นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    กว่าคุณรัตน์จะกลับบ้านก็มืดแล้ว ชาตรีนั่งรออยู่ ด้วยความเป็นห่วงถามว่าหายไปไหนมา ตนไปตามหา ที่ป้าผ่องก็ไม่เจอ คุณรัตน์บ่นอย่างเหนื่อยใจว่า ปกรณ์ ลากเธอไปทำงานใช้หนี้ให้เขา

    "พ่อทำตัวแบบนี้อีกแล้ว" ชาตรีเอือมระอา

    "ช่างเขาเถอะ แม่ปลงแล้ว ก็คงต้องทนไปจนกว่าจะตายจากกันนั่นแหละ สำคัญก็แต่เราต้องระวังอย่าให้พ่อไปรบกวนคุณทิพย์ก็แล้วกัน"

    "วันนี้คุณทิพย์มาที่นี่ ผมกลัวว่าเธอจะรู้เรื่องจี้ดอกลั่นทมแล้ว   และเธอก็คงจะโกรธผม   เกลียดผม   ผมไม่รู้จะทำยังไงดีครับแม่   ผมกลัวคุณทิพย์เกลียดผมจริงๆ"   ชาตรีสีหน้าวิตกกังวล...

    ขณะเดียวกัน ดารารุ่งขับรถใจลอยจนเกือบจะขับข้ามไปอีกฝั่งของถนน ป้าพริ้งร้องเตือนให้ระวัง เธอจึงได้สติ รีบหักพวงมาลัยหลบ รถไถลเสียหลักจอดนิ่งข้างทาง หัวป้าพริ้งกระแทกกับคอนโซลรถถึงกับร้องลั่น ดารารุ่งขอโทษ ถามว่าเจ็บมากไหม

    "ป้าไม่เป็นไรค่ะ...คุณรุ่งหนักใจอะไรชาตรีรึเปล่าคะ" ป้าพริ้งถามแทงใจดำ

    ดารารุ่งหน้าเครียดขึ้นมาทันที "รุ่งไปที่บ้านชาตรี แต่เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่กับเขา ท่าทางสนิทสนมคุ้นเคยกันดี"

    "เป็นคนรักของเขารึเปล่าคะ...เพราะอายุอานามของชาตรีก็น่าจะมีคนรักได้แล้ว" ป้าพริ้งพูดให้สติ

    "ชาตรีจะมีใครอื่นนอกจากรุ่งได้อีกหรือคะ" ดารารุ่งน้ำตาคลอ เสียงสั่นพร่า

    "ได้สิคะ   เพราะชาตรีรักและเทิดทูนคุณรุ่งดุจผู้มีพระคุณ แต่ผู้หญิงคนนั้น อาจจะเป็นคนรักที่ชาตรีอยากจะสร้างครอบครัวด้วย"

    ดารารุ่งร้องไห้โฮ เธอไม่อยากให้ชาตรีมีคนอื่น อยากให้ มีแค่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ป้าพริ้งติงว่าเป็นไปไม่ได้ ชาตรีก็เหมือนคนทั่วไปที่ต้องมีคู่ครอง และมีครอบครัวของตัวเอง

    "เหมือนคุณนิจใช่มั้ยค่ะ   พอคุณนิจมีไอ้เมืองเล็ก คุณนิจก็ทิ้งรุ่งไปแล้วก็ไม่มีใครอยู่กับรุ่งสักคน"

    ดารารุ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ความอ่อนแอหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่ ป้าพริ้งดึงเธอมากอด

    "มีสิคะ...คุณรุ่งยังมีป้า จนตายป้าก็จะไม่มีวันทอดทิ้งคุณรุ่งไปไหน"

    "ป้าพริ้งสัญญานะคะ...ป้าพริ้งสัญญานะ"

    ป้าพริ้งสัญญาแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น   ดารารุ่งกอดป้าพริ้งตอบ เหมือนเป็นที่พักพิงสุดท้าย...

    ทางฝ่ายเมืองเล็กพยายามง้อคุณนิจเต็มที่ แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรคุณนิจก็ไม่ฟังเชื่อแต่เรื่องที่ชมพูพูดเป่าหู จนเมืองเล็กระอา บอกเสียงเข้มว่า

    "ถ้าคุณนิจเชื่อคำพูดของคนอื่นมากกว่าผม เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน" เมืองเล็กผละจากไป

    คุณนิจหน้าเสีย รีบวิ่งตาม เมืองเล็กเดินลิ่วๆออกจากบ้าน  เมืองใหญ่เดินสวนเข้ามา  ถามว่าจะไปไหน  เมืองเล็กหงุดหงิดมาก

    "ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่...เบื่อ"

    คุณนิจได้ยินถึงกับน้ำตาไหลพรากด้วยความน้อยใจเสียใจ ดึกคืนนั้นเธอหนีออกจากบ้านบุรีราชกรมโดยไม่มีใครรู้

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา สลวยเปิดประตูบ้านพักออกมาตกใจที่เห็นคุณนิจนั่งหลับตัวขดตัวงออยู่หน้าบ้าน ฤกษ์เดินตามมารีบประคองเข้าบ้าน  ถามไถ่ก็ได้ความว่าคุณนิจหนีออกจากบ้านเมืองเล็กตั้งแต่เมื่อคืน ฤกษ์ตำหนิว่าไม่น่าใจร้อนหนีออกมาดื้อๆอย่างนี้

    "ทำไมล่ะคะ   ในเมื่อคุณเล็กเบื่อนิจ   คุณเล็ก ไม่ต้องการนิจ"

    "ผัวเมียกันมันก็เหมือนลิ้นกับฟันอย่างนี้ล่ะค่ะ" สลวยปลอบ

    "นิจกับคุณเล็กไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ...นิจก็เลยคิดว่า ถ้าคุณเล็กมีคนอื่น นิจจะหลีกทางให้"

    "พี่ว่า   คุณนิจใจเย็นๆก่อนนะ   แล้วพี่จะคุยกับคุณเล็กให้"

    "ไม่ค่ะ...ที่นิจมาที่นี่เพราะนิจไม่อยากอยู่กับคุณเล็ก อีกแล้ว นิจไม่อยากช้ำใจเสียใจอีก"

    "แต่คุณเล็กรักคุณนิจมากเลยนะคะ" สลวยติง

    "นิจไม่เชื่อค่ะ...ถ้าน้าสลวยกับคุณฤกษ์จะกรุณา ขอนิจอยู่ด้วยคนนะคะ แล้วก็อย่าบอกใครที่บ้านบุรีราชกรมว่านิจอยู่ที่นี่ เพราะนิจอยากอยู่คนเดียวจริงๆค่ะ" คุณนิจ พูดราวกับจะตัดใจจากเมืองเล็กได้ สลวยกับฤกษ์มองคุณนิจอย่างเห็นใจ...

