ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลื่อมพรายลายรัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เลื่อมพรายลายรัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ ห้องจัดเลี้ยงหรูหราในโรงแรมชั้นหนึ่ง แสงสีมะลังมะเลืองเนืองแน่นไปด้วยแขกเหรื่อและผู้มีเกียรติที่มาในงาน...เสียงปรบมือดังกราวใหญ่ เมื่อพิธีกรเริ่มกล่าวถึงเจ้าของงานผู้ได้รับเลือกเป็น "Man of the year" คือนายกัมปนาท รังสฤษฎ์ ด้านหลังมีจอยักษ์ฉายให้เห็นถึงชีวิตและงานของกัมปนาท ทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานของเขา...

ตอนที่ 2



สายวันใหม่ นิคกี้กับแป้งร่ำมีนัดเล่นน้ำสงกรานต์ กับเพื่อนหนุ่มต่างชาติสองคน ขณะทั้งหมดกำลังสนุกเต็มที่บริเวณถนนข้าวสาร พวกนายเริงพากันเข้ามาป่วน ทั้งที่วันนี้นายเริงควรจะอยู่ร่วมงานศพของพ่อที่วัด นายเริงมาพร้อมตอยและเดียร์   พอได้ยินนิคกี้พูดเปรียบเทียบระหว่างเขากับนายแสนพี่ชายที่นิสัยต่างกัน ลิบลับ  นายแสนเป็นสุภาพบุรุษ  แต่นายเริงเป็นกุ๊ย...
นายเริงฉุนขาดจะ เอาเรื่องนิคกี้ จึงเกิดชุลมุนวิ่งไล่กวดกันฝุ่นตลบ

ขณะเดียวกันนั้น นายแสนกับพวกญาติๆกำลังจะออกจากบ้านไปงานศพนิจศีล ยกเว้นกัมปนาทคนเดียวที่ไม่ไป แถมยังดูแช่มชื่นอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

"ที่ จริงฉันก็อยากไปงานศพนะ ไปดูหน้านังนิมมาน ดูซิว่ามันยังจะผยองอยู่อีกไหม...หน็อย เข้ามาทำลายงานฉัน กรรมมันเลยตามทัน แลกกับชีวิตน้องมันทั้งคน ฮ่ะๆ"

แสนยากรหน้าเครียด ฆรณีหน้าตายังบอบช้ำจากการร้องไห้ กัมปนาทเห็นแล้วขัดตาขัดใจ ย้ำกับน้องสาวว่า

"พวกแกจะไปก็ได้ แต่ให้ไปในนามของเธอนะยายณี ไม่ใช่ในนามของรังสฤษฎ์"

"ณีทราบค่ะ"

"อ้อ ฝากถ่ายรูปนังนิมมานมาด้วย อยากเห็นนักว่ามันจะแก่ลงไปอีกกี่ปี"

กัมปนาท เดินยิ้มร่าไปแล้ว นายแสนถามหานายเริงทันที

"นายเริงล่ะครับอาณี"

"นาย ทมบอกว่าออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว"

"คงไปแถวข้าวสารอีกละมัง" บันลือเดาถูกเผง...รังสิมาเสริมขึ้นว่าวัดอยู่ใกล้ย่านนั้น คุณเริงอาจจะแวะไปที่วัดก็ได้ จากนั้นทั้งกลุ่มออกไปขึ้นรถ นายแสนกับแฟนสาวรังสิมาเดินคุยกันรั้งท้าย

"เป็นไงบ้างคะ"

"เหนื่อย น่ะครับ มีแต่คนแรงๆกันทั้งนั้น คุณนิมมานนั่นก็พอๆกับพ่อผมนั่นแหละ เฮ้อ เมื่อไหร่จะเลิกคิดแค้นกันเสียที" นายแสนพูดจบจะแยกไปขึ้นรถที่ทมรออยู่ รังสิมาข้องใจทำไมแสนต้องแวะไปออฟฟิศอีก แสนบอกว่าตนมีงานนิดหน่อย รังสิมาจึงเตือนให้ระวังเรื่องรถ เพราะที่วัดไม่มีที่จอดรถ แล้วแถวนั้นก็ใกล้ย่านข้าวสาร ระวังจะถูกสาดน้ำเหมือนเมื่อคืน...

ooooooo

แป้ง ร่ำกับนิคกี้และเพื่อนหนุ่มต่างชาติวิ่งหนีกลุ่มนายเริงเข้ามาถึงเขตวัด เจอนิมมานกับเรวัติกำลังดูแลความเรียบร้อยงานศพนิจศีล นิคกี้เกือบจะได้เห็นรูปพ่อที่ตั้งในศาลา แต่วิ่งเฉียดไปอีกทาง นิมมานเห็นกลุ่มหนุ่มสาววิ่งพรวดผ่านเข้ามาจึงบ่นอย่างเอือมระอา โดยเฉพาะสาวไทยและสาวลูกครึ่งหน้าตาดี แต่ไม่น่าทำตัวแย่ ปล่อยเนื้อตัวให้ฝรั่งกอดอย่างไม่มียางอาย
นิมมานบ่นไปโดยไม่รู้ว่าสาว ลูกครึ่งคนนั้นคือหลานของตน แต่นิคกี้จำคุณป้าได้ แม้ท่านจะไม่เคยเห็นเธอมาก่อน แต่เธอรู้จักคุณป้าเจ้าระเบียบหัวโบราณคนนี้ จังหวะที่แป้งร่ำประจันหน้าแล้วถูกนิมมานอบรมสั่งสอนชุดใหญ่ แป้งร่ำไม่พอใจอย่างแรง ยอกย้อนนิมมานดุเดือด นิคกี้ต้องลากเพื่อนออกไปโดยเร็ว

ส่วนนายเริง ตอย และเดียร์ยังวนเวียนหาพวกนิคกี้อยู่นอกวัด แล้วเดียร์ก็นึกได้ว่าวัดนี้ตั้งศพนิจศีลพ่อนายเริง

เดียร์จึงบอกนาย เริงว่า ได้เวลาไปงานศพแล้ว แต่นายเริงยังอยากจะหานิคกี้ให้เจอ เขาข้องใจว่าทำไมแม่คนนี้ถึงรู้เรื่องครอบครัวของเขานัก นายเริงจึงป้วนเปี้ยนตามหากลุ่มของนิคกี้ต่อไป

ภายในศาลาตั้งศพ นิจศีล เนืองนิตย์เพิ่งกลับจากคอนโดฯนิคกี้ หลังแวะไปหาหลานสาวเพื่อจะบอกข่าวร้ายเรื่องพ่อ แต่ ต้องผิดหวังกลับมา ได้แต่ฝากข้อความไว้กับแม่บ้านให้นิคกี้ติดต่อกลับอาเนืองนิตย์ด้วย...

"ว่า ยังไงเรื่องยายนิคกี้" นิมมานถามทันทีที่เนืองนิตย์ เดินมานั่งรวมกลุ่ม

"ไป ที่คอนโดฯแล้วครับ แต่ไม่อยู่ มือถือก็ติดต่อไม่ได้"

"เออดี พ่อตายทั้งคน หายหัวไปไหนไม่รู้ เด็กฝรั่งมังค่าปล่อยให้มาเที่ยวคนเดียวแบบนี้มันก็ไม่แคล้วไปใจแตกกับ ผู้ชาย แล้วนี่หน้าตามันเป็นยังไง เหมือนพ่อหรือเหมือนแม่ฝรั่งของมัน"

"ได้ มาอย่างละครึ่งนะครับ"

"สวยไหม"

"ครับ...สวยมาก"

"ถ้า สวย ก็คงเสียเนื้อเสียตัวไปแล้วละ"

เนืองนิตย์พยายามข่มอารมณ์ นิมมานมองหน้าเนืองนิตย์ นิ่งจนเนืองนิตย์ต้องหลบสายตา

"มีอะไรที่ ยังปิดบังฉันอยู่อีกรึเปล่า"

"ไม่มีครับ"

"ต่อไปนี้ต้อง รายงานฉันเรื่องยายนิคกี้ตลอดเวลา เจอตัวเมื่อไหร่พามาพบฉันทันที"

เนืองนิตย์ รับคำแล้วมองเลยไปเห็นกลุ่มของฆรณี บันลือ รังสิมา ที่กำลังเดินตรงเข้ามา

"พวก รังสฤษฎ์มาแล้วครับ"

นิมมานคอแข็งทันใด มองไปที่กลุ่มนั้นด้วยแววตาเย็นชา

ooooooo

ย่านบางลำพู แสนยากรในชุดสูทดำหรูเนี้ยบ เดินหลบฝูงชนที่เล่นสงกรานต์กันครึกครื้นข้ามถนนมาอีกฝั่ง เจอกลุ่มของแป้งร่ำ นิคกี้ กับหนุ่มต่างชาติสองคนเดินกินไอติมอย่างสบายอารมณ์ แสนยากรแอบเดินตามมาห่างๆอย่างสนใจ ได้ยินนิคกี้ชวนทุกคนไปลงเรือล่องเจ้าพระยา ดินเนอร์กันเย็นนี้ โดยนิคกี้ขอเป็นเจ้ามือเอง ทุกคนเลยวู้ว้าวรื่นเริงกันใหญ่

แสนยากร เดินตามสังเกตพฤติกรรมของทุกคน แต่แล้วเสียงดังมาจากเบื้องหลังทำให้แสนยากรสะดุ้ง ก่อนรีบหลบหันเข้าร้านข้างทางทันที

"ฉันได้ที่อยู่ยายนิคกี้มาแล้ว นี่คอนโดฯนี่" นายเริงชูกระดาษอวดเพื่อน

"แกไปหามาได้ยังไงวะ" ตอยสงสัย

"ไม่ยาก ก็แอบถามคนในร้านยายแป้งร่ำน่ะซี"

"นี่มัน อยู่คอนโดฯริมแม่น้ำ ใกล้ๆแค่นี้เอง อยู่หรูเสียด้วย" เดียร์พูดจบ ตอยเสริมทันทีว่า แบบนี้มีคนเลี้ยงแน่ๆ

"เฮ้ยๆ พูดปุ๊บก็เจอปั๊บ" นายเริงชี้มือไปยังกลุ่มนิคกี้"โน่นไง ยายนิคกี้ จัดการ"

ทั้งสาม วิ่งไปล้อมนิคกี้ แสนยากรเห็นดังนั้นรีบวิ่งตามไป...นั่นเองเป็นเหตุให้แสนยากรเสื้อผ้าเลอะ เทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยแป้งของนิคกี้ ทั้งที่เธอไม่ได้ตั้งใจ แต่มันชุลมุนกันจนไม่รู้ใครเป็นใคร นิคกี้แสดงความรับผิดชอบด้วยการชวนแสนยากรไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง ทั้งคู่นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามกันไปโดยที่คนอื่นๆไม่มีใครรู้เห็น...

