ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดวงใจอัคนี

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-คอมาดี้
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ซ่อนกลิ่น
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ปารดา กันตพัฒนกุล
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท โนพร็อบเบล็ม จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ณเดชน์ คูกิมิยะ,อุรัสยา เสเปอร์บันด์

ดวงใจอัคนี ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

อัคนี ทายาทแห่งตระกูลอดิศวร เป็นหนึ่งในฝาแฝดสี่คนของมนตรีกับสุพรรษา เขาได้รับมอบหมายจากบิดาให้ดูแลกิจการฟาร์มโคนมซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการหลายอย่างของครอบครัว ส่วนอัจจิมา ทายาทแห่งตระกูลพศวัต เป็นลูกสาวของพิศาล และเป็นน้องสาวของศิลา เธอนับเป็นคู่แข่งในทุกๆเรื่องกับอัคนีมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนที่ตัวจังหวัด ทั้งคู่ผลัดกันได้ที่หนึ่งที่สองเป็นประจำ แถมยังสอบติดคณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ เหมือนกันอีกด้วย

แต่สาเหตุหลักที่ทั้งคู่ไม่ถูกกันนั้นก็คือ การมีเรื่องบาดหมางกันระหว่างมนตรีกับพิศาลในอดีต เพราะทั้งคู่เกิดไปหลงรักสุพรรษา แถมยังชิงดีชิงเด่นกันในเชิงธุรกิจฟาร์มโคนมอีกด้วย แต่ในที่สุดมนตรีก็เป็นฝ่ายชนะใจได้สุพรรษาไปครองคู่ และธุรกิจต่างๆของมนตรีก็ใหญ่โตเจริญรุ่งเรืองเกินหน้าเกินตาของพิศาล ทำให้พิศาลเคียดแค้นมนตรีและไม่ขอญาติดีด้วย

พิศาลแต่งงานกับลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดและมีทายาทสองคน นั่นคือศิลากับอัจจิมา แต่เมื่อคลอดอัจจิมาออกมา ภรรยาของเขาก็มีอันต้องเสียชีวิตลง พิศาลจึงเป็นคนเลี้ยงดูลูกและได้ปลูกฝังให้ลูกๆทั้งสองคนเกลียดพวกอดิศวรเหมือนเขา

จากเรื่องราวส่วนตัวที่ชิงดีชิงเด่นกันตลอดมา และเรื่องในอดีตของพ่อแม่ ทำให้อัจจิมากับอัคนีกลายเป็นคู่แข่งทาง ธุรกิจกันเรื่อยมา หลังจากเขาและเธอได้รับมอบหมายจากบิดาให้บริหารงานในฟาร์มโคนมซึ่งมีอาณาบริเวณติดกัน รวมทั้งศิลาพี่ชายของอัจจิมาที่มีนิสัยนักเลงก็ชอบกลั่นแกล้งหาเรื่องอัคนีอยู่เนืองๆด้วยความเกลียดชังและหมั่นไส้

เป็นอันรู้กันว่าสองครอบครัวไม่ลงรอย แต่วันนี้ซึ่งเป็นวันแข่งรถ ATV ที่พี่หนูต่อ หรือเจ๊ต่อเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันขึ้นเป็นประจำทุกปี สองครอบครัวจำเป็นต้องมาเผชิญหน้าเพราะมีลูกๆลงแข่งขัน โดยอัคนีนึกว่าตนเองแข่งอยู่กับศิลา เหมือนเมื่อสองปีที่ผ่านมา แต่ที่แท้พอเปิดหมวกกันน็อกออกมาตอนรถวิ่งเข้าเส้นชัย กลับกลายเป็นอัจจิมาที่เอาชนะอัคนีไปได้ ทำให้อัคนีชวดรางวัลแชมป์สามสมัย ต้องอับอายขายหน้าที่พ่ายแพ้ให้แก่ผู้หญิงตัวเล็กๆ

แต่คนที่เสียหน้ามากที่สุดก็คือมนตรี ยิ่งพอเห็นพิศาลดีใจถึงขนาดจัดขบวนแห่ฉลองชัยชนะกลางตลาด แถมยังพูดจาเย้ยเยาะคนแพ้ปาวๆ มนตรีถึงกับทนไม่ไหว โต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดง ก่อนทั้งคู่จะชักปืนออกจากเอวเตรียมห้ำหั่น ใครๆห้ามก็ไม่ฟัง แต่พอสุพรรษาปรากฏตัว พูดไม่กี่คำ ทั้งคู่กลับจ๋อยสนิท ยอมแยกย้ายกันไปโดยดีด้วยความเกรงใจเธอ

ตกตอนบ่าย อัคนีที่ยังพลุ่งพล่านในใจเรื่องที่แข่งรถแพ้อัจจิมา ชายหนุ่มระบายอารมณ์ด้วยการควบม้าไปในฟาร์ม แล้วต้องไปหยุดกึกตรงเขตรั้วกันระหว่างฟาร์มอดิศวรกับฟาร์มพศวัต ที่บัดนี้มีถ้วยรางวัลชนะเลิศแชมป์แข่งรถ ATV ตั้งตระหง่านอยู่

อัจจิมาจงใจยั่วเย้ยอัคนี โดยเธอแอบสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปตอนอัคนีใช้มือดันถ้วยรางวัลของเธอจนหล่นลงพื้นกระทบก้อนหินเสียงดัง อัคนีตกใจเหมือนกัน แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะทำไม่รู้ไม่ชี้เดินหนีออกมา ทันใดอัจจิมาก็พุ่งออกมาจากที่ซ่อนแล้วส่งเสียงแหวขึ้นทันที

"ทำผิดแล้วคิดจะหนีเหรอนายไฟ"

อัคนีชะงักหันกลับไปหาหญิงสาวแล้วแกล้งตีหน้างงๆ ทำไก๋ว่าตัวเองทำผิดอะไร?

"ก็ที่นายเขวี้ยงถ้วยรางวัลฉันหล่นไปโดนหินนี่ไง เห็นมั้ย...บุบเลย"

"ขอแก้ข้อกล่าวหาหน่อยนะ หนึ่ง ฉันไม่ได้เขวี้ยง แค่เอานิ้วค่อยๆเขี่ยมันออกไปให้พ้นแนวรั้วซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของฉัน สอง การที่ถ้วยของเธอหล่นโครมลงไป อันนี้โทษฉันไม่ได้ ต้องโทษธรรมชาติโน่นเพราะมันคือแรงโน้มถ่วงของโลก และสาม ก้อนหินที่ทำให้ถ้วยเธอบุบ มันไม่ได้อยู่ในเขตของฉัน แต่มันอยู่ในพื้นที่ของเธอ เพราะฉะนั้นจะมาโทษกันสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เข้าใจนะ ไปล่ะ"

อัคนีตะเบ๊ะให้อัจจิมาด้วยลีลากวนโอ๊ย ก่อนจะขยับเดินออกมา อัจจิมามีหรือจะปล่อยเขาไปง่ายๆ เธอวางถ้วยรางวัลไว้บนแนวรั้วก่อนจะกระโดดปีนข้ามรั้วเข้ามาในเขตฟาร์มของอัคนีแล้ววิ่งตามไปดักหน้าเขาไว้ด้วยท่าทีขึงขังเอาเรื่อง

แล้วทั้งคู่ก็ทุ่มเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร ขนาดอัจจิมามีคลิปเป็นหลักฐาน อัคนีก็ยังเถียงข้างๆคูๆ แถมยังแกล้งก้มหน้ามาดูคลิปจนปากแทบจะชนปากอัจจิมา พลันเสียงแหลมๆของสาวมิลค์ก็ดังแหวกอากาศขึ้นมา ทำเอาทั้งคู่ ผงะผละออกจากกันทันทีทันใด

มิลค์มาในชุดสุดเซ็กซี่ ถือกล่องของขวัญเข้ามามองหา และตะโกนเรียกอัคนีเสียงหวานแหลมชวนขนลุก

"มาแล้ว ยาหยีอกดินระเบิดของนาย ทำไมไม่ใส่แค่ รองเท้ากับหมวกมาก็ไม่รู้" อัจจิมาพูดพร้อมดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าแล้วเช็ดที่ปากอัคนีอย่างแรง "เอ้า ระวังน้ำลายจะฟูมปากซะก่อน"

"อิจฉาล่ะสิ เฮ้อ พระพรหมท่านก็ช่างลำเอียงซะจริ๊ง บางคนก็มีทั้งนั่นทั้งนี่อวบอิ่มน่าม้องน่ามอง แต่บางคนก็เกิดมาแบบแห้งแล้วเหี่ยวอีก อย่างเงี้ยกล้วยทับเรียกพี่"

อัคนีแกล้งมองต่ำไปที่หน้าอกของเธอ อัจจิมาโมโหสุดขีดร้องกรี๊ดพร้อมกับปาผ้าเช็ดหน้าใส่หน้าเขา ตามด้วยกระทืบเท้าอีกทีก่อนจะเดินจ้ำออกไป  อัคนีเจ็บถึงร้องจ๊าก ก้มลงมองเท้าตัวเอง และพบว่าผ้าเช็ดหน้าของหญิงสาวตกอยู่กับพื้น

อัคนีกำลังจะหลบมิลค์ตามไปตอแยอัจจิมาอีก แต่มิลค์ ก็หูตาไวจนเขาหนีไม่รอด มิลค์นำของขวัญส่งมอบให้อัคนี ซึ่งก็คือถ้วยรางวัลชนะเลิศแชมป์ ATV ประจำปีนี้และตลอดไป ที่เธอตั้งใจทำขึ้นเพื่ออัคนีโดยเฉพาะ อัจจิมาแอบมองมาจากเขตฟาร์มของตัวเองด้วยความหมั่นไส้ โดยเฉพาะมิลค์ที่กรี๊ดกร๊าดถึงเนื้อถึงตัวอัคนีอย่างไม่อายฟ้าดิน

กลับเข้ามาที่ฟาร์มตัวเอง อัจจิมายังอดคิดแค้นอัคนีไม่ได้ หาว่าเขาลามก บ้ากาม ชอบผู้หญิงหน้าอกโตๆ มาเรียกเธอว่ากล้วยทับ ทั้งที่เธอก็ไม่ได้ด้อยกว่ายายมิลค์คัพ E นั่น ซะหน่อย

ขณะอัจจิมาเชิดหน้าแอ่นอกโพสท่าไปมาพร้อมสร้างจินตนาการว่าตัวเองอกเด้งปานภูเขาไฟ พลันเสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นจนเธอสะดุ้งหมดมู้ดไปเลย

"แอ่นเข้าไป มันคงใหญ่ขึ้นสักวันนะแก"

"ไอ้ใหญ่...มาได้ยังไงเนี่ย" อัจจิมาอุทานเรียกเพื่อนสนิทด้วยความประหลาดใจ

ขณะเดียวกันนั้น ที่ฟาร์มของอัคนี ศักดิ์วิ่งหน้าเริด มาร้องเรียกคุณไฟดังลั่นราวกับมีเหตุด่วนเหตุร้าย ทั้งที่แค่มีผู้หญิงสาวสวยมาหาเขาถึงบ้านก็เท่านั้น...

