ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แสงระวีถอยกรูด ศรตามมากระชากเสื้อตัวนอกของเธอขาดวิ่นเหลือแต่เสื้อตัวใน เธอวิ่งหนีไปจนติดผนังตู้โบกี้ ศรย่างสามขุมเข้าหาพร้อมกับยกเสื้อแสงระวี ซึ่งกระชากติดมือขึ้นดม

"หอมชื่นใจ...สมแล้วที่เฝ้ารอเวลานี้กับคุณคนสวยมานาน"

แสงระวีหมดทางหนี ขู่ว่าถ้าศรเข้ามาใกล้จะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย  ศรไม่สนใจคำขู่ยังคงเดินเข้าหา  แสงระวียอมตาย เตรียมจะกัดลิ้นตัวเอง ศรพุ่งประชิดตัว ชกเข้าที่ท้องเธอเต็มแรง แสงระวีสลบเหมือด...

ด้านเสือโดนเห่าดงกับหมีควายรุมยำและใกล้หมดสติ อยู่ๆมีเสียงเรียก "เสือ" แว่วเข้ามา เสือปรือตามองเห็นหลวงพ่อเข้มยืนสงบนิ่งอยู่ไกลๆ เขาร้องเรียก "หลวงพ่อๆ" เห่าดงกับหมีควายคิดว่าเสือถูกอัดจนเพ้อพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย เสือพยายามคลานไปหาหลวงพ่อเข้มที่กำลังพูดกระตุ้นให้ กำลังใจเขา

"เสือ...เอ็งคือนักสู้...หัวใจของนักสู้ต้องไม่มีคำว่ายอมแพ้"

"แต่ผม...ผมไม่มีพลังจะสู้กับใครได้อีกแล้ว"

"ไม่มีใครทอดทิ้งเอ็ง  แม้แต่คุณแสงระวีก็ยังสู้เพื่อเอ็ง แต่เอ็งต่างหากที่ถอดใจไม่ยอมสู้"  หลวงพ่อเข้มพูดจบก็หายวับไป  หมีควายตามมาลากคอเสือขึ้นมา  หมายจะจัดการขั้นเด็ดขาด...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่วัดดอนควาย ลุงมั่นกับดอกสร้อยยืนรอหลวงพ่อเข้มอยู่หน้าโบสถ์ด้วยความเป็นห่วง ดอกสร้อยถามว่าเกิดอะไรขึ้น หลวงพ่อเข้มเข้าไปทำสมาธิในโบสถ์หลายวัน แล้วทำไมยังไม่ออกมา ลุงมั่นบอกว่าเสือกำลังตกอยู่ในอันตราย หลวงพ่อกำลังหาทางช่วยเสืออยู่...

หมีควายง้างหมัดซัดเสือ แต่เสือกลับยกมือขึ้นรับหมัดไว้ได้ หมีควายชะงัก ท่าทางของเสือที่ดูคล้ายหมดแรง ตอนนี้กลับมีพลังขึ้นมาอีกครั้ง โขกหัวเข้าหน้าหมีควายอย่างจังจนหงายหลังแล้วตามเข้าไปอัดกำปั้นใส
ไม่ยั้งด้วยเชิงมวยโคราช หมีควายสลบล้มคว่ำ เห่าดงเจ็บใจพุ่งเข้าหา เสือเบี่ยงตัวหลบ ฟันศอกเข้าปลายคาง เห่าดงน็อกกลางอากาศ เสือมุ่งหน้าไปยังตู้โบกี้ที่แสงระวีถูกจับขังไว้...

ศรเอาปืนที่เหน็บเอววางไว้กับพื้น ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อตัวในของแสงระวี พลันมีเสียงสั่งให้หยุดดังขึ้นด้านหลัง ศรหันไปมอง เห็นเสือในสภาพดูไม่จืดยืนมองหน้าตาเอาเรื่อง

"บักเสือ...แกนี่มันบักอึดจริงๆขนาดไม่มีพลังข้าวเหนียว แล้ว ยังรอดมาได้อีก"

"ถึงพลังข้าวเหนียวจะไม่อยู่กับข้าอีกแล้ว แต่สองมือ ของข้าก็พร้อมจะลากคอเอ็งเข้าคุกได้ทุกเมื่อ"

ศรกวักมือยั่วเสือท้าทายให้เข้ามา เสือไม่รอช้าโจนเข้าใส่ ทั้งคู่แลกหมัดกันดุเดือด  เสืออ่อนแรงเต็มทีเลยเสียเปรียบสู้ได้ ไม่กี่หมัดก็โดนศรอัดกระเด็น   ศรพุ่งเข้าหาหมายจะซ้ำแต่เสียงปืนดังขึ้นขัดจังหวะ ศรหยุดกึกหันไปเห็นแสงระวีใช้ปืนของเขาที่วางไว้จ้องมาที่ตัวศร ขู่ว่าถ้าทำร้ายเสืออีกเธอจะฆ่าเขา...

แสงระวีพาเสือหนีมาได้สักพัก เสือหมดแรงไปต่อไม่ไหว บอกแสงระวีให้รีบหนีไปก่อนไม่ต้องห่วงเขา แสงระวีไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าเขาไม่ไปด้วย เสือซึ้งใจ ตัดสินใจจะบอกความจริงกับเธอว่าเขาคือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แต่ยังไม่อ้าปากพูด เขาถูกลูกดอกอาบยาสลบยิงเข้าที่คอหมดสติ

แสงระวีตกใจ เห็นศรตามเข้ามาสีหน้าเหี้ยมเกรียม เธอยกปืนขึ้นเหนี่ยวไก กระสุนเฉียดหน้าศรเลือดซิบ ศรขบกรามแน่น หลับตายกมือพนมท่องคาถา แสงระวียิงใส่อีก แต่คราวนี้ปืนยิงไม่ออก

ศรลืมตาขึ้นแสยะยิ้ม "หมดเวลาโอหังซะทีนะจ๊ะคนสวย" แล้วเดินหน้าเข้าหาแสงระวี

ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นสามนัดซ้อนจากกุหลาบแดง ซึ่งขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามา ศรกระโดดหลบหาที่กำบัง กุหลาบแดงตะโกนเรียกแสงระวีมาขึ้นรถ แสงระวีลังเลเป็นห่วงเสือ กุหลาบแดงเร่งเธออีกครั้ง แสงระวีตัดสินใจวิ่งไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กุหลาบแดง ก่อนจะพุ่งทะยานออกไป ศรมองตามเจ็บใจ...

