นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    รักในม่านเมฆ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ด้วยบรรยากาศและความใกล้ชิด ทำให้ภาดาเผลอจูบน้องทราย พลันหน้าโฉมพิไลลอยขึ้นมา เขาสะดุ้งรู้สึกตัวว่าทำผิดต่อโฉมพิไล จึงลุกพรวดขึ้น น้องทรายตกใจถามว่าเขาเป็นอะไร ภาดาตอบว่าไม่เป็นอะไรเขาเห็นว่าดึกแล้วควรรีบกลับ เขาเดินไปเตรียมรถ น้องทรายเศร้าลงพึมพำว่า...เพราะโลกนี้ไม่ได้มีเราแค่สองคนใช่ไหม...

    พอดีโฉมพิไลพยายามโทร.หาปลั่งเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย จึงโทร.หาภาดา เขาวางมือถือทิ้งไว้ น้องทรายได้ยินเสียงจึงหยิบมากดรับ เสียงโฉมพิไลหวานอ้อนมาว่า "ที่รักขา นอนหรือยังคะ"

    น้องทรายตกใจรีบกดตัดสายทิ้ง โฉมพิไลแปลกใจระคนโกรธ ภาดากลับมาบอกน้องทรายว่าเขาสตาร์ตรถไว้แล้ว และจะอุ้มเธอ น้องทรายเมินหน้าซ่อนน้ำตาที่คลอเบ้า

    "เป็นอะไรไปคะ"

    "เอ้อ...ลมมันพัดเข้าตาน่ะค่ะ"

    ภาดาอุ้มน้องทรายไปนั่งในรถ น้องทรายคิดเศร้าอยู่ในใจตลอดเวลาว่าไม่ได้มีแค่เธอกับเขาเพียงสองคน...

    วันรุ่งขึ้น เฉลามาปลุกโฉมพิไลให้รีบลงมาหน้าบ้าน เพราะส้มลิ้มมายึดรถ โฉมพิไลตกใจร้องกรี๊ดวิ่งมาห้าม "จะมากไปแล้วนะ กล้าดียังไง อย่ามายุ่งกับรถของฉัน"

    ภีมกับเฉลิมชัยกลับดึงโฉมพิไลไว้ เธอโวยวายให้ไปแจ้งตำรวจ ส้มลิ้มเข้ามาประจันหน้า

    "อยากจะแจ้งตำรวจเหรอ ได้...ไปเรียกมาเลย ฉันจะได้แจ้งความว่าพวกแกติดหนี้ฉันแล้วไม่จ่าย ดูซิว่าตำรวจจะจัดการยังไง"

    "ฉันไม่ได้เป็นคนสร้างหนี้ มีอะไรก็ไปทวงเอากับพ่อแม่ฉันสิ มาเอารถฉันไปไม่ได้นะ" โฉมพิไลเข้าไปยื้อแย่ง แต่ถูกส้มลิ้มผลักล้มลง

    เฉลารีบเข้าประคอง ส้มลิ้มประกาศว่าให้เวลาถึงแค่ค่ำนี้ ให้เอาสร้อยเพชรมาไถ่รถคันนี้มิฉะนั้นจะถอดขายเป็นชิ้นๆชั่งกิโลขาย โฉมพิไลอยากจะร้องกรี๊ดๆอยู่ตรงนั้น...พอเข้ามาในบ้าน ทุกคนก็บีบให้โฉมพิไลไปทวงอุบะเพชรจากอัมพรมาให้ได้ตามสัญญา โฉมพิไลจึงโทร.ไปบอกอัมพรว่าเธออยากใส่อุบะเพชรในงานคืนนี้ อัมพรอึกอักตอบไปว่าจะหาให้ แต่ก็หงุดหงิดจะไปเอาที่ไหนมาให้ ปลั่งได้ยินแนะนำให้ค้นห้องน้องทรายดู

    ทั้งสองมาที่ห้องน้องทราย ช่วยกันรื้อค้นอย่างไม่ปราณีปราศรัย เอียดกำลังทำความสะอาดห้องภาดาได้ยินเสียงออกมาดูตกใจ รีบไปบอกแจ่ม...เผอิญ สมิตแวะมาหาน้องทรายกำลังคุยกันสนุก สมิตเอาดอกไม้มาให้ "ดอกไม้ของพี่พอจะหอมเท่าดอกไม้ในสวนนี้ไหมครับ"

    "ขอบคุณมากค่ะพี่สมิต"

    "พี่มีเวลานิดหน่อยเลยแวะมาดูว่ามีใครกลั่นแกล้งน้อง ทรายไหม"

    "ไม่มีหรอกค่ะ พี่สมิตงานยุ่ง มัวแต่ห่วงน้องทรายอยู่ยังงี้ไม่ต้องทำอะไรพอดี"

    พลันแจ่มวิ่งหน้าตื่นมาบอกเรื่องห้องถูกรื้อ สมิตอุ้มน้องทรายขึ้นไปบนห้อง เห็นอัมพรกับปลั่งกำลังรื้อค้นจนของกระจุยกระจาย "นี่มันอะไรกันคะ!"

