ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แรงตะวัน

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • เบญจามินทร์
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • พี่นาย สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท เลิฟ ดราม่า จำกัด By ไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • อธิชาติ ชุมนานนท์,ศิรินทร์ ปรีดียานนท์,พชร จิราธิวัฒน์,สุชาร์ มานะยิ่ง

แรงตะวัน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

รุ่งสางบนถนนนอกเมือง รถหรูสีสดแล่นฝ่าความมืดไปตามถนนที่ฝนตกปรอยๆ สุรีย์หญิงสาววัย 30 เศษ สีหน้าอัดอั้นตันใจกำลังรอสายโทรศัพท์ จนมีเสียงให้ฝากข้อความ เธอจึงจอดรถที่จุดชมวิวแล้วกล่าวฝากข้อความ

“ภู...พี่...เอ่อ...พี่แค่อยากจะโทร.มาพูดในสิ่งที่พี่อยากพูดกับเธอมาตลอด พี่ขอโทษที่เคยทิ้งเธอนะ...พี่รู้ว่าเธอฟังอยู่ เธอจะไม่รับสายพี่สักครั้งเหรอ...พี่...พี่ไม่ไหวแล้ว พี่เหนื่อยเหลือเกิน คุณนพไม่เคยรักพี่เลย พี่ไม่รู้จะทำยังไงอีกแล้ว แล้วภูก็ไม่ยอมรับสายพี่ พี่ไม่มีใครอีกแล้วนะภู...” ระหว่างนั้นมีรถกระบะโฟร์วีลขับมาด้านหลังเปิดไฟกะพริบใส่ สุรีย์เหลือบมองกระจก “เขามาแล้ว! ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ฝากน้องพีทด้วยนะ พี่ไม่รู้ว่าคุณนพจะเล่นอะไรกับพี่ เขาอาจจะฆ่า”

ทันใดรถกระบะสาดไฟสูงจนสุรีย์ไม่เห็นหน้าคนขับ และรถกระบะคันนั้นก็ดันรถเธอเคลื่อนไปยัง

หน้าผา เธอร้องลั่น “จะทำอะไรคุณนพ! อย่านะ อย่า... อย่า!...ภู...”...

ภู หรือสุริเยนทร์ รุจิกาญจน์กุล น้องชายฝาแฝดของสุรีย์ เจ้าของไร่ภูทับดาว ลูกชาย ส.ส.อาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอำเภอทับดาว เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาซ่อนความอ่อนโยนอ่อนไหวไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวและเจ้าอารมณ์ ไม่อ่อนข้อให้ใครและไม่เคยกลัวใคร

กลางวันแสกๆมีรถบรรทุกขนท่อนไม้แล่นมาตามทางที่สองข้างทางเป็นสวนยาง ข้างรถติดโลโก้

ไร่ภูทับดาว ระหว่างที่ขับเพลินๆก็มีรถแลนด์โรเวอร์แล่นตามมาด้วยความเร็วแล้วแซงหน้ารถบรรทุกขึ้นไป ฉับพลันก็ดริฟต์รถจอดขวางอย่างสวยงามกลางถนน

คนขับคือสุริเยนทร์ก้าวลงจากรถเหยียบขึ้นไปยืนบนหลังคารถ พร้อมชักปืนพกเล็งตรงไปยังรถบรรทุก

คนขับตกใจแต่เมื่อจวนตัวก็คิดว่าตายเป็นตาย ไม่ยอมหยุดรถ เสียงสุริเยนทร์กล่าว ไหล่ซ้าย...พร้อมลั่นกระสุนออกไปทะลุกระจกหน้ารถบรรทุกเข้าที่ไหล่ซ้ายคนขับแม่นอย่างกับจับวาง แต่คนขับยังไม่หยุดรถ เขาจึงยิงเข้าที่ไหล่ขวาอีกนัดอย่างแม่นยำ เสียงคนขับร้องลั่น ทันใดมีมอเตอร์ไซค์วิบากแล่นตีขนาบข้างรถบรรทุก คนซ้อนคว้าเหล็กยึดโยนตัวขึ้นไปบนรถใช้หมวกกันน็อกที่สวมโขกหน้าคนขับรถบรรทุกแล้วชักปืนสั่ง

“ถ้าแกยังไม่แตะเบรก กระสุนนัดที่สามจะเข้ากลางหน้าผาก...แล้วแต่นะ แต่คนนั้นน่ะนายภูเจ้าของภูทับดาว...เหลือเวลาอีก 5 วิ...5...4...3...2...” ก่อนที่จ่ายักษ์จะนับถึงหนึ่ง คนขับก็เบรกรถด้วยความกลัว รถหยุดสนิทก่อนถึงตัวรถสุริเยนทร์แค่คืบ

สุริเยนทร์กระโดดลงมาดึงตัวคนขับเหวี่ยงลงพื้นถนนและว่านี่ไม่ใช่คนของภูทับดาว พอดีกับขบวนรถ

นายอำเภอชัชและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพร้อมรถบอดี้การ์ดสุริเยนทร์ ทุกคนลงจากรถ สุริเยนทร์กล่าวสั้นๆ “มีคนจงใจใส่ความภูทับดาว มันไม่ใช่คนของเรา รถคันนี้ก็ไม่ใช่ ภูทับดาวไม่เกี่ยวข้องกับการขนไม้เถื่อนพวกนี้”

พูดจบสุริเยนทร์ก็หันกลับจะไปขึ้นรถ นายอำเภอเข้าไปจับไหล่ ด้วยความที่สุริเยนทร์มีปฏิกิริยาไวมากกับการที่มีคนเข้ามาข้างหลัง จึงจับแขนชัชดันตัวไปกระแทกรถ จ่ายักษ์รีบปราม

“นาย! อย่าครับ นี่นายอำเภอชัช เป็นนายอำเภอคนใหม่ เขาไม่ได้คิดจะทำร้ายนาย ปล่อยเขาก่อนครับ... นะครับ”

สุริเยนทร์ได้สติปล่อยชัชและจะเดินไปขึ้นรถ ชัชยังไฟแรงไม่เลิกสั่งสุริเยนทร์ยังไปไม่ได้ต้องสอบสวนก่อน จ่ายักษ์รีบดึงชัชไว้และเตือน “ช่วยจำไว้ให้แม่นเลยนะ นายภูไม่ชอบให้ใครแตะเนื้อต้องตัว โดยเฉพาะจากด้านหลัง เพราะมันเหมือนถูกลอบทำร้าย ส่วนไม้เถื่อนพวกนี้ นายภูยืนยันว่าไม่เกี่ยวก็แปลว่าไม่เกี่ยวไม่จำเป็นต้องสอบสวนอะไรให้เสียเวลาอีก”

ชัชหาว่าทำแบบนี้มันมาเฟียชัดๆ จ่ายักษ์ก้มหัวรับพร้อมบอกให้เรียกว่าเจ้าพ่อจะดีกว่า ชัชฮึดฮัดมอง

สุริเยนทร์ขับรถออกไปอย่างไม่กลัวเกรงใดๆ

สุริเยนทร์ขับรถผ่านไร่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทั้งสวนยาง ไร่อ้อยและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ มายังบ้านหลังใหญ่ สุพลรีบร้อนเข้ามารายงาน “นายครับ...นาย...คุณสุรีย์เสียแล้วครับ”

สุริเยนทร์ตะลึง สุพลหยิบมือถือมาเปิดคลิปเสียงสุดท้ายของสุรีย์ให้ฟัง เขายืนช็อกตัวชา

ooooooo

สองสามวันผ่านไป เคทหรือทานตะวัน อัศ-ภาณุวัตร สาวสวยวัย 25 น้องสาวนพสิทธิ์สามีสุรีย์ ซึ่งสุรีย์รักและส่งเสียให้ไปเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่ฝรั่งเศส... เมื่อสุรีย์เสียจึงต้องทิ้งการเรียนเดินทางกลับ ด้วยความที่แต่งตัวโฉบเฉี่ยว ระหว่างอยู่บนเครื่องจึงโดนฝรั่งผิวปากแซว

วิสุทธิ์แอบมองความสวยของเธออยู่แล้ว ต้องทึ่งเมื่อเห็นการตอบโต้ของเธอด้วยการยืนจ้องและผิวปากกลับแบบเดียวกัน ผู้คนบนเครื่องมองเป็นตาเดียวทำให้ฝรั่งคนนั้นอายต้องลุกย้ายที่นั่ง วิสุทธิ์ชอบความกล้าของเธอ แต่พอเธอหันมามองเขาต้องรีบเอาหนังสือพิมพ์

ปิดหน้าเกรงเธอไม่พอใจ ปรากฏว่าหน้าปกหนังสือมีข่าวดีไซเนอร์ชื่อดัง เธอจึงเข้าไปนั่งอ่านอย่างสนใจ วิสุทธิ์ค่อยๆโผล่ตาข้างหนึ่งมาด้านข้างแอบมองเธออย่างประทับใจ

ผู้คนเดินไปมาในสนามบินสุวรรณภูมิ เคทลากกระเป๋าใบโตสีสดเดินออกมามองหาคนรู้จักที่มารับ เคทพยายามยิ้มให้กำลังใจตัวเอง หยิบมือถือออกมาถ่ายเซลฟี่ตัวเองว่ามาถึงมาตุภูมิแล้ว วิสุทธิ์ลากกระเป๋าตามออกมาอดมองเธออย่างสนใจไม่ได้ พอดีเพ็ญสิริเข้ามาแซว

“มาถึงก็อัพไอจีเลยนะยัยเคท”

เคทหันมาเห็นเพื่อนดีใจมากเรียกเพื่อนเต็มยศ เพ็ญสิริยิ้มร่าทัก “ทานทั้งวัน...”