ด้านอัจจิมา หลังพูดคุยกับใหญ่ว่าด้วยธุระสำคัญของเขา เธอก็มีสีหน้าอึดอัดยุ่งยากใจขึ้นมาทันที

"ฉันนึกแล้วว่าคนอย่างแก ถ้าไม่มีเรื่องไม่มีวันโผล่หน้ามาเยี่ยมฉันถึงนี่หรอก"

"แล้วแกไม่ดีใจเหรอ ที่ฉันมีเรื่องดีๆแล้วนึกถึงแกน่ะ"

"ฉันรู้ก็แต่เรื่องวัวกับนม เรื่องงานพรีซ้งพรีเซนต์อะไรฉันทำเป็นที่ไหน ทำไมแกไม่ไปจ้างบริษัทที่เขารับจัดงานพวกนี้โดยตรงเลยวะ"

"มันไม่ใช่งานเลี้ยงใหญ่โตอะไร ฉันก็อยากเชิญแค่เพื่อนสนิทมาร่วมงานเท่านั้น แกเป็นเพื่อนรักของฉัน เสียสละเวลานิดๆหน่อยๆทำอะไรเพื่อเพื่อนไม่ได้รึไงว้า"

"แกก็รู้ว่างานในฟาร์มมันยุ่งจะตาย แล้วฉันก็ต้องเข้ามาดูแลทุกวัน"

"นี่แกทำยังกับว่าแกไม่มีพ่อ ไม่มีพี่ชายงั้นแหละ ลางานสักสองสามวัน วัวแกคงไม่เฉาตายหรอกมั้ง แซยิดแม่ฉันทั้งทีนะเว้ย แกจะไม่หืออือ ไม่ช่วยจัดแจงอะไรให้อดีตว่าที่แม่สามีเลยเหรอ นะจ๊ะ อดีตที่รัก ช่วยใหญ่เถอะนะจี๊ดนะ ใหญ่ขอร้อง"

ใหญ่เข้ามาโอบและเอียงหัวซบประจบอัจจิมาด้วยอาการเคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู แต่อีกฝ่ายกลับถอนใจดังเฮือกอย่างปฏิเสธไม่ออก

ฟากอัคนี เขาแทบสำลักน้ำหวานที่กำลังดื่ม หลังได้ยินปีใหม่เพื่อนสาวสุดสวยมาไหว้วานให้เขาไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ที

"แล้วเจ้าบ่าวเธอไม่มีเพื่อนเลยรึไง ทำไมต้องเป็นฉัน"

"มี แต่ฉันเจาะจงเลือกนาย เพราะนายเป็นเพื่อนรักของฉัน แล้วนายก็เคยสัญญากับฉันว่าถ้าฉันแต่งงานเมื่อไหร่ นายจะทุ่มกายถวายตัวทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันได้แปรสภาพจากนางสาวไปเป็นนางอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด"

"ช่วงนี้งานที่ฟาร์มกำลังยุ่งซะด้วย"

"แล้วไง นายมีทางเลือกอยู่สองทาง หนึ่ง ไปทำหน้าที่เพื่อนให้เจ้าบ่าวของฉัน หรือสอง เป็นเจ้าบ่าวให้ฉันเสียเอง เลือกเอานะจ๊ะเพื่อน" ปีใหม่ลุกขึ้นมาจุ๊บแก้มอัคนี แล้วเดินออกไปจิบน้ำส้มชมนกชมไม้อย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้อัคนีนั่งหน้าเครียดคิดหนักอยู่คนเดียว

ตกค่ำร่วมวงอาหารกับครอบครัว อัคนีตัดสินใจขออนุญาตพ่อกับแม่ว่าวันจันทร์หน้าตนขอไปกระบี่สักสองสามวัน...พ่อแม่ยังไม่ทันจะว่ากระไร ปฐพีก็สวนขึ้นทันควันว่า

"ไปทำไม บ้านเราจะมีงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ให้คนงาน นายจะไม่อยู่เหรอ"

"ก็ยัยปีใหม่น่ะสิ มันจะแต่งงาน แล้วก็ดันอยากจะแต่งวันปีใหม่ จะได้ตรงกับวันเกิดตัวเองซะงั้น"

"เออดี วันเกิดวันแต่งวันเดียวกัน จะได้ฉลองพร้อมๆกันซะทีเดียว" วายุภัคเอ่ยยิ้มๆ

"แล้วเราล่ะเจ้าไฟ เมื่อไหร่จะแต่งกับเขามั่ง"

"ใกล้แล้วครับพ่อ เที่ยวนี้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เที่ยวหน้าได้เป็นเจ้าบ่าวเองแน่ ก็ว่าที่เจ้าสาวฝากรักมาแล้วนี่ครับ หมัดเดียวเล่นเอาแดงม่วงเป็นหมีแพนด้า"

คำตอบของวายุภัคทำเอาทุกคนหัวเราะกันครืน อัคนีทั้งอายทั้งไม่พอใจโวยวายใหญ่

"โอ๊ย...ไม่เอาหรอก แม่นั่นไม่ใช่สเปกฉันซะหน่อย ฉันยอมอยู่กับวัวจนแก่ตายดีกว่าต้องแต่งงานกับผู้หญิงอย่างยัยจี๊ด"

ฉับพลันทันใด อัจจิมาหรือจี๊ดที่บ้านก็จามขึ้นมาอย่างรุนแรง ให้สงสัยว่าใครนินทา เธอเดินบ่นไปเปิดตู้เสื้อผ้าคัดสรรชุดที่จะใส่ไปร่วมงานบ้านเพื่อนรัก แล้วก็ต้องหนักใจเพราะมีแต่กางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ้ตทั้งนั้น

"เฮ้อ ไอ้ใหญ่นะไอ้ใหญ่ หาเรื่องให้ฉันต้องหากระโปรงมาใส่จนได้" พูดไปแล้วเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ หญิงสาวเปลี่ยนความคิดได้ในเสี้ยววินาที "ดีเหมือนกัน จะได้ลบคำสบประมาทคนบางคน"

จากนั้นภาพความคิดในจินตนาการของเธอก็ผุดขึ้นมาอย่างเพริดแพร้ว อัจจิมาในชุดกระโปรงเกาะอกพลิ้วบางเบาลายดอกไม้แสนหวานเดินกรีดกรายสวยสง่าราวกับนางงามจักรวาล อัคนีเห็นเข้าถึงกับอ้าปากค้างราวกับเห็นนางฟ้านางสวรรค์ แต่เธอกลับเชิดเมินหนีอย่างไม่สนใจ

จินตนาการมาถึงตรงนี้ อัจจิมาถึงกับยิ้มร่าถูกใจ คาดหวังว่าเหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้นแน่

ooooooo

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น อัจจิมาก็มุ่งหน้าไปในตลาดเพื่อเลือกสรรเสื้อผ้าที่ตนต้องการ แต่ขณะที่เธอเอารถเข้าจอดในที่ว่างหน้าอาคารพาณิชย์ โดยไม่ทันเห็นว่ารถของอัคนีจ่อมาก่อน เท่านั้นเองเลยเป็นเรื่องขึ้นมาอีกระหว่างเธอกับเขา

อัคนีมาพร้อมศักดิ์ พอถูกอัจจิมาเสียบรถตัดหน้าไปแบบนี้ อัคนีมีหรือจะยอม เขารีบลงจากรถมาเคาะกระจกรถอัจจิมาด้วยความไม่พอใจ อัจจิมาโกรธจี๊ด เปิดประตูรถลงมาทันที

"นี่ มาทุบกระจกรถฉันทำไม ถ้ารถของฉันมีรอยขีดข่วนแม้ปลายเล็บ นายต้องรับผิดชอบ"

"มันจะไม่ใช่แค่ขีดข่วน แต่ฉันจะทุบให้พังทั้งคัน ถ้าเธอไม่ขับมันถอยออกไป"

"ฉันกลัวนายตายล่ะ อีกอย่าง ทำไมฉันต้องถอยในเมื่อฉันเห็นที่จอดนี่ก่อน"

"มั่วนิ่มได้แต่ให้มันเนียนกว่านี้หน่อย  กรุณาแหกตาดูซิว่าหน้ารถใครที่ทิ่มเข้ามาที่จอดนี่มากกว่ากัน"

อัจจิมาหันไปมองก็พบว่าหน้ารถอัคนีทิ่มเข้ามาในที่จอดมากกว่าตัวเองจริงๆ แต่เธอหมั่นไส้ท่าทีเย้ยๆ และรอยยิ้มเยาะๆของเขา เลยดึงดันไม่ยอม

"ฉันจะจอดตรงนี้ มีปัญหาอะไรมั้ยนายไฟ"

"ไฟขาไม่มี...แต่ฉันมี" มิลค์ส่งเสียงแหลมปี๊ดขึ้นมาจนคู่กรณีหันขวับไปมอง

"เกี่ยวอะไรกับเธอ" อัจจิมาตวัดเสียงใส่

"กรุณาเงยขึ้นไปมองป้ายที่อยู่บนหัวดูสิยะว่านี่มันหน้าร้านใคร"

อัจจิมาสะอึก เพิ่งเห็นว่าตัวเองจอดรถอยู่หน้าร้านเสริมสวยของมิลค์

"คนเป็นแฟนเขาจะไปมาหาสู่กันแล้วเธอมาจุ้นจ้านอะไรด้วย ฉันเห็นเธอตามตอแยไฟขาหลายครั้งแล้วนะ หรือว่าเธอแอบชอบแฟนฉัน"

