นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รุ่งสางบนถนนนอกเมือง รถหรูสีสดแล่นฝ่าความมืดไปตามถนนที่ฝนตกปรอยๆ สุรีย์หญิงสาววัย 30 เศษ สีหน้าอัดอั้นตันใจกำลังรอสายโทรศัพท์ จนมีเสียงให้ฝากข้อความ เธอจึงจอดรถที่จุดชมวิวแล้วกล่าวฝากข้อความ

    “ภู...พี่...เอ่อ...พี่แค่อยากจะโทร.มาพูดในสิ่งที่พี่อยากพูดกับเธอมาตลอด พี่ขอโทษที่เคยทิ้งเธอนะ...พี่รู้ว่าเธอฟังอยู่ เธอจะไม่รับสายพี่สักครั้งเหรอ...พี่...พี่ไม่ไหวแล้ว พี่เหนื่อยเหลือเกิน คุณนพไม่เคยรักพี่เลย พี่ไม่รู้จะทำยังไงอีกแล้ว แล้วภูก็ไม่ยอมรับสายพี่ พี่ไม่มีใครอีกแล้วนะภู...” ระหว่างนั้นมีรถกระบะโฟร์วีลขับมาด้านหลังเปิดไฟกะพริบใส่ สุรีย์เหลือบมองกระจก “เขามาแล้ว! ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ฝากน้องพีทด้วยนะ พี่ไม่รู้ว่าคุณนพจะเล่นอะไรกับพี่ เขาอาจจะฆ่า”

    ทันใดรถกระบะสาดไฟสูงจนสุรีย์ไม่เห็นหน้าคนขับ และรถกระบะคันนั้นก็ดันรถเธอเคลื่อนไปยัง

    หน้าผา เธอร้องลั่น “จะทำอะไรคุณนพ! อย่านะ อย่า... อย่า!...ภู...”...

    ภู หรือสุริเยนทร์ รุจิกาญจน์กุล น้องชายฝาแฝดของสุรีย์ เจ้าของไร่ภูทับดาว ลูกชาย ส.ส.อาทิตย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอำเภอทับดาว เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาซ่อนความอ่อนโยนอ่อนไหวไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวและเจ้าอารมณ์ ไม่อ่อนข้อให้ใครและไม่เคยกลัวใคร

    กลางวันแสกๆมีรถบรรทุกขนท่อนไม้แล่นมาตามทางที่สองข้างทางเป็นสวนยาง ข้างรถติดโลโก้

    ไร่ภูทับดาว ระหว่างที่ขับเพลินๆก็มีรถแลนด์โรเวอร์แล่นตามมาด้วยความเร็วแล้วแซงหน้ารถบรรทุกขึ้นไป ฉับพลันก็ดริฟต์รถจอดขวางอย่างสวยงามกลางถนน

    คนขับคือสุริเยนทร์ก้าวลงจากรถเหยียบขึ้นไปยืนบนหลังคารถ พร้อมชักปืนพกเล็งตรงไปยังรถบรรทุก

    คนขับตกใจแต่เมื่อจวนตัวก็คิดว่าตายเป็นตาย ไม่ยอมหยุดรถ เสียงสุริเยนทร์กล่าว ไหล่ซ้าย...พร้อมลั่นกระสุนออกไปทะลุกระจกหน้ารถบรรทุกเข้าที่ไหล่ซ้ายคนขับแม่นอย่างกับจับวาง แต่คนขับยังไม่หยุดรถ เขาจึงยิงเข้าที่ไหล่ขวาอีกนัดอย่างแม่นยำ เสียงคนขับร้องลั่น ทันใดมีมอเตอร์ไซค์วิบากแล่นตีขนาบข้างรถบรรทุก คนซ้อนคว้าเหล็กยึดโยนตัวขึ้นไปบนรถใช้หมวกกันน็อกที่สวมโขกหน้าคนขับรถบรรทุกแล้วชักปืนสั่ง

    “ถ้าแกยังไม่แตะเบรก กระสุนนัดที่สามจะเข้ากลางหน้าผาก...แล้วแต่นะ แต่คนนั้นน่ะนายภูเจ้าของภูทับดาว...เหลือเวลาอีก 5 วิ...5...4...3...2...” ก่อนที่จ่ายักษ์จะนับถึงหนึ่ง คนขับก็เบรกรถด้วยความกลัว รถหยุดสนิทก่อนถึงตัวรถสุริเยนทร์แค่คืบ

    สุริเยนทร์กระโดดลงมาดึงตัวคนขับเหวี่ยงลงพื้นถนนและว่านี่ไม่ใช่คนของภูทับดาว พอดีกับขบวนรถ

    นายอำเภอชัชและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพร้อมรถบอดี้การ์ดสุริเยนทร์ ทุกคนลงจากรถ สุริเยนทร์กล่าวสั้นๆ “มีคนจงใจใส่ความภูทับดาว มันไม่ใช่คนของเรา รถคันนี้ก็ไม่ใช่ ภูทับดาวไม่เกี่ยวข้องกับการขนไม้เถื่อนพวกนี้”

    พูดจบสุริเยนทร์ก็หันกลับจะไปขึ้นรถ นายอำเภอเข้าไปจับไหล่ ด้วยความที่สุริเยนทร์มีปฏิกิริยาไวมากกับการที่มีคนเข้ามาข้างหลัง จึงจับแขนชัชดันตัวไปกระแทกรถ จ่ายักษ์รีบปราม

    “นาย! อย่าครับ นี่นายอำเภอชัช เป็นนายอำเภอคนใหม่ เขาไม่ได้คิดจะทำร้ายนาย ปล่อยเขาก่อนครับ... นะครับ”

    สุริเยนทร์ได้สติปล่อยชัชและจะเดินไปขึ้นรถ ชัชยังไฟแรงไม่เลิกสั่งสุริเยนทร์ยังไปไม่ได้ต้องสอบสวนก่อน จ่ายักษ์รีบดึงชัชไว้และเตือน “ช่วยจำไว้ให้แม่นเลยนะ นายภูไม่ชอบให้ใครแตะเนื้อต้องตัว โดยเฉพาะจากด้านหลัง เพราะมันเหมือนถูกลอบทำร้าย ส่วนไม้เถื่อนพวกนี้ นายภูยืนยันว่าไม่เกี่ยวก็แปลว่าไม่เกี่ยวไม่จำเป็นต้องสอบสวนอะไรให้เสียเวลาอีก”

    ชัชหาว่าทำแบบนี้มันมาเฟียชัดๆ จ่ายักษ์ก้มหัวรับพร้อมบอกให้เรียกว่าเจ้าพ่อจะดีกว่า ชัชฮึดฮัดมอง

    สุริเยนทร์ขับรถออกไปอย่างไม่กลัวเกรงใดๆ

    สุริเยนทร์ขับรถผ่านไร่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทั้งสวนยาง ไร่อ้อยและฟาร์มเลี้ยงสัตว์ มายังบ้านหลังใหญ่ สุพลรีบร้อนเข้ามารายงาน “นายครับ...นาย...คุณสุรีย์เสียแล้วครับ”

