ตอนที่ 12
ในขณะที่เฉิดเฉลาเฝ้ารอเบาะแสของจักรินจากสมุนอย่างร้อนรนกระวนกระวาย ทันใดนั้น เสกสรรเมายาเดินเข้ามาชี้หน้า ตะโกนว่า
“คนเห็นแก่ตัว ไม่รักไม่ไยดี แล้วไปเก็บผมมาทำไม เพราะได้ประโยชน์จากชีวิตโง่ๆของผมใช่มั้ย”
“เมาก็ไปนอนซะ”
“ไม่! จะไปเมาต่อ จะเมาให้มันตายไปเลย เกิดมาทำไมกัน เกิดมาให้กลายเป็นเหยื่อความโลภของคนเห็นแก่ได้”
“แม่ขอโทษ แม่ไม่ได้เกลียดชังเสก แม่แค่ไม่มีเวลาดูแลเสก”
“ไม่ต้องมาแก้ตัว ทำกับลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่แบบนี้น่ะสิ ลูกตัวเองถึงกลายเป็นเด็กหาพ่อหาแม่ไม่เจอ สะใจจริงๆ ขอให้หาลูกไม่พบไปจนตาย”
เฉิดเฉลาโกรธจนตัวสั่น ตบหน้าเสกสรรอย่างแรง แล้วแผดเสียงว่าแช่งกันทำไม เสกสรรน้อยใจร่ำไห้และท้าทายแม่เสียงดังลั่นบ้าน
“ตบอีกสิ ตบให้ตายก็จะไม่เลิกแช่ง”
เฉิดเฉลายังคงคร่ำครวญเป็นห่วงจักริน เมื่อสมุนติดต่อแจ้งเบาะแสมาเธอจึงผละจากเสกสรรไปทันที
ทิ้งให้เสกสรรตีอกชกตัวด้วยความน้อยใจอยู่ตรงนั้น...
ในขณะที่เฉิดเฉลากับสมุนสองคนมุ่งหน้าไปยังบ้านที่จักรินถูกโจรเรียกค่าไถ่จับตัวไว้ ลำหับอยู่ในระหว่างการเดินทางเช่นกัน โดยมีชาตรีกับจูเนียร์นั่งรถอีกคันตามมาห่างๆ
เฉิดเฉลาไปถึงก่อน เธอให้สมุนเข้าไปจัดการกับโจรเรียกค่าไถ่แล้วชิงตัวจักรินมาได้ พอรู้ว่าโจรเรียกเงินสิบล้านจากลำหับ เธอวางแผนให้สมุนได้เงินจำนวนนั้นด้วยการเอาชุดนักเรียนของจักรินให้สมุนคนหนึ่งใส่และใช้ถุงดำคลุมหัวไม่ให้เห็นหน้าเพื่อหลอกเอาเงินค่าไถ่ ส่วนจักรินให้ใส่ชุดอื่นที่เธอเตรียมมาแล้วพาขึ้นรถจากไป
แต่เหตุการณ์ไม่ง่ายอย่างที่เฉิดเฉลาวางแผนเพราะลำหับไม่ได้มาคนเดียว และลำหับก็จดจำทุกอย่างเกี่ยวกับจักรินได้ คนร้ายใส่ชุดนักเรียนของจักรินก็จริงแต่พลาดตรงรองเท้าที่ไม่ใช่!
เมื่อรู้ว่าคนร้ายตบตาพาใครไม่รู้มาแลกเงินค่าไถ่ ลำหับไม่ยอมแน่ๆ ชาตรีกับจูเนียร์ก็เช่นกัน สองคนออกจากที่ซ่อนตัวพุ่งเข้ามาช่วยกันจัดการสมุนของเฉิดเฉลา ส่วนโจรเรียกค่าไถ่หนีเอาตัวรอดหัวซุกหัวซุนไป
ลำหับพลาดถูกยิงบาดเจ็บเล็กน้อยก่อนที่ชาตรีกับจูเนียร์จะจัดการสมุนสองคนของเฉิดเฉลาอยู่หมัด เวลาเดียวกันนั้นบริพัตรกับคนังเฝ้ารอการกลับมาของพวกลำหับอย่างมีความหวัง คิดว่าป่านนี้คงเรียบร้อยแล้ว
บริพัตรได้ยินคนังชื่นชมแม่กับลุงเก่งมาก จึงถามเด็กหนุ่มว่ารักลุงมากใช่ไหม คนังตอบโดยไม่ต้องคิดว่ารักมากที่สุด บริพัตรฟังแล้วสะท้อนใจอยากรู้ว่ารักมากกว่าพ่อหรือเปล่า
“ลุงเปรียบเหมือนพ่อของผม ตั้งแต่เริ่มจำความได้ผู้ชายที่ปกป้องดูแลผมกับจักนอกจากแม่ก็คือลุง ลุงสอนผมทุกอย่าง”
“แล้วแม่เคยพูดถึงพ่อของคนังบ้างไหม”
“แม่บอกว่าพ่อเป็นคนดีมาก”
“แม่บอกอะไรอีก”
“แม่บอกให้ผมรักน้องมากๆ เสียสละปกป้องน้อง แม่สอนผมว่าถ้าจะให้อะไรใครสักอย่างต้องให้สิ่งที่ดีสุดกับเขา”
“ถ้ามันมีสองสิ่ง คนังกับน้องชอบเหมือนกันจะทำยังไง”
“ก็ให้สิ่งที่เขาชอบสิครับ”
“แล้วคนังไม่เสียดายเหรอ”
“ผมเสียดายที่เขาจะผิดหวังที่ไม่ได้ของที่อยากได้มากกว่าครับ”
บริพัตรส่งสายตารักใคร่ชื่นชมคนังอย่างเปิดเผย “ลำหับกับลุงสอนคนังได้ดีที่สุด น่าจะดีกว่าคนที่เป็นพ่อของคนังอีกนะ”
“พ่อผมก็คงสอนแบบเดียวกันนี้ล่ะครับ ผมมั่นใจ”
บริพัตรฟังแล้วตื้นตันจนพูดไม่ออก...คนังช่างดีงามทั้งการกระทำและความคิด
ooooooo
เฉิดเฉลาพาจักรินไปหาที่คุยส่วนตัวกันสองคน... จักรินมั่นใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้คือแม่ เรียกชื่อของเธอออกมาเต็มปากเต็มคำ
“คุณชื่อเฉิดเฉลา...”
