ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสน่ห์นางงิ้ว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4

12 ปีก่อนเป็นยุครุ่งเรืองของงิ้ว ศาลเจ้าพ่อเสือมักมีงานฉลอง มีการเชิดสิงโต การแห่รูปปั้นเทพเจ้า ผู้คนเข้ามากราบไหว้มากมาย เสียงดนตรีงิ้วโหมโรงดังสนั่นแสดงให้รู้ว่าใกล้เริ่มการแสดง เด็กหญิงบัว เด็กชายชยุติและเด็กชายดำเกิงวิ่งเล่นกันอยู่ รีบกลับมาที่โรงงิ้วอย่างรู้งาน

ผ่านมาถึงปีพุทธศักราช 2517...เสียงซินแสหลอตะโกนเรียกบัวซึ่งโตเป็นสาวสวยกำลังง่วนกับการจัดชุดงิ้วให้นักแสดง มาที่แท่นทำพิธี...

เจียงเป็นเจ้าของคณะเหลี่ยนฮัว มีซินแสหลอเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขมาตลอด บัวกับดำเกิงเป็นเด็กกำพร้าที่เจียงเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม มีนักแสดงในคณะคือ ตรึงจิต นกขมิ้น ฉาง และนักแสดงอื่นๆ...ทุกคนร่วมกัน เซ่นไหว้เทพเจ้าทุกองค์ เจียงกล่าวคำอธิษฐาน

“ปีนี้คณะเหลี่ยนฮัวเปิดการแสดงเป็นครั้งแรก ขอให้การแสดงราบรื่น ไร้อุปสรรค เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมด้วยเถิด”

“พวกเราชาวคณะขอคารวะเทพเจ้าฉั่งหง่วงส่วยและองค์ไท้จื่อเอี้ย” หลอกล่าวต่อ

“เหล่าเอี้ยป่อฮ่อ” ทุกคนกล่าวพร้อมกัน และปักธูปลงกระถาง คุกเข่าลงคำนับ 3 ครั้ง

 จากนั้นก็แบ่งขนมเปี๊ยะให้ทุกคนเจี๊ยะ ดำเกิงตะโกนนำเพื่อปลุกคนในคณะว่า...พวกเราสู้ตายใช่ไหมพ่อแม่พี่น้อง ทุกคนชะงักมองดำเกิงเป็นตาเดียว หลอเอ็ด

“ลื้อซี้ซั้วต่าอาเกิ่ง พูดออกมาได้ว่าสู้ตงสู้ตาย ลื้อจะเล่นงิ้วหรือจะไปชกมวยวะ...”

ดำเกิงหน้าเจื่อน หลอหันมากำชับตรึงจิตให้ทบทวนบทร้องให้แม่น อย่าผิดอีก ตริึงจิตกระฟัดกระเฟียดรับคำแล้วบ่นว่า นางเอกหายหัวไปไหน หลอนึกได้ว่าไหมฟ้าหายไปไม่มาร่วมพิธี บัวอาสาไปตามเพราะรู้ว่าชอบไปไหน

บัวมาตามไหมฟ้าที่ร้านกระเพาะปลาใกล้ศาล ไหมฟ้าบ่นอุบว่าบัวเป็นมารการกินของเธอ...ด้านดำเกิงไปตามหาอีกทาง กลับมาบอกเจียงว่าหาไหมฟ้าไม่เจอ ไม่ทันไรไหมฟ้าเดินหน้างอเข้ามาไม่แคร์สายตาใครจะตำหนิ นกขมิ้นดีใจกระดี๊กระด๊าออกนอกหน้าจนตรึงจิตหึงกระทุ้งศอกใส่ หลอต่อว่าจะออกโรงอยู่แล้วยังไม่แต่งหน้าแต่งตัว ไหมฟ้ายืดอกอย่างผยอง

“ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน อย่าตื่นเต้นนักเลยน่าครู ฉันน่ะระดับไหนแล้ว หลับตาเล่นยังได้เลย”

เจียงไม่พอใจ “ถ้าลื้อยังดูถูกอาชีพที่เลี้ยงลื้อให้มีกินมีใช้อยู่ทุกวัน ลื้อก็ไม่คู่ควรที่จะเหยียบเวทีนี้ กฎของคณะเหลี่ยนฮัว ก่อนแสดงครึ่งชั่วโมง ทุกคนต้องอยู่หลังเวที”

“โอ๊ย...เรื่องมากจริง คืนนี้จะมีคนดูหรือเปล่ายังไม่รู้!”

