สมาชิก

มงกุฎดอกส้ม

ตอนที่ 6

เมื่อกลับเข้าห้องนอน ก้องเกียรติยังครุ่นคิดถึงเรื่องคำแก้ว เรืองยศเข้ามาถามว่าคุณเตี่ยของเขาได้ คำแก้วมาจากไหน ได้รับคำตอบที่ไม่กระจ่างนักจากก้องเกียรติว่าได้มาจากเชียงใหม่ตอนไปตรวจตลาดภาคเหนือ

ส่วนเรื่องอายุนั้น ก้องเกียรติบอกว่าไม่รู้แต่ความคิด ความอ่านเธอเป็นผู้ใหญ่เพราะเคยคุยกันสองสามครั้งแล้ว

"นายรู้สึกยังไงมั่งที่คุณเตี่ยของนาย..." เรืองยศเอ่ยแล้วนึกได้รีบออกตัวว่า "อย่าโกรธนะ...มีเมียหลายคน แถมคนนี้ยังเป็นเด็กอยู่ด้วยซ้ำ" ถามแล้วเห็นเพื่อนขมวดคิ้ว เรืองยศรีบขอโทษถ้าไม่พอใจ

"ไม่เลย แต่ฉันกำลังนึกถึงภาพสมัยก่อน ตั้งแต่ฉันเด็กๆ เป็นต้นมา สิ่งที่เห็นประจำคืออาม้าร้องไห้ทุกวัน"

"ก็เนี่ยแหละ ผู้หญิงเป็นฝ่ายต้องรับทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดมานอกจากจะรับใช้ผู้ชายแล้ว ยังต้องรองรับอารมณ์ของผู้ชายอีก แถมพอผู้ชายไปมีเมียเล็กเมียน้อยก็ต้องทนนิ่ง แล้วดูสิ อาม้าของนายต้องยอมให้คุณเตี่ยเอาเมียสอง เมียสาม เมียสี่ เข้ามาอยู่ในบ้านเรียงกันเลยอย่างนี้น่าเห็นใจจริงๆนะ พวกผู้ชาย นี่ไม่ไหวเลย" เรืองยศระบายความไม่พอใจออกมายาวเหยียด

ก้องเกียรติปรารภว่าเห็นทีตนต้องมาอยู่กับอาม้าให้มากกว่านี้ เพราะอาม้าเคยบอกว่าเหงาไม่มีใคร อาเตียก็ไม่สนใจ เรืองยศเลยบอกว่าถึงมาอยู่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้

ก้องเกียรติลุกขึ้นชวนเรืองยศไปหาอาม้าด้วยกัน เรืองยศไม่ไป ก้องเกียรติเลยเดินไปคนเดียว ส่วนเรืองยศปฏิเสธเพื่อนแล้วก็มองตามไปอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก

ก้องเกียรติเดินไปถึงด้านข้างตึกตรงห้องคำแก้วก็แหงนมองขึ้นไปบนห้อง เห็นไฟยังเปิดสว่างอยู่ เขามองนิ่งๆครู่หนึ่งแล้วเดินเข้าไปในบ้านขึ้นบันไดมาที่ชั้นสองจะไปหาเม่งฮวย แต่พอเดินมาถึงหน้าประตูห้องเขากลับยืนนิ่ง เดินเลยขึ้นไปหยุดมองที่ห้องคำแก้ว เห็นโคมแดงแขวนอยู่หน้าห้อง!

เยนหลิงกับอาเง็กแอบติดตามการเคลื่อนไหวของก้องเกียรติอยู่ ทั้งสองแปลกใจที่เขาเดินมาจากตึกเล็กมาหยุดมองขึ้นชั้นบน เข้าบ้านเดินขึ้นบันไดก็ยังหยุดมองที่ชั้นบนอีก ไม่รู้มองอะไร

สุดท้ายก้องเกียรติเข้าไปหาอาม้า ไปนั่งนวดมือให้อาม้าอย่างตั้งอกตั้งใจ อาม้าปลื้มจนน้ำตารื้น ก้องเกียรติถามอาม้าว่าจะไปอยู่กับตนที่สาทรไหม เม่งฮวยอ้างว่าอาเตียคงไม่ให้ไป เพราะตนเป็นคนดูแลบ้าน อาเตียคงไม่คิดให้คุณนายทั้งหลายมาดูแลแทนแน่

ooooooo

คำแก้วนั่งอยู่แทบเท้าเจ้าสัวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เธอแนบหน้ากับตักเจ้าสัวแบบอ้อนๆ เจ้าสัวถามอย่างเอ็นดูว่าถ้าเธอทำตัวดีๆอย่างนี้ อยากได้อะไรอีกไหม เงิน ทอง เพชร หรือหยก ตนให้ได้ทุกอย่าง

คำแก้วเงยหน้ามองเจ้าสัวผิวแก้มปลั่งด้วยเลือดฝาดของสาวน้อย แต่ในใจเธอกลับคิดถึงก้องเกียรติ แล้วจู่ๆเธอก็ถามเจ้าสัวว่าคุณนายใหญ่มาจากเมืองจีนใช่ไหม

เจ้าสัวเล่าว่าเตี่ยของตนหามาให้ คำแก้วถามทันทีว่าแล้วเจ้าสัวจะหาผู้หญิงมาให้คุณชายใหญ่ไหม ทำเอาเจ้าสัวชะงักหงุดหงิดขึ้นมาทันที ถามว่าถามทำไม คำแก้วบอกว่าอยากรู้

"ลื้ออยากลู้ทำไม จาไปยุ่งอาไลเลื่องเมียของอาก้องเกียรติ ยุ่งฉิบ..."