ทันที ที่เข้าห้องอันหรูหราของนิคกี้ แสนยากรมองสำรวจไปทั่วอย่างประเมินราคา

"อยู่ คนเดียวเหรอ"

"ตอนนี้อยู่คนเดียว ทำไมเหรอ" ถามเสร็จเห็นสายตาของเขา นิคกี้รู้ทันจึงแกล้งอย่างนึกสนุก "อ๋อ...แขกอาหรับน่ะเป็นนายทุนให้ ตอนนี้กลับไปหมดแล้ว แย่เลย กำลังหานายทุนใหม่อยู่เนี่ย...ไงคะ อยากเป็นนายทุนคนใหม่ให้ฉันไหม" นิคกี้ไม่พูดเปล่า เดินยิ้มหวานเข้าหาเขา

"นี่ แผนของเธอใช่ไหมที่พาฉันมาที่นี่" นายแสนพูดพร้อมกับถอยหนี

"แหม คนเรื่องเยอะอย่างคุณมันก็ต้องวางแผนกันบ้าง เอาละ ได้เวลาแล้ว ถอดเสื้อผ้าสิคะ"

"เธอพูดอะไร"

"ก็แก้ผ้าน่ะสิคะ"

"นี่...นี่ อย่านะ อย่ามาใช้แผนตื้นๆแบบนี้กับฉัน ฉันไม่ได้ปลื้มเธอแม้แต่นิดเดียว นี่ไม่ได้หวังแค่จะให้ฉันเป็นนายทุน กะจะแบล็กเมล์กันด้วยใช่ไหม"


"โอ๊ย...ฉันบอกให้ถอดเสื้อออกมา จะเอาไปซัก"

แสนยากรนิ่งไป มองหน้านิคกี้ก่อนเอ่ยปากขอใช้ ห้องน้ำ นิคกี้ชี้มืออย่างรำคาญ แล้วส่ายหน้าขำๆ ที่เห็นเขาแทบจะวิ่งผลุบเข้าไปในห้องน้ำ...สักครู่เสียงนายแสนตะโกนขอผ้าขนหนูหรือเสื้อคลุมก็ได้ นิคกี้ตอบกลับว่า เตรียมไว้ให้แล้ว แต่นายแสนบอกหยิบให้หน่อยได้ไหม นิคกี้จึงเปิดประตูผลัวะ นายแสนใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงบ๊อกเซอร์ ถึงกับร้องเฮ้ย พลางหยิบเสื้อกางเกงมาปิดเนื้อตัว

"คุณเข้ามาทำไม"

"ก็เอาผ้าขนหนูมาให้คุณ"

"โธ่ ผมกำลังจะบอกว่าวางไว้หน้าประตู ผมหยิบเอง คุณถือวิสาสะเข้ามาทำไม ผมโป๊"

"ใครจะไปรู้ว่าคุณจะถอดกางเกงด้วย"

"มันเลอะทั้งเสื้อทั้งกางเกงนะคุณ"

"ไม่เป็นไรหรอก คุณใส่บ๊อกเซอร์ ไม่โป๊หรอกน่ะ"

"คุณรีบออกไปเลย เอ้านี่" เขายื่นกางเกงกับเสื้อให้ แล้วนึกได้ดึงกลับมาปิดท่อนล่างอีก "คุณหันไปก่อน"

"โอ๊ย เรื่องเยอะจัง ฉันไม่ได้อยากดูนักหรอกน่า" นิคกี้ เบือนหน้าไปทางอื่น พอรับเสื้อผ้ามาแล้วอดทำทะเล้นไม่ได้ "แหม...แต่กล้ามสวยนะคะ"

นายแสนสะดุ้ง ยกมือขึ้นปิดอกตัวเองอย่างเคอะเขิน นิคกี้เดินหัวเราะร่วนออกไป

"ผู้หญิงอะไร ก๋ากั่น" นายแสนงึมงำ...

นิคกี้เอาเสื้อผ้านายแสนส่งให้ป้าเขียวตรงหน้าห้อง ป้าเขียวนึกได้บอกว่า อานิตย์มาหาคุณแต่เช้า ท่าทางกังวลมาก บอกให้คุณโทร.กลับหาท่านด่วน นิคกี้รับรู้ แล้วกำชับป้าเขียวช่วยจัดการเสื้อผ้าชุดนี้ภายในสามสิบนาที

นายแสนออกจากห้องน้ำด้วยท่าทีกระมิดกระเมี้ยน นิคกี้กลับเข้ามาเห็นกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ขำที่เขานุ่งผ้าขนหนูเหมือนมินิสเกิร์ต

"บอกตามตรงนะ ที่ผมตามคุณมาเนี่ย เพราะอยากรู้ว่าคุณไปมีเรื่องกับนายเริงได้ยังไง และทำไมคุณรู้จักครอบครัวผมดีนัก"

"ฉันอธิบายไปแล้ว หนุ่มไฮโซอย่างพวกคุณออกสื่อทุกวัน ทำไมฉันจะไม่รู้จัก"

"ผมไม่ใช่ดารา คุณอย่าโกหก บอกความจริงมา รู้จักตระกูลผมได้ไง"

"แหม คุณแสนคะ อาชีพฉันน่ะเขาเรียกว่าเซเลบริตี้ ฮันเตอร์ หนุ่มโสดไฮโซไม่รอดสายตาหรือกรงเล็บฉันไปได้หรอก" นิคกี้เดินเข้าประชิดโอบรอบคอเขาอย่างยั่วยวน นายแสนถึงกับยืนตัวเกร็ง "นะคะ ถ้าคุณตกลงปลงใจกับฉันซะวันนี้ รับรองว่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตคุณเลยค่ะ"

"ปล่อยผม" นายแสนถอยหนีกระโดดไปมุมห้อง "คิดแล้ว ว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบนี้เอง ผมไม่น่าหลงเข้ามาที่ห้องคุณเลย อ๊ะๆ อย่าเข้ามานะ"

"คุณแสนคะ นิคกี้กำลังลำบากจริงๆนะ ตั้งแต่อารักข่านทิ้งนิคกี้ไป นิคกี้ไม่มีนายทุนเลยล่ะค่ะ ห้องนี้ค้างค่าเช่ามาสองเดือนแล้วนะคะ ช่วยนิคกี้ด้วย"

"อย่าเข้ามาใกล้ผม ยืนห่างๆอย่างนั้นละ" นายแสนหยิบโทรศัพท์มือถือ นิคกี้ยังเล่นสนุกไม่เลิก ขอร้องเขาอย่าเรียกตำรวจ เธอถูกตำรวจจับไปสองรอบแล้ว...นายแสนทั้งกลัวทั้งระอา โดดแผล็ววิ่งไปหนีเข้าห้องนอนทันที นิคกี้ หัวเราะฮึๆ เดินตามมาเคาะประตู โดยไม่รู้ว่าหน้าห้องตรงทางเข้ามีชายชุดดำผลุบเข้าประตูมาแอบมองเธอด้วยสายตาคมกริบน่ากลัว

นายแสนไม่ยอมเปิดประตูห้องนอน ใช้โทรศัพท์มือถือโทร.ติดต่อรังสิมา บอกว่าตนโดนน้ำสาด วานรังสิมาช่วยโทร.หาโดมให้ส่งชุดสูทดำกับกางเกงมาที่วัด

"เดี๋ยวค่ะ แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน"

"ผมอยู่ที่..." นายแสนชะงัก...นิคกี้เคาะประตูระรัว ทั้งตะโกนลั่น

"คุณแสน ไม่เปิดฉันพังประตูเข้าไปจริงๆนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน"

"แสนคะ เสียงผู้หญิง คุณอยู่ที่ไหนน่ะ" รังสิมาถาม... นายแสนอึกอัก แล้วตัดสายอย่างรวดเร็วจนรังสิมาเรียกไม่ทัน ได้แต่ถอนใจ สงสัยว่าแฟนหนุ่มอยู่ที่ไหนกันแน่?

พอรังสิมาจะเดินกลับศาลา สายตาเหลือบไปเห็นพวกนายเริงดาหน้าเข้ามา เนื้อตัวหัวหูเปียกทั้งน้ำและแป้งมอมแมมราวกับลูกหมาตกน้ำ ในมือทุกคนมีปืนฉีดน้ำกับกระป๋องแป้งเพียบ

รังสิมาตกใจรีบก้าวตามพวกนั้นเข้าไปในศาลา กลุ่มนิมมานและกลุ่มของฆรณีนั่งไม่ติด โดยเฉพาะนิมมานลุกพรวดเอาเรื่องนายเริงที่แสร้งทำท่านบน้อมสวัสดีคุณป้า นายเริงเมามาด้วย เขาตัดพ้อต่อว่าคุณป้าไม่รัก แล้วจะกอดคุณป้า นิมมานทนไม่ไหวตบหน้านายเริงฉาดใหญ่ เท่านั้นเองงานก็ปั่นป่วน นายเริงตะโกนด่านิมมานไม่ไว้หน้า เรวัติเลยตะบันหน้าไปอีกหมัด ฆรณีร้องกรี๊ดตกใจ ขอร้องนายเริงอย่าก่อเรื่อง คนอื่นก็พลอยแตกตื่น รวมทั้งแขกที่มาฟังสวดศพต่างลุกฮือเมื่อนายเริงกับเพื่อนอีกสองคนฉีดน้ำกระจายไปทั่ว