เคทหน้าตึงบอกตนชื่อทานตะวัน สองสาวหัวเราะโผกอดกัน เคทหยุดหัวเราะเปลี่ยนมาร้องไห้รำพันว่าไม่น่าทิ้งสุรีย์ไปเรียนต่อ ตนอยากให้เธอเห็นความสำเร็จของตนก่อนแล้วถามหานพสิทธิ์พี่ชาย เพ็ญสิริบอกจะเล่าให้ฟังในรถ วิสุทธิ์มองตามสองสาวอย่างประทับใจในตัวเคท

ในรถ เพ็ญสิริเล่าให้เคทฟังว่านพสิทธิ์หายตัวไปตั้งแต่เกิดเรื่อง ตำรวจจึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นการฆาตกรรมในครอบครัว เคทไม่เชื่อว่าพี่ชายตนจะทำเรื่องอย่างนั้นได้ ทันใดมีรถขับจี้และบีบแตรไล่ เคทไม่พอใจชะโงกหน้าไปโวย รถคู่กรณีติดฟิล์มดำทำให้ไม่เห็นหน้าคนขับ เพ็ญสิริปรามเพื่อนเตือนว่าที่นี่ประเทศไทยเดี๋ยวโดนยิงตาย ไม่ทันไรรถคันนั้นแซงปาดให้รถเธอต้องจอดข้างทาง สองสาวตกใจมาก นพสิทธิ์ลงจากรถมาบอกเคท

“พี่ไม่ได้ฆ่าสุรีย์นะ พี่สาบานได้ พี่ต้องหนีเพราะพวกมันตามล่าพี่อยู่ ถ้ามันจับพี่ได้มันจะฆ่าพี่ เคทไม่ต้องรู้ว่าใคร มันจะไม่ปลอดภัย เคท...พี่มีเรื่องให้ช่วย คืนนี้พี่จะไปที่งานศพ เคทต้องพาน้องพีทมาหาพี่นะ”

“พี่จะพาน้องพีทไปไหน”

“น้องพีทไม่เหมือนเด็กคนอื่น เธอก็รู้ว่าน้องพีทไม่เอาใครนอกจากพ่อกับแม่ เข้าใจนะเคท พี่ต้องไปแล้ว” นพสิทธิ์วิ่งกลับไปขึ้นรถขับออกไป เคทงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก

มาถึงบ้านอรุณรุ่ง เคทนั่งเครียดว่านพสิทธิ์ไปก่อเรื่องอะไรไว้ เพ็ญสิริถามจะยอมให้เขาหอบหิ้วน้องพีทหนีหัวซุกหัวซุนหรือ เคทไม่รู้จะทำอย่างไร คิดเพียงว่าจะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์พี่ชายให้ได้... ป้าดาออกมาเจอเคทก็ดีใจมาก รีบให้เข้าไปดูน้องพีทโดยเร็วเพราะเอาแต่ซุกตัวไม่ให้ใครเข้าใกล้ มีลออเฝ้าอยู่

เคทรีบมาที่ห้องหลานชายวัยสามขวบเศษ เห็นกำลังกำของในมือแน่นจนเลือดออก ตัวเกร็ง ร้องเรียกหาพ่อกับแม่อย่างเดียว เคทพยายามปลอบและพูดให้จำตนได้ว่าเป็นอา ถึงกับร้องเพลงประจำที่มักจะร้องด้วยกันบ่อยๆ ก่อนเธอไปเรียนต่อ น้องพีทเริ่มจำได้โผหาเคทและปล่อยมือที่กำของ เคทรีบอุ้มหลานไปเดินผ่อนคลายที่สวนบ้าน และให้คนหาข้าวมาป้อน

ไม่ทันไรมีรถแล่นเข้ามาในบ้านหลายคัน เคทรีบให้ลออดูแลน้องพีท เธอวิ่งออกไปดูหน้าบ้านกับเพ็ญสิริ เห็นสุริเยนทร์ สุพลและบอดี้การ์ดเดินเข้าบ้านอย่างถือวิสาสะ สุริเยนทร์ให้เอาตัวนพสิทธิ์ออกมา เคทโวยว่า บุกรุกไล่ให้ออกไป คว้าไหล่สุริเยนทร์ เขาปัดมือเธอและดันไปชิดผนังอย่างรวดเร็ว สุพลรีบเข้ามาปรามให้ปล่อย เคทสะบัดตัวออกอย่างตกใจแต่จะเอาเรื่อง เพ็ญสิริรั้งเพื่อนไว้...สุริเยนทร์ไม่พูดจาเดินเข้ามาสำรวจภายในตัวบ้าน เห็นรูปถ่ายครอบครัวก็มองด้วยสายตาเคืองแค้น เคทตามเข้ามาถามจะตามล่าพี่ชายตนทำไม หรือเขาจะโบ้ยความผิดให้พี่ชายตน ว่าแล้วก็บอกเพ็ญสิริให้โทร.ตามตำรวจ และให้ป้าดาเอามือถือให้ตนถ่ายคลิปไว้

สุริเยนทร์เดินจังก้าเข้าหาจนชนเคทมือถือหล่น “คิดว่าเก่งเหรอทานตะวัน!”

“รู้จักชื่อฉันได้ยังไง” เคทแปลกใจ

“ทานตะวัน อัศภาณุวัตร น้องสาวไอ้ลูกหมานพสิทธิ์ ถึงกับทิ้งการเรียนที่ปารีสกลับมาทันที คงชั่งน้ำหนักแล้วสิว่าสมบัติของสุรีย์มันคุ้มค่ากว่าการศึกษาแฟชั่นโง่ๆของเธอมาก...สุรีย์ให้พี่ชายเธอทุกอย่าง แต่มันไม่รู้จักพอ มันยังกล้าฆ่าสุรีย์อีก ฉันจะล้างแค้นให้สุรีย์เอง”

เคทยิ่งแปลกใจทำไมเขาถึงรู้จักทุกคน จ่ายักษ์เข้ามารายงานหลังจากพาพวกเข้าค้นทั่วบ้านว่าไม่มีนพสิทธิ์ สุริเยนทร์ถามเคทว่านพสิทธิ์อยู่ไหน เธอยียวนว่ารู้หรือไม่แล้วจะทำไม

“คุณทานตะวัน ผมขอแนะนำว่าเวลาพูดกับนายภู อย่ากวน...” สุพลทำปากไม่ออกเสียง

เคทสวนถ้าไม่อยากให้ตนกวน...ทำปากไม่ออกเสียงบ้าง ก็ให้ออกไปไกลๆ สุริเยนทร์โกรธจะคว้าตัวเคท น้องพีทวิ่งออกมาผลักสุริเยนทร์ ตวาดอย่าทำร้ายอาเคท เคทรีบดึงหลานไว้ สุริเยนทร์มองเด็กน้อยอย่างขัดใจ “ลูกชายสุรีย์กับไอ้นพ...มานี่สิ...บอกให้มานี่!”

น้องพีทเห็นรอยแผลบนมือสุริเยนทร์ยิ่งหวาดกลัวถอยกรูด เคทเข้าขวางปกป้องหลาน แต่ถูกสุริเยนทร์ผลักกระเด็น เพ็ญสิริตกใจรีบบอกว่าน้องพีทไม่ชอบและกลัวคนแปลกหน้า แต่เขาไม่สนใจผลักเธอกระเด็นเช่นกัน...สุริเยนทร์เข้าอุ้มน้องพีทและบอกเคทว่า

“ไปบอกไอ้นพสิทธิ์ ถ้าอยากได้ลูกชายคืน ให้มันมาหาฉันที่ไร่ภูทับดาว”

ขณะที่สุริเยนทร์กำลังเอาน้องพีทขึ้นรถ มีรถอีกคันแล่นมาจอด เอกณัตินายตำรวจยศร้อยโท

เดินลงมาพร้อมจ่อปืน สั่งให้ปล่อยน้องพีท บอดี้การ์ด

สุริเยนทร์ยกปืนขึ้นเล็งมาทางเอกณัติพึ่บพั่บ จ่ายักษ์บอก “โทษนะคุณ ก่อนจะซ่าแหกตาดูรอบๆก่อนไหม”

เอกณัติโวยว่ายกพวกมาขนาดนี้เพื่อรังแกเด็ก สตรีและคนชราหรือ สุริเยนทร์โกรธเมื่อโดนหยาม หันกลับมาตบปืนในมือเอกณัติหล่นและคว้ามาถือเสียเอง...ทนายสมชายวิ่งมาห้าม

“หยุดก่อนครับ อย่าครับ...คุณเคท คุณเอกณัติ คุณคนนี้ไม่ใช่คนอื่นนะครับ ผมเป็นคนตามเขามาเอง นี่คุณสุริเยนทร์ รุจิกาญจน์กุล น้องชายฝาแฝดของคุณสุรีย์ พี่สะใภ้ของคุณ”

วันนี้ทนายสมชายจะเปิดพินัยกรรมของสุรีย์ ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่าสุรีย์มีพี่น้องฝาแฝด เพ็ญสิริรีบเสิร์จเน็ตประวัติสุริเยนทร์แล้วเรียกเคทกับอาณัติมาดู ว่าสุริเยนทร์เป็นเจ้าพ่ออยู่ภูทับดาว เป็นลูกอดีต ส.ส.ผู้มีอิทธิพลสามสมัย มีข่าวว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องผิดกฎหมายทุกอย่าง อาณัติจึงเตือนเคทให้ระวังคำพูดกับสุริเยนทร์บ้างเพราะเขาเป็นคนไม่เคารพกฎหมาย

