ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มงกุฎดอกส้ม

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

มงกุฎดอกส้ม ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ คลองภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

ชาวบ้านริมคลองสองฟากฝั่ง ต่างวุ่นอยู่กับกิจวัตรประจำวันของตัวเอง เด็กๆสนุกสนานกับการเล่นน้ำ เด็กหญิงนุ่งผ้าถุงผืนน้อย เด็กชายเอามือกุมจำปีน้อยกระโดดน้ำกันตูมตาม สนุกประสาเด็กริมคลอง

ตอนที่ 2

อาอึ้มมายกตะกร้าผ้าซักที่มีชุดที่คำแก้วใส่มากับผ้าปูที่นอนให้ผินเอาไปซัก คำแก้วถามอาอึ้มว่าเวลาอาหารนี่ใครผิดเวลาไม่ได้เลยหรือ อาอึ้มเน้นว่าไม่ได้เลยและขอโทษที่ตนลืมบอกไป

"นั่นสิ ฉันว่าไม่มีใครบอกฉัน อ้อ ฉันอยากไปเยี่ยมคุณนายที่สาม เมื่อกี้จะถามว่าที่เมื่อคืนไม่สบายน่ะหายหรือยัง...แต่ก็โดนดุเสียก่อน"

"อีหายเลี้ยว ม่ายต้องไปถามหรอก" อาอึ้มตัดบทแล้วบอกผิน "อ้าว...อาผิงยืนเฉยทำมายเอาไปซักซี่" ผินก้มหน้างุดๆเดินไป อาอึ้มมองตาม คำแก้วมองทั้งสองแล้วก็อึดอัดรู้สึกบ้านนี้มีอะไรแปลกๆ โดยเฉพาะพวกเมียๆของเจ้าสัว

ที่ครัวหลังบ้าน บรรดาสาวใช้ทั้งทั่วไปและที่ประจำตัวของคุณนายทั้งสามพากันเข้ามากินข้าว

ผินกระซิบกระซาบเรื่องที่เจ้าสัวไปนอนที่ห้องโรสเมื่อคืน กิมลั้งฟังแล้วสะใจถึงกับฮัมเพลง อาจูนั่งกินเงียบๆ ไม่สนใจใคร อาเง็กเข้ามาทีหลังถือจานข้าวไปนั่งกินกับอาจู แต่ตาคอยชำเลืองอาจูตลอดเวลา สุดท้ายทนไม่ได้บอกอาจูว่า ถามอะไรหน่อยซิ เห็นอาจูยังเฉยๆเลยหันไปบ่นกิมลั้งที่ฮัมเพลงเสียงดังให้เงียบๆหน่อยน่ารำคาญ

ที่แท้อาเง็กอยากรู้เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นที่ห้องคุณนายสาม อาจูลุกขึ้นแล้วออกไปทันที อาเง็กจะตาม ผินบอกว่าเรื่องนี้ถามตนก็ได้ ตนได้ยินเต็มสองหูว่าเมื่อคืนคุณนายที่สามไม่สบายท่านเจ้าสัวเลยไปดู

ขณะที่อาเง็กทำตาโตตกใจนั่นเอง อาอึ้มก็เดินเข้ามาบอกกิมลั้งว่าท่านเจ้าสัวเรียก กิมลั้งดีใจจนเนื้อเต้น วิ่งพลางกระโดดพลางรีบไปหาเจ้าสัว ทะเล่อทะล่าชนเจ้าสัวตรงหัวมุมพอดี เจ้าสัวมองทำกรุ้มกริ่ม กิมลั้งทำท่าระริกระรี้มองเจ้าสัวอ่อยเต็มที่ รีบยกมือไหว้ขอโทษแบบจีน แล้วบอกว่าท่านเจ้าสัวเรียกตนเลยรีบมา

"ตามเลาไปห้องคุณนายที่สี่" เจ้าสัวบอกแล้วเดินไป กิมลั้งที่กำลังระริกระรี้เต็มที่ตกใจอ้าปากค้าง ไม่อยากไปเลยแต่จำต้องทำตามคำสั่งเจ้าสัว

แล้วกิมลั้งก็แทบอยากจะกลั้นใจตายเมื่อได้ยินเจ้าสัวบอกคำแก้วว่าให้กิมลั้งเป็นคนใช้ประจำตัว

"กิมลั้งเหรอคะนาย...คนไหนคะ" คำแก้วถาม

กิมลั้งยังอยู่ที่ประตูห้องหันหลังวิ่งหนีลงบันได ถูกเจ้าสัวเรียกถามว่าจะไปไหน ขึ้นมาเดี๋ยวนี้ กิมลั้งเลยต้องเดินหงอๆกลับมา

คำแก้วมองกิมลั้งแล้วจำได้ว่าเป็นคนที่มีเรื่องกับตนเมื่อวานนี้ คิดแก้เผ็ดทันที สั่งเข้ม

"มานี่...คุกเข่า..." กิมลั้งไม่ยอมคุกเข่า จนคำแก้วย้ำ "ฉันบอกให้คุกเข่า"

พอกิมลั้งคุกเข่าลง คำแก้วก็ตรงเข้าไปแหวกผมแอบใช้เล็บจิกกรีดหนังหัวกิมลั้งจนฝ่ายนั้นร้องโอ๊ย คำแก้วทำหน้าสะอิดสะเอียนบอกว่าทำไมหัวเหม็นอย่างนี้ ให้ไปสระผมให้สะอาดก่อนแล้วค่อยขึ้นมาใหม่ พลันก็ผลักหัวกิมลั้งออกไปอย่างแรง

กิมลั้งทำหน้างงๆถูกเจ้าสัวสำทับถามว่าไม่ได้ยินหรือทำไมไม่รีบไป กิมลั้งบอกว่าตนเพิ่งสระเมื่อวานนี้เอง คำแก้วตวาดทันที

"ไม่ต้องเถียง ฉันสั่งให้ไปสระก็รีบไปเร็วๆ อยากโดนดีรึไง"

กิมลั้งสะบัดหน้าไปอย่างแค้นใจ คำแก้วมองตามยิ้มสะใจที่ได้แก้แค้นกิมลั้ง

ooooooo

กิมลั้งไปสระผมราดน้ำจนชุ่ม ใช้แชมพูหมดไปเป็นขวดๆ หัวเต็มไปด้วยฟอง

อ่อนซักผ้าเสร็จพอดีเดินมาทักก็ถูกกิมลั้งตวาดอย่างหัวเสียว่าอย่ามายุ่ง อ่อนเลยเอาผ้าไปตากที่ราว

กิมลั้งสระผมเสร็จมองไปที่ราวตากผ้า เห็นชุดนักเรียนของคำแก้วที่ตากอยู่ ราวบนตากเสื้อ ราวล่างตากกระโปรง ที่ราว บนมีเสื้อของเจ้าสัวและผ้าปูที่นอนสีขาวตากอยู่ด้วย กิมลั้งเดาได้ทันทีว่าตากผ้าปูที่นอนแบบนี้เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ลุกไปที่ราวตากผ้าขยี้ขยำผ้าปูที่นอนอย่างแค้นใจ

เสื้อของคำแก้วถูกกระชากอย่างแรง แล้วก็ชะงักไม่กล้าดึงอีก แต่กลับเอาตากไว้ตามเดิม ชำเลืองมองไปรอบๆเห็นปลอดคนก็หันไปตั้งหน้าตั้งตาถ่มน้ำลายใส่ทั้งเสื้อและกระโปรงของคำแก้ว

หารู้ไม่ว่าคำแก้วมองจากห้องนอนเห็นพฤติการณ์ทั้งหมด ของกิมลั้ง ดังนั้น เมื่ออาอึ้มเอารังนกมาให้คำแก้วที่ห้อง เธอจึงถามว่าตนมีสิทธิ์ทำอะไรกับคนใช้ประจำตัวได้บ้าง อาอึ้มมองหน้าเธอนิ่งๆ คำแก้วเลยถามว่า "เวลานี้ฉันเป็นนายใช่ไหมอาอึ้ม"

"นายก็เป็นคน...บ่าวก็เป็นคน"

คำแก้วเลยถามว่าตนจะทำอะไรได้บ้างแบบคนด้วยกันน่ะ อาอึ้มบอกว่าทำให้เขารับใช้คุณนายแค่นั้นแหละ คำแก้วไม่ได้คำตอบที่ถูกใจสักทีเลยถามตรงๆว่า ลงโทษได้ไหมถ้าเขาทำผิด

"น้อยๆล่าย"

"แล้วถ้าเยอะๆล่ะ"

"ต้องบอกคุณนายใหญ่ก่อง"

คำแก้วรับรู้แล้วเดินไปจะไปบอกคุณนายใหญ่ อาอึ้มมองงงๆไม่รู้ว่าคำแก้วโมโหเรื่องอะไร

ooooooo

แต่คำแก้วก็เข้าไม่ถึงตัวคุณนายใหญ่เพราะถูกอาฮุ้งดักที่หน้าห้องถามว่ามาเรื่องอะไร คำแก้วบอกว่าเรื่องกิมลั้งตนจะบอกคุณนายใหญ่เอง

"มาถึงแค่วังเลียวจาฟ้องโน่นฟ้องนี่ ไล่ปายเลยอาฮุ้ง" เสียงเม่งฮวยดังจากในห้อง   พออาฮุ้งทำไม่ทันใจ   เม่งฮวยตะโกนอีก "ไล่ไปซี่ ไล่ไปเลย"

อาฮุ้งมองหน้าคำแก้วอย่างเห็นใจทำหน้าบอกให้ไปเสียเถิด คำแก้วกัดฟันรู้สึกเสียหน้ามาก

"ไปให้พ้นไป๊!"  เสียงเม่งฮวยดังลั่นมาอีก  คำแก้วหันหลังได้ก็วิ่งลงบันไดไปอย่างฉุนจัด

คำแก้ววิ่งไปที่ราวตากผ้า เอาเสื้อและกระโปรงมาดูยังเห็นคราบน้ำลายของกิมลั้งอยู่ หันไปเห็นอ่อนเดินถือถังเปล่ามาพอดีถามว่ากิมลั้งอยู่ไหน ผินอยู่แถวนั้นได้ยินคำแก้วถามหากิมลั้งก็ตกใจรีบวิ่งไปบอกกิมลั้ง ส่วนอ่อนตอบอ้อมๆแอ้มๆว่ากิมลั้งคงอยู่ที่ห้อง คำแก้วถามจนรู้ว่าห้องอยู่ไหนก็พุ่งไปทันที

ประตูห้องถูกเปิดผางออก ผินกับกิมลั้งกำลังซุบซิบกันผงะจากกันทันที คำแก้วตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าของกิมลั้งรื้อออกมากองกับพื้น กิมลั้งโวยวายถามว่าคุณนายจะทำอะไร คำแก้วหันมาชี้หน้าสั่งให้หยุด

กิมลั้งหยุดไปอึดใจเดียว เห็นคำแก้วหันไปรื้อเสื้อผ้าโกยมากองที่พื้นก็โวยวายต่อถามว่า "นี่เป็นบ้ารึเปล่า"

"ว่าฉันบ้าเหรออวดดีนัก" คำแก้วตวาดแล้วปาเสื้อใส่กิมลั้งโครม "เอาล่ะ ฟังนะ แกจะให้ฉันถ่มหรือแกจะถ่มเอง" กิมลั้งทำไขสือ คำแก้วเลยย้ำ "ถ่มน้ำลายใส่เสื้อผ้าของแกให้ หมดทุกตัว ถ้าแกไม่ทำฉันจะทำเอง"

"จะบ้ารึไง เรื่องอะไรกัน"

"แกว่าฉันบ้าสองครั้งแล้วนะ แล้วอย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง อ่อน!" คำแก้วหันไปเรียกอ่อนที่ถือเสื้อผ้าอยู่ คำแก้วเข้ามาคว้าเสื้อผ้ามาชี้ให้ดู "น้ำลายแกยังอยู่บนเสื้อผ้าฉัน นี่ เห็นชัดๆ"

กิมลั้งเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้ทำ คำแก้วบอกว่าตนเห็น สุดท้ายโมโหจัดเอาเสื้อตัวนั้นตรงไปขยี้ใส่หัวกิมลั้ง นัวเนียกันอยู่อย่างนั้นจนเหนื่อยไปด้วยกันทั้งคู่ คำแก้วถามใหม่ว่า

"เลือกเอาจะทำอย่างที่ฉันบอก หรือจะให้ฉันฟ้องท่านเจ้าสัว" กิมลั้งอึ้งเมื่อเรื่องจะถึงเจ้าสัว แต่ด้วยความทิฐิอวดดี กิมลั้งท้าว่าเชิญขี่ม้าสามศอกไปฟ้องเลย ตนไม่กลัว ทำเอาคำแก้วต้องคิดหาทางใหม่

"หนูจะขอเปลี่ยนไปรับใช้คนอื่น ไม่รับใช้คุณนายแล้ว" กิมลั้งตะโกนบอก

"เฮอะ...คอยไปเถอะ แกจะต้องรับใช้ฉันต่อไป... ต่อไปจนแกตาย!" คำแก้วประกาศแล้วสะบัดเดินออกไปทันที กิมลั้งถลาไปหยิบเสื้อผ้าของคำแก้วปาตามหลังไปแต่ตั้งใจไม่ให้ถูกแค่ปาระบายอารมณ์

ผินใจไม่ดีถามว่าจะทำอย่างไรดี กิมลั้งเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรครู่หนึ่งก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างแค้นใจ ผินกับอ่อนมองกิมลั้งที่เคยแต่กร่างไม่กลัวใครแต่คราวนี้ถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นก็หน้าเสียไปทั้งคู่

ooooooo

คำแก้ววิ่งเตลิดไปถึงท่าน้ำบ้านเจ้าสัว เห็นสายน้ำ เห็นเด็กๆกระโดดน้ำเล่นกัน ก็ทำให้อารมณ์สงบขึ้น อดคิดถึงน้ำตกที่อำเภอเชียงดาวบ้านเกิดของตัวเองไม่ได้...

