ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • จุลลดา ภักดีภูมินทร์
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ณ.ภัทรพร
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ธีระศักดิ์ พรหมเงิน
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ (2002) จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ธันวา สุริยจักร,อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์,ชนะพล สัตยา,ฮาน่า ลีวิส

ริษยา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

กรุงเทพฯ ปี พ.ศ.2500

ระหว่างที่เจตน์ชวนชนกเพื่อนรักที่เพิ่งกลับจากไปเรียนเมืองนอกนั่งเรือยนต์ชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำอย่างเพลิดเพลินใจ วรรศิกาหรือหม่อมราชวงศ์หญิงวรรศิกาวิ่งหนีอบสวาทซึ่งถือกรรไกรไล่ตามหลังติดๆมาที่ท่าน้ำ ด้วยความกลัว ทำให้เธอหยุดไม่ทันพลัดตกน้ำ ร้องขอความช่วยเหลือลั่น ชนกรีบกระโดดน้ำลงไปช่วย

เจตน์เบนหัวเรือมาจอดที่ท่าน้ำช่วยดึงตัววรรศิกาที่ตัวสั่นขึ้นจากน้ำ ชนกซึ่งตามหลังเธอขึ้นมาเห็นกรรไกรในมืออบสวาทจึงหันไปถามวรรศิกาว่าผู้หญิงคนนี้จะทำร้ายเธอใช่ไหม คนถูกถามได้แต่นิ่ง อบสวาทไม่พอใจมากตรงมากระชากแขนวรรศิกาจะลากตัวกลับ ชนกโวยวายเสียงเข้ม

“คุณจะทำอะไร”

“ไม่ต้องมายุ่งไม่ใช่ธุระกงการอะไร อย่าแส่” ตวาดเสร็จ อบสวาทลากตัววรรศิกาที่พยายามดิ้นหนีออกมา ชนกจะตามไปช่วยแต่เจตน์ดึงตัวไว้ พร้อมกับเตือนสติขืนตามเข้าไปอาจเจอข้อหาบุกรุก เขาไม่สนใจสะบัดมือเพื่อนรักออกแล้วรีบเดินตามสองสาว เจตน์ลังเลอยู่อึดใจก่อนจะตามเขาไปอีกทอดหนึ่ง...

ขณะที่ชนกกำลังง่วนอยู่กับการยุ่งเรื่องของคนอื่น ชนนีน้องสาวของเขาทำตัวเป็นลิงเป็นค่างปีนต้นมะม่วงหลังบ้านเพื่อเก็บมะม่วงมาทำน้ำปลาหวานไว้ให้พี่ชายสุดเลิฟกิน ชวนชื่นผู้เป็นแม่มาเห็นเข้าถึงกับส่ายหน้าระอาใจกับความซนของลูกสาว โดยไม่ลืมถามถึงลูกชายว่าทำไมป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้านอีก

“สงสัยจะมัวชื่นชมบรรยากาศสองฟากฝั่งแม่น้ำเพลินละมั้งคะ”

“เอ แต่นี่มันนานมากแล้วนะ ยิ่งใจร้อนอยู่ด้วย หวังว่าจะไม่ไปมีเรื่องกับใครเข้าล่ะ” ชวนชื่นว่าพลางชะเง้อมองไปที่ท่าน้ำอย่างเป็นห่วง...

ฝ่ายชนกวิ่งตามมาถึงหน้าตัวตึกของวังอโยธยา เห็นอบสวาทกำลังจะกล้อนผมวรรศิกาก็ปรี่เข้าไปกระชากมือข้างที่ถือกรรไกรออกจนเซจะล้ม เธอเคืองจัดโวยวายเรียกบ่าวไพร่ทั้งเจียน สาและล้วนให้มาช่วยกันลากตัวชนกกับเจตน์ออกไป ยังไม่ทันจะมีใครขยับเสียงหม่อมชุลีดังเข้ามาก่อนตัวจะมาถึง

“เอะอะโวยวายอะไรกันแม่อบสวาท เอ๊ะ...แล้วนั่นใคร” หม่อมชุลีมองชนกด้วยสายตาเย็นชา “เธอเป็นใคร เข้ามาที่นี่ทำไม รู้ไหมว่าที่นี่คือวังอโยธยา”

ชายหนุ่มไม่สนว่าที่นี่คือที่ไหน สนใจแค่ว่าอบสวาทกำลังจะทำร้ายวรรศิกาแถมจะกล้อนผมเธออีกต่างหาก แทนที่หม่อมชุลีจะเล่นงานอบสวาทกลับจัดการกล้อนผมวรรศิกาด้วยมือตัวเองให้ชนกดู คนถูกกล้อนผมได้แต่นั่งน้ำตาไหลไม่มีเสียงอ้อนวอนขอร้องหลุดจากปากของเธอแม้แต่คำเดียว

ooooooo

การกระทำของหม่อมชุลีสร้างความขุ่นเคืองใจให้ชนกเป็นอย่างมาก ถึงขนาดเรียกเธอว่ายัยป้าโรคจิตระหว่างที่เล่าเรื่องนี้ให้แม่กับน้องสาวฟัง ชวนชื่นถึงกับออกปาก ทำไมใจร้ายนักแล้วถามว่าไปเจอที่ไหนกันมา

“เห็นเขาเรียกว่าวังอโยธยาครับคุณอา” เจตน์ชิงตอบคำถามแทนชนก ชวนชื่นตกใจแต่รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ ขณะที่ชนนีพูดอย่างเห็นใจว่าน่าสงสารผู้หญิงคนนั้น ชนกกลับสมน้ำหน้าเธอที่ทำเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ

“มือเท้าก็มีปล่อยให้เขาทำกับตัวเองอย่างกับไม่ใช่คน รู้อย่างนี้ไม่น่าเข้าไปช่วย”...

ด้านอบสวาทไม่สาแก่ใจที่วรรศิกาถูกกล้อนผม ยังตามมาหาเรื่องด่าทออีก ฝ่ายหลังทนไม่ไหวด่าคืนไปบ้าง กลับถูกเธอตบหน้าหัน วรรศิกาต้องข่มอารมณ์ไว้ แล้วเดินเลี่ยงออกไป อบสวาทมองตามสะใจ แต่พอหันกลับมาอีกทีต้องหน้าซีดเผือดเมื่อเจอหม่อมชุลียืนจ้องอยู่ ก่อนจะต่อว่าเธอที่ทำนอกเหนือคำสั่ง ให้แค่เฆี่ยนตีวรรศิกา แต่กลับจะไปกล้อนผมจนทำให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายแถมยังมาด่าว่าตนถึงในนี้

“จำไว้นะแม่อบสวาท ถ้ายังทำอะไรตามอำเภอใจอีกหล่อนนั่นแหละจะเป็นคนโดนฉันกล้อนผมเสียเอง”

