ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พญาโศก

SHARE
  • แนว
  • :
  • แอคชั่น - ดราม่า
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ธม ธาตรี
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • วรพันธ์ รวี
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • เขตต์ ฐานทัพ,ปุณยาพร พูลพิพัฒน์

พญาโศก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

“หนูใหญ่” เป็นลูกสาวของราม หัวหน้าค่ายอาสาป้องกันชายแดนผู้ทรยศต่อแผ่นดิน เพราะความอยากเป็นใหญ่ร่ำรวยเงินทองรามจึงไปเข้าร่วมกับพ่อเลี้ยงศร เจ้าพ่อค้ายาเสพติด ทำสิ่งผิดกฎหมาย และก่อการร้าย

รามเปิดทางให้พวกพ่อเลี้ยงศรเข้ามาเผาค่ายเพื่อใช้เป็นทางผ่านส่งยาเสพติด ในคืนวันเกิดเหตุหลังจากที่หนูใหญ่ฝึกซอสามสายที่นลินีผู้เป็นแม่ฝึกสอนให้เป็นประจำแล้ว รามสั่งให้นลินีเล่นเพลงพญาโศกซึ่งเขาแอบใช้เป็นเพลงสื่อสารกับพ่อเลี้ยงศรให้รอช่วงเวลาหลังจากเพลงจบบุกทำลายค่าย นลินีไม่ต้องการเล่นเพลงนี้เพราะจับสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่สามีสั่งให้เล่นจะมีความตายเกิดขึ้น แต่ก็ไม่อาจขัดขืนได้จึงจำใจเล่น

พ่อเลี้ยงศรได้ยินเสียงเพลงพญาโศกจึงรีบสั่งการตามที่นัดหมายกับรามทันที เมื่อเพลงจบรามสั่งให้ลูกเมียเดินทางออกจากค่ายโดยไม่ยอมตอบคำถามว่ามีจุดหมายที่ใด อนุญาตเพียงให้เอาซอสามสายไปด้วย นลินีเกิดลางสังหรณ์ว่ารามอาจทำสิ่งไม่ถูกต้องจึงปฏิเสธที่จะออกจากค่ายจนกว่าจะได้คำตอบ

แต่รามก็บังคับเธอและให้คำตอบเพียงว่า ถ้าอยู่ครอบครัวต้องตายหมดเพราะค่ายกำลังจะถูกทำลาย นลินีเข้าใจทันที และต่อว่าสามีหักหลังพี่น้องในค่าย เธอจะไปบอกให้ทุกคนรู้ตัวโดยที่ไม่ฟังคำสั่งของเขาว่าให้ออกจากค่าย ไม่เช่นนั้นจะยิงให้ตาย

นลินีและลูกชายหญิงพากันวิ่งกลับไปเพื่อตะโกนบอกพวกในค่ายให้รู้ตัว ขณะเดียวกัน พ่อเลี้ยงศรก็ยิงระเบิดเข้าไปในค่ายหลายลูก รามตัดสินใจยิงนลินีก่อนที่จะเข้าไปบอกทุกคนจนล้มลง ซอสามสายกระเด็น หนูใหญ่และน้องเล็กตกตะลึง นลินีที่ใกล้ตายตะโกนสั่งให้หนูใหญ่พาน้องหนีไป

หนูใหญ่ทำตามที่แม่บอก เธอเก็บซอสามสายแล้วกระชากน้องเล็กหนี แต่รามจิกหัวไว้จนผมขาดกระจุกใหญ่แล้วแย่งเอาน้องเล็กมาได้ คนของพ่อเลี้ยงศรเข้ามาเจอเหตุการณ์จะยิงหนูใหญ่ นลินีฮึดเฮือกสุดท้ายกระโดดขวางทางปืนล้มลงขาดใจตาย ส่วนหนูใหญ่หนีรอดไปได้ ค่ายโดนทำลายและคนในค่ายตายหมด พ่อเลี้ยงศรพอใจนำพาคาราวานยาเสพติดผ่านค่ายไปได้ หลังจากนั้นก็ตั้งรามให้เป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษ รวมทั้งมอบเงินทองมากมายเป็นรางวัล

หนูใหญ่ เด็กสาวไร้เดียงสาหอบซอสามสายหนีหกล้มหกลุกคลุกคลานจนมาเจอชายหนุ่มใจดีคนหนึ่ง เขาช่วยเธอรอดพ้นเงื้อมมือลูกน้องของพ่อเลี้ยงศร แต่ทุกคนกลับไปโกหกเจ้านายว่ายิงเด็กคนนั้นตายแล้ว

ชาตรีคือชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตหนูใหญ่ เขาพยายามพูดคุยกับเธอเพื่อถามที่มาที่ไปเหตุการณ์สุดระทึกแต่เธอนิ่งเงียบไม่ตอบ เอาแต่วิ่งหนีแล้วไปร้องไห้จนหมดแรงสลบเหมือดโดยที่ชาตรีหาตัวไม่พบ กลับไปบ่นให้แม่ที่บ้านพักตำรวจป่าไม้ฟังว่าเจอเสือสมิงเพศเมียและสงสัยว่าจะเป็นใบ้เสียด้วย

หนูใหญ่สลบไสลอยู่บนโขดหินกลางป่า พอฟื้นขึ้นในเช้าวันถัดมาก็นั่งสีซอเพลงพญาโศกอย่างสุดเศร้า คิดถึงแม่ที่จากไปด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานด้วยน้ำมือของพ่อ

เวลานั้น บริพัตร เจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่เข้ามาสำรวจงานตามปกติกับลูกน้องสองคน ขณะที่ส่องกล้องมองหาพิกัดสถานที่ไปเรื่อย พลันได้ยินเสียงเพลงพญาโศกเยือกเย็นแว่วผ่านสายลมมาจึงส่ายกล้องในมือไปมาจนกระทั่งพบเด็กสาวแรกรุ่นหน้าตาสะสวยนั่งสีซอน้ำตานองหน้า

บริพัตรเข้าไปยืนฟังใกล้ๆ รอจนเพลงจบจึงแสดงตัว แต่หนูใหญ่ไม่ยอมพูดจาหรือตอบคำถาม หอบซอวิ่งหนี ชายหนุ่มติดตามไปเจอเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายจากสัตว์ร้าย พร้อมๆกับชาตรีที่ย้อนกลับมาตามหาเด็กสาว สองหนุ่มจัดการกับสัตว์ร้าย แล้วแย่งกันดูแลหนูใหญ่ที่ตกใจจนหมดสติไปอีกครั้ง

ชาตรีกับบริพัตรไม่รู้ว่าเธอเป็นใครแต่ยืนยันจะพาไปให้แม่ของตนดูแล แต่พอชาตรีนึกถึงคำพูดกำชับของหัวหน้างานที่ต้องการให้ปกปิดชื่อไว้เพื่อความปลอดภัย จึงยอมให้บริพัตรพาเด็กสาวไปให้แม่อุปการะ โดยบริพัตรแนะนำตัวเองอย่างเปิดเผยพร้อมโชว์บัตรประจำตัวข้าราชการให้ดูด้วย ชาตรีวางใจแต่ก็ยังตามดูความเป็นไปของหนูใหญ่อย่างห่วงใย

หนูใหญ่รู้สึกตัวที่บ้านบริพัตร เห็นเขาเป็นคนแรกรีบถอยหนีพร้อมกอดซอไว้แน่น ภัทราแม่ของบริพัตรนั่งอยู่ด้วยเข้าไปปลอบโยนจนเธอหายตกใจ กระนั้นหนูใหญ่ก็ยังไม่ยอมพูดจากับใครเช่นเดิม ทำให้ทุกคนคิดว่าเธอเป็นใบ้

ooooooo

เฉิดเฉลา หญิงสาวเปรี้ยวเฉี่ยวที่ทุกคนเข้าใจว่าคือเจ้าสาวในอนาคตของบริพัตรไม่ชอบหนูใหญ่ตั้งแต่แรกเห็น

เจอกันครั้งแรก หนูใหญ่วิ่งถือซอหนีออกมาจากในบ้านบริพัตรแล้วเกือบโดนรถของพ่อเลี้ยงศรที่เฉิดเฉลานั่งมาด้วยเฉี่ยวชน เฉิดเฉลาสงสัยว่าเด็กสาวหน้าตาดีวิ่งออกมาจากบ้านชายที่หมายปองเป็นใครมาจากไหน

พ่อเลี้ยงศรพึงพอใจเฉิดเฉลาซึ่งเป็นลูกสาวของคนงานในบ้าน เขาอยากได้เธอเป็นเมียถึงกับยิงแม่ของเธอที่พยายามขัดขวางตายก่อนจะปลุกปล้ำเธอแล้วยื่นข้อเสนอเงินสิบล้านบาทให้ เฉิดเฉลาจำยอม เธอแสร้งทำดีแต่ในใจเกลียดชังคิดล้างแค้นพ่อเลี้ยงศร

เฉิดเฉลาแนะนำพ่อเลี้ยงศรต่อบริพัตรว่าเป็นลุง พอเธอรู้ว่าหนูใหญ่คือเด็กในความดูแลของบริพัตรก็ไม่ค่อยพอใจ ขณะที่พ่อเลี้ยงศรมองเด็กสาวถือซออย่างคลับคล้ายคลับคลา พึมพำว่าเด็กคนนั้นยังไม่ตายก่อนถามว่าซอสามสายนั่นของหนูใช่ไหม

ไม่มีคำตอบจากเด็กสาว เธอเดินเข้าบ้านไปกับบริพัตร โดยมีสายตาของชาตรีแอบมองตามด้วยความสนใจ เมื่อกลับไปถึงบ้านตัวเอง พ่อเลี้ยงศรเผลอพูดกับเฉิดเฉลาว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกคนขายชาติ ทำให้หญิงสาวยิ่งสงสัยใคร่รู้แล้วบังเอิญไปเห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์พาด หัวข่าวว่า “หัวหน้าค่ายขายชาติ”

ขณะเดียวกัน ชาตรีก็ค้นหาข้อมูลจนค่อนข้างแน่ใจว่าเด็กสาวคนนั้นคือลูกสาวนายรามหัวหน้าค่ายที่ในข่าวระบุว่าเธอหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เฉิดเฉลาเริ่มไขข้อข้องใจของตนจากพ่อเลี้ยงศรที่ยังคงครุ่นคิดถึงเด็กสาวอย่างเป็นกังวล ได้ยินเขาบ่นพึมพำอีกครั้งว่า

“เด็กนั่นมันไม่ตาย แถมยังไปอยู่ในบ้านไอ้บริพัตร ถ้ามันเปิดปากพูดออกมา...”

