ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักปาฏิหาริย์

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

รักปาฏิหาริย์ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ชีวิต ณิชมน ชุติมันต์ มรสุมกระหน่ำหนัก พ่อถูกฆ่าตาย เธอถูกมาเฟียตามล่า จึงตัดสินใจกลับเมืองไทย หวังมาพบญาติ

ระหว่างอยู่บนเครื่อง เธองีบหลับและฝันว่าถูกพวกมาเฟียไล่ล่าเอาชีวิต แต่มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาช่วยเอาไว้แล้วหายตัวไป ทิ้งไว้เพียงผ้าพันคอ เธอสะดุ้งตื่นมองไปรอบๆตัวก็เห็นชายหนุ่มที่นั่งข้างๆมองมาอย่างกรุ้มกริ่ม แล้วเริ่มสานสัมพันธ์เพราะคิดว่า เธอเป็นนักศึกษากลับมาเที่ยวบ้านช่วงปิดเทอม

ณิชมนเห็นท่าทางเขาไม่น่าไว้ใจ เธอแอบสลับแหวนจากมือขวามาใส่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างรวดเร็ว แล้วตอบชายหนุ่มว่า เธอกลับมาแต่งงานพลางชูมือให้ดู

“คู่หมั้นของฉันเป็นตำรวจค่ะ ยิงปืนแม่นแล้วก็ขี้หึงมาก เมื่อเดือนก่อนเราเพิ่งไปเที่ยวเมืองบาธกัน แค่มีผู้ชายมาขอถ่ายรูปฉัน เขาซ้อมนายคนนั้นจนเกือบตาย อุ๊ย อย่าคิดว่า เค้าเป็นคนโหดร้ายนะคะ จริงๆแล้วเค้าเป็นคนไนซ์มากๆดูรูปแล้วคุณจะรู้ คุณจะดูรูปเขาไหมคะ” ณิชมนทำทีจะหยิบรูปจากกระเป๋าขึ้นมาให้ดู

“ไม่เป็นไรครับๆ” ชายหนุ่มปฏิเสธแล้วเฉไฉหันไปทางแอร์โฮสเตส แล้วขอไวน์ดื่ม

ณิชมนหันหยิบหนังสือภาษาอังกฤษเก่าๆเยินๆมาอ่านหาข้อมูลเมืองไทย

เวลาเดียวกันนั้น ม.ร.ว.บุรธัชซึ่งอยู่ในเครื่องบินลำเดียวกัน กำลังคุยกับ ม.ร.ว.รวิภาสน้องชายเรื่องเรียนต่อเพราะพาไปดูมาหลายประเทศแล้ว แต่ไม่ถูกใจน้องชายสักที แถมเจ้าตัวดียังยืนกรานจะไม่ยอมเรียนต่อปริญญาโทอีกด้วย

“แกไม่เรียนต่อโท แล้วแกจะทำอะไร” บุรธัชชักเหลืออด

“ไม่รู้ ยังไม่อยากคิด” รวิภาสตอบพลางหยิบหูฟังขึ้นมาฟังเพลงแล้วหลับตาเหมือนจะหลับไปในทันที

“นายภาส” บุรธัชมองรวิภาสไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

ooooooo

หลังเครื่องลงสนามบินสุวรรณภูมิ ณิชมนแบกกระเป๋าเป้ออกมาพร้อมๆกับกลุ่มผู้โดยสาร เธอมองรอบๆตัวเห็นผู้คนมายืนรอรับญาติกันคับคั่ง แต่ตัวเองกลับยืนนิ่งอย่างโดดเดี่ยว เธอแอบหวังว่าเมื่อได้พบญาติที่อยู่ในเมืองไทยพวกเขาคงยินดีต้อนรับเธอและลืมเรื่องเลวร้ายในอดีตที่พ่อกับแม่ของเธอทำไว้

หญิงสาวเดินใจลอยคิดหาทางออกในชีวิตมาตามทางเดิน ชายสามคนทำทีรีบร้อนพรวดพราดเข้ามาชน เธอเซหนังสือในมือหลุดกระเด็นไป ทั้งสามรีบเข้าประคองพลางขอโทษ ก่อนชิ่งออกไป

รวิภาสเห็นหนังสือหล่นมาตรงหน้า จึงก้มลงเก็บแล้วเดินไปส่งคืนให้อย่างคนมีน้ำใจ บุรธัชตามมาดึงน้องออกไปพร้อมตำหนิ

“ไปยุ่งอะไรกับเรื่องคนอื่น แล้วที่พูดไปเขาฟังรู้เรื่องเหรอ”

“จริงด้วย ท่าทางจะไม่ใช่คนไทย ต้องกลับไปใหม่” รวิภาสจะเดินกลับไปหาณิชมน แต่บุรธัชลากตัวออกไป

ณิชมนมองตามบุรธัชกับรวิภาสอย่างไม่สนใจนัก เธอคลายผ้าพันคอออก แล้วยัดใส่กระเป๋าจึงพบว่ากระเป๋าสะพายถูกกรีดขาด ข้าวของในกระเป๋าและเงินสดหายไปเกลี้ยง เธอตกใจแทบช็อก รีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ถามถึงที่อยู่ เธอกลับลังเลเพราะไม่แน่ใจว่า คุณปู่โชติ ชุติมันต์ จะยังใช้ที่อยู่เดิมอยู่หรือไม่ จึงตัดบทด้วยการเดินเลี่ยงออกไปแล้วพึมพำบอกกับตัวเองให้ฮึดสู้อย่ายอมแพ้

เวลาเดียวกันนั้น บุรธัชพารวิภาสเข้ามานั่งรอเครื่องไปเชียงราย อยู่ในร้านกาแฟของสนามบิน รวิภาสต่อรองกับ

พี่ชายขออยู่เที่ยวกรุงเทพฯสักสองสามวัน แต่บุรธัชไม่ยอม

อ้างว่า ต้องกลับไปทำงาน

“ไร่บุริศราวัณเป็นของเราทั้งสองคน ที่จริงท่านพ่อสร้างไร่บุริศราวัณไว้ให้แกคนเดียวด้วยซ้ำ แกมีหน้าที่สานต่องานของท่าน”

“ผมยกไร่บุริศราวัณให้พี่ธัชไปเลยแล้วกัน พี่ธัชจะได้เลิกกำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตผมซักที จบแล้ว ผมจะเรียนต่อหรือไม่เรียนต่อหรือจะทำงานอะไร ให้ผมเลือกเอง ชีวิตเป็นของผมไม่ใช่เป็นของพี่ธัช”

“คนที่ไม่เคยคิดถึงอนาคตอย่างแกน่ะเหรอจะเลือกชีวิตเองได้ ตราบใดที่แกยังเป็นน้องฉันอยู่ แกก็ต้องทำตามที่ฉันสั่ง” บุรธัชมองรวิภาสอย่างเหนือกว่า

ooooooo

ณิชมนขออาศัยรถจากสนามบินมาลงที่หน้าขนส่ง พลางคิดหาทางไปให้ถึงเชียงราย ครั้นได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุของแม่ค้าขายของที่อยู่บนฟุตปาทก็คิดหาทางได้

เธอขอยืมวิทยุจากแม่ค้ามาเปิดเพลงเต้น และหงายหมวกลงที่พื้นเพื่อหาเงินค่ารถ ผู้คนมามุงดูอย่างสนใจแล้วโยนเงินใส่ลงในหมวกให้ หญิงสาวพอใจในผลงาน เธอนำเงินที่ได้ไปซื้อตั๋วเพื่อเดินทางไปเชียงรายและถามย้ำกับพนักงานว่า รถคันนี้ไปถึงชุติมาศใช่ไหม

“ใช่ค่ะ” พนักงานยืนยัน

ณิชมนสบายใจเดินไปนั่งที่นั่งของตัวเอง ไม่นานนักรถทัวร์กรุงเทพฯ-เชียงรายก็แล่นออกจากท่ารถ

ขณะที่ณิชมนออกเดินทาง บุรธัชกับรวิภาสก็เดินทางถึงบ้านบุริศราวัณเรียบร้อยแล้ว รวิภาสรีบร้อนลงจากรถ บุรธัชรีบตามลงมาถามว่าจะไปไหน

“จะไปซ้อมดนตรี”

“ไปซ้อมดนตรีหรือว่าไปกินเหล้า เมื่อไหร่แกจะเลิกทำตัวเหลวไหลซักที วันๆเอาแต่ไปเที่ยวมั่วสุมกับเพื่อน คนเราเกิดมาต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิต ไม่ใช่ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆอย่างแก” บุรธัชใส่เต็มแม็ก

“การหาความสุขใส่ตัว คือจุดมุ่งหมายในชีวิตของผมไงครับ พี่ธัช” รวิภาสรีบผละออกไปทันที

“คุณชายอย่าเข้มงวดกับคุณภาสนักเลยครับ เด็กวัยรุ่นก็ติดเที่ยวติดเพื่อนอย่างนี้แหละครับ เดี๋ยวเรียนจบก็คงจะรู้จักรับผิดชอบมากขึ้น” ลุงอาจที่มาช่วยถือกระเป๋าเปรย

“นายภาสไม่ใช่เด็กแล้ว ลุงอาจ ตอนที่ฉันต้องกลับมาดูแลไร่ที่นี่ ฉันอายุน้อยกว่ามันด้วยซ้ำ ไม่ต้องมีใครคอยจ้ำจี้จ้ำไชสั่งสอน ฉันก็รู้จักหน้าที่ของตัวเอง แต่นายภาสนี่ ขนาดมีฉันควบคุมดูแลอยู่ มันยังทำตัวไร้แก่นสารได้ขนาดนี้ ฉันถึงปล่อยมันไม่ได้ยังไงล่ะ”

ด้านรวิภาสเมื่อหลบพี่ชายออกมาได้ ก็มาสมทบกับเพื่อนๆที่ถนนคนเดิน เพื่อเล่นดนตรีเปิดหมวกขอรับบริจาคนำเงินไปสร้างโรงเรียนให้กับเด็กๆในชนบท กันต์คู่หูของรวิภาสนำกล่องออกไปเดินรับบริจาคอยู่พักใหญ่แต่ยังไม่ได้ยอดตามเป้า จึงกลับมาเกี่ยงให้รวิภาสออกไปบ้าง เพราะคงได้เงินจากสาวๆเพียบและอีกอย่างรวิภาสก็เป็นประธานชมรมต้องทำได้ทุกอย่าง

รวิภาสจำใจเดินถือกล่องบริจาคออกขอรับเงิน กลุ่มสาวๆรีบควักเงินส่งให้ มีทั้งเหรียญทั้งแบงก์ แล้วรวิภาสก็ชะงักเมื่อเห็นแบงก์พันกำลังจะหย่อนลงกล่อง เขามองเจ้าของเงิน เมื่อเห็นเป็น ม.ล.พิมพ์นฤมล หรือนมล ลูกสาวเจ้าของไร่คู่ปรับก็เบี่ยงตัวหลบ ไม่ให้เธอบริจาค

“ไม่ต้องพยายามเลยนะ ต่อให้เธอบริจาคกี่พันกี่หมื่น ฉันก็ไม่ให้เธอเข้าชมรมของฉัน ใครที่จะมาอยู่ชมรมฉันจะต้องเป็นคนที่ต้องการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมจริงๆไม่ใช่เข้ามาเพื่อเอาคะแนนกิจกรรม ไปข้างหน้าเลย ไป” รวิภาสเดินหนีไป

นมลยืนเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันหันมาบอกกับมีนเพื่อนซี้ว่า เธอต้องเข้าชมรมค่ายอาสาให้ได้ มีนนึกสงสัยจึงล้อว่ามีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า เพราะทั้งสวยทั้งเก่งอย่างนมลจะเข้าชมรมอะไรก็ได้ นมลรีบปฏิเสธและพยายามเก็บพิรุธ

ooooooo

ดึกแล้ว ผู้โดยสารในรถพากันพักผ่อน เหลือเพียงณิชมนที่ยังนั่งเหม่อ ถือรูปถ่ายครอบครัวในมือ เพราะเป็นภาพถ่ายตอนที่เธออายุห้าหกขวบและเป็นภาพสุดท้ายในเมืองไทย เพราะหลังจากนั้นพ่อก็พาเธอกับแม่ไปอยู่อังกฤษแล้วต่อมาณัชชาแม่ของเธอก็ป่วยเป็นมะเร็งต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด แต่ไม่สำเร็จ

ณัชชาเองก็รู้ตัวว่าคงไม่รอดแน่ เธอหยิบสร้อยคอมีล็อกเกตมาสวมให้ณิชมน พลางกำชับ

“สร้อยเส้นนี้เป็นของคุณยาย เก็บไว้ให้ดีนะลูก แล้วที่อยู่ของคุณปู่ที่แม่จดไว้ให้ ก็อย่าได้ทำหายเชียวนะ ถ้าหากว่ามีอะไรเกิดขึ้น ให้ลูกกลับไปหาคุณปู่ที่เมืองไทย”

“แม่อย่าพูดเป็นลางอย่างนี้ซิคะ ยังไงแม่ก็ต้องหาย ถึงทำคีโมครั้งนี้จะไม่ได้ผล แต่ครั้งหน้าจะต้องได้ผลแน่ๆ”

“แม่จะไม่กลับไปหาหมออีกแล้ว เสียเงินเสียทองโดยเปล่าประโยชน์สู้เก็บเงินให้ลูกเรียนต่อดีกว่า”

“ณิชเรียนต่อเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ชีวิตแม่สำคัญกว่า เราติดต่อกลับไปหาคุณยายดีไหม ถ้าท่านรู้ว่าแม่เจ็บหนักท่านต้องส่งเงินมาช่วยแน่ๆ”

“คุณยายตัดขาดแม่ไปแล้ว แม่เองก็ไม่มีหน้าไปขอความช่วยเหลือจากคุณยายของลูก แม่ทำผิดกับท่านไว้มากเหลือเกิน คุณยายเป็นคนใจแข็ง พูดคำไหนคำนั้น ท่าน

ไม่มีวันยกโทษให้แม่แน่ๆ แต่คุณปู่รักพ่อของลูกมาก แม่เชื่อว่า คุณปู่จะต้องรอพ่อของลูกอยู่และท่านก็ต้องยอมรับลูกเป็นหลานแน่ๆ” ณัชชาน้ำตาคลอ

“ณัชชา ดูซิผมได้อะไรมา” ชยทัตเดินเข้ามาหาแม่ลูกพลางชูกล้องถ่ายรูปให้ดู

“ได้มาจากวงโป๊กเกอร์ใช่ไหมล่ะพ่อ” ณัชชาต่อว่าสามี

“ได้มาจากไหนก็ช่างน่า มาๆมาถ่ายรูปกัน แม่เขาบ่นว่า บ้านเราไม่ค่อยถ่ายรูปเก็บไว้เลย” ชยทัตตัดบทเดินไปขอให้ฝรั่งที่เดินผ่านมาถ่ายรูปครอบครัวให้ และนั่นก็เป็นรูปถ่ายครอบครัวรูปสุดท้าย เพราะหลังจากนั้นไม่นานณัชชาก็จากไป

หลังพิธีศพของณัชชาผ่านพ้นไป ณิชมนชวนชยทัต

กลับเมืองไทยเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่เขาไม่ยอม เพราะเคยสัญญากับตัวเองไว้ว่า สร้างเนื้อสร้างตัวได้เมื่อไหร่ถึงจะกลับไป แต่ตอนนี้เขากลายเป็นคนขี้แพ้เป็นผีพนันและที่เลวร้ายกว่านั้นคือเขาไม่น่าพาณัชชาหนีมาด้วยกันจนเธอต้องมาตาย

“พ่อทำดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ แม่เคยบอกว่า แม่มีความสุขทุกวันที่ได้อยู่กับพ่ออยู่กับณิช แม่เสียใจอยู่เรื่องเดียวที่ไม่มีโอกาสได้พบคุณยายอีกซักครั้ง ณิชก็เลยอยากกลับเมืองไทย ณิชอยากไปกราบขอโทษคุณยายแทนแม่”

“พ่อก็อยากกลับไปกราบขอโทษคุณยายของลูกเหมือนกัน รออีกหน่อยนะลูก รอให้พ่อเก็บเงินได้ซักก้อน แล้วเรากลับไปตั้งตัวใหม่ที่เมืองไทย ถึงจะกลับไปสู้หน้าคุณปู่ได้ ลูกไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกนะ ลูกยังมีครอบครัวอยู่ที่เมืองไทย ลูกมีคุณปู่โชติ มีคุณยายนวลแข”

“คุณปู่โชติ คุณยายนวลแข...” ณิชมนเปิดล็อกเกตรูปไข่ล้อมมุกที่ห้อยคอออกดู เห็นมีรูปณัชชากับนวลแขอยู่

“พ่อจะพาลูกกลับไปหาครอบครัวของเรา พ่อให้สัญญา” ชยทัตโอบไหล่ณิชมนไว้

แต่ชยทัตไม่อาจทำตามคำสัญญาได้ เขาถูกพวกมาเฟียฆ่าตายเพราะติดหนี้พนัน เพื่อนบ้านรีบดึงณิชมนท่ีจะเข้าไปดูศพพ่อออกมาด้วยกลัวว่าเธอจะถูกพวกมาเฟียจับตัวไป และอาสาจะจัดการเรื่องศพของชยทัตให้เอง

ณิชมนนั่งถอนใจอยู่บนรถทัวร์คำสั่งเสียสุดท้ายของแม่ดังแว่วมา

“ถ้าแม่ไม่อยู่แล้วกลับไปหาคุณปู่นะลูก ไปหาคุณปู่ก่อน ให้คุณปู่ยอมรับลูกก่อน แล้วคุณยายคงจะยอมรับลูกเอง ถ้าได้พบคุณยายเมื่อไหร่ บอกท่านว่า แม่เสียใจที่ทำให้ท่านผิดหวัง... แม่เสียใจจริงๆ”

ณิชมนสูดลมหายใจฮึดสู้อีกครั้งด้วยความมุ่งมั่นเกินร้อย

เวลาเดียวกันนั้น บุรธัชยืนมองรูปถ่ายครอบครัวและนึกถึงคำสั่งเสียของบริพัตรผู้เป็นพ่ออยู่เช่นกัน

“ถ้าพ่อเป็นอะไรไป ฝากนายภาสด้วยนะ รับปากสิ นายธัช ถ้าไม่มีพ่อแล้ว แกจะต้องทำหน้าที่แทนพ่อ ดูแลนายภาสให้ดี แล้วก็รักษาไร่บุริศราวัณของเราไว้ให้ได้ รับปากพ่อสิ”

บุรธัชถอนใจพร้อมตั้งคำถามกับตัวเอง “ผมจะต้องทำหน้าที่แทนท่านพ่อไปอีกนานแค่ไหนครับ”

ooooooo

เช้าวันใหม่ พนักงานเข้ามาปลุกณิชมนที่กอดกระเป๋านอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวในรถ หญิงสาวสะดุ้งตื่นร้องถามพนักงานว่าถึงชุติมาศแล้วหรือ พนักงานว่า เลยมาแล้วเพราะรถมาสุดสายที่เทพสุธา

“แล้วชุติมาศไกลจากที่นี่มากไหมคะ แล้วฉันต้องต่อรถอะไรไป ไปต่อรถที่ไหน ค่ารถเท่าไหร่”

“ก็ไกลเหมือนกันนะคุณ ไม่ค่อยมีรถผ่านไปแถวนั้น ถ้าคุณจะไปต้องเหมารถสองแถวไป ไม่น่าเกินสามร้อยหรอกคุณ” พนักงานเดินจากไป ทิ้งให้ณิชมนนั่งอึ้งเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเงินแค่สี่สิบบาท

ณิชมนตัดสินใจเดินแบกกระเป๋าเป้ตามถนนพลางยกนิ้วโป้งโบกเรียกรถเป็นระยะๆ แต่ไม่มีใครจอดรับ เธอเริ่มเหนื่อยอ่อนและท้อแท้แต่คิดถึงคำสอนของพ่อดังขึ้นมา “คุณปู่ตั้งชื่อพ่อว่า ชยทัต แปลว่า ผู้มีชัยชนะ แต่พ่อไม่เคยชนะอะไรเลย ชีวิตพ่อมีแต่ความล้มเหลว อย่าเป็นเหมือนพ่อนะณิช ไม่ว่าจะเจอความยากลำบากแค่ไหน ลูกจะต้องไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ลูกจะต้องสู้ถึงที่สุดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย” ณิชมนฮึดลุกขึ้นอีกครั้ง เธอควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อ แบงก์ยี่สิบติดขึ้นมาปลิวหลุดมือไปที่กลางถนน

ณิชมนรีบตามตะครุบคว้าเงินได้ทันแล้วพบว่าตัวเองยืนอยู่กลางถนน เป็นเวลาเดียวกับที่รถของบุรธัชแล่นเข้ามาด้วยความเร็ว หญิงสาวตกใจยืนตัวแข็ง แต่โชคดีที่บุรธัชเบรกรถได้ทัน เขารีบลงมาต่อว่าเธอ

ณิชมนเริ่มได้สติ เธอขอโทษชายหนุ่มและอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องวิ่งออกมา แต่กลับถูกเข้าใจผิดว่า เป็นพวกต้มตุ๋นแกล้งกระโดดให้รถชนเพื่อเรียกร้องค่าทำขวัญ บุรธัชตรงเข้าจับแขนณิชมนจะพาตัวไปส่งตำรวจ ณิชมนดิ้นรนหลุดออกมาแล้วเอากระเป๋าสะพายฟาดใส่จนบุรธัชมึนก่อนวิ่งหนีไป

สาวเจ้าวิ่งหน้าตื่นแบกกระเป๋าเป้หนีมาถึงศาลาริมถนน รถกระบะแล่นมาจอดตรงหน้า ดำเกิงลงมาถาม

“ประนอมใช่ไหม นัดไว้เจ็ดโมงเช้าไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่มาให้มันตรงเวลา ฉันวนรถมาดูไม่รู้กี่รอบแล้ว ไปๆไปขึ้นรถ คุณผู้หญิงรออยู่”

“คุณผู้หญิง” ณิชมนยืนงง

“เออ คุณผู้หญิงโทร.มาตามไม่รู้กี่ครั้งแล้ว รีบๆ ขึ้นรถซะไป” ดำเกิงดึงกระเป๋าเป้จากณิชมนโยนใส่ท้ายรถ

ณิชมนจะอธิบาย แต่หันเห็นรถบุรธัชแล่นตามมาไกลๆ จึงตัดสินใจขึ้นรถไปกับดำเกิงทันที

ooooooo

ดำเกิงพาณิชมนมาที่บ้านสรณาลัยพลางอธิบายความเป็นมา

“ตอนแรกๆที่นี่เรียกว่าบ้านนวพรรษ ตามนามสกุลเจ้าของบ้าน แต่คุณผู้หญิงเปลี่ยนชื่อมาเป็นบ้านสรณาลัย เพื่อเป็นที่ระลึกถึงคุณชายนฤสรณ์ ท่านเสียไปหลายปีแล้ว คุณผู้หญิงทำใจอยู่นาน ดีที่คุณผู้หญิงยังนึกถึงคุณนมลกับคุณพันสร ไม่งั้นอาจจะหนีไปบวชชีแล้วก็ได้ ที่จริงคงเป็นเพราะคุณพรพรรณมากกว่าที่ทำให้คุณผู้หญิงได้สติ เออ เธอก็น่าจะรู้แล้วว่า ที่บ้านนี้มีใครบ้าง คุณผู้หญิงสัมภาษณ์เธอทางโทรศัพท์ไปแล้วนี่ เธอนี่โชคดีจริงๆ สัมภาษณ์แค่ครั้งเดียวก็ได้งานเลย คงมีแต่คุณผู้หญิงคนเดียวมั้งท่ีรับคนเข้าทำงานง่ายๆอย่างนี้” ดำเกิงหัวเราะเบาๆพลางเดินนำณิชมนเข้าบ้าน

ณิชมนได้แต่พึมพำว่างานอะไร และเมื่อเข้ามาถึงก็ได้ยินเสียงพรพรรณต่อว่าพรรณอรพี่สาว เพราะไม่พอใจที่รับแม่บ้านใหม่โดยไม่ปรึกษา พรรณอรว่า เธอหวังดีเพราะเห็นพรพรรณบ่นว่างานล้นมือทำไม่หวาดไม่ไหว ทั้งงานดูแลบ้าน ดูแลหลานแล้วก็ยังงานที่ไร่อีก ก็เลยหาแม่บ้านมาช่วยแบ่งเบาภาระ

“พี่อรต่างหากที่ควรจะเป็นคนช่วยแบ่งเบาภาระของพร พี่อรเป็นเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของธุรกิจทุกอย่างของสรณาลัย เป็นแม่ของนมลกับพันสร” พรพรรณโต้กลับ

“โอ๊ย ไม่ได้หรอก พี่ก็มีงานของพี่ที่จะต้องทำ ไม่มีเวลาช่วยงานเธอหรอก”

“พี่อรเขียนหนังสือปีละเล่ม จะใช้เวลาซักแค่ไหนเชียว แล้วพี่อรคิดว่าจ้างแม่บ้านมา ปัญหาทุกอย่างก็จะจบเหรอคะ ปัญหายิ่งมีมากขึ้นน่ะซิไม่ว่า แม่คนนี้เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ถ้าเป็นสายให้โจรจะว่ายังไง วันดีคืนดีมันพาโจรเข้าบ้าน ได้ถูกเชือดคอตายหมดบ้านแน่”

“อุ๊ยๆ พล็อตอันนี้น่าสนใจ นางเอกเป็นนางโจรแล้วปลอมตัวไปทำงานเป็นแม่บ้านในบ้านพระเอก” พรรณอรหลุดปาก แต่พอเห็นสีหน้าน้องสาวก็รีบอ้างต่อว่า แม่บ้านคนนี้อาจารย์ดาวเรืองส่งมา ทำให้พรพรรณพูดไม่ออก แต่ยังไม่วางใจ เธอเรียกหาแฟ้มประวัติของประนอมมาดู เพราะกลัวว่าจะเป็นสายที่บุรธัชส่งมา แต่ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะภาพประนอมตัวจริงในแฟ้มถูกพันสรลูกชายคนเล็กของพรรณอรใช้สีแต่งแต้มจนไม่รู้ว่าเป็นหน้าของใคร

ขณะที่ณิชมนนั่งงงอยู่นั้น ณิชาภัทรอดีตคนรักของบุรธัชที่ถูกคุณย่าส่งตัวมาช่วยงานที่ไร่บุริศราวัณ กำลังเลือกดอกไม้สวยๆ ในไร่ให้รวิภาสที่มาขอความช่วยเหลือ บุรธัช ขับรถผ่านมาเห็นก็หยุดทักทาย และเดาว่าน้องชายตัวดีคงจะนำดอกไม้ไปแจกสาวๆ ณิชาภัทรขยับจะอธิบาย แต่รวิภาสรีบขัดเพราะรู้ดีว่าพี่ชายคงไม่เชื่อ เขารับตะกร้าดอกไม้จากณิชาภัทร แล้วเดินเลี่ยงออกไป บุรธัชสั่งกำชับ

“แล้วเย็นนี้อย่าลืมมาช่วยงานที่แปลงทดลองด้วยล่ะ”

รวิภาสไม่ตอบรับ แต่โบกมือลาโดยไม่หันหน้ากลับมา ณิชาภัทรเห็นใจช่วยพูดแทนรวิภาสเพราะรู้ดีว่าเขาเรียนหนักแค่ไหน แต่กลับโดนบุรธัชย้อนว่า คนอย่างเขาไม่เคยมองอะไรผิด

ณิชาภัทรเซ็งแต่จำต้องเจรจา หวังให้บุรธัชยอมเข้าใจและเปิดโอกาสให้รวิภาสได้เลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง

“ไม่มีใครได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ ขอบคุณที่หวังดี แต่คุณเอาเวลาที่มายุ่งเรื่องนายภาสไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม ผมเลี้ยงนายภาสมา ผมรู้ดีว่า ควรจะจัดการกับมันยังไง”

“นี่คุณหาว่าณิชายุ่งเหรอคะ”

“คุณคิดว่า คุณมีสิทธิ์พูดเรื่องนายภาสกับผมไหมล่ะ”

“ณิชานึกได้แล้วว่า ทำไมณิชาถึงได้เลิกกับคุณ ไม่มีใครเผด็จการ บ้าอำนาจ เอาแต่ใจเท่าคุณอีกแล้ว คุณชายบุรธัช” ณิชาภัทรเดินออกไป ทิ้งให้บุรธัชมองตาม

ooooooo

เมื่อพรรณพรหมดข้อโต้แย้งเรื่องแม่บ้านคนใหม่ นมลก็พาณิชมนมาดูห้องพักซึ่งอยู่ข้างๆ ห้องเธอ เพราะจะได้มาเม้าท์กันตามประสาผู้หญิงได้สะดวก ณิชมนนึกละอายออกตัวว่า เธอเป็นแค่คนใช้คงไม่เหมาะ