"อ๊ะ ถ้าคนไม่รักไม่ชอบแล้วจะตามตอแยให้เสียเวลาทำไม กอดแฟนเธอไว้ให้แน่น อย่าเผลอก็แล้วกัน เผลอเมื่อไหร่ฉันเสียบเมื่อนั้น ฉันเตือนเธอแล้วนะ" อัจจิมาส่งยิ้มยียวนให้มิลค์ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ มิลค์แค้นดีดดิ้นเป็นไส้เดือนโดนน้ำร้อน ฟ้องอัคนีว่ายัยโคบาลนั่นมันประกาศจะแย่งเขาไปจากเธอ เธอไม่ย้อมไม่ยอม

อารามโมโห มิลค์ดีดดิ้นไม่ดูตาม้าตาเรือ โผกอดศักดิ์แน่นคิดว่าเป็นอัคนี พอรู้ตัวเลยโดดผลุงถอยห่าง ทั้งด่าศักดิ์ว่าไอ้บ้า เจ้านายแกหายไปไหน

"ตัวไม่อยู่ อยู่แต่กุญแจรถ นี่ไงครับ" ศักดิ์ยิ้มแฉ่งยื่นกุญแจมาตรงหน้า มิลค์ผงะถอยห่างไปอีก พลางชะเง้อชะแง้แลหาอัคนี แต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของชายหนุ่ม เลยกรี๊ดใส่หน้าศักดิ์ ก่อนเดินกระฟัดกระเฟียดคันเนื้อคันตัวกลับเข้าร้าน

"เห็นเราเป็นเห็บหมาหมัดหนูไปได้ เฮ้อ มีตาแต่ไม่มีแววจริงๆเลยคุณมิลค์" ศักดิ์เปรยเบาๆอย่างสุดเซ็ง

ที่ร้านเสื้อผ้าหรูหราของพี่หนูต่อ อัจจิมาเพิ่งก้าวเข้ามา เพียงเห็นหน้าลูกค้าคนนี้  พี่หนูต่อก็ละมือจากสมุดงานยิ้มร่ามาหาโดยทันที

"ซาหวัดดีค่าน้องหนูจี๊ด วันนี้มาสอยเสื้อเชิ้ตหรือกางเกงยีนส์ค้า" พี่หนูต่อจีบปากดัดจริตประสากะเทยเต็มขั้น

"มาตัดกระโปรงค่ะ"

"กระโปรง? อ้อ กระโปรงยีนส์ยาวอเนกประสงค์แบบรีดนมวัวก็ได้ ขี่ม้าก็เท่ชิมิคะ"

"ไม่ใช่กระโปรงใส่ทำงานค่ะ กระโปรงใส่ไปงานปาร์ตี้ค่ะพี่หนูต่อ แต่จี๊ดไม่เอาประเภทคอลึก แหวกขา ผ่าโน่นปาดนี่หรือว่าสั้นจู๊ดนะคะ  ประเภทเกาะอกหรือสายเดี่ยวไส้ไก่  ไส้สปาเกตตีอะไร จี๊ดไม่เอาทั้งนั้น"

"ถ้างั้นพี่หนูต่อว่าเอาผ้าพันตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าเป็นมัมมี่ไปเลยดีไหมคะ ไปงานปาร์ตี้ทั้งที มีอะไรดีมันก็ต้องล้วงต้องควักออกมาโชว์สิค้า"

"ก็เพราะไม่มีอะไรดีสิครับ ถึงไม่มีอะไรให้ล้วงให้ควักให้โชว์"

เสียงคุ้นๆของใครคนหนึ่งดังขึ้น อัจจิมาหันขวับไปยังที่มาของเสียง ปรากฏว่าเป็นอัคนีที่กำลังเลือกตัวอย่างผ้าตัดสูทอยู่ที่โซฟามุมหนึ่ง

"นายไฟ!!" อัจจิมาแยกเขี้ยวฮึ่มใส่ อัคนีกลัวซะที่ไหน กลับยักคิ้วหลิ่วตาท้าทาย

"กล้าๆหน่อย"

อัจจิมาเดือดปุด หันไปหาพี่หนูต่อ สั่งเฉียบขาด

"ขอเป็นแขนไส้ไก่ไส้เป็ดหรือไส้อะไรก็ได้ที่มันบางที่สุด แล้วคอก็คว้านลึก เอาเป็นเกาะอกมาเลยก็ได้ค่ะ ชายกระโปรงก็ตัดสั้นเหนือเข่าขึ้นมาสักคืบ เอ้า...สองคืบเลยแล้วกัน"

"เปลี่ยนคอนเซปต์กันเห็นๆเลยนะคะ"

"ค่ะ แต่ถ้าพี่หนูต่ออยากทำกระโปรงยาว จี๊ดก็ขอเลือกแบบผ่าๆแหวกๆนะคะ เอาแบบที่ถ้าต้องวิ่งกระโดดข้ามรั้ว กระโปรงก็ไม่ขาดน่ะค่ะ"

"เอางั้นเลยนะคะ"

"ค่ะ" เธอตอบหนักแน่น ชายตาไปหาอัคนี ทำนองว่าตนเองแน่ไหม...อัคนีทำพยักหน้าให้อย่างทึ่งๆ ก่อนจะหันกลับมามองตัวอย่างผ้าในมือ แล้วแอบหัวเราะขำหญิงสาวที่ยั่วยุขึ้นจริงๆ

อีกครู่ต่อมา พี่หนูต่อก็ตามออกมาส่งลูกค้าทั้งสองที่หน้าร้าน พร้อมกำกับทิศทางให้เบ็ดเสร็จ

"แล้วพี่หนูต่อจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จตามเวลานะคะ ไม่ต้องห่วง เอ่อ เดี๋ยวเดินแยกกลับกันคนละทาง น้องไฟไปซ้าย หนูจี๊ดไปทางขวาดีมั้ยคะ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องกันน่ะค่ะ"

"ครับ ผมก็ไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิงนักหรอก" ว่าแล้วอัคนีก็เดินแยกออกไปทางซ้ายทันที

"เรื่องชุด รับรองค่ะว่าน้องหนูจี๊ดจะต้องเริ่ดและเซ็กซี่ที่สุดในงานค่ะ พี่หนูต่อแก่แร้นที...ขอตัวไปปล่อยของก่อนนะคะ ตอนนี้ไอเดียมันพุ่งปี๊ดๆเลยค่ะ"

พี่หนูต่อโบกมือบ๊ายบายให้อัจจิมา ก่อนจะเดินกลับเข้าร้าน...แทนที่อัจจิมาจะแยกไปทางขวา เธอกลับเดินจ้ำตามอัคนีไปทางซ้าย ส่งเสียงเรียกเขาโหวกเหวกก่อนปรี่ไปถึงตัว

"เดี๋ยว นายไฟ ที่นายตามมาที่นี่เพื่อจะยั่วประสาทฉันใช่มั้ย"

"ใครตามเธอ ฉันมาทำธุระของฉัน เธอต่างหากที่ตามเข้ามาในร้านพี่หนูต่อทีหลัง แล้วตอนนี้ยังตามมาหาเรื่องฉันอีก"

"ก็ถ้านายไม่พูดยั่วโมโหฉัน ฉันก็ไม่เสียเวลามาเสวนากับนายหรอก"

"ไม่ได้ยั่วโมโห แค่พูดความจริง ก็เธอไม่มีอะไรให้โชว์จริงๆนี่"

"นายไฟ!"

"เราอย่ามาทะเลาะกันเรื่องนี้เลย ทะเลาะไปก็ใช่ว่าอะไรๆของเธอมันจะใหญ่ตู้มต้ามขึ้นมาได้ เฮ้อ อยู่แถวนี้มันเหี่ยวๆฝ่อๆยังไงก็ไม่รู้ ไปหาอะไรที่มันเจริญหูเจริญตาทำดีกว่า ไปนะ"

อัคนีเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางแตะปากแล้วส่งจูบให้อัจจิมา ก่อนจะยิ้มกวนๆออกไป อัจจิมาโกรธจัด ลมออกหู เดินหันหลังกลับเหมือนจะไปคนละทาง แต่แล้วสักครู่หญิงสาวก็ชะงักหันกลับมามองตามหลังอัคนีตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

อัคนีเดินมาตามย่านอาคารพาณิชย์อีกล็อก อัจจิมาสะกดรอยตามหลังเขามาห่างๆ แน่ใจว่าเขาต้องกลับมาหามิลค์ แต่เปล่าเลย เขากลับหลบหลีกหนีมิลค์ โดยใช้ศักดิ์เป็นตัวช่วย แล้วผลุบหายไปโดยที่มิลค์ไม่ทันเห็น ได้แต่ร้องร่ำหาสลับกับโวยวายด่าศักดิ์ แถมทุบตีและตบหน้า เมื่อศักดิ์พลาดเผลอถูกเนื้อต้องตัวเธอเข้า

"เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับลูกสาวกำนันทอง" มิลค์ปัดมือไปมาหลังตบศักดิ์จนล้มคะมำไปกองกับพื้น ศักดิ์มึนแทบลุกไม่ขึ้น ใบหน้าเป็นปื้นแดงอย่างเด่นชัด อัจจิมาแอบมองมาอย่างขำๆ แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมอัคนีต้องหนีมิลค์ไป

ด้วยความสงสัยทำให้อัจจิมาแฝงตัวตามอัคนีไปอีก จนกระทั่งไปถึงโรงพยาบาลประสาท นึกเอะใจว่าเขาจะมาเช็กประสาท แต่ที่ไหนได้ เขากลับมุ่งตรงไปทักพยาบาลหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ทั้งคู่พูดคุยกันอย่างสนิทสนมก่อนจะพากันเดินหายลับเข้าไปในตัวตึก

"ที่แท้ก็แอบมามีอะไรที่จะเจริญหูเจริญตาอยู่นี่เอง" อัจจิมาพึมพำในลำคอ รู้สึกขัดหูขัดตาและขัดใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน อัคนีแวะไปที่ร้านป๋องนมสด สั่งนมเย็นมากิน...แทนที่จะเป็นเฮียป๋องเอามาเสิร์ฟ กลับเป็นสาวมิลค์ที่จงใจยกมาด้วยลีลายั่วยวนชวนสยิว

"เซอร์ไพรส์ นึกแล้วเชียวว่าไฟขาต้องแวะมาที่นี่ นี่ค่ะนมเย็นเสิร์ฟโดยน้องมิลค์ผู้เร่าร้อน"