เฉิดเฉลาตาวาว แอบมองท่าทางของพ่อเลี้ยงศรก่อนเดินเข้าไปกอดหอมประจบเอาใจ

“นายศรใจลอยคิดถึงอะไรคะ ถ้าจะให้เฉิดเดา นายศรคิดเรื่องเด็กถือซอในอุปการะของบริพัตรคนนั้น เฉิดเองก็แปลกใจว่ามันมาจากไหน ทำไมจู่ๆไปอยู่กับบริพัตรได้”

“นั่นสิ แปลกจริงๆ”

“เราเป็นสามีภรรยากันนะคะ อย่าปิดเฉิดเลยค่ะว่านายศรไม่รู้จักเด็กนั่น”

“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น”

เฉิดเฉลากำลังจะพูด แต่เกิดพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียนจนต้องยอมรับกับพ่อเลี้ยงศรว่าเธอตั้งท้อง

“ท้อง! ฉันดีใจมากอยากได้ลูกมานานแล้ว ขอบใจมากที่มีลูกให้ฉัน”

“ทีนี้เรายิ่งผูกพันกันเหมือนคนคนเดียวกันแล้ว บ้านหลังนี้นายศรยกให้เฉิดได้แล้วใช่ไหมคะ”

“แน่นอน แต่ฉันจะไม่บอกใครว่าเรามีลูกด้วยกัน ท้องโตเห็นชัดเฉิดหลบไปคลอดลูกที่กรุงเทพฯ ตอนกลับมา เราจะบอกทุกคนว่าเฉิดไปขอลูกบุญธรรมมาเลี้ยง ตกลงไหม”

“นายศรต้องการอะไรเฉิดทำได้ทั้งนั้นค่ะ ระหว่างเฉิดไม่อยู่นายศรอยากจะไปเติมไมตรีกับเด็กถือซอนั่นก็ได้นะคะ นอกซะจากอยากจะฆ่าตัดตอนมันกันไปปากโป้ง”

“เฉิดรู้เรื่องนี้...”

“ค่ะ เฉิดไม่ได้กินแกลบนี่คะ เฉิดเรียนรู้จากนายศรมาตั้งแต่จำความได้แล้วนะคะ เรื่องแค่นี้มีหรือจะไม่รู้ แต่เฉิดไม่หึงหวงนะคะ เฉิดยินดีเป็นแม่สื่อให้นายศร”

“นี่เฉิดรู้มากเกินไปหรือเปล่า”

“วันนั้นนายศรคุมคาราวานสินค้าไปเพื่อผ่านค่ายนั้น แม่เด็กตาย พ่อเด็กกับลูกชายลูกสาวหายตัว ถ้าไม่ใช่นังเด็กนั่นแล้วมันจะเป็นใครกันคะ” พ่อเลี้ยงศรอึ้ง เธอปั้นยิ้มเข้ามากอดหอมเขาแล้วถามว่า “ไม่เชื่อใจเฉิดหรือคะว่าจะจงรักภักดีต่อนายศร”

“ขอบใจ” พูดแล้วพ่อเลี้ยงศรดึงเธอมากอดหอมอย่างหลงใหล

ooooooo

ผ่านไปเป็นเดือนแต่หนูใหญ่ยังไม่ยอมพูดจากับใคร ภัทรากับบริพัตรหนักใจพยายามหว่านล้อมและพูดถึงเรื่องการเรียนหนังสือ

“วัยของหนูควรได้ร่ำเรียนหนังสือนะ ฉันเคยเห็นหนูอ่านหนังสือ ไม่อยากมีเพื่อนบ้างหรือหนู”

“เรียกกันหนูๆ หนูควรมีชื่อให้พวกเราเรียกหนูดีไหม” ภัทราทำท่านึกชื่อเพื่อตั้งให้ บริพัตรจำได้ว่าวันก่อนเห็นเด็กสาวอ่านพระราชนิพนธ์ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เรื่องเงาะป่า จึงเห็นด้วยกับมารดาที่จะตั้งชื่อให้เธอว่าลำหับนางเอกของเรื่อง

“ลำหับ...น่ารักดีออก ต่อไปพวกเราจะเรียกหนูว่าลำหับ”

หนูใหญ่ยิ้มเศร้า ยกมือไหว้สองคนแม่ลูกเงียบๆ จนกระทั่งพวกเขาผละไปแล้ว เด็กสาวร้องไห้น้ำตาไหลพรากออกมาพร้อมเสียงพึมพำอย่างทุกข์ใจว่า

“นายแม่ขา...คุณบริพัตร หนูอายจนไม่มีหน้าพูดจากับใคร หนูเห็นหนังสือพิมพ์เขาลงว่านายรามทรยศขายชาติ มันคือตราบาปประทับกลางหัวใจหนู ถ้าใครรู้ว่าหนูคือลูกคนขายชาติ ทุกคนต้องจงชังรังเกียจหนู ด่าทอประณามหยามเหยียดหนู”

แล้วหนูใหญ่หรือลำหับก็สีซอเพลงแสนเศร้า ชาตรีปลอมตัวมายืนฝั่งตรงข้ามบ้านแล้วเผอิญเห็นรถของพ่อเลี้ยงศรที่มีเฉิดเฉลาอยู่ด้วยแล่นมาจอดใกล้บ้าน เขามองท่าทีของทั้งคู่ด้วยความสงสัยว่าทำไมลุงหลานถึงสนิทสนมรักกันปานจะกลืนกินขนาดนี้

ภายในรถ เฉิดเฉลาถามพ่อเลี้ยงศรว่าตัดสินใจจะเก็บเด็กนั่นไว้เป็นเมียหรือวางแผนฆ่าปิดปากมันซะ

“เอาทั้งสองอย่าง เอามาเป็นเมียให้ได้ก่อน ตอนนี้เข้าไปตีสนิท รอจนเด็กอายุมากกว่านี้สักสองสามปี”

“ตกลงค่ะ”

“ว่าแต่เฉิดยินดีเต็มใจแน่นะ”

“แน่นอนค่ะ”

เฉิดเฉลาลอบยิ้มร้าย ยื่นหน้าไปหอมแก้มพ่อเลี้ยงศรเพื่อยืนยันคำพูด

“ขอบใจมาก คลอดลูกเมื่อไหร่ฉันเซ็นยกบ้านที่เราอยู่ด้วยกันให้เฉิดทันที”

แล้วสองลุงหลานจอมปลอมก็พากันเข้าไปในบ้าน บริพัตรต้อนรับและพูดคุยกับทั้งคู่ด้วยดี พ่อเลี้ยงศรถามเรื่องที่รู้มาว่าบริพัตรสนใจลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป ชายหนุ่มตอบอย่างสุขุมว่า

“อีกนานหลายปีครับ กว่ารัฐบาลนี้จะหมดวาระ นี่เขา ก็เพิ่งเริ่มครับ กว่าจะถึงเวลานั้นไม่แน่ว่าผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ครับ”

“ผมไม่อยากให้คุณเปลี่ยนใจ ผมอยากเห็น ส.ส. ที่ดีรักประชาชนรักชาติอย่างคุณ”

“ขอบคุณมากครับ”

“คุณลุงท่านได้ยินเสียงเพลงจากซอสามสาย ท่านว่าไพเราะมากค่ะ” เฉิดเฉลาเปิดประเด็นถึงเป้าหมาย อ้างว่าลุงของตนอยากเห็นหน้าอยากรู้จักคนสีซอ บริพัตรยอมรับว่าเธอเล่นได้เพราะมากแต่ยังไม่สะดวกที่จะให้เจอ

“เด็กคนที่วิ่งใส่รถเราวันก่อนใช่ไหมครับ”

“ไม่ทราบว่าเป็นญาติทางไหนของบริพัตรคะ”

บริพัตรชะงัก พอดีวิเวกคนขับรถพาชาตรีเข้ามา ชาตรีแจ้งแก่บริพัตรว่าแม่ของตนให้มาเยี่ยมญาติที่ฝากเขาดูแลไว้ พอเห็นเจ้าของบ้านอึกอัก ชาตรีก็รวบรัดว่า

“ผมขอตัวไปดูเด็กก่อนนะครับ ขอบคุณมาก และต้องขอโทษด้วยนะครับที่มาขัดจังหวะการพูดคุย”

ชาตรีเหลือบมองพ่อเลี้ยงศรและเฉิดเฉลาแวบหนึ่งก่อนเดินออกไปโดยมีวิเวกนำทาง

“ไม่ยักทราบว่าที่นี่มีรับฝากเลี้ยงเด็กสาวๆด้วย” เฉิดเฉลาประชดเบาๆ บริพัตรไม่โต้ตอบ

เสียงเพลงพญาโศกเงียบลง ชาตรีเห็นเด็กสาวฟุบหน้าร้องไห้กับซอ เขาเดินเข้าไปใกล้ เธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นตกใจมากจะอ้าปากร้องแต่ชาตรีเอามือปิดปากเธอเสียก่อน

“อย่าร้อง คนในบ้านจะคิดว่าฉันข่มเหงเธอ นั่งดีๆ แล้วฟังฉันพูดจนจบ แล้วคิดไตร่ตรองตามที่ฉันพูดให้รอบคอบ เชื่อฉันเถอะว่ายังมีคนอยากฆ่าเธออยู่ ก็ไม่ทราบว่าเธอไปรู้เห็นอะไรที่ใครทำไม่ดีเอาไว้นะ ทำไมเธอยังไม่ยอมพูดออกมาสักที ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นใบ้”

ลำหับไม่พูดแต่แววตาตระหนกตกใจ...เฉิดเฉลาลุกจากที่นั่งในบ้านมายืนตรงหน้าต่างมองไปยังเด็กสาวกับชายแปลกหน้า พึมพำกับตัวเองว่า

“นังเด็กสีซอ ฉันอยากให้แกแย่งตำแหน่งคนโปรดของไอ้สารเลวศรไปจากฉัน ฉันจะได้หมดก้างขวางคอ แค่มองตาบริพัตรก็รู้ว่าเขาติดใจแก” แล้วเธอก็ปั้นยิ้มหันกลับมาถามบริพัตรว่าเด็กคนนั้นชื่ออะไร

“ลำหับ”

“ลำหับ...ชื่อน่ารักมาก แกเรียนหนังสือที่ไหนครับ” พ่อเลี้ยงศรแกล้งถาม ขณะที่เฉิดเฉลารีบชี้ชวนให้ดูผู้ชายที่เป็นญาติกับลำหับท่าทางจะสนิทสนมกันมาก บริพัตรลุกไปดูเห็นจริงอย่างที่เธอพูด แต่ตอบไม่ได้ว่าชายแปลกหน้าคนนั้นชื่ออะไร

ตอนที่ 2

พ่อเลี้ยงศรกับเฉิดเฉลาจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกบุญธรรมที่ตั้งชื่อว่าเสกสรรอย่างเอิกเกริก มีแขกเหรื่อมากหน้าหลายตามาร่วมยินดี

