหลายวันกว่าที่ทางเราจะไปเอาตัวมา จึงคิดคำตอบไว้แล้ว เอกภาพจึงให้ปล่อยตัวไปก่อน

ooooooo

ในคอนโดฯที่พักของปัทมา เธอกำลังนั่งดูงานสกู๊ปข่าวที่พ่อของเธอเคยทำเอาไว้ พ่อของเธอตายในหน้าที่นักข่าว ขณะทำข่าวขนยาเสพติดคู่กับวิทยา แล้วโดนกระสุนลูกหลง เธอจึงตั้งปณิธานว่าจะเป”ดโปงคนเลวๆในสังคมให้ได้...

วันวิสาข์ยืนฟังนักรบอ่านนิทานให้ดาวฟัง เธอต้องยิ้มในความน่ารักของพ่อลูกคู่นี้ จนนักรบบอกดาวว่าได้เวลาเจ้าหญิงต้องนอนแล้ว เขาห่มผ้าให้ดาวแล้วเดินออกมา เจอกับวันวิสาข์ ทั้งสองจึงไปนั่งคุยกันที่มุมหนึ่งของโรงพยาบาล นักรบถามถึงอาการของดาว

"อาการของน้องดาวตอนนี้ก็ถือว่าดีนะคะ  แต่หมอยังไม่อยากให้วางใจนัก  เพราะโรคนี้อาการมันขึ้นๆลงๆได้ตลอดเวลา"

"แล้วไม่มีทางที่จะรักษาให้หายขาดได้เลยเหรอครับ"

"มีทางเดียวค่ะ คือต้องเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก"

นักรบรีบบอกให้เอาของเขาไปได้เลย  แต่วันวิสาข์บอกว่าไม่ง่ายอย่างนั้น ต้องตรวจเช็กว่าเข้ากันได้ดีไหม นักรบรีบให้ตรวจเช็กเลย

"ใจเย็นๆสิคะคุณนักรบ เรื่องแบบนี้หมอไม่นิ่งนอนใจอยู่แล้ว เดี๋ยวหมอจะดูวันที่จะฉีดยาเพิ่มสเต็มเซลล์ให้คุณก่อน หลังจากนั้นสักอาทิตย์นึง ถึงจะเช็กได้ค่ะ"

ท่าทางนักรบเป“นกังวลมากจนวันวิสาข์รู้สึกสงสารและเห็นใจอย่างมาก...

แต่ละคนก็มีความมุ่งมั่นแก่คนที่รัก ไม่เว้นแม้แต่กรกชที่เธอก็มุ่งมั่นจะดูแลธุรกิจทุกอย่างของพ่อ ไม่ให้หลุดไปเป“นของคนอื่น และจะต้องหาคนที่ฆ่าพ่อของเธอมาให้ได้ ลุงสิงห์ เห็นกรกชร้องไห้อยู่หน้ารูปวิโรจน์จึงเตือนว่า

"ลุงปลื้มใจแทนคุณท่านที่มีลูกกตัญญูแบบคุณหนู แต่ลุงอยากจะเตือนว่า อย่าให้ใครเห็นน้ำตาเราได้ อย่าให้ใครรู้ว่าเราอ่อนแอ"

"แม้เป“นการร้องไห้ให้กับการเสียคนที่รักที่สุดไป ก็ไม่ได้เหรอคะ"

"คุณหนูจะรู้สึกยังไงลุงไม่ว่า แต่ที่สำคัญคืออย่าให้คนอื่นรู้ว่าตอนนี้คุณหนูกำลังรู้สึกยังไงอยู่ คุณหนูกำลังจะต้องทำงานใหญ่แทนคุณท่านต้องคุมคนเป“นร้อย ถ้าเรารู้เขาไม่รู้เรารบร้อยครั้งก็ชนะทั้งร้อยครั้ง ลุงอยากให้คุณหนูจำไว้ให้ดี"

กรกชพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวว่าน้ำตาของเธอไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอ แต่เป็นน้ำตาแห่งความแค้น เธอจะสานต่อความต้องการของพ่อให้ได้หน้าไหนมาขวางเธอไม่เอาไว้แน่ ลุงสิงห์ยิ้มอย่างพอใจ...กลางคืน กรกชนั่งดื่มวิสกี้ คิดอะไรเพลินๆอยู่ริมสระ สุพจน์คิดว่าเธอคงมีเรื่องไม่สบายใจจึงเข้ามาขอนั่งเป็นเพื่อน แต่กลับโดนเธอพูดรุนแรงใส่ว่าเธออยากนั่งคนเดียว สุพจน์จ๋อยจะเดินกลับ กรกชคิดได้ว่าไม่น่ากราดเกรี้ยวใส่จึงเสียงอ่อน
ลงและขอบใจที่เขาห่วง ทั้งหมดอยู่ในสายตาลุงสิงห์ที่ยืนมองอยู่มุมหนึ่ง...

ขิงน้องสาวโข่งหนีเที่ยวผับอีก โข่งต้องมาขอให้ปัทมาช่วย เธอรีบแต่งตัวไปกับโข่งทันที... ที่ผับ เจนจิราร้องเพลงจบเดินลงจากเวที เห็นขิมนั่งรออาร์ตอยู่ข้างเวทีก็รู้ว่ายังเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบจึงเข้าไปเตือนว่าไม่ควรมาที่นี่ แต่กลับโดนด่ากลับ เจนจิราเคืองเดินหน้าตาไม่สบอารมณ์มาเจอสายชลเจ้าของผับจึงบ่น "ทำไมเฮียไม่สั่งไอ้เหน่งกับไอ้เดี่ยวให้มันดูดีๆหน่อย ปล่อยให้เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบเข้ามาเที่ยว ระวังเถอะจะเดือดร้อน"

"เฮียสั่งให้มันปล่อยเข้ามาเองแหละ ถ้าเด็กสิบขวบมันมีเงินมาซื้อเหล้าเฮียก็ให้เข้า อย่าคิดมากเลยวะ เงินเด็กเงินผู้ใหญ่ก็บาทละบาทเท่ากัน เทกยาหมดอายุรึไงวะ อยู่ๆมาทำตัวเป็นแม่พระ"

เจนจิราว่าเธอไม่ได้อยากทำตัวเป็นคนดีอะไรหรอกแค่ไม่อยากหาที่ร้องเพลงใหม่ สายชลตัดบทว่าเรื่องเจ้าหน้าที่เขาจัดการได้ เจนจิราเซ็ง... ปัทมา โข่ง เจ๋ง และแก้วเข้ามาในผับสอดส่ายสายตาหาขิมจนเห็นคุยกับอาร์ตอยู่ที่เคาน์เตอร์ โข่งเข้าไปดึงขิมให้กลับ อาร์ตคิดว่าใครมาลวนลามหวิดจะมีเรื่องกัน ปัทมารีบไกล่เกลี่ย คุยกับขิมให้กลับไปคุยกันดีๆที่บ้าน เหน่งกับเดี่ยวคนคุมผับเข้ามาจะเล่นงานโข่ง ปัทมาเข้ามาขวางแล้วขู่ว่าจะแจ้ง
ตำรวจฐานปล่อยให้เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบเข้ามาเที่ยว เหน่งกับเดี่ยวแหยงถอยกลับ แก้วกับเจ๋งเกาะแขนปัทมาอย่างชื่นชม