ว่าแล้วมิลค์ก็เต้นยั่วไปตามจังหวะเพลงแดนซ์ที่เปิดอยู่ในร้าน ก่อนจะก้มลงเสิร์ฟนมเย็นแทบถึงปากอัคนี ศิลาโผล่เข้ามาพร้อมสองสมุน สิงห์กับจัน พอเห็นลีลาเด็ดๆของมิลค์ ศิลาถึงกับตบมือดังสนั่น พร้อมส่งสายตากวนๆใส่อัคนี แล้วพูดจาหาเรื่องอย่างโจ่งแจ้ง ทำให้อัคนีต้องต่อกร โดยมีมิลค์เป็นลูกคู่เข้าข้างสุดฤทธิ์

เมื่อเรื่องราวบานปลายกลายเป็นจะวางมวย เฮียป๋องกลัวร้านพังจึงจัดที่ทางให้ออกไปชกกันนอกร้าน มิลค์ดีดดิ้นดีใจสุดๆ เข้าใจไปเองว่าที่พวกผู้ชายมาชกกันเพราะแย่งเธอ ศิลากับอัคนีแลกหมัดกันไปมา ผลัดกันรุกผลัดกันรับ จนที่สุดศิลาเป็นฝ่ายพลาดท่าถูกอัคนีอัดลงนอนจุกกับพื้นในสภาพเลือดกำเดาไหลออกจมูกและปาก

อัจจิมาแบกถังนมเข้ามาส่ง พอเห็นเหตุการณ์ก็รีบวางถังแล้ววิ่งไปผลักอกอัคนีอย่างแค้นจัด ต่อว่าเขาทำร้ายพี่ชายเธอทำไม

"ไม่มีใครทำร้ายใครหรอกครับหนูจี๊ด ทั้งคู่สมัครใจสู้กันตามกติกาครับ" เฮียป๋องชี้แจง...มิลค์ขยับเข้ามาแอ่นอกออกรับแทนอัคนีทันที

"ใช่ ในเมื่อพี่ชายเธอมาลวนลามฉันก่อน ไฟขาก็ต้องลุกขึ้นมาปกป้องผู้หญิงที่เขารัก แล้วมันผิดตรงไหน"

"ผู้หญิงที่เขารักเหรอ เธอนี่น่าสงสารจังเลยนะมิลค์"

"มาสงสารฉันเรื่องอะไร"

"ก็เธอเป็นผู้หญิงที่เขารักคนที่เท่าไหร่ล่ะ คิดเหรอว่านายไฟจะมีเธอแค่คนเดียว"

"ในชีวิตฉัน นอกจากแม่กับน้ำแล้ว ฉันรักผู้หญิงอีกแค่คนเดียวเท่านั้น"

"ซึ่งก็คือฉัน" มิลค์ขานรับหน้าระรื่น

"งั้นเหรอ แต่ที่ฉันรู้ฉันเห็น มันไม่ใช่แค่คนเดียวนี่" อัจจิมาวางระเบิดใส่อัคนี แล้วหันกลับไปหาศิลาที่ถูกสิงห์กับจันหิ้วปีกขึ้นมาจากพื้นเรียบร้อยแล้ว "สิงห์ จัน พาพี่ศิลากลับไปที่รถ"

ศิลาสะบัดมือออกจากสมุน แล้ววางท่าโอหังใส่อัคนี

"มึงกับกูยังมีเรื่องต้องสะสางกันอีกเยอะ" ฝากคำอาฆาตเสร็จเขาก็ขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างกวนๆ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับน้องสาวและสมุนทั้งสอง...อัคนีมองตามคนในตระกูลพศวัตไปอย่างเจ็บแค้น

ooooooo

ตอนที่ 2

ศิลาแอบเปิดกระท่อมร้างเป็นบ่อนพนันโดยที่บิดาและน้องสาวไม่รู้ ซึ่งนักพนันส่วนใหญ่ก็เป็นคนงานทั้งในไร่และละแวกใกล้เคียง ในจำนวนนี้มีเพิ่มที่กำลังเป็นหนี้ศิลาอยู่แปดพันบาท เมื่อศิลาคาดคั้นข่มขู่ให้เพิ่มเอาเงินมาใช้ เพิ่มขอผัดผ่อนเพราะยังไม่มีจะให้ ศิลาโมโหทำท่าจะเล่นงานเพิ่มให้น่วม แต่แล้วฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงให้เพิ่มช่วยจัดการให้เป็นการแลกเปลี่ยน

ตกดึก ศักดิ์แตกตื่นมาเรียกอัคนีที่บ้าน บอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว  สุพรรษากำลังคุยอยู่กับอัคนีพลอยตกใจไปด้วย อัคนีรีบตามศักดิ์ไปและพบว่าน้องอั้มวัวตัวเมียกำลังเจ็บปวดทรมาน โดยมีเข้มหัวหน้าคนงานในฟาร์มพยายามเยียวยาอยู่

"เกิดอะไรขึ้น" อัคนีถามอย่างร้อนรน

"ผมไม่ทราบเหมือนกันครับนาย ตอนกลางวันก็ยังเห็นมันดีๆอยู่ พอตกค่ำจู่ๆมันก็อ้าปากหายใจแรง มีน้ำมูกไหลแล้วก็กัดฟันเหมือนเจ็บปวดทรมานอะไรสักอย่าง ที่สำคัญเมื่อกี้มันถ่ายเหลวแล้วก็มีกลิ่นแรงมากด้วยครับ"

อัคนีเอะใจ กดมือลงบริเวณเหนือไหล่ของวัว วัวสะดุ้งและกัดฟันอย่างแรงจนอัคนีต้องรีบถอนมือออกมา

"น้องอั้มเป็นอะไรครับคุณไฟ"

"น่าจะกลืนโลหะบางอย่างเข้าไป"

"มันจะเป็นไปได้ยังไงครับนาย อาหารที่ใช้เลี้ยงวัวเราคัดอย่างดี ก่อนจะเอาให้กินก็มีแผ่นแม่เหล็กตรวจจับอย่างละเอียด มันจะมีเศษโลหะปนเปื้อนไปได้ยังไง แล้วนี่เราจะทำยังไงดีครับ เอาสารละลายแคลเซียมให้กินก่อนดีมั้ยครับนาย"

"ไม่ได้ มันจะยิ่งไปเร่งให้โลหะทิ่มผนังกระเพาะเร็วขึ้น แล้วไปทำให้อวัยวะอื่นเสียหายได้ นายรีบไปรับหมอนทีมาที่นี่ดีกว่าเข้ม บอกหมอว่าวัวของเรากลืนโลหะเข้าไป"

เข้มรับคำแล้วรีบวิ่งออกไปทันที ขณะที่ศักดิ์ยังสงสัยไม่หาย

"ถ้ามันมีโลหะปนเปื้อนอยู่ในอาหารจริง ทำไมวัวตัวอื่นถึงไม่มีอาการล่ะครับ ทำไมต้องจำเพาะเจาะจงเป็นแค่น้องอั้มตัวเดียว"

"ก็เพราะมันมีคนเจาะจงให้มันเป็นแค่น้องอั้มตัวเดียวน่ะสิ"

ศักดิ์หันมามองอัคนีปราดเดียว ก็รู้ว่าเจ้านายกำลังเดือดพล่านอยู่ในใจ แล้วอีกครู่ต่อมา ทั้งลูกพี่ลูกน้องก็เตรียมพร้อมเหมือนจะไปออกรบ แต่สุพรรษากับมนตรีตามมาเจอเสียก่อน อัคนีบอกพ่อแม่ว่าตนจะไปคิดบัญชีกับศิลา มั่นใจว่าต้องเป็นมันแน่ๆที่ทำร้ายน้องอั้มวัวตัวเก่งของตน

"ทำไมไฟถึงคิดว่าเป็นเขา"

"ก็วันนี้มันมาหาเรื่องคุณไฟ แต่โดนคุณไฟอัดกลับไปซะน่วม มันเลยแค้นใจเอาอะไรไม่รู้มาให้น้องอั้มกินเพื่อจะแก้แค้นคุณไฟครับนาย" ศักดิ์อธิบาย แต่แล้วก็หน้าจ๋อยคอตก ตอบอ้อมแอ้มว่าเปล่า เมื่อสุพรรษาถามว่าศักดิ์อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเหรอ

"แล้วไฟล่ะ มีหลักฐานอะไรที่ทำให้เรามั่นใจว่าเขาเป็นคนทำ"

"ก็มันเป็นพวกหมาลอบกัด"

"นั่นมันไม่พอที่จะสรุปว่าเขาเป็นคนก่อเรื่องนะไฟ ไฟจะเอาผิดกับใครก็ต้องมีหลักฐานมัดตัวเขา ถ้าไม่มีหลักฐาน สิ่งที่ไฟคิดมันก็เป็นเพียงแค่การสันนิษฐาน ดีไม่ดีเขาจะหาว่าเราไปปรักปรำเขาเอาด้วย"

"แต่แม่ครับ ผมรู้ว่ามันเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากไอ้ศิลา"

"ที่แม่เขาพูดมาทั้งหมดมันถูกต้องแล้วเจ้าไฟ อย่าไปเอาเรื่องใครตอนที่เรายังร้อน มันมีแต่จะเสียเปรียบ เข้าใจมั้ยลูก"

ศักดิ์ยืนเหี่ยว อัคนีได้แต่อึดอัดกระฟัดกระเฟียดเจ็บใจที่รู้ทั้งรู้ว่าใครทำ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ขณะเดียวกันนั้นที่บ้านพิศาล ศิลากับสมุนอีกสองไม่ยอมไปหลับไปนอน พิศาลก็พลอยเป็นไปด้วย กลัวว่าพวกไร่อดิศวรจะบุกมาจริงอย่างที่ศิลาคาดการณ์ 

"ทำไมพี่ถึงมั่นใจนักว่านายไฟจะบุกมาที่นี่" อัจจิมาสงสัย

"ก็มันมีเรื่องกับฉัน แกก็เห็นนี่ว่ามันต่อยเตะฉันซะบวมปูด"

"ก็แสดงว่าเขาชนะพี่ไปแล้ว แล้วเขาจะบุกมาแก้แค้นพี่อีกทำไม"

