ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กรุงเทพฯ ปี พ.ศ.2500

ระหว่างที่เจตน์ชวนชนกเพื่อนรักที่เพิ่งกลับจากไปเรียนเมืองนอกนั่งเรือยนต์ชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำอย่างเพลิดเพลินใจ วรรศิกาหรือหม่อมราชวงศ์หญิงวรรศิกาวิ่งหนีอบสวาทซึ่งถือกรรไกรไล่ตามหลังติดๆมาที่ท่าน้ำ ด้วยความกลัว ทำให้เธอหยุดไม่ทันพลัดตกน้ำ ร้องขอความช่วยเหลือลั่น ชนกรีบกระโดดน้ำลงไปช่วย

เจตน์เบนหัวเรือมาจอดที่ท่าน้ำช่วยดึงตัววรรศิกาที่ตัวสั่นขึ้นจากน้ำ ชนกซึ่งตามหลังเธอขึ้นมาเห็นกรรไกรในมืออบสวาทจึงหันไปถามวรรศิกาว่าผู้หญิงคนนี้จะทำร้ายเธอใช่ไหม คนถูกถามได้แต่นิ่ง อบสวาทไม่พอใจมากตรงมากระชากแขนวรรศิกาจะลากตัวกลับ ชนกโวยวายเสียงเข้ม

“คุณจะทำอะไร”

“ไม่ต้องมายุ่งไม่ใช่ธุระกงการอะไร อย่าแส่” ตวาดเสร็จ อบสวาทลากตัววรรศิกาที่พยายามดิ้นหนีออกมา ชนกจะตามไปช่วยแต่เจตน์ดึงตัวไว้ พร้อมกับเตือนสติขืนตามเข้าไปอาจเจอข้อหาบุกรุก เขาไม่สนใจสะบัดมือเพื่อนรักออกแล้วรีบเดินตามสองสาว เจตน์ลังเลอยู่อึดใจก่อนจะตามเขาไปอีกทอดหนึ่ง...

ขณะที่ชนกกำลังง่วนอยู่กับการยุ่งเรื่องของคนอื่น ชนนีน้องสาวของเขาทำตัวเป็นลิงเป็นค่างปีนต้นมะม่วงหลังบ้านเพื่อเก็บมะม่วงมาทำน้ำปลาหวานไว้ให้พี่ชายสุดเลิฟกิน ชวนชื่นผู้เป็นแม่มาเห็นเข้าถึงกับส่ายหน้าระอาใจกับความซนของลูกสาว โดยไม่ลืมถามถึงลูกชายว่าทำไมป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้านอีก

“สงสัยจะมัวชื่นชมบรรยากาศสองฟากฝั่งแม่น้ำเพลินละมั้งคะ”

“เอ แต่นี่มันนานมากแล้วนะ ยิ่งใจร้อนอยู่ด้วย หวังว่าจะไม่ไปมีเรื่องกับใครเข้าล่ะ” ชวนชื่นว่าพลางชะเง้อมองไปที่ท่าน้ำอย่างเป็นห่วง...

ฝ่ายชนกวิ่งตามมาถึงหน้าตัวตึกของวังอโยธยา เห็นอบสวาทกำลังจะกล้อนผมวรรศิกาก็ปรี่เข้าไปกระชากมือข้างที่ถือกรรไกรออกจนเซจะล้ม เธอเคืองจัดโวยวายเรียกบ่าวไพร่ทั้งเจียน สาและล้วนให้มาช่วยกันลากตัวชนกกับเจตน์ออกไป ยังไม่ทันจะมีใครขยับเสียงหม่อมชุลีดังเข้ามาก่อนตัวจะมาถึง

“เอะอะโวยวายอะไรกันแม่อบสวาท เอ๊ะ...แล้วนั่นใคร” หม่อมชุลีมองชนกด้วยสายตาเย็นชา “เธอเป็นใคร เข้ามาที่นี่ทำไม รู้ไหมว่าที่นี่คือวังอโยธยา”

ชายหนุ่มไม่สนว่าที่นี่คือที่ไหน สนใจแค่ว่าอบสวาทกำลังจะทำร้ายวรรศิกาแถมจะกล้อนผมเธออีกต่างหาก แทนที่หม่อมชุลีจะเล่นงานอบสวาทกลับจัดการกล้อนผมวรรศิกาด้วยมือตัวเองให้ชนกดู คนถูกกล้อนผมได้แต่นั่งน้ำตาไหลไม่มีเสียงอ้อนวอนขอร้องหลุดจากปากของเธอแม้แต่คำเดียว

ooooooo

การกระทำของหม่อมชุลีสร้างความขุ่นเคืองใจให้ชนกเป็นอย่างมาก ถึงขนาดเรียกเธอว่ายัยป้าโรคจิตระหว่างที่เล่าเรื่องนี้ให้แม่กับน้องสาวฟัง ชวนชื่นถึงกับออกปาก ทำไมใจร้ายนักแล้วถามว่าไปเจอที่ไหนกันมา

“เห็นเขาเรียกว่าวังอโยธยาครับคุณอา” เจตน์ชิงตอบคำถามแทนชนก ชวนชื่นตกใจแต่รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ ขณะที่ชนนีพูดอย่างเห็นใจว่าน่าสงสารผู้หญิงคนนั้น ชนกกลับสมน้ำหน้าเธอที่ทำเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ

“มือเท้าก็มีปล่อยให้เขาทำกับตัวเองอย่างกับไม่ใช่คน รู้อย่างนี้ไม่น่าเข้าไปช่วย”...

ด้านอบสวาทไม่สาแก่ใจที่วรรศิกาถูกกล้อนผม ยังตามมาหาเรื่องด่าทออีก ฝ่ายหลังทนไม่ไหวด่าคืนไปบ้าง กลับถูกเธอตบหน้าหัน วรรศิกาต้องข่มอารมณ์ไว้ แล้วเดินเลี่ยงออกไป อบสวาทมองตามสะใจ แต่พอหันกลับมาอีกทีต้องหน้าซีดเผือดเมื่อเจอหม่อมชุลียืนจ้องอยู่ ก่อนจะต่อว่าเธอที่ทำนอกเหนือคำสั่ง ให้แค่เฆี่ยนตีวรรศิกา แต่กลับจะไปกล้อนผมจนทำให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายแถมยังมาด่าว่าตนถึงในนี้

“จำไว้นะแม่อบสวาท ถ้ายังทำอะไรตามอำเภอใจอีกหล่อนนั่นแหละจะเป็นคนโดนฉันกล้อนผมเสียเอง”

“ดิฉันขอประทานโทษค่ะคุณอา ต่อไปดิฉันจะทำตามคำสั่งของคุณอาอย่างเคร่งครัดค่ะ” อบสวาทก้มกราบท่าทางกลัวมาก แต่พอลับหลังหม่อมชุลี อบสวาทยังคงวางก้ามตามไปรังควานวรรศิกาถึงห้องกินข้าว ห้ามไม่ให้แตะต้องมื้อเย็นโดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของหม่อมชุลี

วรรศิกาได้แต่เก็บความอัดอั้นใจเอาไว้ ครั้นกลับถึงห้องของตัวเอง น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลอาบแก้ม เธอหยิบ รูปถ่ายเก่าๆของแม่ขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย อดนึกถึงแม่ที่นอนป่วยอยู่ในห้องคนรับใช้ซอมซ่อไม่ได้ ตอนนั้นแม่ขอให้วรรศิกาซึ่งอยู่ในวัยเด็กรับปากว่าจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น

“ลูกแม่ต้องไม่อ่อนแอ ต้องอดทนต้องเข้มแข็งให้สมกับที่ลูกเกิดมาเป็นหม่อมราชวงศ์หญิงวรรศิกา”

“ค่ะแม่ หญิงจะเข้มแข็ง หญิงจะอดทน หญิงจะ ไม่ร้องไห้ หญิงจะไม่อ่อนแอให้ใครเห็น”...