    "ไปให้พ้นแม่น้องทราย ฉันจะหาของ" อัมพรพูดหน้าตาเฉย

    แจ่มเข้าไปดึงปลั่งให้หยุด น้องทรายถามอัมพรต้องการอะไรให้บอกเธอ อัมพรทำเสียงเชอะบอกไปก็ไม่ยอมให้...แผ้วขับรถพาอำนาจกลับมาจากข้างนอก เอียดวิ่งมารายงาน อำนาจตกใจรีบตามขึ้นไป พอดีอัมพรผลักน้องทรายให้หลีกไป น้องทรายเกือบตกเก้าอี้ สมิตประคองไว้ทัน สมิตโวยอัมพรทันที "มากไปแล้วนะครับคุณหญิง"

    "แล้วมันเรื่องอะไรของแก นี่แกขึ้นมาบนนี้ได้ยังไง! ไปให้พ้น..."

    "คุณพี่! ทำอะไรเนี่ย อยู่ๆมารื้อค้นห้องคนอื่นทำไม" อำนาจโผล่มา

    "ห้องคนอื่น แต่มันอยู่ในบ้านฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ ฉันจะรื้อมันทั้งหลังก็ยังได้" พูดไปอัมพรก็เหวี่ยงของน้องทรายทิ้ง

    น้องทรายร้องไห้โฮ อำนาจพยายามห้ามอัมพร แต่เธอยังกระชากลิ้นชักเทลง  สมิตทนไม่ไหวเข้าไปกระชากแขนอัมพรให้หยุด อัมพรร้องลั่น "แกไม่มีสิทธิ์อะไร ปล่อย!"

    "สิทธิ์ในความเป็นคนมีอารยธรรม มีมารยาทแล้วก็ไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าไงล่ะครับ"

    "แกน่ะเหรอมีอารยธรรม ไอ้กุ๊ย" อัมพรตะโกนใส่หน้าสมิต

    สมิตโกรธบีบแขนอัมพรแรงขึ้น "ผมไม่ใช่กุ๊ย แต่ถ้าคุณหญิงอยากให้ผมเป็น ผมก็จะทำให้ดูว่ากุ๊ยมันจะทำกับคนอย่างคุณหญิงยังไง" สมิตลากอัมพรออกจากห้อง

    "หยุด หยุดเดี๋ยวนี้" ภาดามาถึงตะโกนเสียงดัง "ปล่อยมือจากแม่ผม!"

    สมิตยอมปล่อยแต่ยังทำหน้ายียวน ทุกคนหยุดความวุ่นวาย ภาดามองไปรอบห้องอย่างอึ้งๆ "คุณแม่เกิดอะไรขึ้นครับ?"

    ทุกคนมารวมกันที่ห้องรับแขก น้องทรายยังสะอื้นมีแจ่มคอยปลอบ ภาดาถามอัมพรรื้อห้องน้องทรายทำไม อัมพรอ้ำอึ้งสุดจะทนจึงโพล่งออกไป "ฉันก็ไปหาอุบะเพชร ของหมั้นที่มันโกงฉันไว้น่ะสิ"

    ภาดาตกใจ อัมพรรีบพูดอีกว่า "ฉันเสียลูกชายให้แกทั้งคนแล้ว แกต้องเอาอุบะเพชรมาคืนให้ตามสัญญา นี่แกแอบงุบงิบไว้ ก็เท่ากับแกโกงฉัน"

    "อุบะเพชร อุบะเพชรคืออะไรคะ พี่แจ่ม!" น้องทรายงงไปหมด

    "ต๊าย ทำหน้าซื่อตาใส กะว่าจะเบี้ยวเห็นๆเลยค่ะคุณหญิง" ปลั่งเสนอหน้าขึ้นบ้าง

    สมิตยืนยันว่าน้องทรายไม่รู้เรื่องอุบะเพชร แม้แต่เห็นก็ไม่เคย น้องทรายตะลึงที่สมิตรู้เรื่องนี้ด้วย อัมพรไม่เชื่อหาว่าโกหก "คิดว่าฉันโง่หรือ สร้อยเพชรแท้ราคากว่าสิบล้าน พ่อของคุณชายแอบไปหมั้นแกไว้ตั้งแต่เล็ก ในสัญญาบอกว่า ถ้าไม่ได้แต่งงานกัน แกถึงมีสิทธิ์ยึด แต่นี่แกได้แต่งงานกับลูกชายฉันแล้ว แกต้องคืนสร้อยเพชรนั่นให้ฉัน"

    "พอกันที คุณแม่พอได้แล้ว คุณน้า แจ่ม พาน้องทรายออกไปที ผมจะคุยเรื่องนี้กับคุณแม่เอง" ทุกคนยังนั่งอึ้ง ภาดาย้ำให้ทุกคนออกไป และย้ำกับสมิตด้วย

    สมิตเดินเฉียดมาพูดกับภาดาไม่มีใครได้ยิน "ทุกคนพากันเก็บซ่อนความลับกับน้องทราย แม้แต่พ่อของเธอเอง น้องทรายคือเหยื่อ เหยื่อที่บริสุทธิ์ที่ต้องมารับกรรมในบ้านหลังนี้ คิดเอาเองเถอะ วันใดที่เธอรู้ความจริงทั้งหมด เธอจะเป็นยังไง"

