ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บันไดดอกรัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

บันไดดอกรัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

งานเทศกาลส้มโอหวานแห่งนครชัยศรี เป็นงานเกษตรขนาดย่อม มีการออกร้านขายของและสวนสนุกรวมถึงการประกวดเทพีส้มโอหวานซึ่งจัดเป็นประจำ ทุกปี นับว่าเป็นหัวใจของงานก็ว่าได้ และในปีนี้นางสาวกระเช้า ลูกสาวแม่ค้าส้มโอในอำเภอได้รับการตัดสินจากกรรมการรวมทั้งผู้คนที่มาเชียร์ อย่างเป็นเอกฉันท์ ได้ครองตำแหน่ง หลังจากสวมมงกุฎและสายสะพายเรียบร้อยเธอก็เดินโชว์ตัวอีกรอบ

เสียงพิธีกรกำลังแนะนำตัวเธออย่างชื่นชมอยู่แจ้วๆ

"นางงามหลายเวที วันนี้ส่งตัวเองเข้าประกวดโดยไม่มีสปอนเซอร์ครับ เธอเป็นคนนครปฐมโดยกำเนิด มีมารดาเป็นชาวสวนส้มโอ เธอเองจึงผูกพันมากับส้มโอตั้งแต่เกิดเลยทีเดียว และวันนี้เธอก็สอยมงกุฎมาครอบครองได้อย่างง่ายดาย พร้อมถ้วยรางวัลและเงินอีกสองหมื่นบาท"

เสียงตบมือเสียงโห่ของชาวบ้านที่เชียร์กันมาโดยตลอดดังกึกก้อง กระเช้าก้มตัวลงไหว้อย่างอ่อนช้อย หลังเสร็จพิธีมอบรางวัลแล้ว กระเช้าก็พาตัวเองลงจากเวทีไปยืนคอยหมี่กรอบ เพื่อนสาวคู่ซี้ที่จะมารับอยู่ด้านข้างเวที และขณะนั้นเอง รถเก๋งคันหรูที่ขับโดยหนุ่มลูกชายเศรษฐีฟาร์มกล้วยไม้ใหญ่แห่งหนึ่งก็ขับ เฉียดกระเช้าลงไปในคูข้างทางด้วยความเมาของคนขับ กระเช้ายืนตัวแข็งด้วยความตกใจ มองตามลงไปเห็นรถหรูคันนั้นลงไปจอดแช่น้ำอยู่เกือบครึ่งคัน ครู่หนึ่งจึงเห็นหนุ่มคนหนึ่งค่อยคลานออกจากรถขึ้นมา กระเช้ารีบควักมือถือออกมาโทร.เรียกหาเพื่อนสาวทันที

"ฮัลโหล...ไอ้หมี่ แกอยู่ไหนแล้วหา? ฉันประกวดเสร็จแล้วเมื่อไหร่จะมารับสักที" เสียงพูดของกระเช้าขาดหายไปกลับกลายเป็นเสียงร้องกรี๊ดแทน เนื่องจากโดนคนที่ไต่ขึ้นมาจากรถเข้ามาแย่งมือถือ และเพราะเสียงร้องของกระเช้านี่เองทำให้หมี่กรอบรีบบิดคันเร่งมาแทบจะเหาะ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เห็นกระเช้ายืนตัวสั่นงันงก มีผ้าสไบและสายสะพายนางงามหุ้มห่อตัวอยู่ พอเห็นรถของหมี่กรอบวิ่งเข้ามากระเช้าก็รีบวิ่งเข้าหาแล้วเร่งให้เพื่อนออก รถทันที

พอถึงบ้าน หมี่กรอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น กระเช้ารีบเล่าว่า

"ไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ ขับรถตกคูแล้วตะกายขึ้นมาแย่งมือถือฉัน คงเมาด้วยแหละ ดึงผ้าสไบฉันหลุดลุ่ยหมดเลย นี่ยังดีนะที่ฉันใส่เสื้อเกาะอกเอาไว้ข้างใน ไม่งั้นโป๊กว่านี้อีก มันโรคจิตชัดๆเลยแหละ ฉันด่ามันไปลอตใหญ่เลย...อ้อ...นี่ๆฉันได้รางวัลด้วยนะแก" กระเช้าอวดถ้วยรางวัลกับเพื่อนพร้อมกับล้วงชายพกเอาเงินสองหมื่นบาทออกมาอวด ด้วย บอกว่าเดี๋ยวจะเอาไปให้แม่

ooooooo

การที่กระเช้าดีใจกับเงินสองหมื่นมากถึงขนาดนั้นก็เพราะว่าตอนนี้พ่อเลิกกับ แม่ไปอยู่กับเมียน้อย แม่ของกระเช้าเสียใจมากเอาแต่กินเหล้าไม่เป็นอันทำสวนส้มโอ ปล่อยให้กระเช้าซึ่งเรียนจบไม่สูงเท่าไหร่เนื่องจากเป็นคนหัวช้า ดังนั้น วิธีการหาเงินของเธอก็คือการวิ่งไปประกวดเวทีนั้นเวทีนี้ เพื่อหาเงินมาให้แม่นั่นเอง แถมนางจวงจิตผู้เป็นแม่ก็เอาแต่พร่ำสอนลูกสาวที่เธอเห็นว่าสวยมากให้หาเวที ประกวดเยอะๆจะได้จับผู้ชายที่รวยๆมาแต่งงานให้ได้

ยังไม่ทันจะขึ้นบ้านกระเช้าก็ได้ยินเสียงแม่ขว้างข้าวของด่าลั่นๆอยู่บนนั้น เพราะนางปิ่นทองที่มาแย่งผัวจวงจิตไปพาผัวกลับมาเยาะเย้ย สองคนทะเลาะกันดังลั่น จนชิดชัยพ่อของกระเช้าทนไม่ไหวร้องเบรกทั้งคู่ให้หยุดแล้วลากปิ่นทองลงมาจาก บ้าน เสียงจวงจิตร้องโหยหวนก่อนจะทรุดหลับไปเพราะความเมา กระเช้ากับหมี่กรอบขึ้นไปเห็นภาพนั้น เลยทรุดลงนั่งน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความสงสารแม่ ถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพาย พร้อมทั้งซองเงินที่เธอได้มากองอยู่กับพื้นไม่มีใครเหลียวแล พอค่อยยังชั่วจากการร้องไห้กระเช้าก็นึกถึงเพื่อนขึ้นมาได้ พอดีหมี่กรอบถามว่าจะให้นอนเป็นเพื่อนหรือเปล่า เธอจึงบอกว่า

"ไม่เป็นไร นานๆแกกลับมาทีไปหาป้าแกเถอะ นี่ก็ดึกแล้วเดี๋ยวป้าจะเป็นห่วง ขอบใจนะที่ไปรับฉันที่งานแล้วยังมาช่วยดูแลแม่กับฉันอีก"

ขณะลงมาส่งเพื่อนที่หน้าบ้าน กระเช้าถามหมี่กรอบว่า "หมี่กรอบ...ถ้าฉันรวยพ่อจะกลับมาอยู่กับแม่หรือเปล่า... แม่บอกว่าพ่อทิ้งแม่ไปเพราะแม่จน แม่อยากให้ฉันแต่งงานกับคนรวยๆฉันจะได้เอาเงินมาให้แม่ ถ้าครอบครัวรวยแล้วเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ฉันก็ไม่ต้องไปประกวดนางงามหาเงิน แม่จะได้ไม่ต้องกินเหล้า และพ่อ...ก็จะได้กลับมาอยู่ที่บ้านเรา...ฉันคิดว่าฉันคนเดียวที่จะทำให้ ครอบครัวเรากลับมาอบอุ่นไม่ต้องบ้านแตกแบบนี้...หมี่กรอบ...ฉันถามแกจริงๆ เหอะ หน้าตาอย่างฉันจะมีสามีรวยๆได้หรือเปล่า?" คำถามของกระเช้าไม่ได้รับคำตอบจากเพื่อนสาว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เทียน ชายคนที่ทำเรื่องกับกระเช้าเมื่อคืนพาแม่พร้อมกับคนงานมากู้รถขึ้นจากคู พอเห็นสภาพรถ แม่ดุเขาอย่างมากมาย โดยเฉพาะชอบออกไปกินเหล้าทุกคืนกับพวกสาวๆไม่ซ้ำหน้า เทียนไม่ได้อินัง ขังขอบกับคำดุว่าของแม่ เขาสนใจเรื่องสาวที่เขากระชากผ้าสไบเมื่อคืนนี้จึงเที่ยวเดินตามหาแต่ก็ไม่ พบ

เขาจำได้แต่ว่าผู้หญิงคนเมื่อคืนนี้คือเทพีส้มโอหวานเท่านั้น แต่ภาพของเธอก็ติดตามเขาอยู่ไม่รู้ลืม บุปผาแม่ ของเทียนจึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ พอกลับมาถึงฟาร์มกล้วยไม้ บุปผาก็ลงโทษลูกชายให้ไปทำความสะอาดเรือนกล้วยไม้ โดยนายศีลผู้เป็นพ่อเป็นคนออกหัวคิดการลงโทษให้

ด้านหมี่กรอบด้วยความสงสารเพื่อน วันนี้เธอจึงพากระเช้า มาที่ฟาร์มกล้วยไม้เพื่อให้มาสมัครงาน หมี่กรอบเป็นพนักงานที่เอาการเอางานมากคนหนึ่ง มีชื่อติดบอร์ดในเรื่องความขยันหมั่นเพียรของเธออยู่บ่อยๆ เมื่อพากระเช้ามาสมัครงานทางฝ่ายบุคคลก็รับไว้ทันที และบอกว่าให้เริ่มทำงานวันพรุ่งนี้ได้เลย

ขณะเดินออกจากห้องผู้จัดการฝ่ายบุคคล กระเช้าสะดุดกึกเมื่อเห็นกรอบรูปบานใหญ่ติดอยู่หน้าห้อง ร้องถามเพื่อนว่านี่รูปใคร หมี่กรอบหันมาดูแล้วตอบว่า

"รูปเจ้าของฟาร์มไง...คนที่ฉันบอกว่ารวยมากๆ" กระเช้ารีบยกมือไหว้รูปแบบฝากเนื้อฝากตัว และรูปนั้นคือรูปของศีลและบุปผา พ่อแม่ของเทียนนั่นเอง

กลับถึงห้องพักของหมี่กรอบที่กระเช้าต้องมาอยู่ด้วย กระเช้ามองสภาพในห้องนอนอย่างพอใจ หมี่กรอบเปิดตู้หยิบผ้าห่มมาส่งให้บอกว่า

"ตอนบ่ายฉันมีประชุมพนักงาน ส่วนแกก็พักตามสบาย เตรียมตัวเริ่มงานวันพรุ่งนี้"

หมี่กรอบออกจากห้องไปไม่นาน กระเช้าก็อยู่ไม่ติดห้อง เดินออกมาหันซ้ายหันขวาไม่เห็นใครเพราะพวกพนักงานกับคนงานไปประชุมกันหมด เลยเดินเรื่อยๆจนเข้าไปในโรงกล้วยไม้ เจอเทียนกำลังฟาดหัวฟาดหางไม่พอใจกับการลงโทษของพ่อกับแม่ ฟาดไม้กวาดไปมาเลยน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา เมื่อมองไม่เห็นก๊อกน้ำก็เลยนั่งลงควานหา พอเจอสายยางก็เปิดน้ำทันทีเพื่อจะล้างหน้าตัวเอง แต่บังเอิญกระเช้าที่มายืนมองดูอยู่ถูกน้ำฉีดเข้าเต็มรัก เสื้อสีนวลๆค่อนข้างจะบางนิดๆ...ถูกน้ำเปียกจนมองเห็นรูปร่าง เทียนอึ้งทันทีที่จำได้

"ส้มโอ..." จะพูดว่าเทพีส้มโอแต่ด้วยความดีใจเลยพูดออกมาแค่นั้น กระเช้าจำเขาได้ทันที

"ไอ้บ้า...ไอ้โรคจิต นี่นายอีกแล้วเหรอ?" หันไปคว้าไม้กวาดที่เทียนทิ้งเอาไว้เมื่อกี้ขึ้นมากวัดแกว่ง "อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันตีนายจริงๆด้วย"

แม้ว่าเทียนพยายามจะแนะนำตัวเองและพูดขอโทษเรื่องเมื่อคืนนี้ แต่กระเช้าก็ไม่ยอมฟัง ด่ากลับเป็นชุดเลย เสร็จแล้วก็ชี้หน้าแถมด้วยคำพูดว่า

"หยุด...ไม่ต้องพูด...ฟังอย่างเดียว ฉันรู้ว่าฉันสวย และนายก็อยากจีบฉัน แต่...ฉันไม่สนใจนาย อย่ามายุ่งกับฉันอีก" กระเช้าเชิดหน้าใส่เดินหนีออกไป

ooooooo

ที่ห้องประชุมพนักงาน วันนี้มีการโหวตหาพนักงานดีเด่น และหมี่กรอบก็ได้รับตำแหน่งนี้ ยังผลให้บัญชาซึ่งหวังว่าตัวเองจะเป็นคนได้กลับพลาดไปทำให้เขาอารมณ์ไม่ดี มองหมี่กรอบด้วยสายตาอาฆาต หมี่กรอบไม่สนพาตัวเองกลับไปห้องพักพร้อมเงินรางวัลและภาพถ่ายตอนรับรางวัล กลับไปติดที่หัวเตียงนอน

หลังจากฟังกระเช้าก่นด่าเทียนให้ฟังมาตั้งนานก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใครเลยถาม ขึ้น กระเช้าหยุดทาครีมตอบว่า "ไม่รู้ ฉันไม่ได้ถาม แต่มันบ้ามากเลยนะ เจอกันที่นครปฐมยังไม่พอ ยังมาเจอกันที่ราชบุรีอีก"

"แกบอกว่า ไอ้บ้านั่นมันทำงานที่นี่เหรอ...เอ...แล้วทำไมตอนกลางวันมันไม่ได้เข้า ประชุม แล้วถ้ามันบ้ามันจะมาทำงานที่นี่ได้ยังไง?" หมี่กรอบทำท่าคิด

"ฉันว่า...ช่างไอ้บ้ามันเถอะ ฉันยื่นคำขาดไปแล้วว่าอย่ามายุ่งกับฉัน...ฉันว่าสนใจคนนี้ดีกว่า..." กระเช้าทำตาเจ้าเล่ห์ ใส่หมี่กรอบ พอหมี่กรอบมองหน้าเลยบอกออกมาตรงๆ "ลูกชายเจ้าของฟาร์มไง...ชื่ออะไรนะ?"

