ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คีตโลกา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัญมากลับเข้ามานั่งในโรงพักอย่างคนหมด อาลัยตายอยาก รำพึงรำพันเสียงแหบพร่าต่อหน้าภควัตว่าตนไม่มีบ้าน ไม่มีพ่อแม่ ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...

เช้าขึ้น ภควัตเตรียมตัวออกเวรแต่ไม่ลืมปลุกหญิงสาวที่ยังนอนหลับสนิทให้แยกย้ายแล้วค่อยเจอกันใหม่ ส่วนจ่าเดชมาเริ่มงานเห็นไอ้อัญก็อดทำปากยื่นปากยาวไม่ได้ว่า ไปไหนไม่พ้นก็โรงพักเหมือนเดิม

อัญมาไม่พอใจ เถียงว่าตนไม่ได้อยากนอนที่นี่ แต่พอได้ยินจ่าเดชบอกว่าเธอเคยโดนจับมาหลายครั้งก็ชะงักเงียบไป ไม่อยากนึกถึงสภาพตัวเองในแบบไอ้อัญเอาเสียเลย

เจอกันตั้งแต่เมื่อวานตอนช่วยอัญมาขึ้นจากน้ำในคลองแต่จ่าเดชก็ยังไม่รู้ว่าภควัตเป็นตำรวจ จนกระทั่งหัวหน้าเรียกประชุมลับหลังจากพาอัญมาไปส่งบ้านในชุมชนบัวสวรรค์ซึ่งเป็นบ้านของไอ้อัญที่มีแม่อุบลขายไก่ทอด แวดล้อมไปด้วยเพื่อนบ้านและพ่อค้าแม่ขายที่รู้จักมักคุ้น แต่อัญมาทำท่ารังเกียจและไม่รู้จักใครสักคน

เมื่อรู้ว่าภควัตเป็นผู้กองแล้วยังต้องร่วมงานกันปราบปรามยาเสพติดชนิดว่าต้องเป็นคู่หูกัน จ่าเดชถึงกับหน้าเจื่อนและเกร็งขึ้นมาทันที แต่ภควัตหยิบยื่นไมตรีอย่างกันเองให้จ่าเรียกตนว่าไอ้น้องเหมือนเดิมก็ได้ ด้านอัญมาในร่างไอ้อัญลูกแม่อุบลกำลังแสดงท่าทีรังเกียจบ้านไม้โทรมๆ และเพื่อนบ้านปากจัด รวมทั้งนวยที่ขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างกับจิ๊บพนักงานร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นเพื่อนรัก ทุกคนเลยเข้าใจว่าเธอตกน้ำแล้วสมองกระทบกระเทือนจนเพี้ยนไป

แม้ลูกสาวจะเปลี่ยนไปทั้งท่าทีและคำพูดคำจาแต่อุบลก็ไม่ได้เอะใจสงสัยใดๆเลย นอกจากคิดเหมือนคนอื่นว่าลูกคงเพี้ยนไปชั่วคราวเพราะตกน้ำ อีกไม่นานก็เข้าที่เข้าทาง

คุณหนูอัญมารับไม่ได้กับสภาพบ้านไม้ซอมซ่อในชุมชนแออัด ซ้ำยังมาพบอุปกรณ์เสพยานานาชนิดในห้องนอน ก็ยิ่งคับแค้นและกดดันที่สุดในชีวิต แต่ขณะเดียวกันภควัตที่กลับไปบ้านตัวเองก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงคำบอกเล่าของหลวงพ่อที่ว่า คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกรรมติดตัว ต่อไปเขาจะต้องเจอกับเรื่องไม่คาดฝันเพราะกรรมที่ผูกพันกันมา

“ไอ้อัญ...เรื่องไม่คาดฝัน กรรมที่ผูกพัน...คือเธอหรือเปล่า” ภควัตพึมพำถามตัวเอง คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่เจอเธอ แต่แล้วความบังเอิญนี่เองทำให้นายตำรวจหนุ่มปิ๊งไอเดียหลังทราบจากจ่าเดชว่าไอ้อัญเป็นสายส่งยาให้นายวินิจหรือพี่บังพ่อของอธิคมที่เพิ่งออกจากคุก เขาหมายมั่นปั้นมือว่าเธอคนนี้จะช่วยให้ทีมของเขาเข้าใกล้ขบวนการค้ายาของสองพ่อลูกได้

ผ่านไปหนึ่งคืนสำหรับชีวิตใหม่ในชุมชนแออัด...

ยังไงอัญมาก็รับไม่ได้ ตื่นเช้ามาเธอขอเงินจากอุบลหนึ่งร้อยโดยไม่บอกว่าจะเอาไปเป็นค่าแท็กซี่กลับบ้านหลังใหญ่ที่สุขุมวิท ระหว่างทางเธอมีปัญหากับคนขับที่แกล้งอ้อมเส้นทางหวังโกงค่ามิเตอร์ เขาถูกจับได้ก็เลยทำโมโหกลบเกลื่อนไล่เธอลง โดยจอดรถปาดหน้ามอเตอร์ไซค์ของอธิคมที่ขับมาดีๆ

อธิคมไม่พอใจเดินมาต่อว่าหญิงสาวที่ลงจากแท็กซี่ เข้าใจว่าเธอสั่งให้จอดไม่ดูรถคันอื่น แต่พอรู้ความจริงและรอยเข็มตามแขนของเธอก็หรี่ตามองอย่างสนใจก่อนจะอาสาไปส่ง แต่เธอไม่ยินยอม รีบโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากไป

ooooooo

จ่าเดชได้รับคำสั่งจากผู้กองภควัตให้ตามตัวไอ้อัญโดยด่วน แต่พอมาถึงบ้านปรากฏว่าเธอไม่อยู่ อุบลดูร้อนรนและเป็นกังวลกลัวจ่าจะมาจับลูกสาวของตนเข้าคุกเลยพนมมือวิงวอนเป็นการใหญ่

“ไอ้อัญมันไปทำอะไรผิดหรือเปล่า จ่าอย่าจับลูกฉันเข้าคุกเลยนะ ฉันมีลูกของฉันอยู่คนเดียว จ่าจะเอาเงินเท่าไหร่ฉันจะหามาให้”

“เฮ้ยๆ อย่ามาติดสินบนกับข้า ข้าเป็นตำรวจน้ำดี ไม่โกง ไม่กิน ไม่คอร์รัปชัน แล้วอย่ามาเที่ยวไปติดสินบนกับตำรวจล่ะ ทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ไม่ใช่เอาเงินล้างผิด”

“ขอโทษเถอะจ่า ฉันกลัวจริงๆ จ่าอย่าจับไอ้อัญลูกสาวฉันเลยนะ”

จ่าเดชเงียบไปด้วยความสงสารอุบลที่ดูร้อนรนเป็นห่วงลูกสาวจริงๆจังๆ

ooooooo

อัญมาเปลี่ยนใจไม่กลับไปที่บ้านแต่บ่ายหน้ามาบริษัทของจิรายุ และได้เจอเขาอยู่กับอนุรุทซึ่งเป็นทั้งเลขาและคู่รักอยู่ในห้องทำงานสองต่อสอง

สองหนุ่มมองหญิงสาวที่ละม้ายคล้ายอัญมา แต่สภาพซ่อมซ่อดูยังไงก็ไม่ใช่คุณหนูไฮโซผู้เย่อหยิ่ง จึงมีคำถามขึ้นมาว่าเธอเป็นใคร ใครปล่อยให้เธอขึ้นมา

อัญมาแสดงสีหน้าท่าทีไม่พอใจอนุรุทอย่างแรง แนะนำตัวเองคืออัญมาตัวจริงเสียงจริง

“คุณหนูอัญมา...สารรูปยังกับตกบ่อเกรอะ กทม.เนี่ยนะ”

“ฉันไม่ได้มาหาแก ไม่ต้องมาสะเออะตอบ แล้วก็ไปห่างๆแฟนฉัน”

อนุรุทแตกตื่นตกใจ จิรายุลุกพรวดทันที ถามเธอว่าพูดบ้าอะไร ใครแฟนเธอ

“ใช่สิ คุณมีรสนิยมที่บอกใครไม่ได้ ต้องปิดเป็นความลับเพราะกลัวคนในสังคมจะไม่ยอมรับ”

“เธอเป็นใครกันแน่”

