ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักฆ่าขนตางอน

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

นักฆ่าขนตางอน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

บนท้องถนนในป่าคอนกรีตกลางกรุงเทพมหานคร...

ท่ามกลางรถที่สัญจรไปมานั้น มีรถสามคันขับตะบึงไล่บี้กันมา คันหนึ่งเป็นรถเก๋งส่วนตัวที่ขับพุ่งราวกับลูกธนู อีกสองคันคือรถตำรวจเปิดไซเรนหวีดหวิว

การไล่บี้กันอย่างเอาเป็นเอาตายใจกลางกรุงเทพฯนี้ ทำให้รถของชาวบ้านที่อยู่บนท้องถนนต้องหลบหลีกจนบางคันเกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่ทำให้การไล่ล่ากันนั้นหยุดชะงัก

รถเก๋งส่วนตัวนั้นมีมิสเตอร์คิมเป็นคนขับ ส่วนสองคันหลังมีดาบเหมียวกับสารวัตรเพิ่มพลประจำอยู่ เสียงดาบเหมียววิทยุรายงานสารวัตรเพิ่มพลว่า

"ขณะนี้เรากำลังติดตามรถผู้ต้องสงสัย ซึ่งเราสืบทราบมาแน่ชัดว่าในรถผู้ต้องสงสัยมียาบ้าจำนวนมากซุกซ่อนอยู่"

สารวัตรเพิ่มพลถามว่ารถมุ่งหน้าไปทางไหน ดาบเหมียวแจ้งว่ากำลังเข้าทางลัดมุ่งไปทางถนนสุขสวัสดิ์ สารวัตรรับทราบแล้ววิทยุสั่งรถตำรวจให้ตามสกัดจับรถผู้ต้องสงสัยรายนี้ ย้ำให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังเพราะคนร้ายมีอาวุธปืน

แม้จะเก่งฉกาจเพียงใด มิสเตอร์คิมก็ถูกไล่ล่าไปจนตรอกในซอยแคบ เมื่อถูกตำรวจตามทันก็ต้องหันมาเผชิญหน้าสู้ ชักปืนออกมาวิ่งลงจากรถ แต่ก็ถูกตำรวจวิ่งมาดักทัน สารวัตรเพิ่มพลยิงปืนขึ้นฟ้าขู่หลายนัด พลางประกาศ

"คิม...ฉันตามแกมา 5 ปีแล้ว แต่แกรอดทุกครั้ง ครั้งนี้แกไม่รอดแน่" เห็นคิมขยับจะยิงสารวัตรตะโกนให้ทิ้งปืนเสีย คิมทำท่าจะทิ้งแต่กลับยกเล็งมาทางตำรวจ พริบตานั้นเอง สารวัตรเหนี่ยวไก 3 นัดซ้อน คิมผงะร่วงผล็อย บนหลังมือที่ถือปืน มีรอยสักรูป
แมงป่องดำไว้อย่างชัดเจน!

"สิ้นสุดกันทีมิสเตอร์คิม!" สารวัตรเพิ่มพลพึมพำมองศพคิมที่นอนจมกองเลือด

ดาบเหมียววิ่งเข้ามารายงานว่าพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในรถผู้ต้องสงสัยห้าแสนเม็ด สารวัตรสั่งให้ยึดของกลางทั้งหมดส่งไปที่กองปราบ

สารวัตรมองศพของคิมอีกครั้ง นี่เป็นการเสร็จสิ้นภารกิจที่ติดพันมานับปี...อีกชิ้นหนึ่ง

ooooooo

สารวัตรเพิ่มพลมีธิดาสองคน คือแพรเพชรซึ่งเป็นนักกีฬาเทควันโด มีรางวัลแชมป์ระดับเขตรับรองฝีมือ เธอมีน้องสาวคนหนึ่งชื่อแพรพลอย กำลังเป็นเด็กสาววัยรุ่นน่ารัก เรียบร้อย และสดใส

เมื่อเสร็จภารกิจแล้ว สารวัตรเพิ่มพลโทรศัพท์คุยกับแพรเพชรที่กำลังซ้อมเทควันโดอยู่ที่โรงยิมฯชวนว่า

"พอดีพ่อเพิ่งปิดจ๊อบน่ะลูก แม่เขาเลยชวนไปพักตากอากาศสักอาทิตย์นึง"

แพรเพชรถามว่าเมื่อไหร่ พอรู้ว่าเย็นนี้เธอบอกว่ายังไม่ได้เตรียมตัวเลย เพิ่มพลจึงให้รอที่โรงยิมฯอีกสิบนาทีจะไปรับ ตอนนี้แม่รออยู่ที่บ้านแล้ว

สิบนาทีต่อมา เพิ่มพลไปรับแพรเพชรโดยไม่รู้ว่าถูกสมุนของมิสเตอร์เหว่ง 3 คนมาซุ่มอยู่ พอเพิ่มพลรับแพรเพชรออกไป รถของสมุนมิสเตอร์เหว่งก็ขับตามไปทันที

ooooooo

ก่อนจะไปรับแพรเพชร สารวัตรเพิ่มพลได้พบกับสารวัตรชลิตที่กำลังดูผู้กองรณภพซ้อมยิงปืนอยู่ สารวัตรชลิตชมว่าไม่เสียแรงที่ขอตัวมาช่วยปราบปรามยาเสพติด รณภพให้คำมั่นว่าจะพยายามเต็มความสามารถ เมื่อเดินออกมาด้วยกันเจอสารวัตรเพิ่มพล
จึงแนะนำผู้กองรณภพให้รู้จักว่า

"นี่ไงผู้กอง สารวัตรเพิ่มพล ไอดอลของคุณ"

ผู้กองรณภพแสดงความยินดีอย่างมากที่ได้รู้จักฮีโร่ในดวงใจของตน ทำเอาเพิ่มพลยิ้มขำๆแล้วขอตัวก่อนเพราะมีนัดพอดี ผู้กองรณภพมองตามสารวัตรเพิ่มผลไปอย่างเลื่อมใส

ส่วนแพรพลอยผู้เป็นน้องสาว ก่อนกลับไปนั่งร้านอาหารกับชาลีที่คบกันมาระยะหนึ่งแล้ว ชาลีมอบแหวนเพชรเม็ดงามให้ เธอชอบมากแต่ไม่อยากรับไว้เพราะเป็นของแพงเกินไป ชาลีจึงเอ่ยปากขอแต่งงานด้วย

"เราคบกันยังไม่ถึงปีเลยนะชาลี" แพรพลอยท้วงติง ชาลีอ้อนว่าก็ตนรักแล้วนี่นา แพรพลอยเลยหยิกแกมหยอกว่า "เห็นแก่ตัว พลอยยังไม่ได้พาคุณไปเจอกับคุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่เพชรเลย"

ชาลีขอให้พาไปเปิดตัวเลย แพรพลอยยิ้มๆ จนเมื่อชาลีขับรถไปส่งที่หน้าบ้าน เธอจึงบอกว่าเรื่องที่เขาขอแต่งงานเอาไว้คุยกันวันหลังดีกว่า เพราะทางบ้านยังไม่ทันตั้งตัว และพรุ่งนี้ก็จะไปพักร้อนกันด้วย เมื่อเห็นชาลีทำหน้าผิดหวัง เธอปลอบใจว่า

"อ่ะ พลอยสัญญาก็ได้ กลับกรุงเทพฯเมื่อไหร่ พลอยจะบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อ แล้วเราค่อยแต่งงานกันนะ" เธอยื่นนิ้วก้อยออกไป ชาลียื่นมาเกี่ยวก้อยแล้วถือโอกาสหอมแก้มเบาๆ

ทั้งคู่สบตากันประสาคนรัก แล้วแพรพลอยก็แยกเข้าบ้านไป

ooooooo

คืนนี้ ชาลีมีนัดกับรณภพที่ผับเจ้าประจำ เมื่อถึงเวลา ชาลีไปพบรณภพนั่งดื่มเบียร์ไปดูบอลไปอยู่ที่เคาน์เตอร์ ทักทายกันแล้วชาลีถามรณภพว่างานใหม่ เป็นอย่างไรบ้าง

"ก็โอเค เพิ่มเริ่มงานวันแรก ไม่มีปัญหาอะไร แล้วแกล่ะ" รณภพย้อนถามบ้าง

"แจ่มว่ะ ท่าทางน้องพลอยเขาชอบแหวนที่นายเลือกให้" รณภพถามอย่างตื่นเต้นว่า   สรุปว่าเธอรับปากจะแต่งงานแล้วใช่ไหม ชาลีตอบอย่างกระหยิ่มมั่นใจว่า "ชัวร์"

"แบบนี้ต้องฉลองกันหน่อย" รณภพเอ่ยแล้วหันไปสั่งบริกร "น้องเอามา 2 แก้ว"

ทีแรกชาลีปฏิเสธบอกว่าไม่ดื่ม แต่รณภพขอให้ดื่มที่ตนเริ่มงานใหม่ ส่วนชาลีก็กำลังจะได้เมีย ชาลีเลยยอมดื่ม ยกแก้วให้กัน ชาลีเอ่ย "แด่วันชื่นคืนสุข"

"เยส" รณภพตอบรับแล้วชนแก้วกันอย่างมีความสุขจริงๆ

ooooooo

ครอบครัวสารวัตรเพิ่มพลไปถึงสถานที่ตาก อากาศแล้ว ดารินผู้เป็นแม่ดูแลครอบครัวด้านอาหารการกินทำครัวเพลินอยู่คนเดียว

แพรเพชรกับแพรพลอยสองสาวพี่น้องชวนกันลงเล่นเจ็ตสกีกันอย่างสนุกสนาน แพรพลอยเล่นสู้พี่สาวไม่ได้ก็ตะโกนดักคอว่าอย่าโกงกันนะ ส่วนพี่สาวก็ต่อให้น้อง ท้าให้ไล่ตามให้ทัน

แพรพลอยไล่ตามพี่สาวไปจนลืมดู ปรากฏว่าทุ่นลอยอยู่แต่ไม่เห็น แพรเพชรเห็นเข้าร้องบอกน้องสาวอย่างตกใจ แต่พอแพรพลอยหักเจ็ตสกีหลบ ปรากฏว่าพลิกคว่ำเพราะหักในระยะกระชั้นชิดเกินไป แพรเพชรรีบไปช่วยน้องสาวขึ้นมา ถามว่าเป็นอะไรไหม

"ก็สำลักอยู่เนี่ยยังจะถามอีก" แพรพลอยตอบงอนๆ พี่สาวเลยต้องลูบหัวลูบผมหยอกขำๆว่า "ดูซิผมเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำเลย"

สองพี่น้องชวนกันกลับที่พัก หยอกล้อกันมาตามชายหาดอย่างร่าเริง จนดารินที่ยกอาหารมาตั้งโต๊ะแล้วชะเง้อมอง พึมพำยิ้มๆอย่างมีความสุขว่า

"ลูกสองคนนี่ไม่รู้จักโต..."

ส่วนเพิ่มพลกำลังทำความสะอาดปืนอยู่ในห้องพลางดูทีวีไปด้วย เป็นข่าวปราบแก๊งยาเสพติดพอดี ข่าวรายงานว่า

"ข้อมูลจากแหล่งข่าวแจ้งว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องใช้เวลาปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้เป็นเวลาถึงห้าปี"

เพิ่มพลละสายตาจากปืนมองทีวี...แวบหนึ่ง แล้วฟังต่อ

"หลังจากมิสเตอร์คิมหัวหน้าแก๊งได้ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าสมุนที่เหลือจะสร้างเครือข่ายขึ้นมาใหม่ในอีกไม่ช้า และจะมีการตอบโต้เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรุนแรงเพื่อเป็นการล้างแค้นให้กับหัวหน้าของพวกมัน..."

เพิ่มพลปิดทีวีก่อนที่ข่าวจะจบ เขาทำความสะอาดปืนพกต่ออย่างหนักใจ เสร็จแล้วประกอบเข้าตามเดิมพร้อมกระสุนเต็มแม็ก

ดารินมาเรียกให้ไปทานข้าว เขามองปืนในมืออีกครั้งก่อนลุกไป

ooooooo

ครอบครัวพบกันที่โต๊ะอาหารกันอย่างมีความสุขในโอกาสที่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาในบรรยากาศพักผ่อนซึ่งหายากมาก ดารินเห็นลูกสาวสองคนเปียกม่อลอกม่อแลกก็ไล่ให้ไปอาบน้ำก่อนค่อยลงมาทานข้าว

ไม่มีใครเฉลียวใจว่าที่เนินเขาใกล้ที่พักตากอากาศนั้น สมุนของมิสเตอร์เหว่ง 3 คน ที่ตามมาซุ่มสังเกตอยู่ไม่วางตา เมื่อได้รับรายงาน มิสเตอร์เหว่งสั่งสมุนให้เฝ้าไว้ให้ดีอย่าให้คลาดสายตาเป็นอันขาด

จากนั้นเขาหิ้วกระเป๋ามาขึ้นรถที่จอดรออยู่ คำรามอย่างมาดหมายเหี้ยมเกรียมว่า

"ไอ้สารวัตรเพิ่มพล วันนี้คือวันตายของมัน!"

ooooooo

ระหว่างขึ้นไปอาบน้ำ แพรพลอยถอดแหวนวางไว้ พี่สาวมาเห็นเข้าถามว่าใครซื้อให้ แพรพลอยอำเล่นๆว่าซื้อเอง พี่สาวไม่เชื่อคาดคั้นถามจนแพรพลอยขอให้พี่สาวสัญญาว่าจะไม่บอกพ่อกับแม่ก่อนแล้วจึงยอมบอกตรงๆว่า "แฟนซื้อให้"

แพรเพชรตาโตเป็นไข่ห่านถามว่าชิงมีแฟนก่อนพี่หรือ คาดคั้นถามว่าเขาเป็นใคร หล่อไหม รวยหรือเปล่า

"ทั้งสองอย่าง หล่อ รวย แถมไฮโซด้วยล่ะจะบอกให้" แพรพลอยทำหน้าอวดๆ

แพรเพชรบอกว่าตนตาร้อนผ่าวแล้ว ถามว่าแล้วเขามีพี่ชายน้องชายที่ยังโสดไหม แพรพลอยตอบหน้าตายว่ามี พอดีพ่อเขาเป็นหม้ายสนใจไหม

สองพี่น้องหยอกเย้ากันอย่างร่าเริง จนสุดท้ายแพรเพชรถามว่าแฟนชื่ออะไร

"ชาลี ชื่อเพราะไหม" แพรพลอยบอกยิ้มหน้าบาน เลยถูกพี่สาวย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้นิดๆ

ooooooo

ทานอาหารเสร็จแล้วแพรเพชรเล่นวีดิโอเกมกับพ่ออย่างสนุกสนาน  ปรากฏว่าพ่อเป็นฝ่ายแพ้

เพิ่มพลเลยแกล้งหยอกลูกสาวว่าให้เลิกเรียนกฎหมายมาเป็นตำรวจกับพ่อดีกว่า

"พูดเป็นเล่นน่ะพ่อ ปีนี้หนูจะเรียนจบอยู่แล้วนะ อย่าชักใบให้เรือเสีย" แพรเพชรไม่เอาด้วย

ดารินเข้ามาทักสองพ่อลูกว่าเล่นกันมีความสุขจัง

ถามว่าแล้วใครจะช่วยแม่เอาขยะไปทิ้ง  แพรเพชรโยนกลองให้พ่อเพราะเป็นฝ่ายแพ้

"ฮื้อ...นี่พ่อนะเว้ย จะใช้พ่อได้ยังไง" เพิ่มพลบ่นแต่ลุกเดินเข้าครัวไปหยิบขยะหิ้วไปทิ้งตามกติกา ถูกสองสาวช่วยกันปรบมือร้องเป็นจังหวะ "พ่อแพ้...พ่อแพ้...พ่อแพ้..." ดารินดูสามีกับลูกหยอกกันแล้วหัวเราะขำๆอย่างมีความสุข

เพิ่มพลเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้าน แต่พอหันหลังเดินกลับก็ได้ยินเสียงรถคันหนึ่งพุ่งปราดมาที่หน้าบ้าน เขากระโจนหลบโดยสัญชาตญาณพร้อมๆกับเสียงปืนระเบิดรัวขึ้น กระสุนถูกถังขยะพรุน!

ลูกเมียที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงปืนก็ตกใจ ต่างร้องเรียกพ่อ!! เพิ่มพลตะโกนบอกให้ดารินพาลูกหลบไปและล็อกประตูหลังบ้านเสีย

สมุนมิสเตอร์เหว่งสองคนก้าวลงจากรถยิงกราดเข้ามาในบ้าน แพรเพชรกระชากน้องสาวหลบที่โซฟา กระสุนถูกข้าวของในบ้านแตกกระจุยรวมทั้งโทรศัพท์บ้านด้วย

"ไอ้หมาลอบกัด!" เพิ่มพลกระชากปืนพกยิงต้าน สมุนมิสเตอร์เหว่งหลบกันพัลวัน

"แม่รีบโทร.แจ้งตำรวจเร็ว" แพรเพชรตะโกนบอกดาริน

หารู้ไม่ว่ามิสเตอร์เหว่งอยู่ไม่ไกลใช้โน้ตบุ๊กแฮคเกอร์ เข้าเครือข่ายของบริษัทโทรศัพท์มือถือค้นหารายชื่อผู้ใช้โทรศัพท์ นามสกุลเดียวกับเพิ่มพลทั้งหมด เมื่อพบชื่อพ่อลูกทั้งสามก็พิมพ์คำสั่งยกเลิกสัญญาณทันที! ทำให้ดารินโทร.ไปพูดได้แค่สองคำยังไม่ทันแจ้งอะไรสัญญาณก็ถูกตัด

ที่หน้าบ้าน สมุนของมิสเตอร์เหว่งสองคนยังไม่กล้าบุกเข้าไปเพราะเพิ่มพลยังคุมเชิงอยู่ สมุนอีกคนจึงย่องไปหลังบ้านยิงกลอนประตูกระจุย แพรเพชรบอกน้องสาวให้ หลบไปอยู่กับแม่ แล้วตัวเองก็ไปดึงคัตเอาต์ออกทำให้ไฟดับทันที

พวกสมุนมิสเตอร์เหว่งชะงักงัน แพรเพชรถือโอกาสนั้นเข้าเล่นงานมันจนสมุนคนหนึ่งปืนร่วง แต่พอมันตั้งหลักได้ก็เล่นงานเธอต่อยเพียงหมัดเดียวแพรเพชรก็ปลิวกระเด็นไปแล้ว

ดารินพุ่งเข้าไปคว้ามีดทำครัว แพรพลอยถามว่าแม่จะทำอะไร ระหว่างนั้นเสียงสามแม่ลูกร้องเรียกกัน ตะโกนเตือนภัยกัน หวีดร้องด้วยความตกใจ ดังแว่วไปถึงข้างนอก ทำให้เพิ่มพลเป็นห่วงมาก วิ่งจะเข้าไปช่วยก็ถูกสมุนคนหนึ่งยิงเข้าที่กลางหลัง เขาถูก
ยิงที่ท้องก่อนแล้ว และที่หลังเลือดทะลักแดงไปทั้งตัว แต่ก็ยังแข็งใจวิ่งเข้าไปในบ้าน

ดารินคว้ามีดปอกผลไม้พุ่งเข้าแทงข้างหลังสมุนคนหนึ่งขณะมันกำลังจะเข้าซ้ำแพรเพชร มันร้องลั่นแล้วหันกลับมาคว้าคอดารินไปบีบขย่ม แพรพลอยได้แต่เข้าไปทุบตีมันเพื่อช่วยแม่