"ถูก" จันขานรับทันที เลยโดนศิลายันโครมซะแทบจุก

"แกจะมาถามหาเหตุผลอะไรกับพวกอดิศวรรังสรรค์ ไอ้พวกนั้นมันหมาลอบกัดตั้งแต่รุ่นพ่อยันลูก ขอให้มันตามมาเอาคืนจริงๆเถอะ โผล่มาเมื่อไหร่กูจะยิงให้ไส้ทะลุเลย"

พิศาลพูดจบก็หยิบปืนยาวที่วางอยู่บนเก้าอี้ข้างๆขึ้นมาถืออย่างหมายมาด ขณะที่ศิลากับจันและสิงห์ต่างก็ชักปืนสั้นออกจากเอวกราดไปรอบบริเวณอย่างกับอัคนีจะพาคนบุกมาทั้งกองทัพ อัจจิมามองทุกคนอย่างละเหี่ยหัวใจ ส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปนอน

ooooooo

เช้าขึ้นอัจจิมาขับรถออกจากฟาร์ม พลันเธอก็ต้องเบรกกะทันหันเมื่ออัคนีขับรถปาดหน้าในระยะประชิด หญิงสาวตบพวงมาลัยอย่างยัวะจัด ก่อนจะกระโจนลงจากรถตรงไปที่รถอัคนี

"จะลอบกัดอะไรอีกล่ะ"

"คนอย่างฉันถ้าจะกัดใครก็จะกัดมันซึ่งๆหน้า ไม่ทำตัวเป็นหมาลอบกัดแบบใครบางคนหรอก"

"นายหมายถึงใคร"

อัคนีเปิดประตูรถกระโดดลงมาใส่อารมณ์กับอัจจิมาทันที

"ก็พี่ชายเธอน่ะสิ แอบเอาตะปูเข้าไปผสมอาหารให้วัวฉันกิน ถ้าหมอนทีมาผ่าตัดให้ไม่ทันเวลา อะไรจะเกิดขึ้น ฉันกับคนงานต้องผลัดกันดูแลน้องอั้มทั้งคืนก็เพราะไอ้คนชั่วนั่นคนเดียว แก้แค้นคนคืนไม่ได้เลยต้องไปลงเอากับสัตว์"

"แล้วนายแน่ใจได้ยังไงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นฝีมือของพี่ชายฉัน ก่อนจะฟาดงวงฟาดงากับคนอื่น หัดมองดูตัวเองซะบ้าง ถ้าระเบียบของอดิศวรรังสรรค์ไม่หย่อนยาน หรือคนงานไม่สะเพร่า ใครหน้าไหนมันจะลอบเข้าไปทำร้ายวัวของนายได้"

"คนแถวนี้ไม่มีใครใจหยาบช้าถึงขนาดจะเอาตะปูไปยัดใส่ปากวัวได้หรอก พี่ชายเธอรู้ว่าน้องอั้มเป็นวัวที่ผลิตนมได้มากที่สุดของฟาร์มฉัน มันเลยเจาะจงทำร้ายน้องอั้มเพื่อให้ฉันเจ็บใจ ถ้าน้องอั้มเป็นอะไรไป ฉันไม่อยู่เฉยแน่ บอกพี่เธอด้วยก็แล้วกัน"

อัคนีทิ้งท้ายแล้วกลับไปขึ้นรถ อัจจิมากัดฟันแน่นมองตามด้วยความเจ็บใจ ด้วยเข้าใจว่าอัคนีใส่ร้ายป้ายสีพี่ชายของเธอ

อัคนีกลับมาดูแลประคบประหงมน้องอั้มที่นอนพักฟื้นหลังผ่าตัด ส่วนอัจจิมาเสร็จธุระก็กลับมาตรวจดูความสะอาดเรียบร้อยในคอกวัวของตน ที่นี่เองเธอบังเอิญได้ยินพี่ชายคุยกับเพิ่มเกี่ยวกับงานบางอย่างที่ให้ทำ แต่พอเธอเข้ามาซักถาม ศิลาก็แถกไปแถกมาแล้วรีบไล่เพิ่มกลับไปพ้นหน้าด้วยความโมโหที่เพิ่มทำให้วัวตัวเก่งของอัคนีล้มตายไม่สำเร็จ

ooooooo

ขณะที่ลูกๆมีเรื่องคาราคาซัง รุ่นพ่อก็กำลังคุกรุ่นอยู่ในร้านขายของกลางตลาด มนตรีกับพิศาลเกิดมาปิ๊งหมวกคาวบอยใบเดียวกัน พิศาลหมายมั่นจะเอาไปเป็นของขวัญวันเกิดให้นายอำเภอวันนี้ ขณะที่มนตรีก็จะซื้อไปเป็นของขวัญให้ท่านผู้ว่าฯ

"ถ้าไปถามนายอำเภอ ท่านก็คงไม่อยากแย่งของชิ้นเดียวกับท่านผู้ว่าฯหรอก จริงมั้ย" มนตรียิ้มอย่างเหนือกว่า

"มึงนี่มันเจ้าเล่ห์ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ เอาซี้ ถ้าจะต้องฆ่ากันตายเพราะหมวกใบเดียว กูก็ยอม ให้มันรู้กันไปว่าใครจะได้มันไป"

ว่าแล้วทั้งคู่ต่างก็ยื้อหมวกในมือกันไปมาอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาของพนักงานที่มองตามหมวกอย่างหวาดผวาว่ามันจะขาดคามือใครคนใดคนหนึ่ง

"เราอย่าทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ดีกว่านะคะ"

"คุณไม่ต้องมาพูดเลยคุณษา ไม่ว่าคุณจะยกเหตุผลอะไรมาอ้าง ผมก็ไม่ยอม ครั้งนี้ผมไม่มีวันยอมมันเด็ดขาด"

"ฉันไม่ได้ต้องการให้ใครยอมใคร แต่อยากให้คุณสองคนเคารพในเหตุผลซึ่งกันและกัน คุณจะเห็นหมวกใบนี้หรือหยิบหมวกใบนี้ก่อนมันไม่สำคัญเท่ากับความจำเป็นในการใช้มันนะคะ" สุพรรษาพูดอย่างใจเย็นกับพิศาล แล้วหันมาทางสามีตัวเอง "นายอำเภอท่านเกิดวันนี้ เราก็ควรจะยินดีแล้วก็ร่วมอวยพรไปกับท่านไม่ใช่หรือคะ วันเกิดท่านผู้ว่าฯยังอีกนาน คิดในแง่ดีเราก็ยังมีเวลาหาหมวกใบใหม่ที่อาจจะสวยและเหมาะกับท่านมากกว่านี้ก็ได้ จริงไหมคะ"

"แต่..." มนตรีจะค้านแต่สุพรรษาไม่สน ดึงหมวกคืนมาจากมนตรีแล้วส่งให้พิศาลเป็นคำพิพากษาสุดท้ายของศาลฎีกา

"ฝากอวยพรและแสดงความยินดีกับท่านด้วยนะคะ"

สุพรรษาส่งยิ้มให้พิศาลก่อนจะดึงมือมนตรีที่ยังอาลัยอาวรณ์หมวกใบสวยออกมา พิศาลส่งยิ้มตามหลังสุพรรษา แล้วเหลือบไปมองมนตรีอย่างแค้นใจสุดๆ

"มึงแย่งผู้หญิงที่งดงามที่สุดไปจากชีวิตกู กูจะไม่มีวันอภัยให้มึง ไอ้มนตรี!"

ooooooo

ตกตอนบ่าย อัจจิมาแวะมารับชุดกระโปรงที่สั่งตัดไว้กับพี่หนูต่อ โดยไม่รู้ว่าอัคนีกำลังลองชุดสูทที่ตัดเสร็จแล้วเหมือนกันอยู่ในห้อง ชุดของอัจจิมาเซ็กซี่สุดๆจนเจ้าตัวแทบไม่กล้าใส่ และกระมิดกระเมี้ยนไม่กล้าลองให้พี่หนูต่อดูด้วย เธอเสไปถามถึงอัคนีว่ามารับชุดไปหรือยัง ทันใดเสียงอัคนีก็ดังออกมาจากห้องลองเสื้อก่อนที่เขาจะปรากฏตัว

"คิดถึงมากรึไง ถามหาอยู่นั่นล่ะ"

หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว ไม่คิดว่าอัคนีจะได้ยินที่เธอพูด อัคนียื่นสูทคืนให้พี่หนูต่อ บอกว่าพอดีครับ

"เห็นมั้ยล่ะ เป๊ะ...อ๊ะ ทีนี้ก็ตาน้องหนูจี๊ดแล้วนะคะ เอากระโปรงไปลองแล้วออกมาเดินเฉิบๆโชว์หน่อยเร้ว" พี่หนูต่อคะยั้นคะยอคลี่กระโปรงสุดเซ็กซ์ลงตรงหน้าอัจจิมาอีกครั้ง อัคนีมองชุดแล้วหันไปมองอัจจิมา แกล้งทำตาวาวลามเลียใส่ อัจจิมาหน้าแดงเป็นลูกตำลึง แล้วแกล้งทำหูทวนลมพับกระโปรงสุดเซ็กซ์ใส่ถุง ก่อนเงยหน้าพูดกับพี่หนูต่อ

"ไม่เป็นไรค่ะ จี๊ดเชื่อฝีมือพี่หนูต่อ ยังไงก็พอดีอยู่แล้ว"

"ไม่กล้า" อัคนีเปรยเบาๆ อัจจิมาหันขวับมาจิกตาใส่เขาทันที

"ไม่ต้องยุ่งกับฉันสักเรื่องได้มั้ย"

"ไม่มั่นใจ กลัวใส่แล้วเหมือนเอาชุดไปสวมทับไม้กระดานแบนๆสักแผ่น"

"นายไฟ! ไอ้ผู้ชายลามก นี่แน่ะ" อัจจิมารัวกำปั้นใส่แขนอัคนีไม่ยั้ง

"โอ๊ย...อะไรกันเนี่ยแม่คุ้ณ รับความจริงไม่ได้สักเรื่องเลยเหรอ"

อัจจิมาฉุนขาดยกขาเตรียมจะถีบซ้ำเข้าที่เป้าของอัคนี แต่แล้วก็ต้องกรี๊ดลั่น เพราะอัคนีลืมรูดซิปกางเกง "อ๊าย...ไอ้บ้า ไอ้ผู้ชายลามก ซิปก็ไม่รูด"