“พี่นอมเป็นแม่บ้านค่ะ ไม่ใช่คนใช้ ส่วนคนทำงานในบ้านคนอื่นๆเราก็ถือว่าเป็นลูกจ้าง ไม่ใช่คนใช้ คุณแม่บอกว่า บ้านเราจะต้องไม่แบ่งชั้นวรรณะ แค่มีเงินไม่ได้แปลว่า เราดีกว่าคนอื่น” นมลอธิบาย

“น้าพรบอกว่า คุณแม่เป็นพวกเพ้อเจ้อ” พันสรเข้าแทรกพลางดึงหนังสือภาษาอังกฤษที่เหน็บอยู่ที่กระเป๋าเป้ของณิชมนออกมาพลิกดู ณิชมนร้อนตัวโกหกว่า เธอเก็บได้ในรถทัวร์ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องถามนมลว่า ต้องทำอะไรบ้าง

“เดี๋ยวน้าพรคงจะมาสอนงานพี่นอมเองแหละค่ะ นมล ต้องไปเรียนแล้ว แล้วเดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะคะ” นมลเดินออกแล้วนึกได้หันกลับมา “วันนี้เป็นวันจ่ายตลาดนี่ นมลฝากซื้อคัพเค้กร้านพี่ก้อยหน่อยนะคะ พี่นอมให้พี่ดำพาไป พี่เค้ารู้ว่า ร้านอยู่ตรงไหน นี่ค่ะ รายการซื้อของกับเงิน นมลเตรียมไว้ให้แล้ว นมลหยิบซองเงินบนโต๊ะในห้องส่งให้ณิชมนแล้วลากพันสรออกไปด้วยกัน

ณิชมนนับเงินในซองประมาณห้าพัน แผนหนีไปหาปู่ที่ชุติมาศผุดขึ้นมา เธอแบกกระเป๋าเป้ย่องลงมาจากข้างบนเหลียวซ้ายแลขวากลั้นใจดึงแบงก์พันออกมาจากในซองหนึ่งใบ จากนั้นก็วางซองเงินที่เหลือไว้บนโต๊ะแล้วฉีกกระดาษจากสมุดบันทึกมาเขียนโน้ตถึงนมลทิ้งไว้

ไม่นานนักณิชมนก็มาถึงบ้านชุติมันต์ เธอทำใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจกดกริ่งเรียกคนในบ้าน แสวงคนเก่าแก่ของบ้านเดินมาเปิดประตูรั้วพลางเอ่ยถามว่า มาพบใคร ณิชมนน้ำตารื้นถามหา คุณโชติ ชุติมันต์ แต่คำตอบที่ได้คือ “คุณพบท่านไม่ได้หรอกครับ ท่านเสียชีวิตไปแล้ว”

ณิชมนนิ่งอึ้งแทบล้มทั้งยืน เธอพยายามตั้งสติอ้างกับแสวงว่าเป็นคนของครูดาวเรืองเพื่อจะเข้าไปข้างใน แสวงเชื่อสนิทยอมพาณิชมนเข้าบ้านพลางบอกเล่าเรื่องราว

“คุณโชติเสียไปสามปีแล้วล่ะครับ นั่นรูปคุณโชติกับลูกชายครับ คุณชยทัตลูกชายคนเดียวของท่าน ตั้งแต่คุณชยทัตพาลูกสาวคุณหญิงนวลแขหนีไป คุณโชติก็เจ็บออดๆแอดๆมาตลอด ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร ธุรกิจก็เลยพังพินาศ ขายไร่ขายโรงงานไปหมด เหลือก็แต่บ้านหลังนี้ล่ะครับ ท่านบอกว่าจะเก็บไว้ให้คุณชยทัต ท่านรอลูกชายมายี่สิบกว่าปี ท่านจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้ให้ลูกเนรคุณอย่างนั้นทำไมก็ไม่รู้”

“หนูขออนุญาตอยู่ในนี้ซักครู่ได้ไหมคะ”  ณิชมนน้ำตาเอ่อ

“เชิญตามสบายเลยครับ” แสวงเดินออกไป

ณิชมนเดินไปหยุดอยู่หน้ารูปปู่ เธอพนมมือไหว้ขอโทษที่เธอมาช้าไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน

“เธอเป็นใคร” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น

ณิชมนสะดุ้งหันไปมองเห็นบุรธัชยืนอยู่

“นี่เธอ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” บุรธัชเข้ามายืนประจันหน้ากับณิชมน

ooooooo

พรรณอรเปิดประตูออกมาจากห้องทำงานท่าทางเริงร่าคึกคักเพราะเขียนบทเสร็จได้อย่างไหลลื่น ขณะที่พรพรรณเดินหน้าตาบอกบุญไม่รับเข้ามา บ่นว่าตามหาประนอมจนทั่วแต่ไม่พบ พันสรผ่านมาได้ยิน เด็กชายบอกกับแม่และน้าว่า ประนอมไปจ่ายตลาด

“ไปจ่ายตลาด ใครเป็นคนสั่ง เพิ่งทำงานวันแรกก็ไว้ใจให้เงินไปจ่ายตลาดแล้วเหรอ นี่มันต้องเชิดเงินหนีไปแล้วแน่ๆ บ้านเราซื้อของเข้าบ้านทีละตั้งห้าหกพัน นี่ถ้ามันไม่กลับมาภายในหนึ่งชั่วโมง ฉันจะแจ้งตำรวจจับมัน” พรพรรณท่าทางเอาจริง

เช่นเดียวกับบุรธัชที่กำลังคาดคั้นณิชมนว่า เธอเป็นใครและมาทำอะไรที่นี่ เพราะเข้าใจว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎมาหลอกเงินแสวง ณิชมนฉุนจะบอกว่า เธอเป็นหลานของคุณโชติ แต่ก็เปลี่ยนใจขยับจะเดินหนี บุรธัชรีบคว้าแขนไว้จะพาส่งตำรวจ

“ปล่อยฉันนะ บอกให้ปล่อยยังไงล่ะ” ณิชมนดิ้นรนจะหยิบสเปรย์พริกไทยออกมา แต่บุรธัชรู้ทันจับมือไว้

“ปล่อยฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาจับตัวฉันไว้” ณิชมนโวยวาย

“ก็สิทธิ์ในความเป็นเจ้าของบ้านยังไงล่ะ เธอบุกรุกบ้านฉัน ฉันก็มีสิทธิ์จับตัวเธอส่งตำรวจ”

“คุณโชติต่างหากที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้”

“ฉันซื้อบ้านหลังนี้จากคุณโชติแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของบ้านชุติมันต์แล้ว รู้เอาไว้ด้วย”

ณิชมนหยุดดิ้นรนทันทีอย่างงุนงง ขณะที่แสวงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาถามว่า เกิดอะไรขึ้น

“ยัยนี่เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ฉันจะจับส่งตำรวจ ลุง

แหวงถูกหลอกให้เซ็นอะไรหรือให้ซื้ออะไรหรือเปล่า พวกนี้ชอบหลอกต้มตุ๋นคนแก่ที่อยู่บ้านคนเดียว ไม่ได้กลัวบาปกรรมอะไรเลย ลุงแหวงถูกหลอกไปเท่าไหร่ล่ะ” บุรธัชหันมา

“คุณชายเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ คุณคนนี้เป็นคนของอาจารย์ดาวเรืองครับ ท่านคงทราบข่าวเรื่องที่คุณชายซื้อบ้านหลังนี้แล้ว ก็เลยส่งคนมาช่วยเก็บข้าวเก็บของ” แสวงอธิบาย

บุรธัชมองณิชมนอย่างไม่เชื่อแม้แต่น้อย ขยับจะโทร.ถามอาจารย์ดาวเรือง ณิชมนกลัวความลับแตกรีบบอก

“ฉันเป็นคนของอาจารย์ดาวเรืองก็จริงนะคะ แต่ตอนนี้อาจารย์ส่งฉันไปเป็นแม่บ้านที่บ้านสรณาลัยแล้วค่ะ ถ้าคุณจะสอบถามเรื่องของฉัน โทร.ไปที่บ้านสรณาลัยดีกว่าค่ะ”

“เธอเป็นแม่บ้านของบ้านสรณาลัยเหรอ พวกสรณาลัยไว้ใจไม่ได้จริงๆ มากับฉันเลย” บุรธัชโกรธหนักกระชากพาณิชมนออกไปด้วยกัน

เวลาเดียวกันนั้น รวิภาสนำดอกไม้จากไร่มาให้เพื่อนๆ ในชมรมช่วยกันขายเพื่อหาเงินสร้างโรงเรียน นมล อาสาช่วยด้วย รวิภาสรู้ก็ไม่พอใจออกไปต่อว่านมล และได้ยินเธอโกงราคาขายดอกไม้แพงกว่าที่กำหนด เพราะอยากให้หาเงินเข้าชมรมเยอะ

“เธอคิดผิดแล้ว เราต้องการเงินเข้าชมรมก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ได้มาด้วยวิธีขายของเกินราคาเอาเปรียบผู้ซื้ออย่างนี้ แต่การใช้กลโกงหลอกเอาเงินคนอื่นเป็นวิธีของพวกสรณาลัย อยู่แล้วนี่” รวิภาสเปิดฉาก

“นี่นายภาส มันจะเกินไปแล้วนะ อย่างกับพวกบุริศราวัณดีนักแหละ พี่ชายนายก็ใช้กลโกงกดราคาที่ดินคนอื่นเค้าเหมือนกัน” นมลสวน

“เดี๋ยว เดี๋ยวนะคะ ตอนนี้เราเริ่มเบี่ยงเบนประเด็นกันไปไกลแล้ว ถ้าหากพี่ภาสไม่อยากให้เราช่วยขายดอกไม้ เราก็จะไม่ยุ่งแล้วล่ะค่ะ” มีนเข้าไกล่เกลี่ย

“ไม่ใช่เฉพาะเรื่องขายดอกไม้นี่ เรื่องอื่นก็ไม่ต้องมายุ่ง ฉันไม่ต้องการคุณหนูไฮโซสมองกลวงอย่างเธอมายุ่งวุ่นวายกับชมรมของฉัน”

“นายรวิภาสนึกว่าตัวเองฉลาดล้ำลึกกว่าคนทั้งโลกหรือยังไง มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินฉัน ถ้านายให้โอกาสฉัน นายก็จะรู้ว่า ฉันทั้งเก่งทั้งฉลาดทำงานอึดไม่แพ้นายหรอก แต่นายมีอคติกับฉัน นายถึงไม่ยอมให้ฉันเข้าชมรมของนาย มีอุดมการณ์แต่ไม่มีจริยธรรม คนอย่างนายไม่สมควรจะเป็นหัวหน้าชมรมเลย” นมลเดินเชิดออกไป

มีนรีบตามติดพร้อมแนะนำให้เพื่อนรักเปลี่ยนใจไปเข้าชมรมอื่นแทน เพราะเบื่อจะเป็นกรรมการห้ามมวยแล้ว แต่นมลไม่ยอมยืนกรานจะเข้าชมรมอาสาให้ได้

“ฉันว่าแกตั้งชมรมขึ้นมาใหม่จะง่ายกว่านะ แกไม่มีทางผ่านด่านพี่ภาสไปได้แน่ๆ ว่าแต่บ้านแกกับบ้านพี่ภาส

มีเรื่องอะไรกันเหรอ ดูเหมือนว่าพี่ภาสจะไม่ได้เกลียดขี้หน้าแกคนเดียว แต่เกลียดแกทั้งตระกูลเลย” มีนข้องใจ

“เรื่องมันจบไปนานแล้ว เรื่องจบ แต่คนไม่จบ มันก็เลยเป็นปัญหาอย่างที่เห็นนี่แหละ” นมลเลี่ยงที่จะตอบ

มีนเซ็งเพราะอดรู้ความจริงอีกจนได้

ooooooo

บุรธัชลากณิชมนเข้ามาในบ้านสรณาลัย เสียงสาวเจ้าโวยวายลั่น ทำให้พรรณอรกับพรพรรณต้องออกมาดู แต่เมื่อเห็นแม่บ้านคนใหม่กลับมาพร้อมบุรธัชก็แปลกใจ พรรณอรขยับจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พรพรรณรีบสรุป

“พรนึกแล้วเชียว ประนอมเป็นคนของคุณชายจริงๆ นี่คุณชายส่งแม่นี่มาสอดแนมเราใช่ไหม”

“พวกคุณต่างหากที่ส่งผู้หญิงคนนี้ไปสอดแนมผม ผมอยากรู้ว่าพวกคุณต้องการอะไร พินัยกรรมของคุณโชติก็บอกอย่างชัดเจนแล้วว่า ท่านขายบ้านให้ผมคนเดียวเท่านั้น จะบอกให้นะ ไม่ว่าจะใช้เล่ห์กลอะไร ทรัพย์สินทุกอย่างของชุติมันต์จะต้องเป็นของผม” บุรธัชโต้กลับ

“พวกฉันไม่เคยสนใจทรัพย์สินของคุณโชติ ตอนที่คุณโชติประกาศขายไร่ขายโรงงาน เราก็ไม่เคยคิดไปแย่งซื้อกับคุณชายเลย แล้วถ้าฉันจะส่งคนไปสอดแนมจริงๆนะ ฉันไม่ส่งแม่บ้านโง่ๆเซ่อๆอย่างประนอมไปหรอกค่ะ”

“งั้นแสดงว่าคุณคิดจะส่งคนไปสอดแนมจริงๆ”

“อ้าว พูดอะไรก็เข้าตัวไปหมด พี่อรช่วยพูดกับคุณชายหน่อยซิคะ” พรพรรณขอความช่วยเหลือ

“คุณชายเข้าใจผิดค่ะ ขอบคุณที่พาประนอมมาส่งนะคะ ได้เวลาโยคะพอดี ขอตัวก่อนนะคะ” พรรณอรเดินออกไปอย่างไม่รับรู้อะไรด้วย

พรพรรณขัดใจเป็นที่สุด เธอหันกลับมายืนยันกับบุรธัชว่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนฤสรณ์กับท่านพ่อของบุรธัชเป็นการเข้าใจผิดและถึงเวลาแล้วที่ทั้งสองฝ่ายต้องมาปรับความเข้าใจกัน

“ผมไม่มีเวลาฟังใครแก้ตัวหรอกครับ คราวนี้ผมจะไม่เอาเรื่อง ถ้าคราวหน้าคุณส่งคนไปบุกรุกที่ของผมอีก ผมไม่ไว้หน้าแน่” บุรธัชเดินออกไป

พรพรรณมองมาที่ณิชมนท่าทางเอาเรื่อง ณิชมน

ต่อรองขอเวลาสักครู่ แล้ววิ่งตามบุรธัชออกไป เพราะยังข้องใจเรื่องบ้านชุติมันต์ที่กลายเป็นของชายหนุ่มไปแล้ว แต่บุรธัชไม่มีคำตอบให้ เธอจึงเสนอไอเดียขอให้เขาเก็บบ้านชุติมันต์ไว้ทำพิพิธภัณฑ์อย่างในประเทศอังกฤษ

“เธอคิดว่า เธอเป็นใคร ฉันไม่ต้องการคำแนะนำของเธอ ไปบอกคุณพรรณอรด้วย ถ้าต้องการอะไรก็ให้มาพูดกันซึ่งๆหน้า ไม่ใช่ส่งคนใช้มาพูดแทน ลืมไปว่าคนบ้านนี้ทำอะไรตรงไปตรงมาไม่เป็นอยู่แล้ว แล้วเธอ หวังว่าฉันคงไม่เห็นหน้าเธออีก” บุรธัชขึ้นรถแล้วขับออกไป

ณิชมนหน้าจ๋อยเดินกลับเข้าบ้าน เธอเห็นพรพรรณจ้องมองอย่างจับผิดก็รีบแก้ตัวว่า ไปเยี่ยมลุงแหวงมา เพราะแม่ฝากปลาร้ามาให้ แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลาย พรพรรณไม่อยากเชื่อเรียกหาบัตรประชาชนมายึดไว้เป็นประกัน

“นอมไม่มีบัตรประชาชนหรอกค่ะ คือว่า...นอมถูกกรีดกระเป๋าน่ะค่ะ นี่ยังไงล่ะคะ” ณิชมนโชว์กระเป๋าสะพายที่ถูกกรีดให้ดู “มันขโมยกระเป๋าตังค์นอมไปค่ะ ทั้งเงินทั้งบัตรประชาชน บัตรอะไรต่อมิอะไรอยู่ในนั้นหมดเลยค่ะ”

“เฮ้อ ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนี่ ถึงเธอจะเป็นคนของอาจารย์ดาวเรืองฉันก็ยังวางใจไม่ได้” พรพรรณเหลือบไปเห็นซองเงินกับกระดาษโน้ตของณิชมนที่โต๊ะ เธอหยิบซองเงินมาเปิดดู

“เออ เงินที่คุณนมลให้นอมไปจ่ายตลาดค่ะ นอมหยิบไปพันนึงนะคะ กะว่าจะไปเซอร์เวย์ เอ๊ย ไปดูตลาดก่อน พอให้รู้จักที่ทางแล้วค่อยไปใหม่วันหลัง” ณิชมนรีบบอกแล้วก็ถึงกับตาเหลือกเมื่อพรพรรณทำท่าจะคลี่กระดาษโน้ตอ่าน แต่ยังไม่ทันได้เห็นข้อความ พันสรก็เข้ามาแย่งกระดาษจากมือพรพรรณบอกว่า จะเอาไปพับจรวดเล่น

“เด็กคนนี้มันน่าตีจริงๆเลย” พรพรรณบ่นแล้วหันมาจัดการกับณิชมนต่อ “ฉันจะบอกให้นะ การเป็นแม่บ้านของบ้านสรณาลัยไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันจะดูซิว่า เธอจะทำงานที่นี่ไปได้ซักกี่นํ้า”

“คุณยอมรับนอมเป็นแม่บ้านแล้วใช่ไหมคะ” ณิชมนส่งยิ้มหวาน

พรพรรณพยักหน้าให้อย่างเสียไม่ได้ เธอพาณิชมนเข้าไปในครัวเพื่อแนะนำตัวกับคนงานในบ้าน

“นี่รำไพเป็นแม่ครัวของบ้านนี้ ส่วนกันยากับสายใจมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดบ้านรวมทั้งซักรีดเสื้อผ้า แล้วก็ดำเกิง คนขับรถ เธอคงจะรู้จักแล้ว” ณิชมนยกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อมพลางฝากเนื้อฝากตัว ทุกคนยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน พรพรรณรีบกำชับ

“หน้าที่หลักของเธอก็คือ ควบคุมดูแลการทำงานของทุกคน อย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่องเป็นอันขาด” ขาดคำชัยวัฒน์ก็ปราดเข้ามาแนะนำตัว

“คุณคงเป็นแม่บ้านคนใหม่ใช่ไหมครับ ผมชัยวัฒน์ครับ ผมเป็นครูของคุณพันสรครับ ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยล่ะก็บอกได้เลยนะครับ”

“ทำงานของตัวเองให้ดีซะก่อน แล้วค่อยคิดช่วยงานคนอื่น ไป ประนอมเดี๋ยวฉันจะแจกแจงรายละเอียดให้ว่า

นอกเหนือจากงานหลักแล้ว เธอยังต้องทำอะไรอีกบ้าง” พร–พรรณเดินออกไป ณิชมนรีบตาม

“คนนี้ใช่เลย ตรงสเปกจริงๆ” ชัยวัฒน์กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีทันใด

ooooooo

ณิชมนจำต้องรับบทประนอมแม่บ้านคนใหม่ เพราะไม่มีที่ไปและไม่มีเงิน เช่นเดียวกับรวิภาสที่เข้ามาทำงานไร่บุริศราวัณตามคำสั่งของพี่ชาย แล้วเกิดมีปากเสียงกับพี่ชาย เพราะรวิภาสแกล้งยั่วจะขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าสักสองเดือน ทำให้บุรธัชไม่พอใจที่น้องไม่มีความรับผิดชอบ เขายื่นคำขาดว่า ถ้ารวิภาสไม่ยอมเรียนต่อก็ให้ออกมาทำงานที่ไร่

“ผมไม่ทำ ถ้าพี่ธัชทำคนเดียวไม่ไหว ก็ขายไร่บุริศราวัณไปซิครับ ถ้าหากท่านพ่อไม่ตาย พี่ธัชก็คงไม่กลับเมืองไทยใช่ไหมล่ะ แล้วจะมาสนใจอะไรกับไร่บ้าๆนี่ทำไม”

“ฉันไม่มีวันขายไร่บุริศราวัณแน่ ฉันจะสร้างอาณาจักร บุริศราวัณให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยซ้ำ แล้วแกก็มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยฉัน”

“พี่ธัชทำอย่างนี้เพื่ออะไร เพื่อที่จะเอาชนะพวกสรณาลัยงั้นเหรอครับ”

“ฉันไม่ใช่แค่ต้องการเอาชนะ ฉันจะทำให้พวก

สรณาลัยล่มจมเหมือนกับที่พวกมันเคยทำกับเรา แกก็รู้ว่า เราเคยสูญเสียทุกอย่างเพราะใคร ถ้าแกยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้าง แกคงรู้ว่าหน้าที่ของแกต้องทำอะไร” บุรธัชเดินออกไปสวนทางกับณิชาภัทรที่เดินเข้ามา เธอเอ่ยถามรวิภาสว่าทะเลาะกันอีกแล้วหรือ

“พี่ณิชาครับ ท่านพ่อตายเพราะพวกสรณาลัยจริงๆ เหรอครับ” รวิภาสมองณิชาภัทรอย่างรอคำตอบ

ขณะที่บุรธัชเดินดุ่มๆกลับมาที่รถ เขาหยุดเดินหันไปมองอาณาจักรกว้างใหญ่ของไร่บุริศราวัณพร้อมกับนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเมื่อสิบปีก่อน

ในวันที่บุรธัชถูกเรียกตัวกลับมาจากเมืองนอก เขาเห็นนฤสรณ์มาหาบริพัตรพ่อของเขา ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ในห้องทำงานสีหน้าไม่ดีนัก แล้วบริพัตรก็หยิบปากกาขึ้นมาจดๆจ้องๆ จะเซ็นเอกสารแต่ยังลังเลตัดใจไม่ได้

“เซ็นเถอะ นายไม่มีทางเลือกแล้ว” นฤสรณ์เดินมาตบไหล่บริพัตร

บริพัตรจดปากกาเซ็นชื่ออย่างสิ้นหวัง บุรธัชชะงักเมื่อเห็นอาการของพ่อ ขณะที่นฤสรณ์รีบดึงปึกเอกสารใส่ซอง แล้วเดินออกไปทันที บริพัตรมองตามอย่างเครียดจัด บุรธัช ร้อนใจเข้าไปถามพ่อว่า เกิดอะไรขึ้น นฤสรณ์มาทำไม

“ก็ลุงนฤสรณ์เป็นเพื่อนพ่อ ทำไมจะมาหากันไม่ได้ แล้วทำไมแกถึงเพิ่งมา” บริพัตรเปลี่ยนเรื่อง

“ผมแวะพักที่กรุงเทพฯก่อน ท่านพ่อมีธุระอะไรถึงได้เรียกตัวกลับมากะทันหันอย่างนี้ครับ ผมอยู่ได้แค่สามสี่วันเท่านั้นนะครับ อาทิตย์หน้าผมนัดกับแอดไวเซอร์คุยเรื่องเรียนต่อปริญญาโท”

“แกไม่ต้องเรียนต่อแล้ว ฉันจะให้แกกลับมาทำงานที่นี่ จะได้มาดูแลนายภาสด้วย”

“ทำไมล่ะครับ ไหนท่านพ่อเคยบอกว่าจะให้ผมเลือกทางเดินชีวิตเอง ถ้าผมไม่อยากอยู่ที่นี่ก็จะยกไร่บุริศราวัณให้นายภาสไป นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ บอกความจริงผมมาดีกว่า”

“พ่อจำเป็นจริงๆที่จะต้องให้แกกลับมาดูแลไร่บุริศราวัณของเรา พ่อขอโทษที่ทำตามคำพูดไม่ได้ ทุกอย่างเป็นความผิดของพ่อเอง พ่อขอโทษบุรธัช ยกโทษให้พ่อด้วย”

บุรธัชมองบริฉัตรอย่างไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ไม่นานหลังจากนั้นบริพัตรก็จบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ บุรธัชที่มาดูศพพ่อเห็นนฤสรณ์กับพรรณอรวิ่งมายืนมองเหตุการณ์อยู่ด้วยก็นึกระแวง

ooooooo

บุรธัชกำพวงมาลัยรถแน่นด้วยความเคียดแค้น เขาพุ่งรถออกไปอย่างรวดเร็วตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ขณะที่ณิชาภัทรเดินนำรวิภาสออกมาจากในไร่พลางเล่าเรื่องราวในอดีตที่เธอได้รับรู้มาว่า บุรธัชถูกเรียกตัวกลับมาจากอังกฤษเพื่อกอบกู้ไร่บุริศราวัณกลับคืนมา เพราะบริพัตรกำลังถูกฟ้องล้มละลายจนต้องขายไร่บุริศราวัณให้นฤสรณ์

“ท่านพ่อล้มละลายเพราะถูกลุงนฤสรณ์โกงไม่ใช่เหรอครับ”

“ธัชก็เข้าใจว่าอย่างนั้น แต่ความจริงเป็นยังไงไม่มีใครรู้แน่ ธัชทำงานหนักอยู่หลายปีจนซื้อไร่บุริศราวัณกลับคืนมาได้ แล้วก็ขยายกลายเป็นอาณาจักรบุริศราวัณอย่างที่เห็น ส่วนเรื่องท่านพ่อของเธอ ทางตำรวจบอกว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ เขาสันนิษฐานว่าท่านอาจจะจงใจขับรถพุ่งลงข้างทาง”

“ท่านพ่อฆ่าตัวตายเหรอครับ ท่านพ่อฆ่าตัวตายเพราะถูกลุงนฤสรณ์หักหลังใช่ไหมครับ” รวิภาสขอคำยืนยัน แต่ณิชาภัทรไม่มีคำตอบให้ เพราะเธอเองก็ไม่รู้ความจริงเหมือนกัน

เวลาเดียวกันนั้นพรพรรณก็เข้ามาคุยกับพรรณอรในห้องโยคะ เพราะอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะไปเคลียร์กับบุรธัชให้เข้าใจเสียที “นี่ผ่านไปสิบปีแล้วนะคะ พี่นฤสรณ์เสียไปแล้ว คุณชายก็ยังแค้นพวกเราอยู่ ทั้งๆที่พี่นฤสรณ์ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย อุตส่าห์ช่วยเพื่อนแท้ๆ กลับถูกหาว่าโกงซะนี่ เรามีเอกสารยืนยันนี่คะว่าท่านชายเป็นคนมาเสนอขายไร่บุริศราวัณเอง แล้วท่านก็ทิ้งจดหมายไว้ให้พี่นฤสรณ์ฉบับหนึ่งก่อนที่ท่านจะเสียไม่ใช่เหรอคะ”

“สิ้นชีพิตักษัยจ้ะ ท่านบริพัตรเป็นหม่อมเจ้าต้องใช้คำว่าสิ้นชีพิตักษัยไม่ใช่เสียชีวิต”

“โอ๊ย ยุคนี้แล้วไม่มีใครใช้ภาษาเจ้ากันแล้วล่ะค่ะ คุณหญิงนวลแขท่านยังเคยสอนพรเลย ถ้าพูดไม่เป็นก็อย่าพูดซะเลยดีกว่า พี่อรพานอกเรื่องอีกแล้ว ตกลงพี่อรเก็บเอกสารการซื้อขายกับจดหมายไว้ที่ไหนคะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน คงอยู่ไหนซักที่ในบ้านนี้แหละ”

“พี่อร อย่างนี้คุณชายต้องเห็นเราเป็นศัตรูไปทั้งชาติแน่ เราไม่ได้ถูกกกล่าวหาว่าโกงอย่างเดียวนะคะ ทางเค้ายังคิดว่าเราทำให้ท่านชายสิ้นเนื้อประดาตัวจนฆ่าตัวตายอีกด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ช้าหรือเร็ว ที่สุดแล้วความจริงก็ย่อมหนีความจริงไปไม่ได้ และสุดท้ายก็ต้องแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนนวนิยายของพี่ เชื่อพี่เถอะ”

พรรณอรยังเริงร่าขณะที่พรพรรณเหนื่อยใจเป็นที่สุด

ooooooo

ตอนที่ 2

ณิชมนเริ่มงานเป็นวันแรก เธอสั่งให้ทุกคนทำงานอย่างที่เคยทำ

ครั้นยื่นรายการอาหารให้รำไพ รำไพถึงกับโวยลั่น อ้างว่าพวกคุณๆ ไม่ทานอาหารพื้นๆ อย่างพวกไข่เจียว ผัดผักแน่ ณิชมนจึงขอคำแนะนำว่า ควรจะเป็นแบบไหน

