นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • แนว
    • :
    • บทประพันธ์โดย
    • :
    • บทโทรทัศน์โดย
    • :
    • กำกับการแสดงโดย
    • :
    • ผลิตโดย
    • :
    • ช่องออกอากาศ
    • :
    • อื่นๆ
    • นักแสดงนำ
    • :

    เรือนซ่อนรัก ตอนล่าสุด

    ตอนที่ 1

    กรุงเทพฯ พ.ศ.2489

    ยามค่ำ ณ บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมอันโอ่อ่า ม.ร.ว. เอกชยา ราชศักดิ์มนตรีธรรม หรือคุณชายเอกชยา ยืนจิบบรั่นดีเคล้าเสียงเพลงอย่างสบายอารมณ์ ก่อนวางแก้วลง ทำท่าจะเดินออกไป สดศรีผู้เป็นภรรยาหน้าสลดถามว่าคุณชายจะออกไปอีกแล้วหรือ เอก
    ชยาปรายตามอง ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    "แล้วเธอยุ่งอะไร"

    สดศรีมาขวางหน้าไว้ น้ำตาคลอ ต่อว่าที่เขาลดตัวลงไปยุ่งกับบ่าวรับใช้ ถ้าดารารุ่งหรือคุณรุ่ง ลูกสาวคนโตของเรารู้เรื่องนี้ จะต้องไม่พอใจอย่างมาก เอกชยาไม่สนใจเพราะดารารุ่งไม่ใช่แม่ของตน และอีกอย่างลูกอยู่ถึงอังกฤษคงไม่รู้เรื่องนี้ นอกจากสดศรี
    จะถ่อไปฟ้องถึงที่โน่น

    "ฉันไม่มีปัญญาถึงปานนั้นดอกค่ะ...แต่วันนี้ คุณรุ่ง..."

    สดศรีพูดยังไม่ทันจบประโยค เอกชยาชิงพูดขึ้นก่อนว่าเขาเป็นใหญ่ในบ้านนี้ มีสิทธิ์ทำอะไรตามความพอใจ แล้วเดินลงจากเรือนใหญ่ สดศรีร้องไห้โฮ เจ็บปวดใจ...

    ขณะเดียวกัน คุณรุ่ง หรือ ม.ล.ดารารุ่ง ราชศักดิ์มนตรีธรรม ในชุดเดินทาง นั่งอยู่บนรถ มองสองข้างทางด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่กลับต้องหุบยิ้มเมื่อมองไปเบื้องหน้า เห็นชายขี้เมาคนหนึ่งกำลังทุบตีผู้หญิงอย่างโหดร้าย เธอหวนคิดถึงอดีตที่แม่ถูกพ่อตบตี
    ตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆวิ่งเข้าไปปกป้องแม่ เลยถูกพ่อตบหน้า ความเกลียดชังถาโถมเข้าใส่จนดารารุ่งทนไม่ได้ สั่งตาจุก
    คนขับรถจอดรถทันที

    เธอตรงเข้าไปห้าม โชคดีที่ผู้หญิงที่โดนซ้อมซึ่งเป็นเมียของชายขี้เมาดึงเขาออกไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้น ดารารุ่งอาจจะถูกเล่นงานแทน ครู่ต่อมา รถที่ดารารุ่งนั่งมา แล่นมาถึงหน้าบ้าน เธอสั่งตาจุกให้จอดรถกะจะเดินเข้าบ้านเองเพื่อทำให้พ่อประหลาดใจ แต่
    เธอกลับต้องประหลาดใจเสียเอง

    ระหว่างที่เธอกำลังจะเดินขึ้นเรือนใหญ่ ได้ยินเสียงคุ้นหูของชายหญิงคู่หนึ่งหยอกล้อต่อกระซิกกันดังมาจากเรือนคนรับใช้ ดารารุ่งค่อยๆย่องเข้าไปดูด้วยใจระทึก ภาวนาขออย่าให้ชายในห้องเป็นคนที่เธอคิด แต่ต้องตกใจหน้าซีด เมื่อได้ยินชัดเจนว่าเป็น
    เสียงเอกชยากำลังพลอดรักกับใครบางคนอยู่

    ดารารุ่งเปิดประตูห้องผลัวะ ทั้งคู่ผละออกจากกันด้วยความตกใจ เธอคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่อยู่กับพ่อจะเป็นจำนง สาวใช้ที่เธอชุบเลี้ยงมากับมือ เจ็บใจมาก หันหลังกลับ วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว เอกชยาหน้าเสีย คว้าเสื้อผ้ามาใส่รีบวิ่งตาม ไม่สนใจเสียงร้อง
    เรียกของจำนงที่บอกให้รอด้วย

    จำนงร้องกรี๊ดๆก่อนวิ่งตาม อารามรีบร้อน ขาแข้งพันกัน สะดุดหัวทิ่มขอบประตูถึงกับร้องลั่น แต่กัดฟันวิ่งตามไปจนได้ ส่วนสลวย สาวใช้เมียเก็บอีกคนของเอกชยาได้ยินเสียงเอะอะวิ่งออกมาเห็นพอดี

    "ตายแล้วจำนง...คุณรุ่ง" สลวยเห็นหลังคุณรุ่งไวๆรีบวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง

    ooooooo

    ดารารุ่งร้องไห้วิ่งเข้ามาในเรือนใหญ่ เห็นแม่กำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น จึงโผเข้าไปกอด เอกชยาวิ่งตามเข้ามาปัดข้าวของในบ้านตกแตกด้วยความโมโห ต่อว่าสดศรีที่ไม่บอกว่าลูกจะกลับมาวันนี้

    "ฉันตั้งใจว่าจะเรียนคุณชายอยู่แล้วค่ะ...แต่คุณชายไม่ฟัง"

    ดารารุ่งหันมามองพ่อด้วยสายตาเจ็บปวดและผิดหวัง ถามเสียงเครือว่าถ้ารู้ว่าเธอจะกลับมา เขาจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับบ่าวไพร่ในบ้านหรือเปล่า สดศรีพยายามห้ามลูกแต่เธอไม่ฟัง เข้าไปเผชิญหน้ากับพ่อ

    "ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี คุณพ่อก็ยังทำตัวเหมือนเดิม มักมาก ไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรี ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับบ่าวในบ้านอย่างหน้าไม่อาย"

    เอกชยาโกรธตัวสั่น จำนงเดินมาเกาะแขนเขาแกล้งบีบน้ำตา แก้ตัวว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายจิตใจดารารุ่งกับสดศรี ที่ทำไปก็แค่อยากทดแทนพระคุณเอกชยาเท่านั้น ดารารุ่งชี้หน้าด่าจำนงว่าเนรคุณ สลวยรีบเข้ามาดึงจำนงให้กลับไปห้องของตัว แต่จำนง
    ผลักสลวยอย่างแรงจนล้ม เตือนว่าธุระไม่ใช่อย่ายุ่ง

    ดารารุ่งไม่รอช้าปราดเข้ามาจิกผมจำนง เงื้อมือจะตบ  เอกชยาคว้ามือเธอไว้  แก้ตัวแทนจำนงว่าเขาต่างหากที่ต้องการให้จำนงมาปรนนิบัติ ดารารุ่งตำหนิพ่ออย่างรุนแรงจนเขาทนไม่ไหว ตบหน้าเธอถึงกับเซถลา สดศรีตกใจกรีดร้องลั่น รีบเข้ามาประคองลูก
    ขอร้องเอกชยาอย่าทำร้ายลูกอีก

    เอกชยาไม่ฟัง ตรงเข้าทุบตีลูกอุตลุด โทษฐานกำเริบเสิบสานกล้าด่าพ่อตัวเอง ดารารุ่งจ้องหน้าเอกชยาอย่างไม่เกรงกลัว เอกชยาปราดเข้าไปจะทำร้ายเธออีก จำนงเข้ามาจับมือเขาไว้ขอร้องให้หยุดแล้วหันไปสั่งสอนดารารุ่งว่าไม่ควรพูดจาลามปามพ่อ

    "ลืมไปแล้วหรือคะว่าเมื่อก่อนคุณท่านก็เป็นบ่าวในบ้านเหมือนกัน ถ้าคุณรุ่งด่านง ก็เหมือนคุณรุ่งด่าคุณท่านด้วยนะคะ" จำนงปากเสีย แอบเหน็บสดศรี

    ดารารุ่งโกรธมากผลักจำนงเต็มแรงจนล้มทั้งยืนแล้วชี้หน้า เตือนว่าอย่าเอาตัวเองมาเทียบกับแม่ของเธอ จำนงเถียงว่าตนเองก็เป็นเมียเอกชยาเหมือนกัน และที่สำคัญเขารับปากว่าจะให้เธอขึ้นมาอยู่บนเรือนใหญ่ ดารารุ่งเลือดขึ้นหน้าตรงเข้าจิกผมจำนงตบไม่
    ยั้ง ไม่สนใจคำสั่งให้หยุดของพ่อ

    เสียงเอะอะดังขึ้นไปถึงห้องนอนของดารารัตน์ หรือคุณรัตน์ กับดาราน้อยหรือคุณน้อย และดารานิจหรือคุณนิจวัยเจ็ดขวบ ซึ่งทั้งหมดเป็นน้องสาวของดารารุ่ง รีบลงมาดู เห็นดารารุ่งถูกพ่อเล่นงานล้มลงไปกองกับพื้น คุณนิจปราดเข้ามากอดพี่สาวร้องไห้
    ด้วยความเป็นห่วง ดารารุ่งสั่งคุณน้อยพาคุณนิจกลับห้อง คุณนิจไม่ยอมจะขออยู่กับดารารุ่ง แต่คุณน้อยดึงเธอออกไปจนได้

    "คุณพ่อจะทำอะไรรุ่ง รุ่งไม่ว่า แต่อย่าทำให้คุณแม่กับน้องเสียใจ"

    "จำคำแกไว้นะ...แล้วต่อไปห้ามให้ใครหน้าไหนมายุ่งเรื่องของฉันอีก โดยเฉพาะแก...ดารารุ่ง...จำเอาไว้ ในบ้านนี้ฉันเป็นใหญ่ที่สุด ฉันจะทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่ฉันพอใจ...ไปจำนง" เอกชยาเดินกระแทกเท้าปังๆออกไป จำนงเดินเข้ามาหาดารารุ่ง กระซิบ
    เบาๆ

    "คนอย่างจำนงไม่อยู่เฉยๆให้คุณรุ่งรังแกได้ง่ายๆเหมือนป้าสลวยแน่ค่ะ"

    จำนงมองเย้ยดารารุ่งแล้วเดินตามเอกชยา ดารารุ่งเจ็บแค้นมาก สลวยรับปากว่าจะปรามจำนงให้ ดารารุ่งหันมาเล่นงานสลวยว่าไม่ต้องทำตัวเป็นคนดี อย่าคิดว่าเธอจะลืมสิ่งที่สลวยเคยทำกับแม่ของเธอ แล้วออกปากไล่ไปพ้นๆหน้า สลวยคอตก เดินนํ้าตา
    คลอออกไป...

    ครู่ต่อมา ดารารุ่งกับคุณรัตน์ต่างช่วยกันปลอบใจแม่ที่ยังร้องไห้เสียใจเรื่องเอกชยากับจำนง จังหวะนั้น คุณน้อยและคุณนิจซึ่งอุ้มสีสวาทแมวตัวโปรดตามมาสมทบ ต่างปลอบใจซึ่งกันและกัน ก่อนให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ดูแลและไม่ทอดทิ้งกัน...

    ฝ่ายฤกษ์ หนุ่มน้อยวัยสิบห้าปีลูกชายของสลวยที่เกิดกับเอกชยาสีหน้าเป็นกังวล เมื่อรู้จากแม่ว่าคุณรุ่งเพิ่งกลับจากอังกฤษ และรู้เรื่องระหว่างเอกชยากับจำนงแล้ว สลวยขอร้องฤกษ์ให้ช่วยเธอคอยกันไม่ให้จำนงไปยุ่งเกี่ยวกับเอกชยาอีก เพราะเธอเกรงว่าจะเกิด
    เรื่องใหญ่

    "ฤกษ์ก็รู้ว่าคุณรุ่งเป็นคนเจ้าอารมณ์ เด็ดขาดจนบางครั้งดูน่ากลัว  ถ้าจำนงอวดดีกับคุณรุ่งบ่อยๆ คงไม่แคล้วเกิดเรื่องขึ้นสักวัน และมันคงเป็นเรื่องใหญ่" สลวยไม่สบายใจมาก

    ooooooo

    เรไรสาวรับใช้และเป็นเมียลับๆของไกร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของกรุณ คหบดีผู้มั่งคั่ง แอบได้ ยินกรุณคุยกับไกรว่าอยากได้ดารารุ่งลูกสาวของ ม.ร.ว. เอกชยา ราชศักดิ์มนตรีธรรมมาเป็นสะใภ้ เรไรไม่พอใจมาก รอจนไกรอยู่เพียงลำพัง รีบวิ่งเข้ามาหา

    "เรไรไม่ยอมให้คุณไกรไปยุ่งกับคุณดารารุ่งนะเจ้าคะ"

    ไกรปรามว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาห้ามเขา เรไรเถียงว่าตนเองมีสิทธิ์เพราะเป็นเมียของเขา ไกรไม่สนใจเดินหนี เรไรตามตื๊อไม่เลิก แถมขู่ว่าถ้าเขาไปยุ่งกับผู้หญิงอื่น เธอจะตามไปแหกอกเขา ไกรไม่พอใจมาก ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมา ก่อนเรื่องราวจะไปกันใหญ่
    อรอนงค์ถือถาดผลไม้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

    ไกรได้ทีเลยไล่เรไรเข้าบ้าน เรไรมองอรอนงค์ ตาขวาง เดินสะบัดสะบิ้งออกไป อรอนงค์มองตามเรไรอย่างไม่พอใจ ไกรรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่าอรอนงค์มาที่นี่มีธุระอะไร พ่อของอรอนงค์ให้เอาผลไม้จากสวนที่บ้านมาฝากกรุณ ไกรสบโอกาส จำได้ว่าอร
    อนงค์เป็นเพื่อนดารารุ่งจึงอยากให้เธอแนะนำเขาให้รู้จัก

    "เคยเรียนด้วยกันน่ะค่ะนานแล้ว...ก่อนที่คุณรุ่งจะได้ทุนไปเรียนต่อ"

    อรอนงค์อํ้าๆอึ้งๆ ไกรไม่ยอมแพ้ ตื๊อจนอรอนงค์ ต้องยอมรับปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะเธอหลงรักไกรโดยที่เขาไม่รู้ตัว...

    ผ่านไปหลายวัน กว่าอรอนงค์จะมาขอพบดารารุ่ง ดารารุ่งอดแปลกใจไม่ได้ที่อยู่ๆอรอนงค์ซึ่งไม่ได้สนิทสนมอะไรกันโผล่มาหา พร้อมกับชายแต่งตัวภูมิฐานคนหนึ่ง อรอนงค์เห็นหน้าดารารุ่ง รีบทักทาย

    "ไม่เจอกันหลายปี คงสบายดีนะจ๊ะ...เธอ"

    "เธอกับใคร...ฉัน ม.ล.ดารารุ่ง ปกติใครๆเรียกฉันว่าคุณรุ่ง" ดารารุ่งมองด้วยสายตาเย็นชา

    อรอนงค์หน้าเสีย รีบเปลี่ยนคำทักทายใหม่ เรียกดารารุ่งว่า "คุณรุ่ง" แล้วแนะนำให้รู้จักไกรว่าเป็นลูกชายของกรุณ เจ้าของโรงเรียนชื่อดังและเจ้าของกิจการอีกหลายอย่าง แต่ดารารุ่งไม่สนใจรีบตัดบทถามว่ามีธุระอะไรกับเธอ อรอนงค์อ้างว่าไปเดินเล่นกับ
    ไกร พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาหา

    "มีผลไม้นอกมาฝากคุณรุ่งด้วยนะครับ"

    ไกรยื่นกระเช้าผลไม้ให้ ดารารุ่งขอบคุณตามมารยาท ท่าทางไม่ยินดียินร้ายอะไรจนอรอนงค์เริ่มอึดอัด เลยแต่งเรื่องว่าเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระสำคัญต้องรีบไปทำ แล้วขอตัวกลับ  ไกรเสียดายมาก  บอกดารารุ่งว่าวันหลังเขาขอมาหาเธออีกหวังว่าคงไม่รังเกียจ
    ดารารุ่งไม่ทันตอบ อรอนงค์ชิงพูดก่อน

    "กลับกันเถอะค่ะพี่ไกร"

    อรอนงค์เดินนำไกรออกไป เอกชยายืนมองอยู่ รอจนแขกทั้งสองกลับไปแล้ว เดินเข้ามาถามดารารุ่งว่าลูกของกรุณมาหาทำไม ดารารุ่งปฏิเสธว่าเขาไม่ได้มาหาเธอ ไกรมากับอรอนงค์ต่างหาก เอกชยาถามโน่นถามนี่อีก แต่ดารารุ่งไม่อยากพูดด้วยเดินหนีขึ้น
    เรือนใหญ่ จำนงเห็นสองพ่อลูกมีปัญหากัน ยิ้มพอใจ

    ดารารุ่งเดินหนีเข้ามาในห้องโถง  เห็นสดศรีกับคุณรัตน์กำลังนั่งเย็บปักถักร้อย ส่วนคุณน้อยนั่งจัดดอกไม้ ขณะที่คุณนิจนั่งกอดสีสวาทมองคนอื่นอยู่เงียบๆ เอกชยาตามเข้ามาตวาดเรียกดารารุ่งให้หยุด สดศรีตกใจ ปราดเข้ามายืนข้างลูกสาวคนโต ถามว่ามี
    เรื่องอะไรอีก

    "ก็ลูกสาวตัวดีของเธอน่ะสิ กำเริบเสิบสานกับฉัน ถามอะไรก็ไม่ตอบ" เอกชยาว่าแล้วหันไปพูดกับดารารุ่ง "ฉันจะไม่เสวนากับแกเลย ถ้าผู้ชายที่มาหาแกวันนี้ ไม่ใช่ลูกชายของตระกูลการุณพินิจ"

    ดารารุ่งไม่อยากยุ่งกับพวกเศรษฐีที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น เอกชยาบังคับลูกให้รีบทำความรู้จักกับไกร อ้างว่าครอบครัวของเขาร่ำรวย มีหน้ามีตาทัดเทียมกับเรา

    "แล้วคุณพ่อแน่ใจหรือคะว่า เขาจะเป็นคนดี ในเมื่อคนที่เกิดในชาติตระกูลที่ดีสูงส่งบางคนยังทำตัวตกตํ่าน่าละอาย เพราะตัณหาราคะเพียงตัวเดียว" ดารารุ่งว่ากระทบพ่อตัวเอง

    เอกชยาโกรธควันแทบออกหู ตบดารารุ่งสุดแรงจนหน้าหัน แต่เธอไม่ยอมแพ้ ด่าเขาฉอดๆ เอกชยาโมโหถอดเข็มขัดคาดเอวออกมาฟาดดารารุ่งไม่ยั้ง สดศรีปราดเข้ามาขวาง เขาผลักเธอพ้นทาง สั่งว่าอย่ายุ่ง สดศรีไม่ยอมหลีก เอกชยาเลยหันมาเล่นงานสด
    ศรีแทน ลูกๆทั้งสี่คนกรีดร้องลั่น

    "คุณพ่อใจร้าย การกระทำของคุณพ่อมันไม่ใช่คน" ดารารุ่งเหลืออด

    "แล้วแกจะทำไม ในเมื่อบ้านนี้ฉันเป็นใหญ่ที่สุด ฉันจะทำอะไรกับใครก็ได้รวมทั้งแก นังลูกเนรคุณ"

    เอกชยาเหวี่ยงสายเข็มขัดเฉียดหน้าดารารุ่งไปนิดเดียว ก่อนเดินกระแทกเท้าออกไป ห้าคนแม่ลูกกอดคอกันร้องไห้ คุณรัตน์กลัวพ่อตัวสั่น คุณน้อยกับคุณนิจถึงกับออกปากว่าเกลียดพ่อมาก ดารารุ่งตอกยํ้ากับน้องๆว่าผู้ชายเป็นอย่างนี้ทุกคน ชอบทำร้ายผู้หญิง
    เธอถึงเกลียดผู้ชายมาก

    คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นของดารารุ่ง เป็นเสมือนยาพิษที่ค่อยๆซึมเข้าไปในจิตใจของคุณนิจ ส่วนสลวยกับฤกษ์แอบมองสดศรีกับลูกๆด้วยความสงสาร เห็นใจ เดินตามดารารุ่งออกมาเพื่อจะปลอบใจ แต่กลับถูกเธอด่าสาดเสียเทเสียว่าสลวยเองก็มี
    ส่วนทำให้แม่ของเธอต้องเสียใจ ไม่ว่าสลวยจะแก้ตัวว่าไม่เคยคิดทำร้ายใคร ดารารุ่งก็ไม่ฟัง หาว่าสองคนแม่ลูกอยากได้
    สมบัติของเอกชยา

    "ตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่ สตางค์แดงเดียวพวกเธอก็ไม่มีทางได้ และฉันไม่มีวันยอมรับนายฤกษ์เป็นคนร่วมตระกูลเด็ดขาด อย่างแกเป็นได้แค่ลูกคนใช้ในบ้าน จำเอาไว้ นายฤกษ์" ดารารุ่งเชิดหน้าเดินหนี...

    ระหว่างทางที่ไกรขับรถกลับจากพบกับดารารุ่ง เขากล่าวชมเธอไม่ขาดปาก จนอรอนงค์ชักเคือง สงสัยว่าเขาจะสนใจดารารุ่งทำไม หน้าหงิกหน้างออย่างกับม้าหมากรุก ถือตัวคิดว่าตัวเองเลิศหรูปานนั้น ไกรกลับชมชอบผู้หญิงแบบนี้ จะทำทุกวิถีทางเอา
    ชนะใจเธอให้ได้

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ดารารุ่งหมดความอดทน เมื่อเห็นจำนงต่อปากต่อคำกับแม่ของเธออย่างไม่ให้เกียรติ เธอรอจังหวะที่จำนงจะเดินลงบันไดไปที่ลานหน้าบ้าน จึงยื่นเท้าออกมาขัดขา จำนงร้องเสียงหลง ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง หัวกระแทกกับเสาบันไดอย่าง
    แรง เลือดไหลนอง นอนแน่นิ่ง

    ส่วนอีกมุมหนึ่ง คุณนิจเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง กอดสีสวาทแน่นตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เอามือปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้อง ดารารุ่งยิ้มเลือดเย็นเดินลงมา ดูผลงาน บอกจำนงให้รอเอกชยามาช่วย จำนงตาเหลือกลาน อ้าปากจะพูดแต่ไม่มีเสียง ดารารุ่ง
    เดินข้ามจำนงขึ้นบ้านอย่างสะใจ ขณะที่คุณนิจรีบพาสีสวาทวิ่งหลบไปอย่างรวดเร็วขึ้นไปยังห้องนอน รีบปิดประตูลงกลอน
    ด้วยมือสั่นเทา

    ไม่นานนัก ดารารุ่งมาเคาะประตูห้องเรียกคุณนิจ แต่เธอกลัวมากไม่กล้าขานรับ ดารารุ่งเรียกอยู่หลายครั้ง คุณนิจเหงื่อแตกพลั่ก จำใจค่อยๆเดินมาเปิดประตู ดารารุ่งเห็นน้องหน้าซีดเหงื่อท่วมตัวคิดว่าไม่สบายเอามืออังหน้าผาก เด็กน้อยพยายามฝืนไม่ให้ตัว
    สั่นจนผิดสังเกต

    "ตัวก็ไม่ร้อนนี่...แล้วเป็นอะไร ทำไมท่าทางแปลกๆ"

    คุณนิจละล่ำละลักบอกว่าไม่เป็นอะไร ดารารุ่งไม่ติดใจสงสัยอะไร กวาดตามองในห้องไม่เห็นคุณรัตน์กับน้อยถามว่าหายไปไหน พอรู้ว่าทั้งคู่ไปตลาดกับป้าพริ้งและวิไล ดารารุ่งยิ้มอารมณ์ดี

    "อย่างกับรู้ล่วงหน้าว่าจะมีข่าวดี ถึงได้ไปซื้อข้าวของมาฉลองกันเชียว...บ้านเรากำลังจะมีข่าวดี คุณนิจรู้รึเปล่า" ดารารุ่งดึงน้องสาวเข้ามากอด คุณนิจยืนตัวเกร็ง...