อัคนีก้มลงมองที่เป้าตัวเอง อายเธอเหมือนกัน แต่ก็ต้องทำหน้าด้านใส่

"ขอบใจนะที่บอก" ว่าแล้วเขาแกล้งทำห่ามใส่โดยการสอดมือเข้าไปจัดเก็บขอบกางเกงในให้เข้าที่ แถมยังเดินเข้าหาเธออีกต่างหาก หญิงสาวถึงร้องกรี๊ด ด่าเขาอุบาทว์ แล้วคว้าถุงเสื้อรีบวิ่งออกไปนอกร้านด้วยความรู้สึกขนหัวลุก ทว่าพี่หนูต่อกลับมองตามเธอไปอย่างไม่เข้าใจ

"อุบาทว์ตรงไหน มาค่ะ พี่หนูต่อช่วย" พี่หนูต่อขยับจะเข้าไปรูดซิปกางเกงให้ อัคนีเสียววาบ มือหนึ่งรีบกุมเป้า อีกมือคว้าถุงเสื้อโกยแน่บออกจากร้านไปแทบไม่ทัน

ooooooo

ขณะที่พิศาลนำของขวัญมาให้นายอำเภอ เขาได้เจอไกรภพโดยบังเอิญ ไกรภพเป็นลูกชายของเพื่อนสนิท ซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดี พิศาลจึงชวนไกรภพไปคุยต่อที่บ้าน และแนะนำให้เขารู้จักลูกชายและลูกสาวของตนด้วย

ไกรภพเพียงเห็นอัจจิมาแค่แวบแรกก็ปิ๊งเธอทันที จากที่คิดว่าจะรีบกลับ เลยเปลี่ยนเป็นชวนทุกคนไปทานอาหารอร่อยที่ร้านหรู ขณะทานอาหารก็พูดคุยเรื่องธุรกิจที่ดินไปด้วย ไกรภพต้องการซื้อที่ดินทำรีสอร์ต โดยอยากได้ผืนที่ติดกับฟาร์มพศวัต ยิ่งพอรู้ว่าที่ตรงนั้นเป็นของพิศาล เขายิ่งมองเห็นลู่ทาง แต่อัจจิมากลับแบ่งรับแบ่งสู้ว่า

"คุณลองมองที่ดินผืนอื่นดีไหมคะคุณไกรภพ เพราะที่ตรงที่คุณต้องการซื้อเป็นที่ที่ฉันต้องการจะขยายฟาร์มออกไป"

"ไอ้ที่ลงไปยังไม่ทันคืนทุนเลย แกยังคิดจะลงทุนเพิ่มอีกเหรอ" ศิลาท้วงติงน้องสาว

"นั่นสิ พ่อว่าทำไอ้ที่มีอยู่ให้มันได้กำไรก่อนมั้ย"

"มันต้องได้กำไรแน่ค่ะพ่อ แต่มันต้องตั้งใจ อดทน และอาศัยเวลา"

"เอาล่ะครับ ค่อยๆคิดกันก็ได้ ผมไม่ได้เร่งรัดอะไร เพียงแต่ถ้าต้องการขายก็ขอให้บอกผม ผมทุ่มราคาไม่อั้น"

"นานๆทีจะได้เจอนายทุนใจป้ำอย่างคุณไกรภพ" ศิลายิ้มชื่นชม

"เราพักเรื่องธุรกิจไว้ก่อนดีไหมครับ จะได้กินข้าวกันอร่อยๆ น้องจี๊ดกินเยอะๆนะครับ ร้านนี้อาหารอร่อยทุกอย่างเลยครับ" ไกรภพกุลีกุจอตักอาหารใส่จานให้อัจจิมา วายุภัคเดินคุยมากับผู้จัดการร้านเหลือบไปเห็นพอดี   ให้สงสัยว่าไอ้หนุ่มคนนั้นเป็นใคร

วายุภัคเก็บความสงสัยเอากลับไปเล่าให้อัคนีฟังที่บ้านว่าเขาเห็นหนุ่มหล่อท่าทางร่ำรวยเอาใจอัจจิมาที่ร้านอาหาร ตนมองตามันแวบเดียวก็รู้ว่ามันจ้องจะจับอัจจิมา อัคนีฟังแล้วกรุ่นๆแต่เก็บอาการทำเป็นไม่สนใจ จนวายุภัคทนไม่ไหวโพล่งขึ้นมาว่า

"ถ้าแกมัวแต่ทำงานงกๆอยู่กับวัวอย่างเดียวแบบนี้ มีหวังหมาคาบไปแด๊ก"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน เรื่องของพศวัตไม่เกี่ยวอะไรกับอดิศวรอยู่แล้ว"

ทั้งวายุภัค ศักดิ์ และเข้มพากันชะงักอย่างไม่เชื่อ แต่ศักดิ์เป็นมากถึงขนาดกระซิบถามความเห็นจากเข้มว่า

"เอ็งว่าคุณไฟชอบคุณจี๊ดรึเปล่า"

"เรื่องของเจ้านาย ลูกน้องไม่เกี่ยว" เข้มตัดบททั้งที่ตัวเองก็อยากรู้ ศักดิ์ขัดใจ ขยับเข้าไปกระซิบถามวายุภัคด้วยคำถามเดียวกัน วายุภัคจึงไล่ให้ไปถามอัคนีเอง...อัคนีรำคาญทุกคน ประกาศเสียงแข็งทันทีว่า

"ฉันไม่มีทางรักลูกศัตรูของพ่อเด็ดขาด ไม่มีวัน!"

ศักดิ์สะดุ้งหน้าเสีย วายุภัคพยักหน้าทำท่าเหมือนจะเชื่อ แต่แววตายังคลางแคลง

ตกกลางคืนจะเอาชุดตัดใหม่มาลองใส่ ปรากฏว่าของในถุงดันเป็นชุดสูทสุดเท่ของอัคนี และยังมีกางเกงในผู้ชายลายหวานแหววที่พี่หนูต่อแถมมาให้อีกหนึ่งตัว อัจจิมาเห็นแล้วแทบกรี๊ด ในขณะเดียวกัน อัคนีก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าหยิบถุงเสื้อผิดมา ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้นต่างฝ่ายต่างก็รีบเอาชุดไปคืนกันตรงรั้วกั้นเขตฟาร์ม

"เอาคืนไป" ทั้งคู่เปล่งเสียงและยื่นถุงเสื้อออกมาพร้อมกัน

"ทีหลังจะวางอะไรก็หัดวางให้เป็นที่เป็นทางหน่อย ไม่ใช่วางให้คนเขาสับสนหยิบผิดหยิบถูกแบบนี้"  อัจจิมาว่าให้เสียงขุ่น

"อย่ามาหาเรื่อง ถุงเสื้อมันก็วางของมันที่เดิม เธอนั่นแหละที่เซอะซะหยิบผิดเอง" อัคนีโต้ทันควัน

"ก็เพราะนายนั่นแหละ เข้าไปลองเสื้อแล้วไม่แต่งตัวออกมาให้เรียบร้อย"

"อ๊ะ ก็คนเขามีของ ก็ต้องโชว์ของกันหน่อยสิ"

"อึ๋ยยยย...อุบาทว์"

"แต่ก็มองใช่มั้ยล่ะ ไม่งั้นจะรู้ได้ยังไงว่าอุบาทว์"

"นายไฟ..."

"มองผาดๆอาจจะเห็นว่าอุบาทว์ ลองมองพิศๆดูบ้างมั้ย พิศแล้วเพลินนะจะบอกให้" อัคนีไม่พูดเปล่า ทำท่าจะปลดกางเกงแกล้งเธออีก อัจจิมาถึงกับร้องกรี๊ด ขยับเข้ามาฟาดกำปั้นใส่แขนเขาไม่ยั้ง อัคนีได้แต่ปัดป้องวุ่นวาย ทำให้เธอได้ใจปืนรั้วขึ้นมาทุบเขาพลั่กๆ จนตัวเองเสียหลักล้มคะมำลงมานอนทับบนตัวอัคนี

หน้าต่อหน้าแนบกันพอดิบพอดี

ทั้งคู่นิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้นชั่วอึดใจ อัจจิมาตาเหลือกตาโต ในขณะที่อัคนีใจเต้นตึกตัก...พอได้สติ หญิงสาวรีบถอนตัวลุกขึ้นมาแล้วกระโดดข้ามรั้วก่อนจะหยิบถุงเสื้อวิ่งหน้าแดงแจ๊ดออกไป อัคนีลุกขึ้นยืน มองตามเธอไปก่อนจะเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ศักดิ์ขับรถส่งนมออกมาจากฟาร์ม โดยมีโบพา และจันทูนั่งมาด้วย   ขณะทุกคนกำลังเพลิดเพลินร้องเพลงกันลั่นรถ ทันใดรถของศิลาก็โผล่พรวดมาจอดขวางถนน ศิลามาพร้อมสิงห์และจันสองสมุนคู่ใจ แล้วพยายามจะเอานมในถังท้ายรถเททิ้ง ศักดิ์ โบพาและจันทูช่วยกันกางกั้นไม่ยอม เลยเกิดเรื่องวุ่นวายทั้งลงไม้ ลงมือกับศักดิ์จนน่วม แล้วยังจะลวนลามสองสาวใช้แห่งฟาร์มอดิศวร ถ้าอัคนีไม่บังเอิญขับรถผ่านมาเจอ

อัคนีเล่นงานศิลาจนปากคอแตกก่อนจะล้มคว่ำไปจมกองขี้วัว สิงห์กับจันก็เจ็บไม่น้อย ทุกคนไม่กล้าแหยมกับอัคนีอีก แต่กลับไปฟ้องพิศาลให้ไปจัดการแทน

อัคนีมีประชุมที่สหกรณ์โคนม แต่มัวเสียเวลากับพวกศักดิ์เลยมาสายไปครึ่งชั่วโมง ทำให้อัจจิมาที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยพูดจาค่อนแคะเขายกใหญ่

ส่วนที่หน้าบ้านมนตรี บัดนี้พิศาลถือปืนจังก้าเดินก๋ากั่นนำหน้าลูกชายกับลูกสมุนเข้ามา แล้วยิงปืนขึ้นฟ้าสามนัดซ้อน ทำเอามนตรีกับสุพรรษาแตกตื่นวิ่งออกมาดู

"มีอะไร ทำไมต้องพกปืนมายิงในบ้านฉัน" มนตรีตะโกนอย่างฉุนจัด

พิศาลลากแขนศิลาเข้ามายืนตรงหน้ามนตรีและสุพรรษา โดยมีสิงห์กับจันตามมายืนขนาบข้างเจ้านายอย่างรู้หน้าที่