ทนายสมชายเริ่มอ่านพินัยกรรม สุรีย์ยกเงินให้เคท 5 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่เหลือไม่ว่าบ้าน คอนโด ที่ดิน เครื่องเพชร รวมทั้งเงินสดที่เหลือยก

ให้เด็กชายภาสกรหรือน้องพีททั้งหมด โดยให้สุริเยนทร์เป็นผู้จัดการมรดกและเป็นผู้ปกครองน้องพีทจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ

เคทไม่พอใจในเมื่อพ่อน้องพีทยังอยู่ สุริเยนทร์เยาะว่าสุรีย์คงรู้ว่าพ่อเด็กจะมีชีวิตไม่ยืนยาว เคทไม่ยอมให้น้องพีทไปอยู่กับสุริเยนทร์ จึงเกิดการยื้อแย่งกันขึ้น เคทอุ้มน้องพีทมาขึ้นรถเอกณัติให้เขาพาหนี สุริเยนทร์ประกาศกร้าว

“คุณอยากทำอะไรก็ทำนะทานตะวัน แต่รู้ไว้ว่าอะไรที่ผมอยากได้ผมก็ต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กคนนั้นหรือแม้แต่พี่ชายคุณ”

เคทท้าให้ลองดู...เพ็ญสิริเห็นว่าที่สุรีย์ให้น้องพีทอยู่ในการดูแลของสุริเยนทร์เพราะรู้ว่านพสิทธิ์เจ้าชู้และชอบเข้าบ่อน เคทยอมรับแต่ไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นฆาตกรฆ่าสุรีย์ เอกณัติอาสาจะสืบเรื่องนี้ให้และว่าบอกตามตรง คนอย่างสุริเยนทร์คือคนสุดท้ายในโลกที่อยากมีเรื่องด้วย เคทคิดจะฟ้องศาลให้หลานได้อยู่กับพ่อ แต่เอกณัติเตือนว่า นพสิทธิ์หนีคดีอยู่ ไม่มีทางจะได้สิทธิ์ เพ็ญสิริแทรกว่าสุริเยนทร์คงไม่รอให้ศาลตัดสินแน่ น้องพีทร้องไห้ไม่อยากไปอยู่กับสุริเยนทร์

เพ็ญสิริพาเคทกับน้องพีทมาอยู่ที่บ้าน บ้านเธอเป็นครอบครัวคนจีน ป๊ากับม้าเอ็นดูเคทมากเชื้อเชิญให้พักตามสบาย แต่วันนี้จะต้องให้เพ็ญสิริไปงานเลี้ยง

บนเรือสำราญกับพวกตน เพ็ญสิริรู้ทันร้องว่า “อีกแล้ว เหรอม้า”

“อีกแล้วอะไร ลูกควรจะมีผัวตั้งแต่อายุ 18 แล้ว นี่ช้ามาตั้ง 7 ปี จะให้ป๊าม้าชีช้ำอีกนานแค่ไหน ไปๆๆๆ” ม้าบ่นว่าเด็กสมัยนี้เอาแต่เรียนไม่คิดมีผัวกันบ้าง เคททำหน้าเจื่อนๆ

เพ็ญสิริบอกม้าว่าสมัยนี้ชีวิตต้องใช้ให้คุ้มก่อน เอกณัติขำครอบครัวนี้ขอตัวลากลับ...เคทพาน้องพีทขึ้นนอน หนูน้อยยังร้องไห้หาพ่อแม่กว่าจะหลับลงได้ เคทบอกเป็นนัยๆเรื่องสุรีย์

ooooooo

ระหว่างทางในรถ สุริเยนทร์ฝันถึงความโหดร้ายในวัยเด็กที่ฝังแน่นในใจ ภาพตนวัย 7 ขวบถูกบังคับให้จับถ่านร้อนๆจนมือพุพองร้องสุดเสียง...
สุริเยนทร์สะดุ้งตื่นมองรอยแผลที่มือ สุพลหันมาเรียกเบาๆ สุริเยนทร์เกิดปฏิกิริยาป้องกันตัวไวมากบีบคอสุพลทันที

“ผมเองครับนาย...จะบอกว่าถึงวัดแล้วครับนาย”

สุริเยนทร์ตั้งสติได้ปล่อยมือ ขยับร่างกายก่อนลงจากรถไปยังศาลาตั้งศพสุรีย์ เขายืนมองภาพสุรีย์ด้วยความเจ็บปวด คิดถึงอดีตวัยเด็ก...แม่อำพร

ทนพ่ออาทิตย์ไม่ไหวที่ทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง มีแต่ล่มจม จึงทะเลาะกันรุนแรงและจะพาลูกๆ

ไปตั้งต้นชีวิตใหม่กับเศรษฐีต่างชาติที่ไม่สนใจอดีตของเธอ แต่อาทิตย์ไม่ยอมแย่งสุริเยนทร์ไว้ได้ เขาส่งสายตาขอร้องสุรีย์ “พี่สุรีย์อย่าทิ้งภูนะ...ถ้าทิ้งภู ภูจะโกรธ จะไม่ให้อภัยพี่อีกเลยตลอดชีวิต”

สุรีย์กล่าวขอโทษแล้วเดินตามแม่ขึ้นรถไป

สุริเยนทร์เลือกที่จะอยู่กับพ่อแต่ก็อดร้องไห้โหยหาแม่และพี่ฝาแฝดไม่ได้ ในขณะที่อาทิตย์กราดเกรี้ยว สักวันจะต้องคลานกลับมาขอร้องกู

สุริเยนทร์มองภาพสุรีย์ “พี่ทิ้งผมไปมีความสุข แต่ไม่เคยรู้หรอกว่าผมต้องเจอกับอะไรบ้าง...มันเกินจินตนาการพี่แน่ๆ แล้วนี่พี่ยังมาทิ้งลูกให้ผมอีกเหรอ พี่ต้องการอะไร...ถ้าอยากให้ผมเลี้ยงลูกพี่ ผมก็จะเลี้ยงให้ หลับให้สบาย ส่วนไอ้นพสิทธิ์มันก็ต้องชดใช้ คิดว่าเป็นของแถมจากผมแล้วกัน”

ขณะเดียวกันสุพลกับจ่ายักษ์ถกกัน จ่ายักษ์ไม่เข้าใจว่านายโกรธพี่สาวแล้วจะตามล่านพสิทธิ์ทำไม สุพล บอกถ้านายโกรธเกลียดพี่สาวตัวเองจริงแล้วจะสั่งตนสืบเรื่องราวพี่สาวกับครอบครัวมารายงานเป็นระยะๆทำไม ตรงข้ามเลยนายรักและอยากเจอพี่สาวมาก แต่คนอย่างนายไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น

ด้านเคทพยายามโทร.หานพสิทธิ์เท่าไหร่ก็ไม่ได้ เพ็ญสิริชี้ให้ดูว่าคนของสุริเยนทร์เฝ้าอยู่หน้าบ้าน เคทหงุดหงิดคงกลัวตนพาหลานหนี ถึงอย่างไรตนก็จะให้หลานไปอยู่กับนพสิทธิ์

“แกเอาจริงเหรอ...แต่คืนนี้ฉันต้องไปงานกับป๊าม้า...”

เคทว่าไม่เป็นไรจัดการคนเดียวได้ แล้วหันมาบอกน้องพีทว่าคืนนี้จะพาไปกราบคุณแม่...ในขณะที่สุริเยนทร์ยังครุ่นคิดถึงอดีตครั้งที่สุรีย์เคยไปหาที่ภูทับดาว แต่เขาไม่ออกมาพบ เธอตะโกนเพราะรู้ว่าเขาต้องฟังอยู่ว่า เธอขอโทษที่เคยทิ้งเขาไป ตอนนี้เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง เธอไม่เหลือใครอีกแล้วอยากให้เขาช่วย...คนงานในไร่ดันสุรีย์ให้กลับไป

สุริเยนทร์ยืนมองภาพสุรีย์หน้าศพด้วยความรู้สึกผิด ถ้าวันนั้นตนฟังเธอสักนิดคงไม่เป็นแบบนี้ สุพลเข้ามารายงานว่าได้เปลี่ยนดอกไม้ในงานทั้งหมดเป็นสีขาวตามที่สั่งแล้ว จ่ายักษ์ตามเข้ามารายงานว่าที่ไร่เกิดเรื่อง นายอำเภอชัชพาเจ้าหน้าที่มาค้นไร่หาว่าเราซ่อนแรงงานต่างด้าวเถื่อนไว้ ต้องมีคนหาเรื่องให้แน่ สุริเยนทร์ถามคิดว่าเป็นใคร จ่ายักษ์คิดว่าเป็นพวกไร่ปลายฟ้า

“แล้วจะให้ฉันทิ้งงานศพสุรีย์งั้นเหรอ”

ทั้งจ่ายักษ์และสุพลจ๋อย...เคทขับรถของเพ็ญสิริพาน้องพีทมางานศพ เพ็ญสิริอดห่วงไม่ได้โทร.มาแนะนำให้เกลี้ยกล่อมนพสิทธิ์สู้คดีถ้าไม่ผิด เคทหาว่าพวกนั้นมีอำนาจต้องทำให้นพสิทธิ์กลายเป็นผู้ต้องหาแน่ ตนต้องหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ให้ได้ก่อน

ooooooo

ห้องอาหารบนเรือสำราญ มีเสี่ยอ้วนๆนั่งอยู่ก่อนหกเจ็ดคน เพ็ญสิริกระซิบถามป๊ากับม้าว่านี่งานแซยิดหมู่หรือ ป๊าบอกว่าให้มาดูตัว เพ็ญสิริตกใจ

“ดูตัว! รุ่นนี้ยังต้องดูตัวอีกเหรอ!”