    ในเวลาเดียวกันที่บ้านบุรีราชกรม ศักดิ์กาย ฟองจันทร์ กับเมืองใหญ่กำลังกินอาหารเช้ากันอยู่   ศักดิ์กายไม่เห็นเมืองเล็กกับคุณนิจลงมาร่วมโต๊ะอาหาร หันไปถามป้าน้อมว่าทั้งคู่ไปไหน   ป้าน้อมรายงานว่าขึ้นไปตามแล้วแต่ไม่เห็น ไม่รู้ว่าหายไปไหนกัน

    "นายเล็กไม่อยู่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ"

    "อ้าว...แล้วนายเล็กไปไหน"

    "ไม่ทราบครับคุณพ่อ...ผมรู้แค่ว่าเมื่อคืนนายเล็กกับคุณนิจทะเลาะกัน"

    ศักดิ์กายกับฟองจันทร์ร้องขึ้นพร้อมกันโดยมิได้ นัดหมายว่า "อีกแล้วหรือ"

    "แล้วคุณนิจอยู่ไหน" ฟองจันทร์ชักเป็นห่วง

    เมืองใหญ่กับป้าน้อมส่ายหน้า   ศักดิ์กายถอนหายใจบ่นว่าคงจะงอนเมืองเล็กเช่นเคย   หายงอนเมื่อไหร่คงจะกลับมาเอง...ด้านเมืองใหญ่เป็นห่วงคุณนิจมากจึงออกไปตามหาที่บ้านคุณน้อย แต่คุณนิจไม่ได้ไปที่นั่น คุณน้อยแนะเมืองใหญ่ ลองไปตามที่บ้านฤกษ์

    "จริงสิ...ผมลืมคุณฤกษ์ไปได้ยังไง"

    "ผู้หมวดคงจะเป็นห่วงคุณน้านิจมากน่ะค่ะ เลยทำให้ลืมอะไรๆไปหมด" หนูนกแอบเหน็บ

    "คงจะจริง...งั้นผมขอตัวไปตามคุณนิจก่อนนะครับ"

    "หนูนก...ไปกับผู้หมวดหน่อยลูก แม่เป็นห่วงคุณนิจ"

    ยายแหววเห็นหนูนกลังเลเลยช่วยคะยั้นคะยออีกแรง อ้างว่าคุณน้อยไม่ค่อยสบาย ไม่อย่างนั้นคงไปตามคุณนิจด้วยตัวเองแล้ว หนูนกหนีไม่ออก จำต้องรับคำ เมืองใหญ่แอบยิ้มดีใจโดยไม่รู้ตัวที่หนูนกยอมไปด้วย ยายแหววมองตามสองหนุ่มสาว ก่อนหันมาบอกคุณน้อย

    "ท่าทางคุณผู้หมวดแปลกๆนะคะ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องมาตามคุณนิจที่นี่ก็ไม่รู้ แหววว่าคุณผู้หมวดต้องสนใจคุณหนูนกแน่ๆเลยค่ะ คุณน้อย"

    "แต่น้อยไม่อยากให้หนูนกสนใจผู้หมวดหรอกค่ะ"

    "ทำไมล่ะคะ"

    "น้อยชักเชื่อที่คุณรุ่งพูดแล้วสิคะว่าความรักมันทำให้ คนเราต้องทนทุกข์ และผู้ชายก็ไม่มีดีสักคน" คุณน้อยลุกขึ้น ปรายตามองรูปถ่ายมาโนชน้ำตาคลอ...

    ooooooo

    ขณะที่เมืองใหญ่กำลังขับรถไปบ้านฤกษ์ เห็นหนูนกนั่งเงียบผิดปกติ กระเซ้าว่าวันนี้ เธอคงลืมเอาปากมาจากบ้าน ไม่อย่างนั้นจะต้องพูดฉอดๆตลอดเวลา หนูนกหมั่นไส้ แกล้งถามเมืองใหญ่ว่าอยากให้เธอพูดมากใช่ไหม เมืองใหญ่ยิ้ม พยักหน้า หนูนกได้ทีว่า "ไอ้บ้า"

    "เฮ้ย...มาด่าผมทำไม"

    "ก็หนูนกไม่อยากคุยแล้วผู้หมวดมาเซ้าซี้ทำไม นี่ถ้าคุณแม่ไม่ขอร้อง จ้างให้หนูนกก็ไม่มา"

    แทนที่จะโกรธเมืองใหญ่กลับเบนรถจอดข้างทาง ถามอย่างอาทรว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ถ้ามีบอกเขาได้ หนูนกใจอ่อนยวบกับท่าทีของเขา แต่เมื่อคิดถึงที่ป้าน้อมบอกว่าเมืองใหญ่แอบมีใจให้คุณนิจ หนูนกเศร้าใจได้แต่ขอบคุณ แล้วเร่งเขาให้รีบไปบ้านฤกษ์ เดี๋ยวคุณนิจจะรอ

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกัน หนูนาเอาข้าวของเครื่องใช้มาให้แม่ดู เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ แต่เธอยังคงจำอะไรไม่ได้ ไกรเดินถือถาดอาหารที่ตกแต่งอย่างสวยงามเข้ามา หนูนาบอกเสียงอ่อยว่าแม่ยังจำอะไรไม่ได้เลย

    "คงต้องใช้เวลาหน่อยน่ะลูก...อนงค์ พี่ทำข้าวต้มกุ้งของโปรดมาให้ อนงค์กินหน่อยนะ"

    ไกรตักข้าวต้มป้อน อรอนงค์อ้าปากอย่างว่าง่าย แต่พอเหลือบเห็นดอกลั่นทมสีขาววางอยู่ในถาดอาหารเธอถึงกับสติแตก ร้องลั่นว่าเกลียดดารารุ่งๆ คว้าถาดอาหารทุ่มพื้น วิ่งหนีออกไป ไกรบอกหนูนาให้หยิบยาระงับประสาทมาให้ ก่อนวิ่งตามอรอนงค์...

    หนูนาใจเสียที่แม่อาละวาดหนัก รีบโทร.หาหนูนกที่บ้าน แต่หนูนกไม่อยู่ คุณน้อยมารับสายแทนบอกว่าหนูนกไปบ้านฤกษ์ มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า

    "คุณแม่อาละวาดค่ะ หนูนากลุ้มใจเลยอยากหาเพื่อนคุย ถ้าหนูนกไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร ขอบคุณมากค่ะคุณน้า ขอโทษที่รบกวน"

    "ไม่เป็นไรจ้ะ น้าเอาใจช่วยให้คุณแม่หนูนาหายเร็วๆนะจ๊ะ"

    "ขอบคุณค่ะ" หนูนกวางสายหน้าจ๋อย ขณะที่คุณน้อยวางสายแล้วถอนใจ

    "นี่ล่ะที่เขาเรียกว่าฟ้ามีตา คุณอรอนงค์ทำเวรทำกรรมกับคุณรุ่งเอาไว้ สุดท้ายตัวเองก็ต้องทุกข์ทรมาน...น่าสงสารลูกผัว...โทร.ไปบอกหนูนกด้วยแล้วกันยายแหวว   ฉันสงสารหนูนา"

    ยายแหววรับคำ รีบหมุนโทรศัพท์ไปบ้านฤกษ์ทันที ฤกษ์รับสายบอกว่าถ้าหนูนกมาถึงเมื่อไหร่ เขาจะบอกให้ ไม่นานนักเมืองใหญ่กับหนูนกขับรถมาจอดหน้าบ้านฤกษ์ คุณนิจขอร้องฤกษ์ อย่าบอกเมืองใหญ่ว่าเธออยู่ที่นี่

    "น้าว่ามีอะไรหันหน้าคุยกันดีกว่านะคะคุณนิจ เรื่องเล็ก มันจะได้ไม่บานปลายเป็นเรื่องใหญ่"

    "ไม่ค่ะ นิจไม่อยากเสียใจอีกแล้ว นิจไม่อยากหวาดระแวงแล้วนิจก็ไม่อยากเป็นบ้าเพราะความรัก" คุณนิจรอจนฤกษ์รับคำ จึงรีบหลบเข้าห้อง...