เวลานั้นคำแก้วกับเอื้องเพื่อนสนิทรุ่นเดียวกันพากันไปเล่นน้ำตก น้ำในแอ่งหินช่างเย็นชื่นใจจริงๆ กอปรกับธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้ชีวิตคำแก้วในเวลานั้นสดใสร่าเริงเบิกบานราวดอกไม้แรกแย้ม

คิดถึงตอนที่ไปดูพิธีแต่งงานที่โบสถ์ฝรั่ง คู่บ่าวสาวแต่งตัวในชุดแบบฝรั่ง เดินออกมาจากภายในโบสถ์ เจ้าสาวสวมมงกุฎดอกส้มและถือช่อดอกไม้ พอเจ้าสาวโยนช่อดอกไม้พวกสาวๆก็พากันกรี๊ดแย่งช่อดอกไม้กัน แก้วจะไปแย่งกับเขาบ้างแต่ถูกเอื้องฉุดไว้

"มงกุฎดอกส้ม...มงกุฎดอกส้ม โยนมงกุฎดอกส้มด้วย" หลายเสียงตะโกนบอกเจ้าสาว

พอเจ้าสาวเอามงกุฎดอกส้มโยนมา มงกุฎลอยคว้างกลางอากาศละลิ่วมาทางคำแก้วกับเอื้อง ทั้งสองกระโดดรับมงกุฎดอกส้ม คำแก้วรับได้เอาใส่หัวตัวเอง เอื้องปรบมือดีใจด้วย

"เอื้อง...วันแต่งของแก้วจะใส่มงกุฎดอกส้มจะอี้" คำแก้วบอกเพื่อนรัก แก้วยิ้มสดใสมีมงกุฎดอกส้มสวมที่หัว

แต่ต่อมาไม่นาน พ่อก็ยิงตัวตายเพราะสวนส้มล่มมาสามสี่ปีพ่อเป็นหนี้มาก ตนต้องไปเป็นเมียเจ้าหนี้ เอื้องถามว่า "แล้วมงกุฎดอกส้มละแก้ว...มงกุฎดอกส้มใส่วันแต่งงานล่ะ"

คำแก้วได้แต่ก้มหน้าเศร้า...

จนกระทั่งวันที่คำแก้วหิ้วกระเป๋าหวายสองใบในชุดนักเรียนมาขึ้นรถที่อาจิวมารับ มีแม่และน้องตามมายืนส่ง เอื้องแอบดูอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ คำแก้วเดินไปหาเอื้องน้ำตาคลอ ถามเพื่อนรักว่า "แก้ว...แล้วมงกุฎดอกส้มล่ะ" แล้วทั้งสองก็กอดกันร้องไห้...

นั่งคิดถึงอดีตแล้ว เสียงเอื้องที่ถามว่า "แล้วมงกุฎดอกส้มล่ะ" ยังก้องอยู่ในความนึกคิด หยาดน้ำตาของคำแก้วไหลออกมาอย่างเจ็บปวดกับความใฝ่ฝันที่บัดนี้ไม่เหลือแม้แต่สิทธิ์ที่จะฝันถึง...

ooooooo

ตอนที่ 3

กิมลั้งไม่ยอมทำตามคำสั่งของคำแก้ว ตรงดิ่งไปหาโรสที่ห้องเล่าเรื่องถูกคำแก้วสั่งให้ออกมาเคาะประตูห้อง แล้วออดอ้อนโรสขอมาอยู่รับใช้แลกกับอาจูจะได้ไม่มีเรื่องกัน โรสเชื่อว่าคำแก้วไม่ยอม กิมลั้งยอว่าให้โรสบอกนายเพราะนายรักโรสมากต้องยอมแน่ๆ

"ม่าย...ม่ายเอา...อย่ามาพูดเรื่องเพ้อฝัน" โรสปฏิเสธแล้วบอกให้กิมลั้งเล่าต่อ กิมลั้งเล่าอวดความเก่งกาจของตนว่า พอถูกคำแก้วสั่งให้ไปเคาะประตูตนก็สะบัดออกมาเลย "เก่งจิงๆ ลื้อเก่งจิงๆ อั๊วยกนิ้วสองนิ้วให้ลื้อเลย" โรสยกสองแม่โป้งให้กิมลั้ง พูดอย่างสะใจว่า "ป่านนี้มันคอยเหงือกแห้งแล้วแห้งอีก ฮ่ะๆๆ"

พอกิมลั้งออกจากห้องโรส เห็นตะกร้าผ้าซักวางอยู่หน้าห้องคำแก้วก็ใจคอไม่ดี รีบเดินไปหยิบตะกร้าผ้าซักเดินลงบันไดไป แต่ก็ยังกังวลจนต้องคอยมองมาที่ห้องคำแก้วด้วยความระแวง

ooooooo

คำแก้วคุยกับอาอึ้มอยู่ในห้อง เธอพยายามถามว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร อาอึ้มทำไขสือถามเลี่ยงไปเรื่อยแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ยอมบอก ตัดบทว่าอย่าไปรู้เลยว่าเป็นใคร คนหนุ่มๆทำงานให้นายมีตั้งหลายคน

คำแก้วบอกอาอึ้มว่าตนอยากเปลี่ยนคนใช้ ไม่อยากได้กิมลั้งขอเปลี่ยนได้ไหม

"คุงนายเพิ่งมาอยู่แค่ 2 เดือน จะเลียกล้องอาลายๆที่นายท่านจัดไว้แล้วมันจาลีเหรอ คิกลูให้ลีๆนาคุงนาย" อาอึ้ม ท้วงติง คำแก้วรู้ว่านั่นคือการปฏิเสธ เลยคิดหนักว่าจะทำยังไงดี

สุดท้ายตัดสินใจไปหาเยนหลิงเสนอขอเปลี่ยนตัวคนใช้ เยนหลิงยุทันทีว่าเปลี่ยนเลยไม่ต้องคิดอะไร ทั้งยังตำหนิอาอึ้ม

ที่ท้วงติงคำแก้วว่าเพิ่งมาอยู่อย่าเพิ่งเรียกร้องอะไรว่า คนอย่างอาอึ้มไม่มีหัวคิดเพราะถึงคำแก้วเพิ่งมาอยู่ แต่ในฐานะอะไรก็น่าจะรู้

เยนหลิงยุเต็มที่ แต่พอคำแก้วมีความหวังก็บอกว่า

"แต่แก้วต้องไปหาคุณนายใหญ่ ไปขออี อีไม่ว่าอะไรหรอก แต่ต้องให้อีอนุญาตก่อน"

คำแก้วดีใจ เห็นทางที่จะเปลี่ยนคนใช้ได้รีบเดินไป ไม่รู้ว่าเยนหลิงมองตามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ

ooooooo

เม่งฮวยกำลังจะลงไปที่ครัวเพื่อตรวจสอบป้าพุ่มกับกุ๊กหลีว่ามุบมิบอะไรบ้างหรือเปล่า แต่พอเปิดประตูออกมาก็เจอมือคำแก้วกำลังยกจะเคาะประตูพอดี เม่งฮวยตาเหลือกเอามือทาบอกร้อง

"ไอ๊หยา...ตกใจจิงๆ" แล้วหันไปกระซิบกับอาฮุง "เหมืองเห็นปีศาก!"

คำแก้วไม่รอช้ารีบบอกว่าตนมีเรื่องขอคุยด้วย ไม่ทันที่คำแก้วจะพูดอะไรหรือขออะไร เม่งฮวยก็สวนไปทันทีว่า "ม่ายให้!" ทำเอาคำแก้วเหวอมองตาค้าง คุณนายใหญ่ไล่ให้หลีกทาง คำแก้วยังพยายามตื๊อบอกว่า คุณนายใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าตนจะขออะไร

"ม่ายอยากลู้...ม่ายได้" เม่งฮวยปฏิเสธลูกเดียว คำแก้วเลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะไปขอนาย ทำเอาเม่งฮวยหยุดกึก หันมาชี้หน้า "ขู่เรอะ! คิดว่ากลัวใช่ไหม ปายเลยปายฟ้องสวรรค์วิมานไหนก็เชิญฟ้องเลย ม่ายกลัวหรอก"

คำแก้วชี้แจงว่าตนไม่อยากทำอย่างนั้น ขอให้คุณนายใหญ่ฟังสักหน่อย ก็ยังถูกปฏิเสธคำเดิมว่าไม่ได้ ด่าคำแก้วว่าพูดมากน่ารำคาญ แล้วเดินลงบันไดไปเลย

อาฮุ้งมองคำแก้วอย่างเห็นใจ เมื่อพูดไม่ฟัง คำแก้วเลยตะโกนตามหลังไปว่า

"ฉันอยากเปลี่ยนกิมลั้ง ไม่เอากิมลั้งค่ะคุณนายใหญ่"

ooooooo

เม่งฮวยกำลังเดินไปทางโรงครัว อาฮุ้งตามไปติดๆ เม่งฮวยยังบ่นงึมงำว่าตนไม่ให้คำแก้วเปลี่ยนคนใช้ เพราะกิมลั้งน่ะดีแล้ว นังนี่มันตัวแสบ อาฮุ้งทักท้วงว่าเดี๋ยวคำแก้วไปขอนายท่านล่ะ

"ขืนเฮียให้นะ อั๊วจะอาละวาดให้บ้านพังเลย" เม่งฮวยเสียงดัง พอดีเจอกิมลั้ง เม่งฮวยเลยบอกว่าคำแก้วขอเปลี่ยนตัวคนใช้ไม่เอากิมลั้ง

ฟังแค่นั้นกิมลั้งก็ดีใจจนเนื้อเต้นบอกว่าเดี๋ยวต้องรีบไปบอกคุณนายสาม แต่พอเม่งฮวยบอกว่าตนไม่อนุญาต หน้ากิมลั้งก็หุบห่อเหี่ยวทันทีถามว่าทำไม

"ม่ายทำมาย  อั๊วม่ายยอมเท่านั้นแหละ"  เม่งฮวยพูดอย่างวางอำนาจแล้วเดินไปเลย กิมลั้งชกลมฮึดฮัดระบายอารมณ์ อย่างไม่พอใจ พอเม่งฮวยหันมองตาขวางก็หยุดกึก เม่งฮวยแสยะยิ้มพอใจที่ได้แสดงอำนาจกับพวกคนใช้จนกลัวหงอ

กิมลั้งไม่ยอมแพ้ แล่นไปหาโรสขอมาอยู่แทนอาจูได้ไหมเพราะเคยได้ยินว่าโรสอยากได้ตน โรสตอบหน้าตาเฉยว่า "เปลี่ยนจายเลี้ยว" กิมลั้งเลยคิดจะไปอยู่กับเจ็กหลี โรสหางตาใส่พูดเย้ยว่าแล้ววันหนึ่งก็ต้องเป็นเมียย้งผู้ช่วยเจ็กหลี

กิมลั้งถามโรสว่าตนจะทำอย่างไรดีเพราะไม่อยากอยู่กับคำแก้ว

"โอ๊ย...ม่ายต้องคิดว่าจาทำยังงาย อยู่เป็นบ่าวมันต่อปาย ดีที่สุดเลี้ยว...อาจู...อาจู...อาจูไปหนาย...เฮ้อ ม่ายล่ายหลั่งใจจริงๆ" โรสบ่นไม่ได้สนใจกิมลั้งอีกเลย

ooooooo

เม่งฮวยไปตรวจที่ครัวทั้งครัวไทยและครัวจีน เบ้หน้าบ่นทั้งสองครัวว่า "สกกาโป๊ก...สกกาปก..." สั่งให้ ปรับปรุงเสีย ถ้าอีก 7 วันมาตรวจยังเหมือนเดิมเจอดีแน่

เจออาจูเดินพรวดเข้ามาพอดีถามว่ามาทำอะไร อาจู บอกว่ามาเอารังนกให้...