เย็นวันเดียวกัน นพถึงกับตกใจเมื่อชวนชื่นเล่าเรื่องที่ชนกไปวังอโยธยาโดยบังเอิญแถมได้เจอหม่อมชุลีกำลังเล่นงานวรรศิกาลูกของท่านชายรามพงษ์ที่เกิดกับ เมียบ่าวอีกด้วย แต่ก็เบาใจไปเปลาะหนึ่งที่เมียรักไม่ได้บอกลูกว่าเรากับหม่อมชุลีเป็นญาติกัน

“คุณพี่เธอตัดญาติขาดมิตรเรามาตั้งนานแล้วรื้อฟื้นไปก็ไม่มีประโยชน์”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชนกรับยอดธิดาหญิงคนรักจากสนามบินมาส่งบ้านพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางหลายใบ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับเสี่ยย้งพ่อของฝ่ายหญิง ยอดธิดาไม่อยากให้ชนกอยู่ที่บ้านของเธอนานเกินไปกลัวจะรู้เบื้องหลังว่าครอบครัวของเธอรวยแต่เปลือก รีบขออนุญาตพ่อออกไปฉลองการกลับเมืองไทยกับเขา...

ระหว่างอยู่ในไนต์คลับ ชนกเผลอเมื่อไหร่ยอดธิดามักจะส่งตาหวานไปให้หนุ่มๆที่แต่งตัวดีดูมีฐานะ...

ฝ่ายวรรศิกานั่งใจลอยอยู่ในสวนข้างวังอโยธยานึกถึงตอนที่ชนกกอดเอาไว้ในอ้อมแขนขณะที่ช่วยเธอขึ้นจากน้ำ หญิงสาวสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป แล้วลุกขึ้นจะเดินกลับตึก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดอกจำปาบานอยู่เต็มต้น พยายามเขย่งตัวขึ้นเด็ด ทันใดนั้นมีเสียงร้องห้ามของเจียนดังขึ้น

“อย่าค่ะ! คุณหญิงจะทำอะไรคะนั่น”

“นึกว่าหญิงจะคิดสั้นผูกคอตายเหมือนท่านพ่อ เหรอแม่เจียน” วรรศิกาย้อนถามน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่เจียนได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

เช้านี้ชนกลุกขึ้นมาโชว์ฝีมือทำอาหารให้พ่อกับแม่กินโดยมีชนนีกับจวงคอยเป็นลูกมือ มื้อนี้เป็นอาหารฝรั่งง่ายๆไข่ดาว ไส้กรอกและขนมปังปิ้ง นพไม่ค่อยถูกปากกับอาหารฝรั่งเท่าใดนักจะขอเปลี่ยนเป็นข้าวต้มกุ้ง ชวนชื่นต่อว่าว่าลูกอุตส่าห์ลงมือทำด้วยตัวเอง นานๆ

กินทีก็ไม่เลวเหมือนกัน นพไม่วายติติง

“แกกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วก็ต้องหัดใช้ชีวิตแบบคนไทยบ้าง เออ...วันนี้เข้าบริษัทสักทีนะเจ้านก พ่อจะได้มอบหมายงานให้ทำ”

“เริ่มพรุ่งนี้ได้ไหมคะ วันนี้ฉันตั้งใจจะชวนตานกไปกราบท่านน้าหญิงก่อน” ชวนชื่นบอกอย่างเกรงใจ

ชนกขอผลัดแม่ไปก่อน ไม่อยากต้องตัวเกร็งเวลาเข้าวัง เธอห้ามเขาปฏิเสธ อย่าลืมว่าเขาไปเมืองนอกตั้งแต่ยังเด็กได้ก็เพราะความเมตตาของท่านยาย ซึ่งตอนนั้นพ่อกับแม่ยังไม่มีกำลังส่งเสีย และที่สำคัญท่านยายรัก

เขามาก ถ้าท่านรู้ว่าเขากลับมาแล้วไม่ไปกราบ ท่านคงจะเสียใจ ชนกรับคำไม่อิดออดอะไรอีก...

ทางด้านอบสวาทดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อรู้จากหม่อมชุลีว่าหริพันธ์หรือหม่อมราชวงศ์หริพันธ์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านกำลังจะกลับจากอังกฤษ ท่านต้องปรามให้เธอสงวนท่าทีไว้บ้าง เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องห่างๆ

กับเขาอย่าดีใจราวกับเป็นคู่รักคู่ใคร่ ใครเห็นจะไม่งาม แล้วสั่งให้จัดห้องหับไว้ให้เขาด้วย

“แล้วนี่วรรศิกาอยู่ไหน”

“เช้าๆอย่างนี้ชอบไปนั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำค่ะ หมู่นี้ท่าทางหญิงวรรแปลกๆนะคะหรือคิดจะหนีออกจากวังค่ะ”

“มันไม่มีทางหนีฉันพ้นหรอก ใครก็ตามที่คิดจะไปจากฉัน มันไม่มีทางได้จากเป็น ต้องจากตายเท่านั้น” น้ำเสียงน่ากลัวของหม่อมชุลีทำเอาคู่สนทนาเย็นสันหลังวาบ

ครู่ต่อมา อบสวาทมาตามวรรศิกาซึ่งนั่งใจลอยอยู่ที่ท่าน้ำให้ไปพบกับหม่อมชุลี แต่ไม่วายพูดจาเหน็บแนม วรรศิกาไม่ยอมแพ้เล่นงานกลับบ้าง อบสวาทโมโหเงื้อมือจะตบแต่เห็นสีหน้าเอาเรื่องของเธอก็ลดมือลง

“ปากดีไปเถอะ คุณท่านให้หาอีกประเดี๋ยวก็คงโดนตบเลือดกบปากเหมือนเดิม”...