คำแก้วสะอึกขึ้นมาทันที ถามว่าทำไมต้องว่าตนด้วย เจ้าสัวบอกว่าเพราะเธอซี้ซั้วพูด ไม่ใช่เรื่องของตัวเองพูดทำไม คำแก้วลุกพรวดขึ้นพูดเสียงดังว่า

"เอ๊ะนาย แก้วถามดีๆ แค่นี้ไม่เห็นต้องโมโหเลย โมโหแล้วต้องด่า ด่าเก่งกันทั้งบ้านเลย"

"คำแก้ว!" เจ้าสัวตวาด คำแก้วโมโหออกจากห้องนอนมายืนที่ห้องโถง เจ้าสัวตามมาติดๆ ปรามว่า "ทีหลังอย่าพูดอย่างนี้อีกอั๊วไม่ชอบ"

"พูดอะไรผิดไปหมด ไม่อยากอยู่แล้ว" คำแก้วโพล่งออกไปแล้วเดินพรวดไปที่ประตูห้องทันที

เป็นเวลาที่โรสทนว้าเหว่อารมณ์เปลี่ยวไม่ได้แต่งตัวจะไปดูงิ้ว อาจูถามว่าขออนุญาตเจ้าสัวแล้วหรือยัง โรสพูดฉุนๆว่า "เลื่องอาไลต้องขอ ป่างนี้คงนอนกกนังนั่นอยู่"

คำแก้วเปิดประตูออกจากห้องแล้วปิดปัง เจอโรสออกมาพอดีในชุดจะไปดูงิ้ว ต่างตกใจมองกันครู่หนึ่งแล้วโรสก็เดินผ่านหน้าคำแก้วลงบันไดไปอย่างเร็ว
แต่พอเดินลงไปไม่กี่ขั้นก็เจอก้องเกียรติที่กำลังจะกลับตึกเล็กเข้า ต่างหยุดมองหน้ากัน

ก้องเกียรติถามโรสว่าคุณนายที่สามจะไปไหนหรือ เธอบอกว่าไปดูงิ้ว แต่ต้องหนีไปเพราะนายไม่อนุญาต ก้องเกียรติถามอีกว่าแล้วทำไมไม่ชวนใครไปดูเป็นเพื่อน อาเตียคงไม่อยากให้ไปคนเดียวกระมัง

"ไม่ใช่หรอก ไม่ให้ไปทั้งนั้นแหละ หวงก้าง!" โรสพูดอย่างกดดัน ก้องเกียรติหน้าขรึมลง โรสพูดต่ออย่างอยากระบายว่า "คุณชายใหญ่ไม่ลู้อาไลหรอก นานๆมาที เอาล่ะ อั๊วต้องไปเลี้ยว เหลียวนายเกิดมาจากห้องหอเห็นเข้าจะอดอีก"

"อดสิวะอาเหม่เกว่" เจ้าสัวออกมายืนข้างๆคำแก้ว ทั้งก้องเกียรติและโรสต่างตกใจ คำแก้วเองก็ตกใจหันไปมอง

เจ้าสัวสั่งให้โรสกลับห้อง โรสเสียงแข็งไม่ยอมกลับ ทั้งคู่เสียงดังใส่กันตามเคย โรสเถียงว่าทำไมจะไปไม่ได้ ตนเป็นคนไม่ใช่หมา

"เออสิวะ  ถ้าเป็นคนก็ขึ้นมา  ผัวไม่ให้ไปลื้ออย่าทู่ซี้ ไปเชียว ลื้อไปละก็มีเลื่องใหญ่แน่ๆ"

"ผัวห้าม เลี้ยวมาเป็นผัวรึเปล่าล่ะหา! เป็นรึเปล่า ไม่ช่ายมีเมียคนเลียวหรอ มีเมียคนเลียวไม่ใช่เหรอ" โรสทั้งตัดพ้อทั้งประชดประชัน

คำแก้วยืนฟังเงียบๆ แล้วถอยไปพิงบันได ก้องเกียรติอึดอัดแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ส่วนที่ห้องเยนหลิง อาเง็กเงี่ยหูฟังข้างนอก เยนหลิงยืนฟังอยู่ด้วย บอกอาเง็กว่าเดี๋ยวก็สนุกใหญ่หรอก คอยดูให้ดีด้วย

ooooooo

เจ้าสัวบังคับโรสให้กลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้ โรสดื้อดึงจะไปให้ได้   ถูกเจ้าสัวกระโจนเข้ากระชากแขนโรสลากขึ้นบันไดไปอย่างดุดัน พลางหันมาสั่งคำแก้วกับก้องเกียรติให้กลับห้องกลับตึกไปเสีย

เม่งฮวยเปิดประตูออกมาดู เจ้าสัวหันขวับมองเม่งฮวยด้วยสายตาไม่พอใจตะคอกให้เข้าห้องไปเสีย นี่มันเป็นเรื่องธรรมดาๆ

เจ้าสัวลากโรสเข้าไปในห้องจนได้ ก้องเกียรติดูแม่อย่างสงสารรีบไปพาเข้าห้อง

ส่วนคำแก้วยังตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอเริ่มรู้สึกตัวก็ถามตัวเองว่าก้องเกียรติจะเป็นเหมือนเจ้าสัวไหม พลางหันมองไปทางห้องของเม่งฮวย

ก้องเกียรติฝากอาฮุ้งให้ดูแลอาม้าด้วย อาฮุ้งรับปากว่าไม่ต้องห่วง ตนจะดูแลคุณนายจนตาย เขาเข้าไปตบบ่าอาฮุ้ง อย่างขอบใจแล้วเปิดประตูออกไป