เพ็ญสิริเดินจ้ำออกมา ป๊าม้ารีบตาม เธอโวยเห็นตนเป็นอะไรถึงให้มาดูตัวเพื่อนป๊า ป๊างง “เพื่อนป๊าน่ะใช่ แต่ไม่ได้นัดมาดูตัวเอ็ง ป๊านัดเพื่อนมากินข้าวเฉยๆ คนที่ป๊านัดหนุ่มกว่านี้เยอะ”

ม้ากล่อมให้ลองทำความรู้จักดูก่อนบอกอายุก็ไม่น้อยแล้ว อีกสองปีไข่จะฟ่อหมด เพ็ญสิริหน้าเหวอขอเวลาทำใจสักครู่ เธอขึ้นไปบนดาดฟ้าเรืออย่างหงุดหงิด จู่ๆมีไม้เซลฟี่ยื่นมาเฉี่ยวหัวหลายครั้งทำให้เธอต้องหลบไปมาจนทนไม่ไหวโวยลั่น ชายหนุ่มหันมาขอโทษ บอกไม่เห็นว่าเธอยืนอยู่ เธองงคนทั้งคนยืนอยู่ทำไมจะไม่เห็น

“พอดีผมไม่ได้ก้มมอง ขอโทษจริงๆนะครับ” เพ็ญสิริงงกับคำว่าก้ม “ครับ ถ้าผมก้มมอง ผมก็จะเห็นว่าคุณยืนอยู่”

“นี่คุณหาว่าฉันเตี้ยเหรอ!”

“ไม่เกี่ยวกับความเตี้ยของคุณเลยครับ ผมแค่อธิบายว่าผมจะเห็นคุณได้ต้องก้ม ถ้าผมมองระยะสายตาจะไม่เห็นคุณ ผมต้องก้มถึงจะเห็นว่าคุณยืนอยู่ อย่างตอนนี้ผมก็ก้มแต่ถ้าคุณไม่อยากให้ก้ม ผมก็ต้องถอยสี่ห้าก้าวอยู่ในระยะประมาณนี้กำลังดีครับ” ชายหนุ่มถอยหลัง

เพ็ญสิริโกรธว่าเขาหยาบคาย สะบัดหน้ากลับไปหาป๊าม้าที่โต๊ะอาหาร...สักพักก็มีชายหนุ่มมายืนมองตรงหน้า เธอจำได้ว่าคือชายเมื่อครู่ เขารีบแนะนำตัว

“ผมชื่อวิสุทธิ์ครับคุณเพ็ญสิริ ไม่ต้องงง ผมรู้จักกับอาป๊าของคุณ ท่านรู้ว่าผมจะมาปาร์ตี้ที่นี่วันนี้ก็เลยพาคุณมาให้ผมดูตัว ขออนุญาตนั่งนะครับ ดีจัง...เวลานั่งสายตาอยู่ในระดับที่ไม่ต้องก้มก็เห็นพอดี” วิสุทธิ์ยิ้มกวนๆ เพ็ญสิริโกรธฟึดฟัด

ไม่วายวิสุทธิ์แกล้งนั่งจ้องหน้าเพ็ญสิริอยู่อย่างนั้น จนเธอทนไม่ไหวถามมีอะไรจะพูดก็พูดมา เขาจึงเอ่ยถามคิดอย่างไรมาให้ผู้ชายดูตัว ดูแล้วเธอไม่น่าจะหมดประสิทธิ– ภาพในการหาคู่ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ เพ็ญสิริพยายามข่มอารมณ์ย้อนถามแล้วเขามาเพราะอะไร

“ขออนุญาตพูดซ้ำนะครับ ป๊าของคุณรู้ว่าผมจะมาปาร์ตี้อบรมเซลที่นี่วันนี้ ท่านก็เลยพาคุณมาให้ผมดูตัว” เพ็ญสิริเคืองถามใหม่ รู้จักป๊าตนได้อย่างไร “พอดีโรงงานผลิตน้ำพริก สูตรหม่าม้าน้องเพ็ญมาติดต่อขอเอาผลิตภัณฑ์มาวางขายในไร่ของผม ป๊าคุณเจรจาธุรกิจถูกคอกับผมมาก ป๊าคุณเลยรักผมมาก...อยากได้เป็นเขยมาก...ตกลงคุณมีปัญหาอะไรถึงหาคู่เองไม่ได้”

เพ็ญสิริโวยว่าตนไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น เขาเหล่มองแล้วแหย่ว่าคงเป็นปัญหาทางการควบคุมอารมณ์ เป็นโรคจิต เธอยิ่งโกรธ “ฉันมีปัญญา!แต่ป๊ากับม้าชอบนัดให้ฉันเอง ฉันไม่ได้ต้องการ และจะบอกให้ว่าฉันมีให้เลือกเยอะ ดูดีมีรสนิยมและไม่ปากเสียเหมือนคุณด้วยพอ... จบ...ฉันไม่เลือกคุณ!” เพ็ญสิริลุกพรวดเดินหนีไป วิสุทธิ์ยิ้มขำๆ

สักพักวิสุทธิ์ตามเพ็ญสิริออกมาเสนอข้อตกลง เขายอมรับว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้ และเธอก็ดูมีประสิทธิภาพในการหาคู่ด้วยตัวเองได้ หญิงสาวหาว่าเขาโรคจิต เขาหัวเราะชอบใจ บอกข้อเสนอนี้จะไม่ทำให้เธอต้องเจอคำถามเซ้าซี้ว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน...เมื่อไหร่จะแต่งงาน...แก่แล้วนะมีผัวหรือยัง...เพ็ญสิริถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ

“คำถามพวกนี้มันกวนใจผู้หญิงวัยขึ้น...ทำงานอย่างคุณ คุณจะได้ไม่ต้องโกหกหรือแกล้งทำเป็นว่าไม่ต้องการผู้ชายในชีวิตอีก...ดีป่ะ”

“หูย...เสนอมาได้ช่างกล้า หล่อแทบอยากจะชวนไปจดทะเบียนสมรสเดี๋ยวนี้เลย อุบาทว์” วิสุทธิ์ย้ำอยากเป็นเพื่อนด้วย “ทำไม ทำไมต้องอยากเป็นเพื่อนฉัน”

ความจริงวิสุทธิ์รู้ว่าเธอเป็นเพื่อนกับเคท เขาทำเสียงอ้อนน่าจะดีใจที่ตนอยากเป็นเพื่อนเพราะปกติตนไม่ค่อยคบคน คบแต่กับควาย หญิงสาวหาว่าด่า เขารีบบอกว่าเขาคบควายจริงๆ ถ้าเธอมาเป็นเพื่อนจะให้ดื่มนมควายฟรีๆตลอดชีวิต แถมให้เพื่อนเธอได้ดื่มด้วย เพ็ญสิริไม่เล่นด้วยจะเดินหนี พลันเห็นคนแถวนั้นเงยหน้ามองบนฟ้าจึงมองบ้าง เห็นพระจันทร์ทรงกลดก็ตะลึงชี้ วิสุทธิ์เอ็ดห้ามชี้จะมีคนตาย เธอชะงักหน้าเสียเสียงอ่อยชี้นิดเดียวไม่น่าจะเป็นอะไร เขาแอบขำ

ooooooo

ในศาลาวัดเคทจูงน้องพีทเข้ามามองดอกไม้หน้าศพ ป้าดารายงานว่าสุริเยนทร์สั่งเปลี่ยนใหม่ เคทเคืองที่มาเปลี่ยนสิ่งที่พวกตนทำไว้ ฝากป้าดาดูน้องพีทแล้วจะเดินไปเอาเรื่องสุริเยนทร์

ทนายสมชายเข้ามาขอคุยด้วยเสียก่อน เขาเอาคลิปเสียงสุรีย์ให้เคทฟัง เธอใจหาย ทนายบอกว่าจากคลิปเสียงนี้ ไม่แปลกเลยที่จะทำให้สุริเยนทร์เชื่อว่าเป็นฝีมือนพสิทธิ์ แต่เคทก็แย้งว่าเชื่อถือไม่ได้ ทนายให้ตรองดูว่าระยะหลังมานี่สุรีย์กับนพสิทธิ์ทะเลาะกันบ่อย เธอจึงไปขอความช่วยเหลือจากน้องชาย แต่เขาไม่ยอมให้เธอพบ เคทรู้สึกโมโหแทนพี่สะใภ้ พุ่งไปต่อว่าสุริเยนทร์

“คนใจดำ สิ่งที่คุณทำมันก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งดูพี่สาวตัวเองตายทั้งๆที่คุณสามารถช่วยได้ แต่คุณไม่ช่วย ถ้าจะมีใครเป็นฆาตกรก็คุณนั่นแหละ คุณสุริเยนทร์”

สุริเยนทร์โกรธจ้องหน้า เคทยังว่าเขาอีกว่าจะมาทวงความยุติธรรมให้พี่สาวตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร ไอ้ดอกไม้ที่เปลี่ยนใหม่ก็ชดเชยหรือทำให้สุรีย์ฟื้นไม่ได้ ทุกอย่างที่ทำคงเพราะรู้สึกผิดที่ปล่อยให้พี่สาวตาย เลยพยายามหาใครสักคนมารับบาปแทน...สุริเยนทร์ลุกพรวดถามสืบประวัติตนมาเชียวหรือ เคทเย้ยว่าได้ฟังคลิปเสียงสุรีย์แล้ว

“คุณไปได้มายังไง คลิปนั้นส่งให้กับตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้เท่านั้น”