“ฉันก็เป็นคนที่เคยโง่เพราะหลงรักผู้ชายอย่างคุณ แต่ที่มาเนี่ยไม่ได้มาขอความรักคืนหรอกนะ จะมาขอให้ช่วยในฐานะเพื่อน”

“ฉันไม่เคยมีเพื่อนอย่างเธอ”

อัญมาโกรธจัด ตวาดใส่จิรายุให้บอกมาว่าเขาเป็นผัวหรือเป็นเมียอนุรุท...สองหนุ่มได้ฟังถึงกับสะดุ้งวาบ ถามเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอรู้ได้ยังไง
ทันใดประตูห้องทำงานเปิดออก สุคนธรสก้าวเข้ามาเห็นด้านหลังอัญมา คิดว่าเป็นพวกชอบมารับบริจาคเงินเลยพูดโพล่งขึ้นมา สร้างความโมโหโกรธาให้อัญมาถึงขั้นด่ากลับแรงๆ

“ฉันไม่ได้มาขอทาน ตาต่ำไม่เคยเปลี่ยนเลยนะสุคนธรส”

“แกเป็นใคร...ว้าย! หน้าคล้ายยายอัญมาเจ้าหญิงนิทรา”

“จำฉันไม่ได้หรือไง คุณหนูอัญมาคนที่เธออิจฉา อยากดีอยากเด่นกว่าแต่ก็ทำไม่ได้ ไม่เคยชนะฉันไงล่ะ”

“มันพูดบ้าอะไร สภาพผ้าขี้ริ้วอย่างแกน่ะเหรอที่ฉันจะอิจฉา”

“ฉันรู้จักเธอดี เพราะฉันคืออัญมาเพื่อนคนเดียวที่เธอมี”

“ตายแล้ว โจรเดี๋ยวนี้มันร้ายจริงๆ นี่คงไปทำศัลยกรรมหน้าเลียนแบบพวกไฮโซหวังสวมรอยเที่ยวตกทองชาวบ้านล่ะสิ จะบอกให้นะ นังคุณหนูอัญมาที่แกอุตส่าห์ไปทำหน้ามาให้เหมือนน่ะ มันนอนเป็นผักเน่าไม่รู้จะตื่นมาชาติไหน เชอะ ฆ่าตัวตายประชดความรัก พ่อขัดขวางไม่ให้แต่งงาน...สมน้ำหน้า”

สามคนประสานเสียงหัวเราะเยาะหยัน อัญมามองด้วยสายตาเจ็บใจ

“โชคดีจริงๆที่ฉันได้เห็นความคิดทุเรศๆของเธอนะสุคนธรส แต่มันเป็นโชคร้ายของสารวัตรกฤษณ์ที่กำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอย่างเธอ”

“หยุดนะ นี่แกคงเที่ยวเซิร์จข่าวฉันมาจากกูเกิ้ล เซเลบคนดังอย่างฉันใครๆก็รู้จัก นักข่าวตามสัมภาษณ์ ลงข่าวทุกวัน”

“ตามสัมภาษณ์หรือว่าจ่ายเงินซื้อสื่อให้เขามาทำข่าวกันแน่ พยายามโปรโมตตัวเองทั้งๆที่ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง เรียนก็ไม่จบ ทำงานก็ไม่เป็น ความสามารถพิเศษอย่างเดียวคือสอดส่ายสายตาควานหาผู้ชายรวยๆแต่ฉลาดน้อย แล้วก็จิกมาเป็นสามี”

โดนด่าแสบไปถึงทรวง! สุคนธรสโกรธจัดกรี๊ดกระจายก่อนจะโผนเข้าตบหน้าอัญมาสุดแรงเกิด ขณะที่อนุรุทกับจิรายุทนไม่ไหวผลักไสเธอออกจากห้องแล้วเรียก รปภ.มาลากตัวแถมขู่ด้วยว่าถ้ามาอีกให้เรียกตำรวจมาจับได้เลย

“ที่นี่มันที่ของคนมีการศึกษา มีเงิน สภาพทุเรศอย่างแกอย่าเสนอหน้าโผล่เข้ามาอีก” เสียงสุคนธรสด่าไล่หลังอัญมาที่โดน รปภ.ลากตัวไป

อัญมาสุดแสนเจ็บใจ หันมาตะโกนตอบโต้ “นี่สินะธาตุแท้ของพวกเธอ ไม่มีเพื่อนแท้ มีแต่ความริษยา พร้อมจะเหยียบย่ำกันตลอดเวลา”

เมื่อโดน รปภ.เหวี่ยงออกมาจากบริษัท อัญมามืดแปดด้านไม่มีที่ไป เธอตัดสินใจกลับมายังสะพานซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้ชีวิตเธอเกิดจุดเปลี่ยนที่ไม่สามารถรับได้

อัญมายืนบนสะพานมองผืนน้ำกว้างเบื้องล่าง กล่าวกับตัวเองเสียงแหบแห้งน่าเวทนา

“ฉันไม่ใช่คุณหนูอัญมา ที่นี่ฉันคือไอ้อัญเด็กติดยา มีแม่ขายไก่ทอด บ้านอยู่ในชุมชนแออัด วิญญาณเธออยู่ไหนไอ้อัญ...กลับมาสิ กลับมาร่างของเธอ เธอต่างหากที่อยากตายไม่ใช่ฉัน”

พลันมีลมพัดแรง อัญมารู้สึกหนาววาบจนต้องยกสองแขนกอดตัวเอง

“หรือว่าเธอตายไปแล้ว วิญญาณเธอจะไม่กลับมาแล้ว...ไม่นะ แล้วฉันล่ะ ฉันจะกลับไปร่างของฉันยังไง...ฉันตกน้ำ”

เธอมองความลึกของน้ำแล้วอยากจะโดดลงไป แต่ทันใดคำพูดเตือนสติของภควัตกระตุกใจขึ้นมา

“ไม่ว่าร่างไหน ไอ้อัญหรือคุณหนูอัญมา ตอนนี้เธอก็มีชีวิต จำไว้ เราต้องทำชีวิตวันนี้ให้ดีที่สุด ในเวลาที่เรายังมีลมหายใจ”

อัญมาได้คิดถอยห่างจากสะพาน บอกตัวเองก่อนวิ่งพรวดออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่ยอมแพ้โชคชะตา

“ไม่! ฉันจะไม่ยอมตาย ฉันจะต้องหาทางกลับไปใช้ชีวิตคุณหนูอัญมาของฉัน ฉันไม่ได้เกิดมาเป็นไอ้อัญ”

ooooooo

จ่าเดชตามหาไอ้อัญตั้งแต่สายยันเย็นก็ยังไร้วี่แวว ขณะเดียวกันนั้นผู้กองภควัตปลอมตัวไปสอดส่องแถวค่ายมวยของวินิจ แล้วก็ได้เห็นอธิคมตัวเป็นๆ มันยังไม่ตายอย่างที่มีข่าวลือออกมา

อธิคมจอดรถหน้าค่ายแล้วส่งกุญแจให้ลูกน้องของพ่อที่ชื่อเก้าสั่งให้เอารถไปล้าง แต่เก้าตาไวเห็นคนหลังพุ่มไม้จึงอาสาไปดูเอง ภควัตเลยต้องจรลีออกจากตรงนั้น ทำให้อธิคมเห็นเต็มตาร้องสั่งลูกน้องในค่ายช่วยกันจับตัวมันมาให้ได้

โชคดีภควัตหนีรอดไปได้ พอรู้จากจ่าเดชว่ายังหาไอ้อัญไม่เจอก็สั่งการเร่งรัดไปอีกครั้ง...เวลานั้น อัญมาในร่างไอ้อัญจำใจกลับมาที่บ้านอุบลอย่างคนไม่มีที่ไป เธอทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกเก่าๆ เหนื่อยจนหมดความรังเกียจ

สักครู่ สัญชัยผลักประตูเดินเซเข้ามาในห้อง ทำเธอสะดุ้งตกใจถามเสียงแข็งว่าแกเป็นใคร

“ได้ข่าวว่าเอ็งตกน้ำตกท่าจนเพี้ยน ท่าจะจริง”

“แกเป็นใคร เข้ามาทำไม”

“โธ่...เอ็งลืมพ่อเลี้ยงสุดที่รักของเอ็งซะแล้วเหรอไอ้อัญ ให้ข้าช่วยเตือนความจำนะว่าเราพ่อเลี้ยง ลูกเลี้ยงรักกันขนาดไหน”