"ก็ลูกชายนักเลงโตของมึงยกพวกมาซ้อมลูกชายกู กระทืบซะลูกกูหน้าแหก"

"ไฟน่ะเหรอ" สุพรรษาถามขึ้น

"มันปรักปรำว่าผมเอาตะปูไปให้วัวมันกิน แล้วก็เลยพาพวกมารุมซ้อมผมเพื่อแก้แค้น" ศิลาโวย

"เจ้าไฟไม่เคยรุมใคร มันไม่ใช่นิสัยลูกชายฉัน"

"มึงเป็นพ่อ ยังไงก็ต้องเข้าข้างลูกมึงวันยังค่ำ" พิศาลเสียงดังใส่มนตรี สุพรรษาเริ่มไม่ชอบใจ ถามหาหลักฐาน ถ้ามีก็เอามายืนยัน

"ผมเป็นพยานได้ จู่ๆคุณไฟก็ขับรถมาปาดหน้าคุณศิลา แล้วก็คว้าไม้กอล์ฟท่อนเบ้อเร่อลงจากรถมาฟาดใส่คุณศิลาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว" สิงห์เล่าความเท็จน้ำลายแตกฟอง จันก็เสริมขึ้นอีกอย่างเมามันไม่แพ้กัน

"จากนั้นคุณไฟก็เอาสนับเหล็กใส่มือแล้วต่อยใส่คุณศิลาจนหมอบ แล้วยังไม่สาแก่ใจ คุณไฟยังวิ่งไปหยิบมีดในรถมาแทงคุณศิลาฉึกๆๆๆ"

"ถ้าถึงขนาดนั้น ฉันว่าลูกแกไม่น่ารอดมายืนตรงนี้ได้หรอก"

สิ้นเสียงของมนตรี ปฐพีเดินเข้ามาพร้อมกับศักดิ์ โบพา และจันทู

"ที่รอดมาได้ก็เพราะที่พูดมาทั้งหมดมันไม่เป็นความจริง ลองให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์อีกฟากเล่ามั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น ว่าไป...ศักดิ์"

"เมื่อเช้าผมขับรถไปส่งนมกับโบพา จันทู อยู่ดีๆคุณศิลาก็ขับรถมาปาดหน้าแล้วก็พาไอ้สิงห์ไอ้จันปีนขึ้นไปเทนมที่ผมกำลังไปส่งทิ้ง ผมกับโบพา จันทูช่วยกันห้าม แต่คุณศิลากับไอ้สองตัวนี่ก็ไม่ยอมฟัง"

"ใช่ค่ะ คุณศิลาทั้งเตะต่อยทั้งกระทืบพี่ศักดิ์จนแทบจะจมดิน ส่วนไอ้สิงห์ไอ้จันมันก็...มัน...มัน..." โบพาไม่กล้าพูดต่อ เอามือปิดหน้าราวกับสิงห์กับจันได้ชำเราเจ้าหล่อนไปแล้ว ส่วนจันทูก็เสียงสั่นเครือ ทำท่าทนไม่ได้ตามไปด้วย จนมนตรีทนไม่ไหวถามขึ้นว่า

"มันกระทืบแกสองคนด้วยรึไง"

"ปะ...เปล่าค่ะ แหม...คุณผู้ชายขา สวยๆอย่างเราสองคนมันจะทำอะไรอย่างอื่นได้ยังไงคะ นอกจากข่มเหงเรา มันจูบตรงนี้ มันจับตรงนั้น มันขยำตรงนู้น มันเค้นซะจนเราสองคนระบมไปหมดทั้งตัวเลยค่ะ"

"โชคดีนะคะที่คุณไฟมาช่วยเราไว้ทัน ไม่งั้นเราคงโดนมันปู้ยี่ปู้ยำ ต้องสูญเสียความสาวความสวยความสดซิงสวิงริงโก้ ให้กับไอ้คนหน้าตาและนิสัยเฮงซวยอย่างมันสองคนแน่ๆ"

เมื่อศักดิ์ โบพา และจันทูยืนยันกันอย่างนี้ มนตรีจึงบอกพิศาลว่า

"นายก็มีพยาน ฉันก็มี แล้วจะเอายังไง จะรู้ได้ไงว่าใครพูดความจริง"

"แต่ที่จริงซะยิ่งกว่าจริงก็คือนายไฟไม่ตีกอล์ฟ เพราะฉะนั้นไม่มีทางมีไม้กอล์ฟในรถนายไฟแน่ ส่วนเรื่องสนับเหล็กกับมีด ฉันว่าถ้านายไฟใช้อาวุธสองอย่างนี้ทำร้ายนายจริง นายก็คงต้องนอนหยอดข้าวต้มอยู่ไอซียู ไม่ได้มายืนทำหน้าหล่ออย่างนี้หรอก" ปฐพีแจกแจง

"เห็นมั้ยว่าไอ้พวกอดิศวรมันเลวขนาดไหน ทำระยำยังไงมันก็ไม่เคยยอมรับ" พิศาลเดือดพล่าน

"กรุณาอย่าเหมารวมว่าเราเลวหรือระยำ เพราะคุณเองก็ไม่มีหลักฐานอะไร นอกจากพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งฝ่ายฉันก็มี รอให้ลูกชายฉันกลับบ้านก่อน ฉันจะซักเขาเอง ถ้าเขาผิดจริง ฉันจะพาเขาไปกราบขอโทษคุณ ฉันเอาเกียรติของฉันเป็นประกัน แต่ถ้าลูกชายฉันไม่ผิด คุณไม่ต้องทำอะไรให้ฉัน นอกจากขอความกรุณาให้เราต่างคนต่างอยู่ ชีวิตจะได้สงบสุขกันซะที"

พิศาลจำต้องนิ่งฟังสุพรรษาร่ายยาวอย่างไม่พอใจ ศิลาเองก็แค้นเคืองที่พ่อเอาเรื่องพวกอดิศวรไม่ได้อย่างใจคิด

ooooooo

ตอนที่ 3

กว่าการประชุมที่สหกรณ์โคนมจะเสร็จสิ้นลงก็มืดค่ำ ซ้ำร้ายรถอัจจิมายังมาสตาร์ตไม่ติดอีก อัคนีเสนอตัวเข้ามาช่วย แต่ถูกเธอผลักไสไล่ไปไกลๆไม่ต้องมายุ่ง

"ตามใจ ถ้าจะหวังให้คนอื่นช่วยคงยาก เพราะทุกคนกลับกันหมดแล้ว จะเหลือก็แต่ฉันกับ...บรื้อออออ เขาว่าที่ดิน แถวนี้เมื่อก่อนเป็นป่าช้าเก่านี่ท่าทางจะจริง อู๊ย ดูสิ จู่ๆก็ขนหัวลุกขึ้นมาซะงั้น ว่าไงตกลงจะไปกับฉันมั้ย"

"นายจะไปไหนก็รีบไป ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน"

"ถ้างั้นก็ตามใจ ไปล่ะ"

อัคนีเดินกลับไปที่รถ แล้วขับผ่านหน้าอัจจิมาไปพร้อมกับลดกระจกลงมาโบกมือบ๊ายบาย อัจจิมาเหลียวซ้ายแลขวา เริ่มหวาดกลัว ออกเดินไปเรื่อยๆ พร้อมกับโทร.หาพี่ชายให้รีบมาช่วย แต่ศิลากำลังเพลินอยู่กับการพนัน เลยโทร.ไปไหว้วานไกรภพให้ไปแทน

ด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว ทำให้อัคนีวนรถกลับมาตื๊อเธออีกครั้ง ขณะสองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นั้น ไกรภพ ก็แล่นรถเข้ามาจอด อัคนีเลยต้องปล่อยอัจจิมา

"คุณจี๊ดครับ คุณศิลาโทร.บอกผมให้มารับคุณ"

"ขอบคุณนะคะ"

"นายคนนี้...เอ่อ...ไม่มีอะไรใช่ไหมครับ"

"ไม่มีค่ะ แค่คนรู้จักแวะทักกันเท่านั้น เรากลับกันเลยดีกว่านะคะ"

อัจจิมาเดินนำไปที่รถไกรภพ ในขณะที่ไกรภพเหล่มองอัคนีอย่างไม่ไว้ใจก่อนจะเดินตามหญิงสาวมา เมื่อพาเธอไปส่งถึงบ้าน พิศาลออกมาต้อนรับหน้าระรื่น

"อาต้องขอบคุณพ่อไกรภพจริงๆ อุตส่าห์บึ่งออกจากที่ประชุมเพื่อมารับยายจี๊ด"

"ไม่ได้หรอกครับ คุณจี๊ดเป็นผู้หญิงจะให้อยู่คนเดียวกลางค่ำกลางคืนได้ยังไง โชคดีนะครับที่ผมมาประชุมแถวนี้พอดี"

"ยายจี๊ดนี่ก็แปลก แทนที่จะรออยู่ที่สหกรณ์ดันออกมาเดินที่ถนน เดี๋ยวใครมาดักฉุดไปจะว่ายังไง"

"นั่นสิครับ ช่วงที่ผมไปถึงเห็นมีผู้ชายยืนอยู่กับคุณจี๊ด ผมตกใจแทบแย่"

"ใคร" พิศาลคิ้วขมวดขึ้นมาทันที

"ก็เพื่อนที่มาประชุมด้วยกันน่ะค่ะพ่อ เขาขับรถผ่านมาก็เลยแวะรับ แต่จี๊ดไม่สนิทกับเขาก็เลยไม่ได้ไปด้วย พอดีคุณไกรภพผ่านมาพอดี"

พิศาลไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร ศิลาเดินเข้ามาพร้อมกับถาดเหล้ายาและกับแกล้ม

"คืนนี้ผมขอเลี้ยงคุณไกรภพเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของคุณที่มีต่อยายจี๊ด ไม่เมาห้ามกลับ"

"แต่ถ้าเมาแล้วก็ไม่ต้องกลับ ค้างที่นี่ได้เลย บ้านนี้ยินดีต้อนรับพ่อไกรภพเสมอ เชิญๆ"