พอตกลงกันได้ ปัทมาให้โข่งพาขิมกลับบ้านไป เดี๋ยวเธอกลับเองเพราะเจ๋งกับแก้วไปเที่ยวต่อ...เหน่งกับเดี่ยวรายงานสายชลว่าปัทมากับโข่งเป็นนักข่าว พวกเขาจึงไม่อยากมีเรื่องด้วยกลัวสายชลเดือดร้อน แต่สายชลกลับโกรธที่มาหยามกันจึงสั่งให้ไปจัดการสั่งสอน

ขณะที่ปัทมาเดินมารอรถ เหน่งให้วัยรุ่นสองคนทำทีมาลวนลามปัทมา แต่กลับถูกปัทมาเตะผ่าหมากและฟาดด้วยกระเป๋า เหน่งกับเดี่ยวจึงเข้ามาช่วยคว้าไม้จะฟาดปัทมา เอกภาพผ่านมาพอดีเข้าช่วยซัดพวกเหน่งกระเจิงไป ปัทมาหันมาเห็นว่าเป็นเอกภาพก็คว้ากระเป๋าจะเดินไป

"เฮ้อ...คนเรานี่ก็แปลก คนเขามาช่วยแท้ๆจะขอบจงขอบใจสักคำก็ไม่มี" เอกภาพเปรย

ปัทมาหยุดกึก หันมามองหน้าแล้วพูดเสียงห้วนๆ "ขอบใจ..."

"คุณนี่สายเลือดนักข่าวเต็มร้อยเลยนะ ขยันหาเรื่องซะจริงๆ มืดค่ำดึกดื่นก็ไม่เว้น"

"นี่ท่านรองผู้กำกับ กะอีแค่คุณมาช่วยจัดการจิ๊กโก๋ กระจอกพวกนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์มาวิพากษ์ วิจารณ์ฉันนะ ที่จริงไม่จำเป็นต้องให้คุณมาช่วยสักหน่อย ฉันคนเดียวก็เอาอยู่ เรื่องจิ๊บๆ"

"เอาเถอะ รู้ว่าคุณเก่ง...บ้านคุณอยู่ไหนเดี๋ยวผมไปส่งให้" เอกภาพตัดบท

"ฉันกลับเองได้ ขอบใจ"

"ผมไม่ได้พิสมัยอยากไปส่งคุณหรอกน่า ก็แค่ทำหน้าที่ของตำรวจที่ต้องดูแลประชาชน ระวังเถอะคุณทำเป็นอวดเก่งไปวันนี้ อาจจะไม่ได้ทำข่าวแต่จะเป็นข่าวซะเอง เดี๋ยวถ้าไอ้สี่คนนั่นมันไปตามพวกมาแก้แค้น พรุ่งนี้คงมีข่าวหน้าหนึ่งว่านักข่าวสาวหัวเห็ดโดนจิ๊กโก๋รุมโทรม เฮ้อ...ไม่อยากคิดเลยว่าภาพจะเป็นยังไง" เอกภาพพูดจบ เดินไปสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์

ปัทมามองซ้ายมองขวาแล้วรีบวิ่งไปซ้อนท้าย เอกภาพอมยิ้มยื่นหมวกกันน็อกให้ก่อนจะออกรถไป...เอกภาพพาปัทมา มานั่งร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ปัทมาสั่งสามชามมาวางตรงหน้าเอกภาพเป็นการเลี้ยงขอบคุณเพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร

"อ๋อ...ผมเสี่ยงตายช่วยคุณแลกกับก๋วยเตี๋ยวสามชาม คุ้มจริงๆ" เอกภาพประชด

"ก๋วยเตี๋ยวสามชามกับเงินภาษีของฉันด้วย คุณอย่าลืม"

"ครับๆๆๆ สงสัยจะไม่ใช่นักข่าวหัวเห็ดธรรมดาแต่ เป็นเห็ดหัวหมอซะด้วย..."

ทานเสร็จ ปัทมาจะเดินกลับเพราะไม่ต้องการให้เอกภาพรู้ที่อยู่ เอกภาพยิ้มอย่างรู้ทัน

ooooooo

พอได้ปล่อยตัวมา ยอดชายรีบมารายงานภูมิชาติที่บ้านว่าเขาไม่ได้พูดอะไรพาดพิงมาถึงเลย ไม่ต้องกังวล คมสันต์ดักคอว่าให้มันแน่ ภูมิชาติจึงบอกให้หาทางแก้ตัวเอาของคืนมาให้ได้

"เราบุกไปชิงเอาทองคืนเลยไม่ได้เหรอครับ ลำพังคุณกรกชคงจะไม่ยากเท่าไหร่ ถ้าจะชิงทองคืน" คมสันต์พูดแบบเกรงใจชาญยุทธ์อยู่เหมือนกัน  เพราะเห็นเป็นแฟนกับกรกช

"แกลืมไปแล้วเหรอคมสันต์ว่าทางโน้นยังมีไอ้สิงห์กับไอ้สุพจน์อยู่" ภูมิชาติแย้ง

"เกรซก็ใช่ว่าจะไม่มีพิษนะครับคุณพ่อ เห็นเกรซดูสวยบอบบางแบบนั้น แต่จริงๆแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลยนะครับ บทจะแข็งขึ้นมาทำเอาผมแปลกใจเหมือนกัน วันก่อนผมลองหยั่งเชิงนัดทานข้าว เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่รู้กันอยู่ว่า เราไปชิงของมาแล้วเขาก็ส่งคนมาชิงกลับ ผมอ่านใจไม่ออกจริงๆ"

"ผู้หญิงน่ะ ให้ฤทธิ์มากแค่ไหนถ้ากลายเป็นแม่ของลูกเราเมื่อไหร่ก็หมดพิษ สงสัยจะต้องหาทางควบกิจการให้เร็วที่สุดซะแล้ว จะได้ไม่มีปัญหา" ภูมิชาติแนะ...
ทุกคนไม่รู้เลยว่ามีสายสืบกำลังส่องกล้องมองอยู่

ชาญยุทธ์เห็นด้วยกับความคิดของพ่อจึงนัดกรกชออกมาตีกอล์ฟหวังจะเรียกความใกล้ชิดเหมือนตอนอยู่ด้วยกันที่เมืองนอกกลับคืนมา แต่กลับถูกกรกชรู้ทัน ออกตัวว่าเวลามันเปลี่ยนไปแล้ว...