ท่ามกลางความโกลาหล เรวัติชกหน้านายเริงไปอีกหลายหมัด นายเริงไม่ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว ตอบโต้ทั้งที่เมาๆ กอบัวกับโดมเพิ่งมาถึงนึกว่ามาผิดงาน งานศพหรืองานสงกรานต์กันแน่ ฆรณีร้องลั่นให้สองคนที่เพิ่งมาช่วยเข้าไปห้ามนายเริง คราวนี้เลยวุ่นวายเอ็ดอึงกันใหญ่...

ooooooo

ในห้องนิคกี้...นิคกี้อ่อนใจที่นายแสนไม่ยอมเปิดประตูห้องนอน เธอขี้เกียจรอ เข้าไปอาบน้ำอยู่พักหนึ่ง พอกลับออกมาเธอเห็นนายแสนหลับฟุบอยู่กับพื้น แปลกใจว่าแค่กินกาแฟที่เธอต้มไว้ให้ทำไมถึงหลับได้ขนาดนี้...กำลังจะปลุกเขา จู่ๆก็มีของหนักฟาดโครมเข้าหลังคอ นิคกี้ถึงกับทรุดฮวบ แล้วชายชุดดำก็รีบเอาผ้าในมือปิดปากปิดจมูกนิคกี้ เพียงชั่วครู่นิคกี้ก็หมดแรงดิ้น หมดสติเพราะฤทธิ์ยาสลบ

ส่วนที่วัด พวกฆรณีลากนายเริงออกมาที่ลานจอดรถ จะให้นายเริงกลับบ้านหลังโดนไปหลายหมัด แต่นายเริงยังไม่สิ้นฤทธิ์ ชวนตอยกับเดียร์วิ่งหนีไปอีกจนได้ ฆรณีเหนื่อยใจ หนักใจ  ให้ทมช่วยตามนายเริงไปที  จากนั้นก็ให้รังสิมาโทร.บอกนายแสนด้วยว่าไม่ต้องมาแล้ว รังสิมาพยายามติดต่อมือถือนายแสน แต่ไม่มีใครรับสายเลย

ก่อนขึ้นรถ บันลือไปเข้าห้องน้ำแล้วบังเอิญเจอเรวัติ สองคนดูเป็นมิตรกันอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่อยู่กันคนละฝ่าย...

ด้านแป้งร่ำกับเพื่อนหนุ่มต่างชาติสองคนที่ไม่รู้ว่านิคกี้พลัดหลงหายไปทางไหนตอนชุลมุนที่ถนนข้าวสาร แป้งร่ำห่วงนิคกี้จึงชวนเพื่อนมาดูที่คอนโดฯ ปรากฏว่ามาเจอพวกนายเริงกำลังข่มขู่คาดคั้น รปภ. จะเข้าไปข้างในให้ได้

สองฝ่ายเกิดโต้คารมกันอีก ก่อนที่พวกนายเริงจะเป็นฝ่ายล่าถอยไปตั้งหลัก เพราะกลัวไอ้หนุ่มร่างยักษ์เพื่อนต่างชาติของแป้งร่ำ

ด้านนิคกี้กับแสนยากร เวลานี้ทั้งคู่นอนกอดก่ายร่างกายเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง แสนยากรลืมตาอย่างมึนงง พอเห็นนิคกี้ซบอกตนอยู่ เขาลุกพรวด คว้าบ๊อกเซอร์มาใส่แล้วกวาดตาไปทั่วห้อง...นิคกี้เริ่มรู้สึกตัวครางอู้อี้ มึนหัวแทบลืมตาไม่ขึ้น

"ยายสิบแปดมงกุฎ" นายแสนคำราม แล้วหยิบผ้าขนหนูมาพันร่างก่อนกระโดดลงจากเตียง แต่ยังโงนเงนเซไปชนโต๊ะล้มลง นิคกี้ค่อยๆปรือตาขึ้นมอง แล้วนิคกี้ตั้งสติได้ยันร่างขึ้นทันที รีบดึงผ้าห่มคลุมร่าง...น้ำเสียงยังอ่อนแรง

"เกิดอะไรขึ้น...คุณ คุณทำอะไรฉัน"

"ผมไม่ได้ทำอะไรคุณ คุณนั่นแหละมอมยาผม" แสนยากรลุกเดินออกจากห้องนอน นิคกี้รวบรวมกำลังคว้าเสื้อคลุมมาใส่แล้วเดินตามออกมาเห็นนายแสนยืนดูหม้อกาแฟที่ถูกเททิ้งหมดเกลี้ยง "เก่งนี่ ทำลายหลักฐานหมดแล้ว"

"คุณพูดอะไร" นิคกี้สวนทันควัน

"คุณใส่ยานอนหลับในกาแฟนี่ให้ผมกิน"

"จะบ้าเหรอ"

"ถ้าคิดจะมอมยาผมเพื่อให้ผมเป็นคู่นอนกับคุณ แล้วผมต้องรับภาระล่ะก็ อย่าฝันไปเลยนะ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเฉพาะในละครเท่านั้นแหละ"

นิคกี้ยังมึนไม่หาย จับหน้าผากตัวเองพบรอยเลือดแห้งกรัง เธอตกใจร้องลั่น

"นี่คุณทำร้ายฉันเหรอ"

แสนยากรกระชากร่างนิคกี้ขึ้นมาอย่างโกรธๆ

"หยุดที คุณก่อความยุ่งยากให้ผมมากพอแล้ว" พูดไปแล้วเห็นรอยเลือดที่หน้าผากนิคกี้ นายแสนผงะเล็กน้อย ถามว่าไปโดนอะไรมา นิคกี้จึงย้ำว่า เขานั่นแหละตีหัวเธอ นายแสนสีหน้างงงัน แต่ก็ยังมีแก่ใจถามนิคกี้ว่าไหวไหม เขาจะพาไปหาหมอ

"ไหว...แต่..." นิคกี้พูดได้แค่นั้นพลันมีอาการพะอืด พะอม วิ่งโซเซไปอาเจียนในห้องน้ำ แสนยากรตามมาช่วยลูบหลัง เสร็จแล้วตามกันนิคกี้ที่เดินหน้าซีดเซียวกลับออกไป

"เอาละ เพื่อให้เรื่องมันยุติ คุณต้องการค่าเสียหายเท่าไหร่บอกมา"

นิคกี้มองชายหนุ่มอย่างระอาใจ แล้วคิดอะไรขึ้นได้ หันไปมองจุดเกิดเหตุ

"เดี๋ยว...มีใครอยู่กับคุณรึเปล่า ตอนที่ฉันออกมาจากห้องน้ำ"

"ไม่มีใครทั้งนั้น ผมกินกาแฟเข้าไป แป๊บเดียวผมก็หมดสติ"

"ใช่...ฉันเห็นคุณหมดสติ แล้วก็มีคนทุบหัวฉัน ฉันล้มลงไปตรงนี้ แล้วก็โดนผ้ามาปิดปาก จากนั้นทุกอย่างก็ดำมืด"

"จะกุเรื่องว่าตัวเองบริสุทธิ์  แล้วโยนความผิดมาให้ ผมงั้นซี"

"ใช่...นายนั่นแหละที่แกล้งทำเป็นหมดสติ แล้วส่งคน

มาทำร้ายฉัน แล้วนายก็ข่มขืนฉัน อุ๊ย มีนายคนเดียว หรือมีคนอื่นมาหมู่ด้วย"

"นี่คุณ...จะพูดยังไงดี  ไปเอาเสื้อผ้าผมขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย ผมจะไปแล้ว"

"ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง"

"ไม่เอาให้ผม ผมไปเอาเองก็ได้" แสนยากรเก็บนาฬิกา กระเป๋าสตางค์แล้วจะออกจากห้อง นิคกี้ร้องห้ามพร้อมกางกั้นไม่ให้ไป นายแสนเลยดึงนามบัตรออกจากกระเป๋าสตางค์ส่งให้ "ถ้ามีปัญหา ไปคุยกับทนายของฉันได้นะ"

นิคกี้มองกระเป๋าสตางค์ของแสน แล้วดึงมาดู แสนยากรรีบดึงกลับ  นึกว่านิคกี้ต้องการเงิน  แต่เปล่าเลย  นิคกี้แค่จะให้เขานับเงินว่าอยู่ครบหรือเปล่า นายแสนนับเงินคร่าวๆก่อนบอกครบ

"งั้นต้องคุยกันแล้วละ" นิคกี้สรุป แต่นายแสนยังข้องใจว่าจะคุยอะไร? "ก็เรื่องเราแก้ผ้านอนด้วยกัน"

"นั่นยิ่งต้องคุยกับทนายใหญ่เลย"

นิคกี้ยันอกนายแสนไว้ไม่ยอมให้เขาออกจากห้อง แล้วลากเขาไปห้องนอน สำรวจตรวจตราของมีค่าตามตู้ตามลิ้นชักจนทั่ว

"เธอทำอะไร" นายแสนแปลกใจ

"แปลกแฮะ ถ้าเป็นโจรมันก็ต้องปล้น แต่นี่ของมีค่าอยู่ครบทุกอย่าง ถ้ามันไม่ได้ปล้นมันต้องการอะไร แถมจับฉันกับคุณไปนอนเปลือยกันอยู่บนเตียง"

"ไม่มีเหตุผลเลยเรื่องคนร้าย"

"แล้วใครตีหัวฉัน โปะยาสลบฉัน"

"ไม่ทราบครับ เธออาจจะกุขึ้นมาเอง ลาก่อน หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีก"

แสนยากรออกจากห้องทั้งๆที่ใส่บ๊อกเซอร์ นิคกี้ก้าวตามมาถึงหน้าลิฟต์

"นี่...นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ  คุณจะไม่รับรู้ไม่ได้  คุณกับฉันถูกทำร้าย  มีโจรที่ไหนตามล่าหัวคุณอยู่รึเปล่า  พวกมันกำลังสะกดรอยตามคุณอยู่พอดี มันเลยตามมาเล่นงานเราที่นี่ ฉันพลอยซวยไปด้วย"

นายแสนไม่สนใจ กดลิฟต์เร่งแรงขึ้น พอลิฟต์เปิดออก มีหญิงสาวสองนางข้างใน พวกเธออุทานตกใจเมื่อเห็นหนุ่มหล่อในชุดกางเกงบ๊อกเซอร์กับเสื้อตัวกล้าม...นายแสนเอ่ย

ขอโทษเบาๆ แต่ไม่แคร์คำพูดของนิคกี้ที่พยายามจะเอาเรื่อง เพราะเธอเสียหาย เขาทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ...

