ตอนที่ 8
หมี่กรอบบึ่งมอเตอร์ไซค์เร็วจี๋ มาจนไกลแล้วก็ยังไม่รู้จะจัดการกับจวงจิตยังไงดี แถมจวงจิตก็โวยวายดิ้นจนแทบตกรถ ถอดหมวกที่หมี่กรอบสวมให้ขว้างทิ้ง หมี่กรอบทนไม่ไหวต้องหยุดรถให้ลงมา จวงจิตมองซ้ายมองขวาแล้วถามหมี่กรอบว่าจะพาไปไหน
"ไปไหนก็ได้ ที่ไม่มีคนในไร่เห็นน้าน่ะสิ น้าออกมาเดินเพ่นพ่านข้างนอกทำไม ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้อยู่ในห้องเฉยๆ แล้วนี่น้าไปไหนมา..." จวงจิตไม่ตอบ ทำให้หมี่กรอบนึกขึ้นมาได้ "นี่...อย่าบอกนะ ว่าน้าโกหกฉันเรื่องหิวราดหน้า แล้วแอบตามกระเช้าไปน่ะ"
"ถ้าจริงแล้วเอ็งจะทำไม นังกระเช้ามันลูกข้านะเว้ย มันไปกินข้าวกับผู้ชายข้าก็มีสิทธิ์ตามไปดูด้วยความเป“นห่วง" จวงจิตลอยหน้าตอบ
"แน่ใจเหรอว่าห่วง เอาเหอะๆ ฉันเป“นเด็กไม่ด่าผู้ใหญ่ อย่างน้าหรอก เรื่องแบบนี้มันต้องคิดได้เองแหละ ไหนๆมันก็ไหนๆแล้ว ฉันพาน้าออกมาได้ก็เบาไปอย่าง เอางี้...ระหว่างรอกระเช้า ฉันจะพาน้าไปหาอะไรกินก่อนแล้วกัน"
"ไม่...ข้ากินไม่ลง ข้าไม่กินอะไรทั้งนั้นนอกจาก..." คำว่านอกจากที่เว้นไว้ก็คือเหล้านั่นเอง หมี่กรอบเลยต้องพาไปร้านขายเหล้าซึ่งมีคาราโอเกะอยู่ด้านใน ในนั้นไม่มีลูกค้านอกจากเด็กเสิร์ฟนั่งตบยุงเซ็งอยู่คนเดียว ซึ่งก็ถูกใจจวงจิตมากที่ได้ครองการร้องเพลงที่ตัวเองคิดว่าเพราะอยู่คนเดียว เสียงหลงไปหลงมา หมี่กรอบนั่งอุดหู บ่นพลางโทร.หากระเช้าพลาง
แทบจะนาทีต่อนาทีเลย
"ไอ้กระเช้า...เมื่อไหร่มันจะมาวะ...แล้วก็ไม่รับสายสักที...รู้มั้ยว่าเพื่อนกำลังจะสิ้นลมหายใจแล้ว"
ooooooo
ที่กินเลี้ยง กระเช้ากำลังเดินกะเผลกออกมาจากห้องอาหาร มีเทียนประคองออกมาโดยมีบุปผา ศีล ธูป และทับทิมเดินออกมาด้วย เทียนบอกกระเช้าว่าเขาจะขับรถไปส่ง แต่กระเช้าบอกว่าเธอเดินไปเองได้ เพราะไม่ไกลเท่าไหร่
"จะดีเหรอ เดินก็ไม่ค่อยถนัด ขาก็ยังเจ็บอยู่ ให้เทียนไปส่งนั่นแหละดีแล้ว" บุปผาบอก กระเช้าแอบปรายตามองธูป แล้วรู้สึกเกรงใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จึงยืนยันคำเดิม ทับทิมรีบคว้าโอกาสทันที
"เดี๋ยวทับทิมไปส่งกระเช้าเองก็ได้ค่ะ ออกไปหน้าฟาร์มก็ต้องผ่านบ้านพักคนงานอยู่แล้ว" หันมาทางกระเช้าพูดเสียงหวานทีเดียว "นะจ๊ะกระเช้า เดี๋ยวฉันไปส่งกระเช้าเองนะ ไปจ้ะ ฉันช่วยประคองเอง"
กระเช้าอึกอัก เพราะลับหลังคนอื่นๆทับทิมไม่เคยดีกับเธอเลย แต่บุปผาไม่รู้เรื่องกลับสนับสนุน
"ไปเถอะกระเช้า ทับทิมเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ ถ้าเธอไม่ให้ทับทิมไปส่ง ฉันจะเป“นคนไปส่งเธอเองนะ"
คำพูดของบุปผาทำให้กระเช้าต้องไปกับทับทิม เทียนมองกระเช้าเข้าไปนั่งในรถแล้วจึงหันเข้าบ้านแต่ต้องชะงักเพราะเห“นธูป ยืนมองกระเช้าอยู่ เทียนขมวดคิ้วจ้อง ส่วนธูปทำหน้าเก้อๆแล้วเข้าบ้านไป เทียนเกิดความระแวงขึ้นมาทันที
รถของทับทิมมาส่งกระเช้า ยังไม่ทันถึงหน้าบ้านด้วยซ้ำก็จอด เรียกให้กระเช้าลงจากรถเสียงเขียว พอเท้าแตะพื้นกระเช้าร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บทับทิมก็ใส่เลย
"ไม่ต้องมาทำสำออยแถวนี้ ไม่มีผู้ชายมาคอยเอาใจหล่อนหรอกย่ะ รีบลงมาเร็วๆ นั่งเป“นเสนียดรถอยู่ได้..."