“เธอรู้?”
จักรินพยักหน้าแทนคำตอบ เฉิดเฉลาดีใจดึงเขามากอดพร้อมกับรำพันทั้งน้ำตา
“ลูกรัก...ลูกรู้มาตลอดใช่ไหมว่าแม่คือแม่”
“ผมเกลียดคุณ ผมไม่ให้อภัยคุณ”
“อย่าพูดอย่างนั้นกับแม่ แม่พลิกแผ่นดินตามหาลูกมาตลอด”
“ไม่จริง ผมได้ยินแม่ลำหับพูดถึงคุณกับผู้ชายชื่อยศพงษ์ ลุงบอกว่าคุณสองคนร่วมมือกันเอาผมไปทิ้งไว้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
“ยศพงษ์ต่างหากที่แอบขโมยลูกไปโดยที่แม่ไม่รู้”
“ผมไม่เชื่อ แม่แบบไหนที่ละเลยให้คนอื่นมาเอาลูกตัวเองไปทิ้งไว้ในที่อย่างนั้น” จักรินต่อต้านดันตัวออกจากอ้อมกอดของเฉิดเฉลา
“ฟังแม่นะจักริน แม่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ลูกฟัง”
“สัญญาได้ไหมว่าจะพูดความจริง ไม่เอาดีใส่ตัว ยกชั่วให้คนอื่น”
“แน่นอน แม่สัญญา”
จักรินใจอ่อนโผเข้ากอดเฉิดเฉลา รำพันเสียงสั่นเครือ
“ทำไมต้องปล่อยให้ผมไปอยู่กับคนอื่น ยังไงเขาก็ไม่รักเท่าลูกของเขา ทำไมต้องทำให้ชีวิตผมขาดความรัก มีแต่ปัญหา ไอ้อีคนใช้สองคนนั่นมันก็เกลียดผม มันรักแต่ไอ้คนัง ไอ้ลุงก็รักแต่คนัง ทุกคนแกล้งรักแกล้งดีกับผม ผมเจ็บที่หัวใจ เจ็บจนบอกไม่ถูก”
“แม่ขอโทษ พอแม่รู้ลูกคือจักรินแม่ก็เสี่ยงตายหาลูกจนพบ แม่ดีใจมากที่แย่งลูกมาจากคนเลวพวกนั้นได้ ยกโทษให้แม่นะลูก” เฉิดเฉลากอดหอมลูกชายด้วยความรัก จักรินไม่ตอบแต่ท่าทีบ่งบอกว่าอ่อนลง
ooooooo
ทันทีที่รถของชาตรีแล่นมาจอดหน้าบ้าน คนังประคองบริพัตรออกมาโดยมีตึ๋งหนืดกับวิเวกตามประกบพลอยลุ้นไปกับทุกคนด้วย
สิ่งที่เห็นทำให้ทุกคนตกใจ ชาตรีกับจูเนียร์ช่วยกันประคองลำหับที่โดนยิงลงจากรถ คนังผวาไปหาแม่ คนอื่นๆ ถามกันเซ็งแซ่ว่าลำหับเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น แล้วจักรินอยู่ไหน
“เราโดนพวกนั้นหักหลัง มันไม่ได้เอาจักมามันยิงลำหับ”
“แม่พลาด...แม่เสียใจ แม่ไม่ได้จักกลับมา ใจแม่จะขาดอยู่แล้วลูก”
บริพัตรเข้ามากอดลำหับแน่น ร้องไห้ไปกับเธอ คนังมองภาพนั้นนิ่งอึ้ง เข้าใจได้โดยไม่ต้องมีใครอธิบาย
“ฉันขอโทษ...”
“ไม่ต้องขอโทษ ไม่ต้องร้องไห้ เราจะตามหาเขาให้พบนะทูนหัว” บริพัตรปลอบโยนลำหับที่ร่ำไห้น้ำตานองหน้า ทุกคนหม่นหมองนิ่งเงียบกันไปหมด...