    ขณะเดียวกัน คุณรัตน์กับคุณน้อยเดินหาของขวัญต้อนรับการกลับมาของดารารุ่งยังไม่เจอ ป้าพริ้งเป็นห่วงเห็นว่าเดินนานแล้ว แนะให้สองพี่น้องนั่งพักก่อน เดี๋ยวเธอกับวิไลจะไปซื้อกับข้าวด้านโน้น

    "ก็ดี...งั้นเราสองคนนั่งรอที่ร้านค้านะป้าพริ้ง" คุณรัตน์จูงมือคุณน้อยเดินแยกไป

    ครู่ต่อมา สองสาวมานั่งดื่มน้ำหวานอยู่ในร้านค้า มีผู้ชายสองคนเมียงมองด้วยสายตาเจ้าชู้ก่อนเดินเข้ามาหา คุณรัตน์เห็นท่าไม่ดี คว้ามือคุณน้อยเดินหนี แต่ชายสองคนเดินมาขวางผลักคุณน้อยพ้นทาง แล้วจะลากตัวคุณรัตน์ไป คุณน้อยเข้ามาช่วยพี่สาว แต่
    ถูกคนร้ายผลักจนกระเด็นหงายหลัง

    จังหวะนั้น ปกรณ์ถีบสามล้อผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดีรีบเข้ามาช่วย แต่พลาดท่าเสียทีให้สองคนร้าย โดนชกหน้าตาบวมปูด สองสาวส่งเสียงร้องโวยวายให้คนช่วย ชาวบ้านรีบเข้ามาช่วย คนร้ายจวนตัวรีบเผ่นหนี ป้าพริ้งกับวิไลหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาถาม
    สองสาวว่าเกิดอะไรขึ้น

    "มีคนทำร้ายเราค่ะ แต่คุณคนนี้มาช่วยเอาไว้" คุณรัตน์เห็นปกรณ์หน้าตาสะบักสะบอม เลยอาสาจะพาไปหาหมอ ฝากป้าพริ้งพาคุณน้อยกลับบ้าน คุณน้อยไม่อยากทิ้งพี่สาวจะขออยู่ด้วย คุณรัตน์ไม่อยากให้ที่บ้านสงสัย ขอร้องให้คุณน้อยกลับไปกับป้าพริ้ง
    ก่อน หาหมอเสร็จแล้ว เธอจะตามไป...

    หลังจากทำแผลเรียบร้อย ปกรณ์อาสามาส่งคุณรัตน์ที่บ้าน ทีแรกคุณรัตน์ไม่อยากรบกวน แต่ปกรณ์อ้างว่าถ้าเกิดเธอเจอคนร้ายกลางทางแล้วถูกข่มเหง เขาคงไม่ให้อภัยตัวเอง คุณรัตน์พยักหน้ารับคำ ชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษของชายหนุ่ม...

    กว่าสลวยจะมาเจอ จำนงก็อาการเพียบหนัก เอกชยารีบพาร่างโชกเลือดของจำนงไปส่งโรงหมอ ดารารุ่งมองตามด้วยความสะใจ ก่อนชวนสดศรีกับคุณนิจกลับเข้าบ้าน โดยไม่สนใจจะช่วยเอกชยาแม้แต่น้อย จากนั้นไม่นาน คุณน้อย ป้าพริ้งกับวิไล ถือข้าว
    ของพะรุงพะรังเข้ามา ดารารุ่งหันไปเห็น

    "คุณน้อย...ป้าพริ้ง กลับมาพอดี...รุ่งมีข่าวดีจะบอก"

    ดารารุ่งเล่าเรื่องจำนงให้คุณน้อยกับป้าพริ้งฟังด้วยความสะใจ ป้าพริ้งตกใจ ถามว่าคุณชายว่าอย่างไรบ้าง ดารารุ่งเล่าไปหัวเราะไปว่า คุณพ่อก็พาคนโปรดไปส่งโรงหมอ คุณน้อยเสียดายที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่อย่างนั้น จะวิ่งไปสั่งตาจุกให้บอกคุณพ่อว่ารถ
    เสีย แล้วถามพี่สาวว่าจำนงเดินท่าไหนถึงได้ตกบันได ดารารุ่งแต่งเรื่องว่าจำนงวางท่ามากไปหน่อย เลยไม่ทันระวัง

    "แต่นิจเห็น..."

    คุณนิจพูดไม่ทันจบประโยค ดารารุ่งพูดสวนขึ้นเสียงดังว่าเห็นอะไร คุณนิจอึกๆอักๆตอบว่าเห็นตอนจำนงตกบันได ดารารุ่งคว้าแขนน้องคนเล็กบีบไว้แน่น บอกเสียงเยือกเย็นว่า เห็นจำนงพลัดตกบันไดเองใช่ไหม แล้วบีบแขนคุณนิจแน่นขึ้นอีก คุณนิจกลัวมาก
    รับคำว่าใช่ รีบคว้าสีสวาทขึ้นมาอุ้มเดินหนี

    ดารารุ่งวิ่งตามมาถามคาดคั้นว่าตกลงคุณนิจเห็นอะไรกันแน่ คุณนิจไม่กล้าพูด ดารารุ่งกระชากแขนสั่งให้ตอบ คุณนิจบอกว่าเห็นดารารุ่งขัดขาจำนงจนตกบันได สงสัยว่าทำไมต้องทำกับจำนงขนาดนั้น

    "เพราะจำนงแย่งคุณพ่อไปจากเรา จำนงทำร้ายคุณแม่ แล้วทำร้ายพวกเราทุกคน หรือคุณนิจมีความสุขที่เห็นคุณแม่ ต้องร้องไห้ทุกวัน ในขณะที่จำนงเดินหน้าเชิดคอตั้งอยู่ในบ้าน"

    "ไม่...นิจเกลียดจำนง"

    "มันเป็นสิ่งที่ถูกแล้วที่คุณนิจคิดอย่างนั้น...เพราะจำนงเป็นคนน่ารังเกียจ...สาบานกับพี่นะคะว่าคุณนิจจะไม่บอกใครเรื่องที่พี่ทำร้ายจำนง...พี่ทำเพื่อพวกเราทุกคน คุณนิจรับปากพี่สิคะ"

    ดารารุ่งเสียงเข้ม เอื้อมมือไปลูบหัวแมวตัวโปรดของคุณนิจเบาๆด้วยท่าทางน่ากลัว คุณนิจตัวสั่นกอดสีสวาทแน่น รับปากอย่างไม่เต็มคำ ดารารุ่งดึงน้องเข้ามากอด ขณะที่เด็กน้อยใจสั่น หวาดกลัว...

    ในเวลาเดียวกัน ปกรณ์กับคุณรัตน์มาถึงบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม คุณรัตน์เชิญเขาเข้าบ้านก่อน แต่ปกรณ์ปฏิเสธอย่างเจียมตัวว่าตัวเองต้อยต่ำ แค่เห็นว่าเธอปลอดภัยเขาก็สบายใจแล้ว หญิงสาวไม่เคยได้ยินคำหวานจากชายใดมาก่อน ยิ้มเขินอาย ระหว่างนั้น
    เสียงดารารุ่งเดินออกมาถามวิไลเสียงดังลั่นว่า ทำไมคุณรัตน์ยังไม่กลับ คุณรัตน์ได้ยินเสียงพี่สาวถึงกับหน้าเสีย รีบขอตัวเข้าบ้าน

    ปกรณ์หวังว่าคงจะได้มีโอกาสเจอเธออีก คุณรัตน์ยิ้มเขิน ไม่ปฏิเสธ ชายหนุ่มสีหน้าพอใจ มองตามคุณรัตน์เดินไปจนลับสายตา ก่อนจะหันไปมองป้ายติดอยู่หน้าบ้าน "ตระกูลราชศักดิ์มนตรีธรรม"

    ooooooo

    บ้านเช่าปกรณ์ที่มีสภาพทรุดโทรมต่างจากบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมราวฟ้ากับดิน มาลีแม่ของปกรณ์ กำลังนั่งซักผ้าอยู่หน้าบ้าน สังข์พ่อของปกรณ์เมาแอ่นเข้ามาหา สั่งเสียงลั่นให้เธอไปซื้อยาดองมาให้กิน มาลีบ่นอุบว่ากินตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่พออีก สังข์เสียง
    แข็งจะกินยาดองให้ได้

    "ไม่ได้พี่...ฉันไม่มีเงิน...ฉันเอาไปซื้อกับข้าวหมดแล้ว"

    "หมด...หมดได้ไง ข้าจะกินยาดอง แต่เอ็งเอาไปซื้อข้าวหมด วอนจริงๆเลยแก...นังตัวดี"

    สังข์ยกกะละมังซักผ้าตรงหน้าเทราดลงบนหัวมาลี แล้วตบซ้ำ กำชับว่าทีหลังหาเงินมาได้ต้องกันส่วนหนึ่งไว้ ให้ตนซื้อยาดอง มาลีปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้ ต้องเก็บเงินไว้ซื้อข้าวกิน สังข์รู้ทันทีว่ามาลีต้องซ่อนเงินไว้ ตรงเข้ารื้อค้นตามตัว เจอถุงเงินเล็กๆซ่อนอยู่ที่
    ชายพก ด่ามาลีว่าโกหกแถมตบตีอุตลุด

    มาลีฮึดสู้แย่งถุงเงินคืนมาได้ จังหวะนั้น ปกรณ์ขี่รถสามล้อกลับถึงบ้านพอดี รีบเข้ามาห้าม แต่แทนที่เขาจะช่วยแม่ กลับกระชากถุงเงินไปจากมือแม่ ด้วยท่าทางกักขฬะต่างจากที่อยู่กับคุณรัตน์ แล้วส่งให้พ่อ ก่อนที่สองพ่อลูกจะเดินตามกันออกไปอย่าง
    อารมณ์ดี ไม่สนใจมาลีที่ร้องขอเงินคืน...

    ขณะเดียวกัน ดารารุ่ง คุณรัตน์กับคุณน้อยกลับมาจากซื้อของ รถยังไม่ทันจอดสนิท ป้าพริ้งวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานดารารุ่งว่าทางโรงพยาบาลโทรศัพท์มาตามคุณชาย  เนื่องจากจำนงอาการไม่ดี

    "งั้น...รุ่งคงต้องไปดูใจมันหน่อยล่ะ"   ดารารุ่งยิ้มมีเลศนัย...

    ด้านเอกชยากับสดศรีตกใจ เมื่อรู้จากหมอว่าจำนงจะต้องเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต เอกชยามองจำนงซึ่งนอนนิ่ง มีเพียงดวงตาที่กลอกไปมาด้วยสีหน้ารังเกียจ บ่นอย่างหัวเสียว่าจะทำอย่างไรดี สดศรีไม่มีความเห็นแล้วแต่เขา เอกชยาไม่อยากยุ่งกับคนพิการจึงปัดความรับผิดชอบไปให้สดศรีจัดการ แล้วผละจากไปอย่างไม่ไยดี จำนงเสียใจน้ำตาคลอ จะร้องเรียกเขาก็ทำ
    ไม่ได้ สดศรีว้าวุ่นใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร

    ดารารุ่งซึ่งยืนฟังเงียบๆอยู่กับป้าพริ้ง อาสาจะจัดการเรื่องนี้เอง สดศรีสบายใจขึ้น ฝากลูกช่วยดูแลจำนงแทน แล้วขอตัวกลับ ดารารุ่งเดินเข้าไปใกล้เตียงลูบมือจำนงข้างที่มีปานแดง

    "คงได้ยินแล้วสินะแม่เมียคนโปรด ว่าคุณชายสุดที่รักของแก ท่านพูดไว้อย่างไร...จำนงเอ๊ย...แกคงเห็นแล้วสินะ พวกผู้ชายน่ะเวลาหมดความต้องการ พวกเขาก็พร้อมจะถีบหัวส่ง ฉันอยากจะหัวเราะเยาะนัก...แต่ฉันยังเวทนาแกอยู่...เอาเป็นว่า แกมาจาก
    ไหนฉันก็จะส่งแกไปอยู่ที่เดิมแล้วกัน นังจำนง"

    ในเวลาต่อมา ดารารุ่งกับป้าพริ้งช่วยกันเอาตัวจำนงใส่รถ พามายังป่าลึกห่างไกลผู้คน ดึงจำนงลงจากรถ ลาก

    ถูลู่ถูกังมาตามทางในป่า จำนงอยากจะร้องขอความช่วยเหลือก็ร้องไม่ได้ ดารารุ่งสั่งป้าพริ้งทิ้งมันไว้ที่นี่ ปล่อยให้เป็นเหยื่อแร้งเหยื่อกา จำนงตื่นตระหนกหวาดกลัวสุดขีด

    "ถ้าแกกระเสือกกระสนหนีไปจากตรงนี้ได้ แกก็รอด แต่ถ้าไม่...แกก็จะต้องตายทั้งเป็นเหมือนกับที่แกทำให้แม่ของฉันต้องตายทั้งเป็น" ดารารุ่งยิ้มเหี้ยม ชวนป้าพริ้งกลับ นกแร้งหลายตัวบินโฉบไปมา  จำนงพยายามอ้าปากจะร้องแต่ทำไม่ได้...

    ค่ำวันเดียวกัน สังข์เห็นปกรณ์นั่งเคลิ้มมองพระจันทร์ อยู่หน้าบ้านเช่า กระเซ้าว่าอาการแบบนี้เหมือนกำลังตกหลุมรักใครบางคน  ปกรณ์เล่าว่าคนที่เขาตกหลุมรักเป็นถึงลูกผู้ดีมีเงิน ชื่อ ม.ล.ดารารัตน์ ราชศักดิ์มนตรีธรรม แต่เธอคงไม่สนใจคนอย่างเขา สังข์
    ถึงกับตาโต ยุส่งลูกสานต่อความสัมพันธ์กับเธอ อ้างว่าปกรณ์อาจจะเป็นเนื้อคู่กระดูกคู่ของเธอก็ได้ ปกรณ์ขอร้องพ่ออย่าพูดให้
    เขาฝันลมๆแล้งๆ

    "ลมๆแล้งๆที่ไหน...ของอย่างนี้มันอยู่ที่พรหมลิขิต...พูดก็พูดเถอะ แค่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครพ่อก็อยากได้เป็นสะใภ้เต็มแก่ มันคงโก้ไม่หยอกนะปกรณ์ ถ้าเราได้ดองกับคนรวยพ่อก็จะได้เป็นพ่อผัวคนรวยส่วนแกก็จะได้เป็นผัวผู้ดี" สังข์กอดคอลูกหัวเราะ
    ชอบใจ มาลีแอบฟังอยู่ สีหน้าไม่สบายใจ

    ooooooo

    รุ่งเช้า มาลีตัดสินใจเตือนปกรณ์ถึงเรื่องที่เธอได้ยินเขากับสังข์คุยกันเมื่อคืนว่าไม่ควรฝันเฟื่อง คนสูงส่งอย่างนั้นไม่มีทางลดตัวลงมามองกุลีอย่างพวกเรา ปกรณ์เถียงว่าไม่จริง มองตาคุณรัตน์แล้วรู้ทันทีว่าเธอก็มีใจให้เขา และยืนยันว่าจะทำทุกทางให้คุณ
    รัตน์ชอบตน

    "ถ้ามันเป็นอย่างที่แกว่า ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในโลก" มาลีถอนใจ...

    หลังจากคุยกับแม่ ปกรณ์ไม่รอช้าตรงไปที่บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมทันที รออยู่หน้าบ้านจนเห็นคุณรัตน์ออกมาเดินเล่นที่สนาม  จึงเดินถือดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ไปเรียกที่ริมรั้ว คุณรัตน์หันมองตามเสียงเห็นปกรณ์ยืนอยู่   ทั้งดีใจทั้งตกใจกลัว มองซ้ายมอง
    ขวาเห็นปลอดคนวิ่งตรงมาเปิดประตูรั้ว

    "ดีใจจังที่ได้เจอคุณรัตน์อีก ผมเก็บดอกมหาหงส์มาให้ คุณรัตน์ครับ...กลิ่นมันหอม สดชื่น คุณรัตน์จะได้สบายใจ" ปกรณ์ยื่นช่อดอกไม้ให้ คุณรัตน์รับมาดม ชมว่าหอมมาก สงสัยว่าทำไมชื่อแปลกนัก

    "ก็รูปทรงมันเหมือนหงส์เหิน โดยเฉพาะยามบานเต็มที่มองคล้ายล่องลอยอยู่ในอากาศ งามสง่าเพราะถูกชูช่อขึ้นตรงปลายยอด...อีกความหมายหนึ่งก็เป็นนกในวรรณคดีตระกูลสูง เสียงไพเราะ เป็นพาหนะของพระพรหม เปรียบได้กับลีลางดงามอ่อนช้อย
    สวยงาม สีขาวบริสุทธิ์เหมือนคุณรัตน์"

    คุณรัตน์ยิ้มเขินที่ถูกชม ก่อนนึกขึ้นได้ว่าออกมานานแล้วเลยขอตัวเข้าบ้านขยับจะปิดประตู ปกรณ์ขออนุญาตมาหาเธออีก คุณรัตน์อมยิ้ม ไม่ปฏิเสธ เดินเข้าเรือนใหญ่อย่างอารมณ์ดี ตรงไปหยิบแผ่นเสียงเพลงรักขึ้นมาเปิด มองช่อดอกมหาหงส์ ยิ้มมีความสุข ทันใดนั้น ดารารุ่งเดินหน้าดุเข้ามาต่อว่า

    "เปิดทำไมคุณรัตน์ ไม่รู้รึว่าเพลงนี้แสลงหัวใจคุณแม่... เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของคุณแม่ตอนแรกรักกับคุณพ่อ ซึ่งตอนนี้ มันไม่ใช่...และพี่ก็ไม่อยากให้คุณแม่คิดมาก"

    ดารารุ่งหยิบแผ่นเสียงออกหน้าตาเฉย ทำท่าจะเดินออกไป แต่กลับชะงักทำจมูกฟุดฟิด หันมาเห็นช่อดอกมหาหงส์ วางอยู่ ถามว่าใครเอาดอกสเลเตมาไว้ที่นี่ คุณรัตน์ค้านว่าชื่อดอกมหาหงส์ต่างหาก

    "ใช่...แต่ชาวบ้านเรียกกันว่าสเลเต...เรียกมหาหงส์ฟังดูสูงส่งเชียว ทั้งๆที่มันเป็นดอกไม้ธรรมดาๆ เอาไปทิ้งเถอะ...พี่ไม่ชอบดอกไม้ป่าแบบนี้ กลิ่นมันพิกล"

    ดารารุ่งคว้าช่อสเลเตจะเอาไปทิ้ง คุณรัตน์ร้องห้ามลั่นคว้าคืน ดารารุ่งชักสงสัยว่าทำไมต้องทำท่าแปลกๆ หรือว่ามีใครให้ช่อดอกไม้นี้ คุณรัตน์อึกอักไม่กล้าพูด ดารารุ่งคว้าดอกไม้ โยนทิ้งถังขยะ แล้วเดินออกไป คุณรัตน์รีบเก็บคืน ก่อนจะหยิบแผ่นเสียงขึ้น
    มาเปิดฟังใหม่ ยิ้มมีความสุข คิดถึงปกรณ์...

    ตกดึก ขณะดารารุ่งเดินเล่นอยู่ที่สวน ความผิดในใจทำให้เห็นผีจำนงปรากฏตัวขึ้น ตกใจกรีดร้องลั่น สดศรี เอกชยาและป้าพริ้ง พร้อมกับทุกคนในบ้านรีบวิ่งออกมาดู เห็นดารารุ่งเอามือปิดหน้าร้องลั่นว่าเห็นผีจำนง  ป้าพริ้งใจหายวูบ  เอกชยาด่าลั่นว่าเพ้อเจ้อ
    จำนงยังไม่ตายจะเป็นผีได้อย่างไร  ก่อน

    นึกขึ้นได้หันไปถามป้าพริ้งว่าเอาจำนงไปไว้ที่ไหน  ป้าพริ้งหัวไวรีบบอกว่าไปไว้บ้านญาติ แล้วก็ยังไม่ตาย

    "ไม่ตาย แล้วจะเป็นผีได้ยังไง...หุบปากเดี๋ยวนี้ดารารุ่ง ก่อนที่ชาวบ้านแถวนี้จะแตกตื่นแล้วแห่กันมาดูความบ้าของแก" เอกชยาเอ็ดตะโรลูก ก่อนกลับเข้าบ้าน สดศรีกอดปลอบใจลูกสาวซึ่งยังกลัวตัวสั่น แล้วหันไปสั่งป้าพริ้งเตรียมของให้คุณรุ่งใส่บาตรพรุ่ง
    นี้ด้วย จะได้สบายใจ ป้าพริ้งรับคำ

    ooooooo

    สายของวันใหม่ สลวยกับฤกษ์ขี่จักรยานมาซื้อของที่เพิงข้างถนนลูกรัง ซึ่งขายของสดๆจากไร่ ขณะสลวยกำลังเลือกซื้อของอยู่ มองด้วยหางตา เห็นเหมือนรถของดารารุ่งแล่นผ่านด้านหลังไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่แน่ใจ รีบหันไปบอกลูก ฤกษ์หาว่าแม่ตาฝาด คุณรุ่งจะมาทำอะไรแถวนี้

    "นั่นน่ะสิ...สงสัยแม่คงตาฝาด รีบซื้อเถอะ จะได้กลับ ท่าทางฝนกำลังจะตก" สลวยไม่ติดใจอะไร...

    ไม่นานนัก ดารารุ่งกับป้าพริ้งขับรถมาถึงชายป่า มาดูให้เห็นกับตาว่าจำนงเป็นอย่างไร  ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในป่า เห็นร่างจำนงนอนหายใจรวยริน  ตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากการกระเสือกกระสน

    "มันยังไม่ตาย...แต่ป้าว่าสภาพอย่างนี้มันก็คงไม่รอด"

    ดารารุ่งพอใจจึงชวนกันกลับ ในที่สุดลมหายใจของจำนงก็หลุดออกจากร่าง...หลังจากฝนหยุดตกดารารุ่งกับป้าพริ้งขับรถเข้ามาจอดหน้าเรือนใหญ่ สลวยกับฤกษ์เดินเข้ามาพอดี ดารารุ่งบอกสลวยให้สั่งคนมาล้างรถให้เธอด้วย สลวยอยากเอาใจ เลยให้ฤกษ์ล้างให้ ฤกษ์ลากสายยางมาที่ตัวรถ ถึงกับชะงักเมื่อเห็นล้อรถมีแต่ดินลูกรังติดอยู่ สองแม่ลูกต่างมองหน้ากัน...

    ด้านไกรเห็นว่าดารารุ่งเข้าถึงได้ยาก  จึงขอร้องกรุณให้ช่วยพาเขาเข้าทางเอกชยาแทน...ผ่านไปหลายวันกว่ากรุณ จะหาช่องทางพาไกรไปพบเอกชยาที่บ้าน  โดยไม่ลืมกระเช้าของฝากติดมือไปด้วย เอกชยาเองก็พอใจสองพ่อลูกคู่นี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยคิดจะจัดงานเลี้ยงเพื่อให้ไกรกับดารารุ่งทำความรู้จักกัน  โดยอ้างว่าจะเลี้ยงฉลองให้ดารารุ่งที่เรียนสำเร็จกลับมาจากอังกฤษ...

    พอดารารุ่งรู้เรื่องนี้  ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ต้องการงานเลี้ยง เอกชยาไม่สนใจ เพราะเธอมีหน้าที่ต้องทำตามที่เขาสั่งเท่านั้น ดารารุ่งโมโหลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะอาหาร รู้ทันว่าพ่อต้องการจับคู่เธอกับไกร เถียงหัวชนฝาว่าเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องการผู้ชายหน้าไหนมาดูแล ทำไมเขาต้องบังคับจิตใจเธอด้วย

    "เพราะฉันเป็นพ่อแก ฉันเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านนี้"

    ดารารุ่งสวนทันทีว่าเผด็จการ เอกชยาสั่งให้หุบปากและทำตามที่สั่งถ้าไม่อยากเจ็บตัว แล้วเดินกระแทกเท้าออกไป ดารารุ่งตะโกนก้องว่าผู้ชายทั้งโลกดีแต่ใช้กำลัง ไม่มีวันที่เธอจะทำความรู้จักกับผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น คุณรัตน์ปลอบว่าผู้ชายคนอื่นๆอาจจะไม่น่ากลัวเหมือนคุณพ่อก็ได้

    "คุณรัตน์จะรู้ดีอะไร ในเมื่อตัวไม่เคยรู้จักผู้ชาย พี่จะบอกอะไรให้ ผู้ชายหน้าไหนมันก็เห็นแก่ตัว น่ากลัวด้วยกันทั้งนั้น...ดี...ในเมื่อคุณพ่อเป็นเผด็จการ อยากให้คนสนใจพี่ พี่ก็จะทำตามใจท่าน ทุกคนจะไม่ลืมงานนี้อย่างเด็ดขาด... โดยเฉพาะคุณพ่อ" ดารารุ่งเสียงเข้ม แววตาขมขื่นแต่แฝงความถือดี...