“แบบไหนก็ได้ที่มันดูดีกว่านี้ แล้วทุกมื้อต้องมีกับข้าวไม่ต่ำกว่าห้าอย่าง ของหวานอีกสองอย่าง แล้วบ่ายก็ต้องมีของว่างเสิร์ฟพร้อมน้ำชากาแฟด้วย ไปคิดมาใหม่” รำไพวางท่า

กันยากับสายใจได้โอกาสขอเปลี่ยนหน้าที่กันทำอ้างว่างานซักผ้ากับทำความสะอาดบ้านที่ทำอยู่เหนื่อยมาก แต่ถ้าณิชมนไม่ยอมก็ต้องขึ้นเงินเดือนให้พวกตน ดำเกิงได้ช่องขอเบิกเงินค่าซ่อมรถด้วย ณิชมนยืนงงตั้งรับไม่ทัน

ชัยวัฒน์เข้ามาไกล่เกลี่ย “หยุดก่อนๆ อย่าเพิ่งเถียงกัน นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนนะ คุณประนอมเพิ่งมาทำงานวันแรก พวกเธอมีหน้าที่ให้ความร่วมมือแล้วก็ทำงานอย่างเต็มความสามารถ ใครทำงานหนักทำงานดี รับรองได้ขึ้นเงินเดือนแน่ๆ ไป แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว”

รำไพกับดำเกิงเห็นณิชมนมีตัวช่วยก็ยัดรายการอาหารและใบเก็บเงินค่าซ่อมรถใส่มือคืนณิชมน แล้วเดินออกตามด้วยสายใจกับกันยา ณิชมนหันมาขอบคุณชัยวัฒน์ แต่พอเห็นสายตากรุ้มกริ่มของเขาก็ไม่ชอบใจนัก

ชัยวัฒน์อาสาพาณิชมนออกไปดูไร่สรณาลัย แต่เธอปฏิเสธ ชัยวัฒน์แนะนำว่า คนที่ณิชมนควรเอาใจใส่ดูแลมากที่สุดก็คือพรพรรณ เพราะเธอมีอำนาจตัดสินใจทุกอย่างในบ้านหลังนี้ ส่วนนมลกับพันสรไม่มีพิษสงอะไร อยากทำอะไรก็ปล่อยให้ทำไป เพราะพรรณอรอยากให้ลูกๆใช้ชีวิตอย่างอิสระเป็นตัวของตัวเอง

“คุณรู้จักอาจารย์ดาวเรืองใช่ไหมคะ” ณิชมนถามออกไป

“อาจารย์ดาวเรืองเหรอครับ รู้จักซิครับ ใครๆก็รู้จักท่านทั้งนั้น ท่านเป็นเจ้าของวิทยาลัยพลพิทักษ์ เป็นวิทยาลัยที่มีคุณภาพมาก ใครๆก็อยากได้ลูกศิษย์ของท่านไปทำงานด้วยทั้งนั้น ผมท่าจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนซะแล้ว คุณนอมเคยทำงานกับท่านมาก่อน น่าจะรู้จักท่านดีกว่าผม”

“เออ...ค่ะ คือฉันไม่รู้มาก่อนว่าท่านจะมีคนนับถือมากขนาดนี้ ดูเหมือนว่าใครๆ ก็รู้จักท่านนะคะ ท่านเป็นคนดีจริงๆนะคะ ไม่งั้นท่านคงไม่ช่วยฝากงานให้ฉันแน่ ฉันอยากจะมีโอกาสไปกราบขอบคุณท่านจริงๆ เลยค่ะ แต่คง ไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่” ณิชมนพึมพำไม่รู้ว่าความลับจะแตกวันไหน

ooooooo

นวลแขมองรูปถ่ายณิชมนวัยห้าขวบกับพ่อแม่ซึ่งเป็นรูปเดียวกับที่ณิชมนมีด้วยความห่วงหาอาทรแต่ยังควบคุมสีหน้านิ่งสงบ ก่อนเอ่ยถามดาวเรืองที่มาส่งข่าวว่า นอกจากรูปถ่ายใบนี้แล้วณัชชาลูกสาวของเธอไม่ส่งอะไรมาอีกเลยหรือ

“ณัชชาส่งรูปถ่ายรูปนี้มาให้รูปเดียวค่ะ แล้วพอย้ายไปอยู่ที่อังกฤษก็ส่งโปสการ์ดมาบอก แต่ไม่ได้เขียนที่อยู่ไว้ ดิฉันก็เลยติดต่อกลับไม่ได้” ดาวเรืองตอบ

นวลแขถอนใจโทษว่าเป็นความผิดของเธอเองที่ไม่คิดตามหาเมื่อตอนลูกอยู่เมืองไทย แต่มาตามหาเอาป่านนี้คงไม่มีโอกาสได้เจอกัน เพราะขนาดคุณโชติเสีย ชยทัตยังไม่ได้มาเผาศพ

“ชยทัตกับณัชชาคงไม่ได้ติดต่อใครที่เมืองไทยเลยน่ะค่ะ ก็เลยไม่รู้ข่าวคุณโชติเสีย ถ้ารู้คงต้องกลับมาแน่ๆค่ะ ที่ทั้งสองคนไม่กล้ากลับมาเพราะละอายใจกับสิ่งที่ทำลงไป ถ้ารู้ว่าคุณหญิงยกโทษให้แล้ว”

“ฉันยังไม่ได้ยกโทษให้ แค่อยากรู้ว่า ไปอดตายกันอยู่ที่ไหนเท่านั้นแหละ จะกลับมาหรือไม่กลับ ฉันไม่สนใจ” นวลแขเสียงแข็ง ดาวเรืองพอเดาได้จึงแกล้งเปรยเรื่องหลานสาวที่ตอนนี้น่าจะอายุประมาณยี่สิบแล้ว เพราะเธออ่อนกว่าณิชาภัทรสี่ห้าปี นวลแขดีใจรีบซักว่า ลูกสาวณัชชาชื่ออะไร

“ณิชมนค่ะ ลูกสาวของณัชชาชื่อ ณิชมน ชุติมันต์” ดาวเรืองตอบ

ณิชาภัทรเดินเข้ามาไหว้ดาวเรืองพอดี นวลแขรีบเก็บรูปณิชมนแทรกใส่หนังสือไว้ ขณะที่ณิชาภัทรฟ้องดาวเรืองเรื่องบุรธัชที่หัวดื้อเอาแต่ใจและชอบสร้างปัญหา

“แล้วเขาขอให้เราไปช่วยแก้ปัญหาให้หรือเปล่าล่ะ หรือว่าเราเข้าไปยุ่งกับปัญหาของเขาเอง” นวลแขดักคอ

ณิชาภัทรยิ้มเก้อที่คุณย่ารู้ทัน ดาวเรืองขอร้องให้ณิชา– ภัทรอยู่ทำงานต่อ เพื่อเป็นหูเป็นตาให้นวลแข เพราะร่วมทุนไปแล้วถ้าไม่ส่งคนไปช่วยก็ดูจะไม่ยุติธรรมต่อทางไร่บุริศราวัณและไร่สรณาลัย

“ที่จริงเราน่าจะล้มเลิกโครงการเทพสุธาตั้งแต่คุณลุงนฤสรณ์เสียนะคะ พวกเราสามตระกูลจะได้ไม่ต้องยุ่งอีนุงตุงนังอยู่อย่างนี้”

“โครงการเทพสุธาเป็นโครงการที่ดีช่วยสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับคนที่นี่ จะล้มเลิกง่ายๆได้ยังไง”

“แต่ณิชาว่า คุณย่าใช้โครงการนี้เป็นกาวประสานใจระหว่างบ้านสรณาลัยกับบ้านบุริศราวัณมากกว่า ณิชาวิเคราะห์ถูกไหมคะ คุณป้า” ณิชาภัทรหันมาขอตัวช่วย

ดาวเรืองยิ้มไม่ตอบอะไร แล้วขอตัว แต่รับปากว่า ถ้ามีข่าวคืบหน้าอะไรจะมาเรียนให้นวลแขทราบ ณิชาภัทรสงสัยกระซิบถามนวลแขว่า ข่าวคืบหน้าอะไร แต่นวลแขไม่ตอบ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ณิชมนวุ่นวายจัดโต๊ะอาหารเช้าชุดใหญ่แบบบุฟเฟ่ต์ในโรงแรม  มีทั้งอาหารไทย จีน ฝรั่ง และน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพอีกหลายชนิด เพราะไม่รู้ว่าใครชอบอะไรแบบไหน พรพรรณลงมาเห็นก็โวยลั่น แต่พรรณอรกับลูกๆช่วยออกรับแทน ทำให้ณิชมนรอดตัวไปได้อีกครั้ง

หลังทานอาหารเสร็จ นมลกับพันสรก็ชวนณิชมนไปเที่ยวโครงการเทพสุธาด้วยกัน เพราะนมลรู้ว่ารวิภาสไปที่นั่นเป็นประจำ ณิชมนปฏิเสธอ้างว่ามีงานต้องทำอีกมาก แต่นมลสั่งให้กันยาจัดการแทนแล้วลากตัวณิชมนขึ้นรถออกไปด้วยกัน

พรรณอรยืนมองรถนมลที่แล่นออกไปแล้วเปรยกับน้องสาวว่า ดูท่าแม่บ้านคนใหม่จะเข้ากับเด็กๆได้ดี แต่พรพรรณไม่เห็นด้วยนัก ขู่ว่าถ้าประนอมทำงานที่เธอสั่งไม่ครบจะถูกตัดเงินเดือน

“เธออย่าซีเรียสนักเลย หัดรู้จักปล่อยวาง หาความสุขใส่ตัวบ้าง แต่ถ้าเธอปล่อยวางไม่ได้จะแบกความทุกข์ให้หน้าแก่ก่อนวัยอย่างนี้ต่อไป ก็ตามใจ” พรรณอรเดินออกไป พรพรรณรีบแตะหน้าตัวเองทันที

ไม่นานนัก นมลกับพันสรก็พาณิชมนมาถึงโครงการเทพสุธา สองพี่น้องชวนเธอขี่จักรยานเที่ยวชมโครงการพลางอธิบาย “โครงการเทพสุธา เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างเรากับไร่บุริศราวัณแล้วก็คุณของพี่ณิชา ที่นี่เราปลูกแทบทุกอย่างเลยนะคะ ทางด้านโน้นเราทำเป็นสวนพฤกษชาติให้คนเข้าชมด้วยนะคะ”

“แล้วทำไมเรียกว่าโครงการเทพสุธาล่ะคะ” ณิชมนซัก

“เทพสุธาได้มาจากนามสกุลของคุณย่าพี่ณิชาค่ะ คุณย่าของพี่ณิชาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วก็อาวุโสที่สุด ก็เลยเอานามสกุลท่านมาแปลงเป็นชื่อของโครงการ เป็นการให้เกียรติท่าน ท่านชื่อคุณหญิง...” นมลพูดไม่ทันจบ รวิภาสก็ขี่จักรยานเข้ามาหยุดกึกตรงหน้านมลพร้อมตะคอกถามว่า มาทำไม

ณิชมนจำรวิภาสได้ เธอรีบก้มหน้าหลบแล้ว ไถจักรยานออกไป ปล่อยให้สองหนุ่มสาวปะทะคารมกันเพียงลำพัง แต่พันสรขี่จักรยานตามมาด้วย เด็กชายนึกสนุกหลอกให้ณิชมนเดินเข้าไปในเขตไร่บุริศราวัณ ทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับบุรธัชอีกครั้ง

บุรธัชไล่ให้ณิชมนให้ออกไปจากที่ดินของเขา ณิชมนว่าเธอไม่รู้เพราะไม่เห็นมีรั้วกั้นหรือป้ายบอกว่า ตรงไหนเป็นไร่เขา ตรงไหนเป็นโครงการเทพสุธา

“ที่ดินตั้งแต่หลังต้นไม้ใหญ่นั่นเป็นของฉัน ออกไปจากที่ฉันได้แล้วไป” บุรธัชชะงักหยิบปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม

“นี่คุณ...แค่บุกรุกที่แค่นี้ ถึงกับจะฆ่ากันเลยเหรอ” ณิชมนถอยหลังหนีอย่างกลัวสุดขีด

“อยู่นิ่งๆ” บุรธัชสั่ง

ณิชมนยืนนิ่งตัวแข็งจ้องมองบุรธัชตาไม่กะพริบ

ooooooo

เสียงปืนดังลั่นแทรกมากลางอากาศ นมลกับรวิภาสที่กำลังเถียงกันเรื่องเข้าชมรมชะงักกึก นมลนึกห่วงน้องกับแม่บ้านคนใหม่ที่อาจเดินหลงเข้าไปในไร่บุริศราวัณ จึงขอให้รวิภาสพาเข้าไปดู รวิภาสเองก็ร้อนใจเผลอจูงมือนมลพาลัดเลาะเข้าไปดูเหตุการณ์ในไร่

ส่วนณิชมน เมื่อตั้งสติได้รู้ว่าตัวไม่ถูกยิงก็โวยวาย บุรธัชเหนื่อยใจเอาไม้เขี่ยซากงูเห่าที่ถูกยิงตายให้ดู หญิงสาวจึงเข้าใจ เธอขอบคุณที่ชายหนุ่มช่วยชีวิต

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะช่วยหรอกนะ แค่ไม่อยากให้มีใครถูกงูกัดตายในไร่ของฉันเท่านั้นแหละ ไม่อยากเสียเวลามาเก็บศพ” บุรธัชกวนกลับ

“ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณคุณ แล้วที่คุณเคยกล่าวหาว่าฉันเป็นพวกต้มตุ๋น ฉันก็จะยกโทษให้เป็นอันว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วนะ” ณิชมนฉุนเดินออกไปทันที

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป อย่าคิดว่า เรื่องจะจบง่ายๆ” บุรธัชรีบตามไปคว้าแขนณิชมนที่เดินจ้ำอ้าวหนี เขาคาดคั้นให้เธอสารภาพว่า พรรณอรต้องการอะไรถึงส่งเธอมาที่นี่

“นี่ฉันจะต้องทำยังไง คุณถึงจะเชื่อว่า ฉันไม่ได้เข้ามาแอบล้วงความลับอะไรของคุณ คุณนี่พารานอยด์เข้าขั้นโรคจิตแล้วนะเนี่ย”

“เธอจะให้ฉันเชื่อเหรอว่า ที่ฉันไปไหนก็เจอเธอเป็นเรื่องบังเอิญ”

“ถ้าคุณไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ ก็คิดซะว่าเป็นเรื่องโชคร้ายก็แล้วกัน แต่จะบอกให้นะ ในชีวิตฉันโชคร้ายเจอคนแย่ๆมานักต่อนักแล้ว แต่ก็ไม่เคยเจอใครที่แย่เท่าคุณมาก่อนเลย คนอะไรไม่มีเหตุผล เจ้าอารมณ์ มองโลกในแง่ร้ายสุดๆ คนอย่างคุณคงมองโลกเป็นสีดำ ถึงได้...” ณิชมนพูดได้แค่นั้นก็เสียหลักสะดุดขาตัวเองล้มหัวทิ่ม

บุรธัชยืนมองเฉยไม่คิดแม้แต่จะคว้าตัวช่วยไว้ ณิชมนแค้นตะเกียกตะกายลุกขึ้นต่อว่าบุรธัชที่ใจดำไม่คิดช่วย จังหวะนั้นเองรวิภาสกับนมลก็มาถึง

ณิชมนเห็นรวิภาสก็กลัวเขาจะจำได้ เธอรีบเข้าไปหานมลชวนกลับบ้าน รวิภาสมองตามแต่ไม่ทันได้เห็นหน้าณิชมนชัดๆ เขาเอ่ยถามพี่ชายว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่มีอะไร แค่ลูกไม้กระจอกๆ ของพวกบ้านสรณาลัย แล้วแกมากับลูกสาวคุณพรรณอรได้ยังไง” บุรธัชมองรวิภาสอย่างจับผิด

รวิภาสอ้างว่า เจอกันโดยบังเอิญที่เทพสุธา แล้วถามพี่ชายกลับว่า จะต้องเป็นศัตรูกับพวกบ้านสรณาลัยไปถึงไหน แล้วบุรธัชแน่ใจหรือว่า ท่านพ่อถูกคุณชายนฤสรณ์โกงจริงๆ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรเลย

“อยู่ๆ ทรัพย์สินทุกอย่างทั้งไร่บุริศราวัณ ทั้งโรงงานก็ถูกโอนไปเป็นของคุณชายนฤสรณ์ หลักฐานการซื้อขายก็ไม่มี ฉันถามคุณพรรณอรไม่รู้กี่ครั้ง ก็บ่ายเบี่ยงไปมา อย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่าโกง แล้วจะเรียกว่าอะไร แกคิดอะไรอยู่ถึงได้ถามฉันอย่างนี้”

“ผมแค่กลัวว่า ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด เราอาจจะเสียโอกาสดีๆไป” รวิภาสหลุดปาก

“โอกาสดีๆ ของแกหมายความว่ายังไง” บุรธัชเสียงเข้ม

“ก็ โอกาสดีๆ ที่จะได้มีเพื่อนบ้านดีๆ ยังไงล่ะครับ” รวิภาสเดินหนีไปอย่างมีพิรุธ

บุรธัชมองรวิภาสอย่างแคลงใจ

ooooooo

นมลพาณิชมนกลับมาที่รถ พลางสอบถามเรื่องราว ณิชมนว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน แล้วชวนนมลออกตามหาพันสร แล้วเด็กชายก็โผล่พรวดเข้ามาพร้อมเอ่ยถามณิชมนว่า ไปเที่ยวไร่บุริศราวัณสนุกไหม นมลดุน้องชายที่หลอกณิชมนเข้าไปในไร่บุริศราวัณและบังคับให้น้องขอโทษณิชมน แต่พันสรไม่สนเดินหนีขึ้นรถ นมลจะตามไปเอาเรื่อง แต่ณิชมนร้องห้ามไว้ เพราะไม่คิดถือสา เธอชวนสองพี่น้องกลับบ้าน

เพียงครู่เดียวรถของนมลก็แล่นมาจอดหน้าบ้าน พันสรรีบกระโดดลงจากรถวิ่งหนีเข้าบ้าน นมลจะตามไปลงโทษแต่ไม่ทัน เธอหันมากำชับณิชมน

“พี่นอมคะ ถ้าพันสรแกล้งอะไรพี่นอมอีก ต้องบอกนมลนะคะ นมลจะทำโทษน้องให้เอง”

“คุณพันสรก็เล่นสนุกไปตามประสาเด็ก นอมไม่ถือหรอกค่ะ” ณิชมนว่า แล้วซักต่อเรื่องสองพี่น้องที่ไร่บุริศราวัณ  นมลอธิบายว่า คุณชายบุรธัชเห็นคนบ้านสรณาลัยเป็นศัตรูของเขาทุกคน ส่วนรวิภาสน้องชายก็เช่นกัน เขาเห็นนมลเป็นยิ่งกว่าศัตรู เพราะเจอกันทีไรเป็นต้องทะเลาะกันตลอด และทำให้เธอเสียใจมาก

ณิชมนมองนมลพอจะจับอารมณ์ได้ว่า เธอรู้สึกอย่างไรกับรวิภาส แต่ยังไม่ทันได้คุยต่อ สายใจก็เดินมาตามบอกว่า พรพรรณเรียกให้ไปพบด่วน ณิชมนกับนมลมองหน้ากันรีบเข้าบ้าน

พรพรรณที่รออยู่เปิดฉากเล่นงานณิชมนทันที เพราะไม่อาจทานอาหารพื้นๆ ที่แสนเย็นชืดของเธอได้ ณิชมนว่า เธอสั่งให้รำไพเปลี่ยนรายการอาหารแล้ว แต่พรพรรณไม่ฟังบ่นต่อว่า นอกจากอาหารที่ตั้งไม่ตรงเวลาแล้วบ้านช่องก็ยังสกปรกรกรุงรังของเล่นพันสรเกลื่อนเต็มบ้าน

“แต่นมลฝากงานพี่นอมไว้กับกันยาแล้วนี่คะ” นมลออกรับแทน

“กันยาไม่สบายค่ะ คุณนมล” สายใจเสนอหน้าเข้ามา

“งั้นประนอมก็ไม่ผิด ประนอมไม่รู้นี่ว่ากันยาไม่สบาย” พรรณอรออกความเห็น

“รู้ไม่รู้ก็ผิดค่ะ ประนอมมีหน้าที่ควบคุมการทำงาน ของทุกคนในบ้าน ถ้าหากมีอะไรผิดพลาดก็ต้องโทษหัวหน้างาน ฉันจะตัดเงินเดือนเธอยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าวันนี้เธอไม่แก้ไขทุกอย่างให้เรียบร้อยล่ะก็ เงินเดือนเธอไม่มีเหลือแน่” พรพรรณสรุป

ณิชมนยืนเหวอ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็เข้าไปในครัวเพื่อชำระคดีกับสายใจและรำไพ เธอสั่งให้รำไพทำอาหารเย็นใหม่ให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง ส่วนสายใจไปเก็บจานชาม บนโต๊ะมาล้างใหม่หมด เสร็จแล้วไปช่วยเธอเก็บกวาดบ้าน แต่รำไพกับสายใจอ้างว่าไม่ค่อยสบายแล้วเดินเข้าห้อง

ณิชมนคิดไม่ถึงว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เธอแก้ปัญหาด้วยการลงมือทำงานทุกอย่างเอง นมลอาสาช่วย แต่

ณิชมนไม่ยอม ชัยวัฒน์ได้โอกาสเข้ามาขอเป็นลูกมือณิชมน ในครัว หวังสานสัมพันธ์ แต่กลับทำให้ยุ่งหนักกว่าเดิม

ooooooo

บุรธัชมาฟ้องนวลแขว่า พรรณอรส่งแม่บ้านไปก่อกวนที่ไร่ เพราะอยากให้เขาถอนตัวไปจากโครงการ เทพสุธา แต่นวลแขไม่เชื่อ เพราะรู้จักพรรณอรดี แถมยังช่วยการันตีว่า บุรธัชเข้าใจครอบครัวสรณาลัยผิดมา ตลอด เพราะคุณชายนฤสรณ์เป็นคนดี ไม่น่าจะหักหลังคุณชายบริพัตรเพื่อนที่คบหากันมาเป็นสิบๆปีได้

“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดเรื่องของท่านพ่อ ผมมาเรียนคุณหญิงย่าให้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น คุณหญิงย่าช่วยพิจารณาด้วยนะครับ ถ้าหากหุ้นส่วนของเรามีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจอย่างนี้ คุณหญิงย่ายังอยากจะร่วมงานด้วยอีกหรือเปล่า” บุรธัชตัดบทแล้วขอตัว

นวลแขได้แต่มองตาม ณิชาภัทรที่นั่งอยู่ด้วยทนไม่ไหวลุกตามออกไปต่อว่า “ธัช...ณิชาจะบอกให้นะ คุณย่าไม่บ้าจี้ตามคุณไปบีบให้คุณพรพรรณถอนหุ้นออกจากโครงการเทพสุธาหรอกนะ คุณนี่ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ เรื่องแค่นี้ก็ต้องวิ่งมาฟ้องคุณย่าด้วย”

“ผมไม่ได้ฟ้อง ผมมาเรียนความจริงให้คุณหญิงย่าทราบต่างหาก ถ้าหากพวกสรณาลัยส่งคนมารังควานผมอีก ผมโต้ตอบบ้าง คุณหญิงย่าจะได้ทราบว่า ใครเป็นคนหาเรื่องก่อน”

“ถ้าบ้านสรณาลัยจะส่งคนไปแกล้งคุณจริงๆล่ะก็ เขาไปจ้างพวกนักเลงไม่ดีกว่าเหรอ ไม่น่าจะส่งลูกจ้างในบ้านไปก่อกวนคุณ แถมยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย”

“เขาอ้างว่า เขาเป็นแม่บ้าน แต่ผมว่าเขาต้องโกหก แน่ๆ คุณก็รู้ว่าพวกบ้านสรณาลัยเล่ห์เหลี่ยมจัดแค่ไหน ถ้าผมสืบรู้ว่า แม่บ้านคนนี้เป็นใคร ผมก็จะรู้ว่าพวกสรณาลัยคิดทำอะไรอยู่” บุรธัชมั่นใจ

ได้เวลาอาหารเย็น พรรณอรเดินนำพรพรรณมาที่โต๊ะอาหาร พรพรรณหันไปมองนาฬิกาขยับจะถามหาแม่บ้านคนใหม่ แต่นมลที่รออยู่ชิงพูดขึ้นก่อน

“น้าพรนั่งลงเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่นอมจะเสิร์ฟอาหารเย็นแล้ว วันนี้คุณแม่สั่งให้เลื่อนเป็นทุ่มครึ่งค่ะ” นมลหันมาขยิบตาใส่พรรณอร

“อ๋อ ใช่จ้ะๆ วันนี้พี่มีนัดประชุมกับทางสำนักพิมพ์” พรรณอรตามนํ้า

“ทำไมนัดประชุมกันตอนนี้ ไม่รู้จักเวล่ำเวลา ต๊าย นี่มันสองทุ่มแล้วเหรอ น้ำซักแก้วก็ยังไม่มาเสิร์ฟ คนบ้านนี้ไม่มีใครทำงานกันเลยใช่ไหม ยัยประนอมนี่ทำงานไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ” พรพรรณทำท่าจะบ่นยาว แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นณิชมนเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเย็นแบบฝรั่งหน้าตาน่าทานมาก

“พี่นอมเก่งจริงๆเลย แค่ชั่วโมงเดียวก็ทำอาหารอร่อยๆได้ตั้งหลายอย่าง แบบนี้น้าพรหักเงินเดือนพี่นอมไม่ได้แล้วนะคะ ที่จริงต้องขึ้นเงินเดือนให้พี่นอมด้วยซ้ำค่ะ” นมลชื่นชม

ขณะที่รำไพ กันยา และสายใจที่แอบลุ้นต้องผิดหวังเพราะณิชมนทำอาหารเย็นเสร็จทันเวลา

ooooooo

ลุงอาจเข้ามารายงานบุรธัชในห้องทำงาน เรื่องแม่บ้านคนใหม่ของบ้านสรณาลัยที่ให้ไปสืบว่า เธอชื่อประนอม บุญเสริม เคยเป็นผู้ช่วยแม่บ้านของอาจารย์ดาวเรือง ก่อนที่จะถูกส่งตัวมาทำงานที่บ้านสรณาลัย ตามประวัติไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่บุรธัชไม่ปักใจเชื่อ

เพราะประนอมที่เขาได้เจอ ดูไม่เหมือนเด็กจบ ม.6 หรือเคยทำงานเป็นสาวโรงงานมาก่อนตามข้อมูลที่ลุงอาจยื่นให้ดู

“ผมสืบมาไม่ผิดคนแน่ๆครับ ประนอม บุญเสริม เป็นแม่บ้านธรรมดาๆนี่แหละครับ” อาจยืนยัน

“ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ การมาของผู้หญิงคนนี้จะต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง แล้วเรื่องของนายภาสกับลูกสาว

คุณพรรณอรล่ะ” บุรธัชเปลี่ยนเรื่อง และไม่ทันเห็นรวิภาสที่เดินผ่านมาหยุดยืนฟังที่ประตู

“ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ ไม่มีใครเคยเห็นสองคนนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันเลยครับคุณชาย คุณภาสกับคุณนมลรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว เรียนก็เรียนที่เดียวกันมาตลอด จะไม่ให้คบหาสมาคมกันเลย ก็คงจะเป็นไปไม่ได้หรอกนะครับ”

“เรากับบ้านสรณาลัยตัดขาดกันมานานแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไปคบหาสมาคมด้วย ช่วยจับตานายภาสให้ด้วยแล้วกัน อย่าให้ไปข้องแวะกับลูกสาวคุณพรรณอรเป็นอันขาด” บุรธัชออกคำสั่ง

เวลาเดียวกันพรพรรณก็เข้ามาคุยกับพรรณอรเรื่องแม่บ้านคนใหม่ เพราะสงสัยในฝีมือทำอาหารฝรั่งและสำเนียงภาษาอังกฤษของเธอ แต่พรรณอรไม่ติดใจอะไรเพราะเชื่อที่ณิชมนบอกว่า เธอเคยทำงานบ้านฝรั่งมาก่อน ส่วนเรื่องสำเนียงภาษาก็คงได้รับการฝึกฝนมาจากอาจารย์ดาวเรือง

“ถึงยังไงพรก็ยังรู้สึกทะแม่งๆอยู่ดี ถ้าประนอมเก่งมีความสามารถนักล่ะก็ ทำไมไม่ไปทำงานอย่างอื่น มาทำงานเป็นแม่บ้านทำไมคะ พรสงสัยจริงๆ ยัยประนอมมาทำงานที่บ้านเรานี่ต้องการอะไรกันแน่” พรพรรณหันไปมองพี่สาว แต่ไม่มีเสียงตอบรับเพราะพรรณอรอยู่ในภวังค์นั่งพิมพ์งานไม่สนใจฟังใครแล้ว