อาจูพูดยังไม่ทันจบเม่งฮวยก็ตวาดว่าไม่ได้ถามว่ามาเอาให้ใคร ถามแค่ว่ามาทำไมเท่านั้น ป้าพุ่มพูดเอาใจเม่งฮวยว่าความจริงรังนกตุ๋นท่านเจ้าสัวกินคนเดียวเท่านั้น เม่งฮวยเลยด่าอาจูว่า

"น่านสิอาจู ทำมายต้องส่งไปให้เจ้านายลื้อกินล่วยหา! กำเริบ" พูดแล้วก็เดินกลับไปเลย

พอเม่งฮวยกับอาฮุ้งไปแล้ว ป้าพุ่มก็ถามอาจูว่าทำไมไม่รีบไปตักรังนกเดี๋ยวคุณนายสามรอแย่ เลยถูกเจ็กหลีดักคอว่าไหนเมื่อกี้บอกว่ารังนกมีไว้สำหรับเจ้าสัวกินคนเดียวไง ป้าพุ่มพูดหน้าตาเฉยว่า

"เอ้า...จะไม่พูดยังงั้นได้ไง เคยได้ยินไหมที่เขาว่ารู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางน่ะ" แล้วสอนมวยเจ็กหลีว่า "อาหลี คุณนายใหญ่น่ะขอให้ได้ส่งเสียงเท่านั้นแหละ อีกเจ็ดวันอีก็ลืมไปแล้วว่าอีกต้องมาตรวจครัว   ถ้าอีไม่เป็นอย่างนี้   อีก็แค่  ก้อนหินก้อนหนึ่งในบ้านนี้ ได้แต่หนักอย่างเดียว"

ooooooo

เมื่อเดินกลับมาถึงห้องโถง เม่งฮวยบอกอาฮุ้งว่าเชื่อไหมว่าคำแก้วต้องหาทางกำจัดกิมลั้งสำเร็จแน่ ตอนนี้คงกำลังออดอ้อนเจ้าสัวอยู่ก็ได้

เม่งฮวยพูดถูก เพราะคำแก้วกำลังตรงไปเคาะประตูห้องส่วนตัวของเจ้าสัว อาอึ้มตกใจรีบบอกคำแก้วว่ากลับไปเสีย ตรงนี้เจ้าสัวห้ามมาเพราะเป็นห้องส่วนตัว คำแก้วไม่ฟังอ้างว่าตนมีเรื่องต้องบอกเจ้าสัว แล้วเคาะรัวอย่างร้อนใจ

ปรากฏว่าเจ้าสัวเปิดประตูออกมาถามหน้าตึงว่ามีอะไร คำแก้วบอกว่าตนอยากเปลี่ยนกิมลั้งแต่คุณนายใหญ่ไม่ยอม อาอึ้มก็รีบออกตัวชี้แจงว่าตนเตือนแล้วไม่ให้คำแก้วมารบกวนท่าน แล้วชวนคำแก้วกลับกันเถอะ

"แป๊บเดียว นาย ฉันจะเปลี่ยนกิมลั้ง" คำแก้วตื๊อต่อ

"กลับไปห้อง" เจ้าสัวพูดหน้านิ่งเสียงมีอำนาจไม่เหมือนตอนที่อยู่บนเตียงด้วยกันเลย คำแก้วแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พยายามจะพูดอีก ถูกเจ้าสัวเอ็ด "กลับไป บอกให้กลับไปห้อง"

คำแก้วน้อยใจมากสะบัดหน้าเดินกลับไปอย่างเร็ว อาอึ้มรีบตาม เจ้าสัวมองตามไปด้วยสายตารำคาญกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้

ผิดหวังจากเจ้าสัว คำแก้วไปนั่งหงุดหงิดอยู่เป็นชั่วโมงที่ท่าน้ำ จนอาอึ้มมาเตือนว่านั่งเป็นชั่วโมงแล้ว คำแก้วบ่นว่าเรื่องแค่นี้ทำไมนายไม่ให้

"อึ้มบอกแล้วรอก่อน เข้าไปกวนนายเวลานายพักผ่อน นายอารมณ์ม่ายลีน่ะสิ"

"ฉันจะไม่พูดเรื่องกิมลั้งอีก  จะให้มันอยู่ต่อไป  แต่มัน จะต้องทน คอยดู! มันจะต้องทนแบบแทบตายเลยล่ะ!" คำแก้วลุกขึ้นแววตาแข็งกร้าวอย่างผูกใจเจ็บ

อาอึ้มอุทานเรียก "คุงนาย..." พอคำแก้วหันมอง อาอึ้มเล่าว่า "กิมลั้งมันเกิดมาล่ายสองเดือน พ่อแม่ของมันที่เป็นคนสนิทของเจ้าสัวก็ตาย มันไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีญาติ มันตัวคนเดียวในโลก"

คำแก้วไม่รับรู้ เพราะรู้แต่ว่ากิมลั้งกวนประสาทตนมาก อาอึ้มขอให้สงสารกิมลั้ง อย่าทำอะไรมาก แค่สงสารเท่านั้น

"ฉันไม่สงสาร ฉันเกลียดมัน!"

"แค่สงสารมัน คุงนายม่ายเสียอะไรเลย" อาอึ้มพยายามหว่านล้อมอีก คำแก้วมองหน้าอาอึ้มแววตากร้าวเมื่อครู่นี้อ่อนแสงลงเล็กน้อย...

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเย็นนี้ คำแก้วเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้าบึ้งตึงนิ่งขรึม เม่งฮวยเอ่ยขอบใจเจ้าสัวขึ้นก่อน เจ้าสัวถามว่าขอบใจเรื่องอะไร

"ก็ที่เฮียให้อากิมลั้งอยู่กับเจ้านายเดิม ม่ายหักคำตัดสินของอั๊ว"

เจ้าสัวถามว่าเรื่องอะไรตนต้องทำอย่างนั้น เม่งฮวยยังยิ้มแย้มบอกว่าเพราะคำแก้วออดอ้อนเฮีย และกำลังจะพูดต่อ ก็ถูกเจ้าสัวขัดขึ้นว่าพอแล้ว ตำหนิเม่งฮวยว่า "คิดได้อย่างเลียว" แล้วหันไปตักกับข้าวให้คำแก้วอย่างเอาใจ

แต่ไม่ว่าเจ้าสัวตักอะไรให้คำแก้วก็เขี่ยออกบอกว่าไม่อร่อย ไม่ทาน ไม่ชอบ หนักเข้าก็ยกถ้วยหนี เยนหลิงจับตาดูอยู่พึมพำในลำคอ "เรื่องมาก" แต่ไม่มีใครได้ยินเลยยังไม่มีเรื่อง

โรสหมั่นไส้เจ้าสัวที่เอาใจคำแก้วมากกระแทกตะเกียบเสียงหลง จนเจ้าสัวถามว่าเป็นอะไร โรสไม่ตอบแต่กระแทกกระทั้นเอาช้อนตักซุปไม่รู้ไม่ชี้

"พวกลื้อน่าเบื่อหน่ายจิงๆ" เจ้าสัวบ่นแล้วนึกได้หันไปบอกเม่งฮวยว่าอาใหญ่จะมาพรุ่งนี้ตอนเย็น เล่ารายละเอียดว่า "อีจะมากับคุณชายสามตระกูลโห มีอาโจกะอาเต้มาล่วย เยนหลิง เหม่เกว่ อย่าลืมให้น้องๆมาไหว้พี่ชาย"

เยนหลิงรีบบอกว่าไม่ลืมเพราะยี่หรงกับยี่ฮุยก็บ่นคิดถึงพี่ชายใหญ่อยู่

โรสโพล่งขึ้นกลางคันว่าเย็นนี้ตนจะไปดูงิ้วเพราะไม่รู้จะอยู่บ้านทำไม ถูกเยนหลิงตำหนิว่าไม่มีมารยาท เจ้าสัวก็ตำหนิเหม่เกว่หรือโรสว่าพูดดีๆไม่เป็นรึไง จะขอไปไหนพูดให้มันน่าให้หน่อย

"เป็งแต่ม่ายพูด แล้วจาให้ไปลูรึเป่างิ้วน่ะ" โรสทำเชิดเสียงแหลม

"ม่ายให้ไป" เจ้าสัวเสียงเฉียบขาด ยังความสะใจแก่เยนหลิงนัก แต่โรสหน้าหงิกที่ "ไม่ล่ายหลั่งใจ" ตัวเองแต่หาห้ามโรสได้ไม่ คืนนี้โรสหนีไปดูงิ้ว บนเวที
นักแสดงกำลังเล่นบทโศกร้องไห้กันน้ำตาท่วม โรสที่นั่งดูอยู่พลอยน้ำตาไหลไปด้วย เธอกรีดน้ำตาด้วยลีลาของนางเอกงิ้ว โดยไม่รู้ว่าถูกทรงชัยจับตาดูอยู่ พอรู้สึกว่ามีคนมองตนอยู่ โรสมองไปทางนั้น สบตาทรงชัยเข้าพอดี ต่างมองกันอย่างพอใจ แต่เมื่อโรสนึกได้ว่าตัวเองมีสามีแล้วก็ตัดใจเบือนหน้าหนี แต่ทรงชัยยังมองเธอไม่วางตา

เมื่อกลับมาที่บ้าน โรสร้องงิ้วและกรีดกรายด้วยลีลานางงิ้วเข้ามาอย่างมีความสุข

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น คำแก้วเดินลงบันไดมาเซ็งๆ ได้ยิน ผินกับกิมลั้งคุยกันกระดี๊กระด๊า  ผินแซวกิมลั้งที่ฮัมเพลงหงิงๆแต่เช้า กิมลั้งบอกว่าคุณชายใหญ่จะมาใครไม่ ดีใจบ้าง

ผินชมว่าคุณชายใหญ่สวยจริงๆ คำแก้วทำหน้าแปลกใจที่ผินชมคุณชายใหญ่ว่าสวย กิมลั้งก็ชมว่า คุณชายสามตระกูลโหสวยกว่าอีก ผิวใสมาก คำแก้วยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก เลยถามอาอึ้มเมื่อเจอกันที่ศาลาในสวนหลังตึกว่า คุณชายสามตระกูลโหเป็นใคร

"เป็นเพื่อนรักคุงชายใหญ่" อาอึ้มบอก คำแก้วถามว่าสวยหรือ อาอึ้มตกใจถามว่าผู้ชายจะสวยได้ยังไง บอกว่าอีตัวขาวๆหล่อๆ

คำแก้วนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วถามต่อว่าคุณชายใหญ่เป็นลูกใคร ลูกคุณนายใหญ่ใช่ไหม อาอึ้มบอกว่าใช่ คำแก้วถามอีกว่ามีกี่คน

"สองคน ผู้หญิงเป็นน้องอยู่เมืองนอกเรียนหนังสือ"

คำแก้วถือโอกาสถามถึงคุณนายสองรู้ว่ามีลูกสองคนเป็นผู้หญิงทั้งคู่คือยี่หรงกับยี่ฮุย คำแก้วถามจนครบถ้วนว่าแล้วคุณนายสามล่ะ อาอึ้มบอกว่ามีผู้ชายคนเดียวคือคุณชายเล็ก แล้วพูดยิ้มๆกับคำแก้วว่า

"อีกหน่อยคุงนายก็มี นายท่านรักออกอย่างนี้ อาคุงนายยังเหล็ก แข็งแรง มีลูกง่าย"

คำแก้วฟังแล้วไม่พอใจมากรู้สึกว่าคุณนายทั้งหลายเหล่านี้มีหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตลูกของเจ้าสัว เลยเดินหนีไปในตึก อาอึ้มมองงงๆแล้วทำงานต่อ

ooooooo

ฟังเรื่องราวของบรรดาคุณนายทั้งสามแล้วคำแก้ว ขุ่นเคืองใจมาก เช้าวันรุ่งขึ้นเธอเดินไปที่ศาลาท่าน้ำยิ่งคิดถึงคำพูดของอาอึ้มที่ว่า   "อาคุงนายยังเหล็ก แข็งแรง มีลูกง่าย ยังเหล็ก...ยังเหล็ก..." คำแก้วก็อัดอั้นจนน้ำตาไหลอยู่ใต้ซุ้มพวงชมพู