    หลายวันผ่านไป เอกชยาถึงส่งบัตรเชิญมาให้กรุณกับไกร อรอนงค์เห็นอาการดีใจจนออกนอกหน้าของไกรแล้วหมั่นไส้มาก คิดแผนการเตรียมไว้รับมือกับดารารุ่ง ซึ่งเธอถือว่าเป็นศัตรูหัวใจ...

    เช้าวันงานฉลอง บ่าวรับใช้ของบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมเตรียมจัดข้าวของสำหรับงานคืนนี้กันหัวหมุน ดารารุ่งเดินมาบ่นกับป้าพริ้งว่าเสียดายเงินค่าจัดงาน จังหวะนั้น อรอนงค์เสนอหน้ามาหาดารารุ่งแต่เช้า ดารารุ่งแปลกใจ ถามว่ามีอะไร อรอนงค์ทำเป็นอ้ำๆอึ้งๆโกหกว่าที่จริงคืนนี้ไกรไม่ว่าง แต่อาจจะมาเพราะไม่อยากให้เสียน้ำใจที่คุณชายอุตส่าห์ส่งบัตรเชิญไปให้ เลยส่งเธอมาถามไถ่ ดารารุ่งคงไม่ว่าอะไร

    "จะว่าอะไรได้ ในเมื่อเธอชิงพูดหมดแล้ว...ฝากเรียนคุณไกรด้วยแล้วกันว่าตามสะดวก จริงๆงานคืนนี้จัดเป็นการภายในแค่นั้น" ดารารุ่งยิ้มอย่างรู้ทัน อรอนงค์พยักหน้ารับคำ ทำท่าจะกลับออกไป

    ตาจุกกับวิไลหอบข้าวของพะรุงพะรังเดินสวนเข้ามาพอดี ป้าพริ้งตำหนิวิไลที่ไปซื้อของนาน วิไลขอโทษที่ช้า มัวแต่ยืนฟังคนที่ตลาดคุยกันว่ามีคนนอนตายอยู่ในป่า แถมมีปานแดงเหมือนจำนง อรอนงค์ได้ยินหันมามอง ฤกษ์และสลวยก็เช่นกัน ดารารุ่งถึงกับหน้าถอดสี ป้าพริ้งดุวิไลว่าเหลวไหล จำนงยังไม่ตาย ตอนนี้อยู่บ้านนอก แล้วรีบพาดารารุ่งเลี่ยงไป อรอนงค์หมั่นไส้ คิดว่าดารารุ่งดัดจริตฟังไม่ได้

    ฤกษ์กับสลวยรีบถามวิไลว่าเจอศพในป่าแถวไหน พอได้ยินว่าเป็นป่าแถวเพิงขายของสดจากไร่ที่เราชอบไปซื้อกัน ฤกษ์ใจหายวูบ ชวนแม่ไปดูศพที่วิไลว่า สักพัก ฤกษ์กับสลวยมาทันเห็นชาวบ้านกำลังแบกศพหน้าตาเละเทะวางในหลุม สลวยเห็นข้อมือขวาของศพมีปานแดงชัดเจนถึงกับหน้าซีดเผือด

    "มือนั่น...มันเป็นมือของจำนง หลายวันก่อนคุณรุ่งก็เห็นผีจำนง แล้ววันนั้น แม่ก็เห็นคุณรุ่งมาแถวนี้ แล้วฤกษ์...ก็เห็นล้อรถคุณรุ่งมีแต่ดินลูกรัง" สลวยผวากอดฤกษ์แน่น หวาดกลัวดารารุ่งมาก...

    ฝ่ายป้าพริ้งพาดารารุ่งมานั่งตรงมุมสงบ บีบมือเธอแน่นปลอบว่าใจเย็นๆไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ถ้าเรายืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจำนงกลับบ้านนอกไปแล้ว ใครจะทำอะไรเราได้ และอีกอย่างคนมีปานแดงออกถมเถไป ดีเสียอีกที่มีคนพบศพ เราจะได้มั่นใจว่าจำนงตายจริง ดารารุ่งสบายใจขึ้น ทั้งสองคุยกันโดยไม่รู้ว่า คุณนิจวิ่งตามสีสวาทมา แอบได้ยินทุกอย่าง ถึงกับขนลุกซู่ คุณรุ่งน่ากลัวขึ้นทุกวัน

    ooooooo

    ตอนที่ 2

    คุณนิจกลัวลนลานวิ่งหนีมาชนคุณรัตน์กับคุณน้อยที่กำลังหอบดอกไม้ช่อใหญ่ เดินสวนมาจนล้มไปด้วยกัน พี่สาวทั้งสองคนรีบเข้ามาประคองคุณนิจ ตกใจเห็นเข่าน้องเป็นแผลเลือดซิบ

    "แล้วมันเรื่องอะไร ทำไมถึงได้วิ่งไม่ลืมหูลืมตาอย่างนี้คะ" คุณน้อยตำหนิ

    คุณนิจไม่ตอบ ท่าทางยังตื่นกลัว ลุกขึ้นวิ่งหนีต่อ คุณรัตน์กับคุณน้อยงงๆช่วยกันเก็บดอกไม้ขึ้นมา ดารารุ่งเดินคุยมากับป้าพริ้ง เห็นสองสาวกำลังเก็บดอกไม้ที่หล่นกระจายเกลื่อนพื้น สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าคุณนิจมีท่าทางแปลกๆ วิ่งหน้าตื่นเข้ามาชนทั้งคู่จนหกล้มหัวเข่าแตก ดารารุ่งนึกระแวง หันไปมองหน้าป้าพริ้งแล้วอาสาจะไปดูน้องเอง...

    ครู่ ต่อมา ดารารุ่งกับป้าพริ้งตามคุณนิจมาทันแถวริมสระน้ำ เห็นน้องยืนตัวสั่นกอดสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไว้แน่นดารารุ่งถามว่าเป็นอะไรไป เด็กน้อยสะดุ้งโหยงรีบบอกว่าไม่มีอะไร ดารารุ่งชักสงสัย เดินเข้าไปบีบแขน ถามคาดคั้นว่ามีอะไร คุณนิจยืนตัวสั่นไม่ยอมตอบ ดารารุ่งโมโหบีบแขนแรงขึ้นอีก

    "โอ๊ย...คุณรุ่งอย่าทำนิจเหมือนทำกับ จำนงนะคะ...นิจกลัว"

    ดารารุ่งตกใจ เขย่าตัวน้องสาวถามว่ารู้อะไรมาอีกให้รีบบอก คุณนิจกลัวมากละล่ำละลักบอกว่าคุณรุ่งทำจำนงตาย ดารารุ่งรีบเอามือปิดปากน้อง กำชับว่าห้ามพูดเรื่องเหลวไหลให้ใครได้ยินเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นโดนดีแน่ คุณนิจดิ้นรน แกะมือพี่สาวออกโวยวายว่าเป็นเรื่องจริง และเธอจะไปฟ้องพ่อ

    ดารา รุ่งลืมตัว ฟาดน้องด้วยความโมโห คุณนิจร้องลั่น ฤกษ์กับสลวยได้ยินเสียงร้อง วิ่งมาดู เห็นดารารุ่งทั้งหยิกทั้งตีคุณนิจไม่ยั้ง ต่างร้องห้าม ฤกษ์ปราดเข้ามาขวาง ดารารุ่งผลักเขาอย่างแรงจนหงายท้อง หันไปกระชากแขนคุณนิจ สั่งห้ามพูดเพ้อเจ้ออีก แล้วผลักเธอเต็มแรง ร่างคุณนิจหงายลงไปในสระ

    ฤกษ์รีบพุ่งตามลงไปช่วย เสียงทะเลาะกันดังไปถึงหน้าบ้าน สดศรี คุณรัตน์ กับคุณน้อยวางมือจากงาน รีบวิ่งไปดู ฤกษ์คว้าตัวคุณนิจเอาไว้ได้ ดารารุ่งได้สติรีบโดดลงไปดึงตัวน้องสาวจากมือฤกษ์ คุณนิจกลัวพี่สาวมาก กอดฤกษ์ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฤกษ์พาคุณนิจขึ้นมาบนฝั่ง ถามดารารุ่งเสียงเขียว



    "ทำไม ต้องทำรุนแรงกับคุณนิจอย่างนี้ด้วยครับ...รึคุณรุ่งลืมไปแล้วว่าคุณนิจเป็น น้องไม่ใช่คนรับใช้อย่างจำนง ที่คุณรุ่งจะฆ่าจะแกงอะไรก็ได้"

    ดารา รุ่งชะงัก ตั้งสติได้ ตบเปรี้ยงเข้าที่หน้าฤกษ์จนหน้าหัน  ปรามว่าอย่ามาสามหาวกับเธอเด็ดขาด  ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน ฤกษ์สวนทันทีว่าเธอจะทำกับเขาเหมือนที่ทำกับจำนงหรือ ดารารุ่งทำไก๋ถามว่าเธอทำอะไรจำนง ฤกษ์ ย้อนว่าเธอรู้แก่ใจดีว่าทำอะไร ดารารุ่งไม่พอใจตบหน้าเขาอีก

    สดศรี คุณรัตน์ กับคุณน้อยมาทันพอดี รีบดึงตัวดารารุ่ง ไว้ สดศรีถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ดารารุ่งฟ้องว่ากำลังสั่งสอนน้องอยู่ดีๆ ฤกษ์เข้ามาแส่ โดยไม่ชะโงกดูกะลาหัวตัวเองว่าเป็นแค่ลูกขี้ข้า สดศรีเกรงว่าเรื่องราวจะไปกันใหญ่ รีบแยกทั้งคู่ออกจากกัน แล้วเรียกคุณนิจให้มาหา คุณนิจไม่มาขออยู่กับฤกษ์ สดศรีสงสัยแต่ไม่อยากซักอะไร เลยฝากสลวยดูแลคุณนิจด้วย สลวยกับฤกษ์รีบพาคุณนิจออกไป

    "แม่ไม่รู้ว่าคุณนิจซุกซนเรื่องอะไร แต่ที่คุณรุ่งทำกับน้องแม่ว่าเกินไป อย่าเอาอารมณ์เป็นใหญ่สิลูก ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครอยู่ใกล้คุณรุ่ง" สดศรีตำหนิลูกสาวคนโต ดารารุ่งหน้าสลดเสียใจ...

    หลังจากอรอนงค์มาป่วนดารารุ่งก็ไปยุแหย่ ไกรต่อที่บ้านของเขา โกหกว่าดารารุ่งบอกกับเธอว่างานเลี้ยงคืนนี้จัดเป็นการภายใน แต่ที่จำใจเชิญเขา เพราะเกรงใจคุณลุงกรุณ เรไรซึ่งนั่งเฝ้าไกรไม่ห่างยิ้มดีใจคิดว่าไกรคงไม่ไปงานเลี้ยง ไกรกลับยิ้มอารมณ์ดีหยิบการ์ดเชิญขึ้นมาโบกไปมา

    "จะเกรงใจใครพี่ก็ ไม่สนใจ ในเมื่อพี่ได้การ์ดเชิญมาแล้ว"

    "จะดีหรือคะพี่ไกร...รู้ทั้ง รู้ว่าคุณรุ่งไม่อยากให้ไปร่วมงาน พี่ไกรยังจะไปอีก"

    ไกรไม่เห็นมีอะไรเสียหาย กลับเป็นการดีด้วยซ้ำ เขาจะได้แสดงให้ดารารุ่งรู้ว่าเขาจริงใจกับเธอ อรอนงค์หน้าคว่ำ เดินกระแทกเท้าออกไปยืนสงบสติอารมณ์หน้าบ้าน เรไรตามมาพูดจาเหน็บให้เจ็บใจ จนอรอนงค์ทนไม่ได้เงื้อมือจะตบ แต่คนอย่างเรไรไม่ยอมใครง่ายๆ เงื้อมือขึ้นทำท่าสู้

    "เอาสิคะ...เรไรไม่กลัว ดีเสียอีก จะได้ประจานผู้ดีหน้าหนาอย่างคุณว่าหน้าด้านแค่ไหน มาตบตีกับคนใช้เพราะผู้ชาย"

    อรอนงค์ลดมือลง จ้องหน้าเรไรเขม็ง ขู่ว่าวันไหนที่เธอได้เป็นเมียแต่งของไกรจะเฉดหัวเมียเก็บอย่างเรไรออกไปคนแรก แล้วเดินหน้าเชิดคอตั้งกลับไป เรไรหันไปมองในบ้านทั้งโกรธทั้งเจ็บช้ำ

    "คุณไกรนะคุณไกร ทำไมทำกับเรไรได้ นังอรอนงค์ หน้าหนายังไม่พอ ยังจะมีนังผู้ดีแปดสาแหรกคนนั้นอีก...นังดารารุ่ง...ฉันเกลียดแก" เรไรสะบัดหน้าตาขวาง ทำราวกับดารารุ่งยืนอยู่ตรงนั้น....

    ทางฝ่ายสลวยพาคุณนิจมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ฤกษ์พยายามถามคุณนิจว่าไปทำอะไรให้คุณรุ่งโกรธ คุณนิจทำท่าจะบอกเรื่องจำนง แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

    "งั้นก็กลับขึ้นเรือนไปขอโทษคุณรุ่งนะคะ...คุณรุ่งเธอเป็นพี่ คุณนิจไม่ควรดื้อรั้นกับเธอ"

    คุณนิจอิดออด ฤกษ์ช่วยแม่ขอร้องคุณนิจอีกแรงเธอถึงยอมรับปาก เดินหงอยๆออกไป สลวยรอจนคุณนิจลับสายตา หันมาบอกฤกษ์ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับการตายของจำนงแน่ๆ ฤกษ์เห็นด้วย ไม่อย่างนั้นดารารุ่งคงไม่โกรธเอาเป็นเอาตายขนาดนี้

    ooooooo

    ที่บ้านของมาโนชซึ่งกว้างขวางใหญ่โตทันสมัย มาโนชกับละอองผู้เป็นมารดาได้รับการ์ดเชิญไปงานเลี้ยงที่บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมเช่นกัน ละอองย้ำกับ ลูกชายว่าต้องหาทางเกี่ยวดองกับครอบครัวของเอกชยาให้ได้ เธออยากมีเกียรติมีศักดิ์ศรีกับเขาบ้างจะได้ไม่ถูกกระแนะกระแหนว่าเป็นแค่เศรษฐีขายที่ดิน

    "แม่ครับ...เรื่องแบบนี้มันเป็นบุพเพสันนิวาส เป็นบุญพาวาสนาที่หนุนนำให้เนื้อคู่มาเจอกัน   เราลิขิตเองไม่ได้หรอก"

    "ทำไมจะไม่ได้ คุณชายเอกชยามีลูกสาวตั้งสี่คน มันต้องได้สักคนสิน่า"

    มาโนชหัวเราะอารมณ์ดี เท่าที่เขารู้ ลูกสาวคนเล็กของบ้านนี้อายุไม่น่าจะเกินเจ็ดขวบ ละอองไม่ยอมแพ้ เสนอให้เลือกดารารุ่งลูกสาวคนโตแทน  มาโนชไม่คิดว่าคนอย่างดารารุ่งจะมาสนใจเขา

    "โอ๊ย...นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้...แม่ไม่อยากคุยด้วยแล้ว... แต่แม่เชื่อว่าลูกชายแม่รูปงามแล้วก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะทำให้ลูกสาวของคุณเอกชยาสนใจสักคน" ละอองพูดอย่างมั่นใจ...

    ขณะเดียวกัน ปกรณ์ลอบมาพบคุณรัตน์อีก โดยใช้ช่อดอกสเลเตผูกไม้ท่อนยาวชูขึ้นเป็นสัญญาณ คุณรัตน์เหลียวซ้ายแลขวาก่อนเปิดประตูรั้วออกไป ปรามปกรณ์ว่าอย่าทำอย่างนี้อีก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าเธอจะมีปัญหา ปกรณ์ออดอ้อนว่าคิดถึงเธอมากจนห้ามใจไม่อยู่ หญิงสาวเขินอาย ปกรณ์มองเลยเข้าไปในบ้านเห็นผู้คนกำลังเตรียมข้าวของกันวุ่นวาย ถามว่า ที่บ้านจะมีงานหรือ

    "งานเลี้ยงต้อนรับคุณรุ่งน่ะค่ะ...คืนนี้ถ้าคุณปกรณ์สะดวกก็เชิญนะคะ"

    ระหว่างนั้น ป้าพริ้งเห็นหลังคุณรัตน์ไวๆที่หน้าประตูรั้ว จะเดินมาตาม ปกรณ์เหลือบไปเห็น บอกว่ามีคนมา รีบดึงมือคุณรัตน์ออกไปนอกรั้ว คุณรัตน์ตกใจ แต่ก็ยอมเดินตาม ป้าพริ้งเดินมาถึงตรงนั้น แต่ไม่เห็นใคร หันกลับมาเห็นดารารุ่งยืนอยู่ ถามป้าพริ้งว่ามีอะไร ป้าพริ้งเห็นคุณรัตน์ออกไปข้างนอก เลยเดินมาดู ดารารุ่งจะออกไปตาม ป้าพริ้งรั้งไว้ เตือนว่าใกล้เวลางานแล้ว เธอควรไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า

    "จะแต่งได้อย่างไรคะ...ยังเตรียมงานไม่เรียบร้อยเลย... รุ่งไม่ชอบดอกไม้พวกนี้...รุ่งชอบดอกลั่นทม ป้าพริ้งบอกให้คนไปเปลี่ยนเป็นดอกลั่นทมให้หมดเดี๋ยวนี้"

    สดศรีได้ยินลูกสาวคนโตคุยกับป้าพริ้ง รู้ทันทีว่าคืนนี้ ต้องเกิดเรื่องแน่ ส่วนคุณรัตน์กับปกรณ์หัวเราะกันอย่างโล่งใจ ที่ไม่มีใครจับได้ว่าแอบอยู่ที่พุ่มไม้หน้าบ้าน แล้วชักชวนกันไปพายเรือเล่น  ปกรณ์คอยหยอดคำหวานตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันจนคุณรัตน์เคลิ้ม แถมหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าเพลง "ขวัญของเรียม" ให้เธอฟัง สองหนุ่มสาวมองตากันนิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ ปกรณ์ทิ้งท้ายก่อนจาก

    "เพลงขวัญของเรียมเป็นเพลงของเรา คุณรัตน์ได้ยินเมื่อไหร่ ต้องออกมาหาผมนะครับ"

    คุณรัตน์พยักหน้ารับคำ นับวันเธอยิ่งหลงใหลกุลีหนุ่มรูปงาม...

    ตกค่ำ ปกรณ์แต่งตัวเตรียมไปงานบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม สังข์ขอไปด้วย อยากไปดูงานบ้านผู้ดีให้เป็นบุญตา รับปากว่าจะไม่รบกวนเวลาปกรณ์พลอดรักกับคุณรัตน์เด็ดขาด ปกรณ์คิดอยู่อึดใจ

    "ก็ได้...แต่อย่าจุ้นจ้านเป็นอันขาด ไม่งั้น...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" ปกรณ์ส่องกระจกดูความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนเดินออกไป สังข์รีบตาม มาลีส่ายหน้า เหนื่อยใจกับสองพ่อลูก

    ooooooo

    บรรยากาศในงานเลี้ยงบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมเริ่มคึกคัก แต่ทั้งงานกลับประดับประดาตกแต่งด้วยดอกลั่นทมสีขาว เอกชยาออกมาเห็นถึงกับผงะ ถามสดศรีว่ามันเรื่องอะไรกัน สดศรีหน้าเจื่อนบอกว่าเป็นคำสั่งของดารารุ่ง เอกชยาพยายามข่มอารมณ์โกรธ โวยเสียงเบาๆ เกรงแขกจะได้ยิน

    "นังดารารุ่งมันจะบ้ารึไง ใครๆก็รู้ว่าดอกลั่นทมเป็นดอกไม้แห่งความทุกข์ระทม อัปมงคล...รื้อออกเดี๋ยวนี้...รื้อออก" เอกชยาหันไปสั่งบ่าวรับใช้

    สดศรีติงว่าแขกเริ่มทยอยเข้างานแล้วควรปล่อยเลยตามเลย เอกชยาทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปั้นหน้ายิ้มต้อนรับแขก โดยไม่รู้ว่าไม่ได้มีแค่เรื่องดอกลั่นทมเท่านั้นที่ดารารุ่งเตรียมไว้แก้เผ็ดเขา...

    ทางฝ่ายดารารุ่งเห็นสลวยกับฤกษ์อยู่ในงานเลี้ยง ตรงเข้าไปเล่นงานทันทีว่าเขาเป็นคนรับใช้ควรจะอยู่ในครัว ไม่ใช่มาเสนอหน้าอยู่ในงาน สลวยอ้างว่าคุณชายสั่งให้เธอกับลูกคอย อยู่รับใช้คุณรุ่ง ดารารุ่งโวยว่าไม่ต้องมาอ้างคุณพ่อ เธอมีป้าพริ้งคอยรับใช้อยู่แล้ว ออกปากไล่สองแม่ลูกอย่างกับหมูกับหมา

    "คุณรุ่งคงโกรธที่ผมล่วงเกิน แต่ผมไม่ได้มีเจตนา ก็แค่เป็นห่วงคุณนิจ"

    "น้องฉัน ฉันดูแลเองได้ ไม่ต้องมาแส่หาเรื่อง นอกเสียจากแกอยากมีจุดจบอย่างนังจำนง"

    ป้าพริ้งตกใจ  เช่นเดียวกับคุณนิจซึ่งยืนแอบฟังอยู่ ด้านหลัง   ฤกษ์พอใจ   ในที่สุดดารารุ่งก็ยอมรับออกมาเอง  ดารารุ่งถามยียวนว่าเธอยอมรับเรื่องอะไร จุดจบของทุกคนคือต้องตายเหมือนกันทั้งนั้น สลวยไม่อยากมีเรื่องดึงมือฤกษ์เลี่ยงไป ดารารุ่งมองตามสีหน้าไม่พอใจ พูดขึ้นลอยๆว่าไอ้ฤกษ์ท่าทางจะไม่ตายดี คุณนิจโผล่พรวดออกจากที่ซ่อน ขอร้องพี่สาวว่าอย่าทำอะไรฤกษ์ ดารารุ่งสบโอกาส

    "ถ้าอย่างนั้น คุณนิจก็ต้องเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง แล้วก็อย่าเอาเรื่องของพี่ไปพูดกับใครทั้งนั้น รับปากพี่สิคะ...ถ้าคุณนิจไม่ยอมรับปาก พี่ก็จะหมายหัวไอ้ฤกษ์ต่อไป"

    คุณนิจจำใจรับปากว่าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น จะรักและเชื่อฟังเธอทุกอย่าง ดารารุ่งยิ้มพอใจ...

    งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างราบรื่น เอกชยากับสดศรีเดินทักทายแขกเหรื่อตามโต๊ะสีหน้ายิ้มแย้มถึงแม้ในใจของเอกชยายังหงุดหงิดเมื่อมองไปทางไหนเจอแต่ดอกลั่นทม คุณรัตน์ คุณน้อยกับคุณนิจเดินเข้ามาในงาน หนุ่มๆต่างจ้องตามตา เป็นมัน คุณน้อยไม่ค่อยพอใจนักที่เหล่าชายหนุ่มทำเหมือนพวกตนเป็นขนมหวานคอยจ้องจะหยิบกิน คุณรัตน์ท้วงว่าพวกนั้นอาจจะยิ้มให้เราตามมารยาทก็ได้

    "ไม่จริงค่ะ ยิ้มอย่างนี้ต้องการผูกสัมพันธ์ชัดๆโน่นปะไร...เดินมาโน่นกันแล้ว"

    คุณรัตน์มองตามสายตาน้องสาว เห็นหนุ่มๆเดินฉีกยิ้มเข้ามา คุณน้อยนิ่วหน้าไม่สบอารมณ์ คว้ามือคุณนิจเดินหนี คุณรัตน์ยิ้มขำน้อง แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงขลุ่ยเพลง "ขวัญของเรียม" แว่วมาตามลม ยิ้มหน้าบาน รีบผละออกไปอย่างรู้งาน หนุ่มๆที่กำลังจะเดินเข้ามาหาถึงกับหน้าเสีย...

