ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ผ่านไปไม่นาน  เคนวิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้าบ้าน  ร้องเรียกเสือลั่น  นึกเป็นห่วงว่าทำไมเพื่อนถึงยังไม่กลับ แสงระวีกับมะลิได้ยินเสียงเอะอะวิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีเรื่องอะไรหรือเปล่า

"บักเสือมันออกไปปฏิบัติภารกิจของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวครับ แต่เจอพวกเขี้ยวพยัคฆ์เข้า มันให้ผมหนีมาก่อน นึกว่ามันจะจัดการพวกนั้นเสร็จ กลับมาก่อนผมซะอีก"

"เปล่าเลยจ้ะพี่เคน เรายังไม่เจอพี่เสือ...ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาด้วย...พี่แสงระวีคะ...หรือ ว่าจะเกิดเรื่องกับพี่เสือ" มะลิใจคอไม่ดี แสงระวีกุมมือมะลิไว้อย่างปลอบใจ มรกตตามเข้ามาสมทบ

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นคนเก่งที่สุดที่พี่เคยรู้จักมา พี่เชื่อว่าเขาต้องไม่เป็นอะไรแน่จ้ะมะลิ"

"นี่เธอรู้ได้อย่างไรว่าบักเสือเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว" เคนมองมรกตอย่างไม่พอใจ...

ดึกคืนเดียวกัน ทองปลิวกลับเข้าบ้านพักหลังเลิกงานจากร้านสะดวกซื้อ   ตรงไปที่โต๊ะกินข้าวหยิบน่องไก่ทอดใส่ปากกินอย่างหิวโซ  นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเดินอ่อนแรงออกมาจากห้องนอนทองปลิว

"ฉัน...ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"

ทองปลิวหันขวับไปมอง ตกใจทำอะไรไม่ถูก ครูเขี้ยวตามเข้ามาพร้อมกระติบข้าวเหนียว  "รู้สึกตัวแล้วเหรอนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ฉันไปหุงข้าวเหนียวมาให้กำลังร้อนๆเลย... กินซะ แรงข้าวเหนียวจะได้กลับมา"

"อะไรกันเนี่ยครู...ครูรู้จักนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวด้วยเหรอ" ทองปลิวมองครูเขี้ยวอย่างงงๆ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกินข้าวเหนียวที่ครูเขี้ยวเอามาให้จนเกลี้ยงกระติบ พักเดียวเรี่ยวแรงของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็กลับมาเหมือนเดิม ทองปลิวมองนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้วอดทึ่งไม่ได้ บ่นกับครูเขี้ยวว่า ตัวเองก็กินข้าวเหนียวมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ไม่เห็นมีพลังแบบนี้บ้าง

"เพราะเอ็งไม่ใช่คนที่สวรรค์เลือกให้มาปกป้องความยุติธรรมน่ะสิไอ้ทองปลิว"

เสือแปลกใจว่าครูเขี้ยวรู้เรื่องพลังข้าวเหนียวของเขาได้อย่างไร ครูเขี้ยวอวดว่าไม่ใช่แค่รู้เรื่องพลัง เขายังรู้อีกว่าใครที่อยู่ภายใต้หน้ากากนี้ เสือตกใจคิดว่าพวกนี้เป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ลุกขึ้นตั้งท่าเชิงมวยพร้อมสู้

"ใจเย็นๆบักเสือ...ข้าไม่ใช่ศัตรูของเอ็ง"

"แต่แกรู้จักว่าข้าเป็นใคร รู้ว่าข้าใช้หมัดเขวี้ยงควายได้อย่างไร"

ครูเขี้ยวรู้เรื่องนี้ดี  เพราะเขารู้จักจ่าผาดครูมวยของเสือดี จ่าผาดเป็นเพื่อนรักของเขา

ooooooo

ครู่ต่อมา เสือโทร.บอกมะลิว่าเขาปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน แค่บอกว่าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับ มรกตอยากรู้อยากเห็นมาก พยายามถามไถ่ที่อยู่เสือจากมะลิจนเคนผิดสังเกต

"บักเสือมันไม่ใช่คนโกหก ถ้ามันบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วก็แสดงว่ามันปลอดภัย แล้วที่มันไม่อยากให้รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ก็แสดงว่ามันไม่อยากให้ใครรู้จริงๆ" เคนพูดพลางปรายตามองมรกตอย่างข้องใจ

"ที่ฉันถามก็เพราะฉันเป็นห่วงเขาเหมือนกับที่ทุกคนเป็นห่วง"

"คุณเพิ่งจะรู้จักพวกเราไม่นาน แต่มาเป็นห่วงเป็นใยเราแล้วเหรอ...มีน้ำใจดีจัง" เคนแดกดัน

มรกตหน้าคว่ำ แสงระวีเห็นใจมรกต เผลอเข้ามาจับแขนเพื่อปลอบ มรกตสะดุ้งโหยง แสงระวีรู้สึกตัวรีบขอโทษลืมไปว่ามรกตบาดเจ็บ แล้วช่วยพยุงเข้าไปพักผ่อน เคนมองตามมรกตอย่างสนใจ รอจนสองสาวไปแล้ว จึงหันไปถามมะลิว่าเกิดอะไรขึ้นกับมรกต มะลิเล่าทุกอย่างให้ฟัง เคนไม่เชื่อคำพูดของมรกตนัก

"ทำไมถึงได้จ้องจะจับผิดพี่มรกตเขาอยู่เรื่อย"

"ก็มันน่าสงสัยจริงๆนี่ เป็นใครก็ไม่รู้ อยู่ๆก็เข้ามาอยากรู้อยากเห็นเรื่องนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

แสงระวีมาทันได้ยินพอดี "เอาล่ะนายเคน ฉันเป็นคนอนุญาตให้คุณมรกตมาอยู่กับเรา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไม่เข้าใจกันที่นี่ ถ้านายคิดว่าเขามีอะไรน่าสงสัย นายลองบอกฉันมาสิ"

"สัญชาตญาณของผมบอกว่าเขายังไม่น่าไว้ใจ"

"ฉันเข้าใจว่านายเป็นห่วงนายเสือและพวกเราทุกคน แต่ฉันจะไปบอกให้คนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยฉันว่าเราช่วยเหลือ เขาไม่ได้เพราะสัญชาตญาณว่าเขาเป็นคนไม่ดี...ฉันคงทำไม่ได้"

เคนเถียงไม่ออก ได้แต่นิ่งเงียบ อีกมุมหนึ่ง มรกตแอบซุ่มดูอยู่ ไม่พอใจที่เคนตอแยตนไม่เลิก...