"เขาชื่อคุณเทียน...ตอนแรกฉันว่าจะถ่ายรูปมาให้แกดู แต่โชคไม่เข้าข้าง เขาไม่ได้เข้าประชุมแกก็เลยอดเห็นหน้า" หมี่กรอบทำท่าเสียดายแทนเพื่อน

"ไม่เป็นไร...ฉันว่าสักวันฉันก็ได้เห็นเองแหละ...เออ... แล้วคุณเทียนนี่เขาทำงานอยู่แผนกอะไรล่ะ"

คนที่สองสาวกำลังคุยถึงอยู่ตอนนี้กำลังอยู่บนเก้าอี้ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และผู้จัดการฝ่ายบุคคลกำลังยื่นแฟ้มประวัติของพนักงานส่งให้ พอรับแฟ้มเอกสารมาเสร็จก็ไล่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลออกไปจากห้อง ลงมือค้นหาประวัติของกระเช้าทันที พออ่านไปถึงคำว่าส้มโอ เทียนก็ดีดนิ้วเผาะ ไอเดียบรรเจิดขึ้นมาทันที รีบไปเสนอพ่อกับแม่ว่าจะให้ทางฟาร์มจัดการประกวดนางงามกล้วยไม้โดยรับสมัคร แต่พนักงานในฟาร์มเท่านั้น พ่อกับแม่ฟังไอเดียลูกชายแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า แต่ก็ขัดไม่ได้ต้องยอมให้เป็นไปตามนั้น

ooooooo

วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่กระเช้าต้องเริ่มงานเป็นวันแรก ก่อนเริ่มงาน หมี่กรอบพาเพื่อนไปเดินดูแผนกต่างๆแนะนำไปด้วยว่าพื้นที่ของฟาร์มทั้งหมดมี เท่าไหร่ แบ่งออกเป็นกี่ส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่อะไรบ้าง พอผ่านโรงเรือนกล้วยไม้เมืองหนาวกระเช้ากระดี๊กระด๊าจะเข้าไปดูข้างในแต่โดน หมี่กรอบดึงเอาไว้

"เข้าไปไม่ได้ ที่นี่ห้ามพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเด็ดขาด เพราะกล้วยไม้พวกนี้ติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะพวกเชื้อ ไวรัส...ถึงแกจะไม่ได้ป่วยแต่แกอาจจะเป็นพาหะพาเชื้อเข้าไปโดยไม่รู้ตัว และถ้าได้รับเชื้อแม้แต่นิดเดียวมันจะระบาดไปทั่วทั้งโรงเรือน แกรู้หรือเปล่าในนี้มูลค่าเท่าไหร่...จะบอกให้... ลงทุนเป็นร้อยล้าน ถ้าขายได้ก็ทำกำไรอีกหลายร้อยล้าน อาจจะถึงพันล้านถ้าขายได้ทั้งหมด"

หมี่กรอบพากระเช้าไปดูโรงกล้วยไม้เมืองร้อน แนะนำแล้วก็บอกราคาด้วยว่าจะได้กำไรเท่าไหร่เมื่อถึงเวลาตัดดอกขาย ทำเอากระเช้าน้ำลายหยดไปหลายติ๋งในตัวเงินเหล่านั้น จนกระทั่งมาถึงโรงเรือนที่เก็บอุปกรณ์สำหรับตัดดอก หมี่กรอบก็บอกว่า

"นี่เป็นอุปกรณ์สำหรับตัดดอก ทุกเช้าประมาณตีห้าถึงหกโมงเช้า จะมีพนักงานกะเช้าตื่นมาตัดดอก ส่วนแกตอนนี้อยู่กะบ่าย แต่พอถึงเดือนหน้าแกก็ต้องมาอยู่กะเช้าเพราะเขาสลับกัน กระเช้าพอได้ฟังก็ร้องจ๊ากบอกว่าตัวเองคงตื่นไม่ไหว หมี่กรอบตอบปลอบว่า

"ไม่ต้องห่วง ฉันจะปลุกแกเอง รับรองตื่นแน่" หมี่กรอบพาไปแนะนำอีกไม่กี่แผนกก็ถึงเวลากินข้าวเที่ยง สองคนเดินไปทางห้องอาหาร ทันใดก็ได้ยินเสียงน้องแมวตะโกนเรียกหมี่กรอบแต่ไกลก่อนจะวิ่งตามหลังมากระ หืดกระหอบ

"พี่หมี่...พี่รู้ข่าวแล้วหรือยัง...คุณเทียนน่ะพี่ คุณเทียนจะจัดประกวดนางงาม"

ได้ยินแค่นี้กระเช้าก็ตาโต วิญญาณสารพัดนางงามที่เคยเป็นมาเข้าสิงทันที ถามเพื่อนว่าจะลงประกวดได้ไหม หมี่กรอบเสียงหนักแน่นว่า

"ไม่มีทาง...แกจะเอาการประกวดมาไต่เต้าจับผู้ชายนี่ แกจะบ้าเหรอ"

"ฉันไม่มีทางจริงๆนะหมี่กรอบ ฉันต้องทำแบบนี้เพราะมันเป็นทางเดียวที่พ่อจะได้กลับมาหาแม่"

"แต่นี่ลูกชายเจ้านายฉันนะเว้ย...นี่อย่าบอกนะว่าแกยอมมาทำงานกับฉันเพราะ ต้องการจับคุณเทียน ฉันว่าแกโดนน้าจวงล้างสมองมากเกินไปแล้ว ทำไมถึงได้สอนลูกแบบนี้"

สองคนทะเลาะกันเพราะกระเช้าหาว่าหมี่กรอบด่าแม่เธอ แต่หมี่กรอบก็ไม่ยอมแพ้ หาว่ากระเช้าดูถูกตัวเอง กระเช้าร้องไห้ บอกเพื่อนว่า "ฉันไม่ได้ดูถูกตัวเอง แต่ฉันรู้ตัวว่าฉันมีดีอะไร ฉันอาจจะโชคร้ายที่เกิดมาฉลาดน้อย แต่ฉันก็โชคดีที่มีหน้าตาเป็นต้นทุนชีวิต...มันจะผิดตรงไหนถ้าฉันจะใช้ ต้นทุนที่มีทำให้ชีวิตฉันมั่นคงขึ้น...แกเกิดมาฉลาด แกเลือกงานได้ ฉันเกิดมาสวย ฉันก็น่าจะมีโอกาสเลือกผู้ชายได้เหมือนกัน"

หมี่กรอบมองหน้ากระเช้าแล้วปล่อยหัวเราะพรืดออกมา "เออ...แกสวย...แกอยากเลือกผู้ชายรวยๆใช่ไหม...ได้...ฉันจะช่วยแกเอง... แต่...ถ้าคุณเทียนเขาเห็นแกแล้วเขาไม่ชอบแก

แกต้องหยุดทันที ห้ามวิ่งไล่จับไล่ตาม หรือตามตื๊อให้เสียศักดิ์ศรีหญิงไทยเป็นอันขาด ตกลงไหม"

"ตกลง ถ้าคุณเทียนไม่ชอบฉัน ฉันจะเลิกสนใจเขาทันที" กระเช้าตอบหนักแน่น หมี่กรอบยกมือโอบไหล่เพื่อน

"งั้น...ฉันจะช่วยแกเอง"

ooooooo

กระเช้ากินข้าวเสร็จก็รีบไปหาใบสมัครประกวดนางงามกล้วยไม้ที่แผนก ประชาสัมพันธ์ไม่เหลือสักใบเดียว กำลังหาอย่างวุ่นวายอยู่ๆ ก็มีมือหนึ่งเอามายื่นให้ตรงหน้า เป็นเทียนนั่นเอง เพราะแอบคอยกระเช้าจะมาสมัครอย่างใจจดใจจ่อก็ไม่เห็นมาสักที จนใบสมัครจะหมดแล้วเลยไปแอบเม้มเอามาใบหนึ่ง

ทีแรกกระเช้าดีใจ แต่พอมองเห็นหน้าคนยื่นให้ก็ร้องออกมา "นี่นายอีกแล้วเหรอ" มองเทียนตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วเบะปากใส่ "เชอะ...ทำเป็นแต่งตัวดี...คิดเหรอว่าจะทำให้ดูดีขึ้นมาได้"

เทียนพยายามทำใจเย็นพูดดีด้วย แต่กระเช้าไม่ยอมฟังท่าเดียว  จนสุดท้ายเถียงกันไปเถียงกันมา  กระเช้าตัดสินโดยการจะยกมือขึ้นตบหน้าเทียน พอดีหมี่กรอบเดินมาเห็นเข้า ร้องห้ามเสียงหลง   กระเช้าหันไปว่าเพื่อนว่าห้ามไว้ทำไมไอ้นี่มันคนบ้า หมี่กรอบโพล่งออกมาเลยว่า

"คุณเทียนเขาไม่ได้บ้า...นี่คือคุณเทียน ลูกชาย ดร.ศีล เจ้าของฟาร์ม" พอกระเช้าได้ฟังเท่านั้นเหมือนกับโลกจะหมุนกลับ หูอื้อตาลายเพราะความตกใจรีบลากแขนเพื่อนเดินหนีเลย ส่วนเทียนยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อรู้ว่าตอนนี้กระเช้ารู้แล้วว่าเขาเป็นใคร

ส่วนกระเช้าพอกลับถึงห้องก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า บอกหมี่กรอบว่าจะลาออกจากงาน แต่หมี่กรอบปลอบว่าให้คิดดูให้ดีๆเพราะเทียนอาจจะชอบกระเช้าก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่จัดประกวดนางงามกล้วยไม้หรอก ที่จัดขึ้นนี่หมี่กรอบคิดว่าเพื่อกระเช้าโดยเฉพาะ แล้วเธอจะลองไปแหยมๆเทียนให้ พักเดียวหมี่กรอบก็กลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บอกเพื่อนว่า เทียนสนใจกระเช้า และยังขอร้องให้หมี่กรอบช่วยเป็นคนกลางให้ หมี่กรอบขอคำยืนยันจากเทียนว่า ห้ามจีบกระเช้าแบบเล่นๆเหมือนจีบคนอื่น ซึ่งเทียนก็รับคำเป็นอันดี สองสาวคุยกันอย่างมีความสุขในเรื่องนี้ แต่พอถึงกลางคืนออกเวรแล้ว กระเช้าก็บอกกับหมี่กรอบว่าเธอจะกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าของแต่งตัวที่จะเข้า ประกวดที่บ้าน ทีแรกหมี่กรอบไม่เห็นด้วย  แต่ทนความดื้อของเพื่อนไม่ไหวจึงได้แต่สั่งว่าให้กลับมาให้ทันก็แล้วกัน

ooooooo

ส่วนเทียน พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็เที่ยวเดินตามหาแม่ตัวเองให้ควั่ก พบบุปผากำลังจัดถังสังฆทานกว่าสิบถังที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า โดยมีสามีคือศีลกำลังนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องกล้วยไม้อยู่ก็ต้อง ละมือหันมาดูลูกชายด้วย ท่าทางของเทียนดูกระตือรือร้นเมื่อยามพูดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

"แม่ครับ...มันเป็นไปแล้ว...มันเกิดขึ้นจริงๆ ผมเจอผู้หญิงที่ไม่สนใจเงินทองหรือชาติตระกูลของผมแล้ว และผม... จะต้องทำให้เธอรักผมให้ได้" บุปผาถอนหายใจดังเฮือก

"ฉันละเบื่อแกจริงๆ วันๆคิดแต่เรื่องผู้หญิง นี่ขาดความอบอุ่นมาจากไหนเนี่ย หรือว่าพ่อแม่เลี้ยงดูแกมาไม่ดีพอ?"

"แฮ่ะๆ...ผมเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะพ่อแม่เลี้ยงไม่ดี แต่มันเป็นของมันเอง"

"เขาเรียกว่ามันเป็นสัน..." พ่อของเทียนยังพูดไม่เต็มคำว่าสันอะไร เทียนรีบบอกว่า

"นิสัยพ่อ...มันเป็นนิสัยส่วนตัวติดมาตั้งแต่เกิด แก้ยังไง ก็ไม่หาย แต่...มันจะได้รับการเยียวยาให้ดีขึ้นหลังจากที่ผมเจอคนที่ใช่ และผมก็เจอแล้ว...สวย หยิ่ง จริงใจ ใช่เลย... คนนี้ถูกทุกข้อ" เทียนชักจะเพ้อ พอแม่ถามว่าเป็นใครเขาก็บอกว่า พรุ่งนี้แม่ก็จะเห็นเองเพราะแม่ต้องไปเป็นประธานการประกวดมิสออร์คิดที่จะมี ขึ้นในวันพรุ่งนี้ ผู้เป็นแม่ฟังแล้วใจคอไม่ค่อยดี พอเทียนเดินผิวปากออกไปจากห้อง บุปผาก็หันมาทางสามี

"คุณ...ฉันจะทำยังไงดี ไอ้ลูกตัวแสบของเราคราวนี้มันทำท่าจะเอาจริงนะ ฉันไม่เคยเห็นมันเป็นยังงี้มาก่อน แล้วยังเป็นเด็กในฟาร์มด้วย ท่ามันจะไปกันใหญ่แล้ว"

"ผมก็ไม่เห็นต้องทำยังไง...ผมหมายความว่า คุณไม่ต้องทำเองแต่ให้คนอื่นทำแทน คุณเองก็ไม่ต้องเหนื่อยด้วย คุณก็รู้ว่ามีคนเดียวที่ปราบไอ้เทียนได้...คุณก็เรียกมันกลับมาสิจะได้ จัดการให้สิ้นเรื่องสิ้นราว"

ooooooo

วันรุ่งขึ้น คนที่ถูกเรียกตัวให้มาจัดการเรื่องของเทียนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ฟาร์มและไปคุยกับบุปผาก่อนงานพิธีประกวดนางงามกล้วยไม้จะเริ่มไม่กี่นาทีแต่ไม่มีใครเห็นเขา กระเช้าเองก็กลับมาจากบ้าน หอบเอาเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวมาหอบใหญ่ หมี่กรอบต้องช่วยขนของเหล่านั้นไปที่ห้องแต่งตัว เดินผ่านบัญชา เขาปรายตามาเห็นกระเช้าเข้าพอดี บัญชายิ้มอย่างพอใจโดยหารู้ไม่ว่ากระเช้าคือคนที่เจ้านายหมายปอง

พอเข้าไปในห้องแต่งตัวเห็นพวกสาวๆที่สมัครเข้าประกวดกำลังมะรุมมะตุ้มแต่งตัวกันอย่างเอาจริงเอาจัง กระเช้าไม่สนใจใคร เดินเข้าไปหาที่ว่างๆวางข้าวของ หมี่กรอบถามว่าจะให้ช่วยอะไรไหม เธอตอบว่าไม่ต้อง หมี่กรอบจึงเดินออกไป กระเช้าเริ่มลงมือแต่งตัว พักเดียวตั้งแต่ทรงผมถึงรองเท้าของกระเช้าก็ทำให้ความสวยของเธอแทบจะเปล่งรัศมีออกมาได้

ooooooo

ที่บ้านของ  ดร.ศีล  เทียนเดินลงมาพลางกลัด กระดุมเสื้อไปพลาง มองเห็นแม่ตัวเองยังนั่งจัดถังสังฆทานอยู่เหมือนเดิมจึงถามว่า จะไปงานกับชุดที่ใส่อยู่นั่นหรือ บุปผาหันมามองแบบเมินๆ บอกว่าใครว่าเธอจะไป เทียนงง

"แต่ผมเชิญให้แม่ไปเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์ ถ้าแม่ไม่ไปแล้วใครจะเป็นคนให้คะแนนล่ะครับ" บุปผายิ้ม

"เรื่องนั้นแกไม่ต้องห่วง เพราะฉันส่งตัวแทนไปเรียบร้อยแล้ว...เดี๋ยวแกก็รู้เองว่าตัวแทนของฉันคือใคร" คำพูดของแม่ ตัวเองไม่สามารถให้ความกระจ่างได้ เทียนเลยเดินขึ้นไปแต่งตัวต่อ แต่ในใจชักรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆอยู่

ที่หน้างานบรรยากาศเงียบเพราะทุกคนเริ่มทยอยเข้าในงานเกือบหมดแล้ว มีแต่หมี่กรอบที่ยืนเหลียวหน้าเหลียวหลังมองหาเทียนอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงโทร.เข้า หมี่กรอบกดรับ เป็นกระเช้าโทร.มาถามสถานการณ์ด้านนอก และถามถึงเทียนว่า

มาหรือยัง หมี่กรอบบอกว่ายังไม่เห็น

ทันใดนั้นรถเก๋งสุดหรูคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบหน้าห้องประชุม ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มในชุดสูทหรู เนี้ยบไม่มีที่ติก็ก้าวลงมา หน้าตาของเขาเหมือนกับเทียนไม่ผิดเพี้ยน มีแต่แววตาเท่านั้นที่นิ่ง ขรึม และจริงจังต่างกับของเทียน เขาคือ ธูป พี่ชายฝาแฝดของเทียนที่แม่เรียกให้มาแทนในงานนั่นเอง ธูปก้าวเข้าไปในห้องจัดงาน พอกระเช้าเห็นก็เผลอพูดลงไปในโทรศัพท์ว่า "แต่งตัวแบบนี้ก็ดูดีเหมือนกันนี่"

"แกว่าอะไรนะ ใครดูดี" หมี่กรอบถาม กระเช้ารีบบอกทันที

"ก็คุณเทียนไง แกไม่เห็นหรือว่าคุณเทียนเขาเข้ามาในงานแล้ว" กระเช้าตอบเพื่อน แต่สายตาก็มองตามธูปไม่ให้คลาดได้ เห็นเขาเดินไปที่โต๊ะกรรมการกิตติมศักดิ์ ซึ่งพนักงานก็ต้อนรับอย่างนอบน้อม ธูปลงนั่งด้วยมาดเท่ กระเช้ามองไม่วางตา พลางโทร.บอกหมี่กรอบให้รีบเข้าไปเร็วๆ กระเช้ารีบเก็บมือถือแล้วปั้นหน้าให้สวยก่อนจะนวยนาดออกไปให้หน้ารับแสงไฟ