    พอหนูนกรู้ว่าคุณนิจไม่ได้อยู่บ้านฤกษ์ถึงกับร้องเอะอะเป็นห่วงว่าคุณนิจหายไปอยู่ไหนกันแน่ ฤกษ์แต่งเรื่องว่าเธออาจจะไปพักอยู่บ้านเพื่อน เมืองใหญ่เอ่ยชื่อ "ปรางเชย" ขึ้นมาทันที

    ฤกษ์พลอยเออออไปด้วย "งั้น...คุณนิจคงไปอยู่กับปรางเชย เหมือนผู้หมวดว่า"

    สลวยรู้งานรีบเปลี่ยนเรื่องพูด "ยายแหววโทร.มาค่ะ...บอกว่าตอนนี้คุณอรอนงค์อาละวาดหนัก คุณหนูนากำลังเสียขวัญมาก"

    "งั้นเราไปหาหนูนากันนะคะคุณน้าฤกษ์"

    ฤกษ์พยักหน้ารับคำ แล้วหนูนกกับฤกษ์ขึ้นรถเมืองใหญ่ บ่ายหน้าไปบ้านไกร

    ooooooo

    ไกรกับหนูนาถึงกับเหนื่อยหอบ กว่าจะทำให้อรอนงค์หยุดอาละวาด นอนหลับตานิ่งๆอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก จังหวะนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน หนูนาชะโงกมองที่หน้าต่าง

    "หนูนก พี่ใหญ่แล้วก็คุณฤกษ์มาค่ะคุณพ่อ" หนูนาพูดถึงฤกษ์ ดวงตาเป็นประกายสดใส

    สักพัก หนูนก ฤกษ์กับเมืองใหญ่เข้ามาในบ้าน ไกรบอกว่าอรอนงค์หลับไปแล้ว และขอบใจทุกคนที่เป็นห่วง ฤกษ์ขอโทษอรอนงค์กับหนูนาแทนดารารุ่งที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

    "อย่าไปโทษคุณรุ่งเลย...ทุกอย่างมันมีเหตุและมีผลทั้งนั้น" ไกรพูดอย่างปลงๆ

    "แต่ผมว่ายังไงหนูนกก็ไม่ควรพาหนูนากับคุณน้าอนงค์ เข้าไปหาคุณรุ่งอยู่ดี" เมืองใหญ่เหน็บหนูนก

    "เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าไปรื้อฟื้นเลยครับ...ผมขอตัวเข้าห้องน้ำเดี๋ยว"

    อรอนงค์ตาปรือๆแอบได้ยินทุกอย่าง มองตามฤกษ์ออกไปโดยเขาไม่รู้ตัว...

    ระหว่างที่ฤกษ์ออกไปเดินทอดอารมณ์อยู่ใต้ต้นลั่นทมที่สวนหน้าบ้านไกร ก้มเก็บดอกลั่นทมที่หล่นเกลื่อนพื้นขึ้นมา หนึ่งดอก   ทันใดนั้น   อรอนงค์ซึ่งถือท่อนไม้ขนาดย่อมอยู่ ด้านหลัง ฟาดไม้เข้าที่หัวฤกษ์อย่างแรง เขาร้อง "โอ๊ย" สุดเสียง หันขวับมามอง เห็นอรอนงค์จ้องตาขวาง ตะโกนก้องว่า

    "ลั่นทม...ลั่นทม" อรอนงค์เงื้อไม้ขึ้นจะฟาดใส่ฤกษ์อีก

    ฤกษ์ร้องห้าม พร้อมกับยกมือขึ้นกัน เสียงเอะอะดังเข้าไปในบ้าน ไกร หนูนากับหนูนก และเมืองใหญ่ได้ยินเสียง กรูกันออกมาดู เห็นฤกษ์กำลังยื้อยุดไม้ในมืออรอนงค์ ไกรรีบวิ่งมาดึงตัวอรอนงค์ออก

    "หยุด...อนงค์ "

    หนูนากับหนูนกวิ่งเข้าไปถามฤกษ์ว่าเจ็บตรงไหนบ้างไหม ฤกษ์บอกว่าไม่เป็นอะไร เมืองใหญ่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฤกษ์ยังไม่ทันตอบ อรอนงค์ชิงตะโกนขึ้นก่อน

    "ลั่นทม ดอกไม้ของนังดารารุ่ง ฉันเกลียดดอกลั่นทม... เกลียดๆๆ" อรอนงค์เอาท่อนไม้ทุบดอกลั่นทมที่เกลื่อนพื้นอย่างบ้าคลั่ง ไกรคว้าตัวอรอนงค์ไว้ ดุเสียงดัง

    "หยุดได้แล้วอนงค์...ไปนอน...ขอโทษ นะคุณฤกษ์" ไกรรีบพาอรอนงค์เข้าบ้าน ขณะที่เมืองใหญ่มองตามสองผัวเมีย สีหน้าครุ่นคิด...

    หลังจากอรอนงค์หมดฤทธิ์หมดเดช หนูนาเดินมาส่งฤกษ์ เมืองใหญ่กับหนูนกขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยม แล้วขอโทษฤกษ์ ที่ต้องมาเจ็บตัว หนูนกออกปากว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะดูแลฤกษ์ ให้เอง

    "น้าไม่เป็นไร หรอกจ้ะหนูนก...เอาเป็นว่าผมรบกวนผู้หมวดส่งหนูนกกลับบ้านทีแล้วกัน"

    หนู นกถึงกลับร้องอ้าว อ้าปากจะค้าน ฤกษ์รู้ทันทีรีบบอกว่าถ้าไม่ให้เมืองใหญ่ไปส่งก็ต้องเดินกลับบ้านเอง เพราะ วันนี้เขาหมดเรี่ยวแรงจะไปส่ง

    ooooooo

    เย็นวันเดียวกัน มาโนชทนนั่งทำงานต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจขับรถไปหาอารีที่บ้านพัก เห็นแม่ของอารีนั่งเลี้ยงน้องน้ำหวาน สภาพน่าเวทนายิ่งนัก มาโนชยกมือไหว้ทักทายแม่ของอารี ถามว่าอารีไปไหน ได้ความว่าไปทำงานต่างจังหวัด มาโนชนิ่งอึ้ง

    "ไม่รู้มีเรื่องอะไร จู่ๆก็บอกแม่จะไปทำงานต่างจังหวัด ตั้งหลักได้เมื่อไหร่ จะมารับแม่กับน้องน้ำหวานไปอยู่ด้วย...อารีฝากจดหมายให้คุณมาโนชด้วยนะคะ"

    แม่ของอารีหยิบจดหมายยื่นให้ มาโนชมองหน้าสองยายหลานอย่างละอายใจ ก่อนเปิดกระเป๋าหยิบซองใส่เงินให้ บอกว่าเป็นเงินช่วยค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ

    "ไม่ค่ะ...อารีสั่งแม่ไว้ ห้ามรบกวนคุณมาโนช"

    มาโนชต้องคะยั้นคะยอ เธอจึงยอมรับน้ำใจจากเขา จากนั้น มาโนชเดินมาขึ้นรถ เสียงของอารีดังก้องเข้ามาในความคิดคำนึงของเขา

    "คุณมาโนชคะ...สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ไม่ใช่ความรัก มันเป็นแค่ความเห็นอกเห็นใจกันเท่านั้น คุณมาโนชกลับไปดูแลครอบครัวแล้วลืมอารีนะคะ...อารีก็จะไปตามทางของอารี... ขอคุณมาโนชจงมีความสุขสวัสดี...อารี"

    "ขอบคุณมาก...ขอให้คุณอารีมีแต่ความสุขสวัสดีเช่นกัน" มาโนชพึมพำ ก่อนขับรถออกไป

    ooooooo

    คุณน้อยเหลือบมองนาฬิกาเห็นว่าเกือบสองยามแล้ว จึงหันไปบอกยายแหววว่าจะขึ้นไปนอน

    "คุณน้อยไม่รอคุณมาโนชก่อนหรือคะ"

    "เขาจะกลับมาวันไหนน้อยไม่รู้หรอกค่ะ...ยายแหววรอเปิดประตูให้หนูนกด้วยแล้วกัน"

    คุณน้อยน้ำตาซึม ทันใดนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาจอด ยายแหววชะโงกหน้าไปมอง แปลกใจที่เห็นรถมาโนช ร้องเอะอะว่า คุณมาโนชมา คุณน้อยแอบยิ้มโล่งใจ แต่เลือกที่จะเดินขึ้นบ้าน ยายแหวววิ่งไปเปิดประตูรับมาโนชด้วยความดีใจ...