เป็นอย่างที่อบสวาทว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน หลังจากสั่งให้วรรศิกาเตรียมตัวไว้บ่ายนี้จะพาไปข้างนอกด้วย หม่อมชุลีซึ่งเกลียดชังเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหาเรื่องด่าว่า ไปถึงแม่ของเธอที่มาแย่งท่านชายรามพงษ์ไปจากตน วรรศิกาเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่จริง แม่ของเธอไม่เคยคิดแย่งของใคร แม่เจียมตัวเสมอว่าเป็นบ่าว

“แต่ท่านพ่อต่างหากที่ไปหาแม่เอง แม่ไม่ได้เลวไม่ได้ร่านอย่างที่หม่อมแม่กล่าวหา”

“บังอาจ! แกกล้าเถียงฉันเหรอ” ไม่พูดเปล่าหม่อมชุลีปรี่เข้าไปตบวรรศิกาซ้ายหันขวาหันเลือดกบปากก่อนจะไล่เธอไปพ้นหน้า เจ็บกายไม่พอ วรรศิกายังถูกอบสวาทตามมาเยาะเย้ยให้เจ็บใจอีกต่างหาก...

หม่อมชุลีเก็บความแค้นที่มีต่อวรรศิกาไประบายใส่รูปภาพของท่านชายรามพงษ์ซึ่งติดไว้ที่ผนังห้องนอน

“เพราะความใฝ่ต่ำของท่านไม่รักเกียรติไม่รักชาติตระกูล ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับอีบ่าวในบ้าน ทำให้ฉันต้องได้รับความอับอาย เจ็บปวดใจอย่างแสนสาหัส แต่ฉันจะไม่ยอมเจ็บอยู่ฝ่ายเดียวหรอก เลือดเนื้อเชื้อไขของท่านกับนางขี้ข้าจะต้องเจ็บกว่าฉันหลายเท่านัก ท่านชายคอยดูต่อไปเถอะ”

ooooooo

ณ ตำหนักของท่านหญิงนวลท่านยายของชนก ระหว่างที่ชวนชื่น ชนกและท่านหญิงนวลกำลังคุยกันอย่างออกรส หม่อมชุลีนั่งรถที่ล้วนเป็นสารถีมาถึงหน้าตำหนักโดยเหน็บวรรศิกามาคอยถือกระเป๋าให้

“ฉันแค่มาทูลเชิญท่านน้าหญิงไปร่วมเสวยอาหารค่ำรับชายหริ คงอยู่ไม่นานหรอกตาล้วน” ว่าแล้วหม่อมชุลีปรายตามองวรรศิกา “ถึงในนี้จะเป็นบริเวณวัง แต่ก็มี บ่าวไพร่ผู้ชายทำงานอยู่ หวังว่าแกคงไม่ใช้สันดานไพร่ใฝ่ต่ำไปให้ท่าให้ทางใครเขาจนเกิดคำครหานินทาขึ้นได้” พูดจบหม่อมเจ้าคิดเจ้าแค้นเดินเข้าไปในตำหนัก

ล้วนสงสารวรรศิกาจับใจแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้แต่บอกให้เธอไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้สวยข้างตำหนักก่อนก็ได้ หม่อมชุลีออกมาเมื่อไหร่ตนจะรีบไปตาม หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกไป...

ทั้งท่านหญิงนวล ชนกและชวนชื่นถึงกับหยุดหัวเราะเมื่อเห็นหม่อมชุลีก้าวเข้ามาในห้องโถง โดยเฉพาะชนกรีบสะกิดแม่กระซิบว่าผู้หญิงคนนี้คือยัยป้าโรคจิตที่เขาเคยเล่าให้ฟัง ทำไมถึงมาที่นี่ได้ ท่านหญิงนวลรีบทัก

“เอาแม่ชุลี ลมอะไรพัดเธอมาที่นี่ได้ เมื่อมาแล้วก็เข้ามาสิ ญาติกันทั้งนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน”

ชนกถึงกับอึ้งที่รู้ว่ายัยป้าโรคจิตเป็นญาติของตัวเอง หม่อมชุลีหนีไม่ออกจำต้องเข้ามากราบท่านหญิงนวลโดยไม่ยอมมองหน้าน้องสาวกับหลานชายจนชวนชื่นต้องเป็นฝ่ายทักก่อน

“สวัสดีค่ะคุณพี่ ไม่เจอกันนานมากเลยนะคะ”

“อย่ามาเรียกฉันว่าพี่ ฉันไม่เคยมีน้องอย่างหล่อน” คำพูดมะนาวไม่มีน้ำของหม่อมชุลีทำให้ชวนชื่นถึงกับหน้าเจื่อน ท่านหญิงนวลต้องขอร้องให้หม่อมชุลีลดทิฐิลงบ้างเรื่องมันก็นานมากแล้วและแนะนำให้รู้จักกับชนก ที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก เธอตั้งแง่รังเกียจไม่ต้องการรู้จักกับพวกใฝ่ต่ำและไม่ต้องการนับญาติด้วย

“ผมเพิ่งเชื่อทฤษฎีที่ว่าโลกกลมก็วันนี้เอง นึกไม่ถึงว่าป้าแก่ๆที่จิตใจโหดร้ายป่าเถื่อนจะกลายมาเป็นป้าของผม คุณไม่อยากนับญาติกับแม่กับผมก็ไม่เป็นไร เพราะผมเองก็รังเกียจขยะแขยงไม่อยากนับญาติกับคนอย่างคุณเช่นกัน” ชนกโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด ส่วนหม่อมชุลีจ้องหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

จากนั้นไม่นาน ชนกเดินหัวเสียมาที่สวนดอกไม้ข้างตำหนัก บ่นเป็นหมีกินผึ้งที่แม่มาห้ามไม่ให้ต่อปากต่อคำกับยัยป้าโรคจิต เขาเหลือบเห็นวรรศิกายืนเหม่ออยู่ปรี่เข้าหาหวังจะเล่นงานเพื่อระบายแค้น แต่พอเห็นแววตาเศร้าของเธอก็เปลี่ยนท่าที ทักทายด้วยภาษาดอกไม้ เธอชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเดินหนี เขาวิ่งไปขวางไว้

“จะไม่พูดกับผมสักคำเลยเหรอไง คุณนี่มันไร้ความรู้สึกจริงๆ ผมรู้ว่าคุณคงไม่ดีใจหรอกที่เห็นผม แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีท่าทางแปลกใจรึตกใจบ้างสิที่เรามาเจอกันอีกครั้ง...เป็นคนหรือผีดิบกันแน่เนี่ย”

วรรศิกาไม่ต่อปากต่อคำด้วย เดินผ่านชนกจะกลับไปที่รถแต่เขาคว้าข้อมือไว้ เธอตกใจสะบัดมือออก เขากลับรวบมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ เธอโกรธมากสะบัดมือเขาออกเต็มแรงแล้วตบจนหน้าหัน

“คุณจะว่าฉันยังไงก็ได้แต่อย่ามาดูถูกฉันด้วยการทำแบบนี้” พูดจบวรรศิกาจ้ำพรวดๆจากไป