“แล้วไง คิดว่าคุณคนเดียวเหรอที่รักพี่สุรีย์ คนแถวนี้ก็รักพี่สุรีย์ทั้งนั้น อาจจะมากกว่าคุณด้วยซ้ำ เพราะเราไม่เคยทิ้งพี่สุรีย์เวลาที่มีปัญหา”

สุริเยนทร์เน้นย้ำจะลากตัวนพสิทธิ์มาทำให้เจ็บปวดทุกอย่างเหมือนที่เขาทำกับสุรีย์ ก่อนจะให้ขับรถตกเหวตายและจะให้โทร.ฝากคลิปถึงเธอในมือถือด้วย เคทตะลึงไม่คิดว่าเขาจะโหดร้ายขนาดนี้ สุพลเกรงจะเกิดเรื่องจึงกันเคทให้ถอยห่างจากสุริเยนทร์

ตอนที่ 2

รถแล่นไปตามทางมุ่งสู่ภาคเหนือ สุริเยนทร์มองน้องพีทที่หลับพาดตักด้วยแววตาอ่อนโยนลง แต่ปากยังแข็งบอกเห็นว่าป่วยถึงยอม จู่ๆน้องพีทก็เพ้อเรียกหาพ่อ มือปัดป่ายมากอดแขนเขาบอกรักพ่อมาก สุริเยนทร์รู้สึกว่าหนูน้อยเป็นเหมือนภาพสะท้อนวัยเด็กของตัวเอง

เมื่อห้าปีก่อน ขณะพายุกำลังจะเข้า ลมพัดแรง ฟ้าแลบแปลบปลาบ สุริเยนทร์เห็นอาทิตย์หอบกระเป๋าเอกสารรีบร้อนจะออกจากบ้าน มีจ่ายักษ์จอดรถรอ เขาถามพ่อจะไปไหน

ตอนที่ 3

เคทภาวนาขอให้สุรีย์ช่วยให้น้องพีทข้ามรั้วไปไร่ปลายฟ้าได้อย่างรอดปลอดภัย ก่อนจะหันมามองสุริเยนทร์ที่ควบม้ามาถึงด้วยสายตาพร่าพราย เสียงเขาคำรามคิดว่าจะหนีรอดเหรอ ทำให้เคทฮึดตะกายตามน้องพีทแล้วปีนข้ามไปด้วย

วิสุทธิ์กับพวกคนงานขี่รถเอทีวีมาถึง ประกาศกร้าว “คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายใครก็ตามที่อยู่ในเขตไร่ของผม”

ตอนที่ 4

เคททำแผลที่หัวให้สุริเยนทร์ทั้งที่หมั่นไส้ เขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของเธอ เสร็จจากที่หัวเห็นที่มือเขามีเลือดแห้งกรังจึงขอทำที่มือให้ด้วย เขายื่นมือให้อย่างว่าง่าย แต่พอเคทพลิกมือเห็นรอยแผลเป็นก็เอ่ยถามว่าโดนอะไรมา เขากระชากมือกลับทันที

“ไม่ต้องทำแล้ว แค่นี้ไม่ตายหรอก ไปไหนก็ไป”

เคทงงกับอารมณ์ของเขาสบถเป็นบ้าอะไรขึ้นมาแล้วลุกหนีเดินขึ้นบันไดถึงชั้นสุด หันกลับมามอง สบตาเขาเข้าพอดี เห็นแววตาของเขาเหมือนต้องการใครสักคนแล้วรู้สึกสับสน

เช้าวันใหม่ เพ็ญสิริถูกม้าจับแต่งตัวในชุดจีน

สีแดงสด เกล้าผมปักปิ่นสวยงามจนเธอแปลกใจว่าวันนี้มีพิธีอะไรกันแน่ ด้านวิสุทธิ์ ป๊าก็เตรียมชุดหรูไว้ให้ใส่โดยบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดเพ็ญสิริ เขาจึงไม่ติดใจสงสัย แถมคิดแกล้งเธอไว้ในใจ

ป๊าม้าให้เพ็ญสิริจุดธูปไหว้ฟ้าดินที่ตั้งกลางสนามบ้าน มีของไหว้เจ้าจัดวางพร้อมพรั่ง อ้างว่าทำให้เพื่อวันเกิดเธอ เพ็ญสิริแย้ง “ไม่ใช่...ป๊าม้าไม่เคยจำผิด แต่ไม่ยอมบอกมากกว่าว่าวันนี้เราไหว้ฟ้าดินทำไม ชุดนี่อีก ปิ่นกับใบทับทิมบนหัวหนูด้วย มันมีอะไรใช่ไหมคะ”

ป๊าโบ้ยว่าให้ไหว้ให้เสร็จก่อนแล้วจะบอก พอมาที่โต๊ะอาหารมีอาหารมงคลสิบอย่างวางไว้ เพ็ญสิริเห็นแล้วรู้ว่านี่ไม่ใช่วันธรรมดาแน่ๆ ม้าจับเธอนั่งแล้วบอกเราจะทานข้าวด้วยกัน

“นั่งๆ กินหมี่นะ อายุจะได้ยืนยาว รักกันนานๆ เหมือนเส้นหมี่”

“นี่ตับ ไส้ กระเพาะหมู กินแล้วจะได้อั่วตึ๊งอี่วโต้ว อะไรที่ไม่ดีก็จะได้ดีขึ้น จะได้มีความสุขและรักกันยาวๆ” ป๊าเสริม...ม้าคีบผักเกาฮะไฉ่ให้กินจะได้รักกันยืนยาวเหมือนเซียนฮัวฮะ

เพ็ญสิริชักสงสัยมากขึ้น ที่อวยพรแบบนี้ ใส่ชุดนี้ไหว้ฟ้าดิน แล้วหันไปเห็นชุดน้ำชาที่จัดวางไว้เริ่ม

จะแน่ใจ พอดีวิสุทธิ์เข้ามาด้วยท่าทีร่าเริง ตรงเข้าขยี้หัวเพ็ญสิริกล่าวแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ขอให้โตไวๆ แล้วหันมาตื่นเต้นกับอาหารมากมาย เพ็ญสิริสวนว่าวันนี้ไม่ใช่วันเกิดตน ป๊ารีบกระแอมตัดบท แล้วขอให้วิสุทธิ์ส่งถ้วยน้ำชาให้ เขาหันไปยกถาดมายื่น เพ็ญสิริดึงถาดห้าม แต่วิสุทธิ์กลับใช้อีกมือหยิบถ้วยชาส่งให้ป๊า หญิงสาวร้อง

“อย่า! มันคือการยกน้ำชาแต่งงาน!”

วิสุทธิ์ชะงักแต่ป๊ารับถ้วยน้ำชาไปแล้วและม้าก็หยิบอีกถ้วยจากถาดไปดื่มพร้อมกับป๊า

“ขอให้ลื้อสองคนรักกันยาวนานจนชั่วฟ้าดินสลายนะ มีหลานชายให้ป๊ากะม้าไวๆนะ”

วิสุทธิ์ตะลึงอ้าปากค้าง เพ็ญสิริทนไม่ไหวลุกเดินหนี วิสุทธิ์ตามไปต่อว่า ทำไมไม่บอก เธอหันกลับมาโวยว่าเคยฟังกันบ้างไหม เขายังจะโทษว่าเธอผิดที่ไม่บอกเร็วๆ หญิงสาวปรี๊ด

“นี่! เรื่องมันก็เริ่มจากนายนั่นแหละที่ไปบอกป๊าม้าว่าฉันคบกับนายอยู่ ไปทำให้ป๊าม้ามีความหวัง ไม่รู้ หรือไงว่าป๊าม้าอยากมีหลานแค่ไหน ทั้งหมดเพราะนายคนเดียว...นายผิด”

“เพราะคุณนั่นแหละ ถ้าคุณมีผะ...แฟนเป็นตัวเป็นตน ทุกอย่างก็จบ...คุณผิด”

ทั้งสองเถียงกันไปมา ป๊าม้าเข้ามาห้ามอย่าทะเลาะกันในวันแต่งงาน เพ็ญสิริประกาศว่าไม่แต่ง ไม่เต็มใจ ไม่ได้ยกน้ำชา ใครยกก็รับไปคนเดียว วิสุทธิ์อธิบายว่าตนแค่พาเพ็ญสิริไปดูไร่ของตน ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า อย่ารีบร้อนข้ามขั้น ที่ยกน้ำชาไป ขอให้ถือเป็นโมฆะ...ม้าไม่ยอม บอกไหนๆก็ยกน้ำชาแล้ว เลยตามเลย แล้วหันมารำพันกับเพ็ญสิริว่าจะทำเพื่อป๊าม้าบ้างไม่ได้หรือ พวกตนจะอยู่รอดูหลานได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้หรือต้องให้ตายก่อน เพ็ญสิริอึ้งเถียงไม่ออกน้ำตาร่วงอย่างรู้สึกผิด

“แล้วหนูล่ะ ความสุขของหนูล่ะ หนูอยากเรียนต่อโท ป๊าม้าก็ไม่ให้ อยากทำธุรกิจร้านแว่น ป๊าม้าก็ไม่ยอม อย่างเดียวที่ป๊าม้าจะให้หนูทำคือแต่งงาน มีสามี มีลูกชายและต้องลูกชายเท่านั้น หนูคนนะป๊าม้า หนูมีความรู้สึกเหมือนกัน เห็นไหมเนี่ย”

ม้าปลอบว่าตอนตนแต่งงานก็ไม่ได้รักกัน อยู่ๆกันไปก็รักเอง เพ็ญสิริโวยว่าตนทำไม่ได้ ตนขอโทษที่เกิดเป็นหญิง ขอโทษที่ทำให้ม้าคลอดยากจนมีลูกอีกไม่ได้ ตนขอโทษ ...ทุกคนเหวอกับความดราม่าหนักของเพ็ญสิริ...

