ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

หวานใจกับนายจอมหยิ่ง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

จอมใจ กุล แก้วใส สามสาวดาวมหาวิทยาลัยแห่งคณะคหกรรมศาสตร์ พวกเธอกำลังหมายมั่นอยากไปฝึกงานที่โรงแรมสยามธาราอันหรูหราของตระกูลอัครศิริ ผู้มีคุณยุบลเป็นผู้ครอบครองในฐานะประธาน...

คุณยุบลมีหลานชายสามคน แต่ที่ช่วยงานของโรงแรมอยู่ตอนนี้สองคนคืออัศวินกับชัชวิน ส่วนทศวินหลานชายคนโต ที่คุณยุบลวางตัวให้เป็นทายาทสืบทอดกิจการกลับไปอยู่ต่างประเทศ หลังจากปกรณ์พ่อของเขาเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด

วันนี้เอง ขณะอัศวินกำลังคุยงานกับสถาปนิก เขาเหลือบเห็นคุณยุบลลงจากรถเดินเข้ามา พนักงานทั้งหลายต่างพากันทำความเคารพอย่างนอบน้อม

"ทำไมคุณยายมาเร็วจังครับ ยังไม่ถึงเวลาประชุมเลย" อัศวินเข้ามาทัก

"พอดียายอยากจะคุยกับเราก่อน...เรื่องนั้นน่ะ"

อัศวินชะงักเล็กน้อย ก่อนพาคุณยายไปยังห้องทำงานหรูหราของท่านประธาน

"ทางนั้นติดต่อกลับมาบ้างรึยัง อัศวิน" คุณยุบลเอ่ยน้ำเสียงเป็นกังวล

"ผมว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักนะครับ"

"ยายรอมานานหลายปีแล้ว ทุกวันนี้ยายก็เริ่มจะเหนื่อยแล้ว"

"ไม่จริงหรอกครับ ใครๆก็รู้ว่าท่านประธานของสยามธารายังฟิตขนาดไหน"

"ไม่ต้องมาปากหวานกับยายหรอก ยายเป็นห่วงจริงๆนะอัศวิน กลัวว่าทศวินเขาจะไม่ให้อภัยยาย แล้วจะไม่ยอมกลับมา"

"คุณยายอย่าโทษตัวเองอย่างนั้นเลยครับ เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ผมว่าป่านนี้เขาคงทำใจได้แล้ว"

"ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมทศวินถึงไม่ยอมกลับมาล่ะ"

อัศวินอึ้งพูดไม่ออก คุณยุบลสีหน้ากลุ้มมากๆ

ooooooo

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทศวินเพิ่งลงจากเครื่อง แล้วไปเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าสู่โรงแรมสยามธารา...

ขณะเดียวกันนั้น ในห้องประชุมของสยามธารา ผู้ถือหุ้นมากันครบแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ประกิตน้องชายของปกรณ์และสุมนา ที่ตกอยู่ในสภาพพิการทุพพลภาพด้วยเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน...เพลินจิตเข็นรถเข็นไฟฟ้าพาสามีเข้ามา สุมนา ทักทายน้องชาย แต่ดูเหมือนประกิตจะยังคงเหมือนเดิม คือสมองไม่รับรู้ใดๆเลย เพียงแต่ร่างกายขยับเขยื้อนได้บ้างเท่านั้น

เมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้ว คุณยุบลจึงเปิดการประชุม...

"เราเริ่มกันเลยดีกว่า...การประชุมในครั้งนี้ ฉันในฐานะประธานบริหารโรงแรมสยามธารา มีเรื่องสำคัญหลายอย่างที่จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริหารทุกคนได้รับทราบ...เริ่มจากผลประกอบการของโรงแรมใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ถึงรายรับของเราจะไม่ตกลงมามาก แต่รายได้ก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้นเลย ซึ่งถ้าขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป ฉันคาดการว่าสยามธาราอาจเกิดผลกระทบได้"

"คุณยุบลพูดแบบนี้ แสดงว่าสยามธาราของเรามีแผน ที่จะพัฒนาการบริหารเหรอครับ" ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา

"ถูกต้องแล้วค่ะ...ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันกันมากเหลือเกิน ถึงเวลาแล้วที่สยามธาราจะต้องมีการเปลี่ยน แปลง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุด"

"คุณยายหมายความว่ายังไงครับ ที่ว่าเปลี่ยนแปลง" อัศวินสีหน้าสงสัย

"อย่างช้า...ภายในสิ้นปีนี้ ฉันจะวางมือจากการบริหารทั้งหมด ฉันจะให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือในการบริหารสยามธารา"

ทุกคนตื่นเต้นตกใจกับสิ่งที่คุณยุบลตัดสินใจ เพลินจิต รอโอกาสนี้เพื่อลูกชายมานานแล้ว ถามขึ้นมาทันที

"แล้วถ้าคุณแม่...เอ่อ...ท่านประธานวางมือแล้วจะให้ ใครมาบริหารแทนล่ะค่ะ"

สุมนาเห็นเพลินจิตซึ่งเป็นสะใภ้ชอบวุ่นวาย เลยพูดเตือนสติ

"คงไม่ใช่ลูกชายท่านประธานอย่างประกิตแน่ แล้วก็คงไม่ใช่สะใภ้ด้วย"

"ทราบค่ะ แต่ดิฉันก็แค่อยากรู้เร็วไปหน่อยเท่านั้นเอง" เพลินจิตชักสีหน้า

"ในฐานะที่อัครศิริเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของสยามธารา ครอบครัวเราก็ยังมีสิทธิชอบธรรมที่จะดูแลการบริหารต่อไป ดังนั้น...จะมีการคัดเลือกลูกหลานในครอบครัวเรา ที่มีความสามารถที่สุดมาเป็นประธานบริหารสยามธาราคนต่อไป หวังว่าคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นทุกท่านคงไม่ปฏิเสธนะคะ"

ผู้ถือหุ้นไม่ปฏิเสธ สุมนาไม่ยินดียินร้าย แต่อัศวินหน้านิ่วไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเขาอยากให้คุณยายบริหารต่อไป ส่วนเพลินจิตสบตากับนายวิชา หนึ่งในผู้บริหารระดับสูง ซึ่งสองคนนี้มีความหวังบางอย่างที่เคยร่วมไขว่คว้ามาแต่อดีต

"คุณยายครับ  เรื่องเลือกประธานคนใหม่เนี่ย  ผมว่า..."

"เชื่อยายสิ มันถึงเวลาแล้วอัศวิน ยังไงก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ดี ไม่ช้าก็เร็ว"

"ในเมื่อลูกชายก็เหลือแต่คุณประกิต ซึ่ง..." เพลินจิตชะงัก ไม่กล้าพูดคำว่าพิการต่อหน้าคนในครอบครัวของประกิต "...แสดงว่าท่านประธานจะเลือกรุ่นหลานขึ้นมาบริหารแทนใช่ไหมคะ"

"รอให้คุณแม่พูดจบก่อนดีกว่าไหมจ๊ะ คุณสะใภ้" สุมนาเบรกขึ้นมาอีก เพลินจิตอารมณ์เสีย แต่ไม่อยากต่อกรกับลูกสาวคนโตอย่างสุมนา

"เอาละๆ ถูกต้องแล้ว ฉันจะเลือกประธานบริหารคนใหม่จากหลานทั้งสามคน หนึ่งในนั้นจะมาทำหน้าที่แทนฉัน" คุณยุบลตัดสินใจแน่วแน่...อัศวินนั่งฟังอย่างไม่ตื่นเต้น สุมนาเองก็ไม่ได้คาดหวังตำแหน่งให้ลูกชาย ตรงข้ามกับเพลินจิตและวิชาที่มีความหวังในตัวชัชวินอย่างมาก แต่ชัชวินเพิ่งจะโผล่หน้าเข้ามา เพลินจิตเลยยิ่งหงุดหงิด ไม่ได้ดังใจ...

ออกจากห้องประชุม เพลินจิตจึงพาลโมโหระบายอารมณ์กับวิชา

"อุตส่าห์อดทนรอตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ตอนพี่ชายคนโตตายไป นึกว่าไอ้สามีบ้าจะหายทัน โดนลูกปืนแค่นี้ น่าจะหายได้แล้ว...ดูสิ แทนที่จะได้ตำแหน่ง...โอ๊ย อารมณ์เสีย"

"คุณพูดแบบนี้ แสดงว่าคุณกลัวว่าท่านประธานอาจจะเลือกหลานชายคนโตมาสืบทอดตำแหน่ง แทนที่จะเป็นชัชวินใช่ไหม"

"แน่นอนอยู่แล้ว...นายอัศวินมันก็แค่หลานยาย  โล่งใจไปเปลาะนึง  แต่ตัวชัชวินของเรา  ดูสิ  เอาถ่านที่ไหนล่ะ  ส่วนเจ้านั้น ถึงจะช้ำใจเรื่องพ่อฆ่าตัวตายแล้วไม่ยอมกลับมาก็ตาม ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกว่าท่านประธานจะออดอ้อนปลอบโยนหลานรัก เรียกเขากลับมาเมื่อไหร่"

"ถ้าเขาจะกลับมาจริงๆ อะไรก็ห้ามเขาไม่ได้"

"พูดอย่างนี้หมายความว่าไงคุณวิชา"

"ผมว่าตอนนี้คุณรีบฟื้นตัวคุณชัชวินให้ท่านประธานเห็นผลงานก่อนดีกว่า เรื่องอื่นผมจัดการหนุนเอง"

"จะจัดการยังไงก็อย่าให้มันเลยเถิดเหมือน..." เพลินจิตหวาดกลัว ไม่กล้าพูดต่อ

"ก็จะพยายามนะ แต่ถ้ามันยุ่งยากมาก เรื่องเดิมๆมันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกก็เป็นได้"

"วิชา..." เพลินจิตเหมือนจะค้าน

"เอาเถอะ คุณทำหน้าที่ของคุณไป ผมก็จะทำตามหน้าที่ของผม...เพื่อให้เรื่องนี้จบลงอย่างที่เราต้องการสักที"

เพลินจิตอึ้งอีกครา พอจะเข้าใจในสิ่งที่วิชาอยากได้ อยากมี...

ooooooo

เมื่อเพลินจิตกับวิชามาตักเตือนชัชวินให้ระวังทศวินที่อาจจะกลับมาเป็นคนโปรดของคุณย่าและได้รับตำแหน่งสำคัญในโรงแรม ชัชวินกลับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน ทำให้เพลินจิตยิ่งไม่สบอารมณ์ สั่งการลูกชายว่าต่อไปนี้ต้องขยันทำงานให้มากๆ โชว์ฝีมือให้ทุกคนเห็น โดยเฉพาะคุณย่า ท่านจะได้เมตตาและมอบหมายให้เราเป็นผู้สืบทอดธุรกิจ

"โธ่แม่ อยู่อย่างนี้ก็สบายแล้วนี่ครับ จะเป็นประธานให้เหนื่อยทำไม ถ้ารายนั้นเขากลับมาจริง ก็ให้สองคนนั่นเขาไปชิงกันเถอะ"

"โอ๊ย...กรรมเวรอะไรของฉัน พ่อก็ไม่เอาไหน ลูกก็ไม่ได้เรื่องเลย"

"ใจเย็นๆก่อนครับ ของอย่างนี้คุยกันได้...คุณชัชวิน คุณไม่เห็นแก่ความหวังดีของคุณแม่เลยเหรอครับ" วิชาช่วย ไกล่เกลี่ย

"เป็นประธานแล้วไง ไม่สบายอย่างที่คิดหรอกแม่ เป็นอย่างนี้ดีกว่า ถึงสิ้นเดือนก็ได้เงินเดือน สิ้นปีก็ได้ปันผล สบายกว่าเยอะ ให้คนอื่นทำงานหนักไปเหอะ"

"อย่ามาพูดเล่นกับแม่นะ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ไม่ต้องการ ความก้าวหน้า"

"เดินอยู่ทุกวัน มันก็ต้องไปข้างหน้ามั่งแหละแม่"

เพลินจิตจ้องลูกชายตาขวาง แล้วสะบัดหน้างอนๆไปนั่งอีกมุม ชัชวินเห็นแม่งอนก็ใจอ่อนยวบ รับปากกับแม่ว่า ตนจะเป็นคู่แข่งกับทศวินและอัศวินด้วยอีกคนแน่ๆ

"จริงเหรอลูก"

"จริงแท้แน่นอนครับคุณแม่ ผมน่ะเกิดมาโชคดีกว่าพวกเขามาตลอด ถ้าผมเอาจริงเมื่อไหร่ ยังไงสองคนนั้นก็สู้ผมไม่ได้หรอกครับคุณแม่"

เพลินจิตยิ้มออกมาได้ วิชาเองก็พลอยโล่งใจไปด้วย

ooooooo

ด้านทศวินที่นั่งแท็กซี่จากสนามบินมุ่งหน้าสู่โรงแรมสยามธารา ปรากฏว่าระหว่างทางรถติดมาก ซ้ำร้ายเขายังต้องมาเจออุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิด เพียงเพราะหญิงสาวที่ขับรถมาชนดันแต่งหน้าทาปากขณะขับรถ เลยทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะความประมาทของเธอ

ทศวินยัวะจัดลงจากแท็กซี่ไปตำหนิหญิงสาวคนนั้น ซึ่งเธอก็คือจอมใจนั่นเอง จอมใจถูกทศวินตำหนิอย่างแรง แถมยังจะเอาตัวเธอไปโรงพักเพื่อลงบันทึกหรือทำทัณฑ์บนเอาไว้ แต่จอมใจไม่ยอมท่าเดียว เธอโกรธเขามาก เอาคืนเขาด้วยการตะโกนขอความช่วยเหลือ กล่าวหาว่าเขาเป็นพวกโรคจิต ทำเอาผู้คนที่ผ่านไปมาพากันมองทศวินเป็นตาเดียว แม้แต่คนขับแท็กซี่ก็เชื่อสนิท
โยนกระเป๋าสัมภาระของทศวินออกจากรถจนหมด แล้วจากนั้นจอมใจก็ลอยนวลจากไป ทิ้งให้ทศวินต้องเดือดร้อนเรียกหาแท็กซี่คันใหม่อยู่อีกนาน

กว่าจะไปถึงโรงแรมสยามธาราก็เกือบค่ำ ทศวินแสดงตัวต่อพนักงานว่าเขาเป็นญาติของคุณยุบลและต้องการพบท่าน แต่ปรากฏว่าคุณยุบลเพิ่งออกไปต้อนรับแขกวีไอพีที่ภูเก็ตก่อนหน้านี้เพียงครู่เดียว เพลินจิตจึงให้แขกของท่านประธานเข้าพบเธอแทน

เมื่อเห็นว่าแขกที่ว่าคือทศวิน เพลินจิตกับวิชาต่างก็ตกใจและแปลกใจไม่น้อย

"ไม่ได้พบกันซะนาน เธอเหมือนกับพ่อเธอที่ตายไปแล้ว อุ๊ย อาหมายถึงเสียไปแล้ว...มากเลยนะ"

ทศวินรู้สึกถึงความไม่เป็นมิตร ทักว่าคุณอาดูแก่ลงไปมาก เพลินจิตไม่พอใจแต่ต้องข่มอารมณ์เอาไว้

"เพราะตรากตรำดูแลคุณอาของเธอและโรงแรมนี้ละมั้ง... น่าเสียดาย เธอมาช้าไปนิดเดียว คุณย่าเพิ่งจะไปธุระที่อื่น"

"คุณย่าไม่อยู่ แล้วท่านอยู่ที่ไหนครับ"

"ท่านไปเยี่ยมดูสาขาของสยามธารา ในหลายๆที่น่ะครับ" วิชาชิงตอบเสียเอง

"เธอแจ้งคุณย่าไว้รึยังล่ะ แปลกนะที่ท่านไปธุระช่วงนี้ พอดี"

"ผมไม่ได้แจ้ง คิดว่ายังไงที่นี่ก็เป็นครอบครัวแท้ๆ ยังไงก็น่าจะกลับมาได้"

"กลับ...มันก็ดีหรอกนะ แต่เธอคงเข้าใจใช่ไหมว่าพอเธอไม่อยู่ตั้งเป็นสิบยี่สิบปีแล้วเนี่ย อะไรๆมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ตอนนี้ห้องนอนของเธอคุณย่าเพิ่งจะยกให้เป็นห้องทำงานของชัชวินเราคิดว่าเธอจะไม่กลับมาแล้ว คงจะไม่โกรธนะ"

"ไม่เป็นไรครับ เพราะถ้าคุณย่าไม่อยู่ ผมก็ไม่สะดวกใจที่จะพักที่นี่เหมือนกัน ผมจะมาพบคุณย่าอีกครั้งเมื่อท่านกลับมา ช่วยเรียนท่านด้วย" ทศวินส่งนามบัตรซึ่งมีเบอร์โทร. ให้เพลินจิต แล้วยกกระเป๋าเดินออกไปเลย

"อวดดีที่สุด ยิ่งโตมันยิ่งปากกล้า ฉันไม่ชอบหน้ามันจริงๆ" เพลินจิตเสียงขุ่น...ขณะที่วิชายังข้องใจเรื่องห้องนอนของทศวินที่เพลินจิตพูด จึงซักเธอขึ้นมา

"คุณเพลิน ไม่เป็นไรเหรอครับที่โกหกเรื่องห้อง จริงๆแล้วคุณยุบลไม่ได้..."