ที่เคาน์เตอร์ข้างล่าง แป้งร่ำยังป้วนเปี้ยนป้องกันพวกนายเริงย้อนกลับมา พลางก็ซักถามป้าเขียวเรื่องนิคกี้พาผู้ชายเข้ามาที่นี่...ทันใดนั้นเอง พวกนายเริงย้อนกลับมาอีกจริงๆ แป้งร่ำกับ รปภ.ช่วยกันสกัด เกิดทุ่มเถียงกันหน้าดำหน้าแดง นายแสนลงมาเห็นน้องชาย เขารีบหลบมุม แล้วไปเอาเสื้อผ้าจากป้าเขียวมาใส่ จากนั้นก็ยืนครุ่นคิดเรื่องนิคกี้พูดถึงคนร้าย นายเริงอาจคือคนที่ทำร้ายเขากับนิคกี้ก็เป็นได้

ooooooo

หลังจากเหตุการณ์สงบ  แป้งร่ำแผลงฤทธิ์รวมพลังกับ  รปภ.ไล่พวกนายเริงกลับไปหมดแล้ว   และนายแสนก็หลบฉากออกไปแล้วด้วย...แป้งร่ำรีบขึ้นไปหานิคกี้ที่ห้อง คาดคั้นเพื่อนว่าเอาผู้ชายที่ไหนมากก

"เขากลับไปแล้ว"

"อ้าว แล้วมันเป็นใคร แกพามันมาที่ห้องทำไม หล่อมากนักเหรอยะ"

"คนเดิมน่ะ นายแสนยากร รังสฤษฎ์ ที่เราเอาน้ำสาดเขาไง"

"เล่นของสูง แปลกนะ แกเจอรังสฤษฎ์ข้างบน ข้างล่างฉันก็เจออีกรังสฤษฎ์นึง กำลังจะขึ้นมารังควานแกบนห้อง" นิคกี้สงสัยว่าใครกัน...แป้งร่ำลอยหน้าพร้อมกับชูเครื่องช็อตไฟฟ้า "นายเริงฤทธา รังสฤษฎ์ น่ะซี แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจัดการไปเรียบร้อยแล้ว"

"แป้ง...มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกับฉันกับนายแสนยากรเมื่อเย็นนี้"

"เรื่องทำนองสาวข้าวสารประสานรักหนุ่มไฮโซงั้นซี รู้นะ เอาเสื้อผ้าเขามาซักให้ไง...มีจูจุ๊บไหม"

"ไม่ใช่แค่นั้น นอนเปลือยด้วยกันบนเตียงเลยละ"

"ฮ้า...นังนิค แกอย่ามาสะตอ...เฮ้ย จริงป่ะ"

"เรื่องจริง ไม่เท่านั้น มีคนที่สามบุกเข้ามาทำร้ายฉันในห้องด้วย"

แป้งร่ำอึ้งงันเหมือนจะหายใจไม่ออก แล้วหย่อนร่างลง สูดลมหายใจลึกๆ

"เอ้า...เล่ามา เล่ามาให้หมด เรื่องมันเป็นยังไง"

ooooooo

ตอนที่ 3



เสียงหัวเราะของกัมปนาทดังร่วนร่าต่อหน้าน้องสาวน้องชาย รวมทั้งรังสิมาที่กลับจากวัดมาถึงบ้าน...กัมปนาทรู้เรื่องชุลมุนวุ่นวายใน วัด สะใจเป็นบ้าที่นายเริงทำดีก็คราวนี้ แต่ฆรณีแปลกใจว่าพี่ชายรู้ได้ อย่างไร

"อย่านึกว่าฉันไม่รู้ไม่เห็น กุนซือฉันเยอะ ฉันรู้แม้แต่ เรื่องที่มันเอาน้ำผสมแป้งสาดแขกในงาน ฮ่ะๆ ยายนิมมานคงแทบอกแตกตาย เจ้าเริงกลับมาคงต้องตบรางวัลให้สักหน่อย นานๆมันถึงจะทำอะไรเข้าท่าสักที ปกติทำแต่เรื่องเลวๆ"

"นี่ก็ถือว่าเรื่องเลวเหมือนกันละครับ งานศพพ่อนายเริงแท้ๆยังทำได้ แสดงว่าไม่ได้เคารพพ่อตัวเองเลยสักนิด" บันลือเสียงขุ่น

"ยิ่งดีใหญ่ ให้ทุกคนเห็นว่าเจ้าเริงมันไม่ได้ถือว่าไอ้จักราวุธคนนั้นเป็นพ่อมัน"

"แต่ เขาคือพ่อโดยสายเลือดนะคะพี่"

"ไม่จำเป็น" กัมปนาทตวาดฆรณี "แล้วเธอก็เลิกคิดได้แล้วว่ามันเคยเป็นสามีเธอ เป็นพ่อของลูกเธอ มันจบสิ้นไปนานแล้ว"

ฆรณีก้มหน้านิ่งน้ำตารื้น รังสิมาอึดอัดกับบรรยากาศ อยากจะขอตัวกลับ ก็พอดีแสงไฟรถนายแสนสว่างวาบเข้ามา ทมยืนรออยู่หน้าบ้าน พอนายแสนลงรถ ทมถามว่าคุณแสนไปไหนมา พวกเราเป็นห่วงแทบแย่ นายแสนบอกติดธุระนิดหน่อย...รังสิมาเดินออกมาถามอีกคน นายแสนตอบสั้นๆว่า เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

"แล้วทำไมติดต่อไม่ได้ มือถืออยู่ไหน"

"โดนล้วงกระเป๋าน่ะครับ นี่รอผมเหรอ"

"ก็เป็น ห่วงนี่คะ"



นายแสนยิ้มให้แฟนสาวก่อนโอบเธอเดินเข้าบ้าน...

ฝ่ายแป้งร่ำที่ห้องนิคกี้ หลังฟังคำบอกเล่าจากนิคกี้แล้ว แป้งร่ำร้อนใจจนอยู่นิ่งไม่ได้ เดินวนไปวนมา ขณะที่นิคกี้ นั่งนิ่งพยายามสงบสติอารมณ์

"เฮ้ย มันไม่มีอะไรเป็นเหตุเป็นผลเลย ถ้าโจรปล้นทรัพย์ทำไมของมีค่าอยู่ครบ แต่ถ้าเป็นโจรปล้นสวาทก็คงไม่จับแกแก้ผ้าไปนอนกับคุณแสนแบบนั้น โอ๊ย...งง"

"ฉันก็งงอยู่นี่แหละ"

"ยายนิค แล้วแกแน่ใจนะว่าแกไม่ได้เสียทีพลาดท่านายแสนยากรเข้าแล้ว"

"ไม่หรอก นายนั่นก็หมดสติไม่รู้เรื่องเหมือนกัน โอ๊ย เกิดมาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ ฉันจะทำยังไงดี"

"ถ้าแกแน่ใจว่าไม่ได้เสียที...ก็ปล่อยเลยตามเลย แกก็ไม่ได้เสียหายสึกหรออะไรนี่"

"ฉันกลัวน่ะแป้ง ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรร้ายๆรึเปล่า ไม่ใช่ แค่เรื่องนายแสน ยังจะเรื่องนายเริงอีก มันตามมาถึงคอนโดฯได้ยังไง"

"เอ...หรือว่าเจ้าเริงนี่แหละตัวการ มันรู้ว่าแกอยู่ที่นี่นี่หว่า"

"จริงด้วย มันอาจจะยังซุ่มอยู่ข้างนอกก็ได้นะ"

"หรือแอบส่องกล้องเข้ามาทางหน้าต่าง"

สองสาวมองไปรอบๆห้องอย่างระแวดระวัง ทันใดมือถือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ สองสาวหวีดร้องกระโดดเข้ากอดกันกลม ก่อนจะตั้งสติสำรวจมือถือตัวเอง แต่ไม่ใช่แน่ๆ จึงสงสัย ว่าของใครกัน ช่วยกันหาที่มาของเสียง จนไปเจอมันอยู่ใต้โซฟา นิคกี้คาดว่าน่าจะเป็นของนายแสน แป้งร่ำจึงเร่งให้รับเลย

ขณะนายแสนพูดสายกับนิคกี้ รังสิมายกเครื่องดื่มเข้ามาชะงักแอบฟัง

"คิดแล้วว่าต้องเป็นเธอเอาไป" เสียงนายแสนดังมา... นิคกี้ฉุนกึก บอกให้รู้ว่าเขาลืมทิ้งไว้เองใต้โซฟา เธอเพิ่งหยิบออกมา นายแสนจึงขอคืน นิคกี้ให้นัดมาเลย...แต่แล้วเปลี่ยนใจ ไม่อยากเจอหน้าเขาอีก เธอจะเอาไปหย่อนตู้บริจาคตามห้าง แล้วเขาค่อยตามไปเอาคืนเอง นายแสนไม่ตกลง บอกเธอว่าเขามีเรื่องจะต้องคุย เขารู้แล้วว่าใครเป็นคนก่อเหตุ นิคกี้หูผึ่งอยากรู้ว่าใคร

"ไว้เจอกันค่อยเล่า แล้วผมจะนัดมาอีกที" นายแสนตัดสาย หันมาเห็นรังสิมา...รังสิมาทำไม่รู้ไม่เห็น แกล้งถามเรื่องที่นายแสนบอกโดนล้วงกระเป๋า นายแสนจึงอธิบายย้ำเป็นตุเป็นตะ ทั้งที่ไม่เป็นเรื่องจริง รังสิมาได้แต่เก็บความขุ่นข้องใจเอาไว้ด้วยความสงสัย

นอกจากมือถือของนายแสนแล้ว สองสาวยังเก็บกระดุมเม็ดหนึ่งได้ด้วย ซึ่งนิคกี้ตั้งใจว่าต้องเก็บมันไว้อย่างดี...