"ฉันไม่อยากนั่งรถคุณมาตั้งแต่แรกแล้ว และถ้าคุณไม่อยากให้ฉันนั่งรถคุณจะชวนฉันมาด้วยทำไม"
"อ๋อ...ยังไม่รู้อีกเหรอ...ในเมื่อเธอถนัดเล่นละคร ฉันก็ต้องแสดงแข่งกับเธอ จะปล่อยให้เธอทำคะแนนเรียกร้องความเห็นใจอยู่คนเดียวได้ไง...ฉันไม่รู้ว่า เธอทำอะไร คุณธูปถึงได้ทำเหมือนสนใจเธอแบบนั้น แต่ฉันขอบอกไว้เลยว่า เขาไม่ได้สนใจเธอจริงๆหรอก ถ้าเธอฉลาดมากพอก็อยู่ไกลๆเขาเอาไว้ เพราะถ้าเธอเฉียดเข้ามาใกล้คุณธูปอีกเมื่อไหร่ ฉันจะ
ขุดกำพืดเธอออกมาแฉให้หมด..." พูดจบก็เหนี่ยวประตูรถป”ดดังปังออกรถไปเร็วจี๋แทบจะเฉี่ยวกระเช้าซึ่งถ้า ไม่ทันยกขาออกมามีหวังโดนรถเหยียบแน่ๆ
ooooooo
เข้าไปในห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เอาอีลาสติก มาพันข้อเท้า ในใจก็คิดถึงคำพูดของทับทิมที่ว่า "ฉันขอบอกไว้เลยนะว่า คุณธูปเขาไม่ได้สนใจเธอจริงๆหรอก" กระเช้าเบ้ปากพูดกับตัวเองเหมือนกำลังตอบทับทิมว่า ไม่ต้องบอกฉันก็รู้หรอกน่า คนอย่างเขาไม่มีวันจะสนใจฉันอยู่แล้ว
พันขาเสร็จลองเดินดู รู้สึกว่าความปวดบรรเทาลงไปบ้าง นึกถึงคำพูดของเทียนขึ้นมาได้ว่าถึงที่พักแล้วให้โทร.บอกเขาด้วย มองหาโทรศัพท์เห็นวางอยู่บนโต๊ะเดินไปหยิบ แต่พอมองเห็นหน้าจอกระเช้าร้องเสียงหลง
"สามสิบสายไม่ได้รับ..." กดดูเป็นโทร.มาจากหมี่กรอบทั้งนั้นเลย กระเช้ารีบออกจากบ้านทันที หารถไปถึงที่ร้านนั่นเห็นหมี่กรอบนั่งหน้าเหี่ยวพิงเสาอยู่ในร้านคาราโอเกะ ยังไม่ทันถามว่ามันเรื่องอะไรกัน หมี่กรอบหันมาเห็นร้องลั่น
"กระเช้า...แกเป็นนางฟ้าของฉัน แกมาฉุดฉันออกจากขุมนรกแล้ว" หมี่กรอบหายใจแรงๆด้วยความดีใจ กระเช้าถามเรื่องราวหมี่กรอบเลยเล่าให้ฟัง แต่จวงจิตไม่รู้เหนือรู้ใต้ เอาแต่ ตะเบ็งเสียงร้องเพลงอยู่นั่น กระเช้าเข้าไปดึงขวดเหล้าออกจากมือ แต่จวงจิตก็แย่งเอาไปกอดอีก พูดอ้อแอ้ด่าไปด้วย
"ข้ามันคนอาภัพ มีผัว ผัวก็ทิ้ง มีลูก ลูกมันก็ดูถูก ลูกมันไม่รัก ไม่มีใครรักเราเลย..." แล้วก็คออ่อนคอพับหลับไปกับเสาที่นั่งร้องเพลงอยู่นั่นเอง กระเช้ามองแม่ด้วยความสงสาร หมี่กรอบบอกว่า
"โชคดีมากนะที่ไม่มีใครเห็นแม่แก ฉันฉกตัวออกมาได้ซะก่อน ไม่งั้นมีหวังเละแน่นอน"
กระเช้าพยักหน้า "ฉันเองยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่ารอดออกมาได้ ขอบใจแกมากนะที่ช่วยเอาไว้"
"ไม่เป็นไร นิดหน่อย ว่าแต่ว่าตอนแม่แกไปอาละวาดที่หน้าบ้านคุณเทียน ไม่มีใครเห็นจริงเหรอวะ"
กระเช้าอึกอักเพราะไม่รู้ว่าธูปเห็นหรือเปล่า แล้วตัดสินใจตอบว่า "ไม่แน่ใจ...แต่ฉันคิดว่าคงไม่มีคนเห็นหรอกมั้ง...ถ้ามีเขาก็คงเข้ามาจับตัวไปตั้งแต่ตอนเจอแล้ว..."