จากการที่ขบวนการแอตแลนติสดูนิ่งไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ทำให้เอกภาพต้องครุ่นคิดมากขึ้นว่าเพราะอะไร เอกภพเห็นลูกชายเครียดจึงเข้ามาชวนคุยว่ามีปัญหาอะไร และให้คำแนะนำที่ดีว่า "เราอย่าคิดในมุมเรา ถ้าเราคิดแค่มุมเรา เราก็เห็นแค่นี้ ลองเดินข้ามฝั่งไปคิดในมุมคนร้ายดูมั่ง อาจจะเห็นอะไรดีๆ"

"คิดในมุมคนร้ายเหรอครับ..."

"ใช่...คนไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนร้าย มันก็คือคนเหมือนกัน เราเองก็มีมุมที่ไม่ดี แต่เราไม่เลือกที่จะใช้มัน พวกคนร้ายก็เหมือนกับเรา ต่างตรงที่เขาเลือกหยิบเอามุมไม่ดีมาใช้" เอกภพชวนเอกภาพเล่นตำรวจจับผู้ร้าย ว่าถ้าเป็นผู้ร้ายจะคิดอย่างไร...

เอกภาพเอาความคิดนี้มาถามลูกน้องว่า เขาคิดว่าขบวนการแอตแลนติสในไทยต้องมีการเคลื่อนไหวแน่นอน ทุกคนแปลกใจรู้ได้อย่างไร เอกภาพจึงให้ทุกคนลองคิดแล้วตอบมาว่า ถ้าเราเป็นคนร้ายแล้วของที่บอสใหญ่ส่งมาถูกกระจายไปคนละทางจะทำอย่างไร ธัญญะคิดว่า "ถ้ามีของแล้วสองอย่าง ก็ต้องหาอย่างที่สามมาเสริม แล้วเอาไปแลกอาวุธสงครามตามแผน"

"ถูก แต่ถ้าคุณมีของอยู่กับตัวแค่อย่างเดียวล่ะ อะไรที่คุณจะหามาเพิ่มได้เร็วและง่ายที่สุดตอนนี้" เอกภาพถามอีก ธัญญะตอบว่ายาเสพติด เอกภาพตอบว่าใช่ แต่คนร้ายรู้ว่ายาอยู่ที่ตำรวจ ฉะนั้นจะต้องหายาเสพติดมาทดแทน จึงต้องมีการขนยากันเร็วๆนี้แน่

"โอ้โห รองนี่ฉลาดยังกะหลุดมาจากซีรี่ส์ซีเอสไอเลย" ทองใบชมเปาะ

"ไม่หรอก ผมแค่โชคดีที่มีตำรวจที่ทั้งเก่งและดีอยู่ใกล้ๆเท่านั้นเอง" เอกภาพพูดด้วยความภาคภูมิใจ...

จริงอย่างที่เอกภาพคิด...ภูมิชาติให้ชาญยุทธ์อธิบายแผนการขนยาเสพติดให้คมสันต์ฟังด้วย โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าเจนจิราแอบอัดเสียงไว้ วันต่อมา ปัทมากำลังสั่งซื้อไก่ทอดเคเอฟซี พอถือของเดินออกจากร้านเกิดชนกับเจนจิราจนกระเป๋าเครื่องสำอางของเจนจิราหล่นกระจาย ปัทมาช่วยเก็บใส่กระเป๋าส่งคืนให้แล้วขอโทษขอโพย พอเจนจิราไปแล้ว  เธอก็ยิ้มกริ่มมองเอ็มพีโฟร์ขนาดเล็กในมือ

พอหอบถุงไก่กลับมาที่ห้องทำงาน โข่งเห็นก็แซวไหนว่าออกไปหาข่าว เจ๋งตอบแทนว่า

"เฮียโข่งไม่รู้อะไร เดี๋ยวนี้เคเอฟซีเขามีบริการเสริม ขายข้อมูลร้อนๆ ทอดใหม่จากเตาเลย"

ปัทมาค้อนเพื่อนๆจะไม่ให้กินกัน วิทยาออกมาถามว่ารวมทั้งเขาอดด้วยหรือเปล่า ปัทมารีบบอก "ไม่ค่ะ อาวิทย์เป็นผู้ชายคนพิเศษค่ะ ยกเว้นทุกกรณี"

"หนูก็ไม่ใช่ผู้ชายนะเจ๊ปัด หนูเป็นผู้หญิงข้ามเพศไง เคยได้ยินหรือเปล่า" เจ๋งออกท่าทาง

"อย่างแกน่ะ เขาเรียกว่าผู้หญิงข้ามพลาด ไม่ใช่ผู้หญิงข้ามเพศ" โข่งแขวะ

เจ๋งงงว่าผู้หญิงข้ามพลาดคืออะไร โข่งขยายความว่า "เอ๊า...ก็กะข้ามจากผู้ชายไปเป็นผู้หญิงแต่ดันข้ามพลาดเลยเป็นได้แค่กะเทยไงล่ะนังเจ๋ง"

เจ๋งค้อนขวับๆทำปากขมุบขมิบ ทุกคนพากันหัวเราะ... วิทยาถามปัทมาว่าได้ข่าวมาไหม ปัทมายิ้ม ชูเครื่องเอ็มพีโฟร์ ให้วิทยาดู และว่าให้เตรียมทำข่าวใหญ่ได้เลย โข่งถามว่าสายลับเคเอฟซีนี่เชื่อถือได้หรือ ปัทมาบอกอย่างเชื่อมั่นว่า ถ้าคนนี้เชื่อถือไม่ได้ก็ไม่ต้องเชื่อใครแล้ว

"เจ๊ปัดได้ข่าวมาแบบนี้แล้วไม่ต้องบอกตำรวจเหรอคะ" แก้วถาม

"แล้วใครบอกว่าพี่ไม่ได้บอกล่ะ" ปัทมายิ้มๆ...

