นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พญาโศก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ในขณะที่เฉิดเฉลาเฝ้ารอเบาะแสของจักรินจากสมุนอย่างร้อนรนกระวนกระวาย ทันใดนั้น เสกสรรเมายาเดินเข้ามาชี้หน้า ตะโกนว่า

    “คนเห็นแก่ตัว ไม่รักไม่ไยดี แล้วไปเก็บผมมาทำไม เพราะได้ประโยชน์จากชีวิตโง่ๆของผมใช่มั้ย”

    “เมาก็ไปนอนซะ”

    “ไม่! จะไปเมาต่อ จะเมาให้มันตายไปเลย เกิดมาทำไมกัน เกิดมาให้กลายเป็นเหยื่อความโลภของคนเห็นแก่ได้”

    “แม่ขอโทษ แม่ไม่ได้เกลียดชังเสก แม่แค่ไม่มีเวลาดูแลเสก”

    “ไม่ต้องมาแก้ตัว ทำกับลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่แบบนี้น่ะสิ ลูกตัวเองถึงกลายเป็นเด็กหาพ่อหาแม่ไม่เจอ สะใจจริงๆ ขอให้หาลูกไม่พบไปจนตาย”

    เฉิดเฉลาโกรธจนตัวสั่น ตบหน้าเสกสรรอย่างแรง แล้วแผดเสียงว่าแช่งกันทำไม เสกสรรน้อยใจร่ำไห้และท้าทายแม่เสียงดังลั่นบ้าน

    “ตบอีกสิ ตบให้ตายก็จะไม่เลิกแช่ง”

    เฉิดเฉลายังคงคร่ำครวญเป็นห่วงจักริน เมื่อสมุนติดต่อแจ้งเบาะแสมาเธอจึงผละจากเสกสรรไปทันที

    ทิ้งให้เสกสรรตีอกชกตัวด้วยความน้อยใจอยู่ตรงนั้น...

    ในขณะที่เฉิดเฉลากับสมุนสองคนมุ่งหน้าไปยังบ้านที่จักรินถูกโจรเรียกค่าไถ่จับตัวไว้ ลำหับอยู่ในระหว่างการเดินทางเช่นกัน โดยมีชาตรีกับจูเนียร์นั่งรถอีกคันตามมาห่างๆ

    เฉิดเฉลาไปถึงก่อน เธอให้สมุนเข้าไปจัดการกับโจรเรียกค่าไถ่แล้วชิงตัวจักรินมาได้ พอรู้ว่าโจรเรียกเงินสิบล้านจากลำหับ เธอวางแผนให้สมุนได้เงินจำนวนนั้นด้วยการเอาชุดนักเรียนของจักรินให้สมุนคนหนึ่งใส่และใช้ถุงดำคลุมหัวไม่ให้เห็นหน้าเพื่อหลอกเอาเงินค่าไถ่ ส่วนจักรินให้ใส่ชุดอื่นที่เธอเตรียมมาแล้วพาขึ้นรถจากไป

    แต่เหตุการณ์ไม่ง่ายอย่างที่เฉิดเฉลาวางแผนเพราะลำหับไม่ได้มาคนเดียว และลำหับก็จดจำทุกอย่างเกี่ยวกับจักรินได้ คนร้ายใส่ชุดนักเรียนของจักรินก็จริงแต่พลาดตรงรองเท้าที่ไม่ใช่!

    เมื่อรู้ว่าคนร้ายตบตาพาใครไม่รู้มาแลกเงินค่าไถ่ ลำหับไม่ยอมแน่ๆ ชาตรีกับจูเนียร์ก็เช่นกัน สองคนออกจากที่ซ่อนตัวพุ่งเข้ามาช่วยกันจัดการสมุนของเฉิดเฉลา ส่วนโจรเรียกค่าไถ่หนีเอาตัวรอดหัวซุกหัวซุนไป

    ลำหับพลาดถูกยิงบาดเจ็บเล็กน้อยก่อนที่ชาตรีกับจูเนียร์จะจัดการสมุนสองคนของเฉิดเฉลาอยู่หมัด เวลาเดียวกันนั้นบริพัตรกับคนังเฝ้ารอการกลับมาของพวกลำหับอย่างมีความหวัง คิดว่าป่านนี้คงเรียบร้อยแล้ว

    บริพัตรได้ยินคนังชื่นชมแม่กับลุงเก่งมาก จึงถามเด็กหนุ่มว่ารักลุงมากใช่ไหม คนังตอบโดยไม่ต้องคิดว่ารักมากที่สุด บริพัตรฟังแล้วสะท้อนใจอยากรู้ว่ารักมากกว่าพ่อหรือเปล่า

    “ลุงเปรียบเหมือนพ่อของผม ตั้งแต่เริ่มจำความได้ผู้ชายที่ปกป้องดูแลผมกับจักนอกจากแม่ก็คือลุง ลุงสอนผมทุกอย่าง”

    “แล้วแม่เคยพูดถึงพ่อของคนังบ้างไหม”

    “แม่บอกว่าพ่อเป็นคนดีมาก”

    “แม่บอกอะไรอีก”

    “แม่บอกให้ผมรักน้องมากๆ เสียสละปกป้องน้อง แม่สอนผมว่าถ้าจะให้อะไรใครสักอย่างต้องให้สิ่งที่ดีสุดกับเขา”

    “ถ้ามันมีสองสิ่ง คนังกับน้องชอบเหมือนกันจะทำยังไง”

    “ก็ให้สิ่งที่เขาชอบสิครับ”

    “แล้วคนังไม่เสียดายเหรอ”

    “ผมเสียดายที่เขาจะผิดหวังที่ไม่ได้ของที่อยากได้มากกว่าครับ”

    บริพัตรส่งสายตารักใคร่ชื่นชมคนังอย่างเปิดเผย “ลำหับกับลุงสอนคนังได้ดีที่สุด น่าจะดีกว่าคนที่เป็นพ่อของคนังอีกนะ”

    “พ่อผมก็คงสอนแบบเดียวกันนี้ล่ะครับ ผมมั่นใจ”

    บริพัตรฟังแล้วตื้นตันจนพูดไม่ออก...คนังช่างดีงามทั้งการกระทำและความคิด

    ooooooo

    เฉิดเฉลาพาจักรินไปหาที่คุยส่วนตัวกันสองคน... จักรินมั่นใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้คือแม่ เรียกชื่อของเธอออกมาเต็มปากเต็มคำ

    “คุณชื่อเฉิดเฉลา...”