    สุริเยนทร์ตะลึง สุพลหยิบมือถือมาเปิดคลิปเสียงสุดท้ายของสุรีย์ให้ฟัง เขายืนช็อกตัวชา

    ooooooo

    สองสามวันผ่านไป เคทหรือทานตะวัน อัศ-ภาณุวัตร สาวสวยวัย 25 น้องสาวนพสิทธิ์สามีสุรีย์ ซึ่งสุรีย์รักและส่งเสียให้ไปเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่ฝรั่งเศส... เมื่อสุรีย์เสียจึงต้องทิ้งการเรียนเดินทางกลับ ด้วยความที่แต่งตัวโฉบเฉี่ยว ระหว่างอยู่บนเครื่องจึงโดนฝรั่งผิวปากแซว

    วิสุทธิ์แอบมองความสวยของเธออยู่แล้ว ต้องทึ่งเมื่อเห็นการตอบโต้ของเธอด้วยการยืนจ้องและผิวปากกลับแบบเดียวกัน ผู้คนบนเครื่องมองเป็นตาเดียวทำให้ฝรั่งคนนั้นอายต้องลุกย้ายที่นั่ง วิสุทธิ์ชอบความกล้าของเธอ แต่พอเธอหันมามองเขาต้องรีบเอาหนังสือพิมพ์

    ปิดหน้าเกรงเธอไม่พอใจ ปรากฏว่าหน้าปกหนังสือมีข่าวดีไซเนอร์ชื่อดัง เธอจึงเข้าไปนั่งอ่านอย่างสนใจ วิสุทธิ์ค่อยๆโผล่ตาข้างหนึ่งมาด้านข้างแอบมองเธออย่างประทับใจ

    ผู้คนเดินไปมาในสนามบินสุวรรณภูมิ เคทลากกระเป๋าใบโตสีสดเดินออกมามองหาคนรู้จักที่มารับ เคทพยายามยิ้มให้กำลังใจตัวเอง หยิบมือถือออกมาถ่ายเซลฟี่ตัวเองว่ามาถึงมาตุภูมิแล้ว วิสุทธิ์ลากกระเป๋าตามออกมาอดมองเธออย่างสนใจไม่ได้ พอดีเพ็ญสิริเข้ามาแซว

    “มาถึงก็อัพไอจีเลยนะยัยเคท”

    เคทหันมาเห็นเพื่อนดีใจมากเรียกเพื่อนเต็มยศ เพ็ญสิริยิ้มร่าทัก “ทานทั้งวัน...”

    เคทหน้าตึงบอกตนชื่อทานตะวัน สองสาวหัวเราะโผกอดกัน เคทหยุดหัวเราะเปลี่ยนมาร้องไห้รำพันว่าไม่น่าทิ้งสุรีย์ไปเรียนต่อ ตนอยากให้เธอเห็นความสำเร็จของตนก่อนแล้วถามหานพสิทธิ์พี่ชาย เพ็ญสิริบอกจะเล่าให้ฟังในรถ วิสุทธิ์มองตามสองสาวอย่างประทับใจในตัวเคท

    ในรถ เพ็ญสิริเล่าให้เคทฟังว่านพสิทธิ์หายตัวไปตั้งแต่เกิดเรื่อง ตำรวจจึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นการฆาตกรรมในครอบครัว เคทไม่เชื่อว่าพี่ชายตนจะทำเรื่องอย่างนั้นได้ ทันใดมีรถขับจี้และบีบแตรไล่ เคทไม่พอใจชะโงกหน้าไปโวย รถคู่กรณีติดฟิล์มดำทำให้ไม่เห็นหน้าคนขับ เพ็ญสิริปรามเพื่อนเตือนว่าที่นี่ประเทศไทยเดี๋ยวโดนยิงตาย ไม่ทันไรรถคันนั้นแซงปาดให้รถเธอต้องจอดข้างทาง สองสาวตกใจมาก นพสิทธิ์ลงจากรถมาบอกเคท

    “พี่ไม่ได้ฆ่าสุรีย์นะ พี่สาบานได้ พี่ต้องหนีเพราะพวกมันตามล่าพี่อยู่ ถ้ามันจับพี่ได้มันจะฆ่าพี่ เคทไม่ต้องรู้ว่าใคร มันจะไม่ปลอดภัย เคท...พี่มีเรื่องให้ช่วย คืนนี้พี่จะไปที่งานศพ เคทต้องพาน้องพีทมาหาพี่นะ”

    “พี่จะพาน้องพีทไปไหน”

    “น้องพีทไม่เหมือนเด็กคนอื่น เธอก็รู้ว่าน้องพีทไม่เอาใครนอกจากพ่อกับแม่ เข้าใจนะเคท พี่ต้องไปแล้ว” นพสิทธิ์วิ่งกลับไปขึ้นรถขับออกไป เคทงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก

    มาถึงบ้านอรุณรุ่ง เคทนั่งเครียดว่านพสิทธิ์ไปก่อเรื่องอะไรไว้ เพ็ญสิริถามจะยอมให้เขาหอบหิ้วน้องพีทหนีหัวซุกหัวซุนหรือ เคทไม่รู้จะทำอย่างไร คิดเพียงว่าจะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์พี่ชายให้ได้... ป้าดาออกมาเจอเคทก็ดีใจมาก รีบให้เข้าไปดูน้องพีทโดยเร็วเพราะเอาแต่ซุกตัวไม่ให้ใครเข้าใกล้ มีลออเฝ้าอยู่

    เคทรีบมาที่ห้องหลานชายวัยสามขวบเศษ เห็นกำลังกำของในมือแน่นจนเลือดออก ตัวเกร็ง ร้องเรียกหาพ่อกับแม่อย่างเดียว เคทพยายามปลอบและพูดให้จำตนได้ว่าเป็นอา ถึงกับร้องเพลงประจำที่มักจะร้องด้วยกันบ่อยๆ ก่อนเธอไปเรียนต่อ น้องพีทเริ่มจำได้โผหาเคทและปล่อยมือที่กำของ เคทรีบอุ้มหลานไปเดินผ่อนคลายที่สวนบ้าน และให้คนหาข้าวมาป้อน

    ไม่ทันไรมีรถแล่นเข้ามาในบ้านหลายคัน เคทรีบให้ลออดูแลน้องพีท เธอวิ่งออกไปดูหน้าบ้านกับเพ็ญสิริ เห็นสุริเยนทร์ สุพลและบอดี้การ์ดเดินเข้าบ้านอย่างถือวิสาสะ สุริเยนทร์ให้เอาตัวนพสิทธิ์ออกมา เคทโวยว่า บุกรุกไล่ให้ออกไป คว้าไหล่สุริเยนทร์ เขาปัดมือเธอและดันไปชิดผนังอย่างรวดเร็ว สุพลรีบเข้ามาปรามให้ปล่อย เคทสะบัดตัวออกอย่างตกใจแต่จะเอาเรื่อง เพ็ญสิริรั้งเพื่อนไว้...สุริเยนทร์ไม่พูดจาเดินเข้ามาสำรวจภายในตัวบ้าน เห็นรูปถ่ายครอบครัวก็มองด้วยสายตาเคืองแค้น เคทตามเข้ามาถามจะตามล่าพี่ชายตนทำไม หรือเขาจะโบ้ยความผิดให้พี่ชายตน ว่าแล้วก็บอกเพ็ญสิริให้โทร.ตามตำรวจ และให้ป้าดาเอามือถือให้ตนถ่ายคลิปไว้

    สุริเยนทร์เดินจังก้าเข้าหาจนชนเคทมือถือหล่น “คิดว่าเก่งเหรอทานตะวัน!”