พวงชมพูทำให้คำแก้วคิดถึงอดีต เวลานั้นเธอเพิ่ง 6-7 ขวบ กำลังร่าเริงแจ่มใส เธอมักวิ่งเล่นในไร่ส้ม แม่ก็ชอบถักทอมงกุฎดอกส้มให้ใส่ ยังฝังใจว่าจะใส่มงกุฎดอกส้มในวันแต่งงาน

แต่พอเธออายุได้ 7-8 ขวบ แม่ก็เสียชีวิต จากนั้นอีกเพียงปีเดียวพ่อก็มีเมียใหม่ท้องแก่แล้วพ่อยิ้มแย้มแจ่มใสกับเมียใหม่ คำแก้วเห็นแล้วหันมองรูปแม่ พูดกับรูปแม่น้ำตาคลอว่า

"แม่...เพิ่งปี๋กว่าๆเต้าอั้นนะเจ้าที่แม่ทิ้งพ่อไป"

พ่อมีลูกกับเมียใหม่อีก 2 คน คนโตเป็นชายอายุ 6 ขวบแล้ว คนเล็กเป็นหญิงอายุเพิ่งจะ 4 ขวบ แล้วพ่อก็ยิงตัวตาย จากนั้นคำแก้วก็ต้องออกจากโรงเรียนเพราะไม่มีเงิน แม่เลี้ยงบอกว่า พ่อมีหนี้มากเราต้องหาเงินใช้หนี้ โดยจะให้คำแก้วไปอยู่กับเจ้าสัวซึ่งแม่เลี้ยงบอกว่ารวยมาก

เมื่อคำแก้วทำหน้างงๆ แม่เลี้ยงพูดตรงๆว่า "ถ้าบ่เอาเปิ้นแก้วก็ต้องไปยะงาน"

"งานอันหยัง" คำแก้วถามอย่างสนใจ

แม่เลี้ยงบอกว่าคงต้องไปเป็นคนใช้เพราะเรียนมาแค่นี้จะไปทำอะไรได้แล้วตัดบทว่า

"เอาล่ะ ทนลำบากทนเหนื่อยได้ก็เอา งั้นก็ลืมไปเต๊อะว่าหนทางสบายมันมี...บ่เลือกเอง...แต่หนี้สินที่ป้อทำไว้มันก็ต้องใช้หื้อเขา บ่เป็นหยัง รออี่นายมันโตขึ้นแหมน้อย ค่อยเอาไปหื้อเป็นเมียเจ้าสัว"

ฟังแม่เลี้ยงแล้วคำแก้วตัดสินใจทันที บอกแม่เลี้ยงทั้งน้ำตาว่า

"ยอม...แก้วยอม...ยอมแล้ว...ยอม..." คำแก้วน้ำตาไหลพรากทุบพื้นข้างตัวอย่างอัดอั้น

คิดถึงอดีตที่เพิ่งผ่านไปไม่นานแล้ว คำแก้วก็อดร้องไห้ไม่ได้ เธอนั่งคุกเข่ากับพื้นร้องไห้เสียงดัง ทุบพื้นด้วยกำปั้นทั้งสองอย่างอัดอั้นตันใจ

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่ก้องเกียรติหรือคุณชายใหญ่ของบ้านจะมาแล้ว เม่งฮวยผู้เป็นแม่แต่งตัวสวยเป็นพิเศษเตรียมตัวรับลูกชายจนเย็น ก้องเกียรติมาพร้อมกับเรืองยศและโจกับเต้

เพื่อนสนิท พอเจออาม้าก้องเกียรติก็โผเข้ากอด เรืองยศ โจ และเต้ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เม่งฮวยบอกให้นั่ง ทักเรืองยศว่าสบายดีหรือ ทักโจกับเต้ว่าหายหน้าหายตาไปนานเลย

กิมลั้งยกน้ำชามากับผิน กิมลั้งเสิร์ฟให้ก้องเกียรติกับเรืองยศ และผินเสิร์ฟโจกับเต้ เม่งฮวยเรียกทุกคนเจี๊ยะเต๊ถามอาอึ้มว่าจัดห้องให้ทุกคนแล้วใช่ไหม อาอึ้มบอกว่าจัดให้อยู่ตึกเดียวกับคุณหนูๆ เดี๋ยวพวกอีคงมาหาพี่ชายเพราะจวนกลับจากโรงเรียนกันแล้ว

อาอึ้มพูดไม่ทันขาดคำ รถที่ไปรับพวกเด็กๆก็ขับเข้ามา เยนหลิงกับโรสมายืนรอรับลูกตัวเอง เด็กทั้งสามนั่งรถคันเดียวกัน เด็กทั้งสามคือยี่หรงหรือกองแก้ว กรรณิการ์หรือยี่ฮุยลูกของเยนหลิง และคุณชายเล็กหรือเกียรติกร ลูกชายของโรสนั่งกันอยู่เบาะหลัง

ยี่หรงกับยี่ฮุยลงจากรถวิ่งมาหาเยนหลิง ยี่หรงปวดฉี่ขอไปเข้าห้องน้ำ ส่วนยี่ฮุยเข้าไปไหว้อาม้า แต่คุณชายเล็กยังไม่ลงมา นั่งกอดอกหน้าบึ้งอยู่ในรถ
โรสตำหนิอาจูว่าลืมไปแล้วหรือว่าต้องไปเปิดประตูรถให้เกียรติกรไม่อย่างนั้นอีไม่ยอมลงมา อาจูรีบไปเปิดประตูรถ ถูกเกียรติกรถลึงตาตำหนิว่า "ช้าจริง ทำอะไรอยู่" โรสรีบเข้าไปกอดลูกชาย

พี่เลี้ยงเด็กทั้งสามเพิ่งเดินมาจากหลังตึก โรสเร่งให้รีบมาบ่นว่า "ม่ายล่ายหลั่งใจเลย" ถูกเยนหลิงแขวะว่าเขาไม่ได้ไปเที่ยวมาทั้งคืนอย่างคุณนายที่สามนี่จะได้มีแรงสดชื่นรื่นเริง

ได้เรื่องทันที โรสหันขวับเสียงแหลมใส่ว่า

"อย่ามาสอดลู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น อั๊วม่ายเกี่ยวกับลื้อ ลื้อก็ม่ายต้องมาเกี่ยวกะอั๊ว เราม่ายเกี่ยวกัน"

"อะไรกันโรส ฉันพูดความจริง เธอจะโมโหฉุนเฉียว ไปทำไม   ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไร   ก็แค่เธอหนี

นายท่านไปเที่ยวเท่านั้น ถึงจะมีใครไปบอกนายท่าน นายท่านก็คงไม่ว่า เพราะเธอเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว นายท่านก็รู้นี่" เยนหลิงตอบหน้ายิ้มๆแต่ยั่วในที
ทั้งสองโต้เถียงกันฉอดๆด่ากันไปมาจนเยนหลิงขู่ว่าด่าตนมากๆเดี๋ยวจะฟ้องนายท่าน โรสท้า บอกว่าไม่เห็นกลัวเลย

แม่กับแม่เถียงกันลูกก็พานจะเข้าร่วมวงด้วย โดยเฉพาะยี่ฮุยหรือกรรณิการ์โกรธแทนแม่ คุณชายเล็กก็โกรธแทนแม่ทำท่าจะเข้าไปผลักกรรณิการ์ โรสคว้าแขนลูกชายชวนไปกันดีกว่าอย่าไปยุ่งกะมันเลย

ขณะจะขึ้นตึกนั่นเอง เยนหลิงเห็นคำแก้วยืนอยู่ข้างตึกจึงร้องเรียก บอกว่าคุณชายใหญ่มาแล้วไม่ไปหาหรือ

"ฉันน่ะหรือไปหาเขา  ไม่ใช่กระมังคะคุณพี่  เขาสิคะควรจะต้องเป็นฝ่ายมาหาฉัน จริงไหม"

"นั่นสิ เขาต้องมาหาเธอก่อนถึงจะถูก ไปยี่ฮุย" เยนหลิงลากกรรณิการ์เข้าบ้านไปเลย

คำแก้วยืนงงว่าตัวเองพูดอะไรผิดหรือ ทำไมเยนหลิงถึงปึงปังฉุนเฉียวขึ้นมาขนาดนั้น

ooooooo

ระหว่างที่เม่งฮวยพาก้องเกียรติขึ้นไปไหว้พระที่ห้องนั้น เรืองยศ โจ และเต้ยังนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก พอดีคำแก้วเดินเข้ามาจะขึ้นข้างบน เธอมองเขาเหล่านั้นอย่างสงสัยว่าเป็นใครแล้วเลี่ยงขึ้นไป

พวกหนุ่มๆซุบซิบกันว่าเธอเป็นใคร เรืองยศบอกว่า "ใหญ่บอกว่าเป็นภรรยาคนที่สี่" โจกับเต้มองกันอย่างทึ่ง เต้ชมว่าคำแก้วสวย โจพยักหน้าเห็นด้วย แต่เรืองยศมองอย่างไร้อารมณ์ กิมลั้งที่มากระดี๊กระด๊าอยู่แถวนั้นฟังแล้วชักสีหน้าอย่างไม่พอใจที่หนุ่มๆพากันชมคำแก้วว่าสวย

เมื่อกลับเข้าไปในครัว กิมลั้งกับผินคุยกันอย่างตื่นเต้นถึงคุณชายสามตระกูลโหว่าสวย ขาว หน้าใสเหมือนผู้หญิง กิมลั้งฉุกคิดขึ้นมาเหมือนสังหรณ์ใจอะไรบางอย่างในความสวยของชายหนุ่มที่ชื่อเรืองยศ

เม่งฮวยพาก้องเกียรติไหว้พระเสร็จแล้วชวนลูกชายให้กลับมาอยู่บ้านด้วยกันเพราะตนเหงา อาเตียของเขาก็ไม่ค่อยสนใจ ตนอยู่ในห้องมีแต่นั่งสวดมนต์ทุกวัน

ก้องเกียรติบอกว่างานตนยุ่งมากไปกลับทุกวันคงไม่สะดวก แต่รับปากกับเม่งฮวยว่าวันหยุดจะหมั่นกลับมาหาแม่

ก็แล้วกัน จะชวนเรืองยศกับโจมาค้างด้วยเพราะมากันหลายๆคนสนุกดี

เม่งฮวยพยักหน้าอย่างไม่คิดอะไร แล้วบ่นเรื่องคำแก้วให้ลูกชายฟังว่า

"เมียอาเตียลื้อคนสุดท้ายเนี่ยนะ อาม้าเกียกมันที่สุด มันดักจาหริกทำเป็นเหล็กๆให้อาเตียลื้อรักมัน"

ก้องเกียรติฟังแม่ระบายความอึดอัดแล้วตัวเองก็ไม่ สบายใจ

ooooooo

กิมลั้งยังต้องเป็นคนรับใช้ประจำตัวของคำแก้วต่อไป คำแก้วหาทางแกล้งสารพัดแบบถ้าทนได้ก็ทนไป กิมลั้งทั้งแค้นทั้งเจ็บใจ ไประบายให้โรสฟัง โรสยุว่า ไม่ต้องกลัวตนจะไม่ให้ใครไล่กิมลั้งไปเด็ดขาด ทีแรกโรสก็คุยด้วยหวังอ่อยไว้ใช้ แต่พอกิมลั้งรำพึงรำพันว่า

"แต่นายท่านรักเขาจะตาย ถ้าเขาไล่หนูก็ต้องไป ใครก็ช่วยไม่ได้"

โรสฉุนกึกขึ้นมาทันทีปรามกิมลั้งให้เลิกพูดได้แล้ว พลางร้องเรียกอาจู บ่นไปตามประสาว่า "นังนี่ไปไหน ไม่ล่ายหลั่งใจเลย"

อาจูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหลังจากกิมลั้งถูกอารมณ์ เกรี้ยวกราดของโรสตะเพิดออกไปแล้ว โรสสั่งอาจูทันทีว่า

"จำไว้อย่าให้นังลั้งเข้ามาในห้องนี้อีก ถ้าลื้อให้มันเข้ามา อั๊วจาไล่ลื้อออก!"

ooooooo

เมื่อได้เวลาจัดเลี้ยง เจ็กหลีทำอาหารอย่างดีมาตั้งโต๊ะ

ที่ห้องจัดเลี้ยง นอกจากครอบครัวของเจ้าสัวซึ่งมีบรรดาคุณนายทั้งสามแล้วยังมีลูกๆของคุณนายเหล่านั้น นับแต่ก้องเกียรติที่เป็นหนุ่มเต็มตัวจนถึงชายเล็กที่ยังเป็นเด็กชาย นอกจากนั้นยังมีเพื่อนๆของก้องเกียรติและเพื่อนๆของเจ้าสัวอีก 6-7 คน

ก้องเกียรตินั่งติดกับเม่งฮวย เขาดูแลแม่อย่างดี คีบโน้นตักนี่ให้ จนถูกเจ้าสัวหยอกว่าเอาใจแต่แม่ แล้วเตียล่ะ