    “เธอรู้?”

    จักรินพยักหน้าแทนคำตอบ เฉิดเฉลาดีใจดึงเขามากอดพร้อมกับรำพันทั้งน้ำตา

    “ลูกรัก...ลูกรู้มาตลอดใช่ไหมว่าแม่คือแม่”

    “ผมเกลียดคุณ ผมไม่ให้อภัยคุณ”

    “อย่าพูดอย่างนั้นกับแม่ แม่พลิกแผ่นดินตามหาลูกมาตลอด”

    “ไม่จริง ผมได้ยินแม่ลำหับพูดถึงคุณกับผู้ชายชื่อยศพงษ์ ลุงบอกว่าคุณสองคนร่วมมือกันเอาผมไปทิ้งไว้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”

    “ยศพงษ์ต่างหากที่แอบขโมยลูกไปโดยที่แม่ไม่รู้”

    “ผมไม่เชื่อ แม่แบบไหนที่ละเลยให้คนอื่นมาเอาลูกตัวเองไปทิ้งไว้ในที่อย่างนั้น” จักรินต่อต้านดันตัวออกจากอ้อมกอดของเฉิดเฉลา

    “ฟังแม่นะจักริน แม่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ลูกฟัง”

    “สัญญาได้ไหมว่าจะพูดความจริง ไม่เอาดีใส่ตัว ยกชั่วให้คนอื่น”

    “แน่นอน แม่สัญญา”

    จักรินใจอ่อนโผเข้ากอดเฉิดเฉลา รำพันเสียงสั่นเครือ

    “ทำไมต้องปล่อยให้ผมไปอยู่กับคนอื่น ยังไงเขาก็ไม่รักเท่าลูกของเขา ทำไมต้องทำให้ชีวิตผมขาดความรัก มีแต่ปัญหา ไอ้อีคนใช้สองคนนั่นมันก็เกลียดผม มันรักแต่ไอ้คนัง ไอ้ลุงก็รักแต่คนัง ทุกคนแกล้งรักแกล้งดีกับผม ผมเจ็บที่หัวใจ เจ็บจนบอกไม่ถูก”

    “แม่ขอโทษ พอแม่รู้ลูกคือจักรินแม่ก็เสี่ยงตายหาลูกจนพบ แม่ดีใจมากที่แย่งลูกมาจากคนเลวพวกนั้นได้ ยกโทษให้แม่นะลูก” เฉิดเฉลากอดหอมลูกชายด้วยความรัก จักรินไม่ตอบแต่ท่าทีบ่งบอกว่าอ่อนลง

    ooooooo

    ทันทีที่รถของชาตรีแล่นมาจอดหน้าบ้าน คนังประคองบริพัตรออกมาโดยมีตึ๋งหนืดกับวิเวกตามประกบพลอยลุ้นไปกับทุกคนด้วย

    สิ่งที่เห็นทำให้ทุกคนตกใจ ชาตรีกับจูเนียร์ช่วยกันประคองลำหับที่โดนยิงลงจากรถ คนังผวาไปหาแม่ คนอื่นๆ ถามกันเซ็งแซ่ว่าลำหับเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น แล้วจักรินอยู่ไหน

    “เราโดนพวกนั้นหักหลัง มันไม่ได้เอาจักมามันยิงลำหับ”

    “แม่พลาด...แม่เสียใจ แม่ไม่ได้จักกลับมา ใจแม่จะขาดอยู่แล้วลูก”

    บริพัตรเข้ามากอดลำหับแน่น ร้องไห้ไปกับเธอ คนังมองภาพนั้นนิ่งอึ้ง เข้าใจได้โดยไม่ต้องมีใครอธิบาย

    “ฉันขอโทษ...”

    “ไม่ต้องขอโทษ ไม่ต้องร้องไห้ เราจะตามหาเขาให้พบนะทูนหัว” บริพัตรปลอบโยนลำหับที่ร่ำไห้น้ำตานองหน้า ทุกคนหม่นหมองนิ่งเงียบกันไปหมด...

    ทางด้านเฉิดเฉลากับจักริน...สองแม่ลูกกำลังทำความเข้าใจกัน เฉิดเฉลาหลอกล่อเล่าเรื่องดีๆของตน ละเว้นเรื่องร้ายๆ และเล่าเรื่องที่ทำให้ลำหับดูแย่ แต่เรื่องดีๆของเธอไม่พูดถึง สิ่งที่เฉิดเฉลาไม่ชอบที่สุดคือจักรินเกลียดทุกคนยกเว้นลำหับ จึงต้องใส่ร้ายให้เนียนที่สุด

    “แม่ก็ไม่รู้ว่าเท็จจริงยังไง ลุงที่ลูกบอกนั่นจงใจขโมยลูกจากสถานเด็กกำพร้า เขาร่วมมือกับลำหับ”