แพรเพชรเพิ่งตั้งหลักได้ลุกขึ้นพุ่งเข้าเล่นงานสมุนคนที่สาม คว้าเก้าอี้ฟาดหัวมันโครมเดียวมันถึงกับเซถลา เธอวิ่งเข้าไปดูอาการของแม่

ระหว่างนั้นเอง สมุนคนที่เซถลาไปหันกลับมาเล็งปืนหมายจะฆ่าสามแม่ลูกพร้อมกัน    ดารินหันไปเห็นเธอผลักลูกทั้งสองหลบไปแล้วเอาตัวรับกระสุนแทน

จังหวะนั้นเอง เพิ่มพลถือปืนเข้ามาเขาบาดเจ็บสาหัสแต่แข็งใจยิงกระหน่ำสมุนคนนั้นตายคาที่เพื่อช่วยลูกเมีย ระหว่างนั้นดารินพยายามรวบรวมกำลังร้องบอกสามีว่า

"คุณรีบพาลูกไป ไม่ยังงั้นพวกเราจะตายกันหมด"

"รถจอดอยู่ด้านหลัง รีบหนีไปเร็ว" เพิ่มพลตะโกบอก แพรเพชรรีบหันไปหากุญแจรถทันที

ภายในบ้านเงียบหมด สมุนอีกสองคนที่อยู่นอกบ้านก็ไม่กล้าเข้าไปเพราะกุมสภาพข้างในไม่ได้ ทันใดนั้นเอง มิสเตอร์เหว่งเดินพรวดเข้ามาถีบทั้งสองจนหน้าคว่ำ

"ไอ้ทุเรศ ปล่อยให้รออยู่ได้ตั้งนาน นึกว่าจัดการเรียบร้อยไปแล้ว"

"คือ...ไอ้ตำรวจมันหนีเข้าไปในบ้านครับเฮีย" สมุนหนึ่งเสียงสั่น

มิสเตอร์เหว่งมองรอยเลือดที่หยดเป็นทางเข้าไปในบ้าน บอกสมุนว่าป่านนี้คงเป็นศพไปแล้ว พลางก็นำสมุนทั้งสองบุกเข้าไป ทันใดก็ได้ยินเสียงสตาร์ตรถที่หลังบ้าน มันชะงักกึก

ooooooo

แพรเพชรขับรถพาพ่อกับน้องพุ่งไปตามถนนหมายพาพ่อไปให้ปลอดภัย พอรู้ว่าพวกนั้นขับรถไล่ตามมา เพิ่มพลบอกแพรเพชรว่าเหยียบให้มิดเลย พลางตัวเองก็โผล่ออกไปยิงรถที่ตามมาจนรถคนร้ายเป๋ไปมาก่อจะแฉลบตกข้างทาง

"พวกมันไม่ตามมาแล้ว พวกเราหนีพ้นแล้วพี่เพชร" แพรพลอยบอกพี่สาวอย่างดีใจ

ไม่ทันไรเสียงปืนก็ดังรัวขึ้นอีก ปรากฏว่ามิสเตอร์เหว่ง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ยิงลงมา แพรเพชรขับรถหลบเข้าข้างทาง ก็ยังถูกกระหน่ำยิง เพิ่มพลเอาตัวคร่อมบังกระสุนให้ลูก เขาเลยถูกยิงเข้าที่หลังอีกหลายนัด

แพรเพชรถูกยิงเข้าที่ไหล่ เธอพยายามนำรถเข้าป่าข้างทาง หลบเข้าสุมทุมพุ่มไม้จนมองจากข้างบนไม่เห็น มิสเตอร์เหว่งสั่งคนขับฮ.ให้ลงจอด

แพรเพชรพยายามขับรถลุยเข้าไปในป่า ปรากฏว่าเบรกแตกรถพุ่งเข้าชนต้นไม้ โชคดีที่ถุงลมนิรภัยดีดตัวออกมาทำให้เธอไม่กระแทกพวงมาลัย หันไปดูน้องกับพ่อ เห็นน้องกอดพ่อที่เลือดท่วมตัวร้องไห้ก็ตกใจ

"เพชร ฟังพ่อนะ มีปืนอยู่ในช่องเก็บของหน้ารถ ลูกรีบพาน้องหนีไป"

แพรเพชรไม่ยอมไป จนเพิ่มพลต้องบอกว่าอยู่ก็ไม่มีประโยชน์เพราะพ่อคง...แพรเพชรดูอาการบาดแผล ของพ่อแล้วคิดว่าพ่อคงไม่ไหวแล้ว เพิ่มพลรวบรวมกำลังสั่งลูกอีกว่า

"จำไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกลูกต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ต้องสู้กับพวกมัน อย่ายอมแพ้ พาน้องไปซ่อนในป่า รอจนกว่าจะมีคนมาช่วย"

แพรพลอยไม่ยอมไป แต่ถูกพี่สาวดึงและสั่งให้ไปกับตนเดี๋ยวนี้ ทำให้แพรพลอยเริ่มเข้าใจสถานการณ์ ลดแรงต้านลง เพิ่มพลอวยพรเป็นคำสุดท้าย "โชคดีนะลูก"

แพรเพชรพยักหน้าแล้วหันไปหยิบปืนในช่องเก็บของตามที่พ่อบอก ฉุดมือน้องสาวไปด้วยกัน แพรพลอยยังหันมองพ่ออีก ภาพสุดท้ายที่เห็นคือพ่อส่งยิ้มให้กำลังใจลูกทั้งสอง...

สมุนสองคนที่ขับรถตามมาถึงพบร่องรอยรถของเพิ่มพล ลุยเข้าไปในป่า   มันบอกกันว่าพวกนั้นหนีเข้าไปในป่า   แล้วมันก็หยิบไฟฉายและอาวุธลุยเข้าป่าไปตามรอยที่เห็น

ooooooo

สองพี่น้องพากันหนีกระเซอะกระเซิงจนแพร-พลอยอ่อนแรงบอกว่าตนไปไม่ไหว แล้ว แพรเพชรจึงวางแผนล่อคนร้ายให้ตามตนไป นัดแพรพลอยว่า ให้ไปเจอกันที่น้ำตก ให้น้องไปหลบซ่อนอยู่แถวนั้นแล้วตนจะไปหา

แพรเพชรวิ่งล่อสมุนทั้งสองให้ตามตนไป แพรพลอยมองตามพี่สาวไปอย่างเป็นห่วง แล้วจึงหาทางไปหลบที่น้ำตกตามที่พี่สาวนัดไว้

เป็นเวลาที่เพิ่มพลถูกมิสเตอร์เหว่งตามพบ เพิ่มพลถามว่ามันเป็นใคร มันกระชากคอเสื้อตัวเองออกโชว์รอยสักแมงป่องสีดำที่ต้นแขนซ้าย พูดอย่างผยองว่า

"ฉันเป็นน้องชายของมิสเตอร์คิมที่แกฆ่าเมื่ออาทิตย์ ก่อนไงจำได้ไหม"

พอรู้ว่ามันเป็นใคร เพิ่มพลก็รู้ชะตาตัวเอง ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร มันก็ชักปืนออกมายิงเผาขนไปสองนัดซ้อน

ooooooo

แพรเพชรล่อสมุนทั้งสองไปจนถึงหน้าผา สุดทางหนีแล้ว เตรียมสู้ตาย ถอดเสื้อตัวนอกออกมาวาง หยิบก้อนหินแถวนั้นเอาเสื้อห่อไว้อย่างเตรียมพร้อม

สมุนทั้งสองของมิสเตอร์เหว่งทะเล่อทะล่าตามหา คนหนึ่งเห็นหลังแพรเพชรก็จะพุ่งเข้าไป ถูกแพรเพชรขว้างเสื้อ ห่อก้อนหินใส่หน้าจังๆ มันล้มตึงหน้าเละตายคาที่ เธอหันขวับหาสมุนอีกคนมันกำลังยกปืนเล็งใส่ แต่แพรเพชรไวกว่ายิงเปรี้ยงเดียวมันล้ม
ลงทันที...

แพรพลอยไปคอยพี่สาวอยู่ที่น้ำตกละแวกบ้านพักตากอากาศนั่นเอง เธอถือปืนลูกซองเก้ๆกังๆ ปากก็ร้องเรียกหา "พี่เพชร...พี่เพชร..."

ทันใดนั้นมีเสียงคนเดินเข้ามา พอหันไปดูแพรพลอยแทบช็อกเมื่อเห็นชายแปลกหน้ายิ้มเหี้ยมเกรียม แพรพลอยยกปืนเล็งตามสัญชาตญาณ ก็ถูกมันหัวเราะเยาะแล้วยิงปืนในมือแพรพลอยร่วง มือได้รับบาดเจ็บ

"แก...แกเป็นใคร แกทำแบบนี้ทำไม แกใช่ไหมที่ฆ่า พ่อแม่ฉัน" แพรพลอยเดาออกเอามือกุมแผลถอยหนี มิสเตอร์เหว่งเล็งปืนเดินตามอย่างคุกคาม

เป็นเวลาที่แพรเพชรวิ่งกลับมาหาน้องที่น้ำตกพอดี เธอตกใจร้องเรียก "พลอย!"

จังหวะที่แพรพลอยหันมองพี่สาวนั่นเอง ถูกมิสเตอร์เหว่งยิงจนผงะตกลงไปในแอ่งน้ำตก

มิสเตอร์เหว่งแสยะยิ้มแล้วหันปืนเล็งใส่แพรเพชร เธอจ้องมันอย่างอาฆาตพลางยกปืนในมือขึ้น แต่ไม่ทันที่แพรเพชรจะเหนี่ยวไก เธอก็ถูกมิสเตอร์เหว่งยิงใส่อย่างหูดับตับไหม้ไปแล้ว...

ทุกอย่างดับวูบไปในทันที...

ooooooo

คืนนี้ ขณะที่รณภพกำลังหลับสบายนั่นเอง เสียงโทรศัพท์ปลุกเขาขึ้นกลางดึก เป็นสายจากสารวัตรชลิตแจ้งว่า

"สารวัตรเพิ่มพลกับภรรยาตายแล้ว ลูกสาวของเขาสองคนตอนนี้ก็หายสาบสูญไป" ขณะรณภพยังมึนอยู่นั่นเอง สารวัตรชลิตบอกว่า "เดี๋ยวผมจะแฟกซ์แผนที่บังกะโลของสารวัตรเพิ่มพลที่พัทยาไปให้ คุณรีบไปดูที่เกิดเหตุด่วนจี๋เลยนะ"

รุ่งขึ้น ผู้กองรณภพก็ไปถึงที่เกิดเหตุ เจอหมวดโอม หรือร้อยตำรวจโทอนันต์ แสงหล้าที่สารวัตรชลิตส่งมาช่วยงานเขา และจ่าฉิมหรือจ่าฉิมพลี รักษ์ไทยถูกส่งมาเช่นเดียวกัน

จากการรายงานของหมวดโอมและจ่าฉิม ผู้กองรณภพทราบว่าพบศพดารินเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และห่างออกไปอีกหกกิโลเมตรพบศพของสารวัตรเพิ่มพลอยู่ในรถที่จอดบริเวณชายป่า คาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่าสามคน พบศพคนร้ายแต่อาจมีบางคนหนีไป
ได้

"เช็กลายนิ้วมือรึยัง" ผู้กองถาม

"คนร้ายเป็นสมุนของมิสเตอร์เหว่ง รองหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ชื่อ "แมงป่องดำ" ผมคิดว่าจะเป็นการฆ่าล้างแค้นให้มิสเตอร์คิมหัวหน้าของมันที่เพิ่งถูก สารวัตรเพิ่มพลวิสามัญไปครับ" หมวดโอมสรุป

"งั้นตรวจบริเวณให้ทั่ว" ผู้กองรณภพสั่งด้วยสีหน้า หนักใจ

เมื่อเข้าไปตรวจภายในห้องพักชั้นบน ผู้กองพบแหวนเพชรของแพรพลอยวางอยู่ เขาจำได้ว่าเป็นวงที่ช่วยซื้อให้ชาลีนั่นเอง โยงใยให้รู้ว่าที่แท้แฟนของชาลีคือลูกสาวของสารวัตรเพิ่มพลนั่นเอง!

เพียงสายๆชาลีก็มาถึงบ้านเกิดเหตุ พอเจอผู้กองเขาถามว่าแพรพลอยอยู่ไหน จนผู้กองรณภพต้องค่อยๆชี้แจงว่า

"คนในบ้านถูกฆ่าตายไปสองคนคือสารวัตรเพิ่มพลกับคุณดาริน ส่วนแฟนแกกับพี่สาวตอนนี้กำลังตามหาอยู่"

หลังจากนั้น ผู้กองรณภพเอาแหวนเพชรในซองพลาสติกให้ดู ชาลีรับไปดูตาแดงก่ำ เขามองเหม่อไปในท้องทะเล สมองอื้ออึง หัวใจสับสนว้าวุ่น ทุกอย่างเคว้งคว้างไปหมด...

ooooooo

แพรเพชรรู้สึกตัวขึ้นมาในสภาพอ่อนแรงจนไม่รู้ว่าลมหายใจจะหยุดไปเมื่อไหร่ ในความรู้สึกที่ เลือนรางนั้น เธอเห็นแสงเงาของใครคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่มายืนถามเสียงห้าวว่า "อยากอยู่หรืออยากตาย" เธอตอบอย่างอ่อนล้าด้วยคำพูดที่เข้มแข็งว่า

"ฉัน...ฉันยังไม่อยากตาย ฉันต้อง...ล้างแค้น..."

"งั้นเธอก็ต้องร่วมมือกับฉัน ตกลงไหม" ภาพตรงหน้าค่อยๆชินตาดูชัดขึ้น เขาคนนั้นยิ้มให้เธอในยามนี้ดูเขาประหนึ่งเทพเจ้าที่มาอุ้มชู เขาบอกเธอว่า "ฉันจะช่วยเธอเอง แพรเพชร"

เขาคือโรเบิร์ต เขานำตัวเธอขึ้นรถที่มีเครื่องปฐม พยาบาลครบครัน เขาฉีดยาให้เธอก่อนที่จะโทรศัพท์มือถือ สั่งเร่งด่วนว่า

"แจ้งฝ่ายพยาบาลให้เตรียมพร้อม เรามีคนไข้ถูกยิงต้องการผ่าตัดด่วน"

แพรเพชรถูกนำตัวไปที่ห้องพยาบาลในบ้านโรเบิร์ตที่ตั้งอยู่ในหุบเขาป่าใหญ่ เธอหายใจโดยผ่านเครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ได้รับการผ่าตัดเอากระสุนออก โดยโรเบิร์ตยืนดูอยู่ตลอดเวลาผ่านช่องกระจกจากหน้าห้อง

แพรเพชรมารู้สึกตัวอีกทีพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักผู้ป่วย ครู่หนึ่งอำพันหญิงสาวผู้มีสีหน้าเย็นชาก็เข้ามาถามว่ารู้สึกยังไงบ้าง แพรเพชรถามว่าตนหลับไปนานแค่ไหน

"เกือบสองวัน ตอนนี้คุณโรเบิร์ตกำลังอยากพบเธอ"

"โรเบิร์ต?" แพรเพชรทวนชื่อใหม่นี้อย่างแปลกใจ

และเมื่อเธอไปพบเขาที่ระเบียงกว้างทั้งที่ยังต้องนั่งอยู่บนรถเข็น เมื่อพาแพรเพชรมาแล้ว อำพันก็ปลีกตัวไป แพรเพชรมองโรเบิร์ตอย่างพินิจ แล้วมองไปที่ชายป่าเห็นหญิงสาว กลุ่มหนึ่งกำลังฝึกแบบทหารโดยมีครูฝึกเป็นฝรั่งรูปร่างใหญ่สอนอยู่

หญิงสาวกลุ่มนั้นต่อสู้กันด้วยมีดสั้น ทุกคนสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ooooooo

ขณะแพรเพชรดูผู้คนที่ชายป่าอยู่นั้น โรเบิร์ตถือแก้วเครื่องดื่มเข้ามานั่งร่วมโต๊ะด้วย เขาทักว่ารู้สึกว่าอาการของเธอดีขึ้นแล้ว และแสดงความเสียใจเรื่องครอบครัวเธอ ครั้นแพรเพชรถามว่าน้องสาวตนเป็นอย่างไรบ้าง โรเบิร์ตตอบอย่างเย็นชาว่า "เรายังหา
ศพไม่พบ"

เมื่อแพรเพชรนิ่งอึ้ง เขาพูดต่ออีกว่า "ผมรู้ว่าคุณคงรู้สึกแค้นใจที่ทุกอย่างต้องมาลงเอยแบบนี้ หัวหน้าของพวกคนร้ายที่ฆ่าครอบครัวของเธอก็ลอยนวลไป โดยที่ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้"

"มันเป็นใคร" แพรเพชรเสียงเครียด

"สมาชิกของแก๊งแมงป่องดำ แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติซึ่งมีความแค้นกับพ่อของคุณ"

แพรเพชรแค้นใจจนร้องไห้ออกมา โรเบิร์ตชมว่าเธอมีพรสวรรค์ แทนที่จะมานั่งเสียใจทำไมไม่ใช้พรสวรรค์ของเธอให้เป็นประโยชน์ แพรเพชรมองหน้าขวับถามว่าเขาเป็นใคร พาตนมาที่นี่ทำไม

"ผมมีหน่วยงานระหว่างประเทศหนุนหลัง หน้าที่ของผมก็คือผลิตเครื่องจักรสังหาร"

แพรเพชรไม่เข้าใจว่าอะไรคือเครื่องจักรสังหาร โรเบิร์ตตัดบทว่าแล้วเธอจะเข้าใจเอง พลางมองไปที่เหล่านักสู้หญิงที่กำลังสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย เป็นเหมือนความบ้าคลั่งมากกว่าการฝึก เธอเริ่มเข้าใจความต้องการของโรเบิร์ตแล้ว ถามเขาเสียงเครียดว่า

"นี่เหรอเครื่องจักรสังหารของคุณ ฉันไม่ต้องการเป็นคนรับใช้ของใคร!"

