ตอนที่ 17
นวลแข ดาวเรือง พรรณอร และพรพรรณนั่งคุยกันอยู่ในบ้านด้วยความสบายใจ เพราะเรื่องบาดหมางระหว่างสองครอบครัวจบลงด้วยดี นวลแขขอบคุณพรรณอรที่ไม่ถือโทษโกรธเคืองบุรธัช
“ดิฉันก็ไม่เคยโกรธอะไรคุณชายตั้งแต่แรกแล้วนี่คะคุณหญิง ก็เลยไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องยกโทษให้” พรรณอรส่งยิ้มยินดี
“คุณพรรณอรเป็นคนที่มีจิตใจที่ประเสริฐจริงๆค่ะ ปัญหาทุกอย่างก็เลยคลี่คลายได้รวดเร็วอย่างนี้” ดาวเรืองเสริม
พรพรรณที่ยังวุ่นวายอ่านหลักฐานสัญญาซื้อขายไร่บุริศราวัณร้องค้านพี่สาว
“พี่อรจะยกโทษให้คุณชายก็ยกโทษไปนะคะ แต่มาดูสัญญานี่ก่อน ตายๆ ทำไมพี่นฤสรณ์ถึงได้ซื้อไร่บุริศราวัณราคาแพงลิบลิ่วอย่างนี้ ดูซิคะดู”
“ไม่ต้องดูแล้ว เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป” พรรณอรดึงสัญญาซื้อขายจากมือพรพรรณมาเก็บใส่ซองอย่างรำคาญใจ
รวิภาสและนมลเดินเข้ามา ท่าทางทั้งสองหมางเมินใส่กันอย่างเห็นได้ชัด
“ภาสมาแล้ว ทำไมเพิ่งเข้ามาล่ะ มาถึงนานแล้วไม่ใช่เหรอ” นวลแขทัก
“ก็คงมัวแต่ดีใจอยู่กับนมลมั้งคะ คุณหญิง นี่ภาสคงดีใจแย่เลยใช่ไหมล่ะ ที่ไม่ต้องไปเรียนต่อแล้ว” พรรณอรล้อ
“แค่เลื่อนไปก่อนเท่านั้นแหละครับอาอร ยังไงผมก็จะไปเรียนต่อ” รวิภาสยืนยัน
บุรธัชเข้ามาได้ยินพอดี เขาหยุดชะงักฟังรวิภาสเอ่ยต่อ
“ผมดีใจด้วยนะครับที่บ้านเรากับบ้านสรณาลัยเข้าใจกันดีแล้ว แต่เรื่องของผมไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยนี่ครับ ทุกคนอยากให้ผมไปเรียนต่อ ผมก็จะไปเรียนครับ” รวิภาสเหลือบตามองนมลอย่างกวนๆ
นมลน้อยใจเดินหนีออกไป ทุกคนมองตามอย่างงงๆ รวิภาสยักไหล่ไม่แคร์ถามทุกคนว่า จะฉลองข่าวดีวันนี้กันยังไงดี บุรธัชส่ายหน้ามองน้องชายอย่างไม่เข้าใจ
ขณะที่ณิชมนเดินใจลอยเข้ามาในบ้านสรณาลัย เพราะกำลังคิดหนักเรื่องบุรธัช
“คุณณิชมน...” พงษ์เทพที่รออยู่พุ่งเข้ามาหาอย่างร้อนใจ
ณิชมนเดินหนีไม่อยากพูดด้วย พงษ์เทพเข้าขวางไว้ขอร้องให้ฟังเขาอธิบายก่อน ณิชมนหันมาต่อว่า เรื่องที่พงษ์เทพโกหกเธอ พงษ์เทพอ้างว่า ถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ ณิชมนก็คงไม่ยอมไปกับเขา และบางครั้งการโกหกก็เป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
“นี่คุณไม่ได้รู้สึกผิดเลยใช่ไหม งั้นก็ดี คุณทำให้ฉันตัดสินใจง่ายขึ้น ต่อไปนี้คุณไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก ฉันจะไปจากที่นี่หรือไม่ไปก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณแล้ว”
“นี่คุณคิดจะเปลี่ยนใจไม่กลับซิดนีย์แล้วล่ะซิ คุณจะหาข้ออ้างอะไรอีกล่ะ คุณชายธัชก็รู้ความจริงทุกอย่างแล้ว ปัญหาของภาสกับนมลก็จบไปด้วย คุณยังมีเรื่องค้างคาอะไรอีก หรือว่าคุณคิดจะกลับไปหาคุณยายของคุณ”
“ฉันตัดสินใจอะไรไปแล้ว ฉันจะไม่เปลี่ยนใจหรอกค่ะ แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนก็คือ คุณไม่ได้เป็นเพื่อนฉันอีกต่อไปแล้ว คุณพงษ์เทพ” ณิชมนเดินออกไป ทิ้งให้พงษ์เทพมองตามเริ่มรู้สึกผิดที่โกหกณิชมน
ด้านสองครอบครัว เมื่อเข้าใจกันดีแล้ว นวลแขก็ชวนดาวเรืองกลับ พรพรรณกับพรรณอรจึงขอลากลับด้วย บุรธัชเดินออกมาส่งทุกคน รอจนรถของนวลแขกับพรรณอรแล่นออกไปจนลับตา จึงจะเดินเข้าบ้าน แต่รวิภาสเดินสวนออกมาถามว่า กลับกันไปหมดแล้วหรือ
บุรธัชมองรวิภาสอย่างจับอารมณ์ไม่ได้ว่า มาแนวไหน “เรื่องไปเรียนต่อ แกพูดจริงหรือพูดเล่น”
“พูดจริงซิครับ เรื่องอนาคตของผม พูดเล่นได้ยังไง”
“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ไม่ต้องมาทำประชดกันอย่างนี้”
“ผมไม่ได้ประชด มีคนอยากให้ผมไป ผมก็จะไป”
“แกไม่ได้ประชดฉัน แล้วแกประชดใคร นมลเหรอ แกก็รู้ว่า ที่นมลอยากให้แกไปเรียนต่อก็เพราะหวังดีกับแก”
“นมลไม่เชื่อใจผมต่างหากล่ะครับ พี่ธัช กลัวผมจะทำอะไรบ้าๆขึ้นมาอีก ผมอยู่ก็มีแต่ทำลายชีวิตเขา ก็เลยอยากกำจัดผมไปให้พ้นๆ”