สองคนยืนรับแขก โดยที่เฉิดเฉลาอุ้มลูกน้อย กระซิบคุยกับพ่อเลี้ยงศรอย่างเบิกบาน

ตอนที่ 3

แค่แจกการ์ดงานแต่งงาน ยังไม่ถึงวันวิวาห์ระหว่างลำหับกับบริพัตร ภัทราก็อยากอุ้มหลานเร็วๆเสียแล้ว เตือนลำหับอย่ามัวแต่เอาใจคนอื่น ต้องดูแลตัวเองให้ดีทั้งร่างกายและจิตใจจะได้มีหลานให้ตนสมใจ ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ขอให้เป็นลูกของลำหับกับบริพัตร ตนพอใจทั้งนั้น

บริพัตรสบายใจที่ภัทรารักและเอ็นดูลำหับ ขณะที่ลำหับก็อ่อนน้อมถ่อมตน เก่งงานบ้านสารพัด สมแล้วที่จะเป็นแม่ศรีเรือนของเขา

หลังอาหารมื้อเย็นวันนี้ บริพัตรขออนุญาตภัทราพาว่าที่เจ้าสาวของตนไปดูดาวในที่ที่เราพบกันครั้งแรก ภัทราไม่ขัดข้องแต่ขอคุยกับลำหับตามลำพังสักครู่ก่อน

ภัทรามองออกว่าลำหับมีเรื่องไม่สบายใจ ที่แท้เธอกังวลเรื่องเป็นลูกคนขายชาติ ลำหับกราบขอโทษภัทราและยอมรับเรื่องนี้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ภัทรา
กลับไม่สนใจ ขอเพียงลำหับเป็นคนดีก็เพียงพอแล้ว

“ขอบพระคุณค่ะ แต่ลำหับยังไม่ได้บอกคุณบริพัตร”

“บอกเขาเถอะ เขาไม่รังเกียจแน่ นายแม่รู้นิสัยเขาดี ดีเสียอีกที่บอกความจริงกับเขา”

“ค่ะ คืนนี้ลำหับจะบอกกับเขาค่ะ”

“ลำหับเป็นลูกใครมาจากไหนไม่สำคัญว่าลำหับมีจิตใจที่งดงาม นี่คือสิ่งที่นายแม่กับบริพัตรรักและพอใจ ลำหับไม่ต้องกลัวใครว่าใครจะคิดยังไง”

ลำหับซาบซึ้งตื้นตันจนน้ำตาซึม สวมกอดภัทราด้วยความรักและเทิดทูน หลังจากนั้นเธอเดินทางไปกับบริพัตร กางเต็นท์นอนดูดาวกันที่บริเวณโขดหิน เธอสีซอเพลงพญาโศกให้เขาฟังก่อนจะเล่าเรื่องพ่อชื่อรามคนขายชาติที่เป็นข่าวเมื่อสามปีที่แล้ว

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนดึงลำหับที่เริ่มสะอื้นไห้เข้ามากอดแนบอกปลอบใจว่าไม่เป็นไร เขาเสียใจเรื่องแม่ของเธอ และดีใจที่เธอหนีรอดมาได้

“รอดมาพบคุณบริพัตรกับนายแม่ที่ไม่รังเกียจลำหับขอบพระคุณมากจริงๆค่ะ นี่คือเหตุผลที่ลำหับไม่อาจบอกได้ว่าเป็นใครมาจากไหน”

“ลำหับบอกแล้วด้วยการกระทำที่งดงาม รู้แล้วยิ่งทำให้ฉันรักลำหับมากขึ้น เพราะลำหับไม่ได้ขายชาติ อุตส่าห์เสี่ยงตายหนีมาจากการต้องกลายเป็นคนขายชาติ”

“พวกคนที่ติดตามจับตัวลำหับคงเป็นคนของคุณพ่อ”

“แล้วเขาคนนั้น...ลำหับรู้จักเขาได้ยังไง” บริพัตรหมายถึงชาตรี ชายที่ไม่ยอมบอกชื่อเสียงเรียงนาม แม้แต่ลำหับก็ไม่เคยรู้เช่นกัน รู้แต่ว่าเขาช่วยชีวิตเธอไว้จากการโดนตามฆ่า “แสดงว่าเขาก็เป็นคนดี ลืมมันซะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความรักของเราสองคนได้”

บริพัตรกล่าวจากใจ ลำหับทั้งรักและเทิดทูน ยินยอมพร้อมใจเป็นของเขาในคืนนี้ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจจากเขาไปตอนเช้ามืด เพื่ออนาคตที่ดีของเขาในการลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยทิ้งจดหมายไว้หนึ่งฉบับ แจกแจงสาเหตุอย่างเจ็บปวดรวดร้าวว่า

“กราบเรียนคุณบริพัตร ลำหับเป็นลูกคนขายชาติ แม้เป็นเรื่องที่คุณกับนายแม่อภัยให้ แต่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สังคมไม่มีวันอภัยให้ คุณจะมีภรรยาเป็นคนขายชาติไม่ได้ ลำหับเสียใจและเสียดายที่ไม่อาจอยู่ทดแทนพระคุณคุณบริพัตรและนายแม่ต่อไปได้ ถ้าใครๆทราบว่าลำหับคือใคร จะทำให้ชื่อเสียงและชีวิตในวันข้างหน้าของคุณและนายแม่มัวหมอง ขอให้เป็นลำหับเพียงคนเดียวที่ไม่มีที่ยืนในสังคม ไม่ใช่คุณกับนายแม่ หรือรวมถึงลูกที่อาจจะเกิดมาด้วย โปรดอย่าติดตามหาลำหับ ลำหับจะจดจำความเมตตาที่ได้รับไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่...รักและเทิดทูนคุณมากที่สุด”

บริพัตรอ่านจดหมายฉบับนั้นด้วยความเสียใจ ร่ำร้องว่าไม่อยากเป็นผู้แทนเท่ากับอยากมีลำหับอยู่เคียงข้าง ลำหับแอบมองเขาอยู่มุมหนึ่งน้ำตาไหลพราก รำพึงอย่างสุดเศร้าก่อนตัดใจจากไปพร้อมซอตัวแทนของแม่

“แม้ว่าเราสองคนจะไม่ได้อยู่เคียงข้างกัน แต่หัวใจของลำหับจะตามไปอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป”

ooooooo

สายวันเดียวกันเฉิดเฉลามาหาภัทราเพื่อหยั่งเชิงดูสถานการณ์เรื่องแต่งงานระหว่างบริพัตรกับลำหับ

เมื่อไม่เห็นว่าที่บ่าวสาวจึงถามภัทราว่าไปไหนกันหมด ภัทราไม่ตอบ เลี่ยงไปแสดงความเสียใจเรื่องพ่อเลี้ยงศรที่เมื่อคืนมีข่าวว่าพบศพที่เหลือแต่โครงกระดูก

“ไม่น่าเสียใจหรอกค่ะ คุณลุงเป็นพวกขายชาติร่วมกับพ่อของลำหับไงคะ”

“คนตายไปแล้วอย่าเอาเขามาวิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่ดีเลย และที่ยิ่งไปกว่านั้นเขาคือลุงของหนูนะจ๊ะ ทีนี้คงเข้าใจความรู้สึกของลำหับแล้วสินะ หัวอกเดียวกันแล้วนี่”

“จะว่าไปความจริงเฉิดก็ไม่ได้เป็นญาติโยมอะไรกับเขาหรอกค่ะ เราแค่นับญาติกันเท่านั้นเอง”

“อ้าว...มิน่า...แต่ดูท่าทางเขารักหนูหวงแหนหนูมากนะจ๊ะ ดูสิวันก่อนโกรธยศพงษ์ซะแทบตาย”

เฉิดเฉลาไม่พอใจแอบด่าในใจว่าอีแก่ปากมาก...แต่สีหน้าปั้นยิ้ม เหลียวซ้ายแลขวาถามหาบริพัตรกับลำหับอีกครั้ง ภัทราทนแรงตื๊อไม่ไหว ตอบอย่างไม่เต็มใจว่าเขาพากันไปดูดาวดูเดือนที่ไหนไม่รู้ตั้งแต่เมื่อคืน

“เมื่อคืน...ต๊าย! แล้วหายไปจนบัดนี้หรือคะ น่าเกลียดมาก ไม่รักนวลสงวนตัวเลย”

“จะต้องไปสงวนกันทำไม คนจะแต่งกันวันนี้พรุ่งนี้อยู่แล้ว โตๆกันแล้ว มีพวกที่ไม่ได้ตกไม่ได้แต่งพากันหาที่เสียตัวกันถมไป จริงไหมจ๊ะพวกลับๆล่อๆ”

“เฉิดไม่สนใจเรื่องคนอื่น ก็หวังดีห่วงภาพพจน์ของบริพัตร”

“ห่วงนายศรเถอะนะ อ้อ หนูควรจะรีบไปจัดงานศพให้เขานะ”

“ศพเหลือแต่กระดูกที่ตัวอะไรไม่รู้แทะ แถมตายฉาวโฉ่ จะมีใครกล้ามางานศพให้เสียหายตัวเองกันคะ”

“ไม่มีใครมาก็น่าจะมีคนที่เขาชุบเลี้ยงมานะ มันคนละเรื่องกันกับเรื่องส่วนตัวของเขา”

“เฉิดไม่เอาด้วยหรอกค่ะ อายแทน กลัวติดร่างแหว่าแย่แบบเขา เฉิดจะรอบริพัตรกับลำหับ”

หญิงสาวตัดบทหน้าตาเฉย ภัทรามองเธออย่างไม่ชอบใจนัก...รออยู่นานพอสมควรกว่าบริพัตรจะกลับมาในสภาพสีหน้าโศกระทม เฉิดเฉลาถามถึงลำหับเขาก็ไม่ตอบแถมเลี่ยงขึ้นข้างบนจนน่าสงสัย พอกลับไปเล่า

ให้ยศพงษ์ฟัง รายนั้นก็ฟันธงว่าคงทางใครทางมัน ไปคนละทิศละทางแล้วแน่ๆ

“หมายความว่าที่เฉิดอาละวาดข่มขู่ใส่มัน มันยอมแพ้แล้ว...ไม่อย่างนั้นบริพัตรคงไม่ทำหน้าเหมือนอยากลาโลกแบบนั้น”

“เริ่มแผนขั้นต่อไปได้แล้วเฉิด ปั้นดินให้เป็นดาว จัดการปั้นให้นายบริพัตรเป็น ส.ส.สมัยหน้าให้ได้ แต่ห้ามปันใจให้มัน”

เฉิดเฉลายิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมมากสำหรับแผนการขั้นต่อไป

ooooooo

หลังจากตัดใจไปจากบริพัตร ลำหับพลาดพลั้งตกไปในลำธารหัวแตกกระแทกหินแล้วเกือบจมน้ำตายถ้าไม่ได้ชาตรีมาช่วยไว้