"เออ จริงว่ะ...แล้วแกจะเอายังไงต่อ สภาพแบบนี้ปลุกยังไงก็ไม่ตื่นแน่"
"พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพอดี ฉันว่าฉันพาแม่ไปส่งที่บ้านเลยดีกว่า เรียกรถสองแถวไปเลยแพงหน่อย แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้นอนอยู่แบบนี้" กระเช้าบอกเพื่อน หมี่กรอบเห็นด้วย และโทร.เรียกคนรู้จักกันที่คิวรถสองแถวให้มารับที่นี่เลย ดังนั้น คืนนั้นจวงจิตจึงได้กลับไปนอนเมาอยู่ที่บ้าน
เช้าขึ้น กระเช้าก็หุงหาอาหารทิ้งไว้ให้แม่กินตอนตื่นนอน เสร็จเรียบร้อยก็ไปท่ารถเพื่อกลับฟาร์ม
ooooooo
หมี่กรอบเหนื่อยอ่อนเรื่องจวงจิตเมื่อคืนนี้จนนอนไม่อยากลุก แต่ก็ต้องลุกเพราะมีโทรศัพท์เข้ามาหา พอกดรับเสียงเทียนก็ดังลั่นมาว่าให้ตื่นได้แล้วเขามีอะไรให้หมี่กรอบช่วยหน่อย หมี่กรอบโมโหด่ากลับไปว่าโทร. มาจิกอะไรแต่เช้า ไม่รู้หรือว่าวันนี้เป็นวันหยุด เดือนนึงตนมีวันหยุดแค่วันเดียวแล้วยังมาทำเสียงแข็งใส่ตนอีก
เสียงเทียนอ่อยลงทันที "โห...มาเป็นชุดเลย ผมขอโทษ... คือผมมีเรื่องร้อนใจจริงๆ ไม่งั้นไม่โทร.มากวนคุณหรอก ขอโทษนะ...คือผมอยากชวนคุณไปกรุงเทพฯน่ะ...เอ้อ...คือผมอยากจะซื้อของขวัญเซอร์ไพรส์กระเช้าเพื่อเป็นการขอบคุณเขาด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าเขาชอบอะไร ผมอยากให้คุณไปช่วยเลือกหน่อย"
"แต่...ฉันก็เลือกของไม่ค่อยเป็นหรอก ฉันว่าถ้าคุณอยากซื้ออะไรคุณก็ซื้อมาเลยแล้วกัน"
"ไม่ได้...เกิดฉันซื้อมาแล้วเขาไม่ชอบฉันก็หน้าแตกแย่สิ...นี่เธอไม่ต้องช่วยฉันมากก็ได้ แค่บอกว่าของที่ฉันเลือกกระเช้าจะชอบหรือไม่ชอบ แค่นั้นเอง...นะ...วันนี้เธอก็หยุดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ถือซะว่าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ไปแป๊บเดียวเอง บ่ายๆก็กลับแล้ว ถ้าเธอไม่ไปกับฉัน ฉันก็ไม่รู้จะให้ใครช่วยแล้ว ขอร้องนะ เห็นใจฉันเถอะนะ ฉันจนปัญญาจริงๆ...ฉัน..."
"โอ๊ย...พอๆๆได้แล้ว...ฉันไปกับคุณก็ได้...อีกหนึ่งชั่วโมงไปเจอกับฉันที่หลังตลาดแล้วกัน"
ooooooo
เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด จึงมีพนักงานทำงานกันบางตาคือพวกที่ต้องอยู่เวรเท่านั้น ธูปเดินไปที่เรือนกล้วยไม้ มองนั่นมองนี่เพื่อดูร่องรอยของกระเช้ากับแม่เมื่อคืนนี้ พนักงานเดินมาเจอต่างก็ยกมือไหว้ ธูปรับไหว้แล้วเดินหาต่อ บัญชาเดินมาเห็นธูปแต่ไกลจึงรีบเดินเข้ามาหา
"คุณธูปมาที่เรือนกล้วยไม้ มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"อ๋อ...ไม่มี...ฉันก็แค่เดินมาสำรวจความเรียบร้อย เฉยๆน่ะ"
"อ้อ...ครับ..." นึกเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาได้ตอนที่เห็นผี "เอ้อ...เรื่องที่คุณธูปให้ผมตามหาผู้หญิงนิรนามที่แอบเข้า
มาในฟาร์ม ผมส่งรูปให้ลูกน้องช่วยตามหาแล้วนะครับ ถ้าเจอเมื่อไหร่จะรีบรายงานทันทีครับ" บัญชาไม่กล้าบอกว่าเมื่อคืนก็เหมือนจะเห็นแต่กลับเป็นผีไปซะอีก ธูปชะงักคิด แล้วบอกว่า
"ไม่ต้องหาแล้ว...ฉันคิดว่าเขาคงไม่อยู่ที่นี่แล้วละ บอกให้ทุกคนเลิกตามหาได้"
"ครับ..." บัญชารับคำสั่งอย่างแปลกใจ "เอ...หรือว่าผีมันเห็นคนตามหาเยอะเลยหนีไปจากที่นี่แล้วกระมังคุณธูป ถึงบอกไม่อยู่แล้ว"
ooooooo
ที่ท่ารถ ก่อนขึ้นรถกระเช้าถามคนขับว่าผ่านฟาร์มราชินีกล้วยไม้หรือเปล่า พอรู้ว่าผ่านก็ตีตั๋วขึ้น ไปนั่ง ขณะนั่งรอรถออก กระเช้าคิดถึงเรื่องที่ธูปเคย
ดูถูกเธอไว้หลายเรื่อง คิดแล้วยิ่งเสียใจ คิดเลยเถิดไป ถึงเรื่องแม่ที่ด่าบอกให้เธอหาแฟนรวยๆ คิดจนเพลินและต้องสะดุ้งเมื่อเสียงเครื่องยนต์รถสะดุดสองสามครั้งแล้วก็เงียบเพราะเครื่องดับ
คนขับพยายามสตาร์ตเท่าไหร่ก็ไม่ติด ในที่สุดก็เดินมาบอกผู้โดยสาร "รถเสียไปต่อไม่ได้แล้ว เดี๋ยวคืนเงินให้ครับ"
คนอื่นๆทยอยลงจากรถแยกกันไปคนละทางสองทาง กระเช้าลงเป็นคนสุดท้าย เดินกะเผลกลงมามองซ้ายมองขวาว่าจะไปยังไงต่อดี เธอไม่ทันเห็นรถธูปขับผ่านไป ความจริงเขามองเห็นเธอแล้วแต่หยุดรถไม่ทันเลยต้องไปเลี้ยวกลับมาใหม่ ทันใดนั้นก็มีมือเอื้อมเข้ามาดึงกระเป๋าไปจากมือเธอ กระเช้าตกใจหันไปดูเห็นอิทธิเดชยืนยิ้มแป้น
"ผมช่วยนะครับ...พอดีผมกำลังขับรถกลับฟาร์ม แต่เห็นคุณยืนอยู่ ผมคิดว่าคุณคงต้องการความช่วยเหลือ"
"เอ้อ...แต่ว่า..." กระเช้ายังพูดไม่ทันจบ เสียงธูปดังขึ้นข้างหลัง
"แต่ว่ากระเช้าโทร.บอกฉันให้มารับ"
กระเช้ายิ่งตกใจหนักกว่าเดิม อุทานเรียกชื่อชายหนุ่มออกมา "คุณธูป..."
อิทธิเดชชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ ธูปเดินเข้ามาแย่งกระเป๋าจากมืออิทธิเดชไป
"เสียใจด้วยนะ วันนี้คงไม่ใช่วันของนาย"
อิทธิเดชยังไม่ยอมปล่อยกระเป๋า ธูปจึงออกแรงดึงมากขึ้นคล้ายกับกระชากออกจากมือเลย สองคนจ้องหน้ากันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ กระเช้าต้องเข้ามาแทรก
"ขอโทษนะคะ คือว่าฉัน..."
"ฉันขอโทษที่มารับช้าไปหน่อย...ฉันจอดรถอยู่ตรงโน้น เรารีบไปกันเถอะ" ธูปแทรกขึ้นเร็วจี๋แล้วเดินนำ กระเช้าต้องเดินตาม แต่ก็ไม่ลืมหันมาขอบคุณอิทธิเดช
ธูปพากระเช้าไปถึงรถแล้วเปิดประตูให้อย่างดี กระเช้างง ถามว่า
"คุณทำอะไรของคุณ"
"ไม่ต้องถามอะไรมาก ขึ้นรถไปก่อน แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง" ชายหนุ่มตัดบททันที
ooooooo
นั่งกันมาเป็นนานธูปก็ยังไม่เอ่ยปากเล่าอะไรสักที กระเช้าแกล้งมองหน้าก็แล้ว เขายังทำหน้าเฉยไม่รู้ไม่ชี้ จนกระเช้าทนไม่ไหวถามเขาว่ามีอะไรจะเล่าก็รีบเล่ามา ธูปหันมามอง แล้วคำตอบของเขาก็ทำเอากระเช้าแทบหงายหลัง
"ฉันไม่มีอะไรจะเล่า"
"เอ๊า...แล้วคุณลากฉันมาด้วยทำไม แล้วเมื่อกี้ก็ยังโกหกอีก ฉันไม่ได้โทร.เรียกคุณมารับสักหน่อย"
"นั่งไปเฉยๆเถอะน่า...เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง"
"แต่ฉันไม่อยากไปกับคุณ...จอด ฉันจะลง"
"ไม่จอด ถ้าอยากลงก็กระโดดลงไปเอง"
"คิดว่าฉันไม่กล้าหรือไง"
"แล้วกล้าหรือเปล่าล่ะ"
กระเช้าหยุดคิด แล้วก็ตอบว่า "ฉันไม่ทำให้โง่หรอก เกิดกระโดดลงไปหน้าขูดถนนเสียโฉมหมดกันพอดี ชีวิตนี้นอกจากหน้าตา ฉันก็ไม่มีอะไรดี ถ้าขี้เหร่ไปเครียดแน่"
ธูปหันมามองหน้ากระเช้าอึ้งๆแล้วก็หัวเราะออกมากับความมั่นใจในความสวยของ กระเช้า กระเช้าหันมามองตาขวางถามว่าหัวเราะอะไร ธูปไม่ตอบแต่ส่ายหน้า
"เฮ่อ..." แล้วนึกได้เลยเปลี่ยนเรื่องพูด "นี่...แล้วขาเธอเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า เห็นเดินกะเผลกตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่หายอีกเหรอ"
"หายแล้วจะเดินกะเผลกอยู่ยังงี้ได้ไง"
"นี่...ฉันถามดีๆ ตอบให้มันดีๆหน่อย" เสียงเข้มๆของธูปทำให้กระเช้านึกเกรงๆขึ้นมาบ้าง ตอบค่อยๆว่ายังเจ็บอยู่ ธูปถามอีกว่าไปหาหมอแล้วหรือยัง กระเช้าตอบว่ายัง ธูปหักรถเลี้ยวทันทีจนกระเช้าตกใจ โวยใส่ว่าเลี้ยวรถทำไม ธูปบอกจะพาไปหาหมอ กระเช้ากระตุกวูบ
"คุณทำแบบนี้ทำไม หรือว่าคุณมีแผนร้ายอะไรในใจ จะแกล้งฉันอีก..."
"ฉันไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้น ก็แค่เวทนาที่ขาเดี้ยง กลัวว่าถ้าเป็นอะไรไปมากกว่านี้จะไม่มีคนทำงาน"
กระเช้าพยักหน้ารับ "ว่าแล้ว...อยู่ๆก็มาทำเป็นดีกับฉัน มันต้องเป็นเรื่องของผลประโยชน์หรืออะไรสักอย่าง ไม่มีทางที่คุณจะทำดีกับฉันด้วยความบริสุทธิ์ใจหรอก"
พูดไม่พูดเปล่ายังหันมาค้อนให้เสียอีก ธูปหันมามองแต่กระเช้าหันหน้าออกไปอีกทางแล้ว เขาอยากบอกเธอว่าไม่ใช่อย่างที่เธอคิด แต่ทำไมปากมันแข็งง้างไม่ออกก็ไม่รู้
ooooooo
ไปถึงร้านหมอซึ่งเป็นคลินิกเล็กๆชานเมือง หมอรักษาอาการดูแลให้เป็นอย่างดี เปลี่ยนผ้าพันใหม่ ให้พันได้กระชับยิ่งขึ้น เสร็จแล้วให้ออกไปรับยาที่หมอสั่งได้ด้านนอก กระเช้ายกมือไหว้ขอบคุณหมอพอเดินออกจากห้อง ก็คลำกระเป๋าสตางค์ตัวเองเพราะจำได้ว่าในนั้นมีอยู่แค่สามร้อยบาทเท่านั้น เอง ธูปเข้ามาหาบอกว่าเขาจ่ายเงินให้แล้ว พลางส่งถุงยาให้
"เอ้อ...แล้วฉันต้องจ่ายคืนคุณเท่าไหร่"
"ไม่ต้อง ถือซะว่าเป็นสวัสดิการพนักงานก็แล้วกัน"
"คุณคะ นี่บัตรนัดสำหรับครั้งหน้าค่ะ" พยาบาลพูดแทรกขึ้น กระเช้ารับมางงๆยังมีครั้งหน้าอีกเหรอเนี่ย หันมาหาธูป แต่ธูปเดินออกจากร้านหมอไปแล้ว กระเช้าจึงรีบเดินตามเขาไป
"เมื่อกี้ฉันเห็นเธอมียาก่อนอาหารกลางวัน นี่ก็เลยเที่ยงมาแล้ว ฉันจะพาเธอไปกินข้าวแล้วกัน จะได้กินยา" น้ำเสียงธูปปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระเช้างงอีกแล้ว
ooooooo
เวลาเดียวกันนี้ที่กรุงเทพฯ เทียนพาหมี่กรอบมาที่ห้างสรรพสินค้าหรู หมี่กรอบตาวาวมองนั่นมองนี่แล้วพูดออกมา "อย่างหรูเลย" เทียนจึงเดินเข้ามาประกบกระซิบถามว่ากล้าเดินหรือเปล่า หมี่กรอบหันมาตอบทันที
"แค่เดินห้างฯ ต้องใช้ความกล้าด้วยเหรอ"
"ก็เธอเล่นแต่งตัวซะบ้านๆขนาดนี้ เข้าไปเดินในห้างฯหรูไม่อายเขาหรือไง นี่...ฉันว่าเปลี่ยนชุดเหอะไป เดี๋ยวฉันจะพาไปซื้อ" เขาลากแขนเธอไป แต่เธอไม่ยอมเดินตามทำตัวแข็ง เทียนหันมาเห็นหมี่กรอบมองมือเขาที่จับแขนเธออยู่ จึงรีบปล่อย
"แหะๆ...ขอโทษคร้าบ..."
หมี่กรอบค้อนขวับ "อย่ามาทำนิสัยมือไวกับฉัน ฉันไม่ชอบ"
"อู๊ย...พูดยังกะตัวเองสวยตายละ...นี่ฉันไม่อยากจับมือถือแขนเธอหรอกน่า ทำไปด้วยความเคยชินน่ะ...ไป เดี๋ยวฉันจะพาไปซื้อเสื้อผ้า จะได้เปลี่ยนชุดสวยๆ" เขายิ้มทะเล้นๆให้อีก หมี่กรอบหน้างอ
"ฉันไม่เปลี่ยน ฉันจะแต่งของฉันแบบนี้มาเดินห้างฯ ใครจะทำไม แต่ถ้าคุณอายไม่กล้าเดินกับฉันก็หาซื้อของให้กระเช้ามันเองก็แล้วกัน ฉันจะไปรอที่รถ" หมี่กรอบหันหลังจะเดินกลับ เทียนรีบวิ่งไปฉุดแขนเอาไว้อีก พอหมี่กรอบหันมาทำหน้ายักษ์ใส่ก็รีบปล่อยมือ
"แหะๆขอโทษอีกครั้ง...ฉันก็ไม่ได้อาย แค่ถามด้วยความหวังดี เผื่ออยากจะเปลี่ยนชุดจะได้ซื้อให้ ก็แค่นั้นเอง คิดมากไปได้"
"เสี่ยเหลือเกิน...ป๋ามากกก...ออกหน้าซื้อเสื้อผ้าให้ผู้หญิงมากี่คนแล้วล่ะ เงินหามาง่ายนักหรือไง พวกฉันต้องหลังขดหลังแข็งทำงานหนักแค่ไหน กว่าจะได้ดอกกล้วยไม้ มาแต่ละดอก ใช้เงินให้มันประหยัดหน่อย" หมี่กรอบแหวใส่... เทียนหุบปากที่กำลังยิ้มดังฉับ
"เอ๊า...ผิดอีก เฮ่ย พูดอะไรก็โดนด่าตลอด นี่ฉันไม่พูดกับเธอแล้ว ไปซื้อของ จะได้รีบกลับ" เอื้อมมือจะดึงแขนอีก แต่พอหมี่กรอบร้องอ๊ะ เทียนรีบหดมือกลับทันที เดินไปอีกหน่อยเดียวเทียนก็โอดครวญว่าหิวเพราะยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน บอกให้หาอะไรกินกันก่อนแล้วกัน หมี่กรอบส่ายหน้า
"เฮ้อ...มากับคนรวยเอาแต่ใจนี่น่ารำคาญจริงๆ เรื่องเยอะจังเล้ย..."