"ยังไงก็ต้องกันเอาไว้ก่อน ไม่ให้มาอยู่ที่นี่ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ต้องมาคิดกันก่อนว่าจะทำยังไงไม่ให้มันมาขวางทางของตาชัช" เพลินจิตแน่วแน่ แววตาร้ายกาจ...

แต่ยามนี้พ่อชัชวินคนดีของแม่เพลินจิตกำลังไปก้อร่อก้อติกดาราสาวกอหญ้าอยู่ที่สวนสนุกแห่งหนึ่ง กอหญ้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายโฆษณาไอศกรีม ส่วนแก้วใสมาร่วมแสดงฐานะตัวประกอบ แก้วใสแอบปลื้มชัชวินมานานแล้ว พอได้เห็นตัวจริงยิ่งปลื้มแสนปลื้ม แต่ทว่าชัชวินไม่แม้แต่จะมองเธอสักนิด นอกจากใช้เธอเป็นเกาะกำบังนักข่าวที่พยายามจะเข้ามาเจาะลึกเรื่องส่วนตัวของเขา โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับดาราสาวกอหญ้า

เสร็จงาน แก้วใสได้แต่ซึมจ๋อยกลับไปบ้าน แก้วใสอยู่กับยายและป้านุ่ม...ป้านุ่มช่วยแก้วใสทำขนมส่งขาย และยังทำหน้าที่ดูแลยายของแก้วใสที่มีอาการอัลไซเมอร์ จึงไม่ต่างจากการดูแลเด็กคนหนึ่ง แก้วใสใฝ่ฝันอยากมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่านี้ ยายจะได้มีความสุข เธอจึงมุ่งมั่นจะพยายามเข้าไปฝึกงานที่โรงแรมสยามธาราให้ได้ เพื่อไต่เต้าขึ้นเป็นเชฟขนมหวาน

ส่วนกุล...อีกหนึ่งสาวในกลุ่มของแก้วใสและจอมใจ กุลอยู่กับแม่ที่เปิดร้านดอกไม้ กุลมีฝีมือในการจัดดอกไม้และประดิดประดอยสลักเสลาผลไม้ได้สวยงามไม่แพ้ใคร ซึ่งเธอมุ่งมั่นมากที่จะร่วมทีมกับจอมใจและแก้วใสลงแข่งขันทำอาหาร แต่เอ๋เด็กในร้านกลับข้องใจว่าคุณกุลจะทำอาหารได้เหรอ?

"ยัยจอมเป็นคนทำจานหลัก ยัยแก้วทำของหวาน ฉันก็แกะสลักประดับประดาไง อาหารต่อให้อร่อยแค่ไหน ถ้าขาดความงาม ก็ไม่เตะตาติดใจนะจ๊ะ"

เอ๋พยักหน้าเข้าใจ พลันทั้งคู่ต้องสะดุ้งตกใจกับเสียงของตกแตกที่ชั้นบน พอวิ่งขึ้นไปดูก็เห็นแม่ของกุลนั่งหน้าตาบิดเบี้ยว ในมือขยุ้มหนังสือพิมพ์ มีเศษแก้วแตกเกลื่อนอยู่ที่พื้น

"แม่...แม่ทำอะไร" กุลถามเสียงหลง

"กุลเห็นยาแก้ปวดบ้างไหมลูก แม่ว่ามันอยู่ตรงนี้นะ ...นี่ไง" แม่คว้าซองยามาจากลิ้นชักโต๊ะ กุลรีบแย่งยามาถือไว้ ขอร้องแม่อย่ากินมันเลย กินมากมันจะติด "ก็แม่ปวดหัว กุลก็รู้ว่าแม่ปวดหัวแล้วจะทำอะไรไม่ได้ เดี๋ยวงานที่ร้านก็ไม่เสร็จกันพอดี"

"ถ้าไม่เสร็จกุลจะทำเอง แต่อย่ากินยาอีกเลยนะแม่"

เอ๋เห็นแม่ลูกเคลียร์กัน  ค่อยๆเดินออกไป...แม่ยังร้องขอยา แต่กุลไม่ยอมให้ แล้วเหลือบเห็นภาพข่าวในหนังสือ พิมพ์ ถึงได้รู้สาเหตุอาการปวดหัวของแม่

"หนังสือพิมพ์นั่น เดี๋ยวกุลจะเอาไปทิ้ง พอไม่เห็นเดี๋ยวก็ดีขึ้น"

"ไม่เห็นวันนี้ เดี๋ยววันอื่นมันก็มาอีก มีข่าวพ่อของกุลกับผู้หญิงคนใหม่ตลอด เดี๋ยวก็นางแบบ เดี๋ยวก็ดารา หน้าไม่อาย แต่ละคนอายุคราวลูกทั้งนั้น"

"เขากับเราไม่ข้องเกี่ยวกันแล้ว แม่จะเอามาทุกข์ใจอีกทำไม"

"จำไว้นะกุล เราอย่าไว้ใจผู้ชายง่ายๆอย่างแม่ โดยเฉพาะ พวกหนุ่มสังคม พวกนั้นน่ะฉาบฉวย รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่มีใครจริงใจสักคน"

"กุลไม่สนผู้ชายหรอก กุลจะอยู่กับแม่ และเป็นนักจัดดอกไม้เก่งๆให้ได้ จะดูแลร้านของเราให้ดีนะจ๊ะแม่" กุลมุ่งมั่นตั้งใจจริง โอบกอดปลอบแม่ไว้ ทำให้อาการเครียดของแม่ค่อยบรรเทาลง

ooooooo

ลลิลกับนิลรัตน์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกจอมใจ...สองสาวแสดงตัวเป็นศัตรูคู่แข่งของจอมใจ แก้วใสและกุลในทุกๆเรื่อง

ลลิลมาจากครอบครัวร่ำรวยและไฮโซไม่แพ้จอมใจ เธอเคยคิดว่าตัวเองแสนจะเด่นและเป็นสาวที่น่าสนใจที่สุดในมหาวิทยาลัย แต่เมื่อมีจอมใจ กลับเป็นว่าจอมใจสวยกว่า รวยกว่า และเด่นกว่า ลลิลจึงทนไม่ได้ พยายามทำทุกทางเพื่อเอาชนะ นิลรัตน์เองก็อิจฉาแก้วใสที่จนเหมือนกัน แต่กลับสวยกว่า และเรียนเก่งกว่าเธอมากนัก ลลิลกับนิลรัตน์จึงเป็นอริกับสามสาวอย่างเปิดเผย เว้นแต่ข้าวปุ้นที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จนนิลรัตน์กับลลิลอดหมั่นไส้ไม่ได้ในความอัธยาศัยดีของข้าวปุ้น

สายวันนี้ขณะพวกจอมใจจะเดินผ่านห้องพักอาจารย์พิกุล แก้วใสเหลือบเห็นลลิลกับนิลรัตน์ดึงแขนข้าวปุ้นเข้าไปในห้อง ให้สงสัยว่าพวกนั้นกำลังจะทำอะไรกัน พอแก้วใสสะกิดบอกจอมใจกับกุล จอมใจรู้สึกไม่ชอบมาพากล จึงชวนเพื่อนๆแอบดูแอบฟังอยู่หน้าห้อง แล้วไม่นานนักทุกคนก็ได้รู้ว่าพวกลลิลคิดไม่ซื่อในการแข่งทำอาหารที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ โดยพวกลลิลต้องการให้อาจารย์พิกุลช่วยเปลี่ยนคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งลลิลมีนักชิมคนดังหลายคนที่พร้อมอยู่แล้ว ถ้าอาจารย์พิกุลตกลง งานนี้อาจารย์ก็จะพลอยเป็นคนดังไปด้วย เพราะถ้ามีคนดังมาเป็นกรรมการก็ต้องมีนักข่าวมาทำข่าวอย่างแน่นอน

หลังรู้แผนเจ้าเล่ห์ของพวกลลิลแล้ว จอมใจหรือจะอยู่นิ่งเฉย เธอนำเรื่องไปฟ้องคณบดีในทันที...ไม่ช้าพวกลลิลก็ถูกตามตัวไปสอบสวน แต่ยังไม่ทันได้พบคณบดี เกิดมี

เรื่องกับพวกจอมใจเสียก่อน เพราะลลิลรู้ดีว่างานนี้เป็นฝีมือของพวกจอมใจ จนอาจารย์พิกุลต้องเข้ามาห้ามศึก และให้สองฝ่ายจับมือคืนดี เลิกแล้วต่อกัน ให้ไปแข่งขันกันในเกมด้วยน้ำใจนักกีฬา แข่งขันกันอย่างขาวสะอาดและยอมรับในคำตัดสินของคณะกรรมการซึ่งเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

ooooooo

เพลินจิตยังหงุดหงิดงุ่นง่านไม่หายเรื่องทศวิน ขนาดมอบตำแหน่งแค่ผู้ช่วยเชฟ ทศวินยังดื้อด้านไม่ไปไหน คงคิดจะกลับมาฮุบตำแหน่งของพ่อให้ได้ ซึ่งเพลินจิตไม่มีทางยอมแน่ๆ จึงวางแผนกดดันบีบคั้นทศวิน โดยดึงเชฟเต่าเข้ามาเป็นแนวร่วม และถ้าเชฟเต่าทำสำเร็จ เธอจะมอบตำแหน่งผู้บริหารให้เป็นการตอบแทน

เชฟเต่าหวังความก้าวหน้ายอมทำตามคำสั่งของเพลินจิตอย่างเต็มที่ ไม่ว่าทศวินจะทำอาหารชนิดไหนแบบไหน ทั้งหน้าตาและรสชาติก็ไม่เคยถูกใจถูกปากเชฟเต่าสักอย่าง โดนสั่งให้ทำใหม่ พร้อมกับให้เวลาแบบจวนเจียน แต่ทศวินก็ทำได้ไม่ย่อท้อ เมื่อบีบเรื่องอาหารไม่สำเร็จ เชฟเต่ายังพยายามจะทำให้ทศวินถอดใจ คืนนี้หลังครัวปิดแล้ว เชฟเต่ายังไม่ให้ทศวินกลับบ้าน สั่งให้ขนขยะกองโตไปทิ้ง ทศวินโต้ทันทีว่า มันไม่ใช่หน้าที่ของตน

"ในฐานะน้องใหม่ นายต้องทำ เพราะที่นี่เขาก็รับน้องกันอย่างนี้ทั้งนั้น หรือถ้านายไม่เต็มใจทำ ก็เชิญลาออกไปซะ ว่าไงล่ะ"

ทศวินมองเชฟเต่าอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจยกเข่งขยะเดินออกไป...เชฟเต่าเลยบ่นอุบอย่างสุดเซ็ง

"อะไรวะ ใช้ขนาดนี้ยังจะทำอีก อย่างนี้เมื่อไหร่มันจะลาออกวะเนี่ย"

เมื่อกลับไปถึงบ้าน ทศวินเหนื่อยแสนเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อ เพราะเขามีจุดหมายปลายทางในการมาเมืองไทยครั้งนี้เพื่อพ่อของเขาว่า

"ตราบใดที่ยังไม่รู้ความจริง ผมจะไม่ถอดใจเด็ดขาด"

ooooooo

เช้าวันใหม่ การแข่งขันทำอาหารเริ่มขึ้นแล้ว นักศึกษาที่เข้าแข่งขันทั้งห้าทีมต่างมุ่งมั่นตั้งใจเต็มที่เพื่อชัยชนะ ซึ่งนั่นหมายถึงพวกเธอจะได้เข้าไปฝึกงานในโรงแรมระดับห้าดาวอย่างสยามธารา

เวลาผ่านไปจนสิ้นสุดเวลาตามกำหนด ผลปรากฏว่าทีมของจอมใจชนะขาดทั้งรสชาติและการจัดแต่ง สามสาวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ขณะที่ผู้แพ้อย่างพวกลลิลผิดหวังมาก ถึงกับสะบัดพรืดออกจากห้องแข่งขันทันที

แล้วรุ่งขึ้น จอมใจ แก้วใส และกุลต่างก็มุ่งหน้าสู่โรงแรมสยามธาราในฐานะนักศึกษาฝึกงาน กุลมาถึงคนแรก ตามด้วยแก้วใส...แก้วใสได้เห็นชัชวินหนุ่มในฝัน แต่เธอไม่กล้ามองเขาตรงๆ ได้แต่เดินตัวลีบเข้าไปหากุลที่นั่งรออยู่ด้านใน

เวลานั้น จอมใจยังอยู่ในรถส่วนตัวบนท้องถนน เธอพยายามเร่งความเร็วแซงคันโน้นคันนี้ แต่จู่ๆรถของเธอเกิดกระตุกกึกก่อนดับสนิท สตาร์ตใหม่อีกหลายครั้งก็ไม่ติด ที่สุดเธอต้องจอดมันทิ้งไว้แล้วไปเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างรีบไปยังสยามธาราให้ทันเวลา

ถึงหน้าโรงแรม เธอลงจากรถส่งเงินให้คนขับ ระหว่างนี้เองทศวินขี่มอเตอร์ไซค์คันใหม่เอี่ยมเข้ามา แล้วเกิดแฉลบไปที่แอ่งน้ำ ทำให้น้ำกระเด็นใส่จอมใจอย่างไม่ตั้งใจ จอมใจตกใจร้องว้าย โวยวายใส่เขาทั้งที่ยังไม่ได้มองหน้า

"นายขี่รถภาษาอะไร ดูสิเลอะหมด...นาย...นี่...นายโหดพกมีดคนนั้น"

"เธอ?...ยัยตัวแสบ" ทศวินจำได้เช่นกัน

"นี่นายเรียกสุภาพสตรียังงี้เหรอ"

"สุภาพสตรีเค้าไม่ทำอย่างที่เธอทำหรอก เรายังไม่ได้ เคลียร์กันเรื่องที่เธอทำแสบไว้วันนั้น นี่แต่งตัวมาซะเว่อร์ ต้องมาหมดสภาพ ฉันไม่ถือสาแล้วก็ได้" ว่าแล้วทศวินเดินหนีกลับไปที่รถตัวเอง จอมใจอยากจะตามไปเอาเรื่อง แต่มองดูนาฬิกาแล้วไม่ทันแน่

"ตายล่ะ ไม่ทันแล้ว...ครั้งนี้ถือว่านายโชคดีไปละกันนะที่ฉันรีบ แต่ถ้ามีคราวหน้าอีก ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่"

จอมใจฮึ่มๆแล้วรีบเดินเข้าไปในโรงแรมทั้งเสื้อผ้ามอมแมม ทศวินหันกลับมามอง ถอนหายใจเซ็งๆ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์วนไปด้านหลังโรงแรม

แต่แล้วทั้งคู่ก็เข้าไปเจอกันในห้องครัวอีกจนได้...จอมใจเข้ามาหาน้ำล้างเนื้อตัว ขณะที่ทศวินก็เข้ามาเตรียมทำหน้าที่พ่อครัว

"นี่เธอมาทำอะไรในครัวของฉัน"

"ครัวของนาย...นี่มันโรงแรมนะ จะเป็นครัวของนายได้ไง"

"ฉันถามว่าเธอเป็นใครเข้ามาในนี้ทำไม จะมาขโมยของเหรอ"

"คิดได้ไง มีแต่ครกแต่สากเนี่ยนะ จะเอาไปทำไม ฉันมาฝึกงานที่นี่"

"ฝึกงาน หน้าตาอย่างเธอเนี่ยนะจะทำอะไรเป็น"

"นายนี่นอกจากจะทำผิดแล้วไม่รู้สำนึกแล้ว ยังชอบดูถูกคนอื่นอีกนะ ได้ ฉันถือว่านายยังไม่รู้จักฉันดีพอ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"

ทศวินส่ายหน้าไม่อยากเสวนา หันไปจัดเตรียมอาหาร จอมใจหมั่นไส้ แต่ไม่กล้าโต้แย้งอะไรมาก เพราะที่นี่มันเป็นครัวของเขา

ooooooo

ในห้องพักผ่อนของพนักงาน กุล และแก้วใสยืนตัวตรงอยู่ต่อหน้าคุณสะอาด หัวหน้าแม่บ้านที่เคยอยู่ฝ่ายบุคคลมาก่อน ซึ่งตอนนี้สะอาดได้รับมอบหมายให้มาควบคุมดูแลนักศึกษาฝึกงานโดยตรง กุล และแก้วใสเห็นมาดเคร่งขรึมของสะอาดแล้วนึกสยองอยู่ในใจ

"ฉันชื่อคุณสะอาด เป็นแม่บ้าน...เอ๊ย...พนักงานอาวุโสของที่นี่ ฉันจะเป็นคนดูแลพวกเธอในการฝึกงาน ไหนว่ามาสามคน แล้วไงโผล่มาแค่สอง อีกหนึ่งหายไปไหน" สองสาวสบตากันอึกๆอักๆ "ยังไม่มาล่ะสิ โอ๊ย เด็กสมัยนี้ ไม่ได้รู้จักคำว่ารับผิดชอบกันเลย แค่วันแรกก็สายแล้ว แบบนี้จะฝึกงานผ่านได้ยังไง ไม่ได้ เดี๋ยวต้องรายงานอาจารย์พิกุล จะได้เล่นงาน ให้เข็ด"
สองสาวตกใจร้องห้ามเสียงหลง "อย่านะคะ"

"อย่าอะไร คนที่ไม่รู้จักรักษาเวลาก็ต้องโดนลงโทษ"

"แต่...จอมใจมาแล้วนะคะ" แก้วใสโพล่งขึ้นมา

"มาแล้ว ถ้ามาแล้ว แล้วอยู่ไหน...ไหน?"