สัญชัยเดินเซเพราะเมาเหล้าเข้ามาใกล้ พยายามจะลูบไล้เนื้อตัวลูกเลี้ยงแต่เธอร้องกรี๊ด ปัดป้องอย่างขยะแขยง แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งโดนเธอผลักกระเด็นไปชนตู้เสื้อผ้าแล้วของหล่นลงมาใส่หัวดังโครม

อุบลกลับมาจากขายไก่ทอดได้ยินเสียงลูกสาวกรีดร้องว่าปวดท้อง เธอวิ่งพรวดเข้ามาเห็นไอ้อัญสั่นไปทั้งตัว ดิ้นทุรนทุราย ส่วนสัญชัยยืนละล้าละลัง

“ไอ้สัญชัย แกทำอะไรลูกฉัน”

“ข้าไม่ได้ทำอะไรนะเว้ย ไอ้อัญต่างหากเป็นบ้า ชักดิ้นชักงอของมันเอง”

“ไอ้ตอแหล ไอ้หน้าด้าน เอ็งไม่ทำแล้วลูกข้าจะเป็นอย่างนี้ได้ยังไง”

อุบลเข้ามาจับไหล่อัญมาแต่โดนเธอสะบัดหนี สั่งไม่ให้ยุ่ง เธอไม่ใช่แม่ของตน...สัญชัยได้ทีพูดโพล่งว่าเห็นไหม ลูกเธอมันตกน้ำจนเป็นบ้า

จิ๊บตั้งใจแวะมาหาเพื่อนเห็นสภาพก็รู้ทันทีว่ากำลังลงแดง อุบลได้ฟังโผเข้ากอดประคองลูกสาวทั้งน้ำตา ขณะที่อัญมากรีดร้องว่าไม่จริง ตนไม่ได้ติดยา...

อัญมาวิ่งกระเซอะกระเซิงออกจากบ้านไปที่สะพาน จ่าเดชเห็นหลังไวๆรีบโทร.บอกภควัต...เขาเลยมาช่วยเธอทันเวลา ช้อนร่างเธอที่กำลังดำดิ่งลงสู่ผืนน้ำกลับขึ้นมา ท่ามกลางเสียงปรบมือของไทยมุงที่พากันลุ้นระทึก

อัญมาคิดตื้นๆอย่างคนไม่มีทางออก เธอคิดว่าการกระโดดลงน้ำในจุดเดิมที่เกิดเหตุน่าจะทำให้เธอได้กลับสู่โลกเดิมของคุณหนูอัญมา แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างคงเดิม แถมเธอยังโดนภควัตตำหนิอย่างเคืองๆ

“จะโดดน้ำตายอีกกี่รอบฮึ ไอ้อัญ แล้วทำไมฉันต้องช่วยแกไว้ทุกรอบด้วยเนี่ย”

ผ่านไปอีกครู่ ภควัตส่งข่าวจ่าเดชว่าเจอไอ้อัญแล้วแต่ยังพากลับไปบ้านไม่ได้ มีธุระสำคัญต้องคุยกับเธอ ให้จ่าบอกแม่ของเธอไปก่อน บอกอะไรก็ได้ที่เขาจะไม่เป็นห่วงลูกสาว

จ่าเดชปฏิบัติตามอย่างเร่งด่วน บอกอุบลให้หมดห่วงว่าไอ้อัญไม่ได้โดนจับ แต่อุบลอยากรู้ว่าลูกตนหายไปไหน นวยนั่งอยู่ด้วยข้างจิ๊บ ปากไวว่าเจ๊อัญโดนอุ้มฆ่าหรือเปล่า?

“ไอ้นวย ปากไอ้ด่างนะ เดี๋ยวคนโดนอุ้มจะเป็นเอ็ง ข้าไม่ได้เอาตัวไอ้อัญไปไหนโว้ย”

“แล้วมันอยู่ไหน” จิ๊บคาดคั้นจ่าเดช

สัญชัยอยู่ในบ้าน เยี่ยมหน้าออกมามอง พอจ่าเดชหันไปเห็นก็ร้อนตัวปฏิเสธพัลวัน

“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรไอ้อัญมันเลยนะ เห็นไอ้อัญมันส่งเสียงตึงตัง ก็เป็นห่วงเลยเข้าไปดู เห็นมันชักดิ้นชักงอ พอจะเข้าไปช่วย นังอุบลมันก็เข้ามาพอดี”

“ไม่ต้องเล่าเท้าความมาตั้งแต่ปากซอยหรอกสัญชัย ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว ไม่ต้องห่วงกันนะ ตอนนี้ไอ้อัญมันอยู่ในที่ปลอดภัย”

“ก็ที่ไหนล่ะจ่า” อุบลรุกเร่ง

“เออน่า ไม่ต้องเซ้าซี้ บอกว่าปลอดภัยก็คือปลอดภัย”

“ก็ทำไมบอกไม่ได้เล่า ป้าอุบลแกก็เป็นแม่เจ๊เค้า” นวยขัดใจเป็นบ้า แต่จ่าเดชยังมีหน้าบอกว่าความลับ จิ๊บหงุดหงิดลุกพรวดทันที “ลับเลิบอะไร ฉันไม่สนแล้ว จ่าจับไอ้อัญไปที่โรงพักใช่มั้ย ไปน้าอุบล ไอ้นวย ไปเอาตัวไอ้อัญออกมา”

“หยุด! หยุดแล้วถอยกลับไป อย่าให้จ่าเดชเดชาอารมณ์เสียกว่านี้ ฟังกันมั่งสิวะ ใครไม่ฟังข้าจับยัดให้นอนคุกหมดทั้งบ้านวันนี้แหละ”

ฟังคำขู่ขึงขังจริงจังของจ่าเดชแล้วทั้งสามคนชะงัก หยุดชักแถวกันทันที

ooooooo

ค่ำนั้น ภควัตพาไอ้อัญเข้ามาที่บ้านอย่างเงียบเชียบ แต่แล้วเรื่องเกือบแดงเพราะสาวใช้คนหนึ่งแอบเห็นแล้วไปบอกขวัญอนงค์ที่บ้านใหญ่

ขวัญอนงค์ทำทีเป็นห่วงเป็นใยมาชวนภควัตคุยเรื่องอาหารการกินแล้วพยายามจะขึ้นไปที่ห้องให้ได้ แต่อีกฝ่ายไม่ยอม เธอเลยล่าถอยกลับไปอย่างหงุดหงิด ฟ้องวรจันทร์ว่าภควัตต้องซ่อนผู้หญิงไว้ในบ้านแน่ๆ

“ตายจริง พากันมาดึกๆดื่นๆ ผู้หญิงแบบไหนกัน”

“เสียดาย น้องหาไม่เจอ”

“ใจเย็นๆลูก ดึกแบบนี้พี่วัตเขาอาจจะคิดว่าเราไปยุ่มย่าม แต่ถ้าพรุ่งนี้เช้าผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ เราต้องได้เห็นหน้าแน่ๆ”

ขณะสองแม่ลูกที่บ้านใหญ่คาดเดาด้วยความสงสัย ภควัตกำลังอุ้มอัญมาวางบนเตียงในห้องนอน ก่อนจะเอาผ้าเย็นมาเช็ดหน้าและแขนให้เธออย่างเบามือ

“อย่าสลบจนฟื้นไปเป็นคุณหนูอัญมาอย่างที่แกโม้นะไอ้อัญ”

ความเย็นจากผ้ากระทบใบหน้าทำให้อัญมาค่อยๆได้สติ ลืมตาเห็นชายหนุ่มและห้องสวยเรียบหรูก็แปลกใจ

“นาย...เดี๋ยวนะ ฉันไม่ได้ฟื้นมาในชุมชน แสดงว่าฉันกลับมาที่ไหนสักแห่งโลกของฉันแล้ว แต่ทำไมฉันยังเห็นหน้านายอยู่”

“มันก็แสดงว่าแกยังอยู่ที่โลกใบเดิมของแกไงไอ้อัญ”

อัญมาลุกพรวดยืนข้างเตียง มองไปรอบห้องถามว่าที่นี่ที่ไหน

“บ้านฉัน”

“คิดอะไรกับฉันใช่มั้ย ถึงพามาบ้าน อย่าคิดว่าทำมิดีมิร้ายกับคนอย่างฉันได้ง่ายๆนะ”

“จะร้องให้คนช่วยใช่มั้ย หรือจะแจ้ง 191 เลือกเอา ฉันจะได้เตะแกพ้นรั้วเดี๋ยวนี้เลย”

“อย่าเพิ่ง ฉันยังไม่อยากกลับไปนอนในบ้านโกโรโกโสนั่น ยังไงบ้านนายก็ดีกว่าตั้งเยอะ เออ แล้วนายพาฉันมาที่นี่ทำไม”

“ฉันชื่อภควัต...”

“อ้อ...ใช่ เพื่อนจ่าเดช นายเป็นจ่าเหรอ”

ภควัตสวนทันควันว่าผู้กอง เธอเลยทำเสียงแหลมประชดประชันก่อนถามว่ามีอะไรก็พูดมา

“วันหลังอย่าคิดฆ่าตัวตาย”

“ฉันไม่ได้โดดน้ำฆ่าตัวตาย ฉันปวดท้อง มันปวดจนแทบตาย แล้วฉันก็ร่วงลงไป”

“แล้วยังปวดอยู่หรือเปล่า”

“หายแล้ว” เธอตอบไปแล้วเห็นแววตาเขาอ่อนโยนลง จึงเล่าเรื่องจริงให้ฟัง “มีผู้หญิงที่หน้าเหมือนฉัน เขานอนเป็นคุณหนูอัญมาอยู่ที่โรงพยาบาล” ภควัต

เบือนหน้าหนีทำท่าจะลุกขึ้น เธอรีบสกัดเอาไว้ “ฉันไม่ได้โกหก ฉันไปเห็นด้วยตาตัวเองมาแล้ว ถ้าฉันมีฝาแฝดล่ะ”

“พลัดพรากจากกันตั้งแต่เด็ก ไหนล่ะเปิดก้นสิ ฉันจะดูให้ว่าเธอมีปานแดงที่จะเป็นหลักฐานให้เจ้าคุณปู่ตรงไหน”

“บ้า! คุณนี่มันบ้ากว่าฉันซะอีก”

“ทำใจได้แล้วไอ้อัญ ถ้าแกตกน้ำอีกครั้งฉันอาจ จะไปช่วยไว้ไม่ทันเหมือนสองครั้งที่ผ่านมา”

“ทำไมต้องเป็นผู้กองที่ช่วยฉัน”

“โชคชะตา กรรม หรือไม่ก็พรหมลิขิตมั้ง”

“ถ้าพรหมลิขิตคือฉันต้องอยู่บ้านของป้าอุบลขายไก่ทอด ติดยา ต้องทนอยู่กับไอ้พ่อเลี้ยงคนนั้นจริงๆ เฮ้อ! ฉันขอตายดีกว่า”

“แล้วยังไง...นี่คือชีวิตที่เธอกำลังมีลมหายใจอยู่นะ ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด มีคนตั้งกี่คนที่เขาไม่อยากตาย ต่อให้เจอเรื่องร้ายแรงแค่ไหนเขาก็พร้อมจะสู้ต่อ บางคนต่อสู้แค่ไหนกลับต้องตาย แต่นี่เธอมีมือ มีสมอง มีอวัยวะครบสามสิบสอง มีชีวิต มีลมหายใจ แล้วเธอได้ ทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้างหรือยัง หรือคิดถึงแต่ความสุขสบายของตัวเอง”

“นี่นาย ทำไมต้องมาว่าฉันด้วย จะเป็นหรือตายมันก็สิทธิ์ของฉัน”

“ที่ฉันพูดขนาดนี้เธอก็ยังไม่รักร่างกายนี้ใช่มั้ย”

“ไอ้อัญ...ผู้หญิงคนนี้ติดยา ลงแดง เรียนไม่จบ มีแม่ ขายไก่ทอด ทั้งจนทั้งลำบาก แต่ฉันคือคุณหนูอัญมาทำไมฉันต้องมารักร่างกายที่ไม่ใช่ของฉันด้วย”

“ก็ต้องมีเหตุผลสักอย่างที่แยกให้ไอ้อัญคนนี้ให้ต่างกับคุณหนูอัญมา แต่ไม่ว่าเหตุผลไหนเธอคือเจ้าของร่างนี้ เอายังงี้เพื่อความสบายของเธอ ต่อไปนี้
ฉันจะเรียกเธอว่าอัญมา เธออาจจะไม่เชื่อนะอัญมา ครั้งหนึ่งฉันก็เคยคิดสั้นเหมือนเธอ แต่คนที่ตายไป ครอบครัวฉัน...คงไม่ยอมให้ฉันคิดแบบนั้น ฉันถึงต้องมีชีวิตอยู่แล้วก็เป็นตำรวจ เพราะว่าสักวันหนึ่งฉันจะทำให้โลกนี้สังคมนี้ดีขึ้น”

ภควัตพูดเป็นงานเป็นการ จ้องหน้าเธอก่อนเดินออกจากห้อง ทิ้งให้อัญมาคิดทบทวนทุกอย่างแล้วพึมพำกับตัวเองอย่างลังเลว่า...ทำเพื่อคนอื่น ทำให้สังคมนี้ดีขึ้น

เวลาเดียวกันนั้น ขวัญอนงค์กับวรจันทร์ยังว้าวุ่นไม่สบายใจเพราะมั่นใจว่าภควัตต้องซ่อนผู้หญิงไว้ในบ้าน แถมพามาดึกดื่นแสดงว่าต้องเป็นคนพิเศษ

“พิเศษยังไงน้องไม่รู้ น้องขอเลือกพี่สะใภ้เอง”

“ใช่จ้ะลูก ตาวัตน่ะเก่งแต่เรื่องจับผู้ร้ายเรื่องผู้หญิงน่ะไม่เป็นสับปะรด ดูแฟนคนก่อนสิคะ ยายสุคนธรสอะไรนั่น พอเห็นตาวัตไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่เว่อร์ให้สมฐานะหลานรัฐมนตรีก็ทิ้งไปซะเฉยๆ ตาวัตเสียใจจนไม่พูดไม่จากับใครเป็นเดือน ฉันไม่ยอมให้หลานต้องเจ็บอีกแน่”

อภิกานต์นั่งฟังแต่แรก ส่ายหน้ากับความเจ้ากี้ เจ้าการของสองแม่ลูก แต่ไม่คิดจะค้านเพราะทราบดีว่าทั้งคู่หวังดีกับภควัต...

อัญมาออกจากห้องนอนลงมาชั้นล่างเห็นภควัตปิดม่านมิดชิดก็ทำท่าจะเปิด แต่ถูกเขาห้ามด้วยเหตุผลที่ว่าแพ้แสง

“ตลกล่ะ ตำรวจแพ้แสง แพ้แดด แพ้เหงื่อตัวเองด้วยหรือเปล่า เปราะบางจริงๆนะคุณผู้กอง”

อัญมาลอยหน้าลอยตา ภควัตได้ยินเสียงเปิดประตูหน้าบ้านก็สังหรณ์ใจ เร่งอัญมาให้กลับไปในห้อง ส่วนตัวเองรีบมารับหน้าสองแม่ลูกที่จะมาค้นหาความจริงให้ได้

วรจันทร์ทำทีมาชวนหลานชายกินอาหารเช้าเพราะมันสำคัญต่อร่ากาย ต้องทานให้ครบ กินกาแฟแค่ถ้วยเดียวไม่ได้

“หรือว่าเรามาทานบ้านพี่วัตกันดีคะคุณแม่”

“ไปทานที่บ้านโน้นดีกว่าครับ บ้านพี่ไม่มีอะไรกิน แต่จริงๆพี่ก็กำลังจะออกไปทำงานแล้ว”

“ประชุมด่วน” สองแม่ลูกดักทางเป็นเสียงเดียวกัน ภควัตเลยเจื่อนไปเล็กน้อย

อัญมาอยู่ในห้องข้างบน แง้มประตูได้ยินเสียงผู้หญิง “มิน่าล่ะ ถึงไม่ยอมให้เราออกไป ช่างเถอะ เรื่องของนายจัดการเอาเองละกัน...อาบน้ำดีกว่าเรา”

ภควัตยิ้มแห้งๆ หาข้อแก้ตัวกับสองแม่ลูกว่าวันนี้ตนจะรีบไปทำงาน แล้วค่ำๆจะมาขอข้าวคุณป้าทานกับข้าวฝีมือคุณป้าอร่อยที่สุด

“ไม่ต้องมาประจบ กลัวว่าจะติดใจกินข้าวกับผู้หญิงอื่นจนลืมป้าน่ะสิ”

“ผมจะลืมแม่คนที่สองของผมได้ยังไงครับ” ภควัต กอดอ้อนวรจันทร์

“วัต...แล้วถ้าแม่คนนี้ของวัตจะขอให้เห็นแก่แม่ ทำให้แม่สมหวัง”

“ผมทราบว่าคุณป้าจะขออะไร และเพราะอะไร... เพราะคุณป้ารักผม เป็นห่วงผม ความรักของคุณลุงคุณป้าทำให้ผมมีชีวิตมาได้ถึงวันนี้ ตอนเด็กๆทุกครั้ง

ที่ผมฝันร้ายคุณป้าจะกอดผมไว้ให้ผมหายกลัว ให้ผมอบอุ่นใจ ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนคุณป้าก็ไม่เคยทิ้งผม พอผมต้องเจ็บแทบไม่อยากหายใจเพราะคนรักอีกครั้ง คุณป้าก็คอยเป็นผู้ปลอบประโลมผม เฝ้ามองผมด้วยความห่วงใย...ขอบคุณมากครับคุณป้า”

วรจันทร์ตื้นตันดึงภควัตมาโอบกอด ขวัญอนงค์มองภาพความรักของภควัตกับแม่ด้วยรอยยิ้ม

“ตอนนี้วัตคงไม่อยากให้ผู้หญิงแก่ๆกอดแล้วล่ะมั้ง” วรจันทร์แสร้งตัดพ้อ

“ไม่เลยครับ อ้อมกอดนี้จะเป็นที่อบอุ่นของผมตลอดไป เจ็บคราวนั้นทำให้ผมระวังและรอบคอบมากขึ้น เชื่อใจผมนะครับคุณป้า คุณน้อง ผมคิดอย่างดีก่อนจะทำทุกอย่าง ผมรับรองว่าจะไม่ทำให้ชื่อเสียงครอบครัวคุณลุง คุณป้าเสื่อมเสีย จะไม่ทำตัวให้คุณลุงคุณป้าผิดหวัง จะไม่ทำคุณน้องเสียใจที่มีผมเป็นพี่ชาย”

“น้องรักพี่วัตนะคะ”

ภควัตยิ้มอ่อนโยน แค่นี้สองแม่ลูกก็ลืมเรื่องจะมาตามหาผู้หญิงที่เขาซ่อนไว้เสียสนิท พอกลับไปบ้านหลังใหญ่ ขวัญอนงค์ก็บ่นอุบอิบว่าเราเลยไม่ได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น

“ช่างเถอะลูก พี่วัตเค้าก็รับปากแล้วว่ารอบคอบ ระมัดระวัง”

“แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ในบ้าน พี่วัตถึงไม่ยอมมากับเรา”

“ให้มะลิคอยดูไว้ ถ้าพามาอีก คราวหน้าเราต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา”

“จริงเหรอคะ เดี๋ยวพอพี่วัตกอดอ้อนเข้าหน่อย คุณแม่ก็ลืมหมด” ขวัญอนงค์ทำหน้าล้อเลียน วรจันทร์อมยิ้ม ตีแขนลูกสาวเบาๆแก้เขิน

ooooooo

หลังจากอาบน้ำจนสบายตัวแล้วอัญมาใส่เสื้อยืดของภควัตกับกางเกงตัวเก่าเดินลงมาถามเขาว่าทำอาหารเช้าหรือยังตนหิวแล้ว ชายหนุ่มหน้าตึงบอกว่าตนไม่ใช่คนใช้ของใคร หิวก็ดูแลตัวเอง

“ฉันไม่เคยทำ” อัญมาตอบเสียงอ่อย

“จะบอกว่าในโลกของคุณหนูมีแต่คนทำให้ล่ะสิ เธอนี่มันเยอะจริงๆ สบายเชียวนะ อาบน้ำแล้วก็ลงมาหาของกิน”

ภควัตเดินไปชงกาแฟ อัญมาอมยิ้มพอใจ เดิน ตามมาถามว่าเมื่อสักครู่ได้ยินเสียงผู้หญิง ใครเหรอ?

“คุณป้ากับน้องสาวผม”

“แล้วทำไมฉันถึงเจอไม่ได้”

“ผมไม่อยากให้ป้าผมช็อก”

“จะช็อกทำไม ก็ฉันไม่ใช่แฟนคุณสักหน่อย แค่คนรู้จักกัน”

ภควัตยื่นขนมปังให้ อัญมาส่ายหน้าบอกว่าปิ้งให้ด้วย ตนทำไม่เป็น แต่ต่อไปจะพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อนจะกลับไปเป็นคุณหนูเหมือนเดิม

“ตกลงที่ฉันพูดไปเมื่อคืนนี่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาใช่มั้ย”

“นายบ่นหลายเรื่อง ฉันเลยจำไม่ได้”

“นี่คงไม่คิดว่าฉันพาเธอมาบ้านเพราะแค่อยากจะช่วยเธอ”

“นาย...นายอย่าคิดทุเรศๆกับฉันนะ อย่ามาฉวยโอกาส” อัญมาเริ่มถอย ภควัตเดินเข้าใกล้

“อย่างเธอน่ะนะกระดานเรียกแม่ มองแล้วไม่เกิดอารมณ์ใดๆ นอกจากน่า...”

“น่าอะไร” อัญมาแทรกขึ้นพร้อมกับถอยหนีไปล้มบนโซฟา ภควัตตามมาเท้าแขนมองในระยะประชิด เอ่ยเบาๆ “เธอว่าน่าอะไรล่ะ”

หญิงสาวคิดอกุศล เงื้อมือพร้อมต่อสู้ ทำให้ภควัตยิ่งอยากแกล้ง รวบมือทั้งสองข้างของเธอแล้วถามว่ามีอะไรจะมาสู้อีก

อัญมาไม่ตอบแต่ชันเข่ายันร่างภควัตจนเซถอยหลังแล้วตัวเองรีบลุกขึ้นตั้งท่าป้องกันตัว

“เห็นว่าเป็นผู้หญิงแล้วอย่าคิดรังแกกันได้ง่ายๆ ฉันเคยเรียนวิชาป้องกันตัว”

“ดีแล้วที่เธอไม่อ่อนแอ เห็นแบบนี้ฉันก็รู้แล้วว่าเลือกคนไม่ผิด”

“เลือกคนไม่ผิด นายเลือกฉัน เลือกอะไร เลือกทำไม”

อัญมาจ้องหน้าภควัตอย่างงุนงง แต่พอได้ยินคำตอบจากเขา ก็โวยวายเสียงหลง

“ให้ฉันเสี่ยงตายเป็นสายให้ตำรวจ”

“ทำ...หรือไม่ทำ”

“นี่คุณผู้กองภควัต ชวนเหมือนไปเดินช็อปปิ้งเลยนะ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย ชีวิตฉันยังซวยไม่พอใช่มั้ย ผู้กองถึงต้องลากฉันไปยุ่งกับพวกค้ายาอะไรนั่น แล้วถ้าฉันโดนมันจับได้ขึ้นมา ถ้าฉันตาย...”

“เธอก็อาจจะได้กลับไปโลกของคุณหนูอัญมา”

“บ้า! เกิดตายจริงแล้วไม่ได้กลับ...นี่อย่ามาพูดล้อเล่นเรื่องเป็นเรื่องตายนะ”

“ใครเกิดมาแล้วไม่ตายบ้าง แต่เธอเลือกได้ว่าจะตายแบบคนไร้ค่าหรือว่าคนที่ช่วยรักษาความดีให้สังคม ฉันชวนเพราะเธอคือไอ้อัญ เล่นยาอยู่ในกลุ่มของนายบัง ตอนนี้เธอก็ยังอยู่ในกลุ่มนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเธอมาที่นี่ รู้จักฉัน ไม่มีใครในชุมชนนอกจากจ่าเดชกับเธอที่รู้ว่าฉันคือผู้กองภควัต”

“โจรไม่โง่หรอกนะ คนอย่างนายวินิจ พี่บังอะไรนั่น ถ้ายิ่งใหญ่ขนาดเป็นมาเฟียค้ายากลางเมืองได้ เขาต้องมีเส้นสาย มีอิทธิพลนำหน้าตำรวจไปหลายก้าวเลยล่ะ”

“ฉันถึงต้องการความช่วยเหลือ ความเสียสละของเธอ ปฏิบัติการนี้ เรา...ตำรวจทุกคนวางแผนกันหลายชั้น เราจะกวาดล้างเครือข่ายของนายวินิจหรือพี่บังให้หมด เธอช่วยเราได้ดีที่สุด”

อัญมาในร่างไอ้อัญนิ่งเงียบ มองหน้าผู้กองภควัต

อย่างลังเล สองจิตสองใจ

ooooooo

กลับออกมาจากบ้านเขาแล้ว อัญมาขบคิดข้อเสนอของภควัตอย่างสนใจ เขาสัญญาจะช่วยรักษา อาการลงแดงของเธอ และจะดูแลความปลอดภัยให้เธอด้วยตัวเอง

อัญมาคิดหนัก กระทั่งกลับมาถึงบ้านแล้วเจอพ่อเลี้ยงจะลวนลามทำมิดีมิร้าย กอปรกับเธอมีอาการลงแดงจึงวิ่งหนีออกจากบ้านไปแถวค่ายมวยของวินิจ สองฝ่ายเจอกันจังๆแต่เธอไม่รู้จักเขามาก่อน เคยเห็นแต่อธิคมครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ได้มาเห็นความเลวร้ายเรื่องยาเสพติดของสองพ่อลูก ทำให้เธอเอนเอียงไปทางผู้กองภควัตที่ต้องการเธอเป็นสายให้ตำรวจ

วินิจดีกับไอ้อัญมากเพราะจะเลี้ยงเธอไว้ใช้งาน อธิคมรู้ทันความคิดพ่อจึงสนับสนุนเต็มที่ และตีสนิท

ไอ้อัญด้วยการพาไปกินข้าวก่อนจะซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่เอี่ยมให้หนึ่งเครื่อง ด้านภควัตที่กำลังวางแผนจับยาลอตใหญ่ของวินิจเร็วๆนี้ ก็มีผู้ร่วมทีมเพิ่มมาอีกหนึ่งคน และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใคร คือสารวัตรกฤษณ์ อดีตเพื่อนรักที่ต้องมาไม่ลงรอยกันเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวอย่างสุคนธรส

ในวันที่อธิคมพาไอ้อัญไปกินข้าวและซื้อมือถือให้ ภควัตเห็นทั้งคู่โดยบังเอิญ ท่าทางสนิทสนมกันมากทำให้ผู้กองหนุ่มแปลกใจว่าสนิทกันตอนไหน ทั้งที่อธิคมเพิ่งออกจากคุกมาเมื่อไม่นานนี้

เมื่อกลับมาถึงบ้านซอมซ่อในชุมชน อัญมาโดนอุบลคาดคั้นว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อโทรศัพท์

“คิดว่าฉันขายยามาเหรอ”

“ไอ้อัญ แม่ขอร้อง แค่เอ็งติดยานรกพวกนั้นแม่ก็ทุกข์มากแล้ว อย่าทำให้แม่ คนอื่นๆ ทุกข์เพราะมีลูกติดยานรกอย่างเอ็งอีก มันบาปกรรม”

“ฉันบอกว่าฉันไม่ได้ขายยา”

“แล้วเอ็งได้เงินมาจากไหน”

อัญมาอึกอักไม่กล้าตอบ อุบลหน้าหมอง แววตาเจ็บช้ำหากลูกสาวเลือกทำงานผิดกฎหมาย

“ทำไมเอ็งไม่ทำงานสุจริตอย่างนังจิ๊บ ไอ้นวย เงินน้อยแต่ไม่ทำบาป ไม่ได้ทำร้ายใคร หรือช่วยแม่ขายไก่ทอดก็ได้ อย่าทำตัวเป็นลูกเทวดาไม่หยิบจับอะไร”

“ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่เคยทำ”

“ไม่เคยก็หัดสิ เอ็งจะขายยาไปจนเมื่อไหร่ แค่เอ็งไปยุ่งกับยาพวกนั้น ไปยุ่งกับพวกไอ้บัง รู้มั้ยหัวอกข้าเป็นยังไง ข้าไม่เคยนอนหลับ ไม่เคยสบายใจเลย เอ็งทำงานสุจริตเหมือนลูกคนอื่นเขาได้ไหม แม่ขอร้อง หรือถ้าทนไม่ได้ เอ็งก็ไม่ต้องออกไปไหน อยู่แต่ในบ้าน”

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่”

“ไอ้อัญ นี่บ้านเอ็งนะ”

“ไม่ใช่...บ้านฉันไม่ใช่ที่นี่ ป้าก็ไม่ใช่แม่ฉัน”

อัญมาแผดเสียงแล้ววิ่งหนีเข้าห้อง ทิ้งให้อุบลยืนตะลึง ค่อยๆทรุดลงนั่งอย่างเศร้าใจ

เย็นนั้น อัญมาถูกอธิคมโทร.ตามให้ไปส่งยา...ก่อนออกจากบ้านเธอจึงแจ้งไปยังผู้กองภควัต เพื่อร่วมมือกันกวาดล้างเครือข่ายของวินิจให้สิ้นซาก

ooooooo

อธิคมรอคอยการมาของไอ้อัญหรืออัญมาภายในตึกพักยาของวินิจ นานเข้าเก้ากับป๊อบสองหนุ่มร่วมขบวนการต่างสันนิษฐานกันว่าไอ้อัญคิดจะเบี้ยวหรือเปล่า หรือว่ามันจะถูกตำรวจซิวไปแล้ว

อัญมาถูกภควัตดักรวบตัวไปจริงๆ เขาอยากรู้ว่าเธอสนิทกับอธิคมแค่ไหน

“ก็เพิ่งได้คุยกันนี่แหละ”

พลันมีสายเรียกเข้าจากอธิคมดังขึ้นอีก อัญมาตกใจขอร้องผู้กองช่วยเธอด้วย เธอไม่อยากขายยา ภควัตนิ่วหน้าเคร่งเครียด

อธิคมรอสายอัญมาจนสายตัดไป เก้าถามลูกพี่ว่าเอาไงดี เก็บมันเลยดีไหม?

“จับมันมา จับเป็น ห้ามใครแตะต้องไอ้อัญ ข้าอยากเห็นมันตายต่อหน้าข้าเอง” อธิคมสั่งเสียงเหี้ยม

อัญมายังอยู่กับภควัตในชุมชน สายตาเธอหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด ย้ำกับผู้กองเสียงสั่นๆว่าอธิคมเรียกตนไปทำงาน ตนไม่อยากทำ

“เธอไม่ต้องกลัว...เธอทำได้ เธอเข้มแข็ง เธอทำงานนี้ได้”

“ฮ้า!! ผู้กองภควัต นี่ผู้กองจะให้ฉันไปทำงานส่งยากับอธิคมจริงๆเหรอ”

“ถ้าเธอไม่ทำ มันจะสงสัยเธอ เธอไปเที่ยว ไปกินข้าวกับมัน แล้วอยู่ๆพอให้ทำงานเธอก็หายไป”

“เอ๊ะ เดี๋ยว นี่ผู้กองสะกดรอยตามฉัน”

“บังเอิญเห็น ไม่ได้สะกดรอยตาม”

“ฉันไม่ทำ ฉันกลัว”

“ทีตอนนี้มากลัว ตอนกลางวันกินอาหารญี่ปุ่นยังเห็นยิ้มหน้าระรื่น”

“อย่ามาหาว่าฉันเห็นแก่กินนะ”

“หรือไม่จริง”

“ไม่จริง ขืนฉันไม่ยิ้มกับอธิคม เอาแต่กลัว เขาก็จับพิรุธฉันได้น่ะสิ”

“สัญชาติญาณเอาตัวรอดเป็นเลิศ” เขาประชด

“ยังไงฉันก็ไม่ส่งยา มันผิดกฎหมาย”

“แต่เธอต้องทำ ไม่อย่างนั้นเธอก็ตายเหมือนกัน เธอเข้าถ้ำเสือ รู้จักลูกเสือแล้วคิดจะเดินออกมาง่ายๆ ไม่ได้หรอก”

“ไม่ๆๆ ไม่ทำ ฉันไม่ส่งยา มันผิดกฎหมาย”

อัญมาดิ้นจะหนี ภควัตจับเธอไว้พร้อมกับยื่นหน้าไปกำชับ หน้ากับหน้าแทบชนกัน

“เธอส่งครั้งนี้เพื่อช่วยให้แผนของตำรวจคืบหน้านะ ฟังฉัน ทำตัวเป็นเด็กวิ่งยอดเหมือนเดิม สืบข่าวจากพวกนายวินิจมาให้ตำรวจ ไม่ต้องกลัว ฉันจะคุ้มกันเธอเอง ฉันสัญญา ฉันจะปกป้องเธอด้วยชีวิตของฉัน”

อัญมาสบตาภควัตที่ดูจริงจังตั้งใจก็เลยเงียบไป...

ด้านสมุนของอธิคมที่ได้รับคำสั่งหลังจากอดรนทนรอไอ้อัญไม่ไหว พวกเขาบุกไปตามถึงบ้าน ทำให้อุบลตกอก ตกใจปฏิเสธเสียงแข็งว่ามันไม่อยู่

สมุนของอธิคมไม่ฟัง ผลักอุบลพ้นทางแล้ว

พุ่งเข้าไปในบ้าน ท่ามกลางเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของอุบล

“พวกแกมาหาไอ้อัญทำไม ไอ้อัญมันไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกแกจะทำอะไรไอ้อัญ อย่านะ อย่าทำอะไรลูกฉัน”

ทุกคนแยกย้ายกันค้นแต่ไม่เจออัญมา จึงชักแถวออกมาหาอุบลที่ยืนขวัญหนีดีฝ่อ

“ไอ้อัญอยู่ที่ไหน”

“ข้าไม่รู้”

ต้นเอาปืนตบหน้าอุบลล้มคว่ำ ขณะที่เก้าออกคำสั่งให้เธอบอกไอ้อัญให้รีบไปหาอธิคม...สั่งเสร็จพวกมันยังอาละวาดทำลายข้าวของล้มระเนระนาดก่อนพากันกลับออกไป
สมใจซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอุบลเดินสวน

เข้ามาพร้อมชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ พอเห็นสภาพอุบลกับข้าวของเกลื่อนกลาด สมใจก็เยาะทันที

“ไงล่ะ ลูกสาวสุดที่รักของเอ็ง ติดยา ขายยา สุดท้ายข้าว่าก็ไม่พ้นขายนาผืนน้อยในซ่องเจ๊ว่าน”

อุบลโมโหพุ่งออกมาคว้ากะละมังซักผ้าเขวี้ยงโดนสมใจจนร้องกรี๊ด ส่วนชาวบ้านพากันวิ่งหนี

“ไปเลยนะ ไม่ต้องมาคอยดู คอยสะใจความฉิบหายของชาวบ้าน ลูกกูจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของกู”

“เรื่องของมึงคนเดียวที่ไหน ลูกสาวมึงมันเลว ขายยาให้ลูกชาวบ้าน เลี้ยงลูกยังไงให้เป็นคนเลว” สมใจตะโกนตอบโต้

อุบลสีหน้าเจ็บปวดและผิดหวังที่ได้ยินความจริงว่าลูกสาวอาจจะเป็นอย่างที่สมใจประณาม

ooooooo

ในที่สุดอัญมาในร่างไอ้อัญก็เชื่อฟังผู้กองภควัต เธอเข้าไปพบอธิคมและทำใจดีสู้เสือตอบคำถามของเขาที่อยากรู้ว่าเธอหายไปไหนมา ทำไมไม่รับโทรศัพท์

“ฉันปิดเสียงไว้ เพิ่งเห็นมิสคอล”

อธิคมบีบคางอัญมา สายตาดุกระด้าง “รู้ใช่ไหมโทษของคนโกหกคือตาย”

“ถ้าฉันกลัวตายก็คงหนีไปแล้ว ไม่เดินเข้ามาที่นี่อีก”

“เธอนี่มันแกร่งดี”

“จะให้ฉันทำงานได้หรือยัง”

อธิคมปล่อยมือจากอัญมา จ้องของบนโต๊ะที่ยังมีวัยรุ่นเฝ้าอยู่แล้วสั่งเธอไปจัดการให้เรียบร้อย...อัญมาไม่กล้าหือ กลัวสายตาดุดันบังคับของเขาจนเนื้อตัวแทบสั่น

อัญมาเริ่มงานแรกด้วยความกลัว เธอนำหลอดบรรจุยาเสพติดไปส่งให้วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งแล้วรับเงินกลับมา...นี่หรือคือการกระทำของคุณหนูอัญมา ที่มีอดีตอันหอมหวานแสนสุข มีเงินใช้จ่ายอย่างไม่ต้องระมัดระวังใดๆเลย

“ใครจะเชื่อว่าฉัน...คุณหนูอัญมาต้องกลายเป็นคนส่งยาบ้า” อัญมาพึมพำกับตัวเองแล้วหยุดยืนกำมือแน่นไม่อยากทำอีก เก้ากับต้นโผล่มามอง อัญมาหน้าเครียดจัด ย้อนนึกถึงความสุขก่อนที่จะหลุดมาอยู่ในโลกของไอ้อัญ

อัญมามีพ่อแม่ที่ร่ำรวย ท่านทั้งรักและตามใจเธอมาก แต่ดูตอนนี้สิ เธอกำลังจะทำสิ่งผิดกฎหมาย แม้ภควัตบอกว่าไม่ต้องกลัว ส่งของให้เร็ว รับเงินแล้วเดินหนีไม่ต้องคุยกับใคร พวกอธิคมจะส่งคนดูแลเธอแน่ อย่ามีพิรุธ

อัญมาสูดลมหายใจลึก เดินจ้ำไปจากตรงนั้นเพื่อกลับค่ายมวย แต่ตรงทางแยกเธอเห็นชายกลางคนเดินมาดัก สายตาเข้มดุของเขาที่จ้องมองทำให้เธอหันหลังขวับ แต่ก็เจอชายอีกคนดักหน้าไว้

“ตำรวจ!” เธออุทานด้วยความตกใจ แล้วนึกในใจว่าผู้กองบ้า ไหนว่าจะไม่มีตำรวจมาจับฉันไง?

ขณะเดียวกันมุมหนึ่งในชุมชน ภควัตใส่หมวกปิดหน้าปลอมตัวเป็นพ่อค้ารับจ้างลับมีด จ่าเดชเดินมานั่งตรงหน้า ยื่นมีดให้แล้วคุยกันอย่างเนียนๆ

“ท้องที่ส่งตำรวจไปจับไอ้อัญแล้ว”

“ใครสั่ง”

“ไม่รู้ พอสารวัตรได้ข่าวจากสายอีกคนก็ส่งคนออกไป”

“บ้าฉิบ...จับไอ้อัญไม่ได้ แยกกันคุ้มกันไอ้อัญนะจ่า อย่าให้ถูกจับเด็ดขาด ไอ้อัญยอมเป็นสายให้เราแล้ว”

ooooooo

อัญมาโดนตำรวจล้อมกรอบเข้ามาจากคนละทาง เธอตัดสินใจหันวิ่งพรวดเข้าบ้านที่ใกล้ที่สุด ตำรวจวิ่งตามทันที เก้ากับต้นโผล่ออกมามองแล้วตกใจ

อัญมาพุ่งเข้ามาในบ้านที่ตั้งวงเล่นไพ่ พอเธอร้องบอกว่าตำรวจมาจับไพ่ วงพนันถึงกับแตกฮือเหมือนผึ้งแตกรัง ส่วนอัญมาวิ่งสวนออกไปด้านหลัง ตรงไปยังร้านสะดวกซื้อที่จิ๊บทำงานอยู่

“อ้าวไอ้อัญ แกหายหัวไปไหนมา แล้วทำไมหน้าตายังกับหนีใครมา...หรือว่าแก...แกหนีตำรวจ”

“จะเสียงดังทำไม”

“แกหนีตำรวจมา แกส่งยา”

“เงียบน่ะ” อัญมาตวาดจิ๊บ พลางมองดูเงินจากส่งยาที่อยู่ในมือมีแบงก์พันเป็นปึก

“แกส่งยาจริงๆ”

อัญมาไม่ได้ใส่ใจคำพูดจิ๊บ แต่คิดย้อนถึงถ้อยคำภควัตที่เคยสอนไว้ว่า “ถ้าตำรวจล่อซื้อ เราจะจดเลขที่แบงก์เอาไว้” คิดดังนั้นแล้วจึงไปหยิบขนมสองถุง

ตรงมาที่แคชเชียร์ จิ๊บมองตามงงๆ

นอกร้าน เก้ากับต้นซุ่มมองอัญมาไม่วางตา พอเธอรับเงินทอนมาแล้วก็หันไปบอกจิ๊บว่าเจอกันที่บ้าน เก้ายิ้มนิดๆพอใจ มองตามเธอไปก่อนจะโทร.

รายงานอธิคมว่าไอ้อัญทำงานเสร็จแล้ว

อธิคมรับทราบด้วยความพอใจเช่นกัน แล้วรายงานนายวินิจว่า “ตำรวจล่อซื้อไอ้อัญ แต่มันไหวตัวหนีออกมาได้ เอาเงินล่อซื้อเข้าไปแลกในร้าน”

“พ่อบอกแล้วว่าไอ้อัญมันหัวไว มันเก่ง นี่แหละมือไม้ของเรา ทำไมแกถึงไม่เชื่อพ่อ”

“ผมอยากลองใจมัน ท่าทางมันสู้คน ไม่กลัวอะไรเลย”

“หรือแกอยากได้คนขี้ตื่นหัวหดมาทำงานให้”

“ผมแค่ทดสอบ เพราะผมไม่รู้จักมันมาก่อน ถ้าจะเอามาทำงานข้างตัวผมก็ต้องแน่ใจ”

“เฮ้ยๆ ไอ้อัญน่ะเด็กปั้นของฉัน”

“ผมขอแล้วกันพ่อ ผมขอไอ้อัญมาทำงานให้ผม ถ้ามันเก่งจริงผมก็จะปั้นมันต่อ ถ้ามันหัวไวทำงานดีเราก็จะได้มันเป็นมือเป็นไม้คุมของขยายสาขาให้เรา”

วินิจยิ้มมองชอบใจที่ลูกชายคิดการใหญ่ ตอบตกลงยกไอ้อัญให้ไปเลย

“ไม่ต้องห่วงนะพ่อ ผมจะดูแลไอ้อัญอย่างดี”

อธิคมยิ้มกริ่ม...รอยยิ้มนั้นแปลกๆพิกล

ooooooo

ค่ำนั้น อัญมาไปนั่งกุมขมับด้วยความแค้นใจอยู่ริมน้ำ บ่นเป็นบ้าเป็นหลังว่าทำไมตนต้องมาเจอเรื่องบ้าๆแบบนี้

“อัญมา...” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอเงยหน้า

อย่างเร็ว พอเห็นเป็นภควัตก็พุ่งเข้าไปทุบอกเขาพัลวัน

“ไหนคุณบอกว่าจะปกป้องฉัน วันนี้ฉันเกือบถูกตำรวจนอกเครื่องแบบจับ รู้มั้ยว่าฉันกลัวแค่ไหน”

“อัญมา...ใจเย็นๆ ผมขอโทษ ผมไม่รู้จริงๆว่าท้องที่ได้ข่าวมาจากสายตำรวจ”

“สายตำรวจ? แสดงว่าในกลุ่มพี่บังมีคนของพวกคุณอยู่แล้ว”

“มี แต่เราเปิดเผยชื่อไม่ได้”

“งั้นก็ไม่ต้องมาให้ฉันเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายสิ รู้มั้ย ฉันขยะแขยงร่างนี้ ฉันเกลียดสิ่งที่ฉันเพิ่งทำลงไป ฉันขายยา ฉันส่งยา คนพวกนั้นยังเด็ก เขาต้องไปเรียนหนังสือ โตขึ้นดูแลครอบครัว ไม่ใช่มาติดยา”

อัญมาเจ็บใจจนพูดไม่ออก ภควัตมองสงสาร สวมกอดเธอไว้อย่างปลอบประโลม

“อัญมา...ผมขอโทษ ผมรู้ว่าคุณกลัว คราวหน้าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ผมสัญญา”

เธอและเขาสบตากัน ต่างคนต่างชะงักเมื่ออยู่ใกล้ชิด อัญมาเป็นฝ่ายผละออกจากอกภควัตก่อน เอ่ยเสียงเบาลง

“คุณมีสายตำรวจแล้ว งั้นฉันก็ขอถอนตัว”

“ไม่ได้นะ สายของเราทำงานอยู่ในกลุ่มของนายวินิจก็จริงแต่ยังไม่ได้ใกล้ชิดอธิคมเหมือนคุณ”

อัญมาเริ่มหูอื้อตาลาย มือไม้เกร็งกุมท้อง ภควัตทราบดีว่าคืออาการลงแดง จึงอุ้มเธอขึ้นรถพาส่งคลินิกที่ใกล้ที่สุดอย่างเร่งด่วน

ผ่านไปไม่นาน อัญมานอนบนเตียง หมอและพยาบาลพยายามช่วยบรรเทาอาการลงแดง โดยที่ภควัตยืนรออยู่นอกห้องด้วยท่าทีกระวนกระวาย พอพยาบาลกลับออกมา เขาถามทันทีว่าคนไข้เป็นยังไงบ้าง...

ในห้อง อัญมาสีหน้าดีขึ้น มองหมอที่อยู่ข้างเตียงเหมือนลังเลบางอย่าง แต่ที่สุดก็บอกหมอว่า ก่อนจะให้เพื่อนของตนเข้ามา ตนอยากตรวจภายใน

“ตรวจทำไมครับ”

“คือ...จริงๆฉันไม่เคยยุ่งกับใคร แต่ถ้าเป็นไอ้อัญฉันไม่แน่ใจ มันติดยา บางทีมันอาจจะเผลอเมายา หรือสมยอม หรือแอบไปขายตัวเอาเงินมาซื้อยา” หมอ

ฟังแล้วทำหน้างุนงง “คือ...อธิบายไปหมอก็ไม่เข้าใจหรอกค่ะ เอาเป็นว่าตรวจให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ว่าฉันยังบริสุทธ์ แล้วก็ไม่ได้ติดโรคเอดส์หรือโรคที่น่ากลัวเพราะใช้เข็มร่วมกัน”

หมอยอมทำตามคำขอของอัญมา ผลปรากฏว่าเธอไม่ได้เป็นเอดส์แล้วก็ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ภควัตไม่รู้อะไรแต่ถามซอกแซกเพราะสงสัยทำไมหมอตรวจนานนัก พอได้ยินเธอเล่าให้ฟังก็อดดีใจกับเธอด้วยไม่ได้

“ไอ้อัญมันเล่นยา แถมเจ๊ว่านก็เอาแต่ชวนมันขายตัว ฉันไม่แน่ใจเลยว่าไอ้อัญ...ไอ้ร่างนี้มันเละเทะมาขนาดไหน”

“ทีนี้ก็สบายใจแล้ว ทำงานต่อได้”

“นี่คุณผู้กอง ลมหายใจเข้าออกมีแต่งานหรือไง”

“ผมไม่ได้ใช้คุณฟรีนะอัญมา ผมจะพาคุณไปรักษา เลิกยาให้ได้ แต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับของเราสองคนไปก่อน เพื่อความปลอดภัยของคุณ แล้วผมก็จะทำเรื่องเสนอนาย ค่าเบี้ยเลี้ยงของคุณ”

“เรื่องพาฉันไปรักษาน่ะรีบๆเลย ฉันไม่อยากลงแดงอีกแล้ว ส่วนเรื่องเบี้ยเลี้ยงน่ะเท่าไหร่”

“ก็เบี้ยเลี้ยงราชการน่ะคุณ แต่ถ้าตายในหน้าที่ก็ได้เยอะหน่อย”

“นี่!! ถ้าตายฉันก็ไม่อยากได้เบี้ยเลี้ยงแล้ว ตายไปก็ไม่ต้องใช้เงิน”

“แม่คุณล่ะ ป้าอุบล เขาจะได้เงินนะ ถ้าคุณเป็นอะไรไป”

“ป้าอุบลไม่ใช่แม่ฉัน แม่ฉันชื่อภรณี” อัญมาเสียงแข็ง...แต่แล้วนึกได้อุทานหน้าตื่น “ตายแล้ว ฉันต้องเอาเงินไปให้อธิคม”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.