    “ทำไมพวกเขาถึงอยากได้ผมไปเลี้ยง ในเมื่อพวกเขาเกลียดคุณ”

    “ได้โปรดอย่าสงสัยแม่ อย่าทำให้แม่เจ็บปวดมากขึ้น”

    จักรินมองหน้าเฉิดเฉลาทั้งดีใจและแค้นใจ ไม่มั่นใจในความรักที่เธอพร่ำพูด

    “ใจผมสลายยับเยินเกินเยียวยา นับแต่วินาทีที่ผมได้ยินพวกเขาพูดกันว่าผมไม่ใช่ลูกของเขา”

    “ลำหับต้องการได้ลูกเพื่อต่อรองเรียกร้องเงินจากพ่อของลูก”

    “ใครคือพ่อของผม”

    “เขาเป็นอดีต ส.ส. มีหน้ามีตา มีฐานะ ใครๆก็รักก็ชื่นชม แต่เขาไปพลาดพลั้งโดนลำหับเด็กลูกคนขายชาติ ที่ย่าของลูกไปเก็บมาเลี้ยงไว้มันแย่งพ่อของลูกไปจากแม่”

    “เป็นอย่างนี้เองหรือนี่ ผมเองก็หลงเชื่อว่าเขาดีงาม ถ้าอย่างนั้นคนังก็ต้องเป็นพี่ชายของผมแต่คนละแม่”

    “คนังคือลูกของไอ้คนที่จักเรียกว่าลุง มันมาแอบอ้างว่าท้องกับพ่อของลูก”

    “มิน่า...มันถึงรักไอ้คนังนักหนา แล้วทำไมมันถึงไม่ยอมบอกว่าเป็นลูกของมัน”

    “เพราะมันต้องการให้ไอ้คนังมาเป็นลูกของพ่อจัก เพื่อรับมรดกยัยแก่”

    “ใครคือยัยแก่ มาเกี่ยวข้องอะไรด้วย”

    “ย่าของจักนั่นแหละ เธอเกลียดแม่ เธอหลงรักนังลำหับ เธอยุให้มันแย่งพ่อของลูกไปจากแม่”

    “ทำไมไม่เคยเห็นพ่อมาที่บ้านสักครั้ง มีแต่ลุง”

    “พ่อของลูกโดนนังลำหับมันให้คนของพ่อมันจับตัวไปขังไว้บนเขาเพื่อจะได้กลายเป็นคนขายชาติเหมือนพวกมัน”

    “พ่อผมต้องกลายเป็นคนขายชาติงั้นหรือ”

    “ภารกิจของลำหับคือลงมาจากเขาเพื่อมาหลอกให้คนอื่นขายชาติ และมันก็ทำสำเร็จ”

    จักรินนิ่งคิดทบทวนเรื่องลำหับจัดห้องเพื่อต้อนรับแขกแล้วพูดโพล่ง “แขกที่กำลังจะมาพักที่บ้านนั่นเองคือพ่อผม”

    “จริงหรือ จำไว้ถ้าเขาชื่อบริพัตร เขาคือพ่อของจัก”

    “พ่อของผม พ่อของผมเป็นคนขายชาติ”

    “เขาโดนบังคับ”

    “ผมเกลียดพวกนั้น แม้แต่พ่อ”

    “ฟังแม่นะจัก ทุกอย่างของพ่อคือของจักคนเดียว พวกมันมาชุบมือเปิบร่วมกันใช้เงินของจักมานานมากเกินพอแล้ว ที่มันดีกับลูกเพราะพวกมันเกาะลูกกินอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ลูกจะทิ้งเงินมากมายมหาศาลนั่นไม่ได้”

    “ผมจะประจานพวกมัน”

    “การประจานศัตรูไม่ช่วยให้การแก้แค้นสำเร็จ เราจะค่อยๆทำให้ศัตรูตายทั้งเป็น ให้มันเจ็บปวดทรมาน แม่จะสอนจักว่าต้องทำยังไง”

    เฉิดเฉลายุแหย่และหลอกล่อสารพัดให้จักรินหลงเชื่อ เห็นสีหน้าท่าทีของเขาคล้อยตามก็ยิ่งย่ามใจ

    ooooooo

    ลำหับได้รับการดูแลบาดแผลจากพยาบาลคนเดิมที่ทนายพามา โดยมีบริพัตรกับคนังเฝ้าอย่างใกล้ชิดจนถึงเช้า ทนายรับปากจะพาพยาบาลมาทำแผลทุกวันจนกว่าลำหับจะหาย

    หลังจากทนายและพยาบาลกลับไป ลำหับทำท่าจะบอกความจริงแก่คนังว่าบริพัตรเป็นพ่อ แต่บริพัตรส่ายหน้าเชิงห้าม และบอกลำหับเมื่ออยู่กันตามลำพังว่าเราควรรอให้จักรินกลับมาก่อนค่อยบอกพร้อมกันทีเดียว

    ทางด้านเฉิดเฉลาที่พาจักรินไปยุยงเป่าหูให้เกลียดชังพวกลำหับกำลังจะพาเขากลับมาส่งบ้านในเช้านี้ โดยกำชับให้แสร้งทำดีและกอบโกยจากบริพัตรซึ่งเป็นพ่อให้มากที่สุด แต่พอจักรินถามว่ายศพงษ์คือใคร เฉิดเฉลาอ้ำอึ้งอึกอักไม่ได้คิดหาคำตอบไว้ก่อน

    “อึกอักเพราะไม่อยากบอกว่าเขาคือพ่อของ...”