ก้องเกียรติจึงหันมาดูแลเจ้าสัว เลยถูกเพื่อนๆเจ้าสัวแซวว่า

"ลูกชายเอาใจก็สู้เมียเหล็กเอาใจม่ายล่าย...มือม่ายนุ่มนวลเท่า"

เจ้าสัวและเพื่อนๆพากันหัวเราะครื้นเครง มีแต่บรรดาคุณนายทั้งสามเท่านั้นที่ขำไม่ออก

พอดีคำแก้วเดินลงมา เจ้าสัวเรียกเข้าไปหา คำแก้วเดินด้วยท่าทางประหม่าเข้าไป

"แก้ว...นี่ก้องเกียรติลูกชายคนโตของเลา" เจ้าสัวแนะนำ ก้องเกียรติลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างสุภาพ ในขณะที่คำแก้วมองตะลึงนึกไม่ถึงว่าที่แท้แล้วชายหนุ่มที่เก็บดอกพุดซ้อนให้คืนนั้นคือคุณชายใหญ่นั่นเอง เธอค่อยๆนั่งลงทั้งที่ยังอึ้งอยู่

ตลอดเวลาที่นั่งกินอาหาร คำแก้วรู้สึกตัวเองเหมือนส่วนเกินจนอึดอัดทำท่าจะลุกขึ้น แต่ถูกอาอึ้มห้ามด้วยสายตาจึงจำต้องนั่งลงตามเดิม หยิบถ้วยน้ำชาจะดื่มแก้เซ็ง น้ำชาเกิดหมดถ้วยเลยจะลุกไปริน ก้องเกียรติเห็นดังนั้นเรียกเจ็กหลีให้มารินให้

พอเจ็กหลีรินน้ำชาให้คำแก้วแล้ว ก้องเกียรติยกถ้วยน้ำชาของตัวเองขึ้นก้มหัวให้คำแก้วนิดๆเป็นมารยาท คำแก้วใจเต้นแรงทำหน้าตอบรับเก้อๆเขินๆแล้วก้มดื่มน้ำชา

ก้องเกียรติยังคงมองคำแก้วไม่วางตา เรืองยศจับสังเกตอาการของทั้งคู่อยู่อย่างสนใจ

ooooooo

หลังงานเลี้ยง เยนหลิงตามคำแก้วเข้ามาในห้อง โดยไม่รู้ว่ากิมลั้งมาเตรียมที่นอนให้คำแก้วก่อนแล้วเห็นเยนหลิงเข้ามาก็ลอบแอบดูแอบฟังอย่างสงสัย

เยนหลิงชมว่าห้องของคำแก้วสวย สมกับเจ้าของห้อง พูดแล้วเป่าหูว่า แต่น่าเสียดายที่อาหารโต๊ะจีนที่จัดเลี้ยงต้อนรับคำแก้วนั้นดีสู้ที่จัดรับคุณชายใหญ่วันนี้ไม่ได้ พอเห็นคำแก้วสนใจฟังก็ยุแหย่ว่า

"ความจริงลูกชายน่ะเลี้ยงมาตั้งหลายหนแล้วตั้งแต่เล็กจนโต เมียสิเพิ่งจะเอามาเข้าบ้านแต่มาทำอย่างนี้ นายท่านไม่เห็นใจคำแก้วเลย"

เยนหลิงพูดแล้วก็ทำเป็นขอร้องคำแก้วว่าอย่าเอาไปพูดต่ออย่าบอกนายท่านว่าตนพูดเรื่องโต๊ะจีน อย่าไปต่อว่าท่านเพราะมันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น พูดแล้วขอตัวกลับห้องตัวเอง

พอเยนหลิงออกไปแล้วกิมลั้งลุกขึ้นมาชนของเกิดเสียงดัง คำแก้วจับได้ถามว่าอยู่ตั้งแต่แรกเลยใช่ไหม จงใจมาแอบฟังใช่ไหมว่าตนคุยอะไรกับคุณนายที่สอง แล้วไสหัวกิมลั้งออกไป

กิมลั้งหัวแข็งบอกว่ายังทำที่นอนไม่เสร็จ คำแก้วเลยตะเพิดให้ออกไปเดี๋ยวนี้ กิมลั้งจึงออกไปพร้อมกับกระแทกประตูปิดดังสนั่นจนคำแก้วสะดุ้ง แล้วเปลี่ยนเป็นเจ็บใจ

ooooooo

เจ้าสัวยังนั่งคุยกับก้องเกียรติและเรืองยศกับโจและเต้ เจ้าสัวถามลูกชายว่าปิดงบบัญชีกลางปีรึยังก้องเกียรติบอกว่านี่เพิ่งจะกลางเดือนเอง

เจ้าสัวตำหนิว่าอย่างนี้ไม่ได้ยังไงเราต้องรู้แล้วว่าทั้งหมดกำไรเท่าไร โจกับเต้ช่วยกันแก้ต่างให้ก้องเกียรติว่าฝีมืออย่างเขาไม่ทำให้อาเตียผิดหวังหรือต้องเป็นกังวลหรอก

ระหว่างนั่งคุยกันนั้น ป้าพุ่มกับเป้าถือโคมไฟสีแดงและอุปกรณ์การนวดผ่านไป ป้าพุ่มสบตาเจ้าสัวอย่างรู้กัน ครู่หนึ่งเจ้าสัวก็ลุกไปห้องตัวเองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ก้องเกียรติกับเพื่อนๆรู้ทั้งรู้แต่ก็ทำเป็นไม่รู้

เวลาเดียวกัน เยนหลิงคอยเงี่ยหูฟังเสียงข้างนอกอยู่ พอได้ยินเสียงเปิดประตูห้องคำแก้วก็ถามอาเง็กว่าท่านขึ้นมาแล้วใช่ไหม อาเง็กบอกว่าไปที่ห้องคุณนายสี่ตามเคย

"ดี...ดีมาก เง็ก เตรียมจัดที่นอน เดี๋ยวนายท่านจะมาห้องนี้" เยนหลิงสั่งยิ้มกริ่ม

ooooooo

หลังจากป้าพุ่มกับเป้าช่วยกันนวดให้คำแก้วเสร็จก็พากันออกไป ครู่เดียวเจ้าสัวก็เดินออกจากห้องนอนของคำแก้วเข้ามาลูบไล้เธออย่างอ่อนโยนถามว่าสบายไหม

คำแก้วที่ยังคิดเรื่องโต๊ะจีนที่เยนหลิงมาเป่าหูอยู่ ตอบเนือยๆแล้วบ่นว่าอิ่มจัง จากนั้นก็หาเหตุถามถึงราคาโต๊ะจีนว่าแพงไหม เจ้าสัวบอกว่าแพงมาก คำแก้วหน้าตึงพูดประชดว่า

"หึ! เหมาะสำหรับคุณชายใหญ่ของตระกูล แต่ไม่เหมาะสำหรับเมียคนที่สี่ของเจ้าสัว"

เจ้าสัวเอะใจถามว่าพูดอะไร คำแก้วยังพูดย้ำชัดลงไปว่า

"พูดว่าโต๊ะพิเศษกับคนพิเศษ โต๊ะธรรมดาเหมาะกับคนธรรมดา"

คราวนี้เจ้าสัวถามตรงๆว่าที่พูดนี่หมายถึงตัวเองหรือ คำแก้วก้มหน้าไม่ตอบแต่เป็นการรับโดยปริยาย เจ้าสัวเสียงเข้มขึ้นฉับพลันหาว่าคำแก้วซี้ซั้วพูด คิดเองหรือใครสอน คำแก้วนิ่งเลยถูกตวาดถามว่าใครสอน! พอคำแก้วบอกว่าไม่มี เจ้าสัวเอ็ดว่า "เอาใหญ่แล้ว"

ที่ห้องโรสได้ยินเสียงเจ้าสัวดังมาก โรสมองไปทางห้องคำแก้วสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกันจะออกไปดู อาจูทักท้วงว่าอย่าไปเลย แล้วดึงความสนใจของโรสไปอีกทาง ถามว่าแล้วคืนนี้คุณนายจะไปดูงิ้วหรือเปล่า

"ลู...ลูทั้งงิ้ว ลูทั้งนี่ล่วย หลีกไป!" โรสผลักอาจูพ้นทางแล้วออกจากห้องไป อาจูได้แต่มองตามไปด้วยความหนักใจ

ส่วนเยนหลิงได้ยินเสียงเจ้าสัวก็กระหยิ่มยิ้มย่องว่าแผนการของตนสัมฤทธิผลแล้ว

ในขณะที่ในห้องคำแก้ว บรรยากาศคุกรุ่นเต็มที่ เจ้าสัวชี้หน้าคำแก้วปรามอย่างโกรธจัดว่า

"ลื้ออย่าทำอย่างนี้อีกนะคำแก้ว มันไม่ลี อย่าปายอิจฉาอาใหญ่อีเป็งคนลี ลื้ออิจฉาอีลื้อเป็นคนไม่ลี เข้าใจไหม" พูดจบเจ้าสัวเดินออกจากห้องคำแก้วปิดประตูปัง!

ooooooo

โรสออกมาเจอเจ้าสัวพอดีถามว่ามีอะไรกันหรือ เจ้าสัวไม่ตอบแต่กลับถามว่าเมื่อคืนโรสไปไหนมา ตนห้ามแล้วว่าไม่ให้ไปใช่ไหม โรสไม่ตอบแต่ทำคอแข็งอย่างดื้อดึงท้าทาย พอเจ้าสัวถามอีกทีว่าเมื่อคืนไปไหนมา โรสตอบอย่างไม่ยี่หระว่า

"ปายลูงิ้ว...จาทำมาย เหงานี่"

"แต่อั๊วห้ามลื้อแล้ว" เจ้าสัวชี้หน้า "อย่าทำอีกเป็นอันขาดเข้าใจไหม ตอบมาอาเหม่เกว่เข้าใจรึเปล่า!"

โรสไม่ตอบแต่ยังทำคอแข็งดื้อรั้นตามเดิม

เยนหลิงแหงนหน้ามองไปชั้นบนพูดอย่างสะใจว่าน่ากลัวเจ้าสัวโมโหเรื่องโรสหนีเที่ยว แล้วหันมาบอกอาเง็กให้ออกไปได้แล้ว ให้เอาไหมพรมมาให้ด้วยตนจะถักต่อ

พออาเง็กจะออกไป เยนหลิงนึกได้สั่งอีก

"อ้อ...ไปบอกยายพุ่มด้วย อย่าลืมเปลี่ยนที่แขวนโคม" แล้วเยนหลิงก็กระหยิ่มยิ้มอย่างผู้มีชัย

ooooooo

ตอนที่ 4

อาเง็กออกจากห้องเยนหลิงอย่างเร็วรีบเดินลงไปชั้นล่าง แต่ตายังคอยชำเลืองมองไปชั้นบนอย่างอยากรู้ อยากเห็น ครู่หนึ่งเห็นเจ้าสัวเดินลงบันไดมาเมื่อถึงหน้าห้องเยนหลิงก็ชะงักเพราะได้ยินเสียงของโรสแว่วมา

โรสร้องงิ้วด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย สายตามองมายังเจ้าสัวอย่างเว้าวอน แต่เจ้าสัวไม่สนใจเปิดประตูห้องเยนหลิงเข้าไป เสียงโรสยิ่งเศร้าโหยหวนร้าวรานใจ จนประตูห้องเยนหลิงปิดสนิท โรสจึงหยุดร้อง เดินเข้าห้องตัวเองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยหัวใจที่บอบช้ำ

อาเง็กซุ่มดูอยู่ พอเห็นเจ้าสัวเข้าห้องเยนหลิงก็ดีใจ รีบไปบอกป้าพุ่มให้เปลี่ยนเอาโคมแดงมาแขวนที่หน้าห้องเยนหลิงแทน

แม้จะตรอมใจ แต่โรสก็ยังไปดูงิ้วต่อจากเมื่อคืน เรื่องราวเศร้าไม่น้อยกว่าเมื่อคืน แต่โรสร้องไห้หนักกว่าเมื่อคืน ต้องคอยยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาด้วยลีลาของนางเอกงิ้ว


ทรงชัยมาดูงิ้วเช่นกัน แต่เขาไม่ได้ดูงิ้วนักเพราะสายตาคอยจับจ้องที่โรสอย่างสนใจมาก จนกระทั่งงิ้วจบ โรสเดินออกมาเจอทรงชัยมาดักส่งยิ้มให้ เธอยิ้มให้อย่างรักษามารยาทแล้วเดินผ่านไป

ทรงชัยยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งชอบโรสอย่างจริงจัง

พอกลับมาถึงบ้าน โรสตรงเข้าไปเขย่าอาจูที่นั่งรอจนหลับอยู่ที่บันไดหน้าตึก ถามอาจูว่า

"นายท่านอยู่ห้องอีผู้ลีเรอะ"

อาจูพยักหน้าอย่างเห็นใจ โรสทำหน้าหมั่นไส้มองไปที่ห้องเยนหลิงเห็นโคมแดงแขวนอยู่แล้วเดินเข้าห้องตัวเองพอเข้าห้องก็จับข้าวของเหวี่ยงกระจุยกระจายระบายอารมณ์ อาจูหลบไปนั่งตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง

ครู่หนึ่งโรสลุกขึ้นมาเปิดแผ่นเสียงร้องเพลงโหยหวนทำนองเศร้าสร้อย ตัวเองก็ร่ายรำไปตามเนื้อเพลงทั้งน้ำตา อาจูมองตาละห้อยด้วยความสงสารคุณนายของตัวเอง

เม่งฮวยสวดมนต์อยู่ แว่วเสียงเพลงจากห้องโรสก็หงุดหงิดมือที่นับลูกประคำสั่นระริก ปากก็พึมพำ "เจ๊กอั้ก...เจ๊กอั้ก..."