"เอ่อ...ไป...ไปห้องน้ำค่ะ" แก้วใสจำใจโกหก

"โอเค ฉันจะเชื่อเธอก็ได้ แต่ถ้าอีกสองนาทียังไม่มา ฉันจะรายงานไปทางมหาวิทยาลัย แล้วเธอสองคนจะโดนด้วย ข้อหาสมรู้ร่วมคิดช่วยกันโกหก ปิดบังความผิดของเพื่อน"

สองสาวหน้าเสีย หนักใจ พอสะอาดเริ่มจับเวลา จอมใจก็โผล่พรวดเข้ามาในวินาทีสุดท้ายพอดี จอมใจผมเปียกน้ำจนลีบ ยืนหน้าเหลอหลา

"เข้าห้องน้ำประสาอะไรยะ น้ำเปียกถึงหัว" สะอาดค้อนขวับ...จากนั้นก็สัมภาษณ์กันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะนำพาออกไป แต่แล้วจอมใจไม่ทันระวัง ผลักประตูออกไปเกือบกระแทกหน้าเพลินจิตที่กำลังจะเข้ามา เพลินจิตโวยวายไม่พอใจ จอมใจหน้าซีดขอโทษแล้วขอโทษอีก

"สะอาด นี่เด็กฝึกงานในความดูแลของเธอใช่ไหม"

"ค่ะ"

"เธอต้องดูแลเด็กของเธอให้ดีกว่านี้นะสะอาด ปล่อยให้เดินซุ่มซ่ามมาเปิดประตูกระแทกใส่คนอื่นได้ยังไง นี่ดีนะที่เป็นฉัน ถ้าเกิดเป็นแขกวีไอพีจะทำยังไง"

"ดิฉันต้องขอโทษแทนเด็กด้วยนะคะ ต่อไปดิฉันจะเข้มงวดกว่านี้ค่ะ"

เพลินจิตจิกสายตาใส่จอมใจอย่างไม่พอใจ...สะอาดหันไปบ่นไม่ดังนัก

"เป็นไง มาวันแรกก็หาเรื่องให้ฉันแล้วนะ เมื่อเช้าก็มาสาย แต่งตัวก็มอมแมมไม่เรียบร้อย แถมยังจะซุ่มซ่ามอีก นี่ถ้าเกิดไปฝึกงานอยู่ในครัวไม่เผาครัวจนไหม้หมดเลยรึไง"

"ขอโทษค่ะ ต่อไปหนูจะระวังกว่านี้ค่ะ"

"หมดธุระแล้ว พวกเธอไปได้"

สามสาวยกมือไหว้สะอาดและเพลินจิต พอสะอาดจะผละไปอีกทาง เพลินจิตเรียกสะอาดไว้ สนใจหน่วยก้านของจอมใจขึ้นมา สั่งให้สะอาดเอาประวัติเด็กฝึกงานคนนั้นตามเอาไปให้เธอที่ห้องด้วย

เมื่อได้ดูประวัติของจอมใจแล้ว เพลินจิตชะงักไปอย่างคาดไม่ถึง ไม่นึกว่าจะจุดใต้ตำตอขนาดนี้...แล้วบ่ายนั้นเอง เพลินจิตจึงตามตัววิชาเข้ามาพบ

"มีอะไรสำคัญรึเปล่า ถึงได้ตามผมมา"

"มีสิ เมื่อเช้าฉันเจอเด็กฝึกงานใหม่ ท่าทางซุ่มซ่ามไม่เรียบร้อย เลยตั้งใจจะใช้เด็กนี่จัดการกับไอ้ทศวิน แต่นี่ฉันเพิ่งรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของบดีกับยัยนงนุช"

"อย่าบอกนะว่า พอเห็นเป็นลูกสาวแฟนเก่าก็เลยใจอ่อน เปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว"

"ใครบอกล่ะ ฉันยิ่งคิดว่ายัยเด็กนี่เหมาะที่สุดแล้ว ที่จะใช้เป็นเครื่องมือจัดการไอ้ทศวิน ฉันยังจำที่บดีปฏิเสธฉันได้ไม่ลืม คราวนี้แหละฉันจะทำให้ลูกสาวที่มันรักต้องลำบากแสนสาหัส พร้อมๆกับไอ้ทศวินที่มันจะต้องทนไม่ไหวจนต้องไปจากที่นี่ให้ได้"

หลังจากนั้นไม่นาน เชฟเต่าก็ได้มอบหมายหน้าที่ดูแลเด็กฝึกงานให้ทศวิน อ้างว่าทางฝ่ายบริหารสั่งมา ให้เขาเป็นคนสอนงานเด็กฝึกงานทั้งสามคน ที่สำคัญเขาจะต้องเป็นคนประเมินผลให้เด็กทั้งสามคนด้วย แล้วขณะเดียวกัน ทางโรงแรมก็จะประเมินผลเขาเหมือนกัน ถ้าเขาสอนงานไม่ได้ เขาก็ต้องพิจารณาตัวเอง

"สรุปว่า ผมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลยงั้นสิ"

"มี...แต่นั่นหมายความว่านายต้องลาออกไปแล้ว นายถึงจะปฏิเสธได้ ว่าไงล่ะ ตกลงนายจะยอมทำมั้ย"

ทศวินสีหน้าลำบากใจสุดๆ เชฟเต่าซ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์... แล้วอีกพักหนึ่ง สะอาดก็นำพาจอมใจ แก้วใส และกุลมายังห้องครัว สถานที่ฝึกงานของทั้งสามสาว

"อ้าว มากันแล้วเหรอครับคุณสะอาด" เชฟเต่าทักถาม

"ค่ะ ฉันพาเด็กฝึกงานมาแนะนำให้รู้จัก...นี่คือเชฟเต่า เป็นหัวหน้าพ่อครัวที่นี่"

สามสาวยกมือไหว้นอบน้อม เชฟเต่ารับไหว้ยิ้มๆ

"เชฟเต่าจะเป็นคนดูแลการฝึกงานครัวกับพวกเธอและเป็นคนประเมินผลด้วย"

"เดี๋ยวก่อนครับคุณสะอาด ผมว่าตอนนี้คงไม่ใช่หน้าที่ผมแล้วล่ะครับ"

"อ้าว ทุกทีเชฟก็เป็นคนดูแลเด็กฝึกงานไม่ใช่เหรอคะ"

"แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ครับ เพราะผมมีคนทำหน้าที่แทนผมแล้ว เขาเป็นเชฟคนใหม่ของที่นี่ จะเป็นคนดูแลสอนงานให้น้องๆทั้งสามคน รวมไปถึงเป็นคนประเมินผลให้ด้วย"

"ใครเหรอคะเชฟ"

"ผมเอง..." ทศวินเดินออกมาจากด้านใน...จอมใจหันขวับไปมอง แล้วตะลึงจังงัง ไม่นึกว่าจะเป็นนายคนนี้!

ตอนที่ 2

ลลิลกับนิลรัตน์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกจอมใจ...สองสาวแสดงตัวเป็นศัตรูคู่แข่งของจอมใจ แก้วใสและกุลในทุกๆเรื่อง

ลลิลมาจากครอบครัวร่ำรวยและไฮโซไม่แพ้จอมใจ เธอเคยคิดว่าตัวเองแสนจะเด่นและเป็นสาวที่น่าสนใจที่สุดในมหาวิทยาลัย แต่เมื่อมีจอมใจ กลับเป็นว่าจอมใจสวยกว่า รวยกว่า และเด่นกว่า ลลิลจึงทนไม่ได้ พยายามทำทุกทางเพื่อเอาชนะ นิลรัตน์เองก็อิจฉาแก้วใสที่จนเหมือนกัน แต่กลับสวยกว่า และเรียนเก่งกว่าเธอมากนัก ลลิลกับนิลรัตน์จึงเป็นอริกับสามสาวอย่างเปิดเผย เว้นแต่ข้าวปุ้นที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จนนิลรัตน์กับลลิลอดหมั่นไส้ไม่ได้ในความอัธยาศัยดีของข้าวปุ้น

สายวันนี้ขณะพวกจอมใจจะเดินผ่านห้องพักอาจารย์พิกุล แก้วใสเหลือบเห็นลลิลกับนิลรัตน์ดึงแขนข้าวปุ้นเข้าไปในห้อง ให้สงสัยว่าพวกนั้นกำลังจะทำอะไรกัน พอแก้วใสสะกิดบอกจอมใจกับกุล จอมใจรู้สึกไม่ชอบมาพากล จึงชวนเพื่อนๆแอบดูแอบฟังอยู่หน้าห้อง แล้วไม่นานนักทุกคนก็ได้รู้ว่าพวกลลิลคิดไม่ซื่อในการแข่งทำอาหารที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ โดยพวกลลิลต้องการให้อาจารย์พิกุลช่วยเปลี่ยนคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งลลิลมีนักชิมคนดังหลายคนที่พร้อมอยู่แล้ว ถ้าอาจารย์พิกุลตกลง งานนี้อาจารย์ก็จะพลอยเป็นคนดังไปด้วย เพราะถ้ามีคนดังมาเป็นกรรมการก็ต้องมีนักข่าวมาทำข่าวอย่างแน่นอน

หลังรู้แผนเจ้าเล่ห์ของพวกลลิลแล้ว จอมใจหรือจะอยู่นิ่งเฉย เธอนำเรื่องไปฟ้องคณบดีในทันที...ไม่ช้าพวกลลิลก็ถูกตามตัวไปสอบสวน แต่ยังไม่ทันได้พบคณบดี เกิดมี

เรื่องกับพวกจอมใจเสียก่อน เพราะลลิลรู้ดีว่างานนี้เป็นฝีมือของพวกจอมใจ จนอาจารย์พิกุลต้องเข้ามาห้ามศึก และให้สองฝ่ายจับมือคืนดี เลิกแล้วต่อกัน ให้ไปแข่งขันกันในเกมด้วยน้ำใจนักกีฬา แข่งขันกันอย่างขาวสะอาดและยอมรับในคำตัดสินของคณะกรรมการซึ่งเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

ooooooo

เพลินจิตยังหงุดหงิดงุ่นง่านไม่หายเรื่องทศวิน ขนาดมอบตำแหน่งแค่ผู้ช่วยเชฟ ทศวินยังดื้อด้านไม่ไปไหน คงคิดจะกลับมาฮุบตำแหน่งของพ่อให้ได้ ซึ่งเพลินจิตไม่มีทางยอมแน่ๆ จึงวางแผนกดดันบีบคั้นทศวิน โดยดึงเชฟเต่าเข้ามาเป็นแนวร่วม และถ้าเชฟเต่าทำสำเร็จ เธอจะมอบตำแหน่งผู้บริหารให้เป็นการตอบแทน

เชฟเต่าหวังความก้าวหน้ายอมทำตามคำสั่งของเพลินจิตอย่างเต็มที่ ไม่ว่าทศวินจะทำอาหารชนิดไหนแบบไหน ทั้งหน้าตาและรสชาติก็ไม่เคยถูกใจถูกปากเชฟเต่าสักอย่าง โดนสั่งให้ทำใหม่ พร้อมกับให้เวลาแบบจวนเจียน แต่ทศวินก็ทำได้ไม่ย่อท้อ เมื่อบีบเรื่องอาหารไม่สำเร็จ เชฟเต่ายังพยายามจะทำให้ทศวินถอดใจ คืนนี้หลังครัวปิดแล้ว เชฟเต่ายังไม่ให้ทศวินกลับบ้าน สั่งให้ขนขยะกองโตไปทิ้ง ทศวินโต้ทันทีว่า มันไม่ใช่หน้าที่ของตน

"ในฐานะน้องใหม่ นายต้องทำ เพราะที่นี่เขาก็รับน้องกันอย่างนี้ทั้งนั้น หรือถ้านายไม่เต็มใจทำ ก็เชิญลาออกไปซะ ว่าไงล่ะ"

ทศวินมองเชฟเต่าอย่างไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจยกเข่งขยะเดินออกไป...เชฟเต่าเลยบ่นอุบอย่างสุดเซ็ง

"อะไรวะ ใช้ขนาดนี้ยังจะทำอีก อย่างนี้เมื่อไหร่มันจะลาออกวะเนี่ย"

เมื่อกลับไปถึงบ้าน ทศวินเหนื่อยแสนเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อ เพราะเขามีจุดหมายปลายทางในการมาเมืองไทยครั้งนี้เพื่อพ่อของเขาว่า

"ตราบใดที่ยังไม่รู้ความจริง ผมจะไม่ถอดใจเด็ดขาด"

ooooooo

เช้าวันใหม่ การแข่งขันทำอาหารเริ่มขึ้นแล้ว นักศึกษาที่เข้าแข่งขันทั้งห้าทีมต่างมุ่งมั่นตั้งใจเต็มที่เพื่อชัยชนะ ซึ่งนั่นหมายถึงพวกเธอจะได้เข้าไปฝึกงานในโรงแรมระดับห้าดาวอย่างสยามธารา

เวลาผ่านไปจนสิ้นสุดเวลาตามกำหนด ผลปรากฏว่าทีมของจอมใจชนะขาดทั้งรสชาติและการจัดแต่ง สามสาวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ขณะที่ผู้แพ้อย่างพวกลลิลผิดหวังมาก ถึงกับสะบัดพรืดออกจากห้องแข่งขันทันที

แล้วรุ่งขึ้น จอมใจ แก้วใส และกุลต่างก็มุ่งหน้าสู่โรงแรมสยามธาราในฐานะนักศึกษาฝึกงาน กุลมาถึงคนแรก ตามด้วยแก้วใส...แก้วใสได้เห็นชัชวินหนุ่มในฝัน แต่เธอไม่กล้ามองเขาตรงๆ ได้แต่เดินตัวลีบเข้าไปหากุลที่นั่งรออยู่ด้านใน

เวลานั้น จอมใจยังอยู่ในรถส่วนตัวบนท้องถนน เธอพยายามเร่งความเร็วแซงคันโน้นคันนี้ แต่จู่ๆรถของเธอเกิดกระตุกกึกก่อนดับสนิท สตาร์ตใหม่อีกหลายครั้งก็ไม่ติด ที่สุดเธอต้องจอดมันทิ้งไว้แล้วไปเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างรีบไปยังสยามธาราให้ทันเวลา

ถึงหน้าโรงแรม เธอลงจากรถส่งเงินให้คนขับ ระหว่างนี้เองทศวินขี่มอเตอร์ไซค์คันใหม่เอี่ยมเข้ามา แล้วเกิดแฉลบไปที่แอ่งน้ำ ทำให้น้ำกระเด็นใส่จอมใจอย่างไม่ตั้งใจ จอมใจตกใจร้องว้าย โวยวายใส่เขาทั้งที่ยังไม่ได้มองหน้า

"นายขี่รถภาษาอะไร ดูสิเลอะหมด...นาย...นี่...นายโหดพกมีดคนนั้น"

"เธอ?...ยัยตัวแสบ" ทศวินจำได้เช่นกัน

"นี่นายเรียกสุภาพสตรียังงี้เหรอ"

"สุภาพสตรีเค้าไม่ทำอย่างที่เธอทำหรอก เรายังไม่ได้ เคลียร์กันเรื่องที่เธอทำแสบไว้วันนั้น นี่แต่งตัวมาซะเว่อร์ ต้องมาหมดสภาพ ฉันไม่ถือสาแล้วก็ได้" ว่าแล้วทศวินเดินหนีกลับไปที่รถตัวเอง จอมใจอยากจะตามไปเอาเรื่อง แต่มองดูนาฬิกาแล้วไม่ทันแน่

"ตายล่ะ ไม่ทันแล้ว...ครั้งนี้ถือว่านายโชคดีไปละกันนะที่ฉันรีบ แต่ถ้ามีคราวหน้าอีก ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่"