    ระหว่างทางขับรถมาส่งหนูนก คราวนี้เมืองใหญ่เป็นฝ่ายนิ่งเงียบบ้าง หนูนกมองหน้าเขา กระเซ้าว่าเห็นปากก็ยังอยู่ดีแต่ ทำไมไม่พูดไม่จา เมืองใหญ่เหน็บว่าคนพูดมากมักจะไม่คิด ส่วนคนที่คิดมักจะไม่พูด หนูนกงอน หาว่าเขาหลอกด่าเธออีกแล้ว

    "ไม่ได้ด่า แค่พูดความจริง"

    "เอะอะ อะไรก็ความจริงๆ งั้นผู้หมวดช่วยเล่าความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับคุณรุ่งให้หนูนกฟังหน่อยสิ"

    "ถ้าเล่าแล้วแน่ใจเหรอจะยอมรับความจริงได้"

    "ได้สิ...ผู้หมวดเล่ามาแล้วกัน" หนูนกบอกสีหน้าจริงจัง...

    ooooooo

    ดึกมากแล้ว ตอนที่ชาตรีมายืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านคุณทิพย์หรือดารารุ่ง เห็นบ้านทั้งหลังเงียบเชียบ เมืองเล็กกลับมาพอดี เห็นคนยืนอยู่หน้าบ้านดารารุ่ง สงสัยเดินเข้ามาถามว่ามาหาใคร พอรู้ว่าชาตรีมาหาคุณทิพย์ เมืองเล็กสีหน้าหวาดระแวงขึ้นมาทันที บอกว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของคุณทิพย์

    "ครับ...ไม่ใช่ของคุณทิพย์ เพราะคุณทิพย์เป็นเพียงผู้ดูแล"

    "ไม่ใช่หรอกครับ...คุณจำผิดแล้ว บ้านหลังนี้เป็นบ้านพี่สาวคนรักของผมเอง และทั้งบ้านก็ไม่มีคนชื่อทิพย์ ผมว่าคุณกลับไปดีกว่า"

    ชาตรีเห็นสายตาจับผิดของเมืองเล็ก แล้วรู้ตัว ขอโทษที่มารบกวน ก่อนขี่สามล้อกลับไป เมืองเล็กมองตามยังคาใจไม่หาย...ครู่ต่อมา เมืองเล็กขึ้นไปเคาะประตูห้องเรียกคุณนิจ ไม่มีเสียงตอบ จึงเปิดประตูเข้าไปก็ไม่เจอใคร เดินลงมาตามหาหญิงคนรัก ป้าน้อมได้ยินเสียงเลยเดินออกมาดู

    "คุณนิจยังไม่กลับเลยค่ะคุณเล็ก"

    "แล้ว คุณนิจไปไหน"

    "ไม่ทราบค่ะ คุณใหญ่เพิ่งโทร.มาบอกว่าบ้านคุณฤกษ์

    ก็ ไม่อยู่ อาจจะไปอยู่ที่บ้านปรางเชยก็ได้"

    "จะเป็นไปได้ยังไง ตั้งนานแล้วที่ผมไม่เห็นคุณนิจคุยกับปรางเชย" เมืองเล็กนิ่วหน้า...

    ที่ หลุมฝังศพของปรางเชยภายในสวนหลังบ้านดารารุ่งต้นลั่นทมที่ปลูกไว้เหนือหลุม เติบโต แตกช่อสวยงาม แต่บนหลุม กลับมีหนอนไต่ยั้วเยี้ยน่าขยะแขยง ราวกับมันกำลังไต่ขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับร่างที่ฝังอยู่ใต้นั้น

    ooooooo

    หลัง จากคิดทบทวนแล้ว คุณนิจตระหนักว่าไม่อาจอยู่โดยไม่มีเมืองเล็ก จึงตัดสินใจกลับบ้านบุรีราชกรม... ด้านดารารุ่ง   พอสืบทราบว่า   ไกรมารับอรอนงค์กับลูกกลับไปบ้านตัวเองแล้ว    ชักชวนป้าพริ้งกลับกรุงเทพฯทันที...

    คืนวันต่อมา ที่บ้านการุณพินิจ ไกรกับหนูนาพาอรอนงค์ ออกมาเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน โดยหวังว่าอรอนงค์จะไม่อาละวาดเมื่อเห็นดอกลั่นทมอีก  แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น ทันทีที่อรอนงค์เหลือบเห็นดอกลั่นทมที่หล่นเกลื่อนพื้น ตรงเข้าไปทำลายแหลกคามือเหมือนเดิม ไกรร้องห้าม

    แต่อรอนงค์ไม่ฟัง มองดอกลั่นทมตาขวาง ตะโกนลั่นว่า เกลียดดารารุ่ง ไกรเห็นท่าไม่ดีบอกหนูนาพาแม่ไปนอน หนูนา รีบพาอรอนงค์เข้าบ้าน ไกรมองอรอนงค์สลับกับดอกลั่นทม สีหน้าครุ่นคิด...

    ขณะเดียวกัน คุณนิจนอนกระสับกระส่ายอยู่ในห้องพัก ยังค้างคาใจที่อรอนงค์หวาดกลัวดารารุ่งจนผิดสังเกต ตัดสินใจ ออกจากห้องนอน...ส่วนเมืองเล็กนั่งอ่านหนังสืออยู่นาน ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจที่หน้าต่าง เห็นคุณนิจเดินลิ่วตรงไปบ้านดารารุ่ง ตกใจ ผลุนผลันออกจากห้อง...

    ทางฝ่ายดารารุ่ง เมื่อกลับมาเจอบรรยากาศเดิมๆของบ้าน ความเครียดเริ่มถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ฉุกคิดถึงวันที่ครูเสรีมาถามหาปรางเชย และเหตุการณ์ที่อรอนงค์เห็นหน้าเธอแล้วกลัวตัวสั่นงันงก คิดมากถึงกับเอามือกุมหน้าผาก ป้าพริ้งเหมือนรู้ทันความคิดของดารารุ่ง เดินเข้ามาถาม

    "คุณรุ่ง...กำลังกลัวเหมือนที่ป้ากลัวใช่มั้ยคะ"

    ดารารุ่งสะดุ้งโหยง รีบกลบเกลื่อน "จะเรื่องครูเสรีหรืออรอนงค์ รุ่งไม่กลัวทั้งนั้น...ช่วยไม่ได้ ไม่ว่าปรางเชยหรืออรอนงค์ ล้วนแส่เข้ามาหาเรื่องเอง"

    ทันใดนั้น มีเสียงพูดดังขึ้นด้านหลัง "คุณรุ่งทำร้ายคุณอรอนงค์จริงๆด้วย"

    ดารารุ่งกับป้าพริ้งตกใจ หันขวับไปมองตามเสียง เห็นคุณนิจยืนจ้องอยู่ ดารารุ่งมองหน้าน้องสาวแล้ว ความโกรธแล่นเข้ามาสุมอก ถามว่าถ้าเธอทำร้ายอรอนงค์ แล้วคุณนิจจะทำอะไรได้ คุณนิจบอกดารารุ่งให้รีบหนีไม่อย่างนั้นจะต้องแย่แน่ๆ ดารารุ่งตวาดใส่

    "แกน่ ะสิจะแย่ดารานิจ...ถือดีอย่างไรถึงได้มาไล่ฉันออกจากบ้านตัวเอง"

    คุณ นิจปฏิเสธว่าไม่เคยคิดแบบนั้น เธอแค่หวังดี เพราะถ้าทุกคนรู้ว่าดารารุ่งฆ่าปรางเชยและทำร้ายอรอนงค์ ต้องเกิด เรื่องใหญ่โต ดารารุ่งปรี่เข้ามาบีบปากคุณนิจอย่างแรง ขู่ว่าถ้าคุณนิจไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ จังหวะนั้น เมืองเล็กวิ่งเข้ามาเห็นพอดี เดินมากระชากตัวคุณนิจออก

    "ผมไม่อยาก ยุ่งกับคุณรุ่งเลยนะครับ ถ้าคุณนิจไม่เข้ามาที่นี่"

    "งั้นก็ไสหัว ไป...ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ พาเมียของแกกลับไปด้วย...ไป" ดารารุ่งตาขวาง ก่อนที่เมืองเล็กจะพาคุณนิจกลับ ไม่วายแดกดันว่าตัวดารารุ่งเองเป็นต้นเหตุทำให้ทุกคนทิ้งเธอไป

    "ฉัน บอกให้แกออกไป...นังน้องไม่รักดี พาคนมาเยาะเย้ย ฉัน แกจะได้รับบทเรียนครั้งนี้ดารานิจ" ดารารุ่งโกรธจัด มองตามทั้งคู่ สายตาดุกร้าว...