    ด้านปกรณ์ชะเง้อคอมองไปที่งาน เห็นคุณรัตน์วิ่งตรงมาที่ตน รีบบอกพ่อให้หลบไปก่อน สังข์รีบซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ใกล้ๆ พอคุณรัตน์มาถึง ปกรณ์ยื่นดอกสเลเตให้ ชมเธอว่างดงามราว กับนางฟ้า แล้วยกมือเธอขึ้นมาแนบแก้ม คุณรัตน์เขินดึงมือออก ทันใดนั้น มีแสงไฟจากรถของมาโนชกับละอองสาดมา สองหนุ่มสาวผละออกจากกันทันที คุณรัตน์รีบขอตัวกลับเข้างาน ละอองบอกลูกชายว่า

    "นั่นคุณดารารัตน์นี่...คุยกับใคร...ผู้ชายคนนั้นท่าทางไม่ใช่ลูกผู้ลากมากดีเสียหน่อย แปลกจริง ทำไมคุณรัตน์ยอมคบหาด้วย"

    "ความรักไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะหรอกครับแม่...รักก็เพราะรักเท่านั้นเอง"

    ละอองไม่เห็นด้วย ความรักต้องคำนึงถึงฐานะและความเหมาะสม เชื่อเถอะว่าถ้าคุณชายเอกชยารู้เข้าต้องไม่ยอมให้คุณรัตน์คบหาไอ้หนุ่มคนนั้นแน่...ขณะกำลังจะเดินเข้างาน ละอองตื่นเต้นจนต้องขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนเจอเจ้าภาพ แล้วรีบเดินแกมวิ่งเข้าเรือนใหญ่

    มาโนชหิ้วกระเช้าของขวัญ กวาดตามองบรรยากาศในงานอย่างตื่นเต้น เลยไม่ทันเห็นคุณน้อยที่เพิ่งแยกกับคุณนิจ

    เดินสวนมา ทั้งสองชนกัน คุณน้อยเสียหลักจะล้ม มาโนช ทิ้งกระเช้าคว้าแขนเธอไว้ แล้วรีบขอโทษอย่างสุภาพ คุณน้อยเห็นดวงตาซื่อๆของเขาแล้วถูกชะตาทันที

    สองหนุ่มสาวคุยกันได้แค่สองสามคำ มาโนชเหลือบเห็นแม่ออกมาจากเรือนใหญ่รีบขอตัวไปหาท่าน อารามเป็นห่วงแม่ ลืมแนะนำตัวกับหญิงสาว คุณน้อยได้แต่มองตามยิ้มๆ ยิ่งเห็นชายหนุ่มรีบเข้าไปประคองแม่อย่างเอาใจใส่ยิ่งประทับใจมาก

    ครู่ต่อมา ละอองเดินเข้าไปทักทายเอกชยากับสดศรี แล้วแนะนำมาโนชให้รู้จักทั้งคู่ จังหวะนั้น คุณน้อยตามเข้ามาสมทบกับพ่อแม่ เอกชยาจึงแนะนำเธอให้รู้จัก

    "นี่ดาราน้อย ลูกสาวคนที่สามของผม...ยายน้อย...

    นี่คุณละอองกับคุณมาโนช"

    คุณน้อยยกมือไหว้ทักทาย ละอองยิ้มรับไหว้ ส่วนมาโนชชะงัก ทำหน้าไม่ถูก เพราะเพิ่งเจอกันเมื่อกี้ ระหว่างนั้น กรุณ ไกร กับอรอนงค์เดินเข้ามาร่วมโต๊ะ ละอองรู้ทันว่ากรุณ กับไกรต้องการอะไร หันไปเตือนมาโนชว่า อย่าลืมเอาของฝากจากยุโรปให้น้องด้วย มาโนชไม่ทันตั้งตัวถึงกับอึกอัก

    "เอ่อ...มาโนชไม่ค่อยคุ้นทางในบ้านนี้ รบกวนคุณน้อยพาไปที่รถหน่อยนะคะ" ละอองแก้ตัวแทนลูก

    คุณน้อยยินดี เดินนำมาโนชออกไป ไกรยิ้มรู้เท่าทันท่าทีของละอองเช่นกัน...ไม่นานนัก มาโนชมาถึงรถของเขา ท่าทางไม่สบายใจนัก ตัดสินใจสารภาพกับคุณน้อยว่าที่จริงแล้วเขาไม่มีของฝากให้เธอ มีแต่ของให้ดารารุ่งคนเดียว คุณน้อย แกล้งร้องอ้าว มาโนชหน้าเสีย คิดว่าเธอไม่พอใจ รับปากว่า วันหลังจะเอามาให้ คุณน้อยไม่ต้องการของฝาก แค่ล้อเล่นเท่านั้น สองหนุ่มสาวต่างยิ้มให้กัน...

    ด้านปกรณ์กับสังข์เดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี สังข์ พอใจที่คุณรัตน์ดูท่าทีมีใจให้ปกรณ์ แต่ติงว่าลูกน่าจะแต่งตัวดีๆมาเสียหน่อย คุณรัตน์จะได้ประทับใจ ปกรณ์กลับเห็นตรงข้าม เขาคิดว่าความรักเกิดขึ้นได้เพราะความสงสาร และเขาจะเอาชนะใจเธอด้วยความสงสาร...

    ในที่สุด ดารารุ่งก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวที ประกาศลั่นว่า ที่จริงแล้วเธอไม่ยินดีกับงานเลี้ยงนี้แม้แต่น้อย แขกทุกท่านใจจดจ่อรอฟังเธอร้องเพลงรักของพ่อกับแม่ แต่เธอร้องเพลงนั้นไม่ได้ ขณะนี้แม่ของเธอทุกข์ใจเพราะพ่อ เธอเลยจะร้องเพลงแห่งความเศร้าแทน แขกเหรื่อต่างซุบซิบนินทากัน เอกชยาโกรธที่ถูกฉีกหน้าบุกขึ้นเวที ปราดเข้าไปตบหน้าดารารุ่งต่อหน้าทุกคน สดศรีกับลูกๆตกใจ รีบเข้าไปห้าม

    คุณรัตน์ประกาศกลางเวทีว่างานเลิกแล้ว และขอโทษทุกคนด้วย ละอองเห็นท่าไม่ดีรีบชวนลูกกลับ เอกชยาคว้าข้อมือดารารุ่งลากเข้าเรือนใหญ่  คนในครอบครัวรีบเดินตาม  ไกรขยับจะไปด้วย  แต่กรุณดึงมือไว้  เตือนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว เราไม่ควรยุ่ง ไกรดื้อดึงตามไปจนได้

    "อนงค์ เข้าไปเป็นเพื่อนนายไกรที อย่าให้ทำอะไรรุ่มร่ามไม่สมควร"

    อรอนงค์รับคำกรุณ แล้วรีบวิ่งตามไกรไปอย่างรวดเร็ว... ส่วนเอกชยาลากดารารุ่งเข้ามาในบ้านตบเธอไม่ยั้ง ดารารุ่งไม่ได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย ยังด่าพ่อตัวเองฉอดๆ เอกชยาโกรธจัดโดดเข้าขย้ำดารารุ่ง สดศรี คุณรัตน์กับคุณน้อยรีบเข้าไปห้าม ก่อนจะดึงตัวดารารุ่งออกมา ไกรจะเข้าไปช่วย แต่อรอนงค์ ฉุดมือไว้เตือนว่าอย่าเข้าไปยุ่ง ดารารุ่งถูกแยกออกมาอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องมองพ่ออย่างเกลียดชัง

    "นับวันคุณพ่อยิ่งใจร้ายใจดำเหมือนไม่ใช่คน ลูกเกลียดคุณพ่อ" ดารารุ่งร้องไห้วิ่งหนีไป

    สดศรีกับคุณรัตน์และคุณน้อยจะวิ่งตาม เอกชยาขู่ลั่นว่า ใครขืนตามนังลูกทรพีเจอดีแน่ ก่อนอาละวาดปัดข้าวของในบ้าน กระจุยกระจาย...ดารารุ่งวิ่งร้องไห้ผ่านหน้าไกรกับอรอนงค์  ซึ่งหลบมุมอยู่ไกรรีบวิ่งตามไม่สนใจอรอนงค์ที่พยายามจะรั้งตัวเขาไว้

    ครู่ต่อมาไกรวิ่งตามมาทัน เห็นดารารุ่งร้องไห้ สะอึกสะอื้น เข้ามาปลอบ ดารารุ่งกลับไม่พอใจ ด่าว่าจุ้นจ้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวของเธอ คนอื่นไม่เกี่ยว เชิญเขากลับไป ไกรอธิบายว่าเขาปรารถนาดีต่อเธอจริงๆ ไม่ได้หวังอะไร ดารารุ่ง ไม่เชื่อน้ำคำพวกผู้ชาย ไล่เขากลับ

    "ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะรับรู้ถึงความจริงใจ และความปรารถนาดีของผม"

    "ได้...งั้นฉันไปเอง  และกรุณารับรู้ด้วยว่า  ยิ่งคุณมาตามตื๊อ  ทำเจ้าชู้ประตูดิน  ฉันก็ยิ่งรังเกียจคุณ"  ดารารุ่งสะบัดหน้าเดินหนีไป...

    ฝ่ายละอองบ่นไม่อยากได้ลูกสาวบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมเป็นสะใภ้อีกแล้ว คนบ้านนี้เป็นผู้ดีเสียเปล่า ทำอะไรไม่รู้จักอับอาย มาโนชกลับเห็นตรงข้ามกับแม่ ทีแรกเขายังไม่คิดจะสนใจใคร  แต่พอเห็นสายตาเจ็บปวดของดารารุ่ง  เขาอยากเป็นคนลบความเจ็บปวดนั้นให้เธอ

    "ผมคิดว่าผมรักคุณรุ่งตั้งแต่แรกเห็นครับคุณแม่"  มาโนช สีหน้าจริงจัง ละอองถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา เรไรแอบได้ยินไกรคุยกับกรุณว่าเขาทั้งรักและสงสารดารารุ่งมาก   ยิ่งเห็นเหตุการณ์ เมื่อคืนยิ่งอยากจะฉุดเธอให้พ้นจากความเจ็บช้ำที่พ่อของเธอก่อขึ้น โดยจะใช้ความรักของเขาเยียวยาหัวใจให้เธอ เรไรได้ฟังน้ำตาไหลพราก รีบเดินไปดักหน้าไกร ซึ่งกำลังเดินไปที่รถ

    "คุณไกร จะเอาความรักฉุดผู้หญิงอื่นให้พ้นทุกข์ แต่กับ เรไร ทำไมคุณไกรต้องผลักลงเหวด้วยคะ"

    "เรไร...อย่าพูดมากให้ฉันรำคาญ ฉันจะรักจะชอบใคร เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาต่อว่า"

    เรไรอ้าปากจะพูด  แต่ไกรชิงพูดขึ้นก่อนว่าถ้าเธอทำตัวดี เขาจะไม่ทิ้งเธอเด็ดขาด แต่ถ้าวันใดที่เธอกำแหง เขาจะเฉดหัว เธอออกจากบ้านหลังนี้ทันที ไกรว่าแล้วขึ้นรถขับออกไป เรไรร้องไห้โฮ อรอนงค์ลงจากรถสามล้อวิ่งเข้ามาในบ้าน สวนกับรถของไกร พอรู้จากเรไรว่าไกรไปบ้านดารารุ่ง อรอนงค์รีบตาม...

    ไม่นานนัก ไกรหอบดอกไม้ช่อใหญ่มาหาดารารุ่งที่บ้าน เอกชยารู้เข้ายิ้มพอใจ  สั่งดารารุ่งให้ออกไปพบไกร  แต่ดารารุ่งไม่อยากเจอ  สดศรีเกรงว่าพ่อลูกจะมีเรื่องกันอีก  ขอร้องดารารุ่งอย่าเสียมารยาท  ช่วยออกไปพบไกรเพื่อเห็นแก่แม่  ดารารุ่งไม่อยากขัดใจแม่ เดินหน้าตาไม่รับแขกไปหาไกร

    ขณะเดียวกัน อรอนงค์มาถึงบ้านดารารุ่ง วิไลออกไปเปิดประตูรั้วจำหน้าได้รีบบอกว่าคุณรุ่งมีแขก อรอนงค์ไม่สนใจ แทรกตัวชนวิไลเข้าบ้าน ป้าพริ้งเห็นอรอนงค์มาจุ้นจ้านรีบเดินตาม...

    ไกรนั่งกระสับกระส่ายรออยู่ที่โต๊ะสนาม พอเห็นดารารุ่งออกมาก็ยิ้มดีใจ ยื่นช่อดอกไม้ให้ ดารารุ่งปรายตามองสีหน้าเรียบเฉย ก่อนรับมาแล้วโยนทิ้งลงกับพื้น ไกรหน้าเจื่อน อรอนงค์แอบมองอยู่ตะลึงอ้าปากค้าง

    ดารารุ่งสั่งเสียงเฉียบว่าทีหน้าทีหลังไม่ต้องซื้อดอกไม้มาให้เธออีก ทำท่าจะเดินหนีไกรรีบขวาง

    "ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณรุ่งถึงได้มองผมติดลบ แต่ผมจะพิสูจน์ความจริงใจให้คุณรุ่งเห็น และจะรอวันที่คุณรุ่งรับช่อดอกไม้จากผมด้วยความยินดี"

    "คุณไกร...ฉันไม่อยากแสดงกิริยาไม่ดีในการไล่แขกที่ไม่อยากต้อนรับออกไป พูดแค่นี้คุณคงเข้าใจและไม่ทำให้ฉันหนักใจนะ" ดารารุ่งออกปากไล่อย่างสุภาพ

    ไกรรู้งาน รีบขอโทษที่รบกวน เดินคอตกกลับไป ดารารุ่งถอนใจ เหนื่อยหน่าย หันหลังจะเดินกลับเรือนใหญ่ อรอนงค์ รีบสาวเท้าตามจนทัน บอกว่าไกรชอบป้อนคำหวาน ทำเอาผู้หญิงทุกคนที่ได้ฟังใจละลาย ดารารุ่งยืนยันว่ายกเว้นตัวเธอ อรอนงค์หัวเราะร่วนราวกับเป็นเรื่องตลก

    "ก็เห็นพูดอย่างนี้ทุกคน แต่สุดท้ายก็ยอมให้พี่ไกรหลอก"

    ดารารุ่งย้อนอย่างเจ็บแสบว่าอรอนงค์คงเคยโดนไกรหลอกถึงได้รู้ดี อรอนงค์โกรธที่โดนเหน็บ เตือนว่าอย่าเผลอกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเธอจะคอยสมน้ำหน้า แล้วผละจากไป...

    วันแล้ววันเล่า ไกรยังคงเอาดอกไม้มาให้ดารารุ่ง โดยมีคุณรัตน์ คุณน้อย รวมทั้งป้าพริ้งกับวิไลแอบเอาใจช่วยเขา แต่ทุกครั้งดารารุ่งเอาดอกไม้โยนทิ้งถังขยะอย่างไม่ไยดี และไม่ว่าเธอจะนั่งรถไปที่ไหนจะเห็นไกรแอบตามตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน ไกรแอบขับรถตาม ดารารุ่งชักรำคาญ

    "เกลียดนักเชียวพวกเจ้าชู้ประตูดิน...ขับให้เร็วกว่านี้... ตาจุก"

    ตาจุกเร่งเครื่องตามคำสั่ง รถแล่นไปสักระยะเครื่องยนต์ เกิดสะดุดแล้วหยุดวิ่งดื้อๆ ดารารุ่งหน้าหงิกทันที ตาจุกเบนรถเข้าจอดข้างทาง ลงไปเปิดกระโปรงรถจับโน่นขยับนี่ ดารารุ่งตามไปดู ไกรขับรถมาจอดใกล้ๆ แล้วเดินมาดูเครื่องยนต์ รถของดารารุ่ง ก้มๆเงยๆอยู่หน้ารถ ไม่นานรถก็สตาร์ตติด

    "ขอบคุณที่สะกดรอยตามจนได้โอกาสแสดงฝีมือว่าซ่อมรถได้...แต่ถ้าเรียกช่าง...ฉันคงเสียไม่เกินร้อย...วิธีนี้อาจจะใช้สำเร็จมากับผู้หญิงหลายรายแล้วสินะ แต่ขอโทษไม่ใช่ฉัน" ดารารุ่งเดินเชิดหน้าขึ้นรถโดยไม่สนใจไกร ปล่อยให้เขายืน หน้าละห้อยอยู่ตรงนั้น...

    พอเอกชยารู้เรื่องไกรช่วยซ่อมรถให้ดารารุ่งเลยอยากให้เธอตอบแทนน้ำใจเขาบ้าง ดารารุ่งไม่เห็นว่าจะต้องตอบแทนอะไร แค่ผู้ชายเจ้าชู้ที่วันๆไม่ทำมาหากิน ได้แต่ตะลอนตามผู้หญิง สองพ่อลูกปะทะคารมกันเช่นเคย เอกชยาคุมอารมณ์ ไม่อยู่จะตบหน้าลูก สดศรีต้องเข้ามาห้าม เอกชยาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป คุณรัตน์กับคุณน้อยไม่เห็นว่าจะเสียหายถ้าดารารุ่งจะคบหาไกร เท่าที่เห็นท่าทางเขาก็เป็นคนดี

    "มีแต่คนเพ้อเจ้อ...ขนาดคุณพ่อยังข่มเหงจิตใจพวกเราไม่เว้นแต่ละวัน โลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนดีหรอก...พี่เกลียดผู้ชาย แล้วก็อยากหนีจากคุณพ่อไปเสียพ้นๆ" ดารารุ่งชักเคืองที่มีแต่คนพูดเรื่องไกร

    ฝ่ายเอกชยาออกมานั่งอารมณ์เสียอยู่ที่สวนหน้าบ้าน เห็นวิไลเดินผ่าน ตะโกนสั่งให้ไปหาอะไรมาให้ดื่มดับอารมณ์ หน่อย วิไลรับคำรีบไปทำตามสั่งทันที

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านของกรุณ ไกรนั่งหน้าเศร้าเหมือนคนอกหัก อรอนงค์ขัดใจมาก ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไปหลงรักผู้หญิงที่เอาแต่เย่อหยิ่ง อวดดี ไกรเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันที่วันๆพร่ำเพ้อละเมอหา อยากเจอแต่ดารารุ่ง แล้วถอนใจ กลัดกลุ้ม อยู่ๆไกรก็เหมือนคิดได้

    "พี่ไม่อยากทรมานหัวใจตัวเองอีกแล้ว พี่ไปหาคุณรุ่ง ดีกว่า ถึงเธอจะไม่อยากเห็นหน้าพี่ก็ตาม"

    ไกรผุดลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง เดินไปที่รถ ไม่สนใจ เสียงร้องเรียกของอรอนงค์ เรไรยกน้ำเข้ามาให้ มองอรอนงค์อย่างหมั่นไส้ เหน็บว่าเรียกจนคอแตกคุณไกรก็ไม่หยุด อรอนงค์ด่าสวนทันทีว่าสู่รู้ เรไรรู้ดีกว่าใครๆเพราะเธอเป็นเมียของเขา อรอนงค์แขวะว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นไกรมีเมีย

    "เลยอยากจะมาเป็นเมียคุณไกรเสียเอง...นับวันฉันยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง ขอบคุณนะคะคุณอรอนงค์ คุณทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ...อย่างน้อยคนใช้อย่างฉันยังได้คุณไกรมาเคล้าเคลีย ผิดกับคุณ...ที่อยากได้ใจแทบขาด แต่คุณไกรก็ไม่เอา" เรไรลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ย

    อรอนงค์เจ็บใจ กรีดร้องลั่น คว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้านังคนใช้ปากกล้าแล้วจิกหัวตบซ้ำ ด่าไม่ยั้ง เรไรไม่ยอมเจ็บข้างเดียว จิกหัวอรอนงค์ตบคืน ด่าว่าหน้าด้าน รู้ว่าคุณไกรมีเธอเป็นเมียยังคิดจะแย่ง ขู่ว่าถ้ายังไม่เลิกคิดแบบนี้ เธอจะจิกหัวตบให้คว่ำแล้วผละจากไปอย่างสะใจ อรอนงค์มองตาม แค้นใจ

    "นังบ้า...บ้าๆๆๆ...ฮึ...อุตส่าห์ลุกขึ้นมาแต่งตัวทำผมตั้งแต่ตีห้า ผมเสียทรงหมดเลย" อรอนงค์รีบจัดทรงผมตัวเองให้เข้าที่...

    ผ่านไปสักพัก ไกรมาถึงบ้านดารารุ่ง คราวนี้สดศรีทั้งอ้อนวอนทั้งขอร้องลูกช่วยไปพบเขาหน่อย เธอไม่อยากให้เอกชยาโกรธ เดี๋ยวจะมีเรื่องมีราวกันอีก เพราะคุณแม่ขอร้อง ดารารุ่งเลยยอมนั่งรถไปกับไกร เขาขับรถวนไปเวียนมาไม่จอดที่ไหนสักแห่ง ดารารุ่งหมดความอดทน ถามเสียงเขียว

    "คุณไกร นี่คุณจะไปไหน...ขับรถวนไปเวียนมา ฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว"

    ไกรไม่ไปไหนทั้งนั้น แค่อยากพาดารารุ่งนั่งรถเล่น เพื่อให้เธอสบายใจ ว่าแล้วหันหน้าไปมองทางอย่างเดิม ไม่มีท่าทีเจ้าชู้ให้เห็น ดารารุ่งรู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่ง ขณะที่ไกรยังคงขับรถไปเรื่อยๆ

    ทันใดนั้น ข้างถนนเบื้องหน้า สักชายขี้เมากำลังตบตี กันยา เมียตัวเองอย่างรุนแรง จะไถเงินไปกินเหล้า ไกรเหลือบเห็นรีบเบนรถจอดข้างทาง ปรี่เข้าไปหาสองผัวเมียอย่างรวดเร็ว ดารารุ่งวิ่งตามไปติดๆ ไกรกระชากสักออกมา ส่วนดารารุ่งตรงเข้าไปหากันยา

    สักกับไกรชกต่อยกันอุตลุด สักสู้ไม่ได้ วิ่งโซซัดโซเซหนี ไกรหน้าตาบวมปูดเข้ามาถามกันยาด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บตรงไหนบ้าง ดารารุ่งมองเขาอย่างประทับใจ และยิ่งรู้สึกดีมากขึ้น เมื่อเขาเห็นสภาพยากจนข้นแค้นของกันยาซึ่งมีลูกเล็กๆต้องเลี้ยงดู ไกรหยิบยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ด้วยความเต็มใจ...