ด้านเคทลากกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองและของน้องพีทออกมา สุพลยืนรอที่รถ เธอถามไม่คิดจะช่วยบ้างหรือ เขาตอบว่านายสั่งไม่ให้ใครช่วย เธอสบถ... ช่างสุภาพบุรุษตั้งแต่หัวยันหาง

สุพลเตือน “ผมขอเตือนนะครับ ถ้าไปอยู่ไร่ภูทับดาวแล้วไม่อยากลำบาก สงบปากสงบคำบ้างนะครับ”

“ทำไมไม่ไปเตือนเจ้านายคุณ อ้อ...ลืมไปว่าเก่งแต่กับผู้หญิง”

สุพลถอนใจบอกเจ้านายตนไม่มีความอดทนเท่าตน ว่าแล้วก็ยกกระเป๋าเหวี่ยงขึ้นรถให้ เคทรู้สึกว่าสุพล

จะเป็นคนที่พอจะพูดคุยได้บ้าง จึงถามว่าเมื่อคืนเจ้านายเขาไปมีเรื่องกับใครมา ทันใดเสียงสุริเยนทร์แทรกมาว่า อยากรู้อะไรก็ให้ถามตนเอง เคทสะดุ้งหันไปมอง เขากวักมือให้เข้ามาถามใกล้ๆ เธอถอยวิ่งกลับเข้าบ้าน เจอน้องพีทร้องไห้เกาะราวบันไดไม่ยอมไปจะอยู่รอพ่อ

“น้องพีทครับ ฟังอาเคทนะ ตอนนี้คุณพ่อกำลังถูกพ่อมดใจร้ายตามไล่จับอยู่ เขาจะจับคุณพ่อไปใส่หม้อต้มเดือดๆ พ่อเลยต้องซ่อนตัวเอาไว้ ออกมาไม่ได้ เพราะถ้าพ่อมดเจอตัวคุณพ่อ เขาจะสาปคุณพ่อให้หายไปตลอดกาล จะไม่มีใครได้เจอคุณพ่ออีก”

น้องพีทร้องไห้บอกให้เคทช่วยพ่อจัดการพ่อมด เคทรับปากแต่ตนสู้คนเดียวไม่ไหว น้องพีทต้องช่วยด้วย หนูน้อยรับปากกอดอาสาวแน่น...เคทบอกให้น้องพีทไปอยู่ไร่ภูทับดาวด้วยกัน พวกเราอยู่ที่นั่นพ่อก็จะปลอดภัย “อารู้ว่าน้องพีทกลัวเจ้าพ่อหน้าโหดคนนั้น อาก็กลัวเหมือนกัน แต่เราต้องเข้มแข็ง ต้องอดทนนะครับ คุณพ่อจะได้ปลอดภัยนะครับ”

น้องพีทจ๋อยบอกอาสู้ตนก็สู้แล้วปลอบอย่าร้องไห้ สองอาหลานกอดกันซาบซึ้ง...เคทพาน้องพีทออกมาจะขึ้นรถ เธอตรงมาหาสุริเยนทร์ที่นั่งรอในรถ ขอคำสัญญาก่อน ว่าจะเลิกไล่ล่านพสิทธิ์ จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนกฎหมาย โดยเขาไม่ข้องเกี่ยว เขายักไหล่ไม่แยแสกดกระจกขึ้น เคทโมโหจับกระจกกดไว้ บอกให้เขารับปากก่อน เขาเห็นความใจเด็ดของเธอก็แกล้งปิดกระจกหนีบมือเธอไว้ แล้วตอบตกลง แต่ไม่กดกระจกลงปล่อยให้มือถูกหนีบอยู่อย่างนั้น เธอก็ไม่ร้องสักแอะ พอสะใจแล้วเขาก็ยอมกดกระจกลง จ่ายักษ์เข้ามาบอกให้เคทขึ้นรถ

ooooooo

บ่ายวันนั้น เพ็ญสิริยืนมองจากระเบียงห้อง เห็นป๊าม้านั่งอธิษฐานขอพรที่โต๊ะไหว้ฟ้าดิน ยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดกับสถานภาพตัวเอง บ่นลูกผู้หญิงไม่ดีตรงไหน ทำไมต้องอยากได้ผู้ชาย

ทันใดมือถือดังขึ้น วิสุทธิ์โทร.เข้ามาถามเครียดอะไรนักหนา เธอแปลกใจเขามีเบอร์ได้อย่างไร เขาบอกว่าม้าให้เบอร์มา “ผมเพิ่งจะรู้ว่าคุณเก็บกดอัดอั้นเป็นเด็กมีปัญหา แต่ถ้ามีอะไรอยากระบาย ผมยินดีฟังนะ อย่าคิดมากอยู่คนเดียวเลย ผมไม่อยากเห็นคุณเสียสติ คุณมีแนวโน้มจะเป็นบ้าได้นะ รู้ตัวหรือเปล่า”

เพ็ญสิริโวยกลับว่าเขาแหละที่บ้า ไม่ทันไรประตูห้องเปิดออก วิสุทธิ์เดินเข้ามาแหย่ ไหนว่าไม่เก็บกด เธอโวยเข้ามาได้อย่างไร เขาชูกุญแจพร้อมบอกว่าม้าให้มา เธอขับไล่เขา วิสุทธิ์จึงรวบตัวเธอเหวี่ยงลงไปบนเตียง เอ็ด “หยุดบ้าซะที ผมมีทางออกให้กับชีวิตคุณแล้ว ถ้าคุณไม่อยากถูกป๊าม้าบังคับไปตลอดชีวิต ต้องฟังผม!”

เพ็ญสิริดื้อดึงไม่ฟัง เขาจับเธอกดกับเตียงเอามือปิดปาก บังคับให้ฟัง “หนีออกจากบ้าน! ถ้าป๊าม้าคุณไม่มีเหตุผล จะอยู่ทำไม หนีไปเลย”
เพ็ญสิริสงบลง...วิสุทธิ์สาธยายแผนการว่ามัน

ไม่ใช่การหนีตาม ไม่ต้องมโนไปไกล แค่หนีออกจากบ้าน เพื่อกำราบป๊าม้าไม่ให้มาวุ่นวายเรื่องชีวิตส่วนตัวเธออีก เพ็ญสิริจะแทรกถาม เขาเอาหมอนอุดปาก “อย่าขัด... ฟัง...คุณหนีออกจากบ้าน ทิ้งจดหมายไว้ว่าจะไม่กลับมาบ้านอีก แล้วหายตัวไปเงียบๆ ปล่อยให้ป๊าม้าคุณกระวนกระวายแทบขาดใจ ให้พวกท่านรู้สึกว่าความอยากมีหลานชายของตัวเองกำลังจะทำให้สูญเสียลูกสาวคนเดียวไปจริงๆ ถึงเวลานั้นคุณก็ค่อยติดต่อกลับมายื่นเงื่อนไขว่าถ้าอยากให้คุณกลับบ้าน ต้องยอมทำตามข้อเสนอของคุณ พอถึงเวลานั้น ป๊าม้าคุณต้องยอมแน่ หรือจะทนให้ป๊าม้าคุณจับคู่หาสามีให้ไปจนตายก็เรื่องของคุณ”

เรื่องย่อละคร แรงตะวัน

-----------ถ้ามัวแต่ยึดติดกับอดีต ปัจจุบันจะมีความสุขได้อย่างไร-----------

เมื่อมีข่าวว่าพี่สะใภ้เสียชีวิตเพราะรถตกเขา ทานตะวัน หรือ เคท สาวสวย หัวสมัยใหม่ ต้องทิ้งความฝันเรื่องการเรียนด้านแฟชั่นดีไซน์กลับมาเมืองไทย เพื่อสะสางปัญหาที่ นพสิทธิ์ พี่ชาย ของเธอตกเป็นผู้ต้องหาฆาตกรรม สุรีย์ ภรรยาของเขาเอง มีพยานเห็นชัดว่า นพสิทธิ์มีปากเสียงกับ ภรรยาของเขาอย่างรุนแรง เพราะสุรีย์ต้องการหย่า ซึ่งนั่นหมายความว่านพสิทธิ์จะสูญเสียทุกอย่าง เพราะเขาไม่ได้มีอาชีพอะไรนอกจากเกาะกองมรดกของภรรยากินไปวันๆ เท่านั้น นอกจากนี้ตำรวจ ยังพบเหตุจูงใจฆ่าอีกอย่างคือ นพสิทธิ์ติดหนี้พนันจำนวนมหาศาล และ กำลังถูกเจ้าหนี้ตามขู่ฆ่า หลักฐานและพยานต่างชี้ชัดไปว่านพสิทธิ์คือฆาตกร แต่ทานตะวันกลับไม่เชื่อ เพราะต่อให้พี่ชายเป็นคนติดการพนันและเจ้าชู้ แต่เขาไม่ใช่คนจิตใจโหดร้ายพอจะทำอย่างนั้น อย่างน้อยพี่ชายเธอก็เป็นคนที่รัก ภรรยาและรัก น้องพีท ลูกชายวัยห้าขวบที่มีนิสัยหวาดกลัวผู้คน ไม่เอาใครเลยนอกจากพ่อแม่ และทานตะวันเท่านั้น อาจมีบ้างที่พี่ชายเผลอไผลไปเรื่องผู้หญิงและการพนัน แต่เธอก็พยายามเตือน พี่ชายเรื่องนี้ก่อนไปเมืองนอก และเขาเคยรับปากว่าจะเพลาๆ ลง แต่สุดท้ายก็มาเกิดเรื่องเสียก่อน จนนพสิทธิ์ต้องหนีคดีหายตัวไป