เข้าไปนั่งในร้าน เมนูดันเป็นภาษาอังกฤษซะอีก เทียนหวังดีคิดว่าหมี่กรอบอ่านไม่ออก เลยบอกว่าให้ชี้ๆที่รูปอาหาร แล้วเดี๋ยวเขาจะสั่งให้ หมี่กรอบส่ายหน้าบอกว่าจะสั่งเอง เทียนแปลกใจมากคอยดูว่าหมี่กรอบจะสั่งอะไร หมี่กรอบสั่งปลากะพงย่างราดซอสโหระพา เทียนอึ้ง ถามว่ารู้ได้ยังไง
"นี่ ถึงฉันจะจน แต่ฉันก็ไม่โง่ พอจะมีการศึกษากับเขาอยู่บ้าง แล้วก็มีความพยายามมากพอที่จะหาความรู้ใส่ตัว สมัยนี้มันต้องรู้ภาษาอังกฤษไว้ จะได้ไม่อดตาย นี่ไง... อย่างวันนี้ อย่างน้อยฉันก็สั่งอาหารมากินเองได้ ไม่ต้องพึ่งคนอื่น..." หมี่กรอบยักไหล่อย่างมั่นใจ เทียนเริ่มรู้สึกทึ่งในตัวหมี่กรอบมากขึ้นเรื่อยๆ
ooooooo
ส่วนธูปพากระเช้าไปกินข้าวที่ร้านป้าหวิว ซึ่งแม้จะเป็นร้านอาหารแบบบ้านๆแต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน ธูปนั่งฝั่งตรงข้ามกับกระเช้า ทั้งสองคนต่างก็มีรายการอาหารอยู่ในมือ ธูปดูเสร็จเงยหน้ามอง แต่กระเช้ายังก้มหน้าก้มตาอ่านรายการอยู่นั่น
"อ้าว...อ่านอยู่นานแล้ว ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะกินอะไร"
"ยัง" กระเช้าเงยหน้าขึ้นตอบ
"หา...ยัง...นี่แค่สั่งอาหารมันยากตรงไหนหา!..."
"มันไม่ยาก แต่มันตัดสินใจไม่ถูก ฉันอยากกินอะไรที่มันรสไม่จัดมาก ไม่มัน ไม่ทอด แล้วก็มีผักเยอะๆ"
ธูปดึงรายการอาหารมาจากมือกระเช้าบอกว่า งั้นเดี๋ยวเขาสั่งให้เอง ป้าหวิวเจ้าของร้านเดินถือจานและช้อนส้อม เข้ามาวางให้ที่โต๊ะและทักธูป
"สวัสดีค่ะคุณธูป กลับมาจากเมืองนอกตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"
ธูปยิ้มให้ "สักพักแล้วครับ แต่พอดีงานที่ฟาร์มยุ่งๆก็เลยไม่ได้แวะมา วันนี้พอดีผ่านมาแถวนี้เลยมากิน"
"ค่ะ...แล้ววันนี้จะทานอะไรดีเอ่ย" ป้าหวิวรอจด แล้วแอบมองหน้ากระเช้าพอสบตากันกระเช้าก็ยิ้มให้แบบเขินๆ ธูปจึงสั่งอาหาร
"เอาปลาดุกฟูผัดพริกขิง เนื้อผัดน้ำมันหอย ผัดผักรวมใส่น้ำมันน้อยๆ ปลากะพงนึ่งบ๊วย แล้วก็ต้มจืดตำลึงหมูสับ..."
ป้าหวิวจดเสร็จรีบเข้าไปหลังร้าน ธูปหยิบจานเปล่าเอามาเช็ดแล้ววางตรงหน้ากระเช้าก่อนจะเช็ดของตัวเอง เช็ดไปพูดไปว่า
"ฉันสั่งผัดผัก ปลานึ่ง แล้วก็ต้มจืดมาให้ แต่หมูสับของป้าเขาจะมีมันติดมาหน่อยๆ ถ้าเธอไม่อยากกินก็เลือกกินแต่ผักก็แล้วกัน หมูสับฉันกินเอง...ร้านนี้อร่อยมาก ฉันกับที่บ้านมากินตั้งแต่ฉันยังเด็กๆ อ้อ...แล้วก็อย่าลืมกินยาก่อนอาหารด้วยล่ะ"
กระเช้ามองธูปด้วยความแปลกใจบวกกับความไม่ไว้ วางใจ จนธูปต้องถามว่ามองทำไม กระเช้าย้อนว่า
"ฉันต่างหากที่จะต้องถามคุณว่าเป็นอะไร อยู่ๆมาทำดีกับฉันทำไม หรือว่าจะแอบใส่ยาพิษให้ฉันกิน"
ธูปสะอึก "นี่เธอมองฉันในแง่ร้ายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"
"อยู่แล้ว...เพราะที่ผ่านๆมาคุณมีแง่ดีอะไรให้ฉันมองมั่งล่ะ ปกติเจอหน้าก็เอาแต่ประชดประชันค่อนขอดสารพัด แล้วอยู่ๆก็พาไปหาหมอ พามากินข้าว มีอะไรหรือเปล่าเนี่ย"
คำถามของกระเช้าทำให้ธูปหวนคิดไปถึงเมื่อตอนที่กระเช้าพูดกับแม่เมื่อคืน ความสงสาร ประทับใจคงจะเกิดขึ้นกับเขาตอนนั้นก็ได้ จึงเผลอพูดว่า
"มี..." แล้วชะงัก กลายเป็นพูดออกไปว่า "ฉันว่า...เธอเลิกคิดจะจับไอ้เทียนซะเถอะ...มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเธอหรือชีวิตของ...เอ้อคนอื่น" จบคำพูดของธูป กระเช้าลุกพรวดวิ่งออกไปจากร้านทันที ธูปตกใจร้องอ้าว...แต่กระเช้าไม่ฟังเสียง รีบเดินกะเผลกไปแล้ว ธูปเห็นคนในร้านรวมทั้งป้าหวิวมองอยู่ จึงยิ้มเก้อๆ
"ไม่มีอะไรครับ...ป้าหวิว...เดี๋ยวผมมานะ" เขาวิ่งตามกระเช้าออกไปพลางตะโกนเรียก แต่กระเช้าไม่หันกลับมาเลย ธูปวิ่งไปดักหน้าร้องสั่งว่าจะไปไหนไม่ได้เพราะเขาสั่งอาหารมาเยอะแยะเผื่อ เธอด้วย กินคนเดียวไม่หมด และเขาก็ไม่ชอบกินตำลึง เธอต้องกลับไปกินตำลึง...