ทันทีที่กุหลาบแดงจอดมอเตอร์ไซค์ แสงระวีโดดลงจากรถจะกลับไปช่วยเสือ กุหลาบแดงคว้าแขนเธอไว้ สัญญาว่าเราจะกลับไปช่วยเขาภายหลัง แสงระวีเกรงว่าถ้ารอนานเกินไปเขาจะถูกฆ่าเสียก่อน กุหลาบแดงไม่คิดว่าศรจะอยากฆ่าเสือ เพราะถ้าเขาคิดจะฆ่า คงไม่ยิงยาสลบใส่ แสงระวีนิ่งคิด

"เชื่อฉันนะคะ ตอนนี้ไม่ใช่แค่นายเสือคนเดียวที่คุณเป็นห่วง พ่อคุณเองก็กำลังตกอยู่ในอันตราย...พ่อคุณคิดว่าคุณถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์จับตัวไป เขาคิดจะไปช่วยคุณเลยวางแผน ถอนรากถอนโคนถึงหัวหน้าของพวกมัน แต่ลำพังเขาคนเดียวจัดการกับพวกนั้นไม่ได้แน่"

แสงระวีสงสัยว่าพ่อของเธอไปรู้จักหัวหน้าเขี้ยวพยัคฆ์ ได้อย่างไร กุหลาบแดงเห็นว่าได้เวลาแล้ว จึงเปิดเผยความจริงให้แสงระวีรู้ว่าธงไทที่แท้ก็คือพญาอินทรีหรือลมใต้ปีกนั่นเอง แสงระวีตะลึงคาดไม่ถึง และยิ่งตกใจมากขึ้น เมื่อรู้ว่ากุหลาบแดงก็คือหมวดรสรินนั่นเอง

"ฉันเคยถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์หลอกใช้ แต่พ่อคุณช่วยฉันเอาไว้ ถ้าขาดพ่อคุณไปสักคน แผนการโค่นล้มพวกมันก็คงต้องล้มเหลว"

"แล้วตอนนี้พ่อฉันอยู่ไหน...เขาอยู่ที่ไหน" แสงระวีเป็นห่วงพ่อตัวเองมาก

โรสได้แต่ส่ายหน้า ธงไททิ้งแค่เบาะแสให้เธอตามมาช่วยแสงระวีเท่านั้น ส่วนอีกเรื่องเธอจนปัญญา

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ธงไทจ่อปืนที่หลังอำนาจดันให้เดินเข้ามาในโกดังริมแม่น้ำ ก่อนเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้อำนาจรู้ว่าเขาคือลมใต้ปีกที่คอยเขียนคอลัมน์ กระตุ้นเตือนทุกคนให้ระวังคนเลวๆอย่างอำนาจที่แฝงตัวเข้ามาในสังคม แต่ตอนนี้เขาไม่ใช้ปากกาอีกต่อไปแล้ว เขาจะใช้ลูกปืนซองตัดสินความผิดของอำนาจ

"แกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกไอ้ธงไท ตอนนี้ฉันไม่ใช่ ผู้พันอำนาจที่แกรู้จักอีกแล้ว" อำนาจยิ้มมีเลศนัย...

ฝ่ายสิงห์กับพวกตามอำนาจมาถึงริมแม่น้ำ พบรถของเขาจอดอยู่ ภายในรถเจอศพ 2 ศพ สิงห์สั่งจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มแยกย้ายกันตามหาอำนาจ โดยไม่ทันสังเกตว่าลิงลมสะกดรอยตามมาติดๆ...

ธงไทยกปืนเล็งไปที่อำนาจ ประกาศก้องว่าถ้าเขาฆ่าอำนาจซึ่งเป็นหัวหน้าองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ได้ คนของเขากับสิงห์ จะจัดการกับสมุนของอำนาจที่เหลือจนหมด แล้วที่นาของคนไทยที่อำนาจเตรียมจะประเคนให้พวกต่างชาติก็จะกลับมาเป็นของคนไทยอีกครั้ง ธงไทพูดขาดคำ ลั่นกระสุนใส่อำนาจทันที

เสียงปืนดังก้องไปทั่วบริเวณ อำนาจยืนเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ธงไทถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นลูกปืนที่ยิงออกไปร่วงอยู่ที่พื้น ไม่ระคายผิวอำนาจแม้แต่น้อย จังหวะนั้น เส้นเลือดทั่วตัวอำนาจเปลี่ยนเป็นสีดำ เพราะอิทธิฤทธิ์ของเหล็กไหล ธงไทยืนตะลึงอยู่อึดใจ ตั้งสติได้จะเหนี่ยวไกปืนอีก แต่กลับมีลมพัดวูบผ่านหน้า ส่วนปืนในมือถูกฉกไปอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของลิงลม อำนาจแปลกใจว่าลิงลมโผล่มาได้อย่างไร

"ผมเจอผู้กองสิงห์ตามผู้พันมาที่นี่ มันคงเริ่มสงสัยผู้พันแน่"

"แกแน่มากไอ้ธงไท ในที่สุดแกก็ดึงผู้กองสิงห์ไปเป็นพวกเดียวกับแก"

ลิงลมเตือนอำนาจให้รีบหนี ทางนี้เขาจะจัดการให้ อำนาจขอจัดการธงไทเองจะได้ส่งธงไทไปอยู่กับเมียที่อำนาจฆ่าตายไปก่อนหน้า แล้วคว้าปืนจากลิงลมยิงกระหน่ำใส่ ธงไททรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เสียงปืนดังไปถึงหูสิงห์ เขารีบตรงมายังต้นเสียง เห็นธงไทนอนจมกองเลือด ปราดเข้าไปประคอง เรียกให้ได้สติ

ลิงลมวิ่งเข้ามาด้านหลัง ถีบสิงห์กระเด็น ก่อนที่ลิงลมจะทำร้ายสิงห์ไปมากกว่านี้ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเข้ามาขัดขวาง ลิงลมเห็นท่าไม่ดีชิ่งหนี  สิงห์รีบนำตัวธงไทส่งโรงพยาบาล  แล้ว โทร.แจ้งแสงระวีทันที...
อำนาจกลับถึงเซฟเฮาส์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด  ฉุนขาดที่ ศรขัดคำสั่ง  ดีที่ลิงลมตามไปช่วยไว้ทัน  ไม่เช่นนั้นเขาต้องถูกสิงห์เปิดโปงไปแล้ว กำนันฉ่ำรับปากว่าจัดการศรให้ อำนาจต้องการให้ทำอย่างไรบอกมา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่น อำนาจสั่งลิงลมไปจัดการฆ่าศร ลิงลมรีบไปปฏิบัติตามสั่ง กำนันฉ่ำหน้าเสีย

"ผู้พัน ผมขอร้องล่ะครับ เด็กมันห้าวไว้ชีวิตมันด้วย ที่มันใจร้อนไม่ยอมรอฟังคำสั่งผู้พัน เพราะมันอยากช่วยผู้พันนะครับ"

"ช่วยให้ข้าเสียเวลามากกว่า"

กำนันฉ่ำยืนยันว่าศรช่วยอำนาจได้จริงๆ เขาจับเสือมาขังไว้ที่นี่ ตามที่อำนาจต้องการ...