ส่วนที่บ้านจักราวุธยามนี้ นิคกี้กำลังเป็นประเด็นที่ป้าใหญ่หรือนิมมานอยากรู้ว่านิคกี้ยังอยู่เมืองไทยหรือกลับอเมริกาไปแล้ว เนืองนิตย์ยืนยันว่ายังอยู่ ถ้ากลับก็ต้องรายงานตนกับนายศีลก่อนทุกครั้ง

"มันมาอยู่เมืองไทยเป็นปีๆ แต่เธอไม่บอกพี่สักคำ" นิมมานต่อว่าน้องชาย

"เท่าที่ถามดู เห็นว่าไปๆมาๆเมืองไทยอยู่ตลอดนะครับคุณป้า" เรวัติพูดจบ...สายตาคมกริบของนิมมานตวัดมาที่เขาทันที

"ดีนะ ช่วยกันกับนายศีลปิดบังฉัน"

"พี่ครับ ผมไม่อยากให้นิคกี้มายุ่งวุ่นวายกับชีวิตพี่ น่ะครับ" เนืองนิตย์ให้เหตุผล "นิคกี้เป็นเด็กฝรั่ง ไม่รู้จักธรรมเนียมไทยเท่าไหร่หรอกครับ มาหาพี่ก็มีแต่จะทำให้พี่ไม่สบายใจเปล่าๆ"

"แต่ฉันเป็นป้ามัน ยังไงมันก็ต้องมาแสดงความเคารพฉันบ้าง หมดนายศีลแล้วต่อไปนี้มันต้องอยู่ในความดูแลของฉัน มันเป็นหลานคนเดียวของฉัน อย่าลืม"

เรวัติชำเลืองมองนิมมาน สีหน้าไม่พอใจนัก...เสียงมือถือเนืองนิตย์ดังขึ้นมา เป็นนิคกี้โทร.เข้ามานั่นเอง เนืองนิตย์ จึงมีโอกาสบอกข่าวร้ายพ่อนิคกี้เสียแล้ว นิคกี้รับไม่ได้ร้องกรี๊ดก่อนจะทรุดลงข้างๆแป้งร่ำ...

จากนั้นไม่นาน นิคกี้นั่งรถแป้งร่ำไปหยุดหน้าวัด นิคกี้ อยากกราบศพพ่อ แต่ศาลาปิดประตูไปแล้ว และฝนก็เริ่มโปรยปรายด้วย แป้งร่ำจึงให้นิคกี้กลับก่อน ค่อยมาอีกทีพรุ่งนี้ แต่นิคกี้ไม่ยอม ร่ำไห้ปานจะขาดใจ แล้วก้มลงกราบตรงนอกศาลานั่นเอง

"พ่อคะ หนูกลับมาคราวนี้ หนูสัญญากับตัวเองว่าหนูจะมาอยู่กับพ่อ เราจะไม่ทำตัวเหมือนคนแปลกหน้ากันอย่างแต่ก่อน แต่ทำไม...ทำไมพ่อต้องจากหนูไป" นิคกี้ร่ำไห้คร่ำครวญ แป้งร่ำสะเทือนใจพลอยน้ำตาไหล "พ่อคะ หนูยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อ ทุกอย่างสำหรับเรามันสายไปเสมอใช่ไหมคะ หนูอยากบอกแค่ว่า ไม่ว่าเราจะเหินห่างกันแค่ไหน หนูก็ยังรักพ่อ"

เนืองนิตย์ยืนมองจากมุมหนึ่ง น้ำตาไหลพรากเช่นเดียวกับแป้งร่ำ

นิคกี้ร้องไห้จนอ่อนแรงแทบลุกไม่ไหว เนืองนิตย์ต้องช่วยแป้งร่ำพานิคกี้กลับไปส่งที่ห้องพัก และย้ำแป้งร่ำอย่าลืมบอกนิคกี้ให้ไปสวดศพเย็นพรุ่งนี้ด้วย แป้งร่ำอึกๆอักๆรับปาก พอเนืองนิตย์ออกจากห้อง แป้งร่ำหันมองนิคกี้ที่หลับสนิทบนเตียง แล้วถอนใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจ

"เฮ้อ...งานเข้าแกกับฉันแล้วนังนิคเอ๊ย ป้าแกเคยเจอแกแล้ว แถมเข้าใจว่าแกเป็นหญิงใจแตกมั่วฝรั่ง ส่วนฉันก็ด่าป้าแกไปเต็มๆ อะไรมันจะงานเข้าซ้ำซ้อนแบบนี้วะ"

ooooooo

รุ่งขึ้น นิมมานสั่งการเรวัติเรื่องหนังสืองานศพนิจศีล และอย่าลืมนัดวันกับทนายเทพชัยมาคุยกับตนเรื่องประกาศมรดก ส่วนเรื่องทำความสะอาดเรือนเล็กของนิจศีล ให้เรวัติช่วยบอกอุษาไปทำความสะอาดไว้ด้วย... ประโยคสุดท้ายทำให้เรวัติสีหน้าเปลี่ยนทันที

"คุณท่านคิดว่าจะให้คุณญาณินมาอยู่ที่นี่หรือครับ"

"ก็ต้องอย่างนั้นสิ ฉันต้องทำความรู้จักหลานคนนี้อย่างใกล้ชิดเสียหน่อย"

เรวัติฟังแล้วยิ่งเจื่อน...

ส่วนที่บริษัทรังสฤษฎ์ โดม กอบัว และเพื่อนพนักงานอีกสองสามคนกำลังนั่งล้อมวงเม้าท์กันเรื่องความชุลมุนในงานศพนิจศีลเมื่อคืน แล้วเลยไปเรื่องสงครามความรักความแค้นของสองตระกูลรังสฤษฎ์กับจักราวุธ

"ความขัดแย้งของสองตระกูลน่ะมันเริ่มมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่าแล้ว แต่ตอนนั้นขัดแย้งกันแค่เรื่องธุรกิจ มาบานปลายเข้าก็เมื่อรุ่นคุณลูกนี่ละ คุณฆรณีเกิดไปเรียนมหาžลัยเดียวกับคุณนิจศีลของจักราวุธ แล้วเกิดชอบพอกัน"

"นี่มันหนังเกาหลีเรื่องรักในรอยคั่งแค้นเลยค่ะ" ใฝผู้คลั่งหนังเกาหลีโพล่งขึ้นมา

"นั่นแหละ ตอนนั้นทั้งคุณนิมมานและคุณกัมปนาทขึ้นเป็นหัวเรือใหญ่ ทั้งสองตระกูลก็รับไม่ได้ พยายามกีดกันความรักของทั้งคู่"

"จนคุณฆรณีท้องคุณเริงใช่ไหมคะ"

"นั่นละ สองฝ่ายก็แยกคนทั้งคู่จากกัน คุณเริงกลายเป็น..."

"ลูกไม่มีพ่อ เพราะไม่ได้จดทะเบียน คุณเริงยังใช้ นามสกุลรังสฤษฎ์อยู่"

กอบัวกับใฝรับส่งกันมันหยด โดยไม่รู้ว่าแสนยากรเดินเข้ามาหยุดอยู่ไม่ไกล

"คุณนิจศีลหนีไปอยู่อเมริกา และได้ลูกสาวกับแหม่มชื่อว่าญาณิน ชื่อเล่นอะไรกี้ๆสักอย่างนี่แหละ"

"เห็นว่ามาอยู่กรุงเทพฯนานแล้วนะคะ แต่ยังตามตัวกันไม่เจอ แหม กลายเป็นทายาทสาวลูกครึ่งร้อยล้าน"

"แกเล่าเองเลยไหมยายใฝ รู้ดีกว่าฉันแล้วนี่"

"แหม...ใฝก็เล่าเท่าที่ได้ยินได้ฟังมาน่ะค่ะ"

สองสาวเริ่มแตกคอ แต่โดมหัวเราะเอิ๊กอ๊าก จนเมื่อแสนยากรปรากฏตัว ทั้งหมดหน้าซีดหัวหด นายโดมถึงกับหัวเราะไม่ออก

"สนุกกับประวัติตระกูลฉันพอรึยัง" ทุกคนนิ่งเงียบกริบ "อยากฟังเรื่องสนุกกว่านี้ไหม ไปฟังในห้องไป พี่บัวเชิญด้วยนะครับ"

แสนยากรเดินนำเข้าห้อง กอบัวกับโดมมองหน้ากันงงๆ แต่ก็ลุกตามไป

ooooooo

เวลาเดียวกัน นิคกี้ในชุดดำนั่งอยู่หน้ากระจก แป้งร่ำกำลังบรรจงแต่งหน้าให้เพื่อนรัก

"แป้ง แกแต่งหน้าฉันยังไง ทำไมหน้าฉันซีดกว่าเดิม"

"เขาเรียกเมคดาวน์ แกจะต้องซีดจางบอบช้ำ อ่อนระทวยและทุกข์ตรมกับการสูญเสียพ่อครั้งนี้อย่างใหญ่หลวง"

"ฉันก็ทุกข์จะแย่อยู่แล้วนะ"

"ไม่พอ หน้าแกจะต้องทุกข์กว่าความจริงหลายเท่า"

"เพื่ออะไร"

"คิดดู เดี๋ยวแกจะต้องไปเจอป้าจอมโหดของแก ซึ่งป้าแกจะรู้ความจริงว่าสาวสก๊อยข้าวสารที่กอดอยู่กับฝรั่งคนนั้นคือแก ไม่เท่านั้นแกยังปล่อยเพื่อนสาวสวยอีกคนด่าว่าป้าแกฉอดๆ งานเข้าแกหลายคดี"

"แกไปเป็นเพื่อนฉันนะแป้ง เราไปขอโทษป้าด้วยกัน"

"ไม่ได้...งานนี้เป็นเรื่องของครอบครัวแก แกต้องเผชิญหน้าแต่เพียงผู้เดียว"

"ฉันกลัวน่ะ"

"แกเก่งกล้าสามารถมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ทีอย่างนี้มากลัว"

"นี่ป้านิมมานนะแก ไม่ใช่คนธรรมดา"

"นี่แหละจะพิสูจน์ว่าแกโตแล้วยายนิค แกกำลังจะได้มรดกจากพ่อเป็นร้อยล้าน แกต้องรบรากับคุณป้าไปอีกนาน เริ่มเสียแต่วันนี้ เชื่อฉัน"

เสียงกริ่งประตูดังทีเดียว สองสาวสะดุ้งโหยง รู้ทันทีว่าอาเนืองนิตย์มาแล้ว ได้เวลาไปเผชิญหน้ากับคุณป้ามหาภัยนั่นแล้ว...

ooooooo

ในห้องทำงานแสนยากร...กอบัวกับโดมกำลังอ้าปากค้าง หลังได้ฟังแสนยากรเล่าว่าเขาไปนอนร่างเปลือยเปล่ากับหญิงสาวมาเมื่อวาน แต่พูดไปพูดมาแสนยากรเหมือนจะรู้ตัวการ โดมเลยซักยิกๆ จนแสนยากรโพล่งชื่อนายเริงฤทธาออกมา...