ทางด้านเฉิดเฉลากับจักริน...สองแม่ลูกกำลังทำความเข้าใจกัน เฉิดเฉลาหลอกล่อเล่าเรื่องดีๆของตน ละเว้นเรื่องร้ายๆ และเล่าเรื่องที่ทำให้ลำหับดูแย่ แต่เรื่องดีๆของเธอไม่พูดถึง สิ่งที่เฉิดเฉลาไม่ชอบที่สุดคือจักรินเกลียดทุกคนยกเว้นลำหับ จึงต้องใส่ร้ายให้เนียนที่สุด
“แม่ก็ไม่รู้ว่าเท็จจริงยังไง ลุงที่ลูกบอกนั่นจงใจขโมยลูกจากสถานเด็กกำพร้า เขาร่วมมือกับลำหับ”
“ทำไมพวกเขาถึงอยากได้ผมไปเลี้ยง ในเมื่อพวกเขาเกลียดคุณ”
“ได้โปรดอย่าสงสัยแม่ อย่าทำให้แม่เจ็บปวดมากขึ้น”
จักรินมองหน้าเฉิดเฉลาทั้งดีใจและแค้นใจ ไม่มั่นใจในความรักที่เธอพร่ำพูด
“ใจผมสลายยับเยินเกินเยียวยา นับแต่วินาทีที่ผมได้ยินพวกเขาพูดกันว่าผมไม่ใช่ลูกของเขา”
“ลำหับต้องการได้ลูกเพื่อต่อรองเรียกร้องเงินจากพ่อของลูก”
“ใครคือพ่อของผม”
“เขาเป็นอดีต ส.ส. มีหน้ามีตา มีฐานะ ใครๆก็รักก็ชื่นชม แต่เขาไปพลาดพลั้งโดนลำหับเด็กลูกคนขายชาติ ที่ย่าของลูกไปเก็บมาเลี้ยงไว้มันแย่งพ่อของลูกไปจากแม่”
“เป็นอย่างนี้เองหรือนี่ ผมเองก็หลงเชื่อว่าเขาดีงาม ถ้าอย่างนั้นคนังก็ต้องเป็นพี่ชายของผมแต่คนละแม่”
“คนังคือลูกของไอ้คนที่จักเรียกว่าลุง มันมาแอบอ้างว่าท้องกับพ่อของลูก”
“มิน่า...มันถึงรักไอ้คนังนักหนา แล้วทำไมมันถึงไม่ยอมบอกว่าเป็นลูกของมัน”
“เพราะมันต้องการให้ไอ้คนังมาเป็นลูกของพ่อจัก เพื่อรับมรดกยัยแก่”
“ใครคือยัยแก่ มาเกี่ยวข้องอะไรด้วย”
“ย่าของจักนั่นแหละ เธอเกลียดแม่ เธอหลงรักนังลำหับ เธอยุให้มันแย่งพ่อของลูกไปจากแม่”
“ทำไมไม่เคยเห็นพ่อมาที่บ้านสักครั้ง มีแต่ลุง”
“พ่อของลูกโดนนังลำหับมันให้คนของพ่อมันจับตัวไปขังไว้บนเขาเพื่อจะได้กลายเป็นคนขายชาติเหมือนพวกมัน”
“พ่อผมต้องกลายเป็นคนขายชาติงั้นหรือ”
“ภารกิจของลำหับคือลงมาจากเขาเพื่อมาหลอกให้คนอื่นขายชาติ และมันก็ทำสำเร็จ”
จักรินนิ่งคิดทบทวนเรื่องลำหับจัดห้องเพื่อต้อนรับแขกแล้วพูดโพล่ง “แขกที่กำลังจะมาพักที่บ้านนั่นเองคือพ่อผม”
“จริงหรือ จำไว้ถ้าเขาชื่อบริพัตร เขาคือพ่อของจัก”
“พ่อของผม พ่อของผมเป็นคนขายชาติ”
“เขาโดนบังคับ”
“ผมเกลียดพวกนั้น แม้แต่พ่อ”
“ฟังแม่นะจัก ทุกอย่างของพ่อคือของจักคนเดียว พวกมันมาชุบมือเปิบร่วมกันใช้เงินของจักมานานมากเกินพอแล้ว ที่มันดีกับลูกเพราะพวกมันเกาะลูกกินอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ลูกจะทิ้งเงินมากมายมหาศาลนั่นไม่ได้”
“ผมจะประจานพวกมัน”
“การประจานศัตรูไม่ช่วยให้การแก้แค้นสำเร็จ เราจะค่อยๆทำให้ศัตรูตายทั้งเป็น ให้มันเจ็บปวดทรมาน แม่จะสอนจักว่าต้องทำยังไง”
เฉิดเฉลายุแหย่และหลอกล่อสารพัดให้จักรินหลงเชื่อ เห็นสีหน้าท่าทีของเขาคล้อยตามก็ยิ่งย่ามใจ
ooooooo
ลำหับได้รับการดูแลบาดแผลจากพยาบาลคนเดิมที่ทนายพามา โดยมีบริพัตรกับคนังเฝ้าอย่างใกล้ชิดจนถึงเช้า ทนายรับปากจะพาพยาบาลมาทำแผลทุกวันจนกว่าลำหับจะหาย
หลังจากทนายและพยาบาลกลับไป ลำหับทำท่าจะบอกความจริงแก่คนังว่าบริพัตรเป็นพ่อ แต่บริพัตรส่ายหน้าเชิงห้าม และบอกลำหับเมื่ออยู่กันตามลำพังว่าเราควรรอให้จักรินกลับมาก่อนค่อยบอกพร้อมกันทีเดียว
ทางด้านเฉิดเฉลาที่พาจักรินไปยุยงเป่าหูให้เกลียดชังพวกลำหับกำลังจะพาเขากลับมาส่งบ้านในเช้านี้ โดยกำชับให้แสร้งทำดีและกอบโกยจากบริพัตรซึ่งเป็นพ่อให้มากที่สุด แต่พอจักรินถามว่ายศพงษ์คือใคร เฉิดเฉลาอ้ำอึ้งอึกอักไม่ได้คิดหาคำตอบไว้ก่อน
“อึกอักเพราะไม่อยากบอกว่าเขาคือพ่อของ...”