    “เขาไม่ใช่พ่อของจัก” เฉิดเฉลารีบร้อนสวนออกไปเพราะตีความผิด พอได้ยินจักรินพูดต่อก็ลอบถอนใจโล่งอก

    “เขาคือพ่อของเพ็ญโพยม อย่าปิดบังผม”

    “ใช่จ้ะ”

    “ผมเกลียดเขา ทำไมถึงไปคบหากับเขา เขาไม่ใช่คนดี”

    “แม่ก็ไม่ชอบเขา แม่แกล้งทำดีกับเขา เพราะต้องการแก้แค้นที่เขาขโมยลูกไปทิ้งที่สถานเด็กกำพร้า”

    “และผมก็ยังโดนขโมยต่อไปอีก ทุกคนทำราวกับผมไม่ใช่คน”

    “แม่รักลูก แม่ถึงแค้นทุกคนที่เกี่ยวข้อง เรามาร่วมมือกันทำให้พวกลำหับและพ่อของเพ็ญโพยมไม่มีความสุข เพราะพวกเขาคือผู้พลิกชีวิตลูกจากเจ้าชายกลายเป็นเด็กอนาถา”

    “ผมจะแก้แค้นพ่อของเพ็ญโพยม”

    “ถูกต้อง เกลียดเขาให้มากๆ เราต้องทำสิ่งเลวร้ายตอบให้มากกว่าที่เขาทำกับลูก”

    “เขาคงกระอักเลือด ถ้าผมทำให้เพ็ญโพยมรักผม ผมต้องแต่งงานกับเพ็ญโพยมให้ได้”

    “ไม่ได้นะ!” เฉิดเฉลาห้ามเสียงหลงเพราะจักรินกับเพ็ญโพยมเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน แต่เธอไม่บอกความจริง อ้างว่าเพ็ญโพยมไม่ชอบจักริน แต่ชอบคนัง

    “ผมจะแย่งมัน”

    “ใจเย็นๆ จะแก้แค้นใคร สิบปียี่สิบปีก็ต้องรอได้ ถ้าการแก้แค้นนั้นสำเร็จ” เฉิดเฉลาโน้มน้าวและโอบกอดจักรินก่อนพาขึ้นรถไปส่งห่างจากบ้านลำหับพอสมควร จักรินยังไม่วางใจในความรักของอีกฝ่ายและอยากรู้เหตุผลว่าถ้าตนทำให้เพ็ญโพยมรักได้แล้วทำไมถึงแต่งงานกับเธอไม่ได้

    “รักของเด็กๆไม่ยั่งยืน ลูกต้องได้พบผู้หญิงอีกมากมายน่ารักทั้งนั้น ลูกรวยและหล่อเลือกได้ ไม่ใช่ถูกเลือก...จำไว้”

    “แต่ผมรักแท้ รักเดียว”

    “อายุแค่นี้ เวลาเปลี่ยนไปจิตใจก็เปลี่ยนตาม เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่”

    “แล้วจะบอกพ่อของเพ็ญโพยมไหมว่าผมคือใคร”

    “บอกก็จบ แก้แค้นไม่ได้”

    “ทำไมศัตรูที่คุณต้องแก้แค้นมีมากมายนัก”

    “ชีวิตคือการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ก่อให้เกิดความเกลียดชังริษยาอาฆาตเมื่อไม่สมหวัง” เฉิดเฉลาหยิบเงินปึกใหญ่ยัดใส่กระเป๋ากางเกงจักรินที่แย้มยิ้มพอใจมาก “จำไว้ว่าทุกอย่างของคุณพ่อและทุกอย่างของยศพงษ์ต้องเป็นของลูก”

    “ผมต้องแย่งของกับเพ็ญโพยมด้วยเหรอ”

    “ถ้าเพ็ญโพยมรู้ว่าลูกคือใคร เธอก็ต้องแย่งจากลูก”

    “คุณไม่ได้จดทะเบียนกับเขา จะเอาของเขามาให้ผมได้ยังไง”

    “ของของแม่กับของของเขาคือของที่เราได้มาด้วยกัน มันจะไปเป็นของเขาคนเดียวไม่ได้”

    “คุณกับเขาดูร่ำรวยมาก พวกคุณทำงานอะไร”

    “เราทำทุกอย่างที่ได้เงิน”

    “ผมอยากไปเรียนเมืองนอก ผมอยากมีรถขับ ผมอยากมีคอนโดหรูอยู่เอง”

    “ทุกอย่างลูกได้แน่ถ้าขอจากคุณพ่อ รีบไปอย่าให้ใครรู้ว่าเราพบกัน อย่าให้ใครรู้ว่าแม่ช่วยลูก”

    จักรินพยักหน้าแล้วจะลงจากรถ เฉิดเฉลาดึงเขาไว้ ถามว่าเมื่อไหร่จะเรียกตนว่าแม่เสียที

    “วันที่ผมมั่นใจในความรักที่คุณมอบให้ว่าไม่แอบแฝงเพื่อผลประโยชน์”

    คำตอบของจักรินเล่นเอาเฉิดเฉลาอึ้งงันไปทันที

    ooooooo

    คนังเห็นจักรินก่อนใครเพราะอยู่หน้าบ้าน เขาแสดงความดีใจที่น้องชายกลับมาอย่างปลอดภัย แต่เกิดความสงสัยเมื่อจักรินเผลอทำเงินหล่นจากกระเป๋ากางเกง

    “นายไปเอาเงินมาจากไหน”

    “ตอนที่หนีไอ้พวกโจรมันทะเลาะกันเอง แล้วทำเงินหล่น”

    “มันมีเงินเป็นฟ่อน แล้วมันจะมาจับนายเรียกค่าไถ่ทำไมกัน”

    “เฮ้ย! กลับมาแทนที่จะดีใจ ดันมาสงสัยซักไซ้ไล่เรียง จะเอายังไง ไม่อยากอยู่แล้วโว้ย บ้านนี้มีแต่คนขี้สงสัย” จักรินโวยวายกลบเกลื่อนจนคนังนิ่งเงียบทั้งที่ไม่เชื่อ วิเวกกับตึ๋งหนืดแอบมองมาพากันแปลกใจ ประเมินด้วยตาว่าเงินปึกนั้นไม่น่าต่ำกว่าห้าหมื่นบาท จักรินไปเอามาจากไหน?