เรือนเล็กนิจศีลอยู่ในรั้วเดียวกับเรือนใหญ่ แต่แยกออกมาลำพัง ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย คนงานนำทีมด้วยป้าอุษาและลุงเอกกำลังช่วยกันทำความสะอาด เรวัติยืนมองด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

"ไม่เข้าใจ จะเปิดเรือนเล็กให้ยายลูกครึ่งมันทำไม"

"เบาๆนายวัติ เดี๋ยวเด็กมันได้ยิน" อุษาเตือน...ขณะที่ลุงเอกก็ข้องใจว่าเรวัติไปเดือดร้อนอะไรด้วย

"โธ่ลุง คุณท่านเคยสัญญากับผมไว้ว่าถ้าคุณศีลไม่อยู่

ที่นี่แล้ว ท่านจะยกเรือนเล็กให้ผม"

"ท่านแค่เปรยๆเท่านั้นละน่า"

"นั่นละ ผมก็หวังของผม พอคุณศีลเสีย ผมนึกว่าจะได้ครองเรือนเล็กแน่ๆแล้ว กลายมาเป็นยายลูกครึ่งมาตัดหน้าไปเสียอีก"

"คุณลูกครึ่งน่ะเขาคงไม่อยู่ที่นี่หรอก เพราะเขาไม่ใช่ คนไทย"

"ให้เป็นอย่างที่ป้าว่าเถอะ ที่จริงสมบัติของรังสฤษฎ์ควรเป็นของผมมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ"

"ไอ้วัติ แกมันฝันสูงเกินไปรึเปล่า ไม่ใช่ญาติโยมอะไรกับเขาสักหน่อย"

"แต่คุณท่านเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก"

"เขาให้แกใช้นามสกุลรังสฤษฎ์รึเปล่าล่ะ"

"แต่ผมทำงานรับใช้รังสฤษฎ์มาทั้งชีวิตนะครับ"

"เขาก็จ่ายเงินเดือนแกนะ แกอยู่ในฐานะคนงานคนหนึ่งของเขา ไม่ต่างจากลุงกับป้าหรอก"

"ผมอยู่ในฐานะลูกเลี้ยงของคุณท่านครับ ไม่ใช่คนรับใช้" เรวัติกระแทกเสียงแล้วผละไปทันที ลุงเอกส่ายหน้า บ่นพึมพำว่าเรวัติฝันสูง ระวังจะตกลงมาเจ็บตัว

เรวัติเดินกลับมาเจอเนืองนิตย์พานิคกี้มาถึงพอดี เนืองนิตย์แนะนำกับนิคกี้ว่าเรวัติเป็น ทส.ของป้านิมมาน มีอะไร

นิคกี้ปรึกษาเขาได้ทุกเรื่อง...นิคกี้ยกมือไหว้อย่างมีมารยาท จากนั้นก็เดินตามทั้งคู่เข้าไปพบนิมมานที่รออยู่ในห้องโถง

แรกเห็นสาวลูกครึ่งหน้าสวยย่างก้าวเข้ามา นิมมาน ถึงกับลุกพรวด...เนืองนิตย์กับเรวัติเป็นงงที่นิมมานบอกว่าเคยเจอเด็กคนนี้ที่วัดมาแล้ว นิมมานตวาดดุนิคกี้ยกใหญ่ที่ไม่ยอมบอกว่าตัวเองเป็นใคร นิคกี้จึงชี้แจงว่า ก็เพราะคุณป้าใช้น้ำเสียงแบบนี้ หนูเลยไม่กล้าบอก

"นี่หล่อน!" นิมมานแผดเสียง

"หนูเข้าไปหาคุณป้าเพื่อจะแสดงตัว หนูขอรดน้ำคุณป้าเพื่อการคารวะและพร้อมจะบอกคุณป้าว่าหนูเป็นใคร แต่สิ่งที่คุณป้าพูดกับหนู คือการดูถูกว่าหนูเป็นผู้หญิงข้างถนน ผู้หญิงหากิน มั่วกับฝรั่ง"

"แล้วหล่อนเป็นอย่างนั้นจริงรึเปล่า"

"แล้วแต่คุณป้าจะคิดเถอะค่ะ แต่หนูจะบอกว่าฝรั่งพวกนั้นเป็นเพื่อนนักศึกษาจากอเมริกาด้วยกันทั้งนั้น"

"รวมทั้งนังเพื่อนปากพล่อยของหล่อนด้วยใช่ไหม"

"แป้งเป็นเพื่อนที่หนูรักที่สุดค่ะ เห็นอย่างนั้นแป้งจบปริญญาที่เดียวกับหนู และตระกูลวัฒนานุบาลคงคุ้นหูคุณป้าบ้างนะคะ"

ตอนที่ 4



แสนยากรให้โดมสืบจนรู้ว่าเมื่อคืนเริงฤทธาไปนอนค้างบ้านเดียร์ แต่สายจนป่านนี้ยังไม่ยอมกลับบ้าน โทร.ไปตามก็ไม่ยอมรับสาย โดมซึ่งรู้จักบ้านเดียร์ จึงอาสาพาเจ้านายไป...แสนยากรกำลังจะไปงานศพนิจศีลอยู่แล้วจึงตอบตกลง

เมื่อออกมาเจอกอบัวหน้าห้อง แสนยากรบอกกอบัวว่าตนจะไปงานศพนิจศีล หลังจากที่พลาดเมื่อวาน กอบัวบอกว่ารังสิมากำลังจะแวะมาหา แสนยากรจึงให้กอบัวบอกรังสิมาว่าไปเจอกันตอนค่ำที่วัด แต่ขณะที่แสนยากรกับโดมนั่งรถออกจากออฟฟิศ รังสิมาขับรถสวนเข้ามาพอดี และเป็นจังหวะที่กอบัวโทร.หาเธอ รังสิมาอยากตามแสนยากรไป กอบัวจึงขอนั่งรถไปเป็น
เพื่อน เพราะแถววัดนั้นหาที่จอดรถยาก

ตกบ่าย นิคกี้เดินทางไปวัดพร้อมพวกนิมมาน ขณะนิมมานต้อนรับแขก เรวัติไม่วายมาสำทับนิคกี้อีกทีให้พูดตามที่เตี๊ยมกันไว้ นิคกี้ไม่ชอบใจเลยพูดประชดเข้าให้

"ฉันเพิ่งรู้ข่าวคุณพ่อเสีย เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเช้าวันนี้ ฉันเสียใจมากจนไม่สบาย กินไม่ได้นอนไม่หลับ ทำท่าจะเป็นลมมาตั้งแต่บ่าย"

"นี่ไม่ใช่ที่เตี๊ยมกันไว้นี่"

"ฉันเติมเองแหละ เพื่อให้สมบทบาทไง อยู่ที่นี่ต้องเล่นละครสร้างภาพไม่ใช่เหรอ"

"เดี๋ยวคุณก็ชินไปเองแหละ"

"แสดงว่าเล่นละครสร้างภาพบ่อย เอ...หรือเล่นกันทั้งชีวิต"

"ผมไม่เคยเล่นละครหลอกใคร ถีงเล่นคุณท่านก็มีสายตาแหลมคมพอจะจับได้ ใครเฟค ใครไม่เฟค"

"ดูคุณจะไม่พอใจเลยนะที่ฉันเข้ามาในรั้วรังสฤษฎ์ บอกเหตุผลได้ไหม"

"ผมไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้น"

"แต่ฉันว่าสายตาฉันแหลมคมพอจะมองคุณออกนะว่าคุณคิด ไงคะ ตำแหน่งหลานสาวคนใหม่ของฉันคงขัดหูขัดตาคุณมากล่ะสิ"

เรวัติไม่พอใจจับแขนนิคกี้แน่น นิคกี้โกรธสะบัดมือเรวัติออกทันที

"รักษามารยาทหน่อย ตำแหน่งของคุณมันแค่พ่อบ้านไม่ใช่เหรอคะ"

"เธอไปเอาคำนี้มาจากไหน"

"ฉันได้ยินป้านิมมานและอาเนืองนิตย์เรียกคุณแบบนั้น"

"ไม่จริง อย่ามาโกหก" เรวัติสีหน้าเอาเรื่อง แต่พอเหลือบเห็นนิมมานและเนืองนิตย์เดินเข้ามา เรวัติปรับท่าทีและสีหน้าเป็นปกติ นิคกี้ยังเคืองไม่หาย แอบกัดเรวัติไปอีกหลายคำก่อนจะขอตัวไปต้อนรับเพื่อน

แป้งพาใบหน้าซีดขาวมางานศพจนนิคกี้แปลกใจทำไมแป้งต้องแต่งหน้าซีดขนาด นี้ด้วย แป้งจึงเฉลยว่าวันนี้ตนต้องพบป้าใหญ่ของนิคกี้ เรามีคดีกันอยู่ เลยต้องทำให้สมบทบาทชวนน่าสงสารหน่อย พอนิคกี้พาแป้งมาแนะนำตัว นิมมานหรือป้าใหญ่จำแป้งได้ว่าเคยต่อปากต่อคำกับเธอเมื่อวาน จึงทำท่าจะเล่นงาน แต่แป้งที่เตรียมรับมือมาดีรีบต่อสายถึงคุณป้าของตน แล้
ยื่นโทรศัพท์มือถือให้นิมมานคุย ปรากฏว่าป้าของแป้งกับนิมมานป้าของนิคกี้รู้จักกันเป็นอย่างดี งานนี้แป้งเลยรอดตัวไป ได้คบกับนิคกี้ตามเดิม