“เขาไม่ใช่พ่อของจัก” เฉิดเฉลารีบร้อนสวนออกไปเพราะตีความผิด พอได้ยินจักรินพูดต่อก็ลอบถอนใจโล่งอก
“เขาคือพ่อของเพ็ญโพยม อย่าปิดบังผม”
“ใช่จ้ะ”
“ผมเกลียดเขา ทำไมถึงไปคบหากับเขา เขาไม่ใช่คนดี”
“แม่ก็ไม่ชอบเขา แม่แกล้งทำดีกับเขา เพราะต้องการแก้แค้นที่เขาขโมยลูกไปทิ้งที่สถานเด็กกำพร้า”
“และผมก็ยังโดนขโมยต่อไปอีก ทุกคนทำราวกับผมไม่ใช่คน”
“แม่รักลูก แม่ถึงแค้นทุกคนที่เกี่ยวข้อง เรามาร่วมมือกันทำให้พวกลำหับและพ่อของเพ็ญโพยมไม่มีความสุข เพราะพวกเขาคือผู้พลิกชีวิตลูกจากเจ้าชายกลายเป็นเด็กอนาถา”
“ผมจะแก้แค้นพ่อของเพ็ญโพยม”
“ถูกต้อง เกลียดเขาให้มากๆ เราต้องทำสิ่งเลวร้ายตอบให้มากกว่าที่เขาทำกับลูก”
“เขาคงกระอักเลือด ถ้าผมทำให้เพ็ญโพยมรักผม ผมต้องแต่งงานกับเพ็ญโพยมให้ได้”
“ไม่ได้นะ!” เฉิดเฉลาห้ามเสียงหลงเพราะจักรินกับเพ็ญโพยมเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน แต่เธอไม่บอกความจริง อ้างว่าเพ็ญโพยมไม่ชอบจักริน แต่ชอบคนัง
“ผมจะแย่งมัน”
“ใจเย็นๆ จะแก้แค้นใคร สิบปียี่สิบปีก็ต้องรอได้ ถ้าการแก้แค้นนั้นสำเร็จ” เฉิดเฉลาโน้มน้าวและโอบกอดจักรินก่อนพาขึ้นรถไปส่งห่างจากบ้านลำหับพอสมควร จักรินยังไม่วางใจในความรักของอีกฝ่ายและอยากรู้เหตุผลว่าถ้าตนทำให้เพ็ญโพยมรักได้แล้วทำไมถึงแต่งงานกับเธอไม่ได้
“รักของเด็กๆไม่ยั่งยืน ลูกต้องได้พบผู้หญิงอีกมากมายน่ารักทั้งนั้น ลูกรวยและหล่อเลือกได้ ไม่ใช่ถูกเลือก...จำไว้”
“แต่ผมรักแท้ รักเดียว”
“อายุแค่นี้ เวลาเปลี่ยนไปจิตใจก็เปลี่ยนตาม เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่”
“แล้วจะบอกพ่อของเพ็ญโพยมไหมว่าผมคือใคร”
“บอกก็จบ แก้แค้นไม่ได้”
“ทำไมศัตรูที่คุณต้องแก้แค้นมีมากมายนัก”
“ชีวิตคือการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ก่อให้เกิดความเกลียดชังริษยาอาฆาตเมื่อไม่สมหวัง” เฉิดเฉลาหยิบเงินปึกใหญ่ยัดใส่กระเป๋ากางเกงจักรินที่แย้มยิ้มพอใจมาก “จำไว้ว่าทุกอย่างของคุณพ่อและทุกอย่างของยศพงษ์ต้องเป็นของลูก”
“ผมต้องแย่งของกับเพ็ญโพยมด้วยเหรอ”
“ถ้าเพ็ญโพยมรู้ว่าลูกคือใคร เธอก็ต้องแย่งจากลูก”
“คุณไม่ได้จดทะเบียนกับเขา จะเอาของเขามาให้ผมได้ยังไง”
“ของของแม่กับของของเขาคือของที่เราได้มาด้วยกัน มันจะไปเป็นของเขาคนเดียวไม่ได้”
“คุณกับเขาดูร่ำรวยมาก พวกคุณทำงานอะไร”
“เราทำทุกอย่างที่ได้เงิน”
“ผมอยากไปเรียนเมืองนอก ผมอยากมีรถขับ ผมอยากมีคอนโดหรูอยู่เอง”
“ทุกอย่างลูกได้แน่ถ้าขอจากคุณพ่อ รีบไปอย่าให้ใครรู้ว่าเราพบกัน อย่าให้ใครรู้ว่าแม่ช่วยลูก”
จักรินพยักหน้าแล้วจะลงจากรถ เฉิดเฉลาดึงเขาไว้ ถามว่าเมื่อไหร่จะเรียกตนว่าแม่เสียที
“วันที่ผมมั่นใจในความรักที่คุณมอบให้ว่าไม่แอบแฝงเพื่อผลประโยชน์”
คำตอบของจักรินเล่นเอาเฉิดเฉลาอึ้งงันไปทันที
ooooooo
คนังเห็นจักรินก่อนใครเพราะอยู่หน้าบ้าน เขาแสดงความดีใจที่น้องชายกลับมาอย่างปลอดภัย แต่เกิดความสงสัยเมื่อจักรินเผลอทำเงินหล่นจากกระเป๋ากางเกง
“นายไปเอาเงินมาจากไหน”
“ตอนที่หนีไอ้พวกโจรมันทะเลาะกันเอง แล้วทำเงินหล่น”
“มันมีเงินเป็นฟ่อน แล้วมันจะมาจับนายเรียกค่าไถ่ทำไมกัน”
“เฮ้ย! กลับมาแทนที่จะดีใจ ดันมาสงสัยซักไซ้ไล่เรียง จะเอายังไง ไม่อยากอยู่แล้วโว้ย บ้านนี้มีแต่คนขี้สงสัย” จักรินโวยวายกลบเกลื่อนจนคนังนิ่งเงียบทั้งที่ไม่เชื่อ วิเวกกับตึ๋งหนืดแอบมองมาพากันแปลกใจ ประเมินด้วยตาว่าเงินปึกนั้นไม่น่าต่ำกว่าห้าหมื่นบาท จักรินไปเอามาจากไหน?