“ดิฉันขอประทานโทษค่ะคุณอา ต่อไปดิฉันจะทำตามคำสั่งของคุณอาอย่างเคร่งครัดค่ะ” อบสวาทก้มกราบท่าทางกลัวมาก แต่พอลับหลังหม่อมชุลี อบสวาทยังคงวางก้ามตามไปรังควานวรรศิกาถึงห้องกินข้าว ห้ามไม่ให้แตะต้องมื้อเย็นโดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของหม่อมชุลี

วรรศิกาได้แต่เก็บความอัดอั้นใจเอาไว้ ครั้นกลับถึงห้องของตัวเอง น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลอาบแก้ม เธอหยิบ รูปถ่ายเก่าๆของแม่ขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย อดนึกถึงแม่ที่นอนป่วยอยู่ในห้องคนรับใช้ซอมซ่อไม่ได้ ตอนนั้นแม่ขอให้วรรศิกาซึ่งอยู่ในวัยเด็กรับปากว่าจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น

“ลูกแม่ต้องไม่อ่อนแอ ต้องอดทนต้องเข้มแข็งให้สมกับที่ลูกเกิดมาเป็นหม่อมราชวงศ์หญิงวรรศิกา”

“ค่ะแม่ หญิงจะเข้มแข็ง หญิงจะอดทน หญิงจะ ไม่ร้องไห้ หญิงจะไม่อ่อนแอให้ใครเห็น”...

เย็นวันเดียวกัน นพถึงกับตกใจเมื่อชวนชื่นเล่าเรื่องที่ชนกไปวังอโยธยาโดยบังเอิญแถมได้เจอหม่อมชุลีกำลังเล่นงานวรรศิกาลูกของท่านชายรามพงษ์ที่เกิดกับ เมียบ่าวอีกด้วย แต่ก็เบาใจไปเปลาะหนึ่งที่เมียรักไม่ได้บอกลูกว่าเรากับหม่อมชุลีเป็นญาติกัน

“คุณพี่เธอตัดญาติขาดมิตรเรามาตั้งนานแล้วรื้อฟื้นไปก็ไม่มีประโยชน์”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชนกรับยอดธิดาหญิงคนรักจากสนามบินมาส่งบ้านพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางหลายใบ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับเสี่ยย้งพ่อของฝ่ายหญิง ยอดธิดาไม่อยากให้ชนกอยู่ที่บ้านของเธอนานเกินไปกลัวจะรู้เบื้องหลังว่าครอบครัวของเธอรวยแต่เปลือก รีบขออนุญาตพ่อออกไปฉลองการกลับเมืองไทยกับเขา...

ระหว่างอยู่ในไนต์คลับ ชนกเผลอเมื่อไหร่ยอดธิดามักจะส่งตาหวานไปให้หนุ่มๆที่แต่งตัวดีดูมีฐานะ...

ฝ่ายวรรศิกานั่งใจลอยอยู่ในสวนข้างวังอโยธยานึกถึงตอนที่ชนกกอดเอาไว้ในอ้อมแขนขณะที่ช่วยเธอขึ้นจากน้ำ หญิงสาวสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป แล้วลุกขึ้นจะเดินกลับตึก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดอกจำปาบานอยู่เต็มต้น พยายามเขย่งตัวขึ้นเด็ด ทันใดนั้นมีเสียงร้องห้ามของเจียนดังขึ้น

“อย่าค่ะ! คุณหญิงจะทำอะไรคะนั่น”

“นึกว่าหญิงจะคิดสั้นผูกคอตายเหมือนท่านพ่อ เหรอแม่เจียน” วรรศิกาย้อนถามน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่เจียนได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

เช้านี้ชนกลุกขึ้นมาโชว์ฝีมือทำอาหารให้พ่อกับแม่กินโดยมีชนนีกับจวงคอยเป็นลูกมือ มื้อนี้เป็นอาหารฝรั่งง่ายๆไข่ดาว ไส้กรอกและขนมปังปิ้ง นพไม่ค่อยถูกปากกับอาหารฝรั่งเท่าใดนักจะขอเปลี่ยนเป็นข้าวต้มกุ้ง ชวนชื่นต่อว่าว่าลูกอุตส่าห์ลงมือทำด้วยตัวเอง นานๆ

กินทีก็ไม่เลวเหมือนกัน นพไม่วายติติง

“แกกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วก็ต้องหัดใช้ชีวิตแบบคนไทยบ้าง เออ...วันนี้เข้าบริษัทสักทีนะเจ้านก พ่อจะได้มอบหมายงานให้ทำ”

“เริ่มพรุ่งนี้ได้ไหมคะ วันนี้ฉันตั้งใจจะชวนตานกไปกราบท่านน้าหญิงก่อน” ชวนชื่นบอกอย่างเกรงใจ

ชนกขอผลัดแม่ไปก่อน ไม่อยากต้องตัวเกร็งเวลาเข้าวัง เธอห้ามเขาปฏิเสธ อย่าลืมว่าเขาไปเมืองนอกตั้งแต่ยังเด็กได้ก็เพราะความเมตตาของท่านยาย ซึ่งตอนนั้นพ่อกับแม่ยังไม่มีกำลังส่งเสีย และที่สำคัญท่านยายรัก

เขามาก ถ้าท่านรู้ว่าเขากลับมาแล้วไม่ไปกราบ ท่านคงจะเสียใจ ชนกรับคำไม่อิดออดอะไรอีก...

ทางด้านอบสวาทดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อรู้จากหม่อมชุลีว่าหริพันธ์หรือหม่อมราชวงศ์หริพันธ์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านกำลังจะกลับจากอังกฤษ ท่านต้องปรามให้เธอสงวนท่าทีไว้บ้าง เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องห่างๆ

กับเขาอย่าดีใจราวกับเป็นคู่รักคู่ใคร่ ใครเห็นจะไม่งาม แล้วสั่งให้จัดห้องหับไว้ให้เขาด้วย

“แล้วนี่วรรศิกาอยู่ไหน”

“เช้าๆอย่างนี้ชอบไปนั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำค่ะ หมู่นี้ท่าทางหญิงวรรแปลกๆนะคะหรือคิดจะหนีออกจากวังค่ะ”

“มันไม่มีทางหนีฉันพ้นหรอก ใครก็ตามที่คิดจะไปจากฉัน มันไม่มีทางได้จากเป็น ต้องจากตายเท่านั้น” น้ำเสียงน่ากลัวของหม่อมชุลีทำเอาคู่สนทนาเย็นสันหลังวาบ

ครู่ต่อมา อบสวาทมาตามวรรศิกาซึ่งนั่งใจลอยอยู่ที่ท่าน้ำให้ไปพบกับหม่อมชุลี แต่ไม่วายพูดจาเหน็บแนม วรรศิกาไม่ยอมแพ้เล่นงานกลับบ้าง อบสวาทโมโหเงื้อมือจะตบแต่เห็นสีหน้าเอาเรื่องของเธอก็ลดมือลง

“ปากดีไปเถอะ คุณท่านให้หาอีกประเดี๋ยวก็คงโดนตบเลือดกบปากเหมือนเดิม”...