ส่วนธูปพอนั่งประจำที่เสร็จก็กวาดสายตามองหากระเช้าทันที แล้วก็สะดุดกึกที่สาวหนึ่งยืนอยู่ข้างเวที กระเช้าพอมองเห็นคนที่เธอคิดว่าเป็นเทียนมองมาก็ยกมือขึ้นโบกให้ ธูปมองอากัปกิริยากระเช้าแล้วก็มั่นใจว่าต้องเป็นคนนี้แน่ที่แม่สั่งเอาไว้ ยิ่งเห็นกระเช้าทอดสะพานให้ก็ยิ่งดูถูกแม้จะเห็นว่าเธอสวยมากก็ตาม รีบหยิบมือถือรายงานให้แม่ทราบทันทีว่าเขาเจอแล้วผู้หญิงคนนั้น สวยน่ะสวยหรอก แต่ท่าทางออกจะเว่อร์ไปหน่อย แล้วก็กดตัดสายปิดการสนทนาแค่นั้น

ooooooo

ตอนที่ 2

งานประกวดเริ่มไปแล้วแต่หมี่กรอบยังไม่ได้เข้ามาเนื่องจากหิวเลยแอบไปหาอะไรกินก่อน กระเช้าต้องเดินออกมาอวดโฉมเป็นคนที่สอง ซึ่งก็ทำเอาพวกกรรมการต้องจุ๊ปากกันไปตามๆ หน้าเธอเด้ง หุ่นสมส่วน กิริยามารยาทตอนที่ไหว้พวกกรรมการก็เรียบร้อยไม่มีที่ติ กระเช้าเดินพลางคิดไปพลางว่าจะทำตามแผนที่คิดเอาไว้ตอนไหนดี

ทางด้านนอก เทียนขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอด แล้วลงมาเดินจะเข้าห้องงาน หมี่กรอบหันมาเห็นตกใจจนตาค้างรีบเข้ามาถาม

"คุณเทียน...เอ้อ...เพิ่งมาถึงเหรอคะ หรือว่ามาถึงแล้วเข้าไปแล้วก็ออกมา แล้วกำลังจะเข้าไปอีก?"

"พูดอะไรของเธอ ฉันไม่ว่างขนาดนั้น ฉันเพิ่งมา" คำตอบของเทียนทำเอาหมี่กรอบตาเหลือก

"อ้าว...คุณเทียนเพิ่งมา...แล้วคนที่อยู่ข้างในเป็นใครล่ะ" รีบทิ้งชามข้าววิ่งตามเทียนเข้าไปทันที ส่วนเทียนพอรู้จากหมี่กรอบว่ามีคนหน้าเหมือนเขาเข้าไปก่อนหน้านี้ก็ชักสังหรณ์ รีบจ้ำนำหน้าเลยทีเดียว

ธูปที่นั่งอยู่ที่โต๊ะพวกกรรมการกำลังมองกระเช้าที่เดินอวดโฉมอย่างพิจารณามีแถมจับผิดด้วย กระเช้ากำลังจะเดินผ่านหน้าเขาอยู่แล้ว เธอตัดสินใจทำตามแผนทันที ทำเป็นลมตัวอ่อนล้มลงกับพื้น พิธีกรตกใจ

"อ้าว!! ผู้ประกวดหมายเลข 2 เป็นลมไปแล้วครับ...ใครก็ได้ช่วยพาไปห้องพยาบาลด้วยครับ"

กระเช้าหรี่ตาขึ้นดู ภาวนาอยู่ในใจว่า คนที่จะพาเธอไปต้องเป็นเทียนเท่านั้น ซึ่งก็สมใจ เพราะธูปบอกผู้จัดการว่าให้มาช่วยให้คะแนนแทนเขาที เขาจะเป็นคนพากระเช้าไปห้องพยาบาลเอง พอธูปก้มลงอุ้มกระเช้าก็แอบยิ้มอย่างสมหวัง แต่พอมาถึงห้องพยาบาลธูปก็โยนกระเช้าลงบนเตียงดังพลั่ก แกล้งพูดว่าที่เธอเป็นลมอาจจะเพราะโรคมารยาก็ได้ และทำน้ำเสียงจริงจังเมื่อพูดอีกว่า

"ผมว่าอาการคุณค่อยยังชั่วแล้ว กลับไปเวทีดีไหมครับ จะได้ไม่ต้องโดนตัดสิทธิ์" กระเช้ารีบลุกขึ้นนั่ง

"อุ๊ย...ไม่เป็นไรค่ะ   เมื่อกี้ฉันเห็นกรรมการทุกคนให้ คะแนนเรียบร้อยแล้ว ต่อไปพิธีกรเขาจะให้เดินครบทุกคนก่อนแล้วเดินรวมกันอีกทีเป็นครั้งสุดท้ายก่อนประกาศผล...ก็คงสักประมาณอีก 15 นาทีล่ะค่ะ"

"ข้อมูลเป๊ะ...เตรียมการณ์มาอย่างดี...เอ้อ หมายถึงเตรียมตัวในการประกวดมาอย่างดีเชียว" ธูปหยิกด้วยคำพูด แต่กระเช้าหัวช้าเลยยิ้มหวานให้

"ค่ะ...กระเช้าประกวดมาตั้งแต่ 4 ขวบ ตอนแรกๆครูพาไปบ้าง แม่พาไปบ้าง แต่พอเริ่มขึ้นมัธยมก็ไปกับหมี่กรอบแค่สองคน...เดินสายประกวดมาหลายสิบจังหวัดแล้วค่ะ"

ยิ้มหวานแถมคำพูดให้ด้วย

"ประกวดเป็นอาชีพว่างั้น..." ธูปมองอย่างดูถูก กระเช้าไม่รู้อีโหน่อีเหน่กลับรับว่าค่ะ ธูปอยากจะทำอะไรบอกไม่ถูกกับผู้หญิงซื่อบื้อคนนี้ดี โดนด่าแล้วยังไม่รู้สึกตัวอีก เห็นธูปจ้องหน้า กระเช้านึกว่าเขาเอ็นดูเลยพูดถึงเรื่องตอนที่เจอกันครั้งแรกในงานประกวดเทพีส้มโอหวาน บอกขอโทษคนที่เธอคิดว่าเป็นเทียนว่า ตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครถึงได้ทำไปแบบนั้น

"งั้นแสดงว่า...ถ้าคุณรู้ว่าผมเป็นใครคุณจะไม่ทำยังงั้นสิ"

"ก็ใช่สิคะ ใครจะไปกล้าทำคุณเทียน ลูกชายเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้แสนจะไฮโซล่ะ" ทำอายม้วนต้วนใส่ธูป ซึ่งมองตอบด้วยสายตาดูหมิ่นสุดๆ

"แสดงว่า...ถ้าฉันไม่ได้เป็นลูกชายเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้นี้ ถ้าฉันไม่ใช่ไฮโซ ถ้าฉันจน เธอก็จะพูดไม่ดีกับฉันและทำไม่ดีกับฉันโดยที่ไม่รู้สึกผิดงั้นสิ..." คำถามของธูปทำเอากระเช้างง ธูปรุกต่อทันที โดยบอกว่าขอให้เธอทำตามคำสั่งของเขาต่อไปนี้ก็แล้วกัน คือเลิกยุ่งกับน้องชายของเขาโดยเร็วที่สุด กระเช้ายังจับต้นชนปลายไม่ถูก ประตูก็ถูกผลักพรวดเข้ามา พร้อมกับร่างของเทียน กระเช้าแทบเป็นลมจริงๆตอนนี้ หมี่กรอบตามเข้ามาอีกคน ไม่พูดพล่ามทำเพลง เข้ามาลากแขนกระเช้าให้ออกไปด้วยกันทันที

ooooooo

ขณะลากออกไปนั้นหมี่กรอบก็บอกกระเช้าว่าคนที่พูดอยู่กับกระเช้านั้นเป็นธูปไม่ใช่เทียน เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน กระเช้าต่อว่าหมี่กรอบว่าทำไมไม่บอกก่อนว่าเขามีคู่แฝด หมี่กรอบบอกว่าที่ไม่บอกก็เพราะตัวเองก็ไม่เคยรู้เหมือนกัน   เพิ่งรู้พร้อมกระเช้าเมื่อกี้นี้เอง แถมด่าตัวเองว่าให้ตายเถอะตกข่าวได้ไงก็ไม่รู้ กระเช้าบอกเพื่อนเสียงสั่น

"แกไม่ตายหรอก ฉันสิที่ต้องตาย...ไอ้เจ้าฝาแฝดคุณเทียนนายธูปสามดอกอะไรนั่นปากร้ายมากนะ แอบจิกแอบด่าฉันตลอดเวลา โอ๊ย...ตายแน่ ฉันนึกว่าเป็นคุณเทียนเลยอ่อยไปซะเยอะเลย เขาต้องรู้แน่ๆว่าฉันจะจับน้องชายเขา แล้วทีนี้จะทำยังไงดี" สองคนพากันเดินจ้ำไปอย่างหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ถึงอย่างไรกระเช้าก็ต้องไปรับรางวัลเทพีกล้วยไม้เพราะเสียงประกาศเรียกดังออกจากงาน แต่เข้าไปครั้งนี้เห็นสองพี่น้องนั่นนั่งคู่กันอยู่บนเก้าอี้ประธาน กระเช้าไม่มองหน้าใครเลย ทั้งสองคน ผู้คนในงานพากันมองธูปกับเทียนด้วยความแปลกใจ ด้วยไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่าครอบครัวนี้มีลูกฝาแฝด เพราะธูปถูกส่งไปทำงานที่ต่างประเทศแทบจะไม่ได้กลับมาเมืองไทยเลย

"นั่นมันคุณธูป...พี่ชายฝาแฝดของคุณเทียนนี่หว่า...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"   บัญชาซึ่งเป็นคนเก่าของที่นี่พึมพำก่อนจะตอบคำถามของลูกน้องสอพลอคนหนึ่งว่า "คุณธูปประจำอยู่ที่ออฟฟิศใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ ไม่ค่อยได้กลับมาประเทศไทย เจ้านายเขาไม่ค่อยบอกใคร ถ้าไม่สนิทกันจริงๆอย่างข้าก็ไม่มีใครรู้หรอก"  บัญชาเบ่งใส่ลูกน้องแล้วพูดกับตัวเองอีก

"นี่แสดงว่าต้องมีธุระสำคัญ ถึงได้กลับมาประเทศไทย... ธุระอะไรวะถึงได้สำคัญขนาดนั้น"

ooooooo

กลับมาถึงบ้าน เทียนทะเลาะกับพี่ต่อหน้าพ่อกับแม่เรื่องกระเช้า เขาถูกพ่อกับแม่ซักไซ้ประวัติของกระเช้าซะยกใหญ่ เทียนยกเหตุผลเดิมๆมาอ้างว่ากระเช้าเป็นคนดี มีศักดิ์ศรี ไม่เย่อหยิ่ง และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ไม่ปะเหลาะเอาเงิน เทียนหยุดเถียงกับพี่ชายแต่หันมาบอกพ่อกับแม่แทนแล้วเดินออกไปจากห้อง

"นี่ฉันชักจะสงสัยแล้วนะ ยายเด็กกระเช้านี่มีอะไรดีถึงทำให้นายเทียนเป็นไปได้ถึงขนาดนี้...ชักอยากจะเห็นหน้าซะแล้วสิ" บุปผาบอกกับสามี

กระเช้ากลับถึงห้องก็เอ่ยปากกับหมี่กรอบเรื่องจะขอลาออกจากงานอีก แต่หมี่กรอบเบรกทันที

"แกเพิ่งได้รางวัลมา แล้วจู่ๆมาลาออก คนเขาจะได้ด่ากันทั้งฟาร์มปะไร หาว่ามาล่ารางวัล"

"แต่ฉันไม่มีหน้าไปเจอพี่ชายคุณเทียน ฉันอายเขา อีกอย่างเขาก็คงไม่ชอบหน้าฉัน เขาอาจหาทางกลั่นแกล้งบีบให้ฉันออกจากที่นี่"

"ไม่หรอก คุณธูปเขาเป็นลูกผู้ชาย คงไม่รังแกผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างแกหรอก" หมี่กรอบปลอบ

ขณะที่สองคนกำลังคุยกันอยู่นั้น ที่หน้าบริษัทก็มีรถตู้มาจอด หญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงมาพลางร้องสั่งให้คนที่ตามมาขนเอกสารและข้าวของลงจากรถ เดินเข้าไปในบริษัท สั่งให้ยกพวกเฟอร์นิเจอร์เก่าออกจากห้องทำงานของผู้บริหารคนหนึ่งให้หมด แล้วเอาของที่ขนมาใหม่จัดแทน ชี้นิ้วสั่งโน่นนี่จนการจัดห้องเสร็จเรียบร้อย พอดีบุปผาเดินมาถึงเพราะมีคนไปบอกเรื่องนี้

"เธอเป็นใคร...มาเจ้ากี้เจ้าการสั่งให้ย้ายโน่นย้ายนี่ได้

ยังไง"

"ฉันชื่อทับทิม เป็นเลขาฯส่วนตัวของคุณธูป..." ทับทิมหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า พอมองเห็นว่าเป็นพ่อกับแม่ของธูปท่าทีก็เปลี่ยนเป็นอ่อนน้อม ยกมือไหว้แล้วบอกว่า "ทับทิมต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าว่าจะเข้ามาทำงานวันนี้ พอดีคุณธูปตามตัวให้กลับมาด่วนน่ะค่ะ"

พ่อแม่ของธูปคลายสีหน้าเมื่อรู้ว่าเป็นใคร แถมยังบอกฝากให้ช่วยดูแลธูปด้วย ทับทิมรับปากอ่อนหวาน

"คุณท่านไม่ต้องห่วงค่ะ  ทับทิมจะดูแลคุณธูปอย่างดีเลย"

ooooooo

หลังจากพ่อกับแม่ออกไปไม่นาน ธูปก็เดินเข้ามาในห้อง ชะงักไปนิดเมื่อพบว่าห้องถูกเปลี่ยนแปลงสวยหรู ทับทิมยืนมองดูสีหน้าพอใจของเจ้านายด้วยความดีใจสุดๆ โดยเฉพาะคำพูดขอบใจของธูปที่บอกว่าจัดห้องได้ถูกใจเขามาก และขอบใจอีกครั้งที่บินด่วนมาจากเนเธอร์แลนด์ตามคำขอของเขา

"แหม...ก็ทับทิมเป็นเลขาฯส่วนตัวคุณธูปนะคะ คุณธูปอยู่ที่ไหนทับทิมก็ต้องอยู่ที่นั่นสิคะ เอ้อ...แล้วคุณธูปจะอยู่ในเมืองไทยนี่นานไหมคะ"


"ไม่รู้สิ...ฉันต้องอยู่จนกว่าจะจัดการธุระให้คุณแม่ เรียบร้อย"

"ธุระอะไรคะ"

"เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง แต่ตอนนี้ไปตามพนักงานคนนี้มาหาฉัน...นางสาวกระเช้า!" ส่งแฟ้มประวัติให้ บอกต่อว่า "ไปบอกเขาว่าคุณเทียนต้องการพบ" ทับทิมชะงักที่ธูปเอ่ยชื่อเทียนไม่ได้เอ่ยชื่อตัวเอง แต่ก็รีบไปตาม กระเช้ากับหมี่กรอบกำลังช่วยกันมัดของอยู่  ทับทิมไปเรียกอย่างวางอำนาจทำให้สองคนนั่นไม่พอใจ เลยเกิดปะทะคารมกันขึ้นพักหนึ่ง แต่ในที่สุดกระเช้าก็ต้องไปตามคำสั่งเรียก แต่ก่อนจะเข้าไปในห้องกระเช้าก็อดไม่ได้ที่จะต้องหยุดแต่งหน้าเสียก่อนทำให้ทับทิมไม่พอใจเลยเกิดการปะฉะดะกันอีกรอบ