นิคกี้ดึงแป้งออกมามุมหนึ่งนอกศาลา แล้วชื่นชมแป้งเก่งมากเอาตัวรอดได้ดีเยี่ยม จังหวะนั้นเองแสนยากรและโดมหอบพวงหรีดเข้ามา นิคกี้สะดุ้งโหยงดึงแป้งหลบวูบ

"ว้ายแป้ง นั่นนายไฮโซ"

"แล้วจะหลบทำไมล่ะ แสดงตัวไปเลยว่าหล่อนคือหลานสาวจักราวุธของแท้ดั้งเดิม"

"ไม่ได้ เหตุเมื่อคืนน่ะฉันนอนเปลือยกับนายนี่นะ ให้รู้เข้าเดี๋ยวอื้อฉาวกลายเป็นคดีของทั้งสองตระกูล"

"เออจริง ป้าแกรู้คงยิงแกตาย งั้นแกทำตัวเป็นหญิงนิรนามอย่างนี้ละดีแล้ว"

"ทำไมต้องมาวันนี้ด้วย"

"ก็เมื่อวานแกเอาเขาไปกกไว้เกือบทั้งคืนน่ะซี ทำเป็นลืม" แป้งพูดยิ้มๆ นิคกี้ค้อนขวับ แล้วสองสาวก็ตามหลังสองหนุ่มเข้าไป แต่พอเห็นท่าไม่ดีสองสาวก็หลบกันอีก เพราะนิมมาน เหมือนจะเล่นงานแสนยากรโทษฐานที่เป็นพวกรังสฤษฎ์ แล้วเมื่อวานเริงฤทธาหรือนายเริงก็มาอาละวาดจนงานพัง

เนืองนิตย์พยายามแก้สถานการณ์ เชิญแสนยากรไปกราบศพ ส่วนนิคกี้กับแป้งก็ยังทำลับๆล่อๆ กระทั่งเรวัติเดินมาเห็น เกิดความสงสัย แล้วอาสาจะพานิคกี้ไปทำความรู้จักแสนยากร เห็นซักเหมือนอยากรู้จักเขานัก แต่นิคกี้กับแป้งประสานเสียงกันว่าไม่ต้องยุ่ง ไม่อยากรู้จัก...

นิคกี้กับแป้งเดินจากมาด้วยท่าทีรำคาญเรวัติ พลันเสียงมือถือดังขึ้น นิคกี้ตกใจจำได้ว่าเป็นมือถือของนายแสนที่เธอเก็บไว้กับตัว แล้วท่าทางเจ้าของเครื่องกำลังโทร.มาเสียด้วย เพราะเธอมองไปเห็นนายแสนยืนถือโทรศัพท์แนบอยู่กับหู ครั้นนิคกี้กดรับ ปรากฏว่าเป็นนายแสนจริงๆ นายแสนนัดจะไปเอามือถือคืนที่ร้านแป้งร่ำ เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว นิคกี้กับแป้งเลยจะเผ่นออกจากวัด จังหวะนี้เรวัติเดินมาบอกนิคกี้ว่าคุณป้าเรียกให้ไปถวายปัจจัย นิคกี้กลับฝากเรวัติบอกป้าใหญ่ด้วยว่าตนมีธุระด่วน

แป้งต้อนรับนายแสนกับโดมอย่างดีในฐานะเจ้าของร้าน ส่วนนิคกี้เจรจาคืนมือถือกับนายแสน ก่อนจะตกลงใจไปหานายเริงที่บ้านเดียร์ด้วยกัน เพราะนายแสนบอกนิคกี้ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนน่าจะเป็นฝีมือนายเริง

รังสิมาและกอบัวที่สะกดรอยตามนายแสนมานั่งมองมาจากร้านกาแฟอีกฟาก พอเห็นชัดว่านายแสน โดม กับอีกสองสาวทำท่าออกจากร้านเหมือนจะไปไหนด้วยกัน รังสิมาชี้มือบอกกอบัวว่าผู้หญิงคนนั้นตนรู้จัก

"รู้จักได้ไงคะ" กอบัวซัก

"วันนั้นเขาสาดน้ำใส่คุณแสน ไม่ยักรู้ว่าติดต่อกันมาถึงวันนี้"

กอบัวฟังแล้วใจหาย ในขณะที่รังสิมาหน้าสลดเต็มที

ooooooo

(อ่านต่อพรุ่งนี้)

ตอนที่ 4 (ต่อจากวานนี้)

ขณะพากันออกเดินเพื่อไปขึ้นรถ โดมจะไม่ให้ แป้งไปด้วย เพราะเรื่องนี้แป้งไม่เกี่ยว แป้งเลยย้อนยอกโดมทันทีว่า

"คุณคะ จากเหตุเมื่อคืนที่นอนเปลือยกันบนเตียง นายคุณไว้ใจได้แค่ไหน"

"นั่นคุณแสนยากร รังสฤษฎ์ นะครับ นักธุรกิจไฮโซอันดับ..."

"ไฮโซโรคจิตมีเยอะออกค่ะ" แป้งสวนรวดเร็ว "นี่อาจจะพายายนิคของฉันไปล่ามโซ่ขังไว้ที่เกาะใดเกาะนึงก็ได้ แล้วยังมีคนใช้ชายโง่ๆให้เฝ้าไว้อีกคน ยังไงฉันก็ต้องตามดู" แป้งหน้าเชิดเดินจ้ำตามนิคกี้กับนายแสนที่เดินลิ่วไปแล้ว โดมมองตามบ่นอุบ

"จำเลยรักชัดๆ ท่าจะติดละคร คนใช้ชายโง่ๆ เฮ้ย ก็เราน่ะซี" โดมจะก้าวตาม ทันใดกอบัวเข้ามาฉุดเขาไว้ โดมแปลกใจถามพี่บัวมาได้ยังไง กอบัวไม่ตอบกลับให้โดมเงียบไว้ แล้วชี้มือไปยังรังสิมาที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ โดมเห็นแล้วตกใจ ถามเสียงแผ่ว "ตามคุณแสนมาเหรอ"

"ใช่น่ะซี ฉันไม่กล้าบอกเรื่องจริงทั้งหมด สาวสวยนั่นคือยายนิคกี้ที่ว่าใช่ไหม"

"คนนี้แหละ เดี๋ยวเราจะไปหาคุณเริง ถามให้รู้เรื่องว่าเป็นคนจัดฉากอย่างว่ารึเปล่า พี่อย่าให้คุณสิเข้ามายุ่งเลยนะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดเปล่าๆ"

"ตอนนี้เข้าใจผิดไปเต็มประตูแล้วละ ยังไงเธอก็จะตามไปให้ได้"

"เอาอย่างนี้ พี่ถ่วงเวลาไว้ก่อน" พูดเสร็จโดมรีบตามกลุ่มนายแสนไปทันที ทิ้งให้กอบัวต้องกลับไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า...

เมื่อคณะของนายแสนไปถึงบ้านเดียร์โดยการนำพาของโดมซึ่งรู้จักเป็นอย่าง ดี นายเริงกับตอยยังนอนหลับอุตุ โดมเลยต้องใช้น้ำเป็นตัวช่วย สาดโครมเข้าใส่จนทั้งคู่สะดุ้งลุกพรวดหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แต่แล้วโดมเกือบจะโดนอัด ถ้านายแสนไม่กางกั้น แล้วขอคุยธุระกับนายเริงเป็นงานเป็นการ

นายเริงกับตอยแปลกใจที่เห็นนิคกี้กับแป้งมาด้วย แล้วทำท่าจะเอาเรื่องสองสาวอีก แต่นายแสนปราม และคาดคั้นนายเริงให้สารภาพมาว่าเมื่อวานนายกับเพื่อนแกล้งเขากับนิคกี้ใช่ ไหม

"แกล้งไรหว่า แกล้งที่ไหน เมื่อไหร่ครับเฮียแสน" ตอยงงจริง ไม่ได้เล่นลิ้น

"เหตุมันเริ่มที่ข้าวสารนั่นแหละ แล้วไปจบที่คอนโดฯนิคกี้"

นายเริงกับตอยยิ่งงงหนัก ให้คุณพี่แสนพูดมาให้เคลียร์ หน่อย นายแสนจึงอ้างคำพูดของนายเริงที่เขาได้ยินกับหูว่านายเริงรู้จักที่อยู่ของ นิคกี้

"นายรู้ที่อยู่ของนิคกี้ แล้วแอบเข้าไปในห้องพักเธอใช่ไหม"

ตอยและเริงมองหน้ากันแล้วหัวเราะก๊ากออกมา

"อย่ามั่ว ผมไม่ได้เหยียบขึ้นไปบนห้องแม้แต่ก้าวเดียว"

"ใช่ ผมเป็นพยานได้ เพราะเราโดนยายคุณนายแป้งเอาไฟช็อตเสียก่อน"

"อย่าโกหกนะ แล้วใครที่ขึ้นไปใส่ยานอนหลับในกาแฟแล้วยังลากฉันกับนิคกี้ขึ้น..."

"คุณแสนพอเถอะค่ะ" นิคกี้รีบเบรก "อย่าเล่าเลย ถ้าเขาทำก็ต้องรู้อยู่แก่ใจ เท่านี้ฉันก็อายจะแย่แล้ว"

"เฮ้ย...นี่หมายความว่าพี่เข้าไปอยู่กับยายนิคลำพังบนห้องงั้นเหรอ แล้วมียานอนหลับ แล้วยังโดนลากไป...เฮ่ย แม่เจ้า...ทำอะไรกันนั่น"

"นึกก็สยิวกิ้วแล้วอ๊ะ"

"พี่ชาย...ไม่ใช่เล่นนะ เห็นทำขรึมๆ ที่แท้ไวไฟไม่แพ้คุณพ่อ"

"ไม่ใช่เรื่องเล่นนะนายเริง สารภาพมา นายใช่ไหมที่ทำพิเรนทร์กับฉันกับนิคกี้"

"ทำไมคิดว่าผมเป็นคนทำ" นายเริงข้องใจ...นายแสนบอกว่าเขาได้ยินเต็มสองหู ที่นายเริงพูดกับเพื่อนว่า ถ้าเจอนิคกี้จะเล่นให้ถึงตาย...