คำแก้วเองก็ได้ยินเสียงเพลงจากห้องของโรส เธอนอนลืมตาโพลงมองเพดาน ในแววตามีทั้งความกังวลและอ่อนหวาน ในความนึกคิด ภาพก้องเกียรติจ้องมองตน สบตากัน และชูถ้วยน้ำชาก้มหัวให้อย่างมีมารยาท ยังวนเวียนอยู่อย่างไม่อาจสลัดได้

แม้คำแก้วจะพยายามข่มตาให้หลับ แต่ความคิดก็ยังฟุ้งซ่าน...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น คำแก้วตื่นแต่เช้า เอาผ้าคลุมไหล่เดินออกจากห้องไปเดินเล่นที่แถวศาลาท่าน้ำเห็นพระสงฆ์พายเรือบิณฑบาต ชาวบ้านพายเรือสัญจรไปมา ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น ตั้งใจว่าวันนี้จะไปขอโทษเจ้าสัว

เวลาเดียวกัน ก้องเกียรติตื่นเช้าเช่นกันตั้งใจจะออกไปเดินเล่นที่สนาม เขาชะงักเมื่อเห็นคำแก้วเดินอยู่ เขาตัดสินใจเดินไปทางนั้น

คำแก้วเดินผ่านคนสวนที่กำลังเอาพุ่มเบญจมาศที่มีดอกพราวมาเรียงเป็นอักษรจีนมีความหมายว่าโชค ความมั่งคั่ง อายุมั่นขวัญยืน และความสุข คำแก้วเดินมาหยุดยืนดู คนสวนจัดเรียงเสร็จพอดี คำแก้วยิ้มให้คนสวนอย่างมีไมตรีจิต คนสวนยิ้มรับเดินค้อมตัวแยกไป

ข้างหลังคำแก้ว ก้องเกียรติกำลังเดินตามมาพอเข้าใกล้เขาร้องทัก

"กู๊ดมอร์นิ่งคำแก้ว"

คำแก้วหยุดเดิน ก้องเกียรติเดินมาถึงพอดี เธอพูดเปรยๆอย่างถือดีว่า

"ถ้าจะถืออาวุโสเป็นเกณฑ์ คุณชายใหญ่ไม่ควรจะเรียกชื่อฉันลอยๆอย่างนี้"

"ถ้างั้น...ฉันจะเรียกเธอว่าคุณนายที่สี่ แต่ถ้าจะนับวัยวุฒิ เรียกคำแก้วเฉยๆก็ถูกต้องแล้วเพราะเธอคงอ่อนกว่าฉันหลายปี ถามจริงๆเธออายุเท่าไหร่" เมื่อคำแก้วไม่ตอบเขาตัดบท "ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากรู้แล้ว"

คำแก้วยังยืนนิ่งมองดูพุ่มเบญจมาศที่ถูกเรียงเป็นตัวอักษร ก้องเกียรติถามขึ้นว่า

"เธอชอบดอกเบญจมาศเหมือนกันหรือ นึกว่ามีฉันคนเดียวที่ลุกขึ้นมาชื่นชมมันแต่เช้า ไม่ยักรู้ว่าเธอตื่นเช้าเหมือนกัน"

คำแก้วบอกว่าตนชอบดอกเบญจมาศมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขาถามว่าเธอชอบดอกอะไรมากที่สุด คำแก้วหลุดปากไปว่า "ดอกส้ม" ก้องเกียรติแปลกหูถามว่าดอกอะไรนะ ฟังไม่ถนัด คำแก้วเปลี่ยนเป็นว่าตนชอบดอกไม้ทุกชนิด แล้วพูดย้ำว่า

"เกลียดอย่างเดียวคือดอกเบญจมาศที่เอามาจัดเรียงเป็นตัวหนังสือแบบนี้" ก้องเกียรติถามว่าเพราะอะไร "เพราะมันดูไม่เป็นธรรมชาติ แทนที่จะอยู่ตามไร่ตามสวน กลับมาเสนอหน้า ชูคอ เบ่งบาน เย่อหยิ่ง อวดดี เป็นดอกไม้ดีๆไม่ชอบ ดัดจริตเป็นตัวหนังสือเจ๊กแป๊ะ"

ยิ่งพูดคำแก้วก็ยิ่งเสียงดังอย่างมีอารมณ์ พอพูดจบเธอก็ยืนนิ่ง ทั้งสองสบตากัน คำแก้วรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย แต่ฉับพลันก้องเกียรติก็หัวเราะลั่นออกมาอย่างขบขัน จนคำแก้วมองค้อนๆว่าขำอะไร


ที่ห้องเยนเหลิงเจ้าสัวยังนอนอยู่ เธอลุกเบาๆเดินไปหยุดยืนที่หน้าต่างมองไปข้างล่าง แล้วก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นก้องเกียรติกับคำแก้วยืนอยู่ด้วยกัน ก้องเกียรติยังหัวเราะขำๆคำแก้วก็ยังค้อนเคืองๆ

เยนเหลิงมองทั้งสองด้วยความสงสัยว่าทั้งคู่กำลังจีบกันอยู่...

ooooooo

ก้องเกียรติหยุดหัวเราะมองคำแก้วอย่างสนใจว่าเธอคิดแปลกดี พูดอย่างอยากคุยต่อว่า

"ความจริงแล้วดอกไม้พวกนี้มันเป็นเองเมื่อไหร่ล่ะ คนต่างหากทำให้มันเป็น แต่ว่าแปลกนะ ฉันชอบ" เห็นคำแก้วทำท่าเยาะๆ เขาแกล้งพูดยั่ว "ตัวหนังสือดอกไม้ ฉันว่าน่าดูออก น่าดูกว่าใช้พู่กันเขียนบนกระดาษ"

"ฉันนึกแล้วเชียว ฮึ!"

"นึกว่าไงหรือ" ก้องเกียรติถามมีเสียงหัวเราะกลั้วในน้ำเสียง นัยน์ตาระยิบมีแววขำๆ


"นึกว่าคุณชายก็เหมือนคนอื่น ชอบอะไรที่จอมปลอม ดอกไม้ไม่อยู่ส่วนดอกไม้ มนุษย์ไม่อยู่ส่วนมนุษย์ ดอกไม้อยากเป็นมนุษย์ มนุษย์อยากเป็นดอกไม้ ทุกอย่างจอมปลอม" คำแก้ว สบตาเขาอย่างท้าท้าย

ก้องเกียรติมองเธออย่างทึ่งแกมพอใจ แต่ก็ไม่แสดงมาก คำแก้วขยับจะเดินไป เขารีบบอก

"เดี๋ยว...ช่วยพูดให้เข้าใจง่ายๆกว่านี้ได้หรือเปล่า"คำแก้วบอกว่าไม่เชื่อว่าเขาไม่เข้าใจ "ฉันไม่เข้าใจจริงๆ เธอพูดจามีความหมายลึกซึ้ง ลึกซึ้งเกินกว่าอายุของเธอ แม้อายุเท่าฉันก็ยังฟังไม่เข้าใจ"

"ไม่มีอะไรซับซ้อน ฉันว่าดอกไม้อยากเป็นมนุษย์ ตัวอักษรนี่มันก็คือมนุษย์ไม่ใช่เหรอ"

"แล้วมนุษย์อยากเป็นดอกไม้ล่ะ"

คำแก้วพยายามสะกดความร้าวรานใจแต่ไม่สำเร็จ น้ำตาค่อยๆไหล่เอ่อออกมาขณะพูด

"ฉันนี่ไง...มนุษย์ที่อยากเป็นดอกไม้ ดอกไม้ที่ให้คนเด็ดไปย่ำยี" เสียงเธอสะท้านสั่นเครือ

ก้องเกียรติตะลึงใจหายด้วยความสงสาร คำแก้วร้องไห้แล้ววิ่งออกไป

ส่วนเยนหลิงที่อยู่ตรงหน้าต่างหลบวูบเข้าห้องไปทันที

ooooooo

คำแก้ววิ่งร้องไห้ไปซบหน้ากับขั้นบันไดในตึกร้องไห้ จนตัวสั่นสะท้าน

ส่วนก้องเกียรติเดินซึมๆกลับเข้าตึกหลังเล็ก เจอเพื่อนทั้งสามเดินเรียงหน้ากันลงมาหา เรืองยศเอ่ยขึ้นก่อนว่า "เห็นคุยกับแม่เลี้ยงสองคนตั้งนาน ถ้าคุณเตี่ยเห็นเข้าคงไม่ชอบใจนัก"

โจขัดคอเพื่อนว่าอย่าย้อนยุคมากนักเลย ไม่เห็นจะแปลกเมื่อเขาเดินไปเจอกัน คุยกันเรื่องสัพเพเหระ พูดแล้วทำเป็นหันมาถามก้องเกียรติว่าใช่ไหม เรื่องสัพเพเหระใช่ไหม พอก้องเกียรติพยักหน้า โจก็แทรกขึ้นว่าคุยกันกลางแจ้งใครจะไปว่าอะไร ย่อมได้อยู่แล้ว

เพื่อนทั้งสามแกล้งอำกันว่าใครเห็นตอนไหน ทำราวกับว่าต่างคนต่างดูที่หน้าต่างห้องตัวเอง แต่ที่จริงแล้วทั้งสามโผล่กันหน้าสลอนอยู่หน้าต่างบานเดียวกันนั่นเอง สายตาทั้งสามคนเห็นทุกอย่างในมุมเดียวกัน

ก้องเกียรติฟังเพื่อนๆแล้วไม่พูดอะไร เลี่ยงไปหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าเป็นเพลงจีนทำนองหวานซึ้ง...

คำแก้วร้องไห้จนหนำใจแล้วลุกเดินขึ้นบันได ตายังแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก  พลันเธอก็ชะงักเมื่อแว่วเสียงขลุ่ยจากตึกเล็ก เธอเดินออกไปที่ระเบียงมองทางนั้น เสียงขลุ่ยในเพลงที่หวานซึ้ง ทำให้สีหน้าคำแก้วผ่อนคลายลง

เจ้าสัวเพิ่งออกจากห้องเยนหลิง เดินผ่านมาเห็นคำแก้วจึงเดินเข้าไปแตะไหล่เธอเบาๆ แต่ทำเอาคำแก้วผวาเฮือก หันมองพอเห็นเป็นเจ้าสัวก็อุทาน "นาย..."