ขณะที่พรพรรณคุยอยู่กับพี่สาว นมลก็เข้าไปคุยกับณิชมนที่นอนหมดแรงอยู่บนเตียง และให้ข้อมูลเรื่องคนงานในบ้านเพื่อให้ณิชมนใช้อำนาจที่มีจัดการกับทุกคนให้อยู่หมัด

เช้าวันใหม่ ณิชมนเดินเข้ามาในครัว รำไพ สายใจ กันยา และดำเกิงต่างทำตัวตามสบายทำเหมือนไม่เห็นเธออยู่ในสายตา และเมื่อณิชมนเรียกใช้งาน พวกเขาต่างอ้างว่าไม่สบายจะขอลาพัก และลากลับไปเยี่ยมบ้าน

“ทำงานไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ฉันทำงานคนเดียวก็ได้ แต่ขอให้รู้ไว้ด้วยนะว่าฉันรับปากกับคุณพรพรรณไว้แล้วว่า ฉันจะไม่ให้เกิดอะไรผิดพลาดอีกถ้าหากมีอะไรขาดตกบกพร่องล่ะก็ ให้คุณพรพรรณหักเงินเดือนทุกคนได้เลย เพราะทุกคนมีส่วนรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว เงินเดือนของพี่กันยากับพี่สายใจนี่ หักยี่สิบเปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินก็พันหกร้อยบาท ป้ารำไพก็จะโดนหักสองพัน แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะทำงานอย่างดีที่สุด จะพยายามให้ทุกคนถูกหักเงินเดือนให้น้อยที่สุด ทุกคนจะหยุดงานกี่วัน ก็หยุดไปเลย ตามสบาย” ณิชมนงัดไม้ตายมาใช้

ทุกคนพอได้ยินว่าตัดเงินเดือนก็รีบกลับไปทำหน้าที่ของตนทันที ณิชมนยิ้มอย่างโล่งใจที่แก้ปัญหาไปได้ แต่ปัญหาใหม่ก็มาเยือน เมื่อดำเกิงกลับเข้ามาบอกว่าอาจารย์ดาวเรืองมา ณิชมนใจระทึกหาทางเอาตัวรอด เธอเดินเลี่ยงออกมา และเกือบชนกับนมลที่กำลังจะออกไปเรียน

“พี่นอมเป็นอะไรไปคะ ทำไมหน้าซีดอย่างนั้นล่ะ” นมลทัก

“นอมไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่กำลังคิดรายการที่จะไปซื้อของเท่านั้นแหละค่ะ” ณิชมนโกหกคำโต

“พี่นอมจะไปตลาดเหรอคะ งั้นช่วยไปส่งนมลที่มหาวิทยาลัยหน่อยนะคะ รถนมลสตาร์ตไม่ติดน่ะค่ะ ไม่รู้เป็นฝีมือพันสรอีกหรือเปล่า นมลไปเอากระเป๋าก่อน พี่นอม

ไปรอที่รถเลย เดี๋ยวนมลตามไป” นมลผละออกไปทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ

ณิชมนยืนกลัวๆ กล้าๆ ไม่กล้าออกไปเพราะกลัวเจอกับดาวเรือง แต่ดาวเรืองกลับก้าวมาหา และวานให้ไปเรียนพรรณอรว่า เธอมาขอพบ

“ค่ะๆ ได้ค่ะ เชิญนั่งค่ะ อาจารย์” ณิชมนขยับจะเดินนำดาวเรืองเข้าไป แต่พรรณอรเดินออกมาพอดี เธอยกมือไหว้ดาวเรือง ณิชมนไม่อาจทนอยู่ต่อรีบจ้ำอ้าวออกไปที่รถ

ณิชมนเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ในรถ เธอนึกขึ้นได้ว่าไม่มีกุญแจจึงมองหา เห็นชัยวัฒน์ยืนยิ้มทำเท่โชว์กุญแจ พลางต่อรองขอไปตลาดด้วย แต่นมลเดินมาได้ยินพอดี เธอไล่ให้ชัยวัฒน์ไปดูแลพันสร ชัยวัฒน์จ๋อยคืนกุญแจณิชมนแล้วรีบเดินออกไป

“รีบไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณนมลจะไปเรียนไม่ทัน” ณิชมนชวน

“ทำไมพี่นอมรีบร้อนจังคะ ลืมทั้งกุญแจรถแล้วก็ลืมกระเป๋าด้วย ไม่มีเงินแล้วจะไปจ่ายตลาดได้ยังไงคะ” นมลชูกระเป๋าสะพายใบใหม่ให้ดู “กระเป๋าของพี่นอมขาดแล้ว ใช้กระเป๋านมลแล้วกัน ไม่ต้องเกรงใจนะคะ นมลมีตั้งหลายใบ นมลชอบดีไซน์ของกระเป๋าใบนี้มากเลยดูซิคะ มีที่ใส่มือถือ ตรงนี้ก็ใส่นามบัตรได้” นมลอธิบาย แต่ณิชมนไม่สนใจดึงกระเป๋าสะพายแล้วรีบออกรถอย่างรวดเร็ว

ooooooo

พรรณอรพาดาวเรืองเข้าไปคุยกันในบ้าน

พรพรรณลงมาสมทบ เพราะยังข้องใจเรื่องประนอมไม่หาย ดาวเรืองระแวงกลัวคนของเธอจะสร้างปัญหา แต่พรรณอรรีบสรุปว่า ประนอมทำงานดีมาก แล้วหันมาขู่น้องสาว

“ถ้าเธอไม่เชื่อใจประนอมก็เท่ากับเธอไม่เชื่อใจอาจารย์ด้วย”

“พรขอโทษนะคะอาจารย์ ไม่ใช่ว่าพรไม่เชื่อใจอาจารย์นะคะ พรแค่รู้สึกสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้”

“สรุปว่า คุณพรยังจะให้ประนอมทำงานอยู่ที่นี่ต่อไปหรือเปล่าคะ” ดาวเรืองถามย้ำ

“พรให้ประนอมทำงานต่อไปก็ได้ค่ะ พรจะพยายามมองข้ามความแปลกประหลาดของแม่คนนี้ไปก็แล้วกัน”

“ประนอมอาจจะมีอะไรล้นๆไปซักหน่อย แต่เรื่องงานรับรองว่าวางใจได้ค่ะ ดิฉันรับรองได้ว่าประนอมจะไม่สร้างปัญหาให้ที่นี่แน่ๆค่ะ” ดาวเรืองมองพรพรรณอย่างใจเย็นและเข้าใจ

พรรณอรยิ้มดีใจที่พรพรรณจำยอมไปได้

ณิชมนขับรถมาส่งนมลที่หน้าคณะฯ เธอรู้สึกโล่งใจ ที่หนีพ้นจากดาวเรืองมาได้ จึงหันมาถามนมลว่า จะให้มารับกี่โมง นมลว่า จะติดรถเพื่อนกลับเอง แล้วเร่งให้ณิชมนออกไปจ่ายตลาด

ณิชมนขับรถออกไปทันที นมลมองตามแล้วจะเดินเข้าตึกเรียน แต่รวิภาสมาดักหน้าไว้บอกว่า มีเรื่องจะคุยด้วย นมลจำใจเดินตามไปพร้อมกับคำถาม

“นี่นาย จะเดินไปอีกไกลไหม มีอะไรก็พูดมา ฉันต้องรีบไปเรียน”

รวิภาสหันกลับมามองนมลอย่างชั่งใจแล้วเอ่ยถามว่า ยังอยากเข้าชมรมของเขาอยู่หรือเปล่า

“ฉันยังอยากเข้าชมรมค่ายอาสาอยู่ แล้วเลิกพูดคำว่า ชมรมของฉันๆซักทีได้ไหม ชมรมค่ายอาสาไม่ใช่ของนายคนเดียว นายเป็นประธานชมรมก็จริง แต่ก็ยังมีกรรมการชมรมที่มีสิทธิ์ออกเสียงเหมือนกัน ถ้าฉันส่งคำร้องไปเมื่อไหร่ รับรองกรรมการทุกคนจะต้องโหวตให้ฉัน” นมลใส่เป็นชุด แล้วชะงักกึกเมื่อได้ยินรวิภาสบอกว่า เขาให้เธอเข้าชมรมได้

“ว่างเมื่อไหร่ก็ไปกรอกใบสมัครที่ชมรมฯ แล้วฉันจะดูอีกทีว่า เธอเหมาะที่จะช่วยงานด้านไหน”

“เมื่อคืนมีอะไรเข้าฝันเหรอ นายภาส หรือเมื่อวานนายตกจักรยานหัวน็อกพื้น สติก็เลยฟั่นเฟือน หรือว่านายคิดจะแกล้งอะไรฉัน” นมลไม่อยากเชื่อ

“ฉันก็แค่ตัดความรำคาญ ไม่งั้นไปไหนก็ต้องเห็นเธอมาตะแง้วๆขอเข้าชมรม นี่เปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมก็ตามใจนะ ไม่อยากเข้าก็ไม่ต้องเข้า” รวิภาสเดินออกไป

นมลรีบตามไปดักหน้าไว้ยืนยันว่า เธอไม่เปลี่ยนใจ รวิภาสยื่นเงื่อนไขต่อว่า นมลต้องเรียกตนว่าพี่ภาส เพราะเธอเป็นรุ่นน้องของเขา

“นายแก่กว่าฉันแค่ปีสองปี รู้จักกันตั้งแต่อนุบาลหนึ่ง ฉันเคยเรียกนายว่าพี่ที่ไหน”

“เคย...ก็ตอนที่เธออยู่ ป.4 ฉันอยู่ ป.6 เราขี่จักรยานแข่งกัน แล้วเราพนันกันว่า ถ้าเธอแพ้ เธอจะเรียกฉันว่า พี่ภาสตลอดชีวิตยังไงล่ะ” รวิภาสอมยิ้มเมื่อนึกถึงตัวเองในวัยเด็ก แล้วบังคับให้นมลเรียกตนว่าพี่ภาสจนได้ จากนั้นก็เดินเก๊กออกไป

ooooooo

ณิชมนยกถุงข้าวของมาใส่ท้ายรถพลางหยิบรายการซื้อของขึ้นมาตรวจดู แต่ใจเธอก็นึกระแวงกลัวความลับจะแตกจึงเดินออกมาที่หน้าแผงขายหนังสือเห็นมีหนังสือพิมพ์ประเภทจัดหางานก็คิดจะซื้อ

เป็นจังหวะเดียวกับที่บุรธัชขับรถผ่านมาเห็นพอดี เขาลดกระจกลงเพื่อแอบดูพฤติกรรมของเธอ และช่างบังเอิญที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาสอบถามเส้นทางไปสถานีรถไฟกับณิชมนพอดี หญิงสาวบอกเส้นทางด้วยสำเนียงชัดเป๊ะทั้งอังกฤษและเยอรมัน บุรธัชได้ยินก็ยิ่งสงสัย จึงลงจากรถเข้าไปหาเรื่อง

ณิชมนอ้างว่า เธอเคยทำงานให้ร้านอาหารมาก่อน บุรธัชสวนทันควัน

“เธอเคยทำงานร้านอาหารด้วยเหรอ แปลกนะที่ฉันรู้มา เธอทำงานที่โรงงานบ่มยากับโรงงานทอผ้ามาก่อนที่จะมาเป็นแม่บ้าน ไม่มีประวัติว่าเธอเคยทำงานร้านอาหารมาก่อน”

“คุณไปสืบประวัติฉันมาเหรอ คุณมีสิทธิ์อะไร คุณต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ” ณิชมนรีบชิ่งออกมา แล้วขับรถหนี บุรธัชตามติดแล้วแซงปาดหน้าจอดขวางกลางถนน

ณิชมนตกใจรีบเหยียบเบรก หัวเธอโขกกับพวงมาลัยเข้าอย่างจัง หญิงสาวโกรธจัดขอสู้ตาย เธอลงมาต่อว่าบุรธัช และยืนยันว่า ตนเป็นแค่แม่บ้านของบ้านสรณาลัยเท่านั้น

“ฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย คุณเลิกสำคัญตัวผิดได้แล้ว คุณไม่ได้ยิ่งใหญ่จนทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ต้องเกี่ยวกับคุณไปหมด แต่ก็นั่นแหละคนที่เคยทำร้ายคนอื่น ก็ต้องหวาดระแวงกลัวคนอื่นทำร้ายเป็นเรื่องธรรมดา”

“ฉันไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่พวกบ้านสรณาลัยที่ทำร้ายพวกฉัน”

“คุณก็ไปหาหลักฐานมาซิ แล้วก็ลากคนผิดเข้าคุกไป ไม่ใช่ขับรถไล่ล่าคนอื่นเหมือนคนบ้าอย่างนี้ ถ้าฉันขับรถตกถนนตายไป คุณจะทำยังไง หรือว่าชีวิตฉันไม่มีค่าเท่าชีวิตคุณชายอย่างคุณ” ณิชมนโต้กลับ

บุรธัชนิ่งอึ้งเริ่มรู้ตัวว่าทำเกินไป ภาพรถท่านชายบริพัตรตกลงข้างถนนผุดขึ้นมา

ณิชมนผลักบุรธัชออกไปแล้วจะเดินหนี รถอีกคันแล่นอย่างเร็วหลบรถบุรธัชที่จอดขวางอยู่แล้วเสียหลักจะชนณิชมน

“ระวัง” บุรธัชวิ่งเข้าไปรวบตัวณิชมนออกมา แล้วทั้งสองเสียหลักล้มกลิ้งลงไปข้างทาง

ooooooo

ดาวเรืองนั่งคุยกับสองพี่น้องได้สักพักก็ขอตัวกลับ พรรณอรกับพรพรรณเดินออกมาส่งที่รถ พรพรรณบ่นหาประนอมที่ออกไปตลาดนานเกินไปแล้ว แต่พรรณอรรีบออกรับแทน ดาวเรืองเปรยว่า คนเราทุกคนมีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ประนอมคนของเธอก็เช่นกัน เพราะเคยเหลวไหลอยู่ช่วงหนึ่งตอนมีแฟน แต่หลังจากเลิกลากันไปเพราะโดนหลอกหมดตัวก็คิดได้กลับมาตั้งใจทำงานเหมือนเดิม

“ประนอมได้บทเรียนราคาแพงแล้ว คงไม่กล้าทำตัวเหลวไหลอีกแล้วล่ะค่ะ ดิฉันก็เข้าใจประนอมนะคะ เป็นผู้หญิงหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่พอมีผู้ชายหน้าตาดีๆมาติดพันก็ต้องหลงใหลได้ปลื้มจนขาดสติเป็นธรรมดา แต่ยังไงดิฉันก็อยากขอโอกาสให้ประนอมเค้าซักหน่อยนะคะ ให้ลองทำงานที่นี่ไปซักพัก ทำงานถูกใจไม่ถูกใจยังไงก็ค่อยมาว่ากันอีกที แล้วดิฉันจะแวะมาดูประนอมให้ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ดิฉันลาล่ะค่ะ” ดาวเรืองทิ้งท้ายก่อนขึ้นรถออกไป

พรรณอรกับพรพรรณมองหน้ากันงงๆ

ด้านบุรธัชกับณิชมนที่กลิ้งตกถนนมาด้วยกันเริ่มได้สติ ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเข้าประคองเรียกณิชมน ครั้นหญิงสาวพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มก็พรวดพราดลุกขึ้นยืนจนเกือบเซล้มเพราะความหน้ามืด

“ยังไม่ตายหรอกเหรอ เจ็บตรงไหนบ้างล่ะ” บุรธัชถาม

“เจ็บไปหมดทั้งตัวเลย แล้วเราจะกลับขึ้นไปยังไงล่ะเนี่ย” ณิชมนเงยหน้ามองขึ้นไปข้างบนถนน

“เดินเลยไปอีกหน่อยก็มีทางขึ้นแล้ว” บุรธัชเดินนำออกไป

ณิชมนขยับตัวตามแล้วต้องชะงักเพราะเจ็บข้อเท้าบุรธัชหันกลับมามองอย่างรำคาญก่อนเอ่ยถามว่าขาหักหรือเปล่า ณิชมนว่าคงจะเคล็ดไม่ถึงกับหัก

“ขายังไม่หัก ก็เดินตามมา” บุรธัชเดินนำไปอย่างไม่แยแสอีก

“เป็นสุภาพบุรุษจริงๆ คุณชายบุรธัช” ณิชมนเดินกะโผลกกะเผลกตามไป

ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงที่รถด้วยสภาพเยินโทรมไม่แพ้กัน บุรธัชสั่งให้ณิชมนขับรถไปก่อนเพราะเขาจะขับตามหลังไป เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่ขับลงข้างทางก่อนถึงบ้านอีก

“ที่ฉันเป็นอย่างนี้ก็เพราะคุณไม่ใช่เหรอ ถ้าคุณไม่ขับรถไล่ตามฉันมา ฉันก็ไม่อยู่ในสภาพแบบนี้หรอก นี่ถ้าฉันขาหักแขนหักไปล่ะก็ ฉันฟ้องคุณหมดตัวแน่” ณิชมนโวย

“เธอควรจะสำนึกบุญคุณฉันที่ช่วยชีวิตเธอไว้ มากกว่าจะมาโวยวายใส่ฉันอย่างนี้ ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้เธอคงกลายเป็นผีเฝ้าถนนไปแล้ว”

“ถ้าฉันตายไป คุณนั่นแหละเป็นฆาตกร คุณเลิกตามรังควานฉันซักทีได้ไหม ฉันมีเรื่องปวดหัวมากพอแล้ว อย่ามาเพิ่มปัญหาให้ฉันอีก คุณจะเป็นศัตรูกับใคร ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน ถ้าหากเลิกคิดร้ายกับคนอื่นไม่ได้ล่ะก็ ไปพบจิตแพทย์ซะ” ณิชมนกะโผลกกะเผลกขึ้นรถไปแล้วกดแตรดังลั่นเร่งให้บุรธัชไปเร็วๆ

ooooooo

รถแล่นมาจอดที่หน้าตัวบ้าน ณิชมนลากสังขารของตัวเองลงจากรถ ดำเกิงกระวีกระวาดเข้ามาช่วยขนของ พลางเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะสภาพคุณแม่บ้านไม่น่าดูนัก ณิชมนว่า อุบัติเหตุนิดหน่อย แล้วนึกขึ้นได้ถามหาดาวเรือง ดำเกิงว่ากลับไปแล้ว

แต่ท่านบอกว่า แล้วจะมาใหม่ คราวหน้าคงได้เจอกัน

“ยังจะมีคราวหน้าอีกเหรอเนี่ย” ณิชมนพึมพำ

ด้านบุรธัชเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เรียกลุงอาจมาถามความคืบหน้าเรื่องที่ให้แอบตามไปดูรวิภาสที่มหาวิทยาลัย อาจรายงานว่า เห็นรวิภาสไปคุยกับนมลที่คณะ คาดว่าคงเป็นเรื่องเรียน แต่บุรธัชไม่วางใจกลัวพรรณอรจะส่งลูกสาวมาตีสนิทกับน้องชายด้วยมีแผนร้าย จึงคิดจะดึงตัวน้องชายออกมาก่อนจะตกหลุมพราง แต่ไม่ทันกาล เพราะตอนนี้นมลไปเขียนสมัครเข้าชมรมค่ายอาสาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังเลิกเรียน รวิภาสก็ทำฟอร์มมาดักรอเธอที่หน้าห้องสมุดอ้างว่า มีธุระจะคุยด้วย เพื่อจะให้นมลนั่งรถมาด้วยกัน

รถรวิภาสแล่นมาจอดหน้าบ้านสรณาลัย รวิภาสหันมาบอกนมลว่า ถึงบ้านแล้ว เชิญลงได้ นมลยังงงไม่หาย เอ่ยถามว่า รวิภาสมีเรื่องจะคุยด้วยไม่ใช่หรือ

“ไม่มีอะไร แค่อยากมาส่งเฉยๆ แต่เธออย่าเพิ่งดีใจไป ถึงวันนี้ฉันจะยอมรับเธอเข้าชมรมแล้ว ก็ใช่ว่าเธอจะได้เป็นสมาชิกอย่างถาวร ถ้าหากเธอทำงานไม่ได้เรื่อง

ล่ะก็ ฉันไล่เธอออกจากชมรมแน่”

“นมลจะพิสูจน์ให้ดูว่า นมลทำงานเป็นและก็ทำได้ดีกว่าที่พี่ภาสคิด พี่ภาสอย่าหาเรื่องแกล้งนมลก็แล้วกัน”

นมลนึกได้รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพลางดึง

รวิภาสเข้ามาใกล้แล้วกดถ่ายรูปไว้ก่อนขู่ว่า ถ้าโดนรวิภาสแกล้ง เธอจะส่งรูปนี้ไปให้แฟนของเขาทุกคน แล้ววิ่งเข้าบ้านไปนั่งกินคัพเค้กที่ณิชมนซื้อมาฝากอย่างเอร็ดอร่อยท่าทางเริงร่ามาก

ณิชมนเข้ามาเห็นก็แปลกใจเอ่ยทักว่า นมลไปทำอะไรมา ดูมีความสุขจัง นมลว่า วันนี้เกิดเรื่องมหัศจรรย์ เพราะรวิภาสขับรถมาส่งเธอที่หน้าบ้านแถมยังยอมรับเธอเข้าชมรมแล้วด้วย ณิชมนอดสงสัยไม่ได้เอ่ยถามต่อ

“ทำไมคุณภาสถึงต้องเกลียดคุณนมลด้วยล่ะคะ คุณสองคนมีเรื่องอะไรกันเหรอคะ”

“นมลกับพี่ภาสไม่มีเรื่องอะไรกันหรอกค่ะ แต่เป็นเราสองบ้านที่มีปัญหาค้างคากันมานานนับสิบปี ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสะสางกันได้ซะที” นมลเล่าเรื่องราวในอดีตให้ณิชมนฟัง

เป็นเวลาเดียวกับที่รวิภาสกำลังถูกบุรธัชเล่นงานเรื่องไปหานมลที่คณะ แต่รวิภาสสวนกลับพี่ชายอย่างไม่กลัวว่า ไม่ใช่แค่ไปหา แต่วันนี้เขายังไปส่งเธอที่บ้านมาแล้วด้วย บุรธัชโกรธมากยื่นคำขาดไม่ให้รวิภาสคบหากับนมล

ส่วนนมลเมื่อเล่าเรื่องจบ ก็ยกแก้วนํ้าดื่มแต่แทบสำลัก เมื่อได้ยินณิชมนตั้งฉายาใหม่ให้บุรธัชว่า คุณชายแวมไพร์พร้อมออกความเห็น “คุณชายนั่นเหมือนผีดิบดูดเลือดจะตาย ดูเย็นชาไม่มีหัวใจ เจอนอมทีไรทำท่าเหมือนอยากขยํ้าคอให้ตายทุกที แล้วสรุปว่า เขาเข้าใจผิดไปเองใช่ไหมคะ เรื่องที่คุณพ่อคุณนมลไปโกงคุณพ่อของเขาน่ะ”

“ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ๆค่ะ พี่นอม คุณพ่อเป็นคนดีไม่มีวันจะโกงใครได้หรอกค่ะ นมลอยากให้ปัญหาเรื่องนี้จบลงซักที นมลกับพี่ภาสจะได้กลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม”

“คุณนมลชอบคุณภาสหรือคะ” ณิชมนยิงคำถามแทงใจ

นมลยิ้มเขินรีบปฏิเสธ แต่ณิชมนรู้ทัน เธออาสาช่วยให้รวิภาสกลับมาเหมือนเดิม แล้วจัดการทำรูปถ่ายรวิภาสกับนมลในมือถือให้เป็นรูปวอลเปเปอร์ส่งไปให้รวิภาส

เป็นเวลาเดียวกับบุรธัชกำลังรอคำตอบจากน้องชายเรื่องนมลอยู่พอดี เสียงสัญญาณข้อความเข้าจากมือถือของรวิภาสดังขึ้น รวิภาสกดดูเห็นรูปที่ณิชมนส่งมาก็ยิ้มขำ เขาเงยหน้าตอบพี่ชาย

“ช้าไปแล้วล่ะครับ พี่ธัช นมลตอบรับเป็นแฟนผมแล้วล่ะครับ” รวิภาสชูมือถือให้บุรธัชดูพลางยั่วโมโห

“ผู้หญิงระดับอย่างนมลนี่ ผมคงจะเล่นๆด้วยไม่ได้ คงต้องรักจริงหวังแต่ง ดีเหมือนกันนะ พี่ธัช ถ้าผมแต่งงานกับนมล เราสองบ้านจะได้รวมเป็นหนึ่งเดียว ทุกคนจะได้อยู่กันอย่างสงบสุขซักที”

“ถ้าแกคิดถึงแต่ความสุขของตัวเอง ไม่คิดถึงหน้าที่ของตัวเอง แกก็ไม่ใช่คนบ้านบุริศราวัณแล้ว นายภาส”

“พี่ธัชก็หัดหาความสุขใส่ตัวเองบ้าง เลิกหมกมุ่นเรื่องบ้านสรณาลัยซักที สนใจคนที่อยู่ข้างๆบ้าง พี่ณิชาอดทนคบกับพี่ธัชมาเป็นสิบปีเคยคิดจะไปง้อคืนดีบ้างมั้ย ก่อนที่คิดจะกำหนดชีวิตใคร ก็ทำชีวิตตัวเองให้ดีซะก่อนเถอะครับ”

รวิภาสเดินออกไป ทิ้งให้บุรธัชยืนนิ่งอยู่คนเดียว

ooooooo

ตอนที่ 3

ณิชาภัทรเดินออกมาหน้าบ้านสุธาสิน เห็นบุรธัชยืนรออยู่ จึงเข้าไปบอกว่า คุณย่าออกไปเล่นไพ่บริดจ์กับก๊วน กว่าจะกลับก็คงค่ำ

บุรธัชบอกว่าไม่ได้มาหาคุณย่า แต่จะมาปรึกษาณิชาภัทรเรื่องโครงการเทพสุธา

“ธัชมาปรึกษาเรื่องงานอย่างเดียวเหรอคะ ณิชารับฟังได้ทุกเรื่องนะคะ”

“ผมไม่อยากรบกวนคุณ”

“ธัชมาหาณิชาก็เพราะอยากหาคนคุยด้วยไม่ใช่เหรอคะ ไปค่ะ ไปทานข้าวกันก่อนแล้วค่อยคุยกัน ณิชาดีใจจังที่ธัชมาหา ณิชาจะได้ไม่ต้องทานข้าวคนเดียว” ณิชาภัทรดึงบุรธัชเข้าไปทานอาหารเช้าด้วยกัน

ระหว่างนั่งทานอาหาร เธอชวนชายหนุ่มคุยถึงเรื่องราวในอดีตหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์และขอความเห็นใจให้รวิภาส ได้มีโอกาสคบหากับนมลบ้างในฐานะเพื่อนก็ยังดี แต่บุรธัชไม่ยอม

“ธัชไม่ต้องการเพื่อน แต่คนอื่นเขาต้องการนะคะ ไม่มีใครอยู่คนเดียวในโลกได้เหมือนธัชหรอก”

“ใครบอกว่าผมไม่ต้องการเพื่อน ผมต้องการเพื่อนอย่างคุณเสมอนะ ณิชา” บุรธัชจับมือณิชาภัทร

ณิชาภัทรยิ้มปลื้มเริ่มมีความหวังเรืองๆ ขณะที่บุรธัชเห็นเธอเป็นเพื่อนที่ดีเท่านั้นจริงๆ

เวลาเดียวกันนั้น ณิชมนก็เดินคุยอยู่กับนมลเรื่อง

รวิภาส เพราะมั่นใจว่าเขาก็คงมีใจให้นมลเช่นกัน แล้วสองสาวก็ชะงัก เมื่อเห็นชัยวัฒน์กำลังนั่งอ่านนิตยสารรถอย่างสบายอารมณ์อยู่ในห้อง โดยมีพันสรนั่งทำการบ้านอยู่ใกล้ๆ สักพักเด็กชายก็บอกว่าทำการบ้านเสร็จแล้ว จะเล่นเกมได้หรือยัง

“เสร็จแล้วเหรอครับ ครูให้พักสองชั่วโมง แล้วเดี๋ยวกลับมาคัดลายมือนะครับ” ชัยวัฒน์สั่งแล้วอ่านหนังสือต่อ ไม่สนใจพันสรที่คว้าเครื่องเล่นเกมวิ่งออกไป

ณิชมนเดินเข้ามาหยิบสมุดที่พันสรวางทิ้งไว้เปิดดู ชัยวัฒน์เงยหน้ามองพลางออกตัวว่า กำลังจะตรวจการบ้านอยู่พอดี

“คงไม่ต้องตรวจหรอกค่ะ เพราะคุณพันสรไม่ได้ทำเลยซักข้อเดียว” ณิชมนโชว์สมุดให้เห็นว่ามีแต่รูปการ์ตูนเต็มหน้า เธอส่งสมุดคืนให้ชัยวัฒน์แล้วเดินออกไป