    “รู้จักชื่อฉันได้ยังไง” เคทแปลกใจ

    “ทานตะวัน อัศภาณุวัตร น้องสาวไอ้ลูกหมานพสิทธิ์ ถึงกับทิ้งการเรียนที่ปารีสกลับมาทันที คงชั่งน้ำหนักแล้วสิว่าสมบัติของสุรีย์มันคุ้มค่ากว่าการศึกษาแฟชั่นโง่ๆของเธอมาก...สุรีย์ให้พี่ชายเธอทุกอย่าง แต่มันไม่รู้จักพอ มันยังกล้าฆ่าสุรีย์อีก ฉันจะล้างแค้นให้สุรีย์เอง”

    เคทยิ่งแปลกใจทำไมเขาถึงรู้จักทุกคน จ่ายักษ์เข้ามารายงานหลังจากพาพวกเข้าค้นทั่วบ้านว่าไม่มีนพสิทธิ์ สุริเยนทร์ถามเคทว่านพสิทธิ์อยู่ไหน เธอยียวนว่ารู้หรือไม่แล้วจะทำไม

    “คุณทานตะวัน ผมขอแนะนำว่าเวลาพูดกับนายภู อย่ากวน...” สุพลทำปากไม่ออกเสียง

    เคทสวนถ้าไม่อยากให้ตนกวน...ทำปากไม่ออกเสียงบ้าง ก็ให้ออกไปไกลๆ สุริเยนทร์โกรธจะคว้าตัวเคท น้องพีทวิ่งออกมาผลักสุริเยนทร์ ตวาดอย่าทำร้ายอาเคท เคทรีบดึงหลานไว้ สุริเยนทร์มองเด็กน้อยอย่างขัดใจ “ลูกชายสุรีย์กับไอ้นพ...มานี่สิ...บอกให้มานี่!”

    น้องพีทเห็นรอยแผลบนมือสุริเยนทร์ยิ่งหวาดกลัวถอยกรูด เคทเข้าขวางปกป้องหลาน แต่ถูกสุริเยนทร์ผลักกระเด็น เพ็ญสิริตกใจรีบบอกว่าน้องพีทไม่ชอบและกลัวคนแปลกหน้า แต่เขาไม่สนใจผลักเธอกระเด็นเช่นกัน...สุริเยนทร์เข้าอุ้มน้องพีทและบอกเคทว่า

    “ไปบอกไอ้นพสิทธิ์ ถ้าอยากได้ลูกชายคืน ให้มันมาหาฉันที่ไร่ภูทับดาว”

    ขณะที่สุริเยนทร์กำลังเอาน้องพีทขึ้นรถ มีรถอีกคันแล่นมาจอด เอกณัตินายตำรวจยศร้อยโท

    เดินลงมาพร้อมจ่อปืน สั่งให้ปล่อยน้องพีท บอดี้การ์ด

    สุริเยนทร์ยกปืนขึ้นเล็งมาทางเอกณัติพึ่บพั่บ จ่ายักษ์บอก “โทษนะคุณ ก่อนจะซ่าแหกตาดูรอบๆก่อนไหม”

    เอกณัติโวยว่ายกพวกมาขนาดนี้เพื่อรังแกเด็ก สตรีและคนชราหรือ สุริเยนทร์โกรธเมื่อโดนหยาม หันกลับมาตบปืนในมือเอกณัติหล่นและคว้ามาถือเสียเอง...ทนายสมชายวิ่งมาห้าม

    “หยุดก่อนครับ อย่าครับ...คุณเคท คุณเอกณัติ คุณคนนี้ไม่ใช่คนอื่นนะครับ ผมเป็นคนตามเขามาเอง นี่คุณสุริเยนทร์ รุจิกาญจน์กุล น้องชายฝาแฝดของคุณสุรีย์ พี่สะใภ้ของคุณ”

    วันนี้ทนายสมชายจะเปิดพินัยกรรมของสุรีย์ ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่าสุรีย์มีพี่น้องฝาแฝด เพ็ญสิริรีบเสิร์จเน็ตประวัติสุริเยนทร์แล้วเรียกเคทกับอาณัติมาดู ว่าสุริเยนทร์เป็นเจ้าพ่ออยู่ภูทับดาว เป็นลูกอดีต ส.ส.ผู้มีอิทธิพลสามสมัย มีข่าวว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องผิดกฎหมายทุกอย่าง อาณัติจึงเตือนเคทให้ระวังคำพูดกับสุริเยนทร์บ้างเพราะเขาเป็นคนไม่เคารพกฎหมาย

    ทนายสมชายเริ่มอ่านพินัยกรรม สุรีย์ยกเงินให้เคท 5 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่เหลือไม่ว่าบ้าน คอนโด ที่ดิน เครื่องเพชร รวมทั้งเงินสดที่เหลือยก

    ให้เด็กชายภาสกรหรือน้องพีททั้งหมด โดยให้สุริเยนทร์เป็นผู้จัดการมรดกและเป็นผู้ปกครองน้องพีทจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ

    เคทไม่พอใจในเมื่อพ่อน้องพีทยังอยู่ สุริเยนทร์เยาะว่าสุรีย์คงรู้ว่าพ่อเด็กจะมีชีวิตไม่ยืนยาว เคทไม่ยอมให้น้องพีทไปอยู่กับสุริเยนทร์ จึงเกิดการยื้อแย่งกันขึ้น เคทอุ้มน้องพีทมาขึ้นรถเอกณัติให้เขาพาหนี สุริเยนทร์ประกาศกร้าว

    “คุณอยากทำอะไรก็ทำนะทานตะวัน แต่รู้ไว้ว่าอะไรที่ผมอยากได้ผมก็ต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กคนนั้นหรือแม้แต่พี่ชายคุณ”

    เคทท้าให้ลองดู...เพ็ญสิริเห็นว่าที่สุรีย์ให้น้องพีทอยู่ในการดูแลของสุริเยนทร์เพราะรู้ว่านพสิทธิ์เจ้าชู้และชอบเข้าบ่อน เคทยอมรับแต่ไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นฆาตกรฆ่าสุรีย์ เอกณัติอาสาจะสืบเรื่องนี้ให้และว่าบอกตามตรง คนอย่างสุริเยนทร์คือคนสุดท้ายในโลกที่อยากมีเรื่องด้วย เคทคิดจะฟ้องศาลให้หลานได้อยู่กับพ่อ แต่เอกณัติเตือนว่า นพสิทธิ์หนีคดีอยู่ ไม่มีทางจะได้สิทธิ์ เพ็ญสิริแทรกว่าสุริเยนทร์คงไม่รอให้ศาลตัดสินแน่ น้องพีทร้องไห้ไม่อยากไปอยู่กับสุริเยนทร์