เป็นอย่างที่อบสวาทว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน หลังจากสั่งให้วรรศิกาเตรียมตัวไว้บ่ายนี้จะพาไปข้างนอกด้วย หม่อมชุลีซึ่งเกลียดชังเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหาเรื่องด่าว่า ไปถึงแม่ของเธอที่มาแย่งท่านชายรามพงษ์ไปจากตน วรรศิกาเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่จริง แม่ของเธอไม่เคยคิดแย่งของใคร แม่เจียมตัวเสมอว่าเป็นบ่าว

“แต่ท่านพ่อต่างหากที่ไปหาแม่เอง แม่ไม่ได้เลวไม่ได้ร่านอย่างที่หม่อมแม่กล่าวหา”

“บังอาจ! แกกล้าเถียงฉันเหรอ” ไม่พูดเปล่าหม่อมชุลีปรี่เข้าไปตบวรรศิกาซ้ายหันขวาหันเลือดกบปากก่อนจะไล่เธอไปพ้นหน้า เจ็บกายไม่พอ วรรศิกายังถูกอบสวาทตามมาเยาะเย้ยให้เจ็บใจอีกต่างหาก...

หม่อมชุลีเก็บความแค้นที่มีต่อวรรศิกาไประบายใส่รูปภาพของท่านชายรามพงษ์ซึ่งติดไว้ที่ผนังห้องนอน

“เพราะความใฝ่ต่ำของท่านไม่รักเกียรติไม่รักชาติตระกูล ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับอีบ่าวในบ้าน ทำให้ฉันต้องได้รับความอับอาย เจ็บปวดใจอย่างแสนสาหัส แต่ฉันจะไม่ยอมเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวหรอก เลือดเนื้อเชื้อไขของท่านกับนางขี้ข้าจะต้องเจ็บกว่าฉันหลายเท่านัก ท่านชายคอยดูต่อไปเถอะ”

ooooooo

ณ ตำหนักของท่านหญิงนวลท่านยายของชนก ระหว่างที่ชวนชื่น ชนกและท่านหญิงนวลกำลังคุยกันอย่างออกรส หม่อมชุลีนั่งรถที่ล้วนเป็นสารถีมาถึงหน้าตำหนักโดยเหน็บวรรศิกามาคอยถือกระเป๋าให้

“ฉันแค่มาทูลเชิญท่านน้าหญิงไปร่วมเสวยอาหารค่ำรับชายหริ คงอยู่ไม่นานหรอกตาล้วน” ว่าแล้วหม่อมชุลีปรายตามองวรรศิกา “ถึงในนี้จะเป็นบริเวณวัง แต่ก็มี บ่าวไพร่ผู้ชายทำงานอยู่ หวังว่าแกคงไม่ใช้สันดานไพร่ใฝ่ต่ำไปให้ท่าให้ทางใครเขาจนเกิดคำครหานินทาขึ้นได้” พูดจบหม่อมเจ้าคิดเจ้าแค้นเดินเข้าไปในตำหนัก

ล้วนสงสารวรรศิกาจับใจแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้แต่บอกให้เธอไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้สวยข้างตำหนักก่อนก็ได้ หม่อมชุลีออกมาเมื่อไหร่ตนจะรีบไปตาม หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกไป...

ทั้งท่านหญิงนวล ชนกและชวนชื่นถึงกับหยุดหัวเราะเมื่อเห็นหม่อมชุลีก้าวเข้ามาในห้องโถง โดยเฉพาะชนกรีบสะกิดแม่กระซิบว่าผู้หญิงคนนี้คือยัยป้าโรคจิตที่เขาเคยเล่าให้ฟัง ทำไมถึงมาที่นี่ได้ ท่านหญิงนวลรีบทัก

“เอาแม่ชุลี ลมอะไรพัดเธอมาที่นี่ได้ เมื่อมาแล้วก็เข้ามาสิ ญาติกันทั้งนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน”

ชนกถึงกับอึ้งที่รู้ว่ายัยป้าโรคจิตเป็นญาติของตัวเอง หม่อมชุลีหนีไม่ออกจำต้องเข้ามากราบท่านหญิงนวลโดยไม่ยอมมองหน้าน้องสาวกับหลานชายจนชวนชื่นต้องเป็นฝ่ายทักก่อน

“สวัสดีค่ะคุณพี่ ไม่เจอกันนานมากเลยนะคะ”

“อย่ามาเรียกฉันว่าพี่ ฉันไม่เคยมีน้องอย่างหล่อน” คำพูดมะนาวไม่มีน้ำของหม่อมชุลีทำให้ชวนชื่นถึงกับหน้าเจื่อน ท่านหญิงนวลต้องขอร้องให้หม่อมชุลีลดทิฐิลงบ้างเรื่องมันก็นานมากแล้วและแนะนำให้รู้จักกับชนก ที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก เธอตั้งแง่รังเกียจไม่ต้องการรู้จักกับพวกใฝ่ต่ำและไม่ต้องการนับญาติด้วย

“ผมเพิ่งเชื่อทฤษฎีที่ว่าโลกกลมก็วันนี้เอง นึกไม่ถึงว่าป้าแก่ๆที่จิตใจโหดร้ายป่าเถื่อนจะกลายมาเป็นป้าของผม คุณไม่อยากนับญาติกับแม่กับผมก็ไม่เป็นไร เพราะผมเองก็รังเกียจขยะแขยงไม่อยากนับญาติกับคนอย่างคุณเช่นกัน” ชนกโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด ส่วนหม่อมชุลีจ้องหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

จากนั้นไม่นาน ชนกเดินหัวเสียมาที่สวนดอกไม้ข้างตำหนัก บ่นเป็นหมีกินผึ้งที่แม่มาห้ามไม่ให้ต่อปากต่อคำกับยัยป้าโรคจิต เขาเหลือบเห็นวรรศิกายืนเหม่ออยู่ปรี่เข้าหาหวังจะเล่นงานเพื่อระบายแค้น แต่พอเห็นแววตาเศร้าของเธอก็เปลี่ยนท่าที ทักทายด้วยภาษาดอกไม้ เธอชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเดินหนี เขาวิ่งไปขวางไว้

“จะไม่พูดกับผมสักคำเลยเหรอไง คุณนี่มันไร้ความรู้สึกจริงๆ ผมรู้ว่าคุณคงไม่ดีใจหรอกที่เห็นผม แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีท่าทางแปลกใจรึตกใจบ้างสิที่เรามาเจอกันอีกครั้ง...เป็นคนหรือผีดิบกันแน่เนี่ย”

วรรศิกาไม่ต่อปากต่อคำด้วย เดินผ่านชนกจะกลับไปที่รถแต่เขาคว้าข้อมือไว้ เธอตกใจสะบัดมือออก เขากลับรวบมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ เธอโกรธมากสะบัดมือเขาออกเต็มแรงแล้วตบจนหน้าหัน

