ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ค่าของคน

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ค่าของคน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

หน้าโรงเรียนสอนรำไทยของรจเรข...หรือที่เด็กนักเรียนเรียกกันว่า...ครูกล้วย เธอกำลังรีบจะไปทำงานพิเศษที่รับไว้ พอดี พิมาน นฤนารถไมตรี หนุ่มหล่อท่าทางภูมิฐานยื่นช่อดอกไม้มาให้ รจเรขสะดุ้งเล็กน้อย พิมานรีบบอกว่า "ผมติดงานเลี้ยงที่สถานทูต ไปดูคุณกล้วยแสดงคืนนี้ไม่ได้ เลยแวะเอาดอกไม้มาให้กำลังใจแทน"

"โธ่ คุณพิมาน การแสดงอะไรกันคะ ฉันไปทำงานนะคะ แค่รับจ้างรำแลกเงิน ไม่ใช่โอกาสพิเศษอะไรซักหน่อย"

"คุณกล้วยไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนี้เลย ถ้าคุณยอมให้ผมดูแล..."

"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ฉันเคยบอกคุณไปหลายหนแล้วนี่คะ ว่ามิตรภาพที่เรามีต่อกัน มีค่ามากสำหรับฉัน ฉันอยากให้เราสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไปมากกว่า"

"ผมเป็นนักการทูตนะครับคุณกล้วย อย่ามาใช้คำพูดหวานๆหลอกผมเลย ผมรู้ทันหรอกน่ะ ผมไม่ยอมเป็นแค่เพื่อนกับคุณแน่ๆ"

รจเรขหนักใจ แต่เธอต้องรีบไปทำงานจึงขอตัวเพราะรถดูท่าจะติดมาก พิมานจึงดึงมือเธอไปที่รถและขับพาไปส่ง ระหว่างทางรถติดหนักจนเจษฎาซึ่งทำหน้าที่พิธีกรของงานและเป็นคนหางานนี้ให้เธอโทร.ตามอย่างร้อนใจ

"ไม่ต้องห่วงค่ะพี่เจษ พี่อุตส่าห์หางานให้กล้วย ยังไงกล้วยต้องไปให้ทัน ไม่ทำให้พี่เสียชื่อแน่ค่ะ" รจเรขวางสายแล้ววิ่งลงจากรถพิมานไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างข้างทางทันที...

รถสปอร์ตหรูของลักษมณ์แล่นมาด้วยความเร็ว   ในรถมีสาวสวยนั่งออเซาะนัวเนียจนเขาแทบไม่มีสมาธิในการขับรถ จนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวรถมอเตอร์ไซค์ที่รจเรขซ้อนท้ายมา ลักษมณ์โมโหไล่แอนนิต้าลงจากรถ "หยุดพูด ลงไป...แล้วไม่ต้องโทร.มาหาผมอีก"

คนขับมอเตอร์ไซค์โขยกเขยกมาโวยใส่ลักษมณ์ หาว่ารวยแล้วขับรถไม่เห็นหัวชาวบ้าน ลักษมณ์มองปราดไปที่รถ

ตีราคาอย่างชำนาญก่อนจะโยนเงินให้ห้าพันบาทและบอกว่าถ้าไม่พอก็รอตำรวจมาจัดการ คนขับเก็บเงินแล้วรีบเอารถออกไป ลักษมณ์มองไปเห็นรจเรขกำลังเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายใส่ถุง จึงเข้าไปช่วยและถามว่าเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม

"เวลาคุณขับรถชนคน คำแรกที่คุณพูดคือคำนี้เหรอคะ" รจเรขดึงของคืนมาอย่างไม่พอใจ

"ผมลืมไป คุณคงอยากได้ค่าเสียหายเหมือนกัน...ห้าพัน โอเคไหม" ลักษมณ์มองปราด

"คุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะคะ"

"ดูถูก! แปลว่าผมให้ราคาต่ำไป...แปดพัน...หมื่นนึงเอ้า นี่ถือว่ามากแล้วนะ คุณไม่มีกระทั่งรอยถลอกด้วยซ้ำ"

"นี่คุณ! ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ร่ำรวยมาจากไหน แต่ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ คุณต้องขอโทษฉัน" รจเรขเสียงเข้ม "ไม่ได้ยินรึไง ฉันต้องการให้คุณขอโทษ คุณผิด คุณต้องขอโทษ!"

ลักษมณ์ไม่พอใจ หยิบสมุดเช็คมาเซ็นหนึ่งแสนบาท ยัดใส่มือรจเรข "ผู้หญิงที่สั่งผมได้มีคนเดียว คือแม่ผมที่ตายไปแล้ว"

"น่าเสียดาย แม่คุณตายเร็วเกินไป เลยไม่มีใครสอนคุณเรื่องความดีงาม...เงินซื้อศักดิ์ศรีคนไม่ได้ จำเอาไว้" รจเรขฉีกเช็คขยำแล้วปาใส่หน้าลักษมณ์ ก่อนจะเดินหนีไป

ลักษมณ์โกรธแต่ก็ทึ่งที่เงินแสนยังโยนทิ้ง เขามองไปเห็นดอกจำปาตกอยู่ที่พื้นจึงเก็บขึ้นมา อดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงเจ้าของ

ooooooo

ห้องแต่งตัวหลังเวที ที่รจเรขกำลังแต่งตัว เจษฎายืนบ่นว่าถ้าเธอมาช้ากว่านี้เขาคงต้องยื่นใบลาออกแน่ รจเรขเล่าเรื่องอุบัติเหตุให้ฟังแล้วขอโทษขอโพย...พอหยิบกระบังหน้ามาสวมจึงเห็นว่าอุบะดอกจำปาหายไป พอดีมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่ามีคนมาขอพบ เจษฎากับรจเรขทำหน้างง

ไก่เดินเข้ามา ไก่เป็นเพื่อนกับเจษฎา มีเรื่องด่วนจะคุยกับรจเรข แต่เจษฎาขอว่าให้รจเรขขึ้นไปรำให้เสร็จก่อน "ฉันรู้นะว่าเรื่องด่วนของแกน่ะ ไม่พ้นเรื่องเงิน แกเป็นพี่ชายคนเดียวของกล้วย เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน แทนที่จะหาเลี้ยงน้องเลี้ยงคุณยาย กลับหาเรื่องมาให้ไม่หยุดหย่อน ไม่สงสารคนอื่นบ้างหรือไงวะ ให้ตายเถอะ"

ไก่ไม่พอใจมองตามเจษฎาที่พารจเรขเดินออกไป แต่ก็เอาซองโฉนดที่ดินใส่ในกระเป๋าของรจเรขที่วางอยู่อย่างรู้สึกผิด...

พงษ์ ผู้บริหารวัยกลางคนกำลังต้อนรับลักษมณ์ และแนะนำให้รู้จักโรเบิร์ต อาร์มสตรอง กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ของบริษัท "คุณโรเบิร์ตครับ ผมขอแนะนำให้รู้จักกับคุณลักษมณ์ นฤนารถไมตรี เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมที่บริษัทเราเช่าพื้นที่อยู่ครับ"

ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก พอดีเจษฎาประกาศการแสดงชุดต่อไปคือ รำฉุยฉายพราหมณ์ ทุกคนจึงหันไปมองบนเวที ลักษมณ์ต้องตะลึงเมื่อเห็นรจเรขเป็นนางรำ เขาอดชื่นชมความงามอ่อนหวานของเธอไม่ได้จึงหยิบดอกจำปาจากกระเป๋าเสื้อมาดม รจเรขหมุนตัวมาเห็นลักษมณ์เข้าพอดีถึงกับชะงัก แต่ก็รำต่อไปได้ ทั้งโกรธทั้งอาย...ลักษมณ์ถามพงษ์ว่านางรำเป็นพนักงานบริษัทหรือ พงษ์ตอบว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อนเจษฎา ชื่อกล้วย...

ขณะเดียวกัน ไก่มายืนมองรจเรขรำ พลันเห็นลูกน้องเสี่ยที่ตามมาเอาเงินจากเขาจึงคิดหนีแต่ไม่พ้น ถูกจับได้ข้างโรงแรม รจเรขเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเดินตามหาไก่ มาเจอกำลังจะถูกซ้อม

"มีอะไรกันรึเปล่าคะพี่ไก่!"

เสี่ยโอภาสเห็นรจเรขก็พึงพอใจ ยิ่งพอรู้ว่าเป็นน้องสาวไก่ก็เปลี่ยนข้อต่อรอง ถ้าไม่มีเงินสิบล้านมาจ่ายให้รจเรขมาอยู่กับเขาจนกว่าจะหาเงินมาได้แทนโฉนดที่ดิน รจเรขแปลกใจว่าโฉนดอะไร ไก่จึงสารภาพว่าเขาเอาโฉนดที่ดินบ้านสวนไปวางเดิมพัน และเขาเสียพนัน

"แต่บ้านสวนนั่นมันของคุณยายนะคะพี่ไก่ ที่ดินผืนนั้นเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของคุณยาย คุณยายรักมันมาก พี่ไก่

จะยกให้ใครไม่ได้"

ไก่รู้ว่าตัวเองผิดมาก แต่เขาก็ไม่ยอมให้เสี่ยโอภาสเอาตัวรจเรขไป ลักษมณ์เดินออกมาคุยโทรศัพท์เห็นรจเรขกำลังถูกยื้อไปมาก็เข้าใจผิด "นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ศึกชิงนาง..."

เสี่ยโอภาสยอมปล่อยรจเรขเมื่อไก่บอกว่าจะยอมโอนที่ดินให้แต่ห้ามยุ่งกับน้องสาวเขา พอเสี่ยโอภาสกับลูกน้องกลับไป รจเรขก็โวยวายใส่ไก่ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ไก่กระซิบ "ไม่ต้องห่วงพี่ โฉนดอยู่ในกระเป๋ากล้วยเก็บเอาไว้ให้ดี"

ไก่เดินตามพวกนั้นไป ลักษมณ์มองมาเห็นรจเรขวิ่งกลับเข้ามาในโรงแรม ไม่ทันไรก็เจอกับเจษฎาที่หอบข้าวของของเธอมา รจเรขเล่าเรื่องไก่ให้เจษฎาฟัง เขากุมมือปลอบใจเธอและประคองเธอออกไป  ลักษมณ์เห็นแล้วยิ่งยิ้มเหยียดดูถูก "...ที่แท้ก็มีอีกคน...สุดยอด"...

เจษฎามาส่งรจเรขที่บ้านเช่า ปกติเธออยู่กับป้าเขียน คนเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แต่วันนี้ไปค้างที่บ้านสวนเมืองนนท์ของคุณยายเธอ สองคนปรึกษากันเรื่องโฉนดที่ดินที่ไก่แอบมาซ่อนไว้ในกระเป๋ารจเรข เจษฎาซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความ เขาตรวจดูแล้วเห็นว่าที่ดินเป็นชื่อคุณยาย อย่างไรเสียไก่ก็จะยกให้ใครไม่ได้ รจเรขเสียใจที่ไก่ไปหลอกเขาอีกแล้ว และเป็นห่วงคุณยายจะเดือดร้อน เจษฎาเห็นรจเรขร้องไห้จึงกอดปลอบ...นอกรั้วบ้านมีคนแอบถ่ายภาพสองคนไว้

ooooooo

บริเวณบ้านนฤนารถไมตรี มีบ้านหลังใหญ่อย่างคฤหาสน์ ภายในตกแต่งหรูหรา มีภาพพ่อของลักษมณ์ ในชุดขาวเต็มยศสมัยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ถ่ายคู่กับแม่ในชุดไทยพร้อมสายสะพาย และมีเรือนขาวอีกหลังอยู่ในสวนร่มรื่นเป็นของคุณแขแม่เลี้ยงของลักษมณ์และเป็นแม่แท้ๆของพิมาน ภายในบ้านมีแย้มเป็นแม่บ้านเก่าแก่ และมีชื่น จิต และพุฒเป็นคนรับใช้

เช้านี้ ลักษมณ์เดินมาจะขอกาแฟคุณแขกิน พิมานเตรียมตัวจะไปทำงานยืนดักรออยู่ ลักษมณ์แซวว่าไปทำงานสายแบบนี้เดี๋ยวไม่ได้สองขั้นหรอก พิมานไม่สนใจกลับบอกว่าเขามีเรื่องขอร้อง พิมานจะถูกคุณแขจับให้แต่งงานกับณัฏฐา ลูกสาวคุณหญิงศรีสวัสดิ์กับท่านรัฐมนตรีช่วยนพพร ลักษมณ์อึ้งกึ่งขำ

"เล่นลูกสาวเจ้านายเลยเหรอ ก็ดีนี่ ลูกทูต หลานทูต แถมฝั่งแม่ก็เป็นผู้ดีแปดสาแหรกเก้าไม้คาน มีคุณสมบัติเหมาะสมทุกประการ ที่จะเป็นภรรยาของคนที่อยากเป็นทูตอย่างนาย"

"แต่ผมมีคนรักอยู่แล้ว ผมไม่ต้องการแต่งงานกับใครทั้งนั้น นอกจากเขา ผมเลยอยากขอร้องให้พี่ลักษมณ์ช่วยพูดกับแม่หน่อย"

"แล้วทำไมนายคิดว่าคุณแขเค้าจะฟังฉัน"

"แม่เชื่อพี่ลักษมณ์ทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะพี่ลักษมณ์ เป็นลูกของนายแม่ แม่พูดเสมอว่าพี่ลักษมณ์เป็นทั้งลูกเป็นทั้งนาย พี่ลักษมณ์ทำอะไรก็ดีก็ถูกไปหมด ถ้าพี่ลักษมณ์ช่วยพูดแทนผมทุกอย่างก็คงไม่มีปัญหา" พิมานพูดอย่างน้อยใจนิดๆ

"ฉันว่า ฉันทำเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งแล้วนะ เมื่อไหร่ นายจะแก้ปัญหาชีวิตของตัวเองได้ซะทีวะ ไอ้น้องชาย"

"เมื่อผมเก่งเท่าพี่ลักษมณ์มั้งครับ แต่ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่"

ลักษมณ์เห็นพิมานทำหน้าน้อยใจก็สงสาร  จึงถามว่าผู้หญิงที่รักเป็นคนดีจริงหรือ พิมานรับรองหนักแน่น ลักษมณ์จึงตบไหล่พิมานตกลง...ลักษมณ์เดินมาหาคุณแขที่กำลังตัดแต่งต้นไม้อยู่หลังเรือนขาว คุณแขมักจะถามเขาถึงเรื่องแต่งงานเสมอ ครั้งนี้ก็ถามอีก ลักษมณ์จึงบอกว่าอย่าเพิ่งถามเขาเลย มาจัดการเรื่องของพิมานก่อน คุณแขจึงถือโอกาสปรึกษา พอดีจิตพาวีรวัฒน์ซึ่งเป็นทนายประจำตระกูลเข้ามา ลักษมณ์แปลกใจ

"คุณแขถึงกับต้องเรียกทนายมาเลยเหรอครับเนี่ย"

"แม่เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะพูดอะไรก็อยากให้มีหลักฐาน ไม่งั้นคุณลักษมณ์จะหาว่าแม่อคติ แม่ให้คุณวีรวัฒน์ตามสืบประวัติผู้หญิงที่พิมานไปติดพัน...เค้าชื่อรจเรขค่ะ เป็นครูสอนรำไทยและก็รับจ้างรำตามงาน เป็นคนสวยมากเลยมีผู้ชายมาติดพันเยอะแยะไปหมด และก็ดูเธอจะสนิทสนมกับทุกคนมาก"

ลักษมณ์อมยิ้มคิดไปถึงคนที่เขาขับรถเฉี่ยว คุณแขเอารูปที่ให้วีรวัฒน์ไปแอบถ่ายออกมาให้ดู เขาถึงกับตะลึง คุณแขถามว่าเขารู้จักด้วยหรอ ลักษมณ์เยาะหยัน "อย่าเรียกว่ารู้จักเลยครับคุณแข เรียกว่า   รู้เช่นเห็นชาติจะถูกกว่า... ถ้าหากว่าผู้หญิงคนที่พิมานพูดถึงคือยัยคนนี้ล่ะก็ พิมานตามไม่ทันเกมเจ้าหล่อนแน่ๆ"

คุณแขตกใจขอร้องให้ลักษมณ์ช่วย เขาตัดสินใจจะจัดการเรื่องนี้เอง แต่ด้วยวิธีไหนเขายังบอกไม่ได้ ให้คุณแข จัดการเรื่องพิมานไปได้เลย คุณแขจึงจัดการนัดกับทางคุณหญิงศรีสวัสดิ์ว่าเสาร์นี้จะให้สองคนได้พบกัน แม้ท่านนพพรจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ก็ไม่อยากขัดใจ ณัฏฐาเองก็เหนื่อยใจ แต่  เพราะความเป็นลูกที่ดีอยู่ในโอวาทจึงเฉยเสีย

ooooooo

วันนี้ ลักษมณ์จึงมาหารจเรขที่โรงเรียน ไม่ทันพูดอะไรก็ถูกเธอไล่ ลักษมณ์ตำหนิ "พูดให้เพราะๆหน่อยสิคุณ ผมเป็นลูกค้านะ ผมมาจ้างคุณไปทำงาน"

"ฉันไม่รับ เชิญคุณกลับไปได้ค่ะ"

"เพราะอะไร อย่าบอกนะว่าคุณเลือกลูกค้า เพราะผมบังเอิญรู้มาว่า คุณน่ะ...ไม่เลือก..."