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ขณะครอบครัวบุรีราชกรมกับคุณนิจกำลังนั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ ป้าพริ้งเดินหน้าเครียดเข้ามาบอกคุณนิจว่าดารารุ่งไม่สบายมาก เมืองเล็กมอง อย่างไม่ไว้ใจ ถามดักคอว่าดารารุ่งป่วยจริงอย่างที่ป้าว่าหรือ เพราะที่ผ่านมาดารารุ่งโกหกจนเชื่อถืออะไรไม่ได้อีกแล้ว

    "ตา เล็ก...คนที่จะพูดอะไรควรเป็นคุณนิจ ไม่ใช่แก" ศักดิ์กายปราม

    คุณนิจ ขอตัวไปดูพี่สาวก่อน เมืองเล็กอ้าปากจะค้าน แต่เมืองใหญ่ดุเสียงเข้มให้หยุดพูด บอกคุณนิจรีบไปดูดารารุ่ง คุณนิจเดินออกไปพร้อมกับป้าพริ้ง เมืองเล็กมองตามอย่างไม่สบายใจ...

    ครู่ ต่อมา คุณนิจมาดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้ดารารุ่ง ซึ่งนอนซมอยู่บนเตียงท่าทางป่วยหนัก ดารารุ่งเสียงอ่อย พูดเหมือนจะสำนึกได้

    "พี่ นั่งคิดนอนคิดอยู่ทั้งคืน มันก็จริงอย่างที่คุณนิจว่า ถ้ามีคนรู้เข้า...พี่คงถูกจับเข้าตะราง พี่กับป้าพริ้งเลยจะไปจากที่นี่ แต่ก่อนไป พี่อยากจะขออะไรคุณนิจหน่อย...ชวนเมืองเล็กมากินข้าวด้วยกันสักมื้อสิคุณ นิจ...พี่อยากฝากเขาให้ดูแลคุณนิจ พี่เป็นห่วงน้อง...คุณนิจชวนเขามากินข้าวกับพี่สักมื้อนะ"

    คุณนิจ ยิ้มรับคำด้วยความดีใจ ดารารุ่งยิ้มตอบ ขณะที่ ป้าพริ้งมองอย่างงงๆ...

    ทันที ที่เมืองเล็กรู้เรื่องนี้ ตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง เพราะเขาเองก็อยากจะปรับความเข้าใจกับดารารุ่ง คุณนิจร้อนใจถามว่าเราสองคนจะนัดกินข้าวกับดารารุ่งวันไหนดี เมืองเล็กขอเป็นอาทิตย์หน้า หลังสอบเสร็จ กระเซ้าว่าถ้าไปตอนนี้

    เกิด ดารารุ่งเปลี่ยนใจเอาไม้ฟาดหัวเขาขึ้นมา เขาจะไปสอบไม่ไหว

    "คุณรุ่ง ดีกับเราแล้ว คงไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ"

    "ผมพูดเล่นน่ะ...ไม่ว่าคุณ นิจต้องการอะไร ผมพร้อมทำให้เสมอ โดยเฉพาะถ้ามันทำให้คุณรุ่งกับคุณนิจกลับมาเข้าใจกัน รักกันเหมือนเดิม" เมืองเล็กโอบเอวคุณนิจไว้ สองหนุ่มสาวสบตากัน ต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่หารู้ไม่ว่าอันตรายกำลังรอทั้งคู่อยู่...

    ในเวลาเดียวกัน ดารารุ่งท่าทางแข็งแรงไม่เจ็บไม่ไข้ ยืนฟังเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง อารมณ์ดี ป้าพริ้งอดถามไม่ได้ว่าเราสองคนจะไปจากที่นี่จริงๆหรือ ดารารุ่งปฏิเสธเสียงแข็ง ว่าเธอไม่ไปไหนทั้งนั้น ที่นี่เป็นบ้านของเธอ จนวันตาย เธอก็จะอยู่ที่นี่

    "แล้วที่คุณรุ่งบอกคุณนิจล่ะคะ"

    "คุณ นิจทำให้รุ่งเสียใจ  เจ็บปวด  วิธีที่รุ่งจะทำให้คุณนิจเสียใจ เจ็บปวดไม่แพ้รุ่งก็คือ ไอ้เมืองเล็กมันต้องตาย" ดารารุ่งหัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องขบขัน...

    ป้าพริ้งนอนไม่หลับ ไม่สบายใจที่ดารารุ่งวางแผนจะฆ่าเมืองเล็ก เพื่อคุณนิจจะได้กลับมาอยู่กับดารารุ่งเหมือนเดิม ป้าพริ้งบ่นพึมพำว่าไม่อยากให้ดารารุ่งทำร้ายใครอีก นอนพลิกซ้ายพลิกขวาไปมา

    "เฮ่อ...สงสัย ต้องพึ่งยานอนหลับแล้วเรา" ป้าพริ้งเดินไปที่ลิ้นชักโต๊ะกระจก หยิบยานอนหลับขึ้นมา ชะงักเหมือนคิดอะไรได้ จ้องเม็ดยาในมือตัวเองเขม็ง

    ooooooo

    คืนวันถัดมา ขณะคุณนิจกำลังนั่งร้อยมงกุฎดอกลั่นทมอยู่กับเมืองเล็กที่สนามหน้าบ้าน เมืองใหญ่ เดินเข้ามากระเซ้าว่า ถ้าดารารุ่งเห็นเมืองเล็กนั่งร้อยมงกุฎดอกไม้ให้ เธอจะเป็นอย่างไร

    "คงจะคันคะเยอ ผื่นขึ้นตามเนื้อตัวหน้าตาเหมือนเป็นลมพิษ สงสัยเล็กต้องเอายาประดงพระสังข์ทรงช้างไปด้วย จะได้ช่วยบรรเทาอาการคัน" เมืองเล็กทำหน้าทะเล้น

    "คุณเล็กก็พูดไปเรื่อย คุณรุ่งคงดีใจสิไม่ว่า"

    "เสียดาย พรุ่งนี้พี่ติดราชการไม่งั้นพี่จะไปด้วย เรื่องบาดหมางของสองครอบครัวจะได้จบเสียที" เมืองใหญ่ว่าแล้วเดินออกมา ได้ยินเสียงเมืองเล็กชักชวนคุณนิจว่าเอาดอกนี้สวยกว่า หันกลับไปมองน้องชาย ถึงกับร้องลั่นเมื่อเห็นเมืองเล็กไม่มีเงาหัว ขยี้ตามองอีกครั้งเห็นทุกอย่างเป็นปกติ

    เมืองเล็กหันมาแหย่ว่าเห็นผีหรือ ถึงได้ร้องเอะอะขนาดนั้น เมืองใหญ่ปฏิเสธว่าเปล่า เดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก...

    ดึกคืนเดียวกัน ดารารุ่งค่อยๆเดินออกมาที่สวนหลังบ้าน ตรงไปยังต้นลั่นทม เอามีดกรีดกิ่งใหญ่ที่สุดของต้นลั่นทม เห็นยางสีขาวข้นไหลย้อยลงมา เธอรีบเอาเหยือกแก้วสีใสรองรับยางของมันด้วยรอยยิ้มสะใจ กว่าเธอจะกรีดเอายางจากต้นลั่นทมได้เต็มเหยือก ตะวันโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าพอดี

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น เมืองใหญ่เดินลงมาท่าทางร้อนรน ถามป้าน้อมว่าเมืองเล็กไปไหน ได้ความว่าเมืองเล็กกับคุณนิจออกไปซื้อกระเช้าผลไม้เตรียมให้ดารารุ่ง

    "ถ้านายเล็กกลับมา ป้าน้อมบอกนายเล็กแล้วกันว่าอย่าเพิ่งไปหาคุณรุ่ง รอผมกลับมาจากราชการก่อนแล้วกัน" เมืองใหญ่ เดินหน้าเครียดขึ้นรถ ขับตรงไปที่ทำงาน...