“คุณจะว่าฉันยังไงก็ได้แต่อย่ามาดูถูกฉันด้วยการทำแบบนี้” พูดจบวรรศิกาจ้ำพรวดๆจากไป

“จับมือแค่นี้ถือว่าเป็นการดูถูกเลยเหรอ บ้ายัยผีดิบนี่หลุดมาจากหลุมไหนกันเนี่ย” ชนกตะโกนไล่หลัง

ooooooo

ชนกบ่นว่าหม่อมชุลีตั้งแต่ออกจากตำหนักท่านหญิงนวลยันถึงบ้าน ชวนชื่นทนไม่ไหวต้องขอร้องให้หยุดเพราะคนที่เขาด่าว่าเป็นพี่สาวของตนและที่สำคัญการด่าว่าผู้ใหญ่เป็นบาปเป็นกรรม นพเข้ามาตบบ่าลูกชาย

“ยกไว้คนเถอะ จะพูดอะไรก็ปล่อยไปไม่ต้องยุ่งไม่ต้องไปสนใจ แค่เราไม่เป็นแบบที่เขาพูดก็พอ”

“แต่ยังไงผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีครับพ่อ”

“พี่นกไม่เข้าใจผู้หญิงคนไหนทั้งนั้นแหละยกเว้นคุณยอดธิดา” ชนนีกระเซ้า ชวนชื่นได้ยินชื่อแฟนของลูกชายก็ร้องทักเมื่อไหร่จะพามาให้ท่านดูตัว เขาตั้งใจจะพาเธอมาพบพ่อกับแม่ในเร็ววันนี้ ชนนีไม่วายแซวรับ ปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแบบนี้จะให้เรียกว่าที่พี่สะใภ้ได้หรือยัง ชนกแกล้งทำตาดุใส่น้องซึ่งหัวเราะคิกๆชอบใจ

“ค่อยๆดูกันไปก่อน เรื่องครอบครัวอย่าด่วนตัดสินใจ” นพทักท้วง

“ชัวร์ครับ ผมไม่รีบยอดก็ไม่รีบ ยังมีเวลาศึกษาดูใจกันอีกนาน”...

หลังได้รับจดหมายจากหริพันธ์แจ้งวันเวลาที่จะเดินทางมาถึงเมืองไทย หม่อมชุลีสั่งให้อบสวาทไปตามตัววรรศิกามาพบเพื่อจะแจ้งเรื่องนี้ แทนที่จะไปบอกดีๆ อบสวาทกลับฉุดกระชากลากถูเธอมา นอกจากจะไม่ตำหนิคนของตัวเองที่ใช้กำลังกับลูกเลี้ยง หม่อมชุลีกลับหาเรื่องเล่นงานเธอ แถมด่ากราดไปถึงแม่ของเธอด้วยเรื่องเดิมๆ วรรศิกาทนไม่ไหวเถียงแทนแม่ที่ตายไปแล้วทำให้หม่อมชุลีโกรธมากปรี่เข้าไปตบตีไม่ยั้ง

“อย่าสะเออมาตีฝีปากกับฉัน เจียมกะลาหัวให้มากๆ ชีวิตแกมันเป็นของฉัน ถ้าให้อยู่ก็ต้องอยู่ ถ้าให้ตาย แกก็ต้องตาย”...

ขณะที่หม่อมชุลีหาเรื่องตบตีวรรศิกาไม่หยุดหย่อน ชนนีแอบที่เบาะหลังรถของพี่ชายจะขอติดรถไปเที่ยวไนต์คลับด้วยอ้างว่าอยู่มหาวิทยาลัยแล้วโตพอจะไปเที่ยวกลางคืนได้แล้ว เขาบ่นอุบขืนให้ไปด้วยแม่เอาตายแน่

“โธ่ ก็อย่าบอกสิคะ น่ะ น้องอยากไปเปิดหู เปิดตาบ้าง”

“เฮ้อ...งั้นลงมานั่งด้านหน้า” ชนกทำเป็นถอนใจ ชนนีหลงกลลงจากเบาะหลังรถเตรียมจะมาเปิดประตูรถด้านหน้าเพื่อนั่งที่เบาะข้างคนขับ แต่เขาชิงออกรถไปเสียก่อน เธอถึงกับหน้าหงิก

“พี่นกนะพี่นกจำไว้เลย...โกรธแล้ว”

ooooooo

ที่ห้องทำงานของชนกตอนสายวันถัดมา พจน์นำแปลนบ้านหลังใหญ่ที่ลูกค้าต้องการให้ซ่อมแซมเป็นการเร่งด่วนมาให้ชนกดู พร้อมกับแจ้งว่าลูกค้าห้ามดัดแปลงอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างต้องคงเดิมเท่านั้น

“แปลก จะทำทั้งทีทำไมไม่รีโนเวทใหม่ไปเลย ดูจากโครงสร้างแปลน อายุคงหลายสิบปี”

“เสียดายบรรยากาศเดิมๆล่ะมั้ง”

“แต่แปลนนี้ดูคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน”

พจน์ยังไม่ทันบอกว่าแปลนนี้เป็นของวังอโยธยา

ยอดธิดาซึ่งนัดมากินข้าวกลางวันกับชนกเปิดประตูห้องเข้ามาเสียก่อน เธอเห็นชายคนรักง่วนอยู่รีบขอโทษที่มาเร็วไปหน่อย แล้วเหลือบไปเห็นแปลนบนโต๊ะทำงาน

“อุ๊ยใหญ่จังค่ะ อย่างกับวังเลย แต่ยอดว่าแบบมันโอลด์แฟชั่นไปนิดนึง ถ้ารีโนเวทใหม่ให้เก๋ๆคงจะดี”

แม้จะสะดุดกับคำว่าวังแต่ชนกก็ไม่ได้เอะใจอะไร...

ที่เรือนครัวภายในวังอโยธยา ขณะวรรศิกากำลังนั่งร้อยพวงมาลัยดอกมะลิพวงสวยอยู่โดยมีสากับเจียนนั่งหั่นผักอยู่ใกล้ๆ อบสวาทเข้ามาเร่งให้รีบทำให้เสร็จอ้างหม่อมชุลีรอจะไหว้พระอยู่ คนถูกเร่งร้อยดอกไม้ต่อไปไม่สนใจทำให้อบสวาทหมั่นไส้ คว้าพวงมาลัยไปจากมือเธอพร้อมกับเยาะเย้ยว่าทำได้แค่นี้เองหรือ สวยไม่ได้ครึ่งที่ตนทำ วรรศิกาจ้องตาเขม็ง

“ถ้าอย่างนั้น ทำไมพี่อบไม่ร้อยเองล่ะคะ”

ตอนที่ 2

ทันทีที่ถึงวังอโยธยา หริพันธ์ตรงเข้ามากราบบนตักหม่อมชุลีผู้เป็นแม่ซึ่งลูบหัวลูบหลังอย่างปลาบปลื้มรักใคร่ ดีใจที่ลูกกลับเมืองไทยสักที เขาเองก็ดีใจเช่นกัน ตอนแรกศาสตราจารย์ที่นั่นขอให้เขา