    ในที่สุด ดารารุ่งใจอ่อนต่อความดีที่ไกรทำ ระหว่างที่เขาพาเธอพายเรือเล่น ดารารุ่งยอมเปิดปากเล่าเรื่องตัวเองที่เกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายดีๆไม่ว่าจะเป็นพ่อของเธอ หรือผู้ชายที่เธอรู้จัก มีแต่ความโหดร้ายทารุณเอาแต่ใจชอบกดขี่ข่มเหงผู้หญิง

    "ผมอยากให้คุณรุ่งเปิดใจให้กว้าง ผู้ชายแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกครับ"

    "ใช่ค่ะไม่เหมือนกัน อย่างน้อยก็มีคุณไกรที่แตกต่าง... เจ็บแผลมากรึเปล่าคะ"

    "นิดหน่อยครับ"

    ดารารุ่งมองปากที่แตกเลือดซิบของไกร   แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองส่งให้ซับเลือด ไกรแกล้งซับไม่ถูกที่ ดารารุ่งเลยอาสาทำให้ ไกรมองเธออย่างอ่อนโยน ทั้งสองมองสบตากันนิ่งงัน ดารารุ่งเห็นหิ่งห้อยส่งแสงวับๆเปรียบชีวิตคนเราเหมือนแสงของหิ่งห้อย มีทั้งมืดและสว่าง สีหน้าเธอเปลี่ยนเป็นเศร้า

    "แต่ทำไมฉัน...กลับ...รู้สึกว่าชีวิตของฉันไม่เคยมีแสงสว่างเลย"

    "มีสิครับ ถ้าคุณรุ่งเปิดใจให้กว้าง และยอมรับมัน...ผม...รักคุณรุ่ง ผมอยากเห็นคุณรุ่งมีความสุข เชื่อผมนะครับ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ผมจะพาคุณรุ่งออกไปพบกับแสงสว่างให้ได้ ผมจะทำให้คุณรุ่งลืมความเจ็บช้ำทั้งปวง...ผม...ไกร การุณพินิจ ขอสาบานด้วยหัวใจ"

    ดารารุ่งนิ่งเงียบ มองสีหน้าจริงจังของชายหนุ่มอย่างเต็มตื้น...จากนั้น ไกรขับรถมาจอดหน้าบ้านดารารุ่ง แล้ววิ่งลงมาเปิดประตูรถให้เธอ  ต่างคนต่างรีๆรอๆจะส่งอีกฝ่าย  สุดท้าย ดารารุ่งยอมแพ้

    "เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา ฟ้าสางกันพอดี...งั้น...อย่าหาว่าฉันเป็นเจ้าของบ้านที่ใจร้ายนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" ดารารุ่งยิ้มให้ไกรก่อนเดินเข้าบ้าน ไกรมองตามรู้สึกเบิกบานใจที่สุด... ดารารุ่งก้าวเข้ามาในเรือนใหญ่ เห็นเอกชยานั่งดื่มเหล้าเมาอ้อแอ้ ยิ่งเกลียดชังเขา ส่ายหน้าเดินหนีขึ้นห้อง

    "กับแกล้ม...กับแกล้มหมด...เฮ้ย...ใครก็ได้ ออกมาหาฉันเร็ว" เอกชยาตะโกนลั่น

    วิไลอาบน้ำประแป้งใส่เสื้อคอกระเช้ากำลังจะเข้านอน ได้ยินเสียงเรียกวิ่งหน้าตื่นออกมานั่งพับเพียบตรงหน้า เอกชยามองวิไลด้วยสายตาโลมเลีย ก่อนสั่งให้ไปเอากับแกล้มมาให้ วิไลรีบทำตามสั่ง เอกชยามองตามตาเป็นมัน แผนชั่วผุดขึ้นมาในสมองเอกชยา สักพัก วิไลเดินถือจานกับแกล้มเข้ามาแต่ไม่เห็นใคร วางจานลง แล้วเดินไปห้องของตัว พอเธอเปิดประตูห้องเข้าไป เอกชยาโผล่พรวดเข้ามากอด

    วิไลตกใจร้องลั่น เอกชยาไม่รอช้าดันร่างวิไลเข้าห้อง ปิดประตูใส่กลอนแน่นหนา ป้าพริ้งได้ยินเสียงร้อง โผล่หน้าออกมาจากห้องตัวเอง ทันเห็นเหตุการณ์พอดี ได้แต่สลดใจ... หลังเสร็จกิจกับวิไล เอกชยาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่วิไลร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ

    "จะร้องไห้ทำไม ไม่ได้มีใครตายสักหน่อย ดีเสียอีก น้ำหน้าอย่างแกได้เป็นเมียฉัน...ไม่ต้องห่วง ฉันจะเลี้ยงดูแกอย่างดี" เอกชยาเดินออกไปอย่างสบายตัว ทันทีที่ประตูห้องปิด วิไลคว้าเชือกขึ้นมา

    ooooooo

    ตอนที่ 3

    กว่าจะมีคนรู้ว่าวิไลผูกคอตายกับขื่อในห้องตัวเองก็สายมากแล้ว ทุกคนในบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมมองศพวิไลด้วยสีหน้าสลด ป้าพริ้งตัดสินใจบอกดารารุ่งว่าเมื่อคืนเธอเห็นเอกชยาเข้าหาวิไล ดารารุ่งโกรธมาก ตามมาเอาเรื่องเอกชยาทันที สดศรีเห็นหน้าตาบูดบึ้งของลูกสาวสงสัยว่ามีเรื่องอะไร

    "วิไลตายเพราะคุณพ่อ...เมื่อคืนคุณพ่อบุกเข้าไปข่มขืนใจวิไล จนวิไลคิดสั้น...การกระทำที่มักง่ายโสมมโสโครก เต็มไปด้วยตัณหาราคะของคุณพ่อได้ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง วิไลมันคงขยะแขยงตัวเอง ที่ถูกข่มเหงรังแก จนไม่อยากอยู่เป็นผู้เป็นคนอีก"

    สดศรี คุณรัตน์ และคุณน้อยถึงกับตะลึง แต่แทนที่เอกชยาจะสำนึก   กลับบอกดารารุ่งว่า   เธอน่าจะขอบคุณเขามากกว่ามาด่า ที่เขาซึ่งเป็นถึงคุณชายเอกชยา ยอมลดตัวลงไปเป็นผัวนังคนรับใช้อย่างวิไล

    "พูดเอาแต่ได้...ต่ำช้าเหมือนสัตว์" ดารารุ่งด่าพ่ออย่างไม่ไว้หน้า

    เอกชยาตบหน้าเธอสุดแรงจนเซถลา ดารารุ่งตั้งหลักได้ ด่าพ่อตัวเองอีก และอธิษฐานว่าเกิดชาติหน้าชาติไหน ขออย่า ได้พบได้เจอกับเขาอีก เอกชยาโกรธจนตัวสั่น ตรงเข้ามากระชากดารารุ่งไปตบซ้ำ คุณน้อยกับคุณรัตน์วิ่งเข้าไปห้ามพ่อ ส่วนสดศรีรับไม่ได้ถึงกับเป็นลมล้มพับ ลูกๆรีบเข้ามาประคอง

    "ตายๆไปให้หมดบ้านไปเลย...ฉันจะได้อยู่คนเดียวสบายใจ"

    เอกชยาเดินกระแทกเท้าออกไปโดยไม่สนใจสดศรี ลูกๆช่วยกันพยาบาลแม่จนฟื้น ดารารุ่งบ่นว่าอยากไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้   จะได้บาปน้อยลงที่ไม่ต้องคอยด่าพ่อตัวเอง แล้วปล่อยโฮอย่างอัดอั้น วิ่งออกไป ทุกคนมองตามดารารุ่ง สงสารและเห็นใจ โดยเฉพาะคุณนิจ...

    ดึกคืนเดียวกัน ปกรณ์ย่องมาถึงหน้าบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม เป่าขลุ่ยเพลง "ขวัญของเรียม" คุณรัตน์ยังไม่หลับ ได้ยินเสียงขลุ่ยสะดุ้งเฮือก ชะเง้อคอมองน้องๆก่อนย่องออกไปอย่างเงียบกริบ คุณน้อยรู้สึกตัวลืมตามอง ค่อยๆย่องตาม ครู่ ต่อมา คุณรัตน์เปิดประตูรั้วผลุบออกไปข้างนอกอย่างว่องไว

    คุณน้อยรีบหลบมุมแอบมอง เห็นคุณรัตน์ดึงแขนปกรณ์ให้หลบมุมมืด ถึงกับตาโต ที่พี่สาวจับมือถือแขนผู้ชาย ปกรณ์บ่นคิดถึงคุณรัตน์มาก ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันหลายวัน เธอไม่คิดถึงเขาบ้างหรือ คุณรัตน์คิดถึง แต่วันนี้ที่บ้านมีเรื่องยุ่งๆเธอไม่สบายใจ เลยอยากให้เขากลับไปก่อน ปกรณ์ตาละห้อย

    "หมดเรื่องยุ่งๆเมื่อไหร่ รัตน์จะไปพายเรือเล่นกับคุณปกรณ์"

    ปกรณ์ยิ้มได้ ดึงคุณรัตน์เข้ามากอด คุณรัตน์ไม่ทันตั้งตัวถึงกับอ้าปากค้างตกใจ เท่านั้นยังไม่พอเขาถือโอกาสหอมแก้มเธออย่างรวดเร็ว ก่อนผละจากไป คุณน้อยตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าพี่สาวจะกล้าขนาดนี้ คุณรัตน์มองตามปกรณ์ทั้งตกใจทั้งตื่นเต้น อบอุ่นวาบหวาม แต่ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินเสียงประตูรั้วเปิด หันขวับไปมองยิ่งตกใจที่เห็นคุณน้อยยืนอยู่...

    คุณน้อยลากแขนพี่สาวเข้ามาในบ้าน   เตือนว่าอย่าทำอย่างนี้อีก ถ้าคุณรุ่งรู้เข้าเป็นต้องเกิดเรื่องแน่ คุณรัตน์เถียงว่าทีคุณรุ่งยังคบหากับคุณไกรได้   แล้วทำไมเธอจะคบหากับปกรณ์ไม่ได้

    "คุณรุ่งไม่ได้คบหากับคุณไกรเสียหน่อย มีแต่คุณไกร ฝ่ายเดียวที่เทียวไล้เทียวขื่อ แต่น้อยว่า ยิ่งเกิดเรื่องวิไล คุณรุ่งคงไม่มีกะจิตกะใจคิดถึงเรื่องอื่นแน่"

    "คุณรุ่งไม่อยากมีความรัก แล้วจำเป็นด้วยหรือคะ ที่คุณรุ่งจะห้ามคนอื่น"

    "อย่างที่คุณรัตน์ว่าก็ถูก แต่คุณรุ่งเกลียดผู้ชาย แล้วก็ห่วงพวกเรามาก คงยากนะคะที่เธอจะปล่อยให้พวกเราคบหาผู้ชาย...มีทางเดียวเท่านั้น...นั่นคือ เราต้องสนับสนุนให้คุณรุ่งมีคนรักเร็วๆค่ะ"...

    ขณะเดียวกัน ป้าพริ้งเห็นไฟในห้องนอนของดารารุ่งยังเปิดอยู่ จึงเคาะประตูห้องเบาๆก่อนเปิดเข้ามา เห็นดารารุ่ง นอนร้องไห้ไม่ยอมหลับยอมนอน นึกเป็นห่วง ดารารุ่งสงสารวิไลมาก ก่อนตายวิไลคงทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง เพราะความใคร่ เพียงชั่วครู่ชั่วยามของพ่อ ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายทั้งเป็น

    "รุ่งเกลียดผู้ชาย เกลียดคุณพ่อ รุ่งอยากไปจากบ้านหลังนี้ป้าพริ้ง" ดารารุ่งปล่อยโฮ

    "ถ้าคุณรุ่งแต่งงานกับคุณไกร คุณรุ่งก็ออกไปจากบ้านหลังนี้ได้นี่คะ" คำพูดของป้าพริ้งทำให้ดารารุ่งฉุกคิดอะไรบางอย่าง

    ooooooo

    เช้านี้ไกรยิ้มอย่างอารมณ์ดี คุยอวดพ่อว่าเรื่องของเขากับดารารุ่งกำลังไปได้สวย แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อเรไรเข้ามารายงานว่ากันยากับสักมาขอพบ กรุณมองเป็นเชิงถามว่าใคร ไกรรีบแต่งเรื่องกลบเกลื่อน

    "ชาวบ้านแถวนี้น่ะครับ เพื่อนวานให้หาคนรับใช้ ใหม่ให้หน่อย"

    กรุณไม่ติดใจอะไร ตรงไปขึ้นรถ ขับออกไป ไกรหน้าเครียด สั่งเรไรว่าห้ามใครรบกวนเขาเด็ดขาด รวมทั้งเธอด้วย เรไรหน้างอเดินเข้าครัว...ส่วนที่หน้าประตูรั้ว อรอนงค์เดินดุ่มๆเข้ามา ทันเห็นหลังไกรไวๆรีบวิ่งตาม...ไกรเดินมายังสวนข้างบ้าน เห็นกันยากับสักนั่งอยู่กับพื้น ต่อว่าทั้งคู่ว่าค่าจ้างค่าแรงเขาจ่ายไปหมดแล้ว ทำไมยังตามมาที่นี่อีก กันยาอ้างว่าลูกไม่สบาย ไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล

    ไกรรู้ทัน รีบหยิบเงินในกระเป๋าโยนให้ สั่งเสียงเข้ม ว่าไม่ต้องมาให้เขาเห็นหน้าอีก ไม่อย่างนั้นเจอดีแน่ แล้วเรื่องที่จ้างวานทั้งคู่ให้ทำต้องปิดปากให้สนิทด้วย สองคนผัวเมียก้มเก็บเงิน รับคำ อรอนงค์แอบฟังอยู่มุมหนึ่ง อยากรู้ว่าไกรจ้างให้สองคนนี้ทำอะไร ลอบตามไปถึงบ้านกันยา

    รอจนสักแยกไปอีกทาง อรอนงค์ถึงเข้าไปหากันยา อ้างว่าตนเองเป็นน้องสาวไกร อยากรู้ว่าเขาจ้างสองผัวเมียทำอะไร กันยาปิดปากเงียบไม่ยอมพูด อรอนงค์ใช้เงินปึกใหญ่

    ง้างปาก ความลับทุกอย่างจึงเปิดเผยอย่างง่ายดาย...จากนั้น อรอนงค์ตรงลิ่วไปหาดารารุ่งที่บ้านด้วยท่าทีเบิกบาน

    "นังดารารุ่งเอ๊ย...ถ้าแกรู้ว่าพี่ไกรสร้างเรื่องจ้างพวกกุลีมาทำดีเพื่อเอาชนะใจแก แกได้ชักตายแน่"

    อรอนงค์กดกริ่งหน้าบ้าน สักพักป้าพริ้งเดินมาเปิดประตูรั้ว อรอนงค์ขอพบดารารุ่ง ป้าพริ้งโกหกว่าคุณรุ่งไม่อยู่ อรอนงค์จะรอจนกว่าเธอจะกลับ แล้วเดินแทรกระหว่างป้าพริ้งกับประตูรั้วเข้าไปข้างในทันที ป้าพริ้งดูท่าแล้วอรอนงค์คงไม่มาดี รีบเดินมาขวาง ไม่ยอมให้เข้า อรอนงค์ผลักป้าพริ้ง

    ล้มหงายหลัง ก่อนวิ่งปรูดไปทางเรือนใหญ่ ป้าพริ้งลุกขึ้นได้ รีบวิ่งตามมาคว้าแขนไว้ สองคนยื้อยุดฉุดกันไปมา

    ระหว่างนั้น คุณน้อยเดินผ่านมาเห็น รีบวิ่งเข้ามาห้าม ป้าพริ้งฟ้องว่าอรอนงค์ถือวิสาสะจะเข้ามาพบคุณรุ่งให้ได้ ทั้งๆที่เธอบอกว่าคุณรุ่งไม่อยู่ คุณน้อยมองอรอนงค์อย่างระแวง

    "คุณมีธุระอะไรกับคุณรุ่ง"

    "ขืนฉันพูดตรงนี้ก็จะเป็นการประจานกันเปล่าๆ เรื่อง อย่างนี้ฉันต้องคุยกับดารารุ่งเพียงคนเดียว"

    ทันใดนั้น ป้าพริ้งเหลือบเห็นดารารุ่งเดินเลี้ยวพ้นมุมบ้าน ตกใจ อรอนงค์หันไปมองตามสายตาป้าพริ้ง เห็นดารารุ่ง ดีใจจะวิ่งไปหา ป้าพริ้งรีบบอกคุณน้อยอย่าให้อรอนงค์ถึงตัวคุณรุ่งเด็ดขาด เธอจะรีบไปกันคุณรุ่งเอง คุณน้อยไม่รอช้าดึงแขนอรอนงค์ลากออกไปทันที

    ด้านดารารุ่งเห็นอรอนงค์ไวๆ พอป้าพริ้งเข้ามาหา ถามว่าอรอนงค์มาทำไม ป้าพริ้งแต่งเรื่องว่าอรอนงค์ลืมของไว้ตั้งแต่วันงาน พอได้ของแล้ว คุณน้อยเลยเดินไปส่ง แล้วรีบชักชวนดารารุ่งเข้าบ้าน ส่วนคุณน้อยกับอรอนงค์ยังยื้อยุดกันไม่เลิก คุณน้อยถามคาดคั้นว่าอรอนงค์ต้องการพบดารารุ่งเรื่องอะไร

    "บอกแล้วไง ว่าเรื่องนี้ฉันต้องพูดกับดารารุ่งเพียงคนเดียว"

    "งั้นถ้าให้ฉันเดาก็คงไม่แคล้วเป็นเรื่องของคุณไกร เพราะดูท่าทางคุณแล้วคงไม่อยากให้คุณรุ่งกับคุณไกร

    สานสัมพันธ์กันเท่าไหร่ ซึ่งถ้าพวกฉันอยู่ด้วย คุณคงสร้างความเท็จใส่ไฟคุณไกรไม่เต็มปาก เพราะพวกฉันคงจะคอยขัดคอ...ที่ฉันพูดมาถูกหรือเปล่าคะ" คุณน้อยพูดแทงใจดำ

    อรอนงค์โกรธตัวสั่น "รู้ไว้ด้วยนะคุณน้อย พี่ไกรไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่คุณคิด พี่ไกรวางแผนสร้างเรื่องนังกันยาให้ดารารุ่งตายใจ เชื่อว่าเป็นคนดี และถึงคุณจะไม่ให้ฉันเข้าไป สักวันดารารุ่งก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี เพราะความลับไม่มีในโลก...และวันนั้น...ดารารุ่งจะเจ็บปวดที่สุด...จำเอาไว้"

    อรอนงค์เดินออกไปอย่างสะใจ คุณน้อยสีหน้าเป็นกังวล...ครู่ต่อมา คุณน้อยเรียกคุณรัตน์กับป้าพริ้งมาช่วยกันถกเรื่องที่อรอนงค์เอามาพูด คุณรัตน์ไม่อยากเชื่อว่าไกรจะเป็นอย่างที่อรอนงค์ว่า คุณน้อยเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ป้าพริ้งเสนอว่าไม่ควรให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคุณรุ่ง อรอนงค์อาจจะกุขึ้นมาเองก็ได้

    "ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามไปใหญ่ ป้าว่าเราควรหาทางให้คุณรุ่งตกลงปลงใจกับคุณไกรเร็วที่สุด"

    คุณน้อยกับคุณรัตน์พร้อมใจกันพยักหน้าเห็นด้วย...

    สดศรีก็อยากให้ดารารุ่งแต่งงานกับไกรเช่นกัน อยากเห็นเธอมีครอบครัวและมีความสุข ดารารุ่งยังไม่แน่ใจว่าไกรจะแตกต่างจากผู้ชายคนอื่น

    "แม่บอกแล้วไงว่าผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทั้งโลก แม่เชื่อว่าคุณไกรเป็นคนดี ให้โอกาสเขานะลูก"

    ดารารุ่งนิ่งคิด ไม่ตอบเช่นเคย...ดึกแล้ว ดารารุ่งนอนไม่หลับ เดินครุ่นคิดมายังสวนหน้าบ้าน มองต้นลั่นทมที่ผลิดอกสีขาวบานสะพรั่ง หวนคิดถึงเรื่องดีๆที่ไกรทำให้ สลับกับคิดถึงการกระทำเลวร้ายที่พ่อทำต่อทุกคนในบ้าน ดารารุ่งสับสน ดอกลั่นทมดอกหนึ่งร่วงลงสู่พื้นใกล้กับเธอ ดุจเป็นสัญญาณบอกว่าความทุกข์ระทมจะยังคงอยู่ข้างเธอ...

    ขณะเดียวกัน ไกรเครียดหนัก ต้องใช้เหล้าดับอารมณ์ กรุณเพิ่งกลับเข้ามา สงสัยว่าลูกมีเรื่องกลุ้มใจอะไรถึงต้องดื่มหนักขนาดนี้ ไกรสารภาพเรื่องสองผัวเมียที่เขาจ้างเพื่อจะเอาชนะใจดารารุ่ง เป็นกังวลว่าถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูดารารุ่ง ชาตินี้เขากับเธอคงไม่ต้องเผาผีกัน

    "งั้นลูกต้องทำให้คุณรุ่งยอมแต่งงานกับลูกให้เร็วที่สุด แล้วจำความผิดพลาดครั้งนี้เอาไว้เป็นบทเรียน อย่าให้ เกิดเรื่องแบบนี้อีก เพราะถ้าชีวิตคู่ขาดศรัทธาความเชื่อมั่น ไปไม่รอดสักราย"

    ไกรรับคำ แต่สีหน้ายังเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

    ooooooo

    วันถัดมา ไกรรีบไปหาดารารุ่งแต่เช้า เห็นสีหน้าไม่สบายใจของเธอ ถามด้วยความเป็นห่วงว่ามีเรื่องอะไร ดารารุ่งปฏิเสธว่าไม่มีอะไร ทั้งๆที่เธอเครียดเรื่องพ่อและเรื่องวิไล

    "คุณรุ่งบอกว่าเปล่า แต่ผม...ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าคุณรุ่ง มีเรื่องไม่สบายใจ"

    ดารารุ่งประทับใจมากที่เขาใส่ใจเธอ ไกรอยากแบ่งเบาความทุกข์ในใจของเธอบ้าง ไม่อยากเห็นเธอทรมานใจแม้แต่ เสี้ยววินาที และถ้าเธอไม่รังเกียจ เขาจะขอดูแลเธอตราบจนสิ้นลมหายใจของเขา ดารารุ่งตะลึง คาดไม่ถึง ไกรยังคงสารภาพความในใจที่มีต่อเธอ

    "คุณรุ่งก็รู้ว่าผมรักคุณรุ่ง รักมาก ถ้าคุณรุ่งไม่รังเกียจ ผมจะให้คุณพ่อมาสู่ขอคุณรุ่งนะครับ..."

    ไกรพูดยังไม่ทันขาดคำ ดารารุ่งก้าวพรวดๆออกไป ไกรใจเสีย รีบเดินตาม ดารารุ่งเดินเข้าบ้านสับสนไปหมด ทั้งอยากและไม่อยากแต่งงานในเวลาเดียวกัน ไกรรีบตามมาดักหน้า ทรุดตัวลงคุกเข่า

    "คุณรุ่งอาจจะไม่เชื่อใจ ไว้ใจ แต่ได้โปรดให้โอกาสผมพิสูจน์ความจริงใจที่ผมมีต่อคุณรุ่ง ผม...นายไกร การุณพินิจ ขอสาบานว่าจะปกป้องดูแลคุณรุ่งด้วยชีวิต ผมจะไม่ยอมให้ใครมาข่มเหง ทำร้ายจิตใจให้คุณรุ่งต้องทุกข์ทรมานใจเป็นอันขาด ได้โปรดแต่งงานกับผมนะครับ"

    ดารารุ่งซึ้งใจมาก แต่ยังไม่ตอบอะไร เห็นพ่อเดินเข้ามา ความคิดที่อยากไปให้พ้นจากที่นี่ผุดขึ้นมาในสมองของดารารุ่ง เธอตอบตกลงแต่งงานกับไกรทันที ไกรยิ้มปลาบปลื้มใจ จากนั้นไกรรีบเอาข่าวดีนี้มาแจ้งให้กรุณทราบ กรุณพลอยตื่นเต้นดีใจไปกับลูกด้วย

    เรไรแอบฟังอยู่ เสียใจมาก วิ่งออกไปทั้งน้ำตา อรอนงค์ เห็นเรไรร้องไห้เป็นเผาเต่า หัวเราะเยาะ คิดว่าเธอกำลังจะถูกไกรเฉดหัว แต่พอรู้จากเรไรว่าไกรกำลังจะแต่งงานกับดารารุ่ง อรอนงค์ ตกใจแทบล้มทั้งยืน กรีดร้องลั่นว่าไม่จริง
    "ฉันไม่ยอม ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้แกแต่งงานกับพี่ไกรเด็ดขาด นังดารารุ่ง"  อรอนงค์ร้องกรี๊ดๆเต้นเป็นเจ้าเข้าทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะล้มงานแต่งงานอย่างไร...