“จับมือแค่นี้ถือว่าเป็นการดูถูกเลยเหรอ บ้ายัยผีดิบนี่หลุดมาจากหลุมไหนกันเนี่ย” ชนกตะโกนไล่หลัง

ooooooo

ชนกบ่นว่าหม่อมชุลีตั้งแต่ออกจากตำหนักท่านหญิงนวลยันถึงบ้าน ชวนชื่นทนไม่ไหวต้องขอร้องให้หยุดเพราะคนที่เขาด่าว่าเป็นพี่สาวของตนและที่สำคัญการด่าว่าผู้ใหญ่เป็นบาปเป็นกรรม นพเข้ามาตบบ่าลูกชาย

“ยกไว้คนเถอะ จะพูดอะไรก็ปล่อยไปไม่ต้องยุ่งไม่ต้องไปสนใจ แค่เราไม่เป็นแบบที่เขาพูดก็พอ”

“แต่ยังไงผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีครับพ่อ”

“พี่นกไม่เข้าใจผู้หญิงคนไหนทั้งนั้นแหละยกเว้นคุณยอดธิดา” ชนนีกระเซ้า ชวนชื่นได้ยินชื่อแฟนของลูกชายก็ร้องทักเมื่อไหร่จะพามาให้ท่านดูตัว เขาตั้งใจจะพาเธอมาพบพ่อกับแม่ในเร็ววันนี้ ชนนีไม่วายแซวรับ ปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแบบนี้จะให้เรียกว่าที่พี่สะใภ้ได้หรือยัง ชนกแกล้งทำตาดุใส่น้องซึ่งหัวเราะคิกๆชอบใจ

“ค่อยๆดูกันไปก่อน เรื่องครอบครัวอย่าด่วนตัดสินใจ” นพทักท้วง

“ชัวร์ครับ ผมไม่รีบยอดก็ไม่รีบ ยังมีเวลาศึกษาดูใจกันอีกนาน”...

หลังได้รับจดหมายจากหริพันธ์แจ้งวันเวลาที่จะเดินทางมาถึงเมืองไทย หม่อมชุลีสั่งให้อบสวาทไปตามตัววรรศิกามาพบเพื่อจะแจ้งเรื่องนี้ แทนที่จะไปบอกดีๆ อบสวาทกลับฉุดกระชากลากถูเธอมา นอกจากจะไม่ตำหนิคนของตัวเองที่ใช้กำลังกับลูกเลี้ยง หม่อมชุลีกลับหาเรื่องเล่นงานเธอ แถมด่ากราดไปถึงแม่ของเธอด้วยเรื่องเดิมๆ วรรศิกาทนไม่ไหวเถียงแทนแม่ที่ตายไปแล้วทำให้หม่อมชุลีโกรธมากปรี่เข้าไปตบตีไม่ยั้ง

“อย่าสะเออมาตีฝีปากกับฉัน เจียมกะลาหัวให้มากๆ ชีวิตแกมันเป็นของฉัน ถ้าให้อยู่ก็ต้องอยู่ ถ้าให้ตาย แกก็ต้องตาย”...

ขณะที่หม่อมชุลีหาเรื่องตบตีวรรศิกาไม่หยุดหย่อน ชนนีแอบที่เบาะหลังรถของพี่ชายจะขอติดรถไปเที่ยวไนต์คลับด้วยอ้างว่าอยู่มหาวิทยาลัยแล้วโตพอจะไปเที่ยวกลางคืนได้แล้ว เขาบ่นอุบขืนให้ไปด้วยแม่เอาตายแน่

“โธ่ ก็อย่าบอกสิคะ น่ะ น้องอยากไปเปิดหู เปิดตาบ้าง”

“เฮ้อ...งั้นลงมานั่งด้านหน้า” ชนกทำเป็นถอนใจ ชนนีหลงกลลงจากเบาะหลังรถเตรียมจะมาเปิดประตูรถด้านหน้าเพื่อนั่งที่เบาะข้างคนขับ แต่เขาชิงออกรถไปเสียก่อน เธอถึงกับหน้าหงิก

“พี่นกนะพี่นกจำไว้เลย...โกรธแล้ว”

ooooooo

ที่ห้องทำงานของชนกตอนสายวันถัดมา พจน์นำแปลนบ้านหลังใหญ่ที่ลูกค้าต้องการให้ซ่อมแซมเป็นการเร่งด่วนมาให้ชนกดู พร้อมกับแจ้งว่าลูกค้าห้ามดัดแปลงอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างต้องคงเดิมเท่านั้น

“แปลก จะทำทั้งทีทำไมไม่รีโนเวทใหม่ไปเลย ดูจากโครงสร้างแปลน อายุคงหลายสิบปี”

“เสียดายบรรยากาศเดิมๆล่ะมั้ง”

“แต่แปลนนี้ดูคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน”

พจน์ยังไม่ทันบอกว่าแปลนนี้เป็นของวังอโยธยา

ยอดธิดาซึ่งนัดมากินข้าวกลางวันกับชนกเปิดประตูห้องเข้ามาเสียก่อน เธอเห็นชายคนรักง่วนอยู่รีบขอโทษที่มาเร็วไปหน่อย แล้วเหลือบไปเห็นแปลนบนโต๊ะทำงาน

“อุ๊ยใหญ่จังค่ะ อย่างกับวังเลย แต่ยอดว่าแบบมันโอลด์แฟชั่นไปนิดนึง ถ้ารีโนเวทใหม่ให้เก๋ๆคงจะดี”

แม้จะสะดุดกับคำว่าวังแต่ชนกก็ไม่ได้เอะใจอะไร...

ที่เรือนครัวภายในวังอโยธยา ขณะวรรศิกากำลังนั่งร้อยพวงมาลัยดอกมะลิพวงสวยอยู่โดยมีสากับเจียนนั่งหั่นผักอยู่ใกล้ๆ อบสวาทเข้ามาเร่งให้รีบทำให้เสร็จอ้างหม่อมชุลีรอจะไหว้พระอยู่ คนถูกเร่งร้อยดอกไม้ต่อไปไม่สนใจทำให้อบสวาทหมั่นไส้ คว้าพวงมาลัยไปจากมือเธอพร้อมกับเยาะเย้ยว่าทำได้แค่นี้เองหรือ สวยไม่ได้ครึ่งที่ตนทำ วรรศิกาจ้องตาเขม็ง

“ถ้าอย่างนั้น ทำไมพี่อบไม่ร้อยเองล่ะคะ”

อบสวาทไม่พอใจที่วรรศิกาต่อปากต่อคำด่าว่ากลับเป็นชุด ฝ่ายหลังไม่อยากมีเรื่องด้วยจึงรีบตัดบท ร้อยพวงมาลัยเสร็จเมื่อไหร่จะเอาไปให้หม่อมแม่เอง อบสวาทสำทับว่าอย่าช้าแล้วเดินวางท่าออกไป เจียนกับสา สงสารคุณหญิงของตัวเองจับใจที่โดนกลั่นแกล้งไม่เว้นวันแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร...