คำแก้วยังอยู่ที่เดิม เห็นก้องเกียรติออกมาก็ตกใจรีบหันหลังจะเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องตัวเอง ก้องเกียรติรีบตามไปเรียกไว้ คำแก้วชะงักหันมา นัยน์ตาเป็นประกายขึ้นวูบหนึ่ง

คำแก้วถามก้องเกียรติอย่างประหวั่นว่าเขาจะมีชีวิตอย่างนี้ไหม ต่างมองหน้ากันอย่างเดาใจ สุดท้ายก้องเกียรติชวนไปเดินเล่นหน้าตึกดีกว่า คำแก้วมองไปที่ห้องโรสหวั่นๆ ก้องเกียรติพูดอย่างรู้กฎเกณฑ์ของเจ้าสัวดีว่า

"เธอก็รู้ว่าอาเตียฉันคงไม่ออกจากห้องคุณนายสามหรอก"

คำแก้วจึงเดินตามก้องเกียรติไป และข้างหลังของคนทั้งสอง อาเง็กแง้มประตูออกมาดูทำตาโตแล้วผลุบกลับไปรายงานเยนหลิงในห้องว่า

"คุณชายใหญ่กับคุณนายสี่เดินลงไปข้างล่างด้วยกันสองคน"

เยนหลิงทำหน้าเข้าใจยิ้มมุมปาก เชื่อว่าทั้งสองกำลังมีใจให้กันแน่ๆ

ooooooo

เมื่อลงไปเดินที่สนามหน้าตึก ก้องเกียรติถามคำแก้วว่าทำไมเธอจึงคิดว่าตนยินดีกับการที่ผู้หญิงถูกกระทำโดยผู้ชาย เขาบอกเธอว่าไม่เคยยินดีเลยไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว

คำแก้วหยุดเดิน หันมองก้องเกียรติอย่างพิศวง เขาเดินช้าลง พูดอย่างตรึกตรองครุ่นคิดว่า

"ฉันอาจจะไม่เหมือนกับคนจีนคนอื่นๆ ฉันแอนตี้เรื่องนี้มาก ฉันไม่ชอบที่ผู้ชายจะมีเมียหลายๆคนในเวลาเดียวกัน    ฉันคิดว่ามันไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่ต้องตกที่นั่งรอคอย และต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สามีรัก เพื่อให้สามีเอาใจตัวเองคนเดียว ทั้งๆที่มันไม่มีทางจะเป็นไปได้ ในที่สุดก็ต้องมีชีวิตเงียบเหงา เศร้าใจอยู่คนเดียว"

คำแก้วมองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ ถามว่า "คุณชายคิดว่าคนเป็นเมียควรทำยังไง"

"ฉันไม่รู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องยอมรับคือมันเป็นไปโดยความสมัครใจ ฉะนั้น การแก้ปัญหา คำแก้วอย่าหวังให้ผู้ชายเป็นฝ่ายแก้ฝ่ายเดียว ต้องผู้หญิงด้วย...อย่ายอม"

ประโยคสุดท้ายเขาจ้องหน้าคำแก้วพูดอย่างตอกย้ำ คำแก้วหยุดยืนนิ่งเงียบงันอย่างทึ่ง จนเขาถามว่า "ฉันพูดอะไรผิดหรือคำแก้ว"

"ไม่ผิดค่ะ ฉันเห็นด้วยทุกอย่าง" คำแก้วหัวเราะแผ่วๆในลำคอบอกเขาว่า "ฉันมาอยู่ที่นี่เพราะเหตุผลอย่างเดียว...ฉันยอม"

ก้องเกียรติมองหน้าคำแก้วด้วยแววตาที่ถามว่าทำไมถึงยอม คำแก้วอ่านใจเขาออกเธอเริ่มเล่าถึงอดีตในมุมเล็กๆ แต่มีความหมายยิ่งใหญ่ให้เขาฟังว่า

เธอจับผีเสื้อแสนสวยในไร่ส้มไปอวดแม่กับพ่อ ทั้งแม่และพ่อบอกให้ปล่อยไปเสียสงสารมันเพราะมันเคยมีอิสระเสรีบินไปไหนต่อไหนได้ตามสบาย ถูกขังไม่นานมันก็ตายด้วยความทรมาน

ครั้งนั้นเธอปล่อยผีเสื้อไปด้วยความสงสาร พอมันกระพือปีกบินไปเธอก็พลอยมีความสุขไปกับมันด้วย

แล้วคำแก้วก็เล่าว่าชีวิตตนตั้งแต่เด็ก    พ่อแม่เลี้ยงให้เข้าใจคำว่าอิสรเสรีมากที่สุด จนกระทั่ง... "ฉันยอมถูกจับเป็นผีเสื้อที่ถูกจับเอง โทษใครไม่ได้"

ก้องเกียรติถามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไม เธอบอกเขาว่าเพราะตนจน จนและขี้เกียจทำงาน อยากสบาย คิดว่าเป็นเมียเศรษฐีก็คงสบายไม่ต้องทำงานอะไร มีเงินใช้ มีเครื่องเพชรใส่

"ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะยอมเพราะเหตุผลเท่านี้ เธอเป็นผู้หญิงที่มีความคิด"

"แต่ตอนนั้น ความคิดของผู้หญิงอายุแค่นั้น ก็คงไปไม่ได้แค่ไหนหรอกค่ะคุณชาย" คำแก้วถอนใจก่อนเล่าต่อไปว่า "พ่อฉันตายแล้ว ฉันอยู่กับแม่เลี้ยง เขามีลูกสองคนและเขาก็รักลูก มันก็เหมือนแม่รักฉัน ฉันเข้าใจนะคะ แต่เขาไม่ใช่แม่ฉัน ฉันก็เลยคิดว่าถ้าฉันออกไปจากบ้าน ฉันก็คงสบายใจดี เขาเองก็คงมีความสุข"