    ที่ศาลาในสวน ดารารุ่งกำลังหั่นผักสำหรับทำกับข้าวอย่างสบายใจ ป้าพริ้งเข้ามาพร้อมชุดน้ำชา บอกเธอให้ดื่มน้ำชาสักนิดจะได้สดชื่น ป้าพริ้งมองอย่างลุ้นๆ ขณะที่ดารารุ่งยกกาน้ำชารินใส่ถ้วย

    "ป้าพริ้งคะ...รบกวนเอาเหยือกนมมาให้รุ่งหน่อยค่ะ"

    ป้าพริ้งหน้าเสีย "คุณรุ่งจะดื่มนมหรือคะ"

    "เปล่าค่ะ...รุ่งจะดื่มชาป้าพริ้งนี่แหละ...รุ่งเพียงแต่จะเอานมมาทำอาหารฝรั่งให้คุณนิจกินน่ะค่ะ"

    ป้าพริ้งรีบไปทำตามคำสั่ง ดารารุ่งวางถ้วยชาลง หันไปเตรียมเครื่องปรุงต่อ ป้าพริ้งไปที่ห้องครัวเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกแก้วใสใส่นม จะเดินออกไป เกิดวิงเวียนจะเป็นลม ป้าพริ้งแข็งใจเดินไปหยิบยามากิน อาการเวียนหัวกำเริบอีก เข่าอ่อนรีบคว้าเหยือกนมมารินใส่แก้ว

    เอายาเข้าปาก แล้วกรอกนมตาม เพียงอึกแรก ป้าพริ้งรู้ทันว่านั่นไม่ใช่นมแต่เป็นยางต้นลั่นทม พยายามจะขย้อนออก ตะกายหยิบถาดไข่ไก่สดที่วางอยู่บนชั้นวางของ แต่กระจายหลุดมือ ไข่ตกกระจายเกลื่อนพื้น ร่างของป้าพริ้งกระตุกเกร็ง และขาดใจตายในที่สุด...

    ดารารุ่งเห็นป้าพริ้งหายไปนานผิดสังเกตจึงเข้ามาตาม แต่ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเจอป้าพริ้งนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นครัวที่เต็มไปด้วยคราบอาเจียน เธอถลาเข้ามาพลิกร่างที่นอนแน่นิ่งของป้าพริ้งขึ้นมา

    "ป้าพริ้งๆ...เป็นอะไรไปคะ ลุกขึ้นมาสิคะ...ป้าพริ้ง ลุกขึ้นมาคุยกับรุ่ง...ป้าพริ้ง"

    ดารารุ่งเห็นคราบขาวที่ริมฝีปากป้าพริ้งกับเหยือกใส่ยางลั่นทมวางอยู่รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ เมื่อมัจจุราชที่เธอตั้งใจจะยื่นให้เมืองเล็กกลับเป็นป้าพริ้งที่รับเคราะห์แทน...

    พอเมืองใหญ่ทราบว่าเจ้านายของเขา สั่งเลื่อนการเดินทางไปตรวจราชการเป็นตอนเย็นแทน  รีบผลุนผลันออกจากสถานีตำรวจ ตรงกลับบ้าน อารามรีบร้อนเมืองใหญ่เกือบขับรถชนกับรถของหนูนกซึ่งกำลังบ่ายหน้าไปบ้านดารารุ่ง เมืองใหญ่ลงจากรถมาโวยใส่หนูนกเป็นชุด หนูนกรีบลงมาขอโทษ อ้างว่ามีธุระด่วนต้องไปทำ เมืองใหญ่ถามเสียงเข้มว่าธุระอะไร

    "หนูนกทนไม่ไหวแล้ว คุณแม่เอาแต่เอะอะอาละวาด หนูนกจะไปตามคุณป้ารุ่งให้มาอบรมคุณแม่ คุณป้ารุ่งเป็นคนเดียวที่ปรามคุณแม่อยู่ ถ้าเจอคุณป้ารุ่งเอ็ดสักคำสองคำ คุณแม่ต้องหยุดอาละวาดแน่ๆ"

    หนูนกจะก้าวขึ้นรถ เหลือบเห็นยางรถตัวเองบี้แบน เลยขอติดรถเมืองใหญ่ไปบ้านดารารุ่ง...

    ooooooo

    ทางฝ่ายดารารุ่งจัดการเก็บกวาดครัวจนสะอาดเรียบร้อย จับร่างป้าพริ้งนั่งคออ่อนคอพับบนเก้าอี้ บอกกับร่างไร้วิญญาณนั้นด้วยน้ำตานองหน้า

    "ป้าพริ้งรออีกเดี๋ยวนะคะ...รุ่งจะส่งไอ้เมืองเล็กไปเป็นทาสรับใช้ป้าพริ้ง"

    ดารารุ่งคว้าแก้วเปล่ามาสองใบ รินนมใส่แก้วใบหนึ่งจนเต็ม ส่วนอีกใบรินนมใส่ค่อนแก้วแล้วเทยางลั่นทมตามจนเต็ม ยกออกไปตั้งที่โต๊ะอาหาร ดูความเรียบร้อยบนโต๊ะอย่างพอใจ...ไม่นานนัก เมืองเล็กกับคุณนิจพร้อมกับกระเช้าผลไม้มาถึงตามนัด ดารารุ่งเชิญทั้งคู่นั่งที่โต๊ะอาหาร แล้วตักอาหารให้

    "เช้าๆกินสลัดกับไข่คนแล้วกันนะ"

    ดารารุ่งเลื่อนจานสลัดไปตรงหน้าเมืองเล็กกับคุณนิจ ทำทีเจ็บหน้าอก ขอตัวไปกินยา คุณนิจเป็นห่วงจะตามไปด้วย แต่ดารารุ่งบอกว่าไม่ต้อง ครู่ต่อมา ดารารุ่งกลับมาในครัว พูดเบาๆกับศพป้าพริ้ง

    "ยางลั่นทมเจือจาง อาจจะไม่ทำให้เมืองเล็กตาย แต่..." ดารารุ่งหยิบขวดใส่น้ำมันก๊าดกับไม้ขีดไฟขึ้นมา"...ถ้ารวมกับไม้ขีดกลักนี้    ไอ้เมืองเล็กมันตายแน่ค่ะ...ป้าพริ้งไม่ต้องห่วงคุณนิจนะคะ...น้องไม่ได้กินยางลั่นทม น้องจะไม่เป็นอะไร รุ่งจะพาน้องหนีออกมาเอง" แล้วราดน้ำมันลงพื้นจนทั่ว

    เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามแผนที่ดารารุ่งวางไว้ คุณนิจเห็นเมืองเล็กจิบนมในแก้ว แล้วทำหน้าชอบกล แถมบอกว่ารสชาติขื่นๆจะไม่ยอมดื่ม

    "ไม่ดื่ม เดี๋ยวคุณรุ่งก็โกรธหรอกค่ะ...เอาเป็นว่าคุณเล็กดื่มแก้วของนิจแล้วกันนะคะ แก้วนั้นเดี๋ยวนิจดื่มเอง" คุณนิจแลกแก้วนมกับเมืองเล็ก พอยกขึ้นดื่ม คุณนิจทำท่าจะแหวะ

    เมืองเล็กเลยดึงแก้วนมคืนกลั้นใจดื่มเอง ทันใดนั้น คุณนิจอาเจียนพรวดพร้อมๆกับร่างเมืองเล็กกระตุก ก่อนขย้อนนมออกมาแล้วล้มตึง คุณนิจพยายามจะเข้ามาช่วย แต่ตัวเองกลับหมดสติเช่นกัน...