เมื่อได้มาลัยพวงสวยจากวรรศิกา หม่อมชุลีนำมาวางบนพานหน้าพระพุทธรูปแล้วก้มกราบท่าทางสำรวม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความคั่งแค้นก่อนจะเบือนหน้าไปทางโกศใส่อัฐิของท่านชายผู้เป็นสามี

“ฉันจะไม่มีทางให้ลูกของท่านกับนังไพร่สันดานชั่วมีความสุขไปตลอดชีวิต”

ooooooo

ชนกพาทีมงานเข้ามาเห็นห้องรับแขกของวังอโยธยาก็ถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมแปลนงานซ่อมแซมที่พจน์ให้ดูเมื่อวานรู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก ที่แท้ก็เป็นวังของยัยป้าโรคจิตนี่เอง แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร อบสวาทประคองเจ้าของวังออกมาเสียก่อน พอเห็นหน้าชนกเท่านั้น หม่อมชุลีไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า

“ผมมาในฐานะตัวแทนบริษัท จะไล่ผมกับทีมงานออกไปได้อย่างไร”

“ทำไมจะไม่ได้ ฉันเป็นเจ้าของบ้านนี้และจะไม่มีวันทำกับแกเด็ดขาด ฉันเกลียดคนไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ฝีมือก็คงไม่เอาไหนไม่ได้เรื่องเหมือนพ่อแม่มัน”

ชายหนุ่มพยายามพูดดีด้วยแต่ไม่เป็นผล นอกจากจะไม่หยุดพูดจาดูหมิ่นดูแคลน หม่อมชุลียังห้ามเขามาเหยียบที่นี่ให้เป็นเสนียดอีกด้วย ชนกหมดความอดทนพยักพเยิดให้ทีมงานออกไปก่อน ส่วนตัวเองเดินปิดท้าย แต่นึกบางอย่างขึ้นมาได้หันกลับมาทางหม่อมชุลี

“เชิญอยู่เฝ้าวังร้างกับพวกผีดิบไปเถอะครับ” แดกดันจบชนกเดินหัวเสียออกมา อารามโมโหจัดทำให้ ไม่ทันดูทางเดินชนเข้ากับวรรศิกาที่เดินเลี้ยวมุมตึกอย่างจังจนฝ่ายหลังเซจะล้มมือเปะปะคว้าเขาไว้ ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปด้วยกันจมูกของเขาชนแก้มของเธอพอดี ต่างฝ่ายนิ่งงันไปชั่วขณะ ชนกได้สติก่อนขอโทษขอโพยเธอเป็นการใหญ่ ลุกขึ้นยืนได้ก็ส่งมือให้เธอจับเพื่อจะดึงตัวขึ้น เธอไม่ยอมรับความช่วยเหลือ ยันตัวลุกขึ้นเอง แม้จะไม่ค่อยพอใจแต่ชนกไม่วายถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เธอส่ายหน้าแล้วขยับจะไป

“แปลกกันทั้งบ้าน ดีแล้วที่ไม่ต้องมาคุมงาน” ชนกแดกดัน วรรศิกาหยุดกึกหันขวับ

“หม่อมแม่ให้คุณมาซ่อมวังเหรอคะ”

“จ้างบริษัท แต่พอเห็นผมก็ไล่ให้กลับ คงไม่ได้ทำแล้ว...ไปก่อนนะ” ชนกเดินไปที่รถของตัวเอง วรรศิกามองตาม ก่อนจะเผลอตัวยกมือจับแก้มข้างที่จมูกของเขาชน...

ท่านหญิงนวลทราบเรื่องที่ชนกได้งานซ่อมแซมวังอโยธยาแต่ถูกหม่อมชุลีไล่ตะเพิดไม่ยอมให้ทำก็พยายามกล่อมให้หลานชายรับทำงานนี้ต่อไปเพื่อเห็นแก่ความเป็นสายเลือดเดียวกันและที่สำคัญท่านเป็นห่วงความปลอดภัยของคนที่วังนั่น หากต้องซ่อมแซมก็ต้องมีคนงานผู้ชายเข้าไป ถ้าเป็นคนไม่รู้จักก็ไว้ใจยาก แต่ถ้าเป็นเขา ท่านจะได้เบาใจ ชนกไม่ขัดข้องกลัวแต่หม่อมป้าจะไม่ยอม

“ฉันมีวิธี” ท่านหญิงนวลยิ้มอย่างมีแผน

ooooooo

เช้าวันถัดมา ท่านหญิงนวลไปพบหม่อมชุลีที่วังอโยธยาแต่เช้าเพื่อกล่อมให้ยอมให้ชนกมาคุมงานซ่อมแซมที่นี่ ทีแรกเธอไม่ยอมทำตาม ท่านต้องหว่านล้อมว่าชนกเรียนจบสถาปนิกจากอเมริกาฝีมือดีพอตัว

“เขาเป็นหลานแม่ชุลีแท้ๆจะบอกกล่าวอะไรก็ไม่ติดขัด เกิดเอาคนอื่นมาทำเสียหายขึ้นมาจะแย่”

หม่อมชุลีผุดแผนชั่วขึ้นมาได้ ก็เลยยอมให้ชนกทำงานนี้ให้...

ขณะที่ท่านหญิงนวลไม่ล่วงรู้เลยว่าหม่อมชุลีเตรียมแผนร้ายไว้รับมือหลานชาย ชนนีกำลังฟังเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยเม้าท์กระจายเรื่องจะมีอาจารย์หนุ่มเพิ่งกลับจากอังกฤษมาเป็นอาจารย์คนใหม่ของคณะ เพื่อนๆ

ต่างภาวนาขอให้ได้อาจารย์รูปหล่อ ผิดกับชนนีที่อยากได้อาจารย์สอนเก่งๆมากกว่า...

ตกค่ำ ชนกต้องการคลายเครียดจากเรื่องงานจึงชวนเจตน์มาเที่ยวไนต์คลับ สาวนักเที่ยวกลุ่มหนึ่งตะลึงในความหล่อเหลาของเขา คอยส่งตาหวานมาให้เป็นระยะๆ ชนกนึกสนุกขยิบตากลับไปบ้าง พวกสาวๆพากันหัวเราะชอบใจ เจตน์ตำหนิเพื่อนรักมียอดธิดาอยู่ทั้งคนยังจะบริหารเสน่ห์อีก เขาอธิบายว่าเขากับยอดธิดาคบกันแบบฟรีสไตล์ ในเมื่อยังไม่ได้แต่งงานก็เท่ากับไม่มีอะไรผูกมัด ต่างฝ่ายต่างมีสิทธิ์จะมองหรือคุยกับใครก็ได้

“แล้วถ้าคุณยอดคุยกับคนอื่น นายไม่หวงเหรอ”

ชนกหวงอยู่แล้วไม่มากก็น้อย เจตน์บ่นอุบผู้ชายเสน่ห์แรงอย่างเขาเข้าใจยากจริงๆ ชนกชวนให้เพื่อนรักลองจีบใครดูบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเป็นตาแก่แบบนี้ เจตน์ปฏิเสธทันทีว่าไม่ ถ้าตนมีคนรักอยู่แล้วก็จะมองแค่เธอคนเดียวเท่านั้น ชนกรู้แก่ใจดีว่าเพื่อนหมายถึงน้องสาวของตัวเองแต่ทำเป็นไม่ใส่ใจ ชวนคุยเรื่องอื่นแทนที่

ooooooo

ระหว่างที่ชนกกำลังคุมคนงานอยู่ที่ห้องโถงในวังอโยธยา วรรศิกาเดินถือถาดใส่แก้วน้ำผ่านมาใกล้ๆ อบสวาทเดินตามมาด้านหลังแกล้งขัดขาจนเธอเสียหลักทำถาดใส่แก้วน้ำคว่ำใส่เขาจนเปียกแล้วแกล้งโวยวาย