อยู่ต่อเพื่อสอนนักเรียนแต่เขาอยากจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ ไม่อยากให้ท่านอยู่คนเดียวนานๆ

“ชื่นใจ แม่ล่ะกลัวว่าชายจะไปติดแหม่มฝรั่งที่นั่นเข้า มีหวังแม่อกแตกตาย”

หริพันธ์ไม่มีเวลาทำเรื่องไร้สาระอย่างนั้น อยู่อังกฤษมีแต่เรียนกับทำวิทยานิพนธ์ หม่อมชุลียิ่งปลื้มหนักที่เขาประพฤติตัวดีสมกับเป็นลูกของตน

“ชายต้องคู่ควรกับผู้หญิงที่ดีพร้อมเสมอกันเท่านั้น” แม้คำพูดของหม่อมชุลีจะฟังหวานหูแต่ก็แฝงความคาดคั้นอยู่ในที อบสวาทที่ยืนสำรวมอยู่ได้แต่ก้มหน้านิ่ง หริพันธ์ขอตัวเอาของไปเก็บก่อน แล้วหันไปคว้าข้าวของของตัวเอง อบสวาทกุลีกุจอเข้าไปช่วยถือโดยมีหม่อมชุลีมองตามไม่วางสายตา...

หม่อมชุลีเก็บความภาคภูมิใจในตัวลูกชายไปเย้ยหยันกับรูปภาพของท่านชายสามีของตัวเองที่ติดไว้ในห้องนอน เปรียบเทียบให้ฟังว่าลูกของท่านที่เกิดกับเมียบ่าวจะมาสู้ลูกชายของตนที่ทั้งสง่าและเพียบพร้อม

“อย่ามาหัวเราะเยาะฉันนะ คอยดูต่อไปเถอะ ฉันจะไม่มีวันยอมให้ลูกประพฤติตัวเหมือนท่านเด็ดขาด” หม่อมชุลีจ้องรูปภาพของท่านชายด้วยสายตาชิงชัง พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ ตอนนั้นท่านชายพาแววมาแนะนำให้รู้จักว่าเป็นเมียอีกคนหนึ่งของท่านแถมตั้งท้องอ่อนๆอีกด้วย หม่อมชุลีแค้นแทบกระอักที่ท่านไปคว้าบ่าวมาทำเมีย ด่าทอทั้งคู่ด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่ให้เกียรติ ท่านชายเคืองมากตวาดลั่น

“มันจะมากไปแล้วนะแม่ชุลี”

“แค่นี้ยังน้อยไป อย่าหวังว่าฉันจะยอมรับนังขี้ข้าชั้นต่ำนี่ ต่อให้ตายฉันก็จะไม่มีวันรับมันรวมทั้งเลือดเนื้อ เชื้อไขของมันด้วย” ภาพความช้ำใจคราวนั้น ยิ่งทำให้หม่อมชุลีเคียดแค้น ตะคอกใส่รูปภาพของท่านชายที่อยู่ตรงหน้า “ท่านทำกับฉันไว้แสนสาหัสจะไม่มีวันลืม ถึงท่านและ นังแววจะชิงตายไปเสียก่อน แต่เลือดเนื้อเชื้อไขของท่านกับมันจะต้องได้รับผลกรรมแทนอย่าสาสม ต้องชดใช้แทนแม่ของมัน”...

ทางด้านวรรศิกาแอบเอามาลัยดอกมะลิพวงสวยมาวางหน้าโกศเก็บอัฐิของท่านพ่อ ยังไม่ทันจะอธิษฐานอะไรถึงท่าน หม่อมชุลีเปิดประตูห้องพระเข้ามาเสียก่อน โวยวายลั่นเคยบอกกี่ครั้งแล้วว่าเธอไม่มีสิทธิ์มากราบไหว้ท่านชาย แล้วปรี่มากระชากพวงมาลัย

“หญิงขอความกรุณาจากหม่อมแม่ให้หญิงได้ไหว้ท่านพ่อสักครั้งเถอะค่ะ” วรรศิกาอ้อนวอน

หม่อมชุลีนิ่งไปอึดใจก่อนจะยื่นพวงมาลัยคืนให้ คุณหญิงยังไม่ทันจะรับคืน หม่อมตัวแสบปล่อยมันทิ้งลงพื้น ใช้เท้าเหยียบแล้วเดินจากไปไม่ไยดี วรรศิกาขมขื่นใจมากเก็บพวงมาลัยยับเยินขึ้นมาแนบอก และยิ่งช้ำใจหนักขึ้นอีกเมื่อเดินผ่านหน้าห้องนอนของพี่ชายแล้วเห็นเขากับอบสวาทกำลังเล่นผีผ้าห่มกันอยู่ เธอปล่อยพวงมาลัยที่กอดแนบอกร่วงลงพื้น วิ่งหนีไปทั้งน้ำตา

ooooooo

ชนกกำลังควบคุมลูกน้องซ่อมแซมภายในวังอโยธยาอย่างขะมักเขม้นตอนที่เห็นวรรศิกาวิ่งร้องไห้ผ่านเลยไปทางด้านหลังตัวตึก ไม่ต้องบอกก็เดาออกว่าโดนใครกลั่นแกล้งมาอีก แต่ไม่อยากสนใจคนที่ไม่รู้จักสู้เพื่อตัวเองจึงหันไปทำงานที่อยู่ตรงหน้าต่อไป สุดท้ายก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ วิ่งตามจนทัน

“คุณไม่เบื่อตัวเองบ้างเหรอ ปล่อยให้เขาทำร้ายทารุณเหมือนตัวเองไม่ใช่คน ไม่คิดจะสู้แล้วมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง ต่อให้คุณร้องไห้จนน้ำตาท่วมวังก็ไม่มีใครเขาเห็นใจคุณหรอกเพราะขนาดผมก็ไม่ใช่คนใจร้ายเหมือนคนบ้านนี้ ผมเห็นแล้วยังรู้สึกรำคาญเลย”

“ฉันก็ไม่เคยต้องการความเห็นใจจากใครโดยเฉพาะ คุณ ทำท่าเหมือนอยากจะช่วยเป็นเดือดเป็นร้อนแทนฉัน แต่จริงๆแล้วคุณไม่ได้ทำเพราะความเห็นใจหรือสงสารฉันหรอก เพราะถ้าคุณคิดแบบนั้นจริงคุณคงไม่มาพูดจาเยาะเย้ยถากถางในเวลาที่รู้ว่าฉันกำลังเจ็บ ให้ฉันเจ็บยิ่งขึ้น คุณก็ไม่ต่างอะไรกับคนในวังนี้หรอก” พูดจบวรรศิกาวิ่งหนีไปทันที ชนกได้แต่มองอึ้งที่โดนยัยผีดิบด่า...