ทุกคนดีใจที่จักรินกลับมาอย่างปลอดภัย จักรินเห็นสภาพพิการขาเป๋ของบริพัตรแล้วแทบรับไม่ได้ คิดในใจว่านี่หรือพ่อของเรา ทำไมทรุดโทรมอย่างนี้ นี่หรืออดีต ส.ส.มหาเศรษฐี...แต่จักรินจำใจต้องทำดีอ่อนน้อมตามที่เฉิดเฉลาแนะนำ ขอบคุณพ่อที่ยอมจ่ายเงินสิบล้านเพื่อไถ่ตัว...
เวลาเดียวกันนั้น เฉิดเฉลากลับถึงบ้านด้วยรอยยิ้มรื่นรมย์จนยศพงษ์แปลกใจ แดกดันว่าหายหัวไปทั้งคืนกลับมายิ้มตลอดเวลาเหมือนเพิ่งไปสูบกัญชามาหยกๆ
“เปล่า...ฉันก็แค่ยิ้มทำใจให้นิ่งเพื่อที่จะอยู่กับเธอโดยสงบไม่มีทะเลาะเบาะแว้ง”
“โอ้โห! เมียเราไปเข้าวัดมาหรือนี่”
“เก่งนี่ ทายถูก ฟังนะ ต่อไปนี้เราจะไม่มีปากเสียงกัน พอใจไหม”
“เยี่ยม...แล้วไงต่อ”
“เงินที่มีร่วมกัน ฉันว่าน่าจะเอาฟอกด้วยการทำอะไรให้มันเกิดประโยชน์เพื่ออนาคตของหนูเพ็ญ”
ยศพงษ์ตะลึงดึงเฉิดเฉลาเข้ามากอด เอ่ยอย่างชื่นใจ “เชื่อแล้วว่าเมื่อคืนเธอไปจำศีลมา ความคิดดีมากจ้ะ”
“งั้นเริ่มดำเนินการเลยดีไหม”
“เอาเลย เธอจัดไป แล้วมาบอกกันว่าจะทำอะไรบ้าง ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะคิดดีคิดบวกกับหนูเพ็ญมากขนาดนี้”
“ฉันปลงน่ะ ฉันตามหาลูกไม่พบก็ช่างเถอะ นึกว่าฉันชดใช้กรรมเก่ามาทุ่มเทกับคนที่เห็นๆอยู่ดีกว่า เช่นหนูเพ็ญ หนูเพ็ญแกลำบากใจที่ฉันไปไหนมาไหนกับเธอ ตัวติดกันเหมือนแฝดอินจัน”
“นี่เธอกำลังจะบอกอะไร”
“เราควรแยกกันอยู่”
“เฮ้ย! ไม่!” ยศพงษ์โวยลั่น เฉิดเฉลาเอาน้ำเย็นเข้าลูบ บอกว่าเรายังไปมาหาสู่และทำงานร่วมกันเหมือนเดิม แค่นี้เพ็ญโพยมก็จะอภัยให้เขา “ก็ได้ แต่ช่วยเอาไอ้เสกสรรไปด้วยนะ”
“ไม่มีปัญหา” เฉิดเฉลายิ้มพรายพอใจที่ยศพงษ์หลงกลตนจนได้...
จูเนียร์ย้ายมาอยู่บ้านชาตรีเพราะไม่ต้องการมีปัญหากับจักรินที่อาจไม่พอใจ สองคนยังคลางแคลงในใจเรื่องการกลับมาของจักรินที่ดูง่ายเกินไป ชาตรีเชื่อว่าจักรินโกหก เขาไม่มีความสามารถพอที่จะหนีมาเองได้แน่นอน และเชื่อด้วยว่าเฉิดเฉลาต้องเป็นคนพาจักรินไป หลังจากสืบถามจากนพแล้วได้ข้อมูลมาพอสมควร
จักรินกลับมาทำตัวดีมากจนน่าแปลกใจ ชาตรีเดาว่าเฉิดเฉลาคงพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาเข้าใจผิด... แล้วเล่าให้จูเนียร์ฟังว่า
“ตอนออกมาขึ้นรถผมพบวิเวกกับตึ๋งหนืด สองคนนั้นเห็นเงินหล่นจากกระเป๋าจักรินปึกใหญ่”
“เฉิดเฉลาให้เงินเขาเหรอ”
“ผมว่าใช่ ถ้าเป็นคนังเขาไม่เอาแน่ แต่จักรินชอบความฟุ้งเฟ้อ เขานิสัยเหมือนเฉิดเฉลาผสมกับยศพงษ์”
“ถ้ารู้ว่าพี่ใหญ่ไม่ใช่แม่ จักรินยังจะไยดีกับเธออยู่อีกไหม”
“นี่คือสิ่งที่น่าห่วงที่สุด จูเนียร์เป็นน้องของเธอ เตือนเธอด้วยนะ”
“ผมจะพยายาม แต่พี่ใหญ่จะเชื่อหรือเปล่าไม่รู้ พี่ใหญ่รักจักรินและตามใจเขาจนเคยตัวเพราะสงสาร”
“นี่คือจุดอ่อนที่จักรินย้อนเอามาใช้กับลำหับ” พูดแล้วชาตรีถอนหายใจเฮือกใหญ่ สบตาจูเนียร์ที่รู้สึกหนักใจไม่แพ้กัน
ooooooo
หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายกับลูกทั้งสองคน บริพัตรตัดสินใจให้พวกเขาไปเรียนต่อเมืองนอก จักรินดีใจมากเพราะเป็นความใฝ่ฝัน แต่สำหรับคนังปฏิเสธเพราะต้องการอยู่ดูแลพ่อแม่