จอมใจฮึ่มๆแล้วรีบเดินเข้าไปในโรงแรมทั้งเสื้อผ้ามอมแมม ทศวินหันกลับมามอง ถอนหายใจเซ็งๆ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์วนไปด้านหลังโรงแรม

แต่แล้วทั้งคู่ก็เข้าไปเจอกันในห้องครัวอีกจนได้...จอมใจเข้ามาหาน้ำล้างเนื้อตัว ขณะที่ทศวินก็เข้ามาเตรียมทำหน้าที่พ่อครัว

"นี่เธอมาทำอะไรในครัวของฉัน"

"ครัวของนาย...นี่มันโรงแรมนะ จะเป็นครัวของนายได้ไง"

"ฉันถามว่าเธอเป็นใครเข้ามาในนี้ทำไม จะมาขโมยของเหรอ"

"คิดได้ไง มีแต่ครกแต่สากเนี่ยนะ จะเอาไปทำไม ฉันมาฝึกงานที่นี่"

"ฝึกงาน หน้าตาอย่างเธอเนี่ยนะจะทำอะไรเป็น"

"นายนี่นอกจากจะทำผิดแล้วไม่รู้สำนึกแล้ว ยังชอบดูถูกคนอื่นอีกนะ ได้ ฉันถือว่านายยังไม่รู้จักฉันดีพอ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"

ทศวินส่ายหน้าไม่อยากเสวนา หันไปจัดเตรียมอาหาร จอมใจหมั่นไส้ แต่ไม่กล้าโต้แย้งอะไรมาก เพราะที่นี่มันเป็นครัวของเขา

ooooooo

ในห้องพักผ่อนของพนักงาน กุล และแก้วใสยืนตัวตรงอยู่ต่อหน้าคุณสะอาด หัวหน้าแม่บ้านที่เคยอยู่ฝ่ายบุคคลมาก่อน ซึ่งตอนนี้สะอาดได้รับมอบหมายให้มาควบคุมดูแลนักศึกษาฝึกงานโดยตรง กุล และแก้วใสเห็นมาดเคร่งขรึมของสะอาดแล้วนึกสยองอยู่ในใจ

"ฉันชื่อคุณสะอาด เป็นแม่บ้าน...เอ๊ย...พนักงานอาวุโสของที่นี่ ฉันจะเป็นคนดูแลพวกเธอในการฝึกงาน ไหนว่ามาสามคน แล้วไงโผล่มาแค่สอง อีกหนึ่งหายไปไหน" สองสาวสบตากันอึกๆอักๆ "ยังไม่มาล่ะสิ โอ๊ย เด็กสมัยนี้ ไม่ได้รู้จักคำว่ารับผิดชอบกันเลย แค่วันแรกก็สายแล้ว แบบนี้จะฝึกงานผ่านได้ยังไง ไม่ได้ เดี๋ยวต้องรายงานอาจารย์พิกุล จะได้เล่นงาน ให้เข็ด"
สองสาวตกใจร้องห้ามเสียงหลง "อย่านะคะ"

"อย่าอะไร คนที่ไม่รู้จักรักษาเวลาก็ต้องโดนลงโทษ"

"แต่...จอมใจมาแล้วนะคะ" แก้วใสโพล่งขึ้นมา

"มาแล้ว ถ้ามาแล้ว แล้วอยู่ไหน...ไหน?"

"เอ่อ...ไป...ไปห้องน้ำค่ะ" แก้วใสจำใจโกหก

"โอเค ฉันจะเชื่อเธอก็ได้ แต่ถ้าอีกสองนาทียังไม่มา ฉันจะรายงานไปทางมหาวิทยาลัย แล้วเธอสองคนจะโดนด้วย ข้อหาสมรู้ร่วมคิดช่วยกันโกหก ปิดบังความผิดของเพื่อน"

สองสาวหน้าเสีย หนักใจ พอสะอาดเริ่มจับเวลา จอมใจก็โผล่พรวดเข้ามาในวินาทีสุดท้ายพอดี จอมใจผมเปียกน้ำจนลีบ ยืนหน้าเหลอหลา

"เข้าห้องน้ำประสาอะไรยะ น้ำเปียกถึงหัว" สะอาดค้อนขวับ...จากนั้นก็สัมภาษณ์กันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะนำพาออกไป แต่แล้วจอมใจไม่ทันระวัง ผลักประตูออกไปเกือบกระแทกหน้าเพลินจิตที่กำลังจะเข้ามา เพลินจิตโวยวายไม่พอใจ จอมใจหน้าซีดขอโทษแล้วขอโทษอีก

"สะอาด นี่เด็กฝึกงานในความดูแลของเธอใช่ไหม"

"ค่ะ"

"เธอต้องดูแลเด็กของเธอให้ดีกว่านี้นะสะอาด ปล่อยให้เดินซุ่มซ่ามมาเปิดประตูกระแทกใส่คนอื่นได้ยังไง นี่ดีนะที่เป็นฉัน ถ้าเกิดเป็นแขกวีไอพีจะทำยังไง"

"ดิฉันต้องขอโทษแทนเด็กด้วยนะคะ ต่อไปดิฉันจะเข้มงวดกว่านี้ค่ะ"

เพลินจิตจิกสายตาใส่จอมใจอย่างไม่พอใจ...สะอาดหันไปบ่นไม่ดังนัก

"เป็นไง มาวันแรกก็หาเรื่องให้ฉันแล้วนะ เมื่อเช้าก็มาสาย แต่งตัวก็มอมแมมไม่เรียบร้อย แถมยังจะซุ่มซ่ามอีก นี่ถ้าเกิดไปฝึกงานอยู่ในครัวไม่เผาครัวจนไหม้หมดเลยรึไง"

"ขอโทษค่ะ ต่อไปหนูจะระวังกว่านี้ค่ะ"

"หมดธุระแล้ว พวกเธอไปได้"

สามสาวยกมือไหว้สะอาดและเพลินจิต พอสะอาดจะผละไปอีกทาง เพลินจิตเรียกสะอาดไว้ สนใจหน่วยก้านของจอมใจขึ้นมา สั่งให้สะอาดเอาประวัติเด็กฝึกงานคนนั้นตามเอาไปให้เธอที่ห้องด้วย

เมื่อได้ดูประวัติของจอมใจแล้ว เพลินจิตชะงักไปอย่างคาดไม่ถึง ไม่นึกว่าจะจุดใต้ตำตอขนาดนี้...แล้วบ่ายนั้นเอง เพลินจิตจึงตามตัววิชาเข้ามาพบ

"มีอะไรสำคัญรึเปล่า ถึงได้ตามผมมา"

"มีสิ เมื่อเช้าฉันเจอเด็กฝึกงานใหม่ ท่าทางซุ่มซ่ามไม่เรียบร้อย เลยตั้งใจจะใช้เด็กนี่จัดการกับไอ้ทศวิน แต่นี่ฉันเพิ่งรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของบดีกับยัยนงนุช"

"อย่าบอกนะว่า พอเห็นเป็นลูกสาวแฟนเก่าก็เลยใจอ่อน เปลี่ยนใจไม่ทำแล้ว"

"ใครบอกล่ะ ฉันยิ่งคิดว่ายัยเด็กนี่เหมาะที่สุดแล้ว ที่จะใช้เป็นเครื่องมือจัดการไอ้ทศวิน ฉันยังจำที่บดีปฏิเสธฉันได้ไม่ลืม คราวนี้แหละฉันจะทำให้ลูกสาวที่มันรักต้องลำบากแสนสาหัส พร้อมๆกับไอ้ทศวินที่มันจะต้องทนไม่ไหวจนต้องไปจากที่นี่ให้ได้"

หลังจากนั้นไม่นาน เชฟเต่าก็ได้มอบหมายหน้าที่ดูแลเด็กฝึกงานให้ทศวิน อ้างว่าทางฝ่ายบริหารสั่งมา ให้เขาเป็นคนสอนงานเด็กฝึกงานทั้งสามคน ที่สำคัญเขาจะต้องเป็นคนประเมินผลให้เด็กทั้งสามคนด้วย แล้วขณะเดียวกัน ทางโรงแรมก็จะประเมินผลเขาเหมือนกัน ถ้าเขาสอนงานไม่ได้ เขาก็ต้องพิจารณาตัวเอง

"สรุปว่า ผมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลยงั้นสิ"

"มี...แต่นั่นหมายความว่านายต้องลาออกไปแล้ว นายถึงจะปฏิเสธได้ ว่าไงล่ะ ตกลงนายจะยอมทำมั้ย"

ทศวินสีหน้าลำบากใจสุดๆ เชฟเต่าซ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์... แล้วอีกพักหนึ่ง สะอาดก็นำพาจอมใจ แก้วใส และกุลมายังห้องครัว สถานที่ฝึกงานของทั้งสามสาว

"อ้าว มากันแล้วเหรอครับคุณสะอาด" เชฟเต่าทักถาม

"ค่ะ ฉันพาเด็กฝึกงานมาแนะนำให้รู้จัก...นี่คือเชฟเต่า เป็นหัวหน้าพ่อครัวที่นี่"

สามสาวยกมือไหว้นอบน้อม เชฟเต่ารับไหว้ยิ้มๆ

"เชฟเต่าจะเป็นคนดูแลการฝึกงานครัวกับพวกเธอและเป็นคนประเมินผลด้วย"

"เดี๋ยวก่อนครับคุณสะอาด ผมว่าตอนนี้คงไม่ใช่หน้าที่ผมแล้วล่ะครับ"

"อ้าว ทุกทีเชฟก็เป็นคนดูแลเด็กฝึกงานไม่ใช่เหรอคะ"

"แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ครับ เพราะผมมีคนทำหน้าที่แทนผมแล้ว เขาเป็นเชฟคนใหม่ของที่นี่ จะเป็นคนดูแลสอนงานให้น้องๆทั้งสามคน รวมไปถึงเป็นคนประเมินผลให้ด้วย"

"ใครเหรอคะเชฟ"

"ผมเอง..." ทศวินเดินออกมาจากด้านใน...จอมใจหันขวับไปมอง แล้วตะลึงจังงัง ไม่นึกว่าจะเป็นนายคนนี้!

ไม่เพียงแต่จอมใจที่อึ้งตะลึงงัน ทศวินเองก็มองจอมใจอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเหมือนกัน เขาถึงกับอุทานออกมา "ยัยลิงหัวฟู" จอมใจเลยของขึ้นสวนด้วยเสียงที่ดังกว่า "นายโหด!"

การทักทายของทั้งคู่ทำให้คนอื่นๆแปลกใจ แต่พอเชฟเต่าถามว่ารู้จักกันมาก่อนเหรอ ต่างคนก็ต่างเมินหน้าใส่กันทันที...เชฟเต่าเริ่มแนะนำนักศึกษาฝึกงานให้รู้จักเชฟทศ พอจะบอกนามสกุลกลับไม่รู้ซะงั้น ทำให้ทศวินซึ่งไม่อยากเปิดเผยตัวตนอยู่แล้ว รีบตัดบทว่า

"ผมชื่อทศ รายละเอียดอื่นๆของผม พวกคุณไม่จำเป็นต้องรู้"

"เชฟทศจะมาเป็นคนดูแลและเซ็นใบอนุมัติผ่านการฝึกงานจากแผนกครัวให้กับพวกเธอ และอย่าลืมว่าถึงจะเป็นคนรู้จักก็ห้ามลำเอียงเด็ดขาด  การประเมินผลต้องเป็นไปตามมาตรฐานการฝึกงาน"

"อันมีมาเก่าแก่ดั้งเดิมและยาวนานของโรงแรมเรา"

เชฟเต่าไม่พอใจเล็กน้อยที่สะอาดแทรกขึ้นมา...แล้วย้ำเพิ่มเติมกับทศวินว่า อย่าลืมที่เราตกลงกันไว้ ทศวินเอือมเล็กๆแต่ไม่ต่อคำ หลังจากนั้นสะอาดก็ให้สามสาวไปแต่งตัวก่อนจะฝึกงานในครัวกับเชฟทศ ขณะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จอมใจเล่าให้เพื่อนทั้งสองฟังว่าเชฟทศคือต้นเหตุที่ทำให้เธอมาสาย แล้วเขายังโหด เก๊ก ไม่ให้เกียรติผู้หญิง เธอผิดหวังจริงๆที่ต้องมาฝึกงานกับคนแบบนี้

"ถ้าเขามีเรื่องกับเธอ แล้วมาเป็นคนประเมินผลพวกเรา แบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอ"

ขาดคำของแก้วใส เสียงเคาะประตูดังรัวข้างนอก พอจอมใจเปิดประตูก็เห็นสะอาดยืนหน้าตูม บ่นอุบว่าพวกเธอทำอะไรตั้งนานสองนาน ก่อนจะพาทั้งสามไปรับชุดฟอร์มของโรงแรมแทนชุดเก๋ไก๋ที่จอมใจสรรหามาอย่างสวยหรู จากนั้นสะอาดก็ส่งต่อพวกเธอให้เชฟทศถึงในครัว

"ดูจากเอกสารรายงานผลการเรียนของพวกเธอ เห็นได้ชัดว่าเรียนทฤษฎีกันมามากพอแล้ว เพราะฉะนั้น ฉันจะให้พวกเธอฝึกปฏิบัติกันเลย มีอะไรขัดข้องไหม"

"หมายความว่า...เชฟจะให้เราลงมือทำอาหารเลยใช่ไหมคะ"

ทศวินพยักหน้ารับ แก้วใสดีใจแอบเขย่ามือจอมใจ พร้อมกับกระซิบว่า

"ไหนเธอว่าเขาร้ายไง ให้เราได้ฝึกฝีมือทันทีแบบนี้ ก็ไม่เลวนะ"

แต่แก้วใสก็ดีใจได้ไม่นาน เพราะงานแรกที่เชฟทศให้พวกเธอทำก็คือล้างพืชผักวัตถุดิบกองพะเนิน ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆจนมือไม้แทบจะเปื่อยไปตามกัน หนำซ้ำพอ

ของเก่าจะหมดพนักงานก็ขนเข้ามาเพิ่มอีกเป็นเข่ง จอมใจถึงกับทนไม่ได้ลุกพรวดเดินลิ่วไปเอาเรื่องเชฟทศ

จอมใจโวยวายว่างานที่เชฟมอบหมายให้พวกเรามันมากเกินไป  แล้วเธอก็อยากจะถามด้วยว่าจุดประสงค์ที่สยามธารารับเด็กฝึกงานเพราะอะไร

"เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้ว มันเป็นการให้ความรู้กับคนที่สนใจในธุรกิจนี้ และยังเป็นประโยชน์ต่อโรงแรม ถ้าเจอคนมีฝีมือก็จะรับมาเป็นบุคลากรของโรงแรมต่อไปได้ด้วย"

"แต่สิ่งที่คุณให้เราทำไม่เห็นเหมือนกับที่พูดมา

เลยค่ะ พวกเราเรียนการเรือนการจัดการมาสี่ปีเต็ม เราเข้ามาฝึกงานที่สยามธาราเพื่อหวังจะได้เรียนรู้การปรุงอาหารและการให้บริการอย่างมืออาชีพ ไม่ใช่ว่าเราจะปฏิเสธขั้นตอนอื่น เช่นการเตรียมวัตถุดิบหรอกนะคะ แต่มันควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม คุณให้เราเตรียมวัตถุดิบมากขนาดนั้น ฉันเกรงว่ามันจะเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ค่ะ"

แก้วใสและกุลอึ้งกับความกล้าของเพื่อน พยายามสะกิดเพื่อนให้หยุด

"ไม่ต้องกลัวหรอกแก้ว ก็เราพูดความจริงนี่ หรือว่า... ถ้าหากว่าจริงๆแล้วเชฟมีอะไรไม่พอใจดิฉันเป็นการส่วนตัว ก็ไม่ควรจะทำให้เพื่อนของดิฉันเดือดร้อนไปด้วย"

"ฉันน่ะเหรอ ไม่พอใจเธอเป็นการส่วนตัว"

"ก็เรื่องวันก่อนนั่นไง"

ทศวินถามทันทีว่าเรื่องอะไร จอมใจสุดหมั่นไส้ ตอบเสียงแข็งว่า

"ก็เรื่องที่คุณทำน้ำกระเด็นเลอะเสื้อผ้าฉัน แล้วฉันก็ต่อว่าคุณว่าไม่มีความรับผิดชอบ แล้วคุณก็เรียกฉันว่า..."