ชาตรีรู้เห็นเรื่องราวระหว่างลำหับกับบริพัตรตั้งแต่เมื่อคืน เขาอุ้มเธอในสภาพหัวแตกเนื้อตัวเปียกปอนมาที่บ้านเล็กๆภายในไร่...ในเวลาเดียวกันบริพัตรนั่งหน้าหม่นหมองอยู่ต่อหน้าภัทราที่ทราบเรื่องลำหับแล้ว

“ลำหับทิ้งผมไปอย่างไม่ไยดี ทำไมเธอทำกับผมอย่างนี้”

“เพราะลำหับรักลูกมากเกินกว่าจะทำให้ลูกต้องอับอายขายหน้า ด้วยสาเหตุที่มีภรรยาเป็นลูกคนขายชาติ”

“ผมไม่แคร์ ผมเปิดอกอธิบายให้ลำหับเข้าใจถึงจิตใจผมแล้ว ลำหับทำเหมือนเข้าใจดี ที่แท้เธอหลอกลวงผม เสแสร้งทำเป็นเข้าใจดีทุกอย่าง”

“เพราะลำหับเข้าใจดีทุกอย่างน่ะสิถึงทำอย่างนี้ นี่คือความรักที่เปี่ยมล้นด้วยความเสียสละ ลำหับรู้ว่าผลร้ายที่จะตามมาคืออะไร ลูกกับเธอไม่ได้อยู่กันแค่สองคนในโลก ยังมีคนอื่นอีกค่อนประเทศที่ไม่มีวันเข้าใจเรื่องราวของลำหับ”

“ใครไม่เข้าใจ แต่ผมเข้าใจก็เพียงพอแล้ว...กำลังจะแต่งงานกันแท้ๆ ผมจะตามลำหับกลับคืนมาแต่งงานกับผมให้ได้ นายแม่อย่าห้ามนะครับ”

“แม่ไม่ห้าม อะไรที่ลูกทำแล้วสบายใจ พึงพอใจ แม่ยินดี เต็มใจ เป็นกำลังใจให้ทั้งนั้น หวังว่าลูกจะตามลำหับพบ พูดจากันจนเข้าใจและกลับมาแต่งงานมีหลานให้แม่ได้ชื่นชม”

“มีหลาน...จริงสิ บางทีคุณแม่อาจมีหลาน ลำหับอาจพาหลานนายแม่หนีผมไปด้วย”

“หมายความว่า...”

“เมื่อคืนเธอมอบกายให้ผม ขอบคุณครับที่สะกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ผมจะพลิกแผ่นดินหาลำหับให้พบให้ได้”

“แม่ดีใจ ขอให้ลำหับมีลูกกับบริพัตร ขอให้ฝันของแม่ที่อยากมีหลานเป็นจริง” ภัทรายิ้มกว้าง สวมกอดลูกชายอย่างมีความหวัง

ooooooo

ไม่ว่าชาตรีจะหว่านล้อมกล่อมลำหับอย่างไรก็ไม่เป็นผล เธอยืนยันไม่กลับไปแต่งงานกับบริพัตรผู้ชายที่เธอรักและเทิดทูนอย่างสุดหัวใจ

“แต่คุณบริพัตรผู้แสนดีของเธอ เขาต้องพลิกแผ่นดินหาเธอจนพบแน่นอน”

“ถ้าเขาหาหนูจนพบจริงๆ หนูก็ขอยืนยันว่าหนูจะไม่กลับไปกับเขา”

“ทั้งที่รักเขาใจแทบขาด เธอทำร้ายจิตใจเขามากรู้ตัวไหม”

“ทำร้ายจิตใจแต่ไม่ได้ทำร้ายอนาคตของเขา รักของหนูมากเกินกว่าจะเอาคำว่ารักมาทำลายอนาคตของเขา อนาคตของเขาคือการได้เป็นผู้แทนราษฎรที่ดีของประชาชน เขาต้องบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ใช่ผู้แทนราษฎรมีต้นทุนทางสังคมต่ำเตี้ย เพราะมีเมียเป็นลูกคนขายชาติ”

“ฉันเข้าใจ แต่เขาคงรักเธอมากกว่ารักการเป็นผู้แทน”

“ก่อนหน้าพบหนู เขารักการเป็นผู้แทนมาก เขาต้องการรับใช้ชาติ มันขัดกับการมีลูกคนขายชาติอยู่ข้างกายค่ะ ถ้าเรายังดื้อดึงจะแต่งานต้องมีใครขุดคุ้ยขึ้นมา แล้วเขาจะเอาหน้าไว้ที่ไหน อับอายหมดศักดิ์ศรี มันคือการฆ่าตัวตายทางการเมืองจากคำพิพากษาของสังคมที่เกิดขึ้น หาที่ยืนที่ไหนไม่ได้เหมือนหนูตอนนี้”

“แต่เธอก็ทำเกินไป หนีเขามาหน้าตาเฉย ทั้งที่เมื่อคืนเธอกับเขา...” ชาตรีกระดากปากไม่อยากพูด

ลำหับหน้าเจื่อนรู้สึกอับอาย ต่อว่าเขาเสียมารยาทมากที่ก้าวล่วงชีวิตส่วนตัวของคนอื่น

“ขอโทษ...คือฉันแค่อยากให้เธอบอกลาเขาสักนิด”

“ถ้ารอบอกลากันตรงๆ หนูก็คงไม่อาจตัดใจบอกลาเขาได้ สิ่งที่สำคัญกว่าใดๆในโลกนี้สำหรับหนู เรื่องขายชาติคือความละอายที่เกิดขึ้นกลางใจหนู และไม่วันลบเลือน มันทำลายหนู ทำลายวงศ์ตระกูล ที่ร้ายมากที่สุดคือทำลายคนไทยด้วยกัน”

“มันเกิดขึ้นแล้ว มันไม่อาจลบล้างได้”

“ค่ะ หนูจึงไม่ยอมให้ใครมาร่วมรับความละอายกับหนูในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ”

“เธอก็ไม่ได้ทำ แต่เธอคือเหยื่อของการกระทำนั่น แม้ลบล้างไม่ได้ แต่เธอสามารถพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้ขายชาติ แล้วความชอบธรรมจะกลับคืนมาสู่เธอ”

“หนูตัดสินใจเด็ดขาดแล้วค่ะ ไม่หวนกลับคืนแน่นอน”

“ดื้อมาก รั้นที่สุด รั้นเข้าขั้นดื้อตาใส เธอไม่ฟังที่ฉันบอก เบื่อมาก รำคาญ อยากอวดดียังไงก็ตามใจเธอ”

“ถ้าอยากตามใจหนู ทำไมไม่ปล่อยให้หนูจมน้ำตาย”

“พูดบ้าๆ คิดอยากตายเพื่อพ้นทุกข์ แต่ไปเพิ่มทุกข์ให้คนที่เขารักตัวเองและตัวเองก็รักเขาจะเป็นจะตาย”

ชาตรีหันหลังกลับ หงุดหงิดไม่มีเหตุผลเพราะแอบรักลำหับด้วยอีกคน

“นั่นคุณจะไปแล้วหรือ”

“กลัวหรือไง ไม่ต้องกลัว” เขาหันกลับมาส่งปืนให้ “เธอยิงแม่น เอามันไว้เป็นเพื่อน” ลำหับรับไว้พร้อมกล่าวขอบคุณที่เขาช่วยเหลือ “ก็ไม่ได้อยากช่วย แต่มันเป็นหน้าที่”

“คุณเลยหงุดหงิดที่มีหน้าที่ช่วยหนู ใครไม่ทราบที่บอกให้คุณช่วยหนู”

“เพราะเขามีหน้าที่ต้องช่วยเธอ”

“คุณรับจ้างเขาคนนั้นช่วยหนูหรือคะ”

“หุบปาก!” เขาตวาดแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ลำหับแปลกใจสงสัยว่าใครคนนั้นทำไมต้องมีหน้าที่สั่งให้ชายลึกลับคนนี้มาช่วยเหลือ

ผ่านไปไม่นาน ชาตรีก็ย้อนกลับมาหาลำหับอีกครั้ง จะนำซอที่เก็บได้มาคืนให้ แต่ดันมาเจอสนกับสมุนกำลังคุกคามลำหับ สองฝ่ายต่อสู้กันพักหนึ่ง ก่อนที่พวกสนจะเป็นฝ่ายล่าถอยไปเพราะความเด็ดเดี่ยวดุดันของลำหับ

ooooooo

หลังจากกำจัดพ่อเลี้ยงศรไปแล้ว เฉิดเฉลากับยศพงษ์เจอกันบ่อยขึ้น ปรึกษาหารือวางแผนการร้ายๆเพื่อความยิ่งใหญ่และสุขสบายของตนเอง

“เฉิดมั่นใจว่าต้องมีใครหรือขบวนการอะไรบางอย่างตามจุ้นจ้านวุ่นวายกับนังลำหับ เพื่อทั้งปกป้องและคุกคามมัน”

“นังนี่มันเป็นใครกันแน่ มันคงไม่ใช่แค่มีพ่อเป็นคนขายชาติ ต้องมีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้นแน่”

“อยากให้มันตายตามไอ้แก่ศรไปจริงๆ รู้ที่อยู่มันวันไหนจะตามจิกไม่ปล่อยให้มันอยู่สร้างความวุ่นวายให้เราอีกต่อไป”

“หาที่อยู่มันให้พบก่อนที่นายบริพัตรจะพบมัน”

“ใช่แล้ว เรื่องเฉพาะหน้าตอนนี้คือเรื่องจัดการบริพัตรให้เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้”

“เฉิดกำลังจะบอกว่าจะรีบเสนอหน้าเสนอตัวไปสนองไอ้บริพัตร”

“พูดน่าเกลียดมาก”

“แล้วมันน่ารักตรงไหน ที่เธอทำท่าทำทางราวกับนั่นคือรักแรกพบ ดีใจจนตัวสั่น ผมหึงนะเฉิด”

“ทีเฉิดยังไม่หึงยศกับเมีย แล้วจะมาหึงเฉิดไปทำไม เฉิดกำลังช่วยไขว่คว้าหาวิมานในอากาศที่ยศวาดฝันเอามาหยิบยื่นตรงหน้ายศนะ”

“โอเค...ยอม”

เฉิดเฉลายิ้มพอใจ เข้าคลอเคลียนัวเนียกันโดยไม่สนใจเสกสรรลูกน้อยที่กำลังร้องไห้จ้าไร้คนเหลียวแล...