พูดแล้วแพรเพชรเคลื่อนรถเข็นหนีไป โรเบิร์ตมองตามอย่างใจเย็น...เย็นจนดูน่ากลัว!

ooooooo

ตอนที่ 2

ผลการปฏิเสธและเลื่อนรถหนีออกมาของแพรเพชรคือถูกโรเบิร์ตตามมาและอำพันเอา ปืนมาจ่อ โรเบิร์ตพูดขู่ว่าอย่าบังคับให้
ตนต้องฆ่าเธอเลย คงเสียดายน่าดู หว่านล้อมว่า

"สังคมต้องการคนเสียสละนะแพรเพชร อย่าคิดว่านี่เป็นงานสกปรก การกำจัดพวกสารเลว ไอ้พวกค้ายาเสพติดออกไปจากโลกนี้
ถือเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ หรือคุณจะปล่อยให้พวกมันไปก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นเหมือนกับครอบครัวของคุณ"

หว่านล้อมแล้วโรเบิร์ตให้เธอตัดสินใจโดยมีข้อแม้ว่า "ถ้าคุณยอมตกลงทำงานให้องค์กรของเรา   ผมจะให้ชีวิตใหม่ กับคุณ คุณ
จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ ยกเว้นอิสรภาพ"

"ทำไมต้องเป็นฉัน"

"ก็บอกแล้วไงว่าคุณเป็นคนมีพรสวรรค์ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนฆ่าคนในครั้งแรกได้ถึง 3 คน"

แพรเพชรถามว่าถ้าตนปฏิเสธล่ะ โรเบิร์ตไม่ตอบแต่มองไปทางอำพันที่ยกปืนเล็งตรงหน้าผากเธออย่างพร้อมเหนี่ยว ไก!

ooooooo

ชาลีเสียใจมากกับข่าวของทางการที่รายงานว่าเวลาล่วงมา 3 อาทิตย์แล้ว ทางตำรวจจำเป็นต้องยุติการค้นหาแพรเพชรและ
แพรพลอยลูกสาวของสารวัตรเพิ่มพล ที่หายไป ทางตำรวจเชื่อว่าทั้งสองคงถูกคนร้ายอุ้มฆ่าและอำพรางศพในละแวกนั้นซึ่งจะ
สืบหาเบาะแสต่อไป

ชาลีดื่มจนเมาแล้วคร่ำครวญหาแต่ "แพรพลอย...แพรพลอย..." เป็นที่น่าเวทนา

แต่ทางผู้กองรณภพยังสืบเสาะต่อไป หมวดโอมที่พิมพ์ ลายนิ้วมือศพคนร้ายแล้วรายงานว่าเป็นสมุนของมิสเตอร์เหว่ง รองหัว
หน้าแก๊งมาเฟียที่ชื่อ "แมงป่องดำ" พอได้ยินชื่อแก๊งนี้ รณภพก็มีสีหน้าหนักใจ ทำให้เขาคิดถึงอดีตของตัวเอง

ย้อนไปเมื่อ 17 ปีก่อน พ่อของเขาซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าแก๊งแมงป่องและถูกมิสเตอร์เหว่งฆ่าเพื่อยึด อำนาจ มันฆ่าพ่อเขาแล้วต่อ
มายังตามล่าเอาปืนมาจ่อรณภพ แม่เขาตะโกนอย่างตกใจโกรธแค้นว่า

"ไอ้คนทรยศ แกหวังจะเป็นใหญ่ในแก๊งแมงป่องดำ แกฆ่าเฮียฟงผัวฉันยังไม่พออีกเหรอ แกจะตามล้างฉันไปถึงไหน"

ตอนนั้นแม่ร้องบอกให้เขาหนีไป รณภพจำความแค้นนี้ฝังใจ เขาคิดหาทางที่จะขุดรากถอนโคนพวกแก๊งแมงป่องดำให้สิ้นซาก
โดยการมาเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด

คิดถึงอดีตที่เจ็บแค้นแล้ว รณภพลุกขึ้น ตั้งสติ เปิดแฟ้มบนโต๊ะทำงานค้นคว้าคดีของแพรเพชรอีกครั้ง พลิกดูรูปไปจนเจอรูป
ของมิสเตอร์เหว่งผู้ต้องสงสัย   ซึ่งมีรอยสักแมงป่องดำที่ต้นแขนซ้าย!

รณภพนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบมิสเตอร์เหว่งที่กำลังยืนไหว้หลุมศพมิสเต อร์คิมทันที เชิญตัวมาสอบปากคำด้วยข้อ
สงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม

แม้ว่ามิสเตอร์เหว่งจะมีท่าทีท้าทายขัดขืนแต่ในที่สุดก็ต้องตามรณภพไปเมื่อ ถูกเอากุญแจมือชูขู่

ระหว่างเดินทางไปสำนักงานของผู้กองรณภพนั้น มิสเตอร์ เหว่งมองหน้ารณภพแล้วบอกว่ารู้สึกคุ้นหน้า เขาถามว่าเราเคยเจอ
กันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า

"ผมเพิ่งเคยเห็นหน้าคุณนี่แหละ" ผู้กองตอบตัดบทอย่างไม่ต้องการเสวนาด้วย แต่หมวดโอมที่ฟังอยู่ด้วยยังติดใจคำพูดของ
มิสเตอร์เหว่ง มองทั้งสองอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ร่างกายแพรเพชรฟื้นเร็วมาก เธอเร่งด้วยการพยายามฝึกฝนทั้งวิดพื้นซิตอัพอย่างเอาจริงเอาจัง จนโรเบิร์ตเข้ามาทักว่า "อำพัน
บอกว่าเธอพร้อมแล้ว"

"ฉันอยากไปจากที่นี่" แพรเพชรบอก โรเบิร์ตรับปากว่า ได้ไปแน่ถ้าเธอเป็นพวกเดียวกับเขา เธอรีบบอกว่า "ก็ได้ ฉันเป็นพวก
เดียวกับคุณ ปล่อยฉันไปได้รึยัง"

ฟังแพรเพชรแล้วอำพันอธิบายให้ฟังว่านักฆ่าในองค์กรนั้นต้องผ่านการฝึกไม่ น้อยกว่าหนึ่งปี แพรเพชรสวนไปว่าตนไม่ใช่พวก
ปลายแถว ตนต้องการเริ่มงานเดี๋ยวนี้ โรเบิร์ตรับปากทันทีแต่ก็ยังต้องผ่านการทดสอบก่อน บอกก่อนออกไปว่าให้แพรเพชร
เตรียมติวให้พร้อมก็แล้วกัน

อำพันทั้งแปลกใจและไม่พอใจที่โรเบิร์ตให้โอกาสพิเศษกับแพรเพชรมากมาย ทั้งที่รู้ว่าที่เธอรับปากก็เพราะต้องการไปจากที่นี่
ถามว่า "บอสทำแบบนี้สมาชิกคนอื่นอาจไม่พอใจก็ได้นะคะ"

"ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเห็นพรสวรรค์ในตัวแพรเพชร" โรเบิร์ตตัดบท ถูกอำพันประชดว่าเห็นพรสวรรค์หรือว่าเห็นอะไรกันแน่
เลยถูกโรเบิร์ตหันมาตะปบคอหอยอย่างแรงปรามว่า "อย่าพูดพล่อยๆนะอำพัน เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอน่าขยะแขยง"

โรเบิร์ตคลายมือแล้วผละไป อำพันมองตามอย่างแค้นใจนัก!

ooooooo

แล้วเวลาทดสอบแพรเพชรก็ถูกจัดขึ้นทันที เธอได้รับหน้าที่ให้ไปสังหารมิสเตอร์โรเบิร์ตขณะเขาพำนักอยู่ในบ้านด้วยเวลา 5
นาที และมีอาวุธเพียงกระบองเหล็กที่ยาวไม่เกินหนึ่งฟุต มีสวิตช์สำหรับเปิดปิดกระแสไฟด้วย  มอบกระบองให้แล้วอำพันสั่งให้
เริ่มทันที

แพรเพชรวิ่งลงจากเนินเขามุ่งไปที่บ้านโรเบิร์ต แต่ ระหว่างทางเธอถูกองครักษ์หญิงจำนวนหนึ่งดักซุ่มยิงด้วยปืนเพ้นท์บอล ทั้ง
ยังมีตาข่ายดักด้วย แต่แพรเพชรก็หลบหลีกและผ่านไปได้อย่างคล่องแคล่วเฉียดฉิว จนกระทั่งไปจนมุมที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

อำพันปรากฏตัวทันที แพรเพชรถามว่าแบบนี้จะให้ตนผ่านด่านได้ยังไง

"นั่นมันเรื่องของเธอ แต่จำไว้นะแพรเพชร การทดสอบจะไม่มีวันจบสิ้นจนกว่าเธอจะทำสำเร็จ หรือไม่...ก็ตาย..."

พูดเสร็จส่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งให้เธอบอกว่าบอสให้เอามาเพื่อจะช่วย กระตุ้นให้เธอเข้มแข็งขึ้น

มันเป็นหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวข่าวว่า "เหว่งหลุดคดีฆ่าล้างครัวสารวัตรเพิ่มพลหลักฐานไม่พอ" แพรเพชรอ่านแล้วอึ้งสนิท ทั้งเจ็บ
ทั้งแค้น!

ooooooo

เมื่อสอบปากคำแล้วไม่สามารถเอาผิดมิสเตอร์ เหว่งได้  รณภพก็จำต้องปล่อยไป  ซ้ำยังถูกมิสเตอร์เหว่งเยาะเย้ยอีกว่าตำรวจ
จับคนดีอย่างตนก็เอาผิดไม่ได้แน่ ก่อนไปยังย้ำเย้ยผู้กองรณภพว่า

"ผมชักจะมั่นใจแล้วล่ะคุณตำรวจว่าเราเคยเจอกันมาก่อน"

"แล้วเราจะได้เจอกันอีกในศาล หรือไม่ก็ในนรก" ผู้กองสวนไปอย่างมาดหมาย ถูกมิสเตอร์เหว่งแสยะยิ้มขำๆแล้วเดินผิวปาก
หวือกวนๆกลับไป

สารวัตรชลิตพูดกับผู้กองรณภพว่า หวังว่างานนี้สารวัตรเพิ่มพลคงไม่ตายฟรี

"ไม่หรอกครับสารวัตร การตายของสารวัตรเพิ่มพลจะเป็นกำลังใจให้พวกเราสู้ต่อไป ไอ้เหว่งมันลอยนวลได้อีกไม่นานหรอกครับ"

หมวดโอมเปรยๆว่า "แต่ไอ้เหว่งเหมือนจะรู้จักผู้กองนะครับ"

"ไม่มีอะไรหรอก ไอ้ผมมันหน้าโหล ผมขอตัวก่อนนะครับสารวัตร" ผู้กองรณภพกลบเกลื่อนแล้วแยกไป แต่หมวดโอมก็ยัง
มองอย่างติดใจสงสัยไม่หายอยู่ดี

ooooooo

วันนี้ขณะผู้กองรณภพกำลังเดินมาที่รถซึ่งจอดอยู่ในกองปราบก็ได้รับโทรศัพท์ จากผับที่ชาลีไปนั่งดื่มจนเมาไม่รู้เรื่อง เขารีบไป
รับเพื่อน แต่ชาลี ไม่ยอมไปไหนบอกว่าจะไปหาแพรพลอยเท่านั้น แล้วลุกพรวดเดินตุปัดตุเป๋ออกไป   สวนกับนักเที่ยวสามคนที่
เดินเข้ามาเลยชนเข้าเต็มๆ

นักเที่ยวทั้งสามหาเรื่องทันที แม้รณภพจะขอโทษก็ยังไม่ยอม ถามว่ารู้ไหมตนเป็นเด็กใคร เบ่งว่าพวกตนเป็นมือขวาของ
มิสเตอร์เหว่งแก๊งแมงป่องดำรู้จักหรือเปล่า

พวกนั้นกร่างจะเอาเรื่องให้ได้  บังคับให้รณภพต้องกราบตีนพวกมันก่อน ชาลีทนไม่ได้ทั้งที่เมาก็ยังลุยเข้าไปช่วยเพื่อน สุดท้าย
พวกนักเลงกระดูกอ่อนทั้งสามก็วิ่งหางจุกตูดหนีไป และชาลีก็ล้มเผละลงทันทีเหมือนกัน จนรณภพหิ้วปีกไปเข้าลิฟต์ไม่ไหว
รปภ.ต้องมาช่วย

เขาพาชาลีไปพักที่บ้าน พอรู้สึกตัวขึ้นมาชาลีก็ตัดพ้อต่อว่าเพื่อนว่าไม่ช่วยตน ทั้งที่รู้ว่าครอบครัวของแพรพลอยถูกพวกแก๊ง
แมงป่องดำฆาตกรรมก็ยังช่วยไม่ได้ ทำไมไม่ฆ่าพวกมันเสีย

"ฉันเป็นตำรวจนะชาลี ไม่ใช่ฆาตกร"

"แล้วไง ในเมื่อตำรวจอย่างแกให้ความยุติธรรมกับชาวบ้านไม่ได้แล้วประชาชนคนดีจะอยู่ กันยังไง"

แม้จะรู้ว่าเพื่อนพูดด้วยความแค้นส่วนตัว แต่คำพูดของชาลีก็ทำให้รณภพฟังแล้วสะท้านใจ

ooooooo

หมวดโอมยังติดใจสงสัยผู้กองรณภพจึงใช้เวลาหลังเลิกงานค้นประวัติของผู้กอง จากคอมพิวเตอร์ พบแต่ชื่อผู้กองรณภพภว่า
สถานศึกษาแห่งแรกของเขาคือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้าน ดวงตะวัน แต่ไม่พบชื่อบิดามารดา ทำให้ยิ่งสงสัยว่าแล้วทำไม
มิสเตอร์เหว่งจึงบอกว่าคุ้นหน้าผู้กอง

หมวดขอให้จ่าฉิมช่วยสังเกตพฤติการณ์ของผู้กองด้วย จ่าเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน  รับปากจะทำแต่ก็กลัวจะถูกกล่าวหาว่าจับ
ผิดผู้บังคับบัญชา หมวดโอมเลยบอกว่าตนจะรับผิดชอบเองจนกว่าจะรู้ความจริง

ความมุ่งมั่นของหมวดโอมทำให้จ่าฉิมได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก

ooooooo

เพราะหมกมุ่นครุ่นคิดกับเรื่องราวในอดีตที่พ่อแม่และน้องถูกฆ่าไปต่อหน้า ทำให้วันนี้แพรเพชรนอนฝันว่า พ่อมาบอกให้รีบหนี
ไปเสียและลืมอดีตให้ หมด เพราะไม่อยากให้ลูกต้องพบชะตากรรมแบบเดียวกับพ่อ

ในฝัน  แพรเพชรไม่ยอมไป  บอกพ่อว่าจะล้างแค้น จะฆ่าพวกมันที่ฆ่าพ่อฆ่าแม่และทำร้ายน้อง

"ลูกเป็นคนฉลาดแพรเพชร ลูกต้องรู้ว่าสิ่งที่ลูกพูดถึงมันแลกด้วยอะไร" นั่นคือคำพูดสุดท้ายในฝันที่แพรเพชรได้ยินจากพ่อ
เพราะจากนั้นก็ฝันว่าตัวเองถูกมิสเตอร์เหว่งยิงจนร่างพรุน!

สะดุ้งตื่นขึ้นมา แพรเพชรบอกกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

"ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร ฉันจะล้างแค้นให้ได้" สีหน้าและบุคลิกของแพรเพชรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมในบัดดล จากนั้นเธอไปหา
โรเบิร์ตที่ห้องหนังสือในบ้านพักของเขาบอกว่าต้องการไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด โรเบิร์ตยื่นเงื่อนไขว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องรีบทดสอบ
ให้ผ่าน

"บอกวิธีฉันมาสิ"   แพรเพชรพูดอย่างพร้อมที่จะทดสอบแล้ว

แพรเพชรถูกพาไปเนินเขาบนเกาะซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการทดสอบ แพรเพชรตั้งใจมุ่งมั่นเต็มที่ หูยังแว่วเสียงของโรเบิร์ตที่บอกว่า

"จำไว้ เคล็ดลับมีอยู่สามคำ คือเงียบ เฉียบ และเนี้ยบ เงียบคือเคลื่อนไหวไร้ร่องรอย เฉียบคือลงมือเด็ดขาดชัดเจน เนี้ยบคือล่า
ถอยโดยไม่ทิ้งหลักฐาน สำคัญที่คุณรู้ข้อมูลของพวกมัน คุณก็จะมีชัยไปกว่าครึ่ง"

อำพันเป็นคนจัดแจงการฝึกของแพรเพชรตามเคย เธอดูนาฬิกาแล้วสั่งเหี้ยม

"เริ่ม!"

ooooooo

จากบทเรียนคราวก่อนและความพร้อมเต็มที่ของแพรเพชร ครั้งนี้เธอผ่านการทดสอบอย่างชำนาญรู้ทันและแก้สถานการณ์ได้
ฉับไว ไม่ว่าทหารองครักษ์ จะมากี่คน มาไม้ไหน เธอแก้เกมได้ทั้งหมด และยังทำให้ ทหารองครักษ์สลบไปหลายคน ใช้ร่าง
ทหารองครักษ์ เป็นบังเกอร์ต่อสู้กับพวกที่เหลือ

ในที่สุด แพรเพชรก็กำจัดทหารองครักษ์หมดสิ้นไม่บาดเจ็บก็สลบเพราะฤทธิ์กระบองไฟฟ้า

เมื่อเธอบุกเข้าไปในห้องโถงบ้านพักของโรเบิร์ตเพื่อพิชิตขั้นสุดท้าย เจอทหารองครักษ์ 4 คนเธอก็ผ่านด่านไปได้ อำพันจึงออก
โรงเอง แต่พอมองหาแพรเพชรปรากฏว่าหายไปแล้ว เธอรีบเข้าไปบอกโรเบิร์ตให้รู้ตัวว่าแพรเพชรผ่านด่านที่สองได้แล้ว ตอนนี้
เธออยู่ที่นี่

"ใช่ อยู่ข้างหลังคุณ" โรเบิร์ตพูดอย่างใจเย็น อำพันหันมองถึงกับตะลึงอึ้งเมื่อเจอแพรเพชรยืนรออยู่ โรเบิร์ตบอกว่า "ผมบอกเธอ
ไปแล้วว่าด่านที่สามที่เธอต้องจัดการก็คือคุณ ถ้าทำสำเร็จก็ถือว่าเธอสอบผ่าน"

แพรเพชรถามอำพันว่าพร้อมหรือยัง อำพันชิงลงมือก่อนทันที  แต่สุดท้ายก็สู้แพรเพชรไม่ได้  ถูกแพรเพชรเล่นงานจนกระบอง
หลุดจากมือ แพรเพชรหยุด ร้องบอกว่า "จบเกมแล้วอำพัน"

แต่อำพันไม่ยอมจบ ชักดาบที่แขวนประดับข้างฝาจะเล่นงานแพรเพชร  ถูกโรเบิร์ตร้องห้ามก็ไม่ฟัง  แทงดาบใส่ แพรเพชรสุดแรง
เกิด พริบตานั้นดาบในมืออำพันถูกยิงจนกระเด็น แพรเพชรหันไปมอง เป็นฝีมือของโรเบิร์ตนั่นเอง เขาบอกอำพันว่า

"พอเถอะอำพัน แพรเพชรผ่านการทดสอบแล้ว"

อำพันมองโรเบิร์ตแล้วหันมองแพรเพชรอย่างไม่พอใจมาก

ooooooo

หลังผ่านการทดสอบ  โรเบิร์ตบอกแพรเพชรว่าเขาเสี่ยงมากที่ยอมให้เธอผ่านขั้นตอนในการเป็นมือสังหาร  แต่เขาก็มั่นใจว่าใน
อนาคตเธอจะกลายเป็นนักฆ่าหมายเลขหนึ่งขององค์กร

เมื่อแพรเพชรถามว่าไม่กลัวว่าตนอาจจะหนีไปเลยก็ได้หลังจากที่ฝึกผ่าน จะหนีไปแก้แค้นนายเหว่งแล้วหายเข้ากลีบเมฆไปเลย
โรเบิร์ตสอนว่าเธอฆ่านายเหว่งคนเดียวไม่พอหรอก มันต้องตัดรากถอนโคน ถ้าฆ่าเธอก็ต้องฆ่าสมาชิกของแก๊งแมงป่องดำทุก
คน อย่างน้อยแผ่นดินก็จะสูงขึ้น

"แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันไม่ยอมร่วมมือกับคุณ"

"ภายในสามเดือน ผมกับอำพันจะติวเข้มให้คุณ จากนั้นก็จะส่งคุณกลับไปเผชิญหน้ากับพวกแมงป่องดำ"