ในระหว่างที่ยังไม่ได้กำหนดวันเดินทาง จักรินอ้อนขอรถใหม่ป้ายแดงหนึ่งคันสำหรับนั่งไปโรงเรียน บริพัตรตามใจลูกโดยให้วิเวกคอยขับรับส่ง ส่วนคนังที่เต็มใจโดนไล่ออกจากโรงเรียนเดิมก็เตรียมหาที่เรียนใหม่
ชาตรีไม่สบายใจที่บริพัตรเอาใจและตามใจจักรินมากเกินไป บริพัตรอาจต้องการชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปสิบสองปีที่จากกัน แต่ถ้าทำแบบนี้จักรินจะเรียกร้องไม่สิ้นสุด ชาตรีกับจูเนียร์เห็นพ้องต้องกันว่าลำหับควรจะรีบบอกความจริงกับเด็กสองคนให้เร็วที่สุด
ลำหับตกลงตามที่ชาตรีแนะนำ แต่เธอไม่ได้บอกความจริงว่าจักรินคือลูกของเฉิดเฉลา บอกแต่ว่าเขาคือลูกของบริพัตรเช่นเดียวกับคนัง จักรินได้ฟังยิ่งนอบน้อมต่อบริพัตรมากขึ้นไปอีก ประจบเอาใจจนพ่อหลงใหลได้ปลื้ม ลำหับเห็นแล้วอิ่มใจที่ครอบครัวของตนกำลังมีความสุข ต่างจากชาตรีกับจูเนียร์ที่ยังระแวง ไม่ไว้วางใจในพฤติกรรมแสนดีของจักริน
เฉิดเฉลาขนของออกจากบ้านยศพงษ์ตามที่ตกลงกันไว้ โดยเอาเสกสรรมาอยู่ด้วยกันที่บ้านใหม่ แล้วเธอก็วนเวียนป้วนเปี้ยนพบเจอจักรินแทบทุกวัน รู้ความเป็นไปก็กระหยิ่มยิ้มย่อง คาดหวังว่าในไม่ช้าจักรินต้องได้ทรัพย์สมบัติของบริพัตรมาทั้งหมด
ด้านเพ็ญโพยมที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับปู่เดียวและแม่เริ่มไม่กี่วันก็คิดถึงคนัง กอปรกับโรคประจำตัวของเธอกำเริบจนเป็นลม ทุกคนจึงพากันกลับเมืองไทย
เมื่อกลับมาเรียนหนังสือ เพ็ญโพยมเจอจักรินแต่ไม่มีคนังที่โดนไล่ออก เธอเป็นห่วงคนังมาก อยากพูดคุยเพื่อให้เขากลับมาเรียนหนังสือเหมือนเดิม หรือไม่ก็ไปเรียนเมืองนอกด้วยกัน เพราะเธอเองก็มีโครงการเรียนต่อเมืองนอกอยู่แล้ว
จักรินไม่พอใจที่เพ็ญโพยมต้องการให้คนังไปเรียนเมืองนอกจึงคิดการณ์ใหญ่และได้เฉิดเฉลายุยงส่งเสริมให้กำจัดคนังด้วยการใช้ปลาช่อนงูเห่า ซึ่งมีพิษร้ายแรงที่เฉิดเฉลาเป็นคนจัดหาปล่อยลงสระบัวบริเวณบ้าน
“คืนนี้แม่จะส่งข้อความไปหา จักช่วยจัดการหาทางให้คนของแม่เข้าไปในบริเวณบ้านให้ได้นะ”
“ครับ”
“แม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก ลูกยังไม่ยอมเรียกแม่ว่าแม่อีกหรือ”
“ขอเวลาผมทำใจให้ได้ก่อน ในหัวผมยังมีคำถามค้างคาใจว่าทำไมแม่ถึงเผอเรอให้เขามาเอาผมไปได้”
เฉิดเฉลาฟังแล้วหน้าเจื่อน นิ่งเงียบไป หลังจากนั้นไม่นานเธอขับรถมาส่งจักรินตรงทางเข้าบ้าน กอดหอมลูกชายแล้วพูดเอาใจว่าแม่ต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนลูกไปเมืองนอก
“ถ้าไม่มีคนังมาขัดขวาง เรื่องระหว่างผมกับเพ็ญโพยมคงง่ายขึ้น”
“ก็ใช่นะ แต่แม่ขออย่ามีความสัมพันธ์ที่เกินเลย ไม่เหมาะสม”
“ทำไม”
“มันสำคัญมาก”
“พูดราวกับว่าผมกับเพ็ญโพยมเป็นแฟนกันไม่ได้”
“เป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทช่วยเหลือดูกันไปก่อน พ่อของเพ็ญโพยมร้ายกาจมาก ถ้าไปทำอะไรลูกเขา ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหนเขาตามฆ่าได้ เขาใจร้ายมาก”
“ก็ได้”
“ดีมาก หลังจากที่ลูกกับแม่แก้แค้นยศพงษ์สำเร็จ แม่มีเรื่องสำคัญอีกเรื่องจะบอกลูก”
“ความลับของคุณช่างมากมายจนผมสับสนไปหมด”