เมื่อวางแผนดิบดีแล้ว เฉิดเฉลาเดินหน้าไปอาสาช่วยบริพัตรตามหาลำหับ ตามเขาไปถึงโขดหินกลางป่าแล้วแอบเจาะยางรถทั้งสี่ล้อจนแบนแต๋เพื่อให้ตัวเองกลับบ้านไม่ได้ ต้องนอนค้างในเต็นท์กับเขา พอสบโอกาสคืนนั้นก็แอบเอาบรั่นดีผสมยาเสพติดคะยั้นคะยอให้เขาดื่มจนครองสติไม่อยู่ เห็นเธอเป็นลำหับ กอดจูบดีใจคิดว่าเธอกลับมาหา

ฝ่ายลำหับที่ต้องดั้นด้นหนีตายไปกับชาตรีอีก เขาและเธออาศัยถ้ำพักพิง แต่เพราะถ้ำนี้ชาตรีเจอโครงกระดูกของพ่อเลี้ยงศร เขายั่วแหย่หลอกผีจนเธอกลัวไม่กล้านอน ตัดสินใจจะกลับไปยังโขดหิน

“ดีมาก เธอต้องไปพบเขา”

“หนูจะไปพูดกับเขาตรงไปตรงมาว่าเราแต่งงานกันไม่ได้”

“ฉันดีใจนะ พรุ่งนี้เช้าไปกันเลย”

“หนูอยากไปตอนนี้ นี่มันก็ใกล้จะเช้าแล้ว มันไม่ไกลจากที่นี่มากไม่ใช่หรือ”

“โอเค เพื่อความรักของเธอ ขอให้ราบรื่นจบลงด้วยดี”

“จบราบรื่นแบบเข้าใจกันดีทั้งสองฝ่ายค่ะ”

“ความรักมันไม่มีเหตุผล ถ้าคิดสวนทางกันมันจบไม่ราบรื่นหรอก พยายามหน่อย อย่างน้อยก็ให้เวลาเขาทำใจบ้าง”

“คุณพูดถูก หนูจะให้เวลาเขาทำใจ”

ชาตรีพาลำหับกลับไปยังโขดหิน ทั้งคู่คิดว่าในเต็นท์ที่กางไว้ไม่มีใครอยู่ ชาตรีให้ลำหับเข้าไปรอข้างใน ส่วนตัวเองจะไปส่งข่าวบอกบริพัตรให้รีบมาพบ แต่พอชาตรีไปแล้ว ลำหับหัวใจแทบสลาย พบภาพบาดตาบาดใจเฉิดเฉลากับบริพัตรนอนกอดก่ายอยู่ในเต็นท์

ลำหับน้ำตาซึม ผิดหวังเสียใจอย่างสุดซึ้ง หันกลับออกมาทั้งที่เจ็บขาแทบเดินไม่ไหว เฉิดเฉลารู้ตัวตามมา

ยิ้มเย้ยอย่างสาแก่ใจ กระชากแขนลำหับล้มลง ถามว่าจะหนีความจริงไปไหน

“ขอโทษ ฉันไม่มีอะไรจะตอบ”

“เธอกลับมาทำไม กลับมาเพื่อทำลายชีวิตของเขางั้นหรือ”

ตอนที่ 4

บริพัตรตัดใจจากลำหับด้วยความเศร้าโศกผิดหวังและยอมแต่งงานกับเฉิดเฉลาทั้งที่ไม่ได้รักเลยสักนิด

เรื่องย่อละคร พญาโศก

หนูใหญ่ (ลำหับ) เป็นลูกสาวของ ราม หัวหน้าค่ายอาสาป้องกันชายแดนผู้ทรยศต่อแผ่นดิน เพราะความอยากเป็นใหญ่มีเงินทองจึงไปเข้าร่วมกับ พ่อเลี้ยงศร เจ้าพ่อค้ายา ทำสิ่งผิดกฎหมาย และก่อการร้าย รามเปิดทางให้พวกพ่อเลี้ยงศรเข้ามาเผาค่ายเพื่อใช้เป็นทางผ่านส่งยา ในคืนวันเกิดเหตุหลังจากที่ลำหับฝึกซอสามสายที่ นลินี ผู้เป็นแม่ฝึกสอนให้ประจำแล้ว รามสั่งให้นลินีเล่นเพลงพญาโศกซึ่งรามแอบใช้เป็นเพลงสื่อสารกับพ่อเลี้ยงให้รอช่วงเวลาหลังจากเพลงจบบุกทำลายค่าย นลินีไม่ต้องการเล่นเพลงนี้เพราะจับสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่สามีสั่งให้เล่นเพลงนี้จะมีความตายเกิดขึ้น แต่ก็ไม่อาจขัดขืนได้จึงจำใจเล่น

ศรได้ยินเสียงเพลงพญาโศกขึ้นจึงรีบสั่งการตามที่นัดหมายกับรามทันที เมื่อเพลงจบรามสั่งให้ลูกเมียเดินทางออกจากค่ายโดยไม่ยอมตอบคำถามว่ามีจุดหมายที่ใด อนุญาตเพียงให้เอาซอสามสายไปด้วย นลินีเกิดลางสังหรณ์ว่ารามอาจทำสิ่งไม่ถูกต้องจึงปฏิเสธที่จะออกจากค่ายจนกว่าจะได้คำตอบ รามตอบเพียงว่า ถ้าอยู่ครอบครัวต้องตายหมดเพราะค่ายกำลังจะถูกทำลาย นลินีเข้าใจทันที และต่อว่ารามว่าหักหลังพี่น้องในค่าย เธอจะไปบอกให้ทุกคนรู้ตัวโดยที่ไม่ฟังคำสั่งของรามว่าให้ออกจากค่ายไม่เช่นนั้นจะยิงให้ตาย นลินีและลูกพากันวิ่งกลับไปเพื่อตะโกนบอกพวกในค่ายให้รู้ตัว ขณะเดียวกันนั้นพ่อเลี้ยงศรก็ยิงระเบิดเข้าไปในค่ายหลายลูก รามตัดสินใจยิงนลินีก่อนที่จะเข้าไปบอกทุกคนจนล้มลง ซอสามสายกระเด็น ลำหับและน้องชายตกตะลึง นลินีที่ใกล้ตายตะโกนสั่งให้ลำหับซึ่งตอนนั้นชื่อหนูใหญ่ ส่วนน้องชายชื่อน้องเล็ก (พลเทพ)ให้พาน้องหนี ลำหับก้มลงเก็บซอกระชากน้องชายหนี แต่รามจิกหัวไว้จนผมขาดจากหัวกระจุกใหญ่ รามแย่งเอาน้องเล็กมาได้ คนของศรเข้ามาเจอเหตุการณ์จะยิงลำหับ นลินีฮึดเฮือกสุดท้ายกระโดดไปขวางทางปืนล้มลงตาย ลำหับหนีรอดไปได้ ค่ายโดนทำลายคนในค่ายตายทั้งหมด ศรพาคาราวานยาเสพติดผ่านค่ายไปได้ ตั้งรามให้เป็นหัวหน้าค่ายแห่งใหม่ รามได้รางวัลเป็นเงินทองมากพอสมควร

ลำหับหอบซอหนีมาหกล้มหกลุกคลุกคลานหมดแรงสลบบนก้อนหินใหญ่กลางป่า เช้ารุ่งขึ้น บริพัตร ทำงานสำรวจรังวัดถนนที่ดิน เข้ามาสำรวจงานตามปกติกับลูกน้องสองคน ขณะที่ส่องกล้องสำรวจ ได้ยินเสียงเพลงพญาโศกแว่วมาจึงแพนกล้องไปยังก้อนหินใหญ่ เขาเห็นเด็กสาวแรกรุ่นหน้าตาสะสวยน้ำตาอาบนองหน้ากำลังเล่นเพลงพญาโศก บริพัตรเข้าไปยืนฟังใกล้ๆรอจนเพลงจบจึงแสดงตัว แต่ลำหับไม่ยอมพูดจาหรือตอบคำถาม หอบซอหนีไป บริพัตรตามจนลำหับหมดแรงล้มสลบไปอีกครั้ง บริพัตรจึงพาลำหับกลับไปบ้านตนเอง ลำหับรู้สึกตัวที่บ้านบริพัตร เห็นบริพัตรคนแรกรีบถอยหนีดึงซอมากอดไว้แน่น นายแม่ ของบริพัตรนั่งอยู่ด้วยเข้าปลอบโยนจนหายตกใจ กระนั้นลำหับก็ยังไม่ยอมพูดจากับใครเช่นเดิม จนทุกคนคิดว่าลำหับเป็นใบ้ นายแม่ตั้งชื่อให้หนูใหญ่ว่าลำหับ ลำหับเอาแต่สีซอเพลงพญาโศก ข้าวปลาแทบไม่ยอมกิน จนกระทั่งวันหนึ่งนายแม่เป็นลมกะทันหันไม่มีใครในบ้านเห็น ลำหับไปช่วยพูดจาดูอาการนายแม่ ทำให้ทุกคนดีใจมากที่ลำหับพูดได้ วิเวก คนรถกับ ตึ๋งหนืด คนรับใช้ ชื่นชมรักใคร่ลำหับมากโดยเฉพาะนายแม่ บริพัตรดีใจที่สุดตัดสินใจส่งลำหับไปเรียนหนังสือ แต่ไม่ว่า ลำหับจะพูดจาอะไรก็ไม่เคยปริปากบอกว่าเป็นใครมาจากไหน

เฉิดเฉลา หญิงสาวเปรี้ยวเฉี่ยวที่ทุกคนเข้าใจว่าคือเจ้าสาวในอนาคตของบริพัตร ไม่ชอบลำหับตั้งแต่ก้าวแรกที่บริพัตรพามาบ้าน พยายามบอกให้ไล่ไปให้พ้นเพราะลำหับต้องเป็นคนไม่ดีแน่นอน เฉิดเฉลาเบื้องหน้าเป็นหลานของพ่อเลี้ยงศร แต่ความจริงแล้วเป็นลูกสาวของแม่บ้านที่ท้องกับคนงานด้วยกันแต่ไม่มีใครยอมรับเป็นพ่อ พอโตขึ้นหน้าตาดีจึงถูกศรปล้ำ และรับเอามาเป็นเมียน้อยตั้งแต่อายุเพิ่งแรกรุ่น เฉิดเฉลาแสร้งทำดีแต่ในใจเกลียดชังคิดล้างแค้น เฉิดเฉลารู้ความลับและความเป็นมาของ ลำหับ เฉิดเฉลามักใหญ่ใฝ่สูงอยากได้ใคร่ดี แอบคบเพื่อนชายสนิทคือ ยศพงษ์ เป็นเศรษฐีใหม่ไฟแรงเคมีตรงกัน เฉิดเฉลาสมคบกับยศพงษ์โค่นล้มศร เพราะเกรงใครจะรู้ว่าเธอคือเมียน้อยของศร แม้แต่ยศพงษ์ก็ไม่รู้ เฉิดเฉลามีลูกกับศรชื่อ เศก เศกเป็นเด็กติดยา เฉิดเฉลาบอกทุกคนว่าเก็บมาดูแล เฉิดเฉลาทำตัวเป็นคนใจบุญดูแลเศกที่ติดยาถึงขั้นหนักหน่วง เมื่อโค่นศรได้แล้ว ยศพงษ์ก็จะกลายเป็นเจ้าพ่อค้ายาคนใหม่ แทนศร

