ตอนที่ 18
งานเปิดตัวรีสอร์ตปิดฉากลงอย่างงดงาม นวลแขกับณิชาภัทรชวนกันกลับบ้าน ครั้นนวลแขเห็นณิชาภัทรนั่งเงียบมาตลอดทางก็พอเข้าใจ จึงเรียกหลานสาวมาคุยด้วย
“ย่าเข้าใจ...เรื่องมันเกิดขึ้นรวดเร็วเหลือเกิน ย่าเองก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ตอนที่ได้รู้ความจริงจากอาจารย์ดาวเรือง”
“ณิชาคงทำใจรับน้องณิชมนไม่ยากหรอกค่ะ แต่ไม่รู้ว่าน้องเขาจะยอมรับณิชาเป็นพี่หรือเปล่า โชคชะตานี่เล่นตลกกับเราจริงๆเลยนะคะ ผู้หญิงที่ณิชาพยายามกำจัดออกไปจากชีวิต กลับเป็นน้องสาวที่ณิชากำลังตามหาอยู่”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย ถ้าหากย่าจะรับณิชมนกลับมาอยู่ที่บ้านของเรา”
“ณิชาไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ณิชาจะพยายามนะคะ คุณย่า ณิชาจะพยายามทำตัวเป็นพี่สาวที่ดี อะไรที่ทำเพื่อน้องได้ ณิชาก็จะทำให้ค่ะ”
“ขอบใจนะ ณิชา ขอให้รู้ไว้นะ ถึงย่าจะได้หลานสาวเพิ่มมาอีกคน แต่ย่าก็ยังรักเราเหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง”
“ไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะคุณย่า ณิชาต้องแบ่งคุณย่าให้น้องณิชมนแล้วนี่คะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ คุณย่ารักณิชาน้อยลงนิดหนึ่ง แต่ได้น้องณิชมนกลับคืนมา ก็ถือว่าคุ้มล่ะค่ะ
คุณย่า”
ณิชาภัทรกอดนวลแขไว้ พยายามทำใจรับณิชมนให้ได้ แม้จะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม
ด้านพรรณอรและพรพรรณ เธอมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะเริ่มยังไงกับณิชมนที่นั่งอยู่ตรงหน้า พันสรกับนมลเข้ามาร่วมวงด้วย พันสรโวยวายไม่อยากเชื่อว่า พี่นอมของเขาจะกลายเป็นหลานสาวของคุณหญิงนวลแขไปได้
“ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ตอนนี้พี่นอมเป็นพี่ณิชมนไปแล้ว เข้าใจไหม แล้วตกลงเราจะทำยังไงต่อไปดีคะ คุณแม่ น้าพร” นมลเอ่ยถาม
“ทางผู้ใหญ่คุยกันเรียบร้อยแล้วล่ะจ้ะ หนูณิชมนควรจะกลับไปอยู่กับคุณยาย ส่วนเรื่องหมั้นของนมลกับภาส นั่นน่ะ...”
“เรื่องหมั้นไม่ต้องไปจริงจังหรอกค่ะ พี่ชายธัชคงแค่อยากจะหันเหไม่ให้นักข่าวไปสนใจพี่ณิชมนมากนัก..ตอนนี้ เรื่องพี่ณิชมนสำคัญกว่าค่ะ”
“เรื่องมันก็เกิดขึ้นอย่างปุบปับเหลือเกิน เอาอย่างนี้แล้วกัน หนูณิชมนพร้อมจะกลับไปอยู่กับคุณยายเมื่อไหร่ก็กลับไปได้ทุกเมื่อ แต่ถ้ายังอยากจะอยู่ที่นี่ไปก่อน ก็ตามสบายเลยนะ” พรรณอรอนุญาต
“หนูยังไม่พร้อมค่ะ แล้วคิดว่า ไม่มีวันพร้อมที่จะกลับไปอยู่กับครอบครัวที่หนูไม่รู้จักด้วย” ณิชมนรีบบอก
“เวลานี้แหละที่หนูจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกับครอบครัวของหนู การที่คุณยายของหนูประกาศรับหนูเป็นหลานต่อหน้าทุกคน ก็บอกได้ทุกอย่างแล้วว่า ท่านต้องการหนูกลับไปแค่ไหน” พรรณอรให้ข้อคิด
ณิชมนยังมึนหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้ เธอขอตัวกลับห้องพักเพื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น นมลตามไปคุยด้วย ณิชมนหันมาขอโทษนมลที่ปกปิดความจริงมาตลอด
“นมลไม่โกรธหรอกค่ะ แต่ก็น้อยใจนิดหน่อยที่พี่ณิชไม่เชื่อใจนมล แต่คนที่น่าจะโกรธพี่ณิชคงจะเป็นพี่ชายธัชล่ะค่ะ ยังไงก็หาโอกาสคุยกันซะนะ”
“คุณชายคงไม่อยากคุยกับพี่แล้วล่ะค่ะ คุณชายมองพี่เหมือนพี่เป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว...แค่ชั่วข้ามคืนทุกอย่างดูเหมือนจะเปลี่ยนไปหมด”
“พี่ชายธัชคงกำลังสับสนเหมือนกับเราทุกคนในตอนนี้ ค่อยๆคุยกันปรับความเข้าใจกันนะคะ ขอแค่พี่ณิชอย่าใช้
วิธีหนีปัญหาอีกก็แล้วกัน คืนนี้ นมลขอนอนด้วยนะ ขอนมลอยู่กับพี่นอมของนมลเป็นคืนสุดท้ายก่อนที่พี่นอมจะกลายเป็นคุณณิชมน หลานสาวคุณหญิงนวลแขในวันพรุ่งนี้...”