    ทุกคนดีใจที่จักรินกลับมาอย่างปลอดภัย จักรินเห็นสภาพพิการขาเป๋ของบริพัตรแล้วแทบรับไม่ได้ คิดในใจว่านี่หรือพ่อของเรา ทำไมทรุดโทรมอย่างนี้ นี่หรืออดีต ส.ส.มหาเศรษฐี...แต่จักรินจำใจต้องทำดีอ่อนน้อมตามที่เฉิดเฉลาแนะนำ ขอบคุณพ่อที่ยอมจ่ายเงินสิบล้านเพื่อไถ่ตัว...

    เวลาเดียวกันนั้น เฉิดเฉลากลับถึงบ้านด้วยรอยยิ้มรื่นรมย์จนยศพงษ์แปลกใจ แดกดันว่าหายหัวไปทั้งคืนกลับมายิ้มตลอดเวลาเหมือนเพิ่งไปสูบกัญชามาหยกๆ

    “เปล่า...ฉันก็แค่ยิ้มทำใจให้นิ่งเพื่อที่จะอยู่กับเธอโดยสงบไม่มีทะเลาะเบาะแว้ง”

    “โอ้โห! เมียเราไปเข้าวัดมาหรือนี่”

    “เก่งนี่ ทายถูก ฟังนะ ต่อไปนี้เราจะไม่มีปากเสียงกัน พอใจไหม”

    “เยี่ยม...แล้วไงต่อ”

    “เงินที่มีร่วมกัน ฉันว่าน่าจะเอาฟอกด้วยการทำอะไรให้มันเกิดประโยชน์เพื่ออนาคตของหนูเพ็ญ”

    ยศพงษ์ตะลึงดึงเฉิดเฉลาเข้ามากอด เอ่ยอย่างชื่นใจ “เชื่อแล้วว่าเมื่อคืนเธอไปจำศีลมา ความคิดดีมากจ้ะ”

    “งั้นเริ่มดำเนินการเลยดีไหม”

    “เอาเลย เธอจัดไป แล้วมาบอกกันว่าจะทำอะไรบ้าง ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะคิดดีคิดบวกกับหนูเพ็ญมากขนาดนี้”

    “ฉันปลงน่ะ ฉันตามหาลูกไม่พบก็ช่างเถอะ นึกว่าฉันชดใช้กรรมเก่ามาทุ่มเทกับคนที่เห็นๆอยู่ดีกว่า เช่นหนูเพ็ญ หนูเพ็ญแกลำบากใจที่ฉันไปไหนมาไหนกับเธอ ตัวติดกันเหมือนแฝดอินจัน”

    “นี่เธอกำลังจะบอกอะไร”

    “เราควรแยกกันอยู่”

    “เฮ้ย! ไม่!” ยศพงษ์โวยลั่น เฉิดเฉลาเอาน้ำเย็นเข้าลูบ บอกว่าเรายังไปมาหาสู่และทำงานร่วมกันเหมือนเดิม แค่นี้เพ็ญโพยมก็จะอภัยให้เขา “ก็ได้ แต่ช่วยเอาไอ้เสกสรรไปด้วยนะ”

    “ไม่มีปัญหา” เฉิดเฉลายิ้มพรายพอใจที่ยศพงษ์หลงกลตนจนได้...

    จูเนียร์ย้ายมาอยู่บ้านชาตรีเพราะไม่ต้องการมีปัญหากับจักรินที่อาจไม่พอใจ สองคนยังคลางแคลงในใจเรื่องการกลับมาของจักรินที่ดูง่ายเกินไป ชาตรีเชื่อว่าจักรินโกหก เขาไม่มีความสามารถพอที่จะหนีมาเองได้แน่นอน และเชื่อด้วยว่าเฉิดเฉลาต้องเป็นคนพาจักรินไป หลังจากสืบถามจากนพแล้วได้ข้อมูลมาพอสมควร

    จักรินกลับมาทำตัวดีมากจนน่าแปลกใจ ชาตรีเดาว่าเฉิดเฉลาคงพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาเข้าใจผิด... แล้วเล่าให้จูเนียร์ฟังว่า

    “ตอนออกมาขึ้นรถผมพบวิเวกกับตึ๋งหนืด สองคนนั้นเห็นเงินหล่นจากกระเป๋าจักรินปึกใหญ่”

    “เฉิดเฉลาให้เงินเขาเหรอ”

    “ผมว่าใช่ ถ้าเป็นคนังเขาไม่เอาแน่ แต่จักรินชอบความฟุ้งเฟ้อ เขานิสัยเหมือนเฉิดเฉลาผสมกับยศพงษ์”

    “ถ้ารู้ว่าพี่ใหญ่ไม่ใช่แม่ จักรินยังจะไยดีกับเธออยู่อีกไหม”

    “นี่คือสิ่งที่น่าห่วงที่สุด จูเนียร์เป็นน้องของเธอ เตือนเธอด้วยนะ”

    “ผมจะพยายาม แต่พี่ใหญ่จะเชื่อหรือเปล่าไม่รู้ พี่ใหญ่รักจักรินและตามใจเขาจนเคยตัวเพราะสงสาร”