ลิงลมตรงเข้ามาจะจัดการกับศร เห่าดงกับหมีควายเข้ามาขวางทาง ลิงลมอัดสมุนทั้งสองของศรลงไปกองกับพื้น แล้วพุ่งเข้าต่อสู้กับศร ยังไม่ทันรู้แพ้รู้ชนะ กำนันฉ่ำพาอำนาจเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน กำนันฉ่ำรีบบอกศรให้ขอโทษอำนาจเดี๋ยวนี้ ศรยืนนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน กำนันฉ่ำต้องเข้าไปบีบแขนลูกชาย

"เอ็งอย่าหาเรื่องให้ข้าต้องเดือดร้อนอีกได้ไหม ยังไงเอ็งก็สู้ผู้พันไม่ได้ อยากตายเหรอไง"

ศรตัดรำคาญจำยอมยกมือไหว้ขอโทษอำนาจ อำนาจไม่พูดอะไร ขยับเข้าไปใกล้ๆศร แล้วกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดเป็นสีดำไปทั่วตัว ก่อนอัดเข้าท้องศรอย่างแรง ถึงกับกระอักเลือด

"คราวนี้ฉันยกโทษให้ เพราะพ่อแกบอกว่าแกได้ตัวไอ้บักเสือมาให้ แต่ถ้าแกยังทำหูทวนลมไม่ฟังคำสั่งฉันอีก... ศพแกไม่สวยแน่...ไอ้เด็กเมื่อวานซืน"

กำนันฉ่ำขอบคุณอำนาจที่ไว้ชีวิตลูกชายของตน รับปากว่าศรจะไม่ทำอย่างนี้อีก อำนาจว่าอย่าเพิ่งดีใจ ถ้าของที่ศรเอาติดมือกลับมาทำประโยชน์ให้เขาได้ ศรก็รอด อำนาจกับลิงลมพากันผละจากไป

ศรมองตามด้วยสายตาอาฆาตแค้น กำนันฉ่ำเตือนลูกอีกครั้งว่าคราวหน้าอย่าทำให้อำนาจไม่พอใจอีก แล้วเดินตามอำนาจ ศรมองตามพ่อด้วยสีหน้ากวนโอ๊ย หันไปบอกเห่าดง กับหมีควายว่าเขาจะไม่ยอมเป็นแค่ลูกน้องเดินตามอำนาจเหมือนพ่อของเขา

"ไอ้ผู้พันนั่นเผลอเมื่อไหร่ ข้าจะชิงเอาเหล็กไหลมาจากมัน แล้วดูสิว่าทีนี้ใครจะแกร่งเกินข้าได้อีก"

ooooooo

อำนาจปล่อยให้ลิงลมซ้อมเสือจนสะบักสะบอม จังหวะที่ลิงลมกำลังจะง้างหมัดเพื่อปลิดชีพเสือ อำนาจคว้ามือลิงลมห้ามไว้ บอกว่าซ้อมแค่ลิงลมหายแค้นพอ เพราะเขายังต้องใช้งานเสืออีก

"พลังข้าวเหนียวของมันไม่เหลือแล้ว มันยังจะมีประโยชน์อะไรอีก"

"พลังข้าวเหนียวของมันไม่ได้หายไปจนเรียกกลับมาไม่ได้อีกหรอกไอ้ลิงลม" อำนาจยิ้มเจ้าเล่ห์...

ขณะเดียวกัน ลุงมั่นกับดอกสร้อยยังคงรอหลวงพ่อเข้มอยู่หน้าโบสถ์อย่างใจจดใจจ่อ จังหวะนั้นมีชายฉกรรจ์สวมแว่นตาดำ 2 คน ท่าทางไม่น่าไว้วางใจเดินเข้ามาพร้อมกับฮัสซัน ลุงมั่นเดาออกทันทีว่าพวกนี้เป็นใคร เพราะหลวงพ่อเข้มเคยบอกเขาไว้ว่าพวกนี้คือพวกที่ทำให้เสือตกที่นั่งลำบาก พอฮัสซันเอ่ยปากจะขอพบหลวงพ่อเข้ม ลุงมั่นเข้ามาขวาง ตั้งท่าเตรียมสู้

"ฝันไปเถอะ พวกเอ็งไม่มีทางผ่านข้าไปได้หรอก"

สมุนของฮัสซันไม่รอช้าปล่อยหมัดตรงเปรี้ยงเดียว ลุงมั่นสลบ ดอกสร้อยโกรธ วิ่งเข้าไปจะเอาเรื่องโดนสมุนชกท้องจนหมดสติไปอีกราย ฮัสซันเดินไปที่ประตูโบสถ์ สมุนปรี่เข้ามาจะช่วยคุ้มกันให้ ฮัสซันสั่งว่า ไม่ต้อง แค่พระรูปเดียว คงไม่มี พิษมีภัยอะไรกับใคร

ฮัสซันเข้าไปในโบสถ์ เห็นหลวงพ่อเข้มนั่งหลับตานิ่ง

ที่ตรงหน้ามีห่อผ้าขาววางอยู่บนพานทองคล้ายกับท่านกำลังปลุกเสกบางอย่าง ฮัสซันพูดขึ้นว่าเคยได้ยินมาว่าหลวงพ่อสามารถปลุกเสกข้าวทิพย์ที่กินเข้าไปแล้วทำให้คนธรรมดามีพลังมหาศาล วันนี้เขาถึงอยากจะมาชมเพื่อเป็นขวัญตา หลวงพ่อเข้มยังนั่งนิ่ง

"นั่นคงจะเป็นข้าวทิพย์ที่หลวงพ่อปลุกเสก  ผมยินดีที่จะทำบุญถวายให้มากเท่าที่หลวงพ่อต้องการ เพื่อขอให้หลวงพ่อมอบข้าวทิพย์ให้"

หลวงพ่อเข้มยังนั่งไม่ไหวติง ฮัสซันเอะใจเข้าไปแตะตัวท่าน ทันทีที่ถูกตัวหลวงพ่อเข้มล้มตึง ฮัสซันตกใจ รีบเอามืออังจมูก ปรากฏว่าหลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว ฮัสซันไม่สนใจ ตรงเข้าไปหยิบห่อข้าวทิพย์ขึ้นมา  ทันใดนั้นมีเสียงของหลวงพ่อดังก้องโบสถ์

"ผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้นจึงจะได้รับพลัง"

ฮัสซันตกใจ มองตามเสียง เห็นหลวงพ่อเข้มยืนหน้า

ประตูโบสถ์จ้องมายังตน ฮัสซันฉงนมาก หันขวับไปมองร่างของหลวงพ่อที่นอนแน่นิ่ง   เขารู้ทันทีว่าร่างที่ยืนอยู่นั้นคือวิญญาณของท่าน หลวงพ่อเข้มเดินออกจากโบสถ์ ฮัสซันรีบตามออกมาพร้อมกับห่อข้าวทิพย์ในมือ แต่หลวงพ่อหายไปแล้ว...