ชัยวัฒน์มองตามอย่างไม่สบายใจ เขารีบไปรายงานพรพรรณเพื่อหาตัวช่วย ส่วนณิชมนเมื่อออกมาจากห้องแล้ว เธอก็เข้าไปพบพรรณอรเพื่อคุยเรื่องการเรียนของพันสร แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก พรพรรณก็เดินเข้ามาพร้อมกับชัยวัฒน์

พรพรรณตำหนิณิชมนที่เข้าไปก้าวก่ายหน้าที่ของชัยวัฒน์ เพราะเชื่อว่าชัยวัฒน์เป็นครูผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนในระบบโฮมสคูลจริงๆ ชัยวัฒน์ได้ช่องรีบคุยฟุ้ง

“ผมไปอบรมมาหลายหลักสูตรศึกษามาทุกแนวคิด ทั้งแนวคิดแบบองค์รวม หรือแนวคิดของซัมเมอร์ ฮิล ผมเอามารวบรวมแล้วเขียนหลักสูตรขึ้นมาใหม่ รับรองคุณพันสรได้ความรู้ไม่แพ้เรียนในโรงเรียนแน่ๆ”

“แต่เรียนแบบโฮมสคูลไม่ได้หมายความว่า จะปล่อยให้คุณพันสรทำอะไรทุกอย่างตามใจชอบนะคะ ยังไงก็ต้องมีตารางเรียนที่แน่นอน จะต้องสอนให้คุณพันสรรู้หน้าที่ของตัวเอง ต้องมีวินัยว่า เวลาไหนเวลาเรียน เวลาไหนเวลาเล่น ไม่ควรจะปล่อยคุณพันสรมากเกินไปนะคะ ยังไงเข้มงวดเรื่องการเรียนหน่อยก็ดี เพราะตอนนี้ภาษาไทยผสมคำง่ายๆ คุณพันสรยังอ่านไม่ได้เลย เพราะครูชัยวัฒน์ปล่อยให้คุณพันสรสร้างจินตนาการไปกับเกมเพลย์สเตชั่นรุ่นใหม่” ณิชมนร่ายยาว

“งั้นฉันฝากด้วยแล้วกันนะ ครูชัยวัฒน์ ไม่งั้นสอบวัดผลคราวหน้า ถ้าพันสรสอบไม่ผ่าน พันสรต้องเสียใจแย่เลย ขอบใจประนอมนะ ที่เป็นหูเป็นตาให้ ฉันขอไปทำงานต่อล่ะ” พรรณอรตัดบทแล้วเดินออกไป

ณิชมนมองตามรู้สึกเหนื่อยเปล่าที่พรรณอรจบปัญหาง่ายๆ แบบนี้ ขณะที่พรพรรณจ้องมองณิชมนอย่างจับผิดเพราะแม่บ้านความรู้แค่ ม.หกไม่น่าจะเข้าใจระบบการศึกษาแบบโฮมสคูลลึกซึ้งขนาดนี้
พรรณอรไม่อาจวางใจเรื่องแม่บ้านคนใหม่ได้ เธอจึงแอบไปค้นที่ห้องของณิชมน เห็นมีหนังสือภาษาอังกฤษ แบบเรียนภาษาไทย พจนานุกรมและหนังสือสารคดีอีกหลายเล่มก็ยิ่งสงสัย เธอกวาดตามองรอบๆ ห้องหวังหาหลักฐานชิ้นสำคัญ

แต่ณิชมนกลับมาพอดี หญิงสาวตกใจมากที่เห็นพรพรรณเข้ามาในห้องรีบกระโดดตะครุบกองหนังสือเพราะพาสปอร์ตซ่อนอยู่ในนั้น

“คุณพรพรรณมีอะไรจะใช้นอมเหรอคะถึงเข้ามาในนี้” ณิชมนเก็บพิรุธ

“เปล่าๆ ไม่มี้ไม่มีอะไร ทำไม ฉันจะเข้ามาตรวจดูห้องเธอไม่ได้หรือไง ในบ้านนี้ฉันสามารถเข้าตรวจดูได้ทุกห้องตลอดเวลา ใครมีอะไรปกปิดไว้ล่ะก็ ไม่มีทางที่จะรอดหูรอดตาฉันไปได้หรอก ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ” พรพรรณเดินออกไป

ณิชมนถอนใจเฮือกหยิบพาสปอร์ตขึ้นมาดูพลางรำพึงกับตัวเองว่า คงจะอยู่บ้านนี้ได้อีกไม่นาน

ooooooo

ณิชาภัทรมาที่บ้านบุริศราวัณตอนเช้าตรู่ เธอเข้ามาทักบุรธัชที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ แล้วถามหารวิภาส แต่ลุงอาจที่กำลังจัดโต๊ะตอบแทนว่า ชายหนุ่มออกไปทำกิจกรรมของชมรมตั้งแต่เช้ามืดแล้ว

“ทำกิจกรรมอะไร ชมรมอะไร วันๆมันก็มั่วสุมอยู่กับวงดนตรีของมัน ถามทีไรก็บอกว่า ไปซ้อมดนตรีบ้านเพื่อน ไม่เห็นมันจะทำอย่างอื่นเป็นเลย” บุรธัชหงุดหงิดขึ้นมาทันที

“ภาสมีอะไรดีๆ อย่างที่ธัชอาจจะคิดไม่ถึง...” ณิชาภัทรจะชี้แจงแต่บุรธัชไม่ฟัง เขาผุดลุกขึ้นบอกกับณิชาภัทรจะไปตามรวิภาสแล้วเดินออกไป ณิชาภัทรรีบตาม

เพียงครู่เดียว บุรธัชก็มาถึงหน้าบ้านสรณาลัย ณิชาภัทรแปลกใจถามชายหนุ่มว่า มาที่นี่ทำไม

“เมื่อวานนายภาสยังมาส่งลูกสาวคุณพรรณอรเลย วันนี้มันอาจจะมารับกันก็ได้ จีบกันใหม่ๆ ก็ต้องเช้าถึงเย็นถึงอย่างนี้แหละ” บุรธัชตอบ

“ตอนธัชจีบณิชาไม่เห็นจะเช้าถึงเย็นถึงเลย มีแต่ณิชาต้องมาหาธัช ไม่งั้นก็ไม่ได้เจอหน้ากัน”

“ก็คุณเป็นฝ่ายที่จีบผม คุณก็ต้องมาหาผมซิ”

“ธัช” ณิชาภัทรทำเป็นโมโหทุบบุรธัช เพื่อให้ชายหนุ่มจับมือไว้ แล้วจู่ๆชายหนุ่มก็ปล่อยมือ เพราะเห็นณิชมนขับรถออกมาพอดี

“แม่บ้านประนอม...” บุรธัชพึมพำแล้วขับตามไป

“ธัชจะไปไหน แล้วนั่นรถใครคะ ธัชขับรถตามใครน่ะ”

“รถแม่บ้านตัวแสบน่ะซิ” บุรธัชตอบสั้นๆ

ขณะที่บุรธัชขับรถตามณิชมนอยู่นั้น รวิภาสนัดเพื่อนๆ มารับน้องใหม่ของชมรมฯ ที่ไร่บุริศราวัณ เพราะจะแกล้งนมลที่เป็นหนึ่งในน้องใหม่

แต่นมลสู้ไม่ถอยแถมยังต่อว่ารวิภาส จนเขาต้องสั่งให้กันต์กับเพื่อนๆ พาน้องใหม่ทั้งหมดกลับไปชมรมฯ ยกเว้นนมลที่ต้องถูกทดสอบต่อ เพราะเธอยืนยันว่า ขอสู้ตาย เขาสั่งให้นมลวิ่งต่อไปที่ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไกลลิบ เพราะถ้าทำได้ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ

“ได้เลย” นมลวิ่งสู้ตายออกไป แต่ไม่ทันไรสะดุดก้อนหินล้มลง

รวิภาสชะงักมองอย่างเป็นห่วง เขาเห็นนมลลุกขึ้นใหม่วิ่งต่อไปจึงขี่จักรยานตามไปช้าๆ

เวลาเดียวกันนั้น ณิชมนขับรถมาจอดที่บ้านชุติมันต์ แล้วหิ้วถุงผลไม้เดินเข้าไปหาแสวงที่กวาดใบไม้อยู่หน้าบ้าน แสวงดีใจที่ได้พบกับณิชมนอีก ชายชราขอบใจหญิงสาวที่แวะมาเยี่ยม

“หนูอยากจะมาขอโทษลุงแหวงน่ะค่ะ คราวที่แล้วไม่รู้ว่าหนูทำให้ลุงเดือดร้อนหรือเปล่า เจ้าของบ้านคนใหม่ว่าอะไรลุงหรือเปล่าคะ” ณิชมนเป็นห่วง

“คุณชายบุรธัชน่ะเหรอครับ ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ แค่เตือนว่า ทีหลังอย่าสุ่มสี่สุ่มห้าให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านอีก เชิญครับ เชิญเข้ามาเลยครับ” แสวงเดินนำณิชมนเข้าไปในบ้าน และไม่ทันเห็นรถบุรธัชที่แล่นมาจอด

“ยัยนี่มาที่นี่ทำไมอีก” บุรธัชมองตามณิชมนกับแสวง

“ผู้หญิงคนนี้ชื่อประนอมเหรอคะ แล้วเขาเป็นใคร ทำไมธัชต้องขับรถตามเขามาด้วย” ณิชาภัทรยังไม่เข้าใจ

“ก็ยัยประนอมนี่เป็นแม่บ้านบ้านสรณาลัยน่ะซิ เข้าใจหรือยังว่า ทำไมผมต้องขับรถตามเขามา” บุรธัชเฉลย ณิชาภัทรอ่อนใจที่บุรธัชหาเรื่องกับบ้านสรณาลัยได้ตลอด

ooooooo

ณิชมนที่เดินตามแสวงเข้ามาในบ้าน และพยายามจดจำบ้านที่พ่อเคยอยู่ พลางคุยว่า ถ้ามีเงินเธอจะซื้อบ้านหลังนี้เพราะรู้สึกคุ้นเคยและผูกพัน แสวงว่าคงเป็นไปไม่ได้เพราะคุณโชติสั่งให้ขายบ้านให้คุณชายบุรธัชเพียงคนเดียว

“คุณชายบุรธัชใช้อำนาจมาเฟียบีบบังคับให้คุณโชติขายบ้านให้ใช่ไหมคะ”

“คุณเอาอะไรมาพูด คุณโชติเต็มใจขายให้ คุณหญิงนวลแขเป็นพยานได้ท่านเป็นคนกำหนดเองว่า ถ้าหากภายในสามปี คุณชยทัตไม่กลับมารับมรดกก็ให้โอนบ้านเป็นชื่อคุณชายซะ ไม่งั้นเดี๋ยวบ้านจะตกเป็นของแผ่นดินไป”

“คุณหญิงนวลแขท่านเป็นคนยังไงคะ ท่านใจดีเหมือนคุณโชติไหมคะ” ณิชมนเข้าเรื่อง

“ไม่เหมือนกันเลยครับ คุณหญิงท่านเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง ถือเกียรติถือศักดิ์ศรีเป็นที่สุด ตอนที่คุณชยทัตพาคุณณัชชาหนีไป ท่านประกาศตัดเป็นตัดตายเลยนะครับ สั่ง ทุกคนไม่ให้ตามหาเด็ดขาด ผ่านไปสองสามปีอาจารย์ดาวเรืองก็มาส่งข่าวว่า คุณณัชชามีลูกสาว ท่านยังไม่สนใจเลย อาจเป็นเพราะท่านมีหลานย่าอยู่แล้ว จะไปสนใจหลานยายที่ไม่เคยเห็นหน้าทำไมล่ะครับ ก็คุณณัฐวร ลูกชายคนโตของท่านมีลูกสาวชื่อ คุณณิชาภัทร เธอสวยน่ารัก เรียนหนังสือก็เก่ง เรียนจบจากเมืองนอกมาก็มาช่วยงานคุณหญิงท่านที่เทพสุธา หลานคนนี้เป็นสุดรักสุดดวงใจ ของท่านเลยครับ ผมรับรองได้เลยว่าท่านจะต้องยกมรดกทั้งหมดให้คุณณิชาแน่ๆ ก็ท่านมีหลานอยู่คนเดียวนี่ครับ” แสวงอธิบายยืดยาว

ณิชมนเศร้าหมดหวังที่จะกลับไปหาคุณยาย เพราะเข้าใจว่าท่านคงลืมเธอไปแล้ว

“คุณณิชานี่อายุยืนจริงๆ พอพูดถึงก็มาพอดี สวัสดีครับ คุณณิชา” แสวงร้องทัก

ณิชมนหันขวับไปมอง เห็นณิชาภัทรเดินเข้ามา เธอยืนอึ้งเพราะตกใจที่ได้เจอญาติอย่างไม่คาดคิด

“สวัสดีค่ะ ลุงแหวง สบายดีนะคะ” ณิชาภัทรทักทายแสวงแล้วหันไปมองณิชมนอย่างจับสังเกต ณิชมนรีบแนะนำตัว

“ประนอมค่ะ คุณณิชาภัทร...”

“เรียกณิชาก็พอค่ะ คุณประนอมคุยธุระอะไรกับลุงแหวงอยู่หรือคะณิชามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ได้มีธุระอะไรหรอกค่ะ แค่ผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาเยี่ยมลุงแหวงน่ะค่ะลุงแหวงมีแขก งั้นไม่รบกวนแล้วนะคะ หนูกลับก่อนนะคะ ลุงแหวง แล้ววันหลังหนูจะมาเยี่ยมใหม่” ณิชมนจ้ำเดินหนีออกมา แต่ถูกบุรธัชคว้าตัวไว้บอกว่าไม่มีวันหลังสำหรับเธอแล้ว

ณิชมนตกใจหลุดปากเรียกบุรธัชว่าคุณชายแวมไพร์ แล้วสะบัดตัวหลุดออกมาได้ แล้ววิ่งไปที่รถ บุรธัชตามไปติดๆ ณิชมนสะดุดขาตัวเองล้มลง แต่บุรธัชยังยืนมองด้วยความสะใจ เธอค่อยพยุงตัวลุกขึ้นหันมาต่อว่า เพราะเจอชายหนุ่มทีไรเธอเจ็บตัวทุกที แต่บุรธัชไม่สนตวาดถามว่า เธอมาที่นี่ทำไม

ณิชาภัทรกับแสวงตามออกมา ณิชาภัทรเห็นบุรธัชพูดจาไม่ดีกับณิชมนก็เข้ามาปรามและอาสาจะเจรจาให้เอง ส่วนแสวงก็รีบยืนยันว่า ประนอมเป็นคนของอาจารย์ดาวเรืองไม่ใช่พวกต้มตุ๋น แต่บุรธัชไม่ฟัง เขาคาดคั้นให้ณิชมนสารภาพว่ามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไรกันแน่

ณิชมนทำไม่รู้ไม่เห็นแอบไปหลบอยู่หลังณิชาภัทร ทำให้บุรธัชชักฉุนยื่นกุญแจรถให้ณิชาภัทรสั่งให้กลับบ้านไปก่อน แล้วลากตัวณิชมนไปที่รถของเธอ เพราะต้องรู้ให้ได้ว่า เธอเป็นใครและต้องการอะไรจากเขา

ooooooo

บุรธัชลากณิชมนมาถึงรถบังคับให้เธอส่งกุญแจรถให้ ณิชมนทำเป็นล้วงดูในกระเป๋าสะพาย แล้วโกหกว่ากุญแจหาย แต่สายตาชำเลืองมองไปในรถอย่างไม่ตั้งใจ

ชายหนุ่มมองตามอย่างรู้ทัน เขารีบเปิดประตูเข้าไปดูในรถเห็นกุญแจเสียบคาอยู่ จึงปล่อยมือจากณิชมนพลางออกคำสั่งให้เธอขึ้นรถแล้วเข้าประจำที่คนขับ แต่ณิชมนกลับวิ่งหนีออกไป บุรธัชมองตามส่งยิ้มอย่างเหนือกว่า

ณิชมนวิ่งออกมาได้สักพักไม่เห็นบุรธัชตามมาก็โล่งใจคิดว่าหนีพ้นแล้ว เธอหยุดมองหารถเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่รถที่แล่นมาจอดกลับมีบุรธัชเป็นคนขับ เธอต้องวิ่งหน้าตั้งไปอย่างรวดเร็ว บุรธัชเร่งตามจนทันแล้วลดกระจกสั่งให้ณิชมนขึ้นรถ แต่เธอยังคงวิ่งต่อไป

“คิดว่าจะหนีพ้นงั้นเหรอ อีกสิบกิโลกว่าจะถึงถนนใหญ่ เธอเดินไปไม่ไหวหรอก”

“ไม่ ยังไงฉันก็ไม่ไปกับคุณ”

“ก็ได้ งั้นฉันจะเอารถไปคืนเจ้านายเธอให้เอง บางทีเจ้านายเธออาจจะบอกฉันได้ว่า เธอมาทำอะไรที่บ้านชุติมันต์” บุรธัชขับรถออกไป

ณิชมนหยุดกึกเพราะความลับแตกแน่ถ้าบุรธัชไปบอกเรื่องที่มาบ้านปู่ เธอตะโกนให้บุรธัชรอด้วยแล้ววิ่งไปขึ้นรถ

ขณะที่ณิชมนออกไปกับบุรธัช รวิภาสก็กำลังขี่จักรยานตามนมลที่วิ่งอย่างอ่อนแรงจะล้มลงได้ทุกวินาที เขาสงสารเธอมากแต่ยังทำปากดีเย้ยให้นมลยอมแพ้

“นมลต้องทำให้ได้ นมลจะวิ่งไปให้ถึง ต่อให้นมลต้องคลานไป นมลก็จะต้องไปถึงต้นไม้นั่นให้ได้”

“เธอจะทรมานตัวเองไปทำไม แพ้ก็ต้องยอมรับว่า แพ้ซิ”

“ก็นมลยังไม่แพ้นี่ นมลเชื่อว่า นมลทำได้ พี่ภาสพนันกับนมลไหมล่ะ”

“ได้ พนันกันก็ได้ แต่เธอต้องวิ่งไปถึงที่ต้นไม้ต้นนั้นภายในห้านาทีถ้าเธอทำได้ เธอก็ชนะพนัน เริ่มเลยนะ”

รวิภาสบอกกติกาแล้วเริ่มจับเวลาทันที

นมลวิ่งออกไปทันทีด้วยแรงทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ รวิภาส มองตามไม่คิดว่านมลจะฮึดสู้ขนาดนี้

อึดใจต่อมานมลก็วิ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นเป้าหมายอย่างเหนื่อยอ่อน เธอนอนแผ่หมดแรงอยู่ที่พื้น รวิภาสมองนาฬิกาจับเวลาเอ่ยว่าเธอเป็นฝ่ายชนะ แล้วยื่นมือให้นมลจับเพื่อลุกขึ้น

“นมลบอกแล้วว่า นมลต้องทำได้ นมลผ่านการทดสอบ แล้วก็ชนะพนันพี่ภาสด้วย รู้ไหมว่า คนที่แพ้พนันจะต้องทำอะไร” นมลทวงสัญญา

รวิภาสรีบออกตัวว่า ถ้าให้ขี่หลังไปตลอดชีวิตอย่างตอนเด็กๆ เขาไม่เอาด้วย นมลดีใจที่รวิภาสยังจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ เธอซักต่อว่านอกจากเรื่องที่เคยพนันกันแล้ว รวิภาสจำอะไรได้อีก

“เรื่องของเธอมีอะไรให้น่าจำนักเหรอ จะให้ทำอะไรก็บอกมาเลย จะได้จบๆ เรื่องไป ฉันมีเรียนตอนบ่าย” รวิภาสทำฟอร์ม

“นมลยังไม่บอกตอนนี้หรอก รอให้โอกาสเหมาะๆ แล้วพี่ภาสก็จะรู้ว่าพี่ภาสจะต้องทำอะไรให้นมล”

“เรื่องมากจริงๆ ถ้าไม่บอกวันนี้ เป็นอันว่าทุกอย่างโมฆะก็แล้วกัน” รวิภาสแกล้งเดินหนี

“ได้ยังไง พี่ภาสอย่าขี้โกงซิ อย่าหนีนะ พี่ภาส” นมลรีบตามแล้วตะโกนลั่นเมื่อเห็นรวิภาสขี่จักรยานหนี “พี่ภาสจะทิ้งนมลไว้ตรงนี้เหรอ พี่ภาสใจร้ายที่สุด”

รวิภาสอมยิ้มก่อนขี่จักรยานกลับมาหานมลพลางขู่ “จะตะโกนไปทำไม เดี๋ยวคนงานก็แตกตื่นกันหมดหรอก ยืนเฉยอยู่ทำไมจะกลับด้วยกันไหม หรือจะเดินกลับเอง”

“ไปด้วยซิ” นมลรีบขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานสีหน้ามีความสุข

รวิภาสแอบหันมามอง มีความสุขไม่แพ้กัน ผิดกับณิชมนที่กำลังทุกข์หนัก เพราะถูกบุรธัชพาตัวมาที่ไร่บุริศราวัณเพื่อสอบ ปากคำ เพราะคิดว่าบ้านสรณาลัยส่งเธอมาสอดแนมเพื่อจะฮุบโครงการฯไว้เอง หญิงสาวยืนอึ้งคิดหาข้อแก้ตัวก่อนโกหกคำโต

“ใช่ค่ะ ฉันเป็นแค่แม่บ้านโง่ๆ เซ่อๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับพวกคุณเลย คุณหาว่าฉันเป็นสายของคุณพรพรรณ ทางคุณพรพรรณก็ระแวงกลัวว่าฉันจะเป็นคนของคุณ ฉันทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ไหวแล้ว ฉันก็เลยคิดหางานที่อื่นทำ ก็เลยไปบ้านชุติมันต์ไงล่ะ เพราะฉันคิดจะไปของานที่บ้านคุณหญิงนวลแขต่างหากล่ะ ฉันก็เลยไปถามลุงแหวงเผื่อลุงเขาจะรู้จักคุณหญิงท่าน”

“แล้วทำไมต้องเป็นบ้านคุณหญิงนวลแข”

“ก็ เออ...คือ...คุณนมลเคยพูดถึงท่าน เห็นว่าบ้านท่านใหญ่โตน่าจะต้องการลูกจ้างเพิ่ม แล้วท่านก็เป็นกลางไม่ได้อยู่ฝ่ายคุณหรือฝ่ายคุณพรพรรณ ถ้าฉันได้ทำงานบ้านท่านล่ะก็ ทุกคนจะได้เลิกมองฉันผิดๆ ซะที หมดข้อข้องใจแล้วใช่ไหม ฉันกลับล่ะ” ณิชมนจะหันหลังกลับไปที่รถแต่แล้วต้องชะงักเพราะเห็นรวิภาสขี่จักรยานมีนมลซ้อนท้ายเข้ามาแต่ไกล

ooooooo

นมลเห็นบุรธัชยืนอยู่กับณิชมนก็ตกใจสั่งให้รวิภาสหยุดรถแล้วรีบหาที่ซ่อนส่งสัญญาณให้ณิชมนช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากบุรธัชไปก่อน เพราะถ้าเขาเห็นรวิภาสกับเธออยู่ด้วยกันคงเกิดเรื่องแน่

ณิชมนเข้าใจรีบดึงตัวบุรธัชที่จะเดินหนีไว้แล้วหาเรื่องกวนประสาทเพื่อถ่วงเวลา และเมื่อเห็นนมลวิ่งไปถึงรถแล้วจึงยอมถอยออกมา แต่บุรธัชก็ยังตามมาอีก ณิชมนหันไปตวาด เพราะเข้าใจว่าเขาจะมาหาเรื่อง

“เธอจะไปได้ยังไง กุญแจรถอยู่ที่ฉันนี่” บุรธัชชูกุญแจให้ณิชมนรีบคว้ากุญแจรถมาทันที เสียงประตูรถปิดดังปังจากฝีมือของนมลที่เข้าไปซ่อน บุรธัชสงสัยจะเข้าไปดู แต่ณิชมนกันไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่รวิภาสขี่จักรยานเข้ามาขัดจังหวะพอดี

“สวัสดีครับ มาเที่ยวไร่เหรอครับ” รวิภาสทัก

ณิชมนมองรวิภาสกลัวเขาจะจำได้จึงขอตัว เธอรีบขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที รวิภาสมองตามแล้วหันกลับมาล้อพี่ชายว่าแฟนใหม่หรือ

“แกอย่ามาพูดบ้าๆ นั่นแม่บ้านคนใหม่ของบ้านสรณาลัย” บุรธัชรีบบอก

“แม่บ้านคนใหม่ แน่ใจเหรอ พี่ธัช” รวิภาสไม่อยากเชื่อเพราะจำได้ว่าเคยเห็นณิชมนที่สนามบิน

บุรธัชมองท่าทีของรวิภาสอย่างจับสังเกตแล้วเปิดฉากสอบสวนหวังได้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่รวิภาสไม่ยอมบอกความจริงกับพี่ชาย

ด้านณิชมนเมื่อขับรถออกมาพ้นเขตไร่บุริศราวัณแล้วก็เรียกให้นมลออกมานั่งด้วยกันพลางชวนคุยเรื่องรวิภาสเพราะกลัวว่าเขาจะจำเธอได้ แต่เมื่อรถแล่นมาถึงบ้านณิชมนจำต้องพักความกังวลเรื่องรวิภาสไว้ก่อนเพราะกันยาวิ่งมาตามบอกว่า พันสรกำลังอาละวาดใครก็เอาไม่อยู่ เพราะพรพรรณออกไปไร่แล้ว ส่วนพรรณอรก็เขียนหนังสืออยู่ในห้องไม่มีใครกล้าไปกวน ณิชมนจึงเข้าไปจัดการ เธอสั่งให้ทุกคนออกไปจากห้องไม่ต้องสนใจพันสรอีกต่อไป

ชัยวัฒน์วางท่าคุณครูผู้เชี่ยวชาญเข้ามาอธิบายว่า เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการ จึงโดนณิชมนตอกกลับ

“แล้วทุกครั้งที่คุณพันสรอาละวาด คุณแก้ปัญหาด้วยวิธีอะไร ด้วยการตามใจแกทุกอย่างใช่ไหมคะ แกถึงได้อาละวาดทุกครั้งที่ไม่ได้ดังใจ เราควรปล่อยให้แกอาละวาดให้พอ เหนื่อยหมดแรงเมื่อไหร่ก็หยุดไปเองแหละค่ะ”

“ผมจะคอยดูว่า วิธีของคุณแม่บ้านจะได้ผลออกมาเป็นยังไง คุณนมลเป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับคุณพันสร ไม่ใช่ความผิดของผม แต่เป็นความผิดของคุณแม่บ้านคนเดียว” ชัยวัฒน์ผละออกไป

“พันสรคงไม่ทำร้ายตัวเองใช่ไหมคะ พี่นอม” นมล อดห่วงไม่ได้

ณิชมนยืนยันว่า พันสรยังเด็กเกินกว่าจะใช้วิธีแบบนั้นเรียกร้องความสนใจ แต่ก็ไม่ยืนยันว่า วิธีของเธอจะได้ผล

หลายชั่วโมงผ่านไป พันสรอาละวาดจนหมดแรง เด็กชายเรียกหาน้ำดื่ม ณิชมนถือแก้วน้ำมาส่งให้แล้วเริ่มเจรจา “เรามีเรื่องที่จะต้องตกลงกัน ครูชัยจัดตารางเรียนใหม่ เพิ่มชั่วโมงเรียน ลดชั่วโมงเล่นลงและต้องทดสอบความรู้อาทิตย์ละครั้ง คุณพันสรจะต้องทำตามนี้นะคะ”

“ไม่” พันสรตอบทันควัน

“ถ้าคุณพันสรไม่ขยันเรียน ก็จะสอบวัดผลไม่ผ่าน คุณก็จะเรียนซ้ำชั้นอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถ้ามีความรู้แค่ ป.1 อยู่แค่นี้ จะไปช่วยงานคุณผู้หญิงได้ยังไง หรือคุณจะเป็นลูกแหง่ให้คุณแม่เลี้ยงไปตลอดชีวิตคะ”

“ฉันไม่เรียนหนังสือ ฉันก็ช่วยงานคุณแม่ได้”

“งั้นอ่านเอกสารนี่ให้นอมฟังหน่อยซิคะ เป็นรายงานผลการใช้ปุ๋ยชีวภาพสูตรใหม่ที่แปลงทดลองของไร่สรณาลัย” ณิชมนส่งเอกสารให้พันสรรับเอกสารมาดูอย่างงงๆ ณิชมนอธิบายอย่างใจเย็น “ถ้าคุณพันสรอยากไปช่วยงานที่ไร่ คุณจะต้องอ่านหนังสือออก จะต้องมีความรู้มากกว่านี้ ต้องรู้ว่าปุ๋ยชีวภาพคืออะไร ต่างกับปุ๋ยอินทรีย์ตรงไหน คุณยังไม่รู้อะไรอีกมากมาย อ่านหนังสือ ก็ไม่ออก เขียนก็ไม่ได้ แล้วจะไปช่วยงานอะไรใครได้คะ ทุกคนเกิดมามีหน้าที่ที่จะต้องทำ นอมเป็นแม่บ้านก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลบ้าน คุณพันสรก็มีหน้าที่ที่จะต้องเรียนหนังสือ”