แพรเพชรแย้งว่าพวกนั้นต้องจำตนได้ โรเบิร์ตยิ้มอย่างมีแผนทำนองว่าต้องทำให้จำไม่ได้

ooooooo

สามปีต่อมา แพรเพชรกลายเป็นแพทริเซีย หรือแพ็ตในวงการนักธุรกิจ

ในงานแฟชั่นโชว์การกุศลที่มี ธวัธ วันทาวงศ์ หัวหน้าพรรคอำนวยชัย ผู้มีนโยบายต่อต้านยาเสพติดเป็นประธานจัดงาน
บรรดานางแบบกิตติมศักดิ์กรี๊ดกร๊าดเกรียวกราวกันในงาน ทุกคนนอกจากมาเดินแบบแล้วยังต้องบริจาคเงินด้วย

งานนี้เอง ผู้กองรณภพ หมวดโอม และจ่าฉิม ได้รับหน้าที่ ให้มารักษาความปลอดภัยในงาน และชาลีก็ถูกเกณฑ์ให้มาเป็นช่าง
ภาพในงานด้วย ชาลีได้รับความสนใจจากบรรดาสาวๆในงาน จนรณภพเข้าไปกระซิบแซวว่า

"น่าอิจฉาจริงจริ๊ง  รูปก็หล่อ  พ่อก็รวย  มีแต่สาวๆ มาล้อมหน้าล้อมหลัง เฮ้อ...ไอ้เราเป็นตำรวจ ข้างหน้าก็โจร ข้างหลังก็คนร้าย"

"ตอนสมัครเป็นตำรวจฉันก็เตือนแกแล้ว แกก็ไม่เชื่อ" ชาลีสวนไปพลางส่งแก้วไวน์ให้เพื่อน รณภพปฏิเสธเพราะอยู่ในระหว่าง
ปฏิบัติหน้าที่   ชาลีอวดบัตรนักข่าวว่าตนก็เหมือนกัน วันนี้มาในฐานะนักข่าวไม่ใช่ลูกเจ้าของงาน รณภพเลยหยอดว่า เขาคง
อยากให้ชาลีเจอหน้าพ่อมากกว่า

ครู่หนึ่ง ดาหวันกรีดกรายเข้ามาทักชาลี ตัดพ้อต่อว่าประสาหนุ่มสาวที่นัดเที่ยวกันแล้วไม่มาตามนัด ชาลีแก้ตัวว่าอาทิตย์ก่อน
ติดงานต้องไปทำข่าวเลยไม่ว่าง พลางก็แนะนำให้ รู้จักกับรณภพ ดาหวันเป็นลูกสาวเจ้าเวียงวรรณ และนี่ผู้กองรณภพเพื่อนเขา
เอง

ดาหวันทักทายพูดคุยกับสองหนุ่มครู่หนึ่งจึงขอตัว ชาลีจึงชี้ให้รณภพดูเจ้าเวียงวรรณพ่อของเธอที่กำลังยืนคุยกับแพ็ต อยู่ รณ
ภพถามว่าผู้หญิงที่คุยกับเจ้าเวียงวรรณอยู่เป็นใคร

"อืมม...รู้สึกจะชื่อแพ็ต เป็นลูกสาวบุญธรรมของมิสเตอร์โรเบิร์ต"

"โรเบิร์ตที่เป็นเจ้าของไนต์คลับแถวรัชดารึเปล่า"

ชาลีพยักหน้าบอกว่าเธอเป็นผู้บริหารไนต์คลับ สวย รวย เก่ง ครบสูตร เพิ่งกลับจากเมืองนอกมาไม่กี่วันนี่เอง ชาลีบรรยายเสีย
จนรณภพอยากเห็นหน้า โชคดีที่แพ็ตหันมาทางนี้พอดี รณภพมองตะลึงกับความงามเย้ายวนของเธอจนถูกชาลีทัก ถามว่าให้
คะแนนเท่าไหร่

"สิบเต็ม แถมคะแนนพิศวาสอีก 5 คะแนน" รณภพตอบจริงจังจนชาลียิ้มขำๆอาการของเพื่อนรัก

ooooooo

สารวัตรชลิตไปดูแลงานนี้อย่างอึดอัดอยู่ในวงสนทนาที่มีเหล่าคุณหญิงคุณนายกรีดกรายไปมาหมวดโอมเข้าไปรายงานว่าผู้
กองรณภพมาถึงแล้ว สารวัตรฝากเตือนว่าผู้ใหญ่กำชับให้มาดูแลความปลอดภัยในงานนี้เป็นพิเศษ หันไปเห็นจ่าฉิมถือกล้อง
สารวัตรถามว่าจะถือกล้องไปไหน

"อ๋อ...เก็บภาพแขกในงานตามมาตรการรักษาความปลอดภัยครับ" จ่าฉิมตอบยืดๆ แล้วเดินไปทำงาน

หมวดโอมเดินแยกไป สวนกับฝรั่งนายหนึ่งควงสาวสวยมาในงาน หมวดสะดุดตาฝรั่งคนนี้นึกถามตัวเองว่าเคยเห็นฝรั่งคนนี้ที่
ไหนนะ...แต่ก็นึกไม่ออก

สาวสวยพาฝรั่งคนนั้นคือมิสเตอร์คาลอสไปทักทายกับเจ้าเวียงวรรณ ธวัชที่ยืนคุยกับแขกอยู่อีกมุมหนึ่งชะเง้อมองด้วยสีหน้า
ไม่พอใจนัก แต่พอมิสเตอร์คาลอสหันมาเห็นธวัชก็ยิ้มให้ ขณะที่ธวัชทำเป็นไม่เห็นเหมือนกลัวคนจะรู้ว่าทั้งสองรู้จักกัน

งานเดินแฟชั่นเริ่มขึ้นแล้ว นางแบบกิตติมศักดิ์เฉิดฉายออกมาจากหลังเวที มีดาหวันลูกสาวเจ้าเวียงวรรณอยู่ด้วย

หมวดโอมยืนสังเกตการณ์อยู่ เห็นรณภพเดินตรวจความปลอดภัยอยู่รอบห้องจัดเลี้ยง มิสเตอร์คาลอสยืนชมการเดินแฟชั่นอยู่
ข้างแฟนสาว ทันใดนั้นแพ็ตแกล้งเดินเข้ามาชนจนไวน์แดงหกรดเสื้อของเขาและเธอ หมวดโอมเห็นมองอย่างผิดสังเกต

หมวดโอมเดินเลี่ยงมากระซิบรายงานเรื่องของคาลอสแก่ผู้กองรณภพ ผู้กองมองไปทางคาลอสถามหมวดว่าแน่ใจหรือ ตนขอ
เช็กดูอีกที ไว้รอคาลอสออกไปนอกงานเมื่อไหร่ค่อยลงมือ

หมวดโอมพยักหน้ารับทราบ ทั้งคู่มองไปที่คาลอสกับแฟนสาวอีกครั้ง

ooooooo

ผู้กองรณภพรอจนจังหวะเหมาะจึงเดินเข้าไปยืนข้างๆคาลอสกับแฟนสาว ยิ้มให้ทั้งสองก่อนแนะนำตัวว่าเป็นผู้ดูแลความ
ปลอดภัยในงาน ถามคาลอสว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า

คาลอสนึกๆแล้วบอกว่าน่าจะเป็นแถวพัทยา เพราะตนเคยไปเที่ยวบ่อย แต่พอผู้กองถามว่าเขามาทำการค้าอะไรในเมืองไทย
คาลอสก็เอะใจมองบัตรที่หน้าอกเห็นเป็นตำรวจก็หน้าถอดสีและขอตัวไปทันที รณภพทำท่าจะตามไป ก็พอดีถูกธวัชโผล่มา
ขวางอย่างจงใจทำเป็นทักว่า

"อ้าว...รณภพ มางานนี้ด้วยเหรอ ไม่เห็นเจ้าชาลีบอกลุง"

"ลุงครับ ผมขอตัวไปด้านโน้นก่อนนะครับ" รณภพขอตัวแล้วรีบตามคาลอสกับแฟนที่เดินหนีไปอีกห้องหนึ่ง

ระหว่างนั้น มีสายตาใครคนหนึ่งมองลงมาจากช่องระบายอากาศบนเพดาน เห็นคาลอสกับแฟนเดินผ่านห้องควบคุมแผงสวิตช์
ไฟฟ้า

ส่วนแพ็ตที่ทำทีเข้าไปเช็ดรอยเปื้อนไวน์ในห้องน้ำผ่านห้องควบคุมระบบไฟฟ้า เธอได้รับโทรศัพท์จากอำพัน สั่งการว่า

"เหยื่อมาแล้ว ลงมือได้"

แพ็ตทำกระเป๋าถือตก ปากกากลิ้งออกมา เธอถอดชุดราตรีออก เตะปากกากลิ้งเข้าไปในห้องควบคุมไฟฟ้า ปากกามีแสงไฟ
กะพริบเหมือนเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ สักครู่ก็ระเบิดปัง แผงควบคุมการจ่ายไฟได้รับความเสียหาย ไฟดับพรึ่บ!

ขณะไฟฉุกเฉินกำลังทำงาน ร่างในชุดดำอำพรางใบหน้าหย่อนตัวจากเพดานลงมาที่พื้นอย่างรวดเร็วตรงหน้าคาลอสพอดี เป็น
จังหวะที่คาลอสชักปืนพกออกมา แต่ช้าไปแล้วเพราะคนร้ายในชุดดำใช้มีดในมือซ้ายตวัดรอบข้อมือ

คาลอสกระสุนลั่นขึ้นนัดหนึ่งก่อนปืนหล่นลงพื้น กระสุนพุ่งเข้าท้องของธวัชพอดี!

พริบตานั้นมีดอีกเล่มหนึ่งในมือขวาของคนชุดดำก็แทงเข้ากลางหัวใจคาลอสจนเขาตาเหลือกทรุดลงทันที ชาลีถลาเข้าหาธวัช
ส่วนรณภพถือปืนวิ่งตามคนร้ายไป

คนร้ายตีลังกาหลบทางปืนมุ่งกลับไปที่ช่องระบายอากาศ หมวดโอมกับจ่าฉิมถือปืนวิ่งเข้ามาสมทบกับรณภพ หมวดบอกว่า
มันหนีไปแล้ว

ตำรวจเห็นคนร้ายพุ่งขึ้นไปทางช่องระบายอากาศได้ยินเสียงคนร้ายสองคนเคลื่อนตัวไปตามท่อระบายอากาศ รณภพสั่งให้รีบ
ตามไป

ส่วนชาลีที่ประคองธวัชอยู่ก็ตะโกนให้คนรีบเรียกรถพยาบาล

รณภพรู้โดยสัญชาตญาณว่าคนร้ายสองคนวิ่งอยู่บนเพดานก็วิ่งตาม และยิงปืนขึ้นไปบนเพดานสองนัดซ้อน เสียง เคลื่อนไหว
บนเพดานเงียบลงก่อนที่จะได้ยินคนร้ายเคลื่อนตัว แยกกันไปคนละทาง

"หมวดกับจ่าฉิมแยกไปทางโน้น ทางนี้ผมจัดการเอง" รณภพสั่ง หมวดโอมเตือนให้ระวังตัวก่อนชวนจ่าฉิมวิ่งแยกไป

หมวดโอมกับจ่าฉิมวิ่งไปดักทางบันไดหนีไฟไม่พบ

อะไรเลย หมวดบ่นว่าหายไปได้ยังไง ไวเป็นบ้า แล้วชวนจ่ารีบ กลับไปช่วยผู้กองกัน

พอหมวดกับจ่าถอยไปโดยไม่ทันสังเกตว่ามีเลือดหยดที่พื้นสองสามหยด ที่แท้อำพันในชุดดำหลบอยู่มุมหนึ่ง พอหมวดกับจ่า
ไปแล้ว เธอเหลือบดูแผลตัวเองที่มีเลือดไหลออกมาก่อนหลบไป หมวดสั่งจ่าให้เก็บเลือดไปพิสูจน์

ooooooo

ผู้กองรณภพวิ่งผ่านมาทางห้องน้ำพบว่าช่องระบายอากาศแถวนั้นเปิดอ้าอยู่ เชื่อว่าคนร้ายต้องโรยตัวลงมาทางนี้แน่ เขาเปิด
ประตูห้องน้ำเข้าไปเจอแพ็ตยืนเปลือยอยู่โดยใช้ชุดราตรียกปิดตัวไว้  เธอโวยวายว่าเข้ามาทำไม ออกไปเดี๋ยวนี้

"ได้...หลังจากคุณแต่งตัวเสร็จแล้วขอเชิญไปสอบปากคำด้วยครับ" ผู้กองลดปืนลง

แพ็ตเถียงคอเป็นเอ็นว่าทำไมต้องสอบปากคำ ตนไม่ได้ทำผิดอะไร รณภพทำหน้าเบื่อสั่งเฉียบขาดให้ไป แพ็ตจึงแต่งตัวและไป
นั่งให้สอบปากคำที่ห้องประชุมกองปราบ

ผ่านการสอบปากคำไปสองรอบแล้วก็ยังไม่ปล่อยให้กลับ จนรณภพสอบเป็นรอบที่ 3 เธอถามว่าทำเพื่อจะทดสอบว่าตนพูด
เหมือนเดิมหรือไม่ใช่ไหม ถ้าพูดไม่เหมือนเดิมก็ถูกหาว่าโกหกงั้นหรือ

"ก็คงอย่างนั้น" ผู้กองตอบกวนๆแล้วเชิญให้ดื่มกาแฟที่เขาเอามาให้

ooooooo

ผู้กองรณภพเริ่มสอบใหม่อีกครั้ง หาข้อขัดแย้งและพิรุธจากคำตอบของเธอ แต่แพ็ตก็ใช้ทั้งอารมณ์และมายาถ่วงเวลา จน
กระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หมวดโอมเข้ามารายงานว่ารู้ผลการพิสูจน์กรุ๊ปเลือดแล้วว่ากรุ๊ปเลือดของแพ็ตไม่ตรงกับของคน
ร้าย เราจับผิดตัว

แพ็ตได้ทีขี่แพะไล่ทันที จะให้ตำรวจชดใช้ค่าเสียหาย จะฟ้องตัวผู้กอง ฟ้องหน่วยงานด้วย ก่อนลุกขึ้นยังพูดอย่างดูถูกว่าฝีมือ
ชงกาแฟของเขาห่วยมากอีกต่างหาก

พอออกจากห้อง แพ็ตก็เห็นอำพันกับเลขาฯ และทนายของแพ็ตนั่งอยู่

"คุณแพ็ต ฉันมาประกันตัวคุณตั้งแต่เมื่อคืน แต่ตำรวจบอกว่ายังสอบปากคำคุณไม่เสร็จ" อำพันเอ่ย

"ไม่เป็นไรอำพัน ไม่ใช่ความผิดของเธอ" แพ็ตเอ่ยพอดีเห็นรณภพกับหมวดโอมเดินออกมาเลยพูดกระแทกใส่ว่า "ต้องโทษ
ตำรวจงี่เง่าบางคนต่างหาก"

อำพันชวนแพ็ตกลับ แพ็ตคว้าแขนอำพันทำเอาอำพันสะดุ้ง รณภพและหมวดโอมเห็นท่าทีทั้งสองมองอย่างผิดสังเกต แพ็ตสบ
ตากับอำพันแล้วหงายมือตัวเองดูพบว่ามีรอยเลือดซึมจากแขนอำพัน

ที่แท้อำพันถูกกระสุนของรณภพที่ยิงขึ้นไปบนเพดานสองนัด จากนั้นทั้งคู่ก็แยกกันหนี แพ็ตจึงไม่รู้ว่าอำพันถูกยิง เมื่อรู้ก็เร่ง
ให้อำพันไปหาหมอทำแผลเสีย

เมื่อพากันลงมาถึงลานจอดรถ อำพันบอกแพ็ตว่า

"ไม่ต้องหรอก ฉันทำแผลมาแล้ว มันอาจจะกระเทือนแล้ว แค่เลือดซึมออกมา" เตือนว่า "ผู้กองรณภพมีชื่อเสียงมากในเรื่อง
ปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติด ทางที่ดีเธอต้องอยู่ห่างๆเขาเอาไว้"

"ฉันเข้าใจ" แพ็ตตอบเรียบๆรับกุญแจรถจากอำพันแล้วขึ้นรถขับออกไป

อำพันมองตามแพ็ตไปด้วยสายตาที่เย็นชา

ooooooo

ตอนที่ 3

ระหว่างที่ธวัชนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น เจ้าเวียงวรรณไปเยี่ยมและคุยเรื่องที่เคยปรารภกันไว้คืออยากให้ชาลีกับดา
หวันหมั้นหมายและแต่งงานกัน

เมื่อชาลีไปเยี่ยมธวัชจึงคุยเรื่องนี้กับลูกชาย เล่าให้ฟังว่า

"วันนี้เจ้าเวียงวรรณเขามาถามพ่อเรื่องที่เคยคุยกันไว้ที่จะให้แกหมั้นกับหนูดาหวัน"

เมื่อชาลีถามเบื่อๆว่าเรื่องนี้ยังไม่จบหรือ ธวัชก็สาธยายความจำเป็นให้ฟังว่า

"แกก็รู้นะชาลี พ่อไม่ได้รวยล้นฟ้า ที่พรรคการเมืองของพ่ออยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะอาศัยเงินทุนของผู้บริจาค ถ้าเราเป็นทองแผ่น
เดียวกับเจ้าเวียงวรรณ อะไรๆมันก็ง่ายขึ้น แล้วที่สำคัญ หนูดาหวันเขาก็ชอบแกอยู่แล้ว พ่อดูออก"

"เราโตมาด้วยกัน เขาอาจจะเห็นผมเป็นเหมือนพี่ชายก็ได้" ชาลีพยายามหาเหตุผลมาอ้าง

"เลิกบ่ายเบี่ยงซะทีเถอะชาลี จนป่านนี้แกยังลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อีกหรือไง จะปล่อยตัวเป็นไอ้ขี้เมาแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ฟังพ่อ
นะชาลี ผู้หญิงที่ชื่อแพรพลอยเธอตายไปแล้ว แกก็รู้นี่"

ชาลีเงียบไป ไม่เถียงแต่ก็ไม่สมัครใจเรื่องที่พ่อหว่านล้อม

ooooooo

หลังจากที่แพ็ตทำงานสำเร็จอย่างงดงามแล้วโรเบิร์ตให้รางวัลเธอเป็นบ้านหลังงาม ทั้งบอกว่าต่อจากนี้ไปให้เธอรับคำสั่งจากเขา
โดยตรง โดยมีอำพันเป็นผู้ประสานงานและคอยช่วยเหลือ อำพันไม่สบายใจจะทักท้วง โรเบิร์ตตัดบทว่า

"อย่าคิดมากอำพัน คำว่าช่วยเหลือไม่ได้แปลว่าเธอต้องเป็นผู้ช่วยของแพ็ต ทุกคนในองค์กรรู้ตำแหน่งของตัวเองดีอยู่แล้ว เวลานี้
เธอสองคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหนือใคร"

เมื่อโรเบิร์ตกับแพ็ตเดินออกมาด้วยกัน โรเบิร์ตชมว่าที่จริงอำพันควรจะเป็นหัวหน้าของเธอ เพราะทำงานกับองค์กรมานานและ
มีฝีมือแต่น่าเสียดายที่จิตใจคับแค้นและเหี้ยมเกินไป

แพ็ตบอกว่าอำพันคงไม่สบายใจที่ตนได้เลื่อนขั้นมาเทียบรุ่นกับเธอ โรเบิร์ตตัดบทว่าไม่ต้องคิดมาก ตนพิจารณาทุกอย่างตาม
ความเหมาะสม ชมว่า

"เธอมีความสุขุมและมีไหวพริบมากกว่าอำพันหลายเท่า"

ส่วนอำพัน เมื่ออยู่ตามลำพังก็นึกแค้น "นังแพ็ต แกมีสิทธิ์อะไรมาเทียบรุ่นกับฉัน ทั้งๆที่ฉันมาก่อนแก คอยดูเถอะ สักวันฉันจะ
พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า อำพันคนนี้ไม่เคยเป็นรองใคร!"

ooooooo

ชาลีไม่อาจลืมแพรพลอยได้ วันนี้เขาขับรถไปที่ทะเลใกล้บ้านพักตากอากาศของเพิ่มพล เขามองไปที่บ้านหลังนั้นอย่างหวังว่า
จะได้เห็นแพรพลอยที่นั่น มือกำสร้อยคอที่แขวนแหวนเพชรน่ารักวงนั้นไว้อย่างแสนรัก พึมพำ "คุณอยู่ที่ไหนพลอย ผมคิดถึงคุณ
คิดถึงเหลือเกิน..."