“ชีวิตนี้แม่ทำเพื่อจัก แม่รักจักมากนะ...ตอบให้แม่ได้ยินสักคำได้ไหมว่าจักก็รักแม่”
“คุณเคยคิดว่ามีลูกคนไหนบ้างที่ไม่อยากจะรักจะโหยหาแม่ แม้ว่าแม่จะไม่ไยดีเขา ผมขอเวลารักษาแผลที่หัวใจให้หายก่อน”
จักรินลงจากรถเดินลิ่วไป เฉิดเฉลามองตามน้ำตาคลอ พึมพำด้วยความโกรธแค้น
“ยศพงษ์...เธอทำให้ลูกไม่รักไม่เชื่อใจฉัน”
ooooooo
เพ็ญโพยมไม่ค่อยยินดียินร้ายที่เฉิดเฉลา ย้ายออกจากบ้านยศพงษ์แล้ว เพราะเธอกำลังให้ปู่เดียวทำเรื่องขอโอนที่เรียนไปอังกฤษ จักรินจะไปอังกฤษเหมือนกัน เย็นนี้เขาถามคนังว่าอยากไปเรียนด้วยกันไหม คนังยืนยันคำเดิมว่าไม่ และได้บอกพ่อกับแม่แล้วด้วย จักรินสมใจแต่ถึงยังไงก็ไม่เปลี่ยนใจที่จะกำจัดคนังเพื่อยึดทรัพย์สมบัติของบริพัตรมาเป็นของตนเพียงคนเดียว
ค่ำนั้น จักรินเปิดทางให้สมุนของเฉิดเฉลานำปลาช่อนงูเห่าที่หน้าตาคล้ายปลาช่อนผสมงูเห่าเข้ามาปล่อยลงสระบัว หากสัตว์ชนิดนี้กัดใครแน่นอนว่าต้องตายถ้ารักษาไม่ทันท่วงที
เช้าวันรุ่งขึ้นจักรินแสร้งทำดีชวนคนังนั่งรถไปโรงเรียนด้วยกันเพื่อไปพบเพ็ญโพยมตามความต้องการของเธอ แต่ไม่ว่าเธอจะกล่อมยังไงคนังก็ไม่เปลี่ยนใจไปเรียนเมืองนอก แถมยังบอกลาเธอแล้วหนีหน้ามาทันที
ส่วนที่บ้านลำหับ...เมื่อคืนบริพัตรเห็นจักรินทำซองบุหรี่หล่นในสระบัว เช้านี้เขาพยายามใช้ไม้เขี่ยมันขึ้นมาแต่ไม่สำเร็จแถมตัวเองเกือบหล่นลงไป โชคดีที่ชาตรีรั้งตัวไว้ทัน ลำหับรู้เรื่องบ่นเป็นกระบุงที่บริพัตรเสี่ยงเกินไป ถ้าไม่มีใครเห็นคงแย่
“ฉันขอโทษ ฉันแค่จะไปเขี่ยซองบุหรี่นั่นทิ้ง เพราะรู้ว่าเธอเห็นแล้วเสียใจ”
“ให้พี่วิเวกไปเขี่ยก็ได้ค่ะ”
“เอาล่ะๆ เราคุยเรื่องอื่นดีกว่า” ชาตรีแทรกขึ้น “เรื่องไปเรียนอังกฤษของจักริน ผมสอบถามให้แล้วไม่มีปัญหา เขาเรียนโรงเรียนอินเตอร์จากที่นี่ไป เป็นสาขาของโรงเรียนที่นั่นอยู่แล้ว”
“ส่งไปให้เร็วที่สุดได้ไหมคะ คือหนูกลัวว่าเฉิดเฉลาจะหลอกล่อให้เขาเข้าใจอะไรผิดๆ”
“นั่นสิครับ ถึงแม้ว่าจะต้องคิดถึงเพราะเขาอยู่ไกล ยังดีกว่าเขาอยู่กับเราแล้วไม่ปลอดภัย”
ชาตรีเห็นด้วยกับทั้งคู่ และแนะนำว่าเพ็ญโพยมที่จะไปเรียนด้วยกันน่าจะเตือนจักรินเรื่องสูบบุหรี่ได้ด้วย เธอเป็นเด็กดีมีน้ำใจ ซึ่งเรื่องนี้คนังต้องช่วยพูดกับเธอ
ooooooo
เฉิดเฉลารอรับจักรินที่โรงเรียนแล้วพามาแนะนำให้รู้จักเสกสรรที่บ้านหลังใหม่ของเธอ เพียงแรกเจอสองหนุ่มก็มองหน้ากันอย่างไม่ถูกชะตา
“รู้จักกันไว้นะ นี่จักริน นั่นเสกสรร”
“จักริน...ลูกชายสุดที่รักของคุณแม่ที่ตามหาไปจนถึงดาวอังคารแทบจะเป็นบ้าตาย”
“ระวังคำพูดหน่อยเสกสรร...นั่งสิ จักริน”
จักรินเดินไปนั่งตามที่เฉิดเฉลาบอก แต่เสกสรรไม่เชื่อฟังเธอ ยังตามตอแยจักรินไม่เลิกรา
“จักริน นายรู้ไหม คุณแม่ของนายเขาไม่เป็นอันกินอันนอนเพราะรักและเป็นห่วงนาย แต่เราสิ เขาเลี้ยง เรามาตั้งแต่เกิดเขายังรักและเป็นห่วงเราไม่ได้เศษเสี้ยวของนาย เพราะเรามันแค่เด็กกากที่เขาเก็บมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
จักรินฟังแล้วนึกถึงตัวเอง และรู้สึกดีขึ้นกับเฉิดเฉลา