เจียงโกรธจัดจนความดันขึ้นเซจะล้ม บัวตกใจเข้าประคอง เจียงกัดฟันสั่งทุกคนแต่งตัวให้พร้อมก่อนการแสดงเริ่ม หลอให้บัวช่วยไหมฟ้าแต่งตัว ตรึงจิตหมั่นไส้ด่าไล่หลังไหมฟ้าว่าเป็นพวกคางคกขึ้นวอ ขึ้นแท่นเข้าหน่อยพาลไปทั่วไม่รู้จักหัวหงอกหัวดำ

ด้านหน้าเวที คนดูโหรงเหรง มีอาม่านั่งสัปหงก อาแปะนั่งแทะเม็ดกวยจี๊ การแสดงเป็นเรื่องไป๋ซู่เจินนางพญางูขาว ซึ่งโด่งดังมานาน...ไหมฟ้าแสดงเป็น

ไป๋ซู่เจินมักจะชม้ายชายตาให้นกขมิ้น เจ้าตัวก็เล่นด้วย ทำให้ตรึงจิตซึ่งเป็นเมียไม่พอใจ เกิดการทะเลาะนอกบทบนเวที ดนตรีบรรเลงหนักหน่วงประกอบการตบตี สลับการแสดงจริง

บัวกำลังปรนนิบัติดูแลเจียงและทุกคนหลังเวที ต่างตกใจกับเสียงที่ดังมา ดำเกิง ซึ่งนั่งหลับรอคิวการแสดงต้องสะดุ้งตื่นเมื่อถูกบัวปลุกให้ดึงรอกเปลี่ยนฉาก ตรึงจิตเดินฟึดฟัดเข้ามาชนดำเกิงทำให้เชือกหลุดมือ ฉากหล่นโครม โรงงิ้วเกิดความปั่นป่วน

 ไหมฟ้าตามมาทะเลาะตบตีกับตรึงจิตหลังเวที ข้าวของล้มระเนระนาด บัว ดำเกิง และชาวคณะช่วยกันแยกจนโดนลูกหลงกันไป เจียงสั่งดำเกิงไปสลับฉากไว้เดี๋ยวคนดูตกใจหนีกลับ แต่กลายเป็นคนดูวิ่งมาดูนางเอกนางรองตบตีกัน ส่งเสียงเชียร์สนุกสนาน หลอลากนกขมิ้นเข้ามา ตรึงจิตกระชากคอนกขมิ้นถามจะเลือกใคร ไหมฟ้าดึงนกขมิ้นมากอดแสดงความเป็นเจ้าของ

“บอกมันไปเลยพี่นกขมิ้น ว่าพี่เบื่ออีปากเหม็นนี่ขนาดไหน อีไส้เน่า”

“มึงดีกว่ากูนักนี่อีเต่าเหม็น ไม่รู้ว่าเต่าเหม็นที่เดียวหรือว่าที่อื่นมันเหม็นด้วย...ทั้งทอมทั้งผู้ชาย อีนี่มันฟาดเรียบทั้งตลาด ทุเรศที่สุด”

คนดูหัวเราะชอบใจ ไหมฟ้าร้องกรี๊ดๆปราดเข้าตบตีกับตรึงจิตอีก นกขมิ้นพยายามห้ามบอกว่ารักทั้งสองคน เท่านั้นสองสาวร้องกรี๊ดหันมาตบตีนกขมิ้นแทน ไหมฟ้าหาว่าบัวเอาเรื่องตนมาโพนทนา บัวปฏิเสธ ตรึงจิตบอกเรื่องของไหมฟ้าเน่าจนทุกคนได้กลิ่นเอง

เจียงเสียงกร้าวขึ้น “ลื้อกินข้าวหม้อเดียวกันแท้ๆนะ จะพูดจาดีๆกันไม่ได้หรือไงห๊ะ ไอ้ที่รำสวยๆร้องเพลงเพราะๆ อยู่ทุกวันเนี่ย มันไม่ช่วยขัดเกลาจิตใจลื้อเลยหรือไง”

 ไหมฟ้าเถียงอย่างไม่ยำเกรง หลอตำหนิซ้ำลืมไปแล้วหรือว่าใครให้ข้าวให้น้ำ ฝึกปรือจนเป็นนางเอกโด่งดังไม่อย่างนั้นเป็นคนงานก่อสร้างไปแล้ว ไหมฟ้าย้อนว่า ที่เล่นงิ้วก็ตอบแทนบุญคุณเพื่อส่งเสียคนบางคนเรียนยังไม่พออีกหรือ บัวสะดุ้งถามหมายถึงตนหรือ ไหมฟ้าแว้ด

“หรือไม่จริง พวกเรารู้กันทั้งคณะว่าใครใช้เงินเปลืองที่สุด เช้ามาก็ทาแป้งหน้าขาวไปเรียน เย็นมาก็นั่งๆ นอนๆเป็นคุณนาย”

เจียงโมโหมากไล่ถ้าคิดอย่างนั้นก็ออกไป ไหมฟ้าโกรธคิดหลงตัวเองประกาศกร้าวว่าอย่ามาง้อทีหลัง บัวหน้าเสียพยายามรั้ง เจียงสั่งเสียงเฉียบไม่ให้ตามความดันขึ้นจนเป็นลมล้มพับ

ooooooo

ค่ำคืนนั้นบัวกับทุกคนช่วยกันเก็บของ เจียงเปรยกับหลอว่าคณะเราจะไปรอดหรือ หลอให้เจียงใจเย็นพักผ่อนให้หาย คณะเรารอดพ้นวิกฤติมาได้ทุกครั้ง พรุ่งนี้จะต้องเหมือนเดิม