พอเสือรู้ว่าพวกของอำนาจไปหาหลวงพ่อเข้มที่วัดดอนควาย ขู่อาฆาตอำนาจกับลิงลมไว้ว่าถ้าใครแตะต้องหลวงพ่อแม้แต่ปลายเล็บ เขาจะฆ่าให้หมด

"เจอขนาดนี้แล้ว มันยังอึดน่าดู...จัดการให้มันอยู่สงบๆเอาแบบไม่ต้องเถียงพูดง่ายฟังง่าย"

ลิงลมรับคำ เอาเฮโรอีนฉีดเข้าเส้นที่แขนพับของเสือ เสือพยายามดิ้นรน แต่สู้แรงลิงลมไม่ได้


ธงไทยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียู แสงระวีมองสภาพของพ่อถึงกับน้ำตาซึม สิงห์เข้ามาถามว่าอาการของธงไทเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่ายังน่าเป็นห่วง หมอไม่กล้าเสี่ยงผ่ากระสุนอีกนัดหนึ่งที่ฝังอยู่ใกล้เส้นประสาท เพราะเกรงจะทำให้พ่อของเธอเป็นอัมพาต

"คุณอาเป็นคนเข้มแข็ง พี่ว่าคุณอาจะต้องผ่านพ้นเหตุการณ์ร้ายๆนี้ไปได้แน่นอน...เอ่อ...แสงระวี พี่มีเรื่องอยากจะคุยกับแสงระวีหน่อย" สิงห์ว่าแล้วเดินนำแสงระวีออกไปนั่งนอกห้อง ซักว่าธงไทเคยเล่าอะไรเกี่ยวกับนายอำนาจให้ฟังบ้างหรือเปล่า แสงระวีโกหกว่าไม่เคยเล่า สิงห์มองจ้องจับผิด

"พี่อาจจะดูเถรตรงกับ กฎหมายมาตลอด จนดูเหมือนว่าพี่คงขอให้ช่วยได้ยาก แต่หลังจากที่พี่เห็นพวกมันทำกับคุณอาได้ถึงขนาดนี้ พี่ก็เชื่อแล้วว่าพวกมันคงทำกับคนอื่นได้เหมือนกัน...เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่พี่จะทำทุกอย่างเพื่อจัดการกับพวกมันให้สิ้นซาก"

แสงระวีน้ำตาเอ่อ โผกอดสิงห์ร้องไห้โฮ "พี่สิงห์ต้องช่วยพวกเรานะ พวกเราไม่เหลือใครอีกแล้ว"

สิงห์ สงสัยว่าพวกเราที่แสงระวีพูดหมายถึงใคร แสงระวี เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟัง แล้วพาสิงห์มาบ้านลมใต้ปีก พอโรสเห็นหน้าสิงห์ ไม่ฟังคำอธิบายอะไรทั้งสิ้น วิ่งหนีไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ในโรงรถ สิงห์วิ่งมาขวาง บอกเธอว่าไม่ต้องหนีอีกแล้ว โรสขู่ว่าถ้าไม่ถอยไปพ้นทาง เธอจะขับมอเตอร์ไซค์ชนเขา

"หยุดคิดหนีผมซะที คุณตั้งใจเปิดเผยตัวให้ผมรู้ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่แล้วทำไมจะต้องหนีผมอีก"

"ฉัน ทำอย่างนั้นก็เพราะต้องการให้คุณได้รู้ความจริงเกี่ยวกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ แล้วหันมาร่วมมือกับหัวหน้าและนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แต่สำหรับฉัน ตอนนี้ฉันไม่ใช่หมวดโรสคนเดิมที่คุณเคยรู้จัก ฉันเป็นพวกนอกกฎหมายที่คุณต้องการตัว"

"ใช่...ผมต้องการตัวคุณ"

โรส เข้าใจผิดคิดว่าสิงห์จะมาจับ เร่งเครื่องหนี สิงห์ต้องโดดหลบ ลุกขึ้นได้วิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่อีกคัน ขับตาม ทั้งสองคันไล่ล่ากันด้วยความเร็วสูง จังหวะหนึ่ง มีรถขับตัดหน้า โรสต้องหักหลบ ทำให้รถของเธอเสียการควบคุมพุ่งออกข้างทาง สิงห์ตามมาถึงเห็นมอเตอร์ไซค์ของโรสล้มอยู่ แต่ไม่พบตัวหญิงสาว กวาดตามองหาด้วยความเป็นห่วง อยู่ๆ โรสโผล่มายืนด้านหลังพร้อมกับปืนจ่อเขาไว้

"จะตามมาอีกทำไม ฉันทำภารกิจของฉันเสร็จ ฉันจะมอบตัวกับคุณเอง"

สิงห์ ค่อยๆหันกลับมา ต้องตกใจ เห็นโรสได้รับบาดเจ็บที่แขนเลือดไหล สิงห์จะเข้าไปดูแผลให้ โรสขู่ว่าถ้าเข้ามาใกล้ กว่านี้เธอจะยิง สิงห์ขอให้เธอฟังคำอธิบายของเขาบ้าง โรสไม่ฟัง สิงห์ต่างหากที่ต้องฟัง

"หน้าที่ ของฉันคือการทำตามแผนการที่วางไว้เพื่อจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้สิ้นซาก ส่วนคุณมีหน้าที่คอยปกป้องคุณแสงระวีและหัวหน้า และพิสูจน์ความจริงว่านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ใช่คนร้าย"

สิงห์ ยังคงเดินเข้าหาโรส ท้าให้ยิงถ้าไม่เห็นว่าเขาสำคัญต่อเธอ แล้วเอามือจับปากกระบอกปืนไว้ โรสมองด้วยน้ำตาคลอเบ้า ตอนนี้เธอยอมให้เขาจับตัวไปไม่ได้