“ไม่ว่านมลจะทำอะไร เขาคิดถึงแกเป็นคนแรก อะไรที่เป็นผลดีกับแก เขายอมทำทุกอย่าง แม้เขาจะต้องเป็นคนที่ต้องเจ็บที่สุดก็ตาม แกเสียหน้านักหรือไง ที่แกไม่ได้เป็นคนจัดการปัญหาทุกอย่างเอง แต่เป็นนมล ถ้าแกคิดว่าตัวแกสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด แกก็ไปเรียนต่อเถอะ ฉันจะไม่ห้ามแกหรอก นายภาส” บุรธัชเดินหนีเข้าบ้าน
รวิภาสมองตามพี่ชายเริ่มคิดได้
ooooooo
เช้าวันใหม่ ณิชมนเดินวนไปเวียนมาอยู่ในบ้านสรณาลัย พลางคิดหาทางออกให้ตัวเอง ก่อนตัดสินเข้าไปบอกกับพรรณอรและนมลที่นั่งดูโปรแกรมเที่ยวในนิตยสารว่า เธอจะขอลาออก
“ทำไมล่ะคะ พี่นอม เกิดอะไรขึ้น” นมลตกใจ
“อย่าถามเหตุผลเลยนะคะ นอมจำเป็นจะต้องลาออกจริงๆ” ณิชมนสีหน้าลำบากใจสุดๆ
แล้วพรพรรณก็ลากพันสรเดินเข้ามาโวยวายขัดจังหวะ พร้อมยื่นผลสอบของพันสรให้ทุกคนดู เพราะเด็กชายสอบไม่ผ่านอีกแล้ว
“แล้วตอนนี้ครูชัยอยู่ไหน” พรรณอรถามหา
“ออกไปไหนแต่เช้าแล้วก็ไม่รู้ เราจะจัดการเรื่องนี้ยังไง ประนอมนั่นแหละช่วยคิดหน่อยซิ เราต้องเปลี่ยนครูใหม่หรือยังไงดี” พรพรรณมอบหมายหน้าที่
“นอมคงอยู่ช่วยไม่ได้แล้วล่ะค่ะ นอมกำลังมาขอลาออกกับคุณผู้หญิงอยู่น่ะค่ะ” ณิชมนรีบบอก
“เธอยังลาออกไม่ได้ ต้องอยู่ช่วยเรื่องพันสรก่อน” พรพรรณไม่ยอม
“นะ ประนอม อยู่ช่วยเรื่องพันสรก่อน แล้วเรื่องลาออกไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะ” พรรณอรอ้อนวอน
ณิชมนหันไปสบตากับนมลหวังหาตัวช่วย แต่นมลรีบหลบไป
ด้านชัยวัฒน์ เขารู้ตัวดีว่าต้องโดนไล่ออกแน่ จึงมาที่รีสอร์ตเทพสุธาเพื่อจะหางานใหม่ทำ แต่บังเอิญได้ยินณิชา– ภัทรพูดถึงแม่บ้านประนอมอยู่กับพงษ์เทพจึงเข้าไปแอบฟัง
“ณิชาจะไม่รออีกต่อไปแล้วนะคะ คุณพงษ์เทพ ถ้าคุณจัดการให้ประนอมไปจากที่นี่ไม่ได้ ณิชาจะจัดการเอง”
“คุณอย่าใจร้อนนักเลยน่า ยังไงคุณนอมก็ต้องกลับไปกับผมแน่”
“แล้วมันเมื่อไหร่ละคะ เอาอย่างนี้จบงานเปิดตัวรีสอร์ตเมื่อไหร่คุณจะต้องพาประนอมไปจากที่นี่ ถ้าไม่งั้นณิชาจะบอกความจริงกับทุกคนว่า แม่บ้านประนอมที่อยู่บ้านสรณาลัยตอนนี้เป็นตัวปลอม เป็นพวกสิบแปดมงกุฎสวมรอยเข้ามา ทีนี้คุณนอมของคุณได้ไปชดใช้กรรมในคุกแน่” ณิชาภัทรเดินออกไป
พงษ์เทพยืนนิ่งคิดอย่างหนักใจ แล้วเดินตามณิชาภัทรไป ชัยวัฒน์โผล่หน้าจากที่ซ่อนส่งยิ้มสะใจที่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง
ส่วนณิชมนเธอเข้ามาช่วยนมลค้นเอกสารในโต๊ะ
ทำงานของชัยวัฒน์ ตามคำสั่งของพรพรรณ เธอได้รู้ความจริงว่า ชัยวัฒน์ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องหลักสูตรหรือการศึกษาแบบโฮมสคูลอย่างที่คุยไว้เลย แถมยังใช้วุฒิการศึกษาปลอมมาสมัครงานกับพรพรรณอีกด้วย แต่เธอไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้นมลรู้ เพราะอยากให้โอกาสชัยวัฒน์
ส่วนนมลยังข้องใจไม่หาย เธอถามณิชมนถึงสาเหตุที่ขอลาออก แต่ณิชมนไม่อาจบอกความจริงได้ เธออ้างว่าอย่าเพิ่งรู้ดีกว่า เพราะไม่อยากให้นมลเกลียดเธอ
“นมลไม่มีวันเกลียดพี่นอมหรอกค่ะ ไม่ว่าจะยังไงนมลก็เห็นพี่นอมเป็นพี่สาวเสมอ พี่นอมมีปัญหาอะไร บอก นมลได้ พี่นอมช่วยนมลมามากแล้ว ขอให้นมลได้มีโอกาสช่วยพี่นอมบ้าง”
“คุณนมลไม่ต้องช่วยอะไรนอมหรอกค่ะ ขอเพียงแต่ว่า ถ้าหากต่อไปคุณนมลได้รู้ความจริงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับนอม ก็ยกโทษให้นอมด้วยนะคะ” ณิชมนก้มหน้าหลบตานมล แล้วรวบรวมเอกสารปลอมของชัยวัฒน์ทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง
จากนั้นณิชมนก็นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสอนของชัยวัฒน์มาให้พรพรรณกับพรรณอรดู
“อะไรกัน นี่ปีนี้ทั้งปีครูชัยสอนพันสรแค่นี้เองเหรอ แล้วนี่อะไร รายงานผลการเรียนของพันสรมีแค่สามเดือนแรก แล้วที่เหลือหายไปไหนหมด” พรพรรณโวยวายลั่น