 ทันใดเถ้าแก่นั้ง กรรมการดูแลศาลเจ้า เข้ามาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ต่อว่าที่อุตส่าห์ไว้ใจผูกขาดให้เล่นงิ้วประจำ แต่กลับมีเรื่องให้งานเสียหายจะเปลี่ยนคณะใหม่ บัวร้อนใจดึงลากดำเกิงที่ยังล้างหน้าไม่หมดออกไปตามไหมฟ้าให้กลับมาเล่นเป็นนางเอกของคณะต่อ

เจียงนั่งคุกเข่ามองแท่นบูชาเทพเจ้า รำพันโทษตัวเองไม่เอาไหนที่ดูแลคณะไม่ได้ หลอปลอบ

“ไม่น่อ...เฮียไม่เคยได้ยินเหรอ ชิ้วเส่ยอาตั้ว กาชึง...แปลว่ามือเล็กอุดตูดใหญ่ เฮียเจียงแค่คนเดียวจะคอยตามล้างตามเช็ดปัญหาทุกอย่างในคณะไม่ได้หรอก ของบางอย่างก็ต้องปล่อยมันไป อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คิดมากปวดหัวเปล่าๆ”

“อั๊วสร้างคณะเหลี่ยนฮัวขึ้นมากับมือ จะปล่อยให้พังตรงหน้าได้ยังไง ถ้าพรุ่งนี้อาไหมฟ้าอีไม่ยอมกลับมาเล่น เราก็แสดงไม่ได้ อั๊วห่วงก็แต่ชื่อเสียงของคณะเรานี่สิ เสียไปแล้วไม่รู้จะเรียกคืนมายังไง แล้วใครจะมาเชื่อถือคณะเรา”

“อาไหมฟ้าอยู่กับเฮียมาสิบกว่าปี เวลาอีลำบาก เฮียก็ยื่นมือช่วยเหลืออีทุกครั้ง อาไหมฟ้าอีคงไม่ใจจืดใจดำทิ้งคณะเราไปหรอกน่า”

เจียงมองหน้าหลออย่างไม่มั่นใจ ในขณะที่บัวกับดำเกิงไปขอร้องให้ไหมฟ้ากลับมา กลับโดนตอกหน้าว่า ทำงานมาเป็นสิบปีร้องคอแทบแตกเงินเดือนแค่ห้าพันเท่าเดิม ดำเกิงท้วงว่าคนอื่นๆได้แค่พัน สองพัน แต่ไหมฟ้าไม่สนใจ ถือดีว่าระดับตนต้องมากกว่านี้ ไม่เพียงเท่านั้น ไหมฟ้ายังโยนเสื้อผ้าของนกขมิ้นใส่หน้าบัวกับดำเกิง ให้ไปบอกนกขมิ้นว่าตนจะเผาสมบัติเขาทิ้ง

“ไอ้คนเฮงซวย หนอยให้อีเมียหลวงมาตบกู ไอ้หน้าตัวเมีย มึงอย่าโผล่หัวมาให้เห็นอีกนะมึง” ไหมฟ้าเข่นเขี้ยวถ่มน้ำลายรดข้าวของ บัวกับดำเกิงกระโดดหลบวิถีน้ำลาย

ดำเกิงเดินกลับบ่นกับบัว หมั่นไส้ไหมฟ้าที่ว่าเงินเดือนไม่พอยาไส้ ไม่นึกว่าตัวเองดังอยู่คนเดียว ไม่เห็นหัวใครในคณะเลย อยากออกก็ออกไป คนอื่นที่จะขึ้นมาแทนมีถมไป ทันใดเสียงแตรรถของวลีกับกนกวิภา สองแม่ลูกบีบไล่ให้หลบ บัวกับดำเกิงพยายามกระโดดหลบน้ำที่เจิ่งบนถนนเข้าข้างทาง ดำเกิงหันมามองหน้า เห็นกนกวิภาเป็นคนขับยิ้มเหยียด

สองแม่ลูกเห็นหน้าว่าเป็นเด็กโรงงิ้วก็แกล้งเร่งรถทับน้ำสาดใส่ แล้วเปิดกระจกรถร้องบอก “ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ แต่เจตนา มีอะไรไหม”

“อ้าว พูดแบบนี้มันกวนกันนี่หว่า แน่จริงก็ลงมาคุยกันตัวๆให้รู้เรื่องสิวะ” ดำเกิงสวน

บัวปรามให้ใจเย็น กนกวิภาตอบโต้ว่าถนนซอยนี้พวกตนเสียภาษีมากกว่า อย่าทำเป็นเจ้าของถนน แล้วหัวเราะคิกคักกับแม่ก่อนจะออกรถไป ดำเกิงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง บัวปลอบว่าจริงของเขา เขาเสียภาษีมากกว่าก็ได้เป็นเจ้าของถนนมากกว่า

 ดำเกิงไม่เห็นด้วย คนจนไม่ใช่คนหรืออย่างไร มันดูถูกกันเกินไป หันไประบายอารมณ์เตะของแถวนั้นกระเด็น

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม
12 พ.ย. 2562
09:01 น.