"ลิงหัวฟู" ทศวินพูดนิ่งๆ แต่พนักงานอื่นๆแอบขำกันใหญ่ จอมใจยิ่งเจ็บใจ จ้องหน้าเขาเขม็ง...ทศวินไม่สนว่าต่อด้วยมาดนิ่งขรึม "ขอบอกให้รู้ไว้ว่าเรื่องของเธอน่ะมันเด็กๆ ฉันไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่นิดเดียว และที่ฉันให้พวกเธอฝึกงานแบบนี้ก็เพราะมีเหตุผล ที่บอกว่าจะให้ทำอาหาร ฉันหมายความตามนั้นจริงๆ ตามมาสิ"

ทศวินเดินนำไป สามสาวเดินตาม แล้วต้องตะลึงกับหม้อซุปไซส์ยักษ์สูงท่วมหัวตั้งตระหง่าน และนี่ก็คือเหตุผลที่เชฟทศให้พวกเธอเตรียมวัตถุดิบจำนวนมาก

"ซุปหรือน้ำสต๊อกเป็นส่วนผสมที่จำเป็นในการประกอบอาหารแทบทุกชนิด ถ้าน้ำซุปไม่มีคุณภาพ การทำอาหารทั้งหมดจะแย่ตามไปด้วย ฉันจึงให้พวกเธอเรียนรู้เรื่องซุปก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าหายข้องใจก็คงจะกลับไปทำงานกันได้แล้ว"

"เดี๋ยวค่ะ ถ้าฉันบอกว่า ฉันต้มน้ำซุปเป็นแล้วล่ะ" จอมใจโพล่งขึ้น แก้วใสกับกุลหน้าเสีย พยายามปรามแต่เพื่อนก็ไม่ฟัง "ในรายงานผลการเรียนของพวกเราอาจจะไม่ได้บอกไว้ แต่น้ำซุปก็เป็นสิ่งที่เราฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดี ถ้าคุณไม่เชื่อจะลองพิสูจน์ดูก็ได้ค่ะ"

ทศวินนิ่ง จอมใจลุ้นและข่มใจให้เข้มแข็ง ขณะที่พนักงานอื่นๆที่แอบดูต่างก็ฮือฮากันว่าเด็กฝึกงานปีนี้แรง กล้าต่อรองกับเชฟ...

เป็นอันว่าเชฟทศเปิดโอกาสให้จอมใจพิสูจน์ฝีมือ กุลกับแก้วใสจึงมองเห็นความใจดีของเขาบ้าง แต่จอมใจกลับยังคงหมั่นไส้เขาไม่หาย...ตกเย็นสามสาวเตรียมกลับบ้าน ขณะพวกเธอเดินบ่นเมื่อยล้ากันออกมาถึงหน้าประตู หนุ่มยุทธแถเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะ ยุทธพอจะรู้ว่าพวกเธอคือนักศึกษาฝึกงาน เขาเลยวางมาดเจ้าถิ่น สอบถามชื่อแซ่ของพวกเธอ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ  แถมยังหน้าแตกซ้ำเข้าไปอีกเมื่อหัวหน้างานตะโกนเรียกเขาไปยกกระเป๋าให้แขก สามสาวเลยรู้ได้ทันทีว่ายุทธคือพนักงานระดับไหนของโรงแรมนี้

ooooooo

ตอนที่ 3

อัศวินมัวแต่ยุ่งในงานส่วนของตนจนไม่รู้เรื่องเชฟคนใหม่ ส่วนเพลินจิตก็ยังพยายามปิดบังอย่างเต็มที่ ตั้งใจว่าต้องทำให้ทศวินกระเด็นออกจากโรงแรมไปก่อนที่คุณยุบลจะกลับจากต่างจังหวัด...เพลินจิตพาชัชวินมาพบอัศวินถึงห้องทำงาน เพื่อให้ชัชวินได้เรียนรู้งานของอัศวินบ้าง ชัชวินกลับยืนยันว่าพอใจในงานฝ่ายบุคคลของตนมากกว่า ทำให้เพลินจิตหงุดหงิดลากตัวลูกชายออกไปบ่นเป็นกระบุง

"ไหนเรารับปากแม่แล้วนะ ว่าจะสู้ จะแข่งกับสองคนนั้น"

"แม่ใจเย็นๆแล้วฟังผมนะครับ ถึงคุณย่าจะเห็นความสามารถของนายอัศวินก็ตาม แต่นายนั่นเขาไม่สนใจที่จะไปเป็นประธานบริหารสยามธาราหรอกครับ...โน่น ความฝันของนายคนนี้คืออยากเป็นนักออกแบบนักตกแต่งอะไรเนี่ยแหละครับ"

"แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหยุดทำผลงานให้คุณย่าเห็นนี่"

"โห...คุณแม่ ผลงานด้านฝ่ายบุคคลของผมก็ดีออกนี่ครับ"

"นั่นมันงานบริหารคน แม่อยากให้เราแสดงผลงานเป็นชิ้นเป็นอันอย่างงานการตลาดของนายอัศวินเขา...นี่ยังไม่รวมคู่แข่งอย่างนายทศวินอีกคนนะ"

"ทศวินไปอยู่ต่างประเทศเป็น 10-20 ปีแล้ว ตอนนี้ผมเองยังจำหน้าเขาไม่ได้เลย เขาคงไม่คิดกลับมาแล้วละครับคุณแม่"

"ใครบอกแกล่ะ"

"คุณแม่พูดเหมือนทศกลับมาแล้วอย่างนั้นแหละครับ"

"เปล่าๆ โอ๊ย เวรกรรมอะไรของฉัน มีลูกก็ไม่ได้ดั่งใจเลย ไม่รู้ล่ะ ถ้าคุณย่ากลับมา แกจะต้องสร้างผลงานที่เหนือกว่าคนอื่นให้ได้     ไม่งั้นไม่ต้องมาพูดกัน"     เพลินจิตโวยวายกลบเกลื่อน ชัชวินหน้าเสียที่เห็นแม่งอน รีบออดอ้อน รับปากจะพยายามทำตามที่คุณแม่ต้องการ

ขณะเดียวกันนั้น ทศวินใช้เวลาพักโทร.กลับไปหาแม่ที่แมนฮัตตัน   ทิพย์วิภาพอรู้ว่าลูกยังไม่ได้เจอคุณย่าก็เป็นห่วงและเป็นกังวล เกรงว่าลูกจะถูกใครกลั่นแกล้งอะไรหรือเปล่า แต่ทศวินไม่ปริปากอะไรให้แม่ยิ่งไม่สบายใจ ได้แต่รับปากว่าจะดูแลตัวเองให้ดี

คุยไม่ทันเสร็จ ทศวินเห็นเชฟเต่ากับสะอาดยืนโบกมือเรียกเขาอยู่เหยงๆ เขาจำต้องวางสายจากแม่แล้วเดินไปหา... สองคนท่าทางแตกตื่นไม่น้อย บอกเล่าเรื่องที่เพิ่งรู้ว่าจอมใจเป็นลูกสาวของคุณบดีกับคุณนงนุช นักธุรกิจรายใหญ่ และเป็นลูกค้าวีไอพีอันดับต้นๆของโรงแรมนี้

"แล้วยังไงครับ" ทศวินถามนิ่งๆ ไม่ตื่นเต้นสักนิด

"นายจะทำอะไรก็ให้รู้จักเกรงใจกันบ้าง ยังไงเขาก็เป็นลูกหลานของลูกค้าคนสำคัญ"

"คงจะไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกใครหลานใคร ใหญ่มาจากไหน เมื่ออยู่ในครัวแล้วต้องเป็นไปตามกฎของครัว ถ้าหากว่าเขาไม่พอใจก็ให้ไปฝึกที่แผนกอื่น"

เชฟเต่ากับสะอาดจะค้าน แต่ทศวินไม่สน ดูนาฬิกาก่อนบอกว่าเลยเวลาพักของตนแล้ว ตนต้องกลับไปทำงานก่อน พูดจบเขาผละไปทันที ทำเอาเชฟเต่าบ่นด้วยความหมั่นไส้

"หน็อย มันหยิ่งจริงๆเลย ทำไมคุณเพลินจิตถึงให้มาคุมลูกหลานวีไอพีนะ" พูดไปแล้วนึกถึงคำสั่งของเพลินจิต ที่สั่งให้เขาทำยังไงก็ได้ให้เชฟคนใหม่มันลำบากที่สุด จนต้องลาออก ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี "เอ๊ะ หรือว่า..."

"มีอะไรเหรอคะ เชฟเต่า" สะอาดสงสัย

"เปล่าๆ แค่รู้สึกว่าอะไรบางอย่างมันแปลกๆ แต่ช่างมันเถอะ อย่าไปสนใจเลย"

"ฉันไม่สนใจก็ได้ แต่อย่าให้เชฟทศมาทำให้พวกเราพลอยเดือดร้อนไปด้วยก็แล้วกัน ตอนนี้งานยิ่งหายากๆอยู่" สะอาดบ่นกระปอดกระแปด แต่เชฟเต่าเหมือนไม่ได้ฟัง มัวแต่ตงิดใจ รู้สึกเรื่องมันมีลับลมคมในชอบกล...

ooooooo

หลังจากท้าเชฟทศเรื่องทำซุปไปแล้ว ตกค่ำกลับถึงบ้านจอมใจจึงแสดงฝีมือทำซุปให้พ่อแม่ชิมจนเป็นที่ประจักษ์ พ่อซึ่งมีฝีมือการทำอาหารอยู่แล้ว ถึงกับยกมือโป้งให้ลูกสาว ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับจอมใจเป็นอย่างมาก

ครั้นรุ่งขึ้นไปแสดงฝีมือกับเพื่อนอีกสองคนในครัวของสยามธาราต่อหน้าเชฟเต่า เชฟทศ และคุณสะอาด จอมใจหน่วยก้านไม่เลว ทำได้คล่องแคล่ว ตักตวงวัตถุดิบในอัตราส่วนที่พอดี ใช้อุปกรณ์ทุกอย่างได้ถูกต้องแม่นยำ จนสะอาดกับเชฟเต่าเอ่ยปากชม ส่วนแก้วใสกับกุลก็ไม่น้อยหน้า ช่วยกันจัดแต่งและแกะสลักผักอย่างประณีตบรรจงจนสวยงามน่ากิน

ซุปเสร็จแล้ว เชฟเต่ากับสะอาดชิมและชมเป็นเสียงเดียว กันว่ากลมกล่อมมาก แม้แต่เชฟทศก็บอกว่ารสดี...ทำเอาสามสาวดี๊ด๊าดีใจ แต่เดี๋ยวเดียวก็ต้องหยุดกึก เมื่อได้ยินเชฟทศว่าต่อ

"...แต่มันยังใช้ไม่ได้"

"ฉันทำถูกต้องตามหลักทุกอย่าง ตั้งแต่การล้าง หั่นวัตถุดิบ การใช้อุณหภูมิที่เหมาะสม และใช้เครื่องเทศที่มีคุณภาพ เชฟเต่ากับคุณสะอาดก็ยอมรับว่ามันเป็นน้ำซุปที่ดี แล้วเพราะอะไรมันถึงใช้ไม่ได้ บอกเหตุผลของคุณมาสิคะ" จอมใจท่าทางเอาเรื่อง เชฟทศนิ่งไม่พูด หันหลังก้าวฉับๆออกไป ทุกคนงงงัน โดยเฉพาะสามสาว แล้วรีบตามเขาไปเป็นพรวน...เชฟทศนำซุปใสมีเครื่องเคราพอประมาณถ้วยหนึ่งมาวางตรงหน้าทุกคน

"นี่คือซุปสายธารา จานเด่นของครัวสยามธารา วันๆนึงมีลูกค้าสั่งกว่า 200 ที่เป็นอย่างต่ำ...ลองชิมดู"

จอมใจตักน้ำซุปลองชิม แล้วก็ชะงัก "อร่อย มีรสสดชื่น เป็นธรรมชาติ รู้สึกถึงความบริสุทธิ์ เพราะเน้นรสของวัตถุดิบที่สดใหม่มากกว่าเครื่องปรุงรส...แต่ไม่ได้หมายความว่าซุปที่พวกเราทำด้อยกว่าซุปถ้วยนี้นะคะ"

"ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น สิ่งที่สำคัญก็คือ ซุปถ้วยนี้ปรุงจากน้ำสต๊อกหม้อใหญ่ที่ฉันมอบหมายให้พวกเธอทำในวันแรก ที่ฉันให้เธอปรุงน้ำสต๊อกนั่นก็เพื่อให้มาใช้ปรุงเป็นเมนูนี้ คราวนี้เธอเข้าใจรึยังที่ฉันบอกว่าซุปที่พวกเธอทำมันใช้ไม่ได้"

จอมใจหมดแรงวางช้อนซุปลงทันที กุลยังไม่เข้าใจ ถามจอมใจว่ามันหมายความว่ายังไง จอมใจตอบเสียงแผ่วว่า

"เราแพ้...ไม่สิ...ฉันแพ้"

"ทำไมล่ะ กติกาไม่ได้บอกว่าต้องทำให้อร่อยกว่าซุปสายธาราไม่ใช่เหรอ แค่เราทำใช้ได้ก็พอแล้วนี่" แก้วใสท้วงขึ้นมา

"แต่มันเป็นซุปคนและแบบกัน แทนกันไม่ได้ รสมันต่างกันเกินไป"

"ก็เขาไม่ได้บอกนี่ว่าจะให้เราทำซุปแบบไหน เอาไปปรุงเป็นอะไร เราก็ต้องทำแบบของเราสิ"

เห็นสามสาวเถียงกันไปมา ทศวินจึงโพล่งขึ้น

"ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ก็นั่นแหละคือความผิดพลาดของพวกเธอ พวกเธอบอกว่าทำน้ำซุปได้ แต่ไม่ได้สังเกตหรือแม้แต่ถามสักคำว่าน้ำซุปที่ใช้ได้สำหรับครัวแห่งนี้เป็นแบบไหน ถึงจะทำน้ำสต๊อกที่อร่อยได้เต็มหม้อ แต่ถ้ามันใช้ทำจานหลักของที่นี่ไม่ได้เลยแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร พวกเธอมั่นใจเกินไป อยากแสดงความสามารถกันเกินไปจนลืมที่จะใส่ใจเมนูของครัวนี้ เท่ากับพวก
เธอไม่ใช่เชฟของที่นี่ พวกเธอไม่มีคุณสมบัติที่จะให้ฉันเซ็นใบผ่านงานให้หรือแม้แต่ฝึกสอนพวกเธอด้วยซ้ำ เชิญไปฝึกงานที่แผนกอื่นเถอะ"

พูดเสร็จทศวินเดินออกไปเลย ทุกคนอึ้งเหวอกันไปหมดในความเฮี้ยบ จอมใจหน้าถอดสีที่สุดในชีวิต คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงต่อ แต่เชฟเต่ากับสะอาดจ้ำตามทศวินไปขาแทบขวิด ถามเขาว่าคิดดีแล้วเหรอที่จะไล่เด็กฝึกงานบ้านไฮโซอย่างจอมใจออก ทั้งที่เธอก็ทำอาหารอร่อย แต่ผิดพลาดแค่นิดหน่อยเท่านั้น

"อวดเก่ง และไม่ใส่ใจรายละเอียด สำหรับผมมันไม่ใช่ความผิดเล็กน้อย"

"แต่เชฟน่าจะให้โอกาสเด็กอีกสักครั้ง เพราะเพิ่งจะทำผิดครั้งแรก"

"พวกคุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่านามสกุลเขาใหญ่โต คงจะไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดด้วยซ้ำ"

"โอ๊ย จะเชิดไปถึงไหนเนี่ย นายคิดบ้างไหม มีเรื่องกับลูกหลานวีไอพีน่ะ อาจจะเดือดร้อนกันหมดนะ"

ทันใดนั้นเอง จอมใจเดินพรวดออกมา เชฟเต่ากับสะอาดตกใจถึงกับรำพึงว่างานเข้าแล้ว...แต่กลายเป็นว่าจอมใจไม่ได้จะวีนอะไรเลย เธอมาขอโทษและยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว

"ฉันวู่วามเกินไป      ไม่ได้คิดว่าต้องเอาอาหารมา

ประกอบกับเมนูในครัวนี้ได้ถึงจะถูกต้อง ฉันยอมรับผิด แต่อย่าให้เพื่อนของฉันเดือดร้อนไปด้วย เพราะทั้งหมดเป็นความคิดของฉันคนเดียว"

"จอม...แต่พวกเราก็ร่วมมือกันทำนะ อย่าทำแบบนี้เลย"

"เชฟคะ อย่าไล่พวกเราออกเลยนะคะ...เราขอโอกาสอีกครั้งนึงนะคะ"

"นะคะเชฟ  พวกเราเข้าใจและสำนึกผิดแล้ว  ต่อไปจะเชื่อที่เชฟสอน และเราจะทำให้ดีที่สุดเลยค่ะ"

แก้วใสกับกุลวิงวอน เชฟเต่ากับสะอาดก็ช่วยอีกสองแรง ทศวินนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนบอกว่า

"ไม่..." ทุกคนอึ้ง หน้าถอดสี "ไม่ไปทำงานกันรึไง นี่ก็เสียเวลากันมามากแล้ว"

สามสาวแทบจะร้องไชโยโห่ฮิ้ว เชฟเต่ากับสะอาดก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง พลอยดีใจไปกับเด็กๆด้วย

"ออกไปก็เท่านั้น ฉันว่าฉันลงโทษโดยใช้งานเธอต่อน่าจะดีกว่า" ว่าแล้วทศวินหยิบหมวกเชฟของจอมใจที่หล่นลงบนพื้นขึ้นมายัดใส่มือให้ แล้วเดินผ่านออกไป จอมใจมองตามอย่างรู้สึกติดค้างเขาอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากนั้น เชฟทศก็สอนทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติงานในครัวให้สามสาวทุกขั้นตอน ทั้งก่อนทำอาหารและหลังทำอาหาร รวมถึงการล้างภาชนะและการจัดวาง โดยเฉพาะหม้อซุปขนาดใหญ่ที่ล้างอย่างยากลำบากมาก แต่สามสาวก็ไม่ย่อท้อ ช่วยกันล้างหม้อซุปจนเสื้อผ้าเปียกไปตามกัน

เสร็จงานแล้วทั้งสามสาวจึงต้องเปลี่ยนชุด จอมใจนำชุดหรูน่ารักของตนที่เตรียมสำรองมาทุกวันให้แก้วใสใส่ แก้วใสในชุดใหม่จึงไม่ต่างไปจากคุณหนูไฮโซ แล้วขณะที่แก้วใสนำชุดตัวเองที่เปียกชื้นไปที่แผนกซักรีด เธอเดินชนกับชัชวินที่กำลังวิ่งหลบหลีกสาวพิตซี่มาอย่างรีบร้อน สองคนชน

ดังโครมใหญ่ แก้วใสเกือบล้มถ้าชัชวินคว้าตัวเธอไว้ไม่ทัน แถมปากกับปากชนกันอย่างไม่ตั้งใจ...แก้วใสเห็นหน้าชัชวินชัดๆจำได้ว่าเขาคือชายในฝัน ถึงกับเข่าอ่อนยวบ ทำให้ชัชวินต้องโอบกอดเธอแน่นขึ้นอีก

"เป็นอะไรรึเปล่าครับ"

แก้วใสไม่ทันตอบ   เสียงพิตซี่ดังแจ๋นขึ้นมาทางด้านหลัง

"อยู่ที่นี่เองนะคุณชัช..."