ทานตะวันมั่นใจว่าจะได้สิทธิดูแลหลานชาย เพราะคิดว่าเธอคือญาติสนิทคนเดียวของพี่สะใภ้ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน เธอกลับได้พบกับ สุริเยนทร์ หรือ นายภู เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่บุกเข้ามาในบ้านของสุรีย์เพื่อควานหาตัวนพสิทธิ์อย่างไม่ยำเกรงกฎหมาย และยังคิดจะอุ้มน้องพีท ไปอีกด้วย ทานตะวันปกป้องน้องพีทราวกับลูกของตัวเอง แม้ว่า เพ็ญสิริ เพื่อนสนิทโลกสวย จะตามตัว ผู้หมวดเอกณัติ รุ่นพี่สมัยเรียนที่ตามจีบทานตะวันเข้ามาช่วยระงับเหตุการณ์ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ สุริเยนทร์ยำเกรงได้เลย ในที่สุด ทนายสมชาย ทนายประจำตัวของสุรีย์เข้ามาถึง เหตุการณ์จึงสงบลง ทนายสมชายแจ้งว่า สุริเยนทร์คือน้องชายฝาแฝดของสุรีย์ และสุรีย์ทำพินัยกรรมให้เขาเป็นผู้ดูแล น้องพีท ทานตะวันไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ ไม่เคยได้ยินพี่สะใภ้พูดถึงน้องชายฝาแฝดสักครั้ง และจากพฤติกรรมเกรี้ยวกราด ป่าเถื่อน ชอบใช้ความรุนแรงของสุริเยนทร์ ทำให้ทานตะวันสัญญา กับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้เขาเอาตัวน้องพีทไปได้เด็ดขาด

ในอดีต...ทานตะวันเป็นเด็กกำพร้า อยู่ในความดูแลอย่างลุ่มๆ ดอน ๆ ของพี่ชายมาโดยตลอด สุรีย์คือคนที่ช่วยดึงเธอที่กำลังจะเสียคนให้กลับตัวกลับใจ ส่งเสียให้เรียน ให้ความรักความใส่ใจเหมือนเป็นน้องแท้ๆ อีกคน ทานตะวันจึงรักสุรีย์มาก ในเมื่อเธอไม่สามารถตอบแทนบุญคุณให้สุรีย์ได้ เธอจึงคิดปกป้องลูกชายคนเดียวของสุรีย์ให้ดีที่สุด

สุริเยนทร์ปักใจเชื่อว่านพสิทธิ์คือต้นเหตุที่ทำให้สุรีย์ตาย และยังพาลใส่ทานตะวันว่ามีส่วนรู้เห็น เป็นใจกับพี่ชายด้วย เขาถือวิสาสะเข้ามาในงานศพพร้อมลูกน้องกว่าสิบคนเพื่อควานหาตัวพี่ชายของเธอ แต่ก็ไม่พบ ยิ่งทานตะวันปกป้องพี่ชายมากแค่ไหน กลับเหมือนเติมเชื้อไฟให้สุริเยนทร์มากเท่านั้น สุริเยนทร์ขู่ทานตะวันว่าถ้าเขาหาตัวนพสิทธิ์พบเองจะฆ่าให้ตายตามสุรีย์ไปอย่างทรมาน

ในอดีต...เด็กชายสุริเยนทร์เคยถูก อำพร แม่แท้ๆ ทอดทิ้ง เนื่องจากทนกัดก้อนเกลือกินกับ อาทิตย์ พ่อของสุริเยนทร์ไม่ไหว จึงพาสุรีย์พี่สาวฝาแฝดหนีไปอยู่กินกับมหาเศรษฐีต่างชาติ ตั้งแต่นั้นมา อาทิตย์ก็ทำงานหนักเพื่อตั้งตัวใหม่ และคอยพร่ำสอนให้สุริเยนทร์โกรธเกลียดแม่กับพี่สาว เป็นเหตุให้ สุริเยนทร์ไม่เคยติดต่อ หรือรับการติดต่อจากแม่และพี่สาวอีกเลย จนวันก่อนหน้าที่สุรีย์จะประสบ อุบัติเหตุรถตกเขาไม่ถึงสัปดาห์ สุรีย์มาที่ไร่ภูทับดาว เพื่อร้องขอความช่วยหลือจากสุริเยนทร์ แต่สุริเยนทร์ไม่แม้แต่ออกมาพบ ซ้ำยังสั่งให้คนงานไล่สุรีย์กลับไปอย่างไม่ไยดี เป็นเหตุให้สุริเยนทร์ รู้สึกผิดมาก หากวันนั้นเขายื่นมือช่วยเหลือ สุรีย์อาจไม่ต้องเสียชีวิต สุริเยนทร์เฝ้าโทษตัวเอง และสัญญากับตัวเองว่าฆาตกรจะต้องได้รับโทษที่สาสม

ทานตะวันแอบติดต่อกับนพสิทธิ์ นัดแนะว่าในช่วงที่พระสวดศพ ทานตะวันจะพาน้องพีท มาส่งให้นพสิทธิ์พาหนีไปอยู่ด้วย แต่ จ่ายักษ์ และ สุพล คนสนิทฝ่ายบู๊และบุ๋นของสุริเยนทร์ จับได้เสียก่อน สุริเยนทร์พยายามไล่จับตัวนพสิทธิ์ แต่ทานตะวันมาขัดขวางจนนพสิทธิ์หนีรอดไป โดยทิ้งน้องพีทเอาไว้ สุริเยนทร์โกรธที่ถูกหลอก พาลไปลงกับทานตะวัน จึงอุ้มน้องพีทที่กำลังป่วย พาขึ้นรถและเดินทางกลับไร่ภูทับดาวทันที

ทานตะวันขอร้องให้เพื่อนสนิทอย่าง เพ็ญสิริ สาวสวยใสโลกสวย ช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับ สุริเยนทร์ จึงได้รู้ว่าเขาเป็น ผู้มีอิทธิพลทางภาคใต้ และเป็น เจ้าของอาณาจักรไร่ภูทับดาว มีพ่อเป็น อดีตนักการเมือง มีเส้นสายมาก และเขาเคยเป็นข่าวเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะเอาผิดเขาได้ แต่ทานตะวันเป็นห่วงน้องพีทมากกว่าอะไรทั้งหมด เธอตัดสินใจ บุกไปที่ไร่ภูทับดาว โดยการนำทางของ วิสุทธิ์ หนุ่มนักเรียนนอกเจ้าสำราญ เจ้าของไร่ปลายฟ้าที่ตั้งอยู่ ติดกับไร่ภูทับดาว วิสุทธิ์เป็นชายหนุ่มที่ ป่าป๊า กับ หม่าม้า ของเพ็ญสิริ ที่หมกมุ่นกับการ อยากมีหลานมาก ๆ จึงหมายตาวิสุทธิ์เอาไว้ อยากจะให้เป็นคู่ชีวิตกับเพ็ญสิริ เพื่อเปิดโรงงานผลิตหลาน มาให้เลี้ยง แต่ความจริงแล้ว วิสุทธิ์กับเพ็ญสิริต่างใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพ็ญสิริใช้วิสุทธิ์เพื่อ ตัดปัญหาเรื่องการถูกจับคลุมถุงชน ส่วนวิสุทธิ์ใช้เพ็ญสิริเพื่อเข้าหาทานตะวัน เขาแอบรักทานตะวัน ตั้งแต่แรกเห็น

สุริเยนทร์ไม่สามารถรับมือกับน้องพีทได้ น้องพีทหวาดกลัวเขายิ่งกว่าสัตว์ประหลาด และ ร้องเรียกหาแต่ทานตะวัน ป้าอุ่นศรี แม่บ้านคนสนิทของสุริเยนทร์ที่ผ่านประสบการณ์เลี้ยงลูก และหลานของคนอื่นมามากมาย ยังไม่สามารถทำให้น้องพีทสงบลงได้ จ่ายักษ์กับสุพลแปลกใจที่ สุริเยนทร์ใจเย็นและอ่อนโยนกับเด็กทั้งที่ปกติแล้วเขาจะฉุนเฉียวง่าย แต่นั่นเพราะว่าสุริเยนทร์เข้าใจ ความรู้สึกน้องพีทดี ทุกอาการหวาดผวาที่น้องพีทเป็นนั้น สะท้อนให้สุริเยนทร์เห็นภาพตัวเองในอดีต ที่เขาเคยถูกทำร้าย จนในที่สุดน้องพีทมีอาการชักด้วยความเครียด สุริเยนทร์ไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตาม คำแนะนำของสุพล ยอมปล่อยทานตะวันที่พยายามจะบุกเดี่ยวเข้ามาในไร่ให้เข้ามาจนได้ ทานตะวัน ดูแลจนน้องพีทสงบลง ทานตะวันเองก็โกรธถึงขั้นตบหน้าชายหนุ่ม โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอทำไปตอกย้ำ บาดแผลในใจของสุริเยนทร์เข้า