ขณะเดียวกัน เอกภาพได้รับแฟกซ์ลักลับแจ้งเบาะแสเรื่องการขนยาเข้ามา   เขารีบให้ทองใบเช็กที่มาว่าเชื่อถือได้หรือไม่ ทองใบรายงานว่าส่งมาจากร้านส่งแฟกซ์ธรรมดา ที่เขาไปถามว่าใครให้ส่ง เด็กในร้านตอบว่าจำไม่ได้เพราะมีลูกค้าให้ส่งเยอะแยะ วรัญญาจึงเอามาดูวิเคราะห์

"ข้อความเขียนด้วยลายมือแสดงว่าต้องรีบไม่มีเวลาพิมพ์ ลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบนี้น่าจะเป็นลายมือผู้หญิง ใช้ข้อความกะทัดรัดเข้าใจง่าย หมายความว่าต้องเป็นคนที่มีการศึกษาดี ใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา" วรัญญาวิเคราะห์ เชิงนิติวิทยาศาสตร์

เอกภาพถามทองใบว่าถามที่ร้านไหมว่ามีลูกค้าผู้หญิงบ้างหรือเปล่า ทองใบรีบตอบ "ไม่ต้องห่วงครับ ผมถามมาเรียบร้อย  เขาบอกว่ามีลูกค้าผู้หญิงมาส่งแฟกซ์แค่คนเดียว  แต่เขาเห็นหน้าไม่ชัดเพราะใส่หมวกปิดหน้า แต่ดูแล้วคล้ายๆนักข่าวรายการเกาะประเด็นหรือไงเนี่ยครับ"

เอกภาพรู้ทันทีว่าเป็นปัทมา แต่ไม่อยากเชื่อว่าจะช่วยเขา เอกภาพหันมาวางแผนกับทีมงานว่าทุกคนต้องออกพื้นที่ ยกเว้นน้ำหวาน

ooooooo

เริ่มมีการเคลื่อนไหวทางภูมิชาติ ลุงสิงห์จึงรายงานกรกช ทำให้รู้ว่าเงินอยู่กับทางภูมิชาติจริงๆ  ถึงได้ไปกว้านซื้อยามา หวังรอจังหวะชิงทองคำจากเธอเพื่อไปแลกอาวุธ กรกชยอมไม่ได้

"นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะครับ นอกจากเราจะได้ยามาเก็บไว้แล้ว คุณหนูยังทำให้ พวกที่ยังแคลงใจในความสามารถของคุณหนู ยอมรับอีกขั้นหนึ่ง"

"ลุงสิงห์ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูไม่ยอมให้ใครมาขวางหนูได้หรอก หนูจะต้องเป็นหัวหน้าหน่วยของขบวนการแอตแลนติสในไทย ตามที่คุณพ่อเคยหวังอยากจะเป็นให้ได้"

ลุงสิงห์มองความมั่นใจของกรกชด้วยความพอใจ...

คืนนั้น ปัทมานั่งทำงานในคอนโดฯของเธอ โข่งมาเคาะประตูเรียกเพราะโทร.เท่าไหร่ไม่ติด ขอให้เธอช่วยไปตามขิมน้องสาวอีกครั้งที่หอพักเพื่อน เพราะเป็นหอพักหญิง เขาจึงขึ้นไปตามเองไม่ได้ ปัทมารีบช่วยเพื่อน เธอขึ้นไปหาขิมบนหอพักเพื่อน และคุยให้ขิมเข้าใจว่าโข่งทั้งรักและห่วง มีอะไรไม่เข้าใจกันก็ให้คุยกัน ขิมเกรงใจปัทมาจึงยอมลงมาคุยกับโข่ง...โข่งเกลี้ยกล่อมขิมให้กลับไปอยู่บ้านที่โคราช เขาจะได้หมดห่วงและทำงานได้เต็มที่...

อาชีพบังหน้าของนักรบคือ เป็นยาม วันนี้พอเขาออกเวรจะรีบไปดูแลดาวที่โรงพยาบาล พลันมีข้อความส่งเข้ามาในมือถือ ทำให้เขาต้องแวะเข้าร้านอินเตอร์เน็ต มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง แล้วเปิดดูข้อมูลที่ติดต่อมา เขาอ่านแล้วต้องพิมพ์ข้อความกลับไปว่า

"ข้อมูลที่ให้มาไม่ชัดเจน ขอปฏิเสธงาน ไม่รับงานถ้าเหยื่อเป็นคนดี" นักรบกดส่งแล้วทำลายข้อมูลทิ้งจนหมด

นักรบมาหาดาว เช็ดเนื้อเช็ดตัวและแต่งตัวให้ลูกสาวอย่างรักใคร่ ดาวถามว่าทำไมเธอจึงใส่ชุดอื่นสวยๆไม่ได้ นักรบคิดหาคำพูดอยู่นานกว่าจะบอกว่า ชุดที่ดาวใส่เป็นยูนิฟอร์ม เหมือนชุดนักเรียนที่ไว้ใส่ไปโรงเรียน อยู่โรงพยาบาลก็ต้องใส่ชุดนี้ ดาวย้อนถาม

"คุณพ่อก็อยู่ที่โรงพยาบาล ทำไมคุณพ่อไม่เห็นใส่ชุดเหมือนน้องดาวเลย"

นักรบอึ้งคิดหาคำตอบ วันวิสาข์เข้ามาได้ยินพอดี จึงตอบแทน "คุณพ่อใส่ไม่ได้หรอกค่ะ หมอเองก็ใส่ไม่ได้เห็นมั้ย เพราะว่านี่เป็นชุดพิเศษ คนที่ใส่ชุดนี้จะมีคนคอยดูแล คอยเอาใจไงคะ น้องดาวไม่ชอบเหรอคะ"

นักรบยิ้มโล่งใจ ดาวอ้อนว่าเธอชอบให้คนเอาใจแต่เธอก็อยากใส่ชุดสวยๆบ้าง วันวิสาข์จึงบอกว่า ถ้าดาวเป็นเด็กดีทานข้าวทานยาทุกมื้อ เธอจะให้ใส่ชุดสวยๆได้บางวัน ดาวดีใจรับปากว่าจะทานข้าวทานยาทุกมื้อ ไม่ดื้อ นักรบยิ้มเอ็นดูระคนสงสารลูกเหลือเกิน...

ถึงวันปฏิบัติงาน เอกภาพกับลูกน้องมารวมกันที่หน้าตึก เอกภาพสั่งการ "งานครั้งนี้ เราจะแบ่งออกเป็นสองทีม ทีมแรกมีผมกับสารวัตร ธัญญะและก็หมวด จะไปดักรอที่สายหลักที่น่าจะใช้เป็นเส้นทางขนของ อีกทีมก็มีรองสารวัตรกับดาบไปดักที่สายรอง ส่วนจ่าน้ำหวานสแตนด์บายอยู่ที่หน่วยเผื่อกรณีฉุกเฉิน" รถสองคันวิ่งออกจากกองปฏิบัติการ

บนถนนหลวง อาทรกับลูกน้องขับรถตู้คอนเทนเนอร์ไปอย่างชิวๆ แต่พอเจอด่านตำรวจซึ่งเอกภาพกับธัญญะซุ่มอยู่ก็เกิดอาการกลัว บึ่งรถฝ่าด่านไป เอกภาพกับธัญญะและวรัญญารีบบึ่งรถตาม พร้อมเปิดไซเรน โทรโข่งบอกให้รถหยุด เมื่อไม่ยอมหยุดจึงขับรถไปปาดหน้า อาทรจึงต้องจอดรถ ธัญญะและวรัญญาเข้าควบคุมตัวอาทรกับลูกน้องลงจากรถและขอค้นรถอาทรโอดโอย "โธ่ คุณตำรวจครับ ดึกดื่นขนาดนี้ใครจะนึกว่าจะเป็นตำรวจจริงๆมาตั้งด่าน ผมก็นึกว่าเจอไอ้พวกดักปล้นของเข้าน่ะสิครับ"