เข้าไปในห้องพบธูปวางท่าเป็นเทียนคอยอยู่ แต่คราวนี้หลอกกระเช้าไม่ได้เพราะพอธูปเดินเข้ามาใกล้ กระเช้าก็ฟันธงเลยว่าเขาไม่ใช่เทียนแน่นอน เธอเดินหนี แต่ธูปก็ตามไม่ลดละ แถมขู่ว่าเขามีวิธีทำให้กระเช้าออกไปจากชีวิตของน้องชายเขาได้โดยไม่ต้องเสียเงินเลย สองคนจ้องตากันแบบไม่มีใครยอมใคร

ขณะที่กระเช้ากำลังตกที่นั่งลำบาก แต่หมี่กรอบกลับถูกศีลและบุปผาเรียกไปเลื่อนขั้นจากพนักงานธรรมดาขึ้นมาเป็นหัวหน้า ซึ่งเดิมบัญชาเป็นอยู่ บัญชาฟังอย่างไม่พอใจแต่ศีลไม่ได้สังเกต กลับบอกลูกน้องว่า เขาจะเปิดส่วนเนื้อที่ตรงนี้เป็นร้านขายของที่ระลึก ส่วนทางโน้นก็จะจัดประวัติความเป็นมาของฟาร์มและกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆที่มีอยู่ ด้านในสุดก็จะเป็นแผนกดอกกล้วยไม้สำหรับประดับบ้านแยกขายเป็นช่อๆ หรือถ้าจะซื้อเป็นกระถางก็อยู่ทางโน้น...ชี้มือไปตามที่บอก และสุดท้ายก็พูดกับบัญชาว่า

"การเลือกและจัดเวรพนักงานขายในส่วนนี้ ผมจะให้คุณเป็นคนดูแล" บัญชาที่หน้าหุบอยู่ ตอนนี้บานแฉ่งโค้งตัวรับคำสั่งอย่างดีใจ แต่ก็ยังไม่วายหวงก้าง บัญชาส่งนายแล้วก็แอบมาดักหมี่กรอบ พูดกระทบกระแทกว่า ที่แท้หมี่กรอบก็เอาเพื่อนมาประเคนให้เจ้านายนี่เองถึงได้เลื่อนชั้นพรวดพราด หมี่กรอบ

เถียงทันที

"เรื่องเลื่อนตำแหน่งฉันไม่รู้เรื่อง และฉันก็ไม่ได้วางแผนอะไรทั้งนั้น"

"อ๋อ...เหรอ ฉันทำงานอยู่ที่นี่ด้วยความภักดีมาตลอดสิบกว่าปีแล้ว เพิ่งจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้าเมื่อไม่นานนี้เอง แต่เธอมาไม่ถึงสามปี ถีบตัวเองขึ้นมาเท่ากับฉันได้...ฉันไม่เชื่อว่ามันจะโปร่งใส...คนเราถ้ามันไม่ดีจริง ไม่เก่งจริงสักวันมันก็อยู่ไม่ได้ ระวังตัวให้ดีทั้งเธอและเพื่อนนางงามของเธอ ถ้าพลาดเมื่อไหร่ฉันซ้ำแน่"   บัญชายิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนเดินจากไป หมี่กรอบอึ้ง

ooooooo

ที่ฟาร์มกล้วยไม้ดารา ในห้องทำงาน ดารากับอิทธิเดชลูกชายกำลังนั่งดูรูปของกระเช้าที่เข้าประกวดนางงามกล้วยไม้ของฟาร์มราชินีกล้วยไม้อยู่ ดาราถามลูกชายว่าคนนี้เหรอที่ได้รางวัลมิสออร์คิดของไอ้เทียน อิทธิเดชบอกว่าใช่ เพราะเขาให้สายข่าวส่งมาให้ มองหน้ากระเช้าในรูปแล้วพูดอีกว่า

"มันก็สวยดีนะครับ...ผมว่าไอ้เทียนต้องจัดการประกวดเพราะมีเจตนาแอบแฝงแน่ๆ"

"แกคิดว่ามันชอบผู้หญิงคนนี้หรือ?"

"อาจจะไม่ใช่แค่ชอบธรรมดา เพราะผมได้ข่าวว่าไอ้ธูปถูกเรียกตัวกลับมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ที่แล้วมาทุกครั้งที่มันถูกเรียกตัวกลับก็มีเหตุเดียวเท่านั้น คือกลับมาปราบน้องชายตัวแสบ!" ดาราฟังแล้วยิ้ม

"เออ ดีเหมือนกัน ให้มันกลับมาทะเลาะกันเองฟาดฟันกันเองเราไม่ต้องทำอะไร แค่คอยดูความหายนะของพวกมัน...เออ แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครอิทธิรู้หรือเปล่ามาจากไหน ทำไมมันถึงได้สำคัญขนาดไอ้ธูปต้องถูกเรียกตัวกลับมา" คำพูดของดาราทำให้อิทธิเดชนิ่วหน้า

"ตอนนี้ผมยังไม่ทราบ...แต่อีกไม่นานผมต้องรู้ให้ได้" เขาตั้งใจอย่างนั้นจริงๆเพราะนึกชอบกระเช้าขึ้นมาแล้ว

ooooooo

กระเช้าถูกธูปเรียกไปพบที่ห้องทำงานของเขา ยื่นหนังสือกองโตให้พลางบอกว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับกล้วยไม้ในประเทศไทย และบางส่วนเป็นประวัติของฟาร์ม และเธอต้องไปอ่านหนังสือพวกนี้ให้หมดแล้วเขาจะทดสอบว่าเธอจำได้ไหมเพราะเธอเป็นมิสออร์คิดของฟาร์มนี้จึงต้องทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ให้สมกับตำแหน่ง

กระเช้างงแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าต้องมาทำหน้าที่นี้ด้วย ธูปพูดยืดยาวอีกว่า

"เวลามีคนมาดูงานหรือมาเที่ยว เธอจะต้องพูดแนะนำประวัติกล้วยไม้ในประเทศไทย ประวัติที่มาของฟาร์ม คุณสมบัติของกล้วยไม้ที่อยู่ในฟาร์ม รวมไปถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจเกี่ยวกับดอกกล้วยไม้ เพื่อให้คนที่มาเที่ยวได้รู้จักมากขึ้น เพราะเราจะมีงานเปิดตัวโชว์รูมและร้านขายของที่ระลึกในฟาร์มที่จะมีขึ้นอาทิตย์หน้า"

"อาทิตย์หน้า...ใครจะไปเตรียมตัวทัน หนังสือเยอะแยะขนาดนี้ แค่เห็นฉันก็จะเป็นลมแล้ว" ธูปฟังคำอุทธรณ์ของกระเช้า แล้วแสยะยิ้ม

"ทำไม่ได้ก็ลาออกไป...ฉันบอกแล้วว่าฉันจะกำจัดเธอโดยไม่ต้องเสียเงินฟาดหัว และฉันก็จะบอกพ่อกับแม่ว่าเธอทำงานที่นี่เพราะตั้งใจจะจับไอ้เทียน ไม่ได้คิดจะทำงานจริงจัง งานที่ได้รับมอบหมายก็ทำไม่สำเร็จ เลี้ยงไว้ก็เสียข้าวสุก แล้วเธอก็จะต้องถูกไล่ออกโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน" ธูปพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ทำให้กระเช้านึกฮึดขึ้นมา

"ได้...ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าภายใต้ใบหน้าสวยๆของฉัน ก็มีสิ่งที่เรียกว่าสมองอยู่เหมือนกัน" กระเช้ากระชากเสียงใส่

ก่อนสะบัดหน้าเดินจากไป กลับถึงห้อง กระเช้ามุมานะใช้หัวทื่อๆของเธออ่านหนังสือจนหูตาลาย เล่มนั้นยังไม่ทันจบ

ก็หยิบเล่มนี้มาอ่านและก็เล่มโน้นต่อไปเรื่อยๆ แต่ไม่จบสักเล่ม แถมหัวก็ไม่ยอมเม็มอะไรไว้ให้สักอย่าง ท้ายที่สุดก็นอนแผ่หราหน้าเขียวอยู่กับที่

ขณะที่กระเช้าตกอยู่ในสภาวะแบบนั้น หมี่กรอบก็นัดเทียนออกมาพบ บอกกับเขาว่าตั้งแต่นี้ต่อไปเธอจะไม่ช่วยเขาเรื่องกระเช้าแล้ว ขอให้เขาหาทางเอาเอง เทียนงงมาก เขาพยายามพูดขอร้องก็แล้ว พูดยังไงหมี่กรอบก็ปัดทุกทางเพราะเธอกลัวคำพูดที่บัญชาอาฆาตไว้นั่นเอง เทียนเห็นว่าทำยังไงหมี่กรอบก็คงไม่ยอมแน่ๆเลยถามถึงกระเช้าว่าตอนนี้อยู่ไหน หมี่กรอบส่ายหน้าเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พอกลับถึงห้องพบกระเช้านอนหายใจรวยรินหน้าซีดเพราะอ้วกแตกอ้วกแตนด้วยการอ่านหนังสือจนบ้านหมุน หมี่กรอบก็เลยไปบอกเทียนเรื่องที่ธูปบังคับกระเช้า

ooooooo

เทียนรีบกลับบ้าน ได้ยินเสียงพี่ชายคุยอยู่กับแม่ในห้องรับแขกจึงแถเข้าไปโวยวายกับธูปเสียงดังลั่นว่าเขาไม่ยอมให้ธูปเอากระเช้ามาเป็นพริตตี้ในงานเปิดตัวโชว์รูมอย่างเด็ดขาด และธูปก็ไม่มีสิทธิ์มาใช้งานกระเช้าแบบนั้น ธูปไม่ตอบแต่หันไปบอกแม่ให้ตอบแทน เทียนจึงละธูปหันไปโวยแม่แทนว่าอยากเป็นแม่สามีใจร้ายหรือ บุปผาวางหนังสือธรรมะที่กำลังอ่านลงทันที

"นี่ตาเทียน ฉันน่ะจิตใจเปี่ยมคุณธรรมนะยะ ไหว้พระสวดมนต์ใส่บาตรทุกวัน ทอดผ้าป่าทอดกฐินก็ไม่เคยเว้นว่าง ฉันให้ธูปทำแบบนั้นก็เพราะอยากให้โอกาสผู้หญิงของแกพิสูจน์ตัวน่ะซี ถ้าแม่เห็นว่าดีจริง เป็นคนมีคุณภาพ แม่ก็ยอมรับ... แม่ไม่เคยรังเกียจว่าจนหรือมี แต่ขอให้เป็นคนดีก็พอแล้ว" ศีลสามีของบุปผาช่วยบรรยายต่อ ตั้งแต่ตอนที่เขาไปจีบบุปผาแม่ของเทียนตอนนั้นว่าก็เพราะเป็นคนดีนี่แหละ และสอนเทียนว่าจะต้องหาผู้หญิงให้ได้อย่างแม่ เทียนฟังแล้วหงุดหงิด

"แต่ผมอยากมีเมียนะครับ ไม่ได้อยากมีแม่เพิ่มมาอีกคน"

"ไม่รู้ละ...ถ้าผู้หญิงของแกไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนที่มีคุณภาพ งามทั้งภายนอกภายในก็ไม่มีสิทธิ์มาเป็นลูกสะใภ้ฉัน" บุปผาหยิบหนังสือธรรมะมาอ่านต่อ ธูปพูดต่อแม่ว่า

"และวิธีเดียวที่ยายเสื้อดอกกระเช้าจะพิสูจน์ให้แม่เห็นได้ก็คือ...ต้องผ่านงานที่ฉันมอบหมายให้เท่านั้น"

ooooooo

ด้วยความสงสารเพื่อน หมี่กรอบเล่าให้กระเช้าฟังถึงเรื่องที่เทียนพูดอ้อนวอนขอร้องให้เป็นแม่สื่อ เรื่องกระเช้าให้เขา แถมยังบอกว่าท่าทางของเทียนดูแล้วน่าสงสาร รู้สึกว่าเทียนจะชอบกระเช้าจริงๆ ทำให้กระเช้าฮึดขึ้นมาอีก แต่หมี่กรอบก็เตือนเพื่อนว่า

"คุณเทียนเขาชอบผู้หญิงหยิ่งๆ เพราะเขาเจอแต่ผู้หญิงง่ายๆ และตอนนี้เขาก็คิดว่าแกหยิ่งมาก เพราะฉะนั้นแกต้องหยิ่งต่อไป"

ไม่กี่นาทีต่อมา เทียนก็มาเคาะห้องนอนกระเช้ากับ

หมี่กรอบ กระเช้าเป็นคนไปเปิดประตู พอเจอเทียนกระเช้าก็วางมาดหยิ่งใส่ซะเลย โดยมีหมี่กรอบแอบอยู่ข้างบานประตูช่วยพูดเบาๆบอกบทสารพัดให้ เทียนถึงกับอึ้ง เชื่อโดยไม่มีข้อแม้ว่ากระเช้าเป็นคนแบบที่ตัวเองคิดจริงๆ จึงออกปากชวนกระเช้าไปกินข้าวกับพ่อแม่พรุ่งนี้ที่บ้าน

ขณะที่เทียนพูดอ้อนวอนกระเช้าอยู่นั้น บัญชาที่แอบสะกดรอยตามมา ยืนแอบดูด้วยความไม่พอใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธูปก็ให้ทับทิมไปตามกระเช้ามาหาเขา ทับทิมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ บ่นกับตัวเองว่าวันนี้วันที่สองก็ยังให้ยายหน้าเด้งมาหาอีก ตกลงยายนี่มันเป็นใครกันแน่วะ คิดแล้วก็เลยรีบต่อโทรศัพท์ไปที่แผนกบุคคล ถามเรื่องประวัติของกระเช้าไป ทางโน้นต้องค้นให้

ส่วนในห้องทำงาน ธูปกำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่กับกระเช้า ถามนั่นถามนี่ดักหน้าดักหลังจนกระเช้าหัวหมุน

"คุณจะถามอะไรฉันมากมายนักเนี่ย ฉันอ่านแค่คืนเดียว คุณถามฉันเยอะขนาดนี้ใครจะไปตอบได้"

"คำถามที่ฉันถามมันไม่ได้ยากเลยนะ มันเป็นคำถามพื้นๆที่เธอน่าจะรู้อยู่บ้างแล้ว...ถ้าพอจะมีหยักสมองอยู่บ้าง นะ... หรือมัวแต่อ้อนผู้ชายให้พามากินข้าวกับพ่อแม่ เลยไม่มีเวลาอ่านหนังสือ นี่อย่าคิดนะว่าแค่ได้มากินข้าวที่บ้านฉันแล้ว เธอจะจับน้องชายฉันได้สำเร็จ"

"ฉันไม่เคยคิดอยู่แล้วว่ามันจะสำเร็จ...ตราบใดที่มีคุณขวางอยู่อย่างนี้" ประโยคหลังพูดซะเบา แต่ธูปก็ยังได้ยิน

"รู้แล้วก็ดี...เอาละ ฉันจะถามเธออีกครั้ง ตอบให้ได้สักครึ่งหนึ่งฉันจะถือว่าเธอผ่านการทดสอบวันนี้...กล้วยไม้อะไร... เอ้อเอาใหม่...กล้วยไม้ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์อะไร?"

กระเช้าเงียบ ทำหน้าคิดแล้วคิดอีกก็ตอบไม่ได้ เลยบอกตรงๆว่าจำไม่ได้ ธูปเปลี่ยนคำถามใหม่

"กล้วยไม้ไทยแท้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร?"

"เรียกว่า...เอ้อ...กล้วย...กล้วยไม่ไม่รู้" ธูปทำหน้าเซ็ง ถามต่อ

"ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งกล้วยไม้ไทยคือใคร?"