    “นี่คือจุดอ่อนที่จักรินย้อนเอามาใช้กับลำหับ” พูดแล้วชาตรีถอนหายใจเฮือกใหญ่ สบตาจูเนียร์ที่รู้สึกหนักใจไม่แพ้กัน

    ooooooo

    หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายกับลูกทั้งสองคน บริพัตรตัดสินใจให้พวกเขาไปเรียนต่อเมืองนอก จักรินดีใจมากเพราะเป็นความใฝ่ฝัน แต่สำหรับคนังปฏิเสธเพราะต้องการอยู่ดูแลพ่อแม่

    ในระหว่างที่ยังไม่ได้กำหนดวันเดินทาง จักรินอ้อนขอรถใหม่ป้ายแดงหนึ่งคันสำหรับนั่งไปโรงเรียน บริพัตรตามใจลูกโดยให้วิเวกคอยขับรับส่ง ส่วนคนังที่เต็มใจโดนไล่ออกจากโรงเรียนเดิมก็เตรียมหาที่เรียนใหม่

    ชาตรีไม่สบายใจที่บริพัตรเอาใจและตามใจจักรินมากเกินไป บริพัตรอาจต้องการชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปสิบสองปีที่จากกัน แต่ถ้าทำแบบนี้จักรินจะเรียกร้องไม่สิ้นสุด ชาตรีกับจูเนียร์เห็นพ้องต้องกันว่าลำหับควรจะรีบบอกความจริงกับเด็กสองคนให้เร็วที่สุด

    ลำหับตกลงตามที่ชาตรีแนะนำ แต่เธอไม่ได้บอกความจริงว่าจักรินคือลูกของเฉิดเฉลา บอกแต่ว่าเขาคือลูกของบริพัตรเช่นเดียวกับคนัง จักรินได้ฟังยิ่งนอบน้อมต่อบริพัตรมากขึ้นไปอีก ประจบเอาใจจนพ่อหลงใหลได้ปลื้ม ลำหับเห็นแล้วอิ่มใจที่ครอบครัวของตนกำลังมีความสุข ต่างจากชาตรีกับจูเนียร์ที่ยังระแวง ไม่ไว้วางใจในพฤติกรรมแสนดีของจักริน

    เฉิดเฉลาขนของออกจากบ้านยศพงษ์ตามที่ตกลงกันไว้ โดยเอาเสกสรรมาอยู่ด้วยกันที่บ้านใหม่ แล้วเธอก็วนเวียนป้วนเปี้ยนพบเจอจักรินแทบทุกวัน รู้ความเป็นไปก็กระหยิ่มยิ้มย่อง คาดหวังว่าในไม่ช้าจักรินต้องได้ทรัพย์สมบัติของบริพัตรมาทั้งหมด

    ด้านเพ็ญโพยมที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับปู่เดียวและแม่เริ่มไม่กี่วันก็คิดถึงคนัง กอปรกับโรคประจำตัวของเธอกำเริบจนเป็นลม ทุกคนจึงพากันกลับเมืองไทย

    เมื่อกลับมาเรียนหนังสือ เพ็ญโพยมเจอจักรินแต่ไม่มีคนังที่โดนไล่ออก เธอเป็นห่วงคนังมาก อยากพูดคุยเพื่อให้เขากลับมาเรียนหนังสือเหมือนเดิม หรือไม่ก็ไปเรียนเมืองนอกด้วยกัน เพราะเธอเองก็มีโครงการเรียนต่อเมืองนอกอยู่แล้ว

    จักรินไม่พอใจที่เพ็ญโพยมต้องการให้คนังไปเรียนเมืองนอกจึงคิดการณ์ใหญ่และได้เฉิดเฉลายุยงส่งเสริมให้กำจัดคนังด้วยการใช้ปลาช่อนงูเห่า ซึ่งมีพิษร้ายแรงที่เฉิดเฉลาเป็นคนจัดหาปล่อยลงสระบัวบริเวณบ้าน

    “คืนนี้แม่จะส่งข้อความไปหา จักช่วยจัดการหาทางให้คนของแม่เข้าไปในบริเวณบ้านให้ได้นะ”

    “ครับ”

    “แม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก ลูกยังไม่ยอมเรียกแม่ว่าแม่อีกหรือ”

    “ขอเวลาผมทำใจให้ได้ก่อน ในหัวผมยังมีคำถามค้างคาใจว่าทำไมแม่ถึงเผอเรอให้เขามาเอาผมไปได้”

    เฉิดเฉลาฟังแล้วหน้าเจื่อน นิ่งเงียบไป หลังจากนั้นไม่นานเธอขับรถมาส่งจักรินตรงทางเข้าบ้าน กอดหอมลูกชายแล้วพูดเอาใจว่าแม่ต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนลูกไปเมืองนอก

    “ถ้าไม่มีคนังมาขัดขวาง เรื่องระหว่างผมกับเพ็ญโพยมคงง่ายขึ้น”

    “ก็ใช่นะ แต่แม่ขออย่ามีความสัมพันธ์ที่เกินเลย ไม่เหมาะสม”

    “ทำไม”

    “มันสำคัญมาก”

    “พูดราวกับว่าผมกับเพ็ญโพยมเป็นแฟนกันไม่ได้”

    “เป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทช่วยเหลือดูกันไปก่อน พ่อของเพ็ญโพยมร้ายกาจมาก ถ้าไปทำอะไรลูกเขา ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหนเขาตามฆ่าได้ เขาใจร้ายมาก”

    “ก็ได้”

    “ดีมาก หลังจากที่ลูกกับแม่แก้แค้นยศพงษ์สำเร็จ แม่มีเรื่องสำคัญอีกเรื่องจะบอกลูก”