"แล้วนี่ขนอะไรมา ทำไมต้องขนกลางคืน"

อาทรกับลูกน้องมองหน้ากันอึกอัก แล้วหันมาบอกเอกภาพว่าพวกเขาไม่รู้ แค่รับจ้างขับรถมาจอดที่ปั๊มแถวตลิ่งชันเท่านั้น   เอกภาพไม่เชื่อขอเปิดดู วรัญญาดักคอ   อย่าบอกว่าไม่มีกุญแจ ธัญญะรีบดึงพวงกุญแจจากในรถมาชู แล้วไปไขที่ตู้รถ อาทรหน้าซีด พอเปิดตู้คอนเทนเนอร์ออก ปรากฏว่าเป็นแรงงานต่างด้าวอัดกันมาเต็มตู้ ธัญญะรีบบอกวรัญญาตรวจดูว่ามีคนตายและเจ็บป่วยแค่ไหน วรัญญาตรวจสอบ

ตอนที่ 4

ผลจากฟิล์มเอกซเรย์ออกมา  ทำให้วรัญญาเห็นว่ามีของแปลกปลอมเป็นหลอดขนาดเล็กเท่าหัวแม่มืออยู่ในกระเพาะอาหารคนต่างด้าวเหล่านั้นเต็มไปหมด เอกภาพถามใช่ยาเสพติดไหม

"น่าจะใช่ค่ะ เพราะรายนี้มีอันที่แตกออกแล้วหลายอัน ซึ่งก็น่าจะทำให้เกิดการซึมเข้าร่างกาย ทำให้เกิดการช็อกเหมือนเสพยาเกินขนาด ฉันขออนุญาตผ่าพิสูจน์ดูนะคะรอง"

เอกภาพอนุญาต มีหมอของโรงพยาบาลคอยให้การช่วยเหลือ และก็ได้พบว่าการขนยาครั้งนี้ใช้คนต่างด้าวกลืน

ถุงยางอนามัยที่บรรจุยาเสพติดเอาไว้จำนวนมาก และจากการ ที่เบียดเสียดกันมาในรถ บางคนขาดอากาศหายใจตาย บางคนร่างกายอ่อนแอทำให้ถุงยางในกระเพาะแตก มีอาการเหมือนคนเสพยาเกินขนาด เอกภาพ ธัญญะรู้สึกว่าช่างไม่มีมนุษยธรรมกันบ้างเลย วรัญญาว่าโชคดีที่พวกเราสกัดจับยาครั้งนี้ไว้ได้

"มันยังไม่หมดเท่านี้หรอกเพราะตามที่เบาะแสรายงานมา ยังมีพรุ่งนี้อีกลอตที่ท่าเรือ คืนนี้ทางผู้กองกับดาบไม่มีรายงานอะไรเข้ามา แสดงว่ายังไม่มีการขนของ พรุ่งนี้เรารีบตามไปสมทบกับสองคนนั่นที่ท่าเรือ" เอกภาพสั่งธัญญะกับวรัญญา...

ข่าวนี้ถึงหูลุงสิงห์ กรกชกับสุพจน์จึงไปดักรอชิงของ... ปัทมาเร่งโข่งให้เตรียมอุปกรณ์ไปทำข่าว แต่โขงกลับขับรถพาไปผิดท่าเรือ เป็นท่าเรือเก่าซึ่งเลิกใช้ไปแล้ว...บริเวณท่าเรือใหม่ซึ่งพลุกพล่านไปด้วยคนงาน พ่อค้า แม่ค้า และพวกตังเกที่เอาปลามาขึ้นท่า กรกช สุพจน์ และลูกน้องอีกหลายคนซุ่มอยู่ในเรือเร็วขนาดใหญ่ลำหนึ่ง ซึ่งจอดห่างจากท่าเล็กน้อย สุพจน์ใช้กล้องส่องไปยังอ่าวที่เรือตังเกผ่านเข้าออก แล้วไปหยุดที่เรือตังเกลำหนึ่งซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้าท่า จึงเรียกกรกช เธอจึงยกกล้องส่องดูบ้าง เห็นบนเรือมีลูกเรือถือปืนยาวประจำอยู่หัวเรือ จึงสั่งเตรียมพร้อม

ในขณะที่ธัญญะกับวีระชัยปลอมตัวปะปนอยู่กับลูกเรือขนปลา เอกภาพกับวรัญญาซุ่มดูอยู่ เอกภาพเกิดนึกถึงปัทมาเพราะรู้ว่าต้องมาทำข่าวแน่ๆ จึงมองหาไปรอบๆ วรัญญาแปลกใจถามว่ามองหาใคร

"เปล่าๆ...คงไม่มาหรอก ถ้าเป็นนักข่าวนั่น ป่านนี้คงโผล่มาแล้ว" เอกภาพบ่นคนเดียว

พลันทั้งสองส่องกล้องไปเห็นเรือที่ลูกเรือถือปืน เอกภาพสั่งการให้มีการขนย้ายของก่อนค่อยเข้าจับกุม ทุกคนรับทราบ... แต่แล้ว เรือของกรกชได้เข้าไปเทียบเรือตังแกนั่นแล้วจับลูกเรือไว้ทั้งหมด กรกชถามนายท้าย "ยาเสพติดที่นายขนมาน่ะ อยู่ที่ไหน"

"ยาเสพติดอะไรผมไม่รู้จริงๆครับ ผมขนมาแต่ปลาจากห้องเย็น" นายท้ายหน้าเหลอหลา

"มีแค่ปลาเหรอ งั้นขอปลาที่ขนมาทั้งหมดก็แล้วกัน" กรกชส่งสัญญาณเรียกลูกน้องมาขน

เอกภาพกับวรัญญาที่ซุ่มดูอยู่ แปลกใจว่าเรือจอดนิ่งอยู่ทำไม พอส่องกล้องดูจึงรู้ว่ามีการขนย้ายกลางทะเล เอกภาพสั่งการผ่านไมค์ "เป็นเรื่องแล้ว รีบหาเรือออกไปที่เรือเป้าหมายเร็ว"