    ระหว่างกินอาหารมื้อเย็น เอกชยาหัวเราะชอบใจที่ดารารุ่งยอมแต่งงานกับไกร ถึงกับชมว่าตั้งแต่เลี้ยงเธอมา มีครั้งนี้ที่ลูกคิดถูก ดารารุ่งยังไม่แน่ใจว่าการแต่งงานของเธอกับไกรจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก แต่ที่แน่ๆก็คือเธอได้หลุดพ้นจากขุมนรกแห่งนี้ เอกชยาฟังคำแดกดันของลูกแล้วหน้าบูดทันที

    "เดี๋ยวทางคุณไกรจะพาผู้ใหญ่มาสู่ขอลูก คุณพ่อจะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่ ก็เชิญตามสบายค่ะ"

    "ถ้าไม่เห็นแก่หน้าตาของราชศักดิ์มนตรีธรรม แดงเดียวฉันก็ไม่เอา แค่แกพ้นหูพ้นตาพ้นชายคาบ้าน ฉันก็พอใจแล้ว... ดารารุ่ง" สองพ่อลูกมองหน้ากันถมึงทึง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลงให้กัน...

    การที่ดารารุ่งตกลงปลงใจจะแต่งงานกับไกรทำให้ คุณรัตน์มีความหวังว่าทางรักของเธอกับปกรณ์คงจะสะดวกขึ้น แต่ความต่างกันของฐานะยังเป็นอุปสรรคที่เธอต้องฝ่าฟันไปให้ได้

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา มาโนชเพิ่งกลับจากต่างประเทศ พอหายเพลียจากการเดินทางรีบมาหาดารารุ่งพร้อมกับของฝาก ทำใจกล้าชวนเธอไปดูละครแล้วกินข้าวมื้อเย็นต่อ ดารารุ่งปฏิเสธอย่างสุภาพว่าไม่ว่าง มาโนช ขอนัดเป็นวันพรุ่งนี้ก็ได้ ดารารุ่งท่าทางอึกๆอักๆลำบากใจมาโนชรู้ตัว หน้าสลด

    "ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ เชิญคุณรุ่งตามสบาย ผมขอตัวกลับก่อน"

    มาโนชค้อมศีรษะให้ดารารุ่งเดินคอตกกลับไป คุณน้อยมองอยู่ตลอด วิ่งตามมาโนชทันตรงที่จอดรถ ทักว่าทำไมหายหน้าไปนาน มาโนชมีงานต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ

    "มัวแต่ทำงานอย่างนี้ มิน่า...คุณมาโนชถึงยังไม่รู้ว่าคุณรุ่งจะแต่งงานกับคุณไกร การุณพินิจ"

    มาโนชตกใจ หน้าซีดเผือด โลกของเขาแทบจะพังทลายลงตรงนั้น...

    หลังมื้อเย็น สาวๆบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมมารวมตัวกันที่ห้องโถง รวมทั้งสดศรีกับป้าพริ้ง คุณรัตน์อาสาจะถักไหมพรมรูปหัวใจเป็นของชำร่วยงานแต่งงานของพี่สาว ดารารุ่งเหม่อใจลอยไม่ได้ยินคุณรัตน์พูดจนคุณน้อยต้องพูดซ้ำ เธอถึงรู้สึกตัว บอกว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้และชักไม่อยากจะแต่งงาน

    "ไม่ได้นะคะคุณรุ่ง คุณไกรส่งผู้ใหญ่มาทาบสู่ขอคุณรุ่งแล้ว และคุณชายก็ตอบตกลงไปแล้ว"

    "แต่รุ่ง...ไม่รู้จริงๆค่ะว่ารุ่งรักคุณไกรหรือเปล่า"

    "คุณรุ่งลองคิดถึงความดีของคุณไกรสิคะ ป้าว่า คุณรุ่งคงจะรักคุณไกรได้ไม่ยากค่ะ"

    ดารารุ่งเก็บเอาคำพูดของป้าพริ้งไปคิดใคร่ครวญ ทบทวนแล้วพบว่าไกรมีความดีหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องที่ช่วยกันยา ในที่สุด เธอก็เผลอยิ้มออกมา...

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำ มีเสียงเพลงรักดังไปทั้งบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม ป้าพริ้งแปลกใจ เดินตามต้นเสียงมาจนเห็นดารารุ่งยืนอมยิ้มฟังเพลงอยู่ ถึงกับน้ำตารื้น ดีใจที่ดารารุ่งเปิดล็อกหัวใจตัวเอง ทุกคนในบ้านพอรู้ว่าดารารุ่งเป็นคนเปิดเพลงรักต่างยิ้มอย่างมีความสุข...

    เช้าวันใหม่ คุณรัตน์ลอบออกมาพายเรือเล่นกับปกรณ์ เช่นเคย ปกรณ์แสดงความยินดีที่พี่สาวของเธอกับไกรจะแต่งงานกัน คุณรัตน์แปลกใจที่เขารู้เรื่องนี้ ปกรณ์บอกว่าข่าวดังขนาดนี้ไม่มีใครไม่รู้ ชมว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันมาก แล้วตีหน้าเศร้าบ่นอย่างเจียมตัวว่าไม่เหมือนคู่ของเราซึ่งแตกต่างกันมาก

    "คุณรัตน์สูงส่งราวนางฟ้ามาจากสวรรค์ แต่ผมช่างต่ำต้อยด้อยค่าราวกับธุลีดิน"

    คุณรัตน์ขอร้องว่าอย่าคิดมาก ฐานะชาติตระกูลเป็นสิ่งที่เรากำหนดเองไม่ได้ หัวใจรักของเราต่างหากที่ยิ่งใหญ่  ปกรณ์

    จับมือคุณรันต์มาแนบแก้ม สาบานว่าจะรักและเทิดทูนเธอตราบจนสิ้นลมหายใจ สองหนุ่มสาวยิ้มให้กัน ซาบซึ้งใจ ปกรณ์ ทำหน้าสลดลงอีก

    "แต่เอาเข้าจริง ผมก็อดคิดมากไม่ได้ หนำซ้ำตอนนี้ พ่อของผมก็ไม่สบาย...ผมไม่มีเงินพาพ่อไปหาหมอ ท่านป่วยกระเสาะกระแสะมานานจน...จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้"

    คุณรัตน์เป็นห่วงขอไปเยี่ยมพ่อของปกรณ์ ปกรณ์ทำเป็นตกใจ แต่ในใจสุดแสนจะลิงโลด จากนั้นปกรณ์ขี่รถสามล้อพาคุณรัตน์มาถึงหน้าบ้านตนเอง บอกให้รอตรงนี้ เขาจะขอเข้าไปทำความสะอาดหน้าบ้านก่อน อ้างว่าบ้านซอมซ่อ เกรงเธอจะรังเกียจ คุณรัตน์ไม่เคยคิดเช่นนั้น แถมอาสาจะช่วย แต่

    ปกรณ์ไม่ยอมไม่อยากให้มืออันบอบบางของเธอต้องตรากตรำงานหนัก คุณรัตน์ซึ้งใจมาก ยอมรอหน้าบ้าน

    ปกรณ์เดินเข้าบ้านเห็นสังข์นั่งกินยาดองอย่างสบายอารมณ์ ปรี่เข้าไปดึงแก้วออกจากมือ สังข์โวยวายใส่ ทำฮึดฮัดจะลุกขึ้นเตะ ปกรณ์รีบเอามือปิดปากพ่อ สั่งให้เงียบ คุณรัตน์ รออยู่ข้างนอก พอสังข์ได้ยินชื่อคุณรัตน์ดีใจจะออกไปหา ปกรณ์ดึงมือไว้ สั่งพ่อให้แกล้งป่วยและต้องทำตัวให้น่าสงสาร

    "เรื่องแค่นี้เอง สบายมาก ข้าจะแกล้งป่วย เอ็งรีบไปพาคุณรัตน์เข้ามาเร็วๆข้าอยากเห็นหน้าว่าที่ลูกสะใภ้จะแย่" สังข์กระวีกระวาดเก็บขวดยาดองแล้วลงนอนทำท่าป่วยหนัก ปกรณ์ยิ้มพอใจ...

    ด้านมาลีหาบกระจาดขายขนมจะเข้าบ้าน เห็นคุณรัตน์ นั่งรออยู่บนรถสามล้อ ถามว่ามาหาใคร คุณรัตน์ยังไม่ทันตอบ ปกรณ์ออกมาเชิญเธอเข้าบ้าน เหลือบเห็นแม่ ชะงัก คุณรัตน์ รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป“นแม่ของปกรณ์รีบยกมือไหว้ทักทาย มาลีตกใจ แปลกใจว่าคุณรัตน์มาที่นี่ทำไม

    "คุณปกรณ์บอกว่าคุณพ่อไม่สบาย รัตน์เลยออกมาเยี่ยมค่ะ"

    มาลีงง สังข์ป่วยตอนไหน เมื่อเช้ายังเห็นนั่งซดยาดองอยู่เลย ปกรณ์รีบขัดหาว่าแม่พูดจาเหลวไหล พ่อนอนแบ็บอยู่

    อย่างนั้นจะเอาแรงที่ไหนไปกินยาดอง แล้วพาคุณรัตน์เข้าข้างใน มาลีเห็นไม่ชอบมาพากลรีบตาม...คุณรัตน์มองสภาพของสังข์แล้วแนะปกรณ์ให้รีบพาไปหาหมอ ปกรณ์อ้างว่าไม่มีเงิน คุณรัตน์หลงกลรีบหยิบเงินจากกระเป๋าถือยื่นให้ ปกรณ์ทำเป“นเกรงใจปฏิเสธว่ารับไม่ได้

    สังข์มือไวคว้าเงินจากมือคุณรัตน์มาถือหน้าตาเฉย ขอบคุณเธอเป“นการใหญ่ มาลีมองปราดเดียวรู้ว่าสังข์แกล้งป่วย... หลังกลับจากพาคุณรัตน์ไปส่งบ้าน ปกรณ์ทวงเงินคืนจากสังข์ ทันที สังข์เบี่ยงตัวหนีไม่ยอมคืน สองพ่อลูกแย่งเงินกันอุตลุด มาลีเข้ามาเห็น

    "ทำไมถึงได้ทำตัวน่าสมเพชกันอย่างนี้ ไม่มียางอายกันรึไงวะเที่ยวหลอกเงินชาวบ้าน"

    "เงินชาวบ้านที่ไหนแม่...เงินว่าที่เมียฉันต่างหาก"

    "เมีย...เฮอะ....พูดไม่อายปาก ข้าจะบอกอะไรให้ ต่อให้คุณรัตน์จะรักแกปานจะกลืนกิน ที่บ้านของเธอก็ไม่มีทางให้ผู้ดีอย่างเธอมาร่วมหอลงโรงกับกุลีอย่างแกหรอกโว้ย"

    ปกรณ์กลับบอกอย่างหน้าด้านๆว่าถ้าขอกันดีๆไม่ให้ เขาจะใช้วิธีฉุด สังข์หัวเราะร่วน มาลีด่าลั่นว่าสารเลว เธอจะไม่ยอมให้คุณรัตน์มาตกนรกกับปกรณ์เด็ดขาด สองพ่อลูกไม่ใส่ใจยื้อแย่งเงินกันต่อ

    ooooooo

    มาลีตัดสินใจไปบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมแต่เช้า ป้าพริ้งเพิ่งกลับจากตลาดเห็นมาลียืนลับๆล่อๆอยู่หน้าบ้านถามว่ามีธุระอะไร มาลีจะขอพบคุณชายเอกชยา ป้าพริ้งซักไซ้ไล่เลียงถามไถ่จนได้ ความจริงเรื่องระหว่างปกรณ์กับคุณรัตน์ แล้วเธอก็เอาคำพูดพวกนี้ไปถ่ายทอดให้ดารารุ่งฟังอีกที

    "ตายจริง คุณรัตน์ไปคบหาสมาคมกับพวกกุลีได้ อย่างไร"

    ป้าพริ้งสงสัยว่าน่าจะเป็นตอนที่คุณรัตน์ไปซื้อของที่ตลาดแล้วถูกลวนลาม ปกรณ์เลยเข้ามาช่วย ดารารุ่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกออกว่าปกรณ์เป็นใคร รู้สึกไม่พอใจที่คุณรัตน์ปิดบังพวกเรามาตลอด

    "ดีนะคะที่มาลีมาบอกว่าไม่อยากให้คนที่ดีๆสูงส่งอย่างคุณรัตน์ไปคบหากับกุลีอย่างลูกชายของแก และที่สำคัญมาลีบอกว่านายปกรณ์ไม่ใช่คนดีค่ะ"

    "คุณรัตน์นะคุณรัตน์ไม่รู้จักถือเนื้อถือตัวเสียบ้าง ลดตัว ไปคบกับพวกกุลีได้อย่างไร"

    ป้าพริ้งอยากรู้ว่าคุณรุ่งจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ดารารุ่ง

    คงจะต้องคุยกับคุณรัตน์ให้รู้เรื่อง...ครู่ต่อมา  ขณะที่คุณรัตน์ คุณน้อยรวมทั้งสดศรีและสลวยกำลังช่วยกันเตรียมของชำร่วยอยู่ในห้องโถง ดารารุ่งเดินหน้าเครียดเข้ามาขอคุยธุระกับคุณรัตน์ โดยมีป้าพริ้งคอยตามติด คุณรัตน์แปลกใจว่าเรื่องอะไร

    "ปกรณ์ ชาญบุรี"

    คุณรัตน์หน้าเสีย ดารารุ่งไม่รอช้าด่าน้องว่าใฝ่ต่ำไม่รักศักดิ์ศรี ลดตัวลงไปคบหากับกุลีขี่สามล้อแถมโกหก ปิดบังเรื่องนี้มาตลอด คุณรัตน์โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ย้อนว่าคนที่ดารารุ่งจะแต่งงานด้วยก็ไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ใครๆคิด ดารารุ่งชะงักมองอย่างสงสัย

    "รู้เอาไว้ด้วยนะคะว่าคุณไกรวางแผนสร้างเรื่องกันยาให้คุณรุ่งคิดว่าคุณไกรเป็นคนดี คนเราถ้าลองวางแผนหลอกลวงกันได้ขนาดนี้ก็หาความซื่อสัตย์ความจริงใจไม่เจอหรอกค่ะ...

    คุณปกรณ์ไม่เคยโกหกไม่เคยหลอกลวงรัตน์ เอาเข้าจริง กุลีที่คุณรุ่งรังเกียจยังเป็นคนดีกว่าว่าที่เจ้าบ่าวคุณรุ่งอีกนะคะ"

    คุณรัตน์ผลุนผลันออกไป ดารารุ่งรีบวิ่งตามไป สดศรีทำท่าจะเป็นลม คุณน้อยรีบวิ่งมาประคองแม่ สลวยเข้ามาช่วยอีกแรงพยุงไปนอนพักที่โซฟา ระหว่างที่ดารารุ่งวิ่งตามน้องมายังลานหน้าบ้าน ไกรขับรถเข้ามาพอดี ดารารุ่งได้ทีซักถามเรื่องกันยา ไกรถึงกับหน้าเสีย ดารารุ่งจับพิรุธได้ เขาไม่ปฏิเสธตรงๆว่าไม่ได้จัดฉากเรื่องกันยา เพียงแต่ขอให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาว่าจะไม่มีวันโกหกหลอกลวงเธอเด็ดขาด

    "ถ้าคุณไกรรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ฉันก็จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ขอโทษนะคะที่วันนี้ฉันคงอยู่รับรองคุณไกรไม่ได้ คงต้องขอตัวค่ะ" ดารารุ่งหันหลังกลับเข้าบ้าน ไกรมองตาม

    อย่างไม่สบายใจ...

    ดารารุ่งเดินคิ้วขมวดมาถึงห้องโถง เห็นแม่นอนนิ่ง มีสลวย คุณน้อยกับป้าพริ้งกำลังช่วยกันบีบนวดเอายาลมให้ดื่ม ตกใจวิ่งเข้ามาหา สดศรีขอร้องดารารุ่งอย่าดุด่าคุณรัตน์อีก ดารารุ่งของขึ้นท้วงว่าทำไมถึงจะด่าน้องไม่ได้ ในเมื่อน้องทำตัวสิ้นคิดใฝ่ต่ำลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับพวกไพร่

    "คุณรุ่งลืมไปแล้วหรือว่าแม่ก็เคยเป็นไพร่เป็นคนรับใช้มาก่อน บางทีปรกณ์อาจจะเป็นคนดีก็ได้"

    "เป็นไปไม่ได้ค่ะคุณแม่ ในเมื่อคนที่มาบอกว่านายปกรณ์เป็นคนเลวร้ายกาจคือแม่ของมันเอง รุ่งไม่อยากให้น้องเสียใจภายหลังเพราะเชื่อคำหลอกลวงของผู้ชาย...แม้กระทั่งตัวของรุ่งเอง"

    "ทำไมคุณรุ่งถึงพูดอย่างนี้คะ" ป้าพริ้งอดถามไม่ได้ ดารารุ่งตอบเสียงเครือว่าเธอเริ่มไม่ไว้ใจไกร

    ooooooo

    ขณะเดียวกัน ไกรขับรถกลับบ้านด้วยอารมณ์ ขุ่นมัว บ่นอุบว่าใครกันที่ปากโป้งคาบเรื่องกันยาไปฟ้องดารารุ่ง และยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นเมื่ออรอนงค์ตามมาออเซาะออดอ้อนน่ารำคาญ จนเขาต้องขอร้องให้เธอกลับบ้าน อ้างว่าอยากอยู่คนเดียว แล้วจ้ำพรวดๆเข้าบ้าน

    เรไรถือน้ำเย็นจะเอามาให้ไกร มองเยาะเย้ยอรอนงค์ ก่อนเดินตามไกร อรอนงค์เจ็บใจแอบตามไปดู เรไรเห็นไกรนั่งหน้าเครียด วางน้ำเย็นลงบนโต๊ะตรงหน้า เดินมานวดต้นคอให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ ไกรผ่อนคลายลงอย่างมาก ชมว่าไม่มีใครรู้ใจเขาเท่าเธอ แล้วดึงเรไรมากอด เรไรน้ำตาซึมกอดตอบ

    "เรไรรักคุณไกรค่ะ รักยิ่งกว่าชีวิต สิ่งไหนที่ทำให้คุณไกรสบายใจ ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนเรไรพร้อมที่จะทำ" เรไรสีหน้าจริงจัง ไกรจูบเธอ ตระกองกอดไปยังห้องของเธอ อรอนงค์ แอบมองอยู่ขัดใจมาก

    "ไหนบอกว่าอยากอยู่คนเดียว พี่ไกรนะพี่ไกร เห็นนังคนใช้ดีกว่าอนงค์ได้ยังไง" อรอนงค์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เดินออกมารอรถสามล้อหน้าบ้าน ทันใดนั้น มีรถแล่นมาจอดเทียบ ดารารุ่งก้าวลงมา

    อรอนงค์เบ้ปากยิ้มเยาะ "นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณดารารุ่ง ราชศักดิ์มนตรีธรรมผู้สูงศักดิ์นี่เอง ไหนบอกว่าไม่เคยมีพี่ไกรอยู่ในสายตา แล้วเหตุไฉนถึงได้ตามพี่ไกรมาถึงบ้านล่ะจ๊ะ...ในที่สุดเธอก็กลืนน้ำลายตัวเองจนได้ หน้าไม่อาย"

    ดารารุ่งย้อนว่าอรอนงค์ต่างหากที่หน้าไม่อาย ไกรกับเธอกำลังจะแต่งงานกันแท้ๆ ยังอุตส่าห์มาพันแข้งพันขาเขาอยู่ได้ ดารารุ่งจะเดินเข้าบ้าน อรอนงค์พูดยั่วว่าที่ดารารุ่งมาที่นี่คงเป็นเพราะอยากรู้เรื่องของกันยา แล้วเล่าทุกฉากทุกคำพูดของกันยาได้ถูกต้อง ดารารุ่งหน้าเสีย อรอนงค์ลอยหน้าลอยตาพูดต่อ

    "แต่ฉันว่าตอนนี้เรื่องของกันยาคงเป็นเรื่องรองแล้วล่ะ เพราะพี่ไกรว่าที่เจ้าบ่าวที่แสนดีของเธอกำลังนัวเนีย พัวพันเข้าด้ายเข้าเข็มกับนังเรไรคนใช้ในบ้าน ถ้าไม่เชื่อ จะเข้าไปดูให้เห็นกับตาตัวเองก็ได้นะดารารุ่ง" อรอนงค์ได้โอกาสกำจัดดารารุ่งศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งไปพ้นทาง รีบเดินนำไปยังห้องเรไร

    พอดารารุ่งเคาะประตูห้องเรไร อรอนงค์รู้งานผลุบหายไปท่ามกลางความมืด เรไรนุ่งกระโจมอกเปิดประตูรับ ดารารุ่งแทรกตัวเข้าไปในห้อง ไกรตกใจที่เห็นดารารุ่ง รีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่อย่างลนลาน ดารารุ่งเห็นกับตาแล้วว่าไกรไม่ต่างอะไรจากพ่อของเธอ ทั้งเจ็บปวดทั้งเกลียดชัง รีบออกจากห้อง

    ไกรวิ่งตาม พยายามพูดแก้ตัวแต่ไร้ประโยชน์ ดารารุ่ง ไม่ต้องการคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น ขอให้เขาออกไปจากชีวิตของเธอและอย่ากลับเข้ามาอีก ไกรถึงกับเข่าอ่อน

    "คุณรุ่ง...ได้โปรดอย่าไปจากผม...ผมรักคุณ...คุณรุ่ง"

    เรไรสงสารไกรมาก รีบเข้ามาประคอง ไกรผลักเธออย่างไม่ไยดีจนหงายหลัง สั่งว่าอย่ามายุ่ง แล้วเดินพรวดๆจากไป เรไรร้องไห้โฮ อรอนงค์ลอบมองเหตุการณ์ตลอด ยิ้มสะใจ

    "ทำไมเธอโชคดีเช่นนี้นะอรอนงค์ ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสามตัว"

    ooooooo

    ดารารุ่งกลับถึงบ้าน ด้วยอารมณ์โกรธ ชิงชังที่ถูกหักหลัง บอกแม่ว่าจะไม่มีงานแต่งงานระหว่างเธอกับไกร เพราะเธอทนอยู่กับผู้ชายหลอกลวง ซุกผู้หญิงไว้ในบ้านแบบเดียวกับพ่อไม่ได้ พาลด่าผู้ชายทั้งโลกว่าเลวร้ายเหมือนกันหมด คุณรัตน์ทนไม่ไหว เถียงว่าผู้ชายไม่ได้เหมือนกันทั้งโลก คนดีๆก็ยังมี

    ดารารุ่งตวาดลั่น "คุณรัตน์ อย่าได้พูดถึงไอ้กุลีปกรณ์ ให้พี่ได้ยินเป็นอันขาด"

    คุณรัตน์เสียงแข็ง ย้อนถามว่าทำไมเธอจะพูดไม่ได้ ในเมื่อคุณรุ่งไม่มีเหตุผล เอาความเจ็บปวดและความผิดหวังของตัวเองมาตัดสินคนอื่น เธอมั่นใจว่าปกรณ์เป็นคนดีและเขาก็รักเธอ

    "ความรักจอมปลอมน่ะสิ"

    "คุณรุ่งเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายสิ้นดี แต่เอาเป็นว่ารัตน์จะไม่ถือสาคำพูดเพ้อเจ้อของคุณรุ่งแล้วกัน เพราะรัตน์ เข้าใจ คุณรุ่งไม่มีความสุขก็เลยไม่อยากให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณรุ่ง...รัตน์ให้อภัยค่ะ" คุณรัตน์ผละจากไปอย่างไม่ยี่หระ

    ดารารุ่งโกรธแทบคลั่ง คาดไม่ถึงว่าน้องจะกล้าด่า กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ทรุดฮวบลงกับพื้น สดศรีกับคุณน้อยรีบวิ่งมาประคอง ทุกคนสงสารและเห็นใจดารารุ่ง...

    ตกดึก คุณรัตน์ คุณน้อย และคุณนิจยังนอนไม่หลับ คุณน้อยตำหนิคุณรัตน์ว่าไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับคุณรุ่ง ทั้งๆที่รู้ว่าเธอกำลังเสียใจเรื่องไกร คุณรัตน์ก็เสียใจเช่นกันที่ทุกคนมองว่าปกรณ์เป็นคนไม่ดีเพียงเพราะเขาเป็นกุลี คุณน้อยเตือนพี่สาวว่าอย่าดื้อดึงจนไม่ฟังเสียงทัดทานของคนอื่น คุณรัตน์ ไม่อยากฟังอะไรอีก พลิกตัวนอนหันหลังให้ทันที...