"คุณเป็นใคร ฉันไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงมาพูดจาก้าวร้าวดูถูกฉันแบบนี้"

"ผมเป็นพี่ชายของพิมาน"

รจเรขอึ้งไปนิดก่อนจะพูดถากถางว่าไม่น่าเลยที่คนดีๆอย่างพิมานจะมีพี่ชายแบบนี้ ลักษมณ์จึงย้อนกลับว่า เพราะน้องเขาเป็นคนดีเกินไป เขาถึงมีเรื่องจะพูดด้วย รจเรขเคืองแต่ยอมไปนั่งคุยกับเขาที่ร้านกาแฟข้างโรงเรียน ลักษมณ์โพล่งขึ้นมาว่า

"ผมจะจ้างคุณล้านนึง เลิกยุ่งกับน้องชายผม"

"คุณหมายความว่ายังไง!" รจเรขตกใจ

"เฮ้อ...เค้าว่าคนสวยไม่ฉลาดเห็นจะจริง ผมพูดให้ฟังใหม่ก็ได้ ผมต้องการให้คุณออกไปจากชีวิตของพิมาน เลิกคบหา เลิกติดต่อกับเขา หรือพูดให้ตรงยิ่งกว่านั้น เลิกหว่านเสน่ห์ ปั่นหัวน้องชายของผมเสียที"

รจเรขรู้สึกหน้าชา ลักษมณ์ยังบอกอีกว่า อนาคตของพิมานยังมีอีกไกล ต้องไปเป็นทูต ผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาต้องเป็นคนที่ดี ไม่ใช่คบหาผู้ชายให้เปรอะไปหมดอย่างเธอ รจเรขตกใจไม่คิดว่าจะถูกกล่าวหารุนแรงอย่างนี้ กว่าจะรวบรวมกำลังใจตอบโต้ออกไปว่า

"เงินล้านนึงแลกผู้ชายดีๆ อนาคตไกลอย่างคุณพิมาน แถมพ่วงด้วยตำแหน่งภริยาทูตไม่ถูกไปหน่อยเหรอคะ"

"แล้วคุณจะเอาเท่าไหร่" ลักษมณ์คิดแล้วว่ารจเรขเห็นแก่เงินจริงๆ

"คุณไม่มีปัญญาจ่ายหรอกค่ะ แค่นี้ใช่มั้ยคะธุระของคุณ" รจเรขจะเดินไป

ลักษมณ์คว้าแขนไว้พูดเสียงเข้ม "ผมไม่ใช่คนไม่รู้ของ ผู้หญิงอย่างคุณ ห้าพันก็แพงแล้ว อย่าทำเป็นเล่นตัวโก่งราคาหน่อยเลย ไม่สำเร็จหรอก"

รจเรขโกรธมากคว้าถ้วยกาแฟสาดใส่หน้าลักษมณ์ "หอบเงินของคุณไปลงนรกที่ไหนก็ไป ไป๊!"

รจเรขเดินออกมาหน้าร้านทั้งโกรธทั้งอาย ลักษมณ์ตามมาดึงตัวเธอไว้ "กล้าดียังไงมาทำกับผมแบบนี้"

รจเรขโต้ว่าเธอไม่แจ้งตำรวจจับข้อหาหมิ่นประมาทก็ดีเท่าไหร่แล้ว ลักษมณ์จึงเพิ่มเงินให้เป็นห้าล้านบาทเพื่อแลกอนาคตของพิมาน รจเรขเผลอตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด ลักษมณ์โมโหดึงตัวเธอมาประชิด จ้องเข้าไปในดวงตาเธออย่างโกรธแค้น รจเรขจ้องกลับไม่เกรงกลัว เขาเอานามบัตรใส่กระเป๋าเธอก่อนจะบอกว่าอยากได้เงินเท่าไหร่ให้โทร.บอก แล้วผละจากไป...

กลับมาเรือนขาว ลักษมณ์เล่าเรื่องให้คุณแขฟัง เธอเป็นกังวลที่เขาต้องมาเสียเงินมากมาย แต่ลักษมณ์เห็นว่า พิมานเป็นลูกพ่อคนหนึ่งและมีอนาคตที่ดี คุณแขพูดเสมอว่า พิมานโชคดีที่มีพี่ชายอย่างลักษมณ์...จิตแอบได้ยินหน้าตื่น พลันพิมานกลับมาจะเข้าบ้าน จิตรีบกันกลัวพิมานได้ยินเรื่องที่คุณแขคุยกับลักษมณ์ พอดีสองคนเดินออกมา พิมานทัก

"โอ้โห พี่ลักษมณ์กลับมาถึงบ้านก่อนผม วันนี้ฝนตกหนักแน่ คุยเรื่องสำคัญอะไรรึเปล่าครับ" พิมานแอบหวังว่าลักษมณ์มาคุยเรื่องที่เขาขอร้อง

คุณแขรีบบอกว่าพรุ่งนี้บ่าย คุณหญิงศรีสวัสดิ์ชวนไปทานอาหารที่บ้าน ทั้งพิมานและลักษมณ์ด้วย พิมานหน้าเบ้ ไม่อยากไป หันมองลักษมณ์หวังให้ช่วย แต่ลักษมณ์กลับบอกให้ ลองไปดูฟรีๆจะกลัวอะไร พิมานงงว่าลักษมณ์มาไม้ไหนกันแน่

ooooooo

วันรุ่งขึ้น หลังจากคุณยายใส่บาตรเสร็จ เห็นไก่ กับชายแปลกหน้าสามสี่คนมายืนชะเง้อหน้าบ้าน คุณยายดีใจที่ไก่มา แต่ก็แปลกใจที่หน้าตาบอบช้ำ เสี่ยโอภาสรีบแนะนำตัวว่าเป็นเพื่อน เขาชอบบ้านคุณยาย ที่เป็นบ้านสวนริมน้ำ มีเนื้อที่หลายสิบไร่ คุณยายจึงบอกว่า ถ้าสนใจจะหาซื้อคงไม่มีแล้ว เพราะที่อยู่กันนี่ก็เป็นคนเก่าคนแก่ที่อยู่กันมารุ่นปู่ย่าตายาย ไม่มีใครขายหรอก

เสี่ยโอภาสรีบเข้าไปประคองคุณยายเดินเข้าบ้านแล้วชวนคุย ไก่หน้าเสียทำอะไรไม่ถูก พอดีรจเรขมารับป้าเขียน เห็นไก่ก็ตกใจ เสี่ยโอภาสดีใจ "แหม มาพอดีเลย ดีครับ จะได้คุยกันไปเลยทีเดียว พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว"

รจเรขมาจัดน้ำท่าในครัว ป้าเขียนแอบถามว่าไก่ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกหรือเปล่า รจเรขจึงเล่าให้ฟังแต่ห้ามบอกคุณยาย พอดีได้ยินเสี่ยโอภาสขอซื้อที่จากคุณยาย รจเรขจึงรีบออกมาบอกว่า "ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะ ว่าบ้านสวนเป็นสมบัติชิ้นเดียว ของเรา ฉันให้ใครไม่ได้"

เสี่ยโอภาสไม่ค่อยพอใจจึงแกล้งขู่เล่าเรื่องคนที่ขัดใจไม่ขายที่ให้เขาแล้วผลสุดท้ายต้องตายในกองไฟไปกับบ้านที่ดิน รจเรขเชิญเสี่ยโอภาสออกมาคุยหน้าบ้าน เธอเตือนเขาอย่ามาพูดจาข่มขู่คุณยายของเธอ เสี่ยโอภาสจึงให้ไปบอกคุณยายเซ็นขายที่ให้เขามิฉะนั้นเขาจะเอาชีวิตไก่ รจเรขตกใจ "อย่านะ อย่า เอาเงินไป ฉันจะเอาเงินใช้หนี้ให้เสี่ยแทน"

เสี่ยโอภาสเห็นความใจเด็ดของรจเรขจึงยอมให้โอกาส อีกสามวันเขาจะกลับมา ทั้งไก่และป้าเขียนตกใจที่รจเรขไปรับปากพวกมันแบบนั้น รจเรขทรุดลงน้ำตาไหลพราก "ป้าเขียนก็เห็น เค้าจะฆ่าพี่ไก่ เค้าขู่จะทำร้ายคุณยาย ป้าเขียนจะให้กล้วยทำยังไง"

"พี่ผิดเอง พี่มันเลว กล้วยน่าจะปล่อยให้มันฆ่าพี่ซะ พี่ทำให้กล้วยกับคุณยายต้องเดือดร้อน คนอย่างพี่อยู่ไปก็สร้างแต่ปัญหา ให้มันฆ่าพี่ให้ตายไปซะเลยดีกว่า จะได้จบๆกันไป"

ไก่จะวิ่งตามพวกเสี่ยโอภาสไป รจเรขดึงไว้ร้องห้าม "พี่ไก่ขา อย่าพูดอย่างนี้ พ่อแม่ก็ทิ้งเราไปแล้ว ในโลกนี้ กล้วยก็เหลือแต่คุณยายกับพี่ กล้วยจะปล่อยให้เค้าฆ่าพี่ได้ยังไง..."

ในขณะเดียวกัน คุณแขพาลักษมณ์กับพิมานมาที่บ้านคุณหญิงศรีสวัสดิ์ ลักษมณ์เพลินกับการชมบ้านโบราณ คุณแขให้พิมานไปตามณัฏฐามา พิมานรู้ทันเลี่ยงอย่างสุภาพว่า เขาเพิ่งมาเป็นครั้งแรก และยังไม่เคยเห็นหน้าณัฏฐามาก่อน คุณแขเปรยว่า

"บ้านนี้เค้ามีลูกสาวคนเดียวจ้ะ หาไม่เจอก็แย่แล้ว ไปค่ะ คุณหญิง ท่านรอง ไปนั่งคุยกัน"

พิมานถอนใจ จำต้องเดินไปหลังบ้าน ถามสาวใช้ว่าณัฏฐาอยู่ไหน สาวใช้ชี้ไปในสวนจึงเดินตามไป เห็นณัฏฐากำลังเขย่งจะเอารังนกที่ตกลงมาเก็บขึ้นไปบนต้นไม้ พลันลื่นหงายหลัง พิมานเข้ามารับไว้ ทั้งสองสบตากันตะลึงๆ พิมานรีบแนะนำตัวแล้วถามว่าเธอเป็นอะไรไหม"

"ฉันไม่เป็นไรค่ะ แต่เจ้านี่สิคะ..." ณัฏฐาชูรังนกให้ดู พิมานจึงเอาไปวางบนคบไม้ให้...

กลับมาที่วงข้าวแช่ที่จัดวางอย่างสวยงาม คุณแข คุณหญิงศรีสวัสดิ์ ท่านนพพร และลักษมณ์กำลังรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย พอณัฏฐามาเล่าเรื่องที่พิมานช่วยลูกนกและขอบคุณ คุณแขขอเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอาหารอร่อยๆเสาร์หน้า พิมานบ่ายเบี่ยงว่าอย่าเลยเกรงใจ

"ถ้าเกรงใจไม่อยากให้เค้าทำเปล่าๆ นายก็ให้คุณแขเอาแหวนเพชรมาเป็นรางวัลให้คุณณัฏฐาสักวงซิ ดีไหมครับจะได้หายกัน" ลักษมณ์แกล้งขัดคอ

ผู้ใหญ่หัวเราะชอบใจ ณัฏฐาก้มหน้าเขิน พิมานตีหน้านิ่งไม่พอใจที่ลักษมณ์จะชงทำไม...ลักษมณ์เดินออกมาคุยโทรศัพท์สั่งงาน พิมานตามมาต่อว่า ลักษมณ์จึงเตือนว่าณัฏฐาเป็นเด็กดี น่ารักและดูจะชอบพิมาน แต่พิมานยืนกรานว่าเขาชอบรจเรข

"แกคิดผิด! แกกำลังจะทิ้งเพชรแท้ไปคว้าเพชรเทียม ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดี เขาจ้องจะจับแกเพราะหวังเงิน"

"ไม่จริง พี่ลักษมณ์ไม่รู้จักคุณกล้วย เขาไม่ใช่คนเห็นแก่เงินอย่างที่พี่เข้าใจ"

ลักษมณ์กำลังจะโต้กลับ พอดีมือถือดังขึ้น เขารับสายโดยไม่ทันมองว่าใคร "ฉันเองค่ะ รจเรข ฉันต้องการคุยกับคุณ เรื่อง...ข้อเสนอของคุณเมื่อวาน"

ลักษมณ์แปลกใจ คุยไม่ถนัดจึงบอกไปว่าเขาไม่ว่างวันนี้ แต่รจเรขบอกว่าเธอมีความจำเป็นต้องคุยวันนี้ ลักษมณ์ เหยียด "โอ้โห ร้อนเงินหรือร้อนอะไรเนี่ย ถ้าคุณร้อนขนาดนั้น มาหาผมตอนนี้เลยไหมล่ะ"

รจเรขยินดี ลักษมณ์มองหน้าพิมานแล้วจึงพูดใหม่ว่า "ผมเปลี่ยนใจแล้ว คุณอย่ามาเลย เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากได้เงินจริงๆ ไปหาผมที่เดอะ คลับ แล้วกัน ห้าทุ่มคืนนี้"

รจเรขตกใจเพราะมันดึกมากสำหรับเธอ แต่ลักษมณ์ ยืนยันว่าไม่ใช่เวลานั้นก็ไม่ต้องมา รจเรขจำต้องยอม ลักษมณ์ วางสายยิ้มอย่างสะใจ   พิมานถามว่านัดกับใคร ลักษมณ์ตอบว่านัดสาว

พิมานบ่นอย่างอ่อนใจ "พี่ลักษมณ์คบแต่ผู้หญิงแบบนี้ ถึงได้เข้าใจว่าผู้หญิงเห็นแก่เงินไปหมด ถ้าพี่ลักษณ์รู้จักคุณกล้วย พี่ลักษมณ์จะรู้ว่าผู้หญิงดีๆที่ผู้ชายอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตเป็นยังไง   ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนเป็นแบบที่พี่ลักษมณ์รู้จัก"

"แกมันอ่อนหัดนัก พิมาน พี่จะบอกอะไรให้ ผู้หญิงน่ะเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ราคาเท่านั้น ว่าใครถูกใครแพง" ลักษมณ์หัวเราะเยาะ...

มาถึงหน้าคลับหรู ลักษมณ์ควงเจนจิรานางแบบสาวเซ็กซี่เข้ามา มีจอยเดินตามหลังมาด้วย เจอคนรู้จัก เขาแนะนำว่าเจนจิรากับจอยเป็นเพื่อน   จอยจึงยั่วเจนจิราว่าลักษมณ์ไม่คิดจริงจังด้วย ฉะนั้นยากถ้าคิดจะจับ ยิ่งพอได้ยินลักษมณ์สั่งพนักงานให้เปิดห้องวีไอพีไว้เพื่อรอรับแขกคนสำคัญ เจนจิรายิ่งอยากรู้ว่าเป็นใคร ไม่ทันไร รจเรขเดินเข้ามาเป็นจุดเด่นให้ทุกคนมองเพราะความสวยและลักษณะเธอไม่เหมือนคนเที่ยวกลางคืน...

ooooooo

ตอนที่ 2

รจเรขโทร.บอกลักษมณ์ว่าเธอมาถึงแล้ว เธอพยายามมองฝ่าความมืดหาลักษมณ์ เห็นพนักงานเดินมาจึงให้ช่วยตาม ระหว่างรอมีชายขี้เมาเข้ามาชวนเธอไปนั่งด้วย รจเรขเดินหนี แต่ถูกชายขี้เมาขวางไว้ พลันมีมือมาโอบเอวเธอ ลักษมณ์พูดขึ้นว่า "รอนานไหมครับ ที่รัก...."