ก้องเกียรติถามว่าแล้วต้อนนี้แม่เลี้ยงเป็นอย่างไร คำแก้วบอกว่าไม่รู้ ไม่สนใจ เขาติงว่า

"คำแก้ว อย่างน้อยน้องสองคนก็เป็นลูกของพ่อเธอนะ ทำไมไม่ช่วยเหลือเขาตามที่เห็นสมควรล่ะ เธอมีพอที่จะทำได้ แล้วนี่ ถ้าจะให้ฉันช่วยอะไรก็บอก ฉันเต็มใจ"

"ขอบคุณค่ะ" คำแก้วมองชายหนุ่มด้วยแววตาอ่อนโยนซาบซึ้งในความหวังดีของเขา  พอเธอยกมือไหว้ขอบคุณ  เขาแตะมือเธอเบาๆอย่างเห็นใจ

จนเมื่อกลับเข้าห้องนอน นอนบนเตียงแล้วคำแก้ว

ก็ยังรู้สึกถึงรสสัมผัสเบาๆนั้นอย่างผ่าวๆในอารมณ์

แต่เมื่อก้องเกียรติกลับไปที่ห้องนอน เจอเรืองยศถามดักคอว่าคุยกับแม่เลี้ยงเป็นนานสองนานมีอะไรคุยกันมากมายหรือ พอก้องเกียรติบอกว่าชีวิตเธอน่าสงสาร เรืองยศถามประชดว่าก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมามีผัว พอก้องเกียรติมองหน้า เรืองยศล้มตัวลงนอนพูดย้ำๆว่า

"ดูนายชอบแม่เลี้ยงคนนี้มาก แม่เลี้ยงนะก้องเกียรติ เขาเป็นแม่เลี้ยงนะ อย่าลืมแล้วอย่าทำให้เขาลืมด้วย!"

ก้องเกียรติฟังแล้วอึ้งสนิท!

ooooooo


กิมลั้งเข้าไปในห้องคำแก้วโดยไม่เคาะประตูอีกตามเคย ถูกคำแก้วไล่ตะเพิดออกไป ขณะตะบึงตะบอนกลับไปทางครัวรวม กิมลั้งหันกลับมองไปที่ตึกตรงห้องคำแก้วด่าระบายอารมณ์แค้น

"โธ่เอ๊ย อีคุณนายหยำฉ่า วันหนึ่งก็ตกกระป๋อง คอยดูไปเถอะ เอ๊ะหรือตกแล้วตั้งแต่เมื่อคืน"

อาย้งเดินออกจากครัวจีนเจอเข้าพอดีถามว่าบ่นอะไรหรือพลางมองกรุ้มกริ่ม กิมลั้งสั่งอาย้งให้เอาถั่วแดงต้มให้กินถ้วยหนึ่ง อาย้งกระวีกระวาดรีบไปเอามาประเคนให้บอกว่ายังอุ่นๆอยู่เลย แต่พอกิมลั้งจะรับถ้วยถั่วแดง อาย้งกลับดึงกลับพูดหน้าตาเฉย "ขอจูบทีก่อน...น่า อาลั้งทีเดียว"

อาย้งดีใจวางถ้วยถั่วแดงเอานิ้วกรีดปากหลับตายื่นหน้าเข้าไปจะจูบกิมลั้ง ถูกกิมลั้งงอเข่าขึ้นมาวางบนเก้าอี้อาย้งเลยจูบถูกต้นขากิมลั้ง พริบตานั้นก็ถูกกิมลั้งเอาถ้วยถั่วแดงราดหัวจนอาย้งร้องจ๊าก

กิมลั้งหัวเราะชอบใจถามว่าเป็นไงจูบขาตนชื่นใจไหม อาย้งตัดพ้ออย่างน้อยใจว่า

"จะเอาแก้มไว้ให้ท่านเจ้าสัวจูบรึไง"

"ไอ้ย้ง!" กิมลั้งฉุนจัดงอเข่ายันโครมจนอาย้งหน้าคะมำใช้สันมือฟันหลังป้าบ ตามไปคว้าคอเสื้ออาย้งขึ้นมาตบหน้าไปมาเบาๆ พูดเยาะว่า "แต่ความจริงที่ลื้อพูดถูกไอ้ย้ง แก้มอั๊วเอาไว้ให้เจ้านาย แต่ก้นน่ะเอาไว้ให้ขี้ข้าอย่างลื้อไง" พูดจบกิมลั้งก็เดินหน้าบูดไปทางเรือนคนใช้

ส่วนอาย้งหน้าจ๋อยอยู่ตรงนั้น ถูกเจ๊กหลีโผล่มาเรียกให้ยกกับข้าวเร็วๆไปเจ้านายคอยอยู่

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารบ้านเจ้าสัว เป็นอาหารมื้อเที่ยง เจ้าสัวนั่งที่หัวโต๊ะ ส่วนคนอื่นๆนั่งประจำที่ของตัวเองตามลำดับ เจ้าสัวหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วบอกทุกคน "เอ้าเจี๊ยะ!" ทุกคนจึงลงมือ

มื้อนี้เพื่อนๆของก้องเกียรติไม่ได้มาร่วมโต๊ะด้วยก้องเกียรติบอกเจ้าสัวว่าพวกเขากินกันเองที่ครัวแต่ตนไม่ได้กินกับอาเตียมานานแล้วจึงมาร่วมโต๊ะด้วย

ที่โต๊ะมีปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว เม่งฮวยบอกว่าตนให้พุ่มทำเพราะคนแก่กินแล้วดี โรสมองเม่งฮวยอย่างหมั่นไส้แล้วแขวะว่า