เจ้าสัวถามว่ามายืนตรงนี้ทำไม เธอบอกว่าไปเดินเล่นแต่เช้า เห็นเขาจัดดอกไม้กันด้วยสวยมาก ดอกไม้ทำเป็นตัวหนังสือ เจ้าสัวเหมือนไม่สนใจเรื่องดอกไม้แต่กลับมองหน้าถามว่าร้องไห้หรือ เรื่องอะไร

"เพลงขลุ่ยมันเศร้าค่ะ" คำแก้วปด แต่พอเจ้าสัวให้เล่า เธอกลับเลี่ยงไปว่า "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เรื่องไม่เป็นเรื่อง นายขา...เรื่องเมื่อคืนแก้วขอโทษ" พลางเข้าไปกราบที่อกเจ้าสัว "แก้วผิดมากที่คิดไม่ดีกับคุณชายใหญ่"

กระนั้นเจ้าสัวก็ยังไม่สนใจ ย้ำบอกว่าอยากฟังเรื่องขลุ่ย คำแก้วมองหน้าเจ้าสัวงงๆว่าทำไมจึงอยากฟังเรื่องขลุ่ยนัก หารู้ไม่ว่าเจ้าสัวแอบระแวงอยู่ในใจ

เมื่อคำแก้วพาเจ้าสัวเข้าไปในห้อง เปิดกระเป๋าหวายหยิบขลุ่ยเลาหนึ่งในนั้นออกมาดู น้ำตาเอ่อท้นขึ้นมา ทำให้เจ้าสัวยิ่งสงสัยระแวงว่าเธอมีความหลังอะไรเกี่ยวกับขลุ่ย?

ooooooo

ขณะเม่งฮวยกำลังสวดมนต์อยู่ที่มุมไหว้พระนั้น ก้องเกียรติเข้ามาถามแม่ว่าสวดมนต์เสร็จหรือยัง เม่งฮวยมองลูกด้วยความดีใจบอกว่าเสร็จแล้ว ก้องเกียรติจึงพาแม่ไปเดินชมตัวอักษรต้นเบญจมาศที่สวน เม่งฮวยเดินไม่ถนัดนักจึงเกาะแขนก้องเกียรติไว้ กระนั้นก็ยังสะดุดอะไรบางอย่างจนเซจะทรุด ก้องเกียรติประคองแม่ไว้พาไปนั่ง แล้วคุกเข่านวดเท้าให้แม่อย่างห่วงใย

"พอแล้วอาตั่วตี๋" เม่งฮวยน้ำตาเอ่อด้วยความปลื้มปีติอบอุ่นในการปฏิบัติของลูก ก้องเกียรติจึงลุกขึ้นนั่งข้างแม่ เม่งฮวยพึมพำ "เฮ้อ...สี่คน...สี่คน อีกหน่อยก็ห้า หก เจ็ด" พูดแล้วก็สะอื้นในอกบอกลูกชายว่า "ม้าคงทนม่ายล่ายสักวัน ม่ายอยากทน ม่ายอยากเห็งอารายอีกแล้ว อยากตาย...อยากตาย"

ก้องเกียรติกอดแม่ไว้ด้วยความสงสาร ปลอบใจแม่ว่าตนยังอยู่นี่ เรียกตนได้ตลอดเวลา ตนจะมาหาทันที แต่พอฟังแม่บอกว่า "อีคงที่สี่...ม้าเกียดมัน!" ก้องเกียรติก็อึ้ง เพราะเป็นคนที่ตนกำลังสนใจพอดี

ooooooo

เมื่อพากันไปนั่งที่ระเบียงนั่งเล่นด้านหลัง เจ้าสัวรินน้ำชาดื่มอย่างชื่นใจ คำแก้วถามว่าสารทจีนเป็นวันอะไร เจ้าสัวเล่าว่าสารทจีนเป็นการไหว้เจ้าเดือนเจ็ดวันที่สิบห้า เรียกกันว่าตงง้วงโจ่ย ไหว้ครั้งที่ห้าของปี พอคำแก้วถามตามประสาว่าสนุกไหม เจ้าสัวมองหน้าคำแก้วอย่างเอ็นดูที่ไม่ประสากับประเพณีจีน เล่าต่ออีกว่า

"ไหว้เจ้าเป็นประเพณี วันสารทจีนเนี่ย เลาไหว้เจ้าที่โต๊ะหนึ่ง อีกโต๊ะหนึ่งเลาจาไหว้บรรพบุรุษ แต่เลามีพิเศษ อีกชุดหนึ่ง คือไหว้ต้นตระกูลจีน"

จนมาถึงวันไหว้ ทุกคนในครอบครัวมากันพร้อมหน้า มีเครื่องไหว้มากมายทั้งของกินของใช้ คำแก้วยังจำที่เจ้าสัวเล่าให้ฟังได้ว่า...

"ต้นตระกูลจีนนี่ม่ายใช่ต้นตระกูลของเลานะ เป็นพวกคนจีนที่มาเมืองไทยสมัยแลกๆ เป็นรุ่นบุกเบิก พวกนั้น บางคนตายไปม่ายมีลูกหลานจาสืบต่อสกุล ม่ายมีคนจัดโต๊ะไหว้ให้ อย่างที่คนไทยเลียกว่าผีไม่มีญาติไง เลาก็ถือเป็นต้นตระกูลจีนทั้งหมด หลายๆบ้านเลยตั้งโต๊ะไหว้ให้พวกนี้ล่วย เล่าเรียกว่าไหว้ ฮ้อ เฮีย ตี๋"

ขณะเจ้าสัวนั่งเป็นประธานในพิธีไหว้นี้ ก้องเกียรติซึ่งอยู่ในกลุ่มลูกๆคอยชำเลืองมองคำแก้ว เธอเองก็ลอบมองเขาพอสบตาก็หลบทันที เรืองยศสังเกตทั้งคู่อยู่เงียบๆ

ooooooo

ตกกลางคืน เม่งฮวยอยู่ในห้อง แว่วเสียงเป่าขลุ่ยเพลงจีนก็นิ่งฟัง ชมกับอาฮุ้งว่า

"อาตั่วตี๋ อีเป่าขลุ่ยเพราะจิงๆ"

ส่วนโรสอยู่ที่ห้อง พอได้ยินเสียงขลุ่ยก็ร่ายรำไปตามทำนองเพลง ในขณะที่หัวใจลอยล่องไปถึงชายหนุ่มที่พบกันที่โรงงิ้ว

ก้องเกียรติกับเพื่อนๆเดินทางกลับในคืนนี้เลย เรืองยศ โจ และเต้ไหว้ลาเจ้าสัวกับเม่งฮวยแล้วพากันไปขึ้นรถ ก้องเกียรติไหว้ลาอาเตียและแม่พลางเข้าไปกอดแม่แล้วผละจะไปขึ้นรถ

ขณะนั้นเอง อาฮุ้งวิ่งออกมาถืออะไรบางอย่างห่อในผ้า ดูแล้วรู้ว่าข้างในเป็นขลุ่ย คำแก้วแอบดูอยู่ พอเห็นก็เอะใจวิ่งกลับไปที่ห้องทันที

คำแก้วรีบไปค้นดูขลุ่ยในกระเป๋าหวาย ปรากฏว่ามันหายไปแล้ว พุ่งเป้าหมายไปที่กิมลั้งทันที เชื่อว่าต้องถูกกิมลั้งขโมยไปแน่ๆ ร้องเรียกอย่างเกรี้ยวกราดอยู่นานกิมลั้งจึงโผล่มา

คำแก้วคาดคั้นเอาผิดกับกิมลั้งให้ได้หาว่าขโมยขลุ่ยตนไป กิมลั้งเถียงว่าตนไม่ได้เอาไปไม่เชื่อถามใครๆดูก็ได้ว่าตนเคยขโมยของเจ้าสัวหรือคุณนายคนไหนไหม คำแก้วไม่เชื่อบังคับให้พาไปดูที่เรือนคนใช้

พอถึงห้องพักของกิมลั้ง คำแก้วลากกิมลั้งเข้าไปสั่งให้เปิดหีบออก กิมลั้งไม่ยอมเปิดยืนกรานว่าตนไม่ได้เอาไป คำแก้วถามเป็นคำสุดท้ายว่า

"จะปิดไม่เปิด อยากเห็นมันพังใช่ไหมหา! อยากเห็นใช่ไหม" เมื่อกิมลั้งยังขวางไม่ให้เปิด คำแก้วเรียกคนสวนแถวนั้นให้เอาขวานมา แล้วเตรียมจามหีบ กิมลั้งร้องเสียงหลง อ้อนวอนอย่าทำเลย คำแก้วเงื้อขวานสุดแขนบอกกิมลั้งว่า

"แกไม่ยอมเปิด ฉันจะเอาไอ้นี่สับให้มันเปิดจนได้ ถ้าในหีบไม่มีขลุ่ย พรุ่งนี้ฉันจะซื้อหีบใหม่ให้"

สิ้นเสียงคำแก้วจามขวานสุดแรงจามซ้ำแล้วซ้ำอีกหีบจึงเปิดออก คำแก้วโกยของในหีบออกมา ในขณะที่กิมลั้งน้ำตาไหลพรากเข้าขัดขวางสุดชีวิตแต่ไม่เป็นผล เมื่อคำแก้วรื้อจนถึงก้นหีบเจอผ้าดิบสีมอๆห่ออะไรบางอย่างมีสายสิญจน์มัดไว้เป็นเปลาะๆ

เมื่อกิมลั้งหยุดคำแก้วไม่ได้ก็ตั้งท่าจะวิ่งหนี คำแก้วไม่ยอมให้ไปไหน พอคำแก้วแกะสายสิญจน์ออกหมดคลี่ผ้าดิบออกดู มีตุ๊กตารูปผู้หญิงมีเข็มปักอกไว้ 3 เล่ม ที่หน้าอกตุ๊กตาเขียนคำว่า "คำแก้ว" เธอมองขวับถามกิมลั้งว่า

"อะไรนี่...นังกิมลั้ง...นี่มันอะไร บอกมาเดี๋ยวนี้นะ"

กิมลั้งไม่กล้าสบตาก้มหน้าร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

คำแก้วถือตุ๊กตาเดินอ้าวออกจากเรือนคนใช้ กิมลั้งพยายามที่จะรั้งไว้กระทั่งเข้ากอดขาก็ถูกคำแก้วสะบัดจนกระเด็น อาเง็กเห็นดังนั้นรีบตามคำแก้วไป ปากก็ร้องบอกพวกอิ่ม  ผิน  กับอาอึ้มให้ช่วยกันดึงคำแก้วไว้  อาอึ้มถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ  กิมลั้งไม่ตอบ เอาแต่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร

คำแก้วไปเคาะประตูห้องเยนหลิงแล้วเปิดเข้าไปเลย อาเง็กรีบเข้าไปแก้ตัวว่าตนห้ามแล้วว่าอย่าเคาะประตูดังคุณนายจะตกใจก็ไม่ฟัง

คำแก้วเอาตุ๊กตาตัวนั้นให้เยนหลิงดู เยนหลิงตกใจยกมือทาบอก คำแก้วฟ้องว่า

"มันจะฆ่าแก้ว คุณพี่รู้ไหมคะ อีนังกิมลั้งมันจะฆ่าแก้ว มันทำของ ทำเล่ห์กลจะให้แก้วตาย แก้วจะต้องเอามันให้ตายเหมือนกัน"

เยนหลิงถามอย่างแนบเนียนว่าทำไมถึงได้พบ คำแก้วไปทำอะไรที่ห้องกิมลั้ง พอคำแก้วเล่าให้ฟังเยนหลิงก็ท้วงติงว่ากิมลั้งไม่รู้หนังสือไทย เพราะที่ตัวตุ๊กตาเขียนคำว่า "คำแก้ว" ไว้ชัดเจน คำแก้วนิ่งไปครู่หนึ่งถามว่าถ้าอย่างนั้นใครทำ?

"ถามจากมันสิ มันต้องรู้เห็นด้วยแน่ นังลั้งน่ะขู่มันเข้าไปขู่จะเอาให้ตายเลยมันกลัวมันต้องบอก เชื่อพี่เถอะ" เยนหลิงยุ

คำแก้วนิ่งคิดตามคำแนะนำของเยนหลิงแล้วย้อนกลับไปที่เรือนคนใช้ พูดดีๆกับกิมลั้งว่าตนจะไม่ทำอะไร ไม่อาฆาตเคียดแค้นกิมลั้งอีก ขอแต่ให้บอกมาว่าใครเป็นคนเขียนชื่อตนบนตุ๊กตานี้

กิมลั้งอึกอัก คำแก้วจึงเอ่ยชื่อถามว่าคุณนายสามใช่ไหม คุณนายสองใช่ไหม กิมลั้งส่ายหน้าทั้งสองคุณนาย แต่พอคำแก้วถามว่าคุณนายใหญ่หรือ กิมลั้งกลับก้มหน้านิ่งเป็นการตอบรับโดยปริยาย

คำแก้วตกใจ ช็อก!

ooooooo

พอกลับไปหาเยนหลิงอีกครั้งเล่าเรื่องที่ไปถามกิมลั้งมาให้ฟัง เยนหลิงทำท่าตกใจพึมพำว่า

"แหมไม่นึกเลย พี่นึกว่าเป็นนังดอกกุหลาบซะอีก"

คำแก้วเลยเล่าให้ฟังว่าตนถามคุณนายสามใช่ไหม คุณนายสองใช่ไหมกิมลั้งก็ส่ายหน้า เยนหลิงทำท่าตกใจถามว่าคำแก้วสงสัยตนด้วยหรือ คำแก้วรีบยกมือไหว้ชี้แจงว่า

"ขอโทษค่ะคุณพี่ แก้วก็ถามไปเรื่อยๆไม่อยากขู่มัน

อย่างที่คุณพี่บอก เกรงว่ามันจะกลัวจนลนลานเสียก่อน แก้วไม่ได้คิดสงสัยคุณพี่แม้แต่นิดเดียวเลยนะคะ"