ธัญญะกับวีระชัยและทองใบรีบไปรวมตัวกับเอกภาพ ปัทมากับโข่งมาถึงเห็นเหตุการณ์พอดีรีบวิ่งตาม สมุนของสุพจน์ยิงสู้กับพวกตำรวจ เอกภาพรีบหลบ มาเจอปัทมานั่งหลบอยู่ก็ยิ้มๆแบบว่านึกแล้วว่าต้องเจอ จากนั้นก็สั่งการลูกน้อง ปัทมาบอกโข่งให้ถ่ายไว้ทั้งหมด ส่วนตัวเองวิ่งตามเอกภาพไปติดๆ ธัญญะร้องห้ามก็ไม่ฟัง โดดลงเรือตามเอกภาพไป

"คุณอีกแล้ว นี่มันไม่ใช่เกมโปลิศจับขโมยที่เล่นตอนเด็กๆนะ นี่มันของจริงนะคุณ"

"ฉันรู้หรอกน่า ท่านรองอย่ามาเสียเวลากับฉันเลย รีบออกเรือไปเถอะ เดี๋ยวพวกมันหนี"

เอกภาพส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ แล้วหันไปพยักหน้าให้ทองใบออกเรือไปที่เรือตังเกนั่น กรกชสั่งลูกน้องรีบขนถ่ายปลาได้แค่ไหนแค่นั้น แล้วรีบพากันหนีก่อนที่เรือเอกภาพจะมาถึง ก่อนไปยังวางระเบิดบนเรือ "อะไรที่เราไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ควรจะได้เหมือนกัน"

เสียงระเบิดดังสนั่น คนในเรือเอกภาพรีบหมอบ ปลาตัวหนึ่งลอยมาตกตรงหน้าเอกภาพ ปัทมาไม่ทันเห็น เขาจึงรีบเก็บไว้ตรวจสอบ...ภูมิชาติแค้นใจมากที่โดนชิงยาไปอีก "คราวนี้ไม่ได้เสียยาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเสียเงินที่เอาไปซื้อยาด้วย อยากรู้นักว่าใคร"

คมสันต์รายงานว่าพวกตำรวจเฉพาะกิจของเอกภาพ ภูมิชาติอยากรู้ว่าใครที่คาบข่าวไปบอกตำรวจ คมสันต์โทษยอดชาย เพราะทั้งคนขับรถและคนขับเรือเป็นคนของยอดชาย ภูมิชาติจึงสั่งให้จับตาดูยอดชายไว้ให้ดีๆ   ถ้าหักหลังเขาจริง   ไม่ต้องเอาไว้

จากเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เอกภาพสรุปว่าต้องมีแก๊งสองแก๊งที่คอยขัดแข้งขัดขากันเอง ซึ่งคงจะเกี่ยวข้องกับขบวนการแอตแลนติส ธัญญะเสริม แสดงว่าบอสใหญ่ต้องยังไม่เลือกว่าจะให้แก๊งไหนเป็นตัวแทนในประเทศไทย วรัญญาเห็นว่าดีเพราะทำให้ทั้งสองแก๊งทำอะไรสำเร็จยาก และทางตำรวจจะได้มีเวลากวาดล้าง

"ที่ทุกคนพูดมาน่ะถูกหมด แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นก็คือ ถ้าวันไหนสองแก๊งนั่นเกิดรวมการเฉพาะกิจกันขึ้นมา จะทำให้การจัดการมันยากขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องหาหลักฐานมาจัดการให้ได้ในช่วงที่มันยังแตกกันอยู่"

ทองใบถามว่า รู้ตัวแล้วว่าคนจ้างเป็นใครทำไมไม่รวบตัวเลย เอกภาพบอกไม่ได้...หลักฐานยังอ่อนเกินไป คนขับรถคอนเทนเนอร์ยังไม่ยอมซัดทอดใคร ธัญญะว่า "ถ้าเรารวบได้แค่แก๊งเดียวก็เท่ากับเราช่วยอีกแก๊งกำจัดคู่แข่ง   ทีนี้มันก็ทำงานสบายไปเลย"

"ใช่เลย เราต้องหาทางจัดการให้ได้พร้อมกันทั้งสองแก๊ง อีกอย่างข้างบนท่านสั่งมาว่าให้หาทางรวบให้ถึงตัวบอสที่อยู่ต่างประเทศให้ได้ ถ้าเราทำอะไรลงไปตอนนี้ จะเป็นการแหวกหญ้า ให้งูตื่นซะเปล่าๆ อ้อ...ดาบ ที่ผมให้ค้นข้อมูลท่าเรือได้เรื่องอะไรมั้ย" เอกภาพถามทองใบ

"ได้ครับผม ท่าเรือเป็นของนักธุรกิจชื่อยิ่งยศ สินทวีทรัพย์ ไม่มีประวัติเสียหาย แต่ที่น่าสนใจก็คือห้องเย็นที่แถวท่าเรือครับ เพราะเจ้าของเป็นเพื่อนเก่าของเรานี่เอง" ทองใบเอารูปเจ้าของห้องเย็นขึ้นจอคอมฯ ก็คือยอดชายนั่นเอง

"ยอดชาย...ท่าทางหมอนี่จะมีอะไรมากกว่าที่เราคิดซะแล้วดาบ"

ทองใบรู้ดีว่าเอกภาพจะพูดอะไร จึงรีบบอกว่าเขาให้คนตามดูไว้แล้ว ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลให้ส่งข่าวทันที เอกภาพพยักหน้ารับรู้

ooooooo

ในห้องทำงานบริษัททีวีไทม์ วิทยาเรียกปัทมา มาถามเรื่องปล้นและระเบิดเรือหาปลา ปัทมาสรุปความให้ฟังว่า เธอเชื่อว่าทุกเรื่องเกี่ยวข้องกันหมด ไม่อย่างนั้นคงไม่มีการตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา วิทยาเห็นจริงจึง ให้ปัทมาทำสารคดีเชิงข่าวเรื่องนี้ออกมาเป็นซีรี่ส์จนกว่า เรื่องนี้จะจบ แต่ขอให้ข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง

ภูมิชาติเห็นสกู๊ปข่าวของปัทมาออกมาแล้วเต้นผาง สั่งให้ตามยอดชายมาพบด่วน และจัดให้มีข่าวสัมภาษณ์ในรายการของสิริมาศออกมาทันที...วิทยาถูกทางช่องเรียกไปพบ กลับมาหน้าตาซีเรียส ปัทมารีบเข้ามาถามว่ามีปัญหาอะไร วิทยาถอนใจก่อนจะตอบ

"นายเขาเรียกไปถามเรื่องสกู๊ปที่เราเอาออกอากาศไปเมื่อวาน คุณยอดชายเจ้าของห้องเย็นกับอู่ต่อเรือร้างเขาโทร.ไปร้องเรียนช่อง ว่าเขาเสียหายที่เราออกข่าวว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องระเบิดเรือปลา แถมอีกช่องยังมีสกู๊ปพิเศษสัมภาษณ์คุณยอดชายว่า เขาได้รับผลกระทบจากการออกอากาศของเราแค่ไหน เขาอยากจะขอความเป็นธรรม"