"งั้นอั๊วก็เจี๊ยะม่ายล่าย ต้องเจี๊ยะกันสองคน" พูดแล้ว

ก็หัวเราะคิกคักชอบใจที่หลอกด่าเม่งฮวยได้ เม่งฮวยตวัดค้อนใส่โรสด่าพึมพำ "เก๋าเจ้ง!" ส่วนเยนหลิงทำเป็นตำหนิโรสว่าให้มีมารยาทเสียบ้างผู้ดีเขาไม่หัวเราะคนอื่นต่อหน้าอย่างนี้หรอก

"แต่อั๊วม่ายใช้ผู้ลี หัวเลาะล่าย" โรสเถียงฉอดๆถูกเยนหลิงโต้กลับทันควันว่า

"ไม่ใช่ผู้ดีหัวเราะได้ ถูกต้องแล้วยังหนีไปเที่ยวเล่นข้างนอกกลับดึกๆดื่นๆได้ด้วยเพราะไม่ใช่ผู้ดี"

"เฉาฉุ่ย!" โรสด่าจ้องเยนหลิงเขม็ง

เจ้าสัวรำคาญปรามเยนหลิงว่าพูดเรื่องนี้อีกแล้ว เยนหลิงวางมาดผู้ดีบอกเจ้าสัวว่าตนนึกถึงชื่อเสียงของตระกูลเชง เป็นตระกูลใหญ่ควรจะประพฤติดีไม่ให้เสื่อมเสีย เยนหลิงพูดไม่ทันจบโรสก็กระแทกตะเกียบอย่างแรงถามเสียงแหลม

"จาให้อั๊วออกจากตากูลรึไงหา!"

"ถ้าขืนหนีเที่ยวดึกๆดื่นๆอย่างนี้เรื่อยๆ วันหนึ่งก็ต้องออกไม่ต้องมีใครไล่หรอก ตัวเองนั่นแหละจะไล่ตัวเอง" เยนหลิงยังคงพูดยิ้มๆด้วยมาดผู้ดี

โรสสะบัดหน้าใส่เยนหลิงแล้วหันไปออดอ้อนเจ้าสัวว่า ตนรู้ว่าตัวเองผิด ต่อไปนี้จะไม่หนีไปเที่ยวอีก ถ้าอยากไปจะขอนายก่อน เจ้าสัวถามเบื่อๆว่าทำไมต้องดูงิ้วบ่อยๆด้วย

"อั๊วเป็นนางงิ้ว นายจาให้ลูลาคอนลิงเหรอ"

คำแก้วหลุดขำออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เจ้าสัวมองปรามโรสโกรธจนไม่รู้จะทำยังไง คำแก้วยังขำหัวเราะคิกคัก ถูกเม่งฮวยตวาดให้หยุด คำแก้วหยุดกึกทันที เม่งฮวยหางตาใส่โรสพูดหยันว่า จะคอยดูว่าน้ำหน้าอย่างนี้จะทำได้สักกี่วัน โรสท้าทันทีว่าคุณนายใหญ่คอยดูก็แล้วกัน


"พอละพอละ...อาแก้ว ทำไมลื้อไม่เจี๊ยะ" เจ้าสัวตัดบทหันมาสนใจคำแก้ว พอเธอบอกว่าทานแล้ว ก้องเกียรติก็ติงว่าไม่เห็นเธอทานอะไรเลย แล้วยกถ้วยแกงจืดตรงหน้าจะให้คำแก้วลอง

"อย่าน่าอาตั่วตี๋ ม้ากำลังจาตักอย่าเพิ่งยกไป" เม่งฮวยขัดขึ้นแล้วจ้วงตักแกงจืดซดเอา...ซดเอาจนก้องเกียรติต้องวางถ้วยลงตามเดิม เขาชำเลืองมองหน้าคำแก้วอย่างห่วงใยความรู้สึกของเธอ คำแก้วสบตาเขาแล้วหลุบตาลงเขินๆ

เยนหลิงลอบมองก้องเกียรติกับคำแก้วอย่างจับผิดตลอดเวลา

ระหว่างเดินกลับตึกใหญ่นั้น โรสเดินรั้งท้ายอยู่กับคำแก้ว เธอแกล้งชนคำแก้วเซไปนิดๆ ถามเบาๆ แต่น้ำเสียงข่มขู่ว่า "ไพ่นกกาจอก จาเล่นมั้ย"

คำแก้วอึกอักไม่อยากเล่นแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ

ooooooo

เมื่อเยนหลิงกลับมาถึงห้องตัวเอง เธอฮึดฮัดหัวเสียจนอาเง็กสงสัยพยายามพูดเอาใจว่านึกว่าอาคุณนายสองจะเจียะเต๊ต่อกับท่านเจ้าสัวเสียอีก

"นังดอกกุหลาบนี่มันเล่นละครเก่งจริงๆ แต่อย่าหวังว่าจะรอดพ้นกรรมพ้นเวร อาเง็กลื้อจำไว้นะ อั๊วจะทำนายไว้ คนอย่างนังเหม่เกว่มันไม่มีวันตายดี!" เยนหลิงพูดอย่างแค้นจัด จนอาเง็กมองงงๆ

ส่วนโรส เอาตัวรอดจากโต๊ะอาหารมาได้ พอตกกลางคืนก็แอบไปดูงิ้วและพบกับทรงชัย คืนนี้เขาพาไปร้านอาหารสไตล์ยุโรป พอนั่งลงสั่งอาหารแล้ว ทรงชัยพูดกรุ้มกริ่มว่าตนรู้แล้วว่าโรสอยู่ที่ไหน พอเห็นโรสทำหน้างงๆ เขาบอกว่าแอบตามเธอไป แล้วพูดนัยน์ตาพราวว่า

"ถ้าคุณไม่ให้ผมไปหาคุณที่บ้าน วันหนึ่งผมจะไปเคาะประตูขอเข้าไปเอง"

"ไม่ล่ายนะคะ" โรสตกใจ พอทรงชัยทำหน้าจะเอาชนะถามว่าจะให้ตนไปหาเมื่อไหร่ดี โรสจำต้องบอกเขาว่า "ถ้าจาไปหาฉัน ต้องไปถามหาคุงนายที่สามของเจ้าสัวเชงสือเกียงนะคะ"

ทรงชัยตะลึงงันเมื่อรู้ว่าโรสมีสามีแล้ว ส่วนโรสพอบอกแล้วก็ถามอย่างท้าทายว่า

"คุงหมอยังจาไปหาฉันไหมคะ...ว่ายางงายคะ จายังไปหาไหมคะ..."