ฝ่ายอบสวาทเสร็จกิจกับหริพันธ์เรียบร้อย ค่อยๆย่องออกจากห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อเหยียบพวงมาลัยดอกมะลิที่ตกอยู่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของวรรศิกา เธอตกใจมากรีบตามหาเจ้าของจนเจอ แล้วข่มขู่ไม่ให้พูดเรื่องของเธอกับหริพันธ์ วรรศิกาขู่กลับถ้าหม่อมแม่รู้เรื่องนี้มีหวังเธอได้กระเด็นออกจากที่นี่แน่ๆ อบสวาทแค้นจัดปรี่เข้าไปตบ แต่ชนกเอาท่อนแขนรับไว้ทัน อบสวาทตบคนอื่นแต่กลับเป็นฝ่ายเจ็บเองร้องโอ๊ยลั่น

“ชอบทำร้ายคนอื่นดีนักโดนซะบ้าง รู้แล้วใช่ไหมว่าเจ็บมันเป็นอย่างไร” ว่าแล้วชนกคว้าแขนวรรศิกาพาออกไป อบสวาทได้แต่มองตามเจ็บใจ ไม่นานนักชนกพาวรรศิกา

มายังมุมสงบข้างวังอโยธยา ขอโทษเธอด้วยที่เมื่อครู่นี้พูดแรงไปหน่อย ที่เขาพูดไปทั้งหมดก็แค่อยากช่วยกระตุ้นให้เธอลุกขึ้นมาสู้เพื่อตัวเอง

“คุณรู้ไหมผู้หญิงสมัยนี้เขาไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฝ่ายเดียวกันแล้ว ไม่ผิดก็ต้องเถียง โดนทำร้ายก็ต้องปกป้องตัวเอง ไม่ใช่ยืนเป็นตุ๊กตาให้เขาทำร้ายตามใจชอบถึงแม้คนคนนั้นจะเป็นพ่อแม่เราก็ตาม”

“มีผู้หญิงที่กล้าทำแบบนั้นกับพ่อแม่จริงเหรอคะ” วรรศิกามองชนกอย่างรอคำตอบ...

ในขณะที่ชนกเล่าถึงเรื่องของยอดธิดาให้วรรศิกาฟัง หม่อมชุลีเปิดม่านห้องนอนตัวเองออกมาเห็นสองหนุ่มสาวคุยกันอย่างออกรสจึงหันไปแขวะรูปภาพของท่านชายที่ติดบนผนังห้องว่าให้ดูลูกสาวของท่านที่ร่านเหมือนแม่ของมันไม่ผิดเพี้ยน ต่อหน้าผู้ชายทำระริกระรี้ ทันใดนั้นแผนชั่วร้ายผุดขึ้นมาในสมองของเธออีกครั้ง...

เมื่อได้ฟังชนกเล่าเรื่องยอดธิดาลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเองจนพ่อแม่ยอมให้ไปเรียนต่อเมืองนอกทำให้วรรศิกาทึ่งมาก เขายังยุส่งให้เธอทำแบบนั้นบ้าง เขาไม่อยากเห็นเธอถูกทำร้ายทุกวี่วันแบบนี้ เธอเขินจัดคิดว่าเขามีใจให้ แต่พอรู้ว่ายอดธิดาที่เขาพูดถึงเป็นแฟนของเขาเอง สีหน้ายิ้มแย้มของเธอกลับแข็งทื่ออีกครั้ง บอกด้วยน้ำเสียง

เย็นชาว่าเธอคงเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใครไม่ได้ เธอโตมาแบบนี้ก็คงต้องตายไปแบบนี้ แล้วจ้ำพรวดๆจากไป

“อะไรของเขา เมื่อครู่นี้ยังคุยกันดีๆ ทำท่าเหมือนจะเป็นคนปกติแล้ว แต่อยู่ๆก็กลับเป็นผีดิบอีก เฮ้ยเสียเวลาพูดเปล่าๆ” ชนกบ่นไล่หลังด้วยความเซ็ง

ooooooo

ที่บ้านของนพ ชวนชื่นกำลังเล่าให้เจตน์ฟังว่าเจ้าของวังอโยธยาที่ชนกรับงานซ่อมแซมเป็นพี่สาว แท้ๆของตัวเองตอนที่ท่านหญิงนวลแวะมาชวนชนกไปงานเลี้ยงต้อนรับหริพันธ์ด้วยกันเพื่อจะได้ทำความรู้จักกันไว้ โดยลืมไปว่าหลานชายไปดูแลการซ่อมแซมอยู่ที่วังอโยธยา ท่านเห็นเจตน์อยู่ด้วยก็เลยวานให้ไปกับท่านหน่อย

“ไปเจอกับตานกเสียที่นั่นจะได้เป็นเพื่อนกัน ไม่อย่างนั้นตานกมันจะอิดออดหาว่าไม่มีเพื่อนไม่ยอมอยู่”

“ท่านยายรู้ทันพี่นกอีกแล้ว” ชนนีไม่วายกระเซ้า...

ในเวลาต่อมา ขณะที่ชนกเดินออกมาหน้าวังอโยธยาเพื่อจะกลับบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นท่านยาย นวลเดินมาจากท่าน้ำกับเจตน์ รีบเข้าไปทักทายถามไถ่ว่ามาถึงนี่ได้อย่างไร ท่านให้เจตน์ขับเรือมาให้เพื่อจะมางานเลี้ยงต้อนรับหริพันธ์ และที่ชวนเขามาด้วยก็เพื่อจะได้

อยู่เป็นเพื่อนชนกที่งานเลี้ยง ชนกงง งานเลี้ยงต้อนรับอะไรไม่เห็นมีแขกมาสักคน แถมไม่มีการจัดเตรียมสถานที่ใดๆ ทั้งสิ้น สงสัยท่านยายมาผิดวันหรือเปล่า

ท่านหญิงนวลไม่ได้จำวันผิด หม่อมชุลีเฉลย

ความจริงว่ามีงานเลี้ยงต้อนรับหริพันธ์จริงๆ เพียงแต่ไม่ได้เชิญคนนอก เชิญแต่ท่านหญิงนวลเท่านั้น ชนกถึงกับหน้าชาแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากเถียง ท่านหญิงนวลชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่า ในนี้ไม่มีใครเป็นคนนอก ชนกก็เป็นลูกผู้น้องของหริพันธ์ ส่วนเจตน์ ท่านก็นับเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง ระหว่างนั้นหริพันธ์ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก หม่อมชุลีเรียกลูกชายให้มากราบท่านยาย เขาทำตามอย่างว่าง่ายทำให้ท่านหญิงนวลชอบใจมากที่เขาเป็นถึงนักเรียนนอกแต่ไม่ลืมขนบธรรมเนียมไทยๆ

“หน้าตาหล่อเหลา ภูมิฐาน ไม่แพ้ตานกเลยนะเนี่ย... ตานก นี่ไงชายหริลูกผู้พี่ของเธอ ชายหรินี่พ่อชนก ลูกแม่ชวนชื่นน้าของชายไงจ๊ะ รู้จักกันไว้เสีย แล้วนั่นพ่อเจตน์เพื่อนตานก”