ปัทมารู้สึกผิด ยิ่งวิทยาบอกว่าทางช่องเตือนอย่าให้มีการฟ้องร้องกันขึ้น มันจะยุ่ง แต่เธอก็สงสัย "แล้วอาวิทคิดว่าไงคะ ปัทว่าถ้านายยอดชายนั่นไม่มีอะไรจริงๆน่าจะติดต่อหาเราโดยตรงหรือไม่ก็ฟ้องร้องไปแล้ว ไม่น่าจะใช้วิธีแก้ข่าวแบบนี้"

"อาก็เชื่อเหมือนปัทแหละว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เห็น อาอยากให้ปัทลุยหน้าต่อ พยายามหาหลักฐานให้แน่นหนาเวลาสกู๊ปออกไปจะได้ไม่มีปัญหาอีก"
ปัทมาครุ่นคิดว่าควรทำอย่างไรดี จึงชวนวันวิสาข์ออกมาคุยที่ร้านอาหาร เผอิญช่วงที่วันวิสาข์เข้าห้องน้ำ เอกภาพเข้ามาในร้านกับวรัญญา พอเห็นปัทมานั่งอยู่ในร้าน เอกภาพก็ปรี่เข้าไปต่อว่าทันที "นี่คุณรู้มั้ย ว่าสกู๊ปรายการของคุณที่ออกไปแบบนั้นน่ะมันทำให้ผมทำงานลำบาก"

ปัทมาเงยหน้ามอง เห็นเอกภาพมากับวรัญญาก็ทำหน้ากวนใส่ "แล้วไงคะ..."

"แล้วไงเหรอ คุณกำลังจะทำให้พวกคนร้ายมันไหวตัว แล้วแผนจับคนร้ายที่ผมวางเอาไว้มันก็พังหมดน่ะสิ"

ปัทมาขึ้นเสียงบ้าง "นี่คุณตำรวจ ฉันไม่ใช่ผู้ช่วยคุณนะจะได้มีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้คุณทำงานได้สบายๆ คุณเองก็ทำให้ฉันทำงานลำบากเพราะขอข้อมูลอะไรก็ไม่เคยได้สักอย่าง ฉันยังไม่ว่าคุณสักคำ อีกอย่างฉันก็ทำหน้าที่ของฉัน ฉันเป็นนักข่าวอาชญากรรมไม่ทำข่าวแบบนี้แล้วจะให้ไปทำสกู๊ปหมีแพนด้าหรือไง"

เอกภาพสะกดอารมณ์ พูดดีๆกับปัทมาว่าขอความร่วมมือกับทางราชการ ปัทมาอดที่จะกวนไม่ได้ "เรื่องนี้ฉันตัดสินใจไม่ได้หรอกค่ะเพราะเป็นเรื่องของบริษัท เอางี้...คุณลองทำหนังสือยื่นเข้าไปที่บริษัทดูสิคะ แล้วฉันจะลองเอาเข้าที่ประชุมพิจารณาดูอีกทีว่าจะให้ความร่วมมือดีหรือเปล่า"

"คุณนี่มันสุดๆเลยนะ"

"ฉันจะถือเป็นคำชมนะ แล้วก็ขอบคุณที่เข้าใจ คนอย่างฉันน่ะถ้าทำอะไรไม่สุดก็ไม่ทำ"

เอกภาพสีหน้าโกรธมากที่พูดอะไรก็โดนสวนกลับมาทุกที วรัญญาจึงดึงให้กลับหน่วยแล้วค่อยไปหาอะไรทานใกล้ๆเอา ปัทมามองตามอย่างไม่สบอารมณ์ วันวิสาข์กลับมาที่โต๊ะเห็นปัทมาบ่นว่าผู้ชายอะไรนิสัยไม่ดี แทนที่จะอยู่ดูแลลูก กลับไปนั่งเฝ้านักร้อง นี่ก็พาสาวมากินข้าว งานการไม่ทำ แล้วยังมาหาเรื่องเธออีก วันวิสาข์งงแต่ไม่อยากซัก...

กลับมาที่โรงพยาบาล วันวิสาข์ได้เห็นนักรบกำลังป้อนข้าวดาว พอดาวเห็นเธอก็ชวนทานด้วยกันวันวิสาข์ยิ้ม "ขอบใจจ้ะ แต่หมอทานจุนะเดี๋ยวน้องดาวไม่อิ่ม...วันนี้หมอมีอะไรมาให้คนเก่งด้วยนะ"

วันวิสาข์ซื้อชุดสวยน่ารักมาฝากดาว เธอดีใจมาก พอพยาบาลมาเช็ดตัวให้แล้วใส่ชุดสวยเลย นักรบเดินออกมาจากห้อง ขอบคุณวันวิสาข์ที่เมตตากับลูกสาวเขาและทำให้ดาวรู้สึกว่าโรงพยาบาลไม่น่ากลัว วันวิสาข์ตอบอย่างจริงใจ "น้องดาวแกเป็นเด็กน่ารักค่ะ ไม่มีใครอดใจไม่ให้รักแกได้หรอก ถ้าวันนึงฉันมีลูกคงอยากให้น่ารักเหมือนน้องดาว"

"น้องดาวก็คงดีใจถ้าได้คุณหมอเป็นแม่" นักรบพูดเบาๆ

วันวิสาข์หน้าแดงแต่ทำเป็นไม่ได้ยิน ถามว่าเขาพูดอะไรนะ นักรบรีบปฏิเสธว่าไม่ได้พูดอะไร...พอแยกกัน นักรบเข้ามาดูดาวซึ่งนอนหลับไปทั้งชุดสวย เขาพยายามหักห้ามใจ "เราอยู่กันสองคนพ่อลูกก็มีความสุขแล้ว อย่าไปดึงคุณหมอ คนสวยให้เขามาลำบากกับเราเลยนะลูกนะ"

ooooooo

ภูมิชาติกับชาญยุทธ์คุยกันว่ายอดชายชักจะพาเรื่องเดือดร้อนมาให้ จึงสั่งคมสันต์ตามตัวมือปืนลินดามาทำงานให้ เจนจิรานวดไหล่ให้ภูมิชาติเหมือนไม่ได้ สนใจฟังอะไร

พอดี นทีเพื่อนรุ่นน้องมาบ่นกับยอดชายว่ารู้สึกตัวเองไม่ค่อยปลอดภัยเพราะดันไปรู้เรื่องของเจ้านายมากเกินไป และตอนนี้ตัวเองก็หมดประโยชน์แล้ว จึงคิดจะชิ่งหนีออกต่างประเทศ ยอดชายนึกถึงตัวเอง ประจวบกับเห็นมีคนคอยสะกดรอยตามจึงโทร.หาสุพจน์ขอความช่วยเหลือ

"แล้วฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าแกจะไม่มาเล่ห์เหลี่ยมกับฉัน...ได้ ฉันจะพูดให้" พอวางสาย สุพจน์หันมาบอกลุงสิงห์กับกรกช บอกว่ายอดชายขอมาอยู่ด้วย
กรกชไม่อยากเชื่อว่าจะไว้ใจได้ สุพจน์บอกว่า "มันบอกว่ารู้ที่ซ่อนเงินดอลลาร์ มันจะไปเอามาให้เราส่วนหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ว่ามันไม่ได้โกหก"

"งั้นก็รับมันเข้ามาก่อน พอได้เงินทั้งหมดแล้วค่อยฆ่ามันทิ้งซะ ไอ้พวกเลี้ยงไม่เชื่อง ไม่ว่าจะใครเลี้ยงมันก็ไม่มีทางเชื่องหรอก..."