"เข้าใจผิดแล้ว ที่ผมบอกว่าผมต้องการตัวคุณไม่ได้ หมายความว่าผมจะจับคุณ ผมอยากขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตผมมาตลอดต่างหากหมวดโรส...แสงระวีเล่าทุกอย่าง ให้ผมฟังหมดแล้ว ตอนนี้เราเป็นพวกเดียวกัน ผมสัญญาว่าผมจะปกป้องคุณเหมือนที่คุณพยายามปกป้องผม"

โรสยิ้มดีใจ ยื่นหน้าเข้าไปจูบเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมดสติล้มลง สิงห์รีบประคองเธอไว้ จากนั้นสิงห์พาโรสซึ่งยังหมดสติกลับมารักษาบาดแผลที่บ้านลมใต้ปีก แสงระวี เข้ามาช่วยทำแผลให้โรส สิงห์เล่าให้แสงระวีฟังว่าก่อนโรสจะหมดสติ เธอต้องการให้เขาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้นักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียว

"ค่ะ...เพราะนอกจากพี่สิงห์แล้วก็คงไม่มีใครช่วยได้อีก"

สิงห์ เองก็เพิ่งรู้ความจริงหลังจากเขาไปเจอชายคนหนึ่งที่หลอกให้เขาไปติดกับ แผนการเล่นงานนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เขาเพิ่งนึกหน้าชายคนนั้นออกมั่นใจว่ามันต้องเป็นคนขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ สิงห์นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโกดังริมน้ำ ซึ่งเขาโดนลิงลมทำร้ายระหว่างที่เข้าไปช่วยธงไท

"ใช่ค่ะ...พวกนั้นต้องการยืมมือให้พี่สิงห์จัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

"แต่ถ้าพวกเราอยากจะให้พี่ช่วยหมอนั่น แสงระวีก็ต้องบอกข้อมูลของเขามาให้พี่"

แสง ระวีเองก็ไม่รู้ว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นใคร ถ้าเขาติดต่อมา เธอจะรีบโทร.บอกสิงห์ แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่เธอ อยากให้สิงห์ช่วย นายเสือบ้านดอนควายถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์จับตัวไป ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง เธอเป็นห่วงเขามาก สิงห์ รับปากว่าจะจัดการให้...

ทางด้านเสือ ถูกศรจับฉีดยาเสพติดให้เป็นระยะ เสือพยายามขัดขืนแต่ไม่เป็นผล สติของเขาค่อยๆล่องลอย เพ้อเรียกหามะลิกับแสงระวี ผู้หญิงสองคนที่เขารักและเป็นห่วงมากที่สุด

"ใช่แล้วบักเสือ...มัน ช่วยทำให้เอ็งเห็นภาพคนที่เอ็งคิดถึง แต่อย่าหวังว่าเอ็งจะได้เจอหน้าพวกนั้นอีก...เพราะข้าจะให้นังพวกนั้นมัน ชดใช้ที่เอ็งทำให้หน้าหล่อๆของข้าต้องเสียโฉม" ศรหัวเราะชอบใจ

ooooooo

สาย มากแล้วเสือก็ยังไม่กลับบ้าน เคนกับส้มนั่งรอด้วยความเป็นห่วง มะลิตั้งข้อสังเกตว่าเสือไปหาพวกกำนันฉ่ำตั้งแต่เมื่อวานป่านนี้ยังไม่กลับ อาจจะถูกพวกนั้นจับตัวไปแล้วก็ได้

"มะลิอย่าคิดมากอย่างนั้นสิ บักเสือมันเอาตัวรอดได้ อยู่แล้ว ใครก็ทำอะไรมันไม่ได้"

"ถ้า พี่เสือยังมีพลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอยู่ มะลิจะไม่เป็นห่วง แต่นี่พี่เสือไม่เหลือพลังติดตัวแล้ว พี่เสือจะสู้พวกมันได้ยังไง"

เคน กับส้มแปลกใจที่มะลิรู้เรื่องนี้ มะลิแอบได้ยินพวกเคนคุยกัน เธอรู้แล้วว่าเสือคือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เธออยากให้เคนกับส้มช่วยกันออกตามหาเสือ ถ้าเขาถูกพวกกำนันฉ่ำจับตัวไปจริงๆเขาอาจจะไม่รอดชีวิตกลับมา ส้มเห็นด้วย พวกเราจะอยู่เฉยๆต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ชวนเคนอออกไปสืบข่าวเสือ...

ขณะ ที่ส้มกับเคนจะแวะไปที่อู่รถแท็กซี่เพื่อถามข่าวจากเพื่อนแท็กซี่ของเคน ศร เห่าดงกับหมีควายมาดักรออยู่ เห่าดงจำหน้าส้มได้ ขอศรคิดบัญชีแค้นกับส้มเป็นการส่วนตัว ศรอนุญาตเต็มที่ พวกนั้นลากเคนกับส้มไปยังซอยเปลี่ยว รุมซ้อมเคนอย่างหนักเพื่อให้บอกที่อยู่ของมะลิ เคนยอมตายแต่ไม่ยอมปริปาก

ศร คิดได้ลากส้มเข้ามา ขู่เคนว่าถ้าไม่ยอมบอกที่ซ่อนมะลิ จะให้เห่าดงกับหมีควายรุมโทรมส้ม เคนทนเห็นส้มถูกรังแกไม่ได้ ยอมเปิดปากพูดทุกอย่าง แต่แทนที่ศรจะปล่อยตัวส้ม กลับบอกว่า

"หน้าตาของนังนี่มันสวยเข้าขั้นนางงามได้เลย แบบนี้ถ้าส่งไปซ่องเมื่อไหร่คงทำกำไรงามแน่ๆ"

เคน เจ็บใจที่เสียรู้ โกรธจัดปรี่เข้าหาศร กลับโดนศรประเคนทั้งหมัดเขย่าทั้งแข้งใส่จนล้มคว่ำ ศรจะเข้าไปซ้ำให้ตาย แต่ส้มขอร้องไว้ จะให้เธอทำอะไรก็ได้แต่อย่าฆ่าเคน ศรเตะปลายคางเคนสลบเหมือด

"ไว้ฉันได้ตัวนังมะลิมาเมื่อไหร่ ฉันจะส่งมันไปอยู่ซ่องเดียวกับแก" ศรยิ้มร้าย ขณะส้มได้แต่อึ้ง...