“เสกสรร...แม่ขอร้องแล้วทำไมยังเมาอีก ไปนอนนะ แม่มีธุระจะคุยกับจักริน” เฉิดเฉลาปรามอย่างใจเย็น
“โอเค ไล่กันแล้วนี่ ไปก่อนนะจักริน ขอให้กินความรักจนกระอักไปเลย คุณแม่น่ะรักแรงเกลียดแรงสะท้านโลก”
เสกสรรประชดประชันแล้วเดินตัวเอียงออกไป จักรินเห็นท่าเดินก็รู้ว่าเขาเมา ซึ่งเฉิดเฉลายอมรับว่าเขาแอบเสพยามา
“เมื่อกี้เขาเรียกคุณว่าคุณแม่”
“ใช่ เขาเป็นลูกเลี้ยงของลุงที่เป็นญาติของแม่ ลุงตาย แม่เลยรับเลี้ยงเขาเป็นลูก”
“ท่าทางจะตกที่นั่งเดียวกับผม แต่ก็ขอบคุณเขาที่พูดเรื่องคุณกับผม ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น”
“เขาน้อยใจว่าแม่ตามหาจักริน รักจักและเป็นห่วงจัก”
“ขอบคุณ...เมื่อคืนผมเห็นไอ้ปลานั่นมันหน้าตาน่ากลัวมาก”
“พิษสงมันยิ่งน่ากลัว ลูกต้องทำให้คนังลงไปในสระนั่นให้ได้”
“เพื่อให้โดนปลานั่นกัด” จักรินพูดโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหวาดกลัวในความผิดเฉิดเฉลายิ้มกว้างอย่างพอใจ
ooooooo
รามที่อยู่บนเขายังคงส่งสมุนติดตามค้นหาพวกลำหับและจูเนียร์ แล้ววันนี้สมุนก็พบเบาะแสเห็นจูเนียร์กับคนังอยู่ด้วยกัน อีกทั้งพวกสมุนยังไปได้รูปถ่ายของเพ็ญโพยมลูกสาวของยศพงษ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายค้าขายสิ่งผิดกฎหมายและฟอกเงิน
รามสั่งสมุนให้ตามจับจูเนียร์กับคนังเพื่อเป็นใบเบิกทางไปถึงลำหับกับบริพัตร โดยไม่รู้ว่าเวลานี้พวกเขากำลังเป็นครอบครัวสุขสันต์ อยู่กันพร้อมหน้ามีกิจกรรมทำร่วมกันแทบทุกวัน
จูเนียร์สอนคนังตกปลาและจะหาโอกาสพาหลานชายออกทะเลในระหว่างที่หยุดพักการเรียน แต่วันนี้สอนวิธีตกเบ็ดในสระบัวก่อน ลำหับเห็นแล้วยิ้มร่า เปรยว่าน้าหลานสนุกกันใหญ่ บริพัตรมีความสุขแต่อดเตือนลูกชายไม่ได้ว่า “อย่าสนุกจนลืมไปหาที่เรียนใหม่นะลูก”
“ผมอยากเรียนด้วยตัวเองที่บ้านได้ไหมครับแม่”
“แม่ก็เคยเรียนด้วยตัวเองที่บ้านแล้วไปสอบเทียบเอา”
“แม่ลูกเหมือนกันเปี๊ยบ แม่ว่ายังไงพ่อก็ว่าตามนั้น” บริพัตรเอ่ยอย่างอารมณ์ดี คนังขอบคุณทั้งพ่อและแม่ แล้วขะมักเขม้นเรียนรู้วิธีตกเบ็ดจากน้าชาย
จักรินไปโรงเรียนแต่ยังไม่ได้เข้าเรียนเพราะเฉิดเฉลามาดักเจอ เฉิดเฉลามุ่งมั่นเรื่องกำจัดคนังแต่ยังคิดวิธีไม่ออก จึงฝากจักรินไปลองหาทางดู...ว่าแล้วเธอดึงลูกชายมากอดหอม แต่อีกฝ่ายเฉยเมยจนน่าน้อยใจ
“จะแกล้งแม่ไปถึงไหน อย่าใจร้ายกับแม่นักเลย ชีวิตนี้แม่มีแต่ลูกเท่านั้น”
“อย่าลืมเสกสรร เก็บเขามาจากกองขยะ ระวังเขาจะรักใครไม่เป็น จะเกลียดทุกคนแม้แต่ตัวเอง”
เฉิดเฉลาหน้าเศร้า จักรินยื่นจมูกมาชนแก้มเธอเบาๆแล้วลงจากรถไปเจอเพ็ญโพยมยืนรออยู่มุมหนึ่งในโรงเรียน
“หนีโรงเรียนไปไหนมา”
“ไม่ได้หนี ก็จะไม่เรียนแล้ว อยากไปไหนก็ไปบ้างสิ”
“ทำความประพฤติให้ดีๆ จะได้มีคะแนนดีๆไปให้โรงเรียนที่นั่นเขาเห็น”
“ขอบใจที่เป็นห่วง” จักรินยิ้มหน้าบาน พลันหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเพ็ญโพยมถามหาคนังว่าไม่มาด้วยหรือ “ที่แท้มาดักรอเพราะอยากเจอไอ้คนัง”
เขาแอบบ่นแล้วทำท่าจะคุยกับเธอต่อไปอีก แต่เธอเดินหนีมาขึ้นรถตัวเองหน้าตาเฉย
ooooooo