กระเช้าหูอื้อ ตาลาย พอธูปนับหนึ่ง สองสาม แทนที่จะได้คำตอบกระเช้ากลับอาเจียนพรวดออกมา ธูปร้องลั่นเพราะเท่ากับอาเจียนรดเขา เนื่องจากเขายืนอยู่ตรงหน้ากระเช้าพอดี ธูปโดนเข้าไปหลายพรวดจนต้องโวยเรียกว่าใครอยู่ข้างนอกเข้ามานี่หน่อย ทับทิมที่กำลังพูดโทรศัพท์รีบขานรับแล้ววางหูลงบนแป้น

"มาแล้วค่ะเจ้านาย ทับทิมมาแล้ว" พรวดเข้าไปในห้องเห็นกระเช้ากำลังโซเซเข้าไปหาธูปเพื่อจะเอาทิชชู่ไปเช็ด เสื้อให้เขา แต่ธูปร้องดังลั่น

"เฮ้ย...หยุดเลยนะ ไม่ต้องเข้ามาเลย" ทับทิมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รีบวิ่งเข้าประกบเจ้านายทันที พอดีกระเช้าอาเจียนอีกเลยถูกทับทิมเข้าเต็มรัก ทับทิมกรี๊ดสนั่น

"ว้าย...ตายแล้ว...ชุดชาแนลของฉัน!!"

ooooooo

ธูปพาสารรูปและเสื้อผ้าที่โดนกระเช้าอ้วกใส่ไปห้องทำงานของพ่อ พอเทียนรู้เรื่องก็หัวเราะสมน้ำหน้ายกใหญ่ บุปผาสั่งให้เด็กเอาเสื้อผ้ามาให้ธูปเปลี่ยนและเอาชุดเก่าไปซัก แต่ธูปบอกว่าให้ทิ้งไปเลยเขาไม่ใส่แล้ว ศีลที่นั่งเอาผ้าปิดปากอยู่บ่นลูกชายว่าทำไมไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนมาที่นี่

"ก็ผมกลัวว่าพ่อกับแม่ไม่เชื่อว่ายายเด็กนั่นแกล้งผมจริงๆ" ธูปพูดเสียงอ่อย บุปผาพูดเหมือนรำพึงรำพันออกมาว่า

"จะว่าไป...เด็กชื่อกระเช้านี่ก็แปลกดีนะ" เทียนได้ทีรีบยื่นข้อเสนอทันที

"ใช่ครับแม่...ยิ่งเย็นนี้แม่ได้เจอกระเช้าตัวเป็นๆ แม่จะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ เป็นคนที่น่าสนใจที่สุด"

ooooooo

ตอนที่ 3

เย็นนี้ กระเช้าจะต้องไปกินข้าวกับพ่อแม่ของเทียน แต่เธอยังไม่มีเสื้อผ้าใส่ กระเช้าเลยชวนหมี่กรอบไปตลาดนัดด้วยกันเพื่อไปหาซื้อเสื้อผ้ามือสอง เพราะมีเงินไม่มาก หมี่กรอบยอมไปด้วยโดยเอามอเตอร์ไซค์ขี่ไป มีกระเช้าซ้อนท้าย

เกือบจะถึงตลาดอยู่แล้ว แต่จะเป็นด้วยบุญหรือกรรมนำพาก็ไม่อาจรู้ได้ อิทธิเดชกำลังขับรถมุ่งหน้ากลับฟาร์มตัวเอง พอรถสวนกันอิทธิเดชก็เหลือบไปเห็นดวงหน้าสวยราวนางฟ้าที่ซ่อนอยู่ในหมวกกัน น็อกของกระเช้าที่นั่งอยู่ข้างหลังหมี่กรอบเข้าได้ราวกับผู้กำกับจัดวาง อิทธิเดชเบรกรถแล้วหันกลับขับตามไปโดยเร็ว ไปถึงเห็นสองสาวกำลังลงจากรถ

พอกระเช้าถอดหมวกกันน็อกออกอิทธิเดชก็ถึงกับตะลึง

"โอ๊ย...สวยแบบนี้นี่เอง  ไอ้เทียนมันถึงได้หลงซะ

ขนาดนั้น" เขารีบหาที่จอดรถแล้วลงเดินตามเข้าไปในตลาด แต่ไปไม่เท่าไหร่ก็เหงื่อไหลโซมหน้าเพราะตลาดนี้เปิดขายกันอยู่กลางแดด ทนร้อนไม่ไหวตามประสาของลูกผู้ดีตีนแดง อิทธิเดชเลยถอยไปตั้งหลักคอยอยู่หน้าตลาด รอจนสองคนนั่นหอบข้าวของพะรุงพะรังออกมาก็เริ่มแผนตีสนิทโดยแกล้งเดินสวน เข้าไปชนกับกระเช้าจนถุงเสื้อผ้าเธอตกจากมือ แล้วก็กุลีกุจอเก็บคืนให้พร้อมกับคำขอโทษแบบสุภาพบุรุษเป็นชุด ทำเอาสองสาวประทับใจสุดๆ โดยเฉพาะหมี่กรอบ อิทธิเดชเอามือถือของกระเช้าไปเมมเบอร์ของเขาไว้ให้ บอกว่าถ้ามีอาการเจ็บตรงไหนให้รีบโทร.หา เขาจะรีบรับไปรักษาที่โรงพยาบาลทันทีเลย

กำลังใส่หมวกกันน็อกเตรียมขึ้นรถ หมี่กรอบก็บอกกับกระเช้าว่า

"ผู้ชายคนเมื่อกี้ หล่อดีนะแก...แต่ฉันว่าเขาดูผิดที่ผิดทางยังไงไม่รู้ ไม่น่ามาเดินตลาดนัดแบบนี้เลย...อีกอย่างชื่ออิทธิเดช ฉันคุ้นๆยังไงก็ไม่รู้ ต้องเป็นใครสักคนที่ชื่อเคยผ่านหูฉันมาแล้ว แต่ตอนนี้นึกไม่ออก"

"นึกไม่ออกก็อย่าไปนึก ปล่อยไปเหอะ คงเจอกันแค่ครั้งเดียวแหละ เรารีบไปกันดีกว่า" กระเช้ากลัวจะกลับบ้านไม่ทันอาบน้ำแต่งตัวไปกินข้าวบ้านเทียน

ooooooo

แม้จะชุลมุนชุลเกกันบ้างเนื่องจากต้องเอาชุดที่ซื้อมาซักมารีด   แถมยังต้องแต่งผมแต่งหน้าอีก   แม้ กระเช้าจะเป็นนักแต่งหน้ามืออาชีพอยู่แล้ว แต่ด้วยการช่วยเหลือของหมี่กรอบหลายอย่าง พอใกล้ถึงเวลานัดกระเช้าก็สวยเช้งอยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยแต่ไม่ฉูดฉาดดู สมวัยตัวเอง หมี่กรอบมองเพื่อนอย่างชมเชย

"สวยจริงกระเช้า...แกนี่ตาถึงจริงๆเลือกได้ชุดนี้แม้จะเป็นมือสองก็ยังดู เอี่ยมเมื่อซักรีดแล้ว" สองคนพากันออกไปนอกบ้าน พอดีกับเทียนขับรถมาจอด พอก้าวลงจากรถเทียนก็ตาค้างกับความสวยสดของกระเช้า

"โอ้โฮกระเช้า...คุณสวยน่ารักมากเลย" กระเช้าทำเป็นวางฟอร์มแบบไม่ตื่นเต้นกับคำชมสักเท่าไหร่

"ขอบคุณค่ะ"

"งั้นเรารีบไปกันดีกว่าครับ คุณพ่อคุณแม่รออยู่แล้ว...

เชิญครับ" หลีกทางให้กระเช้าเดินนำไปที่รถ เทียนมองหญิงสาวทางด้านหลังอย่างหลงใหล ที่มุมบ้าน หมี่กรอบโผล่มาชูนิ้วโป้งให้เพื่อนแบบเอาใจช่วยเต็มที่

พอเทียนขับรถถึงบ้านก็รีบลงมาเปิดประตูให้กระเช้า ธูปซึ่งกำลังจะเดินออกจากตึกเพราะคิดว่าจะไม่อยู่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับกระเช้า แน่ๆ แม้พ่อกับแม่จะพยายามชวนเต็มที่แล้วก็ตาม พอเห็นภาพเทียนหน้าตาแช่มชื่นเหมือนได้ของมีค่า อะไรสักอย่างอยู่ในมือตอนลงมาเปิดประตูรถให้กระเช้า ธูปก็รู้สึกเหมือนตัวอะไรเข้าไปเต้นยิกๆอยู่ในใจ   ยิ่งพอเห็นกระเช้าสุดสวยอยู่ในชุดน่ารักลงมายืนเต็มตัวธูปก็เลยถอยเข้าบ้าน ไปแอบคอยฟังว่าสองคนนั่นจะคุยอะไรกันบ้าง

กระเช้าแม้จะตื่นเต้นมาก...ถึงมากที่สุดเมื่อมองเห็นตึกใหญ่โตโอฬารของ ครอบครัวเทียน แต่ก็ยังรักษาฟอร์มตามที่หมี่กรอบสอนมา ระงับความรู้สึกอย่างเต็มที่ ธูปที่แอบมองอยู่ ค่อนอยู่ในใจ "เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่า"

เทียนแตะข้อศอกกระเช้าพาเดิน พลางพูด "ที่นี่มีพนักงานไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาและคุณเป็น พนักงานคนแรกที่เป็นแขกของผม"

"ขอบคุณที่ให้เกียรติ...แต่ฉันอยากจะย้ำอีกครั้งนะคะ ว่าการทานข้าวครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน...ฉันมาก็เพราะ เห็นแก่คุณพ่อคุณแม่ของคุณ" กระเช้ากล่าวเหมือนไม่ค่อยยินดีมากเท่าไหร่ ธูปที่แอบฟังอยู่เบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ แต่เทียนเชื่อสนิท

"คุณไม่ต้องห่วง ที่ผมชวนคุณมาทานข้าว ก็เพราะอยากให้มาเจอท่าน ผมไม่ได้คิดว่า แค่ทานข้าวจะทำให้คุณใจอ่อน ยอมคบกับผม คุณสบายใจได้ ผมฉลาดพอที่จะรู้ใจคุณ" เทียนพะเน้าพะนอเต็มที่ แต่ธูปคำรามด่าน้องอยู่ในลำคอ

"ไอ้โง่เอ๊ย...นี่มันไม่ใช่โง่อย่างธรรมดานะเนี่ย โง่แล้วยังอวดฉลาดอีก...แม่ผู้หญิงก็นักหลอกลวงสร้างภาพ...ร้ายจริงๆ"

ooooooo

เทียนพากระเช้าเข้าไปในบ้าน พ่อกับแม่ของเขาคอยอยู่แล้ว ไม่ต้องแนะนำกระเช้าก็เข้าไปไหว้อย่างสวยงาม พ่อกับแม่ของเทียนรับไหว้ บุปผาสังเกตอากัป- กิริยาของกระเช้าตลอดเวลาแม้กระทั่งเสื้อผ้าหน้าผม แล้วบุปผาก็ออกปากว่า

"อืมม์...รูปร่างหน้าตาผิวพรรณ การแต่งตัวต่างจากที่ฉันคาดไว้มากเลย" เทียนรีบถามว่าคาดไว้ยังไง บุปผาเลยพูดออกมาตรงๆว่า "ฉันก็คาดว่าจะเป็นสาวเปรี้ยว ก๋ากั่น แต่งตัวชะเวิบชะวาบแบบสาวๆที่เราเคยพามาน่ะซิ"

เทียนหน้าเสียรีบเบรกแม่ไม่ให้พูด แล้วตัวเองก็บอกกับกระเช้าว่า

"สาวๆของแม่ก็คือ...เอ้อ แม่หมายถึงพวกเพื่อนๆผมน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก" กระเช้ายิ้มกับคำพูดแบบนั้นของเทียน ทำไม่รู้ไม่ชี้ตอบว่า

"ถึงมี...ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่คะ...คุณอย่าลืมสิว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน" จบคำพูดกระเช้าก็มีเสียงตบมือเปาะแปะจากธูป ซึ่งพาตัวเองเข้ามาเพราะอยากดูว่ากระเช้าจะเล่นละครให้พ่อแม่เขาหลงไปได้ไหม แถมด้วยคำพูดแบบหยิกแกมหยอก

"พูดได้ดีมาก...นี่ถ้าผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน ผมคงเชื่อ" กระเช้าฟังแล้วพยายามข่มตัวเองไว้ แต่เทียนไม่ฟังเสียง

"ธูป...แกอย่ามาหาเรื่องดีกว่า วันนี้กระเช้ามาในฐานะแขกของฉัน ไม่ใช่พนักงานที่แกจะมากลั่นแกล้งโขกสับได้"

"อ้าว...ฉันก็กำลังต้อนรับในฐานะที่เป็นพี่ชาย ไม่ใช่ฐานะเจ้านาย และไม่ใช่พี่ชายธรรมดา แต่เป็นพี่ชายที่ฉลาดและรู้ทันมารยาผู้หญิงบางคน" เหลือบตาผ่านหน้ากระเช้าไป กระเช้าสะอึกกึ๊ก เทียนตาแดงด้วยความโกรธ ศีลพ่อของสองหนุ่มรีบเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการชวนให้เข้าไปกินข้าวเสียทีเพราะ เขาหิวแล้ว

ooooooo

พ่อแม่เดินนำหน้า กระเช้าตามมาเป็นคนที่สอง เทียนที่ยังไม่ยอมเดินมองหน้าธูปด้วยความไม่พอใจ ธูปเฉยๆเทียนเลยเดินตามสามคนนั่นเข้าไปด้วย ธูปส่ายหน้า รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่มีใครสนใจคำพูดของเขาเลย พอถึงโต๊ะกินข้าว   เทียนก็ขยับเก้าอี้ให้กระเช้านั่ง กระเช้ากล่าวขอบคุณเขา แต่ยังไม่ทันจะหย่อนก้นนั่งเต็มเก้าอี้ ธูปก็วางก้นตัวเองแปะลงที่เก้าอี้ข้างกระเช้า แถมบอกกับเทียนว่า

"ตรงนี้เก้าอี้ของฉัน ส่วนของแกด้านโน้น"

"วันนี้ฉันอยากนั่งตรงนี้" เทียนกระชากเสียงใส่ แต่ธูปยังยืนกรานว่าเป็นที่ของเขา พ่อกับแม่มองลูกสองคนอย่างอ่อนใจที่ทะเลาะแย่งเก้าอี้กันเหมือนเด็ก บุปผาเลยบอกว่า

"เอาน่า...ตาเทียน นั่งตรงไหนก็เหมือนกันแหละ ทะเลาะกันต่อหน้าแขกแบบนี้ไม่อายหรือไง?" เทียนชักอายกระเช้าเลยทำตามแม่ แต่ธูปทำหน้าเฉยแบบทองไม่รู้ร้อน

ขณะคนรับใช้กำลังเสิร์ฟอาหาร บุปผาก็ชวนกระเช้าคุย บอกว่าวันนี้กระเช้าแต่งตัวดูดีเหมาะสมกับวัยมาก กระเช้าพนมมือไหว้ขอบคุณ บรรยากาศในโต๊ะทำท่าจะดีขึ้นถ้าธูปไม่เอ่ยออกมาว่า

"ก็อย่างว่าแหละนะ...จะจับคนรวยทั้งทีก็ต้องลงทุนกันหน่อย...งานนี้หมดไปเท่าไหร่ล่ะ?" ทำท่าสนใจฟังคำตอบ กระเช้าหันมาตอบอย่างสะใจว่า

"ใช่ค่ะ...ฉันลงทุนกับชุดนี้ไปมาก มากกว่าที่คุณคิดเยอะเลย...เพราะทั้งหมดที่คุณเห็น ฉันซื้อมาด้วยเงินแปดสิบบาท" ลงเสียงหนักที่ราคา ธูปทำหน้าไม่เชื่อ

"ไม่ต้องมาทำเป็นตอบสร้างภาพ...เงินแปดสิบบาทจะซื้อชุดแบบนี้ได้ยังไง" ทำเสียงเย้ยใส่