ในอดีต...สุริเยนทร์ในวัย 7 ขวบเคยถูกทำร้ายจาก โสภา แม่เลี้ยง เขาถูกจี้ด้วยบุหรี่ ถูกตบตี จนกรามหัก เลือดโทรมตัว ถูกบังคับให้กำถ่านร้อน ๆ สุริเยนทร์เผลอผลักแม่เลี้ยงคนนั้นล้มหัวกระแทก พื้นนอนนิ่ง อาการโคม่า ไม่นานโสภาก็ตาย ทำให้เด็กชายสุริเยนทร์กลายเป็นคนไม่พูด หวาดกลัวการ ถูกสัมผัสตัว โดยเฉาพะจากทางด้านหลัง เพราะมันทำให้เขาหวาดผวาเหมือนสมัยเป็นเด็ก ทุกครั้งที่มี ใครเข้ามาแสดงอาการคุกคาม เขาจะพุ่งเข้าใส่ก่อนทันที

ตั้งแต่นั้น สุริเยนทร์จึงออกคำสั่งให้ทานตะวันอยู่ที่ไร่ภูทับดาวด้วย เพื่อดูแลน้องพีท แต่ทานตะวันไม่ยอม จึงพยายามพาน้องพีทหลบหนีออกจากไร่ภูทับดาว ทานตะวันขอความช่วยเหลือ จาก ดำเกิง คนงานจอมซื่อ ที่เมตตาบอกเส้นทางหนีไปทางรั้วด้านที่ติดกับไร่ปลายฟ้า เมื่อสุริเยนทร์ รู้เรื่องก็ขี่ม้าออกไล่ล่าตัวทานตะวันกับน้องพีท แต่วิสุทธิ์กับเพ็ญสิริเข้ามาปกป้อง สุริเยนทร์กับวิสุทธิ์ ปะทะกัน ขณะที่ทุกอย่างกำลังชุลมุน อยู่ ๆ ก็มีกระสุนปริศนามาจากไร่ปลายฟ้า ยิงเข้าที่หน้าอก สุริเยนทร์จนตกจากหลังม้า

แต่สุริเยนทร์ไม่เป็นอะไร เขารู้ดีว่าเขาเป็นที่หมายปองของคนร้าย จึงใส่เสื้อกันกระสุนเอาไว้ ตลอดเวลาที่อยู่ไร่อยู่แล้ว สุริเยนทร์งัดปืนขึ้นมาจะดวลกับวิสุทธิ์ เพราะเขามั่นใจว่ามีวิสุทธิ์เพียงคนเดียว ที่ต้องการชีวิตเขาเพื่อล้างแค้นให้พ่อ แต่ เดชา อดีตนักการเมืองสอบตก เข้ามาระงับเหตุรุนแรงเสียก่อน เดชาขอให้เห็นแก่ความที่ตนเป็นเพื่อนพ่อของทั้งสุริเยนทร์และวิสุทธิ์ สุริเยนทร์จึงจำใจต้องปล่อย ทานตะวันไปกับวิสุทธิ์ แต่ประกาศว่าเมื่อไหร่ที่ทานตะวันออกมานอกไร่ปลายฟ้า ตนจะลากตัวกลับ มาจนได้

เดชาคือผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในภูทับดาวที่สุริเยนทร์ให้ความยำเกรง ในฐานะที่เดชาคือเพื่อนพ่อ เมื่อตอนที่อาทิตย์หายตัวไป เดชาคือคนที่คอยดูแลและช่วยประคับประคองสุริเยนทร์ จนเข้มแข็งอย่าง ทุกวันนี้ ในขณะที่เดชาก็เกรงใจสุริเยนทร์มากพอกัน เพราะสุริเยนทร์คือคนเดียวที่กำราบ แขไข ลูกสาว คนเล็กที่เดชาฝากฝังให้สุริเยนทร์ช่วยดูแล เพราะแขไขเชื่อฟังสุริเยนทร์มากกว่าใคร ๆ จนหลายครั้งที่ เดชาต้องขอร้องให้สุริเยนทร์ช่วยสั่งสอนแขไขแทนตน รวมถึง คฑาวุธ ลูกชายคนโตของเดชา ที่ปัจจุบัน ได้เป็น ส.ส. ของภูทับดาวด้วยการสนับสนุนของสุริเยนทร์ที่รับรองกับชาวบ้านให้ แต่นั่นกลับทำให้ คฑาวุธเกลียดขี้หน้าสุริเยนทร์ เพราะสุดท้ายเวลาที่ชาวบ้านมีปัญหาอะไร คนแรกที่ชาวบ้านจะนึกถึง คือสุริเยนทร์ ไม่ใช่เขา! แม้ว่าเดชาจะพยายามปรามมากแค่ไหน แต่คฑาวุธก็หวังว่าสักวันจะกำจัด สุริเยนทร์ออกไปให้พ้นทาง
ทานตะวันหลบอิทธิพลของสุริเยนทร์อยู่ภายในไร่ปลายฟ้า ไม่สามารถออกไปไหนได้ เพราะ สุริเยนทร์ให้คนล้อมไร่ปลายฟ้าเอาไว้ทุกด้าน เรียกได้ว่าทานตะวันไม่มีทางพาน้องพีทออกไปจากที่นี่ โดยไม่ให้สุริเยนทร์รู้ได้เลย บรรยากาศระหว่างสองไร่ตึงเครียดมาก แต่โชคดีที่น้องพีทเข้ากันได้ดีกับ เสือโคร่ง เด็กโข่งสมองช้า หลานป้าอุ่นศรี เป็นพวกรักอิสระ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ชอบวิ่งข้ามรั้ว ไปมาระหว่างสองไร่ ทานตะวันจึงมีเวลาได้คิดหาทางที่จะต่อกรกับสุริเยนทร์ ทานตะวันขอให้ วิสุทธิ์เล่าทุกอย่างเกี่ยวกับสุริเยนทร์ให้ฟัง เธอต้องการค้นหาให้เจอข้อผิดพลาดของสุริเยนทร์ เพื่อส่ง ต่อให้ผู้หมวดเอกณัติดำเนินคดีตามกฎหมาย ทานตะวันจะไม่ยอมให้อิทธิพลเถื่อนมีอำนาจเหนือ กฎหมายได้ วิสุทธิ์เล่าให้ทานตะวันฟังถึงปัญหาของทั้งสองไร่

ในอดีต...อาทิตย์ พ่อของสุริเยนทร์กับ วิทย์ พ่อของวิสุทธิ์ มีปัญหาแตกหักกันด้วยเรื่องของโสภา ซึ่งเป็นคนรักของวิทย์มาก่อน แต่อาทิตย์ใช้อิทธิพลบังคับโสภาไปทำเมีย เพื่อเป็นการทำร้ายจิตใจวิทย์ ทำให้ทั้งสองไร่มีปัญหากระทบกระทั่งกันตลอด จนกระทั่งวันนึงที่โสภาตัดสินใจจะหลบหนีไปกับวิทย์ แต่เด็กชายสุริเยนทร์ดันผ่านมาเห็น เกิดการทะเลาะกัน จนสุริเยนทร์พลั้งมือทำให้โสภาเสียชีวิต แต่ ตำรวจสรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นอุบัติเหตุ วิทย์มั่นใจว่าอาทิตย์มีส่วนรู้เห็นการตายของโสภาแน่นอน วิทย์พยายามสืบจนไปเห็นเหตุการณ์บางอย่าง แล้วหลังจากนั้นวิทย์ก็ถูกคนปองร้าย วิทย์ถูกยิงตาย ขณะกำลังขี่ม้าในคืนวันพระจันทร์ทรงกลด ส่วนอาทิตย์ก็หลบหนีหายตัวไปอย่างลึกลับในช่วงเวลา เดียวกัน

วิสุทธิ์มั่นใจว่าสุริเยนทร์ต้องรู้ที่ซ่อนของพ่อตัวเอง วิสุทธิ์ต้องการตัวอาทิตย์มาเพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมาย แต่ความจริงแล้ว สุริเยนทร์ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพ่อเลย เขารู้แค่เพียงว่าคืนวันนั้น พ่อเก็บทรัพย์สินแล้วหนีออกไปจากบ้าน บอกว่าจะซ่อนตัวสักพักแล้วจะกลับมา แต่พ่อก็ไม่เคยกลับมา อีก ไม่มีแม้แต่การติดต่อใด ๆ ทั้งสิ้น ทิ้งสุริเยนทร์ในวัยหนุ่มไว้กับคำถามที่ค้างคาใจ ทิ้งไร่และบริวาร มากมายเอาไว้ให้เขารับผิดชอบต่อเพียงลำพัง

วิสุทธิ์ตั้งใจจะสืบหาตัวอาทิตย์มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทานตะวันติดต่อเอกณัติเพื่อให้ช่วย สืบเรื่องเกี่ยวกับสุริเยนทร์ แต่ทานตะวันกลับได้รับข่าวว่าคนของสุริเยนทร์กำลังออกตามล่าตัวนพสิทธิ์ อย่างหนัก เพราะเวลานี้นพสิทธิ์ได้รับใบสั่งตายแล้ว ทานตะวันรู้ดีว่านี่คือการตอบโต้เธอของสุริเยนทร์ เสือโคร่งคาบข่าวจากสุริเยนทร์มาแจ้งว่า สุริเยนทร์ไม่ต้องการตัวทานตะวันและน้องพีทแล้ว เพราะ ตั้งแต่นี้ไปเขาจะพลิกแผ่นดินล่าหัวนพสิทธิ์ ทานตะวันบุกเข้าหาสุริเยนทร์ด้วยตัวเอง เพื่อยื่นข้อเสนอว่า จะให้น้องพีทอยู่ที่นี่ และเธอจะช่วยทำให้น้องพีทเข้ากับสุริเยนทร์ให้ได้ แต่มีข้อแม้ว่าสุริเยนทร์ต้องยอม วางมือจากการตามล่าตัวนพสิทธิ์ โดยจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย จะไม่ใช้ศาลเตี้ย มาตัดสิน

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:02 น.