    เพ็ญสิริพาเคทกับน้องพีทมาอยู่ที่บ้าน บ้านเธอเป็นครอบครัวคนจีน ป๊ากับม้าเอ็นดูเคทมากเชื้อเชิญให้พักตามสบาย แต่วันนี้จะต้องให้เพ็ญสิริไปงานเลี้ยง

    บนเรือสำราญกับพวกตน เพ็ญสิริรู้ทันร้องว่า “อีกแล้ว เหรอม้า”

    “อีกแล้วอะไร ลูกควรจะมีผัวตั้งแต่อายุ 18 แล้ว นี่ช้ามาตั้ง 7 ปี จะให้ป๊าม้าชีช้ำอีกนานแค่ไหน ไปๆๆๆ” ม้าบ่นว่าเด็กสมัยนี้เอาแต่เรียนไม่คิดมีผัวกันบ้าง เคททำหน้าเจื่อนๆ

    เพ็ญสิริบอกม้าว่าสมัยนี้ชีวิตต้องใช้ให้คุ้มก่อน เอกณัติขำครอบครัวนี้ขอตัวลากลับ...เคทพาน้องพีทขึ้นนอน หนูน้อยยังร้องไห้หาพ่อแม่กว่าจะหลับลงได้ เคทบอกเป็นนัยๆเรื่องสุรีย์

    ooooooo

    ระหว่างทางในรถ สุริเยนทร์ฝันถึงความโหดร้ายในวัยเด็กที่ฝังแน่นในใจ ภาพตนวัย 7 ขวบถูกบังคับให้จับถ่านร้อนๆจนมือพุพองร้องสุดเสียง...
    สุริเยนทร์สะดุ้งตื่นมองรอยแผลที่มือ สุพลหันมาเรียกเบาๆ สุริเยนทร์เกิดปฏิกิริยาป้องกันตัวไวมากบีบคอสุพลทันที

    “ผมเองครับนาย...จะบอกว่าถึงวัดแล้วครับนาย”

    สุริเยนทร์ตั้งสติได้ปล่อยมือ ขยับร่างกายก่อนลงจากรถไปยังศาลาตั้งศพสุรีย์ เขายืนมองภาพสุรีย์ด้วยความเจ็บปวด คิดถึงอดีตวัยเด็ก...แม่อำพร

    ทนพ่ออาทิตย์ไม่ไหวที่ทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง มีแต่ล่มจม จึงทะเลาะกันรุนแรงและจะพาลูกๆ

    ไปตั้งต้นชีวิตใหม่กับเศรษฐีต่างชาติที่ไม่สนใจอดีตของเธอ แต่อาทิตย์ไม่ยอมแย่งสุริเยนทร์ไว้ได้ เขาส่งสายตาขอร้องสุรีย์ “พี่สุรีย์อย่าทิ้งภูนะ...ถ้าทิ้งภู ภูจะโกรธ จะไม่ให้อภัยพี่อีกเลยตลอดชีวิต”

    สุรีย์กล่าวขอโทษแล้วเดินตามแม่ขึ้นรถไป

    สุริเยนทร์เลือกที่จะอยู่กับพ่อแต่ก็อดร้องไห้โหยหาแม่และพี่ฝาแฝดไม่ได้ ในขณะที่อาทิตย์กราดเกรี้ยว สักวันจะต้องคลานกลับมาขอร้องกู

    สุริเยนทร์มองภาพสุรีย์ “พี่ทิ้งผมไปมีความสุข แต่ไม่เคยรู้หรอกว่าผมต้องเจอกับอะไรบ้าง...มันเกินจินตนาการพี่แน่ๆ แล้วนี่พี่ยังมาทิ้งลูกให้ผมอีกเหรอ พี่ต้องการอะไร...ถ้าอยากให้ผมเลี้ยงลูกพี่ ผมก็จะเลี้ยงให้ หลับให้สบาย ส่วนไอ้นพสิทธิ์มันก็ต้องชดใช้ คิดว่าเป็นของแถมจากผมแล้วกัน”

    ขณะเดียวกันสุพลกับจ่ายักษ์ถกกัน จ่ายักษ์ไม่เข้าใจว่านายโกรธพี่สาวแล้วจะตามล่านพสิทธิ์ทำไม สุพล บอกถ้านายโกรธเกลียดพี่สาวตัวเองจริงแล้วจะสั่งตนสืบเรื่องราวพี่สาวกับครอบครัวมารายงานเป็นระยะๆทำไม ตรงข้ามเลยนายรักและอยากเจอพี่สาวมาก แต่คนอย่างนายไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น

    ด้านเคทพยายามโทร.หานพสิทธิ์เท่าไหร่ก็ไม่ได้ เพ็ญสิริชี้ให้ดูว่าคนของสุริเยนทร์เฝ้าอยู่หน้าบ้าน เคทหงุดหงิดคงกลัวตนพาหลานหนี ถึงอย่างไรตนก็จะให้หลานไปอยู่กับนพสิทธิ์

    “แกเอาจริงเหรอ...แต่คืนนี้ฉันต้องไปงานกับป๊าม้า...”

    เคทว่าไม่เป็นไรจัดการคนเดียวได้ แล้วหันมาบอกน้องพีทว่าคืนนี้จะพาไปกราบคุณแม่...ในขณะที่สุริเยนทร์ยังครุ่นคิดถึงอดีตครั้งที่สุรีย์เคยไปหาที่ภูทับดาว แต่เขาไม่ออกมาพบ เธอตะโกนเพราะรู้ว่าเขาต้องฟังอยู่ว่า เธอขอโทษที่เคยทิ้งเขาไป ตอนนี้เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง เธอไม่เหลือใครอีกแล้วอยากให้เขาช่วย...คนงานในไร่ดันสุรีย์ให้กลับไป

    สุริเยนทร์ยืนมองภาพสุรีย์หน้าศพด้วยความรู้สึกผิด ถ้าวันนั้นตนฟังเธอสักนิดคงไม่เป็นแบบนี้ สุพลเข้ามารายงานว่าได้เปลี่ยนดอกไม้ในงานทั้งหมดเป็นสีขาวตามที่สั่งแล้ว จ่ายักษ์ตามเข้ามารายงานว่าที่ไร่เกิดเรื่อง นายอำเภอชัชพาเจ้าหน้าที่มาค้นไร่หาว่าเราซ่อนแรงงานต่างด้าวเถื่อนไว้ ต้องมีคนหาเรื่องให้แน่ สุริเยนทร์ถามคิดว่าเป็นใคร จ่ายักษ์คิดว่าเป็นพวกไร่ปลายฟ้า

    “แล้วจะให้ฉันทิ้งงานศพสุรีย์งั้นเหรอ”

    ทั้งจ่ายักษ์และสุพลจ๋อย...เคทขับรถของเพ็ญสิริพาน้องพีทมางานศพ เพ็ญสิริอดห่วงไม่ได้โทร.มาแนะนำให้เกลี้ยกล่อมนพสิทธิ์สู้คดีถ้าไม่ผิด เคทหาว่าพวกนั้นมีอำนาจต้องทำให้นพสิทธิ์กลายเป็นผู้ต้องหาแน่ ตนต้องหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ให้ได้ก่อน

    ooooooo

    ห้องอาหารบนเรือสำราญ มีเสี่ยอ้วนๆนั่งอยู่ก่อนหกเจ็ดคน เพ็ญสิริกระซิบถามป๊ากับม้าว่านี่งานแซยิดหมู่หรือ ป๊าบอกว่าให้มาดูตัว เพ็ญสิริตกใจ

    “ดูตัว! รุ่นนี้ยังต้องดูตัวอีกเหรอ!”