    ดารารุ่งจุดไม้ขีดไฟโยนใส่น้ำมัน ไฟลุกพรึ่บ ยังไม่ทันจะหนี เธอเกิดเจ็บหน้าอกขึ้นมากะทันหัน แข็งใจคว้ายามากิน เทน้ำชาจากชุดน้ำชาที่ป้าพริ้งเตรียมให้มาดื่ม รู้สึกดีขึ้น ขยับจะหนี แต่แล้วทุกอย่างกลับพร่าเลือน ก่อนล้มคว่ำด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ ขณะที่ไฟลามอย่างรวดเร็ว

    ooooooo

    ที่บ้านของไกร อรอนงค์คลุ้มคลั่งขึ้นมา คว้ามีดมาฟันต้นลั่นทมที่ปลูกไว้หน้าบ้าน หนูนารีบวิ่งเข้ามาดึงมือ ร้องห้ามลั่น อรอนงค์สะบัดมือแล้วผลักหนูนาออก

    "ปล่อย ฉัน...ฉันจะฆ่าดอกลั่นทม ฉันจะฆ่านังดารารุ่ง"

    หนูนาเซจะล้ม ไกรวิ่งมารับทัน แล้วตรงเข้าห้ามปรามอรอนงค์ แต่เธอไม่ฟัง จะเอามีดสับต้นลั่นทมให้ได้ ไกรแย่งพร้าได้ บอกหนูนารีบพาแม่ไปหาหมอ แล้วช่วยกันลากอรอนงค์ ที่ร้องกรี๊ดๆขึ้นรถ...

    ขณะป้าน้อมกำลังรดน้ำ ต้นไม้อย่างอารมณ์ดีอยู่หน้าบ้าน แต่ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นควันและไฟพวยพุ่งออกจากบ้านดารารุ่ง ตะโกนลั่น

    "ไฟ ไหม้ๆๆ...ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย"

    ศักดิ์กายกับฟองจันทร์วิ่งออกมา จากบ้าน หน้าตาตื่นถามป้าน้อมว่าไฟไหม้ที่ไหน พอรู้ว่าไหม้บ้านดารารุ่ง ทั้งสามคนรีบวิ่งตรงไปที่นั่น เมืองใหญ่กับหนูนกขับรถมาจอดหน้าบ้านพอดี เห็นไฟไหม้รีบลงจากรถวิ่งตามพวกของศักดิ์กาย...

    ด้านในบ้านดารารุ่ง ควันไฟลอยมาถึงบริเวณที่เมืองเล็กกับคุณนิจนอนอยู่ เมืองเล็กสะลึมสะลือพยายามจะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว คุณนิจได้สติตะเกียกตะกายเอื้อมมือมาหาเมืองเล็ก เรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบา เมืองเล็กจับมือเธอไว้ ก่อนหมดสติไปอีกครั้ง คุณนิจน้ำตาไหลพรากจับมือเมืองเล็กไว้แน่น

    เมืองใหญ่วิ่งมาถึงตัว บ้านดารารุ่ง ตะโกนเรียกเมืองเล็กกับคุณนิจแต่ไม่มีเสียงตอบ หนูนกเพ่งมองฝ่ากลุ่มควันเข้าไปเห็นคุณนิจนอนฟุบอยู่

    "คุณน้านิจอยู่ นั่นค่ะ" หนูนกวิ่งนำหน้าเข้าไป โดยมีเมืองใหญ่ตามติด

    ศักดิ์กายสั่ง ฟองจันทร์โทร.เรียกรถดับเพลิง แล้วเร่งป้าน้อมหาน้ำมาช่วยกันดับไฟ เมืองใหญ่กับหนูนกเห็นเมืองเล็กและคุณนิจนอนแน่นิ่งกุมมือกันแน่น รีบเข้าไปช่วยพยุงทั้งคู่ออกมา ศักดิ์กายกับป้าน้อมวางมือจากการดับไฟ รีบเข้าไปช่วยเมืองใหญ่กับหนูนกพาเมืองเล็กและคุณนิจกลับบ้านบุรีราชกรม

    ด้าน นายบรรเจิดเพิ่งขับรถกลับจากตลาด เห็นเปลวไฟที่บ้านดารารุ่งก็ตกใจ แต่ยังไม่ทันทำอะไร ศักดิ์กายสั่งให้เอารถออก พาเมืองเล็กกับคุณนิจไปส่งโรงหมอ หนูนกนึกขึ้นได้ว่าดารารุ่งยังอยู่ในบ้านหลังนั้น รีบวิ่งกลับไปดู เมืองใหญ่ตะโกนห้ามแต่ไม่ทัน

    "คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมไปตามหนูนกก่อนนะครับ"

    เมืองใหญ่วิ่งตามหนูนกไปอย่างรวดเร็ว ฟองจันทร์เป็นห่วงลูก ตะโกนไล่หลังว่าระวังตัวด้วย ส่วนหนูนกวิ่งเข้าไปในตัวบ้านอีกครั้ง ตะโกนเรียกดารารุ่งกับป้าพริ้งลั่น เงียบไม่มีเสียงตอบ ตัดสินใจวิ่งฝ่าควันไฟเข้าไปค้นหา เมืองใหญ่ตามมาทัน ร้องห้ามว่าอย่าเข้าไปอันตราย แต่หนูนกไม่ฟัง

    "ไม่...คุณป้ารุ่ง ...คุณป้ารุ่งต้องอยู่ในนี้"

    หนูนกเปิดประตูเข้าไปค้นตามห้องต่างๆ ไม่เห็นทั้งป้าพริ้งและดารารุ่ง ชักใจคอไม่ดี สุดท้ายวิ่งมาหาที่ห้องครัว เธอถึงกับกรีดร้องลั่นเมื่อเจอสภาพดารารุ่งตามเนื้อตัวถูกเพลิงไหม้น่า สยดสยอง นอนฟุบหายใจรวยรินอยู่กับพื้น เมืองใหญ่รีบเอาผ้าชุบน้ำห่อร่างดารารุ่ง อุ้มออกมา

    ooooooo

    เช้า วันถัดมา ชาตรีมาหาคุณทิพย์หรือดารารุ่งที่บ้าน แต่ต้องตกใจแทบสิ้นสติที่เห็นไฟไหม้บ้านส่วนที่เป็นครัวเสียหายแทบทั้งหมด ด้วยความเป็นห่วงจะวิ่งเข้าไปหาคุณทิพย์ แต่ป้าน้อมตะโกนห้าม

    "อย่า เข้าไปพ่อหนุ่ม มันอันตราย...ไม่มีใครอยู่หรอก ไปโรงหมอหมดแล้ว"

    ชาตรี ได้ฟัง วิ่งกลับไปทันที...

    ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักคนไข้ ดารารุ่งนอนเอาผ้าคลุมโปง ร้องกรี๊ดๆอาละวาดลั่นห้องว่าอย่ามายุ่งกับเธอ คุณน้อยเตือนว่าอย่าดิ้นมาก เดี๋ยวแผลจะยิ่งอักเสบไปกันใหญ่

    "เรื่อง ของฉัน ไม่ต้องมายุ่ง...ออกไป...ไป"

    "คุณป้ารุ่งขา...พวกเรารักและ เป็นห่วงคุณป้ารุ่งจริงๆนะคะ" หนูนกร้องไห้สงสารดารารุ่ง

    "ฉันไม่ เชื่อ...ไม่เคยมีใครหวังดีกับฉันสักคน"

    "ไม่จริงค่ะ...ที่ผ่านมามี แต่คุณที่ทำร้ายคนอื่น แล้วที่คุณต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะการกระทำของคุณเอง...แต่เสียใจด้วยนะคะ ที่เมืองเล็กกับคุณนิจไม่เป็นอะไร มีแต่คุณ...คุณคนเดียวเท่านั้น ที่จะต้องอยู่กับบาดแผลแห่งความชั่วร้ายไปตลอดชีวิตคุณ" ฟองจันทร์ว่าอย่างเหลืออด

    ดารารุ่งทั้งเจ็บทั้งแค้นใจมาก ตะคอกใส่ "ออกไป พวกแกออกไป...ไป"

    "คุณรุ่งอาจจะอยากอยู่คนเดียว พวกเราออกไปก่อนดีกว่าครับ" เมืองใหญ่แนะ

    "พวกเราทุกคนรักคุณรุ่งนะ คะ"

    ดารารุ่งไม่ต้องการคำปลอบใจหรือเห็นใจจากคุณน้อย ตะโกนไล่ทุกคนอีก ทุกคนมองหน้ากันพยักพเยิดให้ออกไป ทันทีที่ประตูห้องพักฟื้นปิด ดารารุ่งที่อยู่ในผ้าห่มร้องไห้โฮ

    "ทำไม ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้...ทำไม...ป้าพริ้ง   รุ่งขอโทษๆ...ชาตรีเธออยู่ที่ไหน ทำไมเธอไม่มาหาฉัน...ชาตรี" ดารารุ่งคร่ำครวญน้ำตาแทบเป็นสายเลือด...

    ในเวลาต่อมา ชาตรีมาถึงโรงหมอ เจอพยาบาลรุ่นพี่คนหนึ่ง ทักว่ารู้เรื่องคุณทิพย์แล้วใช่ไหม ชาตรีใจคอไม่ดี ถามว่าคุณทิพย์เป็นอะไรมากไหม

    "ชาตรีไปดูเธอเองเถอะ"

    คำตอบ ของรุ่นพี่ ทำให้ชาตรีหน้าถอดสี รีบวิ่งเข้าไปที่ห้องพักคุณทิพย์ทันที

    ooooooo

    ภายใน ห้องพักฟื้น   คุณทิพย์นอนตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่ม  คร่ำครวญว่าทำไมคนที่ทุกข์ทรมานถึงไม่เป็นพวกนั้น ทำไมต้องเป็นเธอ ทันใดนั้น มีเสียงใครบางคน เปิดประตูห้องเข้ามา  คุณทิพย์หยุดสั่นทันทีไม่ อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ ถามเสียงเข้มว่าใคร

    "ผมเองครับ...คุณทิพย์"

    "ชาตรี...เธอมาหาฉันแล้ว...ชาตรี"

    คุณทิพย์เอื้อมมือออกมาจากผ้าห่ม ไขว่คว้าหาชาตรี มือที่โผล่ออกมาเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ ชาตรีมองอย่างเวทนา ค่อยๆจับมือเธอกุมไว้ ถามว่าเจ็บมากไหม คุณทิพย์ ร้องไห้สะอึกสะอื้น บ่นว่าทั้งเจ็บทั้งปวดจนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไป ชาตรีปลอบให้เข้มแข็งเข้าไว้

    "ฉันเข้มแข็งไม่ไหวแล้วชาตรี...ไม่ไหวแล้ว"

    "ทำไมล่ะครับ"

    "ทำไมนะรึ" คุณทิพย์ว่าแล้วเลิกผ้าห่มออก เผยให้ เห็นสภาพร่างกายที่ถูกไฟไหม้ ผมหงิกงอติดหนังหัว หน้าตาบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยแผลพุพองน่าอเนจอนาถ

    "หน้าตาฉันมันอัปลักษณ์เป็นผีอย่างนี้ เธอจะให้ฉันอยู่ไปทำไมชาตรี...เธอจะให้ฉันอยู่ทำไม"

    ชาตรีตะลึงงัน น้ำตาซึม คุณทิพย์น้ำตาไหลพราก เสียใจ หาว่าเขารังเกียจเธอเหมือนคนอื่น หันหน้าหนี ขยับจะเอาผ้าห่ม คลุมตัว ชาตรีจับผ้าไว้ บอกเสียงเครือว่าเขาไม่มีวันรังเกียจเธอ

    "เธอพูดจริงๆรึชาตรี" คุณทิพย์ปลื้ม

    "ครับ...ถึงไม่มีใครอยู่กับคุณทิพย์ แต่ผมจะอยู่ดูแลนางฟ้าของผมเอง ผมจะอยู่ดูแลคุณ นางฟ้าของผมไปจนตาย" ชาตรีดึงคุณทิพย์เข้ามากอด ร้องไห้สงสารเธอจับใจ คุณทิพย์ กอดเขาตอบ

    "อย่าทิ้งฉันนะชาตรี...อย่าทิ้งฉัน"

    "แต่งงานกับผมนะครับคุณทิพย์ ผมรักคุณทิพย์...รักและเทิดทูนมาตลอด ไม่ว่าสิ่งใดผมก็พร้อมทำให้คุณทิพย์ได้ ขอเพียงแต่คุณทิพย์อย่าได้คิดสั้น จากผมไปนะครับ" ชาตรีคุกเข่าลงกับพื้น จับมือคุณทิพย์ไว้ "คุณทิพย์...ได้โปรดแต่งงานกับผมนะครับ"

    "จ้ะ...ชาตรี...เด็กดีของฉัน ฉันจะแต่งงานกับเธอ" คุณทิพย์ จับมือชาตรีไว้ ร้องไห้ปลื้มใจ...

    คืนวันเดียวกัน ชาตรีบอกเรื่องนี้กับพ่อและแม่ ปกรณ์ ดีใจจนออกนอกหน้า ชมเขาว่าทำดีมากที่ตัดสินใจแต่งงานกับคุณทิพย์ แต่คุณรัตน์ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะคุณทิพย์มีบุญคุณกับเรา และอีกอย่างที่สำคัญ เธอแก่กว่าชาตรีมาก

    "เรื่องอายุมันจะไปสำคัญอะไร...เพียงแค่ใจเรารักกันก็พอ...ใช่ไหมลูก"

    "คุณทิพย์คือผู้มีพระคุณของผม แล้วผมก็อยากจะดูแลเธอจนตาย"

    "จะให้แม่ไปสู่ขอเธอเมื่อไหร่ก็ว่ามา"

    "ทันทีที่หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ครับแม่"

    "ชาตรีไม่ต้องห่วงนะลูก ถึงเราจะเป็นคนจนต่ำต้อย แต่แม่จะรวบรวมเงินทองข้าวของทุกอย่าง ไปสู่ขอคุณทิพย์ให้ สมเกียรติของเธอ"

    "เธอบอกไม่ต้องการอะไรหรอกครับแม่ แค่พิธีผูกข้อไม้ ข้อมือก็พอ"

    ปกรณ์หัวเราะร่วน "จะต้องการอะไร...ก็นังคุณทิพย์มันอยากแต่งงานกับลูกของพ่อจนตัวสั่นนี่ แหงล่ะ แก่ชราหงำเหงือกหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนั้น ใครอยากจะอยู่ด้วย"

    "หยุดพูดได้แล้วคุณปกรณ์" คุณรัตน์ปราม

    "จะหยุดทำไม ก็ฉันพูดความจริง...นี่ถ้านังคุณทิพย์มันไม่มีเงิน พ่อไม่ให้ชาตรีแต่งงานกับมันหรอก" ปกรณ์เดินร้องเพลงออกไปอย่างอารมณ์ดี สองแม่ลูกมองหน้ากันไม่สบายใจ

    "ขอบคุณนะครับแม่ ที่เข้าใจผม"

    "คุณทิพย์คือผู้มีพระคุณ สิ่งที่ลูกทำถูกต้องที่สุดแล้วจ้ะ"

    ชาตรีกอดแม่แน่น คุณรัตน์กอดตอบ แต่สีหน้าของเธอไม่สบายใจนักที่ลูกตัดสินใจแต่งงานกับหญิงที่แก่คราวแม่

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์