ชายขี้เมาหน้าเจื่อนเดินหนีไป รจเรขจะผละออกจากลักษมณ์ แต่เขากลับโอบเอวเธอเดินไปห้องวีไอพี เจนจิรามองตามด้วยความโกรธ...พอมาถึงห้องวีไอพีรจเรขก็ถอยห่าง ลักษมณ์ปรบมือให้ "เหมือนมาก ทำท่าอินโนเซนส์อย่างกับไม่เคยต้องมือชาย คุณนี่เล่นละครเก่งนะ"

"ฉันเป็นนางละคร ก็ต้องเล่นละครเก่งเป็นธรรมดา" รจเรขประชด

"ผมก็เรียนบิซิเนสมา ต่อรองราคาเก่ง คุณจะเอาเท่าไหร่ ว่ามา"

พอรจเรขบอกว่าสิบล้าน ลักษมณ์สวนทันที "คิดว่าตัวเองเป็นสินค้าเกรดเอรึไงคุณ คุณน่ะเป็นสินค้ามือสอง อย่ามาย้อมแมวขายผมดีกว่าน่า"

"จะมือหนึ่งมือสอง ฉันก็เป็นคนที่คุณพิมานอยากจะแต่งงานด้วย ทำไมคะสิบล้านนี่แพงไปเหรอคะ แลกกับอนาคตของผู้ชายดีๆอย่างคุณพิมานที่คุณไม่ต้องการให้มายุ่งกับฉัน"

ลักษมณ์มองอย่างหมั่นไส้ ถามว่าเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเธอจะไม่ขี้โกง รจเรขสาบานหรือจะให้เธอเขียนเป็นลายลักษณ์ อักษรก็ได้ ลักษมณ์ได้ที "สัญญาก็ฉีกทิ้งได้ มีทางเดียวที่พิมานจะไม่กลับไปหาคุณอีก ไม่ว่าคุณจะทอดสะพานยั่วยวนยังไง คุณต้องมาเป็นผู้หญิงของผม"

"หมายความว่ายังไงคะ" รจเรขตกใจแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

"ผู้หญิงของผมก็หมายความว่าต้องมาอยู่กับผม มานอนกับผม  พิมานกับผมถึงเป็นพี่น้องกัน  แต่ของแบบนี้เราไม่ใช้ ร่วมกันแน่"

รจเรขโกรธจะตบหน้าลักษมณ์ แต่เขาคว้ามือเธอกระชากมาประชิด "คราวที่แล้วผมยอมให้ เพราะคิดว่าคุณเป็นสุภาพสตรี แต่คราวนี้ถ้าคุณตบผม ผมเอาคืนแน่ เอ...หรือว่าคุณอยากให้ผมเอาคืน"

รจเรขผลักอกลักษมณ์ โกรธจนตัวสั่น "ฉันผิดเองที่คิดว่าจะตกลงกับคุณได้ ฉันไม่น่ามาที่นี่เลย..."

เจนจิราเห็นรจเรขวิ่งร้องไห้ออกมาก็ตกใจ ไม่ทันไร ลักษมณ์วิ่งตามออกไป รจเรขกำลังจะขึ้นแท็กซี่ ลักษมณ์มาปิดประตูรถและดึงเธอไป รจเรขถามว่าเขาต้องการอะไร

"เรายังพูดกันไม่จบ คุณเป็นคนนัดผมมาเองนะ ไม่อยากได้เงินแล้วมาทำไม"

รจเรขได้สติรู้สึกเจ็บปวดแต่ต้องฝืนพูด "จริงของคุณค่ะ นาทีนี้ ไม่มีอะไรสำคัญกับฉันมากไปกว่าเงินอีกแล้ว ตกลงค่ะ ฉันยอมรับจ้างเป็นผู้หญิงของคุณ แลกกับเงินสิบล้านบาทและทะเบียนสมรสอีกหนึ่งใบ"

"อะไรนะ!"

"คุณอยากให้ฉันเป็นผู้หญิงของคุณ เพราะอยากให้คุณพิมานเลิกยุ่งกับฉันไม่ใช่เหรอคะ...ฉันยอมเป็นภรรยาของคุณ แต่เป็นเพียงในนามเท่านั้น"

"เป็นแต่ในนามแล้วทำไมจะต้องจดทะเบียนด้วย"

"ฉันต้องการเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี แต่คุณไม่ต้องกลัว ฉันจะเซ็นใบหย่าเอาไว้ ให้ล่วงหน้า ทันทีที่คุณพิมานแต่งงาน เราจะหย่ากัน"

ลักษมณ์นิ่งคิด รจเรขจึงบอกว่าหรือจะให้เธอไปยื่นข้อเสนอนี้กับพิมาน เธอเชื่อว่าเขาต้องหาเงินสิบล้านมาให้เธอได้แน่ ลักษมณ์ไม่พอใจยังไม่ทันพูดอะไร เจนจิรากับจอยเดินเข้ามาเกาะแขนและมองรจเรขด้วยสายตาเหยียดๆ ถามว่านี่ใคร ลักษมณ์อยากเอาชนะจึงแนะนำ

"คุณรจเรขครับ ผมขอแนะนำให้รู้จัก คุณเจนจิรา เจนครับ นี่คุณรจเรข ภรรยาของผม"

เจนจิรากับจอยช็อก ลักษมณ์ย้ำว่ารจเรขกับเขากำลังจะแต่งงานกัน รจเรขอ่านออกว่าเจนจิราคงเป็นผู้หญิงคนหนึ่งของลักษมณ์ จึงขอโทษเธอที่ทำให้ตกใจ เจนจิราโกรธวิ่งหนีไป จอยรีบวิ่งตาม รจเรขบอกลักษมณ์ให้ตามไปง้อ แต่เขากลับพูดเย้ยว่า แค่เรื่องแต่งงานไม่ทำให้เจนจิราผิดใจกับเขาหรอก รจเรขสบตากับลักษมณ์อย่างท้าทายไม่หวั่น

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ลักษมณ์ให้วีรวัฒน์มาที่บ้านแต่เช้าเพื่อบอกว่าเขาจะแต่งงานวันนี้ พุฒได้ยินตกตะลึง รีบไปบอกข่าวทุกคนในบ้าน...พอคุณแขรับฟังเรื่องจากลักษมณ์แทบช็อก

"แต่งงานหลอกๆแต่ต้องจดทะเบียนสมรสจริงๆ แม่ ไม่เห็นด้วย แม่ขอให้คุณลักษมณ์ช่วยกันพิมานออกจากผู้หญิงคนนั้นก็จริง แต่ที่คุณลักษมณ์จะลงทุนถึงขั้นแต่งงานกับเขา ให้เขามาใช้นามสกุลนฤนารถไมตรี มันเกินไป"

"โธ่คุณแขคิดมากไปได้ จดทะเบียนเสร็จปุ๊บก็เซ็นใบหย่าปั๊บ ผมเป็นผู้ชายไม่เสียหายอะไร แล้วผมก็ให้ทนายวีรวัฒน์ร่างสัญญาแนบท้ายใบหย่าไว้แล้ว เค้าไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรจากผมทั้งสิ้น"

แต่คุณแขยังกังวลใจเพราะเห็นว่ารจเรขเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ลักษมณ์ยืนยันว่าตัวเขาไม่มาตายน้ำตื้นกับผู้หญิงแบบนี้แน่...ลักษมณ์ไปรับ รจเรขที่บ้านเช่าตามแผนที่ที่จดให้ เผอิญเจษฎารู้เรื่องจากป้าเขียนจะมาห้าม ได้เจอกับลักษมณ์เข้าพอดี ลักษมณ์จำได้ว่าเจษฎาเป็นผู้ชายที่เขาเห็นที่โรงแรมและในภาพที่ทนายแอบถ่าย ไปให้คุณแข ดูทั้งสองสนิทสนมกันมากจึงรู้สึกไม่เป็นมิตรด้วย พอรจเรขแนะนำให้รู้จักกัน ลักษมณ์ก็กวนทันที

"คุณบอกลูกค้าเก่าของคุณหรือยังว่า คุณกำลังจะแต่งงาน"

"พี่เจษรู้แล้วค่ะ แล้วก็รู้ด้วยว่ามันเป็นแค่การแต่งงานจอมปลอม"

"จะจริงหรือปลอม คุณก็เป็นภรรยาผม...ผมยอมเสียเงินได้แต่ผมไม่ชอบเสียรู้ เข้าใจไหม"

เจษฎาฟังแล้วไม่พอใจผลักอกต่อยหน้าลักษมณ์ รจเรขตกใจดึงเจษฎาออก "อย่าค่ะพี่เจษ คนอย่างนี้ไม่มีค่าพอที่พี่เจษจะมีเรื่องด้วยหรอกนะคะ"

"ได้ แต่ถ้าพี่ได้ยินเขาพูดจาดูถูกแบบนี้อีก พี่ไม่ยอมแน่"

"ไม่มีวันนั้นหรอก เพราะจากนี้ไป ผมขอสั่งห้ามไม่ให้ภรรยาของผมไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายไม่ว่าคนไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะนายคนนี้...ไป" ลักษมณ์ดึงมือและคว้ากระเป๋ารจเรขไปขึ้นรถ

ป้าเขียนเดินออกมามองเป็นห่วงรจเรขอย่างมากเพราะดูท่าลักษมณ์จะไม่ดีกับเธอ เลย เจษฎาโทร.บอกเรื่องนี้กับไก่ ไก่เสียใจมาก เขาสัญญาว่าจะหาเงินมาปลดหนี้ให้รจเรขให้ได้...

ก่อนที่ลักษมณ์จะพารจเรขไปบ้าน เขาแวะร้านเสื้อผ้าหรูเจ้าประจำ เพื่อให้แปลงโฉมเธอก่อน "...รับบทเป็นเจ้าสาว เป็นคุณผู้หญิงนฤนารถไมตรีทั้งที แต่งตัวให้มันสมบทบาทกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง"

เข้ามาในร้าน ลักษมณ์สั่งเจ้าของร้านถึงแบบชุดที่เขาต้องการ จนรจเรขไม่พอใจว่าตกลงคนใส่คือเธอหรือเขา ลักษมณ์ ตอบ "คุณใส่แต่ผมดู เลือกให้ดีล่ะ ถ้าไม่ถูกใจผมจะจับคุณแต่งใหม่จนกว่าผมจะชอบ...ลงบัญชีผมนะครับ ผมจะไปรอที่ร้านกาแฟตรงโน้นเสร็จแล้วตามไปด้วย"

พนักงานซุบซิบกันใหญ่ เพราะวันนี้เจนจิรากำลังลองชุดอยู่ในห้องลองกับจอย และแล้วรจเรขได้ยินเจนจิรากำลังพูดถึงเธอเสียๆหายๆ พอเจนจิราออกมาจากห้องลองมาเจอเธอยืนอยู่เธอจึงพูดว่า "ถ้านังบัวใต้น้ำที่คุณว่านั่นหมายถึงฉัน ก็ขอ บอกเลยนะคะว่า ฉันไม่เคยแย่งของของใคร...แฟนคุณแค่แต่งงานกับฉัน"

"นี่ แกจะอวดดีว่าแกเหนือกว่าเพื่อนฉันงั้นเหรอยะ" จอยแหวใส่

"เปล่าเลยค่ะ ฉันมันก็แค่ผู้หญิงแต่งตัวเชยๆ หน้าบ้านๆ ฉันจะไปดีกว่าคุณเจนจิราได้ยังไง ฉันแค่จะบอกว่า ฉันไม่ได้แย่งของใคร ฉันทราบว่าคุณเป็นแฟนคุณลักษมณ์ ถึงเขาจะแต่งงานกับฉันแล้ว ถ้าคุณอยากจะมีอะไรกับคุณลักษมณ์ต่อไปก็ได้ ฉันไม่ว่า..."

เจนจิราหาว่ารจเรขดูถูกว่าเธอง่าย เป็นได้แค่เมียน้อย จึงเงื้อมือตบ รจเรขหลบ จึงเซไปชนราวเสื้อผ้าล้มโครมคราม พนักงานวิ่งมา จอยจะโถมใส่รจเรขจึงถูกผลักล้มไปอีกคน เจ้าของร้านวิ่งมา รจเรขยิ้มๆแล้วบอกว่า แค่ทำความรู้จักกันนิดหน่อย ค่าเสียหายให้ลงบัญชีลักษมณ์สามีของเธอ เจนจิราร้องกรี๊ดๆที่โดนหยาม เจ้าของร้านชอบใจ...เมียหลวงต้องได้อย่างนี้

รจเรขแต่งชุดเดรสสั้น ดูหรูเรียบ เดินมาหาลักษมณ์ที่ร้านกาแฟ ลักษมณ์ถึงกับตะลึงยื่นแขนให้เธอควง แต่เธอทำเฉยเขาจึงโอบเอวเธอบอกเป็นหน้าที่แล้วพาเดินออกไป

ooooooo

ทางบ้าน วีรวัฒน์กำชับทุกคนห้ามพูดเรื่องลักษมณ์ จ้างรจเรขแต่งงานเข้าหูพิมานเด็ดขาด แย้มไม่ค่อยสบ อารมณ์เพราะคิดว่ารจเรขเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน... ลักษมณ์มาถึง แนะนำให้รจเรขรู้จักทุกคนในบ้าน เธอยิ้มให้ทุกคน พอถึงแย้มที่ลักษมณ์แนะนำว่าเป็นแม่บ้านใหญ่ เธอจึงยกมือไหว้ แย้มรับไหว้อย่างไว้ตัว หน้าตาเตรียมประกาศศึกเต็มที่

ลักษมณ์พารจเรขมาในห้องทำงานพร้อมวีรวัฒน์ เอาเอกสารออกมาให้เซ็น ทั้งทะเบียนสมรสและสัญญาต่างๆ "เรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ก็ถือว่าคุณทั้งสองเป็นสามีภรรยากันแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วส่วน เอ่อ...ใบหย่าล่ะครับ"

"ดิฉันจะเซ็นชื่อให้ทันทีที่ได้รับเงิน 10 ล้านค่ะ"

"กลัวผมจะโกงหรือไง" ลักษมณ์เคือง

"ค่ะ ทำอะไรกับคนอย่างคุณก็ต้องระวัง"

ลักษมณ์มองอย่างโกรธๆเอาเช็คจากวีรวัฒน์เลื่อนไปให้ รจเรขเซ็นชื่อในใบหย่าแล้วผลักคืนให้เช่นกัน ลักษมณ์บอกให้รจเรขเริ่มงานทันทีด้วยการพาไปที่เรือนขาว รจเรขก้มกราบ คุณแขอย่างนอบน้อม คุณแขทึ่งในกิริยามารยาทของรจเรขแต่ไม่ลืมเตือน

"เธอมาอยู่ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของคุณลักษมณ์ แต่เธอก็คงรู้นะว่า จริงๆแล้วเธอมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร"

"ดิฉันทราบดีค่ะ...คุณแขไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันอาจจะยากจน จนถึงขั้นต้องขายศักดิ์ศรีแลกเงิน แต่ดิฉันก็ไม่เคยคิดคดโกงใคร ดิฉันจะทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันทุกอย่าง"

คุณแขพอใจมาก พลันจิตมารายงานว่าพิมานกลับมาแล้ว ลักษมณ์กับคุณแขมองหน้ารจเรขเชิงว่าพร้อมแล้วยัง พิมานเดินยิ้มแย้มเข้ามาทักทาย พอเห็นรจเรขก็ตื่นเต้นดีใจ คิดว่าลักษมณ์พามาให้แม่รู้จัก แต่ลักษมณ์กลับบอกว่า

"นายจะมาขอบคุณฉันทำไม เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ที่จะต้องพาคุณกล้วยมากราบคุณแข...ในฐานะ ลูกสะใภ้"

พิมานหุบยิ้ม งง "หมายความว่ายังไงครับ ลูกสะใภ้"

"ฉันกับคุณกล้วยเพิ่งตกลงใจแต่งงานกันวันนี้เอง"

เหมือนฟ้าผ่า พิมานไม่เชื่อ ลักษมณ์จึงให้รจเรขพูดเอง เธอจึงบอกว่าเธอแต่งงานกับลักษมณ์วันนี้แล้ว พิมานช็อกเดินออกไปทันที คุณแขจะตามแต่ลักษมณ์ให้เป็นหน้าที่ของรจเรข...เธอตามไปขวางหน้าพิมานที่ หน้าเรือน พิมานได้สติถามเธอว่าลักษมณ์บังคับให้เธอพูดแบบนี้ใช่ไหม รจเรขตอบตามจริงว่าเธอตัดสินใจแต่งงานกับลักษมณ์เพราะลักษมณ์ มีสิ่งที่เธอต้องการ

"เงิน...งั้นเหรอ คุณจะบอกผมว่าคุณแต่งงานกับผู้ชายที่คุณเพิ่งรู้จัก เพราะเงินงั้นเหรอ"

รจเรขรับว่าใช่อย่างเจ็บปวดกับสายตาของพิมานที่มองเธอเหมือนตัวน่ารังเกียจ พิมานพูดด้วยความผิดหวัง "พี่ลักษมณ์ พูดถูก เขาบอกว่าคุณเป็นผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงิน แล้วเขาก็ซื้อคุณได้จริงๆ ผมผิดเองที่คิดว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น ผมมันโง่เอง"

พิมานจะเดินไป รจเรขดึงแขนเขาไว้ เขาปัดออกแล้วผลุนผลันไป รจเรขทนไม่ไหวร้องไห้ออกมาอย่างขมขื่น ลักษมณ์ ซึ่งแอบมองอยู่เดินออกมาประคอง ขอบคุณที่เธอทำตามสัญญา

"ฉันบอกแล้วไงคะ ฉันเป็นลูกจ้างที่ซื่อสัตย์เสมอ" รจเรขพูดทั้งน้ำตา

ลักษมณ์ชักใจอ่อนสงสารรจเรข จึงประคองพาเธอกลับตึกใหญ่ คุณแขยืนมองในบ้าน เริ่มกังวลใจว่าลักษมณ์คิดผิดหรือคิดถูกกันแน่

ooooooo

รู้ตัวว่าทำให้น้องต้องเดือดร้อน ไก่จึงหันมาฝึกซ้อมชกมวยอีกครั้ง เจษฎาเตือนสติว่า เพราะการพนันที่ทำให้หมดอนาคต ไก่สำนึกผิดเพราะเขา ที่ทำให้รจเรขต้องแต่งงานแบบนี้ คุณยายมาได้ยินตกใจถามเรื่องราวทั้งหมด เจษฎาช่วยพูดให้ว่า ทางบ้านผู้ชายเชื่อเรื่องดวงมาก ไปดูหมอแล้วหมอทักว่าถ้าไม่แต่งวันนี้ จะอยู่กันไม่ยืด ไก่เสริมว่า รจเรขจะพาแฟนมา กราบและสู่ขอตามประเพณีอีกที คุณยายโล่งใจอยากให้ทำอะไรถูกต้องเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

ขณะเดียวกัน ลักษมณ์พารจเรขมาที่ห้องนอนที่จัดไว้ให้ อยู่ตรงข้ามห้องของเขา และให้ชื่นเป็นผู้ช่วยส่วนตัว รจเรขไม่ ต้องการ ลักษมณ์เห็นสายตาชื่นมองจึงแกล้งโอบกอดรจเรข กระซิบข้างหู "พูดดีๆหน่อย กลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าเราไม่ได้รักกัน... เมียจ๋า ผัวให้ก็เอาไปเถอะน่ะ ผมไม่ชอบคนขัดใจรู้ไหม"

ลักษมณ์หอมแก้มรจเรขดังฟอดก่อนจะเดินไป เธอตกใจพอเห็นสายตาชื่นยิ้มๆ จึงทำหน้าเก้อๆ รจเรขมองห้องที่ดูสวย สะอาดตาแล้วถามชื่นว่าเดิมเป็นห้องใคร ชื่นตอบว่าเป็นห้องของลักษมณ์ตอนเด็กๆ ตอนนี้ย้ายไปอยู่ห้องคุณท่านที่เสียไปแล้ว รจเรขมองไปเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าเธอวางอยู่ ชื่นรีบบอกว่าแย้มสั่งไม่ให้จัดเข้าตู้ เธอมองไปที่เตียงนอนไม่มีผ้าปู จึงบอกชื่นว่าไม่เป็นไร เธอทำเองได้ แต่ขอผ้าปูที่นอน ชื่นอึกอัก รจเรขชักสงสัยว่ามีอะไรบางอย่าง แย้มถือผ้าปูที่นอนมาวางให้ และบอกว่าที่นี่จะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกๆสามวัน รจเรขอึ้ง มองงงๆ

"ปูที่นอนเป็นไหมคะ หรือว่าเป็นแต่นอน" แย้มถามเสียงเยาะๆ

รจเรขรู้ว่าโดนรับน้องเข้าแล้ว จึงแสดงฝีมือปูที่นอนแม้ที่นอนจะใหญ่และหนัก เธอก็ปูคนเดียวเรียบและตึงจนแย้มทึ่ง เดินเชิดออกไป ชื่นชอบใจคุยฟุ้งให้จิตกับพุฒฟังว่ารจเรขเก่ง...

คืนนั้น รจเรขอาบน้ำเสร็จสวมเสื้อคลุมออกมา เห็นลักษมณ์ นั่งเอกเขนกอยู่บนเตียงก็ตกใจเพราะเธอล็อกประตูแล้ว ลักษมณ์ แกว่งพวงกุญแจอวด รจเรขไม่พอใจ

"แต่เราตกลงกันแล้วว่า คุณห้ามมาจุ้นจ้านในห้องส่วนตัวของฉัน คุณผิดสัญญา"

"แล้วถ้าผมยอมให้คุณคิดราคาเพิ่ม คุณจะคิดเท่าไหร่" ลักษมณ์มองอย่างโลมเลีย

"ฉันขายแต่ศักดิ์ศรีค่ะ ฉันไม่ได้ขายตัว"

"อ๋อ จริงซิตอนนี้รวยแล้วนี่ เพิ่งได้ไปตั้งสิบล้าน ถามหน่อยเถอะ เอาเงินไปทำอะไร"

รจเรขไม่ตอบบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ลักษมณ์ไม่คาดคั้น เผอิญเจนจิราโทร.มา ลักษมณ์จึงแกล้งพูดหวานๆยั่วรจเรขและนัด "สองทุ่มเหรอครับ เอ...เอาไงดี เผอิญว่าวันนี้เป็นวันแต่งงานของผมซะด้วย แต่เมียที่บ้านมันก็น่าเบื่อชะมัด"

พลันเจษฎาโทร.เข้ามาอีกคน รจเรขรับสายพูดคุยปกติ ลักษมณ์ไม่พอใจวางสายจากเจนจิราแล้วยืนหน้าบึ้งรอ เขาโวย "ผมบอกแล้วไงว่าห้ามคุณติดต่อกับลูกค้าเก่าๆของคุณ"

รจเรขบอกว่าเธอไม่ได้โทร.ไป ลักษมณ์ไม่สนใจ "ใครโทร.ก็ช่าง ผมไม่อนุญาต จะค้าจะขายอะไรก็เกรงใจผมบ้าง"

"ฉันก็บอกแล้วไงคะ ว่าฉันไม่เคยขาย..." รจเรขพูดไม่ทันจบ ลักษมณ์สวนขึ้นว่า เธอให้ฟรีๆใช่ไหม เจษฎาถึงได้ติดอกติดใจ

รจเรขโกรธจึงย้อนถามบ้างว่า อย่างเจนจิราเรียกว่าขายหรือให้ฟรี ลักษมณ์ไม่พอใจที่โดนย้อนแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงเดินปึงปังออกไป รจเรขมองตามอย่างเจ็บใจ...

ด้วยความเสียใจ พิมานมานั่งดื่มจนเมาอยู่ที่ล็อบบี้บาร์ในโรงแรม เผอิญณัฏฐามางานแต่งงานเพื่อน เห็นพิมานนั่งเมาอยู่จึงเข้ามาช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาและชวนคุย ทำให้พิมานรู้สึกเหมือนนางฟ้ามาโปรด...ลักษมณ์ออกมาหาเจนจิราตามนัดที่ร้าน อาหาร เจนจิราหมายมั่นจะดึงเขากลับมาให้ได้

คืนแรกในบ้านใหม่ทำให้รจเรขนอนไม่หลับ พอได้ยินเสียงรถจึงลงมาเปิดประตู คิดว่าเป็นลักษมณ์กลับมา แต่กลายเป็นพิมานมายืนเศร้าท่าทางเมาๆก็ตกใจ พิมานถามว่าผิดหวังหรือรจเรขจะกลับเข้าบ้าน   แต่พิมานมาขวางไว้   "อย่าเพิ่งไป ผมมีเรื่องอยากถามคุณ...เท่าไหร่?"

"อะไรนะคะ!"

"เงินค่าตัวที่พี่ลักษมณ์ให้คุณ เท่าไหร่ ผมอยากรู้"

รจเรขเสียใจไม่แพ้พิมาน จะอธิบายแต่พิมานจับตัวเธอเขย่าถามว่าเธอคงคิดว่าเขาไม่มีปัญญาหาเงินมาให้ จึงไม่บอกเขา รจเรขตกใจขอให้ปล่อย พิมานคร่ำครวญ "ทำไมไม่บอกผม ทำไมหลอกให้ผมคิดว่าคุณสะอาด บริสุทธิ์ สูงส่ง คุณหลอกผมทำไม คุณหลอกให้ผมรักทำไม"

รจเรขพยายามดิ้นรน   พลันลักษมณ์เข้ามากระชากพิมานออกแล้วดึงเธอมากอด พูดหนักแน่นว่า "เพราะเขารู้ว่า ฉันรักเค้าและเค้าก็รักฉัน ผู้หญิงคนนี้เป็นของฉันแล้ว พิมานนายไม่มีสิทธิ์ กลับไปซะ"

ลักษมณ์หันมาพูดดีๆกับรจเรขว่าเขาไม่น่าปล่อยเธออยู่บ้านคนเดียวแล้วพาเธอเข้าบ้าน  รจเรขมองลักษมณ์แบบงงๆ พิมานยืนมองด้วยความปวดร้าว พอเข้ามาในห้องนอน รจเรขก็บอกให้เขาปล่อยเธอได้แล้ว แต่ลักษมณ์ไม่ยอม กลับดึงเธอมาริมหน้าต่างและบอกให้เธอเล่นละครให้จบ เขากอดเธอให้พิมานเห็น รจเรขตกใจ "ปล่อยฉันนะ นี่คุณจะทำบ้าอะไร"

"อยู่เฉยๆ ผมไม่ได้พิศวาสอะไรคุณนักหนาหรอก แต่คุณต้องทำให้นายพิมานมันเลิกหวังในตัวคุณซะก่อน" ลักษมณ์ใช้เงาในห้องให้พิมานมองเหมือนเขากับรจเรขกำลังสวีตหวานกัน

รจเรขโวย "นี่มันจะมากไปแล้วนะ คนบ้า ปล่อยฉัน"

"เงียบได้ไหม ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกน่ะ เท่านี้ก็ฝืนใจจะแย่อยู่แล้ว"

"ฝืนใจก็ปล่อยฉันสิ แค่นี้คุณพิมานก็เข้าใจผิดแล้ว" รจเรขถูกลักษมณ์ผลักลงนอนกอด

"ยังก่อน ผมไม่ไว้ใจคุณ อีกอย่างถ้าผมปล่อยคุณเร็วเกินไป พิมานมันจะดูถูกผมได้ว่าผมไม่มีน้ำยา"

"บ้า อุบาทว์ ลามก"

"อยากด่าก็ด่าไป แต่ยังไงคุณต้องนอนอยู่มืดๆอย่างนี้ให้พิมานมันจินตนาการว่าเรามีอะไรกันไปแล้วแน่ๆ ผมถึงจะปล่อยคุณไป"

"บ้า คนบ้า โรคจิต" รจเรขดิ้นทุบตีให้ลักษมณ์ปล่อย

ลักษมณ์เอ็ดให้อยู่นิ่งๆ หน้าเขาประชิดหน้ารจเรขจนเธอตกใจตัวแข็งทื่อสบตากันลักษมณ์เกือบเคลิ้ม เขารีบผละออกแล้วว่าเธอว่าทำอย่างกับไม่เคย ก่อนจะเดินออกไป รจเรขโกรธปาหมอนตามหลังอย่างเจ็บใจ...

เช้าขึ้น รจเรขตื่นมาตกใจเมื่อพบว่าลักษมณ์นอนอยู่ข้างๆ เธอผลักเขาตกเตียงร้องลั่น ลักษมณ์โวยว่าเขาแค่ทำหน้าที่ให้ ดูเหมือนจริง ใครรู้ว่าคืนแรกไม่ได้นอนด้วยกันอายเขาตาย พอดีชื่นเคาะประตูแล้วเข้ามาวางผ้าขนหนู ลักษมณ์รีบดึงรจเรขมานอนกอด ชื่นเห็นแล้วอมยิ้มกลับลงมาเล่าให้ทุกคนฟังถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของคู่ข้าวใหม่ปลามัน จิตรีบมารายงานคุณแข

"อะไรนะ! ไหนคุณลักษมณ์ว่าแต่งแค่ในนามไง" คุณแขจะเป็นลม...

แย้มทำอาหารเช้าไปบ่นไปว่าคุณผู้หญิงคนใหม่จะทานอาหารเช้าไหม รจเรขเดินเข้ามาพูดคุยกับแย้มและชื่นอย่างอ่อนหวานว่าเธอมาช่วย แย้มแปลกใจที่รจเรขทำอาหารเป็น แถมแสดงฝีมือทำโจ๊ก แย้มแอบยิ้มอย่างเอ็นดู...พอลักษมณ์รู้ว่ามื้อเช้านี้รจเรขเป็นคนทำก็แกล้งว่าจืดให้เธอปรุงรสให้ด้วย รจเรขใส่น้ำส้มนิดน้ำปลาหน่อย ลักษมณ์กินแล้วทึ่งกับความอร่อย

เสร็จจากอาหารเช้า ลักษมณ์เอาพวงกุญแจในบ้านทั้งหมดและสมุดบัญชีมาให้รจเรข เธองงว่าเธอไม่ใช่ภรรยาจริงๆ จะเอามาให้เธอทำไม ลักษมณ์พูดกวนๆว่า "คิดซะว่าเงินสิบล้านที่ผมให้คุณไปเป็นค่าจ้างดูแลบ้านแล้วกัน หรือว่าถนัดจะทำอย่างอื่น"

รจเรขค้อนขวับ รับพวงกุญแจกับสมุดมาอย่างเสียไม่ได้ เธอมองนาฬิกาเห็นว่าเจ็ดโมงแล้วใกล้เวลาที่เธอจะต้องเอาเงินไปให้เจษฎาไปจ่ายเสี่ยโอภาส จึงถามเขาว่าไม่ไปทำงานหรือ ลักษมณ์เห็นท่าทางเธอร้อนรนจึงแกล้งบอกว่าจะไปสายๆ รจเรขจึงแอบโทร.หาเจษฎา

"เอางี้นะคะ ซักสิบโมงไปเจอกันที่หน้าคอนโดฯพี่เจษ

ดีไหมคะ เอาไว้ใกล้ๆแล้วกล้วยจะโทร.ไปอีกทีค่ะ เท่านี้ก่อนนะคะ" พอวางสายหันมาเจอลักษมณ์ยืนจ้องอยู่ จึงถามว่ายังไม่ไปหรือ

"ผมเปลี่ยนใจ ไม่ไปทำงานแล้ว ว่าจะไปฮันนีมูน"

รจเรขตกใจจะไม่ไป แต่ลักษมณ์อ้างว่าเป็นงานถ้าไม่ไปเขาจะสั่งอายัดเช็ค รจเรขต้องยอมแต่พยายามหาวิธีส่งเงินให้เจษฎาไปด้วย...

ooooooo

ตอนที่ 3

พอลักษมณ์จอดรถเติมน้ำมัน รจเรขพยายามส่งข้อความหาเจษฎา ลักษมณ์ไม่พอใจจะแย่งมือถือมา รจเรขไม่ยอมให้รีบลงจากรถอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วแอบโทร.หาเจษฎาเพื่อบอกให้เขาจัดการเอาเงินไปจ่ายเสี่ยโอภาสแทนเธอ โดยเธอจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ ลักษมณ์ยืนรอหน้าห้องน้ำอย่างหงุดหงิดจะบุกเข้าไป รจเรขเดินออกมาพอดีจึงต่อว่า

"ไม่มีใครสอนมารยาทคุณหรือยังไง อยากไปฮันนีมูนไม่ใช่เหรอคะ มายืนจับผิดฉันอยู่แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะถึง"

"แหม...เปลี่ยนเรื่องเลยนะ ทียังงี้มาทำเป็นเร่ง ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ยังไงคืนนี้คุณได้ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์แน่ ไป" ลักษมณ์กระชากแขนรจเรขเดินไป...

พิมานตื่นเช้ามาอย่างมึนๆ คุณแขพยายามพูดเตือนสติเรื่องรจเรขเลือกแต่งงานกับลักษมณ์ไปแล้ว เขาก็ควรเลือกสิ่งที่ดีแก่ตัวเองบ้าง ด้วยการแต่งงานกับณัฏฐา แม้จะรู้สึกแปลกๆว่าใครๆดูจะหวังดีกับเขาทั้งนั้น แต่พอรู้ว่าลักษมณ์พารจเรขไปฮันนีมูน เขาก็ยังปวดใจ...พิมานไปหาณัฏฐาที่บ้านเพื่อขอบคุณเรื่องเมื่อคืน พอดีเธอกำลังจะออกไปตลาด เขาจึงอาสาพาไป

"คุณแม่ขอให้ช่วยทำข้าวหน้าไก่กับลอดช่องน้ำกะทิ จะเอาไปเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มูลนิธิน่ะค่ะ" ณัฏฐาพูดไปเลือกซื้อของไป โดยมีพิมานช่วยถือของเดินตาม

"คุณนี่เหมือนนางฟ้าเลยนะครับ วันๆทำแต่เรื่องช่วยเหลือคนนั้นคนนี้"

"คนไม่มีอะไรทำมากกว่าค่ะ พูดไปฉันยังอิจฉาผู้หญิงคนอื่น ที่ทำงานเก่งๆอยากจะเป็นอย่างนั้นบ้าง"

พอพิมานถามว่าทำไมไม่ทำ ณัฏฐาตอบอย่างเศร้าๆว่าแม่ไม่ให้ทำอยากให้อยู่ใกล้ๆ พิมานทึ่งที่เธอยอมเป็นลูกที่เชื่อฟังแม่...ณัฏฐากำลังเลือกซื้อดอกไม้ พิมานเห็นดอกจำปาจึงหยิบมาดู ใจคิดถึงรจเรข ณัฏฐาถามว่าชอบหรือ เขาจึงได้สติตอบว่า เคยชอบแต่ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว

"ทำไมล่ะคะ เอาไปร้อยมาลัยถวายพระก็สวยดี แต่หอมจัดไปหน่อยเท่านั้นเอง"

"อย่าเลยครับ เอาดอกมะลิดีกว่า มันสะอาดบริสุทธิ์ เหมาะกับผู้หญิงที่จิตใจใสสะอาด ไม่มีพิษมีภัยอย่างคุณ"

ณัฏฐายิ้มเขินเข้าใจว่าพิมานชมเพราะมีใจให้เธอ...ในขณะที่รจเรขกระวนกระวายมองหาธนาคารที่จะโอนเงินไปให้เจษฎา พอลักษมณ์ชวนแวะทานข้าวเธอจึงรีบตกลง พอเข้าไปในร้านจึงขอไปล้างมือก่อน แล้วกลับเดินออกหลังร้าน เธอรีบเดินหาธนาคาร ขณะเดียวกันเจษฎากับไก่นั่งในรถหน้าธนาคาร รอการติดต่อจากรจเรข เวลาผ่านไป รจเรขโทร.บอกว่าเธอกำลังจะโอนเงินไปเดี๋ยวนี้ เจษฎาโล่งใจเพราะต้องรีบไปที่บ่อนก่อนเที่ยง

พลันมือถือรจเรขดังขึ้น เธอรีบรับสายคิดว่าเป็นเจษฎา "มีอะไรคะพี่เจษ?"

"ผมเอง! นั่นคุณอยู่ที่ไหน" เสียงลักษมณ์ดุดัน

"ตายแล้ว ฉันออกมาทำธุระด่วนค่ะ เดี๋ยวจะรีบกลับไป แค่นี้ก่อนนะคะ"

ลักษมณ์โกรธมากว่าธุระอะไรของเธอต้องเกี่ยวกับเจษฎาด้วย...แต่แล้วก็เกิดปัญหาจนได้เมื่อรจเรขไม่สามารถโอนเงินให้ได้ทันที เจษฎากับไก่ต้องไปขอผ่อนผัน เสี่ยโอภาสให้อีกสองชั่วโมงไม่อย่างนั้นจะไปทวงกับคุณยาย รจเรขโทร. บอกเหตุผลกับเจษฎา

"ไม่สำเร็จค่ะ พี่เจษ เงินมันมากเกินไป โอนจากธนาคารต่างสาขาไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ กล้วยจะกลับไปจัดการเรื่องนี้ที่กรุงเทพฯ" พอวางสาย ลักษมณ์โทร.สวนเข้ามา รจเรข ดีใจมากจะขอร้องให้เขาช่วยพาเธอกลับกรุงเทพฯ แต่ลักษมณ์ สวนกลับมาทันที

"กลับไปหานายเจษฎาลูกค้าเก่าคุณน่ะเหรอ ทำไม มีอะไรด่วนเหรอ หรือมันกำลังจะขาดใจตายเพราะไม่มีคุณ"

"ฉันนึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แค่นี้ก่อนนะคะ ฉันมีเรื่องด่วนจริงๆไม่มีเวลาทะเลาะกับคุณ" รจเรขวางสายแล้วรีบไปโบกรถรับจ้างเหมากลับกรุงเทพฯทันที

ลักษมณ์โกรธที่โดนวางสายใส่ จะโทร.กลับแต่แบตหมดเสียก่อน...

ooooooo

กว่ารจเรขจะมาถึงกรุงเทพฯ จัดการโอนเงินให้ เจษฎาก็เลยสองชั่วโมง ทำให้เสี่ยโอภาสจะทำร้ายไก่ เจษฎาจึงขู่แบบคนรู้กฎหมายว่าเขาได้อัดเสียงทุกอย่างไว้แล้ว ถ้าทำร้ายไก่เขาจะโทร.เรียกตำรวจ เสี่ยโอภาสโกรธผลักไก่ล้มลงแล้วควักปืนยิงใส่มือเจษฎา มือถือกระเด็น พลันรจเรขโทร.เข้ามา ลูกน้องเสี่ยโอภาสเก็บมือถือมาส่งให้ เสี่ยโอภาสจึงกดรับแทน...รจเรขนำเงินมาให้ที่บ่อน แล้วช่วยกันกับไก่พาเจษฎาส่งโรงพยาบาล เพราะเสียเลือดมากจนหมดสติ

วันนั้น ลักษมณ์กลับมาถึงบ้าน ทำให้ทุกคนในบ้าน แปลกใจที่เขากลับมาเร็วแถมหน้างอกลับมาคนเดียว ยิ่งพอรู้ว่ารจเรขยังไม่กลับมายิ่งอารมณ์เสียใครเข้าหน้าไม่ติด

ทั้งไก่และรจเรขเฝ้าเจษฎาที่โรงพยาบาลจนฟื้น เจษฎาเป็นห่วงรจเรขเกรงจะมีปัญหากับลักษมณ์ แต่เธอกลับบอกว่า "จะว่าก็ช่างเค้าเถอะค่ะ ยังไงกล้วยก็ไม่ใช่คนดีในสายตาเค้าอยู่แล้ว"

"นี่เค้าพูดไม่ดีกับกล้วยอีกแล้วใช่ไหม" เจษฎาไม่พอใจทันที

ไก่พานโกรธไปด้วย รจเรขไม่อยากมีเรื่องจึงขอให้เลิกพูดเรื่องนี้ เจษฎาอยากกลับบ้านแต่พอลุกเดินก็เซ รจเรขรีบประคอง ไก่จึงให้เธอประคองเจษฎาไว้ เขาจะไปจัดการจ่ายเงินและรับยา เผอิญเจนจิรากับจอยมาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลนี้ เดินชนกับไก่ จอยปิ๊งไก่ทันที เจนจิรามองไปเห็นรจเรขประคองเจษฎาอยู่ก็ตาวาว รีบถ่ายภาพส่งไปให้ลักษมณ์...

ตกเย็น รจเรขกลับเข้าบ้าน พุฒรีบรายงานว่าลักษมณ์ อารมณ์ไม่ดี อยู่ในห้องทำงานไม่ออกมาทานข้าว เธอจึงไปเคาะประตูแล้วจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ลักษมณ์ตวาดว่าเธอโกหก

"คงคิดว่าผมไม่รู้สินะ ว่าที่คุณต้องแล่นกลับกรุงเทพฯ มาน่ะ เพราะอะไร" ลักษมณ์ชูภาพในมือถือให้รจเรขดู "เมื่อก่อนคุณจะมากชู้หลายชายยังไงมันเรื่องของคุณ แต่ตอนนี้คุณเป็นภรรยาของผม คุณเที่ยววิ่งแร่ไปหาผู้ชายคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง"

"คุณลักษมณ์คะ ฟังฉันอธิบายก่อนได้ไหม ฉันกับพี่เจษเป็น..."

"จะเคยเป็นอะไรกันมา ผมไม่สน! ตอนนี้คุณเป็นเมียผม ถึงจะเป็นเมียปลอมๆก็เถอะ ถ้ามันขาดเหลือยังไง ถ้ามันอดใจไม่ไหวก็ให้บอกมา ผมจะสงเคราะห์ให้" ลักษมณ์ขึ้นเสียง

รจเรขทนไม่ไหวตบหน้าลักษมณ์แล้วสะบัดตัววิ่งหนีร้องไห้ออกไป ลักษมณ์วิ่งตามร้องเรียกให้หยุด ทุกคนในบ้านตกใจ รจเรขหนีขึ้นบันได ลักษมณ์ตามไปขวาง เธอจึงพูดด้วยเสียงเบาว่า ถ้าเขาพูดเรื่องต่ำๆอีกเธอไม่มีอะไรจะพูดด้วย รจเรขผละจะเดินขึ้นบันไดต่อ ลักษมณ์กระชากให้เธอหยุดแต่เธอเสียหลักกลิ้งตกบันไดไป ทุกคนในบ้านตกใจวิ่งมามุง ลักษมณ์ตกใจมากเห็นรจเรขกุมแขนหน้าเหยเก "เจ็บแขนเหรอ ขอผมดูหน่อย"

"อย่ามายุ่งกับฉัน โอ๊ย..." รจเรขสะบัดออกด้วยความน้อยใจ

ลักษมณ์ตะโกนบอกพุฒเอารถออกเขาจะพารจเรขไปโรงพยาบาล เขารีบอุ้มเธอไป แย้มยืนมองใจคอไม่ดี...

คืนนั้น พิมานกลับมาที่เรือนขาวพร้อมหม้อหน้าไก่ที่ณัฏฐาทำฝากมาให้ ทำเอาคุณแขดีใจที่พิมานดูจะเข้ากับณัฏฐาได้  "สมัยนี้จะหาผู้หญิงดีพร้อมอย่างหนูณัฏฐา  คงหาไม่ได้ง่ายๆ"

"ไม่นับว่าเขาคงจะสนับสนุนให้ผมก้าวหน้าได้ เพราะพ่อเขาเป็นใหญ่เป็นโตอยู่ในกระทรวง ใช่ไหมครับแม่" พิมานประชด

"แม่เป็นแม่คน ผิดด้วยหรือลูกที่แม่อยากได้สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของตัวเอง...ถ้าพิมาน ไม่ว่าอะไรแม่อยากจะทาบทามหนูณัฏฐาเอาไว้ก่อน ท่านรองกับคุณหญิงจะได้แน่ใจว่าเราจริงใจ"

"ก็แล้วแต่แม่เถอะครับ ผมไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น ผมขอตัวนะครับ"

คุณแขดีใจรีบโทร.ไปบอกคุณหญิงศรีสวัสดิ์ นัดแนะเจรจาสู่ขอและนัดพบกันวันเสาร์ที่จะถึงนี้ คุณหญิงศรีสวัสดิ์รีบบอกท่านนพพรกับณัฏฐาให้เตรียมตัว ณัฏฐาอึดอัดใจเพราะเธอกับพิมานเพิ่งจะได้คุยกันยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะชอบเธอ เลย...

ลักษมณ์พารจเรขซึ่งเข้าเฝือกที่แขนเพราะกระดูกร้าวกลับมาบ้าน แย้มซึ่งทำท่าไม่ชอบรจเรขอดสงสารและห่วงใยไม่ได้ ลักษมณ์ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองผิด คอยตามดูแลรจเรขไม่ห่าง

"อาบนํ้าเลยไหม ถอดเสื้อผ้าเองได้ไหม หรือจะให้ผมตามชื่นมาช่วย"

รจเรขไม่ตอบเดินไปเปิดตู้หยิบผ้าขนหนูจะเข้าห้องนํ้าทำเหมือนลักษมณ์ไม่มี ตัวตน ลักษมณ์เข้ามาขวาง "นี่ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้ตั้งใจทำคุณตกบันได อย่ามาทำหน้าแบบนี้ใส่ ผมได้มั้ย...ถ้าคุณไม่ยั่วโมโหผมก่อนเรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้"

รจเรขมองหน้าลักษมณ์ที่เขาพาล ทำผิดแล้วยังโทษคนอื่น ลักษมณ์พยายามข่มใจถามเธออีกครั้งว่านัดกับเจษฎาทำไม รจเรขไม่ตอบเดินเข้าห้องนํ้าปิดประตูดังปัง...ลักษมณ์น้อยใจ เดินออกจากห้องปิดประตูดังปัง...บ้าง รจเรขได้ยินเสียงถึงกับนํ้าตาคลอที่เขาใจดำ

ลักษมณ์ลงมาตะโกนเรียกชื่นให้ไปอยู่ดูแลรจเรข และให้นอนเป็นเพื่อนถ้ามีอาการปวดให้มาบอกเขา ทันใด...เจนจิราโทร.มาถามไถ่ "ก็คุยเคลียร์กับภรรยาไงคะ ตกลงลักษมณ์ทราบหรือยังคะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร"

"ไม่ทราบครับ   ผมไม่ได้ถาม"   ลักษมณ์ยังคงรักษาหน้าตัวเอง

เจนจิราใส่ไฟยกใหญ่ว่าอี๋อ๋อขนาดนั้น ระวังจะโดนสวมเขา ลักษมณ์ไม่พอใจแต่ทำไม่สนใจตอบไปว่ามันเป็นเรื่องของรจเรขเขาไม่แคร์ เจนจิรางงมาก วางสายแล้วหันมาบ่นกับจอยว่าลักษมณ์ไม่โกรธรจเรข จอยงงสงสัยว่าลักษมณ์กับรจเรขคงเป็นผัวเมียประเภทชอบให้อีกฝ่ายมีคนอื่น เพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ แต่เจนจิราไม่คิดแบบนั้น เธอสงสัยว่าการแต่งงานครั้งนี้ต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่างที่เธอต้องค้นหา ให้ได้

ooooooo

พิมานได้ยินจิตรายงานคุณแขเรื่องรจเรขตกบันไดจึงรีบไปหา พอดีลักษมณ์เข้ามาในห้องเห็นรจเรขกำลังแปรงผมตัวเองอย่างทุลักทุเล จึงช่วยแต่เธอไม่ยอม ลักษมณ์บอกให้ถือเสียว่าเป็นการชดเชยที่เขาทำเธอเจ็บ ลักษมณ์แปรงผมให้รจเรขอย่างนุ่มนวลจนเธอรู้สึกถึง ความอ่อนโยนของเขา นํ้าตารื้นขึ้นมาอย่างน้อยใจที่เขา ทำเหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง

ลักษมณ์เห็นตกใจ "คุณร้องไห้นี่! ผมทำคุณเจ็บเหรอ คุณกล้วย"

รจเรขเมินหน้าหนีตอบว่าเปล่า ลักษมณ์ไม่เชื่อ พอดีพิมานเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาเลย รจเรขตกใจ ลักษมณ์ไม่พอใจ "อุตส่าห์ขึ้นมาเยี่ยมพี่สะใภ้ถึงห้องนอนเลยเหรอ"

"ผมเดินเข้ามาเจอชื่น  บอกว่าคุณกล้วยเจ็บแขนมาก เลยไม่อยากกวนให้ต้องเดินลงไป"

รจเรขพยายามไกล่เกลี่ยว่าเธอไม่เป็นอะไรมาก แต่พิมานเชื่อว่าเธอเจ็บเพราะลักษมณ์ทำ ลักษมณ์จึงพูดว่า "ผัวเมียทะเลาะกันมันเรื่องธรรมดา  โบราณเค้าว่ายิ่งตีกันลูกยิ่งดก นายไม่เคยได้ยินหรือไงพิมาน...แต่ยังไงก็ขอบใจนะ น้องชายที่มีแก่ใจมาเยี่ยม...เมียฉัน"

"ไม่เป็นไรครับพี่ลักษมณ์ ผมกับคุณกล้วยเป็น...เพื่อนสนิทกัน ถ้าคุณกล้วยมีปัญหาอะไรบอกผมได้นะครับ ยังไงผมก็ยังรักและหวังดีกับคุณกล้วยเสมอ" พิมานเน้นคำว่าเพื่อนสนิทและรักก่อนจะกลับออกไป

ทำให้ลักษมณ์โกรธหันมาพาลใส่รจเรข ว่าทำท่าไหนให้พิมานหลงขนาดนี้ รจเรขค้อนขวับในเมื่อเธออยู่ของเธอเฉยๆจะมาว่ากันอีก จึงไล่ให้เขาออกไป ลักษมณ์หาว่าเธอเห็นหน้ากิ๊กเก่าเลยไล่ผัว  รจเรขไม่ชอบคำพูดของลักษมณ์ จึงบอกว่า เธอไปเองก็ได้ แล้วลุกหนีไป...

เจษฎาเป็นห่วงรจเรข โทร.เข้ามือถือแต่เธอวางมือถือทิ้งไว้ในห้องจึงไม่ได้รับสาย เจษฎาเป็นกังวลจึงมาที่บ้านสวน บ่นกับไก่และป้าเขียน คุณยายมาได้ยินเรื่องทั้งหมด ถามเสียงเข้ม

"ไก่ไปก่อหนี้อะไรเอาไว้ บอกยายมาซิ แล้วแม่กล้วยมาเกี่ยวข้องอะไร ทำไมไก่ถึงพูดว่าน้องจะต้องลำบาก"

ทั้งสามตกตะลึง ไก่ก้มลงกราบคุณยายสารภาพว่าเขาก่อหนี้ไว้สิบล้าน และรจเรขช่วยขอยืมเงินสามีมาใช้ให้ ไก่จำต้องโกหก คุณยายตกใจเกรงครอบครัวสามีของรจเรขจะดูถูกเอา

"มิน่าเล่า แฟนแม่กล้วยเขาถึงไม่ยอมมาเหยียบบ้านยาย เขาคงจะชังนํ้าหน้า หรือไม่ก็กลัวพวกเราจะรุมสูบเลือดสูบเนื้อเขา" คุณยายจะให้ไก่พาไปหารจเรข แต่ไก่ขอให้โทร. ไปก่อน...

เพราะแขนเจ็บ รจเรขจึงปล่อยให้ชื่นทำความสะอาดห้องให้ เธอลงมาเทนํ้าส้มในตู้เย็น แย้มเห็นรีบเข้ามาทำให้ รจเรขแปลกใจที่แย้มไม่ต่อว่าอะไรเธอ  พอดีพุฒเอามือถือมาให้

"คุณผู้หญิงครับ โทรศัพท์ดังไม่หยุดเลยครับ ยัยชื่นเขาให้ผมเอามาให้"

รจเรขรับมาดูเห็นชื่อไก่ก็รีบกดรับ แต่กลับเป็นเสียงคุณยาย เธอตกใจรีบเดินเลี่ยงไปคุย คุณยายตำหนิ  "พี่เราเขาเพิ่งสารภาพเอาวันนี้เอง  ว่าเราสองคนพี่น้องรวมหัวกันหลอกยาย"

"คุณยายรู้แล้ว! พี่ไก่บอกคุณยายหมดแล้วเหรอคะ"

คุณยายถามว่าเพราะไก่ยืมเงินใช่ไหมจึงรีบแต่งงานและพาแฟนมาบ้านไม่ได้  คุณยายกลัวว่าครอบครัวฝ่ายชายจะดูถูกและไม่เกรงใจ ทำให้อยู่กันไม่ยืด จึงขอคุยกับลักษมณ์ รจเรขอึกอัก

"เอ่อ ไม่ได้หรอกค่ะคุณยาย คุณลักษมณ์ เอ่อ คุณลักษมณ์ ไปทำงานไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ เอาไว้กล้วยจะบอกคุณลักษมณ์ นะคะ ว่าคุณยายโทร.มา"

"กล้วยจะมาพูดแทนยายได้ยังไง เอาไว้เดี๋ยวยายจะโทร.มาใหม่...ทำไม หรือว่าเขารังเกียจจนไม่ยอมพูดกับยาย"

"เปล่าค่ะคุณยาย ไม่ใช่...คือคุณลักษมณ์เค้าไม่ได้ รังเกียจ แต่เค้าคงไม่อยากคุย..." รจเรขชะงักเพราะหันมาเจอลักษมณ์ยืนอยู่

ลักษมณ์ถามว่าคุยอะไร คุณยายได้ยินเสียงลักษมณ์จึงขอคุยด้วย รจเรขอึกอัก ลักษมณ์กระซิบถามว่าคุณยายรู้เรื่องแล้วใช่ไหม รจเรขเอามือปิดโทรศัพท์กระซิบ "ค่ะ ท่านไม่รู้ว่าเราแต่งงานกันหลอกๆ ท่านเลยอยากคุยกับคุณ"

ลักษมณ์เข้าใจความลำบากใจของรจเรข จึงดึงโทรศัพท์ มาคุย รจเรขใจหายวาบ ลักษมณ์คุยอย่างสุภาพและแนะนำตัวว่าเขาเป็นสามีของรจเรข "ผมต้องขอโทษคุณยายนะครับ

ที่ไม่ได้ไปสู่ขอกล้วยตามประเพณี คือเราสองคนมีความจำเป็นจริงๆที่ต้องจดทะเบียนกันกะทันหัน"

"จ๊ะ ยายรู้แล้วล่ะ ก็เพิ่งรู้วันนี้ พี่ชายตัวดีของเขาเพิ่งจะสารภาพว่าให้น้องสาวรีบแต่งงานจะได้ไปยืมเงินคุณลักษมณ์ มาใช้หนี้"

ลักษมณ์ดีใจที่รู้ว่ารจเรขเอาเงินไปทำอะไร รจเรขยืนมองใจคอไม่ดีไม่รู้ว่าลักษมณ์คุยอะไรกับคุณยาย...ลักษมณ์รีบบอกคุณยายว่าเขาไม่คิดอะไร เพราะเงินของผัวก็เหมือนของเมีย คุณยายฟังแล้วสบายใจขึ้น จึงชวนให้ลักษมณ์มาเที่ยวบ้านสวนจะได้ทำความรู้จักกัน

"ตอนนี้กล้วยไม่สบายครับ ตกบันไดแขนเจ็บ เอาไว้ กล้วยหายเมื่อไหร่ผมจะพาไปกราบคุณยายที่บ้านสวน ไม่ต้องห่วงครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลหลานสาวของคุณยายอย่างดีที่สุด" ลักษมณ์วางสายแล้วหันมายิ้มให้รจเรข เธออดยิ้มตอบไม่ได้ที่เขาไม่สร้างปัญหาต่อให้เธออีก

"ขอบคุณนะคะที่กรุณาพูดให้คุณยายสบายใจ"

"ท่าทางคุณยายจะรักคุณมาก"

"หลังจากที่พ่อกับแม่ตาย คุณยายเป็นคนเลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็ก ท่านมีพระคุณกับฉันมาก"

"แล้วพี่ไก่ล่ะ"

"พี่ไก่เป็นพี่ชายของฉันค่ะ พี่ไก่ไม่ค่อยเอาไหน ก่อหนี้ ก่อสินอยู่บ่อยๆ แต่เค้าก็รักฉันมาก ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน"

ลักษมณ์มองรจเรขอย่างชื่นชมที่เธอรักครอบครัวเหมือนกับเขา ที่อย่างไรเสียก็ตัดพิมานไม่ขาด คุณแขยืนมองอยู่เงียบๆ รู้สึกกังวลว่าลักษมณ์จะใจแข็งกับรจเรขได้อีกนานแค่ไหน

ooooooo

เช้าวันใหม่ รจเรขลงมาช่วยแย้มทำข้าวต้มปลา ลักษมณ์เดินตามหามาเจอในครัวจึงเอ็ดว่า แขนเจ็บทำไมไม่นอนพักมายุ่งวุ่นวายอะไร รจเรขโต้ว่าเธอไม่ได้เป็นง่อยจะได้เอาแต่นอน เธอมาช่วย ลักษมณ์ดึงเธอออกไป แย้มกับชื่นมองตามยิ้มๆ...ออกมาห้องโถง ลักษมณ์จะให้รจเรขกลับขึ้นไปนอน รจเรขประชดว่าขืนเอาแต่นอน นายจ้างจะว่าได้ว่าไม่คุ้มค่าจ้าง

สองคนมองหน้ากันอย่างใจหาย...วันต่อมา ลักษมณ์เรียกวีรวัฒน์มาพบที่ทำงานเพื่อสอบถามเรื่องการหย่า ว่าแค่เซ็นชื่อในใบหย่าก็ถือว่าการแต่งงานสิ้นสุดลงหรือ

"จริงๆแล้วก็มีขั้นตอนอีกนิดหน่อย แต่เอาเป็นว่า

ผมจะจัดการให้คุณลักษมณ์วุ่นวายน้อยที่สุดครับ"

"แล้วถ้าเผื่อผมไม่เซ็นล่ะ สมมติว่าเขายังทำหน้าที่ ไม่ครบตามสัญญา เขามีสิทธิ์หย่าจากผมโดยที่ผมไม่ยินยอมได้มั้ย"

"ก็ต้องไปยื่นฟ้องศาลครับ แต่ก็เสียเวลาไม่น้อย แต่เอ๊ะ... ผมจำได้ว่า คุณลักษมณ์จะหย่าให้คุณรจเรข เมื่อคุณพิมานแต่งงานออกไป ก็อีกไม่นานแล้วนี่ครับ ผมได้ข่าวจากคุณแขว่าคุณพิมานจะหมั้นเร็วๆนี้แล้ว"

ลักษมณ์นิ่งอึ้ง วีรวัฒน์จึงถามว่าจะเปลี่ยนใจหรือ ลักษมณ์ รีบบอกว่าเปล่า การรับจ้างเล่นละคร มันต้องมีตอนจบ วีรวัฒน์ อมยิ้มแกล้งพูดว่า ละครบางเรื่องเล่นซํ้าไปมาจนแก่คาโรง...

ครุ่นคิดเรื่องรจเรขจนเจษฎาแทบไม่มีกะใจทำงาน พอดีไก่โทร.เรียกให้ไปเจอกันที่ร้าน เพราะคุณยายทำมะม่วงกวนฝากไปให้รจเรขเป็นของชอบ และเล่าเรื่องรจเรขตกบันไดให้ฟัง เจษฎาตกใจคาดเดาว่าเธอโดนลักษมณ์ทำร้ายเพราะเรื่องวันที่เขาโดนยิง จึงต้องไปดูให้รู้...

พุฒโดนแย้มเล่นงานที่ลืมซื้อพวงมาลัยถวายพระมาให้ รจเรขจึงอาสาร้อยมาลัยให้เอง แย้มถึงกับทึ่ง พุฒพารจเรขเดินเก็บดอกมะลิในสวนที่แม่ของลักษมณ์ปลูกไว้ และลักษมณ์ ให้คนดูแลไว้เหมือนตอนที่ท่านยังอยู่ แถมเล่าว่า "คุณหญิงท่านชอบร้อยมาลัยครับ ร้อยเก่งมากด้วย ตอนคุณลักษมณ์เล็กๆ ชอบให้ท่านเอาดอกไม้มาร้อยเป็นตัว...ตัวอะไรน้า..."

"ตัวกระแต" รจเรขบอก

"ครับ นั่นล่ะครับ คุณหญิงท่านร้อยตัวกระแตไปวางข้างหมอนให้คุณลักษมณ์นอนดู จนคุณลักษมณ์ชอบมาก คืนไหนไม่มีจะนอนไม่หลับ งอแงทั้งคืนเลย"

รจเรขจึงร้อยทั้งมาลัย และตัวกระแต ชื่นมองอย่างชื่นชม พลันพุฒหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า เจนจิรามาขอพบ รจเรขจึงให้ชื่นไปหานํ้ารับแขกก่อน แต่พุฒอึกอักบอกว่า "คือ...คือคุณเจนจิราให้ผมมาเรียนว่า แกจะไปรอที่...เรือนรับรองครับ"

รจเรขทำหน้างง เพราะไม่เคยรู้ว่ามีเรือนนี้...เรือนรับรองเป็นเรือนที่ลักษมณ์พาสาวและ เพื่อนมาปาร์ตี้เป็นการส่วนตัว เจนจิราทึกทักว่าเป็นที่ของเธอ จึงข่มรจเรขว่าเธอมักจะอยู่กับลักษมณ์ที่นี่ "ฉันทิ้งของใช้ส่วนตัวเอาไว้ที่นี่ เพราะว่าบางทีเราก็สนุกกันมาก ปาร์ตี้กัน 2-3 วัน ไม่ได้กลับบ้านเลย เธอคงไม่รู้สินะ"

"ดิฉันไม่แปลกใจหรอกค่ะ คุณลักษมณ์อายุปูนนี้แล้ว ก่อนแต่งงานก็คงผ่านผู้หญิงมาเยอะแยะ คุณก็คงเป็นหนึ่งในนั้น" รจเรขตอบโต้อย่างใจเย็น

เจนจิราโกรธมาก ด่าว่ารจเรขแย่งแฟนเธอ แต่งงานทั้งๆ ที่ไม่ได้รักกัน พุฒกับชื่นหน้าตื่น...

ooooooo

"ผมไม่ว่าหรอกน่ะ อวดเก่งทำเป็นขยัน เดี๋ยวเกิดคุณ ซุ่มซ่ามเป็นอะไรไปอีก ชาวบ้านก็จะมาโทษว่าผมทารุณ"

"ใครจะกล้าว่าคะ...ถึงจะจริงก็เถอะ"

ลักษมณ์บีบคางรจเรขอย่างหมั่นไส้ "ปากจัดนักนะ..."

รจเรขยังโต้ว่ายังน้อยกว่าเขา จะทำไม ลักษมณ์ยิ่งมันเขี้ยวบีบคางเธอเงยขึ้น รจเรขเหลือบตามาเห็นหน้าลักษมณ์อยู่ประชิด ใจคอวาบหวิว พลันมีเสียงกระแอมขึ้น  ทั้งสองชะงัก  ผละออกจากกัน หันไปมอง เห็นคุณแขยืนอยู่ก็หน้าเจื่อน

"แม่มีธุระจะมาปรึกษาคุณลักษมณ์ หวังว่าคงจะไม่ได้ มาขัดจังหวะอะไรนะคะ"

ทั้งสามนั่งดื่มกาแฟ คุณแขพูดเรื่องที่จะไปเจรจาสู่ขอณัฏฐา วันเสาร์นี้คงต้องให้ลักษมณ์กับรจเรขไปด้วย ลักษมณ์บอกว่าเขายินดีแต่ไม่วายแขวะรจเรขว่าเต็มใจไปไหม รจเรขสวนทันควันว่า เธอเต็มใจช่วยเต็มที่ในฐานะลูกจ้าง มีอะไรให้เธอทำก็ยินดี

"ขอบใจจ้ะ หลังจากนี้อีกไม่นานก็มีทั้งงานหมั้นงานแต่ง ฉันคงมีเรื่องต้องขอแรงเธอแน่"

"นี่คุยกันถึงขั้นงานแต่งแล้วเหรอครับ คุณแข" ลักษมณ์ถาม

"ยังจ้ะ แต่แม่ก็อยากให้มันเร็วที่สุด แม่เกรงใจคุณลักษมณ์ อยากให้พิมานแต่งงานให้เรียบร้อยไปซะ คุณลักษมณ์กับรจเรขจะได้หมดภาระไม่ต้องมาเล่นแต่งงานจอมปลอมกันแบบนี้"

ตอนที่ 4

เมื่อถูกเจนจิรารุกเร้าถามถึงเหตุผลที่ต้องแต่งงานกับลักษมณ์ รจเรขมีสติพอที่จะตอบอย่างสุขุมว่าเป็นเรื่องระหว่างเธอกับลักษมณ์ที่บอกใคร ไม่ได้ เจนจิราเต้นผาง "ทำไม มันทุเรศมากเลยหรือไง ถึงบอกใครไม่ได้"

"ก็ไม่ทุเรศเท่าที่คุณทำอยู่ตอนนี้หรอกค่ะ คุณมาเพราะเรื่องนี้ใช่มั้ยคะ ถ้าอย่างนั้นเชิญกลับได้" รจเรขผายมือไปทางประตู

"กล้าดียังไงมาไล่ฉัน" เจนจิราแว้ดใส่

พุฒกับชื่นไปตามแย้มมาช่วย แย้มมาถึงโต้เจนจิราว่าทำไมรจเรขจะไล่ใครไม่ได้ในเมื่อเธอเป็นคุณผู้หญิงของ บ้านนี้ เจนจิราโกรธประกาศว่าเธอเป็นแฟนลักษมณ์ แย้มถามว่าระหว่างแฟนกับภรรยาใครสำคัญกว่ากัน เจนจิราเดือดท้าให้รอถามลักษมณ์ แต่รจเรขพูดอย่างใจเย็นว่าไม่ต้องรอถามและให้แย้มช่วยจัดการเคลียร์เรือน รับรอง อะไรที่ไม่ใช่ของลักษมณ์ให้เอาออกไปทิ้งให้หมด เจนจิราร้องกรี๊ดๆยื้อยุดของของเธอไว้ รจเรขบอกว่าอันไหนเป็นของเธอให้เอากลับไปไม่อย่างนั้นจะเผาทิ้งหมด

"อ๊าย....อย่านะไอ้บ้า ของฉันแบรนด์เนมทั้งนั้นนะยะ หยุดนะ...แกคอยดู ฉันจะฟ้องคุณลักษมณ์ ฉันจะให้คุณลักษมณ์ เฉดหัวแกออกจากบ้าน" เจนจิราร้องกรี๊ดๆชี้หน้ารจเรข

แย้ม พุฒ และชื่นช่วยกันขนเสื้อผ้าของเจนจิรามาเผา เจนจิราโมโห โถมเข้าบีบคอรจเรข ซึ่งแขนเข้าเฝือกอยู่จึงป้องกันตัวไม่ได้ ลักษมณ์กลับมาถึงวิ่งหน้าตื่นเข้ามาห้าม เจนจิราโผกอดแล้วฟ้องยกใหญ่ แย้มเถียงแทนทุกข้อหา ลักษมณ์จึงหันมาถามรจเรข "มันยังไงกัน คุณกล้วย"

"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่ให้คนเอาของ...เก่าๆในเรือนรับรองมาเผาทิ้ง เพราะคิดว่าคงไม่ใช้แล้ว" รจเรขเน้นคำว่าของเก่า

ลักษมณ์แปลกใจว่ารจเรขรู้เรื่องเรือนหลังนี้ได้อย่างไร เจนจิราสวนขึ้น "บอกเค้าไปสิคะว่าเขาไม่มีสิทธิ์ เรือนรับรองเป็นที่ของเราสองคนเท่านั้น  ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย!"

ลักษมณ์ลำบากใจที่ต้องอธิบายกับรจเรขว่าเรือนรับรองหลังนี้ เขาเคยให้เจนจิราอยู่ รจเรขตัดบทอย่างน้อยใจ ถ้า

เช่นนั้นให้เขาชดใช้ค่าเสียหายให้เจนจิราไปแล้วหักจากเงินเดือนเธอ รจเรขสะบัดหน้าเดินไป แย้ม พุฒ และชื่นเดินตาม ลักษมณ์จะตามแต่เจนจิรารั้งไว้ จิตแอบดูอยู่หลังต้นไม้รีบไปรายงานคุณแข...เจนจิราฟ้องว่ารจเรขร้ายกาจ ลักษมณ์หันมาต่อว่าเจนจิรา

"คุณก็ไม่เบาหรอก อย่านึกว่าผมรู้ไม่ทัน ถ้าคุณไม่อยากให้เกิดเรื่อง คุณคงไม่เรียกให้เค้าไปหาคุณที่เรือนรับรอง คุณต้องการให้เค้าโมโห ให้เค้ามีเรื่องกับผม ใช่มั้ยล่ะ"

"ผิดด้วยเหรอคะ ที่เจนอยากให้ลักษมณ์เลิกกับเค้า"

"ผมกับรจเรขเลิกกันแน่ แต่เราจะเลิกกันต่อเมื่อผมต้องการเลิก เพราะฉะนั้น ผมขอสั่งห้าม ไม่ให้คุณมาวุ่นวายที่บ้านนี้อีก"

เจนจิราจะแย้งแต่พอลักษมณ์สวนว่า เธอคงรู้ว่าเขาไม่ชอบให้ขัดใจ เธอจึงสงบลงและยอมกลับไป...ลักษมณ์ มาเคาะประตูห้องเรียกรจเรข ชื่นออกมาเรียนว่า รจเรขไม่สบายขอนอนพัก แต่ลักษมณ์ไม่เชื่อ "ป่วยการเมืองน่ะสิ ถอยไป..."

ลักษมณ์เข้ามาเห็นรจเรขนอนพิงหมอนอยู่บนเตียง เขาต่อว่าที่เธอเดินหนีมาก่อนที่เขาจะพูดจบ รจเรขจึงพูดว่า เธอรู้ว่าเขากับเจนจิราเป็นอะไรกัน แต่เธอขอร้องว่าในระหว่างที่เธออยู่ที่นี่ให้เขาไปมีอะไรกับผู้หญิงของเขา นอกบ้าน ลักษมณ์จะบอกว่าตั้งแต่เขาแต่งงานกับเธอ เขาไม่เคยมีอะไรกับใคร แต่รจเรขไม่ฟังจึงโวย "เอ๊ะ...คุณนี่พูดไม่รู้เรื่อง ก็บอกอยู่ว่าไม่ๆๆๆ อยากให้สามีมีคนอื่นมากนักหรือยังไง"

"คุณไม่ใช่สามีของฉัน เราแต่งงานกันแค่ในนามเท่านั้นค่ะ" รจเรขมองอย่างน้อยใจ

"อ้อ จริงสิผมลืมไป แต่คุณคงไม่เคยลืมเลยสินะ"

"ฉันไม่กล้าลืมหรอกค่ะ ฉันเตือนตัวเองอยู่ทุกวินาทีเลย ว่าคุณกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน"

สองคนจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลักษมณ์ กลับเข้าห้อง แย้มเอาน้ำชามาวางให้ลักษมณ์เห็นตัวกระแตวางที่หัวเตียงจึงถามแย้มว่าใครทำ แย้มตอบว่ารจเรขทำเพราะรู้ว่าเขาชอบ ทำให้เขาคิดถึงแม่ที่มักจะร้อยมาลัยเป็นตัวกระแตมาให้เขา และจะทำให้พิมานด้วย แต่เขาไม่พอใจเพราะพิมานกับแม่ใหม่แย่งพ่อของเขาไป แม่ของเขากลับสอนว่าถ้าไม่ชอบการกระทำของพ่อ ต่อไปก็อย่าทำให้คนที่ตัวเองรักเสียใจ...ลักษมณ์สับสนกับความรู้สึกที่มีต่อ รจเรข

ooooooo

บังเอิญเจนจิรามาเจอพงษ์นั่งคุยกับเจษฎาในห้องอาหารของโรงแรม เธอเข้าไปทักทายและรู้สึกคุ้นหน้าเจษฎา พอดีพงษ์เลี่ยงไปพูดโทรศัพท์ เจนจิรานึกออก "อ๋อ นึกออกแล้ว ฉันเคยเห็นคุณที่โรงพยาบาล คุณอยู่กับคุณรจเรข"

เจษฎาแปลกใจถามเจนจิราเป็นเพื่อนรจเรขหรือ เจนจิราตอบว่า "ไม่ใช่หรอกค่ะ ดิฉันเป็นแฟนคุณลักษมณ์ นฤนารถไมตรี สามีของคุณรจเรข หรือกล้วยของคุณนั่นแหละค่ะ"

เจษฎาอึ้ง เจนจิราต่อว่าคนรักของเขาแย่งคนรักเธอไป เจษฎารีบบอกว่ารจเรขไม่ใช่คนรักของเขาแล้วพลั้งปากพูด "กล้วยไม่ได้แย่ง ไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรด้วย คุณลักษมณ์ของคุณต่างหากที่จ้างให้กล้วยแต่งงาน"

พอรู้ตัวว่าพลั้งปาก เจษฎารีบบอกว่ารจเรขไม่ได้อยากยุ่งกับผู้ชายห่วยๆอย่างลักษมณ์ เจนจิราจึงบอกให้เขาพารจเรขไปจากลักษมณ์เสีย...พงษ์เดินกลับมา เจนจิรารีบลากลับ เจษฎาจึงถามพงษ์ว่าเธอเป็นแฟนลักษมณ์หรือ พงษ์ตอบว่าเห็นควงกันไปไหนมาไหน คงยิ่งกว่าแฟน...

วันรุ่งขึ้น ลักษมณ์มาขอบคุณรจเรขที่ร้อยกระแตให้เขา เขาอยากตอบแทนพาเธอไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แต่รจเรขไม่ต้องการ "ฉันไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆของคุณนะคะ ฉันเป็นแค่ลูกจ้างให้มาเล่นละครหลอกคนเท่านั้น"

"คุณเลิกตอกย้ำเรื่องนี้ซะทีได้ไหม คุณทำดีกับผม ผมก็แค่อยากทำอะไรให้คุณบ้าง ไม่มีอะไรเลยเหรอที่ผมจะทำให้คุณได้"

"ฉันอยากเป็นอิสระ คุณให้ฉันได้ไหมคะ"

"ทำไม อยู่กับผมมันทรมานนักหรือยังไง" ลักษมณ์ไม่ พอใจระคนน้อยใจ

"ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ คุณต่างหากที่ทรมาน ฉันไปจากที่นี่ซะคุณจะได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของคุณเสียที"

ลักษมณ์จะเถียง พอดีชื่นมารายงานว่าเจษฎามาหา ลักษมณ์ไม่พอใจทันที ให้ชื่นไปบอกว่ารจเรขไม่สะดวกรับแขก รจเรขค้านว่าเธอจะรีบลงไป ลักษมณ์แขวะว่าใครกันแน่ที่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม รจเรขประชดว่าเขายังคบกับเจนจิราได้ ทำไมเธอจะคบกับเจษฎาไม่ได้...รจเรขลงมาหาเจษฎาที่ห้องรับแขก เขาบอกว่าคุณยายให้เอามะม่วงกวนมาให้ รจเรขหันไปสั่งชื่นให้เอาไปใส่ขวดโหล และแบ่งไปให้คุณแข พอหันมาจะคุยกับเจษฎา ลักษมณ์เดินมานั่งคั่นกลางอ่านหนังสือพิมพ์หน้าตาเฉย รจเรขทำเป็นไม่สนใจ ถามไถ่ถึงทุกคน และฝากบอกคุณยายว่าเธอสบายดี เจษฎาโพล่งขึ้นว่า

"สบายดีที่ไหน แขนเจ็บอยู่เนี่ย เป็นอะไร?"

รจเรขตอบว่าหกล้ม เขาถามอีกว่าล้มเองหรือใครทำ ลักษมณ์ไม่พอใจโยนหนังสือพิมพ์ทิ้ง หันมาถาม "หมายความว่ายังไงไม่ทราบ"

รจเรขกลัวจะมีเรื่องกัน จึงชวนเจษฎาออกไปคุยในสวน ลักษมณ์ตะโกนไล่หลังว่าอยู่ตรงนี้อี๋อ๋อกันไม่ถนัดหรือ...ชื่นขำมาเล่าให้ แย้มและพุฒฟังในครัว จิตได้ยินไม่ชอบใจหาว่า รจเรขทำไม่ถูกที่เอาผู้ชายมาคุยในบ้าน แย้มเอ็ดที่จิตนินทาเจ้านายและไล่ให้กลับเรือนขาวไป

พอรจเรขรู้ข่าวว่าไก่จะกลับไปชกมวยหาเงินมาไถ่ตัวเธอก็รีบวิงวอนเจษฎาให้ ห้ามไก่ไว้ เจษฎากุมมือรจเรข "พี่จะห้ามได้ยังไง ในเมื่อพี่กับไอ้ไก่ก็รู้สึกอย่างเดียวกัน ยอมให้

ตัวเองเจ็บเสียดีกว่าต้องทนเห็นกล้วยเจ็บแบบนี้"

ลักษมณ์เดินเข้ามาเสียงกร้าวให้ปล่อยมือจากรจเรข ไม่วายจิตตามมาแอบดู พอเห็นจะมีเรื่องกันก็รีบไปฟ้องคุณแข ...เจษฎามองลักษมณ์อย่างท้าทาย "กล้วยไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ เขารับจ้างจดทะเบียนสมรสแลกเงิน ก็เท่านั้น"

"คุณเป็นนักกฎหมาย น่าจะรู้ คุณกล้วยจดทะเบียนสมรสกับผม ก็เท่ากับเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย" ลักษมณ์

ดึงมือรจเรขมากุมไว้

เจษฎากระชากกลับและพูดว่ามันเป็นแค่ละครเท่านั้นอย่ามาฉวยโอกาส ลักษมณ์ไม่พอใจดึงรจเรขมาโอบเอว "ไหนๆจะเล่นละครก็เล่นให้มันสมบทบาทหน่อยซี เขาเล่นเป็นภรรยา ผมเล่นเป็นสามี ส่วนคุณไม่เกี่ยว ไสหัวไปไกลๆถ้าไม่อยากรับบทชายชู้!"

พูดจบ ลักษมณ์หอมแก้มรจเรขเย้ย รจเรขโกรธที่ถูกหยาม สะบัดตัวออกแล้วตบหน้าลักษมณ์อย่างแรง เจษฎาโถมเข้าชกซ้ำ   ลักษมณ์โมโหจะสวนกลับแต่พุฒกับชื่นรั้งไว้จึงทำให้เจษฎาชกหน้าลักษมณ์อีก หมัด ลักษมณ์โวย "มาจับฉันทำไม ไปจับมันโน่น"

รจเรขจับเจษฎาไว้และขอร้องให้หยุด ลักษมณ์ยิ่งโกรธหาว่ารจเรขห่วงชู้มากกว่า เจษฎาโมโหโถมเข้าใส่ลักษมณ์ รจเรขวิ่งไปขวางกลางทำให้ลักษมณ์ชะงัก เจษฎาจึงต่อยลักษมณ์ล้มไปหัวกระแทกขอบเก้าอี้เลือดไหล รจเรขตกใจเข้าประคอง คุณแขกับพิมานออกมาบอกให้หยุด

"รจเรข บอกฉันได้ไหมว่านี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใคร!" คุณแขเสียงเข้ม

ทุกคนนั่งลงสงบเสงี่ยม รจเรขแนะนำว่าเจษฎาเป็นเพื่อนพี่ชายเธอ เจษฎาพูดแทรก "ผมตอบเองก็ได้ เพราะนายลักษมณ์ของพวกคุณมันรังแกน้องผม มันฉวยโอกาส มันรังแกผู้หญิง มันไม่ใช่สุภาพบุรุษ"

พิมานถามว่าลักษมณ์ทำอะไร รจเรขรีบห้ามไม่ให้เจษฎาพูดอะไรเพราะกลัวความแตกและขอร้องให้เขากลับไปก่อน เจษฎาไม่ค่อยพอใจจึงชี้หน้าลักษมณ์ "ก็ได้...แต่คุณห้ามแตะต้องกล้วยอีก ถ้าผมรู้ว่าคุณฉวยโอกาสรังแกกล้วย ผมไม่เอาไว้แน่ ผมจะแฉให้หมดว่าความจริงมันคืออะไร"

พิมานเอะใจว่าเรื่องอะไร รจเรขเร่งให้เจษฎากลับไป เขายังทิ้งท้ายอีกว่าถ้าลักษมณ์ทำอะไรรจเรขอีกเขาจะพูดให้หมด ไม่สนว่าตกลงอะไรกันเอาไว้ คุณแขใจหายกลัวพิมานรู้เรื่องรีบตัดบทให้รจเรขพาลักษมณ์ไปทำแผล   พิมานยังโวยวาย

ถามว่าเรื่องที่เจษฎาพูดคืออะไร คุณแขบอกว่าเป็นเรื่องในครอบครัวของลักษมณ์ เขาไม่เกี่ยว แล้วให้รจเรขกับลักษมณ์ตามไปคุยในห้อง

คุณแขตำหนิทั้งลักษมณ์และรจเรขที่ถึงแม้จะเป็นสามีภรรยากันปลอมๆแต่ก็ควรให้ เกียรติกัน ไม่พาคนอื่นมาระรานในบ้าน ลักษมณ์หน้าเจื่อนที่คุณแขรู้เรื่องเจนจิรา คุณแขรับปากว่าจะรีบให้พิมานแต่งงานไปให้เร็ว ทั้งสองจะได้ไม่ต้องทนอยู่ด้วยกันต่อไป ทั้งสองสะเทือนใจ

ooooooo

พิมานนั่งมองรูปรจเรขที่โต๊ะทำงานในกระทรวง เขาครุ่นคิดถึงคำพูดของเจษฎา จึงโทร.กลับไปบ้านขอคุยกับรจเรข แต่เธอกลับให้แย้มมาบอกว่าเธอคุยอยู่กับคุณแขที่เรือนขาว พิมานรู้ว่ารจเรขเลี่ยงไม่ยอมคุยกับเขา จึงฝากแย้มไปบอกรจเรขว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ...ณัฏฐาถือกระเช้าขนมมาฝาก พิมาน ได้ยินที่เขาพูดจึงจะถอยกลับ แต่พิมานเห็นเสียก่อนจึงยิ้มเจื่อนๆ

"ฉันจัดกระเช้าขนมมาให้คุณพ่อน่ะค่ะ เลยทำมาฝากคุณด้วย แต่เผอิญเห็นคุณกำลังยุ่งเลยไม่กล้ากวน"

"อุตส่าห์มีน้ำใจเอาขนมมาฝาก จะเรียกว่ากวนได้ยังไงครับ เชิญนั่งก่อนครับ" พิมานลุกไปหาน้ำมาให้

ณัฏฐาถือโอกาสหยิบรูปที่พิมานคว่ำไว้บนโต๊ะมาดู แล้วตกใจ เพราะเป็นรูปรจเรขในชุดนางรำ...ณัฏฐากลับบ้าน

มาเล่าให้คุณหญิงศรีสวัสดิ์ฟังว่าพิมานมีคนรักอยู่แล้ว แต่คุณหญิงศรีสวัสดิ์หาว่าเธอคิดมากไปเอง "ถ้าคุณพิมานเขามีผู้หญิงอื่น เขาจะมาทาบทามหนูทำไม"

"เค้าก็ไม่ได้ทาบทามหนูนี่คะ คุณแม่ คุณป้าแขต่างหากเป็นคนจัดการ"

คุณหญิงศรีสวัสดิ์เอ็ดว่าเรื่องหมั้นหมายไม่ใช่การเล่นขายของ จะมาทำกันเล่นๆได้อย่างไร ณัฏฐาอ้างว่าคุณแขอาจไม่รู้ว่าพิมานมีคนรักอยู่แล้วก็ได้...คุณหญิง ศรีสวัสดิ์รีบโทร.ไปถามคุณแขทันที คุณแขตกใจรีบรับรองแข็งขันว่าพิมานไม่มีใครแน่นอน ในใจเธอรู้สึกผิด แต่เพื่ออนาคตของลูกชาย เธอจำต้องโกหก...

เพราะอึดอัดใจลักษมณ์จึงมานั่งดื่ม พิมานมาเจอขอคุยด้วย ลักษมณ์แกล้งโอบกอดเจนจิราและบอกมีอะไรก็พูดมา พิมานถามเรื่องที่เจษฎาพูดเมื่อเช้า ลักษมณ์ย้อนว่าทำไมเขาต้องบอก

"เพราะว่ามันเกี่ยวกับผมใช่ไหม ความลับของพี่มันเกี่ยวกับผมใช่ไหม บอกผมมาซิ"

"ฟังนะ...ฉันจะบอกแกแบบเดียวกับที่ฉันบอกไอ้ทนายเจษฎา แกฟังดีๆ แกเลิกยุ่งกับคุณกล้วยได้แล้ว เขาเป็นของฉัน แกไม่มีสิทธิ์"

"แต่พี่ลักษมณ์มีสิทธิ์ ทั้งๆที่พี่ลักษมณ์ทำตัวแบบนี้เหรอครับ พี่ลักษมณ์ไม่ได้รักคุณกล้วยเลยแล้วแต่งงานกับเธอทำไม"

"อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน กลับไปสนใจคู่หมั้นของตัวเองดีกว่า...ไป๊" ลักษมณ์ผลักพิมานหลบแล้วโอบเจนจิราเดินไป

เจนจิรามองพิมานอย่างสงสัย...

คืนนั้น ขณะที่รจเรขเอากระแตมาวางในห้องลักษมณ์ แย้มมาบอกว่ามีคนโทร.มาหา เธอจำเสียงได้ว่าเป็นเจนจิรา ไม่อยากให้รับ แต่รจเรขบอกว่าไม่เป็นไรแล้วลงมารับสาย เจนจิราพูดทันที "ฉันมีเรื่องอยากถาม เธอกับคุณลักษมณ์แต่งงานกันเพราะอะไร"

รจเรขตอบว่ามันเป็นเรื่องของเธอกับลักษมณ์ เจนจิราไม่พอใจจึงยั่วว่าไม่เป็นไรเพราะลักษมณ์นอนอยู่ข้างๆ  เธอถามเขาเองก็ได้

"ค่ะ ขอบคุณคุณเจนจิรามากนะคะ ที่อุตส่าห์สละเวลาและเรือนร่างมาบริการสามีของดิฉัน เท่านี้ใช่มั้ยคะที่อยากจะบอก ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" รจเรขวางสายอย่างสุภาพ

แย้มมองอย่างเห็นใจแล้วบอกว่าทีหลังไม่ต้องลดตัวไปเสวนากับคนพรรค์นั้น ให้เธอคุยแทนก็ได้ แต่รจเรขกลับบอกว่าเมื่อแฟนนายจ้างอยากคุยด้วยเธอก็ต้องคุย แย้มแย้งว่า เจนจิราไม่ใช่แฟนลักษมณ์เป็นแค่คู่นอน ไม่มีค่าเท่าภรรยา

"สำหรับคุณลักษมณ์ไม่มีใครมีค่าหรอกค่ะ ทุกคนมีแค่ ...ราคา...ฉันหรือคุณเจนจิราก็ไม่มีใครดีไปกว่าใครหรอก แต่ก็ขอบคุณคุณแย้มมากนะคะ ที่มีแก่ใจ" รจเรขพูดจบเดินกลับขึ้นห้อง

แย้มมาบ่นกับชื่นและพุฒ สงสารรจเรข และเสียดายถ้าพิมานแต่งงานไปแล้วเธอต้องไป

ooooooo

ไก่เข้ามาติดต่อเรื่องชกมวยในกรุงเทพฯ จึงแวะมาหาเจษฎาที่คอนโดฯ พอเห็นหน้าเจษฎาที่บอบช้ำจากการชกกับลักษมณ์ และรู้เรื่องที่ลักษมณ์ทำกับรจเรขก็โกรธจะไปเอาเรื่อง เจษฎาต้องห้ามไว้เพราะเกรงรจเรขจะเดือดร้อนลำบากใจอีก เจษฎายอมรับกับไก่ว่าเขารักรจเรขและพร้อมจะแต่งงานกับเธอทันทีที่เธอหลุดจาก สัญญาบ้าๆนั่น ไก่จึงตัดสินใจจะขึ้นชกกับนักมวยที่ทุกคนขยาดเพราะมักชกคู่ต่อสู้ปางตาย แต่ขอค่าชกสิบเปอร์เซ็นต์จากเงินที่เฮียเจ้าของค่ายจะได้

เช้าวันต่อมา ลักษมณ์กลับมาบ้านรู้ว่าตัวเองผิดที่ไม่ กลับบ้านทั้งคืน จึงแย็บถามพุฒว่ารจเรขห่วงเขาบ้างไหม พุฒ

ตอบว่าไม่ห่วงเพราะรู้ว่าเขาอยู่ไหน ลักษมณ์งง

"ก็คุณเจนจิราสิครับ โทร.มาเยาะเย้ยคุณผู้หญิงว่าคุณลักษมณ์นอนค้างอยู่ที่บ้านเธอ"

"แล้วคุณผู้หญิงว่ายังไง"

"ไม่ว่าครับ แต่ท่าทางคงจะเสียใจ"

"ซวยแล้วไหมล่ะ...เอายังไงดีวะ"

"กลุ้มเลยๆ  ไอ้เรื่องนอกใจเมียเนี่ยนะครับ  พุฒจะบอกให้  ถ้าทำอย่ากลัว  ถ้ากลัวอย่าทำ"

"ฉันไม่ได้กลัวเว้ย แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร แค่กินเหล้าเยอะไปหน่อยเลยเผลอหลับไปแค่นั้น...แต่คุณกล้วยคงไม่เชื่อแน่ จะทำไงดีวะ ป่านนี้คงงอนตายชักไปแล้ว" ลักษมณ์กระวนกระวาย

พุฒแอบขำ ลักษมณ์ถามว่ารจเรขอยู่ไหน พุฒบอกว่าอยู่ในสวนแล้วตกใจปิดปากหลบตา ลักษมณ์เห็นท่าทางน่าสงสัยจ้องตาพุฒอย่างคาดคั้น...

ในสวน พิมานกำลังคุยกับรจเรขอย่างเคร่งเครียด เขาต้องการรู้ว่ามีอะไรปิดบังเขา รจเรขบอกว่า "ฉันพูดอะไรไม่ได้ เห็นใจฉันเถอะนะคะ คุณพิมาน"

"เพราะพี่ลักษมณ์ห้ามคุณใช่ไหม คุณสองคนเป็นสามีภรรยากันประสาอะไร ทำไมคุณต้องกลัวพี่ลักษมณ์หงอขนาดนั้น ทั้งๆ...ที่พี่ลักษมณ์เค้าไม่ได้สนใจความรู้สึกคุณเลย"

รจเรขสะท้อนใจ พิมานพูดเรื่องที่เขาเจอลักษมณ์เมื่อคืน รจเรขจะเดินหนี ลักษมณ์เข้ามายืนข้างรจเรข "ฉันอยู่บ้านเจนจิรา คุณกล้วยเค้ารู้อยู่แล้ว ใช่มั้ยคุณกล้วย"

รจเรขพยักหน้าเศร้าๆ พิมานไม่พอใจที่รจเรขยอมขนาดนั้น ลักษมณ์เยาะว่าเพราะรจเรขรักเขามากถึงตามใจเขา ทุกอย่าง อย่ามายุแยงให้ผัวเมียแตกกันเลย พิมานมองรจเรขอย่างแคลงใจ

"ถ้าคุณกล้วยกับพี่ลักษมณ์รักกันจริง ผมไม่ยุ่งแน่ แต่ เท่าที่ผมเห็น  ผมว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น  แต่เอาเถอะครับ  ซักวันผมคงจะรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่" พิมานมองลักษมณ์อย่างท้าทาย

พอพิมานเดินไป ลักษมณ์ก็หันมาพาลใส่ "ไง แม่สาวเสน่ห์แรง พิมานมันจะหมั้นอยู่วันสองวันนี้แล้ว คุณไปหว่านเสน่ห์ใส่มันอีท่าไหน มันถึงได้กลับมาตอมคุณอีกเนี่ย"

"ฉันไม่ได้ทำอะไร ถ้าคุณไม่ควงคุณเจนจิราเฉิดฉายไปทั่วเมืองจนคนเค้าสงสัย มันก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอกค่ะ" รจเรขสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้านไป

พิมานหน้าเครียดมาบอกคุณแขว่าจะขอเลื่อนนัดทานข้าวกับครอบครัวณัฏฐาเย็นนี้ เพราะเขารู้ว่าลักษมณ์ไม่ได้รักกับรจเรข คุณแขเสียงเข้ม "รู้ได้ยังไง! คุณลักษมณ์กับแม่รจเรขเขาแต่งงานและจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย เขาสองคนเป็นสามีภรรยากัน!"

"แต่ผมไม่เชื่อว่าคุณกล้วยมาอยู่กับพี่ลักษมณ์ด้วยความเต็มใจ และผมจะไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้น จนกว่าแม่จะบอกความจริงกับผม ว่าทำไมคุณกล้วยต้องแต่งงานกับพี่ลักษมณ์" พอเห็นคุณแขนิ่ง จึงรุกถาม "แม่บังคับให้คุณกล้วยแต่งงานกับพี่ลักษมณ์ เพื่อตัดหน้าผมใช่ไหมครับ"

คุณแขจ้องตาพิมานพูดเสียงหนักแน่นว่า รจเรขแต่งงานกับลักษมณ์ด้วยความเต็มใจ ให้ลืมเธอเสีย แต่พิมานตอบว่า เขาทำไม่ได้ คุณแขแทบลมจับ "ถ้าลูกยังเห็นแก่หน้าคุณพ่อ ถ้าลูกยังเห็นแก่ชื่อเสียงของตระกูลนฤนารถไมตรี ลูกต้องรักษาคำพูดของตัวเอง จะทำตัวเหลวไหลแบบนี้ไม่ได้ นี่เป็นคำสั่ง!"

พิมานทรุดนั่ง สับสนว่าควรทำอย่างไรดี...ลักษมณ์ อาบน้ำแต่งตัว เห็นกระแตวางอยู่บนหัวเตียงก็อมยิ้ม หมั่นไส้ที่รจเรขทำเป็นเถียงคำไม่ตกฟากกับเขา แต่พอลับหลังก็ทำใจดี จึงมาหาเธอที่ห้อง รจเรขกำลังเปลี่ยนผ้าพันแขนอย่างทุลักทุเล ลักษมณ์จึงเข้ามาทำให้ รจเรขตกใจที่เขาเข้ามาไม่รู้เนื้อรู้ตัว ลักษมณ์ถาม "ทำไม เห็นผมทำหน้ายังกับเห็นผี"

"เห็นผีซะยังดีกว่า" รจเรขสะบัดออกมาทำเอง

ลักษมณ์ยื้อทำให้ รจเรขว่าเธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ขี้เกียจชดใช้ ลักษมณ์จึงกอดเธอไว้ให้อยู่เฉยๆ "จะอยู่นิ่งๆ ให้พันแขนดีๆ หรือจะให้กอดไว้อย่างนี้ทั้งวัน จะเอายังไง"

รจเรขจำต้องนิ่งมองลักษมณ์พันแขนให้ รู้สึกว่าเขาก็อ่อนโยนเป็น แล้วเหลือบเห็นแผลที่หัวจึงถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ลักษมณ์ย้อนถามว่าห่วงเขาด้วยหรือ รจเรขขอโทษแทนเจษฎาอีกครั้ง ลักษมณ์บอกว่าเขารู้ว่าเจษฎาหวงเธอ พอดีชื่นมาเคาะประตู รจเรขรีบบอกให้ลักษมณ์ปล่อยเธอ ชื่นเข้ามาบอกว่าคุณแขมาขอพบ ทั้งสองสบตากันแปลกใจ

ลงมาหาคุณแขที่ห้องสมุด คุณแขพูดเรื่องที่พิมานสงสัย และจะยกเลิกนัดหมาย ลักษมณ์จะไปคุยกับพิมานเอง คุณแขรั้งไว้ "แม่ยื่นคำขาดไปแล้ว แต่ที่มานี่เพราะอยากขอร้อง เราต้องทำอะไรซักอย่าง ให้พิมานเลิกหวังในตัวรจเรข"

ลักษมณ์หันมามองรจเรขยิ้มเยาะ "ไง แม่คนเสน่ห์แรง สร้างปัญหาไม่จบสิ้น"

"ถ้าคุณคิดว่าปัญหาอยู่ที่ดิฉัน ดิฉันจะไปพูดกับคุณพิมานให้เข้าใจเอง"

ลักษมณ์ดึงแขนตะคอก "ไม่ต้อง คนมันยิ่งบ้าๆจะไปยั่วให้เห็นหน้านี่เหรอวิธีแก้ปัญหา"

คุณแขเห็นทั้งสองฮึ่มๆใส่กันยิ่งหนักใจ "แม่ว่ามีทางเดียว ถ้าพิมานเชื่อว่าคุณลักษมณ์กับแม่รจเรขรักกันจริงๆ พิมานก็หมดหวัง แล้วทุกอย่างก็คงจะเรียบร้อยไปเอง ว่าแต่จะทำได้ไหม"

ลักษมณ์รับปากคุณแขแล้วหันมามองรจเรขอย่างเอาเรื่อง...ขณะเดียวกัน เจนจิราต้องการรู้ความจริงจึงชวนจอยมาที่คอนโดฯของเจษฎา เพื่อถามให้รู้แจ้งเห็นจริง พอดีเจษฎายังไม่ออกไปทำงานกำลังคุยกับไก่เรื่องจะไปชกมวย เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสองมองหน้ากันงงๆ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 15:37 น.