"ถ้าคุณไม่เชื่อ ไปถามเจ้าของร้านได้เลย แต่คุณอาจจะต้องทนร้อนทนฝุ่นสักหน่อย เพราะมันเป็นแผงเสื้อผ้ามือสองอยู่ในตลาดนัดตอนเย็น คุณหนูอย่างคุณคงไม่เคยไป เลยไม่รู้ว่าชุดราคาแปดสิบบาทมีอยู่จริงบนโลก" คำตอบของกระเช้าทำให้เทียนสะใจยิ่งนัก ส่วนบุปผาก็นึกชมอยู่ในใจว่าเด็กคนนี้มีของ...แต่ธูปยิ่งข่มไม่ได้ก็ยิ่งหา เรื่อง ซักถามประวัติกระเช้าไปถึงพ่อแม่ ทีแรกกระเช้าก็ตอบตามความจริง แต่ธูปเล่นไม่เลิก ท้ายที่สุดกระเช้าทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้นบอกกับบุปผาและศีลว่า

"ดิฉันขอบคุณที่คุณท่านทั้งสองมีเมตตาให้ดิฉันได้ร่วมโต๊ะอาหาร ดิฉันขอโทษจริงๆค่ะ ดิฉันขอตัวก่อน..." พูดจบก็วิ่งออกไปเลย เทียนลุกตามและบอกว่าจะไปส่งแต่ กระเช้าขอกลับเอง

เทียนกลับเข้ามาต่อว่าพี่ชายยกใหญ่ แต่ธูปก็บอกว่าที่เขาพูดเรื่องประวัติของกระเช้านั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด สองพี่น้องแทบจะลงไม้ลงมือกัน บุปผาทนไม่ไหวโพล่งออกมาทันที

"ใครจะผิดจะถูกยังไงฉันไม่ฟังทั้งนั้น ใครคิดว่าความคิดของตัวเองเป็นความจริงก็เอาหลักฐานมาพิสูจน์" ศีลพยักหน้าเห็นด้วยกับบุปผาทุกคำพูด ไม่มีอะไรขัดแย้งเลยจนบุปผาเซ็ง

ด้านกระเช้าเมื่อถึงบ้านก็ไปปรับทุกข์กับหมี่กรอบ เรื่องธูปทำกับเธอ หมี่กรอบเตือนเพื่อนว่าธูปคงไม่จบเรื่องกับกระเช้าง่ายๆแน่ และถ้ากระเช้าลุยต่อก็ต้องเจออะไรอีกเยอะ กระเช้าอึ้งไปนิด แต่ในที่สุดก็เชิดหน้าพูด

"ฉันเดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงฉันก็ไม่ถอย! ฉันจะต้องทำให้คุณเทียนขอฉันแต่งงานให้ได้..."

ooooooo

เรื่องระหว่างกระเช้ากับเทียนเป็นเรื่องที่เม้าท์กันมันปากของคนในฟาร์ม โดยเฉพาะทับทิมเลขาฯของธูปและลูกเกตุเลขาฯของเทียน เพราะสองสาวต่างคนต่างหวังในตัวนายจ้างหนุ่มทั้งคู่ จึงพอได้ข่าวอะไรนิดๆหน่อยๆก็จะส่งข่าวถึงกันทางโทรศัพท์ เรื่องศอกเดียวก็ขยายเป็นวา และต่างคนต่างรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีจุดอ่อนเรื่องชอบเจ้านายก็เลยต่างฝ่ายต่าง ยุว่าให้ระวังเจ้านายของตัวเองให้ดีๆเพราะจะโดนกระเช้าคาบเอาไปกิน

ooooooo

ทางด้านฟาร์มกล้วยไม้ดารา ซึ่งมีแม่ม่ายชื่อดาราเป็นเจ้าของ และไม่ถูกกับฟาร์มของศีลมาตั้งแต่เรื่องดึกดำบรรพ์ ที่ศีลขอแยกหุ้นมาทำฟาร์มกล้วยไม้ของตัวเองตั้งแต่ตอนที่สามีของดาราซึ่ง เป็นเพื่อนกับศีลตาย ซึ่งตอนนั้นดารายังเป็นไก่อ่อนสอนขันในการทำฟาร์มกล้วยไม้ จึงพยายามอ้อนวอนศีลไม่ให้แยกตัวมา แต่ศีลกับบุปผาไม่ยอม ดาราจึงฝังใจเก็บความแค้นเอาไว้คอยหาเรื่องทำฟาร์มแข่ง ทั้งๆที่ฟาร์มทั้งสองก็อยู่ใกล้กันนิดเดียว อิทธิเดชซึ่งเป็นลูกชายของดาราถูกเรียกตัวกลับมาจากเมืองนอกทั้งที่เรียนยัง ไม่จบเพราะดาราไม่มีเงินจะส่งเสียแล้ว ดังนั้น อิทธิเดชจึงแค้นพวกฟาร์มของศีลไปด้วย คอยเป็นหูเป็นตาให้แม่ว่าฟาร์มของศีลทำอะไรกันบ้าง โดยจ้างเส้นสายไว้คอยส่งข่าวให้ วันนี้อิทธิเดชเพิ่งจะได้ข่าวจากเส้นสายทางนั้นว่ากำลังมีการขยายฟาร์มออกไป อีกจึงรีบมาบอกแม่ ดาราฟังแล้วตบโต๊ะปังด้วยความโกรธ

"อะไรนะ...ไอ้ด็อกเตอร์มันจะขยายหน้าฟาร์มทำเป็นช็อปปิ้งมอลล์ยังงั้นเหรอ มันเริ่มไปถึงไหนแล้ว"

"พักใหญ่ๆแล้วครับ เห็นว่าจะเปิดเร็วๆนี้" อิทธิเดชพูดไม่ทันจบ ดาราลุกเต้นผาง

"สั่งให้สายของเราเอาข้อมูลของมันมาให้มากที่สุด เราจะทำทุกอย่างให้ดีกว่าใหญ่กว่ามัน ชิงเปิดตัดหน้ามันให้ได้"

"แต่ว่า...มันจะทันเหรอครับแม่!!"

"ต้องทัน...ระดมช่างมาจากทุกที่ เท่าไหร่เท่ากัน งานนี้... เสียเงินไม่ว่า แต่ห้ามเสียหน้าเด็ดขาดรู้ไหม"

"ครับแม่...ผมจะรีบเอาข้อมูลจากคนในออกมาให้มากที่สุดแล้วดำเนินการทันที"

"ดี...ไอ้พวกนั้นเคยทำกับเราไว้เจ็บแสบ เราเกือบหมดเนื้อหมดตัวก็เพราะพวกมัน แม่จะไม่มีวันยอมให้พวกมันอยู่ดีกินดี มีหน้ามีตาทางสังคมเหนือกว่าเราเป็นอันขาด"

ลูกชายเดินออกไปอย่างรีบร้อนเพื่อไปจัดการตามคำสั่ง ดาราทรุดลงนั่ง ย้อนนึกถึงเรื่องราวต่างๆในอดีตตอนที่ศีลมารับเช็คค่าหุ้น ซึ่งเธอต้องขายรถ ขายเครื่องเพชร และของมีค่าไปเพื่อจะได้เงินก้อนนี้มาให้ศีล เธอยังจำได้ว่าตอนที่ยื่นเอกสารและเงินกันวันนั้นเธอได้ประกาศออกไปว่า

"นับจากวันนี้เป็นต้นไป ฟาร์มกล้วยไม้ดาราขอประกาศความเป็นศัตรูกับฟาร์มราชินีกล้วยไม้อย่างเป็น ทางการ ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย อย่าหวังว่าฉันจะยอมแพ้..."

ดารากลับมาสู่ปัจจุบัน หันไปมองรูปสามีที่ติดไว้ข้างฝาด้วยดวงตาแข็งกระด้าง บอกกับรูปว่า

"คุณก็รู้ว่าฉันต่อสู้กัดฟันทำทุกอย่างจนฟาร์มกล้วยไม้ ของเราผงาดขึ้นมาได้ขนาดนี้ และอีกไม่นาน...ฉันจะต้องทวงความเป็นหนึ่งที่คุณเคยสร้างไว้กลับคืนมาให้ ได้"

หลังจากวันที่ดาราออกคำสั่งกับลูกชายไม่นานเท่าไหร่ หน้าฟาร์มกล้วยไม้ดาราก็เริ่มงานก่อสร้าง อิทธิเดชยื่นแปลนตึกที่จะก่อสร้างให้สถาปนิก และแปลนนั้นก็คือแปลนก่อสร้างอาคารของฟาร์มราชินีกล้วยไม้นั่นเอง โดยอิทธิเดชใช้ปากกาฆ่าชื่อเจ้าของแปลนเดิมแล้วเติมลงไปว่า "กล้วยไม้ดารา" หน้าตาเฉย บอกกับสถาปนิกว่า

"ทำตามแปลนนี้ แต่ปรับขนาดให้ใหญ่กว่าและอลังการมากกว่า ฉันต้องการให้เสร็จเรียบร้อยเร็วที่สุด มีคนงานเท่าไหร่ขนมาให้หมด"

ooooooo

ขณะที่ฟาร์มกล้วยไม้ดารากำลังตระเตรียมจะโค่นล้มอยู่นั้น   ทางด้านฟาร์มราชินีกล้วยไม้ไม่ได้

ระแคะระคายเลย ลูกชายผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสองคนก็มัวแต่ขับเคี่ยวกันอยู่เรื่องกระเช้า แถมเลขาฯของสองพี่น้องก็คอยช่วยขบกัดกระเช้าอีกด้วยเพราะกลัวว่าจะแย่งเจ้า นายของตัวเองไป พนักงานในฟาร์มก็เฝ้าดูละครเรื่องนี้เอาไปเม้าท์กันอย่างบันเทิง

วันนี้เทียนเข้าไปในห้องของธูปโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เพราะจะไปดูว่าธูปกลั่นแกล้งกระเช้ายังไงบ้าง ธูปเอ็ดน้องชายทันทีว่าตอนนี้เป็นเวลางานหวังว่าคงไม่ลืม เทียนยักไหล่

"เปล่า ฉันแค่แวะเอาของมาให้กระเช้า แล้วก็บอกเรื่องนัดทานข้าวเย็นนี้" กระเช้าเหวอ

"เย็นนี้เหรอคะ?"

"ใช่...เพื่อเป็นการขอโทษสำหรับอาหารค่ำเมื่อวานนี้ที่มีมารมาขวางคอ...ผม จองโต๊ะสุดพิเศษไว้ที่ร้านอาหารสุดหรูในกรุงเทพฯโน่น...อ้อ...ถ้าคุณไม่มี เสื้อผ้าไม่เป็นไร ผมจะพาไปซื้อเอง ช็อปปิ้งได้ไม่อั้น อยากได้อะไรขอให้บอกผม ผมจะซื้อให้หมดทุกอย่าง..." ปรายตามองไปทางธูปก่อนจะพูดต่อ "และเพื่อเป็นการปลอบใจที่คุณต้องเสียขวัญเมื่อวานนี้ นี่ครับสำหรับคุณ" เทียนล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบกล่องนาฬิกาสุดหรูออกมายื่นให้กระเช้า เธอรับไปแบบงงๆแล้วเปิดออกดู ในนั้นมีนาฬิกาข้อมือล้อมเพชร ซึ่งน่าจะแพงมาก กระเช้าถาม

"คุณให้ฉันเหรอคะ?"

"ครับ...และถ้าต่อไปมีใครมารังแกคุณอีก ผมก็จะปลอบใจคุณด้วยของราคาแพงแบบนี้อีก ยิ่งคุณเสียใจมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งให้ของแพงมากขึ้นเท่านั้น" เทียนจบคำพูด ส่วนธูปสะอึก กระเช้ามองสองคนพี่น้องแล้วเริ่มเข้าใจ เทียนหันมาพูดต่อ

"เพราะฉะนั้น ถ้ามีใครมารังแกคุณ คุณต้องรีบบอกผมทันที ผมมีของขวัญปลอบใจ...แล้วคืนนี้เจอกันนะครับ..." เทียนปรายตามองธูปก่อนจะยืดอกเดินออกไปอย่างสะใจ พอพ้นประตูเจอทับทิมกำลังเอาหูแนบฟังอยู่ เธอทำหน้าแหยๆ แต่ก็ถามว่าข้างในมีอะไรกันเหรอ เทียนยักไหล่ บอกว่าไม่มีอะไรเรียบร้อยดีแล้วก็เดินหนี ทับทิมทำหน้าไม่เชื่อพึมพำว่า

"มันไม่มีอะไรได้ยังไง?"

ooooooo

ธูปอารมณ์บูดกลับบ้านเท่านั้นยังไม่พอ ยังไปเจอเพื่อนสาวของเทียนที่เมื่อก่อนมาที่บ้านบ่อยๆตอนธูปไม่อยู่ เขาจึงไม่รู้จักปาร์ตี้ เอแคลร์ และแบมบี้ กลุ้มรุมเข้าหาทักว่าเขาเป็นเทียน พูดต่อว่าต่างๆนานา ว่าไม่ไปหาพวกเธอเลย ธูปยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่เลยบอกว่า

"นี่ ถ้าอยากมีแฟนหรืออยากมีสามีมากจนต้องขับรถมาหาถึงบ้านขนาดนี้ หัดรู้ไว้ซะบ้างว่าผู้ชายที่พวกเธอกำลังไล่จับน่ะมีฝาแฝด แล้วพวกเธอไม่มีงานการทำหรือไงถึงได้ว่างมาแต่งตัวโป๊ๆอ่อยผู้ชายแบบนี้ ถ้าผู้ชายฉลาดสักหน่อยเขาก็รู้แล้วว่าในสมองพวกเธอไม่มีอะไร ถึงต้องโชว์อย่างอื่นแทน" สามสาวหน้าม้านไปเลย กำลังจะพากันถอยเมื่อถามถึงเทียนแล้วธูปบอกไม่รู้อยู่ที่ไหน

ส่วนธูป พอไล่สามคนนั่นแล้วเดินมาอีกหน่อยไอเดียก็เกิด หันไปเรียกบอกว่าตอนนี้รู้แล้วว่าเทียนอยู่ไหน แล้วก็บอกทางไปบ้านของกระเช้าให้

กระเช้าแต่งตัวเสร็จกำลังนั่งคอยเทียนมารับไปกินข้าว ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงลุกไปเปิดรับ เจอผู้หญิงสามคนยืนเรียงหน้ากระดานถามหาคนชื่อกระเช้า พอบอกว่าเป็นเธอเอง สามคนก็เข้ามาผลักอกและรุมสกรัมกระเช้าทันที หมี่กรอบเข้าช่วยเพื่อนทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าผู้บุกรุกเป็นใคร ต่างฝ่ายต่าง ไม่ยอมกันเลยฟาดกันจนสะบักสะบอมไปด้วยกัน แถมขณะกำลังตีกันก็ถามกันไปด้วยจนรู้ว่าสามสาวที่เข้ามารุกรานนั้นคืออดีตแฟนของเทียนนั่นเอง

เสียงทะเลาะตบตีดังไปนอกห้อง พวกคนงานมายืนดูกันเป็นแถว บัญชามาทีหลังพอรู้เรื่องก็รีบวิ่งไปบอกศีลกับบุปผาทันที บุปผากับศีลรีบมา เวลาเดียวกันนี้เทียนก็ขับรถมาถึงที่นั่นเพื่อมารับกระเช้าไปกินข้าวเลยมาเจอเรื่องที่ทำให้อึ้งกิมกี่ไปเลย

บุปผาเรียกทั้งหมดไปชำระความ และลงความเห็นว่าสามสาวผิดที่บุกรุกเข้ามาทำร้ายคนของเธอถึงในบ้าน แบมบี้เถียงว่าฝาแฝดของเทียนเป็นคนบอกให้เธอสามคนมาหายัยคนบ้านนอกเพราะเทียนกำลังจะมาที่นี่ ทุกคนเลยงงกับการกระทำของธูป

แต่ในที่สุด บุปผาก็ไล่สามสาวนั่นให้กลับไป และคาดโทษกระเช้ากับหมี่กรอบว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกยังไม่เอาผิด แต่ถ้ายังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งที่สองจนถึงสามก็จะไล่ออก

เทียนถูกพวกสามสาวนั่นลากตัวไปด้วย หมี่กรอบว่าเทียนน่าจะอยู่ขอโทษกระเช้า ที่สำคัญเทียนต้องรับรู้ว่าเรื่องมันวุ่นวายเพราะพี่ชายตัวเอง กระเช้าส่ายหน้า

"ให้มันจบๆไปเถอะ ฉันไม่อยากให้แกต้องซวยไปกับฉันด้วย กลับห้องกันดีกว่า"