    ภาดามองหน้าสมิตอึ้งๆ...น้องทรายออกมาอยู่กับอำนาจ เธอคิดทบทวนแล้วถาม "คุณชายมาแต่งงาน ไม่ใช่เพราะอยากรักษาสัญญา แต่เพราะอยากได้เพชรนั่นคืน เรื่องเป็นแบบนี้ใช่มั้ยคะคุณน้า"

    "เอ้อ...น้าว่า..." อำนาจพูดไม่ออก

    น้องทรายคิดลำดับเรื่องแล้วสรุปเองว่า ภาดาจำใจแต่งงานกับเธอเพราะเรื่องสร้อยเพชรเส้นนั้น สมิตได้ยินแล้วยิ่งแค้นใจแทนน้องทราย

    ooooooo

    แม้จะเหนื่อยใจมาจากโฉมพิไล เขายังต้องมาเคลียร์ปัญหากับแม่ของตัวเองอีก อัมพรโวยวายหาว่าภาดาเข้าข้างน้องทราย ถูกหลอกแล้วยังไม่รู้อีก

    "ไม่มีใครหลอกใครทั้งนั้น ถ้าจะผิดก็ผิดตรงที่เราสองคน ผมกับน้องทรายพยายามจะเป็นลูกกตัญญู ยอมทำตามใจพ่อแม่เพี้ยนๆ"

    "พ่อแม่เพี้ยนๆคุณชาย นี่คุณชายว่าแม่หรือคะ!"

    "ในเมื่อน้องทรายบอกว่าไม่รู้เรื่องสร้อยเพชรก็เป็นอันว่าจบ คุณแม่อย่าไปคาดคั้นอะไรจากเธออีก ไม่เช่นนั้น ผมนี่แหละจะหย่าแล้วบอกความจริงกับเธอ ถึงเวลานั้นอุบะเพชรคงต้องเป็นของเขาจริงๆ" พูดจบภาดาเดินออกไป

    อัมพรโวยวายไล่หลังหาว่าภาดาขู่ ปลั่งเข้ามายุให้ อัมพรแค้นใจหนักขึ้นจนจะหาวิธีเล่นงานน้องทรายให้หนักขึ้น...

    แจ่มเข็นรถน้องทรายออกมาส่งสมิตที่หน้าบ้าน สมิตบ่นว่าถ้าเขาไม่ติดว่าต้องขึ้นคอนเสิร์ตเขาจะพาเธอหนีไปจากบ้านนี้ น้องทรายบอกว่าเธอทนได้ ถ้าเธอทนไม่ไหวเมื่อไหร่จะโทร.บอกเขาเป็นคนแรก สมิตจับมือให้เธอสัญญา น้องทรายยิ้มให้ ภาดาแอบมองจากในบ้านด้วยความรู้สึกเสียใจถ้าต้องเสียน้องทรายไป...

    สุเมธแวะมาดูวินที่ห้องพักหลังจากรับเคมีบำบัดเรียบร้อยแล้ว วินแพ้ยาอาเจียนอย่างหนัก แต่พอได้ยินเสียงสุเมธมาก็ไม่อยากให้เป็นห่วงจึงทำเป็นไม่มีอะไร แข็งแรงดี ระหว่างนั้นมือถือวินดังขึ้น สุเมธเห็นชื่อน้องทรายหน้าจอ แต่วินไม่ยอมรับสาย ล้มตัวลงนอนเฉย

    "เอ้าเฮ้ย ไหงงั้นล่ะ"

    "ฉันตัดสินใจให้ลูกแต่งงานกับนายภาดา ให้ลูกเข้าไปอยู่ในบ้านนั้นก็เพื่อให้เขาเติบโต เขาเข้มแข็งด้วยตนเอง ถ้าเขามีอะไรก็เอาแต่โทร.หาฉัน แล้วเขาจะเป็นผู้ใหญ่ได้ยังไง"

    "เอ๊ะ ไอ้นี่ แกนี่มันพ่อบ้าจริงๆ เขาสองคนแต่งงานตามคำขอของคนรุ่นพ่อ น้องทรายไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น แกทำแบบนี้ไม่หักดิบไปหน่อยหรือ"

    วินหลับตาปวดร้าวแทบอยากร้องไห้ที่ต้องทนเห็นลูกเจ็บปวด กับเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่ขาดสาย สุเมธจึงเย้ยว่าอีกสามวันจะครบอาทิตย์ที่พนัน เขาจะต้องได้รถมาใช้ฟรีๆ แต่วินกลับบอกว่าเขามั่นใจว่าเขาจะชนะพนันและน้องทรายจะชนะใจคนบ้านนั้น...