“ไม่ว่าจะยังไงพี่ก็ยังเป็นพี่นอมของคุณนมลคนเดิมนะคะ”
“แต่พี่ณิชไม่ต้องคอยดูแลนมลอีกแล้วนะคะ ตอนนี้พี่ณิชมีครอบครัวของตัวเองที่ต้องกลับไปดูแล นมลดีใจด้วยจริงๆนะคะ” นมลกอดณิชมนไว้อย่างรักสนิทใจ เหมือนพี่สาวจริงๆ
ณิชมนนิ่งคิด รู้ว่าที่สุดก็ต้องกลับไปหาครอบครัวของตัวเอง
ooooooo
เช้าวันใหม่ รวิภาสรีบร้อนออกจากบ้านเพราะจะไปรอรับณิชมนที่บ้านนวลแข บุรธัชเห็นเข้าก็รีบปรามไม่ให้น้องชายไปยุ่งกับเรื่องครอบครัวคนอื่น ลุงอาจที่ยืนฟังอยู่ด้วยพอจับความรู้สึกเจ้านายได้จึงแกล้งเปรย
“คุณชายน่าจะดีใจที่คุณแม่บ้านประนอมที่แท้ก็เป็นหลานสาวคุณหญิงท่าน ทีนี้อะไรๆก็คงง่ายขึ้น”
“แต่พี่ธัชชอบทำให้อะไรๆยากขึ้นเสมอครับ ลุงอาจ นี่ถ้าพี่ธัชยังฟอร์มเยอะท่าแยะอย่างนี้ ระวังจะมีคนอื่นมาฉกคุณณิชไป ไม่รู้ด้วยนะ” รวิภาสเสริม
“ใครจะฉกก็ฉกไป ฉันไม่สนใจ” บุรธัชไม่สบอารมณ์เดินหนีไป
รวิภาสกับลุงอาจมองหน้ากันอย่างหน่ายใจ
ส่วนที่บ้านสรณาลัย ณิชมนเข้ามาในครัวเพื่อทำหน้าที่แม่บ้านเป็นครั้งสุดท้าย เธอส่งรายการล่วงหน้าหนึ่งเดือนให้รำไพ และแจกแจงรายละเอียดเรื่องงานบ้านให้สายใจกับกันยา และรับปากดำเกิงที่อยากไปทำงานในไร่ว่าเธอคุยกับพรพรรณให้แล้ว ทุกคนพากันซาบซึ้ง และนึกห่วงว่า คุณผู้หญิงทั้งสองจะไปตามแม่บ้านประนอมตัวจริงกลับมาหรือเปล่า
เวลาเดียวกันนั้น ประนอมตัวจริงก็ถูกดาวเรืองพามาขอโทษพรพรรณกับพรรณอร ทั้งสองยอมยกโทษให้ แต่ไม่ขอรับเข้าทำงาน เพราะประวัติไม่ดีนักเรื่องผู้ชาย แล้วนมลก็เดินเข้ามาบอกทุกคนว่า ณิชมนพร้อมจะเดินทางไปบ้านนวลแขแล้ว
พรพรรณมองณิชมนแล้วถอนใจร้องออกมา “แต่ดิฉันยังไม่พร้อมเลยค่ะ อาจารย์”
ทุกคนยิ้มขำพรพรรณ แล้วชวนกันเดินไปส่งดาวเรืองกับณิชมนที่รถ
“หนูลานะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง หนูจะไม่มีวันลืมทุกคนที่นี่เลยล่ะค่ะ”ณิชมนยกมือไหว้ลาพรรณอรกับพรพรรณ
“พี่ณิชไม่ต้องลานมลนะคะ ยังไงเราก็ต้องได้เจอกันอีก”
นมลเข้าไปกอดณิชมน
พรรณอรกับพรพรรณ พลางล้อว่าอีกหน่อยณิชมนกับนมลก็จะเป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้ว พันสรยืนงงเอ่ยถามว่าณิชมนเป็นแฟนกับบุรธัชตั้งแต่เมื่อไหร่
“คงจะมีอะไรเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ คือ...คุณชายธัชกับหนู...” ณิชมนจะอธิบาย แต่ดาวเรืองตัดบทชวนขึ้นรถเพราะนวลแขรออยู่
“หนูขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วหนูจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ” ณิชมนเอ่ยลารู้สึกใจหาย
“สัญญานะจ้ะ ว่างเมื่อไหร่ต้องกลับมาเยี่ยมเรานะ” พรรณอรย้ำ
ดาวเรืองพาณิชมนเดินออกไปผ่านหมู่มวลคนรับใช้ที่ออกมายืนส่ง ณิชมนหันมามองบ้านสรณาลัยอีกครั้งอย่างอาลัยอาวรณ์
ooooooo
ดาวเรืองพาณิชมนเดินเข้ามาในบ้านสุธาสิน ณิชาภัทรพานวลแขเดินออกมาต้อนรับ ณิชมนยืนมองนวลแขยังไม่แน่ใจนักกับการตัดสินใจของตัวเอง
“ณิชมน ขอบใจนะที่กลับมาหายาย” นวลแขเดินเข้าไปรวบตัวณิชมนเข้ามากอด
“หมดหน้าที่ของดิฉันแล้ว ดิฉันขอลากลับนะคะ คุณหญิง” ดาวเรืองบอกกับนวลแข แล้วเอ่ยย้ำกับณิชมน “ครูรับรองว่า หนูจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขแน่ เพราะไม่มีที่ไหนจะสุขได้เหมือนอยู่บ้านที่มีครอบครัวที่รักหนู ดิฉันลานะคะ คุณหญิง” ดาวเรืองยกมือไหว้ลานวลแข แล้วเดินออกไป
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ น้องณิช” ณิชาภัทรส่งยิ้มให้
“ยายมีเรื่องอยากจะคุยกับหนูมากมาย ยายดีใจเหลือเกินที่ณัชชาให้หนูกลับมาหายาย หนูรีบส่งข่าวไปบอกแม่เลยนะว่า ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้เขารีบกลับมา...ตั้งแต่แม่หนูหนีไป ไม่มีวันไหนที่ยายไม่คิดถึงแม่หนูเลย ว่าไง เราจะติดต่อแม่หนูได้ยังไง...”
“คุณยายคะ...แม่ไม่อยู่แล้วล่ะค่ะ แม่ตายแล้วค่ะ คุณยาย”
นวลแขยืนนิ่ง เธอตกใจเกือบคุมสติไม่ได้ ณิชมน
มองนวลแขอย่างเข้าใจ เธอทรุดตัวลงกราบขอโทษนวลแขพลางเอ่ย “แม่ขอให้ณิชมากราบขอโทษคุณยายแทนแม่ด้วย คุณยายยกโทษให้แม่ด้วยนะคะ...”
นวลแขดึงณิชมนขึ้นมานั่งด้วยแล้วกอดแน่น “ยาย
ยกโทษให้แม่หนูนานแล้ว แล้วหนูกับแม่ล่ะยกโทษให้ยายหรือยัง”
“คุณย่าไม่เคยลืมอาณัชชาเลยนะ น้องณิช คุณย่าแอบให้ คนตามหาอาณัชชามาตลอด คุณย่าไม่เคยตัดขาดอาณัชชา ได้จริงๆ ยิ่งมารู้ทีหลังว่า อาณัชชามีลูกสาว คุณย่าก็เร่งให้อาจารย์ ดาวเรืองรีบตามหาน้องณิชให้เจอ...” ณิชาภัทรช่วยอธิบาย
“ณิชไม่ได้โกรธคุณยายหรอกนะคะ ที่ณิชคิดจะกลับไปซิดนีย์ เพราะณิชไม่อยากเป็นส่วนเกินของครอบครัวคุณยาย”
“หนูเป็นหลานของยาย จะเป็นส่วนเกินได้ยังไงกัน ต่อไปนี้ครอบครัวของยายก็คือ ครอบครัวของหนูนะ ณิชมน” นวลแขดึงณิชมนเข้ามากอดอีก ณิชาภัทรมองณิชมนยอมรับได้ในที่สุด
ขณะที่ณิชมนกำลังปรับตัวกับครอบครัวใหม่ บุรธัช ก็โหมทำงานหนักอยู่ในไร่เพื่อให้ลืมณิชมน แต่ไม่สำเร็จ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพของเธอ จนกระทั่งรถของรวิภาสแล่นเข้ามาจอด รวิภาสกับนมลลงมาจากรถตามด้วยณิชมน บุรธัชเห็นก็จะขึ้นรถหนี แต่ณิชมนวิ่งไปขวางไว้เพราะอยากปรับความเข้าใจ
“ฉันไม่เข้าใจ แล้วก็คงไม่มีวันเข้าใจด้วย” บุรธัชเสียงแข็ง
“ถ้าฉันบอกคุณว่า ฉันเป็นหลานคุณยาย คุณจะยอมปิดเป็นความลับไหมล่ะ คุณไม่มีวันยอมแน่ แล้วคุณจำไม่ได้ใช่ไหม คุณสัญญาว่า ไม่ว่าฉันจะเป็นใคร คุณยอมรับได้ทั้งนั้น”
“ใช่ ฉันยอมรับได้ทั้งนั้น ต่อให้เธอเป็นอาชญากรเคยฆ่าใครตายมา ความรู้สึกของฉันก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แต่นี่เธอปิดบังความจริงด้วยเหตุผลโง่ๆ คิดเอาเองว่าคุณหญิงย่าไม่ต้องการเธอ คิดแต่จะหนี เพราะเธอ...คุณหญิงย่าต้องทุกข์ใจ แค่ไหน รู้ไหม”
“ในเมื่อคุณไม่พยายามเข้าใจฉัน ก็ไม่ต้องเข้าใจ ฉันจะไม่อธิบายอะไรแล้ว”
“ก็ไม่ต้องอธิบาย มันสายไปแล้วที่จะมาพูดอะไรตอนนี้ ถ้าเธอพูดความจริงตั้งแต่แรก เรื่องของเราก็จบลงด้วยดีไปนานแล้ว แต่เธอก็เลือกที่จะให้ชีวิตทุกคนต้องสับสนวุ่นวาย”
“ฉันมาที่นี่เพื่อขอบคุณคุณที่ช่วยเหลือฉันมาตลอด และก็มาขอโทษที่ทำให้ชีวิตคุณต้องยุ่งยาก ต่อไปนี้ชีวิตของคุณจะง่ายขึ้น เพราะฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวายชีวิตคุณอีกแล้ว คุณชายธัช” ณิชมนเดินออกไป
บุรธัชอึ้ง มองตามณิชมนอย่างใจหาย ก่อนตัดใจหันเดินออกไปอีกทาง
รวิภาสที่เฝ้ามองอยู่ขัดใจเป็นที่สุด จึงตามไปเคลียร์กับพี่ชาย หวังจะให้สมหวังในรักอย่างคู่ของตน
ด้านนมล เธอตามมาคุยกับณิชมนที่บ้านสุธาสิน จึงได้รู้จากณิชาภัทรว่า พงษ์เทพพาผู้ใหญ่มาสู่ขอณิชมนแล้ว นมลร้อนใจรีบโทร.ตามรวิภาส แต่เขาไม่รับสาย ณิชาภัทรจึงช่วยโทร.หาบุรธัชให้เอง แต่ก็ไม่รับสายเช่นกัน แล้วรวิภาส ก็ลากบุรธัชเข้ามาพอดี
นมลกับณิชาภัทรรีบเข้าไปบอกสองหนุ่ม “คุณพ่อของคุณพงษ์เทพมาเจรจาขอหมั้นน้องณิชไว้ก่อน เห็นว่าได้ฤกษ์แต่งงานมาแล้วนะ”
“คุณพงษ์เทพเล่นใช้ไม้นี้เลยเหรอ เห็นหรือยังล่ะพี่ธัช คุณพงษ์เทพรุกหนักข้ามขั้นขอแต่งงานเลย พี่ธัชมัวแต่โกรธงอนอะไรก็ไม่รู้ ถ้าคุณณิชประชดยอมแต่งงานกับคุณพงษ์เทพไป ก็หมดกันเลยนะ พี่ธัช” รวิภาสหันมองหน้าพี่ชาย
“ฉันจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่” บุรธัชรีบเดินเข้าไปในบ้านทันที
“ต้องให้เจออย่างนี้ถึงจะรู้สึก” รวิภาสพอใจที่เห็นพี่เริ่มขยับทำอะไรบ้าง
ooooooo
สุเทพตบไหล่พงษ์เทพอย่างภาคภูมิใจ พลางร่ายยาวถึงคุณงามความดีของลูกชายหวังให้นวลแขยอมตกลงยกณิชมนให้ แต่นวลแขออกตัวว่า เรื่องนี้ คงต้องให้ณิชมนตัดสินใจเอง
“หนูณิชไม่น่าจะมีอะไรขัดข้องนะครับ ใช่ไหม หนูณิช” สุเทพยื่นหน้าเข้ามาขอคำตอบ
“ณิชมนคงจะตอบตกลงไม่ได้หรอกครับ เพราะเธอมีเรื่องติดค้างผมอยู่เธอยังไม่มีอิสระที่จะตัดสินใจอะไรได้” บุรธัชเข้ามาตอบแทน ตามด้วยรวิภาส นมล และณิชาภัทร
“คุณณิชมนไม่ใช่แม่บ้านประนอมแล้วนะครับ คุณชาย เธอไม่มีอะไรติดค้างคุณชายแล้ว แล้วถ้าคุณชายเป็นสุภาพบุรุษพอ คงไม่คิดจะบีบบังคับอะไรเธอด้วยการทวงหนี้บุญคุณเก่าๆ หรอกนะครับ” พงษ์เทพกันท่า
“คุณเองก็ช่วยเหลือณิชมนมาไม่น้อยเหมือนกัน คงไม่คิดจะให้เธอชดใช้บุญคุณด้วยการแต่งงานหรอกนะครับ”
บุรธัชสวนกลับ
“พอซักทีเถอะค่ะ คุณพงษ์เทพคะ ฉันแต่งงานกับคุณไม่ได้หรอกค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคนที่ฉันรักเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่คุณ คุณชายธัชคะ ฉันกับคุณไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ฉันมีอิสระที่จะตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง ขอโทษนะคะ คุณสุเทพ หนูขอตัวค่ะ” ณิชมนยกมือไหว้สุเทพแล้วรีบลุกเดินหนีทุกคนออกมา
“ไม่มีอะไรติดค้างกันเหรอ เธอคิดผิดแล้ว เรายังมีเรื่องติดค้างกันอีกเยอะ” บุรธัชลากตัวณิชมนออกไป
นวลแขนั่งตะลึงมองตาม รวิภาสรีบอธิบาย
“คุณหญิงย่าไม่ต้องตกใจครับ นี่เป็นเรื่องปกติของคู่นี้ ลากกันไปลากกันมาอย่างนี้ เดี๋ยวทุกอย่างก็เรียบร้อยเอง”
ส่วนณิชาภัทร เธอได้แต่มองตามอย่างรู้ว่า ต้องถอดใจ จากเขาแล้ว
บุรธัชพาณิชมนมาที่บ้านบุริศราวัณ ณิชมนดิ้นรนจนหลุดจากบุรธัชมาได้ เธอต่อว่าชายหนุ่มเพราะเขาไม่มีสิทธิ์จะทำกับเธอแบบนี้ แต่บุรธัชอ้างว่ายังมีเรื่องต้องคุยกัน
“เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว คุณโกรธฉันที่ฉันเห็นแก่ตัว ทำอะไรไม่นึกถึงความรู้สึกของคนอื่น จนคุณยกโทษให้ฉันไม่ได้” ณิชมนเสียงแข็ง
“ฉันขอโทษ...ฉันก็คิดถึงแต่ตัวเองเหมือนกัน ฉันมัวแต่โกรธที่เธอไม่ยอมบอกความจริง โกรธที่เธอไม่ยอมให้ฉันช่วยอะไรเลย ฉันลืมนึกไปว่า เธอผ่านเรื่องร้ายมามาก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เธอจะเชื่อใจใคร แต่ต่อไปนี้ขอให้เธอเชื่อใจฉัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องให้ฉันอยู่เคียงข้างเธอ...ได้ไหม...ณิชมน...” บุรธัชอ้อนวอน
“ฉันขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน” ณิชามนวางท่า แล้วหัน ไปมองลุงอาจที่เดินถือซองเอกสารเข้ามาส่งให้
“คุณณิชมน...ผมก็รออยู่ว่า เมื่อไหร่คุณจะมาซักที ช่วยรับนี่ไว้ด้วยนะครับ”
ณิชมนรับซองเอกสารจากลุงอาจอย่างงงๆ บุรธัชเห็นก็จำได้ร้องบอกลุงอาจว่า ไม่ใช่เวลานี้ แต่ลุงอาจยืนกรานว่าตอนนี้เหมาะสมที่สุด แล้วอธิบายให้ณิชมนฟัง
“คุณชายสั่งผมไว้นานแล้ว ถ้าหากพบทายาทของคุณโชติ ชุติมันต์ ให้ส่งมอบเอกสารนี่ให้ทันที นี่เป็นรายการทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณโชติมอบให้ทายาทของท่าน นั่นก็คือ คุณครับ คุณณิชมน ชุติมันต์ คุณโชติขอให้คุณชายช่วยเก็บรักษาบ้านชุติมันต์รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ไว้ให้ทายาทของท่านน่ะครับ คุณโชติไม่มีญาติที่ไหนเหลือเลย คุณชายก็เลยต้องซื้อบ้านชุติมันต์ไว้ ไม่งั้นทรัพย์สมบัติทุกชิ้นจะตกเป็นของแผ่นดินไป คุณชายไม่ได้รับผลประโยชน์อะไร แล้วก็ไม่รู้ว่า ทายาทของคุณโชติจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่คุณชายก็ตั้งใจแน่วแน่ที่จะเก็บทรัพย์สมบัติทุกชิ้นไว้ให้ครับ”
“ขอบคุณนะคะ ลุงอาจ” ณิชมนยังอึ้งไม่หาย เพราะหลงเข้าใจบุรธัชผิดอยู่นาน
“คุณต้องขอบคุณคุณชายซิครับ ถึงจะถูก คุณชายรอคอยคุณมานานแล้วอย่าทำให้คุณชายต้องผิดหวังเลยนะครับ คุณณิชมน” ลุงอาจเดินออกไป
ณิชมนหันมามองบุรธัชอย่างรู้สึกดีขึ้น เธอตัดสินใจคืนซองเอกสารให้บุรธัช เพราะทรัพย์สินทุกชิ้นของบ้านชุติ–มันต์ควรเป็นของเขาไม่ใช่เธอ แต่บุรธัชไม่ยอม
“ทรัพย์สินทุกชิ้นของบ้านชุติมันต์เป็นของเธอ ณิชมน ฉันแค่ช่วยดูแลไว้ให้เธอเท่านั้น ฉันเป็นนักธุรกิจ ฉันมีวิธีบริหารทรัพย์สินโดยไม่ได้ใช้เงินของฉันเลย เธอสบายใจได้”
“แต่คุณเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าของบ้านชุติมันต์มากกว่าฉัน คุณดูแลคุณปู่คุณเก็บรักษาทรัพย์สินให้ทายาทที่คุณไม่รู้จัก...”
“ฉันดีใจที่ทายาทของคุณโชติคือ เธอ...ณิชมน เห็นไหมว่า ชีวิตเธอกำหนดให้ต้องมาเจอฉันจริงๆ เรามีอะไรที่เกี่ยวพันกันได้ตลอด ไม่น่าแปลกที่ฉันรู้สึกเหมือน...เราเคยรู้จักกันมาก่อน”
“เราเคยเจอกันมาก่อนค่ะ คุณชายธัช จำผ้าพันคอที่ฉันอยากคืนให้คุณได้ไหมคะ เจ้าของผ้าพันคอผืนนั้นคือ คุณค่ะ คุณเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้ที่ซิดนีย์...”
บุรธัชนิ่งอึ้งมองณิชมน เริ่มเห็นภาพตอนที่เขาช่วยหญิงผู้คนหนึ่งจากมาเฟียจีนได้ชัดเจนขึ้น
“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ...” บุรธัชมองณิชมนเหมือนได้รู้เรื่องที่มหัศจรรย์ที่สุดในชีวิต
“แต่ฉันเชื่อแล้วว่า...ชีวิตนี้ฉันคงหนีคุณไปไม่พ้นแน่ๆ”
“เพราะฉันเป็นเจ้าของชีวิตเธอ แล้วเธอก็เป็นเจ้าของชีวิตฉันด้วย ณิชมน...” บุรธัชดึงณิชมนเข้ามากอด
ooooooo
รวิภาสกับนมลขี่จักรยานออกมาตามหาบุรธัชกับณิชมน แต่ไม่พบ นมลหันมาบอกกับรวิภาส ให้ลองโทร.ถามลุงอาจ เพราะบางทีทั้งคู่อาจจะอยู่ที่บ้าน
แต่รวิภาสว่า เขาไม่สนแล้ว เพราะถ้าบุรธัชง้อณิชมน ไม่สำเร็จอีกก็ปล่อยให้อยู่เป็นโสดไปจนตาย แล้วรีบเปิดประเด็นพูดถึงเรื่องงานหมั้นระหว่างเขากับนมล
“ไม่มีการหมั้นไม่มีการแต่งทั้งนั้นแหละค่ะ พี่ภาสไปเรียนโทจบก่อนแล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กัน หรืออาจจะต้องรอให้นมลเรียนจบโทก่อนโน่นเลย” นมลยื่นเงื่อนไข
“กว่านมลจะเรียนจบโทอีกตั้งกี่ปี แล้วใครบอกว่า พี่จะไปเรียนต่อไม่ทราบ ยังไงเราก็ต้องหมั้นกันก่อนที่พี่จะไปเรียนต่อ พี่ไม่อยู่แล้วมีหนุ่มๆมาจีบนมลล่ะ ไม่รู้ล่ะ พี่ต้องตีตราจองไว้ก่อน ห้ามไม่ให้ไอ้หนุ่มหน้าไหนเข้าใกล้นมลเด็ดขาด”
“ไม่ฟังกันอย่างนี้ นมลโกรธนะ ไหนบอกว่าจะไม่ทำให้นมลโกรธอีก” นมลสะบัดหน้าหนี
รวิภาสถอนใจเฮือกๆ ทำใจให้เย็นเข้าอ้อนให้นมลหายโกรธ จึงโดนนมลเอาคืนด้วยการให้วิ่งรอบๆ ไร่บุริศราวัณ เหมือนกับที่เขาทำกับเธอเมื่อครั้งรับน้อง
รวิภาสวิ่งไปได้สักพักก็แกล้งทำเป็นหมดแรงนอนแผ่ที่พื้น นมลเดินมาหยุดมองสะใจก่อนยื่นมือให้จะช่วยพยุง รวิภาสขึ้น แต่รวิภาสกลับดึงนมลล้มลงไปนอนที่พื้นด้วยกัน
“อย่าโกรธพี่เลยนะ อีกไม่นานเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างนี้อีกแล้ว พี่จะไปเรียนต่อ เพื่ออนาคตของเราสองคน นมลรอพี่นะ” รวิภาสทำอ้อนดึงนมลเข้ามากอด
“นมลก็ต้องรออยู่แล้ว...” นมลยิ้มอายๆ
หลายวันผ่านไป บุรธัชมาหาณิชมนที่บ้านสุธาสิน เขาพบณิชาภัทรกำลังตกแต่งบ้านใหม่ด้วยการนำรูปของณิชมนกับครอบครัวมาจัดวางแทนรูปของเธอ บุรธัชเดินเข้ามาทักพลางถามไถ่อย่างห่วงใย
“เรายังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลยนะณิชา...คุณเป็นยังไงบ้าง”
“ถ้าธัชหมายถึงเรื่องน้องณิชล่ะก็..ณิชาไม่มีปัญหาอะไรเลย ณิชายินดีและเต็มใจรับน้องสาวคนนี้ ก่อนหน้านี้ณิชาไม่เห็นด้วยเลยที่ธัชจะคบกับน้องณิช แต่ตอนนั้นเขาเป็นแค่แม่บ้านที่มีประวัติน่าสงสัย แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ณิชาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะกีดกันน้องณิชไปจากธัชแล้ว มีข่าวดีเมื่อไหร่ ธัชต้องบอกณิชาเป็นคนแรกนะคะ” ณิชาภัทรฝืนยิ้ม
ณิชมนเดินเข้ามาพอดี เธอได้ยินณิชาภัทรเอ่ยต่อ
“ณิชาเคยสงสัยตัวเองนะคะ ที่ณิชาพยายามแย่งธัช กลับคืนมา เพราะทนที่จะแพ้แม่บ้านอย่างประนอมไม่ได้ หรือว่าณิชารักธัชเกินกว่าจะยอมเสียธัชไป จนถึงตอนนี้ประนอมกลายเป็นณิชมน หลานของคุณย่า ความรู้สึกของณิชาก็ไม่เปลี่ยน...ณิชาคงยังรักธัชอยู่...รักมาก...ธัชไม่ได้รู้สึกอะไรกับณิชาแล้ว แต่ธัชก็เคยรักณิชาใช่ไหมคะ ว่าไงคะ ที่ผ่านมาธัชเคยรักณิชาบ้างหรือเปล่า”
“คุณเป็นเพื่อนที่ผมรักที่สุด...ณิชา...”
“คุณไม่เคยรักณิชาจริงๆ...ขอบคุณนะคะที่ไม่โกหกณิชา” ณิชาภัทรเดินกลั้นน้ำตาออกไป
ณิชมนผละเดินตาม ขณะที่บุรธัชยืนนิ่งอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูก
ณิชาภัทรเดินกลั้นน้ำตา จะเดินหนีเข้าห้อง แต่นวลแขมาพบเข้าเสียก่อน
“เป็นอะไรณิชา” นวลแขเดินมองณิชาภัทรที่เหมือนเด็กกำลังเดินหลงทาง
“คุณย่าขา...ณิชายอมแพ้แล้วค่ะ” ณิชาภัทรโผเข้ากอดนวลแขร้องไห้อย่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“พี่ณิชายังไม่แพ้หรอกค่ะ พี่ณิชายังมีโอกาสได้คุณชายกลับมานะคะ” ณิชมนเดินเข้ามา
“ไม่จ้ะ พี่จะไม่วิ่งไล่ตามคนที่ไม่รักพี่อีกต่อไปแล้ว พี่หลอกตัวเองมาตลอดว่า พี่มีสิทธิ์ในตัวธัช พี่คิดว่า เราเคยรักและจะกลับมารักกันได้อีก พี่รอคอยโอกาสที่พี่กับธัชจะกลับมาเหมือนเดิม แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะธัชมีน้องณิชอยู่แล้ว”
“ย่าดีใจนะที่เราคิดได้ เราจะไปไขว่คว้าสิ่งที่ไม่ใช่ของเรา ก็เหมือนไขว่คว้าอากาศที่จับต้องไม่ได้ การรักใครซักคน บางทีก็ไม่ใช่ว่าจะได้รับรักกลับมาเสมอไป มีสมหวังก็ต้องมีผิดหวัง ทำใจรับมันให้ได้”
“พี่ณิชาคะ...ณิชไม่เคยคิดจะมาทำลายความสุขของพี่ณิชา...”
“ไม่มีน้องณิช ธัชก็ไม่กลับมาหาพี่อยู่ดีแหละ พี่ต่างหากที่เป็นคนทำลายความสุขของน้องณิช พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า พี่ทำลงไปได้ยังไง ต่อไปนี้พี่ควรทำหน้าที่พี่สาวที่ดี ถึงเวลาแล้วที่น้องณิชควรจะได้มีความสุข อยู่กับทุกคนที่รักน้องณิช คุณย่ามีน้องณิชแล้ว ณิชาไม่อยู่บ้านซักพัก คงไม่เป็นอะไรนะคะ”
“พี่ณิชาจะไปไหนคะ”
“ยังไม่รู้เลย ขอไปไหนไกลๆ ซักพัก อยู่ๆ พี่ต้องเสียทั้งคุณย่าทั้งธัชให้น้องณิช ก็คงขอเวลาทำใจซักพักใหญ่ๆ แต่พี่สัญญานะ พี่จะเข้มแข็งกลับมา...” ณิชาพูดทีเล่นทีจริงพลางส่งยิ้มให้ณิชมนทั้งน้ำตา
ณิชมนมองนวลแขที่เช็ดน้ำตาให้ณิชาภัทรด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
ooooooo
เช้าวันใหม่ ณิชมนออกมาพบพงษ์เทพที่ร้านกาแฟในโครงการฯ เพราะเขาต้องการบอกลาเธอก่อนจะบินไปดูงานที่ยุโรปเพื่อทำใจ
“การไม่ได้เจอกันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นจริงๆ หรือคะ” ณิชมนฉุกคิดขึ้นได้
“อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องปวดหัวใจเวลาเห็นคุณอยู่กับคุณชายธัช แล้วถ้าคุณแต่งงานกับคุณชายเมื่อไหร่ ผมคงเจ็บปางตายแน่เลย คุณณิช...อย่าคิดมากนะครับ คนอย่างผมไม่ตายเพราะอกหักหรอกครับ ผมไม่เคยเสียใจที่ได้รู้จักคุณ ได้รักคุณ...ขอแค่คิดถึงเพื่อนคนนี้บ้าง คุณยังเห็นผมเป็นเพื่อนอยู่ใช่ไหมครับ”
“คุณจะเป็นเพื่อนฉันเสมอค่ะ คุณพงษ์เทพ เพื่อนต้องช่วยเหลือเพื่อนใช่ไหมคะ คุณช่วยอะไรฉันอย่างนึงได้ไหม” ณิชมนส่งสายตาวิงวอน
ครู่ต่อมา พงษ์เทพก็มาถึงไร่บุริศราวัณ เขานำจดหมายจากณิชมนมาส่งให้บุรธัชพร้อมกับผ้าพันคอ บุรธัชยืนตะลึงเข้าใจในความหมาย เขากำจดหมายกับผ้าพันคอไว้แน่น พลางตะคอกถามพงษ์เทพ
“ตอนนี้ณิชมนอยู่ที่ไหน ผมถามว่า เขาอยู่ที่ไหน เขาบอกหรือเปล่าว่า เขาจะไปไหน”
“ผมไม่รู้ กลับบ้านไปแล้วมั้งครับ คุณณิชจะไปไหนได้ นี่เกิดอะไรขึ้นหรือครับ คุณชาย” พงษ์เทพแปลกใจ แต่บุรธัชไม่มีคำตอบให้ เขารีบขึ้นรถแล้วขับออกไป
พงษ์เทพมองตามอย่างงงๆ แล้วรีบตามไป
ทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านสุธาสินอีกครั้งเมื่อรู้ข่าวว่า ณิชมนหายตัวไป ณิชาภัทรมองบุรธัชอย่างรู้สึกผิด ก่อน สารภาพ “เป็นความผิดของณิชาเองค่ะ ณิชาไม่น่าพูดเลยว่า ณิชาจะไปจากบ้านซักพัก น้องณิชก็เลยตัดหน้าหนีไปซะก่อน ณิชานี่แย่จริงๆ”
“แต่เราตามตัวพี่ณิชกลับมาได้นี่คะ พี่ณิชทิ้งจดหมายไว้ให้พี่ชายธัชไม่ใช่หรือคะ พี่ณิชเขียนว่าไงบ้าง เขาบอกหรือเปล่าว่าจะไปไหน” นมลกับรวิภาสมองมาที่บุรธัช
“ฉันยังไม่ได้เปิดอ่าน แล้วก็ไม่คิดจะอ่านด้วย” บุรธัชเสียงกร้าว
“แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า พี่ณิชหนีไปไหน เราแจ้งตำรวจกันดีกว่านะคะพี่ภาส ไปค่ะ ไปโรงพักกัน” นมลชวน
“ไม่ต้องไปหรอก ย่ารู้ว่า หนูณิชไปไหน หนูณิชมาขออนุญาตย่ากลับไปซิดนีย์ เขาขอกลับไปจัดการธุระส่วนตัว เสร็จธุระเมื่อไหร่ก็จะกลับมาเอง ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง” นวลแขเข้ามาบอกกับทุกคน
“โธ่ คุณย่าขา คุณย่าก็รู้ว่าทำไมน้องณิชถึงได้หนีกลับซิดนีย์” ณิชาภัทรครวญ
“ใช่ ย่ารู้ ถึงย่ารั้งหนูณิชไว้ได้ ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร หลานของย่าดื้อกันทุกคน อยากกลับไปก็ให้ไป คนเรามักจะรู้ค่าของความรัก ก็ต่อเมื่อต้องสูญเสียมันไป บทเรียน ชีวิตอีกบทของเราทุกคน...” นวลแขมองบุรธัชให้รู้ว่าไม่ได้พูดถึงณิชมนคนเดียว แต่บุรธัชทำเป็นไม่รับรู้เพราะกำลังโกรธณิชมนอยู่
“เรารู้แล้วว่า ณิชมนไม่ได้หายตัวไปไหน แต่กลับไปซิดนีย์ งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอกลับไปทำงานต่อนะครับ คุณหญิงย่า” บุรธัชยกมือไหว้ลานวลแข แล้วเดินดุ่มๆออกไป
รวิภาสกับนมลมองหน้ากันอย่างอึ้งๆ แล้วรวิภาสก็ลุกตามพี่ชายออกไป
บุรธัชกลับมาที่บ้านบุริศราวัณ เขาโยนผ้าพันคอกับจดหมายลงบนโต๊ะ แต่จดหมายพลาดหล่นร่วงลงบนพื้น รวิภาสเดินเข้ามาเก็บจดหมายส่งให้พลางขอร้องให้พี่ชายเปิดอ่าน เพราะจะได้รู้เหตุผลว่า ทำไมณิชมนถึงได้หนีไปอีก บุรธัชว่า เขาไม่ต้องการรู้ เพราะเคยบอกณิชมนไปแล้วว่า ถ้าเธอหนีจากเขาไปอีก เขาจะไม่ตามเธอแล้ว
“คุณณิชอาจจะต้องการอยู่คนเดียว เค้าอยากจะขอเวลาคิดซักพัก อย่าลืมนะพี่ธัช ตั้งแต่คุณณิชมาที่นี่ ก็มีแต่เรื่อง เค้าไม่เคยมีเวลาได้หยุดหายใจคิดเรื่องตัวเองเลย...”
“ฉันขอร้องเขาแล้วนะนายภาส ฉันขอให้ฉันได้อยู่เคียงข้างเขา ไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้น เราจะช่วยกันคิดหาทางออกด้วยกัน แต่เขาก็ตัดสินใจจะไปอยู่ดี ฉันสงสัยจริงๆ เขาเห็นฉันเป็นอะไร”
“พี่ธัชก็ไปถามเจ้าตัวเค้าซิครับ พี่ธัชจะอยู่เฉยๆ ปล่อยทุกอย่างไปตามบุญตามกรรมงั้นเหรอ ไม่มีอีกแล้วนะครับ ที่พี่ธัชจะบังเอิญไปเดินชนคุณณิชหรือจะได้ไปเจอกันที่ไหนอีก อย่ามัวนั่งรอให้ปาฏิหาริย์เกิด บางครั้งเราก็ต้องสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาเอง...” รวิภาสออกไป ขี้เกียจจะพูดอะไรอีกแล้ว
บุรธัชมองจดหมายในมืออย่างคนคิดหนัก สุดท้ายเขาก็แพ้ใจตัวเองยอมเปิดจดหมายอ่าน
“ฉันเคยผ่านการสูญเสียมามากแล้ว ฉันหวังว่า นี่จะเป็นการสูญเสียครั้งสุดท้าย นั่นก็คือการสูญเสียคุณ แต่เราอาจ จะได้พบกันอีก พบกันในฐานะคนที่เคยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน เราคงเป็นกันได้แค่นี้จริงๆ กลับไปหาพี่ณิชาเถอะนะคะ พี่ณิชาเป็นคนที่เหมาะสมกับคุณที่สุดแล้ว คุณเคยรักพี่ณิชา คุณจะต้องรักเธอได้อีกครั้ง ไม่มีฉันแล้ว...ทุกอย่าง จะต้องกลับไปเหมือนเดิมอย่างแน่นอน... ลืมฉันซะเถอะนะคะ ฉันก็จะลืมคุณเหมือนกัน...”
บุรธัชอ่านจดหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า นึกถึงคำพูดของตนที่เคยบอกกับณิชมน
“ฉันไม่เคยคิดว่า ในชีวิตนี้ฉันจะพูดคำนี้ แต่ฉันเชื่อว่า ปาฏิหาริย์ทำให้เราได้เจอกัน และความรักจะทำให้เรา ได้อยู่ด้วยกัน...” และคำพูดของรวิภาสที่ทิ้งท้ายไว้ก็ดังแทรกเข้ามา
“อย่ามัวนั่งรอให้ปาฏิหาริย์เกิด บางครั้งเราก็ต้องสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาเอง” จดหมายหลุดมือจากบุรธัชปลิวหลุดออกไป บุรธัชยืนมองนิ่ง เพื่อตัดสินใจอะไรบางอย่าง
เช้าวันใหม่ ทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านบุริศราวัณเพื่อจะขอร้องให้บุรธัชไปตามณิชมนกลับมา แต่ต้องหน้าแตก เมื่อเห็นลุงอาจลากกระเป๋าเดินทางเดินนำบุรธัชลงมา เพราะเขากำลังจะไปตามหาณิชมนอยู่พอดี
“น้องณิชยังไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย แล้วธัชจะไปตามหาน้องณิชที่ไหน” ณิชาภัทรอดห่วงไม่ได้
“ผมพอได้ข้อมูลมาบ้าง จะลองไปที่ทำงานเก่าของณิชมนดูก่อน น่าจะได้เบาะแสอะไรบ้าง แต่ไม่ว่ายังไง ผม ก็จะตามณิชมนให้เจอ”
“ผมเชื่อว่า คุณชายต้องทำได้อยู่แล้ว เจอตัวแล้วก็จับใส่กุญแจอย่าให้หนีไปได้อีกนะครับ” พงษ์เทพแนะนำ
“ณิชาขอโทษจริงๆที่เป็นต้นเหตุให้น้องณิชหนีไป ถ้าเจอน้องณิชแล้ว พาตัวกลับมาให้ได้นะคะ บอกว่าณิชารอจัดงานแต่งงานให้ธัชกับน้องณิชอยู่ อย่าลืมบอกให้ได้นะคะ” ณิชาภัทรย้ำ
บุรธัชยิ้ม แล้วเดินออกไปอย่างมั่นใจ ทุกคนมองตาม อย่างโล่งใจ
ooooooo
ทันทีที่บินมาถึง บุรธัชก็ออกตามหาณิชมนไปตามสถานที่ต่างๆรอบเมือง แต่ไม่พบเขาเดินมาทรุดตัวนั่งพักที่ม้านั่งในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง แล้วกดดูข้อมูลในมือถืออย่างเคร่งเครียด ก่อนจะคิดได้ว่า มีอีกที่หนึ่งที่ยังไม่ได้ไป นั่นคือในซอยเปลี่ยวที่เคยช่วยณิชมนจากพวกมาเฟียไว้ แล้วเขาก็ได้พบกับณิชมนที่กำลังจะถูกพวกมาเฟียจับตัว
บุรธัชเข้าไปช่วยณิชมนแล้วพาเธอหนีออกมา ทั้งสองวิ่งหนีหลบมาเฟียจีนจนถึงสวนสาธารณะ
“พวกมันตามเรามาไม่ทันแล้วล่ะค่ะ นี่เจ้านายมันต้องให้คนคอยเฝ้าที่อพาร์ตเมนต์ฉันแน่ๆ ฉันกลับมาปุ๊บก็เจอตัวฉันปั๊บ ฉันนี่โง่จริงๆ ไม่น่ากลับไปพักที่เดิมเลย” ณิชมนยืนหอบ
“เธอโง่จริงๆ นั่นแหละ รู้ว่ากลับมาต้องเจอกับอะไร ก็ยังดื้อด้านกลับมา เธอไม่ใช่ณิชมนคนเดิมแล้ว เธอมีเงินที่จะจ่ายหนี้ให้พ่อเธอได้ แต่เธอก็เลือกที่จะเสียสละทุกอย่าง ด้วยเหตุผลที่ไม่เข้าท่า”
“ฉันเคยคิดว่า ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่มันไม่ใช่ เราอยู่กันแค่สองคนไม่ได้ เรายังมีครอบครัวที่ต้องแคร์ ถ้าคนในครอบครัวไม่มีความสุข เราก็ไม่มีความสุขไปได้”
“แล้วเธอคิดว่าทำอย่างนี้แล้ว คุณหญิงย่ากับณิชามีความสุขเหรอ เธอทำให้คุณหญิงย่าต้องเป็นทุกข์อีกครั้ง แล้วณิชาก็จะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต...”
“พี่ณิชารักคุณ...ถ้าคุณกับพี่ณิชาคืนดีกัน คุณยาย
รักพี่ณิชา คุณยายทนเห็นพี่ณิชาเสียใจไม่ได้หรอก แล้วอีกหน่อย คุณจะพลอยเกลียดฉันไปด้วย ที่ฉันทำร้ายคนรอบข้างของคุณทุกคน”
“เธอคิดเองตัดสินใจเองอีกแล้ว ณิชมน ณิชาไม่ได้รักฉันจนจะเป็นจะตาย อีกไม่นานเขาก็จะลืมฉันไปได้เอง คุณหญิงย่ารักเธอไม่น้อยไปกว่าณิชา ท่านอยากเห็นเธอมีความสุขกับคนที่เธอรักซะยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เธอเคยว่าฉันไม่มีหัวใจ แต่เธอต่างหากที่ไม่มีหัวใจไม่รู้จักความรัก เธอถึงหนี
ฉันมา คนที่จะไม่เหลือใครเลย คือเธอต่างหาก ไม่ใช่ฉัน” บุรธัชเดินออกไป ทิ้งให้ณิชมนเป็นฝ่ายตามหาเขาบ้าง
ระหว่างที่ณิชมนกับบุรธัชผลัดกันตามหากันอยู่นั้น รวิภาสก็พานมลมาเดินเล่นในไร่ พร้อมให้คำมั่นก่อนไปเรียนต่อ
“พี่จะต้องคิดถึงนมลทุกนาทีเลย นมลไม่ต้องการคำสัญญา แต่พี่จะให้คำสัญญา พี่จะไม่มีวันเปลี่ยนใจจากนมล นมลเป็นทุกอย่างให้พี่ได้ เป็นเจ้าตัวยุ่งคอยกวนใจ เป็นป้าแก่คอยเตือนสติ แล้วก็เป็นคนที่อยู่ในหัวใจพี่ตลอดมา เราจะต้องรักกันอย่างนี้ไปอีกนาน...นานและนาน...”
“พี่ภาสก็เป็นทุกอย่างให้นมลได้ เป็นพี่เป็นเพื่อน...เป็นเพื่อนสนิทที่สุดในโลก ความรักจืดจางได้ แต่ความเป็นเพื่อนของเราจะอยู่ตลอดไปค่ะ...” นมลส่งยิ้มสดใส
รวิภาสเหนี่ยวคอนมลมาใกล้แล้วกอดไว้อย่างอุ่นใจ
ผิดกับณิชมนที่กำลังเคว้งคว้างเป็นที่สุด เพราะตามหาบุรธัชไม่พบ เธอเดินมาหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เธอเคยมาโปรยเถ้ากระดูกแม่ แล้วนิ่งคิดถึงบุรธัชและความบังเอิญที่ได้เจอกันครั้งแล้วครั้งเล่า
“ถ้าชีวิตเรากำหนดมาให้ต้องพบกัน...เราก็จะได้พบกัน...” ณิชมนบอกกับตัวเอง แล้วหวนนึกถึงเหตุการณ์ตอนบุรธัชเข้ามาช่วยเธอจากพวกมาเฟียเป็นครั้งที่สอง พลางพึมพำกับตัวเอง “ถ้าเป็นไปได้ก็ดี...จริงไหมคะ แม่...คุณชายธัชจะได้รู้ว่าณิชเป็นใครตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ไม่ว่าเราจะได้เจอกันที่ไหนหรือครั้งไหนก็ตาม...แล้วณิชก็คงไม่ทำให้เขาต้องเสียใจแบบนี้” ณิชมนประสานมือหลับตาลง
“ขอโอกาสอีกซักครั้งได้ไหม ขอให้ได้พบเขาอีกซักครั้ง ครั้งเดียวเท่านั้น” ณิชมนลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ตัวที่ว่างเปล่าไม่มีผู้คน เธอเดินออกมาอย่างตัดใจแล้วเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ห่างไกลออกไปมาก เห็นเพียงผ้าพันคอที่ปลิวไปตามลม
ณิชมนวิ่งไปหาด้วยความรู้สึกว่าต้องใช่บุรธัชแน่ๆ ภาพผู้ชายคนนั้นชัดขึ้นจนเห็นว่าเป็นบุรธัชจริงๆ ณิชมนรีบวิ่งพุ่งไปหาบุรธัช เหมือนกลัวว่าภาพจะสลายไปเหมือนที่เคยฝัน
“ไม่ต้องวิ่ง” บุรธัชก้าวยาวๆ เข้ามาหาณิชมน แล้ว จับตัวเธอไว้ก่อนที่จะล้มลงไป
“คุณกลับมาหาฉัน... คุณชายธัช ฉันมีโอกาสได้เจอคุณอีกครั้งจริงๆ...”
“ฉันจะทิ้งเธอให้อยู่ที่นี่คนเดียวได้ไง เธอได้ถูกเจ้าหนี้ฆ่าตายแน่ ฉันจะใช้หนี้ให้ แล้วกลับไปกับฉัน ไม่มีแต่ ไม่มี เงื่อนไข ไม่มีการต่อรองอะไรทั้งนั้น คราวนี้ เธอต้องทำตามที่ฉันสั่งเท่านั้น”
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะกลับไปกับคุณ” ณิชมนรีบตกลง
บุรธัชมองณิชมนอย่างไม่เชื่อใจกลัวมีลูกเล่นอะไรอีก “ถ้าคิดว่าจะกลับไปแล้วค่อยหาทางหนีใหม่ ก็เลิกคิดได้เลย กลับไปเราจะแต่งงานกัน”
“นี่เป็นคำขอแต่งงานที่แย่ที่สุด ที่ฉันเคยได้ยินมาเลย คุณยังไม่บอกรักฉันเลย แล้วเราจะแต่งงานกันได้ยังไงคะคุณชาย”
“เธอจะไม่แต่งงานกับคนที่ไม่รัก ฉันก็เหมือนกัน ฉันจะแต่งงานกับคนที่ฉันรักเท่านั้น ฉันรักเธอ...ณิชมน...ตอนนี้เธอมีครอบครัวรออยู่ มีบ้านให้กลับ มีตั้งสามบ้าน บ้านคุณยายของเธอ บ้านคุณปู่ของเธอ แล้วก็บ้านบุริศราวัณ แต่บ้านเดียวที่เธอต้องกลับไป คือบ้านของฉัน...บ้านของเรา”
“ค่ะ ฉันจะกลับไปที่บ้านของเรา ฉันสัญญากับคุณแล้วนี่คะว่า ฉันจะกลับไปเป็นแม่บ้านให้คุณ ก่อนที่เราจะกลับไป ฉันมีเรื่องจะสารภาพ...ฉันโกหกคุณค่ะ...”
บุรธัชมองณิชมน เตรียมใจรับว่าจะมีอะไรอีก แต่ณิชมนรีบบอก
“ที่ฉันบอกว่า ฉันไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ ไม่เชื่อในความรัก ฉันโกหกคุณ แต่นี่ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ที่ทำให้คุณตามหาฉันเจอ ความรักของคุณต่างหากที่ทำให้ฉันได้เจอคุณอีกครั้ง และครั้งนี้ฉันจะไม่จากคุณไปไหนอีกค่ะคุณชายธัช...ฉันให้สัญญา...”
บุรธัชดึงณิชมนเข้ามากอดไว้ เหมือนจะไม่ให้หนีหลุดมือไปอีกตลอดชีวิต
Where there is great love, there are always miracle.
ความรักทำให้เกิดปาฏิหาริย์ได้เสมอ...
ooooooo
–อวสาน–