ขณะนั้นเอง มีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น ชาลีหันมองมอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์คันเล็กคันหนึ่งแล่นสวนผ่านไป แวบหนึ่งในสายตาเขา
เห็นหญิงสาวที่ขี่มอเตอร์ไซค์เป็นแพรพลอย!

หญิงสาวที่ขี่มอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์เองเหลียวหลังมองรถของชาลีอุทานอย่างตื่นเต้น

"โอ้โห...รถใครสวยจังเลย..."

เธอคือโนรีนักร้องสาวแถวนั้นนั่นเอง เธอมัวแต่มองรถ ไม่ได้สนใจชาลีที่เรียกเธออย่างตื่นเต้นว่า "แพรพลอย เดี๋ยวก่อน... แพร
พลอย" แม้แต่น้อย

ชาลีตามไปเซ้าซี้เรียกเธอว่าแพรพลอย ถามว่าจำตนได้ไหม ตนคือชาลีเราเป็นแฟนกันและกำลังจะแต่งงานกัน

โนรีมองชาลีกลัวๆขำๆว่าเป็นคนบ้าหรือเปล่า แม้จะพยายามชี้แจงและปฏิเสธว่าตนไม่ใช่แพรพลอยที่เขาเรียก ชาลีก็ไม่เชื่อ จน
โนรีด่า "ไอ้บ้าเอ๊ย ประสาท" แล้วหักรถเลี้ยวไปทางลัด ชาลีไม่ทันดู ตะลีตะลานหักรถตามไป พลันก็ต้องตกใจ หักรถสุดพวง
มาลัยหลบรถสิบล้อที่สวนมาก็ยังชนเข้าโครมใหญ่!

ooooooo

มิสเตอร์คาลอสกลายเป็นบุคคลที่สารวัตรชลิตกับทีมงานต้องสืบประวัติกันอย่างหนัก พบว่าเขาเป็นมาเฟียยุโรปปลอมแปลง
หลักฐานเดินทางเข้าไทยเพื่อเจรจาการค้าเกี่ยวกับยาเสพติด

ปัญหามีอีกว่า พ่อค้ายาเสพติดไปอยู่ในงานแฟชั่นโชว์การกุศลได้อย่างไร สืบไปค้นมาจึงได้คำตอบว่าลอล่าแฟนสาวคนไทยที่
เขาควงไปในงานนั้นเป็นนางแบบ

"แปลกนะ ความจริงมือสังหารมันจะลงมือเมื่อไหร่ก็ได้ ทำไมต้องมาฆ่าคนกลางงานแบบนี้ด้วย รู้ทั้งรู้ว่ามีตำรวจอารักขาอยู่"
สารวัตรชลิตตั้งประเด็นใหม่ รณภพวิเคราะห์ว่ามือสังหารอาจจะทำเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูก็ได้ ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าแหยมเข้ามาเมื่อ
ไหร่มีหวังตายได้ทุกเมื่อ

รณภพเอารูปมิสเตอร์คาลอสไปให้ธวัชดูถามว่ารู้จักไหม ธวัชปฏิเสธคอเป็นเอ็นว่าไม่รู้จัก ตนเป็นนักการเมืองเจอใครก็ยิ้มก็ไหว้
ได้ตลอดเวลา พอถูกรณภพย้ำหนักเข้าก็พาลหาว่าสงสัยอะไรตนหรือ

รณภพตั้งข้อสังเกตว่าคนที่ตายเป็นสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติด ธวัชก็เลี่ยงเอาดื้อๆว่าตนไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่ถ้ารณภพสืบคืบหน้า
อย่างไรก็บอกด้วย ย้ำว่า

"อย่าลืมว่าพรรคอำนวยชัยของอามีนโยบายสำคัญคือต่อต้านการค้ายาเสพติด"

รณภพเลยได้แต่พยักหน้า ทั้งที่ในใจก็ยังสงสัยอยู่ พอดีโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นสายจากหมวดโอมแจ้งว่า แพ็ตจะฟ้องเขาจริงๆ
รณภพไม่สบายใจรีบลาธวัช พอรณภพกลับไปแล้ว ธวัชก็หน้าเครียดคิดหนักทันที

ooooooo

แม้ว่าแพ็ตจะทำงานสำเร็จแต่โรเบิร์ตบอกว่ายังไม่ได้ผลอย่างที่วางแผนไว้ เพราะเป้าหมายของเราคือข่มขวัญไม่ให้พวกแก๊งต่าง
ชาติมาค้ายาเสพติดกับธวัช แต่ดูเหมือนพวกมันไม่ยอมง่ายๆ เพราะเรามีเบาะแสว่าคนที่มาใหม่คิดจะล่าพวกเราเพื่อล้างแค้น
ให้กับคาลอสที่ตายไป

แพ็ตบอกว่าเรื่องนี้ลอล่าแฟนของคาลอสน่าจะรู้เรื่อง โรเบิร์ตสั่งให้เอาตัวลอล่ามาให้ได้ ก่อนที่เธอจะถูกพวกคาลอสฆ่าปิดปาก

แพ็ตรับทราบคำสั่ง แต่พอจะออกไปก็พอดีอำพันพา รณภพเข้ามา เขาถามว่าได้ข่าวว่าเธอจะฟ้องเรื่องเมื่อวันก่อนใช่ไหมเลย
จะมาถามดูให้แน่ใจ

"ถูกต้องแล้วค่ะ ฉันจะฟ้องคุณในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตอนที่กักขังฉันไว้จนเช้าโดยไม่ยอมให้พบทนายไงคะ"

ตอบแล้วแพ็ต "เชิญ" ให้เขากลับได้แล้วเพราะตนมีธุระ รณภพต่อรองว่าเรามาคุยกันอย่างเปิดอกดีไหม จะได้ไม่เสียเวลาจับ
ผู้ร้ายของตน เสนอว่า ในฐานะสุภาพบุรุษตนยินดีทำทุกอย่างเพื่อเป็นการไถ่โทษ

ทั้งแพ็ตและอำพันมองรณภพขำๆกับการตีหน้าซื่อทำเป็นเซ่อของผู้กอง แต่ก็ตอบตกลง

ooooooo

แพ็ตพารณภพไปเดินห้าง เธอซื้อของให้เขาหิ้วพะรุงพะรัง    เท่านั้นยังไม่พอเธอยังแวะเข้าร้านขายชุดกีฬา ระหว่างที่แพ็ตไป
เลือกชุดกีฬารณภพบ่นอุบอิบ

"จะซื้ออะไรกันนักหนา    เฮ้อ...คงไม่คิดเงินกับเราทีหลังนะ มีหวังหมดตัวแน่"

พอซื้อชุดกีฬาแล้วแพ็ตยังแวะเข้าโรงยิมฯในศูนย์การค้าด้วย จนรณภพถามว่าต้องซ้อมวันนี้ด้วยหรือ แพ็ตเลยชวนซ้อมด้วยกัน
แก้เบื่อ เสนอท้าชกกัน ถ้าเขาชนะก็เชิญกลับไปได้เลย

"แปลว่าคุณจะไม่ฟ้องผมใช่ไหมถ้าผมเป็นคู่ซ้อมให้คุณ" รณภพชักสนใจ เมื่อเธอรับปาก เขาลุกขึ้นกระหยิ่มยิ้มรับคำท้า "ได้ ไอ้
ผมน่ะไม่อยากรังแกผู้หญิงซะด้วย ถ้าพลาดไปโดนเข้าไม่ว่ากันนะ"

รณภพถลกแขนเสื้อเตรียมลุย แพ็ตตั้งท่าท้าเหยง "กติกาสากล นับแต้มตามจำนวนหมัดที่ถูกตัวคู่ต่อสู้ ชกยกเดียวสามนาทีรวด"
พูดเสร็จไม่ทันให้รณภพตั้งตัว เธอลักไก่ชกเปรี้ยง รณภพโวยวายว่าทำไมไม่ให้สัญญาณก่อน เธอทำเป็นขอโทษบอกว่าแต้ม
เมื่อกี้ไม่นับก็แล้วกัน แพ็ตยิ้มขำๆ แต่รณภพไม่ขำด้วยเพราะรู้ว่าถูกลักไก่ต่อยฟรี

เพราะต้องชกต่อยกับผู้หญิง รณภพชกๆหยอกๆแต่ก็เห็นว่าฝีมือของแพ็ตไม่เบา สุดท้ายเขาฉวยโอกาสเหมาะกอดเธอไว้ อ้าง
ว่ากติกาสากลกอดคู่ต่อสู้ไม่ผิด แพ็ตโวยวายให้ปล่อยเขายิ่งกอดแน่น จนสุดท้ายเขาบอกเธอว่า จะไม่ปล่อยจนกว่าจะหมด
เวลาหรือไม่ก็จนกว่าเธอจะยอมแพ้

"เอาล่ะฉันยอมแพ้ก็ได้ไม่เล่นด้วยแล้ว" แพ็ตพูดงอนๆเมื่อเขาคลายวงแขนออก เธอเดินผละไปถอดนวม รณภพมองตามยิ้มๆ
ความรู้สึกว่าเธอมีเสน่ห์แทรกเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อแพ็ตกลับมาที่รถโดยมีอำพันเป็นคนขับ รณภพเดินมาส่ง   จนรถแล่นออกไปแล้วเขาก็ยังยืนมองอยู่   อำพันกระแหนะ
กระแหนว่าเสน่ห์แรงเหลือเกินนะคุณแพ็ต เตือนว่า บอสคงไม่ชอบแน่ถ้าเธอมีอะไรกับตำรวจ

แพ็ตพูดอย่างไม่ยี่หระว่าก็แค่ตนอยากรู้ข้อมูลของตำรวจคู่ปรับเท่านั้นไม่เห็นเสียหาย

ส่วนรณภพยืนมองรถไปจนลับตาแล้ว ถอนใจพึมพำกับตัวเอง

"คุณแพ็ต ฉลาด และน่ารัก"

ทันใดนั้นก็ได้รับโทรศัพท์จากหมวดโทร.แจ้งว่าได้ผลชันสูตรแล้ว เลยนัดเย็นนี้เจอกัน

ooooooo

ชาลีขับรถชนกับรถสิบล้อจนหน้าหม้อบุบต้องเอาเข้าอู่ซ่อมแถวชายหาด ช่างบอกว่าดูสภาพรถแล้วต้องเปลี่ยนอะไหล่ แต่ที่อู่
ไม่มีต้องไปซื้อที่อื่นคงต้องรอถึงพรุ่งนี้ ชาลีเซ็งจัดส่งเงินให้ปึกใหญ่บอกว่าให้รีบไปหาซื้อมาซ่อมให้ด่วนเพราะตนรีบ

ระหว่างรอนั้นช่างแนะนำว่าให้ไปรอที่คาเฟ่ดีกว่ามานั่งตบยุงรออยู่ตรงนี้ ชาลีเลยเดินเซ็งๆไปที่ "กอกล้วยคาเฟ่" ที่ช่างชี้ให้ดู

เป็นคาเฟ่ที่โนรีร้องเพลงอยู่นั่นเอง โนรีคุยฟุ้งอวดเพื่อนนักร้องว่ามีหนุ่มหล่อท่าทางรวยขับรถไล่ตามแถมบอกว่าตนเป็นแฟน
เก่าด้วย แต่ตบท้ายเซ็งๆว่า

"หน้าตาก็ดี๊ดี ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะโรคจิต"

ขณะโนรีเม้าท์อยู่กับเพื่อนนั่นเอง เด็กเสิร์ฟเข้ามาเตือนว่าได้เวลาร้องเพลงแล้ว โนรีจึงออกไปร้องเพลง

เป็นเวลาที่ชาลีเข้ามาพอดี เขาเข้าไปกวาดตามองแหยงๆกับสภาพแวดล้อมที่ไม่น่ารื่นรมย์ แล้วเขาก็ชะงักเมื่อเห็นโนรีออกมา
ร้องเพลง เรียกเด็กเสิร์ฟมาถามว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร คุยด้วยได้ไหม

"ขอเฉยๆไม่ได้หรอกพี่ ต้องคล้องพวงมาลัยก่อน" เด็กเสิร์ฟบอก

ชาลีจึงควักใบละพันให้เด็กเอาไปคล้องพวงมาลัยให้โนรี ระหว่างนั้นเขาก็ทำก้มๆบังๆหน้าตัวเองไว้ไม่ให้โนรีเห็นชัด แต่พอโนรี
เดินมาที่โต๊ะถึงกับร้องเหมือนถูกผีหลอก "ว้าย...ไอ้โรคจิต"

โนรีทำท่าจะผละไป ถูกชาลีดึงไว้ขอโทษเรื่องเมื่อตอนเย็น ยอมรับว่าตนจำคนผิดจริงๆเพราะหน้าเธอเหมือนคนที่เคยรู้จัก

โนรีพูดอย่างรู้ทันว่ามุกเก่าแบบนี้เจอมามากแล้ว ระหว่างนั้นมีจิ๊กโก๋คนหนึ่งเดินอาดๆมาชวนโนรีไปนั่งที่โต๊ะพวกตนดีกว่า

โนรีไม่ยอมไป ชาลีช่วยรั้งเธอไว้เลยมีเรื่องกับจิ๊กโก๋ พวกมันที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่งกรูกันเข้ามารุมชาลี เขาไม่อยากมีเรื่องพยายามชี้
แจงแต่มันไม่ฟัง โนรีเลยบอกให้เขารีบหนีไปตนจะแก้ปัญหาเอง พลันก็เห็นจิ๊กโก๋คนหนึ่งชักมีดสปริงออกมา เธอรีบคว้าขวด
เบียร์ฟาดหัวชาลีเปรี้ยงร้องบอกเขา

"สลบสิ สลบเร็ว"

ชาลีแกล้งทำสลบ โนรีหันไปบอกพวกจิ๊กโก๋ว่าไม่มีอะไรแล้ว ตนเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้วพร้อมกับยิ้มหวานให้ พวกจิ๊กโก๋เลย
ยอมหยุดมองหน้ากันงงๆ

ooooooo

รณภพกลับไปที่ห้องชันสูตรแผนกนิติเวชก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว ตัวเขาพร้อมทั้งหมวดโอมและจ่าฉิมฟังหมอที่พามาดูศพ
มิสเตอร์คาลอสอธิบายว่า

"ผู้ตายถูกสังหารด้วยวัตถุมีคม ตามร่างกายมีบาดแผลทั้งหมด 3 แห่งด้วยกัน จุดแรกที่คนร้ายเล่นงานก็คือข้อมือของผู้ตาย เส้น
เอ็นเส้นประสาทถูกตัดขาดด้วยการเชือดที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ"

จากนั้นอธิบายอีกว่า "แผลต่อมาตัดที่ขั้วหัวใจพอดี ซึ่งผู้ตายความจริงเสียชีวิตด้วยแผลนี้ตั้งแต่วินาทีแรกแล้วด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่
เขาจะล้มลง คนร้ายยังได้แทงที่ขมับขวา อาวุธที่ใช้มีขนาดเล็กแหลมและคมมาก น่าจะเป็นมีดที่มีความยาวราวๆ 5-6 นิ้ว เส้น
ผ่าศูนย์กลางดูแล้วคงไม่ใหญ่กว่าด้ามช้อนส้อมเท่าไหร่"

"เพื่ออะไรครับหมอ" หมวดโอมถาม

"ก็เหมือนเข็มเย็บผ้ายิ่งบางเท่าไหร่ แรงเสียดทานก็ยิ่งน้อย ไม่ว่าเด็กหรือผู้หญิงก็แทงทีเดียวมิดด้าม"

รณภพพึมพำว่าผู้หญิงหรือ จ่าฉิมเสริมว่านั่นสิมันถึงได้มุดเข้าไปในช่องระบายอากาศได้สบายๆ รณภพนิ่วหน้าคิดตาม เมื่อ
เดินกลับออกมาด้วยกันเขาถามหมวดโอมถึงการสอบปากคำลอล่า รู้ว่ายังปิดปากเงียบไม่ยอมให้การเรื่องธุรกิจของคาลอส
ครู่หนึ่งรณภพสั่งให้ปล่อยตัวลอล่าไปเสีย เพราะถึงเธอยอมให้การก็คงโกหกเราแน่ บอกว่า

"เราจะใช้เธอเป็นเหยื่อล่อ จะได้รู้ว่าคาลอสติดต่อกับใครบ้าง"

หมวดโอมกับจ่าฉิมพยักหน้าอย่างเข้าใจแผนการของผู้กอง

ooooooo

ตอนที่ 3

ลอล่าเองก็อยู่ในสภาพที่ระวังภัยเต็มที่ เธอรีบกลับมาที่คอนโดฯ เข้าไปเก็บข้าวของที่จำเป็นเตรียมหนี แต่ระหว่างนั้นผู้กอง หมวด และจ่าก็มาถึงแยกย้ายกันปฏิบัติหน้าที่อย่างว่องไว

แต่ไม่ทันที่จะลงมือทำอะไร หมวดโอมก็เห็นร่างกะทัดรัดในชุดดำอำพรางโฉมวิ่งพรวดจากมุมมืดไวปานปรอท หมวดร้องบอกจ่าให้ระวัง ไม่ทันสิ้นเสียงจ่าก็ถูกสาวในชุดดำเตะจนกระเด็น ครั้นหมวดจะเข้าช่วยก็ถูกแม่เสือสาวหลบแล้วปลดล็อกปล่อยซองกระสุนออกจากปืนของหมวด ดีดกระสุนที่ค้างในรังเพลิงทิ้ง หมวดเหลือแต่ปืนที่ไม่มีกระสุน ไม่เพียงเท่านั้น สาวในชุดดำยังสะบัดผงสีขาวใส่หน้าหมวดกับจ่าจนทั้งคู่หมดสติ จากนั้นเธอกระชากผ้าคลุมหน้าออกมองสองร่างนั้นอย่างเย้ยหยัน

ระหว่างนั้นเองสมุนของมิสเตอร์เหว่งสามคนก็กรูกันลงจากรถกระบะ ตะโกนบอกกันว่าลอล่าพักอยู่ชั้นสามอย่าให้หนีไปได้
เวลานี้ ลอล่าตกเป็นเป้าหมายของคนสามกลุ่มคือ ตำรวจ องค์กร และแก๊ง

ตำรวจที่เหลือแต่รณภพคนเดียว เขายิงต่อสู้กับคนร้ายเพื่อพาลอล่าหนีไปทางบันไดหนีไฟ

ส่วนสาวในชุดดำซึ่งก็คืออำพันนั่นเอง เธอโทร.บอกแพ็ตว่ามีพวกหนึ่งจะมาชิงตัวลอล่าให้รีบสกัดพวกมันเร็ว!