สองคนพากันเดินกลับห้องพักตัวเอง แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวกลุ่มของบัญชาก็เดินสวนมาพร้อมกับมีเสียงพูด

"เฮ้ย...เด็กเส้นมาแล้วโว้ย..." อีกเสียงพูดแทรกทันที

"ข้าว่า...เส้นใหญ่ขนาดนี้ไม่โดนไล่ออกชัวร์"

"มันแน่นอนอยู่แล้ว ยอมขนาดเอาตัวเข้าแลก อย่าว่าแต่ตบกันเลย ยิงเอ็มเจ็ดสิบเก้าใส่กันยังไม่โดนไล่ออกเลย" เสียงหลังสุดคือเสียงของบัญชา แล้วก็นำสมุนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน หมี่กรอบทนไม่ไหวสวนกลับว่า

"ปากแบบนี้ กลับไปเฝ้าหน้าบันไดบ้านดีกว่ามั้ง อย่ามาเดินเป็นคนอยู่แถวนี้เลย เสียชาติเกิด..." ทางฝ่ายพวกนั้นเงียบกริบ แต่บัญชารู้สึกเสียหน้า

"ถือว่ามีลูกเจ้าของฟาร์มคอยถือหาง เลยทำกร่างไม่รู้ รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ระวังตัวให้ดี บารมีไม่ดีจริงๆสักวันจะไม่มีที่

ซุกหัว" หมี่กรอบจะเต้นเข้าไปต่อยปากแต่ถูกกระเช้าดึงเอาไว้ บัญชาสั่งพวกลูกน้องว่าให้กระจายข่าวที่เกิดขึ้นวันนี้ให้รู้กันให้ทั่ว ฟาร์ม ดูซิว่าพวกมันจะทำงานเป็นสุขได้ไง จบคำพูดด้วยยิ้มเหี้ยมๆ

ooooooo

ตอนที่ 4

ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง เทียนเข้าหน้ากระเช้าไม่ติด แม้จะใช้ความพยายามเท่าไหร่ก็ตาม พอเจอกันที่ไหน กระเช้าก็จะเป็นฝ่ายหลบทุกที จนกระทั่งวันนี้เจอกันซึ่งๆหน้า เทียนดีใจมาก แต่กระเช้าแทบจะวิ่งหนีอีก ยิ่งมองเห็นพวกขาเม้าท์กำลังจับตาดูอยู่ก็วิ่งจ้ำอ้าว

"กระเช้า...กระเช้า เดี๋ยวก่อน" เทียนไม่อายใครทั้งนั้นวิ่งตามทันที พอเข้ามาใกล้ก็ถามว่าเธอหนีเขาทำไม กระเช้าอึดอัด จะไม่หยุดก็ไม่ได้ บอกเทียนว่า

"คุณอย่ามาหาฉันที่นี่อีกนะคะ ฉันยังอยู่ในเวลางาน มันไม่เหมาะ"

"แต่ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ"

"เอาไว้คุยกันวันอื่น  ที่อื่น  แต่ไม่ใช่ที่นี่  และไม่ใช่ ตอนนี้" กระเช้าพูดเสียงหนักแน่น พอเทียนอ้าปากจะพูดอีก เธอก็ตัดบทว่า

"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ถ้าคุณยังไม่เข้าใจ ฉันจะไปลาออกเดี๋ยวนี้" กระเช้าหันหลังเดินหนีไปจริงๆ

เทียนหมดหนทางเลยรีบไปหาหมี่กรอบ ชวนมาคุยกันห่างคนอื่นๆ บอกหมี่กรอบว่า

"เรื่องกระเช้า ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมเขาถึงได้หนีฉัน แล้วนี่เขายังบอกว่าถ้าฉันตามตื๊อไม่เลิกเขาจะลาออก"

"ขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?" หมี่กรอบงง  แต่แล้วก็บอกว่า  "เอางี้ดีกว่า  ตอนนี้คุณก็อยู่ห่างๆกระเช้าก่อนแล้วกัน เอาไว้ฉันจะถามเขาดูว่าเกิดอะไรขึ้น"

"จริงนะ ตกลงเธอจะช่วยฉันเหมือนเดิมใช่มั้ย ขอบใจนะ ขอบใจมาก" เทียนฉวยมือหมี่กรอบไปบีบอย่างลืมตัว หมี่กรอบสะดุ้งเหมือนถูกไฟช็อต รู้สึกแปลกๆที่โดนเทียนจับมือแต่ก็รีบดึงออก

และตอนไปกินอาหารที่โรงอาหารมื้อเที่ยงวันนั้นเอง หมี่กรอบก็ได้คำตอบจากกระเช้า พอวางจานอาหารลงด้วยกัน กระเช้าก็พูดขึ้นว่า

"ฉันรู้สึกเหมือนโดนจับตามอง โดนเม้าท์ โดนจับผิดอยู่ตลอดเวลา ฉันคิดว่าคงมาจากเรื่องคุณเทียนกับฉัน...ทุกวันเป็นอย่างนี้จนฉันอึดอัดไปหมด วางตัวไม่ถูก ไม่เชื่อแกลองมองไปรอบๆสิ" หมี่กรอบทำตามเพื่อนว่า

"เออ จริงแฮะ แกไม่ได้คิดไปเองจริงๆด้วย เพราะยังงี้

ใช่ไหม แกก็เลยไล่คุณเทียน แล้วก็ขู่จะลาออก" กระเช้าพยักหน้ารับ

"ใช่...ฉันคิดว่าตอนนี้เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่...แต่เรื่องโดนเม้าท์ฉันพอรับได้นะ รับไม่ได้คือเรื่องที่แกต้องมาซวยเพราะฉันนี่สิ ฉันรู้สึกแย่มากๆ"

"แกอย่าคิดยังงี้สิ เราเป็นเพื่อนกันนะ" หมี่กรอบปลอบเพื่อนอย่างเห็นใจ

"แต่เพื่อนก็ไม่ควรทำให้เพื่อนต้องลำบากไม่ใช่เหรอ... ชีวิตฉันอาจจะไม่มีโอกาสทำความฝันของแม่ให้เป็นจริง แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ควรทำให้เพื่อนอย่างแกต้องมาเดือดร้อนด้วย... หมี่กรอบ ฉันตัดสินใจแล้ว...ฉันจะเลิกเพ้อฝันเรื่องคุณเทียน แล้วก็ลาออกกลับไปอยู่กับแม่เหมือนเดิม เพราะเรื่องระหว่างฉันกับคุณเทียนมันคงเป็นไปไม่ได้จริงๆ" กระเช้าพูดด้วยน้ำตาคลอตา

ooooooo

ชิดชัยพ่อของกระเช้าแอบไปที่บ้านจวงจิต เอาเงินไปให้ใช้ เห็นจวงจิตนั่งเมาแอ๋อยู่คนเดียว ชิดชัยมองด้วยความเศร้าใจ ยืนดูอยู่เป็นนานจวงจิตก็ยังไม่รู้ว่ามีคนยืนดูอยู่ สุดท้ายชิดชัยก็ลงนั่งดึงมือจวงจิตมาเอาเงิน ยัดใส่ให้

"จวง...พี่ให้...เอาไว้ใช้นะ" จวงจิตปรือตาขึ้นมอง พอรู้ว่าเป็นใครก็โวยวาย

"ฉันไม่อาว...ฉันไม่อยากได้เงินนังปิ่นทอง พี่ม่ายต้องเอามาให้ฉัน" สะบัดเงินในมือทิ้งกระจาย พูดอีกว่า "ฉันไม่ อยากได้เงิน ฉันอยากได้พี่กลับมาอยู่กับฉันเท่านั้น นะนะ พี่กลับมานะ" จวงจิตเริ่มฟูมฟาย

"พี่กลับมาไม่ได้...จวงเอาเงินไว้นะ เงินนี้ของพี่ไม่ใช่ ของปิ่นเก็บเอาไว้เถอะ จวงไม่ได้ทำงาน ส้มโอก็ไม่ได้เก็บขาย พี่รู้ว่าจวงไม่มีเงินใช้" ยัดเงินใส่มืออีก แต่จวงจิตไม่สน โผเข้ากอดชิดชัยเอาไว้ไม่ยอมให้กลับ

ที่หน้าบ้าน ปิ่นทองขับรถมาจอด พอมองเห็นรถของชิดชัย ปิ่นทองก็รีบถลาขึ้นไปบนบ้านทันที เห็นภาพจวงจิตกำลังกอดยื้อชิดชัยอยู่ ปิ่นทองก็ฟิวส์ขาด พุ่งเข้าไปกระชากตัวชิดชัย ออกจากจวงจิต เปิดฉากด่าไม่ยั้ง จวงจิตพยายามตอบโต้ แต่ก็เถียงไม่ทันเพราะความเมา ชิดชัยทนเห็นสภาพเมียเก่าถูกเมียใหม่ทำร้ายไม่ได้เลยลากปิ่นทองลงจากบ้านไปเลย

ooooooo

ที่ฟาร์มกล้วยไม้ราชินี วันนี้กระเช้าไปยื่นใบลาออกกับแผนกบุคคล ผู้จัดการเอ๋อ ถามว่าจะลาออกจริงหรือ กระเช้ายืนยัน ผู้จัดการเลยต้องเอาใบลาออกนั้นไปให้เทียนดู พอเทียนรู้ว่าเป็นใครยื่นใบลาออกก็โวยทันที

"ไม่ได้...ฉันไม่ให้ลา"

"ค่ะ...ดิฉันทราบค่ะเลยรีบเอามาให้คุณเทียนนี่ไงคะ เผื่อว่าคุณเทียนจะลองคุยกับกระเช้าดู" ผู้จัดการบอก เทียนไม่ฟังอะไรอีก คว้าใบลาออกจ้ำพรวดไปหากระเช้าที่ด้านนอกทันที เดินหาจนขาอ่อนพบกระเช้ากำลังปลดเครื่องรดน้ำกล้วยไม้ออกจากตัว เทียนพุ่งเข้าไปเลย ยังไม่ทันถึงตัวกระเช้าก็พูดก่อนว่า

"เรื่องลาออก ฉันตัดสินใจแล้ว เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ"

"แต่ฉันไม่ให้เธอออก...ถ้าเธอมีเรื่องไม่พอใจหรือไม่ สบายใจให้บอกฉัน ฉันจะจัดการให้เอง เพื่อเธอฉันทำได้ทุกอย่าง" เสียงเทียนดังลั่น กระเช้าโต้ตอบด้วยเสียงพอๆกัน

"สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือ ลาออก ถ้าคุณทำทุกอย่างได้เพื่อฉันจริงๆคุณก็ควรปล่อยให้ฉันลาออกไปแต่โดยดี"

กระเช้าพูดจบก็ชิ่งไปเลย เทียนหันหน้าหันหลังแล้วในที่สุดก็คิดถึงหมี่กรอบขึ้นมาได้ เขาตรงแน่วไปยังที่หมี่กรอบกำลังทำงานอยู่ ซึ่งก็คือห้องบรรจุผลิตภัณฑ์ หมี่กรอบกำลังฝึกงานให้เด็กใหม่อยู่ เทียนพรวดเข้าไปยืนข้างหลัง พนักงานใหม่สะดุ้งมองตาค้าง หมี่กรอบเลยหันหน้ามาพบเทียนยืนอยู่แทบชิดตัวเอง เขาลากหมี่กรอบออกจากที่นั่นแล้วยื่นใบลาออกของกระเช้าให้ดู หมี่กรอบอ่านแล้วตกใจถามว่าได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่

"เมื่อเช้า...นี่เธอไม่รู้เรื่องเลยเหรอ? เป็นเพื่อนประสาอะไรกัน เพื่อนลาออกจากงานยังไม่รู้"

"อ้าว...พูดงี้ก็ดูแลตัวเองแล้วกัน ฉันไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น" ยัดใบลาใส่มือเทียน เทียนหน้าเหรอ

"เดี๋ยวๆ...อย่าเพิ่งไป เอ้อ...พอดีฉันเครียดๆเลยหงุดหงิดมากไปหน่อย...ฉันขอโทษ"

"รู้ตัวก็ดีแล้ว ฉันเป็นลูกจ้างคุณก็จริง แต่งานฉันไม่ใช่การช่วยคุณแก้ไขปัญหาเรื่องความรัก เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าดุด่าอะไรทั้งสิ้น" หมี่กรอบทำปึ่งใส่

"โอเคๆ รู้แล้วน่า แค่นี้ต้องทำเป็นดุไปได้ คือ...ฉันไม่อยากให้กระเช้าลาออก ฉันคุยแล้วแต่เขาไม่ยอมฟัง เธอช่วยคุยกับเขาหน่อยสิ นะ นะ ช่วยฉันหน่อย" เทียนเอื้อมมือจับแขนหมี่กรอบอีกแล้วทำให้คนถูกจับใจเต้นรีบปลดมือเทียนออก

"นี่ คุยกันเฉยๆไม่ต้องจับมือก็ได้ ฉันไม่ใช่สาวๆของคุณนะ ฉันไม่ชอบให้ถึงเนื้อถึงตัว...เอาละ เรื่องนั้นฉันจะช่วยคุยเอง แต่คุณต้องช่วยฉันเป็นการแลกเปลี่ยน" หมี่กรอบสั่งอย่างกับเป็นเจ้านายเทียนซะเอง เทียนงง ไม่รู้ว่าหมี่กรอบจะให้ช่วยเรื่องอะไร

ooooooo

ที่หน้าออฟฟิศของธูปมีรถคันหนึ่งวิ่งอย่างเร็วจี๋เข้ามาจอด แบมบี้ ปาร์ตี้ และเอแคลล์ก้าวลงจากรถด้วยอาการเชิดๆ ก้าวเดินด้วยท่าทางเหมือนอย่างกับกำลังเดินแฟชั่น พนักงานสองสามคนเดินสวนออกมาหยุดมองตามหลังด้วยความแปลกใจ ทับทิมลุกจากเก้าอี้พรวดมองด้วยตาไม่กะพริบ

"พวกเธอเป็นใครยะ...มาพบคุณธูปด้วยเรื่องอะไร?" สามสาวเชิดใส่ทันที ปาร์ตี้ออกหน้าพูด

"ฉันเป็นใครไม่จำเป็นต้องรายงานเลขาฯหน้าห้องอย่างเธอ"

"และฉันจะพบคุณธูปด้วยเรื่องอะไรก็ไม่จำเป็นต้องบอกเธอ" เอแคลล์พูดต่อ

"ได้...ถ้าพวกคุณไม่บอก ฉันก็ปล่อยให้เข้าไปไม่ได้เหมือนกัน เพราะมันเป็นหน้าที่ของฉันที่จะต้องคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมเข้าพบคุณธูป เจ้านายของฉันไม่ใช่ต้นโพธิ์ต้นไทรสาธารณะที่ใครผ่านไปผ่านมาก็เข้ามากราบ ไหว้บูชาได้ตามใจ"

"กรี๊ด...นี่ๆ นังเลขาฯหน้าห้องจองหองมากไปแล้วนะเนี่ย" ปาร์ตี้กรี๊ดด้วยความโมโห แต่ทับทิมสวนกลับทันทีเหมือนกัน

"หล่อนก็แขกแปลกใจ ไม่ได้เป็นคนใหญ่คนโตมาจากไหน ฉันไม่จำเป็นต้องเอาใจ"

"แกรู้ได้ไงว่าฉันไม่ใช่คนใหญ่คนโต" สะบัดหน้าอกให้เห็นว่าใหญ่จริง ทับทิมมองแล้วเบะปาก

"ดูจากมารยาทการพูดจาฉันก็รู้แล้วย่ะ" สามสาวกรี๊ดอีก ธูปที่นั่งทำงานอยู่ในห้องได้ยินเลยชะงักฟัง แบมบี้ท่าทางเป็นผู้ใหญ่กว่าสองสาวนั่นเลยบอกว่า

"พอได้แล้ว...ฉันว่าเราทักทายกันมากพอแล้ว เข้าเรื่องเลยละกัน...ฉันเป็นเพื่อนสนิทของเทียน เราสนิทกันมากถึงมากที่สุด แต่ระยะหลังเทียนดูเปลี่ยนไปเพราะนังเด็กหน้าตาบ้านๆที่ชื่อกระเช้า"