ลำหับสวยวันสวยคืนเก่งงานสารพัด เรียนจบมอหกและจะไปเรียนมหาวิทยาลัยต่อ ก่อนที่พ่อเลี้ยงศรจะโดนโค่นล้ม เฉิดยุยงให้ศรขอลำหับมาเป็นเมียเพื่อกีดกันลำหับให้พ้นจากบริพัตรที่เธอหมายปอง เฉิดพาพ่อเลี้ยงมาสู่ขอลำหับจากนายแม่ นายแม่โยนไปที่บริพัตร บริพัตรพูดไม่ออกบอกนายแม่ขอถามความเห็นของลำหับก่อน ลำหับปฏิเสธแม้ว่านั่นจะทำให้เธอกลายเป็นหญิงผู้ร่ำรวย เฉิดไม่พอใจมากๆ ลำหับกับบริพัตรพากันไปยังสถานที่พบกันครั้งแรก ทั้งสองสารภาพรักกัน บริพัตรขอลำหับแต่งงาน ลำหับตกลง บริพัตรแจ้งข่าวนี้กับนายแม่ ท่านยินดีและเต็มใจ เฉิดเฉลาแค้นมาก งัดไม้ตายเรื่องความหลังของลำหับว่ามีพ่อคือรามเป็นคนขายชาติ และจะเป็นการทำลายการไปสมัคร สส. ของบริพัตร นายแม่ไม่แคร์สิ่งนี้ และขอโทษเฉิดเฉลาแทนบริพัตร ส่วนเรื่องอนาคตให้บริพัตรตัดสินใจเอง ลำหับแอบได้ยินทั้งหมดจึงตัดสินใจหนีไปจากบริพัตร ลำหับชวนบริพัตรไปยังโขดหินแห่งนั้นอีกครั้ง ทั้งสองได้เสียกันในคืนนั้น เมื่อบริพัตรตื่นมาไม่พบลำหับจึงรู้ว่าลำหับหนีไปแล้ว เขาเสียใจมากจนล้มป่วย เฉิดเฉลาวางแผนกับยศพงษ์ว่าจะใช้บริพัตรเป็นเครื่องมือหากินหลังจากที่บริพัตรได้เป็นสส. ยศพงษ์ลงทุนหาเสียง และแอบซื้อเสียงให้บริพัตรโดยที่เขาไม่รู้ตัว เฉิดเฉลาบอกบริพัตรเรื่องลำหับเป็นลูกคนขายชาติ บริพัตรบอกไม่จำเป็นที่ลำหับต้องขายชาติไปด้วย เฉิดเฉลาตามหาลำหับ ต่อว่าต่อขาน จ้างวานลำหับให้หนีไปให้พ้นอย่าให้บริพัตรเจอ ให้ลำหับนึกถึงอนาคตของบิริพัตร ลำหับปฏิเสธจะรับเงินแต่รับปากจะหนีให้พ้นบริพัตร เฉิดมาบอกบริพัตรว่าลำหับมีผู้ชายคนใหม่ชื่อ ชาตรี ไปมาหาสู่บ่อยๆ

บริพัตรตามหาลำหับจนพบ ลำหับจึงแกล้งทำให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอยินยอมจะแต่งงานด้วยถ้าบริพัตรจะยอมเป็นคนขายชาติเข้าร่วมกับพ่อของเธอ บริพัตรไม่เชื่อ ลำหับยืนยันว่าจริง บังเอิญชาตรีมาหาลำหับ บริพัตรถามว่านี่คือผู้ชายคนใหม่หรือลำหับรับว่าใช่ บริพัตรจึงจำใจตัดใจจากลำหับด้วยความเศร้าโศกผิดหวังกลับมาแต่งงานกับเฉิดเฉลา บริพัตรได้เป็นสส.ดังต้องการ ถึงคราวที่ยศพงษ์และเฉิดเฉลา จะเอาคืน ทั้งสองขอให้บริพัตรผลักดันโครงการที่หมายตาไว้ให้ยศพงษ์ บริพัตรปฏิเสธ เฉิดเฉลาบอกว่าจะเปิดโปงบริพัตรเรื่องลำหับ และจะแฉบริพัตรว่าเนรคุณที่ยศพงษ์ซื้อเสียงให้ บริพัตรตกใจมากเพราะไม่เคยทราบมาก่อน จึงตัดสินใจลาออกจาก สส. หันมาทำงานส่วนตัว เฉิดกับยศเหิมเกริมเล่นชู้กันจนออกนอกหน้า นายแม่เห็นจึงตักเตือน เฉิดไม่พอใจเถียงสู้ด่ากลับแล้วผลักนายแม่จนตกจากบันไดคอหักตาย แสร้งทำโวยวายร้องไห้ว่าเข้ามาพบนายแม่ตกบันได บริพัตรหมดสิ้นทั้งแม่และคนรัก เตลิดเปิดเปิงหายเข้าป่าไป เขาไปนั่งรอลำหับที่โขดหิน บางครั้งได้ยินเสียงซอสามสายเพลงพญาโศกดังแว่วมา พอตามไปหาที่มาของเสียงกลับไม่พบอะไร ที่แท้ลำหับนั่นเองลอบตามมาแอบดูบริพัตร ลำหับไปทำไร่ดอกไม้โดย มีวิเวกกับตึ๋งหนืดตามไปอยู่ด้วย เฉิดเฉลาท้องกับยศพงษ์แต่ไม่ได้บอกใคร กลับทำให้ทุกคนเข้าใจว่าท้องกับบริพัตร ส่วนลำหับคลอดลูกเป็นชายชื่อ คนัง ตลอดเวลาลำหับไม่เคยทราบว่าชาตรีคือตำรวจลับนอกเครื่องแบบที่แอบติดตามพฤติกรรมของเธอมาตลอด เธอมักพบชาตรีตามที่ต่างๆโดยเฉพาะในเวลาที่คับขัน เขาจะเป็นคนที่มาช่วยให้เธอรอดปลอดภัย จนกลายเป็นคนที่ไปมาหาสู่ที่ไร่ของลำหับ พลเทพน้องเล็ก ซึ่งโตแล้ว และได้รามครอบงำเต็มที่ปฏิบัติตามคำสั่งพ่อแต่โดยดี พลเทพลงมาจากเขามาดูพฤติกรรมของลำหับโดยไม่บอกว่าเขาคือน้องเล็ก รามให้พลเทพพยายามเกลี้ยกล่อมให้ลำหับไปเป็นพวก ลำหับปฏิเสธ แต่พลเทพเองก็ไม่ย่อท้อ

เฉิดแอบหลบไปคลอดลูกเงียบๆ และยกเด็กให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอบอกยศพงษ์ว่าเด็กแท้งตายไปแล้ว ยศพงศ์มีลูกกับภรรยาเก่าที่แต่งงานด้วยซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่ลูกสาวคือ เพ็ญโพยม ยังเล็กๆ ทิ้งเพ็ญให้อยู่ในความดูแลของ แม่เริ่ม กับ อาเดียว ญาติห่างๆ ยศพงษ์ให้ทุกอย่างทางวัตถุยกเว้นความรักความห่วงใย วิเวกมีญาติทำงานในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบอกลำหับว่าเฉิดทิ้งลูกที่ลงทะเบียนว่าเป็นลูกของบริพัตรไว้ ลำหับจึงไปรับมาดูแลเพราะสงสาร บริพัตรอาการหนักเพราะไปพลัดตกลงมาจากโขดหินที่ทั้งสองเคยพลอดรักกัน ลำหับรีบรับตัวบริพัตรมาดูแล เมื่อบริพัตรได้สติเขาได้ยินเสียงเพลงพญาโศก และพบว่า ลำหับสีซออยู่ใกล้ๆ เขาดีใจมาก ลำหับบอกความจริง และบอกเรื่องลูก บริพัตรจึงขอร้องให้ดูแลลูกของตนกับเฉิดเฉลาด้วย ลำหับพาคนังกับ จักริน ลูกของเฉิดมาให้รู้จัก บริพัตรกอดคนัง จักริน และลำหับก่อนหมดลมหายใจ ลำหับเลี้ยงดูเด็กทั้งสองด้วยความรักใคร่เท่าเทียมกัน สอนให้คนังรักน้องอภัยให้น้อง ยิ่งโตเด็กสองคนยิ่งมีนิสัยแตกต่างกัน จักรินชั่วร้ายเอาแต่ใจเห็นแก่ตัว เมื่อทำความผิดจะโทษคนัง ให้คนังยอมรับโทษแทนเสมอโดยที่ลำหับไม่เคยทราบ วิเวกกับตึ๋งหนืดระอาใจกับจักรินมาก โตขึ้นเรียนหนังสือเวลาสอบจักรินให้คนังใส่ชื่อและหมายเลขสอบของตน ส่วนตนเองใส่ชื่อคนัง ทำให้จักรินได้คะแนนสูงแต่คนังคะแนนต่ำ จบม.หก คนังตัดสินใจไม่เรียนต่อเพื่อให้แม่ได้ส่งเสียจักรินคนเดียว คนังใช้วิธีครูพักลักจำไปเรียนวิชาการเกษตรจากอาจารย์แม่โจ้ที่เกษียณแล้ว ทำสวนดอกไม้สวยงามใหญ่โต เอาเงินส่งให้จักรินเรียนเมืองนอกแบบลูกเศรษฐี