ชัชวินตกใจแต่แกล้งเนียน ถามพิตซี่ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ พิตซี่นิ่วหน้าฉงน ย้อนถามเขาว่า

"คุณไม่รู้ว่าพิตซี่มาจริงๆเหรอคะ แล้วทำไมคุณถึงไม่รับโทรศัพท์"

ชายหนุ่มอึกอักเอ้ออ้า...พิตซี่สังเกตสาวน้อยที่แนบชิดชัชวิน จ้องเขม็งแล้วถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?

"เอ่อ...คือ...นี่แหละครับ สาเหตุที่ผมไม่รับโทรศัพท์คุณ" พิตซี่อึ้งกิมกี่ แก้วใสเองก็ตะลึง "ผมนัดเธอคนนี้เอาไว้ คุณก็จะได้ไม่ต้องเลือกระหว่างผมกับผู้กำกับคนนั้น ผมก็มีเธอคนนี้เป็นตัวจริงแล้ว"

พิตซี่โกรธแสนโกรธ ตบหน้าชัชวินดังฉาด

"คนที่ต้องบอกเลิกน่ะ ฉันย่ะ จำไว้" ว่าแล้วผลักแถมอีกหนึ่งทีก่อนสะบัดพรืดไป แก้วใสเองก็ไม่พอใจชัชวินอย่างมาก ผลักเขาออกแล้วตบหน้าอีกข้างของเขาก่อนจะวิ่งหนีไปทันที ชัชวินเจ็บแก้มทั้งสองข้างถึงกับคลำป้อยๆ แต่แวบเดียวอาการเจ็บเริ่มเปลี่ยนเป็นยิ้มๆ ขณะมองตามสาวน้อยคนนั้นไป

"เห็นหน้าใสๆ มือหนักไม่เบานะเนี่ย"

แก้วใสทั้งโกรธทั้งอาย วิ่งมายืนหลบอยู่มุมหนึ่ง จับริมฝีปากตัวเอง ใจยังหวิวไม่หาย ก้มมองเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ แล้วบ่นงึมงำด้วยความรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

"ไม่น่าเลย...เพราะใส่ชุดนี้แท้ๆ"

ooooooo

เย็นวันเดียวกันนี้ อัศวินและกุลเจอกันโดยบังเอิญ อัศวินรู้สึกประทับใจกุลตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เพราะเธอเข้ามาช่วยเหลือเขาเรื่องลูกค้าซึ่งเป็นเด็กคนหนึ่ง...

ขณะเดียวกันนั้น จอมใจกำลังจะเดินผ่านห้องครัว แต่เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจึงแวบเข้าไปเมียงมอง ปรากฏว่าเป็นเชฟทศกำลังเช็ดทำความสะอาดภาชนะและจัดวางอย่างมีระเบียบ ทั้งขวดเครื่องปรุงต่างๆก็ไม่เว้น จอมใจมองเขาเพลินจนเผลอทำเสียงดังให้เขาได้ยิน เธอเลยอึกอักออกตัวว่า

"ฉัน...ฉันนึกว่าในครัวไม่มีใครอยู่แล้วซะอีก"

"ผมก็ไม่นึกว่าจะมีคนมาแอบดู"

"ฉันเนี่ยนะแอบดูคุณ ไม่มีทาง ฉันแค่มาเช็กดูว่าห้องครัวที่พวกฉันเก็บกันดีแล้วเนี่ย จะมีปัญหาอะไรรึเปล่า"

"แล้วมีไหมล่ะ"

จอมใจหน้ายุ่งรู้ว่าเขาแกล้งกวน แต่ทำเป็นไม่ใส่ใจ ถามเขากลับว่า "ปกติคุณต้องคอยประคบประหงมอุปกรณ์ครัวแบบนี้ทุกครั้งเลยเหรอ"

"มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ก็มีส่วนให้ปรุงอาหารได้ดีขึ้น"

"ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยคุณเอง"

จอมใจตั้งใจช่วยงานในครัวเชฟทศ แต่กลายเป็นว่า ความซุ่มซ่ามของเธอทำให้เขาระอาแทนที่จะซึ้งน้ำใจ เพราะเธอเดินสะดุดเกือบทำขวดเครื่องปรุงตกแตก เชฟทศเลยบ่นเธอไปหลายคำ จอมใจจึงผลุนผลันออกจากครัวไปอย่างไม่ สบอารมณ์นัก

กุลเห็นจอมใจเดิน หน้าหงิกออกมา ให้สงสัยว่าใครกันหนอที่ทำให้เพื่อนสาวของเธอหน้าหงิกคิ้วผูกโบได้ขนาดนี้ จอมใจได้ฟังเพื่อนทักจึงรู้สึกตัว รีบปรับเปลี่ยนสีหน้า พูดเปรยๆบอกตัวเองว่า เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้คนอย่างจอมใจเครียดได้หรอก กุลออกจะงงๆ แต่ก็ไม่ซักอะไรอีก เปลี่ยนไปบ่นถึงแก้วใสที่หาตัวไม่เจอ โทร.ไปก็ไม่รับ...ยุทธเดินผ่านมาเห็นสองสาว เข้ามาเสนอหน้าทันที

"อ้าว พวกน้องเพิ่งเลิกงานกันเหรอครับ เห็นเพื่อนน้องคนนึงที่น่ารักๆออกไปตั้งพักนึงแล้ว"

สองสาวได้คำตอบ อย่างไม่คาดคิด...จอมใจขอบคุณเขาที่อุตส่าห์มาบอก พูดเสร็จทำท่าจะไป แต่ยุทธยังอ้อล้อทำเป็นคุยว่ารู้จักคุณบดีพ่อของจอมใจ เคยบริการท่านบ่อยๆ ท่านยังชมเลยว่าเขาบริการดี

"พ่อจอมเป็นคนมารยาทดีน่ะค่ะ อาจจะชมคนง่าย แต่ว่า...ก็ไม่ค่อยชอบให้คนอื่นมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่ อันเนี้ย พ่อกับลูกเป็นเหมือนกัน" ถูกจอมใจย้อนจนสะอึก แต่ยุทธก็ยังทำหน้าซื่อตาใส

"แหม เราก็ทำงานอยู่ที่เดียวกัน คนอื่นคนไกลที่ไหน พี่ยินดีบริการน้องจอมกับเพื่อนเสมอเลยนะครับ"

"งั้นก็ช่วยบริการ อย่างแรกเลยนะคะ พวกเราอยากจะผ่านประตูนี้ค่ะ"

ยุทธสะอึกอีกรอบกับ สายตาคมกริบของสองสาว จำต้องหลบให้พวกเธอเดินผ่าน

"อ้อ...ขอบอกอะไร หน่อยนะคะ จะผูกมิตรกับคนน่ะ ไม่ควรดูแต่ที่ฐานะของเขา แล้วก็หัวใจของการบริการอยู่ที่ความจริงใจค่ะ"

โดนเข้าอีกดอก ยุทธได้แต่มองสองสาวควงแขนกันเริงร่าออกไปด้วยความเจ็บใจ และคิดค้านคำพูดเมื่อครู่ของจอมใจว่า ความจริงใจจะสู้คนเอาใจได้ยังไง?

ด้าน ชัชวินยังติดตาตรึงใจกับสาวน้อยน่ารักที่เจอเธอโดยบังเอิญ กระทั่งเขามาสอบถามแม่เพลินจิต จึงได้รู้ว่าเธอน่าจะเป็นจอมใจ สุทธาจารณ์ ลูกไฮโซที่มาฝึกงานอยู่ที่นี่ ชัชวินดูพออกพอใจเธออย่างมาก ทำให้เพลินจิตไม่พอใจ เพราะไม่ต้องการให้ลูกชายไปยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของอดีตคนที่เธอเคยรัก ซึ่งเขาได้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เธอไว้มาก แต่ดูเหมือนชัชวินจะไม่ได้ใส่ใจคำห้ามปรามของแม่ ขนาดสาวสวยเอรี่ที่เป็นคู่ควงของเขาอีกคนโทร.มาหา เขายังตัดสัมพันธ์เธอซะดื้อๆ เพียงเพราะเขารู้สึกปิ๊งสาวคนใหม่เข้าแล้วนั่นเอง

เมื่อไม่ได้ดังใจ เรื่องลูกชาย เพลินจิตจึงหันไปตามเรื่องทศวินจากเชฟเต่า โดยมีวิชาตามติดทุกฝีก้าว เพลินจิตยืมมือเชฟเต่ากำจัดเสี้ยนหนามอย่างทศวิน แต่กลายเป็นว่าเพลินจิตต้องมาได้ยินกับหูว่าทศวินเก่งกาจมีความสามารถมาก เป็นที่ชื่นชอบชื่นชมของผู้ร่วมงาน แถมจอมใจกับเพื่อนๆที่ส่งมาฝึกงานด้วยก็เก่งไม่เบาเหมือนกัน โดยเฉพาะจอมใจนั้นทั้งเก่งทั้งกล้า แต่ก็ถูกทศวินปราบซะอยู่หมัด

เพลินจิต หัวเสียออกจากครัว วิชาก้าวตามหลัง ท่าทีหนักใจไม่น้อยเหมือนกัน

"อุตส่าห์ ส่งพวกมีปัญหาไปฝึกงานกับมัน แล้วมันกลายเป็นฮีโร่ไปได้ยังไง เชฟเต่าก็ไม่ได้เรื่อง ไม่เห็นทำอะไรได้สักอย่าง"

"ยังไงเขาก็เป็นคน คุมครัวนี้ คงไม่กล้าทำอะไรมาก เพราะมันอาจจะส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของตัวเอง"

"แต่ทศวินมันจะต้อง ออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นที่เราเหนื่อยยากกันมาตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีก่อนมันจะมีประโยชน์อะไร ล่ะ"

"คุณเพลินใจเย็นๆ บางที...ถ้าเราใช้คนนอก อาจจะได้ผลดีกว่านี้"

เพลินจิต ชะงักไปด้วยความสงสัยว่าวิชาหมายถึงใคร?

ooooooo

ตอนที่ 4

คนที่วิชาส่งมาป่วนในครัวก็คือยุทธนั่นเอง... แล้วเพียงข้ามคืนในครัวก็เกิดปัญหาใหญ่หลวง น้ำสต๊อกในหม้อขนาดใหญ่บูดโดยจับมือใครดมไม่ได้ ที่สำคัญวันนี้จะมีแขกวีไอพีกลุ่มใหญ่มาลงที่นี่ด้วย เชฟเต่าจึงร้อนรนกระวนกระวายอย่างมาก พยายามจะหาคนผิดให้ได้ ทศวินคาดว่าเครื่องต้องดับตั้งแต่เมื่อคืน ของถึงได้เสีย แต่โชคดีที่ของอื่นๆยังใช้ได้

"โอ๊ย ตายๆๆ แขกของคุณเพลินจิตจะเข้ามาทานอาหารตั้งกรุ๊ปเบ้อเร้อ แล้วพวกเขาก็สั่งอาหารมาแล้ว มีทั้งของผัด ของนึ่ง ต้องใช้น้ำสต๊อกปรุงทั้งนั้น โดยเฉพาะซุปสายธารา แล้วนี่จะทำยังไงกัน...เมื่อวานนี้ใคร? ใครเป็นคนใช้หม้อน้ำเป็นคนสุดท้าย"

เชฟ เต่ากวาดตาไปยังทุกคน สามสาวยืนตัวแข็งทื่อ ก่อนที่จอมใจจะกลั้นใจก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ยอมรับว่าพวกเราเอง...

ขณะ เดียวกันนั้น เพลินจิตนั่งยิ้มย่องในห้องอาหาร พูดกับวิชาว่า ป่านนี้ในครัวคงจะสนุกกันใหญ่

"ทศวินเป็นคนคุมการฝึกงานของนักศึกษา พวกนั้น ลองเกิดเรื่องขึ้นแบบนี้..."

"หลานชายคนโตของคุณย่าไม่เด้ง ออกไปตอนนี้ แล้วจะไปเด้งตอนไหน" เพลินจิตกับวิชาสบตากันอย่างมั่นใจว่าแผนครั้งนี้สำเร็จแน่...

เชฟ เต่าเล่นงานสามสาวแล้วยังพาลไปที่เชฟทศ เพราะสามสาวอยู่ในความรับผิดชอบของเขา เกิดเรื่องแบบนี้เขาจะว่ายังไง...สามสาวยืนยันว่าตอนพวกเราออกมาทุกอย่างก็ ปกติดี

"พูดแบบนี้แปลว่าจะไม่รับผิดชอบกันใช่ไหม วีไอพี กำลังจะยกโขยงกันมาแล้ว ทั้งครัวไม่มีน้ำสต๊อก จะวิบัติกันหมดแล้วเนี่ย โอ๊ย เวร..."

"ผมเอง ผมจะรับผิดชอบเอง" ทศวินโพล่งขึ้นมา...เชฟเต่าหันขวับมาจ้อง

"ทำพูดหล่อพูดดี นายจะรับผิดชอบยังไงไม่ทราบ อีกชั่วโมงเดียวเราต้องเสิร์ฟซุปเป็นหม้อๆกันแล้ว"

"ถ้าหากผมทำไม่ ได้ ผมจะขอรับผิดด้วยการลาออก"

สามสาวตกใจ คนอื่นๆก็อึ้งไปตามกัน เชฟเต่านึกไม่ถึง แต่คิดในใจว่าดีเหมือนกัน ตนจะได้ไม่ต้องเหนื่อยหาทางกำจัดมันอีกต่อไป

"เมื่อกี้นายพูดเองนะ ฉันก็อยากจะรู้นักว่านายจะทำได้ไง เอ้า พวกเราไปเตรียมออร์เดิร์ฟให้แขกก่อน ระหว่างที่รอน้ำสต๊อก"

เชฟเต่าเกณฑ์คนไปเตรียมออร์เดิร์ฟ ผู้คนจึงถลากันไปอีกฝั่งของครัว เหลือแต่ยุทธที่เดินช้าๆรอจังหวะคอยเมียงมองอยู่ ทศวินยืนขบคิดอย่างหนัก ที่สุดเขาก็สั่งสามสาวไปช่วยเชฟเต่าเตรียมออร์เดิร์ฟให้ดีที่สุด เรื่องน้ำสต๊อกเขาจะจัดการเอง แต่จอมใจขออาสาช่วยเขาด้วยคน

จากนั้น จอมใจก็วิ่งออกไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ทศวิน มุ่งหน้าไปไหนเธอก็ไม่รู้ เพราะเขาไม่ยอมบอกอะไรทั้งนั้น จนกระทั่งไปถึงจอมใจก็รู้สึกทึ่งเขาอย่างบอกไม่ถูก

ทศวินมาที่ร้าน อาหารสุดหรูของเชฟเอียน เชฟชื่อดังระดับโลก ที่มีร้านอาหารสาขาไปทั่วโลก ทศวินรู้จักมักคุ้นกับเชฟเอียนเป็นอย่างดี เรื่องน้ำสต๊อกที่เขาต้องการจึงไม่เป็นปัญหา เพียงแต่ทศวินต้องปรุงแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยเพื่อให้ รสชาติเหมือนของโรงแรมสยามธารา

ดังนั้นอาหารทุกจานที่ขึ้นโต๊ะวีไอพี รสชาติจึงอร่อยกลมกล่อมไม่มีที่ติด ทำให้เพลินจิตหัวเสียที่แผนล้มเหลวอีกแล้ว เธอถึงกับลุกพรวดออกจากโต๊ะเพราะทนฟังคำชมของลูกค้า ไม่ได้...