พอแบมบี้เอ่ยชื่อกระเช้าทับทิมก็สนใจทันที หยุดต่อล้อต่อเถียงกับเอแคลล์และปาร์ตี้แล้วตั้งใจฟังแบมบี้พูดต่อ

"ที่ฉันมาวันนี้ เพราะฉันรู้ว่าคุณธูปเจ้านายเธอไม่ชอบขี้หน้านังนั่น พวกฉันก็เลยจะมาเจรจาเพื่อสร้างความปรองดอง บางทีเราอาจจะร่วมมือเป็นพันธมิตร หาทางกำจัดนังกระเช้าให้พ้นไปจากชีวิตของเทียนได้...หวังว่าเธอคงจะเคลียร์ นะ" ด้วยคำพูดนี้เองสามสาวก็ถูกทับทิมพาไปพบธูป ยังไม่ทันหย่อนก้นลงนั่ง ธูปซึ่งนั่งฟังเรื่องอยู่ในห้องก็รู้แล้ว เขาพูดขึ้นเลยว่า

"ฉันไม่สนใจจะปรองดองกับพวกเธอ...อย่ามาดึงฉันเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องตบตีไร้ สาระของพวกเธอ คนอย่างฉันถ้าคิดจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องมีแนวร่วม อย่างมากพวกเธอก็เป็นได้แค่ลูกมือคอยทำตามคำสั่งเท่านั้น เอาละ...ถ้าฉันจะเรียกใช้ฉันจะติดต่อไปเอง...สรุปให้ชัดอีกทีคือ ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่มาเสนอตัว ทับทิม พาออกไปได้แล้ว"

ทับทิมก้าวฉับๆไปเปิดประตูรอ สามสาวอ้าปากหวอเมื่อตอนพากันเดินออกไป รู้สึกเจ็บๆคันๆทั่วทั้งหน้าแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ทับทิมปิดประตูห้องทำงานของธูปไว้ตามเดิม มองตามสามคนนั้นด้วยสีหน้าคิดๆ แล้วก็ตัดสินใจวิ่งตามไปเรียก และบอกสามสาวนั่นว่า

"ถ้าพวกเธอต้องการจะกำจัดนังกระเช้าจริงๆ...ฉันจะช่วยเธอเอง" ทีแรกสามสาวงง แต่พอทับทิมอ้าปากพูดว่า

"แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของฉัน แต่มันก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่สุด เพราะฉันต้องการเป็นสะใภ้เบอร์หนึ่งของครอบครัวนี้ พวกเธอควรจะรู้ไว้ด้วยว่า คุณธูปเป็นของฉัน ส่วนคุณเทียนใครจะเอาไปก็เอา ฉันยินดีช่วยเต็มที่"

"เดี๋ยวก่อนที่เราจะร่วมมือกัน ฉันสงสัยอยู่อย่าง ว่าทำไมเธอถึงไม่ชอบนังกระเช้า" แบมบี้ยังไม่เก็ต ทับทิมกระฟัดกระเฟียดตอบ

"ฉันตะเกียกตะกายแทบตายกว่าจะมาถึงจุดนี้ แต่นังเด็กนั่นมันเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ๆมันจะกระโดดข้ามหน้า ฉันไม่ยอมเป็นอันขาด" สามสาวแสยะยิ้มให้กันอย่างพอใจ ทับทิมยังเดินคุยไปส่งถึงรถ

ooooooo

ธูปยังไม่รู้ว่ากระเช้าลาออกแล้วจึงเรียกตัวให้มาหาเขาที่ห้องทำงาน กระเช้ามาถึงไม่เห็นทับทิมจึงลงนั่งคอย เพราะทุกครั้งที่มาจะต้องได้รับการอนุญาตจากทับทิมก่อนจึงจะเข้าไปได้ ธูปนั่งคอยเป็นนานไม่เห็นกระเช้ามาสักทีเลยเปิดประตูออกมาจะถามทับทิม กลับกลายเป็นเห็นกระเช้านั่งคอยอยู่

"อ้าว...มาแล้วทำไมไม่เข้าไปในห้อง ไม่รู้หรือว่าฉันคอยอยู่" ธูปทำเข้มทันที กระเช้าตีหน้าเฉย

"รู้...แต่เลขาฯคุณไม่อยู่ ฉันไม่อยากเสียมารยาทเข้าไปโดยพลการ"

"ฮึ...ผู้หญิงอย่างเธอมีแต่มารยาแต่หามารยาทไม่เจอ ไม่ต้องมาทำเป็นตอบสร้างภาพกับฉัน เธอไม่ยอมเข้าไปหาฉัน เพราะอยากจะอู้งาน หนังสือที่ให้เอาไปอ่านถึงไหนแล้ว"

"ฉันไม่ได้อ่าน อ่านก็ไม่เข้าใจ และที่ฉันมาหาคุณวันนี้เพราะฉันจะมาบอกว่า ฉันทำงานที่คุณสั่งไม่ได้"

"เอาละ ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับเธอ ในเมื่อยอมรับว่าตัวเองทำงานที่รับมอบไม่สำเร็จ...ก็ลาออกไปซะ" ธูปกระหยิ่ม ยิ้มย่อง แต่เกือบหงายเมื่อกระเช้าตอบว่า

"ฉันลาออกเรียบร้อยแล้ว ใบลาอยู่ที่ฝ่ายบุคคล ถ้าคุณไม่เชื่อก็เรียกมาดูได้...ดีใจด้วยนะ...คุณชนะแล้ว" กระเช้าจบคำพูดแล้วเดินออกจากห้องไปเลย ไม่แม้แต่จะยกมือไหว้ ธูปเลิกคิ้วมองตามด้วยสีหน้าปั้นยาก พึมพำแบบไม่อยากจะเชื่อว่า

"ทำไมมันง่ายแบบนี้วะ?" และเพราะความไม่เชื่อธูปเลยโทร.ไปถามที่แผนกบุคคล ทางนั้นตอบว่าเป็นเรื่องจริง และตอนนี้ใบลาถูกส่งไปถึงบุปผาแม่ของเขาแล้ว ธูปงงว่าแม่มาเกี่ยวอะไรด้วย จึงตามเรื่องไปที่แม่ พอโผล่เข้าไปถามถึงห้องทำงานของบุปผา บุปผาก็ตอบหน้าตาเฉยว่า

"ใบลาของกระเช้าอยู่ที่แม่เอง และแม่ก็ไม่อนุญาตให้เขาลาออก" ธูปงง ชักสีหน้าทันที

"ทำไมล่ะครับคุณแม่?"

"แม่เห็นว่าเด็กคนนี้น่าจะช่วยงานวันเปิดตัวโชว์รูมช็อปปิ้งมอลล์ของเราได้...ก็ช่วยเป็นพริตตี้ไง"

"ผมลองแล้ว เขาทำไม่ได้ บอกอะไรไปก็จำไม่ได้สักอย่าง อ่านหนังสือก็บอกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง แล้วจะเป็นตัวแทนของฟาร์มได้ยังไง"

"เราก็เข้มงวดกับเขาเกินไป ตั้งใจจะแกล้งเขามากกว่า... แม่ตัดสินใจแล้ว แม่จะฝึกให้กระเช้าเป็นพริตตี้ของฟาร์มเอง" ธูปฟังแล้วของขึ้นทันที

"นี่แม่เป็นอะไรไป ตอนแรกแม่เป็นคนไม่พอใจที่ไอ้เทียนมันติดผู้หญิงคนนี้ ถึงได้ตามผมมาจัดการ แต่ตอนนี้แม่กลับไปถือหางเขา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" บุปผาอึกอักตอบค่อยๆว่า

"ก็ตอนนั้นแม่ไม่รู้จักกระเช้านี่ แม่ก็นึกว่าเด็กนั่นจะร้ายกาจเหมือนคนอื่นๆ แต่ดูๆไปเขาก็ไม่เห็นมีพิษมีภัยอะไร แถมยังทำให้เจ้าเทียนอยู่ติดบ้าน ไม่ออกไปตะลอนๆกับแก๊งสาวเปรี้ยว แม่ก็เลย...จะลองดูให้โอกาสเขา...ถ้าเด็กคนนี้ดีจริงๆแม่ก็จะยอมรับ...เอาละ พอได้แล้ว แม่ตัดสินใจไปแล้ว เรื่องเด็กนั่นแม่จะจัดการเอง" บุปผาตัดปัญหาโดยการหันไปทำงานต่อ ธูปยืนกัดฟันกรอดๆด้วยความไม่พอใจ

ด้านหลังตึก เทียนกำลังโทร.ไปรายงานให้หมี่กรอบรู้ว่า แม่เขาเพิ่งโทร.มาบอกเมื่อกี้ว่าเคลียร์กับธูปเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปกระเช้าไม่ต้องไปติวพริตตี้กับธูปแล้ว แต่คุณแม่จะติวให้เอง และนี่ก็คือเรื่องที่หมี่กรอบบอกให้เทียนทำตอบแทนเธอนั่นเอง หลังจากนั้นหมี่กรอบก็กลับไปคุยกับกระเช้า เล่าเรื่องที่ทำมาทั้งหมดให้ฟังและพูดเชียร์เทียน ให้ กระเช้าเห็นว่ารักกระเช้าจริงๆ กระเช้าเลยยอมอยู่ทำงานที่ฟาร์มราชินีกล้วยไม้ตามเดิม

ooooooo

การติวให้กระเช้านั้น คนที่ลงแรงหนักที่สุดก็คือหมี่กรอบ เพราะเคี่ยวเข็ญกันทุกย่างก้าว แต่ยังไงกระเช้าก็จำบทที่หมี่กรอบเขียนให้พูดไม่ได้สักที จนในที่สุดหมี่กรอบก็หาวิธีใหม่โดยตัวเองจะเป็นคนพูดออกเสียงอยู่ในมุมที่คน อื่นไม่เห็น และติดต่อกับกระเช้าโดยผ่านสมอลทอล์ก และเอาโทรศัพท์ซ่อนไว้ข้างหลังกระเช้า

กระเช้าดีใจมากเพราะไม่ต้องท่องบทเพียงแต่พูดตามหมี่กรอบเท่านั้นเอง เธอก็แค่ทำท่าทางให้เข้ากับคำพูด แต่งตัวแต่งหน้าให้สวยเป็นพอ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากสองคน ทดลองซ้อมกันแล้วก็ใช้ได้ ทำความมั่นใจให้กระเช้าเป็นอันมาก ดังนั้น เธอจึงเริ่มลงมือตัดเสื้อผ้าที่จะใส่ด้วยตัวเอง แต่งนั่นนี่เสริมเข้าไปก็เริ่ดอย่าบอกใคร ทดลองแต่งออกมาให้หมี่กรอบและคนงานที่สนิทกันสองสามคนดูทุกคนก็ร้องว่า เยี่ยม

ooooooo

ขณะที่ฟาร์มราชินีกล้วยไม้ค่อยๆดำเนินการทั้งเรื่องสถานที่และพริตตี้ไป เรื่อยๆนั้น ทางฟาร์มกล้วยไม้ดารากลับรุดตะบึงไปข้างหน้าทุกๆด้าน ทั้งด้านการก่อสร้างตกแต่งและวิธีการเปิดตัวที่จะทำให้หรูเริ่ดเพื่อตัดหน้า คู่แข่งให้ได้

และแล้วก็ถึงจุดหมาย ขณะนี้ดารากับอิทธิเดชลงมาตรวจงานในช็อปปิ้งมอลล์ใหม่ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม

"ดี...ทำได้ดีมากเลยลูก" ดาราชมลูกชายไม่ขาดปาก อิทธิเดชบอกว่า

"อีกสองสามวันก็เปิดทำการได้ รับรองว่าเรียบร้อยก่อนฟาร์มโน้นแน่นอนครับ"

"แม่อยากรู้จริงๆ ถ้าไอ้พวกนั้นมันรู้ว่าเราชิงเปิดตัวตัดหน้าได้ มันจะทำยังไง" ดารายิ้มแบบสะใจ

"มันคงทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ขนาดลูกชายมันสองคนวันๆก็เอาแต่ทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงมันยังจัดการอะไรไม่ได้เลย"

"ผู้หญิงคนไหน?" ดารางง

"คนที่เป็นนางงามคนนั้นไง ตอนนี้ทั้งไอ้ธูปไอ้เทียนทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ล่าสุดได้ข่าวว่ามีผู้หญิงไปตบกันนัวเนียอยู่ในบ้านพักพนักงาน"

"สมน้ำหน้า อุตส่าห์มีลูกชายตั้งสองคน ไม่ได้เรื่องสักคน สู้แม่ไม่ได้ มีแกแค่คนเดียวได้ดั่งใจจริงๆ" หัวเราะชอบใจทั้งแม่ทั้งลูก

"ก็ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมจะต้องเอาชนะไอ้สองคนนั่นให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานหรือเรื่องอะไรก็ตาม" พูดแล้วอิทธิเดชก็แวบคิดถึงหน้ากระเช้าด้วยความกระหยิ่ม

ooooooo

หน้าห้องทำงานของธูป ทับทิมกำลังนั่งกลุ้มใจ เพราะตั้งแต่บ่ายยังไม่เห็นธูปกลับมาทำงานสักที เดี๋ยวๆก็ออกไปชะเง้อคอยาวดู แล้วก็กลับมานั่งใหม่ ผุดลุกผุดนั่งอยู่แบบนี้จนมีเสียงมือถือดังขึ้น ทับทิมมองซ้ายมองขวาอย่างแปลกใจหาที่มาของเสียง แล้วก็เหลือบไปเห็นว่าตกอยู่ที่พื้นจึงเอื้อมมือไปหยิบ

ธูปเดินเข้ามาพอดี มองเห็นก็นึกได้ว่าเมื่อเช้ากระเช้าเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอยู่ตรงนั้น เธอคงจะทำตกเอาไว้ ทับทิมหยิบมาแล้วก็อ่านชื่อคนที่โทร.มาเบาๆ

"อิทธิเดช..." ธูปยื่นมือดึงเอาไปทันที

"ฉันรับเอง...ฮัลโหล..."

อิทธิเดชแปลกใจที่เป็นเสียงผู้ชายรับ แต่ก็บอกมาว่า "ขอสายกระเช้า"

"ไม่อยู่" ธูปกระชากเสียงใส่

"แล้วคุณเป็นใคร?"

"เจ้านาย" เขาตอบสั้นๆ

"ฝากบอกกระเช้าด้วยว่า ฉัน...อิทธิเดช รัศมีเรืองรอง โทร.มาหา" อิทธิเดชยิ้มเพราะรู้แล้วว่าใครรับสาย ธูปชะงักกึก กระแทกเสียงไปว่า

"ฉันไม่ใช่พนักงานรับโทรศัพท์ ที่จะคอยรับข้อความของใคร บอกกันเอาเองก็แล้วกัน" กดสายไปเลย อิทธิเดชยิ้มชอบใจ

"ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นไอ้ธูปหรือไอ้เทียน...แต่ขอให้แกรู้ไว้เถอะว่า ฉันเริ่มแล้ว" อิทธิเดชยิ้มแบบมีแผนร้าย ส่วนธูปก็รีบไปเดินหาเทียน เอาโทรศัพท์ของกระเช้าไปให้

"โทรศัพท์ของยายเสื้อคอกระเช้า แกเอาไปคืนด้วย ฉันเห็นมันตกอยู่ที่หน้าห้องของฉัน สงสัยว่าเขาอยากอ่อยฉันมั้ง" ทำท่าเยาะใส่น้องชาย เทียนลุกพรวด

"ไม่จริง" เสียงเหมือนตะโกน ธูปฉีกปากยิ้มอีก

"จริงไม่จริงก็ไปถามกันเอาเอง อ้อ...แล้วก็บอกเขาด้วยว่า มีผู้ชายโทร.มาหา แกอยากรู้ว่าใครโทร.มาก็ถามเอาก็แล้วกัน เฮอะๆๆ..." ทิ้งระเบิดแล้วก็เดินออกไปเลย เทียนหัวหมุน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นุ้ย-แท่ง-กัน-สไมล์" นำทีมขนความสนุก "ผู้ใหญ่สันต์ กำนันศรี" เตรียมลงจอ
15 เม.ย. 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 05:00 น.