“ตายแล้วหญิงวรร ทำไมซุ่มซ่ามขนาดนี้ วังสกปรกไปหมด ไม่รู้จักระมัดระวังเลย หรือว่าเห็นผู้ชายแล้วมือไม้อ่อนระทวย”
วรรศิกาอายมากก้มหน้าก้มตาเก็บแก้วที่ตกแตก อารามรีบร้อนทำเศษแก้วบาดมือเลือดไหล ชนกคว้าผ้ามากดแผลห้ามเลือดให้พลางบ่นเห็นแก้วแตกยังจะเอามือไปจับ อบสวาทเห็นวรรศิกาประหม่าก็ยิ่งสนุกปาก

“คุณไม่รู้เหรอ โบราณว่ามารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน”

คุณหญิงของวังอโยธยาถึงกับหน้าชารีบดึงมือออกจากมือของชนก คว้าถาดใส่แก้วน้ำเดินหนีไปทันทีอบสวาทตะโกนไล่หลังหวังจะให้เธออับอายว่าใช้ไม่ได้เลย อุตส่าห์มีเชื้อเจ้ากึ่งหนึ่งยังทำตัวไม่สมกับฐานะ แล้วหันมาขอโทษทุกคนด้วยที่เด็กคนนี้ไม่ค่อยรู้จักสำรวม ชนกมองอบสวาทอย่างไม่ค่อยจะเชื่อคำพูดนัก

จากนั้นไม่นาน ชนกนำแปลนการซ่อมแซมวังภายนอกมากางให้หม่อมชุลีที่กำลังจิบน้ำชาอยู่ที่โต๊ะสนามข้างวังดู และแนะนำให้ปรับปรุงด้านนอกตัววังไปพร้อมกันเลย นอกจากจะไม่ทำตามที่เขาแนะนำ หม่อมชุลียังหาว่าที่เขาอยากให้ทำตามเพราะจะได้เรียกเงินเพิ่ม นี่ถ้าไม่เห็นแก่ท่านหญิงนวล เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเขาไม่มีวันจะได้งานนี้ แล้วลุกหนีเข้าไปในตัวตึกทิ้งให้ชนกเดือดปุดๆอยู่ตรงนั้น...

ชนกนำเรื่องนี้ไประบายให้ครอบครัวฟัง แถมบ่นด้วยว่าไม่รู้จะทนกับพฤติกรรมของหม่อมป้าจนงานเสร็จหรือเปล่า ชวนชื่นต้องขอร้องให้ทนๆไปก่อน ถือเสียว่าท่านขอ ไว้งานเสร็จเมื่อไหร่ เราคงไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก

“โอเค...ผมจะยอมเพื่อมัม” ชนกรับคำหนักแน่น

ooooooo

หม่อมชุลีต้องการกลั่นแกล้งชนก เห็นเขายืนถือตลับเมตรวัดโน่นนี่ใกล้กับแจกันลายครามของตัวเองจัดแจงสั่งการให้อบสวาทไปทำอย่างไรก็ได้ให้เครื่องลายครามของตนเสียหายแล้วโยนความผิดให้เขา

วรรศิกาได้ยินแผนร้ายของหม่อมแม่พอดี คิดหาทางช่วยชนกจนรอดตัวมาได้ อบสวาทไม่พอใจที่เธอแส่ไม่เข้าเรื่องก็เลยใส่ความว่าเธอยั่วยวนชนก หม่อมชุลีเกลียดวรรศิกาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สั่งให้อบสวาทเฆี่ยนเธอเป็นการลงโทษที่ทำตัวร่านไม่ต่างจากแม่ เจียนซึ่งแอบมองอยู่สงสารคุณหญิงของตัวเองมาก รีบวิ่งไปขอให้ชนกช่วย เขามาทันเห็นอบสวาทใช้หวายฟาดหลังวรรศิกาก็ปรี่เข้าไปกระชากหวายปาทิ้ง

“ทำไมต้องทำรุนแรงกันขนาดนี้ด้วย”

หม่อมป้าโรคจิตไม่สนใจสั่งให้อบสวาทเฆี่ยนต่อไป ชนกทนไม่ไหวดึงวรรศิกามาไว้ด้านหลังตัวเองอย่างปกป้อง ขู่ถ้ายังเฆี่ยนตีเธออีกจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านยายนวล แล้วพาเธอหลบออกมาที่สวนสวยข้างวัง วรรศิกามองมือของเขาที่จับมือตัวเองด้วยท่าทางเขินๆ ชนกรู้สึกตัวรีบปล่อยมือ

“บ้านนี้เป็นอะไรกันไปหมด คุณเองก็ด้วยทำไมไม่รู้จักต่อต้านบ้าง ยอมให้เขาทำได้ยังไง ไม่เจ็บบ้างหรือ”

“เจ็บจนไม่รู้สึกเจ็บแล้ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดน แล้วก็จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย” พูดขึ้นมาแล้ว วรรศิกาอดนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตสมัยยังเป็นเด็กนักเรียนไม่ได้ ตอนนั้นเธอโดนอบสวาทกล้อนผมแถมยังโดนหม่อมแม่สั่งเฆี่ยนเพราะเชื่อคำเสี้ยมของอบสวาทที่ว่าเธอนัดแนะให้ผู้ชายมาหา

ชนกเห็นวรรศิกานิ่งไปสะกิดให้รู้สึกตัว แล้วพยายามกล่อมให้เธอสู้เพื่อตัวเองอย่าปล่อยให้ถูกทำร้ายข้างเดียว เธอไม่เห็นความจำเป็นจะต้องสู้ เพราะสู้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น หม่อมแม่ใหญ่ที่สุดในบ้าน ไม่มีใครขัดท่านได้แล้วขยับจะไป เขาคว้าแขนเธอไว้ แต่เธอสะบัดมือออก

“กับผมคุณยังเก่ง สะบัดมือออกซะแรง แล้วทำไมกับคนในบ้านถึงไม่ยอมปกป้องตัวเองบ้าง ชีวิตเป็นของคุณนะไม่ใช่ของยัยหม่อมป้าบ้าอำนาจ” ไม่ว่าชนกจะยุอย่างไร วรรศิกาก็ไม่ยอมทำตาม ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน วรรศิกาได้ยินชนกเล่าเรื่องที่ไปหายอดธิดาให้ลูกน้องฟังก็เศร้ามากเพราะแอบมีใจให้เขา ทนฟังต่อไปไม่ได้หนีไปนั่งทำใจอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ อบสวาทหงุดหงิดมาจากที่โดนทั้งชนกกับหม่อมชุลี ขัดจังหวะ สวีตหวานกับหริพันธ์เห็นวรรศิกานั่งเหม่ออยู่คิดจะใช้เธอเป็นที่ระบายอารมณ์ จึงปรี่เข้าไปหาเรื่อง วรรศิกาปะทะคารมกับอีกฝ่ายพอหอมปากหอมคอแล้วขยับจะไป อบสวาทแฟค้นที่เธอกล้าเถียงก็เลยผลักตกน้ำ