    ฝ่ายดารารุ่งนอนมองชุดแต่งงานด้วยความแค้นใจ ลุกขึ้นคว้าชุดมาฉีกจนขาดไม่มีชิ้นดี แล้วปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น... ส่วนไกรดื่มเหล้าเมามาย ลูบคลำชุดแต่งงานด้วยความทุกข์ ทรมานใจ...

    ขณะเดียวกัน ปกรณ์บ่นกับพ่อว่าเบื่อที่ต้องฝืนใจตัวเอง คอยทำตัวพินอบพิเทาพูดจาอ่อนหวานกับคุณรัตน์ จนอยากจะเลิกกับเธอให้รู้แล้วรู้รอด สังข์สั่งห้ามเลิกกับคุณรัตน์เด็ดขาด ยุส่งว่าปกรณ์ต้องเอาเธอมาทำเมียให้ได้ ฉุดได้เป็นฉุด พาหนี ได้เป็นพาหนี ก่อนที่จะมีคนอื่นตัดหน้า

    ปกรณ์ได้แรงยุจากพ่อ รีบไปหาคุณรัตน์ทันที...พอมาถึงหน้าบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม ปกรณ์หยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าเพลง "ขวัญของเรียม" สักพัก คุณรัตน์วิ่งลัดเลาะออกมาหาด้วยน้ำตานองหน้า โผกอดเขาแน่น บอกว่าคุณรุ่งรู้เรื่องของเราสองคนแล้ว และห้ามไม่ให้เราคบกัน

    "ผมไม่ยอมเด็ดขาด...ยอดดวงใจของผม คุณรัตน์พร้อมจะล่มหัวจมท้ายกับกุลีคนนี้ไหมครับ"

    "ค่ะ...รัตน์พร้อมจะล่มหัวจมท้ายกับคุณปกรณ์ จะตกนรกหรือขึ้นสวรรค์รัตน์ก็ยอม"

    "งั้นคืนข้างแรม 15 ค่ำ ที่จะถึงนี้ สองยาม คุณรัตน์ไปรอผมที่บึงของเรานะครับ ผมจะพาคุณรัตน์ยอดรักยอดดวงใจของผมไปจากคนใจร้ายใจดำอย่างคุณดารารุ่ง"

    คุณรัตน์พยักหน้าไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย

    ooooooo

    ตอนที่ 4

    ขณะที่เอกชยา  สดศรี  ดารารุ่ง  กับน้องสาวทั้งสามคนกำลังกินอาหารเช้า เอกชยาโพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่าจะเป็นจะตายอย่างไรดารารุ่งต้องแต่งงานกับไกร ดารารุ่งย้ำทีละคำว่าไม่แต่ง สองคนพ่อลูกโต้เถียงกันอีก เอกชยาแน่นหน้าอกหมดแรงเถียง สดศรีรีบเข้าดูด้วยความเป็นห่วง

    ทันใดนั้น ไกรโผล่พรวดเข้ามาในสภาพดวงตาแดงก่ำ ขอร้องดารารุ่งฟังเขาอธิบายก่อน ดารารุ่งไม่ฟังไล่เขากลับ ไกรคุกเข่าจับมือเธอไว้ อ้อนวอนขอร้องเธอให้อภัยเขา

    "จนตาย ฉันก็ไม่มีวันให้อภัยคนเลวอย่างคุณ"

    ดารารุ่งแค้นมาก คว้าชามแกงเทราดหัวไกรแล้วลุกขึ้นจะเดินหนี ไกรโผกอดเธอไว้ ดารารุ่งผลักเขาออกสุดแรง  แต่ไกรไม่ยอมปล่อย  คุณน้อยกับป้าพริ้งช่วยกันดึงดารารุ่ง ขณะที่สลวยกับฤกษ์ดึงไกรออก ดารารุ่งโกรธชี้หน้าด่าไกรว่าคนเลว ออกไปจากชีวิตเธอเดี๋ยวนี้ ไกรมองหน้าดารารุ่งตาละห้อย

    "ผมจะไป แต่ขอให้คุณรุ่งรู้ไว้ว่า คุณรุ่งเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมรักแล้วก็จะรักตลอดไป"

    ดารารุ่งได้ฟังยิ่งขยะแขยง ไกรค้อมหัวให้เอกชยากับสดศรีก่อนเดินคอตกกลับไป สดศรีพยุงเอกชยาที่เดินอย่างอ่อนแรงขึ้นไปนอนพัก ดารารุ่งหันมามองหน้าคุณรัตน์

    "ดารารัตน์...แกเห็นความชั่วร้ายของผู้ชายแล้วใช่ไหม ถ้าแกยังอยากจะหาเหาใส่หัว เอาความชั่วร้ายตกต่ำมาสู่ชีวิตแก ก็เชิญไปยุ่งกับไอ้กุลีปกรณ์ได้ตามสบาย ฉันจะไม่ห้ามแกอีกต่อไป"

    ดารารุ่งจ้ำพรวดๆกลับห้องตัวเอง  คุณรัตน์ยืนหลบสายตาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอคิดอะไร...

    ทางฝ่ายไกรกลับถึงบ้าน หยิบเหล้ามาดื่มดับความทุกข์จนเมามาย อรอนงค์สบโอกาสวางแผนจะมอมเหล้าไกร ทำทีนั่งดื่มเป็นเพื่อนรอคอยจังหวะเหมาะ...

    เย็นวันเดียวกัน ดารารุ่งทำความสะอาดห้องเก็บกวาดเศษชุดแต่งงานใส่ขยะ คุณน้อยพาคุณนิจที่กอดปุยมาเคาะประตูห้องก่อนเปิดเข้ามา คุณน้อยบอกว่าคุณแม่เป็นห่วง เห็นคุณรุ่งไม่ลงไปกินมื้อเย็นเลยให้ขึ้นมาตาม ดารารุ่งขอโทษอ้างว่าทำความสะอาดเพลินไปหน่อย   คุณนิจ

    เป็นห่วงพี่สาวที่ต้องยกเลิกงานแต่งงาน  ดารารุ่งยิ้มดึงน้องเข้ามากอด

    "คุณนิจขา เรื่องแต่งงานไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะ สำหรับพี่ ครอบครัวของเราต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ พี่มีหน้าที่ต้องดูแลคุณแม่ คุณรัตน์ คุณน้อย คุณนิจแล้วก็ป้าพริ้งให้มีความสุข"

    "น้อยดีใจจังเลยค่ะที่คุณรุ่งเข้มแข็ง แต่ท่าทาง...คุณไกรคงจะแย่นะคะ"

    "คุณน้อย...อย่าพูดชื่อนี้ให้พี่ได้ยินอีกเป็นอันขาด พี่ขยะแขยง ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ไม่มีความเจ็บปวดอะไรหรอก มีแต่ความใคร่ตัณหา ดีไม่ดี...ตอนนี้เขาอาจจะสำเริงสำราญอยู่ก็ได้" ดารารุ่งยิ้มเยาะ...

    ในเวลาเดียวกัน ไกรเมามายไม่ได้สติ ถูกอรอนงค์ทั้งลากทั้งดึงขึ้นไปยังห้องของเขา พาไปนอนบนเตียง แล้วเดินไปหยิบอ่างน้ำเย็นพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาเช็ดหน้าตาให้ไกร ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเขาออก ลูบไล้ไปตามตัวอย่างรักใคร่ ไกรปัดมือเธอออก

    "เอ๊ะ...พี่ไกร...อยู่นิ่งๆสิคะ...ประเดี๋ยวเถอะ...ถูกตีตาย" อรอนงค์ยังเช็ดตัวเขาเรื่อยๆ

    ไกรผลักเธอออก อรอนงค์ไม่ทันระวังตัว ทำท่าจะล้ม แต่มือไวคว้าตัวไกรไว้ได้ ร่างของเธอเลยล้มทับบนตัวเขา หน้าชนกันพอดี อรอนงค์ก้มลงจูบเขาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยแรงเสน่หา ไกรจูบตอบทั้งๆที่ไม่มีสติ ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยตามเลยสมดังใจอรอนงค์...

    ผ่านไปพักใหญ่ กรุณเพิ่งกลับจากประเทศ เดินทางมาถึงบ้าน เรไรรีบเข้ามาต้อนรับ กรุณเห็นรถไกรจอดอยู่ แต่ไม่เห็นเจ้าของ ถามเรไรว่าไกรอยู่ไหน เรไรอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าบอก กรุณเดินเข้าบ้านเห็นแต่กองเครื่องดื่มกับแก้วเหล้าวางเกลื่อน ถามว่าทำไมไกรต้องดื่มหนักขนาดนี้

    "คุณดารารุ่งยกเลิกการแต่งงานค่ะ"

    กรุณตกใจ คาดไม่ถึงว่าไปต่างประเทศไม่กี่วันจะเกิดเรื่อง ตรงไปทุบประตูห้องไกรปังๆๆจะเรียกลูกมาคุยให้รู้เรื่อง ไกรนอนหลับไม่ได้สติ อรอนงค์สะดุ้งเฮือก ยิ้มร่า บีบน้ำตารอว่าที่พ่อสามี กรุณโมโหทุบประตูอีก แต่ทุกอย่างเงียบ สั่งเรไรไปหยิบกุญแจสำรองมาไข เรไรรีบทำตามคำสั่ง

    ด้านในห้องนอน อรอนงค์พยายามปลุกไกร แต่ ไม่สำเร็จ จึงลุกขึ้นฉุดตัวเขา ไกรตัวใหญ่กว่ามากอรอนงค์ ออกแรงดึงสุดฤทธิ์ เขาลุกขึ้นจนได้ แต่เธอกลับเป็นฝ่ายเสียหลัก ร่างของไกรล้มทับบนตัวอรอนงค์ เป็นจังหวะเดียวกับกรุณไขกุญแจห้องเข้ามาพอดี อรอนงค์สบโอกาส กรีดร้องลั่น

    "คุณลุง...ช่วยอนงค์ด้วย...พี่ไกรขืนใจอนงค์"

    ไกรงัวเงีย โงหัวขึ้นมองด้วยสายตาพร่ามัว ก่อนจะแจ่มชัดขึ้น เมื่อกรุณถลันตัวเข้ามาใกล้ แต่แล้วต้องหยุดชะงักเพราะเจ็บแปล๊บที่หน้าอก กรุณกุมอกด้านซ้ายด้วยความเจ็บปวดก่อนทรุดฮวบลงตรงนั้น ไกรตกใจหายเมาเป็นปลิดทิ้ง...ขณะเดียวกัน เอกชยาสะดุ้งสุดตัว ตกใจตื่น ฝันร้ายถึงกรุณ

    ooooooo

    ถึงวันแรม 15 ค่ำตามนัด คุณรัตน์นอนรออย่างกระวนกระวายใจ จนเห็นว่าน้องสาวทั้งสองคนหลับสนิท ค่อยลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่จัดไว้เรียบร้อยแล้ว ย่องออกจากห้อง เสียงประตู ทำให้ปุยขู่ คุณนิจกับคุณน้อยรู้สึกตัวตื่น ทันเห็นหลังคุณรัตน์ไวๆ

    "คุณรัตน์ต้องแอบไปหานายปกรณ์อีกแน่ๆ เฮ่อ... ทำไมพูดไม่รู้จักฟังบ้างเลย"

    คุณน้อยลงจากเตียงจะไปห้ามแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นประตูตู้เสื้อผ้าแง้มอยู่  นึกสังหรณ์ใจเปิดออกดูเห็นแต่ตู้ว่างเปล่า รีบวิ่งไปที่หน้าต่าง เห็นคุณรัตน์หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลับๆล่อๆไปที่ประตูรั้ว  รู้ทันทีว่าคุณรัตน์จะทำอะไร พุ่งออกจากห้องพร้อมด้วยคุณนิจตรงไปเคาะประตูเรียกดารารุ่ง

    เสียงเคาะประตูโครมคราม ปลุกทุกคนในเรือนใหญ่ตื่น ดารารุ่งรีบลุกขึ้นมาเปิดประตู คุณน้อยละล่ำละลักบอกว่า คุณรัตน์หนีออกจากบ้าน ดารารุ่งตกใจแทบสิ้นสติ ส่วนคุณรัตน์รีบร้อนวิ่งหนีสะดุดก้อนหินล้มคะมำ ยันตัวลุกขึ้นวิ่งต่อ  ดารารุ่งไม่อยากให้คุณนิจเห็นตัวอย่างไม่ดีเลยสั่งให้กลับเข้าบ้านกำชับว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ดารารุ่ง คุณน้อยกับป้าพริ้งรีบวิ่งตามคุณรัตน์

    คุณนิจยืนตัวสั่นมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก เอกชยากับสดศรีปราดเข้ามาถามคุณนิจว่ามีเรื่องอะไร คุณนิจลืมที่พี่สาวสั่ง บอกแม่ว่าคุณรัตน์หนีออกจากบ้าน พ่อและแม่ถึงกับหน้าเสีย...

    ด้านคุณรัตน์กัดฟันวิ่งกะเผลกๆหนี ดารารุ่งกับพวกตามมาติดๆ คุณรัตน์วิ่งสะดุดก้อนหินอีกครั้งล้มกลิ้ง กระเป๋าเสื้อผ้าเปิดอ้า ถุงผ้าใส่เงินหล่นออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าอีกหลายชิ้น อารามรีบร้อนเธอกวาดเสื้อผ้าเข้ากระเป๋า แต่ไม่ได้หยิบถุงใส่เงินไปด้วย ดารารุ่งตามมาทัน คว้าแขนคุณรัตน์ไว้

    "นี่โกรธพี่ถึงขนาดหอบผ้าหอบผ่อนหนีออกจากบ้านเชียวรึ...กลับบ้านเดี๋ยวนี้ มีอะไรค่อยๆพูดกัน"

    คุณรัตน์สะบัดแขนออก ประกาศลั่นว่าไม่กลับ จะไปอยู่กับปกรณ์ ดารารุ่งโกรธด่าว่าสิ้นคิด คุณรัตน์ด่ากลับว่าคุณรุ่งเป็นโรคจิต ชอบบังคับข่มขู่ให้คนอื่นคอยทำตามใจตนเอง ดารารุ่งโมโหสุดขีดตบหน้าน้องอย่างแรงแล้วดึงมือไว้ คุณรัตน์ดิ้นรนจะหนีไปให้ได้ สองคนฉุดกระชากกันไปมา

    คุณรัตน์เหวี่ยงพี่สาวจนกระเด็น คุณน้อยกับป้าพริ้งรีบวิ่งเข้ามาประคองดารารุ่ง คุณน้อยร้องไห้อ้อนวอนขอร้องคุณรัตน์อย่าไป คุณรัตน์อ้างว่าต้องการมีชีวิตใหม่ในที่ที่ไม่มีคุณรุ่ง ป้าพริ้งติงว่าทำไมคุณรัตน์ถึงพูดอย่างนั้นกับพี่สาว ดารารุ่งมองน้องอย่างเจ็บปวด

    "ช่างเถอะค่ะป้าพริ้ง ถ้าคุณรัตน์อยากไปก็ไปเลย รุ่งก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณรัตน์กับไอ้กุลีนั่นจะไปได้สักกี่น้ำ ถ้าไม่มีนี่" ดารารุ่งคว้าถุงเงินที่น้องทำหล่นชูขึ้นมา คุณรัตน์อยากได้คืนแต่ต้องตัดใจ

    "ได้ค่ะ...รัตน์จะพิสูจน์ให้คุณรุ่งเห็นว่า ความรักของรัตน์เอาชนะได้ทุกสิ่ง รวมทั้งคำพูดจาดูหมิ่นดูแคลนของคุณรุ่ง" คุณรัตน์คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเดินจากไป ดารารุ่งน้ำตาร่วงตะโกนไล่หลัง

    "ไปเลย...จะไปลงนรกที่ไหนก็ไปเลย ผู้หญิงที่หนีตามผู้ชาย ทำให้พ่อแม่อับอาย ทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ไม่มีทางได้ดีหรอก ดารารัตน์"

    คุณรัตน์น้ำตาไหลพรากไม่ยอมหันกลับมามอง กัดฟันวิ่งหนีไปทั้งที่ขาเจ็บ คุณน้อยร้องไห้โฮ ดารารุ่งมองตามน้อง ใจหายรู้สึกเหมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายหายไป...จากนั้นไม่นาน คุณรัตน์ก็วิ่งขากะเผลกมาถึงบึง ปกรณ์ยิ้มออกเพราะรอนานจนคิดว่าเธอเปลี่ยนใจ คุณรัตน์ ยื่นมือให้ปกรณ์ บอกว่าจะพาเธอไปไหนก็ได้ขอแค่ให้พ้นจากคุณรุ่งก็พอ ปกรณ์จูงเธอไปยังกระท่อมริมบึงหลังไทรต้นใหญ่

    "ทำไมคุณปกรณ์พารัตน์มาที่นี่คะ"

    ปกรณ์อ้างว่าถ้าพาไปบ้านเขา ดารารุ่งอาจจะมาพรากเธอกลับไป และที่สำคัญที่นี่มีต้นไทรศักดิ์สิทธิ์ เขาอยากให้เจ้าพ่อไทรทองเป็นพยานรักของเราสองคน  แล้วจับมือคุณรัตน์นั่งลงต่อหน้าต้นไทร

    ปกรณ์แสร้งทำหน้ามุ่งมั่น ยกมือไหว้ สาบานว่าจะรัก จะซื่อสัตย์และเทิดทูนเธอตราบจนวันตาย ถ้าวันใดผิดคำสาบานขอให้ชีวิตมีอันเป็นไป ต้องทุกข์ทรมานจนตาย  คุณรัตน์กล่าวคำสาบานตาม  ทั้งสองมองสบตากันซึ้งใจ...จากนั้น ปกรณ์พาเธอเข้าไปในกระท่อม จูงไปนั่งที่แคร่ก่อนก้มลงจูบ คุณรัตน์ตัวสั่นหลับตาลงเพราะเขินอาย เธอจึงไม่มีโอกาสเห็นสายตาหื่นกระหายปราศจากความรักของปกรณ์...

    สดศรีกับเอกชยารอลูกกลับมาอย่างกระวนกระวายใจ พอเห็นดารารุ่ง  คุณน้อย  กับป้าพริ้งกลับมาโดยไม่มีคุณรัตน์ มาด้วย สดศรีน้ำตาคลอถามหาลูกสาวคนรอง พอรู้ว่าลูกหนีตามปกรณ์ไปแล้ว สดศรีเสียใจมาก รับไม่ได้จะออกไปตามคุณรัตน์กลับ ดารารุ่งรีบเข้ามาห้ามแม่ แต่เธอไม่ฟัง

    "อย่าห้ามแม่เลย...สุดหล้าฟ้าเขียวแม่ก็จะไปตามหาคุณรัตน์ให้เจอ"

    สดศรีผลักดารารุ่งพ้นทางแล้ววิ่งไปที่บันได แต่ ไม่ทันระวังสะดุดขาตัวเองกลิ้งตามขั้นบันได ตกลงมาหัวกระแทกพื้นอย่างแรงเลือดไหลนอง นอนแน่นิ่ง ทุกคนต่างตะลึงงันด้วยความตกใจ ดารารุ่งได้สติรีบวิ่งลงมาประคองแม่ คุณน้อยกับคุณนิจตามมาช่วยกันเขย่าตัว แต่สดศรีนอนไม่ไหวติง ดารารุ่งเอะใจเอามืออังจมูก ไม่มีลมหายใจออกมา ถึงกับกรีดร้องลั่น

    "คุณแม่ไม่อยู่กับเราแล้วค่ะ...คุณแม่ไม่อยู่กับเราแล้ว"

    ดารารุ่งร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ  ดึงน้องทั้งสองมา กอด ร้องไห้กันระงม เอกชยาตกใจ เข้ามาจับชีพจร แต่มันไม่เต้น รีบคว้าร่างสดศรีมากอดไว้แนบอก ร้องไห้อย่างไม่อายใคร สลวยน้ำตาซึม เข่าอ่อนทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ดารารุ่งสะเทือนใจมาก

    "ดารารัตน์...แกทำให้คุณแม่ต้องตาย...จนวันตายฉันก็ไม่มีวันอภัยให้แก" ดารารุ่งคำรามลั่น

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ขณะกรุณนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง ไกรเดินเข้ามานั่งข้างๆ กรุณไม่พอใจเมินหน้าหนี ไกรรู้ตัวยกมือไหว้ ขอโทษต่อทุกสิ่งที่ทำผิดพลาดไป กรุณตัดพ้อว่าขอโทษไปก็ไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างพังหมดแล้วเพราะความมักง่ายของไกรเอง ไกรขอร้องว่าอย่าซ้ำเติมเขาอีกเลย แค่นี้ก็ช้ำใจมากแล้ว

    "ได้...พ่อจะไม่พูดอะไรอีกก็ได้ แต่ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น แกต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง โดยเฉพาะเรื่องของอรอนงค์..."

    ด้านอรอนงค์ไม่ปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน เร่งรัดไกรให้หาฤกษ์แต่งงานกับเธอทันที ไกรชะงัก คาดไม่ถึงว่าจะกะทันหันแบบนี้ ยังไม่ทันจะพูดอะไร เรไรเข้ามาบอกว่ามีโทรศัพท์จากบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมแจ้งว่า คุณสดศรีเสียชีวิตแล้ว ไกรตกใจพูดอะไรไม่ออก...

    บรรยากาศในงานฌาปนกิจสดศรีเต็มไปด้วยความเศร้าสลด กรุณ ไกร กับอรอนงค์มาเคารพศพสดศรีเป็นครั้งสุดท้าย ไกรเห็นดารารุ่งปรี่เข้าไปทักทาย แต่ดารารุ่งมองผ่านเหมือนเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ เดินหนีหน้าตาเฉย ไกรได้แต่มองตาละห้อย ทำท่าจะเดินตาม อรอนงค์รีบมาเกาะแขนถามว่าจะไปไหน ไกรแกะมือเธอออก เตือนว่าที่นี่เป็นวัด เธอควรจะสำรวมหน่อย

    "เกรงใจวัด...หรือเกรงใจคุณดารารุ่งกันแน่คะ"

    กรุณทนไม่ไหว หันมาดุอรอนงค์ หญิงสาวไม่กล้าแผลงฤทธิ์ จำต้องหุบปาก กรุณลุกขึ้นบอกไกรว่าจะไปรอที่รถ เสร็จแล้วให้รีบตามไป อรอนงค์บ่นน้อยใจที่กรุณทำท่าเหมือนกับรังเกียจเธอ

    "คุณพ่อคงยังทำใจไม่ได้มั้ง...ที่จะมีสะใภ้ที่ไม่ได้

    รับเชิญ" ไกรว่าแล้วลุกหนี

    อรอนงค์ตะโกนเรียกไกรอย่างคนไม่มีมารยาท ทุกคนในงานศพหันขวับมามองอย่างตำหนิ...

    ดารารุ่งโกรธมากที่เถ้ากระดูกแม่ยังไม่ทันหายอุ่น พ่อก็พาหญิงสาวหุ่นอวบอั๋นเข้ามาคลอเคลียอยู่ที่ศาลาในสวนหน้าบ้าน คุณน้อยรีบเปลี่ยนเรื่องพูดไม่อยากให้ พี่สาวหมกมุ่นกับเรื่องของพ่อ

    "ตกลง คุณรุ่งจะไม่ให้บอกคุณรัตน์เรื่องคุณแม่ จริงๆหรือคะ"

    "ดารารัตน์เป็นคนทำให้คุณแม่ต้องตาย คุณน้อยคิดว่าดารารัตน์สมควรที่จะมาร้องไห้ต่อหน้าศพคุณแม่ด้วยหรือ...พี่จะไม่ให้มันเหยียบบ้านหลังนี้อีกต่อไป" ดารารุ่งพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน...