    ภาดามาเห็นน้องทรายพยายามโทรศัพท์จึงถามว่าโทร.หาใคร น้องทรายทำไม่ได้ยิน แจ่มจึงรายงานว่าโทร.หาวินแต่วินไม่รับสาย ภาดาจึงดึงมือถือมาจากมือน้องทราย

    "หยุด คุยกับพี่ บอกพี่ก่อน จะโทร.หาอาวินเรื่องอะไร"

    "น้องทรายจะถามเรื่องสร้อยอุบะเพชรนั่น ทำไมน้องทรายไม่รู้เรื่องไม่เคยเห็นมันเลย"

    "ของมีค่าแบบนั้น อาวินไม่เอาออกมาให้ใครดูง่ายๆหรอก"

    "ถ้ามันมีค่าจริง และเป็นของประจำตระกูลของคุณชาย งั้นพ่อก็ต้องคืนให้คุณชาย"

    ภาดาว่าเขาไม่สนใจ แต่น้องทรายกลับเสียงเข้ม "คุณหญิงสนใจ น้องทรายไม่อยากถูกด่าว่าขี้โกง คุณชายลงทุนแต่งงานกับน้องทรายทั้งที ก็ต้องได้เงินค่าแต่งงานสิคะ"

    "น้องทรายพูดอะไรออกมาน่ะ" ภาดาตกใจกับคำพูดน้องทราย

    "น้องทรายพูดไม่ถูกหรือคะ น้องทรายเคยเข้าใจว่าคุณชายต้องแต่งงานเพราะคิดถึงคำสัญญาของพ่อเราสองคน แต่มันไม่ใช่ เพราะคุณชายกลัวถูกเรายึดสร้อยอุบะเพชรต่างหาก"

    ภาดาขบกรามแน่น โมโหถึงขีดสุดโวยออกมาบ้าง "น้องทรายหาว่าพี่แต่งงานเพื่อเงิน น้องทรายเป็นน้องพี่นะ ต่อให้เราต้องห่างกันเป็นสิบปีพี่ไม่เคยลืมน้องทราย น้องทรายยังเป็นน้องพี่อยู่เสมอ พี่จะทำแบบนั้นได้ยังไง"

    น้องทรายอึ้งไม่เคยเห็นภาดาโกรธขนาดนี้ เขาจ้องหน้าเธอแล้วหันไปถีบกระถางระบายอารมณ์ "โธ่เว้ย!"

    แจ่มสะดุ้งที่เห็นภาดาโมโหน่ากลัวขนาดนี้ น้องทรายเองก็ตะลึงพูดไม่ออก ภาดาพยายามสงบสติอารมณ์ เสียงอ่อนลง "ตลอดเวลาที่น้องทรายเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ พี่ทำดีกับน้องทราย เพราะอะไร ทั้งหมดนั่น น้องทรายจะบอกว่าพี่ทำไปเพื่อสร้อยเพชรงั้นหรือ น้องทรายดูถูกพี่มากเกินไปแล้ว"

    "คุณชาย..." น้องทรายอึ้ง

    ภาดาเข้ามานั่งตรงหน้า มองเธอด้วยสายตาขอความเข้าใจ "เราเคยอยู่ด้วยกันเมื่อตอนเด็ก เราเคยมีเวลาที่ดีด้วยกัน ต่อให้เราต้องห่างกันนับสิบปี แต่พี่ไม่ได้ลืม...จำเอาไว้พี่ไม่เคยลืม"

    น้องทรายสบตาภาดาเห็นถึงความจริงใจของเขา แต่ก็ยังน้อยใจเสียใจไม่หาย...

    และในคืนเดียวกัน ภาดาก็ต้องไปหาโฉมพิไลที่บ้าน เขาเห็นเธอดื่มเหล้าจนเมา เธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านของเขา จนภาดาแขวะว่ารู้ได้เร็วเสมอ โฉมพิไล เดือดโวยว่าเธอไม่ได้เริ่มเรื่องสร้อยเพชรนั่นก่อน อัมพรเป็นคนเริ่มบอกว่าสร้อยนั่นจะเป็นของเธอ

    ภาดาเหนื่อยใจขอดื่มด้วยคน โฉมพิไลปรี๊ดขึ้นมาว่า "พวกเขาบอกว่าคุณออกโรงปกป้องเด็กคนนั้น คุณโดนพวกมันหลอกเพราะความใจอ่อนของคุณเอง คุณทำแบบนี้กับแม่กับเมียคุณได้ยังไง คุณบอกมาสิว่าคุณจะอยู่ข้างไหน"

    "ผมไม่ได้เข้าข้างใคร คุณแม่ค้นห้องเค้า มันเป็นวิธีที่ผิด"

    โฉมพิไลพลุ่งพล่านด้วยฤทธิ์เหล้า ถามภาดาว่าเธอยังเป็นเมียเขาอยู่หรือเปล่า ภาดาตอบตามจริงว่าเธอเป็นเมียเขาคนเดียว โฉมพิไลให้ตอบอีกว่าการแต่งงานจอมปลอมจะสิ้นสุดลงในหนึ่งปีแล้วจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกใช่ไหม

    "การแต่งงานนั่น...หนึ่งปี แค่นั้นก็นานเกินไปแล้ว ผมอยากจะจบมันให้เร็วที่สุด"

    โฉมพิไลมองภาดาด้วยสายตาโกรธน้อยใจสุดๆ เธอลุกขึ้นปาแก้วเหล้าเฉียดหน้าเขาไปที่ข้างฝาแตกกระจาย เศษแก้วบาดหน้าเขาเลือดซึม เขาทะลึ่งพรวดขึ้นด้วยความโกรธเช่นกัน