ชนกอยู่ที่สวนข้างวังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จำได้ว่าเป็นเสียงของยัยผีดิบ รีบวิ่งไปยังต้นเสียง วรรศิกาตะเกียก ตะกายอยู่ในน้ำ พยายามขอร้องให้อบสวาทช่วย แต่เธอกลับยืนเฉย วรรศิกาหมดแรงพยุงตัวต่อไปไม่ไหวค่อยๆจมลงใต้น้ำ โชคดีที่ชนกโดดลงไปช่วยไว้ทัน ด้วยความหวาดกลัวเธอกอดเขาไว้แน่น ชนกว่ายประคองเธอเข้ามาที่ฝั่ง อบสวาทไม่วายปากเสีย

“กอดกันกลมกลางวันแสกๆ หน้าด้านไม่มียางอาย”

“บ้าหรือเปล่าคุณ เขาตกน้ำผมมาช่วย กอดอะไรกัน มีสมองคิดแต่เรื่องอกุศลรึไง”

อบสวาทหน้าตึงทันที รีบดึงแขนวรรศิกาที่หนาวสั่นขึ้นมาบนท่าแล้วหยิกเต็มแรง แถมขู่จะฟ้องหม่อมชุลีว่าเธอไม่สำรวม ชนกเหลืออดสั่งให้หยุดทำร้ายวรรศิกา แล้วต่อว่าอบสวาทที่ไม่ยอมช่วยเหลือทั้งที่เห็นอยู่แล้วว่าเธอกำลังจะจมน้ำ ถ้าเขามาช่วยไม่ทันจะทำอย่างไร

“ก็ตกลงไปเอง อีกอย่างฉันไม่มีปัญญาช่วยหรอก”

วรรศิกาเถียงคอเป็นเอ็นว่าอบสวาทเป็นคนผลักเธอตกน้ำ ฝ่ายหลังท้าทายถ้าตนทำอย่างเธอว่าก็ให้ไปฟ้องหม่อมชุลีได้เลยแล้วเดินสะบัดออกไป ชนกยุให้เธอไปฟ้องโดยอาสาจะเป็นพยานให้ วรรศิการู้แก่ใจดี ฟ้องไปก็เท่านั้นเพราะหม่อมชุลีเชื่อคำพูดของอบสวาทมากกว่าคำพูดของเธอ

ooooooo

อาจารย์ร่วมคณะของหริพันธ์ชวนเขาไปกินข้าวกลางวันด้วยกันแต่เขาปฏิเสธ อ้างมีสอนอีกหนึ่งคาบ ความไม่มีมนุษยสัมพันธ์ของเขาเป็นที่เอือมระอาของเหล่าอาจารย์ทั้งหลาย...

อารามรีบร้อนจะไปให้ทันเข้าเรียนวิชาวรรณคดีอังกฤษ ชนนีจ้ำพรวดๆไม่ทันมองทางจึงชนเข้ากับหริพันธ์อย่างจัง ทั้งหนังสือทั้งรายงานในมือกระเด็น เขาช่วยเธอเก็บเอกสารที่เกลื่อนพื้น ความใกล้ชิดทำให้เขาได้เห็นแววตาสดใสคู่นั้นของเธออีกครั้ง เริ่มประทับใจโดยไม่รู้ตัว...

ทางฝ่ายหม่อมชุลีหาเรื่องเล่นงานวรรศิกาได้ตลอดเวลา เธอจะเข้าไปเช็ดถูทำความสะอาดโกศใส่อัฐิของท่านพ่อที่ตั้งอยู่ในห้องพระก็ยังโดนขัดขวางแถมด่าว่าให้เจ็บช้ำใจอีกต่างหาก...

ที่ร้านขายเพชร ยอดธิดาเกิดถูกใจสร้อยข้อมือเพชรเส้นหนึ่งเข้าแต่เงินมีไม่พอจ่าย นับว่าโชคยังเข้าข้าง พาทีเศรษฐีบ้านนอกที่รู้จักกันมาเอาเครื่องเพชรให้แม่ของเขาพอดี เธอแกล้งบ่นว่าตัวเองจะมาซื้อสร้อยข้อมือเหมือนกัน แต่ลืมหยิบเงินมา แล้วคืนสร้อยให้เจ้าของร้านอย่างอิดออด พาทีซึ่งชมชอบยอดธิดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอาสาจะจ่ายให้เอง เธอขอบคุณเขาที่ออกเงินให้ก่อน เดี๋ยวได้เงินจากป๋าแล้วจะเอาไปคืนเขาถึงบ้าน

“ไม่ต้องครับถือเสียว่าเป็นของขวัญจากผม แต่ถ้าคุณยอดแวะไปเที่ยวที่บ้านก็ยินดีต้อนรับเสมอครับ”...

เสี่ยย้งรู้เรื่องที่พาทีซื้อสร้อยข้อมือเพชรให้ยอดธิดาก็ปลื้มปริ่มมากที่ลูกสาวบริหารเสน่ห์เก่ง เมื่อวันก่อนได้สร้อยห้อยจี้เพชรจากเชน วันนี้ได้สร้อยข้อมือเพชรฟรีอีกเส้น ชมเปาะว่าทำดีมาก แต่เตือนว่าถึงมีทางเลือกไว้หลายๆทาง แต่ต้องจับชนกไว้ให้มั่น เธอรับรองว่าเขาไม่มีทางรอดเงื้อมือเธอไปได้...

เจียนและสาเริ่มรู้สึกถึงความเจ้ากี้เจ้าการของอบสวาทและท่าทีที่ดูจะเอาใจหริพันธ์จนออกนอกหน้า...

ระหว่างกินมื้อกลางวันด้วยกันพร้อมหน้าพ่อแม่และน้องโดยมีเจตน์มาร่วมโต๊ะด้วย ชนกไม่วายแขวะไปถึงวรรศิกา เท่าที่นพได้ฟังลูกชายพูดถึงผู้หญิงคนนี้อยู่บ่อยครั้ง ลักษณะท่าทางของเธอน่าจะเหมาะกับเขามากกว่ายอดธิดา ชนกสวนทันทีว่าไม่มีทางเป็นไปได้

“ไม่แน่หรอกค่ะเขาว่าไม่ชอบแบบไหนจะได้แบบนั้น” ชนนีว่าแล้วหัวเราะชอบใจ

“เสียใจ ทฤษฎีนี้ใช้กับพี่ไม่ได้หรอก” ชนกสีหน้ามั่นใจ...