ที่เมืองนอกจักรินพบกับเพ็ญโพยม และสนิทสนมกัน จักรินหลงรักเพ็ญ แต่เพ็ญชอบพอบ้างไม่ถึงกับหลงรัก ทั้งสองไม่รู้ว่าพ่อเดียวกันเพียงแต่คนละแม่ จักรินอวดว่าเป็นลูกเศรษฐีมีเงิน เพ็ญฟังแล้วเบื่อมาก เพ็ญเลือกเรียนด้านดนตรีส่วนจักรินเรียนแบบจับจดไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ปิดเทอมทั้งสองต่างกลับบ้าน และนัดเจอกันที่เมืองไทย จักรินไม่อยากอยู่บ้านไร่กลัวคนว่ายากจน โดยหารู้ไม่ว่าคนังได้ขยายกิจการจนมีบ้านน่ารักน่าอยู่ จักรินพักที่คอนโดหรูในตัวเมือง เพ็ญไม่พอใจน้อยใจพ่อที่เอาแต่อยู่กับ เฉิดเฉลาทำตัวเป็นนักการกุศลดูแลเด็กเศก และเด็กยากจนอื่นๆแต่ไม่เหลียวแลลูกตนเอง จึงไม่ยอมเข้าบ้านพ่อ แต่จะไปหาแม่เริ่มกับอาเดียวที่เป็นผู้เลี้ยงดูเธอมา ซึ่งก็ย้ายบ้านใหม่เช่นกัน เพ็ญขับรถมาตามลำพังเพื่อไปหาแม่เริ่มกับอาเดียว แต่ไปไม่ถูกจึงแวะถามทางที่ไร่ของลำหับ เจอวิเวกเขาจะเป็นคนพาไปแต่รถยางแบน วิเวกเรียกตึ๋งหนืดมาช่วย และฝากคนังให้พาเพ็ญไปนั่งรอ คนังทำท่าเข้มไม่สนใจความเป็นสาวเปรี้ยวของเพ็ญ เพ็ญรู้สึกว่าคนังอวดดีปั้นปึ่ง เพ็ญหิวน้ำคนังก็ชี้ให้ไปกินในห้วย เพ็ญแอบเห็นคนังใช้ใบไม้รองน้ำกิน จึงขอใบไม้บ้าง คนังหมั่นไส้ส่งใบไม้ที่มีมดให้ เพ็ญโดนมดกัดปากเจ่อโวยวายใส่คนัง คนังหัวเราะเยาะแล้วเดินหนีไป เพ็ญเดินตามไปจะเอาเรื่องกลับได้ยินเสียงเพลงพญาโศก จึงหยุดทันทีหันเดินไปตามเสียงเพลงดังกล่าว พบว่าลำหับกำลังสีเพลงที่หลุมศพใครคนหนึ่ง เพ็ญเข้าไปทักทายจึงทราบว่าลำหับคือเจ้าของไร่ดอกไม้แห่งนี้ เธอบอกว่าสนใจซอสามสาย และเพลงพญาโศกนี้มาก เคยได้ยินเพลงนี้ แต่ไม่ไพเราะอย่างนี้ อยากขอมาเรียนรู้เพลงนี้จากลำหับบ้าง ลำหับยินดี ลำหับบอกว่าเธอมีลูกชายสองคน คนโตคือคนังผู้จัดการไร่ คนเล็กอยู่เมืองนอกหารู้ไม่ว่าจักรินมาขอให้คนังส่งเงินไปให้เช่าคอนโดอยู่ และกำลังจะขอให้ซื้อรถให้ และในระหว่างรอ จักรินจึงเอาเงินไปเช่ารถหรูมาขับ ขณะคุยกันลำหับทราบว่าเพ็ญเรียนเมืองเดียวกับลูกชาย และกำลังจะบอกชื่อลูกชายอีกคนแต่ไม่ทัน ได้บอก คนังก็มาบอกว่ารถใช้ได้แล้ว วิเวกพาเพ็ญไปส่งที่บ้านแม่เริ่มกับอาเดียว เพ็ญกลับไปเจอเข้ากับยศพงษ์เฉิดเฉลา และจักรินที่นั่น วิเวกซึ่งแอบหลบซ่อนดูอยู่จึงเห็นเหตุการณ์ และพบว่าแทนที่ยศพงษ์จะดีใจที่เห็นเพ็ญกลับมา แต่กลับบอกให้ไปคุยกับเฉิดเฉลาเรื่องงานกุศลที่จะให้เพ็ญโชว์ศิลปะที่ร่ำเรียนมา

เพ็ญต่อว่าพ่อไม่ใยดี จักรินรีบประจบเอาใจเฉิดกับยศเพื่อทำคะแนนเรื่องเพ็ญ สองคนคิดว่าจักรินเป็น ลูกเศรษฐีจึงยิ้มแย้มต้อนรับ ทั้งหมดทำให้วิเวกใจหายใจคว่ำมากรีบหนีกลับไร่ เฉิดกับยศพูดจบก็กลับไป ทิ้งให้เพ็ญอยู่กับอาเดียวแม่เริ่มและจักริน ยศพงษ์ให้แค่ซองเงินเป็นค่าใช้จ่ายวันงาน เพ็ญน้ำตาตกใน จักรินชวนเพ็ญไปเที่ยวดูแสงสีในเมือง เพ็ญปฏิเสธ แม่เริ่มกับอาเดียวได้แต่มองหน้ากันทำตาปริบๆสงสารเพ็ญ เพ็ญไปหาลำหับให้สอนเพลงพญาโศกและสอนสีซอสามสาย เพ็ญใช้เพลงพญาโศกประกอบ นาฏลีลาแสดงโชว์ของตนเอง โดยขอร้องให้ลำหับสีเพลงนี้ให้เธอ ลำหับรับปาก ทุกวันเพ็ญมาฝึกซ้อมที่ไร่ร่วมเดือน(ไร่ของลำหับ) เพ็ญพบกับคนังมีปากเสียงกันทุกวัน เพ็ญเปรยว่าอยากเจอหน้าน้องชายของคนังมาก เพราะลำหับคุยอวดไว้ว่าเป็นเด็กดีเรียนเก่ง คนังบอกลำหับว่าจักรินกลับมาแล้วไม่ยอมกลับมาบ้าน ลำหับน้อยใจเงียบๆ ให้คนังโทรไปหาจักริน จักรินบอกกำลังคุยเรื่องงาน และต้องการรถหนึ่งคันเพื่อใช้ติดต่องาน ไม่อยากให้ใครคิดว่ายากจนเพราะมีแฟนร่ำรวยมาก สองคนได้แต่อึ้ง แต่คนังก็รับปากน้องชายพยายามจะหาเงินให้จักรินไปดาวน์รถให้ได้

ถึงวันงาน มีการแสดงโชว์ต่างๆพอถึงชุดที่เพ็ญโชว์ ทุกคนเงียบกริบเพลงพญาโศกหวานเย็นไพเราะจนทุกคนต้องนิ่งเงียบ ลีลาการแสดงของเพ็ญประทับใจคนดูที่สุด เมื่อจบการแสดงทุกคนต่างลุกขึ้นยืนปรบมือยกนิ้วส่งเสียงเอาอีกๆให้เพ็ญ พิธีกรคือจักรินเป็นตัวแทนสัมภาษณ์เพ็ญ การแสดงครั้งนี้มีการถ่ายทอดทีวีด้วย รามดูรายการนี้ ส่วนพลเทพไปดูที่ห้องส่งจำเสียงเพลงพญาโศกนี่ได้ดีมาก การสัมภาษณ์เริ่มต้นขึ้น จักรินชื่นชมเพ็ญมากมาย เพ็ญกลับบอกว่าต้องยกเครดิตนี้ให้กับผู้ที่สีซอสามสายเพลงพญาโศก ยศพงษ์และหลายคนต้องการให้พาไปดูคนสีซอผู้นี้ที่สุด เพ็ญพาจักรินไปพบลำหับทุกคนตะลึง ยศพงษ์ จักริน ถึงกับนิ่งอึ้ง รามที่ดูอยู่บนเขาในป่าตะลึงนิ่งเงียบ เห็นลำหับแม้จะเป็นผู้ใหญ่สามสิบกว่าแต่ยังสวยงามได้แต่ถอนใจ พูดไม่ออก แต่คนที่ทนไม่ได้คือเฉิดนั่นเอง ลืมตัวเผลอวิ่งเข้ากล้องมากระชากคันซอไปจากมือลำหับขว้างทิ้ง ตบหน้าจนทุกคนตกตะลึงพรึงเพริด เฉิดเฉลาอ้างว่าตบสั่งสอนลูกคนขายชาติ ผู้กำกับรายการสั่งตัดภาพทันที เข้าโฆษณา แต่ผู้ชมก็เห็นกันทั่วประเทศแล้ว เฉิดเฉลาโกรธมากที่ลำหับบังอาจมาเล่นซอสามสายในงานของเธอ คนังปราดมาปกป้องแม่ วิเวกกับ ตึ๋งหนืดก็เช่นกัน เพ็ญโกรธเฉิดมากด่ากลับเฉิดรุนแรง จักรินพูดไม่ออก เพ็ญขอโทษลำหับ ชาตรีมาปรากฏตัวและแนะนำให้ลำหับกลับไปก่อน ขณะกำลังจะกลับจักรินวิ่งตามมาบอกลำหับว่าอย่าบอกทุกคนว่าเป็นลูก คนังชกจักริน ลำหับต้องห้ามเอาไว้ และรับปากว่าจะไม่บอกใคร จักรินโล่งอก เฉิดกับยศตามมาสำทับว่าอย่าคบหากับลูกสาวของพวกเขาเด็ดขาด และสั่งจักรินว่าพวกเราเป็นผู้ดีมีเงินอย่าไปเกลือกกลั้วคนชั้นต่ำ จักรินรีบทำท่าดูถูกผสมทันที คนังจะอาละวาดอีกครั้ง ลำหับต้องรีบห้า

พลเทพกลับไปรายงานพ่อถึงเรื่องลำหับและคนัง รามบอก สน มือขวาว่าต้องการให้สนติดตาม ลำหับมาเป็นพวกให้ได้ สนบอกว่าชาตรีเป็นคนรักของลำหับ ชาตรีน่าจะช่วยพูดให้ได้ รามตกลงให้เอา คนังมาด้วย เพ็ญไม่สบายใจมาก คนังก็แค้นมากที่เฉิดมาตบหน้าแม่ และโดนดูถูกจากยศพงษ์ คนังเก็บความแค้นเอาไว้เต็มอก วิเวกกับตึ๋งหนืดต่อว่าลำหับว่าทำไมไม่บอกเฉิดไปว่าจักรินคือลูกของเฉิดที่ลำหับเก็บมาเลี้ยง ลำหับห้ามไว้เพราะจักรินจะอับอาย จักรินแอบมาอีกครั้งมาบอกว่าจะเอาเงินไปซื้อรถเขาเห็นไร่ใหญ่โตไม่เชื่อว่าไม่มีเงิน และห้ามไม่ให้ไปในที่พวกเพ็ญและจักรินไป ลำหับรับปากน้ำตาไหลพราก คนังประกาศว่าไม่ซื้อรถไม่ส่งเสียคนอกตัญญูอีกแล้ว ทำให้จักรินยิ่งแค้นใจมากชกต่อยกัน ลำหับแอบให้เงินจักรินไปก้อนหนึ่ง จักรินบอกว่าจะไม่มาที่นี่อีก เพราะกำลังจะไปเป็นลูกเขยของบ้านเฉิดแล้ว