ข่าวมาถึงหูเอกภาพจนได้ ว่ายอดชายถูกสั่งเก็บ ทองใบเช็กข้อมูลและโทร.ถามสาย รู้ว่ายอดชายกำลังเดินทางไปมหาชัยที่ตั้งสะพานปลาท่าเรือใหม่ เอกภาพรีบสั่งการ...ขณะเดียวกัน ปัทมากำลังรวบรวมข้อมูลทำเป็นชาร์ตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โยงทุกเรื่องเข้าด้วยกันจนคิดได้รีบบอกโข่งเตรียมกล้องเล็กไปทำข่าวกับเธอทันที

หน้าห้องเย็นแถวสะพานปลาที่ตั้งเรียงรายอยู่ สุพจน์ขับรถพายอดชายมาพร้อมลูกน้องอีกสองสามคน จอดรอให้ยอดชายลงไป   ยามลุกขึ้นทำความเคารพ   ยอดชายกำลังจะไขกุญแจประตูห้องเย็น ลินดาโผล่มาพร้อมปืนสั้นเก็บเสียง ยอดชายโดดหลบหลังยาม กระสุนจึงโดนยามล้มลง ยอดชายล้มไปกับยาม เอกภาพขับรถมาจอดพรืด โดดลงจากรถพร้อมธัญญะและวีระชัย ยิงสู้กับลินดา เอกภาพให้ทั้งสองเฝ้ายอดชายไว้ เขาตามลินดาไป ยอดชายฉวยโอกาสวิ่งหลบไปขึ้นรถ สุพจน์ขับพาหนีไปซ่อนในรถตู้คอนเทนเนอร์ ธัญญะกับวีระชัยจึงหาไม่เจอ

ปัทมากับโข่งมาถึง ได้ยินเสียงปืนจึงพากันวิ่งไปตามเสียงปืน เอกภาพไล่ตามยิงกับลินดา ปัทมาโผล่มาขวางทาง เอกภาพตกใจร้องเตือน "ระวังคุณ!"

เอกภาพกระโดดไปผลักปัทมาล้มลง พอจะลุกขึ้นก็โดนโข่งวิ่งชนล้มไปทับปัทมาอีกครั้ง ลินดาฉวยโอกาสหนีไปได้ เอกภาพโวย "พวกคุณอีกแล้ว นี่มันอันตรายนะคุณ กระสุนจริงไม่ใช่ของเล่น"

"ฉันรู้ว่ากระสุนจริง แล้วนี่คุณไล่ยิงใคร"

"ไม่รู้สิผมไม่ทันได้ถามชื่อ...ผมก็ไล่ยิงคนร้ายสิคุณ คนดีๆที่ไหนจะมาถือปืนไล่ยิงคนตามถนนแบบนี้ล่ะ" เอกภาพ ประชด

"นั่นน่ะสิ ฉันก็ว่าคงจะมีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่เที่ยวถือปืนไล่ยิงคนแบบนี้น่ะ"

"คุณนี่มัน..." เอกภาพรู้ว่าโดนหลอกด่า จึงฮึดฮัดเดินหนี

โข่งเอ็ดปัทมาที่ชอบกวนเอกภาพ ปัทมาโวยว่าเอกภาพขี้เก๊กก่อน โข่งว่า "ฉันว่าพอๆกันล่ะวะ นี่ถ้าเป็นละครโทรทัศน์นะ ฉันว่าแกกับท่านรองต้องชอบกันแหงๆ"

"บ้าน่ะสิ พูดอะไรเพ้อเจ้อ" ปัทมาเคืองเดินหนีแต่ไปทางเดียวกับเอกภาพ

เอกภาพกลับมาที่หน้าห้องเย็น พบตำรวจกำลังชันสูตรศพยาม พอรู้จากธัญญะว่ายอดชายหายเข้ากลีบเมฆไป ก็หันมาโทษปัทมาที่ทำให้คนร้ายหนีไปได้ ปัทมาโวยหาว่าโยนขยะให้เธอ เธอไม่เกี่ยวสักหน่อย

"ก็เพราะรายการของคุณไงที่ทำให้นายยอดชายถูกตามฆ่าตัดตอนแบบนี้ แล้วแถมเมื่อกี๊คุณยังมาขวางทำให้มือปืนหนีไปได้อีก ถามจริงๆเถอะ คุณตั้งใจจะขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไปถึงไหน"

"อย่ามากล่าวหากันนะคุณตำรวจ อย่ามัวแต่หาเรื่องโทษคนอื่นสิคุณ ไม่คิดบ้างหรือว่าเพราะตำรวจทำงานช้าเองถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ ฉันเห็นมีเรื่องอะไร ตำรวจก็ช้ากว่าคนร้ายทุกที"

"ตำรวจไม่ใช่หมอดูนะคุณจะได้ทำนายล่วงหน้าได้ว่าคนร้ายจะไปก่อเหตุอะไรที่ไหนหรือถ้าคุณรู้ล่ะก็วันหลังช่วยโทร.บอกผมด้วยนะ จะได้ไปนั่งกินกาแฟรอจับคนร้าย"

สองคนปะทะคารมอย่างไม่ยอมแพ้กัน โข่งจึงเลิกถ่ายภาพข่าว หันมาถ่ายเอกภาพกับปัทมาที่กำลังทะเลาะกันแทน พอดีธัญญะพบว่ามีกุญแจหักคาอยู่ที่ประตูห้องเย็น จึงเรียกเอกภาพมาดูทำให้ทั้งสองหยุดเถียงกันได้...ธัญญะคาดว่า

ก่อนเกิดเหตุยอดชายคงกำลังไขประตูเข้าไปแสดงว่ามีอะไรสำคัญในนี้ จึงคิดจะระเบิดประตูดู แต่เอกภาพห้ามเพราะจะกลายเป็นบุกรุก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 17:18 น.