"นายพูดอย่างนั้น ฉันได้ยิน จากนั้นนายก็เข้าไปจะทำร้ายเธอที่ห้อง แต่บังเอิญฉันอยู่ด้วย นายเลยเปลี่ยนแผน วางยาฉันกับนิคกี้แทน"

"ผมยังยืนยันว่าไม่ได้เหยียบเข้าห้องยายนิคกี้เลยไม่แต่ปลายเล็บเท้า เชื่อไม่เชื่อตามใจ"

"ถ้านายไม่ได้ทำเอง นายก็ต้องจ้างคนมาทำ แล้วคืนนั้นนายก็ตามฉันมาที่คอนโดฯ จะดูผลว่าสำเร็จตามที่นายวางแผนรึเปล่า แต่มาเจอแป้งเสียก่อน"

"ใช่ๆๆ" แป้งพูดรัว

"งั้นก็ได้ ว่าแต่แผนที่ว่ามันสำเร็จจริงรึเปล่า พี่กับยายลูก

ครึ่งถูกลากไปไหน บนเตียงใช่ไหม แล้ว...เห็นสวรรค์รำไรเลยป่ะ"

นายแสนฉุนกระชากคอเสื้อน้องชายทันที "ปัดโธ่..แกยังไม่สำนึกอีกเหรอ นิคกี้ถูกตีหัวแล้วโปะยาสลบ มันคดีอาญาเลยนะ"

"ปล่อยโว้ย มีหลักฐานอะไรมาปรักปรำฉัน" นายเริงผลักพี่ชาย

"นายเริง...สารภาพมาซะ" นายแสนเสียงดัง

"ได้ นี่ไงคำสารภาพ" ขาดคำ นายเริงชกเข้าเต็มหน้านายแสน โดมเข้าขวางนายเริงที่จะเข้าซ้ำอีกที เลยโดนเข้าไปเต็มๆอีกคน ถึงกับเซแซ่ด สองสาวร้องกรี๊ด แป้งรีบควักเครื่องช็อตไฟฟ้ากวัดแกว่งไปมาเพื่อช่วยเหลือนายแสนกับโดม

จากนั้นก็เกิดชุลมุนกันใหญ่ กระทั่งเดียร์เจ้าของบ้านกลับ มาเจอ เดียร์ทำให้ทุกคนสงบลงได้ ทั้งยังยืนยันขึงขังว่านายเริงไม่ได้ทำเรื่องทุเรศอย่างที่นายแสนเล่า ห้องนิคกี้ก็ไม่ได้ขึ้นไปแน่ๆ

"ไม่ได้ทำเอง ก็จ้างคนไปทำ" นิคกี้สวน

"ฉันอยู่กับนายเริงตลอด ไม่ได้จ้างใครทั้งนั้น เลิกกล่าวหาพวกฉันได้แล้ว แล้วก็กลับไปได้แล้วด้วย"

นายแสนลุกเข้าไปในบ้าน ทั้งนายเริงและตอยถอยกรูด ตั้งท่าเตรียมสู้เต็มที่

"ถ้านายเป็นคนทำ สารภาพมาแล้วขอโทษนิคกี้เสียเพราะเรื่องนี้นิคกี้เป็นฝ่ายเสียหาย"

"เสียใจคุณพี่ ผมไม่สามารถสารภาพผิดจากเหตุที่ผมไม่ได้ก่อ"

"ฉันให้เวลาแกถึงพรุ่งนี้ ฉันมีหลักฐานมัดตัวแกได้ว่าแกเป็นคนทำ พยานบุคคลมีเพียบ คิดดูให้ดี...ไปครับ กลับ" นายแสนเดินนำ โดมก้าวตาม รั้งท้ายด้วยนิคกี้กับแป้ง

เดียร์ยังหงุดหงิดข้องใจ ย้ำถามนายเริงให้แน่ใจอีกครั้งว่า แกจ้างคนขึ้นห้องนิคกี้หรือเปล่า เพราะถ้าแกทำจริง พวกเราซวยกันหมด

"ไม่หรอกน่า หิวแล้ว แกซื้อไรมา กินกันเถอะ" นายเริงตัดบท ทำให้เดียร์ชักลังเลท่าทีของเพื่อน

ส่วนพวกนายแสน ขณะเดินออกจากซอย นิคกี้กับแป้งอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าไม่ใช่ฝีมือนายเริง ก็ต้องเป็นนายแสนนี่แหละที่เป็นตัวการ แต่ทำทีโยนความผิดให้นายเริง

"ผมตัวการยังไง คุณก็เห็นผมสลบไปก่อนคุณอีก"

"คุณอาจจะแกล้งให้ผู้ช่วยคุณคนนี้แหละโปะยาสลบฉัน แล้วจากนั้นคุณก็...ย่ำยีฉัน"

"ว้ายยายนิค เป็นจริงเหรอเนี่ย นายโดมนายสมรู้ร่วมคิดด้วยเหรอ แล้วช่วยกันย่ำยียายนิคด้วยรึเปล่า" แป้งกรี๊ด...โดมปฏิเสธพัลวันว่าตนไม่ใช่ไอ้บ้ากาม ขณะที่แสนบ่นอุบว่าไม่น่าพาพวกคุณมาเลย ถ้ารู้ว่ายังคิดแบบนี้กับผม

"มันเป็นไปได้นี่นา" นิคกี้เสียงอ่อยลง

"มันก็เป็นไปได้พอๆกับที่คุณวางยาผม สร้างเรื่องว่าถูกโปะยา ถูกตีหัว แล้วช่วยกันกับยายเพื่อนคุณ แก้ผ้าผมแล้วลากผมขึ้นเตียง มานอนออเซาะข้างผม"

"ว้าย...ฉันแก้ผ้าคุณ ฉันต้องเห็นแหนมตุ้มจิ๋วดอนเมือง" นิคกี้ปิดปากแป้งแทบไม่ทัน แสนหน้าแดงเบือนหน้าไปทางอื่น โดมก็อาย...นิคกี้ไม่รู้จะทำยังไงต่อ จึงให้จบเรื่องทั้งหมดแค่นี้

"ถ้าคุณไม่เอาความคนผิด ผมก็ยินดีจบ ที่ผมทำเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของคุณแท้ๆเลยนะ"

"ขอบคุณค่ะ พ่อสุภาพบุรุษไฮโซ"

"ไม่ต้องประชด ผมไม่ชอบน้ำเสียงแบบนี้ ภาษาแบบนี้ด้วย" แสนกระชากแขนนิคกี้ ทันใดรังสิมาก้าวเข้ามาพร้อมกอบัว แสนปล่อยมือนิคกี้ทันทีทันใด

ครู่ต่อมา ทั้งกลุ่มพากันไปนั่งในร้านอาหารริมน้ำ แต่แสนกับรังสิมาแยกไปนั่งอีกโต๊ะ แสนยอมพูดความจริงแค่บางส่วนเรื่องมือถือที่หายไป แต่เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับนิคกี้ แสนต้องเก็บเป็นความลับอย่างมิดชิดต่อไป

รังสิมารับฟังแล้วพยักหน้าเชื่อในตัวแสน แต่แป้งยังอยากจะแกล้งจึงพานิคกี้เข้าไปยั่ว ตอนแรกนิคกี้ก็นึกสนุก แต่ทำไปทำมาแป้งดูจะเลยเถิด นิคกี้จึงคว้าแขนแป้งจากมา...

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงออฟฟิศ โดมอดถามนายแสนไม่ได้ว่า

"นายครับ นายไม่บอกความจริงเรื่องทั้งหมดกับคุณสิเหรอครับ"

"ฉันนอนเปลือยอยู่กับนิคกี้นะ มันไม่มีเหตุผลจะอธิบายเลยว่าคนร้ายมันทำกับฉันแบบนี้ทำไม ขืนเล่าไปคุณสิก็ไม่เชื่อ ต้องหาว่าฉันโกหกอีกแน่ๆ"

"ผมก็ว่างั้น ผู้หญิงยิ่งขี้ระแวงอยู่ด้วย"

"บอกพี่บัวปิดปากเรื่องนี้ด้วย ไหนๆมันก็จบแล้ว ให้มันเป็นความลับไปตลอด"

"ครับ" โดมรับคำ...พลันโดมกับแสนก็ชะงักไปด้วยกัน เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของกัมปนาทลอยลมมาชัดเจน

กัมปนาทนั่งดริ๊งก์อยู่กับนายเริง ท่าทีถูกคอกันจนไม่น่าเชื่อ แสนกับโดมเยี่ยมหน้าเข้ามามองอย่างประหลาดใจ

"เยี่ยม เป็นแผนที่ดีมาก หน้าแตกกันทั้งทีมคอยดู ฮ่ะๆ อ้าวนายแสน จะกลับแล้วเหรอ"

"ครับ นายเริงมาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"เมื่อกี้ครับ" นายเริงตอบเรียบๆ

"คุยอะไรกันเหรอครับ เห็นพูดเรื่องแผน"

"ไม่มีอะไร แผนของฉันกับนายเริงน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ทุกคนก็จะรู้เอง รับรองเซอร์ไพรส์แน่ๆ"

"งานนี้คุณลุงไม่ผิดหวังครับ ผมรับประกัน"

กัมปนาทหัวเราะร่า ชนแก้วกับนายเริงที่ชำเลืองมองนายแสนอย่างท้าทาย...นายแสนคิดไม่ออกจริงๆว่า พ่อของตนมีแผนอะไร แล้วทำไมถึงดูสนิทชิดเชื้อกับนายเริงเหลือเกิน ทั้งที่ปกติไม่เคยคุยกับนายเริงได้เกินสองคำ พอแสนถามความเห็นจากโดม โดมสีหน้าหนักใจ พูดตรงๆไม่อยากคิดเลยครับ...

"พูดมาเถอะ"

"เป็นไปได้ไหมครับ ท่านประธานเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ใช้ให้คุณเริงเป็นคนแกล้งคุณกับคุณนิคกี้"

"พ่อเล่นตลกกับฉันเหรอ เพื่ออะไร"

"คิดไม่ออกหรอกครับ แต่ว่าถ้าคนเราแค้น ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นละครับ"

นายแสนชะงักไปด้วยความสับสนวุ่นวายใจ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.7 มนสิชา เกินทน สวรส สวมบทเมียแสดงความเป็นเจ้าของ ชาครีย์
14 เม.ย. 2564

05:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 09:51 น.