กระเช้ายังเดินเลี่ยงไปอีกทาง ธูปขัดใจตรงเข้าอุ้มเอาดื้อๆพากลับไปที่ร้าน คนในร้านมองกันตรึม ป้าหวิวแซวว่า "คุณธูปกับแฟนนี่หยอกกันน่ารักดีนะ...ป้าช้อบชอบ แล้วแฟนคุณธูปนี่ก็สวยมากเลยนะคะ ส่งประกวดนางงามได้สบายๆเลย"
กระเช้าที่กำลังโมโหธูป พอได้ยินคำชมของป้าหวิวก็ถูกใจอย่างแรง ยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อย
"ขอบคุณมากค่ะคุณป้า"
พอป้าหวิวเดินยิ้มเข้าหลังร้าน ธูปพูดแขวะกระเช้าทันที
"แหม...ได้ยินคำว่านางงามเข้าหน่อย องค์เทพีลงมาประทับทันทีเลยนะ" เป็นอันว่าเรื่องจบลงได้ตรงนี้เอง
ooooooo
หมี่กรอบกับเทียนหลังกินข้าวเสร็จก็พากันไปหาซื้อของขวัญให้กระเช้า ทีแรกเทียนจะซื้อเป็นสร้อยแหวน หรือต่างหูเพชรให้ แต่ถูกหมี่กรอบเบรกว่ากระเช้าไม่สนใจของพวกนี้หรอก ดูแต่นาฬิกาสุดหรูที่เทียนซื้อให้คราวที่แล้วกระเช้าก็ไม่เคยใส่เลย มันต้องนี่...รับรองโดนแน่
หมี่กรอบหยิบชุดเครื่องสำอางส่งให้ แต่เทียนยังไม่ปลงใจเชื่อ หมี่กรอบเลยบอกว่า "ถ้าไม่เชื่อฉัน แล้วชวนฉันมาทำไม เสียเวลานะเนี่ย"
"โอเคๆ เชื่อก็ได้ แค่นี้ก็ต้องโวยวายด้วย" หยิบของส่งให้พนักงานพร้อมกับบัตรเครดิต พนักงานเอาไปห่อและรูดการ์ด
ใกล้ๆกับร้านที่เทียนซื้อของอยู่ พวกสามสาวสามซ่าอยู่ที่นั่น ทุกคนพยายามทำตัวเด่นเตะตาคนอื่นๆ แล้วแบมบี้เกิดหันไปเห็นเทียนกับหมี่กรอบเข้า ทั้งสามสาวร้องออกมาพร้อมกัน "นังทอม!!"
ที่ในร้านขณะกำลังยืนรอรับของ เทียนเสนอหมี่กรอบว่าให้ซื้อเครื่องสำอางไปใช้บ้าง เขาจะซื้อให้ หน้าตาหมี่กรอบจะได้ดูดีขึ้นเผื่อจะได้สวยกับเขาบ้าง
"เชอะ..." หมี่กรอบกระแทกเสียง "คนอย่างฉัน...สวยจากข้างใน" เห็นเทียนทำหน้ายิ้มแบบมีเลศนัยหมี่กรอบเลยทำเสียงดุใส่ "นี่ๆ...ฉันหมายถึงในนี้" ชี้ที่สมอง "ไม่ใช่ข้างในอย่างที่คุณคิด"
"เออ...ไอ้สวยด้วยสมองฉันเข้าใจ ก็ไม่ได้เถียงว่ามันไม่ดี แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นดูแลตัวเองหน่อย มันจะได้เจริญหูเจริญตา ไม่ต้องถึงกับสวยก็ได้ แต่ก็ไม่ต้องเกรอะกรังขนาดนี้"
"เกรอะกรังยังไง" หมี่กรอบตาคว่ำ เทียนดึงมือหมี่กรอบมาชี้ให้ดู
"นี่ไง ฉันจะให้เธอเห็นความเกรอะกรังของตัวเอง นี่ดู เล็บก็ดำ สั้นก็สั้น ไม่รู้จักทำความสะอาดหรือแต่งเล็บกับเขาบ้าง แล้วนี่ หูก็ไม่ยอมแคะ ดูสิขี้หูเต็มเลย" เทียนจับตรงนั้นตรงนี้ของหมี่กรอบชี้ให้เห็นความไม่สะอาดอย่างสนุก จริงบ้างไม่จริงบ้าง ทำให้หมี่กรอบโมโหยกมือตีเทียนปั้บๆ เทียนยิ่งแกล้งยกมือขึ้นดูแล้วถามว่า
"แล้วขนจั๊กแร้ถอนบ้างหรือเปล่า ไหนดูสิ" ทำท่า
ก้มลงดู หมี่กรอบทั้งตกใจทั้งอาย ทุบเทียนอีก สามสาวที่แอบดูอยู่ข้างนอกพากันถ่ายคลิปเอาไว้ทุกท่า แต่เป็นเจตนาไม่ดีภาพเลยออกมากลายเป็นว่าเทียนกับหมี่กรอบกำลังหยอกกันอย่าง สวีตสุดๆ
ส่วนเทียนหลังจากหยอกล้อหมี่กรอบจนเธออายหน้าแดงแล้วเขาก็หัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ หมี่กรอบงง ถามว่า
ขำอะไร เทียนตอบอย่างอารมณ์ดีว่า
"ขำเธอน่ะสิ ในที่สุดฉันก็ทำให้เธออายจนหน้าแดงได้ นึกว่าผู้หญิงอย่างเธอจะดุเป็นอย่างเดียว อายเป็นกับเขาเหมือนกันนี่...เอาละ...ถูกตีนิดหน่อยก็โอเค แต่ก็คุ้มที่ได้แกล้งเธอ" เทียนหัวเราะอีกอย่างมีความสุข แบมบี้กับพวกที่แอบมองอยู่ทำหน้าครุ่นคิด เริ่มรู้สึกทะแม่งๆกับท่าทีของเทียน สามสาวยังสะกดรอยตามเทียนกับหมี่กรอบไปจนสองคนนั้นขึ้นรถ หมี่กรอบมีความรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนตาม แต่พอหันมาดูก็ไม่เห็นใครสักที พอสองคนขึ้นรถกลับไปแล้ว ปาร์ตี้ก็ถามแบมบี้ว่า