    เพ็ญสิริเดินจ้ำออกมา ป๊าม้ารีบตาม เธอโวยเห็นตนเป็นอะไรถึงให้มาดูตัวเพื่อนป๊า ป๊างง “เพื่อนป๊าน่ะใช่ แต่ไม่ได้นัดมาดูตัวเอ็ง ป๊านัดเพื่อนมากินข้าวเฉยๆ คนที่ป๊านัดหนุ่มกว่านี้เยอะ”

    ม้ากล่อมให้ลองทำความรู้จักดูก่อนบอกอายุก็ไม่น้อยแล้ว อีกสองปีไข่จะฟ่อหมด เพ็ญสิริหน้าเหวอขอเวลาทำใจสักครู่ เธอขึ้นไปบนดาดฟ้าเรืออย่างหงุดหงิด จู่ๆมีไม้เซลฟี่ยื่นมาเฉี่ยวหัวหลายครั้งทำให้เธอต้องหลบไปมาจนทนไม่ไหวโวยลั่น ชายหนุ่มหันมาขอโทษ บอกไม่เห็นว่าเธอยืนอยู่ เธองงคนทั้งคนยืนอยู่ทำไมจะไม่เห็น

    “พอดีผมไม่ได้ก้มมอง ขอโทษจริงๆนะครับ” เพ็ญสิริงงกับคำว่าก้ม “ครับ ถ้าผมก้มมอง ผมก็จะเห็นว่าคุณยืนอยู่”

    “นี่คุณหาว่าฉันเตี้ยเหรอ!”

    “ไม่เกี่ยวกับความเตี้ยของคุณเลยครับ ผมแค่อธิบายว่าผมจะเห็นคุณได้ต้องก้ม ถ้าผมมองระยะสายตาจะไม่เห็นคุณ ผมต้องก้มถึงจะเห็นว่าคุณยืนอยู่ อย่างตอนนี้ผมก็ก้มแต่ถ้าคุณไม่อยากให้ก้ม ผมก็ต้องถอยสี่ห้าก้าวอยู่ในระยะประมาณนี้กำลังดีครับ” ชายหนุ่มถอยหลัง

    เพ็ญสิริโกรธว่าเขาหยาบคาย สะบัดหน้ากลับไปหาป๊าม้าที่โต๊ะอาหาร...สักพักก็มีชายหนุ่มมายืนมองตรงหน้า เธอจำได้ว่าคือชายเมื่อครู่ เขารีบแนะนำตัว

    “ผมชื่อวิสุทธิ์ครับคุณเพ็ญสิริ ไม่ต้องงง ผมรู้จักกับอาป๊าของคุณ ท่านรู้ว่าผมจะมาปาร์ตี้ที่นี่วันนี้ก็เลยพาคุณมาให้ผมดูตัว ขออนุญาตนั่งนะครับ ดีจัง...เวลานั่งสายตาอยู่ในระดับที่ไม่ต้องก้มก็เห็นพอดี” วิสุทธิ์ยิ้มกวนๆ เพ็ญสิริโกรธฟึดฟัด

    ไม่วายวิสุทธิ์แกล้งนั่งจ้องหน้าเพ็ญสิริอยู่อย่างนั้น จนเธอทนไม่ไหวถามมีอะไรจะพูดก็พูดมา เขาจึงเอ่ยถามคิดอย่างไรมาให้ผู้ชายดูตัว ดูแล้วเธอไม่น่าจะหมดประสิทธิ– ภาพในการหาคู่ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ เพ็ญสิริพยายามข่มอารมณ์ย้อนถามแล้วเขามาเพราะอะไร

    “ขออนุญาตพูดซ้ำนะครับ ป๊าของคุณรู้ว่าผมจะมาปาร์ตี้อบรมเซลที่นี่วันนี้ ท่านก็เลยพาคุณมาให้ผมดูตัว” เพ็ญสิริเคืองถามใหม่ รู้จักป๊าตนได้อย่างไร “พอดีโรงงานผลิตน้ำพริก สูตรหม่าม้าน้องเพ็ญมาติดต่อขอเอาผลิตภัณฑ์มาวางขายในไร่ของผม ป๊าคุณเจรจาธุรกิจถูกคอกับผมมาก ป๊าคุณเลยรักผมมาก...อยากได้เป็นเขยมาก...ตกลงคุณมีปัญหาอะไรถึงหาคู่เองไม่ได้”

    เพ็ญสิริโวยว่าตนไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น เขาเหล่มองแล้วแหย่ว่าคงเป็นปัญหาทางการควบคุมอารมณ์ เป็นโรคจิต เธอยิ่งโกรธ “ฉันมีปัญญา!แต่ป๊ากับม้าชอบนัดให้ฉันเอง ฉันไม่ได้ต้องการ และจะบอกให้ว่าฉันมีให้เลือกเยอะ ดูดีมีรสนิยมและไม่ปากเสียเหมือนคุณด้วยพอ... จบ...ฉันไม่เลือกคุณ!” เพ็ญสิริลุกพรวดเดินหนีไป วิสุทธิ์ยิ้มขำๆ

    สักพักวิสุทธิ์ตามเพ็ญสิริออกมาเสนอข้อตกลง เขายอมรับว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้ และเธอก็ดูมีประสิทธิภาพในการหาคู่ด้วยตัวเองได้ หญิงสาวหาว่าเขาโรคจิต เขาหัวเราะชอบใจ บอกข้อเสนอนี้จะไม่ทำให้เธอต้องเจอคำถามเซ้าซี้ว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน...เมื่อไหร่จะแต่งงาน...แก่แล้วนะมีผัวหรือยัง...เพ็ญสิริถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ

    “คำถามพวกนี้มันกวนใจผู้หญิงวัยขึ้น...ทำงานอย่างคุณ คุณจะได้ไม่ต้องโกหกหรือแกล้งทำเป็นว่าไม่ต้องการผู้ชายในชีวิตอีก...ดีป่ะ”