    “ความลับของคุณช่างมากมายจนผมสับสนไปหมด”

    “ชีวิตนี้แม่ทำเพื่อจัก แม่รักจักมากนะ...ตอบให้แม่ได้ยินสักคำได้ไหมว่าจักก็รักแม่”

    “คุณเคยคิดว่ามีลูกคนไหนบ้างที่ไม่อยากจะรักจะโหยหาแม่ แม้ว่าแม่จะไม่ไยดีเขา ผมขอเวลารักษาแผลที่หัวใจให้หายก่อน”

    จักรินลงจากรถเดินลิ่วไป เฉิดเฉลามองตามน้ำตาคลอ พึมพำด้วยความโกรธแค้น

    “ยศพงษ์...เธอทำให้ลูกไม่รักไม่เชื่อใจฉัน”

    ooooooo

    เพ็ญโพยมไม่ค่อยยินดียินร้ายที่เฉิดเฉลา ย้ายออกจากบ้านยศพงษ์แล้ว เพราะเธอกำลังให้ปู่เดียวทำเรื่องขอโอนที่เรียนไปอังกฤษ จักรินจะไปอังกฤษเหมือนกัน เย็นนี้เขาถามคนังว่าอยากไปเรียนด้วยกันไหม คนังยืนยันคำเดิมว่าไม่ และได้บอกพ่อกับแม่แล้วด้วย จักรินสมใจแต่ถึงยังไงก็ไม่เปลี่ยนใจที่จะกำจัดคนังเพื่อยึดทรัพย์สมบัติของบริพัตรมาเป็นของตนเพียงคนเดียว

    ค่ำนั้น จักรินเปิดทางให้สมุนของเฉิดเฉลานำปลาช่อนงูเห่าที่หน้าตาคล้ายปลาช่อนผสมงูเห่าเข้ามาปล่อยลงสระบัว หากสัตว์ชนิดนี้กัดใครแน่นอนว่าต้องตายถ้ารักษาไม่ทันท่วงที

    เช้าวันรุ่งขึ้นจักรินแสร้งทำดีชวนคนังนั่งรถไปโรงเรียนด้วยกันเพื่อไปพบเพ็ญโพยมตามความต้องการของเธอ แต่ไม่ว่าเธอจะกล่อมยังไงคนังก็ไม่เปลี่ยนใจไปเรียนเมืองนอก แถมยังบอกลาเธอแล้วหนีหน้ามาทันที

    ส่วนที่บ้านลำหับ...เมื่อคืนบริพัตรเห็นจักรินทำซองบุหรี่หล่นในสระบัว เช้านี้เขาพยายามใช้ไม้เขี่ยมันขึ้นมาแต่ไม่สำเร็จแถมตัวเองเกือบหล่นลงไป โชคดีที่ชาตรีรั้งตัวไว้ทัน ลำหับรู้เรื่องบ่นเป็นกระบุงที่บริพัตรเสี่ยงเกินไป ถ้าไม่มีใครเห็นคงแย่

    “ฉันขอโทษ ฉันแค่จะไปเขี่ยซองบุหรี่นั่นทิ้ง เพราะรู้ว่าเธอเห็นแล้วเสียใจ”

    “ให้พี่วิเวกไปเขี่ยก็ได้ค่ะ”

    “เอาล่ะๆ เราคุยเรื่องอื่นดีกว่า” ชาตรีแทรกขึ้น “เรื่องไปเรียนอังกฤษของจักริน ผมสอบถามให้แล้วไม่มีปัญหา เขาเรียนโรงเรียนอินเตอร์จากที่นี่ไป เป็นสาขาของโรงเรียนที่นั่นอยู่แล้ว”

    “ส่งไปให้เร็วที่สุดได้ไหมคะ คือหนูกลัวว่าเฉิดเฉลาจะหลอกล่อให้เขาเข้าใจอะไรผิดๆ”

    “นั่นสิครับ ถึงแม้ว่าจะต้องคิดถึงเพราะเขาอยู่ไกล ยังดีกว่าเขาอยู่กับเราแล้วไม่ปลอดภัย”

    ชาตรีเห็นด้วยกับทั้งคู่ และแนะนำว่าเพ็ญโพยมที่จะไปเรียนด้วยกันน่าจะเตือนจักรินเรื่องสูบบุหรี่ได้ด้วย เธอเป็นเด็กดีมีน้ำใจ ซึ่งเรื่องนี้คนังต้องช่วยพูดกับเธอ

    ooooooo

    เฉิดเฉลารอรับจักรินที่โรงเรียนแล้วพามาแนะนำให้รู้จักเสกสรรที่บ้านหลังใหม่ของเธอ เพียงแรกเจอสองหนุ่มก็มองหน้ากันอย่างไม่ถูกชะตา

    “รู้จักกันไว้นะ นี่จักริน นั่นเสกสรร”

    “จักริน...ลูกชายสุดที่รักของคุณแม่ที่ตามหาไปจนถึงดาวอังคารแทบจะเป็นบ้าตาย”

    “ระวังคำพูดหน่อยเสกสรร...นั่งสิ จักริน”

    จักรินเดินไปนั่งตามที่เฉิดเฉลาบอก แต่เสกสรรไม่เชื่อฟังเธอ ยังตามตอแยจักรินไม่เลิกรา

    “จักริน นายรู้ไหม คุณแม่ของนายเขาไม่เป็นอันกินอันนอนเพราะรักและเป็นห่วงนาย แต่เราสิ เขาเลี้ยง เรามาตั้งแต่เกิดเขายังรักและเป็นห่วงเราไม่ได้เศษเสี้ยวของนาย เพราะเรามันแค่เด็กกากที่เขาเก็บมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”