สามหนุ่มทักทายกันตามมารยาท ก่อนที่หม่อมชุลีจะเดินนำท่านหญิงนวลที่มีหริพันธ์ประคองไปที่ห้องอาหาร เจตน์หันไปแซวชนกว่าเจอคู่แข่งที่น่ากลัวเข้าให้แล้ว

ตอนที่ 3

ชนนีขอบคุณหริพันธ์ไม่หยุดปากที่มาช่วยให้รอดพ้นเงื้อมมือพวกหื่น พอเขาเห็นเธอปลอดภัยดีก็ตำหนิเป็นชุดว่าที่นี่ไม่เหมาะสมกับเด็กสาวอย่างเธอ เขาไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเธอที่นี่

“แล้วนี่มาคนเดียวหรือมากับใคร”

ตอนที่ 4

หริพันธ์แปลกใจที่หม่อมแม่เรียกตัวมายังรถของท่านซึ่งจอดอยู่ภายในลานจอดรถของมหาวิทยาลัยแต่กลับไม่ถูกเล่นงานอะไร ท่านแค่เรียกให้มาเอากระเป๋าสตางค์ที่เขาลืมไว้ในเสื้อสูท

“ตอนแรกตั้งใจจะมาทานกลางวันกับชาย แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่ไปทานกับแม่อบก็ได้...ฉันเสร็จธุระแล้ว แกไปตามแม่อบมาที” ประโยคสุดท้ายหม่อมชุลีหันไปบอกล้วนซึ่งรีบกระวีกระวาดออกไป หริพันธ์มองหม่อมแม่อย่างไม่ค่อยจะมั่นใจนัก ก่อนจะถามอย่างเกรงๆว่าไม่มีอะไรจะสอบถามเรื่องชนนีหรือ

เรื่องย่อละคร ริษยา

หม่อมชุลี (ชไมพร จตุรภุช) มีมารดาเป็นหม่อมเจ้าหญิง บิดาเป็นเจ้าพระยามีน้องสาวชื่อชวนชื่น(อัญษนา บุรานันท์) ซึ่งมีนิสัยตรงกันข้ามกับหม่อมโดยสิ้นเชิง คุณชวนชื่นเป็นคนใจดีมีเมตตาและอ่อนโยน หม่อมชุลีมีลูกชายคนเดียว คือ หม่อมราชวงศ์หริพันธ์ (ชนะพล สัตยา) ท่านพ่อของคุณชายหริพันธ์สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่คุณชายยังเด็ก ด้วยการผูกพระศอตนเอง เพราะทนความดุดันและการวางอำนาจของหม่อมไม่ไหว ท่านทรงมีธิดาน้อยอีกหนึ่งคนเกิดจาก แวว ต้นห้องของหม่อมชุลี ต่อมาแววทนความทารุณของหม่อมไม่ได้ จึงหนีออกจากวังไปทิ้งหม่อมราชวงศ์วรรศิกา (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) ลูกสาวให้หม่อมชุลีเลี้ยงดูมาจนโต วรรศิกาเติบโตมาด้วยความกดดันจนมีกิริยาท่าทางเหมือนเป็นคนโรคประสาท ในวัง อโยธยายังมี อบสวาท(ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์) สตรีสาวใหญ่หลานสาวห่างๆ ของหม่อมชุลีอีกคนหนึ่ง เป็นสตรีที่ร้ายลึกอยู่ในทีท่าที่ปรุงแต่งให้ดูสงบเสงี่ยม อบสวาทแอบได้เสียกับคุณหริพันธ์ก่อนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศนานถึง 10 ปี เมื่อคุณชายกลับมาก็ยังคงมีความสัมพันธ์กับอบสวาทเช่นเดิม หม่อมชุลีรู้เรื่องนี้แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

คุณชวนชื่นนั้นได้หนีตามผู้ชายที่ยากจนคนหนึ่งชื่อ นพ (ดิลก ทองวัฒนา) หม่อมชุลีโกรธจัดตัดขาดว่าไม่รักศักดิ์ศรีความเป็นลูกเจ้าพระยาและแม่เป็นหม่อมเจ้า แต่กลับเป็นว่าคุณชวนชื่นเจริญก้าวหน้า คุณนพผู้สามีทำธุรกิจมั่งคั่งร่ำรวย เธอมีบุตรชายหนึ่งและบุตรีหนึ่ง เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ สะสวยงดงามทั้งคู่ ชื่อ ชนก (ธันวา สุริยจักร) กับ ชนนี (ฮาน่า ลีวิส) ชนก พี่ชายเรียนหนังสือที่อเมริกาเพิ่งกลับมา ส่วนชนนีเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย คุณชายหริพันธ์ ซึ่งเพิ่งจบการศึกษากลับจากประเทศอังกฤษเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่ชนนีเรียนอยู่ นักเรียนสาวๆ รวมทั้งชนนีซึ่งไม่รู้ว่าหริพันธ์มีความเกี่ยวดองกันต่างชื่นชมว่าอาจารย์หล่อ สมาร์ท ขรึม ตามประสาเด็กสาวๆ ซึ่งมักจะนิยมชอบในตัวอาจารย์

ครั้งหนึ่งหม่อมชุลีให้อบสวาทไปเชิญท่านหญิงนวล(ดวงดาว จารุจินดา) ผู้เป็นพี่สาวของ ท่านหญิงนิ่ม มารดาของหม่อมชุลีมางานเลี้ยงต้อนรับหริพันธ์กลับจากต่างประเทศ ท่านหญิงนวลมาชวนชนกและชนนีไปด้วย เมื่อหม่อมชุลีเห็นชนนีก็เกิดแผนการร้ายขึ้นในใจ

หม่อมชุลีให้ท่านหญิงนวลไปสู่ขอชนนีให้หริพันธ์ และท่ามกลางความประหลาดใจของทุกๆ คน ชนนีก็ตอบรับยอมแต่งงานกับหริพันธ์ ไม่มีใครรู้ใจชนนีว่านิยมในตัวหริพันธ์เพียงใด แต่นั่นคือ การเริ่มต้นของความทุกข์อันยิ่งใหญ่ในชีวิตของชนนี ขณะที่เจตน์ (พูลภัทร อัตถปัญญาพล) เพื่อนของชนกซึ่งแอบหลงรักชนนีอยู่ได้แต่เศร้าที่ชนนีแต่งงาน การแต่งงานของหริพันธ์และชนนีสร้างความทุกข์ให้กับอบสวาทยิ่งนัก หม่อมชุลีสั่งอบสวาทให้ทำร้ายความรักของหริพันธ์ละชนนีให้ได้ แต่อบสวาทก็ทำไม่สำเร็จในคราแรก จนถูกหม่อมชุลีไล่ให้กลับไปอยู่หัวหิน ทำให้ได้ไปเจอกับ ทาเคชิ(อัมรินทร์ สิมะโรจน์) หมอจากประเทศญี่ปุ่นที่หลงรักอบวาทตั้งแต่แรกเห็นจึงได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน

หม่อมชุลีวางแผนร้าย สั่งให้หริพันธ์ไปรับอบสวาทจากหัวหิน เพื่อหวังให้ชนนีได้รู้ถึงความสัมพันธ์ชู้สาวของทั้งคู่ นอกจากนี้ยังยุยงให้ อบสวาททำทุกอย่างที่จะทำให้ชนนีชอกช้ำใจยิ่งขึ้น แต่ชนนีก็ทนเพราะความรักอันบริสุทธิ์ในจิตใจของเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก ต่อมาความใกล้ชิดกันระหว่างหริพันธ์กับชนนี ทำให้ทั้งสองได้เสียกัน ชนนีได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของหริพันธ์อย่างเต็มตัว อบสวาทยิ่งแค้น

ในวังอโยธยามีเพียงวรรศิกาที่เห็นใจชนนีที่โดนหม่อมชุลีเล่นงานเสมอ ทั้งสองเป็นเพื่อนและพูดคุยปรับทุกข์กันอยู่ตลอด แม้วรรศิกาจะถูกห้ามจากหม่อมชุลีไม่ให้มาใกล้ชิดชนนีก็ตาม วรรศิกานั้นด้วยความที่ไม่เคยพบบุรุษใดๆ มาก่อนในชีวิตของเธอ จึงมีความผูกพันทางจิตใจกับชนก ผู้ซึ่งเห็นวรรศิกาเป็นสตรีที่ไม่น่าสนใจ ไม่สวย ไม่น่าพูดคุยเจรจาด้วย วรรศิการู้ดีว่าชนกไม่สนใจตน แต่ก็ยังมีใจพันผูกอยู่กับชนกไม่เสื่อมคลาย

ในขณะเดียวกันหม่อมชุลีพยายามจะทำให้ชนกเสียชื่อเสียง พาลทำให้แกล้งทำร้ายร่างกายตัวเองหวังให้ตำรวจมาจับชนกไป แต่วรรศิกาผู้น่าสงสารถูกหม่อมชุลีลงโทษอย่างรุนแรง ฐานให้ความตำรวจว่าชนกเป็นผู้บริสุทธ์ วรรศิกาทนไม่ไหวจนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดในชีวิตหนีมากับชนก ชนนีพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของวรรศิกา ให้แต่งตัวให้รู้จักเข้าสมาคม ในระยะแรกชนกรังเกียจวรรศิกาหาว่าหยิ่ง หน้าตาเหมือนผี ไม่รู้จักยิ้มแย้ม เหมือนครึ่งบ้าครึ่งดี ชนกมีคู่รักอยู่แล้ว ชื่อยอดธิดา (อมีนา พินิจ) เป็นผู้หญิงสวยทันสมัย เปรี้ยว สมาคมเก่ง ทั้งสองควงกันไปไหนต่อไหนตลอดเวลา วรรศิกาทนดูด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา ชนกนั้นไม่รู้ตัวเลยว่า วรรศิกาแอบรักยังคงพูดจาเยาะเย้ยวรรศิกาอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เพราะพ่อของยอดธิดา ย้ง (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) ติดการพนันงอมแงมจนติดหนี้กับ เสี่ย (ประกาศิต โบสุวรรณ) ทำให้ยอดธิดาต้องถูกนำตัวมาขัดดอก

ต่อมาอบสวาทเกิดอาการแพ้ท้องตั้งครรภ์กับทาเคชิ หริพันธ์และชนนีเข้าใจผิดคิดว่าท้องลูกของหริพันธ์ ชนนีเสียใจมาก นพผู้เป็นพ่อทนไม่ได้พาชนนีกลับบ้านตามเดิมและตัดขาดกับวังอโยธยา หม่อมชุลีทราบเข้าว่าอบสวาทท้องก็วางแผนให้อบสวาทแท้ง อบสวาทแค้นมากที่หม่อมชุลีฆ่าลูกตนเอง ชนนีกลับถึงบ้านล้มป่วย พบว่าตั้งครรภ์กับหริพันธ์ หริพันธ์เมื่อทราบความจริงว่าอบสวาทไม่ได้ท้องกับตัวเอง จึงจะไปบอกความจริงกับชนนี หม่อมชุลีมาสั่งห้ามไม่ให้ไปหาชนนี โกรธจัดจนพูดความจริงว่าหริพันธ์ไม่ใช่ลูกของตัวเอง แต่เป็นลูกกับคนรับใช้ในบ้าน ความบังเอิญที่ลูกของหม่อมเสียตั้งแต่เกิด เลยไปนำหริพันธ์มาเลี้ยง และฆ่าแม่ของหริพันธ์ตั้งแต่วันที่คลอดออกมา พอหริพันธ์ทราบก็เสียใจมาก หนีออกจากบ้านเตรียมกลับไปอยู่ต่างประเทศ

หม่อมชุลีคั่งแค้น รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าคุณชายนอกไส้กำลังจะไปจากหม่อมเหมือนท่านพ่อของคุณชาย หม่อมไม่มีอำนาจเหนือหริพันธ์อีกต่อไป จึงเขียนพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้อบสวาท อบสวาทลอบยิ้มอย่างดีใจแอบวางแผนให้หม่อมชุลีทานยาเป็นอัมพาตทุกวัน จนหม่อมชุลีล้มป่วย ขยับขาช่วงล่างไม่ได้อย่างทรมาน หม่อมชุลีพบว่าถูกวางยา อบสวาททรมานหม่อมชุลีอย่างเลือดเย็นให้สมกับความแค้นที่ทำตัวเองแท้ง หม่อมชุลีรับไม่ได้กับสภาพตัวเองจึงกลั้นใจตายทั้งที่ความริษยาอาฆาตยังเต็มหัวใจ นอนเน่าเป็นศพในห้องโดยไม่มีใครมาพบเห็น มีเพียงอบสวาทที่ถึงแม้หม่อมชุลีจะสิ้นใจก็ไม่วายพยายามทารุณศพอย่างโรคจิต

ขณะเดียวกันหริพันธ์ก็เสียใจกับการกระทำของตนเอง และคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับชนนีแล้ว จึงพยายามหลบหน้า ชนนีมาทราบว่าหริพันธ์ไม่ได้เป็นพ่อของลูกอบสวาทและไม่ใช่ลูกของหม่อมชุลี ก็เกิดความเข้าใจ พยายามง้อหริพันธ์และรั้งไมให้ไปต่างประเทศ และบอกว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์กับหริพันธ์ หริพันธ์ดีใจอย่างมาก สัญญาจะอยู่กับชนนีและลูกตลอดไป ทางชนกเมื่อทราบว่ายอดธิดามีความสัมพันธ์กับเสี่ยก็ตัดขาด และสานสัมพันธ์กับวรรศิกาจนแต่งงานกัน

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:22 น.