“ก็บอกแล้วว่า ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่อยากเรียน”

“งั้นนอมมีข้อเสนอข้อสุดท้าย ถ้าคุณพันสรไม่รับข้อเสนอ ก็ปิดการเจรจานอมจะไม่ยุ่งกับคุณพันสรอีก” ณิชมนมองพันสร อย่างเอาจริง

ooooooo

บุรธัชชะงักกึก เมื่อเห็นณิชาภัทรนั่งรออยู่ในบ้านเพราะลืมเธอไปเสียสนิท ณิชาภัทรน้อยใจเปรยว่า เธอชักสงสัยแล้วว่า ทำไมบุรธัชถึงให้ความสนใจกับแม่บ้านคนใหม่ของบ้านสรณาลัยมากขนาดนี้
“ผมไม่ได้สนใจประนอมอย่างที่คุณคิด ผมเห็นเค้าทำตัวน่าสงสัย คราวก่อนไปถามลุงแหวงเรื่องคุณโชติไม่พอ คราวนี้ไปถามเรื่องคุณหญิงย่าอีก เป็นคุณ คุณไม่สงสัยหรือไง” บุรธัชอ้าง

“ลุงแหวงอาจจะเป็นคนเริ่มก่อนหรือเปล่า ธัชก็รู้ว่า ลุงแหวงเจอใครก็ชอบเล่าเรื่องสมัยเก่าๆทุกที ยิ่งเรื่องอาชยทัตกับอาณัชชาหนีตามกันไป ลุงแกเล่าให้ณิชาฟังไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว ทั้งๆที่รู้ว่า คุณย่าห้ามพูดเรื่องนี้เด็ดขาด เรื่องที่มันจบไปแล้วก็ควรปล่อยให้มันจบไป” ณิชาภัทรหนักใจ

“เรื่องคุณอาชยทัตกับคุณอาณัชชายังไม่จบหรอกนะ ณิชา ยังไงผมก็เชื่อว่า คุณหญิงย่าตัดคุณอาณัชชาไม่ขาดหรอก” บุรธัชออกความเห็น

“แต่คุณย่าไม่เคยให้คนออกไปตามหาอาณัชชาเลยนะคะ ตอนที่อาณัชชาหนีไปกับอาชยทัต คุณย่าจะลงหนังสือพิมพ์ประกาศตัดอาณัชชาออกจากตระกูล ไม่ให้ใช้นามสกุลสุธาสินด้วยซ้ำ ดีนะคะที่คุณพ่อห้ามไว้เพราะกลัวจะทำให้เรื่องยิ่งอื้อฉาว”

“คุณหญิงย่ารักคุณอาณัชชามากก็เลยโกรธมาก แต่นี่ผ่านมากี่ปีแล้ว ยี่สิบกว่าปีแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าคุณอาณัชชากลับมาตอนนี้ คุณหญิงย่าจะต้องยกโทษให้แน่ๆ”

“ตอนที่ณิชาเรียนอยู่ที่อังกฤษ ณิชาก็เคยลองไปตามหาอาณัชชานะคะ แต่ก็ไม่เจอ มีคนที่รู้จักเล่าว่า ระยะหลังนี่อาชยทัตติดการพนันก็เลยพาอาณัชชาตระเวนไปเล่นกาสิโนทั่วยุโรป ณิชาเดาว่า อาณัชชาต้องอยู่อย่างลำบากแน่ๆ ยิ่งถ้ามีลูกก็ยิ่งแย่ไปใหญ่”

“ถ้าคุณอาณัชชามีลูก ก็ยิ่งต้องหาทางกลับเมืองไทยแน่ๆ คุณอาคงไม่อยากให้ลูกโตขึ้นโดยไม่รู้จักครอบครัวตัวเองหรอก”

“ลูกของอาณัชชาก็เป็นน้องณิชาน่ะซิคะ ณิชาอยากเห็นจังว่า น้องคนนี้หน้าตาเป็นยังไง เป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย คนเดียวที่จะบอกเราได้ คือใครรู้ไหมคะ ธัช” ณิชาภัทรสบตากับบุรธัชอย่างรู้กัน

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น ที่บ้านสรณาลัย ชัยวัฒน์กำลังฟ้องพรพรรณเรื่องณิชมนอยู่ เพราะกลัวว่าถูกจับได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญจอมปลอม พรพรรณรับปากจะช่วยจัดการแล้วหันไปฟ้องพรรณอรที่เดินออกมาจากห้องพร้อมกับนมลว่าพันสรไม่ยอมเรียนหนังสือ

“นมลบอกว่า ประนอมไปเกลี้ยกล่อมอยู่ไม่ใช่เหรอ” พรรณอรมองหา

“คุณประนอมเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จหรอกครับ คุณพันสรเป็นเด็กที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง คิดจะทำอะไรแล้วไม่เคยยอมเปลี่ยนใจง่ายๆ ผมถึงได้ใช้วิธีสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ยัดเยียดให้เรียน

วันละหกเจ็ดชั่วโมงอย่างที่คุณประนอมบอก เห็นไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กเกิดความตึงเครียดรับสภาวะกดดันไม่ไหว ก็เลยใช้วิธีต่อต้านแบบนี้ เฮ้อ อย่างนี้ก็เดือดร้อนผมอีก ผมคงต้องเกลี้ยกล่อมคุณพันสรเป็นเดือนแน่ กว่าจะยอมกลับมาเรียนกับผมใหม่” ขาดคำ ณิชมนก็พาพันสรเข้ามา

เด็กชายวิ่งเข้าไปกอดพรรณอรรับปากว่าจะเรียนตามตารางที่ณิชมนกำหนด

พรพรรณกับชัยวัฒน์มองพันสรอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“คุณพันสรยอมกลับไปเรียนตามเดิมแล้วล่ะค่ะ แต่มีเงื่อนไขนิดหน่อย ครูชัยต้องปรับตารางเรียนใหม่ ลดชั่วโมงเรียนวิชาบังคับและเพิ่มวิชาความรู้ทั่วไป ศิลปะที่สนุกๆ ครูชัย ควรจะสอนแบบนอกกรอบบ้าง ไม่ต้องสอนตรงเป๊ะตามตำราหรอกค่ะ อย่างวิชาภาษาอังกฤษก็ใช้หนังแอนิเมชันประกอบการสอน ก็จะทำให้การเรียนการสอนสนุกขึ้น” ณิชมนหันมาอธิบายกับชัยวัฒน์

“ขอบคุณ แต่ไม่ต้องมาสอน ผมเป็นครู ผมรู้ว่าจะสอนเด็กยังไง ผมเน้นเรื่องเรียนเพื่อรู้ไม่ใช่เรียนเพื่อสนุก” ชัยวัฒน์ไม่ชอบใจนัก

“แต่ถ้าเรียนแล้วได้ความรู้ด้วยสนุกด้วยจะไม่ดีกว่าเหรอคะ ยิ่งเด็กเล็กขนาดคุณพันสรด้วยแล้ว ก็ต้องหาทางจูงใจให้อยากเรียน”

“ฉันเห็นด้วยอย่างแรงเลย ต้องเรียนด้วยความสนุก ฉันถึงให้พันสรเรียนที่บ้าน จะได้เลือกเรียนวิชานอกหลักสูตรได้เปิดโลกกว้างให้กับเด็ก ทีนี้จินตนาการของเด็กก็จะได้กว้างไกล ยังไงฝากประนอมดูวิชาเรียนให้พันสรด้วยนะ” พรรณอรออกความเห็น

“มีเงื่อนไขแค่นี้เองเหรอ” พรพรรณแย้ง

“มีอีกข้อค่ะ จะมีการทดสอบความรู้ทุกอาทิตย์ ถ้าหากคุณพันสรทำคะแนนได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป จะได้ไปเที่ยวที่ไร่หรือรับรางวัลอื่นตามความเหมาะสม”

“ฉันก็นึกแล้วว่าถ้าไม่มีเรื่องเที่ยวมาล่อล่ะก็ พันสรไม่กลับมาเรียนง่ายๆหรอก เป็นอันว่าหมดเรื่องแล้วนะ ครูชัยก็ไปจัดตารางเรียนมาใหม่แล้วก็ทำตามที่ประนอมแนะนำไป” พรพรรณสรุปและนึกชมณิชมนอยู่ในใจ

ชัยวัฒน์ฮึดฮัดไม่พอใจแต่ต้องเก็บอารมณ์ไว้ พันสรเข้ามาดึงชัยวัฒน์บอกว่าอยากเรียนหนังสือแล้ว

“ถ้าไม่เข้าใจอะไรตรงไหนมาถามพี่นอมได้นะ พันสร” นมลบอกกับน้องชาย

“ถ้าคุณพันสรไม่เข้าใจอะไร ต้องถามผมคนเดียว ผมมีหน้าที่สอนคุณพันสร คนอื่นไม่เกี่ยว อย่ามาก้าวก่ายหน้าที่ คนมีการศึกษาไม่ทำกัน” ชัยวัฒน์ส่งสายตาอำมหิตใส่ณิชมน ก่อนถูกพันสรลากตัวออกไป

“พี่นอมอย่าไปถือสาครูชัยเลยนะ เขาคงจะเสียหน้าน่ะค่ะ” นมลกระซิบบอก

“นอมก็ก้าวก่ายงานของครูชัยเขาจริงๆ” ณิชมนเข้าใจ แต่นมลข้องใจ เธอซักว่าคุณแม่บ้านรู้ได้อย่างไรว่าต้องต่อกรกับพันสรด้วยวิธีนี้

“ตอนเด็กๆ พ่อของนอมไม่มีเงินส่งนอมไปโรงเรียน นอมก็เลยต้องเรียนเองที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ นอมเข้าใจค่ะว่า การเรียนคนเดียวมันน่าเบื่อแค่ไหน นอมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน ยิ่งได้ไปกับพ่อแม่ด้วยแล้ว เป็นความสุขที่นอมไม่มีวันลืมเลยล่ะค่ะ” ณิชมนเศร้าใจอดคิดถึงพ่อแม่ไม่ได้

ooooooo

บุรธัชกับณิชาภัทรมาหาดาวเรืองที่วิทยาลัยพลพิทักษ์เพื่อสอบถามเรื่องราวของณัชชา เพราะหวังจะได้ข้อมูลไปสืบหาน้าและน้องสาว แต่ดาวเรืองบ่ายเบี่ยงว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่

“แต่ตอนนี้ณิชาก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะคุณป้า ถ้าหาก มีอะไรช่วยได้ ณิชาก็อยากจะช่วย แล้วที่สำคัญตอนนี้ณิชาได้ชื่อว่าเป็นหลานคนเดียวของคุณย่า ถ้าหากอาณัชชามีลูก ก็เท่ากับว่าคุณย่ามีทายาทเพิ่มอีกคน แล้วจะให้ณิชาอยู่เฉยๆ รับมรดก ของคุณย่าไปคนเดียว มันก็ไม่ยุติธรรมต่อลูกของอาณัชชานะคะคุณป้า” ณิชาภัทรอ้างแล้วต้องอึ้งเมื่อนวลแขเดินเข้ามา

“ย่ายังไม่ทันจะตายเลย คิดจะฮุบมรดกของย่าแล้วเหรอ ณิชา”

“คุณย่า”ณิชาภัทรเข้าประคองนวลแขมานั่งอย่างประจบพลางชี้แจง “คุณย่าขา คุณย่าฟังผิดแล้วล่ะค่ะ ณิชาไม่ได้คิดจะฮุบมรดกของคุณย่านะคะ ณิชาไม่อยากรับมรดกจากคุณย่าอย่างไม่เป็นธรรมต่างหาก แล้วนี่คุณย่าตามอาณัชชาถึงไหนแล้วคะ มีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมบ้าง”

“เรานี่ร้ายจริงๆ คิดจะหลอกถามย่าใช่ไหมเนี่ย”

“คุณหญิงย่าไม่ปฏิเสธอย่างนี้ แสดงว่า กำลังตามหาคุณอาณัชชาอยู่ใช่ไหมครับ” บุรธัชมั่นใจ

ดาวเรืองส่งยิ้มขอร้องให้นวลแขบอกความจริงกับทั้งคู่ นวลแขยอมเอ่ย “ย่าให้คนตามหาณัชชาอยู่ ล่าสุดที่ได้ข้อมูลมาก็คือ ชยทัตพาครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ลอนดอนแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าอาศัยอยู่ที่ไหน ชยทัตทำงานไม่เป็นหลักแหล่ง ย้ายที่อยู่แทบทุกสามเดือน ก็เลยหาตัวไม่เจอซักที”

“อาชยทัตพาครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ลอนดอน นี่หมายความว่า อาชยทัตกับอาณัชชามีลูกใช่ไหมคะ มีกี่คนคะ ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย”

“มีคนเดียวจ้ะ เป็นผู้หญิง ชื่อ ณิชมน...ณิชมน ชุติมันต์... ณัชชาไม่เคยลืมครอบครัวทางนี้เลย ถึงได้ตั้งชื่อลูกว่า ณิชมน ชื่อนี้คุณหญิงเป็นคนตั้งเอง จำได้ไหมคะ คุณหญิงบอกว่า ถ้าหากณิชามีน้องสาว ก็จะให้ชื่อณิชมน ณัชชาก็เลยขอจองชื่อนี้ให้ลูกตัวเอง ตอนนั้นคุณหญิงดุณัชชาใหญ่หาว่าแก่แดดแก่ลม” ดาวเรืองทวนความจำ

นวลแขยังคงทำหน้าเฉยแม้จะห่วงใยลูกแค่ไหนก็ไม่ยอมแสดงออก

เมื่อได้ข้อมูลจากนวลแขและดาวเรืองแล้ว ณิชาภัทรก็ชวนบุรธัชกลับ เพื่อจะวางแผนออกตามหาณัชชาและลูกสาว แต่บุรธัชให้ณิชาภัทรไปรอที่รถก่อนเพราะมีเรื่องขอความช่วยเหลือจากนวลแข

ooooooo

ณิชมนเรียกสายใจกับกันยามาช่วยกันเก็บกวาดบ้านและคัดแยกขยะ สักพักเสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้น กันยาออกไปรับแล้วเดินกลับมาบอกว่า โทรศัพท์ของคุณแม่บ้าน

ณิชมนแปลกใจเดินไปรับโทรศัพท์ เธอได้ยินเสียงบุรธัชสั่งให้ออกไปพบเขาที่หน้าบ้านภายในห้านาทีไม่อย่างนั้นเขาจะเข้ามาพบเธอเอง ณิชมนกลัวจะเกิดเรื่องจึงรีบออกไป

“ขึ้นรถ” บุรธัชสั่ง

“เราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ คุณมีอะไรสงสัยฉันอีกล่ะ คุณอยากรู้ว่าฉันไปที่บ้านชุติมันต์ทำไม ฉันก็ตอบจนเคลียร์แล้ว ฉันพยายามจะไม่ออกไปข้างนอก เพราะจะได้ ไม่ต้องไปเจอคุณให้เข้าใจผิดกันอีก หรือว่าคุณคิดจะแกล้งฉัน อยากให้คุณพรพรรณไล่ฉันออกใช่ไหม”

“เธอก็ไม่อยากทำงานที่นี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ทำงานที่นี่ แล้วฉันจะไปทำงานที่ไหนได้ ตอนนี้ ฉันไม่มีเงินไม่มีบ้านไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย ถ้าไม่ทำงานที่นี่ ฉันก็จะไม่มีที่ซุกหัวนอน เห็นใจกันหน่อยได้ไหม”

“ก็เพราะฉันเห็นใจเธอน่ะซิ ฉันก็เลยจะหางานใหม่ให้เธอ เธออยากทำงานที่บ้านคุณหญิงนวลแขไม่ใช่เหรอ ฉันพูดกับคุณหญิงนวลแขให้เธอแล้ว ท่านกำลังขาดคนทำงานบ้านพอดียิ่งท่านรู้ว่าเธอเป็นคนของอาจารย์ดาวเรือง ท่านยิ่งยินดีที่จะรับเธอเข้าทำงาน ยืนรออะไรอยู่ ขึ้นรถซิ” บุรธัชเปิดประตูแล้วจับตัวณิชมนเข้าไปในรถ

ณิชมนนั่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกไม่คิดว่าจะได้เจอหน้าคุณยายในเวลานี้

รถของบุรธัชแล่นออกไป กันยากับสายใจย่องออกมาจากที่ซ่อนแล้วหันมาเม้าท์กัน

“ไวไฟจริงๆ เพิ่งมาอยู่แป๊บเดียว สอยผู้ชายได้แล้ว หน้าตาคุ้นๆเนอะ แกว่าใช่พวกที่ทำงานที่ไร่หรือเปล่า”

“จะเป็นใครก็ช่าง โดดงานไปกับผู้ชายอย่างนี้ ได้ถูกไล่ออกแน่ๆ” กันยากับสายใจหันมายิ้มให้กันอย่างหมายมาดจะไปฟ้องพรพรรณ

ไม่นานนัก บุรธัชก็พาณิชมนมาถึงบ้านสุธาสิน ณิชมน ค่อยๆ ลงจากรถอย่างไม่แน่ใจ เธอยืนมองตัวบ้านอย่างสำรวจพลางพึมพำ “บ้านของแม่”

บุรธัชดึงณิชมนให้เดินเข้าไปด้วยกันพลางเอ่ย “เธอต้องชอบทำงานที่บ้านนี้แน่ มีเจ้านายแค่สองคนคือ คุณหญิงนวลแขกับหลานสาว เธอเจอณิชาแล้วนี่ ณิชาเป็นหลานสาวคนเดียวของคุณหญิงนวลแข” ณิชมนชะงักหยุดกึก บุรธัชหันมาถามว่า “เปลี่ยนใจแล้วเหรอ ที่บอกว่า เธออยากทำงานที่บ้านนี้ โกหกใช่ไหม”

“ฉันไม่ได้โกหก...”

“งั้นก็พิสูจน์ซิ ช่วยแสดงให้ฉันเห็นว่า เธอเป็นแค่แม่บ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง จริงๆ ทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่มีประวัติอะไรปิดบังซ่อนเร้นอยู่ แล้วฉันก็จะไม่ยุ่งกับชีวิตเธออีก” บุรธัชท้า

ณิชมนตัดสินใจได้ก้มหน้าก้มตารีบเดินเข้าไปในบ้าน บุรธัชมองตามเริ่มจะคลายใจว่า ณิชมนไม่ได้มีอะไรปิดบังอยู่

ooooooo

รวิภาสเดินฮัมเพลงเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เห็นลุงอาจกำลังดูแลคนรับใช้เก็บโต๊ะแต่ไม่เห็นพี่ชายจึงถามหา ลุงอาจมองรวิภาสอย่างรู้ทัน พลางเอ่ยเตือนให้ทำตัวดีๆ ให้พี่ชายเห็นบ้าง เพราะการไปทำตัวดีที่อื่นไม่เกิดประโยชน์อะไร

“ถ้าคุณชายมั่นใจในตัวคุณเมื่อไหร่ ก็จะเลิกเข้มงวดกับคุณเอง แต่ถ้าคุณยังแกล้งทำตัวเกเรให้คุณชายปวดหัวเล่น ก็คงมีเรื่องให้ทะเลาะกันทุกวันอยู่อย่างนี้ ทุกอย่างขึ้นกับตัว คุณภาสคนเดียวเท่านั้นแหละครับ”

รวิภาสแกล้งไม่เข้าใจ ถามย้ำอีกครั้งว่าตกลงบุรธัช ออกไปไร่หรือไปเทพสุธา ลุงอาจตอบว่าไม่ได้ไปทั้งสองที่ เพราะพาแม่บ้านประนอมไปฝากงานที่บ้านคุณหญิงนวลแข

“ลุงอาจฟังผิดหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่เรื่องไร่บุริศราวัณแล้ว พี่ธัชเคยสนใจที่ไหน พาแม่บ้านประนอมไปฝากงาน...พี่ธัช คิดจะทำอะไรของเขาเนี่ย” รวิภาสแปลกใจ

เวลาเดียวกันนั้น ณิชมนก็เดินลิ่วๆ เข้ามาในบ้านสุธาสิน แล้วหยุดเหลียวซ้ายแลขวาไม่รู้จะไปทางไหนต่อดี บุรธัชตามมา ถามว่า รู้แล้วหรือว่าต้องไปพบนวลแขที่ไหน หรือว่ากลัวตัวเอง จะเปลี่ยนใจ

“เปล่าซะหน่อย” ณิชมนอึกอัก แล้วสาวใช้ก็เข้ามา ยกมือไหว้บุรธัชพลางรายงานว่า คุณหญิงรออยู่ที่สวนหลังบ้าน บุรธัชหันมาสั่งณิชมนที่จะขยับเดินตามว่า ให้รออยู่ตรงนี้ก่อนแล้ว ฝากให้สาวใช้ช่วยเฝ้าเธอไว้ด้วย

ณิชมนมองบุรธัชอย่างไม่ชอบใจ ส่วนคนรับใช้ยืนงงๆ

ณิชมนละสายตาจากชายหนุ่มหันมาสำรวจรอบๆบ้าน เธอชะงักเมื่อเห็นรูปถ่ายรูปใหญ่ของนวลแข ตามด้วยดูรูปถ่าย ของครอบครัวณิชาภัทร

“ไม่มีรูปแม่เลย” ณิชมนนิ่งอึ้งด้วยความเศร้าใจ

ooooooo

ตอนที่ 4

ณิชาภัทรเข้ามาปรึกษานวลแขที่นั่งรอบุรธัชอยู่ในสวน เรื่องจะจ้างนักสืบช่วยตามหาณัชชากับลูก เพราะให้เพื่อนที่ลอนดอนช่วยตามแล้ว แต่ไม่พบ

นวลแขรีบปรามว่า ไม่อยากให้คนอื่นมารู้เรื่องภายในครอบครัว เป็นจังหวะเดียวกับที่บุรธัชเดินเข้ามาพอดี  ชายหนุ่มยกมือไหว้นวลแข ณิชาภัทรได้ช่องขอร้องให้บุรธัชช่วย

“ธัชมาพอดีเลย ธัชมาช่วยพูดกับคุณย่าหน่อยซิ

คุณย่าไม่ยอมให้ณิชาจ้างนักสืบน่ะค่ะ แล้วอย่างนี้เราจะได้ตามน้องณิชมนเจอเมื่อไหร่ล่ะคะ”

“ถ้าหาไม่เจอก็ถือซะว่าชะตาฟ้าลิขิตก็แล้วกัน

บางครั้งชีวิตของคนเราก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ถ้าหากดวงไม่ได้เจอกัน หากันให้ตายก็ไม่เจอ เราอย่าวุ่นวายให้มันมากไปนัก ยังไม่ทันไรก็เรียกเป็นน้องเป็นนุ่ง ทางโน้นเขาจะยังนับญาติกับเราหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วการที่ย่าให้คนไปตามหาณัชชา ไม่ใช่เพราะย่ายกโทษให้หรอกนะ แต่เพราะรู้ข่าวว่าณัชชามีลูกสาวต่างหากล่ะ ย่ากลัวว่า ถ้าหากย่าตายไปเมื่อไหร่ผีพนันอย่างตาชยทัตได้ส่งลูกสาวมาฟ้องร้องแบ่งมรดกจากเราแน่ ทีนี้ก็ได้เป็นข่าวอื้อฉาวกันอีกล่ะ ย่าถึงต้องตามสองแม่ลูกนั่นให้มารับทราบข้อตกลงกันก่อน จะได้ไม่เป็นเรื่อง

เป็นราวกันภายหลัง” นวลแขร่ายยาว เพราะไม่รู้ว่าณิชมนยืนแอบฟังอยู่

ณิชมนน้ำตาคลอเสียใจที่ยายไม่รัก เธอหันหลังเดินออกไป จึงไม่ทันได้ยินบุรธัชกับณิชาภัทรพูดถึงเรื่องพินัยกรรมที่นวลแขทำไว้ เพราะมันแสดงให้รู้ว่า นวลแขยังรักและเป็นห่วงณัชชากับลูกอยู่ แต่ไม่ยอมรับความจริง

ขณะที่ณิชมนก็ให้สัญญากับตัวเอง “ไม่ต้องห่วง

นะคะคุณยาย ณิชจะไม่มาทวงสิทธิ์ของณิชแน่ ณิชจะไม่กลับมาที่นี่อีก” ณิชมนตัดใจเดินออกไปจากบ้านสุธาสิน

ครู่ต่อมา บุรธัชกับณิชาภัทรก็เดินคุยกันออกมา บุรธัชปรามณิชาภัทรไม่ให้เซ้าซี้นวลแขเรื่องณัชชากับลูกมากนัก เพราะกลัวนวลแขจะเกิดทิฐิสั่งห้ามไม่ให้ตามหาทั้งคู่ ณิชาภัทร รับคำแล้วเปลี่ยนเรื่องถามบุรธัชว่าจะฝากใครมาทำงานกับนวลแข บุรธัชไม่ตอบแต่เรียกสาวใช้ที่ถือแก้วน้ำเดินเข้ามาถามว่า ผู้หญิงที่มากับเขาหายไปไหน

“เมื่อกี้นี้ยังรออยู่ตรงนี้นี่คะ น้องเขาบ่นว่าหิวน้ำ แดงก็เลยไปเอาน้ำมาให้ แดงไปแค่แป๊บเดียว แป๊บเดียวจริงๆ

นะคะ” สาวใช้รายงาน

“ธัชพาใครมาฝากงานคะ นี่อย่าบอกนะว่า...

เป็นแม่บ้านประนอม”ณิชาภัทรเดาได้ทันที

เมื่อไม่พบณิชมน บุรธัชก็หัวเสีย เขารีบกลับเข้าไปขอโทษนวลแข ณิชาภัทรข้องใจ ที่บุรธัชให้ความสนใจกับแม่บ้านคนใหม่มากเป็นพิเศษ จึงตามไปคาดคั้น

ด้านณิชมน เธอเดินใจลอยออกมาตามถนนอย่างเหนื่อยอ่อน สักพักก็หยุดปาดเหงื่อแล้วประสานมือหลับตาสวดอ้อนวอนขอให้มีคนใจดีขับรถผ่านมา และเมื่อลืมตาขึ้นรถของรวิภาสก็แล่นมาจอดตรงหน้า

“จะไปไหนเหรอครับ ให้ผมไปส่งไหม” รวิภาสเอ่ยถาม

ณิชมนมองรวิภาสอย่างไม่วางใจ แต่ไม่มีทางเลือกจึงต้องนั่งรถออกมาด้วย

ส่วนบุรธัชหลังจากขอโทษนวลแขเรื่องแม่บ้านที่จะพามาฝากทำงานแล้ว ก็ถูกณิชาภัทรต่อว่าชุดใหญ่ เพราะไม่เห็นด้วยที่เขาบังคับให้แม่บ้านของสรณาลัยมาทำงานกับนวลแขเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

“แม่ประนอมอะไรนี่เป็นคนของบ้านสรณาลัยหรอกเหรอ คุณชายทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ ถ้าหากแม่ประนอมอยากมา ทำงานที่นี่ก็ให้เขามาเอง คุณชายอย่าได้ไปยุยงส่งเสริม ไม่งั้นเดี๋ยวก็ได้ผิดใจกับทางคุณพรรณอรอีกหรอก” นวลแขเตือน

“ผมกับทางบ้านนั้นก็ไม่มีวันญาติดีกันอยู่แล้ว เขาจะคิดยังไงกับผม ผมไม่สนใจหรอกครับ คุณหญิงย่า”

“ธัชไม่สนใจว่าคนบ้านสรณาลัยจะคิดยังไง แต่สนใจแม่บ้านของเขาเหลือเกินนะคะ นอกจากอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ธัชยังต้องการอะไรมากกว่านั้นอีกหรือเปล่าคะ” ณิชาภัทรยิงคำถามแทงใจ

บุรธัชนิ่งอึ้งไปไม่รู้ตัวเหมือนกันว่า ทำไมถึงได้ยุ่งกับประนอมนัก

ooooooo

รถของรวิภาสแล่นมาจอดหน้าร้านกาแฟในโครงการฯ ณิชมนไม่วางใจ เอ่ยถามรวิภาสว่าพาเธอมาที่นี่ทำไม  รวิภาสอ้างว่า ตนยังไม่ได้ทานข้าวเช้า  จึงแวะมาหาอะไรทานรองท้องก่อน

“คุณภาสคะ ฉันไม่รบกวนคุณแล้วดีกว่านะคะ แถวนี้น่าจะพอหารถได้ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่ให้ฉันติดรถมาด้วย” ณิชมนรีบลงจากรถ

“ก็ได้ครับ คุณคงต้องรีบกลับไปทำงานต่อ แม่บ้านที่ส่งตรงจากอังกฤษอย่างคุณ เงินเดือนคงแพงน่าดูนายจ้างก็ต้องใช้งานให้คุ้มกับเงินเดือน” รวิภาสเปรย

ณิชมนชะงักกึกรีบออกตัว “คุณภาส...คุณ...คุณได้ข้อมูลมาผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันมาจากขอนแก่นไม่ได้มาจากอังกฤษ”

“เราเคยเจอกันที่สนามบิน ผมจำคนไม่ผิดหรอก ผมเป็นคนความจำดีมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะครับหนังสือหนาเป็นร้อยๆหน้า ผมอ่านหนเดียวก็จำได้แล้ว มีคนเคยบอกว่าผมใช้วิธีจำด้วยภาพ อย่างที่เขาเรียกว่า โฟโต...โฟโต...”