    "คุณอยากจบการแต่งงานเพื่อนังเด็กนั่น คุณไม่ได้อยากจบมันเพื่อมาอยู่กับฉัน"

    "บ้าสิ คุณตีความไปใหญ่โตแล้ว อย่าลืมสิ คุณกับคุณแม่ ช่วยกันบังคับผมให้หย่าแล้วแต่งงานใหม่เพื่อจะเอาอุบะเพชร อย่าลืมสิว่าเป็นความต้องการของคุณ ไม่ใช่ของผม"

    "กรี๊ด...คุณว่าโฉม คุณไม่เคยว่าโฉม สายตาคุณ โฉมเห็นนะคุณเปลี่ยนไปแล้ว คุณเปลี่ยนไป"

    ภาดาไม่ทนอีกแล้ว เขาขอตัวกลับเพราะเหนื่อยมาก พรุ่งนี้สร่างเมาค่อยคุยกันใหม่ ภาดาเดินไป โฉมพิไลร้องกรี๊ดๆเรียกให้เขากลับมา...

    กลับเข้าบ้าน พบน้องทรายรอเขาอยู่ที่เดิม เขาเข้ามานั่งกับพื้นข้างเธอ น้องทรายเห็นแผลที่หน้าก็ตกใจ ภาดาปดว่ามีคนเมาปาแก้วเข้าข้างฝา โชคร้ายที่มาโดนเขา น้องทรายประคอง หน้าเขาเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเลือดให้ ภาดามองใบหน้าน้องทรายที่อยู่ใกล้อย่างหวั่นไหว

    "มารอพี่ทำไม มาทำดีกับพี่ทำไม พี่ไม่สมควรรับความหวังดีอะไรจากน้องทรายอีก"

    "น้องทรายขอโทษ น้องทรายไม่ตั้งใจว่าคุณชาย..."

    "เมื่อไหร่จะเลิกเรียกพี่ว่าคุณชายเสียที"

    "ขอบคุณนะคะที่บอกน้องทราย พี่ชายไม่เคยลืมว่าน้องทรายเป็นน้อง น้องทรายก็ไม่เคยลืมว่ามีพี่ชายเป็นพี่เหมือนกัน"

    สองคนสบตากัน ความทรงจำในอดีตหวนเข้ามาทำให้ ทั้งคู่รู้สึกถึงความผูกพันกันลึกซึ้ง เมื่อตอนเด็กที่น้องทรายป่วยเดินไม่ได้แล้ว เธองอแงอยากไปโน่นไปนี่ ภาดาสงสารน้องจึงให้ขี่หลังพาเดินไปตามท้องไร่...จากนั้นภาดาก็โดนภูบาลตีที่พาน้องทรายออกไปแบบนั้น น้องทรายร้องไห้ขอร้องอย่าตีภาดา แต่ภาดาไม่ร้องไห้สักแอะ...

    ทั้งสองจดจำเรื่องงดงามนั้นได้ดี "เรื่องนั้นเมื่อตอนเราเป็นเด็ก ความรู้สึกตอนนั้นยังจำได้เหมือนกันใช่มั้ย"

    น้องทรายนํ้าตาคลอพยักหน้า "จำได้ค่ะ พี่ชายแบกน้อง ลงไปเล่นในไร่ โดนตีแล้วพี่ก็ยังไม่ยอมรับผิด เพราะพี่คือพี่ชายของน้องทราย"

    "ดีใจจัง เลิกเรียกพี่ว่าคุณชาย เรียกพี่ว่าพี่ชายเหมือนตอนนั้นได้ไหม" ภาดาจับหน้าน้องทรายมาถามอย่างอ่อนโยน

    น้องทรายเรียกพี่ชายด้วยน้ำเสียงที่เบาอีกครั้ง น้ำตาร่วงด้วยความดีใจที่ภาดาไม่เคยลืมเธอ เขากอดเธอแนบแน่น "ไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะอะไร ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ตอนนี้ดีเหลือเกินแล้วที่เราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน กลับมาเป็นพี่น้องกันใหม่"

    น้องทรายพยักหน้า ภาดาจูบที่หน้าผากเธอถ่ายทอดความอบอุ่นในหัวใจให้แก่เธอ แล้วทั้งสองก็เอาหน้าผากชนกันยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน

    ooooooo

    วันต่อมา โฉมพิไลกับเฉลามาหาส้มลิ้มที่ตลาดซึ่งกำลังเดินเก็บค่าเช่าพ่อค้าแม่ค้าอยู่ เพื่อจะเจรจาขอเอาแหวนหมั้นมาแลกรถยนต์คืนไปก่อนจนกว่าจะได้สร้อยเพชรมาแลกแหวนคืน ส้มลิ้มไม่วายพูดให้เจ็บใจ "ฉันพยายามจะเชื่อ แล้วหล่อนแน่ใจหรือว่าจะได้สร้อยอุบะเพชรที่ว่ามาจริงๆ  ฉันน่ะรอจนเหงือกแห้งแล้วนะโว้ย"

    "ฉันเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อเอาสร้อยนั้น ฉันเดิมพันมาด้วยชีวิตของฉัน แล้วฉันจะไม่ได้มันมาได้ยังไง" โฉมพิไลพูดด้วยความแค้นใจ ในใจมีแผนร้ายผุดขึ้นมา...