ส่วน ในครัว เชฟเต่ายังคงจ้องจะหาเรื่องทศวินให้ได้

"ถึงเราจะมีซุป เสิร์ฟวีไอพี แต่มันก็หวุดหวิดมากๆ แล้วของสดหลายอย่างในห้องเย็นก็ต้องเสียไป ฉันในฐานะเชฟใหญ่ของที่นี่ ต้องสอบสวนหาตัวคนผิด" เชฟเต่ามองเขม็งไปยังเด็กฝึกงานทั้งสาม "พวกเธอเป็นคนใช้ห้องเย็นก่อนที่เราจะรู้ว่าซุปเสีย มีอะไรจะอธิบายมั้ย โดยเฉพาะเธอสองคน" แก้วใสและกุลหน้าตาเหวอสุดๆ ที่โดนเพ่งเล็ง "จอมใจน่ะเขาน่าจะเคยชินกับระบบของโรงแรมไฮโซๆอะไรอยู่บ้าง เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่อยู่ในแวดวงสังคมชั้นสูง ถ้าคิดตามเหตุผล คงไม่ใช่ฝีมือของเขาหรอก"

"ฉันคิดว่าไม่ได้ทำให้ห้องเย็นเสียหาย รวมทั้งเพื่อนๆของฉันก็ไม่ได้ทำด้วยค่ะ" จอมใจป้องเพื่อน

"แต่ยังไง ความเสียหายครั้งนี้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ หรือว่าจะมีใครบางคนที่ดูแลพวกเธอได้ไม่ดีพอมารับผิด

โทษฐานที่ทำให้ อลหม่านกันไปหมดแบบนี้" เชฟเต่าปรายตาไปยังทศวินที่เพิ่งก้าวเข้ามา "ถึงนายจะหาน้ำสต๊อกมาได้ แต่ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยนะ"

"ผมให้ช่างไฟช่วย เช็กเวลาที่เครื่องทำความเย็นดับดูแล้ว"

ช่างซึ่งตามทศวินเข้ามาจึง ยืนยันว่าเครื่องดับตอนประมาณเกือบห้าทุ่ม ทศวินเสริมทันทีว่า ดึกขนาดนั้น เด็กพวกนี้เลิกงานกลับบ้านไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว น่าจะสงสัยคนอื่นที่มาทีหลังมากกว่า...ยุทธแอบสะดุ้งวาบ หลบตาทันใด ทำเป็นก้มหน้าอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

"แต่ตอนนั้นก็เหลือคนเข้ากะ อยู่ไม่กี่คน เป็นคนเก่าคนแก่ทั้งนั้น จะหาว่าพวกเราใช้ห้องเย็นไม่เป็นงั้นเหรอ"

"คนเก่าคนแก่ที่รักครัว นี้น่ะไม่มีปัญหาหรอก ที่น่าสงสัยคือคนนอกที่ไม่ได้ผูกพันกับที่นี่เลยต่างหาก" ขาดคำของทศวิน สายตาทุกคู่หันไปมองยุทธเป็นตาเดียว

"คงไม่ได้หมายถึงผมหรอกนะครับ ทุกคนก็เห็นว่าผมเพิ่งจะเข้ามาทำงานเมื่อเช้า"

"แต่ฉันเห็นคุณวิชาพา นายมาฝากที่ครัวตอนดึก" ทศวินสวนทันควัน ยุทธสะดุ้งเฮือก แต่ยังไม่ยอมรับ

"ก็ อยู่แค่แป๊บเดียว แล้วก็กลับ แล้วผม...ผมจะมีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ครัวนี้ต้องเดือดร้อนด้วย ผมไม่รู้เรื่องนะ อย่ามากล่าวหากันลอยๆ หลักฐานอะไรก็ไม่มี ไม่งั้นผมจะฟ้องคุณวิชาว่าไม่ได้รับความยุติธรรม"

"เรื่องในครัว คนในครัวจะเป็นคนตัดสิน" ทศวินขึงขังเอาเรื่อง ยุทธถึงกับหน้าซีดเผือด...ทันใดวิชาก็เดินแหวกผู้คนเข้ามาถามว่ามีเรื่อง อะไรกัน เชฟเต่าตอบปากคอสั่นว่า เรากำลังเคลียร์ปัญหากันเรื่อง...

"ฉัน รู้แล้ว มีคนไปรายงานฉันแล้วว่าห้องเย็นมีปัญหา" หันไปที่ช่าง "ตอนนี้แก้ไขเรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ช่างตอบรับทันที วิชาจึงถามต่อ "แล้วเป็นไปได้ไหมที่เครื่องทำความเย็นมันจะดับลงเอง"

"เป็นไปได้ ครับ บางทีมันเสื่อมสภาพ หรือว่า ทำงานหนักเกินไป"

"ได้ยินแล้วใช่ ไหม อย่าทะเลาะหรือมีเรื่องกันเองเพราะอุบัติเหตุอีก ทำงานด้วยกันควรจะปรองดองกันเอาไว้ แล้วเรื่องซุปวันนี้ ก็ทำได้ดีมาก"

วิชา มองทศวินแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับออกไป แล้วอีกครู่ต่อมายุทธก็ถูกวิชาเรียกมาตำหนิอย่างหงุดหงิด

"ไหนบอกว่า มันได้ผลแน่ๆไง ตอนที่มาขอเปลี่ยนงานกับฉัน เห็นว่าทะเยอทะยานอยากเป็นใหญ่เป็นโต แต่ที่แท้ก็มีฝีมือแค่นี้"

"ขอโทษ ด้วยครับคุณวิชา แต่แผนของผมสำเร็จแล้วนะครับ ไม่นึกจริงๆว่านายทศอะไรนั่นจะหาทางเอาน้ำซุปมาจากที่อื่นได้"

"ฉัน ก็นึกไม่ถึงว่ามันจะมีพวกพ้องคอยหนุนหลัง... ไปๆ มีอะไรฉันจะเรียกมาคุยใหม่"

"ขอโอกาสผมอีกครั้งนะครับคุณวิชา"

"เออน่ะ" วิชาโบกมือไล่ ยุทธเดินหน้าเสียออกไป พอยุทธลับกาย เพลินจิตที่ซ่อนอยู่ด้านหลังก็ก้าวออกมาบ่นกับวิชา

"เจ็บใจจริงๆ ถึงขนาดจะยอมเฉือนเครดิตโรงแรมเพื่อจะไล่มันออก มันก็ยังรอด...วิชา ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้ก่อนที่คุณแม่จะกลับมานะ"

"ครับ ผมรู้...เพื่อคุณชัช" วิชาสายตาแน่วแน่ ไม่ยอมแพ้

ooooooo

เย็น นั้น ขณะที่สามสาวเดินวิจารณ์เหตุการณ์ ระทึกใจที่เกิดขึ้นในครัวเมื่อเช้าออกมาเพื่อจะกลับบ้าน ไม่นึกว่าจะเจอชัชวินหนุ่มในฝันของแก้วใสเข้า อย่างจัง...ชัชวินตั้งใจมาดักรอแก้วใสที่เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือจอมใจ พอจอมใจรู้เรื่องราวอย่างรวดเร็วจากแก้วใสว่าวันก่อนเกิดอะไรขึ้นกับเธอและ ชัชวิน จอมใจเลยโมเมมั่วนิ่มให้แก้วใสเป็นตัวเธอหน้าตาเฉย

"เรียนคุณ พ่อคุณด้วยนะครับว่าผมปลื้มท่านมานานแล้ว เอ่อ...ไม่แน่ใจว่าคุณรู้จักผมรึเปล่า ผมชัชวิน อัครศิริ หนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับที่นี่ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

ชายหนุ่ม ยื่นมือออกมา แก้วใสยังตะลึงไม่กล้าจับ จอมใจสังเกตได้ทันทีว่าหมอนี่จีบเพื่อนของตนชัวร์ จึงก้าวเข้ามาแทรก แนะนำตัวเองว่าชื่อแก้วใส ส่วนเพื่อนอีกคนชื่อกุล เราเป็นเพื่อนของจอมใจ...แก้วใสได้ยินเช่นนั้นถึงกับเหวอไปเลย

"ยินดี ที่ได้รู้จักครับ พวกคุณเป็นเพื่อนน้องจอม ไม่ต้องเรียกผมเต็มยศก็ได้"

"ค่ะ คุณชัช ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" กุลยิ้มแย้มเป็นไปกับจอมใจด้วย

"แล้ว พวกคุณจะรังเกียจไหม ถ้าผมจะชวนพวกคุณไปทานกาแฟด้วยกันหน่อย ผมมีสูตรพิเศษอยากให้ลองเทสต์ น่ะครับ"

จอมใจและกุลยิ้มตาวาววับ ขณะที่แก้วใสอึกอักจะปฏิเสธ จอมใจรู้แกวชิงขอเวลานอกปรึกษากันสักครู่...ว่าแล้วจอมใจก็ดึงแก้วใสและกุล ออกไปมุมหนึ่ง

"เธอไปโกหกเขาแบบนั้นทำไมกันจอม" แก้วใสเปิดฉากสีหน้าเป็นกังวล

"ไม่ได้โกหกสักหน่อย แต่ช่วยรักษาหน้าเขาต่างหาก ไม่ธรรมดานะนายคนนี้ ไปทำการบ้านเรื่องสาวที่จุ๊บกันแป๊บเดียวมามากขนาดนั้น ท่าจะสนใจเพื่อนเรามาก"

"บ้า...ไม่หรอก มันก็แค่..."

"โอเคๆ ไม่พูดเรื่องเขาสนใจเธอก็ได้ ว่าแต่เธอน่ะสนใจเขาชัดๆ ไม่ต้องมาปฏิเสธเลย นี่แก้ว นายชัชวินนั่นน่ะเขาอุตส่าห์ไปสืบเสาะเรื่องของเธอมาซะดีขนาดนั้น"

"แม้ จะสืบผิดคนก็เถอะ" กุลแทรกเร็วจี๋

"แต่ขืนไม่รับสมอ้าง ก็ไม่รู้ว่าหน้าแตกแล้วจะหนีหายไปเลยรึเปล่า แล้วเธอจะไม่เสียดายเหรอ"

แก้ว ใสฟังแล้วอึ้งเถียงไม่ออก จอมใจจึงว่าต่อ

"โอกาสดีๆไม่ได้มีตลอดนะ จ๊ะ ลองทำความคุ้นเคยกันไปก่อนสิ ดูว่าชายในฝัน พอรู้จักกันจริงๆแล้วจะเป็น ยังไง ถ้าเขาเป็นคนใช้ได้ พอเธออธิบายความจริงไป เขาต้องเข้าใจแน่"

"นอกจาก ว่าเธอจะไม่ได้สนใจเขาแล้ว"

แก้วใสนิ่งคิด ที่เพื่อนทั้งสองพูดมาก็มีเหตุมีผล จึงไม่คัดค้านอะไรอีก จากนั้นสามสาวก็เดินกลับมาหาชัชวินที่ยังยืนรออยู่

"ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ ที่แก้วกับกุลไปด้วยไม่ได้ ต้องรีบกลับไปทำรายงานเรื่องอาหาร ยังไงฝากดูแลจอมเขาด้วยนะคะ" จอมใจตัวจริงพูดจ้อ

"ยินดีเลยครับ แต่โอกาสหน้าพวกคุณต้องไปด้วยกันนะครับ"

สองสาวรับคำ แล้วอดกระเซ้าแก้วใสไม่ได้ว่า อย่าลืม มาเล่าให้ฟังด้วยว่าคุณชัชโฆษณาสยามธารายังไงบ้าง ว่าแล้วสองสาวก็ชิ่งไปทันที ทิ้งแก้วใสยืนเงอะงะเก้อเขิน

"น้องจอม ครับ ไปกันเถอะครับ"

แก้วใสไม่มีทางเลือก ยิ้มฝืดๆให้เขาก่อนเดินเคียงคู่ กันไป จอมใจและกุลหลบแอบดูอยู่ไม่ไกล กุลเห็นหน้าแก้วใสแล้วขัดใจจริงๆ แต่จอมใจบอกกุลให้เห็นใจเพื่อนหน่อย เพิ่งเคยออกเดทครั้งแรก แบบเซอร์ไพรส์ซะด้วย

"เฮ้อ...จะรอดไหมนะ ยัยแก้วเอ๊ย" กุลถอนใจ มองตามลุ้นๆ

ชัชวินเปิดประตูรถให้แก้วใส เข้าไปนั่ง พอเห็นเธอนั่งเกร็งก็มองยิ้มๆ

"นั่งถนัดเหรอครับน้องจอม เลื่อนเบาะหน่อยดีไหมครับ"

แก้วใสคลำหาที่เลื่อนเบาะ ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ชัชวินจึงอาสาเลื่อนให้ ช่วงนี้เองใบหน้าของเขาโน้มใกล้เธอมาก มากจนแก้วใสใจเต้นตูมตามและเขินอายหน้าแดง ชัชวินแอบยิ้มแล้วขับรถออกไป ส่วนจอมใจและกุลเดินไปลานจอดรถ ซึ่งรถคันหรูของจอมใจจอดอยู่

"จอม เธอว่าปล่อยยัยแก้วไปกับนายคุณชัชวินอย่างนี้ มันไม่ไวไปหน่อยเหรอ"

"เธอ ไม่เห็นแววตายัยแก้วเวลามองอีตาคุณชัชเหรอ หวานจนน้ำตาลเรียกแม่ขนาดนั้น เราก็ต้องช่วยเพื่อนเราหน่อยดิ...ฝึกงานน่ะมันไม่กี่เดือนเองนะ ไม่ไปตอนนี้แล้วจะไปตอนไหน อีกอย่างยัยแก้วน่ะ ถึงจะเรียบร้อยสุดในแก๊งเรา แต่ก็ต้องเอาตัวรอดได้ ไม่เสียชื่อแก๊งสามสาวของเราหรอก"

"เฮ้อ ฉันล่ะเชื่อเธอจริงๆเลยจอม" กุลส่ายหน้าระอา จอมใจกลับยักคิ้วกวนๆให้เพื่อน พอดีมือถือจอมใจดัง พ่อของเธอโทร.มานั่นเอง พ่อชวนจอมใจกลับมาทานอาหารฝีมือพ่อ แต่จอมใจอยากแสดงฝีมือเอง ขอให้พ่อรอชิมฝีมือนักศึกษาฝึกงานของสยามธาราดีกว่า...พอวางสายจากพ่อแล้ว จอมใจหันมาถามกุลว่าวันนี้รีบกลับหรือเปล่า  ถ้าไม่รีบก็ไปธุระด้วยกันหน่อย

"ไป ไหนเหรอ" กุลสงสัย แต่จอมใจยิ้มนิดๆ ไม่ยอมตอบ...

ooooooo

ทศ วินเปลี่ยนชุดเตรียมตัวกลับบ้าน แต่พอเขาหันออกจากล็อกเกอร์ส่วนตัวก็เห็นเชฟเต่ายืนมองเขาอยู่

"มี อะไรเหรอครับเชฟ"

"ฉันมีเรื่องอยากจะถามอะไรนายหน่อย ฉันอยากรู้ว่านายเป็นใครกันแน่ ทำไมนายถึงสนิทสนมกับร้านอาหารไฮโซจนถึงขนาดเขายอมแบ่งน้ำสต๊อกมาให้"

"ผม มีวิธีของผมแล้วกัน"

เชฟเต่าชักหงุดหงิด เดินเข้ามาจ้องหน้าเอาเรื่อง

"วิธีอะไรไหนบอกมาซิ"

ผมคิดว่าคงไม่จำเป็น ในเมื่อผมสามารถรับผิดชอบงานได้ เท่านี้มันก็น่าจะพอแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมไปล่ะ" ทศวินคว้ากระเป๋าเดินออกไป เชฟเต่าเดินเข้ามาขวางสีหน้าไม่พอใจ

"ฉัน จะเตือนนายไว้ก่อนนะ นายอย่าคิดว่านายแน่กว่าฉัน อย่าลืมว่ายังไงนายก็เป็นแค่ซูเชฟ แต่ฉันเป็นเชฟมือหนึ่งของที่นี่ ถ้าคิดจะมาเลื่อยตะหลิวเจาะกระทะทำให้ฉันตกกระป๋องล่ะก็ ฝันไปเถอะ"

"คน เราถ้าตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแทนที่เราได้หรอก"