    จักรินฟังแล้วนึกถึงตัวเอง และรู้สึกดีขึ้นกับเฉิดเฉลา

    “เสกสรร...แม่ขอร้องแล้วทำไมยังเมาอีก ไปนอนนะ แม่มีธุระจะคุยกับจักริน” เฉิดเฉลาปรามอย่างใจเย็น

    “โอเค ไล่กันแล้วนี่ ไปก่อนนะจักริน ขอให้กินความรักจนกระอักไปเลย คุณแม่น่ะรักแรงเกลียดแรงสะท้านโลก”

    เสกสรรประชดประชันแล้วเดินตัวเอียงออกไป จักรินเห็นท่าเดินก็รู้ว่าเขาเมา ซึ่งเฉิดเฉลายอมรับว่าเขาแอบเสพยามา

    “เมื่อกี้เขาเรียกคุณว่าคุณแม่”

    “ใช่ เขาเป็นลูกเลี้ยงของลุงที่เป็นญาติของแม่ ลุงตาย แม่เลยรับเลี้ยงเขาเป็นลูก”

    “ท่าทางจะตกที่นั่งเดียวกับผม แต่ก็ขอบคุณเขาที่พูดเรื่องคุณกับผม ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น”

    “เขาน้อยใจว่าแม่ตามหาจักริน รักจักและเป็นห่วงจัก”

    “ขอบคุณ...เมื่อคืนผมเห็นไอ้ปลานั่นมันหน้าตาน่ากลัวมาก”

    “พิษสงมันยิ่งน่ากลัว ลูกต้องทำให้คนังลงไปในสระนั่นให้ได้”

    “เพื่อให้โดนปลานั่นกัด” จักรินพูดโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหวาดกลัวในความผิดเฉิดเฉลายิ้มกว้างอย่างพอใจ

    ooooooo

    รามที่อยู่บนเขายังคงส่งสมุนติดตามค้นหาพวกลำหับและจูเนียร์ แล้ววันนี้สมุนก็พบเบาะแสเห็นจูเนียร์กับคนังอยู่ด้วยกัน อีกทั้งพวกสมุนยังไปได้รูปถ่ายของเพ็ญโพยมลูกสาวของยศพงษ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายค้าขายสิ่งผิดกฎหมายและฟอกเงิน

    รามสั่งสมุนให้ตามจับจูเนียร์กับคนังเพื่อเป็นใบเบิกทางไปถึงลำหับกับบริพัตร โดยไม่รู้ว่าเวลานี้พวกเขากำลังเป็นครอบครัวสุขสันต์ อยู่กันพร้อมหน้ามีกิจกรรมทำร่วมกันแทบทุกวัน

    จูเนียร์สอนคนังตกปลาและจะหาโอกาสพาหลานชายออกทะเลในระหว่างที่หยุดพักการเรียน แต่วันนี้สอนวิธีตกเบ็ดในสระบัวก่อน ลำหับเห็นแล้วยิ้มร่า เปรยว่าน้าหลานสนุกกันใหญ่ บริพัตรมีความสุขแต่อดเตือนลูกชายไม่ได้ว่า “อย่าสนุกจนลืมไปหาที่เรียนใหม่นะลูก”

    “ผมอยากเรียนด้วยตัวเองที่บ้านได้ไหมครับแม่”

    “แม่ก็เคยเรียนด้วยตัวเองที่บ้านแล้วไปสอบเทียบเอา”

    “แม่ลูกเหมือนกันเปี๊ยบ แม่ว่ายังไงพ่อก็ว่าตามนั้น” บริพัตรเอ่ยอย่างอารมณ์ดี คนังขอบคุณทั้งพ่อและแม่ แล้วขะมักเขม้นเรียนรู้วิธีตกเบ็ดจากน้าชาย

    จักรินไปโรงเรียนแต่ยังไม่ได้เข้าเรียนเพราะเฉิดเฉลามาดักเจอ เฉิดเฉลามุ่งมั่นเรื่องกำจัดคนังแต่ยังคิดวิธีไม่ออก จึงฝากจักรินไปลองหาทางดู...ว่าแล้วเธอดึงลูกชายมากอดหอม แต่อีกฝ่ายเฉยเมยจนน่าน้อยใจ

    “จะแกล้งแม่ไปถึงไหน อย่าใจร้ายกับแม่นักเลย ชีวิตนี้แม่มีแต่ลูกเท่านั้น”

    “อย่าลืมเสกสรร เก็บเขามาจากกองขยะ ระวังเขาจะรักใครไม่เป็น จะเกลียดทุกคนแม้แต่ตัวเอง”

    เฉิดเฉลาหน้าเศร้า จักรินยื่นจมูกมาชนแก้มเธอเบาๆแล้วลงจากรถไปเจอเพ็ญโพยมยืนรออยู่มุมหนึ่งในโรงเรียน

    “หนีโรงเรียนไปไหนมา”

    “ไม่ได้หนี ก็จะไม่เรียนแล้ว อยากไปไหนก็ไปบ้างสิ”

    “ทำความประพฤติให้ดีๆ จะได้มีคะแนนดีๆไปให้โรงเรียนที่นั่นเขาเห็น”

    “ขอบใจที่เป็นห่วง” จักรินยิ้มหน้าบาน พลันหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเพ็ญโพยมถามหาคนังว่าไม่มาด้วยหรือ “ที่แท้มาดักรอเพราะอยากเจอไอ้คนัง”

    เขาแอบบ่นแล้วทำท่าจะคุยกับเธอต่อไปอีก แต่เธอเดินหนีมาขึ้นรถตัวเองหน้าตาเฉย

    ooooooo





    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564
    18 ต.ค. 2564

    07:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 18:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์