“ผลการสอบครั้งก่อนของพันสรที่ครูชัยแอบซ่อนไว้ พันสรสอบตกทุกวิชาเลยค่ะ ที่ไปสอบครั้งนี้ก็เพื่อไปสอบซ่อมของปีก่อนไม่ใช่ไปสอบเลื่อนชั้นค่ะ น้าพร” นมลส่งซองเอกสารให้พรพรรณดูเพิ่มอีก
“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ จ้างครูมาเพิ่มดีไหม” พรรณอรขอคำแนะนำ
ณิชมนเสนอว่า ควรให้พันสรไปเรียนที่โรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่พรพรรณค้านว่า พันสรไม่ไปโรงเรียน
“คุณพันสรไม่ชอบไปโรงเรียนจริงๆ หรือว่าที่ไม่ไปโรงเรียนเป็นเพราะห่วงคุณแม่คะ” ณิชมนหันมามองพันสร
พันสรตอบเสียงอ่อยว่า ทั้งสองอย่าง
“โธ่ พันสร นี่ลูกไม่ยอมไปโรงเรียนเป็นเพราะไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียวเหรอ ตอนนี้แม่เข้มแข็งขึ้นเยอะแล้ว ไปข้างนอกก็ได้แล้ว พันสรไม่ต้องห่วงแม่แล้วนะ ไปโรงเรียนเถอะนะ ลูก” พรรณอรดึงลูกชายมากอด
ชัยวัฒน์กลับมาถึงพอดี เขาแอบฟังเรื่องราวอยู่ห่างๆ ได้ยินณิชมนกับนมลช่วยเกลี่ยกล่อมให้พันสรยอมไปโรงเรียน พันสรต่อรองว่า ขอไปทดลองเรียนดูก่อน แต่ถ้าไม่ชอบจะขอกลับมาเรียนที่บ้านตามเดิม
“อย่างนี้แสดงว่า พันสรยอมไปโรงเรียนแล้วล่ะ” พรรณอรสรุป
“ให้คุณพันสรไปเรียนที่โรงเรียน ส่วนครูชัย คุณพรพรรณน่าจะให้โอกาสอีกซักครั้งนะคะ ครูชัยน่าจะพอสอนการบ้านคุณพันสรได้...” ณิชมนเจรจาต่อ
“เห็นจะไม่ได้หรอก ครูชัยสอนไม่ได้เรื่องอย่างนี้ ยังไงก็ต้องไล่ออก” พรพรรณยื่นคำขาด
ชัยวัฒน์เดินออกมาประกาศกร้าว “ไม่ต้องมาไล่ ผมขอลาออกเอง งานกระจอกๆ อย่างนี้ ผมก็ไม่อยากทำ
นักหรอก” ชัยวัฒน์เดินปึงปังเข้าไปเก็บของในห้องพัก
ณิชมนตามไปดูหวังจะช่วยปลอบใจ แต่กลับโดนชัยวัฒน์ตวาดใส่
“คุณพรพรรณสั่งให้มาเฝ้างั้นเหรอ กลัวผมจะหยิบอะไรติดมือไปงั้นซิ ทั้งเขี้ยวทั้งเค็มอย่างนี้ ถึงได้ไม่มีใครอยากทำงานที่นี่ คุณเองก็เหมือนกัน อีกไม่นานก็จะต้องโดนเหมือนผมนี่แหละ อยู่ที่คุณจะปลอมเป็นแม่บ้านประนอมไปได้นานแค่ไหน”
“คุณพูดอะไรของคุณ ฉัน...ฉันไม่เข้าใจ”
“คุณไม่ต้องห่วง ผมไม่บอกใครหรอก แต่อาจจะต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนนิดหน่อย คุณสนิทกับคุณพงษ์เทพมากไม่ใช่เหรอ ที่รีสอร์ตเทพสุธากำลังรับพนักงานเพิ่มอยู่ ช่วยฝากงานให้หน่อยซิ”
“ฉันคงช่วยอะไรคุณไม่ได้”
“งั้นผมก็คงช่วยเก็บความลับให้คุณไม่ได้เหมือนกัน ดูซิเจ้านายคุณจะว่าไง ถ้ารู้ความจริงว่า คุณไม่ใช่แม่บ้านประนอม” ชัยวัฒน์หันมาขู่
“ฉันช่วยเรื่องงานไม่ได้ แต่ฉันช่วยไม่ให้คุณติดคุกได้นะคะ คุณชัยวัฒน์” ณิชมนดึงสำเนาปริญญาบัตรปลอมจากกระเป๋าของชัยวัฒน์ขึ้นมา “คุณปลอมวุฒิการศึกษามาเป็นครูของพันสร คุณรู้ไหม ถ้าถูกจับได้ต้องติดคุกกี่ปี
ถ้าคิดจะเปิดโปงฉันล่ะก็ คิดดูซะก่อนนะ คุณชัยวัฒน์”
“ถ้าจะติดคุกก็ติดด้วยกันแหละ”
“ก็ได้ งั้นเราไปหาคุณผู้หญิงด้วยกัน ให้ทุกคนรู้ความจริงกันวันนี้เลย” ณิชมนท้า
ชัยวัฒน์ชะงัก แล้วรีบตัดบท “ฉัน...ฉันลาออกแล้วก็ถือว่าจบๆ กันไปก็แล้วกัน แต่ระวังไว้ให้ดีเถอะ แกทำให้ฉันต้องตกงาน ฉันไม่ปล่อยแกไว้หรอก” ชัยวัฒน์เดินฮึดฮัดออกไป
ooooooo
รีสอร์ตเทพสุธาในตอนเช้า ณิชมนเดินคุยกับนมลเข้ามาในล็อบบี้ เรื่องชัยวัฒน์ใช้เอกสารปลอมมาสมัครงาน นมลไม่พอใจจะตามเอาเรื่องชัยวัฒน์ ณิชมนจึงร้อนตัวรีบออกรับแทน
“ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็คงไม่มีใครอยากหางานด้วยวิธีนี้หรอกค่ะ คุณนมลที่นอมบอกคุณนมลก็เพราะว่า ต่อไปถ้าหากจะรับใครเข้าทำงานก็ต้องตรวจสอบให้ดีๆ นะคะ”
“เพราะอีกหน่อยพี่นอมก็จะไม่อยู่ช่วยเราแล้วใช่มั้ยคะ พี่นอมอย่าเพิ่งลาออกได้ไหมคะ รอไปอีกซักหน่อย รอให้นมลเรียนจบก่อนก็ได้ นะคะ พี่นอม...นะคะ”
“นอมลาออกไปตอนนี้ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ นอมอยากลาออกไปเองดีกว่าที่จะถูกไล่ออกอีกครั้ง” ณิชมนยิ้มเศร้าๆ แล้วชะงักไป เพราะเห็นบุรธัชกับรวิภาสเดินมาจากข้างในรีสอร์ต