ทรงชัยมองโรสนิ่ง แม้จะรู้ว่าเธอมีสามีแล้วแต่ใจก็ยังรัก...รักอย่างไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น

ระหว่างที่โรสแอบไปพบกับทรงชัยนั้น อาจูนั่งตบยุงรออยู่ด้วยความกังวลกลัวเจ้าสัวจะจับได้ แต่ที่แท้คืนนี้เจ้าสัวไม่ค่อยสบายหลังจากกินยาที่อาจิวเอามาให้แล้วก็นอนพัก ไม่ได้สนใจอะไรอีกเลย

ooooooo

รุ่งขึ้น โรสร่าเริงแจ่มใสเป็นพิเศษ ไปร้องร่ายรำระบำงิ้วอยู่แถวบ่อน้ำมีพวงชมพูห้อยระย้าสวยงาม ครู่หนึ่ง คำแก้วที่วิ่งเหยาะๆผ่านมาก็แวะเข้าไปบอกโรสว่าต่อไป ตนจะเล่นไพ่นกกระจอกกับเธอ โรสเอาพัดในมือตี

คำแก้วเบาๆพูดอย่างพอใจ

"ต้องอย่างนี้ซี่ เพาะเลาลีกันล่าย อั๊วไม่ล่ายโกรธลื้อสักหน่อย"

คำแก้วเลียบเคียงถามโรสว่ารู้เรื่องบ่อนรกนี่ไหม โรสมองอย่างไม่สนใจแต่ถ้าคำแก้วอยากเล่าก็เล่ามา คำแก้วจึงเล่าตามที่อาอึ้มบอกอย่างละเอียด แล้วสรุปตอนท้ายว่า "ที่บ่อนี้มีผีด้วยนะคะ"

"อั๊วม่ายกัวหรอก ไม่เชื่อล่วยว่ามีผี ผีไม่มีจิงหรอก แล้วอั๊วอยากจาลู้ว่าบ่อน้ำเนี่ย จามายุ่งอาลายกับเลื่องของคน" โรสพูดพลางเอามือตบที่ขอบบ่อก่อนกรีดกรายออกไป คำแก้วนึกกลัวเลยรีบตามไป

คืนนี้ โรสหลับไปด้วยหัวใจที่เบิกบาน...แต่พอหลับได้ไม่นานก็ฝันถึงสิ่งที่น่ากลัว...

โรสฝันว่าตัวเองไปที่แถวบ่อน้ำ บรรยากาศวังเวงมาก ทั้งเสียงลม    เสียงรอกที่เสียดสีดังเอี๊ยดอ๊าดและพวงชมพูที่ไหวพะเยิบพะยาบ

โรสก้มมองลงไปในบ่อเหมือนจะหาอะไรสักอย่าง พลันก็ ปรากฏใบหน้าซีดขาวของเง็กท้อโผล่ขึ้นมา ตาจ้องโรสเขม็ง!

ความตกใจสุดขีดทำให้โรสผงะหงายแล้วหันหลังวิ่งสุดฝีเท้ากลับไปที่ตึก สะดุดอะไรบางอย่างล้มลง พอตะเกียกตะกายลุกขึ้นจะวิ่งต่อก็มีลมพัดมาอย่างแรง โรสค่อยๆหันกลับไปมองที่บ่อเห็นเท้าของเง็กท้อก้าวขึ้นมา ผมปลิวสยายน่ากลัว นัยน์ตาจ้องโรสอย่างดุดัน เง็กท้อกางมือออกทำท่าจะบีบคอโรส

"ไม่นะ!" โรสแผดเสียงลั่นแล้วรีบลุกวิ่งหนี พริบตานั้น เง็กท้อสะบัดผ้าที่แขนเสื้อออกไป ผ้านั้นพุ่งพลิ้วไปพันรอบตัวโรส แล้วเง็กท้อก็ตวัดผ้ากลับมา ร่างโรสถูกดึงหมุนติ้วมากับผ้าจนมาประจันหน้ากับเง็กท้ออย่างจัง!

โรสตกใจแทบสิ้นสติ กรีดร้องสุดเสียง! แล้วเธอก็ตกใจเสียงร้องของตัวเองตื่นขึ้นมา มองที่ตัวไม่มีผ้าพัน มองไปรอบตัวพบว่าอยู่ในห้อง แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงความฝัน แต่โรสก็อดหวาดหวั่นไม่ได้เพราะผีที่ตายในบ่อนั้นเกิดจากการคบชู้สู่ชายทั้งสิ้น!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น โรสเจอคำแก้วก็เดินคุยกันไปที่โต๊ะสนามหน้าตึก โรสเล่าความฝันให้คำแก้วฟัง เชื่อว่า

ที่ตนเห็นในความฝันนั้นต้องเป็นเง็กท้อแน่ๆ   คำแก้ว

ถามว่าแล้วคุณนายสามกลัวไหม

"กัว...เฮอะม่ายกัวเลย แค่ฝันจะไปกัวทำไม เลี้ยวต่อไปเลียกโรสเถอะ เลียกคุงนายรำคาญ"