คำพูดของพ่อตอนมื้อกลางวันที่ว่าผู้หญิงแบบ

วรรศิกาน่าจะเหมาะกับเขามากกว่ายอดธิดา ทำให้ชนกเก็บเอามาคิดระหว่างที่นั่งอยู่ในห้องนอนคนเดียวจนต้องสะบัดศีรษะไล่ความคิดนั้นทิ้ง ปฏิเสธว่าไม่เห็นจะเหมาะกันตรงไหน จังหวะนั้นนพขอเข้ามาคุยด้วย เนื่องจากได้ยินมาว่าธุรกิจของเสี่ยย้งกำลังมีปัญหา

“ไม่น่านะครับ ที่บ้านก็ดูโอเค วันก่อนยอดยังซื้อเครื่องเพชรอยู่เลย คงไม่มีอะไร”

นพนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะบอกว่าท่านอาจจะเข้าใจผิดไปเอง แต่ถึงอย่างไรท่านก็อยากให้ชนกดูให้ดีๆก่อนจะตัดสินใจอะไรเรื่องยอดธิดา ถ้าไม่รีบก็ศึกษากันไปเรื่อยๆก่อน เขาตั้งใจจะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว ตอนนี้อยากมีสมาธิกับเรื่องงานมากกว่า ฝ่ายหญิงเองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเขา เราสองคนคบกันแบบสบายๆไม่ผูกมัดอะไร พ่อไม่ต้องเป็นห่วง แม้ลูกชายจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแต่นพก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน หม่อมชุลีเรียกอบสวาทมาซักถามเรื่องระหว่างวรรศิกากับชนก เธอไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ท่าน้ำ แต่เท่าที่เห็นก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่ที่ไม่เห็นก็ไม่อาจจะทราบได้ วรรศิกามักจะหลบไปหลังเรือนครัวบ่อยๆ

“ดีแล้ว นังวรรศิกามันได้เชื้อแม่มาแรงนัก”

“ดีอย่างไรเจ้าคะ ถ้าหญิงวรรทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียง คุณอาจะโดนครหานินทาไปด้วย”

“ฉันยอมโดนนินทานิดหน่อยแลกกับการกำจัดเนื้อเน่าออกจากวังอโยธยา ไม่ต้องมีนังลูกไพร่พยานของความใฝ่ต่ำของท่านชายกับความร่านของนังแวว หล่อนว่าดีไหมล่ะ”

อบสวาทถึงบางอ้อทันทีชมเปาะว่าท่านฉลาดหลักแหลมไม่มีเปลี่ยนแปลง...

แทนที่กลับห้องไปนอน อบสวาทแว่บหาหริพันธ์ที่ห้องนอนของเขา กอดเล้าโลมจนเขาเคลิ้มได้ที่

อารมณ์พิศวาทต้องชะงักเมื่อมีเสียงหม่อมชุลีเคาะประตูห้องเรียกให้ลูกชายมาเปิดรับ อบสวาทหน้าตาตื่นรีบคว้าเสื้อคลุมวิ่งไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า อารามรีบร้อนทำกำไลตกพื้น หม่อมชุลีแค่จะมาขอให้หริพันธ์ช่วยไปเร่งงานซ่อมแซมวังให้เสร็จไวๆ เนื่องจากไม่อยากเห็นหน้าชนก แล้วขยับจะไปแต่เหลือบเห็นกำไลของอบสวาท รีบกวาดสายตาไปที่ตู้เสื้อผ้าของลูกชายเห็นชายเสื้อคลุมของหลานสาวตัวแสบแลบออกมา เดาออกว่าเธออยู่ในนั้น

“จะว่าไปชายหริก็ถึงวัยออกเรือนแล้วหากเจอคนชอบพอถูกใจก็บอกแม่ อย่าทำอะไรงุบงิบเงียบๆมันน่าเกลียด แต่อย่าลืมว่าเราเป็นถึงหม่อมราชวงศ์จะคบหากับใครก็ให้เท่าเทียมกันอย่าริเอาพวกต่ำต้อยด้อยราคามาทำเมีย จะขายขี้หน้าเขา ลูกของแม่ต้องได้ดีกว่าบ้านนังชวนชื่น ดีกว่าใครทั้งหมดเข้าใจใช่ไหม”

คำพูดยุแยงของหม่อมชุลีทำให้อบสวาทที่แอบอยู่ในตู้เสื้อผ้าทั้งหมั่นไส้และเจ็บใจมาก...

หลังจากเสร็จกิจกับหริพันธ์ อบสวาทที่นอนกอดก่ายเขาอยู่บนเตียงบ่นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลว่าฟังที่หม่อมชุลีพูดแล้วไม่ค่อยจะสบายใจเลย เขาปลอบว่าอย่าคิดมาก ท่านไม่รู้เรื่องของเราหรอก อบสวาทแกล้งตีหน้าเศร้า ตัวเองเป็นแค่เมียบ่าว สักวันเขาจะต้องมีครอบครัว ถ้าถึงวันนั้นให้สัญญากับเธอได้ไหมว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน หริพันธ์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะรับปาก อบสวาทซุกหน้ากับอกเขาแล้วทำเสียงออดอ้อน

“จำไว้นะคะ คุณชายเป็นเจ้าชีวิตของพี่ ของอบสวาทคนนี้ ไม่มีใครสำคัญไปกว่าคุณชายอีกแล้ว”

ooooooo

วรรศิกานำของว่างกับน้ำมาวางไว้ให้หัวหน้าคนงานของชนกแล้วหันหลังจะกลับ แต่สะดุดข้าวของที่วางเกะกะทำให้เสียหลักจะล้ม เขาคว้ามือเธอไว้ทันเป็นจังหวะเดียวกับชนกเดินเข้ามาพอดี เห็นเขาประคองเธออยู่ก็โวยวายเสียงลั่น ห้ามทำอะไรรุ่มร่ามแถวนี้ วรรศิการีบแก้ตัวแทนว่าไม่มีอะไรสักหน่อย

“ไม่มีได้ยังไง เขาจับมือคุณอยู่นะ...พี่ทำอย่างนี้กับลูกค้าได้ไง เสียประวัติบริษัทเราหมด” ชนกไม่เปิดโอกาสให้ลูกน้องแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น ไล่ตะเพิดกลับบริษัท วรรศิกาต้องเป็นฝ่ายอธิบายให้เขาเข้าใจว่าไม่มีอะไรจริงๆ หัวหน้าคนงานของเขาแค่ช่วยไม่ให้เธอสะดุดของหกล้มเท่านั้น ชนกขอโทษคนของตัวเองที่เข้าใจผิด แล้วหันกลับมาจะขอโทษวรรศิกาแต่เธอเดินลิ่วออกไปเสียก่อน เขารีบเดินตามจนทันกันบริเวณสวนข้างวัง ตัดพ้อทำไมต้องเดินหนี เธอจะอยู่ให้อายลูกน้องของเขาหรือ อยู่ๆก็โดนเขาต่อว่าทั้งที่ยังไม่ได้ถามอะไรสักคำ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:10 น.