เฉิดพยายามสืบสวนว่าจักรินคือลูกใคร ฐานะดี ชาติตระกูลดีแค่ไหน จักรินก็เล่นบทหลอกลวงจนสองคนเชื่อว่าเป็นลูกเศรษฐี จักรินขอเพ็ญแต่งงานเพ็ญปฏิเสธ วันหนึ่งเพ็ญแอบมาที่ไร่ของลำหับยังไม่ทันจะเข้าไปกลับพบกับคนังเสียก่อน เพ็ญโดนคนังต่อว่าแรงๆ เพ็ญแรงตอบ และจะเข้าไปพบลำหับให้ได้ สองคนยื้อยุดกัน คนังโกรธจับเพ็ญมัดโยนใส่รถของเพ็ญเองแล้วขับไปในป่าที่มีทะเลสาบกระท่อม ลุงเปรื่อง ที่คนังคุ้นเคยซึ่งตอนนี้ลุงเปรื่องไม่อยู่แล้ว ทั้งสองทะเลาะตบตีกันในบ้านหลังนั้นหลายวัน คนังไม่ได้ล่วงเกินเพ็ญ ในที่สุดทั้งสองก็แอบรักกันและกัน แต่ยังมีทิฐิอยู่ เฉิด ยศพงษ์ และจักรินตามหาเพ็ญไม่พบ มั่นใจว่าโดนคนังลักพาตัว จักรินรับอาสามาถามลำหับ จักรินทำร้ายด่าทอลำหับ ชาตรีมาห้ามเอาไว้และต่อว่า ขู่ว่าจะไปแจ้งความ จักรินจึงกลับไป แล้วในที่สุดก็กลับมาอีกพร้อมกับยศพงษ์ สมุน และเฉิดมาบังคับให้ลำหับบอกให้ได้ ลำหับบอกไม่รู้ไม่เห็นเพ็ญกับคนัง คนังผูกเพ็ญไว้ตลอดเวลา ทีแรกเพ็ญไม่ยอมกินอาหารแกล้งสั่งให้ให้คนังไปหาอาหารแปลกมาให้กินเช่นปลาโน่นปลานี่ คนังตากฝนไปหาปลาดังกล่าวมาให้เพ็ญโดนขวดแตกในน้ำบาดเป็นแผลเหวอะหวะอักเสบบวมไข้ขึ้น คนังจึงตัดสินใจปล่อยเพ็ญ เพ็ญออกไป คนังพยายามตะกายจะไปหาหมอเองล้มลงหมดสติ ฟื้นมาอีกทีพบว่าเพ็ญพาคนังไปหาหมอ คนังบอกไม่ต้องการให้ช่วยเหลือให้เพ็ญไป เพ็ญบอกไม่ไปจนกว่าคนังจะอาการดีขึ้น ทั้งสองจึงพากันกลับไปที่กระท่อมอีกครั้ง คนังห่วงลำหับมากทำตัวให้ดูเหมือนอาการดีขึ้น ทั้งสองจึงพากันกลับบ้าน

ที่บ้านลำหับ พวกเฉิดบุกมาอีกครั้งมาทำร้ายวิเวกกับตึ๋งหนืดจนหมดสติ และจะจับตัวลำหับจะเอาไปเป็นตัวประกันให้คนังออกมา แต่เฉิดต้องการมากกว่านั้นคือเผาบ้านลำหับ สั่งให้จักรินเป็นคนเผาเพื่อพิสูจน์ว่ารักเพ็ญจริง จักรินลำบากใจไม่น้อยเพราะมากเกินไป ที่นี่ตนเองเคยอยู่มาตั้งแต่เล็กๆรีรอแต่ ยศพงษ์สั่งให้เผาหาไม่จะไม่ยกเพ็ญให้ จักรินพายามลากลำหับออกมาจากบ้าน ลำหับยืนกรานว่าจะตาย คาบ้าน เฉิดกับยศบอกตามใจ ลำหับสลัดหนีเข้าบ้าน ในที่สุดจักรินก็เผาบ้าน ลำหับหยิบซอนั่งสีเพลง พญาโศกน้ำตาไหลพรากในบ้าน ขณะที่เพ็ญกับคนังพากันมาใกล้บ้านมากแล้ว รถน้ำมันหมดสองคน ลงเดิน คนังมองไปเห็นควันไฟออกมาจากบ้าน คนังวิ่งสุดแรงเกิดรีบจนทำจดหมายหล่นลงพื้นหลายฉบับ

เพ็ญหยิบไว้ เก็บใส่กระเป๋าตัวเองเดินตามคนังไป คนังไปถึงบ้านไฟไหม้เกือบหมดแล้ว จักรินมองอึกอัก ยศกับเฉิดยืนมองหัวเราะด้วยความสะใจ คนังปราดมาชกต่อยจักริน วิเวกกับตึ๋งหนืดฟื้นขึ้นมาบอกคนังว่า ลำหับน่าจะติดอยู่ในบ้าน คนังวิ่งไปในบ้านที่ไฟกำลังลุกท่วมช่วยลำหับออกมาได้ ให้วิเวกกับตึ๋งหนืดดูแลแม่ คนังลงมือชกกับจักรินด่าว่าอกตัญญูไม่รู้จักบุญคุณแม่ที่เลี้ยงดูมา ยกพงศ์กับเฉิดแปลกใจ และโกรธมากที่รู้ว่าจักรินกลายเป็นลูกของลำหับแต่มาหลอก ยศพงษ์ชักปืนมาจะยิงจักริน วิเวกกับตึ๋งหนืดตะโกนใส่เฉิดบอกว่าจักรินนี่แหละลูกของเฉิดที่เกิดกับบริพัตรที่เฉิดเอาไปทิ้งไว้สถานเด็กกำพร้า ลำหับรับปากบริพัตรจึงไปรับมาเลี้ยง เฉิดตะลึง จักรินตะลึงแต่กลายเป็นดีใจที่มีแม่รวย คนังก็ตกใจเพิ่งรู้ความจริง แต่ยศพงษ์ก็ยังไม่พอใจเพราะยิ่งคิดว่าเป็นลูกบริพัตรก็ยิ่งไม่ชอบใจจะยิงต่อเฉิดวิ่งมาบัง แล้วบอกว่ายิงไม่ได้แถมดึงปืนจากมือยศมายัดใส่มือจักรินแล้วสั่งให้ยิงคนัง จักรินจะยิงคนังลำหับมาห้ามไว้ เฉิดบอกให้ยิงลำหับ เพ็ญวิ่งมาบอกว่าคนังไม่ได้ลักพาตัวเธอไป จักรินกำลังจะยิงใส่ลำหับ คนังโดดมาแย่งปืน สองคนแย่งปืนกันไปมา แล้วปืนก็ลั่นดังขึ้นไปโดนเอาพลเทพที่รามส่งลงมาหาลำหับ พลเทพบอกกับลำหับว่าเขาคือน้องชายของลำหับที่รามส่งมาคอยดูลำหับ ลำหับร้องไห้ด้วยความเสียใจ เฉิดรีบสั่งให้จักรินเอาปืนยัดใส่มือคนังที่กำลังตกใจมาก เฉิด ยศ จักรินช่วยกันลากเพ็ญกลับออกไป วิเวกกับตึ๊งหนืดให้คนังรีบหนี ส่วนสมุนที่มาด้วยกับพลเทพทำทีช่วยคนังหนี แต่ที่แท้แอบจับตัวคนังไปให้ราม ส่วนศพของพลเทพที่ตายในอ้อมกอดของลำหับ มีคนของรามมาเอาศพไป ลำหับหมดสิ้นทุกอย่างตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยกันเอาคันซอแทงหน้าอก ชาตรีมาห้ามเอาไว้ทัน ปลอบโยนลำหับว่าถ้าต้องการกู้เกียรติว่าไม่ใช่คนขายชาติก็ต้องกอบกู้เกียรตินั่นกลับคืนมาด้วยการช่วยชาติ ลำหับตกลง ชาตรีจึงแนะให้ลำหับไปพบรามบนเขา ลำหับไปพบราม รามไม่ได้ทำท่ายินดีมากมายแต่โอบกอดตามรูปแบบที่ทุกคนทำกันเท่านั้น ลำหับบอกจะมาขออยู่ด้วย รามบอกให้ลำหับพิสูจน์ตนเองด้วยการฆ่าใครหนึ่งให้ดู ลำหับรับปาก แต่พอเห็นคนที่รามสั่งให้ฆ่าเท่านั้น ลำหับใจสลายตกใจมาก เพราะนั่นคือคนังนั่นเอง โทษฐานที่ยิงพลเทพตาย และไม่ใช่แค่คนังที่โดนจับ พวกยศ เฉิด จักริน ก็โดนด้วยเช่นกัน รามสั่งให้ลำหับยิงคนัง หรือไม่ก็มีตัวเลือกให้อีกคนคือ จักริน เพราะอยู่ในข่ายยิงพลเทพตายเช่นเดียวกัน ถ้าไม่ยิงคนใดคนหนึ่ง

ทุกคนที่เหลืออยู่ต้องตายหมด เฉิดร้องห้ามไม่ให้ยิงจักริน ยศบอกยิงใครก็ได้ เฉิดจึงบอกความจริงออกมาว่าจักรินคือลูกเธอกับเขา เพ็ญยืนยันว่าคนที่ทำปืนลั่นใส่พลเทพคือจักรินแม้ว่าจะเป็นพี่ชายของเธอก็ตาม แต่มันคือความถูกต้อง เฉิดกับยศพากันตบหน้าเพ็ญ ลำหับรีรอไม่ยิงสักที รามจึงสั่งให้สนจัดการยิงให้หมดทุกคน ลำหับขอสีซอเพลงพญาโศกก่อน รามยอมให้ลำหับสีซอจนจบเพลง รามสั่งให้ยิงอีก ลำหับยกปืนมากลั้นหายใจ หันปากกระบอกปืนใส่ตนเองทันที สนยืนตรงนั้นยิงไปที่รามทันทีเช่นกัน ชาตรีเข้ามาแย่งปืนจากลำหับ สนยิงรามล้มลง ชาตรีกระชากลำหับให้ไปด้วย คนังกระชากเพ็ญหลบออกมาทันที ยศโกรธต่อว่าเฉิดแย่งปืนจากคนของรามมายิงเฉิด เฉิดแย่งปืนจากอีกคนยิงยศตายเช่นกัน จักรินวิ่งหนีจึงโดนคนของรามยิงตาย

เพ็ญเอาจดหมายของจักรินที่เขียนมาไถเงินคนัง และขอบใจเรื่องที่ทำสอบแทนทุกครั้งที่สอบ ที่คนังทำหล่นไว้ให้ลำหับดูว่าคนังไม่ใช่คนเรียนไม่เก่ง คนังเสียสละให้จักรินตลอดมา เธอจะไม่กลับไปเรียนต่อแต่จะขออยู่ทำไร่ดอกไม้ และเรียนซอสามสายกับลำหับต่อไป คนังยิ้มให้เพ็ญ ลำหับไปที่โขดหิน และถือซอสามสายที่นั่นนึกถึงบริพัตร ชาตรีไปหาลำหับ และบอกว่าเขาคือผู้ที่บริพัตรฝากให้ดูแลและช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีของลำหับกลับคืนมา ซึ่งลำหับก็ได้ทำแล้ว เขาขอคุ้มครอบลำหับต่อไปได้ไหม พร้อมกับเอาจดหมายฝากฝังจากบริพัตรให้ลำหับดู ลำหับยิ้มให้ชาตรี เล่นเพลงพญาโศกอีกครั้งชาตรีพึมพำบอกว่าลำหับคือเจ้าแม่พญาโศกจริงๆ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 13:57 น.