    แผนร้ายนี้ โฉมพิไลวางแผนให้ปลั่งช่วยทำให้น้องทรายเดินมารับโทรศัพท์ในบ้านให้ได้ตามเวลาที่กำหนด ปลั่งจึงแกล้งทำเป็นสะดุดกระถางเลือดออกแล้วขอร้องให้น้องทรายช่วยเข้าไปในบ้านหาปลาสเตอร์ยาให้ พอเธอเข็นรถเข้ามา โทรศัพท์บ้านดังขึ้น ปลั่งร้องบอกให้เธอช่วยรับหน่อยเพราะอัมพรกับอำนาจไม่อยู่ พอเธอรับก็มีเสียงอ่อนหวานจากโฉมพิไล

    "คุณชายขา เย็นนี้จะทานอะไรดีคะ โฉมจะได้ให้แม่ตั้งข้าวไว้รอ"...น้องทรายนิ่งอึ้ง..."เป็นอะไรไปที่รัก ทำไมไม่ตอบ"

    "น้องทรายตกใจมือไม้สั่น "เอ้อ...คุณชายไม่อยู่ค่ะ"

    "อุ๊ยตายจริง นึกว่าโทร.ไปที่ออฟฟิศ เบอร์บ้านหรอกหรือคะ" โฉมพิไลตัดสายทิ้ง

    ปลั่งแอบมองท่าทีน้องทรายที่ยังตกตะลึง หน้าซีดมือสั่นกำโทรศัพท์อยู่ แจ่มออกมาเจอเข้าไปดึงโทรศัพท์มาวางแล้วถามน้องทรายเป็นอะไร น้องทรายท่าทางเหมือนกลัวอะไรพูดไม่ออก แจ่มตกใจพยายามถามจนรู้ความ รีบกอดน้องทรายให้หายเสียขวัญ

    "บางทีอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด อาจเป็นเพื่อนของคุณชายล้อเล่นก็ได้นะคะ"

    "พี่แจ่มคิดอย่างนั้นหรือคะ แต่เขาบอกว่าเขามีนัดกับคุณชายตอนเย็น"

    "ก็คุณอริณบอกแล้วไงคะว่าคุณภาดาทำงานหนัก  มีงานถึงมืดค่ำทุกวัน ไหนบอกแจ่มว่าจะเชื่อคุณอริณไม่เชื่อคนอื่นไงคะ"

    น้องทรายรู้สึกดีขึ้น...ตกกลางคืน ภาดากลับมาพบแจ่มอยู่ตรงที่น้องทรายมักจะรอเขาก็แปลกใจ รีบถามว่าน้องทรายเป็นอะไรหรือเปล่า ทันใด น้องทรายเข็นรถออกมา

    "น้องทรายอยู่หลังบ้าน พอได้ยินเสียงรถก็เลยแวะไปกดอุ่นนมให้"

    แจ่มจึงบอกว่าจะไปเอาแก้วนมมาให้ ภาดายิ้มโล่งใจ ที่น้องทรายไม่เป็นอะไร แต่น้องทรายพยายามที่จะเชื่อมั่นในตัวภาดา...ภาดาอุ้มน้องทรายขึ้นบนห้องเหมือนทุกวัน

    "คุณชายทำงานเหนื่อยไหมคะวันนี้" น้องทรายหยั่งเชิงถาม

    "ก็วุ่นวายอยู่ค่ะ ไหนบอกจะเรียกพี่ชายแล้วไง กลับไปเรียกคุณชายอีกแล้ว"

    "แล้วตอนเย็นทานข้าวที่ไหนคะ ทานกับคุณอริณหรือเปล่า" น้องทรายเสียงสั่น

    ภาดาตอบตามจริงว่าเปล่า แต่แปลกใจเธอถามทำไม

    น้องทรายรีบกลบเกลื่อนแค่ถามดู ภาดาจึงย้อนถามเธอบ้างว่าทานอะไรเมื่อเย็น น้องทรายตอบเศร้าๆ

    "พี่แจ่มทำข้าวผัดค่ะ อาหารของคนพิการไม่อร่อยหรอกค่ะ หมอห้ามนั่นห้ามนี่ กินเพื่ออยู่ กินให้มันจบๆ อยู่ให้ มันจบๆ"

    "พูดอะไร ไม่เห็นเพราะเลย เป็นอะไรไปคะวันนี้"

    "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณชายมาเหนื่อยๆกลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ"

    ภาดามองน้องทรายแปลกๆ สายตาเธอเหมือนกำลังตัดพ้อ...