คำแก้วรับคำแล้วพูดเสริมว่า แค่ความฝันจะไปกลัวทำไมในเมื่อเราไม่เหมือนเง็กท้อใช่ไหม โรสสะดุด ถามว่าไม่เหมือนยังไง คำแก้วย้ำชัดว่า "เราไม่ได้มีชู้"

โรสสะดุ้งในใจ คำแก้วเองก็สะดุดใจเหมือนกันเพราะตัวเองก็เริ่มคิดถึงก้องเกียรติบ่อยๆ

ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนม โดยไม่รู้ว่าเยนหลิงยืนมอง จากระเบียงตึกชั้น 2 อยู่อย่างสนใจ ครู่หนึ่งเยนหลิงกลับเข้าไปในห้อง คิดเครียดที่เห็นสองคนนั้นสนิทกัน อึดใจเดียวก็ยิ้มร้ายอย่างมีแผนการ

เป็นเช้าที่เพื่อนเจ้าสัวพากันมาออกกำลังกายด้วยกันกับเจ้าสัวที่บ้าน  เสร็จแล้วต่างพากันแยกย้ายกลับ  อาจิวถือถ้วย ยาบำรุงกำลังมาให้เจ้าสัว แต่ถูกเยนหลิงตัดหน้าเอาถ้วยโสมขนานใหม่มาให้

เจ้าสัวบอกว่าเคยกินแล้วก็งั้นๆ เยนหลิงย้ำว่านี่ใหม่ จริงๆ รับรองได้ผล แล้วตำหนิอาจิวว่าไม่ได้ทำให้เจ้าสัวดื่ม ตามที่ตนบอกใช่ไหม ทำเอาอาจิวงงเพราะไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ ถามเยนหลิงว่าให้วันไหน

"ก็วันที่นายไม่สบาย อั๊วว่าจะไปเตือนลื้อแล้วว่าให้ นายทดลองดื่ม แต่มัวพูดกับโรสเสียตั้งนานจนนายหลับไปก่อน" ตำหนิอาจิวแล้วก็หันไปพูดกับเจ้าสัวเหมือนไม่มีอะไร  แต่ที่จริงจงใจฟ้องว่า "คืนนั้นโรสเขาออกไปดูงิ้วอีก ฉันเลยเสียเวลาห้ามเขาอยู่ตั้งนาน บอกเขาว่านายห้ามแล้วนะ...ไม่ไหว...ไม่เชื่อกันบ้างเลย"

เล่าแล้วสังเกตเห็นเจ้าสัวโกรธ เยนหลิงแอบดีใจสะใจที่แผนการของตนได้ผล

ปรากฏว่าเจ้าสัวไปที่ห้องโรสเคาะประตูเรียก พอเห็น โรสอยู่ในห้อง เจ้าสัวสั่งลูกน้องให้ยืนเฝ้าที่ห้องนี้ทั้งคืน ถ้า คุณนายออกไปไหนลื้อตาย

โรสโวยวายว่าทำกับตนราวกับนักโทษ ถูกเจ้าสัวตวาดให้หยุด สั่งให้กลับเข้าห้องเดี๋ยวนี้ พอโรสกลับเข้าห้องเจ้าสัวก็ลงบันไดไป ส่วนโรสอาละวาดคว้าแจกันขนาดใหญ่ขว้างใส่อาอู๋ที่เจ้าสัวให้ยืนเฝ้าโรส แจกันตกแตกกระจายแต่อาอู๋ยืนนิ่งราวกับหินผา โรสหันกลับเข้าห้องนอนปิดประตูปังจนอาจู ตามเข้าไปไม่ทัน

เยนหลิงบอกกับอาเง็กว่าคนอย่างโรสนั้นอยู่ไม่ได้แน่ๆ เพราะเลือดเนื้อมันแรง กระหยิ่มยิ้มคอยดูโรสทำผิดต่อไป

ooooooo

ก้องเกียรติกับเรืองยศและโจกับเต้กินอาหารเย็นแล้วก็เตรียมตัวกลับ เจ้าสัวมาส่งที่หน้าตึกชมก้องเกียรติที่ทำธุรกิจกำไรดี เขาเข้าไปกอดลาอาม้า เอ่ยลาอาอึ้มแล้วเดินไปที่รถ

เรืองยศกำลังจะขึ้นรถหันมองก้องเกียรติ  เห็นเขามองอะไรอยู่เลยมองตามขึ้นไป เห็นคำแก้วแอบดูอยู่ที่หน้าต่างห้อง พอข้างล่างมองขึ้นไปคำแก้วก็รีบหลบ เม่งฮวยเห็นสองคนมองขึ้นไปก็มองตามบ้าง แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว

เมื่อขึ้นนั่งรถ เรืองยศนั่งคู่กับก้องเกียรติที่เป็นคนขับ จู่ๆเรืองยศก็พูดขึ้นลอยๆว่า

"ม้าไม่เห็นหรอก แต่ฉันเห็น"

แต่อีกคนหนึ่งที่เห็นคือเยนหลิง  ซึ่งแอบดูอยู่ที่หน้าต่าง เยนหลิงเจ้าเล่ห์มั่นใจขึ้นทุกทีว่าคำแก้วต้องแอบชอบก้องเกียรติแน่ๆ

ooooooo

คำแก้วยังหาทางแกล้งกิมลั้งทุกวิถีทาง   คืนนี้ก็ สั่งให้หวีผมแต่คาดโทษว่าถ้าผมตนขาดแม้แต่เส้นเดียว  จะถอนผมกิมลั้งออกเป็นสิบเท่า