“อ๋อ Photographic memory” ณิชมนหลุดปาก

“สำเนียงภาษาอังกฤษเป๊ะมาก อยู่ลอนดอนมากี่ปีแล้วเหรอครับ” รวิภาสมองณิชมนอย่างขำๆก่อนเดินนำเข้าไปในร้านกาแฟ

ณิชมนโมโหตัวเองแต่จำต้องเดินตามรวิภาสผู้กุมความลับเข้าไปข้างใน เพื่อสารภาพความจริงบางส่วน

“ฉันชื่อณิชมน ฉันเกิดที่เมืองไทย พออายุได้สิบสองปี พ่อแม่ก็พาฉันไปอยู่ที่อังกฤษ พอพ่อแม่ฉันเสีย ฉันก็เลยตัดสินใจย้ายกลับมาที่นี่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ที่ฉันเข้าไปทำงานที่บ้านสรณาลัยเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ พี่ดำเกิงเข้าใจผิดคิดว่าฉันเป็นประนอม บุญเสริม ตอนนั้นฉันไม่มีเงินไม่มีที่พัก ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ ก็เลยต้องเลยตามเลยฉันสาบานได้เลยว่า ฉันไม่ได้เป็นพวกนักต้มตุ๋นอย่างที่พี่ชายคุณกล่าวหา แล้วก็ไม่ได้คิดร้ายกับครอบครัวคุณนมล ฉันแค่อยากทำงานเก็บเงินพอค่าตั๋วเครื่องบิน แล้วฉันก็จะกลับอังกฤษ”

“ทำไมล่ะครับ”

“ฉันเหมือนคนหลงทางที่บังเอิญผ่านมาเท่านั้นแหละค่ะ ฉันควรกลับไปที่ที่ของฉันดีกว่า ทุกอย่างที่ฉันพูดเป็นความจริง คุณจะตัดสินใจทำยังไงต่อไปก็แล้วแต่คุณ ฉันทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ฉันก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา” ณิชมนพูดจากใจ

รวิภาสมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณาแล้วชวนเธอกลับไปที่รถเพื่อพาไปส่งบ้านสรณาลัย แต่ณิชมนยังรีรอ รวิภาส จึงหันมายืนยัน “คุณเป็นประนอม บุญเสริมต่อไปเถอะครับ ผมเชื่อว่าคุณไม่คิดร้ายกับใคร แค่นี้ผมก็โอเคแล้ว ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครแน่ โดยเฉพาะกับพี่ธัช”

ขณะที่รวิภาสพาณิชมนไปส่ง บุรธัชก็เดินหนีณิชาภัทรมาที่รถ เพื่อจะได้ไม่ต้องตอบคำถามเรื่องแม่บ้านคนใหม่ของสรณาลัยอีก แต่ณิชาภัทรยังตื๊อไม่เลิก

“ปกติธัชไม่เคยสนใจเรื่องคนอื่น อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่แฟนตัวเอง ธัชยังไม่ค่อยใส่ใจเลย ณิชาก็ต้องสงสัยบ้างซิ ที่ธัชอยากให้ประนอมมาทำงานที่นี่อาจจะมีเหตุผลอื่น เช่นถ้าประนอมทำงานที่นี่ ธัชก็จะได้เจอประนอมได้ง่ายขึ้นไงคะ ไม่ต้องคิดหาเรื่องไปเจอประนอมที่โน่นที่นี่ ถ้าคิดจะจีบประนอมจริงๆล่ะก็ ธัชก็เลิกตั้งตัวเป็นศัตรูกับบ้านสรณาลัยซะ จะได้เข้าออกบ้านนั้นได้อย่างสบายๆไม่ต้องทำอะไรหลบๆซ่อนๆอย่างนี้” ณิชาภัทรล้อ

“คุณบ้าไปใหญ่แล้ว ณิชา ผมไม่บ้าไปไล่จีบผู้หญิงที่ไม่รู้จักหรอก แล้วยิ่งผู้หญิงที่โกหกปลิ้นปล้อนอย่างนี้ ยิ่งไม่มีทาง ยิ่งนับวันผู้หญิงคนนี้ก็ยิ่งทำตัวน่าสงสัย แล้ววันนี้ก็หนีไปดื้อๆ แสดงว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่”

“โอเคๆค่ะ ณิชาจะพยายามเชื่อว่า ธัชแค่อยากรู้ความจริงเท่านั้น ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น ถ้ารู้ความจริงเมื่อไหร่ ธัชก็ต้องรีบถอยห่างจากประนอมทันทีนะคะ ณิชาไม่ชอบให้ธัชอยู่ใกล้ ผู้หญิงสวยๆณิชาหึงค่ะ” ณิชาภัทรทิ้งท้ายก่อนเดินเข้าบ้าน

ooooooo

กันยากับสายใจเข้ามาฟ้องพรพรรณที่นั่งคุยอยู่กับนมลและชัยวัฒน์ เรื่องคุณแม่บ้านคนใหม่ละทิ้งหน้าที่นั่งรถออกไปกับผู้ชายพร้อมตอกไข่ใส่สีหวังให้พรพรรณไล่คุณแม่บ้านออก ชัยวัฒน์ได้ทีรีบสนับสนุนเพราะอยากเอาคืนที่โดนณิชมนหักหน้าเรื่องพันสร

“แค่ออกไปทำธุระข้างนอก ไม่ได้เรียกว่าทำผิดร้ายแรงหรอกค่ะ น้าพรคะอย่าเพิ่งตัดสินอะไรนะคะ ควรจะให้โอกาสพี่นอมได้อธิบายก่อน” นมลขอโอกาส

“ได้ น้าก็อยากรู้เหมือนกันว่า ประนอมไปไหนไปกับใครไปทำไม ถ้าไม่มีข้อแก้ตัวดีๆล่ะก็ ก็เตรียมตัวตกงานได้เลย” พรพรรณยอมรับปาก

นมลมองหน้าพรพรรณอย่างไม่สบายใจ แล้วชิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากพรรณอร พันสรที่แอบฟังอยู่ตามมาช่วยพี่สาวด้วย ทั้งสองเข้าไปปลุกพรรณอรที่หลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาแก้แพ้ ให้ลุกขึ้นมา

ส่วนที่หน้าบ้าน กันยากับสายใจก็ออกมาสอดแนมว่า ณิชมนกลับมาหรือยัง สักพักรถของรวิภาสก็แล่นมาจอด ณิชมนรีบลงจากรถ รวิภาสตามมาดักหน้าถามหาประนอมตัวจริงว่า อยู่ที่ไหน

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่เห็นประนอมจะติดต่อมาที่บ้านสรณาลัยเลยค่ะ นี่คุณคงไม่คิดว่า ฉันจะทำอะไรประนอมตัวจริง แล้วสวมรอยมาทำงานแทนหรอกนะคะ” ณิชมนร้อนตัว

“นั่นมันนิยายของอาพรรณอรแล้วล่ะครับ เห็นผมเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายไปได้”

“ถ้าเป็นคุณชายธัชล่ะก็ เขาต้องคิดอย่างนั้นแน่ๆ แล้วนี่คุณจะไม่บอกพี่ชายคุณจริงๆ ใช่ไหมคะ อย่าได้เผลอบอกอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเลยนะคะ ไม่งั้นเขาจับฉันส่งตำรวจแน่ๆ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถึงผมบอกความจริงไป พี่ธัชก็ไม่เชื่ออยู่ดี ในสายตาของพี่ธัช ผมไม่มีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว คุณไม่ต้องกังวลเรื่องพี่ธัช ห่วงตัวคุณเองดีกว่า ประนอมตัวจริงอาจเปลี่ยนใจกลับมาทำงานที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะครับ โชคดีนะครับ” รวิภาสขึ้นรถแล้วขับออกไป

ณิชมนมองตามรถรวิภาสแล่นออกไป ไม่ทันเห็นกันยากับสายใจที่โผล่หน้ามาเม้าท์กันว่า สงสัยคุณแม่บ้านคนใหม่จะเหวี่ยงแหหว่านเสน่ห์ไปทั่ว แล้วทั้งสองก็เข้าประกบณิชมนซ้ายขวา ชัยวัฒน์เข้ามาตะคอกใส่หน้า

“แอบลักลอบออกไปพบผู้ชาย รีบพาตัวไปให้คุณพรพรรณลงโทษได้แล้ว ดวงคนเราก็อย่างนี้แหละ คุณแม่บ้าน ขึ้นเร็วก็ตกเร็ว”

ณิชมนถูกพาตัวมาพบพรพรรณที่ตีหน้ายักษ์รออยู่ พรพรรณตัดสินไล่ณิชมนออก ในโทษฐานทิ้งงานออกไปข้างนอก แต่พรรณอรเดินสะลึมสะลือเดินเข้ามาค้านไม่ยอมให้ไล่ณิชมนออก

“ประนอมทำผิด ทำไมพรจะไล่ประนอมออกไม่ได้ล่ะคะ” พรพรรณหันมา

“เพราะว่า...เพราะว่าอะไรนะ นมล” พรรณอรหันมาทางลูกสาว

“เพราะว่าคุณแม่เชื่อว่าพี่นอมมีเหตุผลที่ต้องทิ้งงานไปข้างนอก พี่นอมพูดความจริงเถอะค่ะ เราทุกคนพร้อมที่จะเข้าใจพี่นอม” นมลตอบแทน

“นอมบอกความจริงก็ได้ค่ะ นอมออกไปกับคุณชายบุรธัชค่ะ” ณิชมนสารภาพ

ooooooo

บุรธัชเข้ามาในร้านกาแฟ เห็นรวิภาสขนถุงเมล็ดกาแฟเข้ามาจากหลังร้านเตรียมจะบดก็เอ่ยถามว่า งานที่แปลงเกษตรทดลองเสร็จแล้วหรือถึงได้มาทำงานที่นี้

รวิภาสตอบกวนๆว่า อยากทำงานที่ร้านกาแฟมากกว่า เพราะมีแอร์เย็นสบาย แถมได้บริการลูกค้าสาวๆอย่างแม่บ้านประนอมที่แวะมาเมื่อตอนเช้า

“ประนอมมาที่นี่เหรอ แล้วเขาพูดอะไรกับแกหรือเปล่า” บุรธัชรีบซัก

“แล้วพี่ธัชคิดว่าเขาจะพูดอะไรกับผมหรือครับ ผมรู้นะว่า พี่ธัชให้ลุงอาจตามสืบเรื่องประนอมอยู่ ให้ผมช่วยสืบให้ไหมล่ะ รับรองผมต้องได้ข้อมูลที่แม่นยำถูกต้องกว่าลุงอาจแน่” รวิภาสอาสา

“ไม่ต้อง แกเอาเรื่องเรียนให้รอดก่อนเถอะ ก่อนที่จะมายุ่งเรื่องของคนอื่น แล้วแกก็อยู่ห่างๆประนอมไว้ด้วย ผู้หญิงคนนี้ไว้ใจไม่ได้” บุรธัชเสียงเข้ม

รวิภาสอมยิ้มรู้อยู่แล้วว่า บุรธัชไม่เคยเชื่อใจตน

เวลาเดียวกัน บรรดาคนงานในบ้านสรณาลัยก็กำลังรอลุ้นจะให้พรพรรณไล่ณิชมนออก แต่ต้องผิดหวังเพราะณิชมนอ้างกับพรพรรณ ว่าถูกบุรธัชบังคับให้ไปทำงานที่บ้านนวลแข เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเธอไม่ได้เป็นสายลับของบ้านสรณาลัยที่คิดไปบ่อนทำลายไร่บุริศราวัณของเขา

พรพรรณยอมรับฟังแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ  เธออ้างว่า ณิชมนยังมีความผิดฐานออกไปข้างนอกโดยไม่ขออนุญาต ดังนั้น จึงต้องทำงานชดใช้เพื่อจะไม่โดนไล่ออก

“คุณพรพรรณจะให้นอมทำอะไร สั่งมาได้เลยค่ะ นอม จะทำงานอย่างเต็มที่สุดความสามารถเลยค่ะ”

“ทางจังหวัดขอความร่วมมือมาให้เข้าร่วมโครงการร่วมใจพัฒนาปีนี้เป็นโครงการสร้างฝายชะลอน้ำ ฉันจะให้เธอเป็นคนประสานงานโครงการนี้” พรพรรณยิ้มอย่างมีเลศนัยแอบแฝง

ณิชมนยิ้มรับสายตาว่างเปล่า เพราะไม่เข้าใจว่าต้องไปทำ อะไรและฝายคืออะไร

ค่ำวันนั้น ณิชมนแอบหาข้อมูลเรื่องฝายชะลอน้ำจากคอมพิวเตอร์ของนมล และพลิกดูเอกสารแฟ้มเอกสารของโครงการประกอบไปด้วย สักพักนมลก็เดินเข้ามา ณิชมนสะดุ้งตกใจจะปิดคอมพิวเตอร์แต่ไม่ทัน เธอรีบขอโทษนมลที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อน นมลไม่ว่าอะไรแล้วเธอหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านดูแล้วร้องลั่น เพราะการสร้างฝายชะลอน้ำครั้งนี้ต้องไปสร้างบนที่ดินของคุณชายบุรธัชและโครงการก็เคยถูกยกเลิกไปแล้วครั้งหนึ่ง

“แล้วทำไมหรือคะ” ณิชมนไม่เข้าใจ

“ถามได้ ถ้าหากทางเราเป็นฝ่ายประสานของโครงการนี้ ไม่มีทางซะล่ะที่คุณชายธัชจะให้ความร่วมมือ นี่น้าพรตั้งใจหาทางไล่พี่นอมออกทางอ้อมหรือเปล่าคะเนี่ย” นมลเปรย

ณิชมนเริ่มเป็นกังวล เช่นเดียวกับพรรณอรที่กำลังบ่นกับน้องสาว เพราะรู้ดีว่าบุรธัชไม่มีวันยอมให้พวกสรณาลัยเข้าไปสร้างฝายบนที่ดินของเขาแน่

“ก็พี่อรเคยบอกเองว่า ประนอมเป็นคนมีความสามารถเกินตัว พรก็เลยอยากทดสอบประนอมซักหน่อยว่า จะเก่งซักแค่ไหน ถ้าประนอมเกลี้ยกล่อมคุณชายธัชเข้าร่วมโครงการได้ พรจะเปลี่ยนกฎระเบียบในบ้านเสียใหม่ จะยอมให้ประนอมไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ แต่ถ้าไม่สำเร็จเราก็คงต้องหาแม่บ้านคนใหม่ และที่พรทำอย่างนี้ก็เพราะหวังดีกับครอบครัวเรานะคะ ตอนนี้ประนอมเป็นจุดอ่อนของบ้านเราที่คุณชายธัชจ้องโจมตีอยู่ ถ้าหากประนอมไปจากที่นี่ซะ คุณชายธัชก็หาเรื่องอะไรเราไม่ได้อีก จะได้หมดปัญหาเรื่องประนอมซักที” พรพรรณให้เหตุผลยืดยาว

พรรณอรมองน้องสาวอย่างคัดค้านสุดๆ แต่ทำอะไรไม่ได้

ooooooo

เมื่อพรรณอรช่วยอะไรณิชมนไม่ได้ นมลจึงต้องออกโรงเอง เธอมาพบรวิภาสที่ร้านกาแฟในโครงการฯขอร้องให้ช่วยเจรจากับพี่ชายเรื่องโครงการฝายชะลอน้ำ เพราะไม่อยากให้ณิชมนโดนไล่ออก

“คนอย่างพี่ธัชไม่เชื่อใคร นอกจากเชื่อตัวเอง” รวิภาสออกความเห็น

“ไม่มีทางที่จะช่วยพี่นอมเลยหรือคะ” นมลอ้อนวอน

“ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก วันนี้ฉันทำงานหัวหมุนตั้งแต่เช้า ไม่ได้พักเลยรอให้สมองโล่งๆ แล้วจะช่วยคิดหาทางให้ก็แล้วกัน” รวิภาสอ้าง

“งั้นนมลทำงานแทนพี่ภาสเอง พี่ภาสไปนั่งพักเลยค่ะ นั่งพักไปก็คิดไปนะคะ ว่าจะช่วยพี่นอมยังไง” นมลดันตัวรวิภาส ไปนั่งแล้วช่วยจัดการงานในร้านกาแฟแทน

เป็นเวลาเดียวกับที่ณิชมนบุกมาที่ไร่บุริศราวัณเพื่อเจรจาเรื่องโครงการสร้างฝายชะลอน้ำกับบุรธัช เธอยกสารพัดเหตุผลมาอ้าง แต่บุรธัชตอบคำเดียวสั้นๆว่าไม่ แล้วเดินหนี

“เดี๋ยวซิ คุณ...คุณชาย อย่าเพิ่งไป ฉันยังพูดไม่จบเลย ประโยชน์ของโครงการครั้งนี้ยังมีอีกเยอะ มีเป็นสิบๆ หน้าเลย ฟังกันก่อนซิ” ณิชมนตามตื๊อไม่เลิก

เธอพยายามอธิบายถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการสร้างฝายครั้งนี้ แต่ชายหนุ่มไม่สน เขาอ้างว่ายังไม่เชื่อมั่นในตัวเธอ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่อยู่รอพบนวลแข ณิชมนอึกอักอ้างว่า ดาวเรืองเป็นคนฝากเธอเข้าทำงานที่สรณาลัย ถ้าจะไปทำงานที่อื่นก็ควรเรียนให้ดาวเรืองทราบก่อน

บุรธัชหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาดาวเรือง ณิชมนโผเข้าจับมือไว้ห้ามไม่ให้โทร.แล้วโพล่งออกไป

“ฉันบอกความจริงก็ได้ พูดไปคุณก็คงไม่เชื่อ แต่ฉันทนโกหกต่อไปไม่ไหวแล้ว ฉันชอบคุณ ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องคุณโชติหรือคุณหญิงนวลแขเลย ฉันอยากรู้เรื่องคุณต่างหาก ฉันอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ ฉันเป็นคนบ้าน

สรณาลัยก็เลยไปสืบที่บ้านคุณไม่ได้ ฉันก็เลยต้องไปสืบเรื่องคุณที่บ้านชุติมันต์ แต่พอไปบ้านสุธาสิน ฉันกลัวคุณณิชาจับได้ ฉันก็เลยหนีออกมาก่อน เข้าใจแล้วใช่มั้ย นี่ค่ะเอกสารของโครงการ ช่วยรับไว้พิจารณาด้วยนะคะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาฟังคำตอบ” ณิชมนฉวยโอกาสที่บุรธัชยังงงยัดแฟ้มเอกสารใส่มือแล้วรีบวิ่งออกไปที่รถ

บุรธัชตั้งสติได้รีบวิ่งตามเอาแฟ้มมาคืน แล้วขอพิสูจน์ว่าเธอชอบเขาจริงๆ ณิชมนถอยกรูดด้วยความกลัวพลางปฏิเสธลั่นว่ามันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น เพราะตอนนี้เธอไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว

“ฉันว่าเธอไม่ได้รู้สึกสับสนหรอก เธอชอบฉันจริงๆ” บุรธัชดึงณิชมนเข้ามาใกล้ทำเหมือนจะจูบ

ณิชมนยืนนิ่งตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก แต่บุรธัชกลับผละออกมาพร้อมดูแคลน “แต่คิดอีกที เธอไม่มีค่าพอที่จะต้องพิสูจน์อะไร นอกจากเป็นคนโกหกปลิ้นปล้อนแล้ว เธอก็ยังไม่มีศักดิ์ศรี ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ถ้ายังมีฉันอยู่ ไม่ว่าเธอมุ่งหวังอะไร เธอไม่มีวันทำสำเร็จ” บุรธัชเดินออกไป

ณิชมนนิ่งอึ้งด้วยความโกรธ

ooooooo

รวิภาสเห็นนมลช่วยทำงานในร้านกาแฟอย่างตั้งใจ เพราะอยากช่วยณิชมน ก็นึกสนุกแกล้งให้หญิงสาวไปช่วยงานที่ร้ายขายผลิตผลของโครงการฯ ต่อเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า เธอเต็มใจที่จะช่วยณิชมนจริงๆ

นมลยอมทำทุกอย่างตามที่รวิภาสสั่ง และเมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จเธอก็หันมาถามรวิภาสว่า ยอมตกลงช่วยคุณแม่บ้านของเธอแล้วใช่ไหม แต่รวิภาสว่า ขอคิดดูก่อน

“ทำอย่างนี้ได้ไง นมลก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นมลต้องการช่วยพี่นอมจริงๆ นมลทำงานเหนื่อยแทบตาย พี่ภาสให้คำตอบได้แค่นี้เหรอ นมลไม่ยอมหรอกนะ ยังไงพี่ภาสก็ต้องช่วยพูดกับคุณชายธัชให้พี่นอม พี่ภาสต้อง...”นมลพูดไม่ทันจบรวิภาสก็รีบตัดบท

“ขอบใจที่มาช่วยงานนะ” รวิภาสเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ทิ้งให้นมลยืนโกรธอยู่ในร้าน

เมื่อแผนหนึ่งไม่สำเร็จสองสาวก็เดินหงอยกลับมาบ้านสรณาลัย พรพรรณเข้ามาถามความคืบหน้าว่า บุรธัชให้คำตอบมาว่าอย่างไร

“ไม่ต้องถามเลยครับคุณพรพรรณ หน้าซีดกลับมาอย่างนี้ แสดงว่าถูกคุณชายธัชปฏิเสธมาแน่ๆใช่ไหมล่ะครับ คุณแม่บ้าน” ชัยวัฒน์เสนอหน้าเข้ามา

“คุณชายธัชยังไม่ยอมตอบรับเข้าร่วมโครงการกับเรา แต่นอมยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะคะ รับรองได้เลยค่ะนอมจะทำให้คุณชายธัชตอบตกลงให้ได้ ขอเวลานอมอีกซักนิดนะคะ”

“ก็ได้ ฉันจะให้เวลาเธอพรุ่งนี้อีกวัน ถ้าหากเธอทำให้คุณชายธัชตอบตกลงไม่ได้ เธอก็ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้ว” พรพรรณตอบนิ่งๆแล้วเดินออกไป

“คงเข้าใจนะว่าคุณพรพรรณหมายความว่ายังไง พิจารณาตัวเองก็คือให้คุณแม่บ้านลาออกไปซะ” ชัยวัฒน์ตอกย้ำ

ณิชมนกับนมลมองหน้ากันอย่างหนักใจแต่ยังสู้ต่อ ทั้งสองกลับเข้าห้องช่วยกันค้นหาข้อมูลโครงการร่วมใจพัฒนาหวังได้ข้อมูลใหม่ๆไปเกลี้ยกล่อมให้บุรธัชยอมเปลี่ยนใจ แล้วนมลก็นึกขึ้นได้แนะนำให้ณิชมนไปขอความช่วยเหลือจากดาวเรืองให้ช่วยพูดกับบุรธัช ณิชมนอ้างว่าไม่อยากรบกวน

“งั้นเราก็ไปหาคุณหญิงย่ากัน คุณหญิงนวลแขไงล่ะคะ คุณชายธัชยอมฟังคุณหญิงย่าอยู่คนเดียว” นมลเสนอใหม่ แต่ณิชมนก็ปฏิเสธอีก

“งั้นก็เหลืออยู่คนเดียวที่คุณชายธัชอาจจะยอมฟังเธอบ้าง” นมลนึกถึงณิชาภัทรความหวังสุดท้าย

เวลาเดียวกันนั้น รวิภาสก็เข้ามาเปรยกับพี่ชายถึงเรื่องโครงการร่วมใจพัฒนาสร้างฝายชะลอน้ำที่มีณิชมนเป็นคนประสานงาน เพราะเห็นบุรธัชสั่งให้ลุงอาจนำแฟ้มโครงการออกมาให้ดู

“นี่คงอยากทบทวนใหม่ใช่ไหมล่ะครับ คนประสานงานคนใหม่นี่เก่งไม่เบา ทำให้คนที่หนักแน่นอย่างพี่ธัชสั่นคลอนได้ ไม่รู้ประนอมมาเจรจาอีท่าไหนนะครับ พี่ธัชถึงได้ใจอ่อนได้” รวิภาสส่งยิ้มแปลก

“ฉันไม่ได้ใจอ่อน ฉันอยากจะอ่านโครงการนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะหาทางไม่ให้ทางบ้านสรณาลัยมาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก” บุรธัชออกตัว

“พี่ธัชอย่าเล่นตัวเลยน่า ตอบตกลงไปเถอะครับ พี่ธัชยังสงสัยประนอมอยู่ไม่ใช่เหรอ ถ้าได้ร่วมงานกับประนอมครั้งนี้ รับรองพี่ธัชจะต้องได้รู้จักตัวตนจริงๆของประนอมแน่” รวิภาสทิ้งท้ายก่อนเดินหนี

“เคยได้ยินไหมครับคุณชาย เก็บมิตรไว้ใกล้ตัว แต่จงเก็บศัตรูไว้ให้ใกล้กว่า” ลุงอาจช่วยเสริม

บุรธัชนิ่งคิดทบทวน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ณิชมนโทร.นัดให้ณิชาภัทรมาพบที่ร้านกาแฟ เพื่อขอให้ช่วยเจรจากับบุรธัชเรื่องสร้างฝายชะลอน้ำเพราะถ้าไม่สำเร็จเธอโดนพรพรรณไล่ออกแน่ ณิชาภัทรเห็นใจรับปากว่า จะช่วยพูดให้แต่ถ้าไม่สำเร็จก็จะให้นวลแขช่วยบังคับอีกคน
“แล้วคุณหญิงจะยอมช่วยหรือคะ” ณิชมนอดห่วงไม่ได้

“ณิชาอ้อนนิดเดียว คุณย่าก็ใจอ่อนยอมช่วยแล้วล่ะค่ะ”

“คุณหญิงคงรักคุณณิชามากเลยนะคะ” ณิชมนมอง

ณิชาภัทรอดสะท้อนใจไม่ได้ พลันสายตาเหลือบไปเห็นบุรธัชพานวลแขเปิดประตูเข้ามาในร้าน

ณิชาภัทรเห็นณิชมนนั่งอึ้งก็หันไปมองด้านหลัง “คุณย่ามาได้ยังไง” ณิชาภัทรลุกออกไปรับนวลแข

ณิชมนได้โอกาสมุดหลบลงใต้โต๊ะแล้วแอบหนีออกไป เพราะยังไม่พร้อมจะพบยายในตอนนี้

“ธัชมากับคุณย่าด้วย ดีเลยค่ะ คุณนอมจะได้คุยกันให้รู้เรื่องวันนี้เลย” ณิชาภัทรพานวลแขมาที่โต๊ะแต่ณิชมนไม่อยู่แล้ว

บุรธัชได้โอกาสรีบฟ้องนวลแขว่า แม่บ้านคนใหม่ของสรณาลัยทำตัวลับๆล่อๆน่าสงสัย

“คุณนอมดูดีกว่าที่ณิชาคิดไว้ แล้วก็ดูเป็นคนตรงไปตรงมาดี ไม่ได้ดูเป็นคนโกหกปลิ้นปล้อนอย่างที่ธัชกล่าวหาเลย” ณิชาภัทรออกรับแทน

“คุณยังไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ดี แค่คุยกันไม่กี่คำคุณก็ยกย่องเรียกเค้าเป็นคุณนอมไปซะแล้ว เห็นไหมล่ะครับคุณหญิงย่า แม่บ้านประนอมคนนี้เก่งแค่ไหน ขนาดผู้หญิงฉลาดๆ อย่างณิชายังหลงเชื่อได้”

“ธัชอคติเกินไปแล้วล่ะ ธัชระดับไหนแล้ว ไม่ควรจะเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน ธัชรู้ไหมว่า ถ้าหากธัชไม่ยอมตกลงเข้าร่วมโครงการสร้างฝาย คุณพรพรรณจะไล่คุณนอมออกนะคะ ไม่เห็นใจเขาบ้างหรือยังไงคะ”

“นั่นมันปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของผม”

“ไม่เป็นไรหรอก ณิชา อย่างมากแม่ประนอมก็ไปหางานใหม่ ก็หวังว่าถ้าใครมารู้เข้าคงไม่เข้าใจผิดคิดว่าคุณชายรังแกคนทำงานตัวเล็กๆ แต่ไม่เป็นไรล่ะมั้ง คุณชายไม่เคยสนใจภาพลักษณ์ตัวเองอยู่แล้ว” นวลแขสั่งสอนแบบอ้อมๆ ทำเอาบุรธัชอึ้ง

เวลาเดียวกันนั้น รวิภาสนัดสมาชิกชมรมฯ มาประชุมที่ไร่เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยระดมคนมาช่วยสร้างฝายชะลอน้ำของโครงการร่วมใจพัฒนา...สร้างความแปลกใจให้กับทุกคน

“ทางจังหวัดพับโครงการนี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ เพราะติดปัญหาที่พี่ชายแก...” กันต์ชะงักไม่กล้าพูดต่อ

“อีกไม่นานพี่ชายฉันจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป โครงการนี้ได้เกิดขึ้นแน่” รวิภาสมั่นใจ

นมลมองรวิภาสอย่างไม่อยากเชื่อ เธอรีบตามมาขอบคุณรวิภาสหลังประชุมเสร็จ

“ตอนนี้พี่ธัชยังไม่ยอมตกลงด้วย แต่ถ้าถูกบีบจากหลายๆฝ่าย อีกไม่นานก็คงจะต้องยอม เธอไปบอกให้ประนอมทำเรื่องขออาสาสมัครจากหลายๆองค์กร ถ้าทุกฝ่ายพร้อมจะให้ความร่วมมือ พี่ธัชไม่ยอมอยู่คนเดียวก็ให้มันรู้ไป ถ้าขอดีๆไม่ให้ก็ต้องหักคออย่างนี้แหละ” รวิภาสบอกแผนการ

“พี่ภาสเก่งจังเลย ขอบคุณนะคะที่ช่วยนมล...”

“ฉันไม่ได้ช่วยเธอ ฉันช่วยประนอมต่างหากล่ะ” รวิภาส เดินออกไป

นมลมองตามส่งยังยิ้มมีความสุข มีนเดินเข้ามายืนมองนมลอย่างวิเคราะห์พลางเอ่ย “เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ นี่แกชอบพี่ภาสตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เรียนอนุบาลเลยหรือเปล่า หรือว่าเพิ่งมาชอบตอนที่พี่ภาสทำตัวเป็นพระเอกแบดบอย อย่าบอกนะว่า เป็นพี่น้องกัน ฉันอ้วกใส่หน้าแกจริงๆด้วย”

“ฉัน...ฉันไม่รู้ว่า ฉันชอบพี่ภาสตั้งแต่เมื่อไหร่...รู้แต่ว่า ฉันชอบเขา”

“แล้วพี่ภาสล่ะ ชอบแกหรือเปล่า”

“แค่เขาไม่เกลียดฉัน ก็พอแล้วล่ะ...” นมลยอมรับสภาพ

ooooooo


ณิชมนมาดักรอบุรธัชที่ไร่ เธออ้อนวอนให้เขาช่วยพิจารณาโครงการร่วมใจพัฒนาอีกครั้ง

บุรรัชส่งยิ้มหยันถามว่า มีข้อเสนออะไรที่ดีกว่าเมื่อวาน ณิชมนฉุกกึก แต่ต้องอดกลั้นไว้

“เมื่อวานเป็นเรื่องเข้าใจผิด ถึงโครงการนี้จะมีความสำคัญต่อฉัน ฉันก็ไม่มีวันเอาตัวเข้าแลก ฉันเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆก็จริง แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีเท่าๆกับคุณนั่นแหละ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอกนะคะ เข้าเรื่องงานเลยดีกว่า ฉันสามารถไขข้อข้องใจของคุณได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการดูแลฝายหลังจบโครงการ และประโยชน์ที่ทางไร่ของคุณจะได้รับ...” ณิชมนพูดไม่ทันจบ บุรธัชก็สวนทันทีว่า ไม่ตกลง และไม่ว่าเธอจะยกเหตุผลใดมาอ้างเขาก็ยืนยันอยู่คำตอบเดียวคือ ไม่ตกลง

“แต่ยังไงวันนี้ฉันก็จะทำให้คุณตอบตกลงให้ได้ ฉันจะตามตื๊อคุณจนถึงที่สุด ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้คุณ คุณชายบุรธัช” ว่าแล้วสาวเจ้าก็เดินตามบุรธัชไปทุกที่ในไร่บุริศราวัณ และเลยไปจนถึงสนามกอล์ฟในโครงการฯ

ณิชมนเหนื่อยแทบขาดใจ และเมื่อเห็นชายหนุ่มขยับจะไปต่อจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปขวาง พร้อมกับยื่นข้อเสนอ

“คุณชายธัช ฉันมีข้อเสนอใหม่ ถ้าคุยยอมตกลงเข้าร่วมกับโครงการนี้ ฉันจะยอมตอบคำถามคุณทุกข้อ”

“ฉันไม่ต้องการฟังคำโกหกของเธอ”

“คุณอยากฟังความจริงใช่ไหม ได้ ฉันจะบอกความจริงให้คุณฟัง ฉันไม่ได้ชอบคุณ ฉันเกลียดคุณด้วยซ้ำ ฉันเกลียดขี้หน้าคุณที่สุด ยิ่งเจอหน้าคุณ ฉันก็เกลียดคุณมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องทนฝืนตามตื๊อคุณอยู่นี่เพราะฉันกลัวตกงาน ฉันจะไม่ยุ่งกับคุณแล้ว ขอให้คุณมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นต่อไป” ณิชมนจะเดินออก แต่บุรธัชเรียกไว้เธอหันมาใส่อีกชุด “คุณไม่ต้องมาซ้ำเติมฉันหรอก ฉันรู้ว่า ฉันน่าสมเพชแค่ไหน ฉันเกลียดตัวเองที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก คุณเกิดมาก็มีทุกอย่างแล้ว ไม่รู้หรอกว่า คนที่เกิดมาไม่มีเงินไม่มีบ้าน ทำงานเลี้ยงตัวไปวันๆมันลำบากขนาดไหน...”

“พูดพอหรือยัง ถ้าพอก็ฟังฉัน ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว ถ้าเธออยากจะให้ฉันตอบตกลงเข้าร่วมโครงการของเธอ เย็นนี้ไปพบฉันที่บ้าน และต้องไปคนเดียว”

“อะไรนะคะ”

“ฉันบอกแล้วว่า ฉันจะพูดครั้งเดียว” บุรธัชเดินหนีไปที่รถแล้วขับออกไป

ณิชมนมองตามอึ้งๆรีบกลับไปปรึกษานมลที่บ้านสรณาลัย เพราะไม่รู้ว่าบุรธัชจะมาไม้ไหนอีก นมลเป็นห่วงกลัวณิชมนจะมีอันตรายจึงตัดสินใจแทนว่าไม่ต้องไป

“ยังไงนอมก็ต้องไปค่ะ นอมจะต้องทำงานครั้งนี้ให้สำเร็จ ไม่ว่าคุณชายธัชจะมาไม้ไหน นอมเชื่อว่า นอมรับมือได้ค่ะ” ณิชมนมั่นใจ

“งั้นพี่นอมก็ต้องเตรียมตัวให้ดีเลยนะคะ นี่ค่ะ โทรศัพท์มือถือ” นมลสวมหูฟังบลูทูธที่หูณิชมนให้พร้อมยัดโทรศัพท์มือถือใส่มือ “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นโทร.หานมลทันทีเลยนะคะ นมลตั้งเป็นเบอร์โทรด่วนไว้ให้แล้ว แล้วนี่ค่ะ เอาไว้ป้องกันตัวนะคะ” นมลหยิบสเปรย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า นกหวีดและมีดพกวางเรียงให้ดู

พันสรโผล่เข้ามาวางปืนลมสมทบไปอีกชิ้น “เอานี่ไปด้วย ถ้ารอดกลับมาก็เอามาคืนด้วยล่ะ” พันสรวิ่งกลับออกไป ณิชมนมองตามไม่รู้พันสรตั้งใจดีหรือข่มขวัญให้กลัวขึ้นไปอีก เธอมองอุปกรณ์ป้องกันตัวอย่างหวาดหวั่น

ooooooo

ถึงเวลานัด รถของนมลแล่นมาจอดหน้าบ้านบ้านบุริศราวัณ สองสาวมองหน้ากันใจเต้นตูมตามไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“พร้อมนะคะ พี่นอม ลุยกันเลยค่ะ” นมลแปะมือให้กำลังใจกับณิชมน แล้วออกจากรถพร้อมๆกัน

ณิชมนเข้าไปในบ้านพร้อมกระเป๋าใส่อุปกรณ์ป้องกันตัว ลุงอาจเดินออกมาต้อนรับและเชิญไปรอบุรธัชที่ห้องข้างบน

“ข้างบน” ณิชมนคิดไปไกล

“ครับ คุณชายให้คุณไปพบที่ห้องข้างบน กระเป๋าวางไว้ที่นี่ก่อนก็ได้ครับ” ลุงอาจแนะนำ

“เออ...คือว่า...ในกระเป๋ามีเอกสารที่จะต้องให้คุณชายอ่าน” ณิชมนกอดกระเป๋าแน่น

“คุณชายมีธุระส่วนตัวคุยกับคุณก่อนน่ะครับ เชิญครับ อย่าให้คุณชายต้องรอนาน ผมเอากระเป๋าไปเก็บไว้ให้ก่อนนะครับ เชิญครับ ห้องทางขวามือ ห้องแรก” ลุงอาจดึงกระเป๋าจากมือณิชมนแล้วเดินจากไป

ณิชมนยืนมองขึ้นไปชั้นบนอย่างไม่แน่ใจนักรีบโทร.หานมลที่กำลังแอบเข้ามาในบ้าน นมลปลอบใจว่า บางทีบุรธัชอาจกลัวเสียหน้าก็เลยอยากตกลงกันเงียบๆสองต่อสอง

“เงียบๆสองต่อสอง” ณิชมนยิ่งระแวงหนัก

“คุณชายธัชอาจจะไม่ได้อยู่คนเดียวก็ได้นะคะ จะต้องมีลุงอาจอยู่ด้วย คุณชายธัชอยู่ไหนลุงอาจต้องอยู่ด้วยเสมอ

ใช่ค่ะ ผู้ชายมีอายุๆหน่อย หน้าตาใจดีๆ อ้าว หายไปแล้วเหรอคะ เออ พี่ภาสไงคะ พี่ภาสจะต้องอยู่ในห้องด้วยแน่ๆ” นมลมัวแต่พูดจนเดินชนเข้ากับรวิภาสที่ตั้งใจยืนขวางอยู่

เธอยืนตะลึงอ้าปากค้างรีบบอกณิชมนให้เก็บนกหวีดไว้ให้ดี ก่อนจะถูกรวิภาสดึงหูฟังออกไป แล้วกดวางสาย นมลพูดไม่ออกได้แต่ยิ้มแหยๆ

ส่วนณิชมนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็พยายามโทร.หานมลใหม่ แต่ไม่มีคนยอมรับสาย เธอวิตกจริตจนเบลอ ตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นบนและบอกกับตัวเองว่า ห้องทางขวามือ...ห้องแรก...แต่ขากลับพาเดินไปที่ห้องทางซ้ายมือ

“เป็นไงเป็นกัน คนอย่างณิชมนไม่เคยกลัวอะไร” ณิชมนตัดสินใจเคาะประตู

เสียงบุรธัชสั่งให้เข้ามาได้ เธอเปิดประตูเข้าไปแล้วยืนตะลึงเพราะบุรธัชกำลังใส่เสื้อเชิ้ตอยู่ และเขาเองก็ตกใจไม่แพ้กันร้องถามณิชมนว่า เข้ามาทำไม

“คุณนั่นแหละกำลังจะทำอะไร คุณคิดจะทำอะไรฉัน ถึงได้เรียกฉันเข้ามาคุยในห้องนอนของคุณ”

“ฉันไม่ได้ให้เธอเข้ามาเจอในห้องนี้” บุรธัชรีบกลัดกระดุมเสื้ออย่างรวดเร็ว พลางสั่งให้ณิชมนทบทวนดูว่าอาจบอกเธอว่าอย่างไร

“ลุงอาจของคุณบอกว่า...ให้ขึ้นมาพบคุณที่ห้องขวามือ...ห้องแรก นี่คุณจะทำอะไร อย่านะ คุณอย่ามาใช้วิธีสกปรกกับฉันนะ ฉันไม่ยอมคุณง่ายๆหรอกนะ” ณิชมนควักนกหวีดขึ้นมาจะเป่า

บุรธัชเอื้อมมือไปเปิดประตูพลางชี้นิ้วสั่ง “ห้องแรกทางขวามือ ขวามือ”

ณิชมนอึ้งยกมือซ้ายมือขวาแล้วนึกขึ้นได้ว่าเลี้ยวผิดทาง เธอส่งยิ้มเจื่อนๆพร้อมคำขอโทษ บุรธัชตีหน้ายักษ์สั่งให้เดินตามมา ณิชมนต่อรองขอลงไปคุยกันข้างล่าง แต่บุรธัชไม่สน

นมลที่หลบอยู่ข้างล่างได้ยินเสียงณิชมนก็นึกห่วงจะออกไปดู แต่รวิภาสดึงไว้ทั้งสองมีปากเสียงกันเล็กน้อย รวิภาสขู่ว่าที่บ้านของเขา เขาจะทำอะไรกับเธอก็ได้แล้วแกล้งทำหน้าเหี้ยมเดินเข้าหา นมลรีบกระเถิบตัวหนี

ส่วนบุรธัชก็พาณิชมนเข้าในห้องที่เตรียมไว้ ณิชมนโวยวายคิดว่าชายหนุ่มคิดจะลวนลามจึงหยิบนกหวีดมาเป่าแต่ได้ยินแค่เสียงฟู่ๆ ณิชาภัทรที่รออยู่ข้างในเห็นเรื่องชักไปกันใหญ่เดินออกมาเจรจา

“นี่ธัชยังไม่ได้บอกคุณนอมเหรอคะ ธัชตอบตกลงเข้าร่วมโครงการสร้างฝายแล้วนะคะ แล้วเราก็ได้เชิญทุกฝ่ายมาประชุมกันที่นี่เย็นนี้”

“เราจะประชุมกันวันนี้เลยหรือคะ” ณิชมนตกใจ

“ณิชาคาดการณ์ไว้แล้วว่า เธอจะต้องมาในสารรูปนี้ ก็เลยเตรียมเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน ฉันถึงให้เธอมาพบณิชาบนนี้ไงล่ะ” บุรธัชมองณิชมนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน

ณิชมนรีบสวนว่า ทำไมถึงไม่พูดให้เคลียร์ สนุกมากใช่ไหมที่ได้แกล้งเธอ

“ก็สนุกดี เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ เราจะประชุมกันในอีกครึ่งชั่วโมง” บุรธัชเดินหนี

ณิชมนมองตามด้วยความโมโหแล้วรีบโทร.หานมล แต่คนที่รับสายกลับเป็นรวิภาสเพราะเขายึดมือถือไว้

ด้านนมลก็ร้อนใจไม่แพ้กัน เธอรีบถามรวิภาสหลังกดวางสายว่า พี่นอมเป็นอย่างไรบ้าง รวิภาสว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี ขอให้นมลอยู่เฉยๆอย่าสร้างปัญหา เดี๋ยวจะเสียเรื่อง

นมลไม่ชอบใจนักรีบทวงมือถือคืน

“หวงอะไรนักกับมือถือเครื่องนี้” รวิภาสกดดูมือถือของนมลอีกครั้ง และเพิ่งเห็นว่า หน้าจอมือถือเป็นรูปที่นมลถ่ายคู่กับตัวเอง

นมลอายโผเข้าไปตะครุบมือถือคืน แต่เสียหลักเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของรวิภาส

“คุณภาส คุณนมล มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วคุณชายธัชทราบหรือเปล่าครับ” ลุงอาจเสียงเข้ม แต่ยังไม่ทันได้คำตอบบุรธัชก็ตามเข้ามา รวิภาสกับลุงอาจรีบยืนบังตัวนมลไว้ทันที

ลุงอาจรีบเบี่ยงเบนความสนใจ ถามบุรธัชว่าจะให้ตั้งโต๊ะอาหารกี่โมง

“วันนี้ไม่น่าจะประชุมเกินสองชั่วโมง เสร็จงานจากตรงนี้แล้ว ไปพบฉันที่ห้องทำงานด้วยนะ” บุรธัชเดินออกไป

ลุงอาจถอนใจเฮือกหันมากำชับรวิภาสให้รีบพานมล ไปส่งบ้านเพราะวันนี้แขกมากันเยอะ ไม่อยากให้มีเรื่องกัน

“ได้ยินลุงอาจพูดแล้วใช่ไหม ปล่อยนมลกลับบ้านได้แล้ว” นมลรีบสั่ง

“ฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆได้ยังไง ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนกันหน่อย” รวิภาสนึกสนุก แต่นมลมองด้วยความเหนื่อยใจ

ส่วนณิชมน เธอถูกณิชาภัทรจับแปลงโฉมให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะวันนี้มีผู้ใหญ่มาร่วมประชุมด้วย

“นอมคงดู...ดูกะโปโลมากเลยใช่มั้ย แม่ชอบว่านอมอย่างนั้นบ่อยๆ” ณิชมนมองเงาตัวเองในกระจก

“คุณนอมดูเด็กกว่าอายุต่างหากล่ะคะ ธัชเคยบอกว่า คุณนอมอายุพอๆกับณิชา แต่ณิชาว่า คุณนอมดูเหมือนเด็กมหาวิทยาลัยปีหนึ่งปีสองเอง” ณิชาภัทรเข้ามายืนเทียบกับณิชมน “เห็นไหมคะ เราเหมือนพี่สาวน้องสาวกันมากกว่า คุณนอมมีพี่น้องกี่คนคะ”

“นอมเป็นลูกคนเดียวค่ะ นอกจากพ่อแม่แล้ว นอมก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกเลย คือครอบครัวของนอมย้ายที่อยู่บ่อยค่ะ เลยขาดการติดต่อกับญาติๆ ไม่ตัดขาดก็เหมือนตัดขาดกันไปแล้ว นอมก็เลยชินกับการใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว” ณิชมนจำต้องโกหกอีกครั้ง

“แต่ตอนนี้คุณนอมรู้จักณิชาแล้วนะคะ ถ้าไม่รังเกียจคิดซะว่า ณิชาเป็นพี่สาวก็ได้ค่ะ แต่ต้องทนพี่สาวคนนี้หน่อยนะคะ เพราะพี่สาวคนนี้ออกจะจุ้นจ้านพูดมากอยู่ซักหน่อย” ณิชาภัทรส่งยิ้มจริงใจ

ณิชมนมองณิชาภัทรนิ่งพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

นมลตีไข่ในชามอย่างหนักมือด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะถูกรวิภาสบังคับให้ทำข้าวห่อไข่ให้ทาน เพื่อแลกกับการคืนมือถือให้ เธอหันไปเปิดตู้เย็นเห็นมีกล่องนมก็คิดแผนเอาคืนได้ จึงแอบเทนมใส่ลงในชามไข่ไป แล้วตีไข่ให้ผสมกันอย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่รวิภาสรอทานข้าวห่อไข่ของนมลอยู่นั้น ณิชาภัทรก็พาณิชมนมาที่ห้องประชุม และแนะนำให้รู้จักกับคณะกรรมการร่วมโครงการอีกสี่ท่าน

“นี่คุณประนอมค่ะ เป็นตัวแทนของไร่สรณาลัย” ณิชาภัทรพูดจบบุรธัชก็แทรกทันที

“คุณพรพรรณคงติดธุระสำคัญ แล้วคงหาใครไม่ได้จริงๆ ก็เลยให้คุณแม่บ้านประนอมมาประชุมแทน”

กรรมการทุกคนหันมามองณิชมนอย่างแปลกใจ ณิชาภัทรรีบแก้ว่า นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแม่บ้านที่สรณาลัยแล้ว ประนอมยังเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของพรพรรณด้วย

“เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ ที่เชิญให้มาประชุมวันนี้ เพราะอยากแจ้งให้ทราบว่า ผมยินดีที่จะร่วมมือกับโครงการนี้ โดยมีเงื่อนไขสองข้อ ขอให้การดำเนินการทุกอย่างต้องผ่านการเห็นชอบจากผมก่อน และคนที่จะติดต่อประสานงานกับผมขอให้เป็นคุณประนอมเพียงคนเดียว” บุรธัชเสนอเงื่อนไข

คณะกรรมการตอบรับทันที ณิชาภัทรมองบุรธัชอย่างระแวง แต่จำต้องรับปากเพื่อให้งานผ่านไปได้ด้วยดี

เวลาเดียวกัน นมลนำข้าวห่อไข่ที่เพิ่งทำเสร็จมาวางตรงหน้ารวิภาส เขาก้มหน้ากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย พลางเอ่ยชมว่าฝีมือนมลไม่เคยเปลี่ยน

“อร่อยกว่าเดิมด้วย เพราะนมลได้สูตรมาใหม่ เติมน้ำผึ้งไปนิดแล้วก็เติมนมไปอีกหน่อย แค่นี้ก็อร่อยอย่าบอกใครเชียว เพราะนมลรู้ว่าพี่ภาสแพ้นมวัว แตะแค่ปลายลิ้นก็ผื่นขึ้นเต็มตัวแล้ว นี่นมลยังปรานีนะใส่ลงไปแค่สองสามช้อนโต๊ะ อย่างมากก็คงแค่อาเจียนหมดท้องหรือไม่ก็ไข้ขึ้นไปสองสามวัน” นมลยิ้มเยาะ

รวิภาสรู้สึกคันตัวขึ้นมาทันที เขาเริ่มพะอืดพะอมวิ่งไปอาเจียนที่อ่างล้างจาน

นมลหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับคำลา “นมล กลับก่อนนะ วันหลังอยากกินข้าวห่อไข่อีก ก็โทร.ไปบอกได้” นมลรีบเดินออกไป

รวิภาสจะตามแต่ต้องกลับไปอาเจียนต่อจนโงหัวไม่ขึ้น

หลังได้ข้อสรุปเรื่องโครงการสร้างฝายชะลอน้ำแล้ว บุรธัชเชิญทุกคนลงมาทานอาหาร ณิชมนขอตัวเข้าห้องน้ำ แล้วแอบเข้าไปในห้องทำงานบุรธัช เพราะอยากรู้ว่าเขาสืบเรื่องของประนอมไปถึงไหนแล้ว เธอไม่รู้ตัวเลยว่า บุรธัชแอบตามมาด้วย

“ไม่เห็นมีแฟ้มประวัติอะไรเลย” ณิชมนบ่นพลางสำรวจข้าวของบนโต๊ะทำงาน เธอหยิบรูปถ่ายของบุรธัชขึ้นมาดู “สมกับเป็นคุณชายแวมไพร์จริงๆ หน้าไร้ความรู้สึกสุดๆ”

“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ” บุรธัชเข้าประชิดตัว

ณิชมนสะดุ้งตกใจทำรูปถ่ายหลุดมือตกลงพื้นกระจกแตกกระจาย เธอส่งยิ้มจ๋อยๆพร้อมคำขอโทษและพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง นี่ลับหลังฉัน เธอคงตั้งชื่อให้ฉันสารพัดเลยล่ะซิ” บุรธัชเสียงเข้ม

“เปล่าซะหน่อย นอกจากคุณชายแวมไพร์แล้ว ฉันไม่เคยเรียกคุณชื่ออื่นเลยนะ” ณิชมนรู้ว่าพลาดรีบปิดปาก

“ทำไมเหรอ ฉันดูเป็นยังไง”

“ก็...คุณดูเย็นชาไม่มีหัวใจ ฉันไม่เคยเห็นคุณยิ้มหรือหัวเราะเลย คุณทำตัวเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ แล้วก็ชอบทำเป็นอยู่หน้าเดียว โกรธก็หน้านี้ เซ็งก็หน้านี้ เบื่อก็หน้านี้ ทำหน้าแบบฉันเกิดมาทำไมในโลกนี้เนี่ย คนอย่างคุณนี่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้” ณิชมนพรั่งพรูความรู้สึกออกไป แต่พอเห็นสายตาเอาเรื่องของชายหนุ่มก็รีบกลับลำ “เออ...แต่การที่ฉันเรียกคุณว่า คุณชายแวมไพร์ไม่ได้มองไปทางลบทั้งหมดหรอกนะ คุณคิดดูซิ แวมไพร์มีแต่หล่อๆแล้วก็มีเสน่ห์ทั้งนั้น นอกจากหล่อแล้วก็รวย มีอำนาจพิเศษต่างๆนานา แล้วก็ยังมีชีวิตเป็นอมตะอีก”

“อย่าแก้ตัวเลย ยิ่งพยายามแก้ตัว ก็ยิ่งดูปัญญาอ่อน เธอนี่ไร้สาระจริงๆ นี่มันห้องทำงานส่วนตัวของฉัน เชิญออกไปได้แล้ว” บุรธัชอดยิ้มไม่ได้

“ถึงฉันจะปัญญาอ่อน ไร้สาระ แต่เมื่อกี้ฉันก็ทำให้คุณยิ้มได้ล่ะน่า” ณิชมนล้อ

“ฉันไม่ได้...พูดอะไรเพ้อเจ้อ” บุรธัชเดินดุ่มๆออกไปทันที

ณิชมนมองตามยิ้มๆที่ได้เห็นอีกแง่มุมของบุรธัช

ooooooo

หลังส่งคณะกรรมการกลับไปหมดแล้ว ณิชมนก็หันมา ขอบคุณบุรธัชที่ยอมเข้าร่วมโครงการ ชายหนุ่ม สวนว่า ไม่ต้องการคำขอบคุณ แต่อยากให้เธอรักษาสัญญาเรื่องจะตอบคำถามของเขาทุกข้อ

ณิชมนอ้ำอึ้งรีบตัดบท “ค่ะ ฉันจะตอบคำถามคุณทุกข้อที่ฉันตอบได้ ฉันไปก่อนนะคะ ฉันต้องรีบกลับไปเรียนข่าวดีให้คุณพรพรรณทราบ ขอบคุณคุณณิชามากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณณิชา นอมคงต้องตกงานแน่ๆ แล้วเจอกันนะคะ” ณิชมนชิ่งออกไป

บุรธัชจะตามแต่ณิชาภัทรดึงไว้ “ธัชรู้ว่าคุณนอมเป็นคนของบ้านสรณาลัย เป็นศัตรูของธัช ก็น่าจะพอแล้ว นอกจากว่าธัชไม่อยากจะเป็นศัตรูกับคุณนอมเท่านั้นแหละ ธัชถึงต้องการรู้เรื่องของเธอให้มากกว่านี้” ณิชาภัทรเดินหนีไปอีกคน ปล่อยให้บุรธัชยืนอึ้ง

เวลาเดียวกันนั้น พรพรรณก็กำลังรอฟังข่าวจากณิชมน

อยู่ในบ้าน ชัยวัฒน์เข้ามาใส่ไฟว่า ณิชมนคงทำไม่สำเร็จและยุให้ไล่ออก พรพรรณว่า เธอตัดสินใจเองได้ แล้วให้ชัยวัฒน์ไปดูแลพันสร เพราะไม่เห็นอยู่ในห้อง ชัยวัฒน์อึกอัก หาข้อแก้ตัว เขาเหลือบไปเห็นพรรณอรในชุดสีขาวกรุยกรายเหมือนนางฟ้า กำลังจะไปห้องทำงาน จึงรีบถามถึงนิยายเรื่องใหม่เพื่อเปลี่ยนประเด็น

พรพรรณเหนื่อยใจ ชวนพี่สาวอยู่รอคุณแม่บ้านด้วยกันเพื่อฟังข่าวก่อน พรรณอรว่า รอฟังพรุ่งนี้เช้าก็ได้

“อย่าเพิ่งแน่ใจไปเลยครับว่า เราจะได้รับข่าวดี อาจจะเป็นข่าวร้ายก็ได้” ชัยวัฒน์รีบเสนอหน้า

“ขอโทษนะคะที่ทำให้ครูผิดหวัง เรามีข่าวดีมาแจ้งให้ทุกคนทราบค่ะ” นมลเดินนำณิชมนเข้ามา

“นี่แสดงว่า คุณชายธัชตอบตกลงใช่ไหม เก่งจริงๆลูกแม่” พรรณอรโผเข้ากอดนมล

“พี่นอมต่างหากล่ะคะที่เก่ง พี่นอมเป็นคนทำให้คุณชายธัชเปลี่ยนใจ” นมลรีบรายงาน

“นี่เป็นนิมิตหมายที่ดี อย่างนี้บ้านเรากับบ้านบุริศราวัณอาจจะกลับมาเป็นมิตรกันเหมือนเดิม ประนอม ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่รับเธอเข้าทำงาน เธอทำงานได้ดีมาก ขอบใจเธอจริงๆเลยนะ” พรรณอรโผเข้ากอดณิชมนอย่างชื่นชม ไม่สนชัยวัฒน์ที่ยืนมองณิชมนอย่างหมั่นไส้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:44 น.