    ooooooo

    ด้านโฉมพิไล ยังคงวางแผนบีบน้องทรายต่อไป คราวนี้ต้องมีผู้ช่วย และคนคนนั้นต้องเลวสุดขั้ว ภีมกับเฉลาถามว่าเป็นใคร โฉมพิไลยิ้มแล้วตอบว่า คนนั้นคือเฉลิมชัย "พี่เหลิมจะเป็นตัวแทนของฉัน รับรองว่าทุกคนในบ้านนั้น ถ้าได้เห็นพี่เหลิมจะต้องเกรงใจ เพราะฉะนั้น พี่เหลิมจัดการได้เต็มที่"

    เฉลิมชัยเดินเข้าบ้านวัชรเวศม์ สำรวจรอบบ้านอย่างพึงพอใจในความโอ่อ่า พอดีเจออัมพรกับอำนาจที่เพิ่งกลับ

    เข้ามาจึงโบกมือทักทายอย่างสนิทสนม อัมพรมองรู้สึกหน้าคุ้นๆ อำนาจจำได้ว่าคือพี่ชายโฉมพิไล อัมพรสะดุ้งถามว่าโฉมพิไลส่งมาหรือ

    "ถะ...ถูกต้องแล้วคร้าบ เพื่อปฏิบัติการเอาอุบะเพชรโดยเฉพาะ" เฉลิมชัยชี้นิ้ว

    อัมพรพอรู้แผนการของโฉมพิไลอยู่บ้าง อำนาจไม่

    เห็นด้วยแต่ทำอะไรไม่ได้ อัมพรจึงปล่อยให้เฉลิมชัยทำอะไร

    ตามสบาย ตัวเธอเดินขึ้นห้องพักผ่อนไม่ยุ่งเกี่ยว

    "คุณหญิงไปแล้ว คุณน้าจะอยู่ทำไมครับ ยังไงผมก็เป็นเหมือนลูกหลานในบ้านนี้อยู่แล้ว คุณน้าจะทำอะไรก็ไปเถอะครับ ผมนั่งเล่นนอนเล่นทักทายคนในบ้านบางคนเสร็จเดี๋ยวก็กลับ"

    "อ้อ หรือจ้ะ งั้นเชิญตามสบาย"

    เฉลิมชัยเอื้อมมือไปจับปากการาคาแพงที่โชว์ในกล่องขึ้นมาดูๆ แล้วเหน็บใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองหน้าตาเฉย "ตามสบายแท้แน่นอน อันนี้สวยจัง แพงไหมเนี่ย มีหลายอัน ขออันนะครับ"

    "เอ้อ  ตามสบายจริงๆด้วย  เอาเถอะจ้ะเอาไปก็ได้  น้าไปนะ" อำนาจอึ้งในความหน้าด้าน

    เฉลิมชัยเดินหาเป้าหมายของเขาต่อไป และแล้วก็มาเจอน้องทรายกับสีเงินนั่งเล่นอยู่ในสวน เขาตะลึงในความงามของเธอ "เฮ้ย คนหรือนางฟ้าวะเนี่ย สวยอย่างนี้นี่เอง  มิน่ายัยโฉมถึงโวยวายเป็นบ้าเป็นหลัง"

    เฉลิมชัยถือวิสาสะเดินเข้ามาใกล้ๆ "อุ๊ย นี่เราคงตายไปแล้ว ไม่ตายจะเจอนางฟ้าได้ยังไง"

    น้องทรายตกใจถามว่าเขามาหาใคร เฉลิมชัยแนะนำตัวว่าเขาเป็นเพื่อนภาดา แล้วเขาก็จาบจ้วงยื่นมือไปจับสีเงินที่มือน้องทราย สีเงินกระโดดข่วนเขาทันที น้องทรายห้ามไม่ทันตกใจรีบถามว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า เฉลิมชัยแกล้งเจ็บมาก ยื่นหน้ามาใกล้น้องทรายแล้วชี้ไปหลายจุดว่าเจ็บจนมาถึงหัวใจ เขาจับมือเธออย่างลวนลาม น้องทรายตกใจพยายามดึงมือออก

    "ผมล้อเล่นน่ะ ไปเดินเที่ยวกันดีไหมครับ"

    "น้องทรายเดินไม่ได้ ต้องรอพี่แจ่ม"

    "เดินได้ผมไม่ชวนหรอกครับ เดินไม่ได้สิดี จะได้ไม่มีแรงขัดขืน มาครับผมเข็นไปเอง"

    "เอ้อ เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว" น้องทรายพยายามฝืนไม่ไป มองหาคนช่วย

    เฉลิมชัยฝืนเข็นเธอไปและพูดคุย "แหม สวนสวยใหญ่ โตกว้างขวาง มันน่ามานอนเล่นเดินเล่นที่บ้านนี้สักเดือนสองเดือน"

    "ตรงนี้ไกลคนไปหน่อยนะคะ กรุณาเข็นออกไปที่หน้าบ้านได้ไหมคะ"

    "เอ๊า...ก็ผมชอบที่เงียบๆ เอ๊ะนั่น! ทองคำแท้ไหมครับสวยดี" เฉลิมชัยคว้าข้อมือน้องทรายมาลูบสร้อยข้อมืออย่างแต๊ะอั๋ง