ทศวินพูดจบก็เดินออกไป ทันที เชฟเต่าได้แต่หันรีหันขวางหมั่นไส้เหลือกำลัง

ฝ่ายชัชวินที่พา แก้วใสซึ่งเขาเข้าใจผิดว่าเป็นจอมใจไปยังร้านกาแฟหรูแห่งหนึ่ง ชัชวินนำเสนอกาแฟหลายชนิดให้เธอชิม ตามด้วยเค้กอร่อยขึ้นชื่อของร้าน แก้วใสชิมทุกอย่างแล้วชมเปาะว่าอร่อยมากๆ โดยเฉพาะเค้ก

"น้องจอมไม่ เหมือนผู้หญิงคนอื่น เอ่อ ผมหมายถึงญาติๆของผมน่ะครับ ปกติจะทานเค้กกันแบบกลัวๆ แบบว่ากลัวอ้วนน่ะครับ"

"ก็มันอร่อยนี่คะ ของอร่อยๆเราก็ต้องกินให้อร่อย จะไปฝืนไว้ไม่ได้หรอกค่ะ แล้วฉันก็ไม่กลัวอ้วนหรอก วันๆนึงใช้พลังงานเยอะ ต้องทำงานหนักตั้งหลายอย่าง เอ่อ ฉัน

หมายถึงทำอาหารน่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าฉันต้องไปทำงานอย่างอื่นหรอกนะคะ"

ชัชวินเห็นมุมปากของเธอ เลอะเค้ก เขาอมยิ้ม แต่แก้วใสเกิดระแวง กลัวเขาจะจับได้ว่าเธอไม่ใช่คุณหนูจอมใจตัวจริง

"คุณไม่เชื่อเหรอคะ ที่ฉันบอกว่าต้องทำอาหาร"

"เปล่าครับ...คือ...ขนาดเค้กเลอะปากยังน่า รักเลย" ชัชวินหยิบทิชชูส่งให้ แก้วใสยิ่งเขินอายจนหน้าแดง...

ooooooo

จอมใจพากุลมาเป็นเพื่อนซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกตเพื่อนำกลับไปทำอาหารมื้อเย็นให้พ่อแม่ ขณะสองสาวซื้อไปคุยไป ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นเชฟทศกำลังเลือกของอยู่อีกด้าน สองสาวหลบๆแอบมอง จนกระทั่งทศวินเป็นฝ่ายหันมาเห็น จึงพูดรู้ทันว่าพวกเธอแอบมองเขาอยู่ แต่จอมใจทำไขสือว่า

"เปล่าซะหน่อย ฉันกำลังรีบซื้อของกลับไปทำกับข้าวที่บ้าน จะมามัวแอบมองคุณให้เสียเวลาทำไม จริงไหมกุล"

กุลไม่อยากโกหก ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

"ช่างเถอะ ยังไงก็ถือว่าดีแล้วที่เธอขยันทำอาหารขนาดนี้ เพราะเหลือแค่เธอคนเดียวที่ฉันยังไม่ให้ผ่านการประเมินผลเบื้องต้น"

"หมายความว่าไงคะเชฟ เหลือแค่ฉันคนเดียว"

"กุลกับแก้วใสแสดงฝีมือในการทำออเดิร์ฟได้ดีมาก ฉันเลยให้ผ่านเบื้องต้น ถือเป็นคนฝึกงานของครัวสยามธาราเต็มตัวแล้ว"

"ขอบคุณ ขอบคุณมากค่ะเชฟ" กุลดี๊ด๊าดีใจ แต่พอเห็นสีหน้าจอมใจก็นึกได้ "โทษที เผลอไปหน่อย"

"แต่สำหรับเธอ เธอยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือเลย" ทศวินพูดตรงๆ ทำเอาจอมใจแทบของขึ้น

"แล้วที่ฉันบากหน้าไปหาน้ำสต๊อกกับคุณล่ะ แล้วฉันก็เป็นคนเอากลับมาปรุงด้วย"

"แค่ทำตามสูตรของฉัน นั่นเป็นการพิสูจน์ตัวเองแล้วเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันจะได้เลิกสอน เพราะถ้าแค่เลียนแบบแล้วผ่าน ใครๆก็ทำได้กันทั้งนั้น"

"ไม่ต้องเลียนแบบคุณ ฉันจะทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ก็ได้ค่ะเชฟ ฉันจะต้องหาทางทำให้เชฟยอมรับในการทำอาหารของฉันด้วยฝีมือฉันเองให้ได้ ไม่เชื่อก็คอยดู" จอมใจสีหน้ามุ่งมั่นมากๆ แต่กุลออกจะห่วงเพื่อนรัก อดเตือนไม่ได้ขณะขึ้นรถกลับบ้าน
"เธอไปพูดอย่างนั้นทำไมจอม รู้ๆอยู่ว่านายเชฟกระทะเหล็กเขาโหดจะตาย ทำอย่างนี้ก็เหมือนกับท้าทายเขาด้วยนะ"

"เธอไม่เป็นฉัน เธอไม่เข้าใจหรอกกุล ว่าการโดนดูถูกมันเป็นยังไง คอยดูเถอะ ยังไงฉันก็ต้องผ่านด่านมหาหินของอีตาเชฟโหดให้ได้"

ooooooo

ชัชวินพาแก้วใสที่เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือจอมใจกลับมาส่งที่โรงแรมในตอนค่ำ

"คราวหน้าถ้าน้องจอมจะไปไหนไม่ต้องเอารถมาเองนะครับ บอกพี่ เดี๋ยวพี่ไปรับไปส่งถึงบ้านเลย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไงครับ"

"ขอบคุณค่ะ งั้นจอม...ไปก่อนนะคะ"

"ครับ...บายครับ"

แก้วใสหันมาโบกมือตอบเขินๆ แล้วแกล้งเดินไปยืนที่รถสปอร์ตคันหนึ่ง รอจนชัชวินขึ้นรถขับออกไป ถึงได้ผละออกมา...

ฝ่ายจอมใจที่กลับไปแสดงฝีมือทำอาหาร เสร็จแล้วจอมใจนั่งกินกับพ่อแม่ เธอกินเอาๆด้วยอารมณ์เคืองแค้นเชฟทศ จนแม่ต้องเตือนลูกสาวกินช้าๆก็ได้ เดี๋ยวข้าวติดคอกันพอดี

"ไม่ได้หรอกค่ะแม่ ชั่วโมงวิกฤติอย่างนี้หนูต้องกินอาหารไปเลี้ยงสมองเยอะๆ"

"เฮ้อ เราก็ไม่น่าไปท้าเขาเลยนี่ลูก ดูซิ เสร็จแล้วตัวเองก็ต้องมาเครียด เพราะไม่รู้จะทำยังไง"

"แม่คะ หนูไม่ได้ท้านะคะ เขาต่างหากที่จงใจแกล้งหนู มีที่ไหนให้แก้วกับกุลผ่าน แต่หนูคนที่ลำบากตามเขาไปหาน้ำสต๊อกกลับไม่ผ่านอยู่คนเดียว"

"แต่พ่อว่าที่เขาพูดก็มีเหตุผลนะ ลูกไปช่วยเขาเพราะมันเป็นหน้าที่"

"และเพราะว่าหนูมีน้ำใจด้วยค่ะ"

"แต่มันก็ไม่เกี่ยว น้ำใจก็ส่วนน้ำใจ เรื่องการทดสอบความสามารถของเรามันคนละเรื่องกัน เชฟที่เก่งน่ะ ก็ต้องมีสไตล์ของตัวเอง"

"โอเคค่ะ สรุปว่าคนรอบข้างหนูทุกคนลงคะแนนให้ อีตาเชฟกระทะเหล็กกันหมด งั้นหนูจะทำให้ดูว่าคนอย่างจอมใจก็แน่เหมือนกัน" จอมใจพูดหน้าง้ำ...พ่อกับแม่แอบยิ้มให้กันขำๆลูกสาว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขณะสามสาวเข้าครัวล้างผักกันอย่างขะมักเขม้น เชฟเต่าเข้ามาบอกว่ามีลูกค้าอยากชิมฝีมือพวกเธอ สามสาวแปลกใจว่าใครกัน แล้วครู่ต่อมาพวกเธอก็แอบออกไปมองหา จึงได้เห็นเต็มตาว่าลูกค้าก็คือพวกลลิลนั่นเอง

ลลิลมาพร้อมนิลรัตน์และข้าวปุ้น จุดประสงค์ก็คือต้องการกลั่นแกล้งพวกจอมใจที่ได้มาฝึกงานในโรงแรมดัง

ห้าดาว ขณะที่พวกตนต้องไปฝึกงานในโรงแรมระดับสามดาว ข้าวปุ้นนั้นไม่ค่อยเต็มใจมาเท่าไหร่ แต่เขาก็ขัดลลิลไม่ได้ ข้าวปุ้นจึงออกจะนั่งหวาดๆกังวล ไม่อยากให้ลลิลกับนิลรัตน์ เล่นแผนสกปรกกับพวกจอมใจเลย

พวกจอมใจเห็นพวกลลิลก็ระวังตัวแจเหมือนกัน มั่นใจว่าพวกนี้ไม่มาดีแน่ แต่ถึงยังไงพวกเธอก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต้องทำอาหารส่งออกไปให้ลูกค้า...ขณะนั่งรออาหารอยู่นั้น ลลิลเอาตลับที่ใส่แมลงสาบขึ้นมาเปิดดู เผอิญชัชวินซึ่งนั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆเห็นเข้าพอดี ชัชวินแปลกใจว่าสาวเจ้าจะทำอะไร จึงจับตามองเธอตลอดเวลา กระทั่งบริกรเอาอาหารมาเสิร์ฟ ลลิลฉวยโอกาสหย่อนแมลงสาบลงในถ้วยซุป ชัชวินตกใจมากรีบเดินมาเฉียดชนจนถ้วยซุปหก แล้วกำแมลงสาบเอาไว้ในมือ ส่วนลลิลกับนิลรัตน์มัวแต่ปลื้มในความหล่อของชายหนุ่ม จึงลืมเรื่องแมลงสาบไปชั่วขณะ

จากนั้นชัชวินตรงดิ่งเข้าไปหาพวกจอมใจในครัว เรียกแก้วใสเป็นจอมใจตามที่ตนเข้าใจ แก้วใสชะงักเล็กน้อย แต่แล้วก็ปั้นยิ้มรับสมอ้างเป็นจอมใจต่อไป โดยมีจอมใจตัวจริงกับกุลยืนยิ้มๆมองอยู่

"สวัสดีค่ะ คุณชัชวินมีอะไรให้ช่วยเหรอคะ"

"เมื่อกี้พี่เห็นลูกค้าแกล้งเอาแมลงสาบใส่ถ้วยซุป เลยจะมาเตือนในครัวว่าช่วยระวังตัวด้วยน่ะครับ"

สามสาวมองหน้ากันทันที จอมใจอยากรู้ว่าลูกค้าคนไหน ชัชวินจึงอธิบายว่าเป็นผู้หญิงสองคน ผู้ชายหนึ่ง แต่ดูจะอ้อนแอ้นกระเดียดไปทางผู้หญิงซะมากกว่า...สามสาวฟังแล้วรู้ทันทีว่าเป็นลลิล นิลรัตน์ และข้าวปุ้น จึงซุบซิบกันด้วยความโมโห ทำให้ชัชวินสงสัย ถามพวกเธอว่า รู้จักลูกค้ากลุ่มนั้นด้วยหรือ?

"รู้จักสิคะ รู้จักดีมากด้วย" จอมใจเน้นเสียง

"ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยพวกเราไว้ กำลังฝึกงานอยู่ด้วย ไม่งั้นเราแย่แน่ๆ"

"ไม่เป็นไรครับ แต่อย่าลืมนะว่าน้องจอมติดพี่แต้มนึง"

แก้วใสสะอึกที่ชัชวินมาไม้นี้ จอมใจได้ทีรีบเสนอหน้าทันที

"ไม่ต้องห่วงค่ะ แก้วจดไว้ให้แล้ว เอาไว้จะให้จอมเขาชดใช้ให้ทีหลังนะคะ"

แก้วใสหมั่นไส้แอบหยิกเอวจอมใจ แล้วพอชัชวิน กลับออกไป แก้วใสก็เล่นงานจอมใจต่อ

"เรื่องอะไรไปรับปากเขาอย่างนั้น"

"อ้าว ไม่ดีเหรอ เธอจะได้มีเรื่องไปเดตกับคุณชัชอีกไง นี่ฉันช่วยเธอนะเนี่ย ยังจะมาโมโหใส่อีก ทำคุณบูชาโทษชัดๆ"

"เอาล่ะๆ เบรกเรื่องผู้ชายไว้ก่อนดีกว่ามั้ย เรามาคิดกันดีกว่าว่าจะจัดการยังไงกับพวกยัยลลิล" กุลแทรกขึ้นมา

"เรื่องแค่นี้สบายมากกุล มานี่มา" จอมใจดึงเพื่อนทั้งสองมาสุมหัววางแผน...หลังจากนั้นอีกครู่เดียว สามสาวก็ ออกไปเผชิญหน้ากับพวกลลิลขณะกำลังจะพากันกลับ จอมใจเอาคืนด้วยการแอบเอาแมลงสาบใส่ในกระเป๋าของลลิล กว่าลลิลจะรู้ตัวก็ช้าไปเสียแล้ว พวกจอมใจล่องหนไปไหนแล้วไม่รู้ ลลิลได้แต่ร้องกรี๊ด เต้นเร่าๆอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ตกตอนบ่าย เพลินจิตลงมาที่ครัวแอบมองทศวินทำอาหารอย่างขยันขันแข็ง เพลินจิตทั้งหงุดหงิดทั้งหมั่นไส้ทศวินมาก หันไปบ่นกับวิชาที่เพิ่งก้าวเข้ามาข้างหลัง

"ฉันไม่เคยเจอใครดื้อด้านเท่าไอ้ทศวินมาก่อนเลย ดูซิ ขนาดเฉดหัวมันมาอยู่ในครัวอย่างนี้ ก็ยังจะบ้าทำอยู่ได้"

"เอาน่ะ เรื่องนี้ผมว่ายังไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก เพราะผมมีเรื่องด่วนกว่านั้น"

"เรื่องด่วนอะไร?"

เรื่องด่วนที่วิชาว่าก็คือเวลานี้คุณยุบลกลับมาถึงโรงแรมแล้ว เพลินจิตจึงกระวีกระวาดออกมารับหน้า แต่ก็ช้ากว่าอัศวินหลานรัก อัศวินประคองคุณยายลงจากรถตู้ เพลินจิตมองหมั่นไส้ แล้วพยายามจะแทรกเข้ามา

"ตายแล้ว จะกลับมาทำไมไม่บอกหนูก่อนล่ะคะคุณแม่ หนูจะได้ไปรับที่สนามบิน"

"เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องทำให้ยุ่งยาก เอาเวลาไปทำงานไม่ดีกว่าเหรอ"

เพลินจิตชะงักหน้าเจื่อน...อัศวินถามเอาใจคุณยายว่าเหนื่อยไหม คุณยายกลับบอกว่าหิวมากกว่าเหนื่อย...

"งั้นเชิญคุณแม่ที่ห้องอาหารดีไหมคะ เดี๋ยวหนูไปสั่งคนให้เตรียมไว้ให้"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้ตาวินพาไปดีกว่า มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ"

เพลินจิตสุดเซ็ง มองตามอัศวินประคองคุณยุบลไปตาขวางๆ

"นี่เขาเห็นหัวฉันบ้างรึเปล่าเนี่ย ดูซิ เอะอะอะไรก็สนใจแต่ไอ้หลานยายนั่น"

"คุณก็รีบไปบอกลูกให้ทำคะแนนบ้างสิ" วิชาแนะนำ

"ฉันพูดจนปากจะฉีกอยู่แล้ว ตาชัชสนใจจะทำซะที่ไหนล่ะ เฮ้อ น่าเบื่อจริงๆเลย" เพลินจิตตบเท้าเดินออกไปด้วยอาการหงุดหงิด วิชาส่ายหน้าเอือมๆก่อนก้าวตาม...

อัศวินพาคุณยายเข้ามานั่งในห้องอาหาร แล้วเรียกพนักงานมารับออเดอร์ ซึ่งคุณยุบลสั่งเมนูประจำ เมื่อเชฟเต่าได้รับออเดอร์จากเด็กก็ตื่นเต้นไม่น้อย จะให้เชฟทศเป็นคนทำอาหารเซ็ตนี้ แต่ทศวินปฏิเสธว่าตนไม่ว่าง ให้คนอื่นทำแทนก็แล้วกัน

"ฉันเป็นหัวหน้านาย ฉันสั่งอะไรนายก็ต้องทำ ถ้าไม่อยากทำก็ลาออกไปซะ ว่าไง ตกลงจะทำไม่ทำ" เชฟเต่ามาไม้นี้ ทศวินเลยพูดไม่ออก ได้แต่ซ่อนความไม่พอใจเอาไว้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:54 น.