ทางฝ่ายเสือนั่งดูภาพถ่ายที่ครูเขี้ยวถ่ายกับจ่าผาดตอนเป็นทหาร ทองปลิวชะโงกหน้าดูรูปด้วยความสนใจ ครูเขี้ยวเล่าว่าจ่าผาดกับเขาเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยเป็นทหารใหม่ๆ เขากับจ่าผาดชื่นชอบศิลปะการต่อสู้เชิงมวยโบราณจึงเสาะหาและพยายามฝึกวิชาจน สำเร็จเชิงมวยโคราช สุดยอดมวยของอีสาน

"ขั้นสุดยอดของเชิงมวยโคราชไม่ได้มีหมัดเขวี้ยงควาย อย่างเดียวเท่านั้น" ครูเขี้ยวเล่าเสริม

"ยังมีเชิงมวยแบบอื่นอยู่อีกเหรอ"

"ถ้าเปรียบหมัดเขวี้ยงควายเป็นพลังแห่งสายน้ำมูล เข่าพญาไฟก็เหมือนกับความร้ายกาจลึกลับน่าเกรงขามของดงพญาไฟ"

เสือมองครูเขี้ยว สีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม เพราะจ่าผาดไม่เคยพูดถึงเข่าพญาไฟให้ฟัง

ooooooo

อำนาจแปลกใจที่ได้ยินศรรายงานว่ามีคนมาช่วยเสือหนีรอดไปได้ ท่าทางเป็นยอดฝีมือเชิงมวยอีกด้วย และอาจจะเป็นพวกเดียวกับจ่าผาด ลิงลมไม่เคยรู้มาก่อนว่าจ่าผาดมีพรรคพวกที่ไหนอีก

"เชิงมวยที่ไอ้แก่นั่นใช้ ไม่เหมือนเชิงมวยของไอ้จ่าผาด ข้ารู้สึกว่ารุนแรงกว่ามาก"

ลิงลมฉงนว่ายังมีเชิงมวยที่เจ๋งกว่าหมัดเขวี้ยงควาย อำนาจสั่งให้เลิกสนใจคนที่มาช่วยเสือ ทิ้งเรื่องนี้ให้มรกตจัดการ เรื่องสำคัญของพวกเราตอนนี้ก็คือต้องตามหาตัวปฐมพงษ์มาให้ได้...

ปฐมพงษ์หนีกระเซอะกระเซิงมานอนหลับแถวพงหญ้าข้างทาง ชาวบ้านแถวนั้นต่างพากันมามุงดูด้วยความสนใจ บ้างก็บอกให้ส่งเขาไปให้ตำรวจ ปฐมพงษ์ไม่ต้องการให้ตำรวจมาเกี่ยวข้อง แกล้งลุกขึ้นโวยวายเหมือนคนบ้า พูดจาไม่รู้เรื่อง ชาวบ้านเลยไม่อยากสนใจ ต่างเดินหนี...

โรสมาเยี่ยมไข้สิงห์ที่โรงพยาบาล กลับพบว่าเขาหายตัวไป โรสรู้ทันทีว่าสิงห์ต้องแอบกลับไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ รีบตามไปที่กองปราบฯ เห็นสิงห์นั่งทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมสั่งลูกน้องให้ปฏิบัติกับเขาเหมือนปกติ โรสปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของสิงห์

"หมวดโรส...คุณขัดคำสั่งผม ทั้งๆที่ผมเป็นผู้บังคับ บัญชาคุณได้อย่างไร"

"ขอโทษค่ะ ตามหน้าที่แล้วฉันไม่ควรทำอย่างนั้น แต่ ที่ฉันพูดไปฉันพูดในฐานะของคนรัก...ถ้าผู้กองอยากจะลงโทษฉันตามวินัย ฉันก็พร้อมยอมรับผิด...แต่ในฐานะที่ผู้กองคือคนที่ฉันรักที่สุด ฉันจะไม่ยอมให้ผู้กองเอาชีวิตมาเสี่ยงอีก" โรสสีหน้าจริงจังแต่นัยน์ตากลับแดงก่ำจะร้องไห้  สิงห์เบือนหน้าหนี เกรงจะใจอ่อน

"คุณต้องแยกแยะคำว่าหน้าที่กับเรื่องส่วนตัวให้ออกจากกันให้ได้หมวดโรส...ผม อยากให้คุณทราบเอาไว้ว่าภารกิจที่สำคัญกับประเทศชาติ ถ้าเราไม่ทุ่มเทความตั้งใจทั้งหมดเพื่อแก้ไขมันให้ได้ แล้วมัวแต่รอให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาช่วยล่ะก็ ผมก็ไม่ควรจะมาเป็นตำรวจอีกต่อไป"

"แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผู้กอง...ฉันจะอยู่ได้อย่างไร"

"ก่อนที่คุณจะรู้จักผม คุณก็อยู่ของคุณมาได้ไม่ใช่หรือหมวดโรส...ผมบอกคุณแล้วว่าคุณต้องแยกแยะ หน้าที่กับเรื่องส่วนตัวให้ได้...ถ้าคุณทำไม่ได้ผมจะย้ายคุณไปหน่วยอื่น"

โรสน้ำตาอาบแก้มช้ำใจ ทนข่มอารมณ์รับปากว่าต่อไปเธอจะไม่คิดถึงเรื่องส่วนตัวระหว่างทำงานอีก สิงห์มองหญิงคนรักอย่างเจ็บปวดใจไม่น้อยไปกว่าเธอ แต่ฝืนทำใจแข็ง สั่งให้เธอออกไปได้แล้ว...

หมู่แย้มกับจ่าเพิ่มเห็นโรสเดินออกจากห้องสิงห์ด้วยน้ำตานองหน้า สงสารจับใจที่ต้องมาเจอสภาพเช่นนี้ พานโทษกำนันฉ่ำว่าเป็นต้นเหตุให้คนสองคนที่รักกันมากต้องมามีเรื่องขัดใจกัน จึงชวนกันไปหาเรื่องกำนันฉ่ำที่ห้องคุมขัง กำนันฉ่ำ ไม่ได้เกรงกลัวจ่ากับหมู่ แถมยังพูดจากวนประสาท หมู่แย้มทนไม่ได้ปราดเข้าไปล็อกตัวกำนันฉ่ำไว้เพื่อให้จ่าเพิ่มเล่นงาน กำนันฉ่ำหน้าเสีย

"อย่านะจ่า...ถ้าผมเป็นอะไรขึ้นมา พวกคุณโดนเด้งแน่"

จ่าเพิ่มเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน เงื้อหมัดจะจัดการ สิงห์ กับทนายของกำนันฉ่ำเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเจ็บใจที่ไม่ได้สหบาทากำนันฉ่ำให้หายแค้น สิงห์สั่งให้ จ่าเพิ่มไขกุญแจมือปล่อยตัวกำนันฉ่ำไปจากที่นี่ หมู่แย้มขอเหตุผลว่าทำไมต้องทำแบบนี้

"หน้าที่ของเราจบแล้ว เราไม่มีสิทธิ์ที่จะคุมตัวเขาต่อ มีคำสั่งให้กำนันฉ่ำเข้าโครงการคุ้มครองพยาน"

กำนันฉ่ำยิ้มเจ้าเล่ห์ "คุณทนายครับ หมดธุระของผมหรือยัง"

"ถ้ากำนันอยากจะเอาเรื่องที่จ่ากับหมู่พยายามทำร้ายกำนันเมื่อครู่ล่ะก็ ผมจะทำเรื่องให้"

"อย่าเลยครับคุณทนาย...ตำรวจในห้องนี้เก่งๆทั้งนั้น ผมไม่อยากให้ประเทศชาติต้องเสียกำลังพลดีๆให้เขาต้องไปยืนโบกรถดมอากาศเสีย" กำนันฉ่ำหัวเราะหยันแล้วหันไปชวนทนายกลับ

สิงห์รั้งกำนันฉ่ำไว้ ขอคุยตามลำพังสักครู่ กำนันฉ่ำ นิ่งคิดอึดใจก่อนอนุญาต จากนั้นสิงห์พากำนันฉ่ำมาคุยที่ห้องทำงานของเขา กำนันฉ่ำได้ทีแดกดันสิงห์ว่าแข็งแกร่งมาก เจอลอบวางระเบิดจังๆอย่างนั้นยังอุตส่าห์รอดมาได้ แถมตบมือให้อีกต่างหาก สิงห์อยากฝากรอยเท้าไว้กับกำนันฉ่ำสักหนึ่งรอยแต่ข่มใจไว้

"ตราของตำรวจที่ผมให้คำปฏิญาณไว้ว่าจะปกป้องรักษาความยุติธรรมของราษฎร มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ครับกำนัน" สิงห์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมเชื่อว่าการที่กำนันได้เข้าโครงการคุ้มครองพยานเป็นเพราะเส้นสายพวก เขี้ยวพยัคฆ์ พยายามปกป้องกำนันเอาไว้ แต่อย่าคิดว่าเกมนี้กำนันจะชนะผม"

"ทำไมครับ...ผู้กองคิดจะทำอะไรผมอีกเหรอ"

"ผมไม่ทำอะไรหรอกครับ แต่เมื่อไหร่ที่ผมค้นหาความจริงของ ดร.ปฐมพงษ์พบว่าเกี่ยวข้องกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ยังไง ผมว่า...พวกกำนันต้องเจอการไล่ล่าจากผมและนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวแน่"

กำนันฉ่ำหยุดกึก มองสิงห์อย่างแปลกใจว่าจะมาไม้ไหน

ooooooo

เสือต่อว่าเคนทันทีที่รู้ว่าเอาเรื่องเมื่อคืนที่เจอพวกเขี้ยวพยัคฆ์ไปเล่า ให้สิงห์ฟัง เกรงว่าจะเป็นการยั่วยุให้สิงห์อยากออกไปเสี่ยงชีวิตตามล่าพวกนั้นทั้งๆที่ ยังไม่หายป่วย เคนอ้างว่าสิงห์คะยั้นคะยอให้ เขาเล่าเอง

"เอ็งไม่น่าจะทำอย่างนั้นเลย ลำพังนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคนเดียวก็จัดการได้"

"เฮ้ย...ถ้าเอ็งยังอยากเป็นเพื่อนกับผู้กองอีกล่ะก็ อย่าไปพูดแบบนั้นให้ผู้กองได้ยิน มันจะทำให้เขาเหมือนโดนดูถูก"

เสือพยักหน้ารับรู้ มรกตเข้ามาตามเสือไปกินข้าว แสงระวีเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้แล้ว เคนเห็นมรกตมอง อย่างอยากรู้อยากเห็น ทำทีกระซิบเสือไปหาที่ปลอดคนคุยกัน มรกตมองตามสองหนุ่มเดินเลี่ยงออกไปอย่างไม่ค่อยพอใจ รู้ดีว่าเคนระแวงเธอและพยายามกันท่า

ครู่ต่อมา เคนกับเสือมาคุยกันต่อที่สวนหลังบ้าน บอกเสือว่าเขาไม่ค่อยไว้ใจมรกต เสือหาว่าเคนคิดมาก มรกตยอมเสี่ยงชีวิตช่วยแสงระวีกับมะลิ เขาเป็นพยานเรื่องนี้ได้ เคนยืนยันว่าเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่ถ้าเสือไม่เชื่อคำเตือนของเขาก็ตามใจ

"เอ็งเป็นเพื่อนรักของข้า มีเหรอข้าจะไม่ยอมฟังเอ็ง"

เคนยิ้มพอใจ แล้วแนะเสือว่าเรื่องเข่าพญาไฟที่ครูเขี้ยวบอกว่าถ้าใช้เป็นเชิงมวยคู่กับ หมัดเขวี้ยงควายแล้วจะสามารถเล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้ เขาอยากให้เสือเก็บเรื่องนี้ ไว้เป็นความลับอย่าให้ใครล่วงรู้เด็ดขาด เสือคิดจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอยู่แล้ว แต่เรื่องจะใช้เข่าพญาไฟจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เขายังไม่แน่ใจว่าจะได้ผล เพราะยังไม่เคยเห็นอานุภาพของเชิงมวยนี้มาก่อน

"มั่นใจไว้เสี่ยว...หลองพ่อบอกเอ็งเสมอๆไม่ใช่เหรอว่าเอ็งต้องมุมานะสู้ไม่ถอย ถึงจะหยุดหายนะได้"

"ขอบใจว่ะเสี่ยว...ขาดเอ็งไปสักคน ข้าจะเป็นนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวได้หรือเปล่าก็ไม่รู้" เสือจับมือเคนซึ้งใจกับ มิตรภาพที่เคนมีให้เขาเสมอมา...

หลังกินอาหารกลางวันเสร็จ แสงระวีทวงถามเรื่องที่เสือเคยรับปากว่าจะช่วยมรกตพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เสือไม่ลืม กำลังคิดหาทางช่วยอยู่ มะลิต่อว่าทันทีว่าเมื่อไหร่ถึงจะลงมือ เห็นเสือมัวแต่ยุ่งเรื่องเขี้ยวพยัคฆ์ มรกตเลยต้องออกไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองจนบาดเจ็บกลับมา

"เอาอย่างนี้ ระหว่างที่บักเสือมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ ผมจะช่วยคุณมรกตเอง"

"อย่างพี่เคนน่ะเหรอ"

"อย่าดูถูกยอดมนุษย์กะปอมเหล็กนะจ๊ะมะลิ พี่ออกลุยกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมานักต่อนักแล้ว ถ้าไม่มีพี่ นักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวไม่ดังขนาดนี้หรอก  แล้วที่สำคัญ  พี่รู้สึกผิดกับคุณมรกต ขอให้พี่ได้ช่วยเธอบ้าง"

"คุณมรกตไว้ใจบักเคนได้ครับ" เสือรับประกันเพื่อนซี้ หนักแน่น มรกตยิ้มขอบคุณเคน แต่แววตาคู่นั้นกลับแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจ...

มะลิเห็นเสือขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์เตรียมจะออกไปข้างนอก รีบเข้าไปซักไซ้ไล่เลียงถามว่าจะไปถึงไหน กลับเมื่อไหร่ เสือพูดดักคอว่าที่มะลิถามเพราะอยากรู้ว่าเขาจะไปนานมากพอที่เธอจะหนีออกไป ข้างนอกแล้วกลับมาก่อนเขาทันหรือเปล่า มะลิงอนแก้มป่องที่พี่ชายรู้ทัน

"เรายังเด็กนะมะลิ อย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว พี่เป็นห่วงเรานะ" เสือหยิกแก้มน้องหยอกล้อ

มะลิไม่พอใจปัดมือออก ต่อว่าเสือที่ชอบว่าตนเองเป็นเด็กอยู่เรื่อย คนอื่นเขารุ่นเดียวกับเธอ เขายังเก่งไม่แพ้เสือเลย เสืองงว่าหมายถึงใคร มะลิงอน ตอบเสียงห้วนว่าไม่ได้หมายถึงใครทั้งนั้นแล้วเดินเข้าบ้าน  เสือส่ายหน้าแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ ออกไป มะลิเข้ามาในห้องโถงเห็นแสงระวีพูดโทรศัพท์กับลูกน้องจากสำนักพิมพ์เสร็จ หันไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ ใส่กระเป๋าสะพาย เตรียมออกไปทำงาน มะลิมาเลียบๆเคียงๆ

"เป็นนักข่าวนี่น่าตื่นเต้นจังนะคะ มีเรื่องสนุกๆให้ทำอยู่เรื่อย มะลิอยากทำงานช่วยเหลือคนแบบนี้มั่ง"

แสงระวีบอกให้มะลิเรียนจบก่อนแล้วเธอจะฝึกงานนักข่าวให้ และที่สำคัญจะขาดไม่ได้คือต้องขออนุญาตเสือก่อน มะลิไม่พอใจ เธอจะทำอะไรทำไมต้องคอยถามเสือด้วย

"ก็เขามีน้องสาวอยู่คนเดียวนี่ แล้วพี่ก็ไม่อยากทะเลาะกับเขาด้วย พี่ไปนะ"

มะลิชักเหลืออดที่ใครๆชอบเห็นเธอเป็นเด็กตลอด คิดหาทางพิสูจน์ให้ใครๆเห็นว่าสามารถดูแลตัวเองได้ แอบไปดักรอทองปลิวหน้าบ้านเช่าของครูเขี้ยว ขอร้องทองปลิวช่วยสอนวิชาเอาตัวรอดให้ ทองปลิวอดขำไม่ได้ หาว่ามะลิถูกพี่ชายดุมากเลยติงต๊อง มะลิงอนจะเดินหนี ทองปลิวรีบเข้าไปขวาง

"โธ่เอ๊ย...ขี้ใจน้อยไปได้ มิน่าเขาถึงว่าคนสวยชอบทำอะไรเอาแต่ใจ ก็แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงอยากให้ฉันสอนเรื่องการต่อสู้ให้ ถ้าตอบถูกใจ ฉันจะหุบปากเงียบไม่พูดอะไรเลย"

มะลิอยากฝึกวิชาการต่อสู้เอาไว้ป้องกันตัวเองเท่านั้น ทองปลิวเตือนว่าวิชาการต่อสู้ที่เขาจะสอนให้มีอันตรายในตัวเอง ถ้าใช้ในทางที่ถูกก็จะช่วยคนอื่นได้ด้วย แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิดก็จะกลับเป็นภัยกับตัวเอง มะลิไม่เคยคิดจะฝึกวิชาไว้ทำร้ายใคร ยกเว้นพวกปากไวมือไว

"งั้นได้เลยครับคนสวย...จะสอนให้หมดไส้หมดพุงเลย"

"เดี๋ยว...เลิกเรียกฉันแบบนั้นได้แล้ว ฉันชื่อมะลิ"

ทองปลิวปากเสียแซวไม่เลิก มะลิทนไม่ไหวจับมือเขาขึ้นมาบิดอย่างแรง ทองปลิวร้องลั่น "พื้นฐานฉันพอมี นายคิดว่าอย่างฉันคงไม่ต้องฝึกนานใช่ไหม" มะลิคุยอวดแล้วผลักทองปลิวออก

"พื้นฐานแน่นแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องติวเข้มเยอะ"

จากนั้นทองปลิวพามะลิมาที่ลานซ้อมหน้าบ้าน ช่วยสอนการต่อสู้ในแบบต่างๆให้ สุดท้ายลองให้หญิงสาวชกกระสอบทราย มะลิชกไปแล้วเจ็บมือร้องลั่น ทองปลิวเป็นห่วงจับมือเธอมาดู มะลิมองหน้าทองปลิวอย่างประทับใจ ทั้งสองคนสบตากันนิ่งงัน มะลิรู้สึกตัวชักมือกลับ

ทองปลิวรีบไปหยิบปลาสเตอร์มาปิดแผลให้ ขณะมะลิบ่นอุบว่าทำไมถึงได้แสบมากมายนัก ทองปลิวกระเซ้าว่ามา

ฝึกการต่อสู้ไม่ได้ฝึกรำไทยจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว มะลิเอ็ดใส่ที่ทองปลิวชอบพูดจายอกย้อน

"ท่าทางจะฝึกหนักหรือไม่ก็เหนื่อยจนหิวเลยดุกว่าเดิม ผมรู้จักร้านอร่อยๆในตลาดถูกและดี เลี้ยงผมสักมื้อเป็นค่าตอบแทนแล้วกัน"

ทีแรกมะลิปฏิเสธเสียงแข็งแต่ทนทองปลิวรบเร้าไม่ไหวตกปากรับคำจะเลี้ยงข้าว เขาหนึ่งมื้อ ระหว่างรอทองปลิวเข้าไปหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ มะลิเหลือบมองเวลาแล้วตกใจ เกรงว่าพี่ชายจะกลับถึงบ้านก่อน แล้วเธอจะต้องโดนดุอีกแน่ หันไปคว้ากระดาษมาเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้ทองปลิว

"ติดไว้มื้อหนึ่งก่อนนะนายทองปลิว ต้องรีบกลับ...เดี๋ยวโดนพี่ชายเล่นงาน...ขอบใจมาก"

ooooooo

ขณะเดียวกัน ครูเขี้ยวพาเสือมาที่ค่ายซ้อมมวยซึ่งเขาเป็นคนก่อตั้ง เห็นนักมวยมีฝีมือหลายคนกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น ครูเขี้ยวเล่าว่านักมวยพวกนี้ล้วนเป็นเด็กข้างถนน เร่ร่อนไม่มีที่ซุกหัวนอน ฉกชิงวิ่งราว เหลวไหลกันมาก่อน หลวงพ่อที่ครูเขี้ยวนับถือให้เงินทุนมาช่วยขัดเกลาจิตใจเด็กพวกนี้

"ข้าก็เลยพามาฝึกมวยสอนคุณธรรม จะได้ไม่ต้องไปเกเรทำร้ายใครอีก"

นักมวยเหล่านั้นหยุดซ้อม เดินมายืนเรียงแถวด้านหลังครูเขี้ยว ท่าทางแต่ละคนดูเก่งเอาเรื่อง ครูเขี้ยวเล่าอีกว่านักมวยเหล่านี้ได้เรียนเชิงมวยพญาไฟ แต่ไม่เคยมีใครผ่านการฝึกท่าเข่าพญาไฟได้เลยสักคน

"ทำไมครับครูเขี้ยว"

"เอ็งอยากรู้ ก็ลองทดสอบเชิงมวยพญาไฟดูสักตั้งสิวะบักเสือ" ครูเขี้ยวว่าแล้วถอยให้พวกลูกศิษย์กรูกันเข้าล้อมเสือ "ไม่ต้องออมมือให้มัน มันไม่ธรรมดาเหมือนพวกเอ็ง"

เสือตั้งท่าเตรียมสู้ นักมวยสองคนในกลุ่มโถมเข้าใส่เสือด้วยเชิงมวยพญาไฟ เตะใส่ไม่ยั้ง เสือตั้งรับไม่ทันโดนเข้าไปหลายดอก แต่พอตั้งหลักได้ นักมวยทั้งสองคนก็สู้เสือไม่ได้ ถูกอัดหมอบราบคาบ นักมวยที่เหลือกรูเข้าใส่ เสือโต้ตอบด้วยหมัดเขวี้ยงควายเล่นงานพวกนั้นล้มคว่ำไปตามๆกัน

ครูเขี้ยวเดินเข้ามาประจันหน้าเสือ ตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟ พร้อมสู้ เสือปะทะกับครูเขี้ยวได้สองกระบวนท่าก็เล่นงานครูเขี้ยวจนผงะถอยหลัง ครูเขี้ยวตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟอีกครั้ง แล้วกระโดดเข่าลอยแทงเข้าอกเสือเต็มๆ ความรุนแรงของพลังราวกับมีลูกไฟ ขนาดใหญ่กระแทกใส่ เสือกระเด็นไม่เป็นท่า ปวดแสบปวดร้อนมาก ต้องรีบถอดเสื้อออก พอก้มมองแผ่นอกตัวเองแล้วต้องตกใจ พบว่าเป็นรอยไหม้

"เป็นอย่างไรบักเสือ...นี่แหละเข่าพญาไฟ" ครูเขี้ยวยิ้มอย่างภูมิใจ...

ในเวลาต่อมา แสงระวีกลับจากทำงาน เจอเสือในสภาพฟกช้ำ แปลกใจว่าไปทำอะไรมา ยิ่งเห็นรอยไหม้ที่หน้าอก คิดว่าไปโดนไฟลวก

"ไม่ใช่หรอกครับ นี่เป็นรอยที่เกิดจาก...ผมไปช่วยคนที่เขาติดอยู่ในบ้านที่กำลังไฟไหม้ เลยพลาดไม่ทันมอง" เสือเกือบหลุดปากพูดเรื่องเข่าพญาไฟของครูเขี้ยว แสงระวีไม่ติดใจสงสัยอะไร ได้แต่เตือนให้รู้จักระวังตัว ทีหน้าทีหลังจะได้ไม่ต้องบาดเจ็บกลับมาแบบนี้ แล้วรีบไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้

เสือมองแสงระวีทำแผลให้ไม่วางตา รู้สึกผิดที่เคยต่อว่าเธอแรงๆเมื่อตอนที่มะลิหายตัวไป อดถามไม่ได้ว่ายังโกรธที่เขาต่อว่าเธออยู่หรือเปล่า แสงระวีส่ายหน้า

"งานของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีมากมาย แทนที่ฉันจะช่วยแบ่งเบากลับทำให้นายต้องยุ่งยากตลอด"

"ผมไม่ได้บอกว่าคุณทำให้ผมต้องยุ่งยาก ผมแค่เป็นห่วงคุณไม่อยากให้คุณบาดเจ็บ"

แสงระวีรู้แล้ว เพราะเสือย้ำกับเธอแทบจะวันละสามเวลา ก่อนอาหาร เสืออ้างว่าถ้าไม่ย้ำแบบนี้ เผลอเมื่อไหร่เธอเป็นหายตลอด แสงระวีงอนตีแขนเสือหนึ่งที เขาแกล้งร้องโอ๊ยลั่น แสงระวีตกใจคิดว่าเขาเจ็บจริง แต่พอรู้ว่าถูกหลอก เงื้อมือจะฟาดอีก เสือจับมือไว้แล้วรวบตัวเธอมากอด ขโมยหอมแก้ม แสงระวีเขินจัด

"อย่าทำแบบนี้นะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า"

"ถ้าใครเข้ามาผมก็ต้องได้ยินเสียงก่อน อย่าลืมสิครับว่าผมมีพลังพิเศษ"

"เหรอจ๊ะ...พี่เสือ" มะลิเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จับไหล่ เสือจากด้านหลัง

เสือสะดุ้งโหยง รีบปล่อยแสงระวีจากอ้อมกอดเขินหน้าแดงด้วยกันทั้งคู่ ตะกุกตะกักถามน้องสาวว่ามาตั้งแต่ เมื่อไหร่ มะลิอมยิ้มบอกว่ามาแค่เห็นเสือเดี๋ยวกอดเดี๋ยวหอมแสงระวีเท่านั้นเอง แสงระวีอายม้วนเข้าไปตีเสืออุตลุด เสือบอกว่าไม่ต้องไปฟังเด็กแก่แดดพูด เดี๋ยวจะจัดการมะลิให้ มะลิเตือนว่าถ้าเข้ามาเธอจะสู้ แล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม เสือชี้หน้ายิ้มๆ เดี๋ยวนี้กล้าหือขนาดจะสู้พี่ชายตัวเองเลยหรือ

"ทำไมจะไม่ได้...ขนาดมะลิเข้ามาตั้งนานแล้ว พี่เสือยังไม่ได้ยินมะลิเลย แสดงว่าเวลานักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตกอยู่ในความรัก พลังข้าวเหนียวใช้ไม่ได้ผลเหมือนกัน" มะลิลอยหน้าลอยตาล้อ

เสือทำทีฮึดฮัดเข้าไปหาแก้เขิน มะลิจับแขนพี่ชายบิดอย่างเร็วเหมือนอย่างที่ทองปลิวฝึกให้ เสือถึงกับชะงัก มองน้องอย่างแปลกใจ มะลิยิ้มแก้มแทบปริ ก่อนปล่อยมือเสือ แล้วขอตัวเข้าบ้าน ไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอใคร เสือถาม แสงระวีว่าสอนวิชาป้องกันตัวแบบนั้นให้มะลิหรือ แสงระวีปฏิเสธว่าเปล่า

เสืออดสงสัยไม่ได้วิ่งมาขวางหน้า มะลิถามว่าจะตามมาว่าอะไรอีก สองพี่น้องต่อปากต่อคำกัน มะลิหาว่าเสือชอบมาจู้จี้บังคับเธอตลอดไปไหนก็ไม่ได้ เธอโตแล้วดูแลตัวเองได้ เมื่อกี้เขาก็เห็นแล้วว่าเธอปกป้องตัวเองได้หรือเขาอยากจะลองอีก เธอจะทำให้ดูอีกรอบก็ได้ เสือเหลือบเห็นปลาสเตอร์ ที่มือมะลิ คว้ามาดู ถามว่าไปทำอะไรมา มะลิรีบดึงมือกลับ โกหกว่าช่วยเคนซ่อมรถโดนเครื่องมือเลยเป็นแผล

"งั้นถ้าบักเคนกลับมา พี่จะถามว่าจริงหรือเปล่า" เสือว่าแล้วผละจากไป

"ยัยมะลิ...ทำไมโกหกโง่ๆแบบนี้เนี่ย...ซวยแล้ว" มะลิบ่นอุบ แทบอยากจะเขกหัวตัวเอง...

เคนถูกมรกตหลอกให้สะกดรอยตามชายคนหนึ่งซึ่งเธออ้างว่าเป็นคนใส่ความเธอไปถึง ตึกร้าง กว่าจะรู้ตัวว่ามรกตเป็นมือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เคนถูกชายคนนั้นซ้อมจนสะบักสะบอม หมดสติ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บ้านของลมใต้ปีก เสือเหมือนมีลางสังหรณ์ว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับเคน ถามแสงระวีว่าเคนไปกับมรกตตั้งนานแล้วทำไมยังไม่กลับ ได้โทร.ติดต่อกับมรกตบ้างหรือเปล่า

"โทร.แล้ว แต่มรกตไม่รับสาย" แสงระวีสีหน้าเป็นกังวลไม่แพ้เสือ

"งั้นเดี๋ยวผมจะให้พรรคพวกแท็กซี่ของบักเคนช่วยวิทยุตาม"  เสือว่าแล้วรีบเข้าไปโทรศัพท์ไปที่อู่รถแท็กซี่ที่เคนทำงานอยู่ สักพัก กลับมาบอกแสงระวีว่า พวกแท็กซี่ไม่มีใครติดต่อเคนได้เลย อยู่ๆก็หายตัวไป เสือชักใจคอไม่ดี ปกติเคนไม่เคยหายไปเฉยๆแบบนี้ รีบชวนแสงระวีออกตามหา

ooooooo

โรสยังคงเศร้าใจกับคำพูดของสิงห์ที่บอกให้ เธอแยกแยะคำว่าหน้าที่ออกจากเรื่องส่วนตัว แต่เธอต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเข้าประชุมกับสิงห์ จ่าเพิ่ม และหมู่แย้มด้วยสีหน้าเป็นปกติ หมู่แย้มรายงานข่าวล่าสุดของกำนันฉ่ำว่าตอนนี้ย้ายไปอยู่เซฟเฮาส์ของโครงการ คุ้มครองพยานเรียบร้อยแล้ว

"พักอย่างหรู อยู่สบายมีคนคอยดูแล...แบบนี้มันเกินไปจริงๆ"

"จ่า...มันเป็นกฎระเบียบ ทางผู้ใหญ่ต้องทำแบบนั้นเพื่อแลกกับข้อมูลที่กำนันฉ่ำให้"

โรสแย้งว่าเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่กำนันฉ่ำให้กับทางการจะสามารถ สาวไปถึงระดับบิ๊กในสภาได้ เพราะเท่าที่เธอให้หมู่แย้มไปสืบมา รายชื่อที่กำนันฉ่ำอ้างล้วนแต่เป็นแค่เบี้ยในกระดานเท่านั้น

"แสดงว่า...เราจนหนทางที่จะจัดการพวกตัวใหญ่ๆแล้วน่ะสิครับผู้กอง" จ่าเพิ่มถอนใจ

โรสเสนอให้พวกเราบุกไปชิงตัวกำนันฉ่ำแล้วบังคับให้พาไปรังของอำนาจ เสือไม่เห็นด้วย ตอนนี้เราสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ก็หนักหนาสาหัสพอแล้ว ไม่ควรจะหาเรื่องกับพวกตำรวจด้วยกันอีก ความเครียดทำให้อาการปวดหัวของสิงห์กำเริบ แต่พยายามกัดฟันทนไม่อยากให้ลูกน้องรู้ ขอตัวออกจากห้องประชุม

โรสมองตามอย่างสงสัย ครู่ต่อมา สิงห์ยืนกุมขมับอยู่ในห้องน้ำ ปวดหัวแทบจะระเบิด ต้องเปิดน้ำจากก๊อกอ่างล้างหน้าสาดใส่หน้า ก่อนเงยหน้ามองตัวเองในกระจกเงา ต้องประหลาดใจ เมื่ออยู่ๆกระจกเงาเกิดแตกร้าวทั้งบาน สิงห์ผงะถอยหนี อาการปวดหัวทำให้เขาไม่ใส่ใจ คว้ายาแก้ปวดที่หมอให้ขึ้นมา แต่มือสั่น ขวดยาเลยหล่นลงในอ่างล้างหน้าเม็ดยาไหลลงท่อหมด...

ด้านเสือกับแสงระวีมาถึงบริเวณที่รถแท็กซี่ของเคนจอดทิ้งไว้ เสือปรี่เข้าไปดูในรถแต่ไม่เจอใคร ตะโกนเรียกหาเคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงมรกตร้องไห้แว่วมาจากด้านในตึกร้าง รีบชวนแสงระวีเดินตามเสียงร้องมาถึงกองเศษอิฐ เจอมรกตซ่อนตัวอยู่อย่างหวาดกลัว แสงระวีเข้าไปกอดด้วยความดีใจ มรกตปล่อยโฮลั่น เสือใจเสียถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเคนอยู่ที่ไหน มรกตส่ายหน้า

"ฉันไม่รู้...นายเคนพยายามช่วยฉัน...ฉันห้ามเขาแล้ว บอกให้ตามนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาช่วย แต่เขาบอกว่าจัดการเองได้...พวกนั้นมันทำร้ายนายเคน แล้วลากตัวเขาไป" มรกตเล่าทั้งน้ำตา...

เคนถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ในสภาพไม่ได้สติอยู่ภายในบาร์ของอำนาจ ลิงลมเข้ามาตบหน้าให้รู้สึกตัว เคนปรือตามอง เห็นลิงลม ศรกับอำนาจอยู่กันพร้อมหน้า ถึงกับมองตาโต

"เฮ้ย... นี่ข้าตายไปแล้วใช่ไหม ข้าอยู่ในนรกเลยได้เจอพวกเอ็งครบหน้า...ไชโย...ในที่สุดบักเสือมันก็จัดการ กับพวกเอ็งได้...ฮะๆๆๆ สะใจจริงๆเลยเว้ย"

ศรเจ็บใจมาก ตรงเข้าไปอัดเคนหนึ่งหมัดฐานปากเสีย อำนาจปรามว่าอย่ารุนแรงกับแขกของตน เคนเตือนว่าถ้าคิดจะจับตัวเขาเพื่อแลกกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็ขอให้คิด ใหม่ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่เอาตัวเองมาแลกกับคนขับแท็กซี่กระจอกๆอย่างเขา แน่นอน และที่สำคัญ มือสังหารที่อำนาจส่งไปอยู่กับพวกเสือก็ต้องถูกเปิดโปง เสือจะต้องตามมาจัดการพวกคนเลวๆอย่างอำนาจจนสิ้นซาก

"ใครว่าฉันจะเอาแกล่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้ออกมาแบบง่ายๆล่ะ ฉันจะใช้แกเป็นเครื่องมือฆ่าเพื่อนรักของแกต่างหาก...บักเคน" อำนาจหัวเราะร่วนราวกับเป็นเรื่องขำขัน เคนชักใจคอไม่ดี...

ในเวลาเดียวกัน ที่กองปราบฯ โรสเห็นสิงห์หายเข้าห้องน้ำไปนานสองนานยังไม่ออกมา  เลยมาเคาะประตูเรียก แต่ไม่มี เสียงตอบ นึกเอะใจเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปดู เห็นสิงห์นอนหมดสติ มีขวดยาแก้ปวดตกอยู่ที่พื้น รีบตะโกนเรียกจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มมาช่วยกันพยุงสิงห์ส่งโรงพยาบาล โรสเก็บขวดยาแล้วมองไปที่กระจกเงาที่แตกร้าวอย่างสงสัย...

ค่ำวันเดียวกัน ลิงลมเห็นทนายความของกำนันฉ่ำออกมาจากห้องทำงานของอำนาจ รีบเข้าไปถามอำนาจว่ามีข่าวจากกำนันฉ่ำหรือ

"กำนันฉ่ำส่งข้อมูลมาว่าผู้กองสิงห์รู้เรื่อง ดร.ปฐมพงษ์ แล้ว"

ลิงลมตกใจว่าทำไมสิงห์ถึงล่วงรู้เรื่องนี้ อำนาจตำหนิว่า เป็นเพราะลิงลมทำงานพลาด ปล่อยให้ปฐมพงษ์หนีรอดไปได้ ลิงลมหน้าเจื่อน

"เอ่อ...ผมขอโทษครับ ไม่คิดว่าไอ้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันจะตามมายุ่งด้วย"

"ทั้งไอ้ผู้กองสิงห์ ทั้งนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันจุ้นเรื่องของพวกเราไปได้ซะทุกเรื่อง นี่ยังดีนะที่ผู้กองสิงห์ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับ ดร.ปฐมพงษ์มาก" ศรบ่นอย่างหัวเสีย ลิงลมรับปากว่าจะเร่งให้คนของเราจับตัวปฐมพงษ์กลับมาให้เร็วที่สุด

ooooooo

เสือออกตามหาเคนตั้งแต่ช่วงบ่ายกว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ แสงระวีรออยู่กับมะลิด้วยความกระวนกระวายใจ ถามว่าเจอเคนไหม เสือส่ายหน้า ก่อนจะหันไปทางมรกต

"ผมไปตามหาทุกที่ตามที่คุณบอกผมมาหมด แต่ไม่เจอไอ้คนที่คุณบอกว่ามันเอาตัวบักเคนไปเลย คุณลองนึกดูอีกทีว่ามีที่ไหนอีกบ้างที่ผมจะไปตามหาได้อีก"

"ฉัน...ฉันนึกไม่ออกแล้วจริงๆค่ะ...ทั้งหมดนั่นก็เป็นที่ที่ฉันรู้"

"ให้ผู้กองสิงห์ช่วยตามดีไหมคะ ตำรวจเขามีหูตามากกว่าเรา" มะลิแนะ

แสงระวีค้านทันที "ตอนนี้พี่สิงห์อาการไม่ค่อยดี คดีของพวกเขี้ยวพยัคฆ์เองก็ยังสะสางไม่ได้จ้ะมะลิ"

มรกตโทษตัวเองที่ทำให้เคนถูกจับตัวไป ดังนั้น เธอจะออกตามหาเขาเอง เสือเข้าไปจับแขนมรกตห้ามไว้ ขอให้ ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเขา

"แต่ฉันเป็นคนผิด" มรกตตีหน้าเศร้าสุดฤทธิ์

"ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก บักเคนมันเป็นนักสู้ เหมือนผม ผมเชื่อว่าไอ้คนที่เอาตัวมันไป ต่อให้ทำร้ายมันหนักหนา แค่ไหน บักเคนมันก็ยังอดทนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆแน่" เสือมั่นใจในตัวเพื่อนซี้...

ฝ่ายเคนพยายามดิ้นรนจะหนี แต่ดูเหมือนยิ่งดิ้นเชือกยิ่งรัดแน่น ศรกลับเข้ามาพร้อมกับแม็กนั่ม

"ข้าเดาว่าบักเสือมันคงเล่าให้เอ็งฟังแล้วว่าทำไมหมัด เขวี้ยงควายของมันถึงสู้แม็กนั่มไม่ได้...พลังข้าวเหนียวของมันยังไงก็มีขีด จำกัด แต่พลังของแม็กนั่มมันไร้ขีดจำกัด เอ็งเคยคิดอยากจะลองมีพลังแบบนั้นบ้างไหม" ศรเดินเข้ามาจ้องหน้าเคนใกล้ๆ เคนบอกปัดว่าไม่เคยคิดอยากได้

"งั้นฉันว่าแกควรจะมี จะได้ไม่น้อยหน้าเพื่อนแกไง"

เคนหันไปมองตามเสียง เห็นอำนาจเดินนำหน้าลิงลมเข้ามา เคนปฏิเสธลั่นว่าไม่ต้องการ

"เอาน่าไอ้เคน คนที่มีพลังมหาศาลมันดีนะเว้ย ดีไม่ดีเอ็งอาจจะเก่งกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็ได้ เอ็งจะได้ดังกว่าบักเสือ ไม่ต้องคอยเป็นพระรองให้มันไง" ลิงลมยิ้มกวน

อำนาจหันไปพยักพเยิดแม็กนั่มให้เอาเข็มฉีดสารกระตุ้นออกมา ศรกับลิงลมช่วยกันจับตัวเคนให้อยู่นิ่งๆ แม็กนั่มฉีดสารกระตุ้นเข้าคอเคนจนหมดหลอด ทันทีที่ดึงเข็มฉีดยาออกเคนตัวสั่นอย่างรุนแรง

"ไม่...ข้ากับบักเสือเป็นเพื่อนรักกัน ข้าไม่มีทางทำร้ายเพื่อนข้า" เคนตะโกนเรียกเสือลั่นก่อนหมดสติ

ศรถามอำนาจว่าแล้วเคนจะไม่ตายเหมือนกับเห่าดงและหมีควายหรือ อำนาจไม่ตอบ มองเคนด้วยสีหน้าเหี้ยม แล้วชวนลิงลมกับแม็กนั่มไปที่ห้องทำงานทิ้งเคนไว้ลำพังกับศรไม่นานนัก เคนรู้สึกตัว แต่อยู่ในอาการสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยา ศรเข้ามาจับหัวเคนยกขึ้น

"ข้าจะบอกให้ว่าไอ้เห่าดงกับหมีควายมันแข็งแกร่งขึ้นมาเพราะยาตัวเดียวกับ ที่เอ็งได้ไป แต่สุดท้ายมันก็ไม่รอด... แต่เอ็งมันอึดกว่าที่ข้าคิดไว้เยอะ ถ้าเอ็งรอดคืนนี้ไปได้ เอ็ง จะแข็งแกร่งยิ่งกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอีก" ศรผลักหัวเคน แล้วเดินออกไป

เคนเรียกชื่อเสือออกมาเบาๆ เริ่มหายใจติดขัด เจ็บปวดทรมานมาก ภาพเก่าๆเมื่อครั้งที่เขาออกรบกับเสือผ่านเข้ามาในสมองที่เหลือสติเพียงน้อย นิดของเคน ภาพตอนที่เขาเหยียบกับระเบิด แล้วเสือเสี่ยงชีวิตใช้พลังข้าวเหนียวเข้ามาช่วยอุ้มเขาวิ่งหนีจนรอดพ้นระยะ ทำการของระเบิด...ความทรมานจากสารกระตุ้นทำให้เคนถึงกับร้องลั่น...

ขณะเดียวกัน เสือนอนไม่หลับ อดเป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อนรักไม่ได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 11:15 น.