รณภพเข้าถึงตัวลอล่าก่อน ไม่มีเวลาที่จะพูดอะไรกันมาก เขาเร่งให้รีบลงข้างล่างด้วยกัน แม้จะถูกพวกมันล้อมหรือดักอยู่เราก็ต้องฝ่าออกไปให้ได้ แล้วรณภพก็ให้ลอล่าถอดเสื้อ  เขาเอาเสื้อเธอเหวี่ยงลวงพวกคนร้ายให้สนใจทางนั้น  แล้วให้เธอวิ่งฝ่าออกไปโดยเขาจะยิงสกัดให้

เมื่อลอล่าหนีไปแล้ว คนร้ายหันมารุมเล่นงานรณภพ ขณะเขากำลังลำบากเพราะทั้งบาดเจ็บและไม่มีกระสุนนั่นเอง แพ็ตในชุดอำพรางใบหน้าก็ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาทั้งยิงกราดและใช้มีดพกกำจัดพวกวายร้ายราบเรียบ เสร็จแล้วเธอถอดหมวกกันน็อกออก เดินดูศพวายร้ายอย่างสะใจ

รณภพตะลึงกับการใช้อาวุธอย่างช่ำชองของแพ็ต พอเธอเก็บมีดเดินดูศพ เขาชักปืนมาขู่

"หยุดนะ นี่เธอเป็นใครกันแน่ ใช่คนที่ฆ่าคาลอสรึเปล่า"

แพ็ตไม่ตอบแต่เดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองอย่างใจเย็น เมื่อรณภพถือปืนเดินตามไปขู่อีก ถูกแพ็ตพูดอย่างเยาะหยันว่า "
ปืนคุณไม่มีกระสุนคุณตำรวจ" ทำให้รณภพนึกได้ลดปืนลง มองตามแพ็ตที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ลอล่าวิ่งลงมาถึงชั้นล่างสะดุดอะไรบางอย่างล้มลง คนร้ายส่วนที่ตามมาเตรียมพุ่งรถเข้าขยี้ แต่ถูกอำพันขี่มอเตอร์ไซค์มาขวางไว้ เธอยกปืนยิงจนรถพรุนพุ่งลงไหล่ทาง อำพันเข้าไปบอกลอล่าว่า

"มากับฉัน ถ้าไม่อยากตาย"

ลอล่าจำต้องไปกับอำพัน เป็นเวลาที่รณภพตามไปเจอหมวดกับจ่าเพิ่งหายจากถูกยาสลบ พากันออกมาช่วยลอล่า แต่ไม่ทันเพราะว่าเธอถูกอำพันพาขี่มอเตอร์ไซค์หายไปในความมืดเสียแล้ว

"พวกไหนเอาตัวลอล่าไป" หมวดถามงงๆ

ooooooo

ตำรวจอยู่ในสภาพงวยงงทั้งเรื่องนักฆ่าโหดที่ระบุว่าเป็นนักฆ่าผู้หญิง โดยเฉพาะสารวัตรชลิตไม่เชื่อที่ผู้กองรณภพวิเคราะห์แม้เขาจะอ้างว่าหมวดโอมเห็นกับตาก็ตาม

ต่อมาหมวดโอมค้นคว้าข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับแก๊งค้ายาของคาลอสแต่ค้นไปเจอเว็บหนึ่งเข้า เขาพารณภพกับสารวัตรชลิตเข้ามาเปิดให้ดู

ภาพที่ปรากฏเป็นภาพศพหลายรายที่คล้ายกันคือมีแผลถูกแทงที่หัวใจและขมับข้างขวา

"ครับ ที่หัวใจแล้วก็ขมับข้างขวาเหมือนกันเด๊ะ แล้วยังมีแปลกกว่านั้นอีกนะครับผู้กอง" หมวดพูดพลางชี้ให้ดู "คดีนี้เกิดที่อเมริกา ส่วนคดีนี้เกิดขึ้นที่ยุโรป ส่วนนี่เอเชียตะวันออก บางทีคดีเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน"

รณภพบอกว่ามันมีเกิดขึ้นเกือบทั่วโลก หมวดโอมเชื่อว่ามันเป็นขบวนการเลยทีเดียว

จากนั้นหมวดโอมปริ๊นต์ข้อมูลจากเว็บไซต์ออกมาให้ดู รณภพเอาไปอ่านที่ห้องพักอย่างละเอียด

"เหยื่อที่รอดชีวิตรายนึงให้การว่า ฆาตกรเป็นสมาชิกขององค์กรลึกลับซึ่งใช้รหัสในการสังหารว่า "นักฆ่าขนตางอน" เนื่องจากมือสังหารส่วนใหญ่ในองค์กรจะเป็นหญิงสาว เป้าหมายของพวกมันคือการกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ เชื่อว่า ปัจจุบันองค์กรดังกล่าวมีสมาชิกไม่น้อยกว่าสองร้อยคน กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆทั่วทุกมุมโลก"

อ่านข้อมูลแล้ว รณภพวางข้อมูลลงพูดอย่างไม่อยากเชื่อว่า

"นักฆ่าขนตางอน...ไม่น่าเชื่อ"

ooooooo

หลังการปฏิบัติการแล้ว คืนนี้แพ็ตกับอำพันไปที่ไนต์คลับที่แพ็ตรับผิดชอบดูแลอยู่ คริสผู้จัดการมารายงานว่าโรเบิร์ตรอเธอทั้งสองอยู่บนออฟฟิศ

แพ็ตดีใจมากอุทาน "แด๊ด..." ส่วนอำพันเก็บความดีใจไว้พึมพำเบาๆ "บอส..." แล้วรีบพากันขึ้นไปพบโรเบิร์ตบนห้องทำงาน

หลังจากแสดงความดีอกดีใจที่ได้พบกันแล้ว โรเบิร์ตชมว่างานล่าสุดของพวกเธอยอดเยี่ยมมาก รับรองว่านายธวัชนักการเมืองจอมปลอมคนนั้นต้องช็อกไปอีกนาน แพ็ตถามว่าทำไมไม่เก็บธวัชไปเสียด้วยเลย

"ไม่ได้ เพราะนายธวัชเป็นบุคคลมีชื่อเสียง ถ้าเขาตายจะต้องมีหลายฝ่ายได้รับผลกระทบ แล้วที่สำคัญคนที่เราต้องการตัวคือหุ้นส่วนของเขาต่างหาก" โรเบิร์ตชี้แนะแล้วบอกว่าคนนี้บางทีแพ็ตอาจจะรู้จัก

วันต่อมาธวัชบ่นอย่างหัวเสียขณะเทพไปรับออกจากโรงพยาบาลว่า คนของเทพทำงานไม่ได้ความแค่ผู้หญิงคนเดียวก็ยังเก็บไม่ได้

เทพบอกว่าพวกตนกำลังจะเก็บลอล่าได้อยู่แล้ว แต่พวกตำรวจมาขวางเสียก่อนเลยหลุดมือไป ธวัชกำชับว่าอย่าให้ลอล่าปากโป้งก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นพวกเทพโดนเอาตายแน่

ขณะนั้นเองเขาก็ได้รับโทรศัพท์ รับแล้วบอกปลายสายว่า ตนกำลังจะออกจากโรงพยาบาลถามว่า

"นี่คุณมาถึงเมืองไทยแล้วเหรอ โอเค ยังไงนัดกันอีกที"

แต่พอธวัชกลับถึงบ้านก็เจอมิสเตอร์เหว่งนั่งรออยู่แล้ว เขาบ่นแกมตำหนิว่าทำแบบนี้เกิดนักข่าวเห็นขึ้นมาตนบรรลัยแน่
มิสเตอร์เหว่งลุกขึ้นพูดอย่างอารมณ์ดีว่าเขาไม่เดินเข้ามาให้ใครเห็นหรอก

ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องการตายของคาลอสว่าไม่กระทบถึงการค้าของเรา เพราะคาลอสเป็นแค่นายหน้า แต่คนที่ขนเงินมาซื้อสินค้าจริงๆ นั้นคือนิโคลัส ลูกพี่ของคาลอสต่างหาก

"ถ้านิโคลัสถูกฆ่าอีกคน ต่อไปใครจะกล้าค้าขายกับเรา" ธวัชถามอย่างหัวเสีย

"ไม่ต้องห่วง เราเคยตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าคุณออกเงินผมออกแรง งานนี้ผมเคลียร์เอง"

"อย่าให้เสียชื่อละกัน หุ้นส่วน" ธวัชลุกขึ้น มิสเตอร์เหว่ง มองแล้วยักไหล่ตามสไตล์

ooooooo

ลอล่าถูกนำตัวไปเก็บไว้ที่ห้องใต้ดินของไนต์คลับ เมื่ออำพัน แพ็ต และโรเบิร์ตลงไปหา ลอล่าถามอย่างหวาดกลัวว่าจับตนมาทำไม โรเบิร์ตบอกว่าเราต้องการข้อมูลบางอย่างเรื่องคาลอสจากเธอ

ลอล่าปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น อำพันเลือดร้อนเสนอว่าจัดการเชือดเสียเลยดีไหม

ลอล่ายังคงปฏิเสธปากแข็งว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไร โรเบิร์ต หว่านล้อมไม่สำเร็จก็เปิดผ้าปิดตาเธอออกแล้วสะกดจิตจนเธอตกอยู่ในภวังค์ ถามอะไรก็บอกหมด จึงรู้ว่าคนที่จะมาแทนคาลอสคือนิโคลัส ครั้นถามว่าแล้วนิโคลัสจะมากรุงเทพฯเมื่อไร ลอล่าพูดเบาๆ เบาจนโรเบิร์ตต้องก้มลงไปฟังใกล้ๆ

หลังจากได้ข้อมูลแล้วอำพันเสนอให้เก็บเสีย แพ็ต ไม่เห็นด้วยเพราะลอล่าไม่รู้เรื่องด้วย เราควรจะถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และปล่อยไปเสีย

"แต่เพื่อความปลอดภัยขององค์กร เราต้องทำนะคะบอส" อำพันยืนยัน

"อำพันพูดถูก เก็บมันเสีย!"

คำตัดสินของโรเบิร์ต ทำให้แพ็ตยืนอึ้งใจหายที่ต้องฆ่า ผู้บริสุทธิ์ ซ้ำร้ายอำพันยังให้เธอเป็นคนลงมือด้วย เมื่อแพ็ตไม่ยอมอ้างว่านั่นเป็นความคิดของอำพันเธอก็ต้องลงมือเอง

ลอล่าอ้อนวอนบอกว่าตนถูกบังคับมา ตนติดยาเพราะถูกบังคับถ้าไม่เชื่อก็ดูที่รองเท้า พลางถอดรองเท้ายกส้นรองเท้าให้ดูช่องลับที่ใส่ตลับพลาสติกเก็บยาเสพติดชนิดหนึ่งไว้

"มันเป็นตัวยาใหม่ที่คนชื่อเหว่งจะขายให้คาลอส เขาบอกว่ามันแรงกว่ายาเสพติดอย่างอื่นสามเท่า คนที่เสพเข้าไปจะไม่มีอาการง่วงนอน จะมีแต่ความสุขอยู่ได้ข้ามวัน"

ลอล่ายอมรับว่าตนเป็นแค่หนูทดลองยา แทนที่อำพันจะเวทนากลับเอายาทั้งหมดกรอกใส่ปากลอล่า

ลอล่าสำลักยาอยู่พักหนึ่งก็ตัวสั่นเทิ้มชักกระตุกอย่างแรงจนอำพันตกใจแต่ก็ปลอบใจแพ็ตว่าเดี๋ยวก็ตายไม่ต้องห่วง แพ็ต บอกว่ายาที่ให้ลอล่ากินมันไม่ใช่ยาเสพติดธรรมดา

พริบตานั้นเองลอล่ากรีดร้องโหยหวนกลิ้งไปกับพื้น ครู่เดียวก็ลุกขึ้นสะบัดเชือกที่ผูกมือจนขาดผึง มีเลือดไหลจากตา หู จมูก ปาก สภาพเหมือนผีดิบ!

ลอล่าพุ่งเข้าหาอำพันกับแพ็ตจับสองสาวเหวี่ยงกระแทกฝา อำพันชักมีดพุ่งเข้าหาถูกจับเหวี่ยงไปอีก แพ็ตจึงเข้าไปช่วย ในที่สุดอำพันล็อกตัวลอล่าไว้ได้ถูกลอล่าดิ้นสะบัดจนเกือบหมดแรงตะโกนบอกแพ็ตว่าให้ฆ่าลอล่าเสีย แพ็ตจำต้องแก้ไข
สถานการณ์เฉพาะหน้าดึงมีดพกคู่ชีพออกมาตวัดเข้าที่ลำคอลอล่าเลือดพุ่งกระฉูด

ในที่สุดแพ็ตก็เป็นคนฆ่าลอล่าที่เธอถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์!

ศพของลอล่าถูกเอาไปเผาในเครื่องเผาขยะ แพ็ตยืนมองอย่างเศร้าใจ โรเบิร์ตเข้ามาปลอบว่าอย่าเสียใจไปเลยนี่เป็นแค่เหยื่ออีกรายที่เราต้องจัดการ กระนั้นแพ็ตก็ยังเห็นว่าลอล่าไม่ควรตายแบบนี้

"แต่ถ้าลอล่าเข้มแข็งกว่านี้ เธอก็คงไม่ตกเป็นเครื่องมือของพวกวายร้าย มันเป็นวัฏจักรของโลกใบนี้นะแพทริเซีย คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์อยู่ต่อไป"

โรเบิร์ตเดินจากไปแล้ว แต่แพ็ตก็ยังมองที่เตาเผาขยะอย่างสลดใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

โนรีพาชาลีที่เธอเอาขวดตีหัวจนสลบไปที่ห้องพักของเธอ  จนรุ่งขึ้นโทรศัพท์เขาดังขึ้น  ชาลียังไม่รู้สึกตัว โนรีค้นหาจนเจอแล้วรับสายแทน

เป็นเรื่องทันที เพราะเป็นสายจากดาหวัน พอเป็นเสียงผู้หญิงรับสายดาหวันระแวงหึงขึ้นสมองทันที สั่งโนรีว่าถ้าชาลีตื่นให้โทร.กลับเบอร์นี้ด้วย ให้ย้ำด้วยว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์ กันให้เข้าใจ

โนรีมองชาลีอย่างหมั่นไส้ด่าว่าผู้ชายเฮงซวยแบบนี้ไม่เอาไว้ทำยาหรอก

ส่วนดาหวันก็ไปโวยวายกับเจ้าเวียงวรรณให้ช่วยจัดการชาลีให้ด้วยเพราะตอนนี้แอบไปอยู่กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ พอนึกได้ดาหวันก็โทร.ไปอีกทีถามว่าที่นั่นที่ไหน โนรีเลยแกล้ง ยั่วว่าอยู่ที่ซ่องเจ๊อ้วน

"ตายจริง แล้วพี่ชาลีไปเที่ยวที่นั่นได้ยังไง ไปกับใคร"

"อ๋อ...เขาเมามาค่ะ บอกว่าเบื่อยายเพิ้งที่บ้านก็เลยออกมาเที่ยว เอาเป็นว่าถ้าเขาตื่นเมื่อไหร่จะให้รีบโทร.กลับ เข้าใจไหมยายเพิ้ง"

พูดเสร็จโนรีวางสายอย่างสะใจ ดาหวันยังไม่รู้สึกตัวถามตัวเองว่า "ยายเพิ้ง หมายถึงใคร"

โนรีคอยจนชาลีตื่นจึงบอกเขาว่าเมียโทร.มาตามตั้งสองสามรอบ รีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเสีย ตนจะพาไปส่งแล้วจะรีบไปทำงานเมื่อโนรีให้ชาลีซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ของเธอจะพาไปที่อู่ซ่อมรถ ชาลีกลับอิดออดไม่อยากกลับ โนรีรำคาญบอกว่าต้องกลับเพราะเมียเขารออยู่ ชาลีเลยขอว่าแล้วจะมาหาเธออีก ต่อรองว่า

"เอาอย่างนี้นะ ผมจ่ายเงินให้คุณก็ได้" โนรีโวยวายว่าตนไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า ถามว่าจ่ายให้เป็นค่ากิ๊กกันเฉยๆใช่ไหม ถ้างั้นขอ 3 พันต่อวัน ชาลีตกลง เธอเลยเร่งให้รีบขึ้นรถจะไปส่งที่อู่

ฝ่ายดาหวันเมื่อฟ้องเจ้าเวียงวรรณแล้วไม่จัดการอะไรให้ เธอก็แล่นไปหารณภพบอกว่าชาลีหายตัวไปสามวันแล้ว ตนโทร.ไปก็เป็นเสียงผู้หญิงรับสาย จากนั้นก็หายไปติดต่อไม่ได้ อีกเลย ตั้งข้อสังเกตว่า ชาลีอาจถูกล่อลวงก็ได้

"งั้นเอาเป็นว่าผมจะรับเรื่องไว้ละกันครับ ถ้าติดต่อกับชาลีได้เมื่อไหร่ผมจะรีบแจ้งให้ทราบ"

ดาหวันได้แต่พยักหน้าทำตาปริบๆ ขอบคุณแล้วลากลับ พอดาหวันกลับไปแล้ว รณภพบ่นกับตัวเอง

"ไอ้ชาลีมันทำอะไรแปลกๆ"

ooooooo

ตอนที่ 4

รับปากกับดาหวันแล้ว รณภพโทร.หาชาลี จึงรู้ว่าเพื่อนรักอยู่ที่พัทยา ส่วนทำไมไปอยู่ที่นั่นกับใคร ไว้เจอกันค่อยเล่า วางสายจากรณภพแล้ว ชาลีก็ให้รู้สึกหงุดหงิดที่ดาหวันวุ่นวายมากไป

เพราะทำงานกลางคืน โนรีจึงหลับยาวในตอนกลางวัน ชาลีเลยไปซื้ออาหารมาให้ บอกโนรีแล้วเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ โนรียิ้มปลื้มในความน่ารักของเขา แต่พอเห็นโทรศัพท์วางอยู่ก็ย่องไปเอามาเปิดดูคลิป แล้วเธอก็ตกใจที่แพรพลอยในคลิปหน้าเหมือนตัวเองเด๊ะ!

ที่กรุงเทพฯ ธวัชได้รับรายงานจากเทพว่า มิสเตอร์เหว่ง แจ้งมาว่านิโคลัสกำลังจะมาถึงแล้ว ธวัชสั่งให้เทพไปรับที่สนามบินแล้วพาไปพักเก็บตัวในรีสอร์ตที่พัทยาห้ามออกมาเพ่นพ่านข้างนอกเด็ดขาด ย้ำกับเทพให้บริการนิโคลัสเต็มที่

เมื่อเทพรับนิโคลัสแล้วบอกกับเขาว่าธวัชสั่งให้ตนรับรองเขาให้เต็มที่ ต้องการอะไรให้บอกจะหาให้ทุกอย่างแต่ยกเว้นการเที่ยวข้างนอกเพราะกลัวตำรวจจะจำได้

แต่การมาของนิโคลัสไม่ได้รอดหูรอดตาองค์กรเลย เมื่อรู้จากอำพันว่านิโคลัสพักอยู่ที่ไหน  โรเบิร์ตก็สั่งแพ็ตปลอมตัว เป็นหญิงขายบริการแทรกเข้าไป กำชับว่า

"จำไว้ว่า เธอต้องลงมือให้เงียบและรวดเร็วที่สุด"

"มีสมุนของนายธวัชไม่ต่ำกว่าสิบคนอารักขานิโคลัสที่นั่น ถ้าเธอช้าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เธอเสร็จแน่" อำพันเตือน แกมขู่ แม้แพ็ตจะฟังน้ำเสียงออกแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ โรเบิร์ตย้ำอีกครั้งว่า

"จำไว้นะแพ็ต เป้าหมายของงานนี้ไม่ใช่มิสเตอร์เหว่ง ดังนั้นถ้าเธอเจอกับมันห้ามปะทะเด็ดขาด"

แพ็ตรับคำ แต่เมื่อกลับมาที่ห้องนอนคิดทบทวนเรื่องที่แพรพลอยถูกพวกมิสเตอร์เหว่งฆ่าตาย แพ็ตก็คำรามอย่างอาฆาตแค้นว่า "ไอ้เหว่ง ถ้าฉันเจอแกเมื่อไหร่ แกตายแน่!"

ooooooo

นิโคลัสยอมรับข้อแม้ที่ไม่ออกไปเพ่นพ่านข้างนอกของธวัช แต่บอกเทพให้หาหมอนวดให้ตนด้วย ย้ำว่าให้เอาผู้หญิงที่สวยเซ็กซี่

เทพไปถามคนแถวนั้น ชายที่ถูกถามชี้ไปที่เกษมบอกว่าคนนั้นจัดการได้ เทพไปติดต่อเกษมแถวประภาคารพาขึ้นรถไปคุยกัน พอไปคุยกับนิโคลัสที่ห้อง เกษมเสนอไปสองสามคน นิโคลัสปฏิเสธหมดอ้างว่าเด็กไปบ้าง ดำไปบ้าง บอกสเปกของเขาว่า

"ขอหุ่นแบบนี้มีไหม ซุปเปอร์โมเดล"

เกษมรีบบอกว่ามีแต่แพง ราคามิตรภาพก็เอาแค่สามหมื่น เทพต่อรองแต่เกษมไม่ลดบอกว่าถ้าไม่เอาตนก็จะได้กลับ เทพรีบตกลง แต่ก็เหงื่อแตกกลัวถูกเจ้านายด่าว่าผลาญงบไปตั้งสามหมื่น!

แพ็ตในคราบหญิงขายบริการยืนอ่อยอยู่หน้ามินิมาร์ท ครู่หนึ่งเกษมรีบกลับมาบอกว่าทุกอย่างโอเค แต่ย้ำกับแพ็ตว่า "ผมมีหน้าที่พาคุณไปส่งให้นิโคลัส พอคุณลงมือเสร็จเมื่อไหร่ ผมก็จะแวบไปรับคุณหนี"

แพ็ตฟังแผนการแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ

ooooooo

โนรีเล่าเรื่องคลิปที่แอบดูให้นักร้องกะเทยรุ่นพี่ฟังอย่างทึ่งว่าแฟนเก่าของชาลีนั้นหน้าเหมือนตนราวกับแกะ เลยเชื่อว่าชาลีไม่ได้มั่วอย่างที่คิดไว้ตอนแรก

พอรู้ว่าชาลีเมาหัวราน้ำทุกวัน นักร้องกะเทยคนนั้น ก็เอาที่ช็อตไฟฟ้าให้โนรีเอาไว้ป้องกันตัวเผื่อชาลีหน้ามืด โนรี กลับไปเจอชาลีกำลังเมาเพ้อถึงแต่แพรพลอย พอเห็นเธอก็โผเข้ากอดแน่น โนรีตกใจ จิ้มที่ช็อตไฟฟ้าไม่ยั้ง อึดใจเดียวชาลีก็ชักกระตุกมีเสียง  "ฮึดๆ"  ในคอ  ครู่หนึ่งก็เกร็งตาค้างแน่นิ่งไป

"ตายแล้ว นี่มันแรงขนาดนี้เลยเหรอ" โนรีตกใจผงะ

ooooooo

เมื่อเทพพาแพ็ตไปพบนิโคลัส เกษมกระซิบกับแพ็ตก่อนแยกกันว่า "ทำให้ดีที่สุดนะน้อง"

พอนิโคลัสเห็นแพ็ตเท่านั้น เขาบอกกับเทพว่า "โอเค" ไสหัวเทพให้กลับไปเสียแล้วโอบพาแพ็ตเข้าห้องอย่างหื่นกระหาย แพ็ตลีลาขอเข้าห้องน้ำก่อน

พอเข้าห้องน้ำ แพ็ตก็ถอดรองเท้าเอายาสลบกับเข็มฉีดออกจากช่องลับที่ส้นรองเท้า เมื่อเตรียมพร้อมแล้วเธอเปิดประตูห้องน้ำออกมาอย่างหมายมาดมั่นใจ

บัดซบ! พอประตูเปิดเท่านั้น นิโคลัสก็เอาสันมือฟันที่คอเธอทันที ทุกอย่างดับวูบในพริบตา!

จนเมื่อแพ็ตพื้นขึ้นมา นิโคลัสยิ้มเยาะบอกความจริงว่า ที่แท้เขาเป็นนิโคลัสตัวปลอมเพราะเหว่งอ่านเกมออกว่าพวกเธอจับลอล่าไป รู้ว่านิโคลัสจะมาก็ต้องวางแผนฆ่าเขาแน่ ตะคอก ถามแพ็ตว่าเจ้านายเธอเป็นใคร เมื่อแพ็ตไม่ยอมบอก มันควักเข็มออกมาบอกว่า

"รู้ไหม ฉันเคยมีเพื่อนเป็นหมอจีนอยู่คนนึง เขาสอนอะไรฉันมาบางอย่าง ฉันจะสาธิตให้ดู" พูดแล้วมันปักเข็มลงที่ขาของแพ็ตจนเธอร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด

พวกเทพนั่งกินดื่มอยู่ที่ห้องอาหารของบังกะโล ได้ยินเสียงร้องของแพ็ต มันพูดอย่างคะนองปากว่าฝรั่งนี่มันโลดโผนขนาดนี้เลยหรือ ถามเกษมว่าได้ผู้หญิงคนนี้มาจากไหนถึงมี ทีเด็ดขนาดนี้

เกษมใจคอไม่ดี ยิ่งเมื่อนึกถึงคำกำชับของโรเบิร์ตที่ว่าแพ็ตเสร็จงานเมื่อไหร่ให้รีบไปรับทันที เขาเลยทำทีขอตัวไปห้องน้ำแต่ที่แท้แอบไปฟังเสียงข้างบังกะโลที่แพ็ตถูกพาตัวเข้าไป

แพ็ตยังถูกนิโคลัสตัวปลอมเล่นงานอย่างเหี้ยมโหดทารุณ เมื่อแพ็ตไม่ยอมปริปากบอกว่าใครคือหัวหน้า มันควักเข็มอีกเล่มหนึ่งออกมาปักใส่เส้นประสาทของแพ็ตอีกจนเธอร้องเสียงหลง

เกษมทนไม่ได้กลับไปที่โต๊ะกินเหล้า เทพยิ้มทักว่าหายไปนานเลย เกษมไม่ยิ้มด้วย ทำให้เทพเอะใจเลื่อนมือลงไปแตะปืน พริบตานั้นเองเกษมจู่โจมใส่สมุนของเทพคนหนึ่งแย่งปืนมาได้แล้วยิงทิ้งมันทันที จากนั้นหันปืนใส่เทพยิงจนล้มกลิ้งไปอีกคน

แต่เกษมก็ถูกสมุนคนอื่นๆของเทพรุมกันเข้ามายิงเขาจนผงะไปเหมือนกัน

ooooooo

ชาลีรู้สึกตัวขึ้นมา พอรู้ว่าถูกโนรีเอาที่ช็อตไฟฟ้าจนเขาหมดสติก็ถามอย่างตกใจว่าจะฆ่าตนหรือ โนรีบอกว่าไม่ได้ตั้งใจแต่เพราะเขาเมามาก ทันใดนั้นเองเสียงปืนแว่วเข้ามา  ชาลีเปิดประตูออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่โชคร้ายถูกลูกหลงเข้าที่ท้องทรุดฮวบลงไป

"คราวนี้ฉันเปล่านะ ฉันไม่รู้เรื่องด้วยนะ" โนรีตกใจเขย่าชาลีก็ไม่รู้สึกตัว เลยวิ่งเข้าไปในห้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมหนี

ส่วนนิโคลัสตัวปลอมกำลังใช้เข็มปักประสาททรมานแพ็ตอยู่ ได้ยินเสียงปืนก็ชะงักหันไปมองทางประตู พึมพำ "ใครยิงปืน"

แพ็ตอาศัยจังหวะมันเผลอล้มเก้าอี้ไปตะปบเข็มเล่มหนึ่งเอามาสะเดาะกุญแจมือแล้วพุ่งเข้าเล่นงานนิโคลัสตัวปลอมจนมันหมดสติแล้วเธอหาทางหนี

โนรีหิ้วกระเป๋าหนีออกจากที่พักโดยมีสมุนของเทพไล่ตามด้วยความสงสัย จะมาขี่มอเตอร์ไซค์หนีรถก็สตาร์ตไม่ติดเสียอีกเลยวิ่งเอา โกยแน่บไปด้านหลังบังกะโล เทพที่แกล้งทำเป็นตายลุกขึ้นสั่งสมุนให้ไล่ตามโนรีที่วิ่งหนีไป

ขณะโนรีหนีออกมานั้นเจอแพ็ตหนีออกจากห้องนิโคลัสเช่นกัน พอเห็นโนรีแพ็ตก็ตะลึงอุทาน "แพรพลอย..." โนรียืนอึ้ง พริบตานั้นเห็นนิโคลัสตัวปลอมโผเผมาด้านหลังแพ็ต โนรีร้องบอก พอแพ็ตหันไปก็ถูกนิโคลัสตัวปลอมอัดจนกระเด็น

"ตายแล้ว ตำรวจช่วยด้วย ฝรั่งซ้อมผู้หญิง ช่วยด้วยยยย..."

นิโคลัสรำคาญเลยหันมาต่อยโนรีจนสลบ แพ็ตหันไปเห็นช้อนตกอยู่ เธอคว้าขึ้นมาใช้ด้ามช้อนพุ่งเข้าแทงหน้าอก มัน ชักออกมาแล้วแทงคาไว้ที่ขมับจนนิโคลัสตัวปลอมร่างยักษ์  ล้มตึง

"แพ็ต...คุณหนีเร็ว พวกมันตามมาแล้ว" เกษมตะโกนบอก แพ็ตบุ้ยใบ้ให้เอาโนรีไปด้วย

แม้เกษมจะงงๆแต่ก็เอาโนรีไป ทั้งหมดพากันขึ้นรถขับหนีไปในขณะที่พวกเทพยังไล่ยิงตามไม่ลดละ  ระหว่างนั้นแพ็ต เฝ้าดูอาการของโนรีอย่างเป็นห่วง เกษมมองอย่างไม่พอใจขู่ว่า

"ผมจะรายงานมิสเตอร์โรเบิร์ต คุณทำผิดกฎ คุณแพ็ต"

แพ็ตหางตาใส่อย่างไม่แยแส ยังคงดูแลโนรีอย่างห่วงใยต่อไป

ooooooo
รณภพที่กรุงเทพฯได้รับแจ้งจากหมวดโอมว่าเกิดเหตุยิงกันที่บังกะโลแถวชลบุรี คนถูกยิงคือชาลี ทำให้ผู้กองรณภพอยู่เฉยไม่ได้รีบพากันบ่ายหน้าไปยัง ที่เกิดเหตุทันที

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจที่เกิดเหตุและนำร่างผู้เสียชีวิตกับบาดเจ็บขึ้นรถนั้น มิสเตอร์เหว่งจอดรถซุ่มดูอยู่ มันคำรามอย่างแค้นใจว่า

"อะไรวะ ลงทุนขนาดนี้ ยังพลาดอีกจนได้"

มิสเตอร์เหว่งขับรถออกไปสวนกับรถของพวกผู้กองรณภพ หมวดโอมกับจ่าฉิมที่กำลังเข้ามา

พอเห็นสภาพศพของนิโคลัสตัวปลอมและด้ามช้อนที่ปักคาขมับ ทั้งหมวดโอมและผู้กองต่างวิเคราะห์ตรงกันว่า ถ้าไม่ใช่คนที่ฝึกมาคงทำไม่ได้อย่างนี้ ผู้กองถามว่า หมายถึง "นักฆ่าขนตางอน" ใช่ไหม หมวดโอมเชื่อว่าใช่!

มิสเตอร์เหว่งไปหาธวัชที่ห้องทำงานอีก ถูกธวัชต่อว่าว่าทำอีท่าไหนลูกชายตนถึงโดนหางเลขไปด้วย แล้วเรื่องมันไปอย่างไรมาอย่างไรถึงได้ลงเอยแบบนี้

มิสเตอร์เหว่งเล่าว่า เมื่อตอนที่ลอล่าถูกจับไปตนก็กะว่าข่าวนิโคลัสต้องรั่วแน่เลยให้เลื่อนกำหนดเดินทางมาเมืองไทย ส่วนฝรั่งที่ตายนั้น เป็นแผนซ้อนแผน เพราะนั่นคือนักฆ่า ตนจ้างให้ปลอมตัวเป็นนิโคลัส กะให้เล่นงานพวกตรงข้าม แต่คว้าน้ำเหลวเสียท่าจนได้ ธวัชบ่นว่าเลยไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใคร

สุดท้ายมิสเตอร์เหว่งบอกว่า อย่างน้อยเราก็รู้ว่านักฆ่าของมันคือผู้หญิง

ooooooo

เกษมจะขับรถพาแพ็ตกับโนรีเข้ากรุงเทพฯ แต่เจอด่านตำรวจดักอยู่เลยเปลี่ยนใจพาไปพักที่บ้านเก่าเขาซึ่งเคยทำเป็นร้านเหล้ามาก่อน แพ็ตซักถามจึงรู้ว่า ที่แท้เกษมก็เคยมีอดีตที่บ้านแตกเพราะแก๊งค้ายา เขาจึงเข้าร่วมกับองค์กร

เมื่อพาสองสาวเข้าไปพักในบ้านแล้ว เกษมออกไปหาซื้ออาหาร ระหว่างนั้นเขาได้รับโทรศัพท์เข้ามือถือ เขาบอกปลายสายอย่างกังวลว่า คนที่ถูกฆ่านั้นเป็นนิโคลัสตัวปลอม เป็นแผนของเหว่งล่อพวกเรามาติดกับ ตอนนี้ตำรวจเพ่นพ่านเต็มไปหมด พรุ่งนี้ตนก็คงต้องเผ่นเหมือนกัน

"ฟังให้ดีนะเกษม ฉันต้องการให้นายเก็บนังแพ็ต!" เสียงปลายสายสั่งการ เมื่อเกษมนิ่งไป ปลายสายกระตุ้นว่าไม่เห็นต้องคิดมากเลย เกษมย้อนถามว่าจะจ่ายให้ตนเท่าไร

แพ็ตอยู่กับโนรี เมื่อโนรีรู้สึกตัวขึ้นมา แพ็ตยังมองหน้าโนรีไม่วางตา บอกว่าหน้าเธอคล้ายน้องสาวตน โนรีฟังแล้วทำหน้าเบื่อๆทำนองว่ามุกเดิมๆอีกแล้ว พอดีเสียงรถแล่นเข้ามา แพ็ตเดาว่าเกษมคงกลับมาแล้ว เธอคว้าเทียนไขเดินไปเปิดประตู

พอประตูเปิดเกษมก็ชักปืนยิงแพ็ตทันที ดีที่เธอหลบทันแต่เทียนดับ กระสุนเจาะทะลุพื้นขึ้นไปตรงที่โนรีกำลังปูที่นอนพอดี โนรีตกใจวิ่งลงมาเจอแพ็ตกำลังทะเลาะกับเกษม แพ็ตถามว่าทำบ้าอะไร เกษมตอบอย่างไม่ยี่หระว่า

"ทุกวงการก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหละคุณแพ็ต เขาเรียกว่ารับฝิ่น หาลำไพ่พิเศษ"

"อะไรนะ"

"คนในองค์กรนักฆ่าบางคน อยากให้คุณไปลงนรก!"

โนรีลงมาพอดี เกษมหันกระบอกปืนใส่ทันที จังหวะนั้นแพ็ตพุ่งเข้าเล่นงานเกษมอย่างเร็ว เตะปืนหลุดจากมือตะลุมบอนจนล็อกตัวเกษมไว้ได้ถามว่า "ใครให้แกมาฆ่าฉัน"

"คนในองค์กร" เกษมบอก แพ็ตไม่เชื่อ เกษมยืนยันว่าตนต้องการเงินอย่างเดียวอย่างอื่นไม่สน แล้วชักมีดควงเข้าเล่นงานแพ็ต โนรีเห็นปืนตกอยู่รีบไปเก็บมาถือจะยิงกลัวจนเหงื่อแตกเต็มใบหน้า

เกษมเห็นท่าทางตื่นกลัวของโนรีก็ขว้างมีดใส่เธอ แต่แพ็ตกระโดดรวบตัวโนรีไว้มีดเลยปักที่หัวไหล่เธอแทนแต่ปืนในมือโนรีก็ถูกเบนมายิงใส่เกษมที่ขาจนล้มลง ครั้นแพ็ตจะตามซ้ำ เกษมก็วิ่งกะเผลกหนีไปแล้ว แพ็ตลดปืนลงแล้วตัวเองก็ทรุดลงเพราะพิษบาดแผลที่หัวไหล่

"คุณแพ็ต!!" โนรีดูบาดแผลและมีดที่ปักคาอยู่ที่หัวไหล่แพ็ต จะดึงออกก็ไม่กล้า คว้าโทรศัพท์บอกว่าจะโทร. เรียกรถพยาบาล แพ็ตห้ามไว้เพราะตนกำลังถูกตามล่า บอกโนรีว่าให้โทร.บอกคนชื่อโรเบิร์ต คนนี้เท่านั้นที่จะช่วยตนได้ แล้วบอกเบอร์มือถือของโรเบิร์ตให้ แต่โทร.แล้วไม่มีสัญญาณ

"ออกไปโทรศัพท์ข้างนอกซิ แถวนี้คงมีร้านขายของ" แพ็ตบอก โนรีลังเล เธอย้ำ "ไม่ต้องห่วงฉัน รีบออกไปโทร.บอกคุณโรเบิร์ตเร็วโนรี รีบออกไป"

แพ็ตแข็งใจเดินมาหยิบขวดบรั่นดีแล้วพยายามขึ้นชั้นบน ส่วนโนรีโทร.ไปเจอโรเบิร์ตพอดี รีบเล่าอย่างตื่นเต้น พอโรเบิร์ตรู้ก็เรียกอำพันมาบอกว่าเกษมหักหลังพวกเราตอนนี้แพ็ตกำลังลำบาก ตำหนิอำพันว่าให้คอยประสานงานกับแพ็ตทำไมถึงไม่รู้เรื่อง อำพันอ้างว่าแพ็ตเก่งอยู่แล้วและตนก็กำลังยุ่งๆ

"ไปรับแพ็ตกลับมาเดี๋ยวนี้ ตอนนี้แพ็ตอยู่ที่บ้านเก่าของนายเกษมแถวหัวหิน ถ้าแพ็ตเป็นอะไรไปล่ะก็ เธอคงรู้ดีนะว่าใครควรรับผิดชอบ" โรเบิร์ตพูดอย่างหัวเสียแล้วเดินออกไป

อำพันไม่ได้ตื่นเต้นหากแต่ยังยืนยิ้มอย่างสะใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ชาลีถูกนำตัวเข้ามารักษาในกรุงเทพฯ เมื่อย้ายมาพักที่ห้องพักฟื้น ดาหวันจะมาเยี่ยมแต่หมวดโอมขอให้กลับไปก่อนเพราะผู้กองรณภพกำลังสอบปากคำชา ลีอยู่ ดาหวันจึงเดินงอนตุปัดตุป่องกลับไป

รณภพสอบถามชาลีก็ไม่ได้ข้อมูลเชิงลึกอะไร เพราะชาลียืนยันว่าโนรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่เธอหน้าเหมือนแพรพลอย เลยทำให้ผูกพันกัน ฟังแล้วรณภพพูดปลงๆว่า

"ฉันว่าแกควรไปหาหมอเช็กประสาทได้แล้วชาลี"

รณภพเดินออกไปเซ็งๆ แต่ชาลีก็ยังยืนยันว่าตนพูดจริง ขอร้องให้เชื่อสักครั้งเถอะ

ooooooo

โนรีหาทางช่วยแพ็ตด้วยการออกไปหาซื้อยาและอุปกรณ์ทำแผล แต่พอกลับมาพบว่าแพ็ตเอาบรั่นดีที่ถือขึ้นมาราดแผลและเอาเข็มกับด้ายที่ค้น เจอเย็บแผลเองเสร็จแล้ว เมื่อโนรีเอายากับอุปกรณ์กลับมาจึงช่วยทำให้เรียบร้อยและปลอดภัยขึ้น

ส่วนเกษมหนีไปหลบอยู่ในสวนผลไม้ อำพันตามไปขู่ว่าทำงานพลาดอย่างนี้แล้วต้องปิดปากให้สนิท เกษมรับรองว่าไม่บอกใคร แต่อำพันยังไม่พอใจสั่งให้ไปฆ่าเป้าหมายให้ได้ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องถูกฆ่า เอง เกษมฟังแล้วกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในที่สุดเพื่อเงินและชีวิตจึงต้องรับแผนขั้นต่อไปของอำพัน

จากนั้นอำพันไปสืบเสาะจนรู้ว่าแพ็ตอยู่ที่ไหน เธอบุกไปที่บ้านเก่าของเกษม แพ็ตรู้ตัวว่ามีคนมาถือปืนไปต้อนรับ พอเห็นอำพันเธอสั่งให้ทิ้งปืน อำพันตีหน้าตายถามว่าเล่นพิเรนทร์อะไร

"ถ้าไม่ใช่เธอ ใครจะกล้าหักหลังฉัน" แพ็ตย้อนถาม อำพันหาว่าแพ็ตมาติดกับดักฝ่ายตรงข้ามเองต่างหาก แพ็ตโต้ว่า "ตอนแรกเกษมฆ่าพวกมัน แถมยังเสี่ยงตายช่วยฉันออกมา แต่จู่ๆเขาก็ทรยศ แสดงว่าต้องมีคนปั่นหัวแน่"

ระหว่างนั้นโนรีย่องออกมาดู พออำพันเห็นโนรีเท่านั้นก็อุทาน "แพรพลอย" ทำเอาโนรีบ่นเบื่อๆ "อีกแล้ว...เซ็งจริงๆ" แพ็ตไม่สนใจเอาปืนจี้อำพันไปขึ้นรถให้ขับออกไปโดยเธอนั่งข้างหลังกับโนรี

ระหว่างทางอำพันยังขู่แพ็ตว่าถ้าโรเบิร์ตรู้จะต้องไม่ พอใจที่เธอแหกกฎ

"โนรีแค่จะไปหลบอยู่กับเราสักระยะ ไม่เห็นจะยุ่งยากตรงไหน" แพ็ตไม่แยแส

ooooooo

เมื่อเทพกลับมาถึงกรุงเทพฯ เขาถูกรณภพเรียกไปสอบถาม ขอให้บอกตรงๆว่าฝรั่งที่ตายเกี่ยวพันอะไร กัน เทพปากแข็งยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่รู้จัก แค่ฝรั่งต้องการผู้หญิงบริการตนก็หาให้เพราะคุยถูกคอกัน

ระหว่างนั้นตำรวจนายหนึ่งก็เข้ามาบอกผู้กองรณภพว่า สารวัตรชลิตเชิญไปพบที่ห้อง

เมื่อรณภพไปพบปรากฏว่ามีทนายความของธวัชมาดูแลคดีนี้ ทนายของธวัชบอกว่าธวัชไม่พอใจมากที่เทพเป็นคนสนิทของท่านถูกเรียกมาสอบ ถ้าไม่แจ้งข้อหาอะไรก็ให้ปล่อยไปเสีย ขู่อีกว่าทีมทนายส่วนตัวของธวัชมีทั้งหมด 13 คน พวกเขาจะฟ้องผู้กองข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

"แค่ทนายคนเดียวก็แย่แล้ว ผมว่ามีอะไรที่จะผ่อนปรนได้ก็น่าจะทำนะผู้กอง" สารวัตรกระซิบแต่ผู้กองรณภพยังคงนั่งนิ่งอย่างตรึกตรอง

ส่วนชาลีพอกลับกรุงเทพฯก็ถูกดาหวันไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลออดอ้อนเอาใจ จนชาลีบอกว่าไม่ต้องมาเยี่ยมก็ได้เดี๋ยวบ่ายๆก็กลับแล้ว ดาหวันอ้อนว่าพูดเหมือนตนเป็นคนอื่นทั้งที่จะหมั้นกันอยู่แล้ว

ชาลีตัดสินใจถามว่าเธอแน่ใจหรือ นั่นเป็นความต้องการของผู้ใหญ่หรือความเต็มใจของเธอกันแน่

"ดาหวันรักพี่ชาลีค่ะ ยังสงสัยอะไรอีกรึเปล่าคะ" ดาหวัน พูดเสียจนชาลีพูดไม่ออก

ส่วนเจ้าเวียงวรรณก็ทำท่ามีปัญหากับธวัช บอกว่ารู้สึกผิดหวังที่เกิดเรื่องแบบนี้ สงสัยว่าเราคงเป็นทองแผ่นเดียวกันไม่ได้เสียแล้ว ทำให้ธวัชตกใจ หนักใจ พยายามแก้ต่างให้ลูกชาย รับปากว่าจะสั่งสอนชาลีเอง

เมื่อเรียกชาลีไปตำหนิ ชายหนุ่มยืนกรานว่าตนไม่ได้รักดาหวัน ทำให้ธวัชโมโหเสียงดังใส่ว่าผู้หญิงที่เขารักนั้นตายไปแล้วเลิกฟุ้งซ่าน เสียที

"แพรพลอยยังไม่ตายครับพ่อ ผมเพิ่งเจอเธอที่ต่างจังหวัด"

ธวัชไม่เชื่อ มองลูกชายอย่างเบื่อที่จะต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วเดินออกจากห้องไป

ooooooo

อำพันขับรถมาจนอีกชั่วโมงเศษจะถึงกรุงเทพฯแล้ว โนรีบอกว่าตนหิว อำพันก็หิวเหมือนกันเลยชวนกันแวะหาอะไรกินก่อนค่อยเดินทางต่อ พอลงไปโนรีฝากสั่งอาหารให้ด้วยแล้วตัวเองขอไปเข้าห้องน้ำ

ระหว่างนั้นอำพันยังไม่วายถามแพ็ตว่าเอาโนรีมาทำไม อย่าลืมสิว่าน้องสาวเธอตายไปแล้ว ทำให้แพ็ตรับไม่ได้ จนจะมีเรื่องกัน พอดีบ๋อยเอาอาหารมาเสิร์ฟจึงจำต้องเลิกรากันไป

ส่วนโนรีไปเข้าห้องน้ำ พอออกมาก็ถูกเกษมที่มาดักรออยู่โปะยาสลบแล้วอุ้มไปซ่อนในโรงแรม จากนั้นโทร.ไปบอกแพ็ตว่าเวลานี้โนรีอยู่ในกำมือตนแล้ว ทำให้แพ็ตโกรธมากถามว่าเมื่อไรจะเลิกจองเวรกันเสียที เกษมตอบอย่างท้าทายว่า "จนกว่าคุณจะยอมตายตามออเดอร์ของผู้จ้างวานละมั้ง"

"ก็ได้ แต่แกต้องปล่อยโนรีก่อน เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วย" แพ็ตยอม แล้วไปพบเกษมที่โรงแรมตามห้องที่บอก

เมื่อพบกัน แพ็ตหว่านล้อมว่าเราเป็นหุ้นส่วนกัน ถามว่า คนที่จ้างมาจ่ายเท่าไรตนยินดีจ่ายให้สามเท่า เกษมไม่เชื่อจึงเกิดต่อสู้กันตัวต่อตัว แต่เกษมสู้แพ็ตไม่ได้ สุดท้ายถูกล็อกตัวไว้

"เจ๊ากันดีไหม มีอะไรค่อยๆคุยกัน" เกษมต่อรอง

"ได้ แต่แกต้องบอกฉันก่อนว่าใครเป็นคนจ้างแกมา"

เกษมตัดสินใจสลัดสุดแรงหลุดจากล็อกของแพ็ตแล้ววิ่งพรวดออกไป แต่พอโผล่พ้นประตูก็ถูกอำพันจ่อยิงดับคาที่ แพ็ตมองตะลึงถามว่าฆ่ามันทำไม

"นี่ฉันช่วยชีวิตเธอ เธอยังจะมาโกรธฉันอีกเหรอ" อำพันย้อนถาม เมื่อแพ็ตบอกว่าตนอยากรู้ว่าใครเป็นคนจ้างเกษมมาฆ่าตน อำพันก็ย้อนถามบ้างว่า "คำพูดของศัตรู เธอคิดว่าจะเชื่อได้งั้นเหรอ"

ฟังอำพันแล้วแพ็ตเริ่มลังเล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้แพ็ตรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงพากัน นั่งรถไฟกลับ ระหว่างอยู่บนรถไฟนั้น แพ็ตได้คุยกับโนรี เธอขอบคุณแพ็ตด้วยความซาบซึ้งใจที่ช่วยชีวิตตนไว้ถึงสองครั้ง ถามว่าที่แพ็ตบอกว่าตนคล้ายน้องสาวนั้นพูดจริงหรือ

แพ็ตพยักหน้า บอกว่าเดี๋ยวถึงกรุงเทพฯเราก็ต้องแยกกันแล้ว โนรีตัดสินใจขอเป็นน้องสาวแพ็ตได้ไหม รับรองว่าตน เป็นคนเลี้ยงง่ายกินไม่จุ แพ็ตพยักหน้ายิ้มให้โนรีอย่างเอ็นดูในความใสซื่อของเธอ

ooooooo

เมื่อสั่งรถแท็กซี่มาถึงหน้าบ้านแพ็ต โรเบิร์ตเดินออกมารับ โนรีตาโตร้องอย่างตื่นเต้นว่ามีฝรั่งด้วย แต่โรเบิร์ตมองอย่างเย็นชา เรียกแพ็ตเสียงขรึม แพ็ตรู้ตัวรีบอ้อนว่า

"แด๊ดคะ นี่โนรี เธอช่วยแพ็ตเอาไว้"

"สวัสดีค่ะ" โนรีส่งเสียงหวานไหว้ชดช้อย โรเบิร์ตรับไหว้อย่างขอไปทีแล้วเดินนำเข้าข้างใน แพ็ตหันมาบอกโนรีขณะผ่านห้องรับแขกว่าให้รอที่นี่ก่อนเดี๋ยวจะมา

เมื่อโรเบิร์ต แพ็ต และอำพันเข้าไปในห้องนั่งเล่น โรเบิร์ตตำหนิแพ็ตว่า

"ฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคล้ายกับแพรพลอยมาก แต่เธอไม่ใช่แพรพลอย แล้วที่สำคัญ มันผิดกฎนะแพ็ต เธอไม่มีสิทธิ์ รับคนนอกเข้ามาโดยพลการ"

แพ็ตชี้แจงว่าโนรีเป็นแค่เด็กสาวธรรมดา   ตนจะให้ทำงานที่ไนต์คลับและจะไม่ให้รู้เรื่องของเราเด็ดขาด โรเบิร์ตถามว่าถ้าตนไม่อนุญาตล่ะ แพ็ตตอบตาใสว่าก็จะขอให้แด๊ดทบทวนใหม่อีกครั้ง

โรเบิร์ตมองหน้าถามว่าแล้วถ้าไม่อนุญาตอีกล่ะ เธอก็ตอบว่าก็จะขออีกครั้ง จนโรเบิร์ตอ่อนใจบ่นว่าเธอนี่ดื้อจริงๆ ถามปรามๆว่ารู้ไหมถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นเธอต้องรับผิดชอบ แพ็ตก็ยังตอบเสียงใส "ทราบค่ะ"

"ถึงตอนนั้นต่อให้เธอขอสักพันครั้ง ฉันก็ยกเว้นให้ ไม่ได้"

"แปลว่าแด๊ดอนุญาตแล้วเหรอคะ" แพ็ตเดินเข้าไปกอดขอบคุณเป็นการใหญ่

โรเบิร์ตกอดแพ็ตไว้อย่างเอ็นดู อำพันที่ดูอยู่ตลอดเวลามองด้วยความแค้น เมื่อออกจากห้องนั่งเล่นแล้ว อำพันสบถอย่างอารมณ์เสียว่า

"นังแพ็ตมันวิเศษกว่าเราตรงไหน ทำไมบอสต้องคอยเอาใจมันด้วย"

คิดถึงตอนที่เอาแพ็ตมาฝึกใหม่ๆ เมื่อแพ็ตพลาดพลั้งถูกอำพันรุกหนัก โรเบิร์ตก็เข้ามาห้ามเตือนว่าให้เธอฝึกให้แพ็ตไม่ใช่ให้มาทำร้าย แล้วช่วยดึงแพ็ตขึ้นถามว่าไม่เป็นไรใช่ไหม

"ไม่มีอะไรค่ะคุณโรเบิร์ต มันเป็นแค่อุบัติเหตุ ไม่เป็นไรค่ะ" แพ็ตยิ้มแย้ม

"จำไว้นะอำพัน  แพ็ตมีค่าต่อองค์กรของเรามากกว่า ที่เธอคิด มากกว่านักฆ่าคนไหนที่เราเคยมี"

อำพัน ฟังแล้วได้แต่เก็บความแค้นไว้ในอก เมื่อกลับเข้าห้องนอนก็คำรามว่า

"ฉัน ไม่ใช่ไก่รองบ่อนของใคร หมายเลขหนึ่งคือฉันต่างหาก นังแพ็ต!"

ooooooo

คืน นี้ ผู้กองรณภพ หมวดโอม และจ่าฉิม พากันไปเที่ยวคาเฟ่ที่ต่างจังหวัดเพื่อหาข่าวในที ทั้งหมดพบว่า รูปนักร้องที่โชว์อยู่หน้าคาเฟ่นั้นมีคนหนึ่งหน้าเหมือนแพรพลอยมาก

รณ ภพกลับมาค้นคว้าคนในครอบครัวของเพิ่มพลที่ห้องอีกครั้ง พบว่าแพรเพชรเองก็หน้าตาคล้ายแพ็ตมาก เป็นเรื่องที่ยังความประหลาดใจแก่รณภพมากที่โนรีกับแพ็ตปรากฏตัวขึ้นในเวลา ไล่เลี่ยกัน

เวลาเดียวกันนั้น ชาลีก็ถูกธวัชบังคับไม่ให้ออกจากห้องจนกว่าจะยอมทำตามความต้องการของตน ย้ำว่าโนรีที่เป็นคนเป็นกับคนตายอย่างแพรพลอยเขายังแยกไม่ออกอีกหรือ เสนอว่าถ้าเขาฉลาดกว่านี้ก็มาช่วยงานของพรรคดีกว่าเป็นนักข่าวต๊อกต๋อยอยู่ อย่างนี้

"แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแพรพลอยขึ้นมาจริงๆล่ะ พ่อจะว่ายังไง" ชาลีไม่ยอมแพ้

"ไม่มีทาง แกประสาทหลอนแล้วรู้ไหม เห็นคนโน้นคนนี้เป็นแพรพลอยไปหมด"

"ผมจะพิสูจน์เรื่องนี้ และผมจะไม่ขอแต่งงานกับดาหวันเด็ดขาด" ชาลีแข็งข้อ

"ก็ลองดูสิวะ กับลูกน้องฉันยังเล่นงานได้ แค่ลูกในไส้ฉันไม่แคร์หรอก" พูดแล้วธวัชผลุนผลันออกไป ชาลีได้แต่มองตามพ่อไปเซ็งๆก่อนล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

สาม เดือนต่อมา...

ที่ห้องประชุมกองปราบ มีการประชุมวางแผนสกัดและจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดที่จะมาแทนแก๊งแมงป่องดำที่ ถูกทำลายไป

ที่ห้องประชุม มีการฉายสไลด์รูปถ่ายขนาดใหญ่ของ "หลิว" สารวัตรชลิตบรรยายสรุปว่า

"นี่คือ หลิว หยวน ฟาง หรือเรียกว่าเสี่ยหลิว เขาเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยที่กำลังจะก้าวขึ้นมามีอำนาจในวงการ หวังจะขึ้นมาแทนแก๊งแมงป่องดำที่ถูกเรากวาดล้างจนแทบจะหายสาบสูญไปแล้ว"

ระหว่าง นั้น หมวดโอมลอบสังเกตสีหน้าของผู้กองรณภพอย่างยังไม่หายเคลือบแคลงใจ

สารวัตร บรรยายอีกว่า "สายของเราทราบว่า นายหลิวมีสถานที่ผลิตยาซ่อนอยู่ในโรงงานแถวชานเมือง เพื่อไม่ให้พวกมันไหวตัว เราจะบุกเข้าจับกุมบ่ายวันนี้ รายละเอียดผู้กองรณภพจะเป็นผู้อธิบายให้ทราบ"

จากนั้นผู้กองรณภพจึง บรรยายรายละเอียดว่า

"เราจะแบ่งกำลังออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่ 1 ผมจะนำทีมบุกเข้าทางด้านหน้า ส่วนกลุ่มที่ 2 หมวดโอมกับจ่าฉิมจะปิดล้อมเส้นทางหลบหนีทางด้านหลังของโรงงาน ใครมีคำถามอะไรไหม"

หมวดโอมเสนอว่าตนขอบุกจู่โจมพร้อมผู้กอง ส่วนด้านหลังคิดว่าจ่าฉิมคุมทีมคนเดียวก็พอ พูดแล้วสบตาจ่าฉิม อย่างรู้กัน เมื่อผู้กองถามจ่าฉิมว่าไหวไหม จ่าฉิมจำต้องตอบว่าไหว ผู้กองจึงสรุปให้เอาตามนี้แล้วให้ทุกคนเตรียมพร้อม เราจะลงมือบ่ายสี่โมงวันนี้!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

บ้านไร่สายสมร EP.27 ไหมตะวัน ตกเป็นเหยื่อในแผนของเสี่ยธวัชชัย กับ สุรีย์
14 เม.ย. 2564

10:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 15:35 น.