    “หูย...เสนอมาได้ช่างกล้า หล่อแทบอยากจะชวนไปจดทะเบียนสมรสเดี๋ยวนี้เลย อุบาทว์” วิสุทธิ์ย้ำอยากเป็นเพื่อนด้วย “ทำไม ทำไมต้องอยากเป็นเพื่อนฉัน”

    ความจริงวิสุทธิ์รู้ว่าเธอเป็นเพื่อนกับเคท เขาทำเสียงอ้อนน่าจะดีใจที่ตนอยากเป็นเพื่อนเพราะปกติตนไม่ค่อยคบคน คบแต่กับควาย หญิงสาวหาว่าด่า เขารีบบอกว่าเขาคบควายจริงๆ ถ้าเธอมาเป็นเพื่อนจะให้ดื่มนมควายฟรีๆตลอดชีวิต แถมให้เพื่อนเธอได้ดื่มด้วย เพ็ญสิริไม่เล่นด้วยจะเดินหนี พลันเห็นคนแถวนั้นเงยหน้ามองบนฟ้าจึงมองบ้าง เห็นพระจันทร์ทรงกลดก็ตะลึงชี้ วิสุทธิ์เอ็ดห้ามชี้จะมีคนตาย เธอชะงักหน้าเสียเสียงอ่อยชี้นิดเดียวไม่น่าจะเป็นอะไร เขาแอบขำ

    ooooooo

    ในศาลาวัดเคทจูงน้องพีทเข้ามามองดอกไม้หน้าศพ ป้าดารายงานว่าสุริเยนทร์สั่งเปลี่ยนใหม่ เคทเคืองที่มาเปลี่ยนสิ่งที่พวกตนทำไว้ ฝากป้าดาดูน้องพีทแล้วจะเดินไปเอาเรื่องสุริเยนทร์

    ทนายสมชายเข้ามาขอคุยด้วยเสียก่อน เขาเอาคลิปเสียงสุรีย์ให้เคทฟัง เธอใจหาย ทนายบอกว่าจากคลิปเสียงนี้ ไม่แปลกเลยที่จะทำให้สุริเยนทร์เชื่อว่าเป็นฝีมือนพสิทธิ์ แต่เคทก็แย้งว่าเชื่อถือไม่ได้ ทนายให้ตรองดูว่าระยะหลังมานี่สุรีย์กับนพสิทธิ์ทะเลาะกันบ่อย เธอจึงไปขอความช่วยเหลือจากน้องชาย แต่เขาไม่ยอมให้เธอพบ เคทรู้สึกโมโหแทนพี่สะใภ้ พุ่งไปต่อว่าสุริเยนทร์

    “คนใจดำ สิ่งที่คุณทำมันก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งดูพี่สาวตัวเองตายทั้งๆที่คุณสามารถช่วยได้ แต่คุณไม่ช่วย ถ้าจะมีใครเป็นฆาตกรก็คุณนั่นแหละ คุณสุริเยนทร์”

    สุริเยนทร์โกรธจ้องหน้า เคทยังว่าเขาอีกว่าจะมาทวงความยุติธรรมให้พี่สาวตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร ไอ้ดอกไม้ที่เปลี่ยนใหม่ก็ชดเชยหรือทำให้สุรีย์ฟื้นไม่ได้ ทุกอย่างที่ทำคงเพราะรู้สึกผิดที่ปล่อยให้พี่สาวตาย เลยพยายามหาใครสักคนมารับบาปแทน...สุริเยนทร์ลุกพรวดถามสืบประวัติตนมาเชียวหรือ เคทเย้ยว่าได้ฟังคลิปเสียงสุรีย์แล้ว

    “คุณไปได้มายังไง คลิปนั้นส่งให้กับตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้เท่านั้น”

    “แล้วไง คิดว่าคุณคนเดียวเหรอที่รักพี่สุรีย์ คนแถวนี้ก็รักพี่สุรีย์ทั้งนั้น อาจจะมากกว่าคุณด้วยซ้ำ เพราะเราไม่เคยทิ้งพี่สุรีย์เวลาที่มีปัญหา”

    สุริเยนทร์เน้นย้ำจะลากตัวนพสิทธิ์มาทำให้เจ็บปวดทุกอย่างเหมือนที่เขาทำกับสุรีย์ ก่อนจะให้ขับรถตกเหวตายและจะให้โทร.ฝากคลิปถึงเธอในมือถือด้วย เคทตะลึงไม่คิดว่าเขาจะโหดร้ายขนาดนี้ สุพลเกรงจะเกิดเรื่องจึงกันเคทให้ถอยห่างจากสุริเยนทร์

    เคทหงุดหงิดคิดถึงอดีตตอนสุรีย์เอาเอกสารการเรียนแฟชั่นดีไซน์มาให้ บอกจะส่งเสียให้เรียน เคทไม่อยากทิ้งสุรีย์และหลานไปเพราะรู้ว่าพี่ชายตัวเองเป็นอย่างไร แต่สุรีย์กลับบอกว่าเธอรักตนเหมือนน้องแท้ๆอะไรที่ทำเพื่อน้องได้ก็อยากจะทำ จะไม่ทอดทิ้งน้องเหมือนที่เคยทำ

    เคทมองภาพสุรีย์หน้าศพน้ำตาไหลริน น้องพีทเข้ามาหาจึงรีบปาดน้ำตา น้องพีทถามว่าแม่อยู่ในโลงนั้นหรือ เคทรับว่าใช่ แม่นอนหลับแต่เป็นการหลับที่ยาวนาน น้องพีทโตขึ้นจะรู้เองว่าแม่ไม่เคยหายไปไหน เด็กน้อยกอดเคทบอกว่าจะรีบโต จะได้เจอแม่ไวๆ...สุริเยนทร์แอบมองน้องพีทด้วยสายตาอ่อนโยนลง โหยหาการกอดที่อบอุ่นแบบนั้นบ้าง

    ทันใดมือถือเคทดังขึ้น เธอมองหน้าจอแล้วปรายตาไปทางสุริเยนทร์ เขามองอย่างสงสัย เคทฟังปลายสายอย่างเดียวไม่พูดอะไร เสียงนพสิทธิ์สั่งพอพระเริ่มสวดให้พาน้องพีทมาที่ประตูลานโพธิ์ อย่าให้ใครตามมา... เคททำหน้านิ่งๆกดวางสายจ้องสุริเยนทร์กลับอย่างไม่กลัวเกรง

    ระหว่างพระสวด เคทภาวนาขอให้พระคุ้มครองหลานชาย ก่อนจะหันมาบอกหลานว่า “น้องพีทรู้ไหมครับ ว่าน้องพีทจะไม่ได้เจอพ่ออีกแล้ว เพราะนายหมีบ้าคนนั้นจะเอาตัวน้องพีทไปอยู่กับเขาตลอดไป” น้องพีทร้องไห้ไม่ไป “ไม่ต้องเสียใจนะครับ เงียบนะครับ พระกำลังสวดอยู่อย่ารบกวนนะครับ...ลออพาน้องพีทออกไปปลอบที” เคทให้ลออพาหลานออกไปตามแผน เคทนั่งฟังพระสวดต่อไป สุริเยนทร์หันมาไม่เห็นน้องพีทก็ถามสุพลว่าเด็กไปไหน เขาพยักหน้าให้จ่ายักษ์ไปดู เคทเห็นความเคลื่อนไหวของพวกสุริเยนทร์จึงรีบลุกไปถามจะทำอะไร สุริเยนทร์เสียงเข้มสวนคิดจะทำอะไร จะพาน้องพีทหนีหรือว่านพสิทธิ์อยู่ที่นี่ เคทปฏิเสธ

    “ใช่ มันต้องอยู่ที่นี่ มันจะพาลูกมันหนีไป เธอกล้าลองดีกับฉันเหรอทานตะวัน เดี๋ยวจะได้รู้ว่าเธอคิดผิด” สุริเยนทร์เข่นเขี้ยวผละออกไป

    สุพลเตือนเคททำแบบนี้รู้ไหมว่าสุริเยนทร์โกรธแล้วจะเป็นอย่างไร เคทไม่หวั่นเพราะที่นี่ในวัดแต่ก็รีบวิ่งไปที่ลานโพธิ์...ลอออุ้มน้องพีทมาพบนพสิทธิ์ สองพ่อลูกกอดกัน ลออให้ทั้งสองรีบไป แต่ไม่ทันกาลเสียงจ่ายักษ์ตะโกนว่ามันอยู่นั่น แล้วพากันวิ่งมา นพสิทธิ์อุ้มลูกวิ่งหนีเข้าตรอกซอยแคบๆ แต่พอถึงปากซอยก็เจอสุริเยนทร์ดักหน้าอยู่ ตวาดเสียงกร้าว

    “ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย...วางเด็กลง!”

    นพสิทธิ์ไม่รู้จักสุริเยนทร์อุ้มลูกจะวิ่งต่อ สุริเยนทร์กระชากคอเสื้อเหวี่ยงล้มไปทั้งพ่อลูก แล้วเข้ากระชากนพสิทธิ์ขึ้นมาให้มองหน้าถามว่าตนคือใคร นพสิทธิ์ไม่รู้จักแต่แปลกใจที่หน้าเหมือนสุรีย์ น้องพีทร้องไห้จ้า สุริเยนทร์บอกตนเป็นน้องชายฝาแฝดของสุรีย์แล้วชกหน้านพสิทธิ์หนึ่งหมัด นพสิทธิ์สู้ไม่ได้ น้องพีทเข้าช่วยทุบตีให้ปล่อยพ่อ นพสิทธิ์ฉวยโอกาสหนี

    “น้องพีท...พ่อขอโทษ” ว่าแล้วก็วิ่งหนีสุดชีวิต

    สุริเยนทร์ด่าไอ้ชั่วผลักน้องพีทออกคว้าปืนวิ่งไล่ตามนพสิทธิ์ จู่ๆเคทขับรถเก๋งพุ่งเข้าตัดขวาง ทำให้สุริเยนทร์ชนกับรถลอยกลิ้งข้ามรถไปตกอีกฝั่งหัวแตก แล้วเธอก็ช็อกในสิ่งที่ตัวเองทำ แรงฮึดที่จะจับนพสิทธิ์ให้ได้ ทำให้สุริเยนทร์ลุกขึ้นคว้าปืนวิ่งตาม นพสิทธิ์ตกใจวิ่งหนีไปทางแม่น้ำ เคทร้องเรียกพี่ชายลั่นเมื่อเห็นสุริเยนทร์จะยิงเขา เสียงปืนดังปัง! พร้อมกับนพสิทธิ์กระโดดลงน้ำตูม...สุริเยนทร์ยังสั่งลูกน้องตามไปเอาตัวขึ้นมา

    จ่ายักษ์เห็นเลือดที่หัวสุริเยนทร์ไหลก็รีบเตือนให้ไปทำแผลก่อน เขานึกได้หันไปเห็นเคทกำลังพาตัว

    น้องพีทขึ้นรถขับหนี เขายิ่งโกรธวิ่งตามเข่นเขี้ยว “คิดว่าเธอจะหนีพ้นเหรอ!”

    ไม่ทันไรน้องพีทร้องไห้หาพ่อแล้วเกิดอาการชักเกร็ง เคทตกใจจอดรถดูอาการหลาน สุริเยนทร์ตามมาเปิดประตูรถตวาดลากตัวเคท “ทานตะวัน เธอหลอกฉัน! เธอกับพี่ชายร่วมมือกันวางแผนยึดสมบัติสุรีย์ พวกเธอร่วมมือกันฆ่าสุรีย์”

    “ฆ่าบ้าฆ่าบออะไร ไม่ต้องไปโทษใคร คุณนั่นแหละที่ทำให้พี่สุรีย์ตาย! ปล่อยฉัน!”

    สุริเยนทร์ไม่ทันมองน้องพีท เคทดิ้นจะกลับไปดูอาการหลานแต่สุริเยนทร์เค้นถามหาตัวนพสิทธิ์ เธอโมโหตวาดกลับ “พ่อแม่ไม่รักเหรอ ถึงต้องมาก้าวร้าวขากถุยใส่คนอื่นอยู่ได้ ปล่อย”

    เคทพยายามผลักไส แต่สุริเยนทร์จับไว้แน่นจนเธอทนไม่ไหวร้องกรี๊ดๆๆๆ อยากให้น้องพีทตายอีกคนหรือ เท่านั้นเขาชะงักปล่อยตัวเคทหันไปมองเด็ก น้องพีทสลบไปแล้ว เขาตกใจยืนทำอะไรไม่ถูก เคทอุ้มน้องพีทย้ายมานอนเหยียดยาวเบาะหลัง สั่งสุริเยนทร์ให้ไปขับรถ

    ที่โรงพยาบาล น้องพีทถูกพาเข้าห้องฉุกเฉิน เคทหันมาต่อว่าสุริเยนทร์ถ้าหลานเป็นอะไรไปรู้ไว้ว่าเพราะเขาทำร้ายหลานตัวเอง...สุริเยนทร์อึ้งรู้สึกถึงความเจ็บปวดในวัยเด็กที่เคยเข้าโรงพยาบาลด้วยสภาพถูกทำร้ายมาอย่างบอบช้ำ ตัวเขาร้องไห้จ้า กลัวแล้วจะไม่ทำอีกแล้ว แต่ไร้ซึ่งแววพ่อและแม่ที่มาเหลียวแล...

    ในค่ำคืนหนึ่งขณะที่เด็กชายภูนอนหลับ ประตูถูกเปิดผางออก ร่างแม่เลี้ยงใจร้ายท่าทางเครียด ตัวสั่นอารมณ์ผ่านการร้องไห้หนักมา ในมือกำไม้เรียวเข้ามากระหน่ำฟาดเขาอย่างหนัก...และในวันหนึ่ง โสภาแม่เลี้ยงใจร้ายระบายอารมณ์ใส่เด็กชายภูอีก หาว่าเพราะพ่อเขาเลว ใจร้ายว่าแล้วก็ผลักเขาตกบันไดลงมาสลบคาพื้นบ้าน...ไม่เพียงเท่านั้น แม่เลี้ยงยังกลั่นแกล้งบังคับให้เขากินโจ๊กซึ่งใส่พริกป่นจนแดงฉาน ตัวเธอหัวเราะชอบใจบีบปากกรอกใส่ปากเขา...แม่เลี้ยงทำถึงขนาดจับมือเขากำก้อนถ่านร้อนๆจนเป็นแผลเป็นในปัจจุบัน

    เสียงจ่ายักษ์เรียกทำให้สุริเยนทร์ผวาตื่นจากอดีตอันเลวร้าย ตั้งสติถามมีอะไร จ่ายักษ์รายงานว่า นายอำเภอชัชเอาคนมาหาเรื่องสั่งปิดไร่ภูทับดาวให้ได้ เราคงต้องรีบกลับไปจัดการ สุริเยนทร์เครียดทั้งปัญหาที่ไร่และพี่สาว ทันใดหมอออกมาบอกอาการน้องพีท ว่าปลอดภัยแล้ว อย่าให้เด็กเครียดอีก เพราะเด็กยังจัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ มันเลยสะสม เคทกล่าวขอบคุณ

    “คุณพ่อกับคุณแม่ต้องดูแลน้องใกล้ชิดมากๆ นะคะ” หมอยิ้มเตือน

    เคทตกใจรีบปฏิเสธว่า สุริเยนทร์ไม่ใช่พ่อเด็กและไม่มีวันเป็นด้วย สุริเยนทร์รู้สึกผิดจึงไม่กล้าต่อล้อ ต่อเถียงกับเคทอีก เชิดหน้าเดินหนีไปแทน เคทไม่ยอมตามมาเอาเรื่อง สุริเยนทร์หันขวับมาเพราะไม่ชอบให้ใครเข้ามาด้านหลัง เคทไม่รู้ต่อว่าต่อขาน

    “รู้หรือเปล่าว่าน้องพีทเจออะไรมาบ้าง...น้องพีทคลอดก่อนกำหนด หลังคลอดตรวจเจอซีสในปอด ต้องเข้าออกห้องผ่าตัดเป็นว่าเล่น ถูกผ่าถูกเจาะนับไม่ถ้วน

    น้องพีทถึงได้อ่อนแอเลี้ยงยาก กลัวคนแปลกหน้า แล้วคุณยังคิดจะเอาน้องพีทไปจากครอบครัวอีกเหรอ คิดว่าตัวคุณมีปัญญาเลี้ยงเด็กอย่างน้องพีทได้เหรอ”

    สุริเยนทร์สับสนเครียด “ฉันรู้...รู้ดีว่าน้องพีทรู้สึกยังไง”

    “คุณไม่รู้ ไม่รู้และไม่มีวันเข้าใจ! คุณสุริเยนทร์ถ้าคุณรักพี่สุรีย์ เมตตาน้องพีทเถอะ อย่าเอาน้องพีทไป...คุณก็เห็นว่าน้องพีทเครียดจนชักกระตุกอย่างนี้ มันก็เพราะคุณ”

    สุริเยนทร์เถียงว่าไม่ใช่เพราะตน เคทเปลี่ยนมาใช้น้ำเย็นเข้าลูบ บอกไม่ได้ว่าเขา แต่อยากให้ยอมรับความจริงว่าเด็กกลัวเขา น้องพีทกลัวคนแปลกหน้าอยู่แล้ว กับเขายิ่งทวีคูณ เพราะเขากับหลานเหมือนคนละขั้ว

    ไม่ควรจะอยู่ใกล้กัน สุริเยนทร์ไม่พอใจรู้ได้อย่างไร เธอว่าก็เขาแกร่งขนาดถูกรถชนยังไม่เป็นอะไร แต่น้องพีทอ่อนแอมาก สุริเยนทร์เจ็บจี๊ดในใจตวาด

    “ทานตะวัน! ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่าพูด!”

    เคทพยายามขอร้อง สุริเยนทร์จึงต่อรองให้เอาตัวนพสิทธิ์มาแลก เคทสวนแบบนี้มันเมตตาตรงไหน ไล่ล่าพ่อหลาน ทำไมไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องคดีความตามกฎหมาย ชายหนุ่มเยาะว่าที่เธอขอร้องไม่ใช่เพื่อหลานแต่เพื่อพี่ชายมากกว่า เธอไม่ได้รักหลานเพราะถ้ารักคงไม่ทิ้งไปเรียนเมืองนอก ที่มาต่อรองคงหวังส่วนแบ่งมรดกของหลาน เคทปรี๊ดตะโกนใส่หน้าว่าไม่เคยต้องการเงินสุรีย์สักบาท สุริเยนทร์ยื่นคำขาดให้เธอเลือกปกป้องได้คนเดียว พี่ชายหรือหลาน

    ว่าแล้วสุริเยนทร์ก็เดินเข้าไปในห้องพักของน้องพีท สั่งพยาบาลเอาน้ำเกลือออกจากแขนเด็ก แล้วอุ้มตัวเด็กขึ้นมา เคทตกใจถามจะทำอะไร สุริเยนทร์ไม่สนใจอุ้มเด็กเดินฝ่าเคทออกไป เคทร้องให้คนช่วยหาว่ามีคนขโมยหลาน สุพลปรี่เข้าอธิบายกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และบอกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ส่งบิลไปเก็บที่ไร่ภูทับดาว

    เคทวิ่งตามยื้อยุดจะเอาน้องพีทคืน จ่ายักษ์ต้องมาปรามให้อยู่เฉยๆจะดีกว่า สุริเยนทร์อุ้มเด็กขึ้นรถให้คนขับขับออกไป เคทไม่ยอมแพ้ขับรถตัวเองตามสุดชีวิต

    ด้านเพ็ญสิริกำลังกลับเข้าฝั่ง วิสุทธิ์มาบอกว่าป๊ากับม้าเธอกลับไปแล้ว ให้ตนไปส่งเธอ หญิงสาวโกรธฮึดฮัด พลันเคทโทร.เข้ามาบอกว่ากำลังขับรถตามสุริเยนทร์ไปไร่ภูทับดาว เพ็ญสิริตกใจห้ามเพื่อนอย่าบุกเดี่ยวแบบนั้น วิสุทธิ์ได้ยินเพ็ญสิริพูดชื่อไร่ภูทับดาวก็รีบถาม

    “เมื่อกี้ผมได้ยินคุณพูดชื่อสุริเยนทร์กับไร่ภูทับดาว ใช่สุริเยนทร์ รุจิกาญจน์กุล เจ้าของไร่หรือเปล่าครับ...ถ้าใช่ ผมรู้จักทั้งคนทั้งสถานที่ดีเลยล่ะ จะไปด้วยกันไหมครับ”

    เพ็ญสิริอึ้งมองวิสุทธิ์อย่างชั่งใจ ว่าหลอกลวงอะไรหรือเปล่า...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 13:04 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์