เยนหลิงเบาใจลงแต่ยังมองคำแก้วอย่างมึนตึง ถามจนแน่ใจว่ากิมลั้งส่ายหน้าที่ชื่อตนแล้ว เยนหลิงพูดสวนไปทันทีว่าลองมันพยักหน้าซิ! คำแก้วเล่าต่อไปว่าพอตนถามว่าคุณนายใหญ่ใช่ไหม กิมลั้งก็นิ่งทำท่าสารภาพ

เยนหลิงทำเป็นโวยวายว่าคุณนายใหญ่ร้ายกาจจริงๆ เล่นกันถึงตายเลยนะเนี่ย พอคำแก้วถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไรต่อไป เยนหลิงย้อนถามว่า

"คนที่อยากให้เราตายน่ะ มันก็ต้องตายเหมือนเราสิ เธอไม่คิดอย่างนี้หรอกเหรอคำแก้ว"

คำแก้วถามซื่อๆว่าจะทำอย่างไร จะให้ตนทำอะไรคุณนายใหญ่หรือ เยนหลิงเบ้ปากย้อนถามว่าเธอจะมีปัญญาทำอะไรคุณนายใหญ่ได้ ยิ่งใหญ่ออกปานนั้น แล้วพูดโพล่งออกไปว่า "บอกนาย"

คำแก้วกังวลกลัวนายจะไม่เชื่อ เยนหลิงยืนยันว่าหลักฐานเห็นๆอย่างนี้นายไม่เชื่อก็ไม่ใช่แค่ตาบอดเท่านั้นใจบอดด้วย ยุแยงว่า

"และถ้านายใจบอดขนาดนี้ ก็แปลว่าคุณนายใหญ่น่ะทำอะไรๆก็ไม่ผิด ขนาดคิดจะฆ่าคนนะเนี่ย ไม่ใช่ฆ่าใครที่ไหน แต่ฆ่าเมียของนายเองเลยนะ เมียที่นายรักที่สุดด้วย"

เยนหลิงพรั่งพรูคำยุแหย่ออกมาด้วยหัวใจที่ดำมืด สุดท้ายย้ำกับคำแก้วว่าต้องจัดการเสีย ถ้าไม่จัดการตอนนี้จะรอตอนตายแล้วหรือไง จากนั้นทำเป็นรำพึงลอยๆว่า

"คุณนายใหญ่เม่งฮวยอำนาจล้นฟ้า จะคอยดู ทั้งตัวเองทั้งลูกชายจะเป็นยังไง"

คำรำพึงของเยนหลิงทำให้คำแก้วคิดหนักเพราะไม่อยากให้ก้องเกียรติต้องมาเดือดร้อนด้วย

ooooooo

ที่เรือนคนใช้ กิมลั้งในสภาพหัวเป็นกระเซิง หน้าตามอมแมมนั่งอยู่กับพื้น เรียกผินที่นั่งอยู่ใกล้ๆว่าจะบอกอะไรให้ พอผินกระเถิบเข้าใกล้ กิมลั้งก็กระซิบ กระซาบ ผินฟังแล้วตกใจตาเหลือกถามกิมลั้งว่าไปซัดทอดคุณนายใหญ่ทำไม กิมลั้งบอกว่ากลัวคุณนายสองกับคุณนายสามเอาเรื่องบ้านแตกแน่

ผินถามว่าแล้วไม่กลัวคุณนายใหญ่หรือ กิมลั้งบอกว่าคุณนายใหญ่สวดมนต์บ่อยๆ แค่ตนเอาธูปเทียนไปขอขมาก็ได้แล้ว

"เออ...คอยดูแล้วกัน คุณนายสี่ไม่ปล่อยแกลอยนวลหรอก อีน่ะ ร้ายพอๆกับคุณนายสอง คุณนายสามเลยล่ะ ที่สำคัญอีเกลียดแกจะตาย ทำอะไรไม่รู้จักคิด" ผินบ่น แทนที่กิมลั้งจะฟังกลับย้ำว่า ตนก็เกลียดคุณนายสี่เหมือนกัน เกลียดเข้ากระดูกดำเลยล่ะ

คำแก้วเดินไปยืนลังเลอยู่กลางสนาม เยนหลิงมองจากหน้าต่างลุ้นให้คำแก้วไปฟ้องเจ้าสัวเพื่อจะได้มีเรื่องเล่นงานเม่งฮวย

แต่คำแก้วไปนั่งคิดเครียดอยู่ที่บ่อน้ำเก่า คิดถึงความดีที่ก้องเกียรติมีต่อตน ในที่สุดตัดสินใจไม่ฟ้องเจ้าสัว

เมื่อเยนหลิงรู้ก็บอกคำแก้วว่าถ้าเธอไม่บอกตนจะบอกเอง

"ถ้าคุณพี่บอกแก้วจะไม่พูดอะไรเลยนะคะ" คำแก้วแสดงท่าทีชัดเจนจนเยนหลิงด่าว่าจะบ้าหรือ คำแก้วจึงชี้แจงว่า "แก้วไม่เชื่อเรื่องนี้อยู่แล้วค่ะ เพราะฉะนั้นแก้วว่าให้จบเรื่องไปดีกว่า"

"มันยังไม่จบ คอยดูไปเถอะเรื่องนี้ไม่มีวันจบ คนเราพอมันทำได้ครั้งหนึ่งมันก็ทำเรื่อยไป จะรอจนถึงวันตายก่อนใช่ไหมถึงจะให้นายรู้" เยนหลิงถามอย่างขัดใจ พอคำแก้วนิ่ง เยนหลิงกลับแว้งใส่คำแก้วว่า "คำแก้ว วันหนึ่ง อั๊วจะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมลื้อถึงปกป้องคุณนายใหญ่ อีร้ายกาจ อีไม่ชอบลื้อ อีเกลียดลื้อยังกับอะไรดี ยังปกป้องอีทำไมหา ทำไม!"

ooooooo

จนคืนนี้ คำแก้วก็ยังคิดไม่ตกกับคำพูดของเยนหลิงที่ว่าเธอปกป้องคุณนายใหญ่ ขณะคิดเครียดนั่นเองเจ้าสัวผลักประตูห้องเข้ามา คำแก้วรีบปาดน้ำตาทิ้ง เจ้าสัวตกใจประคองหน้าเธอขึ้นดูถามว่าร้องไห้หรือ คำแก้วตอบห้วนๆว่าเปล่า ตนสุขสบายอย่างนี้เรื่องอะไรจะต้องร้องไห้

เจ้าสัวถามว่าเบื่อไหม ชวนไปเดินเล่นในสวนกัน หรือจะนั่งรถไปหาอะไรกินเล่นข้างนอกกัน คำแก้วไม่ตอบ ลุกไปที่แจกันดอกไม้ดึงขึ้นมาดอกหนึ่งแล้วขยำขยี้อย่างระบายอารมณ์ จนเจ้าสัวถามว่าทำอะไร คำแก้วถึงถามว่า "นายเอาขลุ่ยของฉันไปทำไม"

เจ้าสัวอึกอัก ยอมรับว่ากลัวคำแก้วคิดถึงคนอื่นเลยเอาไปเก็บไว้ แล้วถามว่าใครเป็นคนให้ขลุ่ยนั้นแก่คำแก้ว

"นายคิดว่าคู่รักฉันให้มาเรอะ ขลุ่ยนั่นของพ่อฉัน พ่อฉันตายมันก็เป็นของฉัน" คำแก้วเสียงสั่น

เจ้าสัวอึ้งไปทันที ยอมรับว่าตนไม่รู้ ตนรักคำแก้วมากเลยระแวงนึกว่าหนุ่มที่ไหนให้มา สุดท้ายเมื่อคำแก้วขอคืนเจ้าสัวตอบเสียงอ่อยว่า ให้คนเอาไปเผาแล้ว คำแก้วช็อก ฟุบหน้ากับฝ่ามือร้องไห้อย่างหนัก

"แก้ว...อย่าล้องไห้..." เจ้าสัวปลอบคำแก้ว รู้สึกผิดและเสียใจตัวเอง...

คืนนี้เจ้าสัวพยายามเอาอกเอาใจคำแก้ว แต่พอเข้าไปหาในมุ้ง คำแก้วก็แสดงท่าทีมึนตึงเย็นชา จนเจ้าสัวโมโหถามอย่างไม่พอใจว่า จะเอาอย่างไร จะให้คุกเข่าขอโทษเรอะ!

คำแก้วไม่ตอบยังคงนอนนิ่งเงียบ เจ้าสัวถามว่าจะเอายังไง คำแก้วจึงบอกว่าตนไม่สบาย

"จะให้ง้อไปถึงไหนกันวะ ทำหน้างอแบบนี้เลาเกียดนัก" เจ้าสัวหงุดหงิดอารมณ์ค้าง พอคำแก้วพูดอย่างท้าทายว่าไปหาคนอื่นสิ เจ้าสัวลุกพรวดพูดอย่างไม่แยแส "เออ...ก็ได้ ขอบใจสวรรค์ที่บันดาลให้เลายังมีเมียอีกสามคน" ว่าแล้วก้าวไปหยิบเสื้อคลุมออกจากห้องไปเลย

คำแก้วพลิกตัวซบหน้ากับหมอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่คนเดียว...

ooooooo

โรสยังเริงร่าหาความสำราญกับการหนีไปดูงิ้ว ทั้งเพราะหลงใหลการดูงิ้วและแอบมีความหวังจะได้เจอทรงชัยหนุ่มที่ทำให้หัวใจต้องหวั่นไหวมาสองคืนแล้ว
ดูงิ้วจบ ขณะโรสเดินออกมา ก็เจอทรงชัยเข้าอย่างจัง เธอตกใจในขณะที่ทรงชัยยิ้มอย่างสุดเท่เอ่ยทักชักชวน

"ถ้าไม่รังเกียจผมขอเชิญไปรับประทานอาหารต่อจากนี้" พอเห็นโรสนิ่งเขารบเร้า "อย่าปฏิเสธเลยนะครับ ผมขอร้อง"

เพราะมีใจให้อยู่แล้ว โรสไปกับทรงชัย เขาพาไปที่ร้านอาหารที่ตกแต่งแบบยุโรป สั่งอาหารแล้วบอกโรสว่า "นี่เป็นร้านอาหารฝรั่งที่อร่อยที่สุด" โรสเอะใจถามว่าเขาไม่ได้เป็นคนจีนหรือ

"อ๋อ...เป็นสิครับ ชื่อจีนผมชื่อซุ่นไช้ ชื่อไทยผมชื่อทรงชัย ผมเป็นหมอครับ มีร้านขายยาอยู่ที่เจริญกรุง"

โรสถามว่าเป็นหมอยาจีนหรือ เขาบอกว่ารักษาแบบจีน จบมาจากฮ่องกง แล้วทำท่าจะถามโรสบ้าง เธอชิงบอกก่อนอย่างเดาใจเขาออกว่า

"ฉันชื่อจีนชื่อเหม่เกว่ ลู้แค่นี้เลี้ยวกันค่ะ"

"เหม่เกว่" ทรงชัยทวนชื่อมองหน้าเธออย่างพอใจ

กินอาหารกันเสร็จโรสขอตัวกลับ ทรงชัยทักท้วงว่ายังไม่ได้กินของหวานเลย โรสขอบคุณแต่ตนไม่กินแล้วจะลุกไป ทรงชัยจะไปส่ง เธอรีบปฏิเสธ

"ไม่...ฉันไปเองล่าย เลาจาไม่พบกังอีก" พูดแล้วรีบออกไปเลย

ทรงชัยมองตามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมโรสจึงพูดอย่างนั้น

พอโรสกลับถึงบ้าน เธอวิ่งขึ้นบันไดไปด้วยความรู้สึกสับสนกับความคิดของตัวเอง พลันก็เห็นโคมแดงแขวนอยู่หน้าห้องเยนหลิง ความสับสนกลายเป็นแค้นใจขึ้นทันที ซอยเท้าวิ่งขึ้นชั้น 3 อย่างเร็ว โดยมีอาจูวิ่งตามแทบไม่ทัน

พอวิ่งเข้าห้อง โรสก็โถมตัวลงนอนบนเตียงทำท่าไม่สบายมาก บอกอาจูว่าให้ไปตามนายที่ห้องเยนหลิงมาเร็วๆ อาจูทักท้วงอย่างรู้ทันว่ามันดึกแล้ว แต่พอถูกตวาดอาจูก็รีบไป ส่วนโรสก็นอนร้องครวญครางราวกับเจ็บปวดเจียนตายอยู่บนเตียง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“แม็กกี้ อาภา” รับบทคุณแม่ครั้งแรก และต้องเจอเรื่องลึกลับ ใน “ตุ๊กตา”
20 เม.ย. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 08:47 น.