    น้องทรายตกใจพยายามดึงมือออก เฉลิมชัยสรุปเองว่าต้องเป็นทองแท้แน่เพราะลูกสาวเศรษฐีระดับร้อยล้านจะใส่ ของปลอมได้อย่างไร น้องทรายร้องเรียกแจ่ม เฉลิมชัยพยายามจะถอดสร้อยขอยืมใส่ เธอจึงร้องตะโกนให้คนช่วย "ปล่อยค่ะ ปล่อย... พี่แจ่มขา พี่แจ่ม"

    "นี่คุณทำอะไรน่ะ" อริณโผล่เข้ามาส่งเสียงดัง

    น้องทรายร้องให้ช่วยเธอด้วย  "คุณอริณ ช่วยด้วย

    คนคนนี้เขาบอกว่าเป็นเพื่อนคุณชาย คุณอริณรู้จักไหมคะ"

    อริณส่ายหน้าไม่รู้จัก เฉลิมชัยรีบบอกว่าเขารู้จักอริณ แล้วเข้าไปกระซิบว่าเขาเป็นพี่ชายโฉมพิไล อริณตกใจพูดไม่ถูกกลัวน้องทรายรู้ความจริง เฉลิมชัยยิ่งกร่าง อริณจึงเฉชวนให้ไปคุยที่สวนหน้าบ้านจะดีกว่า แล้วเข้าไปเข็นรถน้องทราย เธอถาม เขาว่าตกลงรู้จักไหม อริณตอบแต่เพียงว่าไม่มีอะไร ไม่ต้องกลัว...เวลาผ่านไป ทั้งสามนั่งเผชิญหน้ากัน เฉลิมชัยทนไม่ไหว

    "นี่คุณจะนั่งนี่ดูเราคุยกันสองคนหรือ"

    "ผมก็มีเรื่องคุยกับคุณน้องทราย   ผมยังให้คุณนั่งอยู่ ด้วยเลย"

    เฉลิมชัยจึงแกล้งบอกว่าหิวน้ำ จงใจให้อริณไปเอา น้องทรายเรียกอริณไว้ เฉลิมชัยแย้ง "อย่าห้ามคุณอริณเขาเลย คุณอริณเขาต้องตามใจผมอยู่แล้ว เพราะเขากลัวผมปากพล่อย เขารู้ดีถ้าผมอารมณ์ดีผมก็จะไม่พูดมาก แต่ถ้าไม่มีคนตามใจ ผมอาจจะงอแงเกเร ใช่ไหมครับคุณอริณ"

    เป็นอย่างนั้นจริงๆ อริณจึงบอกน้องทราย "ผมไปไม่นานหรอกครับ"

    น้องทรายนั่งตัวลีบก้มหน้าหวาดๆ เฉลิมชัยแกล้งถามว่ากลัวอะไรเขา เขาแค่ล้อเล่น แล้วเหลือบเห็นแหวนที่นิ้วเธอ ก็ยื่นมือไปจับหมับ "แหวนเพชร แหวนแต่งงานใช่ไหมครับ  ฮู้ย...พวกคนรวยนี่ นี่ขนาดแต่งงานเล่นๆ ไม่ได้ตั้งใจนะ ยังลงทุนซะขนาดนี้ น้ำง้ามงามไม่ต่ำกว่าสามสี่แสนนะเนี่ย"

    "คุณคะ ปล่อยมือน้องทรายก่อนค่ะ ปล่อยสิคะ" น้องทรายพยายามดึงมือออก

    เฉลิมชัยยิ่งลวนลามไม่ปล่อย น้องทรายร้องลั่นเรียกแจ่มและอริณ สมิตโผล่มาจากไหนไม่รู้กระชากคอเฉลิมชัยแล้วชกเปรี้ยงลงไปกอง เฉลิมชัยโวย "เฮ้ย! นี่แกเป็นใครวะ"

    "ฉันชื่อสมิต แล้วแกล่ะ...ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ชอบลวนลามผู้หญิงอย่างแกเข้ามาได้ยังไง"

    อริณวิ่งมาพร้อมแก้วน้ำ ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น สมิตคิดว่าพวกเดียวกับเฉลิมชัยจึงชกเปรี้ยงเข้าให้ น้องทรายตกใจ "ตายแล้ว! คุณอริณ พี่สมิตนี่คุณอริณ เขาเป็นเพื่อนน้องทราย"

    "ไม่รู้ล่ะ ผู้ชายแปลกหน้าสองสามคน จู่ๆเข้ามาหาน้อง ทรายถึงในบ้านได้ยังไง หายไปไหนกันหมด ปล่อยให้น้องทรายอยู่กับคนแปลกหน้าได้ยังไง"

    เฉลิมชัยโวยวายว่าเขาไม่ใช่คนแปลกหน้า เขาเป็นเพื่อน ภาดา สมิตไม่สนใจคนเลวชอบลวนลามผู้หญิงต้องเจอคนอย่างเขา อริณพยายามห้ามให้พูดกันดีๆ น้องทรายเป็นห่วงชื่อเสียงสมิต "พี่เป็นบุคคลสาธารณะ มีเรื่องไป คนที่เสียชื่อคือพี่เองนะคะ"... เฉลิมชัยจึงนึกได้...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:27 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์