กิมลั้งแค้นใจมากออกจากห้องคำแก้วแล้วมานั่งร้องไห้ที่ชั้นล่าง เจ้าสัวเดินออกจากห้องส่วนตัวเจอเข้าถามว่าเป็นอะไรใครทำ กิมลั้งร้องไห้โฮเข้ากอดขาเจ้าสัวฟ้องว่าคำแก้วเกลียดตน แต่ไม่ทันพูดอะไรคำแก้วก็เปิดประตูออกมามองอย่างไม่พอใจ

เจ้าสัวไล่กิมลั้งให้ไปทำงานเสีย สะบัดขาจนกิมลั้งกระเด็นแล้วเจ้าสัวก็เดินขึ้นไปหาคำแก้วอย่างเร็ว กิมลั้งก้มหน้าร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าอยู่ตรงนั้น
คำแก้วพาเจ้าสัวเข้าห้องถอดเสื้อคลุมให้ บอกป้าพุ่มที่มาเคาะประตูว่าวันนี้ไม่ต้องนวด ป้าพุ่มกับเป้าจึงเดินลงบันไดไป

คืนนี้ เจ้าสัวรำพึงถึงวัยของตัวเอง ถามคำแก้วว่าเห็นว่าตนแก่ไปไหม คำแก้วไม่กล้าตอบบอกให้เจ้าสัวนอนเสีย แต่เจ้าสัวยังไม่อยากนอนโน้มหน้าเข้าไปจะจูบคำแก้ว พอคำแก้วเบือนหน้าหนีก็ถามเหมือนจะโกรธว่าเห็นว่าตนแก่ใช่ไหม   เมื่อคำแก้วนิ่งเงียบ เจ้าสัวหว่านล้อมว่า

"นะแก้ว...นายขอนอนล่วย แล้วพุ่งนี้นายจาให้อาจิวไปซื้อสร้อยเพชรมาให้เป็นของขวัญพิเศกนะแก้วนะ" พูดแล้วซุกไซ้จนคำแก้วต้องจำยอมด้วยความฝืนใจ...

ooooooo

รุ่งขึ้น คำแก้วเรียกอาอึ้มมาบอกว่าตนไม่อยากให้แขวนโคม ไม่อยากให้ป้าพุ่มมานวดเท้า ถามว่าต้องบอกใครหรือเปล่า อาอึ้มบอกว่าต้องบอกคุณนายใหญ่คำแก้วบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้แล้ววิ่งออกไปเลย

เม่งฮวยอยู่ในห้องได้ยินเสียงวิ่งโครมครามก็เปิดประตูออกมาดู พอเห็นคำแก้วก็ส่ายหน้าบ่น

"นึกเลี้ยวเชียวว่าต้องเป็นลื้อที่ทำเสียงโคมคาม ม่ายลู้จักเกงใจผู้ใหญ่"

คำแก้วยกมือไหว้ขอโทษ ถูกเม่งฮวยว่าอีกหลายคำ จึงบอกเม่งฮวยว่าตนมีเรื่องจะบอก ยังไม่ทันที่คำแก้วจะบอกอะไร เม่งฮวยก็บอกว่าไม่อยากฟังไล่คำแก้วให้ไปได้แล้ว พลางตัวเองก็จะเข้าห้อง

"โธ่...ฟังหน่อยเถอะนะคะ แก้วไม่อยากให้เอาโคมแดงมาแขวนที่หน้าห้อง แล้วแก้วก็ไม่อยากให้ยายพุ่มมานวดเท้าด้วย คุณนายใหญ่ช่วยสั่งให้แก้วหน่อยนะคะ...นะคะ..."

เม่งฮวยชะงักหันมาถามว่าทำไม ทำไมไม่ชอบ คำแก้วไม่ชี้แจงแต่ยืนยันว่าตนไม่ชอบ เม่งฮวยเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ไม่เชื่อที่คำแก้วพูด แต่แววตาสีหน้าอ่อนโยนลงกว่าเมื่อครู่ คำแก้วรีบยกมือไหว้พูดย้ำว่า

"ไม่โคม แล้วก็ไม่นวดนะคะ"

"ก้อล่าย...ล่าย..." เม่งฮวยตอบแล้วเดินเข้าห้องไป คำแก้ว ดีใจจนกระโดดตัวลอย พอลงมาเจออาอึ้ม คำแก้วอวดว่าได้แล้วเห็นไหมอาอึ้ม  ฝากอาอึ้มให้ไปบอกป้าพุ่มให้ด้วย  พออาอึ้มรับปาก  คำแก้วยิ้มหวานโผเข้าหอมแก้มอาอึ้ม  พูดภาษาจีนอย่างปะเหลาะ

"กำเสี่ยนะอาอึ้ม"

อาอึ้มมองตามคำแก้วที่วิ่งขึ้นบันไดกลับห้องอดยิ้มไม่ได้ แล้วเดินตามคำแก้วขึ้นไป พอเข้าห้องก็ชมคำแก้วว่าวันนี้ทำดีแล้วที่ไม่โกรธคุณนายใหญ่ เป็นเรื่องดี ดีมากๆเลย

คำแก้วฟังแล้วยิ้มละไมเมื่อนึกถึงก้องเกียรติที่เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเม่งฮวย...

คืนนี้ ทั้งก้องเกียรติและคำแก้ว ต่างมองพระจันทร์ที่ห้องของตัวเอง เห็นพระจันทร์ทอแสงนวล รู้สึกประหนึ่งเห็นหน้าของอีกฝ่าย ต่างฝากความรู้สึกผ่านดวงจันทร์ไปด้วยแววตาอ่อนโยน...

ooooooo

มงกุฎดอกส้ม

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด