สมาชิก

นักฆ่าขนตางอน

ตอนที่ 8

การมาที่บ้านเจ้าเวียงวรรณของสารวัตรโทนี่ ผู้กองรณภพ หมวดโอมและจ่าฉิม ทำให้โทนี่ได้รู้จักกับดาหวัน เขามองอย่างถูกตาต้องใจในสรีระและจริตของดาหวัน ยิ่งเมื่อดาหวันจัดอาหารเลี้ยง เขาโมเมชมว่าท่าทางน่าทานทั้งนั้น ยอว่าดาหวันสมกับ
เป็นแม่ศรีเรือนจริงๆ

เจ้าเวียงวรรณทำทีบ่นลูกสาวว่าอุตส่าห์ส่งไปเรียนถึงเมืองนอกกลับมาแทนที่จะช่วยงานกลับไปเป็นนางแบบเสียนี่

โทนี่ได้โอกาสถามว่าเธอเรียนจบมาด้านไหน ดาหวันบอกว่าเลขานุการ  พูดรักษาหน้าตัวเองว่าตนหัวไม่ค่อยดีเลยไม่อยากเรียนอะไรยากๆ

โทนี่ชวนเธอไปลองฝึกงานด้วยทันทีบอกว่าตำแหน่งเลขาฯของตนยังว่างพอดี โน้มน้าวใจว่า

"เป็นผู้ช่วยให้ตำรวจสากลรับรองว่าไม่น่าเบื่อแน่ครับคุณดาหวัน มีเรื่องตื่นเต้นให้ทำเยอะแยะ"

"ก็ดีสิครับสารวัตร ลูกสาวผมจะได้เป็นโล้เป็นพายกับเขาซะที" เจ้าเวียงวรรณรีบสนับสนุน

ขณะเดินออกมาขึ้นรถกลับ รณภพท้วงติงโทนี่ว่าทำแบบนี้จะดีหรือตนเห็นว่ามันไม่ถูก หมวดโอมก็ติงๆว่าตำรวจหญิงในสำนักงานมีตั้งหลายคนแต่สารวัตรกลับไปจ้างคนนอก แบบนี้...

"ผมไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน หน่วยงานตำรวจที่ต่างประเทศเขายังจ้างเจ้าหน้าที่พิเศษได้เลย" โทนี่ตัดบทก่อนที่หมวดโอมจะพูดจบแล้วแยกไปขึ้นรถเลย

หมวดโอมมองแล้วบ่นอย่างไม่พอใจว่าทำเป็นวางท่า ที่แท้ ก็หาผลประโยชน์ ผู้กองถามว่าผลประโยชน์อะไร จ่าฉิมชิงตอบว่าไม่เห็นหรือว่าโทนี่ปิ๊งดาหวัน  มองดาหวันตาเยิ้มตลอดเวลา

ส่วนดาหวันแม้จะพอใจโทนี่แต่ก็ถามเจ้าเวียงวรรณว่าจะให้ตนไปทำงานกับโทนี่จริงๆหรือ

"มันเป็นโอกาสดีที่พ่อจะได้รู้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตำรวจ เพราะฉะนั้น งานนี้ลูกห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" ดาหวันบ่นว่าไม่เข้าใจเลยว่าคดีนักฆ่าขนตางอนมันเกี่ยวกับเราตรงไหน เจ้าเวียงวรรณพูดปลอบใจว่า "ตอนนี้พ่อยังบอกลูกไม่ได้ เอาไว้ถึงเวลา
เมื่อไหร่ลูกก็จะรู้เอง"

แม้ว่าดาหวันจะยังไม่เข้าใจแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งพ่อ

ooooooo

อำพันเอาเกษมไปเก็บตัวในแฟลตโทร.มาเตือนว่าแพ็ตไม่ใช่เหยื่อที่ใครจะเล่นงานได้ง่ายๆ ให้เกษมเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ให้ดีก็แล้วกัน เกษมโวยวายว่าสภาพแบบนี้จะให้ตนเผ่นไปไหน แต่อำพันวางสายไปแล้ว

เกษมหาทางช่วยตัวเอง มันไปหาพิพัฒน์อีกครั้งที่สนามกอล์ฟ บอกว่าตอนนี้กำลังลำบากเพราะถูกตามล่าต้องการทุนสำหรับหลบหนี พิชิตโวยวายว่าทำงานไม่สำเร็จจะมาขอเงินได้อย่างไร ส่วนเสี่ยถามว่าต้องการเท่าไหร่ พอเกษมบอกว่าสามล้าน เสี่ย
โวยวายว่าเคยขอไว้แค่ล้านเดียวไม่ใช่เหรอเกษมพูดขู่ๆว่าเงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเสี่ยไม่ร่วงหรอก เราเป็นพวกเดียวกัน อย่าใจร้ายนักสิ

ผลคือ เกษมถูกเสี่ยเอาไม้กอล์ฟหวดจนทรุดด่าว่าชีวิตตนเกลียดที่สุดคือพวกชอบรีดไถและตนก็ไม่เคยรับปากว่าจะทำธุรกิจด้วยกัน เกษมทำกร่างด่าเสี่ยว่าหักหลังตน เลยถูกเสี่ยตวาดว่าหากไม่เลิกวอแวจะโดนหนักกว่านี้ เกษมเลยต้องยอมถอยแต่ไม่วาย
อาฆาตว่า

"ก็ได้เสี่ย...แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"

พิชิตถามพี่ชายว่าจะปล่อยไปแบบนี้หรือ มันอาจย้อนมาลอบกัดเราก็ได้ เสี่ยพูดอย่างมั่นใจว่า

"ไม่มีทาง ตอนนี้ทั้งตำรวจ ทั้งพวกของไอ้เหว่งกำลังตามล่ามัน เผลอๆมันอาจจะอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ"

ooooooo

แพ็ตได้รับโทรศัพท์จากผู้กองรณภพให้ไปเซ็นชื่อในเอกสารคำให้การ  แต่ผู้กองก็ปลอบใจเธอว่า  แค่ ลายนิ้วมืออย่างเดียวตำรวจคงไม่กล้าสั่งฟ้องเธอแน่ ทั้งยังให้กำลังใจเธอว่าจะพยายามสืบคดีนี้ให้เร็วที่สุด สัญญาว่าจะล่าตัวไอ้มือปืนรายนี้มาดำเนิน
คดีให้ได้ เพื่อให้เธอสบายใจ

"ขอบคุณค่ะผู้กอง อย่างน้อยแพ็ตก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่ได้เจอกับตำรวจดีๆอย่างคุณ"

เมื่อแพ็ตขอตัวกลับ รณภพจะไปส่งทั้งยังขอไปส่งถึงบ้านด้วย แพ็ตบอกว่าไม่รบกวนดีกว่าเพราะตนจะไปทำธุระก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน รณภพไม่ตื๊อแต่แอบตามไปจึงรู้ว่าเธอเข้าวัด เขานึกไม่ถึงว่าคนทันสมัยอย่างเธอจะเข้าวัด เลยยิ่งอยากรู้สะกดรอยไป
อีกจนเห็นเธอเข้าไปนมัสการพระกรณ์ พระภิกษุวัย 60 กว่าแล้ว แต่ดูรูปร่างยังเห็นเค้าความองอาจสมัยหนุ่มชัดเจน

เพราะแอบดูเพลิน รณภพทำเสียงดังจนพระกรณ์กับแพ็ตหันมอง เขาทำหน้าตื่นๆอย่างรู้สึกผิด พอพระกรณ์ถามแพ็ตว่าใครหรือโยม รณภพก็ชิงตอบว่า ตนเป็นตำรวจมาคุ้มกันผู้ต้องสงสัย พระกรณ์จึงชวนทำบุญพร้อมกันเสียเลย ทั้งคู่เลยได้ถวาย
สังฆทานด้วยกัน

รณภพยิ่งทึ่งกว่าเก่าเมื่อเห็นแพ็ตสามารถกล่าวอาราธนาศีลและถวายสังฆทานได้อย่างคล่องแคล่วแบบที่ตัวเขาเองยังทำได้ไม่เท่า

ขณะที่พระกรณ์ยื่นมือมาชักผ้ารองสังฆทานนั่นเอง เขาสังเกตเห็นที่ต้นแขนท่านมีรอยสักเล็กๆข้อความว่า "ร.ศ. 112"

ข้อความนี้กลายเป็นปริศนาให้รณภพค้นคว้าต่อ จนหมวดโอมถามว่าตามแพ็ตไปได้เบาะแสอะไรมาบ้าง รณภพจึงถามว่าหมวดเคยได้ยินคำว่า ร.ศ. 112 บ้างรึเปล่า หมวดนึกๆ แล้วเล่าอย่างรู้จริงว่า

"ร.ศ. 112 หมายถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ศักราชที่หนึ่งร้อยสิบสอง สยามถูกต่างประเทศรุกราน เสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพร บิดาแห่งกองทัพเรือไทยท่านก็เลยสักคำว่า ร.ศ. 112 ไว้ที่ต้นแขนเพื่อเตือนใจให้รักชาติ ทหารเรือสมัยนั้นก็ฮิตสักตามกัน
ใหญ่"

"แล้วสมัยนี้ล่ะ มีหน่วยไหนที่สัก ร.ศ. 112 ไว้ที่ต้นแขนบ้างไหม"

"เอ...ไม่ทราบนะ ผมคงต้องลองเช็กดูก่อน ได้ผลยังไงผมจะรายงานให้ผู้กองทราบ"

ooooooo

เมฆที่ได้รับมอบหมายให้ขับรถรับส่งและดูแลโนรี มันหื่นจะลวนลามโนรีหลายครั้งแต่ก็ถูกคริส ขัดขวาง ครั้งหลังก็ถูกแพ็ตเห็นกับตา ครั้นแพ็ตถามโนรี โนรีก็รับรองว่าเมฆไม่เคยแสดงท่าทีไม่เหมาะสมเลย สุภาพเรียบร้อยดี แพ็ตจึงวางใจ

โนรียังติดใจเรื่องงานผิดกฎหมายของแพ็ตอยู่ แต่พอถามก็ถูกแพ็ตปรามไม่ให้ยุ่งโดยเฉพาะจะให้โรเบิร์ตรู้ข้อสงสัยนี้ไม่ได้เป็นอันขาด

ส่วนรณภพยังติดใจเรื่อง ร.ศ.112 อยู่ เมื่อเจอหมวดโอม ปรากฏว่าหมวดค้นพบข้อมูลสำคัญ แล้วเล่ารายละเอียดให้ผู้กองฟังว่า

"หน่วยซีลของกองทัพเรืออเมริกันเคยมีการฝึกกับกองทัพเรือไทย ในครั้งนั้นมีตำรวจเข้าร่วมฝึกด้วย ตำรวจที่ผ่านการฝึกชุดนั้นศรัทธากรมหลวงท่านมาก ทุกคนก็เลยสักคำว่า ร.ศ.112 ไว้ที่ต้นแขนเพื่อเตือนใจให้รักชาติอย่างท่าน"

"หมวดมีรายชื่อตำรวจชุดนั้นรึเปล่า"

"มีครับผู้กอง ไม่น่าเชื่อเลยครับ หัวหน้าทีมของตำรวจชุดนั้นคือสารวัตรเพิ่มพล พ่อของคุณแพรเพชร"

ผู้กองรณภพอึ้งไปด้วยความตื่นเต้น ชมหมวดว่าเก่งมาก ขอบใจมากแล้วผละไป

ยิ่งใกล้เวลาที่ขอไว้กับโรเบิร์ต แพ็ตก็ยิ่งค้นคิดหาทางที่จะติดตามตัวเกษมมาให้ได้ เธอแอบติดอุปกรณ์ บางอย่างที่รถของอำพัน

อำพันพยายามยุยงโรเบิร์ตให้เล่นงานแพ็ต พูดดักคอว่าแพ็ตไม่เห็นจะมีท่าทีเดือดร้อนทั้งที่ถึงวันที่สามที่ขอไว้แล้ว คงคิดว่าโรเบิร์ตจะปล่อยไปเหมือนทุกครั้ง แต่โรเบิร์ตเชื่อว่าแพ็ตต้องล่าตัวเกษมมาได้ทันเวลาแน่นอน

อำพัน เริ่มกังวลกลัวแพ็ตจะรู้ที่กบดานของเกษมจริงๆ รีบขับรถออกไป พอสตาร์ตรถ เครื่องที่แพ็ตแอบติดไว้ก็ทำงานทันที อำพันโทร.ไปบอกเกษมว่าเราต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อย นัดเกษมให้ออกไปเจอกันที่ร้านอาหารใกล้ๆอพาร์ตเมนต์แทนที่จะไปหา
ที่ห้องตาม เคย

พอเจอกันอำพันส่งเงินให้เกษมปึกหนึ่งบอกให้รีบไปกบดานที่ต่าง จังหวัดวันนี้เลย เชื่อว่าแพ็ตรู้แล้วว่าเกษมกบดานอยู่ที่นี่ เกษมแย้งว่าถ้าแพ็ตรู้จริงคงโผล่มาตั้งนานแล้วไม่รอให้เธอถ่อมาบอกตอนนี้ หรอก

"หรือว่านี่เป็นกับดัก" อำพันเอะใจ เกษมบอกว่าอย่าคิดมากไปเลย ให้เธอกลับไปพักดีกว่าเพราะนี่เป็นวันที่สามแล้ว ถ้าวันนี้แพ็ตจับตนไม่ได้โรเบิร์ตต้องฆ่าแพ็ตแน่ๆ   อำพัน ฟังแล้วพึมพำ "ให้มันจริงเถอะ ฉันรอวันนี้มานานแล้ว!"

ทั้งคู่หารู้ไม่ว่าแพ็ต ติดตามอำพันไปด้วยระบบจีพีเอสที่แอบติดไว้ที่รถ เมื่ออำพันแยกไปขับรถกลับและเกษมแยกกลับไปที่แฟลตนั้น แพ็ตที่ซุ่มดูอยู่ก็สะกดรอยตามเกษมไป ในมือหิ้วกระเป๋ามาด้วยใบหนึ่ง

ooooooo

หลัง จากได้ข้อมูลจากหมวดโอมเรื่อง ร.ศ.112 แล้ว ผู้กองรณภพไปนมัสการพระกรณ์ที่วัด ถามท่านตรงๆ ว่าท่านรู้จักกับสารวัตรเพิ่มพลมานานหรือยัง พระกรณ์ แปลกใจกับคำถามนี้แต่เมื่อเห็นท่าว่ารณภพรู้อะไรมาแน่ๆ จึงบอกตรงๆว่าท่านกับ
สารวัตรเพิ่มพลเป็นเพื่อนตำรวจรุ่นเดียวกัน

"ถ้า งั้นหลวงพ่อก็ต้องรู้จักกับคุณแพรเพชร ลูกสาวของท่านสารวัตร" รณภพถามตรงๆทันที เมื่อท่านย้อนว่า ถามทำไม เขาพูดชัดลงไปอีกว่า "คุณแพ็ตกับคุณแพรเพชรเป็นคนคนเดียวกันใช่ไหมครับหลวงพ่อ"

เมื่อหลวง พ่อเลี่ยงที่จะตอบ รณภพขอร้องให้ร่วมมือกับตนเพราะตอนนี้แพ็ตกำลังมีส่วนพัวพันอยู่กับคดีหนึ่ง คือคดีนักฆ่าขนตางอน ทำให้พระกรณ์อึ้งเครียดไปทันที เชื่อว่าแพ็ตไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แล้วในที่สุดท่านก็เลี่ยงไปได้ด้วยเหตุผลที่ว่า

"อาตมาละทางโลกแล้ว นะโยม" แต่พอเข้าไปในโบสถ์ ก็ไปกราบอธิษฐานกับพระประธานว่า "ขออย่าให้เรื่องที่ตำรวจคนนั้นพูดเป็นความจริงเลยครับหลวงพ่อ  ถ้าหนูแพ็ตเป็นคนร้าย ผมก็คงตายตาไม่หลับแน่"

ooooooo

โนรี อยู่กับบ้านเบื่อๆบ่นว่าเซ็งจริงๆ แพ็ตก็ไม่รู้หายไปไหน พลันก็เหลือบเห็นหนังสือพิมพ์เก่าวางอยู่สะดุดตากับสกู๊ปข่าวของชาลี รีบคว้ามาอ่าน

"ภายใต้สมญานักฆ่าขนตางอนที่หลายฝ่ายลือว่าเป็นกลุ่ม ฆาตกรโรคจิต แท้จริงแล้วนักฆ่าขนตางอนก็คือเอสเค 7 หน่วยงานลับที่ได้รับการสนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการจากรัฐบาลของนานาประเทศ ทั้งด้านการเงินและการข่าว"

อ่านเจอเอสเค 7 ที่สงสัยมานาน โนรีก็ตกใจคิดถึงแพ็ตทันที แล้วเธอก็ร้อนใจจนอยู่ไม่ได้ ไปหาชาลีที่สำนักพิมพ์ เล่าความจริงให้ฟัง แต่งเรื่องโกหกขึ้นมาบางส่วนเพื่อให้กลมกลืนกับข้อมูลที่จะให้ว่าแฟนเก่า เป็นนักค้ายาบ้า หลายปีก่อนถูกนักฆ่าขนตา
งอนฆ่าตาย เลยอยากรู้ว่านักฆ่าขนตางอนเป็นใคร มาจากไหน

ชาลีชวนไปดูข้อมูลที่ บ้านเพราะไม่ได้เอาติดตัวมาด้วย ความอยากรู้โนรียอมไปกับเขา ชาลีให้เธอไปดูข้อมูลในโน้ตบุ๊กที่ห้องนอนแล้วเขาก็ออกไปหาเครื่องดื่มมาให้

ระหว่าง นั้นธวัชกลับมาเห็นรถของชาลีอยู่บ้านก็เอะใจ ขึ้นไปดูที่ห้องนอน เจอโนรีที่นั่งดูโน้ตบุ๊กจนเมื่อยเลยเอาไปนอนดูบนเตียง ธวัชเห็นรูปร่างหน้าตาอ่อนๆก็มองอย่างกระหาย พอถามโนรีรู้ว่าเป็นเพื่อนของชาลีก็ชวนให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันเยี่ยง
ผู้ใหญ่เมตตาเด็ก ทั้งยังเปิดทางให้ค้างที่นี่ได้ด้วย

พอชาลีกลับมา รู้เข้าเขารีบเอาข้อมูลที่เธอต้องการเซฟไว้แล้วให้เอาไปอ่านที่บ้าน บอกเธอว่าอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยให้รีบกลับไปเสีย แล้วให้เทพขับรถไปส่งให้ถึงบ้านด้วย

พอธวัชรู้ว่าโนรีกลับไปแล้วก็ ไม่พอใจ ชาลีพูดอย่างรู้ทันพ่อว่าโนรีเป็นเพื่อนตนขอไว้สักคนเถอะ ผู้หญิงคนนี้ใช้เงินซื้อไม่ได้ เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่พ่อเคยผ่านมา

"เฮอ ะ ให้มันจริงเหอะวะไอ้ชาลี แล้วฉันจะพิสูจน์ให้แกเห็นว่าผู้หญิงคนไหนก็เห็นเงินเป็นพระเจ้าทั้งนั้นล่ะ วะ" ธวัชพูดอย่างเหยียดหยาม

ooooooo

เกษมกลับไปที่ห้องพักใน แฟลตโดยไม่เอะใจ แต่พอถึงหน้าห้องจะไขกุญแจก็ชะงักสังหรณ์ใจว่าเหมือนมีใครจ้องอยู่ หันไปดูก็ไม่เห็นใครเลยรีบไขกุญแจเข้าห้อง แพ็ตที่ซ่อนตัวอยู่ตรงมุมทางเดินค่อยๆโผล่หน้ามาดู แล้วหิ้วกระเป๋าตามไปที่หน้าห้อง

เวลาเดียวกัน อำพันขับรถไปถึงปั๊มน้ำมันเข้าไปให้เด็กช่วยเช็กลมยางให้  เด็กเช็กแล้วเห็นที่กันชนด้านหลังมีอะไรติดอยู่ พออำพันไปดูก็รู้ทันทีรีบปลดอุปกรณ์ติดตามออก   คำรามแค้น "นังแพ็ต!" แล้วก็นึกถึงเกษมทันที

แพ็ตเปลี่ยนชุดเป็นนักฆ่าอย่างรวดเร็วหยิบ อาวุธบางอย่างในกระเป๋าประกอบ มันคือหน้าไม้นั่นเอง! จากนั้นไปยืนที่หน้าประตูห้อง เกษมสังหรณ์ใจหยิบปืนข้างตัวขึ้นมาถือ ทักไปเหมือนเห็นว่า

"สบายดีเหรอคุณแพ็ต"

"ไม่ได้เจอกันซะนาน เลยนะเกษม" แพ็ตตอบกลับมาอย่างรู้กัน

เป็นเวลาที่อำพันฉุกคิดได้ตกใจ รีบโทร.มาหาเกษมบอกว่าแพ็ตรู้แล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน เกษมตอบกลับไปว่าตอนนี้ แพ็ตอยู่ที่นี่แล้ว   อำพันตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรจะขับรถย้อนกลับไปก็คงไม่ทัน   ฉุกคิดได้จึงโทร.ไปแจ้งรณภพว่าตอนนี้นักฆ่าขนตางอนอยู่
ที่แฟลต "ห่านฟ้า"

รับโทรศัพท์แล้วรณภพรีบสั่งหมวดโอมให้เตรียมกำลังเสริมไว้ให้พร้อมถ้าเรียกเมื่อไหร่ให้ไปทันที จากนั้นเขารีบขับรถไปตามที่อำพันโทร.แจ้งจนถึงหน้าแฟลต แต่ไม่รู้ ห้องจึงต้องไปสอบถามอย่างมีชั้นเชิงกับ รปภ.จนรู้ห้องแล้วจึงวิ่งขึ้นบันไดไป

เป็นเวลาที่แพ็ตกับเกษมกำลังเจรจาหยั่งเชิงกันอยู่ เกษมขอให้แพ็ตเลิกแล้วต่อกันเสีย แพ็ตจะยอมก็ต่อเมื่อเกษม ยอมไปพบโรเบิร์ตกับตน และสารภาพว่าใครอยู่เบื้องหลังการ ฆ่ามิสเตอร์เหว่ง แต่เกษมไม่ยอมไปเพราะรู้กฎขององค์กรดีว่าตัวเองจะพบจุด
จบอย่างไร

เมื่อเจรจากันไม่เป็นผล ฉากการต่อสู้จึงเริ่มขึ้น แพ็ตใช้ลูกดอกยิงใส่เกษมถูกแขนที่ถือปืนอย่างจัง แต่พอมันจะคว้าปืนอีกก็ถูกแพ็ตยิงลูกดอกตรึงมือไว้กับพื้น เกษมแผดเสียงร้องไม่เป็นภาษา เท่านั้นไม่พอแพ็ตยังเล็งดอกที่สามไปที่ใบหน้ามัน

"อย่าคุณแพ็ต อย่า อย่าฆ่าผม!" เกษมร้องขอชีวิต

"ฉันจะให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้ายเกษม ถ้าแกยอมแฉเรื่องนังอำพันกับคุณโรเบิร์ต ฉันจะขอให้คุณโรเบิร์ตไว้ชีวิตแก"

"ตกลง ผมยอม ผมยอมแล้ว ปล่อยผมไปเถอะ"

เมื่อแพ็ตลดหน้าไม้ลงก็ถูกอสรพิษเกษมพุ่งเข้ารวบเอวเธอจนล้มลงแล้วมันก็ระดมหมัดต่อยหน้าแพ็ตไม่ยั้งจนเธอถึงกับมึน พอพยายามจะลุกขึ้นก็ถูกเกษมเตะเข้าชายโครงจนถลาลงไปอีก เมื่อเห็นแพ็ตเพลี่ยงพล้ำจนแทบไม่เหลือสภาพ มันก็คิดอุบาทว์จะ
ข่มขืน

แต่ขณะมันกำลังปลดกระดุมเสื้อแพ็ตนั่นเอง เธอตั้งสติได้เห็นปืนของเกษมตกอยู่ เธอถีบมันออกพลิกตัวไปคว้าปืน เกษมพุ่งเข้าแย่งก็ถูกแพ็ตยิงมือเละ มันร้องลั่นแล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้อง แพ็ตถอดที่เก็บเสียงปืนทิ้งวิ่งไล่ตามไป เห็นแต่ หลังเกษมวิ่งอยู่
ลิบๆ เลยยิงตามหลังไปอีกหลายนัด

แพ็ตวิ่งไล่ตามเกษมไปทัน แต่ไม่ทันจะลงมือกับมัน เสียงรณภพก็ตะโกนขึ้นว่า

"หยุดนะ นี่ตำรวจ วางปืนเดี๋ยวนี้!"

แพ็ตชะงัก เกษมถือโอกาสนั้นหนีรอดไปได้ ส่วนแพ็ตจนมุมรณภพอยู่ตรงนั้น

"อย่าขยับ ทิ้งอาวุธแล้วหันมา จะได้รู้กันเสียทีว่าแกเป็นใครกันแน่!"

วินาทีนั้น แพ็ตตัดสินใจพุ่งตัวหนีไปทางบันไดหนีไฟ เธอวิ่งขึ้นข้างบนท่ามกลางเสียงตะโกนของรณภพ "อย่าหนีนะ" พลางวิ่งไล่ตามไปติดๆ

ooooooo

โทนี่รู้ว่าหมวดโอมสั่งให้จัดกำลังเสริม เมื่อหมวดโอมบอกว่าผู้กองรณภพสั่งให้เตรียมพร้อมเผื่อว่าต้องไปจับคนร้าย โทนี่ซักจนรู้ว่ารณภพไปจับคนร้ายที่ลอบสังหารมิสเตอร์เหว่ง โทนี่แสดงความไม่พอใจตำหนิว่า

"แล้วทำไมไม่รายงานผม! นี่ลูกพี่คุณเห็นผมเป็นหัวหลักหัวตอรึไง!"

ไม่ทันที่หมวดโอมจะชี้แจงก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้กองรณภพแจ้งว่าเจอตัวผู้ต้องสงสัยแล้วเป็นนักฆ่าขนตางอน  หมวดโอมรีบบอกว่าจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ โทนี่จึงตามไปด้วย แต่ระหว่างทาง ยังไม่วายขู่ว่า

"คอยดูนะ ผมจะรายงานเรื่องนี้กับทางผู้ใหญ่ว่าลูกพี่คุณปฏิบัติหน้าที่โดยพลการ" ซ้ำยังหาว่ารณภพทำเพราะอยากได้หน้าคนเดียว คงอยากเลื่อนขั้นเสียเต็มประดาแล้วแม้หมวดโอมจะนึกฉุนแต่ก็ไม่กล้าเถียง

ooooooo

แพ็ตหนีขึ้นไปบนดาดฟ้า   รณภพตามไปทัน  ทั้งคู่เผชิญหน้ากัน โดยแพ็ตเอาหมวกไอ้โม่งบางๆมาสวมอำพรางใบหน้าได้ทันก่อนที่รณภพจะเห็นโฉมหน้าที่แท้จริง รณภพทักอย่างสะใจว่า

"เจอกันอีกแล้ว นักฆ่าขนตางอน รับรองวันนี้คุณหนีไม่พ้นแน่"

แพ็ตดูถูกว่าเขาเล่นทีเผลอมันไม่แฟร์ รณภพจึงเสนอ ให้สู้กันด้วยมือเปล่าทั้งคู่แบบแฟร์ๆ แพ็ตไม่เกี่ยงเธอเตรียม พร้อมสู้ทันที รณภพหมายมั่นปั้นมือจะจับเป็นเธอให้ได้ แพ็ตไม่หวั่นอยู่ในความระวังเต็มที่

สู้กันด้วยหมัดลุ่นๆ ครู่เดียวแพ็ตเหลือบเห็นปืนตกอยู่เธอพลิกตัวหลบหมัดรณภพแล้วตีลังกาไปคว้าปืน พอรณภพ หันกลับมาอีกทีเจอปืนจ่อตรงหน้าแล้ว

"ขอโทษด้วยนะคะคุณตำรวจ เผอิญฉันมีธุระต้องรีบไป"

รณภพจำต้องยกมือขึ้นอย่างเจ็บใจตัวเองที่พลาดท่าจนได้

ooooooo

โทนี่ หมวดโอม และกำลังเสริมมาถึงแฟลตแล้ว โทนี่สั่งให้ปิดล้อมทางเข้าออกทุกทาง ไม่ว่าจะจับเป็นหรือ ตายต้องจับนักฆ่าให้ได้ สั่งหมวดโอมให้โทร.ถามว่า ตอนนี้รณภพอยู่ที่ไหน หมวดมองไปข้างล่างแล้วบอกว่า ไม่ต้องแล้ว  พอโทนี่มองตามสาย
ตาหมวดลงไป  ก็เห็นแพ็ตในชุดนักฆ่าใช้ปืนจ่อรณภพเอาไว้เป็นตัวประกัน

"นักฆ่าขนตางอน" โทนี่อุทานทันทีที่เห็นแพ็ตในชุดนักฆ่า

แพ็ตถูกโทนี่นำตำรวจมาล้อมไว้ เธอขู่ว่าถ้ายังห่วง เพื่อนร่วมงานก็ให้เปิดทางเสียพลางยิงปืนขึ้นฟ้า หมวดโอมเป็นห่วงผู้กอง แต่โทนี่สั่งลุยอ้างว่าโอกาสดีๆแบบนี้ไม่ใช่จะ หาได้ง่าย แพ็ตนับหนึ่ง...สอง...

โทนี่ทำเป็นยอมแต่แพ็ตต้องปล่อยตัวผู้กองก่อน แพ็ต บอกว่าต้องให้ตนหนีไปก่อนถึงจะปล่อยตัวได้ รับรองว่าตนรักษาคำพูดถ้าไม่เชื่อให้ถามผู้กองรณภพได้  รณภพจำใจบอกว่า

"เธอจะไม่ฆ่าผมหรอกสารวัตร ถ้าไม่จำเป็น"

"ตำรวจทุกคนถอย" โทนี่สั่งการระหว่างนั้นเอง อำพันถือปืนมาซุ่มอยู่ พริบตานั้นเสียงปืนกัมปนาทขึ้น รณภพถูกยิงที่หัวไหล่ ส่วนแพ็ตถูกยิงที่ขา แต่เธอก็พยายามขับรถหนีไป อำพันยังยิงตามไปอีกเป็นชุดจนโทนี่โอดครวญว่ารถตนบรรลัยหมดยังใหม่
อยู่เลย

ooooooo

ธวัชกับมิสเตอร์เหว่งได้ข่าวว่ามือปืนที่เล่นงาน เหว่งนั้น ตำรวจเจอตัวแล้วแต่มันหนีไปได้ พูดอย่างแค้นใจว่าภาวนาให้ได้ตัวมันก่อนถูกตำรวจฆ่า แล้วสั่งลูกน้องให้ไปสังเกตที่ท่าเรือเพราะรู้มาว่ามันบาดเจ็บถูกยิงมือเละ

เกษมซมซานไปที่ออฟฟิศท่าเรือ ใช้ศอกกระแทกกระจก แตกเข้าไปข้างในรีบโทร.หาอำพันบอกให้มาช่วยตนด้วย อำพัน รับปากบอกให้รอที่นั่น แต่พอไปถึงแทนที่อำพันจะช่วยกลับฆ่าด้วยการยิงใส่หลายนัดจนเกษมหายใจครืดเหมือนตายไปแล้ว เธอจึง
ขออโหสิแล้วหนีไป

แพ็ตขับรถพารณภพหนีไปจนมืดเจอด่านตำรวจเข้า รณภพบอกให้ขับแยกไปอีกทางจะได้ไม่เจอด่าน แพ็ตถามว่าทำไมต้องช่วยตน รณภพตอบแบบตรงไปตรงมาว่า

"เพราะผมอยากรู้เรื่องทั้งหมดว่ามันเป็นมายังไง และคนที่พยายามจะฆ่าคุณกับผมมันเป็นใคร"

ทั้งคู่ขับรถหลบด่านไปเจอบ้านพักกลางสวนแห่งหนึ่งเจ้าของบ้านใส่กุญแจไว้ แพ็ตยิงกุญแจกระจุยแล้วพากันเข้าไปพักข้างใน แพ็ตเดินแทบไม่ไหว รณภพเลยอุ้มเธอไปวางไว้ที่ห้องรับแขก

แม้จะไม่ไว้ใจกันแต่ทั้งคู่ต่างก็ทำแผลให้กันเพราะลึกๆ แล้วมีความรู้สึกดีต่อกัน หลังจากทำแผลให้กันแล้ว แพ็ตบอกว่า คืนนี้เราจะค้างที่นี่รอให้เรื่องซาแล้วค่อยแยกกัน

ตกดึกขณะแพ็ตหลับอยู่ที่โซฟานั้น รณภพนั่งอยู่ใกล้ๆ เขานึกอยากเห็นหน้านักฆ่าขนตางอนขึ้นมา ย่องไปจะเปิดผ้าคลุมหน้าบางๆออก แต่เปิดได้แค่ครึ่งเดียวก็ต้องชะงักเมื่อแพ็ตยกปืนจ่อ รณภพแก้ตัวว่าตนต้องการรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร

"แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตงั้นเหรอคะ" พอชายหนุ่มตอบแก้เกี้ยวว่าอาจจะคุ้มก็ได้ พลางจะเปิดผ้าคลุมหน้าต่อ ถูกแพ็ตคว้ามือไว้ ปรามเสียงเข้ม "ชีวิตของคุณฉันว่าแลกกับอย่างอื่นดีกว่า"

แพ็ตโน้มคอเขาเข้าไปแล้วจูบอย่างดูดดื่ม ทำเอารณภพ ชักเคลิ้ม ครู่หนึ่งเอะใจรู้สึกผิดปกติรีบผละออกมา แพ็ตแค่นหัวเราะขยับผ้าคลุมหน้าให้เข้าที่ บอกเขาว่า

"ลิปสติกของฉันเคลือบยากล่อมประสาทเอาไว้ค่ะผู้กอง รับรองว่าคืนนี้คุณจะหลับสบาย และก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย"

ไม่ทันสิ้นเสียงแพ็ตดี รณภพก็คออ่อนคอพับย้วยลงไปนอนหมดสติเสียแล้ว

ooooooo

ตำรวจบุกไปถึงออฟฟิศที่ท่าเรือพบร่างโชกเลือดของเกษม ต่างคิดว่าตายแล้วแต่ก็รีบเอาไปโรงพยาบาล ปรากฏว่าเกษมยังไม่ตาย  เพราะกระสุนเข้าที่ชายโครงเท่านั้น โทนี่พอใจมากกับข่าวนี้

เมื่อมิสเตอร์เหว่งรู้ว่าเกษมยังไม่ตายก็สั่งลูกน้องให้ไปสืบว่าอยู่ที่ไหน พึมพำอย่างลำพองใจว่า "ทีนี้ล่ะจะได้รู้กันเสียทีว่ามันทำงานให้ใครกันแน่"

ฝ่ายเจ้าเวียงวรรณกับโรเบิร์ตพอรู้ว่าเกษมยังไม่ตายก็สั่งให้คนไปเก็บเสียก่อนที่เกษมจะนำความเดือดร้อนมาให้องค์กร

ที่บ้านกลางสวนแพ็ตเห็นรณภพหลับเป็นตายอยู่ที่พื้นก็มองอย่างเห็นใจที่ตนทำให้เขาต้องมาเดือดร้อนด้วย เธอลุกเดินสำรวจไปในบ้านพบเสื้อผ้าในตู้ที่ตัวเองพอใส่ได้ก็เปลี่ยนชุดนักฆ่าเป็นชุดธรรมดา จากนั้นโทร.เรียกโนรีมารับ นัดพบกัน ที่ชานเมือง
อำพันจะไปด้วย โรเบิร์ตสั่งให้รออยู่ที่นี่ไม่ต้องไปไหน พลางส่งกุญแจรถให้โนรีเอารถไปรับแพ็ต

โทรศัพท์เสร็จ แพ็ตเข้าครัวเจอไข่ไก่ก็เอามาทำอาหารกินพอประทังชีวิตไว้ก่อน

ส่วนรณภพตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกใส่กุญแจมือไพล่ หลัง และผูกตาไว้ด้วย พอโวยวายแพ็ตก็บอกว่าต้องกันไว้ก่อนดีกว่าไม่อยากประมาท แล้วจัดอาหารให้เขากิน รณภพกินจนเกลี้ยง อิ่มแล้วถามแพ็ตว่าคนที่ตามฆ่าเธอที่แฟลตเป็นใคร

"มันเป็นมือปืนที่ลอบสังหารมิสเตอร์เหว่ง" แพ็ต บอกตามตรง แต่พอรณภพถามว่าทำไมเธอต้องปกป้องมันด้วย แพ็ตตอบเสียงสูงว่า "ฉันเปล่า ฉันแค่ต้องการปกป้องชื่อเสียงขององค์กรและของผู้บริสุทธิ์ต่างหาก"

รณภพถามว่าเสียงเธอกับแพ็ตเหมือนกันมากจนอดคิดไม่ได้ว่าเธอคือ...แพ็ตไม่ยอมให้พูดจบแทรกขึ้นหาว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้เห็นผู้หญิงทุกคนก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ

การสนทนาสะบั้นลงเมื่อรณภพพูดว่าเธอรู้จักมือปืนคนนั้นเพราะได้ยินเรียกชื่อว่าเกษม แพ็ตฉุนขึ้นมาเก็บจานข้าวเดินหนีไปเลย

ooooooo

เมื่อจัดการบาดแผลกินอิ่มนอนอิ่มแล้ว แพ็ตพารณภพในสภาพใส่กุญแจมือและผูกตาออกจากบ้านกลางสวน รณภพคิดหาทางช่วยตัวเอง จนรถมาจอดที่หน้าศูนย์การค้า เขาสะเดาะกุญแจมือหลุดวิ่งหนีเข้าไปในห้างฯ แพ็ตวิ่งตามไป

ทั้งสองวิ่งไล่ล่ากันอยู่ในศูนย์การค้าจนไปถึงแผนกขายเครื่องครัว แพ็ตคว้าปังตอขว้างใส่สู้กับปืน

เป็นเวลาที่โทนี่ หมวดโอมและจ่าฉิมติดตามรถที่ถูกแพ็ตเอาไปจากเครื่องติดตาม จับสัญญาณได้ว่ารถจอดอยู่แถวห้างฯใกล้ๆนี้จึงพากันไปที่นั่นอย่างเร่งรีบ

รณภพใช้ปืนบังคับให้แพ็ตใส่กุญแจมือตัวเองโดยโยนไปใกล้ๆเธอ แพ็ตทำเป็นก้มหยิบกุญแจมือ พริบตานั้นก็คว้าปังตอขว้างไปตัดเชือกตาข่ายที่ผูกลูกบอลยางอยู่ด้านบน ลูกบอลยางลอยคว้างลงมาใส่ตัวรณภพ แพ็ตฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไปทันที

พอดีหมวดโอมกับจ่าฉิมวิ่งมาถึงเจอตัวผู้กองพอดีช่วยกันประคองขึ้นมา เมื่อรู้ว่านักฆ่าหนีไปแล้ว ทั้งหมดพากันไปที่รถเพื่อหาลายนิ้วมือ

โทนี่ปรี่เข้ามาหาผู้กองถามว่าคนร้ายไปไหน พอรณภพบอกว่าหนีไปแล้ว เขาโกรธมากพูดอย่างเอาเรื่องว่า "ถึงกองปราบเมื่อไหร่ เราจะประชุมเรื่องนี้กันทันที"

"ให้ผู้กองกลับไปทำแผลก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับสารวัตร" หมวดโอมเสนอ

"ก็ได้ แต่อย่าช้านะ เพราะเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน"

การวางอำนาจบาตรใหญ่ของโทนี่ทำให้ทั้งผู้กอง หมวด และจ่าชักจะทนไม่ไหวเสียแล้ว

ooooooo

นักฆ่าขนตางอน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด