ตอนที่ 7
"หุบเขาภูหลวง" คือสถานที่สวยงามและโรแมนติกสุดๆที่อัคนีเลือกจะพาอัจจิมาไปสารภาพรัก แต่วิธีการจู่โจมของเขาทำให้เธอไม่พอใจต่อว่าเขาเล็กน้อย ก่อนจะยอมให้เขานั่งรถเอทีวีคันเดียวกันออกไปอย่างแนบชิดจนร่างกายสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน
ไปถึงหุบเขาภูหลวง อัจจิมามองสำรวจรอบๆบริเวณอย่างตื่นตาตื่นใจ ก้าวเดินเข้าไปบนสะพานที่ทอดไปยังลำธารสวย
"หุบเขาภูหลวงมีลำธารสวยแบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อน"
"เธอจะเคยเห็นได้ยังไง ในเมื่อมันอยู่ในเขตที่ดินของอดิศวร"
หญิงสาวชะงัก รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าในทันที
"ถ้าอย่างนั้นพศวัตอย่างฉันก็ไม่ควรจะอยู่ที่นี่" ว่าแล้วเธอจะเดินผละออกมา แต่อัคนีเข้ามาดึงมือเธอไว้
"ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของครอบครัวฉัน ฉันพาเธอมาที่นี่ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว"
ความรู้สึกวูบวาบแผ่ซ่านไปทั้งตัว ถ้าไม่ติดเรื่องความโกรธแค้นชิงชังที่เป็นเหมือนกำแพงขวางกั้น หญิงสาวคงจะปลื้มใจกับคำพูดของชายหนุ่มไม่น้อย
"นายพูดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้"
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ฉันทำผิดฉันก็ยอมรับผิด ฉันจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่าง"
"ทั้งๆที่นายมียัยวัวนมนั่นอยู่แล้ว"
"ฉันไม่เคยคิดอะไรกับมิลค์มากกว่าคำว่าเพื่อน"
"แล้วกับแม่พยาบาลหน้าหวานนั่นล่ะ"
"พยาบาล?" อัคนีทวนคำหน้าตางงๆ
"อย่าบอกนะว่านายไม่ได้มีอะไรไม่ได้คิดอะไรกับเขา ฉันเห็นนายแวะไปหาเขาที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ"
"นี่เธอแอบสะกดรอยตามฉันอย่างนั้นเหรอ"
อัจจิมาหน้าม้านที่เผลอหลุดปากเรื่องนี้ออกไป แต่หญิงสาวไม่ยอมจำนน กลับเป็นฝ่ายจี้ต่อ
"มันไม่สำคัญว่าฉันรู้เห็นเรื่องนี้มายังไง ที่สำคัญก็คือนายมีอะไรกับเขารึเปล่า"
"ไม่มี"
"แล้วนายแวะเวียนไปหาเขาแทบจะวันเว้นวันทำไม"
"ฉันไม่ได้ไปหาเขา แต่ไปหาคนอื่น"
"ผู้หญิง?"
อัคนีพยักหน้าช้าๆด้วยสีหน้าที่เห็นได้ชัดว่าหมองหม่น อัจจิมาเลือดแล่นพล่านไปทั่วร่างด้วยความหึงหวงที่ซ่อนภายในใจ
"ถ้าอย่างนั้นนายมาวุ่นวายกับฉันทำไม"
"มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ"
"กลับไปหาผู้หญิงของนายซะ แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก"
อัจจิมาจะเดินหนีกลับไปที่รถ แต่อัคนีไม่ยอม ยื้อเธอไว้แล้วดึงตัวมาสวมกอดอย่างรวดเร็ว นี่เองจึงเป็นเหตุให้ถูกเธอผลักตกไปในลำธารด้วยความโกรธ อัคนีเปียกปอนและร้องโอดครวญหน้าตาเหยเกเพราะเจ็บฝ่าเท้าที่ถูกหินบาด
พอรู้เห็นว่าเขาบาดเจ็บเลือดไหลแดงฉาน อัจจิมาตกใจไม่น้อย รีบลัดเลาะลงไปพยุงเขาขึ้นมาพ้นน้ำ
"เฮ้ย...นี่นายไปโดนอะไรมา"
"ยังจะมาแบ๊วถาม ก็เธอผลักฉันตกน้ำ ที่ใต้น้ำตรงนั้นหินคมยิ่งกว่ามีด ไหนจะตะคริวกินอีก"
หญิงสาวรู้สึกผิด จัดการยกขาเขาขึ้นพาดเข่าเธอแล้วยืดกล้ามเนื้อน่อง โดยดันปลายเท้าเขาเข้าหาตัว
"โอ๊ย จะทำอะไรน่ะ แผล...แผลฉัน"
"ให้ตะคริวหายก่อนแล้วค่อยทำแผล ทนเจ็บหน่อยก็แล้วกัน"
อัจจิมาตั้งใจยืดกล้ามเนื้อน่องให้อัคนี ในขณะที่อัคนีเจ็บแสนเจ็บ แต่ก็เห็นในน้ำใจและความตั้งใจจริงของอัจจิมาที่ไม่ได้รังเกียจเท้าตนเองเลยแม้แต่น้อย
"ดีขึ้นแล้วรึยัง"
"เธอเป็นห่วงฉันใช่มั้ย"
"ฉัน...ก็แค่อยากจะชดใช้ในสิ่งที่ฉันทำโดยไม่ได้ตั้งใจ จะเรียกว่าขอโทษก็ได้ เอ้า ค่อยยังชั่วแล้วก็ลุกขึ้น จะได้ทำแผลให้"
อัคนีมองมืออัจจิมาที่ยื่นมาตรงหน้า รู้สึกอบอุ่นใจ ในขณะที่อัจจิมาเองก็ใจเต้นยิ่งกว่ากลองรัว...ขณะฉุดดึงเขาลุกขึ้น เธอเสียหลักล้มทับร่างเขาเต็มๆ ใบหน้าทั้งคู่แนบชิดติดกันจนเกิดอาการวูบวาบหวั่นไหว แล้วก็อาจจะเลยเถิดไปกว่านี้ ถ้าไม่มีเสียงปืนดังขึ้นสองนัดติดกัน
"เสียงปืน...ดังมาจากด้านโน้น แถวที่ฉันนี่" อัจจิมาผละออกมาทันที
"เกิดอะไรขึ้น ไปดูกัน"
"ถ้าพ่อหรือพี่ชายฉันอยู่ที่นั่นแล้วเห็นนาย เรื่องมันจะไปกันใหญ่ นายรออยู่นี่ล่ะ เสร็จธุระแล้วฉันจะกลับมารับ แล้วแผลนาย..."
"รีบไปเถอะ แผลแค่นี้ไกลหัวใจ"
อัจจิมารีบวิ่งออกไป อัคนีมองตามแล้วพูดขึ้นลอยๆ
"ไม่ต้องหลบไม่ต้องซ่อน ไม่งั้นแช่งให้ตะคริวกินบ้างนะเว้ย"
"เบื่อจริง ไอ้พวกจมูกไวเนี่ย" ปฐพีเดินบ่นออกจากที่ซ่อนอย่างเซ็งๆ
ooooooo
ศิลาถือปืนจังก้าขู่ชาวบ้านที่อพยพลูกหลานและที่นอนหมอนมุ้งออกจากบ้านพัก โดยมีสิงห์กับจันยืนขนาบข้างหน้าเหี้ยมพอกัน ถัดมาเป็นไกรภพที่ยืนมองอย่างพอใจกับวิธีเถื่อนๆของศิลา
เมื่ออัจจิมาขับรถเข้ามาเห็นพี่ชายตะโกนดุดันใส่ชาวบ้าน แถมยังเอาปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าอีกนัดจนชาวบ้านพากันวิ่งหูดับตับไหม้ด้วยความกลัว เธอไม่พอใจอย่างมาก รีบลงจากรถเดินหน้าตึงเข้ามาถาม
"ทำอะไรน่ะพี่ศิลา จะไล่พวกชาวบ้านไปไหน"
"ก็แล้วแต่มัน จะไปอยู่ไหนก็ไป"
"แต่พวกเขาไม่มีที่อยู่กันนะ จี๊ดถึงได้ให้เขามาอยู่ที่นี่ แล้วพวกเขาทำผิดอะไร พี่ศิลาถึงต้องมาไล่เขา"
"เขาทำผิดกฎหมายครับคุณจี๊ด" ไกรภพเอ่ยขึ้น
"ผิดกฎหมายอะไร ก็จี๊ดเป็นคนอนุญาตให้เขามาอยู่ที่นี่เอง"
"ก่อนที่แกจะแว้ดๆใส่คนอื่น แกกลับไปคุยกับพ่อก่อนดีมั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
"จี๊ดคุยแน่" ว่าแล้วเดินกลับไปตะโกนบอกชาวบ้าน "พ่อแม่ลุงป้าน้าอาคะ ไม่ต้องย้ายไปไหนไกลนะคะ ไปพักในที่ดินติดเขาที่เราปลูกป่ากันก่อนก็ได้ เดี๋ยวจี๊ดจะกลับไปคุยกับพ่อ มันต้องมีเรื่องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ"
ไกรภพมองอัจจิมาตาเป็นมัน ผู้หญิงคนนี้ถึงลูกถึงคน แกร่งกว่าที่คิดไว้เยอะ...หลังจากนั้นไม่นาน อัจจิมาและพวกศิลาก็ยกขโยงไปพบพิศาลที่บ้าน
"แกเข้าใจไม่ผิดหรอก ฉันเป็นคนสั่งให้พ่อไกรกับเจ้าศิลาไปไล่ที่ไอ้พวกนั้นเอง"
"ทำไมคะพ่อ ในเมื่อที่ตรงนั้นเราก็ยังไม่ได้คิดจะทำอะไร"
"ใช่ เมื่อก่อนที่ฉันยอมแกเพราะฉันยังไม่คิดจะทำอะไร แต่ตอนนี้ฉันคิด ฉันตกลงใจร่วมหุ้นทำรีสอร์ตกับพ่อไกรบนที่ผืนนั้น"
"ตั้งแต่เมื่อไหร่คะพ่อ ทำไมจี๊ดไม่รู้เรื่องเลย"
"ก็ตั้งแต่ตอนที่แกไปเที่ยวไม่ลืมหูลืมตาอยู่ที่กระบี่ไงล่ะ ปล่อยให้คนที่บ้านคิดเรื่องทำมาหากิน แล้วยังจะมาเหวี่ยงใส่" ศิลาแขวะน้อง
"แต่จะไล่เขายังไง เราก็ควรจะผ่อนปรนเรื่องเวลานะคะ ไม่ใช่บอกวันนี้ให้ออกพรุ่งนี้ ตามกฎหมายอนุโลมให้ 60 วันไม่ใช่หรือคะ"
"ครับ ถ้าพวกเขาไม่รับเงินจากเราไปบ้านละสองหมื่นซะก่อน" คำพูดไกรภพทำเอาอัจจิมาชะงักเล็กน้อย สิงห์มองนายสาวแล้วเตือนว่า อย่าไปเมตตาสงสารไอ้พวกหิวเงินพวกนั้นเลย
"เขาก็แค่พวกทำมาหากินที่ไม่มีที่อยู่ ไม่ใช่พวกหิวเงินที่วันๆไม่ทำอะไรนอกจากมอมเมาขูดรีดชาวบ้าน"
"นี่แกด่าใคร" ศิลาฮึดฮัดไม่พอใจ ขณะที่จันพาซื่อ บอกว่าเหมือนจะด่าเราสามคนเลย
"จี๊ดด่าใคร จี๊ดเอ่ยชื่อใครรึยัง ทำไมพี่ศิลาพูดเหมือนร้อนตัว"
"นี่แกจะมาทะเลาะกันเพราะเรื่องชาวบ้านที่ไม่มีหัวนอนปลายตีนพวกนั้นเหรอ ไป...ยัยจี๊ดพาพ่อไกรไปกินข้าว เที่ยงนี้พ่อมีนัดกับเพื่อนๆ"
"ให้พี่ศิลาไปดีกว่าค่ะ จี๊ดจะไปดูต้นไม้"
"ฉันไม่ว่าง" ศิลาสวนทันควัน ไกรภพสบตารู้กัน แล้วทำเป็นออกตัวอย่างสุภาพ
"ถ้าไม่สะดวกก็เอาไว้วันหลังก็ได้ครับ"
"วันนี้แหละพ่อไกร ไปกับพี่เขายัยจี๊ด พี่เขาจะได้คุยให้ฟังว่าตอนนี้โครงการไปถึงไหนแล้ว เพราะต่อไปแกต้องเข้าไปบริหารแทนพ่อ เข้าใจมั้ย"
อัจจิมาอึดอัดลำบากใจ...ไกรภพแววตาเต็มไปด้วยความสมหวัง
ooooooo
กลับไปให้ศักดิ์ช่วยทำแผลที่เท้าให้ไม่ทันเสร็จ อัคนีก็ต้องแจ้นออกจากบ้านไปอีก เมื่อวายุภัคมาบอกข่าวสำคัญว่าเห็นอัจจิมากินข้าวอยู่กับไอ้หนุ่มหน้าตี๋ไกรภพสองต่อสอง
อัคนีมาพร้อมวายุภัค ซุ่มแอบมองไปยังโต๊ะที่อัจจิมานั่งอยู่กับไกรภพไม่วางตา โดยเฉพาะอัคนีนั้นหึงหวงแทบจะเข้าไปขย้ำคอไกรภพให้ตายคามือ
"ไอ้ตี๋นั่นไงที่ฉันเคยเห็นมันมากินข้าวกับครอบครัวยัยจี๊ด เที่ยวนี้ได้มาตามลำพังสองต่อสอง แสดงว่านายพิศาลเปิดไฟเขียวให้มันแล้ว"
"เข้าไปลุยมันเลยดีมั้ย จะได้บอกมันไปเลยว่าเลิกมายุ่งกับแฟนฉันสักที"
"แล้วถ้ายัยจี๊ดตอกกลับว่านายไม่ได้เป็นอะไรกับเขาล่ะ ทางที่ดีเราต้องหาวิธีพิสูจน์ใจยัยจี๊ดให้ได้ก่อนว่าเขามีใจให้นายมั้ย"
"ยังไง" อัคนีเสียงขุ่น
"นายดินมันคิดแผนสองให้แล้ว เราต้องยืมมือยัยมิลค์"
"ตอนนี้เรื่องมันก็วุ่นวายมากพออยู่แล้วนะ"
"นายก็อย่าให้ยัยมิลค์เห็นยัยจี๊ดสิ ถ้ายัยจี๊ดหึงก็แสดงว่าเขามีใจให้นาย ที่ผ่านมาทุกอย่างไม่ประสบความสำเร็จเพราะเรายังไม่ได้เช็กให้แน่ใจซะก่อนว่ายัยจี๊ดรู้สึกยังไงกับนาย ถ้าเรารู้ชัดว่าเขามีใจให้นายจริง ไอ้เรื่องจะบอกรักเขามันก็ไม่ยาก"
"เฮ้อ! ให้ไปดูแลวัวเป็นพันตัว หรือไปจับม้าในป่ายังง่ายกว่าอ่านใจผู้หญิงเยอะ"
บ่นขาดคำ มิลค์ก็เดินเด้งเข้ามาอย่างเริงร่า แต่พอเห็นวายุภัคอยู่ด้วย เจ้าหล่อนก็หน้าสลดลงเล็กน้อย
"อ้าว ไหนคุณดินบอกว่าไฟขาจะเลี้ยงข้าวมิลค์ มีคุณลมมาด้วยหรือคะเนี่ย"
"ผมแค่แวะมาเตี๊ยม เอ๊ย มาคุยกับนายไฟเขาน่ะครับ ไม่อยู่เป็น กขค ให้เสียบรรยากาศเด็ดขาด...โชคดีนะเว้ย"
วายุภัคยักคิ้วให้อัคนีก่อนเดินเลี่ยงออกไป...
สักพัก อัคนีกับมิลค์ก็เข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารไม่ไกลจากโต๊ะของอัจจิมากับไกรภพ พอเห็นกันและกัน ต่างคนก็แสดงความหึงหวงจนเก็บไม่มิด อัจจิมาทำหวานใส่ไกรภพ ทั้งที่ตอนแรกแทบจะลุกหนีเขาเสียให้ได้ ส่วนอัคนีก็แกล้งเอาอกเอาใจมิลค์ แถมยังวานให้เธอช่วยบีบนวดต้นคอ อัจจิมาเห็นแล้วหมั่นไส้ อ้อนไกรภพให้ช่วยป้อนอาหารให้เธอที
ปฏิบัติการทดสอบความรักของทั้งคู่เป็นไปอย่างดุเดือดโดยที่มิลค์และไกรภพไม่เข้าใจ จนเมื่ออัจจิมาเป็นฝ่ายทนไม่ไหว เพราะมิลค์ถึงเนื้อถึงตัวอัคนีเหลือเกิน เธอจึงเป็นฝ่ายลุกออกจากร้าน ไกรภพรีบตามติดอย่างย่ามใจ คิดว่าเธออยากสวีตกับเขาสองต่อสอง
อัคนีเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า วิ่งตามออกมา โดยมีมิลค์เกาะติดเป็นปลิง แต่แล้วตัวช่วยอย่างพี่หนูต่อก็โผล่มาทันเวลาพอดิบพอดี
"อุ๊ยตาย เจอตัวพอดีเลยค่ะน้องไฟ เมื่อกี้คุณดินโทร. มาบอกว่าถ้าพี่หนูต่อผ่านมาทางนี้ให้ช่วยแวะบอกน้องไฟทีว่าคุณดินมีธุระสำคัญจะปรึกษาด่วนค่ะ"
"นายดิน อ๋อ ครับๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ละครับ" อัคนีรับมุก
"แต่ไฟขายังไม่ได้กินข้าวเลยนะ ป่านนี้อาหารมาแล้วด้วย"
"จะยากอะไรล่ะคะน้องมิลค์ เราก็เข้าไปโซ้ยกันสิคะ พี่หนูต่อกำลังหิวเชียว"
"ผมฝากมิลค์ด้วยนะครับพี่หนูต่อ"
"ปลอดภัย 100% การันตีค่ะ ยังไงพี่หนูต่อก็ไม่นิยมเพศเดียวกันอยู่แล้ว น้องไฟจะไปธุระก็รีบไปเถอะค่ะ"
"ขอบคุณครับ" อัคนีชิ่งไปที่รถทันที มิลค์จะถลาตาม แต่พี่หนูต่อทั้งฉุดมือทั้งเอาขาเกี่ยวเธอไว้
"จะรักชอบใครก็ตื๊อแต่พองามเถอะนะคะน้องมิลค์ ดูอย่างพี่หนูต่อสิคะ ปลื้มน้องไฟแค่ไหนก็ยังต้องเก็บเอาไว้ในใจ ไม่งั้นมันจะดูไม่เป็นกุลสตรี"
"แต่พี่หนูต่อคะ..."
"แค่น้องมิลค์กลับเข้าไปกินข้าวกับพี่หนูต่อนี้ดเดียว ตำแหน่งกุลสตรีศรีฟาร์มนมจะตกเป็นของคุณน้องทันทีเลยค่ะ อีกอย่างมันน่าเกลียดนะคะถ้าเราจะยืนเกี่ยวกันเป็นเลข 8 อยู่อย่างนี้ เดี๋ยวใครผ่านมาเห็นเข้าจะเข้าใจว่าพี่หนูต่อทำมิดีมิร้ายคุณน้อง เราจะเสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่ายนะค้า"
มิลค์ถอนใจเฮือก จำต้องเดินกลับเข้าไปในร้านกับพี่หนูต่ออย่างเสียไม่ได้
ooooooo
ขับรถออกจากร้านอาหารมาสักพัก ไกรภพก็จอดแอบข้างทางค่อนข้างเปลี่ยว อัจจิมาขยับตัวอย่างไม่ไว้ใจ ถามเขาว่าจอดรถทำไม?
"ผมมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับคุณ"
"คุยกันที่บ้านก็ได้นี่คะ ทำไมต้องมาจอดรถคุยกันในที่เปลี่ยวๆอย่างนี้"
"ถ้าเป็นที่บ้าน ผมเกรงว่ามันจะไม่เป็นส่วนตัว" พูดจบเขาเริ่มแปลงกายเป็นปลาหมึก เอื้อมมือมาจับมือเธอหมับ และไม่สนใจด้วยว่าเธอจะสะบัดหนีอย่างไร "ผมชอบคุณนะครับคุณจี๊ด ชอบตั้งแต่แรกเห็น ผมเคยพูดทาบทามคุณกับคุณอาแล้ว ท่านเห็นดีด้วยนะครับถ้าเราจะคบกัน"
"คุณถามพ่อโดยไม่คิดจะถามฉันก่อนเหรอคะ"
"ผมเห็นว่าคุณยังไม่มีใคร อีกอย่างผมก็เชื่อว่าความดีของผมคงชนะใจคุณได้"
"ฉันไม่ได้ชอบคุณ"
"แต่เมื่อกี้ที่ร้านอาหารคุณทำท่าเหมือนทอดสะพาน ให้ผม"
อัจจิมาอึ้งที่หลวมตัวทำให้ไกรภพเข้าใจผิด
"ถ้าฉันแสดงกิริยาอะไรที่ทำให้คุณเข้าใจผิด ฉันก็ต้องขอโทษด้วย แต่ยังไงฉันก็ขอยืนยันคำเดิมว่าฉันไม่ได้ชอบคุณและไม่มีวันจะชอบด้วย ขอบคุณนะคะที่พาไปกินข้าว ฉันขอลงตรงนี้เลยก็แล้วกัน"
อัจจิมาจะเปิดประตู แต่ไกรภพกดเซ็นทรัลล็อกตัดหน้าเสียก่อน หญิงสาวหันมามองเขาอย่างไม่พอใจ สั่งให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไกรภพกลับยิ้มกริ่ม เผยธาตุแท้ออกมาทันที
"เปิดให้แน่ แต่ขอจูบมัดจำไว้ก่อน" ไกรภพพุ่งเข้ามา กอดรัดและทำท่าจะจูบให้ได้ อัจจิมาดิ้นหนีสุดฤทธิ์ และแล้วเสียงเคาะกระจกทางฝั่งคนขับก็ดังขึ้น ไกรภพเลยชะงัก เปิดประตูออกไปอย่างหัวเสีย
ทันทีที่ประตูเปิดออก หมัดอันหนักหน่วงของอัคนีก็ตรงเข้ามาเสยที่ปลายคางไกรภพเต็มเหนี่ยว ไกรภพถึงกับหน้ามืดเห็นดาวเดือนระยิบระยับ อัคนีซ้ำอีกสองหมัดแล้วจะกระทืบซ้ำ แต่อัจจิมาเข้ามาห้ามเสียก่อน
แล้วอัคนีก็พาอัจจิมาขึ้นรถจากมา ทิ้งให้ไกรภพนอนมึนอยู่กับพื้นถนน...พอใกล้จะถึงทางเข้าฟาร์มพศวัต อัจจิมาบอกให้อัคนีจอดตรงนี้ และขอบใจที่มาส่ง อัคนีได้แต่ทำหน้างอนๆใส่ แต่พอเธอก้าวลงจากรถ เขาก็รีบร้อนตามเธอไป
"ใจคอเธอจะไม่ถามฉันสักนิดเลยเหรอว่าฉันงอนเธอเรื่องอะไร"
หญิงสาวอมยิ้มขำๆ ก่อนจะเก๊กปั้นหน้านิ่งหันไปถาม
"ก็เรื่องอะไรล่ะ"
"หนึ่ง...เธอสัญญาว่าเสร็จธุระแล้วจะกลับไปรับฉันที่น้ำตก แต่ก็ไม่มา สอง...นอกจากไม่มาแล้วยังแอบไปกินข้าวกับไอ้ตี๋นั่น แถมยังทำท่าจะจูบกันในร้านอาหารอีกต่างหาก สาม...ถ้าฉันมาไม่ทัน แล้วจะเกิดอะไรขึ้นในรถนั่น ทำไมไม่คิดบ้าง...หา!!"
"หนึ่ง...ที่ฉันไม่ได้ไปตามสัญญาเพราะฉันมีธุระติดพัน สอง...และธุระติดพันก็ทำให้ฉันได้เห็นนายควงยัยวัวนมไปนวดในร้านอาหารเหมือนกัน แต่ต่างกันที่มันทุเรศนัยน์ตากว่าเยอะ สาม...ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้น แต่ถึงนายไม่มาช่วย ฉันก็ไม่มีวันยอมนายไกรภพเด็ดขาด เพราะฉันไม่ได้รักเขา"
"เพราะเธอรักฉัน" เขายิ้มกรุ้มกริ่ม อัจจิมาอายหน้าแดง แต่ก็ยังไม่วายปากแข็ง
"คิดว่าตัวเองหล่อมากรึไง ถึงได้เข้าข้างตัวเองอยู่ได้"
"หล่อไม่หล่อไม่รู้ รู้แต่ว่าจริงใจเต็มเปี่ยม รับผิดชอบเกินร้อย แถมเหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ไม่เที่ยวกลางคืน แข็งนอกอ่อนใน ทำงานจริงจัง รักสัตว์อีกต่างหาก คุณสมบัติเพียบขนาดนี้ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆนะ"
"เว่อร์" อัจจิมากระแทกเสียงหมั่นไส้ แต่ทันใดใจหญิงสาวก็กระตุกวาบเมื่อเห็นรถศิลาขับพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วราวพายุ
ศิลาแทบไม่รอให้รถจอดสนิท ก้าวลงมาพร้อมปืนในมือ ตามด้วยไกรภพและสิงห์ อัจจิมาคิดอ่านรวดเร็วและตัดสินใจในวินาทีนั้น ชกเข้าที่หน้าอัคนีอย่างจัง พร้อมกับตวาดลั่น
"นายไม่ต้องทำเป็นหวังดี ยังไงฉันก็ไม่สน"
อัคนียืนอึ้ง ไม่เข้าใจการกระทำของหญิงสาว ศิลาซึ่งทำท่าจะเข้ามายิงอัคนีถึงกับชะงัก พลอยทำให้ไกรภพและสิงห์ชะงักตามไปด้วย
"มีเรื่องอะไรยัยจี๊ด"
"ก็ไอ้หมอนี่สิ จะเอาออเดอร์นมจากลูกค้ารายใหม่มาให้จี๊ด"
"อ้าว แล้วมันไม่ดีตรงไหนครับคุณจี๊ด" สิงห์ซัก
"เขาเป็นศัตรูกับเรา ต่อให้พศวัตต้องอดตายก็ไม่มีวันร้องขอความช่วยเหลือจากอดิศวร จำไว้ แล้วไม่ต้องทำมาเป็นหวังดีกับฉันอีก จะไปไหนก็ไป"
อัคนีเพิ่งเข้าใจ ขยับจะกลับไปขึ้นรถ แต่เสียงศิลาดังขึ้นจนเขาต้องหยุดกึก
"ไอ้หมอนี่ใช่ไหมครับที่มันทำร้ายคุณ"
"ผมเห็นไม่ถนัด" ไกรภพเขม่นมองอัคนีอย่างไม่แน่ใจ
"ไม่ใช่เขาหรอก...ยืนบื้ออยู่นั่นล่ะ รีบไปสิ เดี๋ยวก็ได้ตายฟรีหรอก...ไป" อัจจิมาพยักพเยิดส่งซิกให้อัคนี แล้วชวนพวกพี่ชายกลับเข้าฟาร์ม...
หลังฟังศิลาและไกรภพเล่าเรื่องราว พิศาลก็ออกอาการเดือดปุดขึ้นมาทันที
"มันทำร้ายพ่อไกรก็เท่ากับมันทำร้ายพ่อ ใครมันบังอาจลูบคมพ่อได้ แกไม่เห็นหน้ามันเหรอยัยจี๊ด"
"เห็นค่ะ แต่ไม่ใช่คนแถวนี้แน่นอน เพราะจี๊ดไม่รู้จัก"
"คุณไกรภพเคยมีเรื่องกับใครรึเปล่าครับ เพราะถึงขั้นโดนทำร้ายร่างกายโดนเจาะยางรถนี่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่"
"ไม่มีครับ ผมไม่มีศัตรูที่ไหน"
"ถ้างั้นก็คงไปทำอะไรให้ใครเขม่นเข้าโดยไม่รู้ตัว หรือไม่ก็อาจไปทำอะไรที่ตัวเองคิดว่าไม่ผิด แต่มันผิดในสายตาคนอื่น ก็เลยโดนดักชก"
"พูดอะไรของแก พ่อไกรเขาจะไปทำอะไรผิด" พิศาลปรามลูกสาว
"จี๊ดก็แค่ตั้งข้อสังเกต เรื่องจะเคยทำผิดหรือไม่เคย ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับตัวคุณไกรภพเองหรอกค่ะ"
"แล้วคุณจี๊ดกลับมายังไง เพราะจุดที่ผมโดนทำร้ายกับจุดที่เจอคุณจี๊ดมันไกลกันนะครับ"
"จี๊ดก็ติดรถลุงมีที่ไปส่งนมกลับมาน่ะสิ แล้วก็ให้ลุงมีกลับเข้าฟาร์มไปก่อน ที่ถามนี่เป็นห่วงหรือต้องการจะจับผิดอะไรคะ"
"พี่เขาจะไปจับผิดแกทำไม พูดจาอะไรไม่ไว้หน้าพ่อเลย ไป...จะไปไหนก็ไปไป๊"
อัจจิมาลุกหนีอย่างหงุดหงิดพ่อที่เอาแต่เข้าข้างไกรภพไม่ลืมหูลืมตา ฟากอัคนีที่ถูกอัจจิมาชกเข้าเบ้าตาจนแดงเถือกกลับไป ก็เดือดร้อนวายุภัคกับปฐพีต้องปฐมพยาบาลให้อีก
"ไม่รู้อารมณ์ไหน จู่ๆก็ซัดโครมเข้ามา ตางี้แทบหลุดออกมานอกเบ้า"
"ที่ยัยจี๊ดเหวี่ยงใส่นายก็เพราะต้องการจะเบนความสนใจให้ไอ้พวกนั้นคิดว่า นายสองคนทะเลาะกันเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องชู้สาว เพราะถ้าไอ้ศิลามันรู้ว่านายมีอะไรกับน้องมันล่ะก็ มันยิงนายทิ้งไปแล้ว"
"แสดงว่ายัยจี๊ดรักฉัน" อัคนียิ้มร่า...วายุภัคเบรกเอี๊ยดว่ารักรึเปล่าไม่รู้ ที่รู้คือห่วงชัวร์ เท่านี้อัคนีก็ยิ้มกว้างอย่างสุดปลื้ม ให้กำลังใจตัวเองว่า "ความห่วงหาอาทรเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก ความเสน่หา"
"เออ มัวแต่นั่งรำพันเป็นลิเกอยู่นี่ล่ะ ถ้าเกิดเสด็จพ่อ ของพระน้องนางยกพระน้องนางให้ไอ้ตี๋นั่นเมื่อไหร่ อย่ามานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าให้พระปฐพีกับพระวายุภัคเห็นนะเว้ยพระอัคนี"
อัคนีอึ้งกิมกี่ จริงสิ...อย่าว่าแต่เรื่องฝ่าด่านของพิศาลเลย แค่จะเอ่ยปากบอกรักหญิงสาว เขาก็ยังไม่มีโอกาสได้ลั่นวาจาแม้แต่ครั้งเดียว
ooooooo
ขณะตามออกมาส่งไกรภพหน้าบ้าน ศิลาได้ ฝากเงินจำนวนห้าหมื่นไปใช้คืนเฮียหมู ด้วยหวังว่า หนี้สินจะได้ทุเลาเบาบางลง แต่กลายเป็นว่าศิลาต้องหูตาตื่นเมื่อไกรภพบอกว่า เงินนี่ยังไม่พอค่าดอกเบี้ยของเดือนนี้เลย
"ดอกร้อยละยี่สิบ ปีละสองแสน เดือนนึงไม่น่าถึงสองหมื่นนะครับ"
"เข้าใจผิดแล้วคุณศิลา สองแสนนี่ต่อเดือนนะครับ ไม่ใช่ต่อปี แต่เอาเถอะ ผมจะไปเคลียร์เงินก้อนนี้ให้ก่อน ความจริงเฮียหมูแกก็ไม่ได้เลือดเย็นอะไรนัก ถ้าจ่ายดอกให้แกตรงเวลา"
ระหว่างนี้ จันวิ่งเข้ามารายงานไกรภพว่าตนตามช่างมาเปลี่ยนยางให้เรียบร้อยแล้ว ไกรภพขอบใจจันและบอกลาศิลาก่อนเดินออกไปทันที จันรีบขยับเข้ามาใกล้ศิลากับสิงห์ บอกข่าวว่าเข้มยังไม่ตาย ตนได้ยินศักดิ์พูดกับคนงานว่าตำรวจแวะไปหาเข้มที่โรงพยาบาลทุกวัน ศิลาฟังแล้วหน้าเครียดขึ้นมาทันที กลัวจะติดคุกหัวโตถ้าเข้มให้ปากคำกับตำรวจได้ จึงสั่งสิงห์กับจันคอยจับตามันไว้ให้ดี
ขณะเดียวกันนั้น ศักดิ์กำลังลอยหน้าลอยตาแสดงความฉลาดของตัวเองให้ศิลาฟังที่ข้างเตียงเข้มในห้องไอซียู
"พอผมเห็นไอ้จัน ผมก็จัดการตามแผนของคุณไฟทันที"
"ดี เพราะถ้าพวกมันคือคนที่เข้ามาเผาฟาร์มและรุมทำร้ายเข้มจริงๆ ยังไงมันก็ต้องร้อนตัวจนเดินมาติดกับดักเราจนได้...เข้ม ฉันไม่ยอมให้นายเจ็บตัวฟรีหรอก ฉันสัญญา"
อัคนีบีบมือเข้มเบาๆ ปรากฏว่าเข้มที่นอนไม่ไหวติงกลับกระดิกนิ้วมือได้เล็กน้อย แสดงว่าเข้มรับรู้ในสิ่งที่อัคนีพูด เขาเริ่มมีอาการตอบสนองทางสมอง...อัคนีกับศักดิ์ถึงกับยิ้มให้กันด้วยความ ดีใจ
ooooooo
อัจจิมาไปขลุกอยู่ในฟาร์มตั้งแต่กลางวันยันดึกเพราะมีวัวตกลูกใหม่หนึ่งตัว พอเธอกลับเข้าบ้านก็พบว่าพ่อและพี่ชายยังนั่งรออยู่ พิศาลอยากคุยธุระเกี่ยวกับไกรภพ อัจจิมาแค่ได้ยินชื่อนี้ถึงกับทำหน้าเมื่อยอย่างสุดเซ็ง
"เรื่องพ่อไกรภพ แกว่าพี่เขาเป็นยังไง"
"ก็...ผู้ชายคนนึง แต่ดีรึเปล่าไม่แน่ใจ พ่อถามทำไมคะ"
"พี่เขาสนใจแก เขาเคยพูดทาบทามแกกับพ่อ พ่อว่ามันก็ไม่เสียหายอะไร อีกอย่างเราก็ทำธุรกิจร่วมกัน ถ้าลงเอยกันได้ เงินทองก็ไม่รั่วไหล"
"ฉันเห็นด้วยกับพ่อ ผู้ชายที่ฉลาดและมองการณ์ไกลอย่างคุณไกรภพ ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ แกควรจะจับเขาไว้ให้แน่น" ศิลาเชียร์เต็มที่
"ไม่ค่ะ จี๊ดไม่ชอบเกาะแข้งเกาะขาใคร จี๊ดชอบทำงานและเติบโตด้วยตัวของจี๊ดเอง ที่สำคัญจี๊ดไม่ชอบผู้ชายอย่างคุณไกรภพ"
"เพราะแกมีใครในใจแล้วอย่างนั้นเหรอ"
อัจจิมาตัวชาวาบ รู้สึกหน้าร้อนผ่าวเพราะแวบไปนึกถึงอัคนี แต่แล้วก็รีบกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว
"ไม่ใช่ค่ะพ่อ จี๊ดเพียงแต่แน่ใจว่าจี๊ดไม่ได้ชอบคุณไกรภพ จี๊ดอาจจะทำตามที่พ่อขอจี๊ดได้ทุกเรื่อง แต่ขอแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว คนเราเกิดมาควรมีสิทธิ์เลือกที่จะรักและอยู่กับใครไม่ใช่หรือคะ จี๊ดขอตัวก่อนนะคะ"
อัจจิมาเดินเลี่ยงขึ้นห้อง ศิลาสีหน้าหงุดหงิด นึกสงสัยว่าอัจจิมาอาจจะมีใครจริงๆก็ได้ และแล้วเพียงบ่ายวันรุ่งขึ้น ผู้ชายที่น่าจะเป็นหวานใจของอัจจิมาก็โผล่มาหาถึงฟาร์มพศวัต ศิลาจับตามองอยู่ห่างๆอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก
อัจจิมายิ้มร่า ทั้งแปลกใจและดีใจที่ได้เจอพฤกษ์อีกครั้ง
"สวัสดีค่ะคุณพฤกษ์ มาถูกได้ยังไงคะเนี่ย"
"แหม ฟาร์มของคุณจี๊ดมีชื่อเสียงออกจะดัง ดังพอๆ กับฟาร์มของคุณไฟ"
"เราเป็นคู่แข่งกันน่ะค่ะ นี่คุณพฤกษ์ขึ้นมาเที่ยวหรือคะ แล้วพักที่ไหนคะ"
"รีสอร์ตแถวนี้ ผมมาสำรวจเส้นทางที่จะพากรุ๊ปทัวร์จากต่างประเทศมาเที่ยวทะเลแล้วก็ท่องป่าล่องแก่ง กะว่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่สักพัก"
"ไอเดียดีจังเลยค่ะ บางคนมาเป็นครอบครัว พ่อชอบเดินป่า แม่ชอบทะเล ลูกชอบล่องแก่ง อย่างนี้ถูกใจทุกคนแน่ๆ" อัจจิมายิ้มสดใส จนพฤกษ์รู้สึกว่าทุกสิ่งอย่างในโลกพลอยเบิกบานไปกับหญิงสาวด้วย
"แรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดทริปนี้ก็มาจากคุณค่ะคุณจี๊ด เรื่องของเรื่องก็คือผมอยากเจอคุณจี๊ดบ่อยๆ ก็เลยทำทริปนี้ขึ้นมาซะเลย" พฤกษ์แอบส่งตาซึ้งให้หญิงสาว
ศิลาเขม่นมองรู้สึกไม่ถูกชะตาไอ้หมอนี่ แล้วถอยกลับออกไปรายงานพ่อที่บ้านว่า
"ร้อยวันพันปีผมไม่เคยเห็นผู้ชายหน้าไหนโผล่มาหายัยจี๊ดถึงนี่ ก็คงจะมันนั่นล่ะที่ทำให้ยัยจี๊ดปฏิเสธคุณไกรภพ"
"มันเป็นใคร" สิ้นเสียงเครียดๆของพิศาล อัจจิมาก็เดินนำพฤกษ์เข้ามาพอดี
"พ่อคะ จี๊ดพาเพื่อนมาสวัสดีพ่อค่ะ คุณพฤกษ์คะ นี่พ่อของจี๊ด แล้วนั่นก็พี่ศิลา พี่ชายของจี๊ดค่ะ"
พฤกษ์ยกมือไหว้ทั้งคู่อย่างสุภาพนอบน้อม...
ส่วนที่ฟาร์มอดิศวร บัดนี้อัคนีก็มีแขกมาหาเช่นกัน ซึ่งเขาก็คือปีใหม่กับใหญ่นั่นเอง
"แต่งที่ทะเล ฮันนีมูนบนภูเขา แล้วจะไปตกลูกกันที่ไหน" อัคนีถามยิ้มๆ แต่ปีใหม่เพื่อนซี้แทบกรี๊ดใส่
"คนนะไม่ใช่วัว...ฉันจะมีลูกที่ไหน ทำมาหากินอะไร มันไม่สำคัญเท่ากับนายจะลงเอยกับคุณจี๊ดเมื่อไหร่"
"ไม่รีบ คุยกันรู้เรื่อง"
"รีบหน่อยก็ดีนะครับ เพราะตอนนี้มีคนที่คุณจี๊ดอาจจะรู้สึกว่าคุยกันรู้เรื่องมากกว่าคุณไฟตามมาประกบเป็นขนมปังทาแยมอยู่ครับ"
"อย่ารน อย่าร้อน อย่าหึง อย่าหวง หายใจลึกลึ้กกกกก... แล้วเปิดรูหูให้กว้าง ตอนนี้ผู้ชายที่หล่อ สะอาด สุภาพ แสนดี ไฮโซ พูดจาไพเราะ ต่างกับนายราวฟ้ากับเหวได้ขึ้นมาอยู่ที่นี่แล้ว"
"คุณพฤกษ์" อัคนีเดาได้ถูกเผง...
ณ เวลานี้เอง พฤกษ์กำลังถูกพิศาลซักประวัติอย่างละเอียดยิบต่อหน้าศิลา
"พ่อแม่คุณเป็นใคร ทำมาหากินอะไร อยู่ที่ไหน มีพี่น้องกี่คน เรียนจบอะไรมา รู้จักกับยัยจี๊ดที่ไหน เมื่อไหร่"
พฤกษ์สะอึกอึ้ง แต่ก็พยายามเรียบเรียงคำตอบอย่างสุภาพอ่อนน้อม
"คุณพ่อคุณแม่ผมเสียชีวิตแล้วครับ ผมเป็นลูกชายคนเดียวของท่าน พอเรียนจบด้านการบริหารจัดการโรงแรมที่สวิตฯ ผมก็กลับมาสานต่อกิจการรีสอร์ตที่ท่านทำไว้ที่กระบี่ คุณจี๊ดเธอไปร่วมงานแต่งงานคุณปีใหม่กับคุณใหญ่ที่โรงแรมของผม ผมเลยได้รู้จักกับคุณจี๊ดที่นั่น ผมเองก็เป็นเพื่อนกับคู่บ่าวสาวเหมือนกันครับ"
"แล้วมาทำอะไรที่นี่"
"ผมขึ้นมาสำรวจเส้นทางทำทัวร์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติทั้งทะเล แล้วก็เดินป่าน่ะครับ ก็เลยถือโอกาสแวะมาเยี่ยมคุณจี๊ดและมาสวัสดีคุณพ่อกับคุณศิลาด้วย"
"ไม่ได้มาจีบน้องผม"
พฤกษ์อึกอักอย่างกลัวๆ ก็พอดีอัจจิมาเปลี่ยนชุดใหม่ เดินลงมาจากชั้นบน เธอถามพ่อว่าสัมภาษณ์กันเสร็จหรือยัง พิศาลพยักหน้าแทนคำตอบ เธอจึงรวบรัดตัดความว่า
"ถ้างั้นจี๊ดขออนุญาตออกไปกินข้าวกับคุณพฤกษ์เลยนะคะ"
"อย่ากลับให้มันดึกนักล่ะ"
อัจจิมารับคำ...พฤกษ์ยกมือไหว้พิศาลและศิลาก่อนจะแอบถอนใจโล่งอกขณะเดินออกมากับอัจจิมา
"ผู้ชายอะไรวะหน้างี้ใสยังกะตูดเด็ก บอบบางอย่างงี้ไม่เหมาะกับยัยจี๊ดหรอก" ศิลาบ่นตามหลัง
"ก็ถ้ายัยจี๊ดมันไม่ชอบพ่อไกรภพจะมาคบกับไอ้ผู้ดีนี่พ่อก็พอรับได้นะ อย่างน้อยมันก็มีชาติตระกูล มีฐานะ จะควงไปไหนก็ไม่อายใคร ถึงจะไม่ได้มีลูกเขยเป็นเจ้าเหมือนไอ้พวกอดิศวร แต่ก็รวยพอตัวล่ะวะ เจ้ากินแกลบสมัยนี้มีออกเกลื่อนไป"
พิศาลยิ้มหยันที่ได้เหยียดพวกอดิศวร ในขณะที่ศิลาค้านหัวชนฝาในใจ ยังไงไกรภพก็ดีกว่าวันยังค่ำ
ooooooo