สิงห์ ปล่อยโรสให้อยู่ในความดูแลของแสงระวี แล้วขอตัวไปสืบข้อมูลของเสือ ทันทีที่ถึงที่ทำงานสิงห์สั่งจ่าเพิ่มค้นข้อมูลเกี่ยวกับเสือมาให้หมด จ่าเพิ่มหายออกไปพักใหญ่ กลับมาพร้อมแฟ้มเอกสารกองโตวางลงบนโต๊ะทำงานสิงห์ อดถามไม่ได้ว่าเสือเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ที่เรากำลังตามเรื่อง อยู่

"ข้อมูลในนี้ไม่ตรงกับข้อมูลที่ผมรู้มาเลย นายเสือไม่ใช่โจร แต่เป็นพวกที่ขัดขวางแผนการฮุบที่นาคนไทยของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เขาถึงถูกใส่ร้ายป้ายสีให้เป็นคนผิด"

"แต่หลักฐานที่ถูกส่งมา นายเสือทำผิดกฎหมายนี่ครับ"

สิงห์ อธิบายว่า ทั้งตัวเขา โรสกับจ่าเพิ่ม ถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์หลอกใช้ และชี้นำให้เห็นคนดีอย่างเสือเป็นคนผิด ถ้าเขาไม่ได้เห็นกับตาตัวเองว่า พวกนั้นพยายามหลอกเขา เขาคงไม่มีวันได้รู้ความจริง ดังนั้น ถ้าพวกเราได้ตัวเสือมา เราก็อาจจะสาวไปถึงพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้ ระหว่างนั้น หมู่แย้มเข้ามาแจ้งว่า ท่านรองฯสั่งให้สิงห์ไปพบที่ห้องทำงานด่วน สิงห์คาดไว้ไม่ผิดว่าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้ เดินหน้าเครียดออกไป...

ใน เวลาเดียวกัน เคนในสภาพยับเยินเริ่มได้สติ ค่อยๆคลานไปหยิบมือถือของส้มที่ตกอยู่ รีบโทร.ไปบอกแสงระวีว่า ศรกำลังบุกไปจับตัวมะลิ แสงระวีตกใจมาก ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี...

ด้าน สิงห์หายเข้าไปในห้องทำงานของท่านรองฯ ไม่นานก็กลับออกมา จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรออยู่ รีบเข้ามาถามว่าท่านรองฯ มีเรื่องอะไร สิงห์ถูกคำสั่งย้ายด่วนภายใน 24 ชั่วโมง จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มพากันตกใจ

"ไม่ ผิดจากที่ผมคิดไว้หรอกจ่า...หมู่ อิทธิพลของพวกเขี้ยวพยัคฆ์กำลังเริ่มเล่นงานคนที่คิดไปขัดขวางมัน...ผม ขอบคุณพวกคุณมากที่ร่วมงานกับผมมาตลอด"

"ผู้กองหมายความว่าไงครับ...ผู้กองจะไปโดยไม่มีพวกเราหรือ"

สิงห์ มีเรื่องสำคัญที่เสี่ยงต่อชีวิตต้องจัดการอีกหลายเรื่อง เลยไม่อยากดึงจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มมาเสี่ยงด้วย ชมว่าทั้งคู่ เป็นตำรวจที่ดีมีอุดมการณ์ อยู่ช่วยทางการต่อไปจะดีกว่าจังหวะนั้น แสงระวีโทร.มาบอกสิงห์ว่ามะลิน้องสาวของเสือตกอยู่ในอันตราย กำลังจะถูกพวกกำนันฉ่ำจับตัวไป สิงห์จะรีบไปจัดการให้ แล้วหันมาล่ำลาลูกน้องทั้งสองคนก่อนจะผลุนผลันออกไป...

ขณะมะลิกำลังนั่งภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้เสือกลับมาอย่างปลอดภัย ศรบุกเข้ามาจับตัวเธอ มะลิกลัวมาก วิ่งหนีไปหลังบ้านเจอเห่าดงดักรออยู่ จะวิ่งหนีไปอีกทางหมีควายก็ขวางไว้ เธอไม่ยอมให้จับง่ายๆคว้าขวดพริกป่นสาดใส่หน้าเห่าดงจนแสบน้ำตาไหลพราก หมีควายรำคราญเงื้อมือจะตบมะลิ

สิงห์เข้ามาคว้ามือเขาไว้ แล้วชกหน้าหมีควายเต็มแรงเลือดกำเดาทะลัก หมีควายโกรธพุ่งใส่สิงห์จัดการซัดจนหมอบ เห่าดงตามเข้ามาช่วย โดนสิงห์จระเข้ฟาดหางใส่ล้มคว่ำไม่เป็นท่า สิงห์ปราดเข้าไปหาหญิงสาว แนะนำตัวเองว่าเขาคือผู้กองสิงห์ มะลิตกใจเมื่อรู้ว่าเขาเป็นตำรวจ จะวิ่งหนี แต่สิงห์คว้าข้อมือไว้

"ไม่ต้องกลัว แสงระวีให้ฉันมา เรากำลังหาทางช่วยพี่ชายของเธอ"

มะลิได้ฟังแล้วโล่งใจ ศรตามเข้ามาหน้าตาเอาเรื่อง ไม่พูดพล่ามหลับตาท่องคาถา ปลุกรอยสักของสองสมุนขึ้นมา ดวงตาของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพุ่งเข้าหาสองหนุ่มสาว มะลิเห็นท่าไม่ดีรีบดึงสิงห์หนี เห่าดงกับหมีควายกระโจนทีเดียวขวางหน้าทั้งคู่ไว้
สิงห์เข้าต่อสู้กับสมุนทั้งสองของศร แต่สู้เรี่ยวแรงไสยศาสตร์ของพวกนั้นไม่ได้ โดนทำร้ายจนบอบช้ำ ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มตามมาช่วยสิงห์กับมะลิไว้ได้ทัน พากันหนีขึ้นรถขับหายไป ศรได้แต่มองตามด้วยความเจ็บใจ...
ครู่ต่อมา จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มพาสิงห์กับมะลิมาบ้านลมใต้ปีก แสงระวีโผเข้ากอดมะลิด้วยความดีใจ โรสรีบวิ่งเข้าไปช่วยจ่าเพิ่มประคองสิงห์มานั่งที่โซฟา ถามสิงห์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

"ตอนนี้ผมไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ถ้าไม่ได้จ่ากับหมู่มาช่วยอาจจะไม่ได้กลับมา...ขอบใจมากนะจ่า...หมู่"

จ่าเพิ่มบอกว่าไม่ต้องขอบใจพวกตน เราสองคนร่วมหัว

จมท้ายกับผู้กองมานานจะให้ทิ้งกันง่ายๆคงไม่ได้ สิงห์สัญญากับมะลิว่าจะตามหาพี่ชายของเธอกลับมาให้ได้ มะลิพยักหน้ารับรู้...

เสือยังคงสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยาเสพติด กำนันฉ่ำ ยกจานข้าวเข้ามาให้ เสือไม่สนใจจะแตะต้อง กำนันฉ่ำใช้มือหยิบข้าวในจานยัดปาก เสือก็ไม่ยอมกลืน แถมไล่กำนันฉ่ำไปพ้นๆหน้า

"ตอนนี้เอ็งก็เหมือนกับควายแก่ๆตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์ รอเวลาถูกส่งเข้าโรงเชือด เพราะฉะนั้นอย่าได้หวังปาฏิหาริย์ ของหลวงพ่อเข้มจะช่วยเอ็งได้ เพราะแม้แต่หลวงพ่อเองก็ยังเอาตัวไม่รอด"

"หลวงพ่อ...แก...แกทำอะไรหลวงพ่อ"

"เฮ้ย...ข้ามันพุทธศาสนิกชนนะเว้ย จะไปทำพระได้ยังไง ...จะบอกให้เอาบุญก็ได้ หลวงพ่อเข้มของเอ็งมรณภาพแล้ว เดาว่าคงจะตรอมใจเพราะศิษย์เอกที่ส่งมาเอาตัวไม่รอด" กำนันฉ่ำหัวเราะสะใจ  เสือนิ่งงัน  เจ็บปวดใจที่รู้ข่าวการจากไปของ หลวงพ่อเข้มที่เคารพรัก...

เย็นวันเดียวกัน ภายในโบสถ์วัดดอนควาย ลุงมั่นมองร่างไร้วิญญาณของหลวงพ่อเข้มด้วยความสะเทือนใจ จุดธูปกราบศพท่านอธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณของท่านช่วยปกป้องคุ้มครองอย่าให้คนชั่วพวกนั้นทำอันตรายเสือ เพราะถ้าขาดเสือไปสักคน ความหวังที่ชาวนาจนๆในหมู่บ้านนี้จะได้ที่ทำกินคืนคงยาก

ลุงมั่นก้มกราบศพหลวงพ่อเข้มอีกครั้งด้วยน้ำตานองหน้า ฉุกคิดถึงอดีตเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน....วันนั้นเขากับหลวงพ่อเข้มยืนมองชาวนาแต่งตัวซอมซ่อนั่งมองผืนนาเขียวขจีของตัวเองน้ำตาไหลพราก เพราะที่นาตรงหน้ามีรั้วลวดหนามขึงไว้ พร้อมกับป้าย "ห้ามบุกรุก" ลุงมั่นถอนใจเฮือก

"สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ที่นาตัวเองต้องกลายเป็นของต่างชาติ น้ำตาของวันนี้ไม่ใช่แค่ของตัวเองที่รู้ว่าทำผิด แต่มันคือน้ำตาของบรรพบุรุษด้วย"

หลวงพ่อเข้มสังเวชใจยิ่งนัก สีหน้าของท่านดูอ่อนเพลีย และไอเป็นช่วงๆ ลุงมั่นเลยนิมนต์ท่านกลับไปพักผ่อนที่วัด หลวงพ่อเข้มไม่ห่วงตัวเอง เป็นห่วงแต่ชาวนาบ้านดอนควายที่ถูกยึดที่นาไปหมด ลุงมั่นถอนใจอีกครั้ง หมดหวังไปแล้วกับบ้านดอนควาย แต่ถ้าเสือทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จที่นาที่อื่นคงไม่ต่างจากที่นี่

"อย่าเพิ่งหมดหวังกับบักเสือ"

"ผมไม่กล้าหมดหวังกับมัน แต่ในเมื่อมันสิ้นพลังอย่างหลวงพ่อว่า ผมก็ไม่รู้จะเอาใจช่วยมันได้ยังไง"

ลุงมั่นน้ำตาคลอ หลวงพ่อเข้มเชื่อว่ายังมีหนทางอยู่ จึงสั่งลุงมั่นให้หาข้าวเหนียวพันธุ์ดอนควายซึ่งตอนนี้หาได้ยากเต็มที เพราะนายทุนที่ยึดที่นาไป เอาพันธุ์ข้าวของตัวมาปลูกแทน จนข้าวเหนียวพันธุ์ดอนควายใกล้สูญพันธุ์ ชาวบ้านได้ยินข่าวนี้ ต่างช่วยกันรวบรวมข้าวเหนียวพันธุ์ดอนควายมามอบให้หลวงพ่อทั้งหมู่บ้านได้มาแค่ครึ่งกิโลฯ หลวงพ่อเข้มจะนำมาทำพิธีปลุกเสกเป็นข้าวทิพย์ ส่งไปให้เสือใช้ฟื้นฟูพลัง

ooooooo

ตกค่ำ ฮัสซันเอาห่อข้าวทิพย์ที่ได้มาจากวัดดอนควายให้อำนาจดู อำนาจมองอย่างตื่นเต้นที่ข้าวห่อแค่นี้จะสามารถทำให้คนธรรมดามีพลังพิเศษเหนือ

กว่าพลังใดๆทั้งปวง เอื้อมมือจะสัมผัสห่อผ้า

ฮัสซันรีบเลื่อนออกห่าง   "หลวงพ่อรูปนั้นพูดกับฉันว่า... ผู้ที่ถูกเลือกแล้วเท่านั้นถึงจะได้รับพลัง...นั่นคงจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก...ฉัน"

"ครับ...ผมก็ว่าคงเป็นใครไม่ได้นอกจากคุณฮัสซัน ผู้ที่กำลังพลิกชะตาชีวิตมนุษย์โลกด้วยฝ่ามือตัวเอง" อำนาจพูดเอาใจ ฮัสซันหัวเราะชอบใจ...

กำนันฉ่ำฉุนขาดเมื่อเห็นศรลากตัวส้มซึ่งถูกมัดมือมัดปากกลับมาที่เซฟเฮาส์ ต่อว่าลูกชายที่ชอบหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ อำนาจไม่ได้สั่งแล้วไปพาตัวผู้หญิงคนนี้มาที่นี่ทำไม ศรยอมรับว่าทำนอกเหนือคำสั่งแต่ที่ทำไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร พวกของเสือยังลอยนวลอยู่ข้างนอก เอาตัวนังนี่มาอย่างน้อยเราก็จะเค้นที่อยู่ของพวกนั้นจากเธอได้ กำนันฉ่ำคิดคล้อยตาม แต่อดเป็นกังวลไม่ได้เกิดอำนาจรู้เข้าจะเป็นเรื่อง

"เชื่อฉัน...เดี๋ยวฉันคุยกับผู้พันเอง รับรองไม่เดือดร้อนพ่อแน่...ว่าแต่ผู้พันอยู่รึเปล่า"

กำนันฉ่ำบอกว่าอำนาจคุยอยู่กับฮัสซันในห้องรับรอง เห็นว่าเพิ่งได้ข้าวทิพย์ที่ทำให้เสือมีพลังนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาจากพระที่ดอนควาย ส้มได้ยินถึงกับหูผึ่ง ศรก็มีท่าทีสนใจเช่นกันแต่ตีหน้าเฉย หันมาสั่งเห่าดงกับหมีควายพาส้มไปขังไว้ก่อน เขามีเรื่องต้องคุยกับพ่อเป็นการส่วนตัว...

ส้มรอจนได้อยู่ลำพังกับเห่าดง ใช้มารยาเข้าคลอเคลียหลอกล่อให้เขาตายใจว่าเธอจะยอมทำตามที่เขาต้องการทุกอย่าง ถ้าพาเธอไปห้องขังเสือ เห่าดงหลงกลพาส้มไปหาเสือ ให้เวลาเธอเยี่ยมเพื่อนเก่าได้สามนาที พร้อมทั้งขู่ว่าถ้าตุกติกเขาจะฆ่าเธอ แล้วเดินออกไป ส้มเห็นสภาพบอบช้ำของเสือถึงกับน้ำตาซึมด้วยความสงสารดึงเขามากอด เสือปรือตาถามว่ามาที่นี่ได้อย่างไร

"ส้ม...กับพี่เคนถูกพวกมันจับได้ พี่เคนถูกทำร้าย ส้มก็เลยวางแผนให้พวกมันจับตัวมาเพื่อจะหาทางช่วยพี่เสือจ้ะ...ส้มจะพาพี่เสือออกไป แต่ตอนนี้พี่เสือต้องอดทนแล้วส้มจะกลับมา"

"พี่อยากกลับไปหามะลิ"

"จ้ะ ฉันได้ยินพวกมันคุยกันว่าผู้กองสิงห์มาช่วยมะลิเอาไว้ได้ มะลิน่าจะปลอดภัยแล้ว เราจะต้องรอดจากขุมนรกนี่ด้วยกัน...สัญญานะจ๊ะพี่เสือ"

พอครบ 3 นาที เห่าดงเข้ามาลากส้มกลับ เสือมองตามส้มด้วยความเป็นห่วง...

กำนันฉ่ำตกใจมากเมื่อรู้ว่าศรคิดหักหลังอำนาจเพื่อขึ้นเป็นใหญ่ในองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ จะได้รับคำสั่งจากฮัสซันโดยตรงไม่ต้องผ่านใครอีก กำนันฉ่ำไม่เห็นด้วยนัก แต่ศรเกลี้ยกล่อมจนเขาใจอ่อนในที่สุด...

ด้านฮัสซันหยิบข้าวทิพย์ขึ้นมาเตรียมจะกิน สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวังที่จะได้เป็นใหญ่ในโลกนี้ และเขาจะกำหนดชะตาชีวิตให้กับมนุษย์ทุกคนอย่างที่เขาต้องการ ระหว่างนั้น ลิงลมเข้ามารายงานอำนาจว่า สายของเราแจ้งกลับมาว่าผู้กองสิงห์ ยังไม่ยอมย้ายออกนอกพื้นที่

ฮัสซันโวยวายว่าทำไมถึงยังกำจัดตำรวจที่ขวางทางเราไม่ได้ อำนาจรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด หันไปพยักพเยิดกับลิงลม ลิงลมรับคำแล้วนำไปปฏิบัติทันที ฮัสซันบิข้าวทิพย์ส่วนหนึ่งใส่ปากเคี้ยว อำนาจมองอย่างใจจดจ่ออยากรู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อำนาจเอามีดพกของตัวเองยื่นให้ฮัสซันลองเฉือนปลายนิ้วดู ฮัสซันทำตาม กลับมีเลือดซึมออกมา ไม่อยู่ยง คงกระพันอย่างที่ควรจะเป็น ฮัสซันมองผ่านอำนาจไปด้านหลัง เห็นหลวงพ่อเข้มยืนอยู่

"กรรมดีมีไว้สำหรับผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้น"

"ไม่...ฉันต่างหากคือคนที่ถูกเลือก" ฮัสซันตกใจ

อำนาจเหลียวไปมองด้านหลังไม่เจอใคร ถามฮัสซันว่าพูดกับใคร ฮัสซันเห็นพระรูปนั้นมาบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่ถูกเลือก อำนาจนิ่วหน้าแปลกใจ แต่แล้วอยู่ๆฮัสซันเกร็งไปทั้งตัว ข้าวทิพย์กำลังสำแดงเดชกับคนเลว อำนาจตกใจ รีบวิ่งออกมาตรงทางเดินเจอกำนันฉ่ำพอดี สั่งให้ไปพาเสือมาที่นี่ด่วน กำนันฉ่ำกลับยืนนิ่ง

อำนาจไม่พอใจ สั่งซ้ำอีกครั้งหนึ่ง กำนันฉ่ำปฏิเสธว่าจะไม่ทำตามคำสั่งของเขาอีกต่อไป ก่อนที่อำนาจจะทันรู้ตัว ศรปรี่เข้ามาด้านหลัง ฉีดยาสลบเข้าคอ อึดใจเดียวอำนาจก็สลบคาที่...

เห่าดงพาส้มมาที่ลับตาคน หวังจะให้เธอพลีกายเป็นรางวัลที่เขาพาเธอไปหาเสือ สิ่งเดียวที่ส้มให้เป็นรางวัลแก่เห่าดง คือเหล็กท่อนเขื่องฟาดเข้าเต็มหน้า เห่าดงถึงกับทรุดฮวบ เท่านั้นยังไม่หนำใจส้มฟาดซ้ำอีกหลายที ก่อนเข้าไปค้นกุญแจสำหรับไขประตูห้องขังกับกุญแจล็อกข้อมือเสือ แล้ววิ่งไปที่นั่นทันที...

ขณะเดียวกัน หลวงพ่อเข้มปรากฏตัวขึ้นที่มุมหนึ่งในห้องขังเสือ บอกเสือว่าอย่าเพิ่งล้มเลิกความพยายาม เสือขอโทษที่ไม่สามารถกลับไปปกป้องท่าน

"ถึงเอ็งจะช่วยหลวงพ่อไม่ได้ แต่เอ็งช่วยคนอื่นได้แน่ บักเสือ ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว อย่างที่หลวงพ่อได้บอกเอ็งไป เอ็งจะเป็นนักสู้ได้ หัวใจเอ็งต้องสู้ก่อน" หลวงพ่อเข้มพูดเสร็จ ก็หายวับไป

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10:41 น.