    คืนเดียวกัน   กรุณคิดทบทวนเรื่องต่างๆแล้วตัดสินใจเดินไปเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทาง  ไกรเปิดประตูเข้ามาเห็นถามว่าจะเก็บเสื้อผ้าไปไหน กรุณจะไปอยู่บ้านต่างจังหวัด  ส่วนบ้านหลังนี้เขาจะยกให้เป็นเรือนหอของไกรกับอรอนงค์ ไกรไม่ได้รักอรอนงค์และไม่เคยคิดจะแต่งงานด้วย

    "ไม่ได้...ลูกเป็นผู้ชาย ทำอะไรต้องรู้จักรับผิดชอบ อีกอย่างพ่อแม่ของอรอนงค์ก็เป็นเพื่อนกับพ่อ ถ้าลูกไม่รับผิดชอบ ต่อไปสองตระกูลคงมองหน้ากันไม่ติด...เสร็จงานแต่งของแกเมื่อไหร่ พ่อจะไปทันที"

    ไกรยอมทำตามที่พ่อต้องการ ลงไปบอกอรอนงค์ว่าเขาจะแต่งงานด้วย แต่มีข้อแม้ว่าจะจัดแค่งานเล็กๆ อรอนงค์ย้อนถามว่าทีเวลาจะแต่งกับดารารุ่ง ทำไมถึงจัดใหญ่โตเอิกเกริก ไกรตอบอย่างไม่รักษาน้ำใจว่าเพราะเขารักดารารุ่งและอยากแต่งงานกับเธอ อรอนงค์ต่อว่าเสียงเครือสั่นว่าทำไมต้องทำร้ายจิตใจเธอ

    "อรอนงค์ก็น่าจะรู้ว่าเรื่องระหว่างเรามันเกิดขึ้นเพราะอะไร สิ่งที่พี่ทำถือว่าพี่รับผิดชอบอรอนงค์อย่างถึงที่สุดแล้ว อย่าบังคับจิตใจพี่มากกว่านี้นักเลย...กลับบ้านเถอะ ดึกแล้วพี่จะพักผ่อน แล้วก็ไม่ต้องห่วงพี่เป็นลูกผู้ชายพอ อย่างไรพี่ต้องรับผิดชอบอรอนงค์ ถึงแม้พี่จะไม่เต็มใจก็ตาม"

    อรอนงค์มองไกรเดินจากไปอย่างเจ็บช้ำ พาลโทษว่าเป็นเพราะดารารุ่ง ไกรถึงกับทำกับเธอแบบนี้...

    ในเวลาเดียวกัน หญิงสาวสวยประคองเอกชยาที่เมามายแทบไม่ได้สติมาที่เตียงนอน บอกเขาให้รอสักครู่ เธอจะไปเอาผ้าเย็นมาเช็ดหน้าให้ เอกชยาเฝ้าแต่พึมพำว่าคิดถึงสดศรี หญิงสาวกลับเข้ามาพร้อมอ่างน้ำกับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ปลดกระดุมเสื้อเขาออก เช็ดตามเนื้อตามตัวให้

    ทันใดนั้น เอกชยาหายใจติดขัด แน่นหน้าอก เอามือกุมอกด้านซ้ายด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวตกใจวิ่งหน้าตื่นออกมาเจอดารารุ่งซึ่งเพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ละล่ำละลักบอกว่าคุณชายเป็นอะไรไม่รู้ ดารารุ่งตกใจวิ่งตรงมาที่ห้องเอกชยา เห็นเสื้อผ้าหลุดลุ่ยนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียง หันไปถามหญิงสาวว่าทำอะไรท่าน หญิงสาวปฏิเสธลั่นว่าเปล่าแล้ววิ่งหนีออกไปด้วยความตกใจ

    "ดารารุ่ง ชะ...ช่วยพ่อด้วย...ช่วยด้วย"

    ดารารุ่งวิ่งเข้าไปหาพ่อ แต่แล้วกลับชะงักยืนมองด้วยสีหน้าสับสน ภาพที่พ่อทำร้ายแม่และทำร้ายเธอผุดขึ้นมาในความคิดของดารารุ่ง เอกชยายื่นมือมาขอความช่วยเหลือ จนร่างพลัดตกเตียง มือของเขาไขว่คว้าขาเธอจนได้ ร้องขอให้ช่วย ดารารุ่งกลับสลัดขาออก ถอยกรูด สีหน้าสับสนเจ็บปวด หันหลังวิ่งจากไป เอกชยาร้องเรียกดารารุ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขาดใจตายโดยที่เธอไม่รู้...

    ดารารุ่งวิ่งเข้าห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว ปิดประตูยืนนิ่ง สีหน้าสับสนว้าวุ่นใจ นึกเป็นห่วงพ่อขึ้นมา ทำท่าจะเปิดประตู แต่แล้วหยุดกึก หันหลังกลับ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นสับสนไปหมด ใจหนึ่งอยากกลับไปช่วยพ่อ ส่วนอีกใจหนึ่งสมน้ำหน้าเขาที่ต้องเจอแบบนี้

    สำนึกสองฝ่ายต่อต้านกันอย่างรุนแรง มีเสียงเถียงกันก้องอยู่ในหัวของเธอ ดารารุ่งปวดหัวจนหัวแทบจะ ระเบิด ต้องล้มตัวลงนอนดิ้นทุรนทุราย กรีดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะหมดสตินอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    เสียงร้องไห้ระงมและเสียงทุบประตูห้องของคุณน้อยกับคุณนิจปลุกดารารุ่งให้รู้สึกตัว ลืมตาขึ้นยังมึนๆหนักหัว เธอเดินโผเผมาเปิดประตูห้อง น้องสาวทั้งสองคนโผเข้ามากอด

    "คุณรุ่งขา...คุณพ่อ...คุณพ่อเสียแล้วค่ะ"

    สติสัมปชัญญะของดารารุ่งกลับคืนมาครบถ้วน วินาทีนั้นเอง...

    มาโนชเดินทางไปต่างประเทศเสียหลายวันจึงไม่รู้ข่าวคราวบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม  คืนนี้เขาเพิ่งเดินทางกลับ ละอองจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า สดศรีตายแล้ว ตกบันไดหัวกระแทกพื้นอย่างแรง และอีกไม่กี่วันถัดมาเอกชยาก็หัวใจวายตาย เพิ่งเผาศพไปเมื่อสองสามวันก่อน แต่เนื่องจากละอองไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้ไปช่วยงาน มาโนชสงสารและเห็นใจคุณๆบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมอย่างมาก

    "ฮือ...ขาดพ่อขาดแม่ไป ไม่รู้จะเป็นอย่างไรกัน มีแต่ลูกสาวทั้งนั้น...เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้..."

    ตั้งแต่เอกชยาตาย ดารารุ่งไม่ยอมกินข้าวกินปลาเอาแต่นอนน้ำตาซึม โทษตัวเองที่เป็นเหตุให้พ่อต้องตาย คุณน้อยกับคุณนิจยกถาดอาหารมาให้ ดารารุ่งก็ไม่แตะต้องอ้างว่าไม่หิว คุณน้อยเป็นห่วงพี่สาวไม่กินอะไรมาเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว เดี๋ยวเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน เราสองคนจะอยู่กันอย่างไร

    "จริงๆพี่สมควรที่จะตายตามคุณพ่อคุณแม่ไปด้วยซ้ำ"

    "ไม่นะคะ คุณรุ่งอย่าพูดแบบนี้ ยิ่งตอนนี้เหลือพวกเรากันอยู่แค่นี้...อย่าพูด...น้อยไม่สบายใจ น้อยรักคุณรุ่ง" คุณน้อยกอดพี่สาวไว้อย่างรักใคร่ คุณนิจตามเข้ากอดด้วย บอกว่ารักคุณรุ่งเช่นกัน

    "พี่ก็รักคุณน้อยกับคุณนิจ" สามคนพี่น้องกอดกัน ร้องไห้อย่างน่าเวทนา จังหวะนั้น ป้าพริ้งเข้ามารายงานว่า อรอนงค์มาขอพบ...ครู่ต่อมา ดารารุ่งลงมาที่ห้องรับแขก อรอนงค์ซึ่งนั่งรออยู่ บุ้ยใบ้กับเรไรที่ยืนอยู่ด้านหลัง เรไรทำหน้าไม่พอใจอรอนงค์ก่อนยื่นซองสีชมพูให้ดารารุ่ง

    "คุณพ่อ...เอ๊ย...คุณกรุณ ให้ฉันเอาการ์ดมาเชิญเธอน่ะ...งานแต่งงานของฉันกับพี่ไกร"

    ดารารุ่งกำลังจะเปิดซองออกดู ชะงัก ตัวชา บอกอรอนงค์ว่าถ้าหมดธุระแล้วเธอขอตัว ทำท่าจะลุกขึ้น อรอนงค์โพล่งขึ้นทันทีว่ายังไม่หมด ดารารุ่งไม่สนใจ เดินหนี อรอนงค์ยังสะใจไม่พอเดินตามมาหาเรื่องดารารุ่งอีก ดารารุ่งด่ากลับให้บ้าง อรอนงค์โกรธตบหน้าดารารุ่งฉาดใหญ่ ดารารุ่งไม่ยอมแพ้ตรงเข้าจิกผมอรอนงค์ ตบซ้ายตบขวาไม่ยั้ง เรไรร้องห้ามเสียงหลง สองสาวไม่มีใครยอมใครต่างตบตีกันอุตลุด

    เสียงเอะอะดังขึ้นไปถึงบนบ้าน คุณน้อย คุณนิจกับฤกษ์ ป้าพริ้ง และสลวยกำลังจุดธูปไหว้อัฐิเอกชยากับสดศรีอยู่ในห้องพระ ตกใจ รีบวิ่งลงมาดู เห็นสองสาวกำลังต่อสู้กัน ทุกคนรีบเข้าไปแยกทั้งคู่ออก ดารารุ่งตะโกนไล่อรอนงค์ให้ออกไปจากบ้านเธอเดี๋ยวนี้ เรไรจะลากอรอนงค์ กลับแต่เธอสะบัดมือออก

    "ปล่อยฉัน...จำไว้ ฉันกับพี่ไกรกำลังจะแต่งงานกัน เธออย่าได้ไปเหยียบบ้านพี่ไกรอีก...พี่ไกรเป็นของฉันคนเดียว" อรอนงค์กลับไปในสภาพสะบักสะบอม เรไรหันมาขอโทษดารารุ่งแล้วเดินตามอรอนงค์

    ดารารุ่งมองอรอนงค์อย่างเจ็บแค้น "ฉันไม่เคยอยากได้ผู้ชายเลวๆพรรค์นั้น" พูดได้แค่นั้น ดารารุ่งกรีดร้องลั่นราวกับคนเสียสติ  ล้มลงชักดิ้นชักงอตาเหลือก  ทุกคนต่างตกใจช่วยกันจับเธอให้อยู่นิ่งๆ ดารารุ่งกรี๊ดสุดเสียง ก่อนหมดสติ

    ooooooo

    พอถึงบ้านไกร อรอนงค์ลงจากรถได้ก็เดินลิ่วๆเข้าบ้าน   เรไรตามไปด่าอรอนงค์ว่าหน้าด้านมากที่ฉวยโอกาสตอนคุณไกรไม่อยู่ไปทำร้ายคุณดารารุ่ง อรอนงค์หันขวับมามองตาเขียว

    "ช่วยไม่ได้ ในเมื่อพี่ไกรอยากรักมัน...ขนาดอีกไม่กี่วัน จะแต่งงาน พี่ไกรยังขลุกอยู่กับคุณลุงที่ราชบุรี ไม่ยอมกลับมาซักที"

    "ของที่แย่งเขามาก็เป็นอย่างนี้แหละ มันร้อนรนทุรนทุราย... ทางที่ดี คุณควรปล่อยคุณไกรให้เป็นอิสระ ให้คุณไกรได้ไปอยู่กับคนที่เขารัก อย่าได้ผูกมัดคุณไกรด้วยอุบายที่คุณสร้างขึ้นเลย"

    อรอนงค์ไม่มีวันปล่อยไกรไปหานังดารารุ่งเด็ดขาด เรไร สมเพชเธอมาก จากที่เคยเกลียดดารารุ่งตอนนี้เรไรเกลียดและขยะแขยงอรอนงค์ที่สุด อรอนงค์ร้องกรี๊ดๆจิกผมเรไร ดึงเข้ามาตบเปรี้ยง ฐานปากดีเป็นแค่คนใช้อย่ากำแหงมาสั่งสอนเธอ เรไรไม่ตบตอบเพราะตอนนี้ฐานะของอรอนงค์เปลี่ยนไปแล้ว และ เธอไม่อยากเพิ่มเรื่องปวดหัวให้ไกร...

    ดารารุ่งยังอารมณ์ค้างจากอรอนงค์ตอนที่มาโนชมาขอพบ เธอจึงบอกป้าพริ้งช่วยไปบอกเขาว่าเธอไม่ค่อยสบาย อยากพักผ่อน คุณน้อยอาสาจะไปบอกเขาแทน...มาโนชสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยเมื่อคุณน้อยลงมาพบเขาแทนดารารุ่ง เขามาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเอกชยาและสดศรี

    "ขอบคุณค่ะ...แต่ทุกครั้งที่ได้ยินคนพูดอย่างนี้น้อยก็ยิ่งเสียใจ เพราะมันยิ่งตอกย้ำให้น้อยรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้อยู่ กับเราอีกแล้ว"

    "คุณน้อย...ผมขอโทษ...ผมไม่ได้ตั้งใจ"

    "เปล่าค่ะ...น้อยไม่ได้ว่าคุณมาโนช เพียงแต่น้อยรู้สึกโดดเดี่ยวจริงๆ"  คุณน้อยร้องไห้โฮราวกับมีเรื่องคับข้องใจ  มาโนชอดแปลกใจไม่ได้ที่เธอพูดแบบนี้  ในเมื่อเธอยังมีทั้งคุณรุ่ง คุณรัตน์และคุณนิจ คุณน้อยบอกเสียงอ่อยว่า ตอนนี้คุณรัตน์ไม่ได้ อยู่กับพวกเราแล้ว

    เรื่องราวต่างๆของคุณรัตน์ก็พรั่งพรูออกจากปากคุณน้อยราวกับทำนบแตก เธอสบายใจมากขึ้นที่ได้ระบาย และมาโนช ก็เป็นผู้ฟังที่ดี...

    ด้านคุณรัตน์หมกตัวอยู่แต่ในกระท่อมริมบึงกับปกรณ์ โดยไม่รู้ความเป็นไปที่เกิดขึ้น จนกระทั่งปกรณ์หิ้วกระเป๋าพาเธอมาที่บ้านของเขา คุณรัตน์แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้รู้ว่าพ่อกับแม่ของเธอตายแล้ว...

    คุณรัตน์ปล่อยโฮทันทีที่ดารารุ่งเปิดประตูรั้วบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมออกมา  ขอร้องดารารุ่งยอมให้เธอเข้าไปกราบอัฐิ พ่อกับแม่ ขยับจะเดินเข้าบ้าน ดารารุ่งยืนยันคำเดียวว่าไม่ แล้ว ใช้มือทั้งสองข้างผลักอกคุณรัตน์จนหงายหลัง คุณรัตน์ยกมือไหว้ ขอความเมตตาให้เธอเข้าไปกราบพ่อกับแม่

    "อยากกราบอัฐิท่านนักใช่ไหม...ได้...แต่แกต้องตายตามท่านไปก่อน นังคนเลว อกตัญญู"

    ไม่ว่าคุณรัตน์จะอ้อนวอนขอร้องอย่างไร ดารารุ่งยืนกระต่าย ขาเดียวไม่ยอมให้คุณรัตน์เข้าบ้าน ป้าพริ้งกับคุณน้อยสงสารคุณรัตน์ช่วยขอร้องอีกแรง ดารารุ่งก็ไม่ยอม ปกรณ์ตามมาสมทบ เห็นคุณรัตน์นั่งร้องไห้อยู่กับพื้น รีบเข้ามาประคอง ดารารุ่ง สั่งปกรณ์ให้รีบเอาเมียใฝ่ต่ำของเขากลับไปเดี๋ยวนี้

    "ไม่ไป" ปกรณ์เสียงกร้าว

    "หน็อยแน่ะไอ้กุลี...ไอ้คนชั้นต่ำ...สามหาว แกกล้าพูด กับฉันอย่างนี้เชียวรึ...ไปเอาปืนมาป้าพริ้ง"

    ป้าพริ้งเงอะๆงะๆ ดารารุ่งสั่งซ้ำเสียงดังว่าไปเอาปืนมา ป้าพริ้งสะดุ้ง  รีบรับคำวิ่งกลับบ้าน  คุณรัตน์ดึงแขนปกรณ์ ชวนกลับ ปกรณ์สะบัดแขนออก

    "ไม่กลับ...ไม่ต้องมาทำเป็นพูดมากเลยนังผู้ดี ทำไมฉันจะไม่รู้...ที่แกเสือกไสไล่ส่งคุณรัตน์เป็นเพราะแกอยากฮุบสมบัติไว้คนเดียว...ฉันจะพาเมียฉันไปก็ต่อเมื่อแกแบ่งทรัพย์ สมบัติมาให้ก่อน"

    ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ตกตะลึง ในที่สุดปกรณ์ก็เปิดเผย ตัวตนที่แท้จริงออกมา ดารารุ่งไม่ยอมให้สมบัติของราชศักดิ์มนตรีธรรมตกเป็นของคุณรัตน์หรือปกรณ์แม้แต่สตางค์แดงเดียว ปกรณ์เดือดดาล ด่าดารารุ่งว่าทั้งงกทั้งแก่อย่างนี้เองถึงถูก ผู้ชายทิ้ง ดารารุ่งโกรธมาก คว้าปืนจากป้าพริ้งไล่ยิงปกรณ์อุตลุด ปกรณ์คว้ามือคุณรัตน์วิ่งหนี

    "พรุ่งนี้ นิมนต์พระเก้าวัดมาด้วยนะป้าพริ้ง รุ่งจะทำบุญ ล้างซวย" ดารารุ่งพูดไปหอบไป...

    ฝ่ายปกรณ์กลับถึงบ้านแล้วยังด่าดารารุ่งไม่เลิก หาว่า จะฮุบสมบัติไว้คนเดียว ยุคุณรัตน์ให้ทวงคืน

    "รัตน์ไม่เคยสนใจในทรัพย์สมบัติพวกนั้น สิ่งที่รัตน์ สนใจคือรัตน์เป็นต้นเหตุทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องตาย และรัตน์ ก็จะไม่มีวันหน้าด้านเข้าไปขอแบ่งทรัพย์สมบัติของท่านแม้แต่ สตางค์แดงเดียว"

    "โง่ที่สุด...ถ้าคุณหน้าโง่ไม่เอาสมบัติของพ่อแม่คุณ คุณก็เอาเงินทองที่ติดตัวมาให้ผม"

    "ฉันไม่มีเงินทอง ไม่มีสมบัติอะไรทั้งนั้น"

    ปกรณ์ไม่เชื่อว่าผู้ดีอย่างเธอจะไม่มีสมบัติติดตัว ว่าแล้วตรงมารื้อค้นตามตัวคุณรัตน์ มาลีเห็นท่าทางกักขฬะของลูกแล้วทนไม่ได้  รีบเข้ามาขวาง สั่งให้ปล่อยคุณรัตน์เดี๋ยวนี้ ปกรณ์ไม่พอใจ ชวนสังข์ไปรื้อค้นกระเป๋าเสื้อผ้าของคุณรัตน์ คุณรัตน์ตกใจรีบวิ่งเข้าไปห้าม แต่ไม่ทัน ปกรณ์เทของในกระเป๋าออกมารื้อค้นกระจุยกระจาย แต่ไม่เจอข้าวของเงินทองสักชิ้น

    "โธ่เอ๊ย...ออกจากบ้านทั้งที  เงินทองซักสตางค์แดงเดียว ก็ไม่มี  นังผู้ดีตีนแดง  แกคิดว่าแกจะกินอากาศแทนข้าวได้รึไงวะ"

    คุณรัตน์ร้องไห้โฮ "ไหนคุณปกรณ์บอกว่าจะเลี้ยงรัตน์ จะดูแลรัตน์"

    "ไม่มีใครเลี้ยงแกทั้งนั้น ถ้าแกไม่มีเงินแกก็ต้องทำงาน แล้วถ้าขี้เกียจสันหลังยาวฉันเตะแกคว่ำแน่    นังหน้าโง่" ปกรณ์ยกกระเป๋าทุ่มเกือบถูกหน้าหญิงสาว แล้วบอกสังข์ว่าในเมื่อคุณรัตน์ไม่มีเงิน เราก็เอาเสื้อผ้าดีๆของเธอไปขาย ส่วนเธอหาเสื้อผ้าเก่าๆหรือไม่ก็ผ้าขี้ริ้วมาใส่แทน จะได้ประจานความโง่ของตัวเอง คุณรัตน์ฟังแล้วอยากกลั้นใจตายตรงนั้น...

    คุณน้อย ป้าพริ้ง กับคุณนิจเห็นคุณรัตน์แล้วพากันสงสารที่ต้องเจอกับคนเลวร้ายอย่างปกรณ์ แต่ดารารุ่งกลับสมน้ำหน้า แถมสาปแช่งคุณรัตน์ให้เจอแต่ความทุกข์ทรมานชั่วชีวิต

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ มาลีสอนคุณรัตน์ทำข้าวต้มมัด ความที่คุณรัตน์ไม่เคยทำของพวกนี้มาก่อน กว่าจะได้ แต่ละห่อทำใบตองแตกแล้วแตกอีก ขณะที่คุณรัตน์กำลังเปิดฝาหม้อลังถึงจะเอาถาดขนมวาง ปกรณ์เห็นท่าทางเก้ๆกังๆนึกรำคาญตะคอกใส่

    "ป่านนี้ยังไม่เสร็จอีก จะชักช้าไปถึงไหนนังผู้ดีตีนแดง"

    คุณรัตน์สะดุ้งเฮือก ทำฝาหม้อลังถึงร้อนๆตกใส่เท้าตัวเองถึงกับเต้นเร่าๆ เท้าเหยียบเข้าไปในถาดที่มีข้าวต้มมัดรอนึ่งเละเทะเสียหาย แทนที่ปกรณ์จะเป็นห่วงเธอกลับด่าว่าต่างๆนานา และตรงจะเข้าทำร้าย มาลีเข้ามาขวางไว้ทัน แล้วใช้ที่ตักถ่านเงื้อจะฟาดลูกตัวแสบ ปกรณ์กระโดดหนีแทบไม่ทัน...

    มาลีรีบเอาว่านหางจระเข้มาทาแผลให้คุณรัตน์ พลางถามว่าคนที่บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมไม่ได้บอกหรือว่าเธอไปหา   คุณรัตน์รู้เรื่องที่มาลีไปเตือนแต่เธอไม่เชื่อ   หนำซ้ำยังหนีตามผู้ชายจนทำให้พ่อแม่ต้องตาย คุณรัตน์พูดไปร้องไห้ไป เสียใจจนอยากจะฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอด

    "อย่าคิดอย่างนี้อีกนะคะคุณรัตน์ การได้เกิดมาเป็นคนนับว่าเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดแล้ว คิดซะว่าฟ้าเบื้องบนกำลังทดสอบความอดทนแล้วกันค่ะ คุณจะต้องเข้มแข็ง แล้วผ่านคืนวันโหดร้ายไปให้ได้...ไม่ต้องห่วง ฉันจะอยู่ข้างคุณเองค่ะ" มาลีกอดคุณรัตน์เอาไว้ คุณรัตน์กอดตอบราวกับต้องการที่พักพิง...

    คืนวันเดียวกัน ละอองเป็นห่วงเห็นลูกชายเอาแต่นั่งเหม่อลอย เดินมาถามว่าคิดอะไรอยู่ มาโนชกำลังคิดถึงดารารุ่ง สงสารที่เธอต้องสูญเสียพ่อกับแม่และยังถูกยกเลิกงานแต่งงานอีก ไม่รู้ว่าไกรทำอย่างนั้นกับดารารุ่งได้อย่างไร ถ้าเป็นเขา จะไม่มีวันทำให้เธอต้องเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว

    "ลูกรักคุณรุ่งหรือจ๊ะ" ละอองกลั้นใจถาม

    "ครับแม่ ผมรักคุณรุ่ง รักตั้งแต่วันแรกเห็นแล้วก็ยิ่งสงสารที่เธอต้องเผชิญกับโชคชะตาอันโหดร้ายเช่นนั้น ถ้าฟ้าจะเมตตา ผมก็อยากดูแลชีวิตที่เหลือของเธอ"

    ละอองถอนใจเฮือก อวยพรให้ลูกโชคดี ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงบ้านนี้นัก แต่ถ้าลูกรักใครเธอก็พร้อมจะรักด้วย มาโนชขอบคุณที่แม่คอยเป็นกำลังใจให้ แต่ดูเหมือนมาโนชคงต้องการมากกว่าโชคดี

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์