"ทำไมเราไม่ออกไปเปิดตัวแล้วราวีกับมัน ปล่อยให้มันควงเทียนกลับไปหน้าตาเฉยแบบนี้เหรอ"
แบมบี้ส่ายหน้าคิดพักหนึ่งก่อนตอบว่า "ฉันไม่ปล่อยมันหรอก แต่ฉันจะยังไม่ทำอะไรตอนนี้ ฉันมีวิธีที่แยบยลและเฉลียวฉลาดจัดการกับมันอย่างสาสม" ยิ้มในแผนการชั่วร้ายของตัวเอง
ooooooo
ทับทิมขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านศีลหน้าตาบึ้งตึง วันนี้เธออยู่ในชุดลำลองเพราะเป็นวันหยุดแต่ถูกเรียกมาที่บ้านเจ้านายเลยออก อาการมูดดี้ แอบบ่นเบาๆกับตัวเอง วันหยุดแท้ๆยังจะจิกมาใช้งานอีก น่าเบื่อที่สุด ดับเครื่องยนต์กำลังจะก้าวลงจากรถ ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงสาวใช้บอกว่า
"คุณทับทิมคะ...คุณท่านให้มาเชิญเข้าไปข้างในค่ะ"
"ขอบใจ..." ทับทิมปั้นหน้ายิ้มทำเป็นคนใจดี เดินเข้าไปที่ห้องรับแขกซึ่งศีลกับบุปผานั่งรออยู่
"ขอบใจหนูมากนะที่อุตส่าห์มาตามที่ฉันเรียก ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันหยุด"
"ไม่เป็นไรค่ะ ทับทิมก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว คุณท่านเรียกใช้ได้ทุกวันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยค่ะ" ทำหน้าแฉล้มพูดเปลี่ยนจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ ศีลกับบุปผาไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมก็ยิ้มอย่างชอบใจ
"ที่ฉันเรียกมาวันนี้ ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไร เพียงแต่ไม่อยากคุยในเวลางาน เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว..." พอเอ่ยคำว่าเรื่องส่วนตัว ทับทิมตาโตใจเต้นตึ้กๆขึ้นมาทันที "คือ...อาทิตย์หน้า ครอบครัวของเราจะไปทำบุญอัฐิของบรรพบุรุษกัน ฉันอยากจะชวนหนูไปด้วย"
คำว่าไปทำบุญให้กับบรรพบุรุษทำให้ทับทิมขนลุกซู่ นี่ก็แสดงว่าเธออยู่ในข่ายเครือญาติแล้วแต่ยังทำแอ๊บ "เอ้อ... แต่คุณท่านบอกว่ามันเป็นการทำบุญภายในครอบครัว ถ้าทับทิมไป...มันจะเป็นการไม่เหมาะสมหรือเปล่าคะ"
"ไม่หรอก เพราะฉันก็คิดกับหนูเหมือนลูกเหมือนหลาน เรารู้จักกันมานาน หนูก็เป็นเหมือนคนในครอบครัวคนนึงอยู่แล้ว...จริงมั้ยคุณ" หันไปถามสามี ศีลพยักหน้าหงึกๆ บุปผาจึงหันมาพูดกับทับทิมต่อ "แล้วปีนี้ก็ไปดูงานปีหน้าจะได้ช่วยฉันได้เต็มที่"
ทับทิมรับปากอย่างแข็งขันแล้วลากลับไป แต่ยังไม่ทันถึงรถก็นึกได้ว่าลืมถามถึงวันที่จะไปทำบุญจึงย้อนกลับมาอีกเลย แอบได้ยินศีลกับบุปผาคุยกัน
"คุณแน่ใจเหรอว่าวิธีนี้มันจะดีจริงๆ"
"ดีสิ หนูทับทิมนี่แหละที่จะช่วยเราแก้ปัญหาเรื่องตาธูปได้ เพราะฉันเห็นด้วยกับตาเทียน ถ้าตาธูปมันไม่มีแฟน ไม่มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิต วันๆเอาแต่ทำงานก็เลยว่างมาจับผิดเทียนกับกระเช้า"
"เอ...แต่ถ้าผมจำไม่ผิด คุณเป็นคนเรียกไอ้ธูปมันกลับมาจัดการเองนะ"
"ก็ใช่...แต่ตอนนี้ฉันหยุดแล้ว แต่เจ้าธูปดันไม่หยุด เพราะฉะนั้นฉันต้องมีตัวช่วย ฉันจะดันหนูทับทิมนี่แหละขึ้นมาเป็นแฟนเจ้าธูป ถ้าลูกเรามีแฟนเป็นเรื่องเป็นราวปัญหายุ่งเหยิงวุ่นวายมันจะได้จบสักที"
ทับทิมยกมือปิดปาก อยากจะร้องกรี๊ดให้ลั่นบ้าน ต้องรีบเดินออกไปโดยเร็วเพราะกลัวมีคนเห็น
ooooooo