นมลมองตามเห็นรวิภาสมาด้วยก็รีบชวนณิชมนเดินเข้าข้างใน เพราะยังเคืองไม่หาย ณิชมนถ่วงเวลาไว้หวังให้รวิภาสกับนมลได้ปรับความเข้าใจกัน แต่นมลไม่ฟังเดินหนีเข้าไปด้านในทันที ณิชมนเร่งให้รวิภาสตามไป แล้วหันมามองบุรธัช แต่เขากลับเดินแยกไปอีกทาง ทำ
เหมือนเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น ณิชมนรีบตามไป
เช่นเดียวกับรวิภาสที่ตามไปขอโทษและง้อนมล แต่เธอไม่ยอมยกโทษให้
“พี่ภาสเป็นคนเผด็จการบ้าอำนาจไม่ได้ต่างกับ
พี่ชายธัชเลย ทุกอย่างจะต้องอยู่ที่การตัดสินใจของพี่ภาส
คนเดียว พี่ภาสต้องเลิกนิสัยเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ ไม่งั้นนมลคงต้องคิดเรื่องของเราใหม่ เพราะถ้านมลยอมยกโทษให้พี่ภาสง่ายๆ เดี๋ยวพี่ภาสก็ได้ทำผิดอีก ลองทบทวน
ความผิดของตัวเอง ตั้งแต่เราคบกัน พี่ภาสทำผิดอะไรไปบ้าง แล้วก็คิดเอาเองว่า ทำยังไงถึงจะทำให้นมลยอมยกโทษให้” นมลเดินเชิดออกไป
รวิภาสยืนเหวอ ยังคิดอะไรไม่ออก
ส่วนณิชมนที่เดินตามบุรธัชมาก็พยายามจะง้อชายหนุ่ม เธอชี้แจงว่าอยากให้จากกันด้วยความรู้สึกดีๆ
“เรายังเหลือความรู้สึกดีๆ กันอยู่หรือ ประนอม ฉันคงจะรู้จักเธอได้แค่นี้ใช่ไหม รู้จักเธอในฐานะแม่บ้านที่ชื่อประนอม” บุณธัชตัดพ้อ
“ฉันจำเป็นต้องบอกคุณพงษ์เทพว่า ฉันเป็นใคร ก็เพราะ สถานการณ์บังคับ แล้วที่สำคัญฉันไม่ได้สนใจว่า คุณพงษ์เทพ จะรู้สึกยังไง ถ้าหากเขาจะรู้ความจริง แต่สำหรับคุณ...
ฉันแคร์ความรู้สึกของคุณ ฉันกลัวค่ะ ถ้าคุณรู้ว่าฉันเป็นใคร...
ฉันกลัวความรู้สึกของคุณจะเปลี่ยนไป”
“ไม่ว่าเธอเป็นใคร ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเธอจะไม่มีวันเปลี่ยน ทีนี้เธอจะบอกความจริงกับฉันได้หรือยัง”
“การรู้ความจริงอาจจะไม่เป็นผลดีกับคุณก็ได้”
“ให้ฉันเป็นคนตัดสินเองดีกว่า ฉันจะให้เวลาเธอคิดก็แล้วกัน...เธอจะไปจากฉันโดยที่เราไม่เข้าใจกันอย่างนี้ หรือว่าจะบอกความจริงทุกอย่างกับฉัน เพื่อให้ความรู้สึกดีๆ ของเรากลับคืนมา” บุรธัชขอร้องแล้วผละจากไป
ณิชมนมองตามนิ่งคิด แต่ยังตัดสินใจไม่ได้
ณิชาภัทรที่แอบดูอยู่เริ่มมั่นใจว่าณิชมนคงไม่จากไปแน่ เพราะยังตัดใจจากบุรธัชไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจใช้จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด
ณิชาภัทรไปหาดาวเรืองที่วิทยาลัยพลพิทักษ์ เพื่อขอให้ช่วยเป็นพยานเปิดโปงความจริงเรื่องแม่บ้านประนอมตัวปลอม แต่ดาวเรืองพยายามทัดทานและจะบอกความจริงว่า แท้จริงแล้วแม่บ้านประนอมคือณิชมนน้องสาวของณิชาภัทร แต่ณิชาภัทรผลุนผลันออกไปเสียก่อน เพราะน้อยใจที่ดาวเรืองช่วยปกป้องคนผิด
ดาวเรืองมองตามอย่างหนักใจพลางบอกกับตัวเองว่า คงถึงเวลาที่จะบอกเรื่องณิชมนกับนวลแขก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ด้านณิชาภัทร เธอเดินหัวเสียกลับมาที่รถและได้พบกับชัยวัฒน์ที่จะมาของานจากดาวเรืองทำ ชัยวัฒน์รู้ว่า
ณิชาภัทรกำลังหาทางจัดการกับแม่บ้านประนอมอยู่ จึงเข้าไปเสนอตัว
“ผมเคยทำงานที่บ้านสรณาลัย บังเอิญผมไปรู้ความลับของแม่บ้านประนอมตัวปลอมเข้า มันก็เลยรีบกำจัดผมให้พ้นทางด้วยการกลั่นแกล้งจนผมถูกไล่ออกจากงาน เรามาช่วยกันเปิดโปงให้ทุกคนรู้เถอะครับว่า ยัยประนอมคนนี้เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ถ้าขืนปล่อยต่อไป คนบ้านสรณาลัยได้ถูกมันหลอกเงินหมดตัวแน่ๆ เลยนะครับ”
“แล้วเราจะทำอะไรได้ ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างอยู่ที่คุณชายธัช อาจารย์ดาวเรืองก็ไม่ยอมเป็นพยานให้ แล้วตอนนี้ก็มีแต่คนคอยปกป้องประนอม ถ้าเราไม่มีหลักฐานแน่นหนาจริงๆ คงเอาผิดกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แน่”
“ไม่ยากหรอกครับ เราก็ต้องหาหลักฐานใหม่ซิครับ เอาแบบที่ยัยแม่บ้านประนอมดิ้นไม่หลุดเลย ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง แต่งานนี้คงต้องมีค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ...”
“เรื่องเงินน่ะไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่หลักฐานที่คุณพูดถึงน่ะ มันคืออะไร”
“ก็แม่บ้านประนอมตัวจริงไงครับ คุณณิชาภัทร ผมจะไปตามประนอมตัวจริงมาให้เอง คราวนี้ประนอมตัวปลอมก็จะได้พบจุดจบซะที” ชัยวัฒน์ยิ้มร้าย
ณิชาภัทรนิ่งคิด ก่อนตอบตกลง
ooooooo
บุรธัชเข้ามาคุยเรื่องนมลกับรวิภาส ที่ช่วยกลุ่มคนงานขนกระถางต้นไม้ลงจากรถ เพราะเข้าใจว่าทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้แล้ว
รวิภาสหน้าจ๋อยบอกพี่ชายว่า นมลยังไม่หายโกรธ บุรธัชจึงบังคับให้น้องชายไปขอโทษนมล จนกว่าเธอจะยอมยกโทษให้
“ก็จะให้ผมขอโทษยังไงล่ะครับ ให้ผมคุกเข่าอ้อนวอนขอนมลยกโทษให้งั้นเหรอครับ ผมทำไม่เป็นหรอก”
“ถ้าหากจะต้องคุกเข่าขอโทษ แกก็ต้องทำ แต่แกต้องขอโทษด้วยความจริงใจ ให้นมลรู้ว่าแกทำทุกอย่างเพื่อเขาได้ แล้วแกจะได้นมลกลับคืนมา แต่ถ้าแกคิดว่านมลไม่มีค่าพอ แกก็ดื้อด้านอย่างนี้ต่อไปก็แล้วกัน”
รวิภาสได้คิดรีบขอบคุณพี่ชาย บุรธัชถอนใจแล้วเปรยต่อ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรให้แกเลย ที่จริงฉันไม่เคยทำหน้าที่พี่ชายที่ดีด้วยซ้ำ ถ้าฉันเป็นพี่ชายที่ดี ฉันน่าจะปล่อยให้แกมีชีวิตของตัวเอง ถ้านมลไม่เจอหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของอานฤสรณ์ ฉันก็คงจะทำตัวงี่เง่าต่อไป สุดท้ายฉันก็จะไม่เหลือใครเลย”
“ยังไงผมก็ไม่หนีพี่ธัชไปไหนหรอกครับ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถึงเราจะโกรธกันให้ตาย แต่เราก็ไม่มีวันตัดขาดจากกันได้ ผมรู้ว่าที่ผ่านมาทุกอย่างที่พี่ธัชทำลงไป ก็เพื่อครอบครัวของเรา”
“แต่ยังไงฉันก็ต้องขอโทษแก นายภาส ขอโทษที่ฉันไม่เคยพยายามเข้าใจแกเลย ขอโทษที่เป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”
“เราต่างไม่เคยพยายามเข้าใจกันต่างหากล่ะครับ แต่เรามาเริ่มใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะครับ พี่ธัช” รวิภาสส่งยิ้มให้
บุรธัชตบไหล่รวิภาส แล้วดึงตัวรวิภาสมาโอบไหล่กอดไว้
ขณะที่สองพี่น้องปรับความเข้าใจกันอยู่นั้น ณิชาภัทรก็พยายามโทร.ติดต่อชัยวัฒน์เพื่อเร่งให้ตามประนอมตัวจริงให้พบก่อนวันเปิดตัวรีสอร์ต
นวลแขเข้ามาเห็นก็เอ่ยปราม เพราะเพิ่งรู้จากดาวเรืองว่าณิชาภัทรกำลังหาทางเปิดโปงประนอม
“เราน่าจะให้โอกาสประนอมได้อธิบายก่อนนะณิชา เขาอาจจะมีความจำเป็นก็ได้ถึงต้องหลอกคนอื่นว่าเป็นแม่บ้านประนอม”
“เราไม่จำเป็นต้องฟังคำอธิบายจากพวกหลอกลวงต้มตุ๋นพวกนี้หรอกค่ะ นี่คุณย่าคิดจะปกป้องประนอมอีกคนหรือไงคะ”
“ไม่รู้ซินะย่ารู้สึกว่า ย่าถูกชะตากับเด็กคนนี้อย่างบอกไม่ถูก ย่าไม่อยากเชื่อว่า เด็กคนนี้จะมีเจตนาร้ายอะไร ถ้าเขาจะหลอกลวงต้มตุ๋นจริงๆ น่าจะปลอมตัวเป็นคนอื่นไม่ใช่เป็นแค่ลูกจ้างทำงานบ้าน”
“ถ้าไม่มีเจตนาร้าย ทำไมเขาบอกไม่ได้ล่ะคะว่า เขาเป็นใคร ทางที่ดีเราควรกำจัดผู้หญิงคนนี้ให้เร็วที่สุดค่ะ คุณย่า ทุกอย่างจะได้กลับมาเหมือนเดิมซักที”
“แน่ใจหรือณิชา ไม่มีประนอมแล้ว ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม” นวลแขจ้องณิชาภัทรนิ่ง ณิชาภัทรนิ่งไม่มีคำตอบให้ เพราะเธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ครั้นถึงวันเปิดตัวรีสอร์ต นมลในชุดสวยเข้ามาเร่งณิชมนที่กำลังแต่งตัว ณิชมนอึดอัดใจ จึงต่อรองขอรออยู่บ้าน แต่นมลไม่ยอม พลางอ้างว่าเป็นคำสั่งของพรพรรณที่จะให้ณิชมนไปช่วยต้อนรับแขกในงาน
“ไปกันเถอะค่ะ คุณแม่กับน้าพรไปรอที่งานแล้ว แต่เดี๋ยวนะคะ” นมลถอยมาตรวจดูณิชมนอีกครั้ง “สร้อยของพี่นอมไม่เข้ากับชุดเลยค่ะ เปลี่ยนสร้อยดีกว่านะคะ” นมลจะถอดสร้อยให้
“นอมถอดเองดีกว่าค่ะ” ณิชมนรีบร้อนถอดสร้อยออกมาเก็บใส่ลิ้นชัก เพราะไม่อยากให้นมลได้เห็นล็อกเกต
นมลมองณิชมนอย่างไตร่ตรองแล้วเอ่ย “พี่นอมคะ ถ้าพี่นอมมีอะไรที่จะบอกนมล บอกนมลตอนนี้ได้เลยค่ะ”
“บอกเรื่องอะไรหรือคะ”
“ก็บอกเรื่องที่พี่นอมคิดว่าจะทำให้นมลโกรธน่ะซิคะ พี่ภาสก็รู้เรื่องนี้ด้วยใช่ไหมคะ พี่ภาสกับพี่นอมทำเหมือนมีเรื่องอะไรปิดบังนมลอยู่ตกลงมันเรื่องอะไรกันคะ”
ณิชมนนิ่งคิดตัดสินใจแล้วต่อรอง “ให้งานวันนี้ผ่านไปก่อนนะคะ แล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กัน” ณิชมนรีบเดินออกไปจากห้อง
นมลเดินตามแต่แล้วก็หันมามองที่ลิ้นชักที่ใส่สร้อยของณิชมนอีกครั้งก่อนตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
ระหว่างที่นมลพาณิชมนมาที่รีสอร์ตเทพสุธา ดาวเรืองก็แวะไปหานวลแขที่บ้าน เพื่อบอกความจริงเรื่องณิชมน นวลแขตกใจมาก ไม่คิดว่าเรื่องราวจะวุ่นวายขนาดนี้ เธอรีบชวนดาวเรืองไปที่รีสอร์ตหวังช่วยยับยั้งแผนเปิดโปงของณิชาภัทรได้ทันเวลา
ooooooo
นมลเดินนำณิชมนเข้ามาในงานเปิดตัวรีสอร์ตเทพสุธา ที่จัดแบบสบายๆ
บุรธัชกับพงษ์เทพที่ยืนคุยกับแขกในงานอยู่กันคนละมุมของงาน เมื่อเห็นณิชมนเดินเข้ามาก็รีบพุ่งตรงมาที่เธอ เพราะต่างก็มีเรื่องจะคุยด้วย ณิชาภัทรที่มองอยู่ไม่พอใจ ไล่ให้ณิชมนตามไปช่วยงานนมล แต่บุรธัชดึงตัวไว้แล้วลากณิชมนออกไปด้วยกัน
พงษ์เทพขยับจะตามไป แต่ณิชาภัทรร้องห้ามบอกว่า ให้บุรธัชได้มีโอกาสบอกลาประนอมเสียหน่อย เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทุกคนจะได้เห็นประนอม
“คุณคิดจะทำอะไร” พงษ์เทพนึกระแวง
“แล้วคุณก็จะรู้เองค่ะ” ณิชาภัทรเดินแยกออกไปต้อนรับแขกอย่างสบายใจ
พงษ์เทพมองตามอย่างไม่สบายใจนัก เขาพยายามมองหาณิชมนหวังจะเตือนให้เธอระวังตัว แต่ไม่พบ
ส่วนณิชมนถูกบุรธัชพามาพบรวิภาสเพื่อซักซ้อมแผนการง้อนมลให้หายโกรธ เมื่อทุกอย่างลงตัว พันสรก็วิ่งเข้ามาบอกว่า บนเวทีพร้อมแล้ว ให้รวิภาสลุยได้เลย
รวิภาสหันมายิ้มหน้าแหยๆ ให้บุรธัชกับณิชมนที่ยืนส่งยิ้มให้กำลังใจ ก่อนรวบรวมความกล้าขึ้นไปร้องเพลงง้องอนนมลอย่างจริงใจสุดๆ
นมลเขินอายที่ถูกจู่โจม และเมื่อเพลงจบลง พันสรก็วิ่งถือช่อดอกไม้มาส่งให้รวิภาส รวิภาสรับดอกไม้แล้วคุกเข่าลงตรงหน้านมลพลางออดอ้อน
“นมล...ยกโทษให้พี่ด้วยนะ นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่พี่จะขอให้นมลยกโทษให้ ต่อไปนี้พี่จะไม่ทำให้นมลโกรธพี่อีกแล้ว พี่สัญญา ยกโทษให้พี่นะ นมล”
“พี่ภาส นมลยกโทษให้แล้ว ลุกขึ้นๆ อายเขา” นมลรีบรับช่อดอกไม้แล้วดึงรวิภาสให้ลุกขึ้น
ผู้คนรอบๆ ข้างตบมือให้กันเกรียวกราว รวิภาสโค้งให้กับทุกคนอย่างภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง
บุรธัชเห็นรวิภาสกับนมลเข้าใจกันแล้ว ก็รีบดึงณิชมน
ออกไปหามุมสงบคุยกันบ้าง เพราะต้องการฟังความจริงจากเธอ ณิชมนขอสัญญาว่า บุรธัชจะต้องไม่บอกเรื่องนี้กับใคร แต่บุรธัชไม่ทันได้รับปาก พงษ์เทพก็เข้ามาขัดจังหวะ
“อย่าเสี่ยงดีกว่าน่าคุณนอม คุณก็รู้ว่า คุณชายใกล้ชิดกับครอบครัวของคุณแค่ไหน ไม่มีทางที่จะเก็บความลับไว้ได้แน่ๆ ถ้าคุณบอกความจริงกับคุณชาย คุณไม่มีทางได้กลับไปใช้ชีวิตของตัวเองแน่”
“นี่พูดเรื่องอะไรกันอยู่ ฉันรู้จักครอบครัวของเธอด้วยเหรอ ประนอม”
“คุณต้องรีบไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะ คุณณิชามีแผนอะไรอยู่ก็ไม่รู้ รีบไปก่อนที่คุณจะถูกคุณณิชาเล่นงานดีกว่า” พงษ์เทพเร่ง
ณิชมนลังเลตัดสินใจไม่ถูก บุรธัชรีบดึงตัวณิชมนไว้ไม่ยอมให้ไปง่ายๆ และเริ่มสังหรณ์ใจบางอย่าง แต่ไม่ทันได้เอ่ยถาม ชัยวัฒน์ก็เข้ามาตามทุกคนไปที่หน้าเวทีเพราะมีความจริงจะแจ้งให้ทราบ ณิชมนสะดุ้งตกใจรู้ตัวว่าต้องเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับเธอแน่
ooooooo
ทุกคนมารวมตัวกันที่หน้าเวที ชัยวัฒน์ถือไมค์ยืนกร่างอยู่ข้างบน เขาเรียกให้ณิชมนขึ้นไป แต่ณิชมนยังยืนนิ่ง ชัยวัฒน์จึงลงมาหาพร้อมประกาศให้ทุกคนรับรู้
“ผู้หญิงคนนี้อ้างว่าตัวเองเป็นคนของอาจารย์ดาวเรือง ชื่อนางสาวประนอม บุญเสริม แต่เธอไม่ใช่ประนอมครับ มันเป็นพวกสิบแปดมงกุฎสวมรอยเป็นแม่บ้านประนอม ไม่เชื่อก็ถามดูได้เลย ยอมรับความจริงมาซะดีๆว่า เธอไม่ใช่แม่บ้านประนอม ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่บ้านประนอมจริงๆ ไม่มีหลักฐานอะไรเลยที่แสดงว่า เขาชื่อนางสาวประนอม บุญเสริม”
“คุณก็ไม่มีหลักฐานที่จะปรักปรำพี่นอมเหมือนกัน” นมลแย้ง
“ทำไมจะไม่มี คุณประนอม...เชิญครับ” ชัยวัฒน์เปิดตัวประนอมตัวจริง เห็นเธอเดินตัวสั่นออกมาอย่างไม่แน่ใจ “ผู้หญิงคนนี้แหละครับ ประนอม บุญเสริม ตัวจริง แค่นี้พอเป็นหลักฐานได้ไหมล่ะครับ” ชัยวัฒน์ยิ้มอย่างผู้ชนะ
“จับตัวส่งตำรวจได้เลย” ณิชาภัทรสั่งการ เพราะรอโอกาสนี้มานานแล้ว
รปภ.สองคนกรูเข้ามาประกบตัวณิชมนเหมือนวางคิวไว้ พงษ์เทพรีบเข้ามาหาณิชมนขอร้องให้เธอบอกความจริงกับทุกคน
“ค่ะ คุณชัยวัฒน์พูดความจริงทุกอย่าง ฉันไม่ใช่ประนอม บุญเสริมค่ะ ฉันอยากได้งานทำ ฉันก็เลยสวมรอยเข้ามาเป็นแม่บ้านประนอม ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องโกหก ขอโทษจริงๆค่ะ” ณิชมนหันมาทางพรรณอรกับพรพรรณที่ยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก
“พาตัวไปได้แล้ว” ณิชาภัทรเร่ง
รปภ.ประกบพาตัวณิชมนเดินออกไปท่ามกลางสายตา ของแขกในงานที่จับจ้อง
“คุณทำเกินไปแล้ว ณิชา” บุรธัชรีบตามณิชมนออกไป ตามด้วยรวิภาสและพงษ์เทพ
ครั้นมาถึงหน้างานก็พบนวลแขกับดาวเรืองลงมาจากรถพอดี นวลแขสั่งณิชาภัทรปล่อยน้อง ส่วนดาวเรืองเข้าไปขอร้องให้ณิชาภัทรพูดความจริงกับทุกคน แต่ณิชมนยังนิ่งเฉยไม่ยอมพูดอะไร
“ถ้าหนูไม่ยอมบอกความจริง ฉันคงจะต้องเป็นคนบอกทุกคนเอง หนูคนนี้ไม่ใช่คนของครู ไม่ใช่ประนอม บุญเสริม แต่หนูคนนี้ชื่อ ณิชมน ชุติมันต์ ลูกสาวของณัชชา หลานสาวของคุณหญิงนวลแข สุธาสินค่ะ” ดาวเรืองประกาศออกไป
“ณิชมน ชุติมันต์...น้องณิชมน” ณิชาภัทรนิ่งอึ้งตะลึงงัน
ส่วนชัยวัฒน์ที่เดินย่องมาดูเหตุการณ์เห็นเรื่องราวพลิกล็อกจึงรีบถอยหนี แต่ก็ไม่พ้นเพราะรวิภาสกับนมลหันมาเห็นพอดีจึงตามไปจัดการ แล้วส่งตัวให้ตำรวจไปดำเนินคดีในข้อหาปลอมวุฒิการศึกษา แล้วชวนกันกลับเข้าไปในงานเพื่อดูเหตุการณ์ต่อไป
ทั้งสองเห็นนวลแขกับดาวเรืองเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ณิชมนพลางเจรจาให้เธอยอมรับออกมาว่า คือณิชมน ชุติมันต์ แต่ณิชมนยังปฏิเสธว่า เธอไม่ใช่
“ถึงเวลานี้แล้ว หนูยังจะปฏิเสธอีกหรือว่า หนูไม่ใช่ณิชมน ชุติมันต์ หลานสาวของคุณหญิงนวลแข ทำไมหนูถึงได้หัวดื้ออย่างนี้นะ ฉันไม่รู้ว่าณัชชาเล่าอะไรให้หนูฟังบ้าง แต่หนูควรจะฟังทางคุณยายของหนูด้วย” ดาวเรืองขอร้อง
“ณิชมนอาจจะยังไม่พร้อมที่จะยอมรับฉันเป็นยาย ฉันจะรอจนกว่าเธอจะพร้อมก็แล้วกันนะ”
“ที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมรับว่าเป็นหลานคุณย่า ก็อาจเป็นเพราะเขาไม่ใช่ณิชมนตัวจริงก็ได้นะคะ” ณิชาภัทรรีบแทรก
“ณิชา...ยอมรับความจริงซะเถอะ ผมเชื่อว่า ผู้หญิงคนนี้คือณิชมนน้องสาวของคุณจริงๆ” บุรธัชมั่นใจ
“แต่ณิชายังไม่ปักใจเชื่อหรอกค่ะ เราไม่มีหลักฐานอะไรเลยนอกจากคำพูดของผู้หญิงคนนี้ที่เที่ยวบอกใครๆว่า เป็นณิชมน เขาเคยโกหกว่าเป็นแม่บ้านประนอมมาแล้ว ทำไมจะโกหกไม่ได้ล่ะค่ะว่าเป็นหลานสาวคุณหญิงนวลแขใช่ไหมล่ะ เธอคงไปแอบได้ยินเรื่องณิชมนจากใครมา ก็เลยปั้นเรื่องโกหกคุณพงษ์เทพจนกลายเป็นเรื่องวุ่นวายอย่างนี้” ณิชาภัทรอ้างต่อ
“ครูหาหลักฐานให้ได้นะ ณิชา ณิชมนมีสร้อยของณัชชาติดตัวมาน่าจะพอเป็นหลักฐานขั้นแรกที่พิสูจน์ได้ว่า เธอเป็นณิชมนตัวจริง” ดาวเรืองนึกได้
ณิชาภัทรเดินเข้าไปหาณิชมน พลางเอ่ยถาม “ไหนล่ะคะสร้อยที่อาจารย์พูดถึง สร้อยเส้นนี้หรือคะ” นวลแขกับดาวเรืองมองไปที่สร้อยคอของนมลที่ณิชมนใส่อยู่
“คุณณิชาพูดถูกแล้วล่ะค่ะ หนูไม่มีหลักฐานอะไรเลย ถ้าจะไม่เชื่อว่า หนูคือณิชมน ก็ไม่ต้องเชื่อค่ะ หนูก็ไม่ต้องการให้ใครเชื่อเหมือนกัน” ณิชมนลุกขึ้นจะเดินหนีออกจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดใจ แต่นมลเรียกไว้
“อย่าเพิ่งไปค่ะ หลักฐานอยู่ที่นมลค่ะ อาจารย์หมายถึงสร้อยเส้นนี้ใช่ไหมคะ” นมลหยิบสร้อยจากกระเป๋าออกมาส่งให้ดาวเรือง
ดาวเรืองตรวจดูแล้วส่งต่อให้นวลแข นวลแขเปิดล็อกเกตสร้อยออกมาดูแล้วพึมพำเรียกหาณัชชาก่อนจะเงยหน้าสบตากับณิชมน
“ณิชมน...ยังจะปฏิเสธอีกไหมว่า เธอไม่ใช่หลานของยายคนนี้”
ณิชมนนิ่งอึ้งมองนวลแขอย่างทำอะไรไม่ถูก นมลเข้าไปดึงณิชมนให้เดินเข้าหานวลแข ณิชมนยอมลดทิฐิ เธอทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้านวลแข
“ค่ะ หนู...ณิชมน ลูกของแม่ณัชชาค่ะ คุณยาย” ณิชมนก้มลงกราบที่ตักของนวลแข
นวลแขดึงณิชมนเข้ามากอดไว้แน่น น้ำตารื่นด้วยความตื้นตันใจ ณิชาภัทรนิ่งงัน ยอมรับความจริงว่า ณิชมนคือน้องสาวของเธอ
ส่วนบุรธัชยืนมองณิชมนด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายใจ แล้วตัดสินใจเดินออกไปอย่างเงียบๆ รวิภาสเห็นเข้าพอดีจึงรีบตามไปคุยกับพี่ชาย
“พี่ธัชครับ เวลานี้พี่ธัชควรจะอยู่กับคุณณิชนะครับ นี่พี่ธัชเป็นอะไรไป อย่าบอกนะว่า พี่ธัชโกรธคุณณิชเขาน่ะ”
“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่า ตอนนี้ฉันรู้สึกยังไง”
รวิภาสเกลี้ยกล่อมให้พี่ชายยอมเข้าใจณิชมน เพื่อจะได้ลงเอ่ยกันอย่างมีความสุข แต่บุรธัชค้านว่า เรื่องคงไม่ง่ายขนาดนั้น แล้วพงษ์เทพก็วิ่งมาตาม
“คุณชายธัช แขกในงานสงสัยกันใหญ่ว่า เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้นักข่าวไม่ได้โฟกัสการเปิดตัวรีสอร์ตของเราแล้ว แต่กลับไปสนใจเรื่องคุณณิชมนแทน เราจะทำไงกันดีล่ะทีนี้”
“ผมว่าเราปิดงานเลยแล้วกันครับ” รวิภาสเสนอ
“ปิดงานเลยก็ดี แต่ต้องหาทางปิดงานให้สวยหน่อย ไม่งั้นที่เราทุ่มเทจัดงานวันนี้ก็สูญเปล่า นายภาส ไปตามออแก– ไนเซอร์มา เราต้องบรีฟตอนจบของงานใหม่แล้ว” บุรธัชสั่งการ
รวิภาสกับพงษ์เทพหันมามองบุรธัชอย่างอยากรู้ว่าจะทำยังไงต่อไป
ooooooo
บรรยากาศในงานชักกร่อย แขกทยอยเดินออกมา พรพรรณกับพรรณอรช่วยกันต้อนแขกให้กลับเข้าไปอีกครั้ง เพราะงานยังไม่จบ ทั้งหมดจึงยอมกลับเข้าไป พงษ์เทพรีบขึ้นเวทีเพื่อทำหน้าที่พิธีกร
“ผมขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกท่านที่ให้เกียรติมางานในค่ำคืนวันนี้ แล้วทางรีสอร์ตเทพสุธาก็หวังว่า เราจะได้มีโอกาสได้ต้อนรับทุกท่านอีกในโอกาสหน้า และงานในวันนี้ จะจบสมบูรณ์ไปไม่ได้ ถ้าหากไม่มีบุคคลสำคัญท่านนี้ ประธานโครงการเทพสุธา คุณหญิงนวลแข สุธาสินครับ”
แขกในงานปรบมือดังสนั่น กลุ่มนักข่าวกรูกันเข้าถ่ายรูป นวลแขค่อยๆเดินมาที่กลางเวที ณิชาภัทรที่มองอยู่กระซิบถามบุรธัชว่า พิธีการนี้ไม่มีอยู่ในสคริปต์เพราะคนเปิดงานต้องเป็นบุรธัช
“เชื่อผมเถอะ แบบนี้จะดีกว่า” บุรธัชยืนกราน
“ดีกว่านี่ ดีสำหรับใครคะธัช” ณิชาภัทรไม่พอใจทำท่าจะตามนวลแขขึ้นไปบนเวที แต่ดาวเรืองดึงไว้ขอร้องให้รอดูไปก่อน
ณิชาภัทรมองบุรธัชอย่างสงสัยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
ส่วนนวลแขที่ยืนอยู่กลางเวทีกล่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม ยินดี
“วันนี้นอกจากจะเป็นวันฉลองการเปิดตัวของรีสอร์ตเทพสุธาแล้ว เรายังมีเรื่องที่น่ายินดีอีกสองเรื่อง เรื่องแรกก็คือจะมีการหมั้นระหว่างหม่อมราชวงศ์รวิภาส บุริศร์ กับ หม่อมหลวงพิมพ์นฤมล นวพรรษ ในปลายปีนี้...เราจึงได้เปิดงานด้วยการแสดงของว่าที่คู่หมั้นทั้งสอง ส่วนเรื่องที่น่ายินดีเรื่องที่สองก็คือ ดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำหลานสาวของดิฉัน ณิชมน ชุติมันต์...ผู้ที่จะมาร่วมสานต่อโครงการเทพสุธาของเราค่ะ”
นวลแขดึงณิชมนที่ถูกพงษ์เทพพาตัวขึ้นเวทีเข้ามาใกล้...
ณิชาภัทรยืนตะลึง ไม่คิดว่านวลแขจะเปิดตัวณิชมนอย่างนี้
“หลานสาวดิฉันใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาตลอด แต่ที่สุดเธอก็ตัดสินใจกลับมาอยู่กับครอบครัวที่เมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดิฉันปลาบปลื้มยินดีเป็นที่สุด ความสุขอื่นใด
ไม่เท่ากับความสุขที่ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์สุดท้ายดิฉันขอขอบคุณทุกคนที่ทำให้งานในค่ำคืนนี้จบลุล่วงไปด้วยดี และขอขอบคุณแขกทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงาน ขอบคุณนะคะ”
นวลแขส่งยิ้มให้ กลุ่มนักข่าวกรูกันเข้าไปถ่ายรูปณิชมนกับนวลแข ณิชาภัทรได้แต่ยืนมองอย่างทำใจยอมรับ
ส่วนณิชมนเดินเข้าหาบุรธัช ทั้งสองสบตากันนิ่ง ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
ooooooo