สองพ่อลูกวางตัวเป็นกันเองกับไกรภพสุดๆ แต่ลูกสาวคนสวยกลับชิงขอตัว

"แกจะไปไหน คุณไกรภพเขาอุตส่าห์ไปรับ ทำไมไม่อยู่คุยเป็นเพื่อนกันก่อน" ศิลาถามกึ่งตำหนิน้องสาว

"ไม่ละค่ะ จี๊ดต้องรีบไปสนามบินแต่เช้า ขอบคุณมากนะคะคุณไกรภพ จี๊ดต้องขอโทษด้วยนะคะ ต้องไปแต่เช้าจริงๆ ขอตัวก่อนนะคะ"

พูดเสร็จอัจจิมาเดินออกไปทันที ศิลาและพิศาลหันมาสบตากันอย่างไม่พอใจ ส่วนไกรภพมองตามอัจจิมาไปอย่างเสียดาย แต่ก็รู้สึกท้าทายที่จะเอาชนะอัจจิมาให้ได้

ด้านอัคนีที่หงุดหงิดหัวใจหลังเห็นไอ้หนุ่มหน้าหยกขับรถมารับอัจจิมาไปต่อหน้าต่อตา พอกลับมาถึงบ้านเขาเลยไม่ได้สนใจคนอื่นๆที่เม้าท์กันเรื่องพิศาลพาลูกชายมาหาเรื่องถึงบ้านเมื่อกลางวัน จนกระทั่งปฐพีกับวายุภัครู้สึกได้ถึงความเงียบผิดปกติของอัคนี

"นายเป็นอะไร เห็นนั่งเงียบตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้ว ทะเลาะกับยายจี๊ดมาล่ะสิ"

"เปล่า...ฉันก็แค่คิดถึงยายน้ำ ไปอยู่ที่นู่นป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้" อัคนีแถกไป

"พ่อก็เห็นแกสามคนแข่งกันเมล์ไปหาน้องเช้า กลางวัน เย็น จนแทบจะฆ่ากันตาย ยังไม่หายคิดถึงกันอีกรึไง"

"เรื่องคิดถึงยายน้ำมันเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คืออาการของเจ้าไฟมากกว่าพ่อ"

"มันเหมือนคนที่ร้อนรุ่มกลุ้มใจ คล้ายไฟลนอยู่ข้างในแต่เอ่ยปากกับใครไม่ได้ อย่างงี้ปัญหาหัวใจแหงๆ"

"ยายจี๊ดชัวร์ ปฐพีคอนเฟิร์ม"

ถูกปฐพีกับวายุภัคไล่บี้ขนาดนี้ อัคนีถึงกับโวยวายลั่นบ้าน

"ฉันไม่เอาเวลามีค่าของฉันไปคิดเรื่องแม่นั่นให้รกสมองหรอก ฉันจะไม่อยู่นี่ตั้งหลายวันก็เลยเป็นห่วงงานที่ฟาร์มเว้ย ไหนจะเรื่องน้องอั้มอีก"

"ในสมองมีแต่วัวกับงาน"

"แต่หัวใจมีแต่สาวน้อยฟาร์มข้างๆที่ชื่อจี๊ด อย่าเก็บเอาไปฝันนะเว้ย"

ปฐพีกับวายุภัคเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย แล้วก็หันมายิ้มขำๆกับพ่อแม่ ทำเอาอัคนีเถียงไม่ออก เดินหนีไปดื้อๆ แล้วอัคนีก็เก็บเอาเรื่องอัจจิมากับไอ้หนุ่มหน้าหยกไปฝันจริงๆ ในฝันอัจจิมายอมรับว่าเธอเป็นแฟนกับนายคนนั้น อัคนีเลยชิงสารภาพว่าเขาก็รักอัจจิมาเหมือนกัน

ooooooo

เช้าแล้ว อัจจิมาและอัคนีต่างก็ต้องออกเดินทาง หลังจากทั้งคู่รับปากเพื่อนของตนไว้เมื่อหลายวันก่อน อัจจิมาไปสนามบินคนเดียว ขณะที่อัคนีมีมิลค์ตามไปส่งด้วย สองฝ่ายเจอกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ อัคนีสงสัยว่าอัจจิมาจะไปไหน พอรู้ว่าไปกระบี่เหมือนกัน อัคนีรู้สึกกระชุ่มกระชวย ตรงข้ามกับมิลค์ที่ระแวงหนัก ออดอ้อนออเซาะอัคนีอยู่นานกว่าจะปล่อยให้เขาขึ้นเครื่อง

กำลังจะกลับ มิลค์เดินชนกับพฤกษ์อย่างจัง พฤกษ์ไม่ ถือโทษ กลับยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร ก่อนจะรีบแยกจากไปเพราะเครื่องบินกำลังจะออก

อัจจิมากับอัคนีไม่รู้ตัวว่าได้ขึ้นมานั่งเครื่องบินลำเดียวกัน และนั่งใกล้ๆกันด้วย โดยมีพฤกษ์นั่งถัดไป จนเมื่อแอร์โฮสเตสนำของว่างมาให้เลือก สองคนถึงเห็นหน้ากันจะจะ แล้วจากนั้นความอลหม่านวุ่นวายก็บังเกิด อัคนีคอยแหย่คอยยั่วเธอตลอด ส่วนอัจจิมาก็ยอมคนซะที่ไหน สองฝ่ายเลยตอบโต้กันไปมาจนถึงจุดหมายปลายทาง โดยมีสายตาของพฤกษ์เฝ้ามองพวกเขาด้วยความสนใจ

ลงเครื่องแล้ว อัจจิมารีบโทร.หาใหญ่ เพื่อนรักที่นัดให้มา ใหญ่บอกชื่อโรงแรมที่ตนพักให้เธอเสร็จสรรพ อัจจิมาจึงตั้งท่าจะไปหา แต่แล้วหญิงสาวก็เซ็งจี๊ดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นอัคนีเดินมาหยุดตรงหน้า

"จะไปไหน" อัคนีถามดีๆ อัจจิมากลับแยกเขี้ยวใส่เพราะยังแค้นใจไม่หาย

"ความซวยของฉันจบสิ้นลงแล้ว เรื่องอะไรฉันต้องหาเรื่องซวยใส่ตัวอีก"

"ที่ถามนี่ไม่ได้พิศวาสอะไรนะ แค่อยากรู้ว่าเธออยู่ไหน ฉันจะได้ไม่ไปเหยียบที่นั่นแค่นั้น"

อัจจิมาอยากจะกระโดดกัดคออัคนี แต่แล้วก็ชะงักเมื่อพฤกษ์เข้ามาทัก

"คุณสองคนนั่นเอง มาเที่ยวด้วยกันหรือครับ"

"เปล่าค่ะ ฉันไม่สามารถไปเที่ยวกับผู้ชายที่...เอ่อ... ขอโทษนะคะ มารยาททรามสนิทแบบนี้ได้หรอกค่ะ แค่รู้จักกันเผินๆ นี่ก็กำลังจะแยกกันอยู่แล้ว ขอตัวนะคะ"

"ขอโทษนะครับ ไม่ทราบคุณมีที่พักรึยัง"

แล้วคำตอบของอัจจิมาก็ทำให้พฤกษ์ตาลุกวาวอย่างลิงโลด

"บังเอิญจังเลย ผมก็กำลังจะไปที่นั่นพอดี เราไปด้วยกันก็ได้นะครับ ผมรู้ว่ารถโรงแรมจอดที่ไหน ผมพฤกษ์...ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ..."

"อัจจิมาค่ะ เรียกฉันสั้นๆว่าจี๊ดก็ได้"

"แล้วนี่คุณ..." พฤกษ์หันไปทางอัคนี 

"อย่าไปรู้จักเขาเลยค่ะ ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันอีก เรารีบไปกันเถอะนะคะ" อัจจิมารีบฉีกตัวเดินนำออกไป ทำให้ พฤกษ์ต้องรีบเดินตามทั้งๆที่รู้ว่าเสียมารยาทกับอัคนี

"ฮึ ยังกับฉันอยากจะเจอเธอนักนี่ เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้" อัคนีบ่นพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง

อัคนีเดินไปชะแง้แลหาปีใหม่ สักครู่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเหมือนมองหาใครบางคน จนกระทั่งมาเตะตาที่อัคนีจึงเดินเข้าไปทัก

"ไม่ทราบว่าคุณคือคุณอัคนี อดิศวร รึเปล่าครับ"

"ครับ"

"คือผมเป็นพนักงานขับรถของโรงแรมที่คุณปีใหม่ พักอยู่น่ะครับ คุณปีใหม่ให้ผมมารับคุณ"

"แล้ว...พี่รู้ได้ยังไงว่าผมชื่ออัคนี"

"ไม่ยากครับ คุณปีใหม่บอกให้ผมมองหาผู้ชายที่หล่อและเท่ที่สุดในสนามบิน ผมก็เดินหามาเรื่อย พอเห็นคุณผมก็มั่นใจ"

"แหม...เพื่อนผมนี่ฉล้าดฉลาด ส่วนพี่ก็ตาถึงจริงๆ ไปเลยครับ จะพาผมไปขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน ผมยอมทั้งนั้น" อัคนีเดินตามคนขับรถไปอย่างร่าเริงดี๊ด๊าสุดๆ

พอไปถึงรถตู้ ชายหนุ่มยิ่งลิงโลดเริงร่า เมื่อพบว่าอัจจิมานั่งอยู่ข้างใน แม้ถัดเข้าไปจะเป็นพฤกษ์ก็ตาม

"เชิญครับ...แขกครบแล้วครับ" คนขับรถกล่าวยิ้มแย้มแจ่มใส

"แหม โลกกลมจริงๆ บังเอิญเพื่อนผมเขาเชิญมาพักที่เดียวกับคุณสองคนน่ะครับ" ว่าแล้วอัคนีก็ถือโอกาสก้าวขึ้นไปนั่งข้างอัจจิมา ซึ่งเป็นการนั่งคั่นกลางระหว่างหญิงสาวและพฤกษ์ที่เลือกนั่งเก้าอี้เดี่ยว ตั้งแต่แรก

"ที่นั่งข้างหลังยังว่าง   ทำไมไม่ไปนั่ง"   อัจจิมาเสียงแหลมใส่

"ก็ฉันอยากนั่งตรงนี้ พวกอดิศวรชอบอยู่แถวหน้าเพราะเราชอบเป็นผู้นำ พศวัตอยากเป็นผู้ตามก็เชิญไปนั่งข้างหลัง"

อัจจิมาซึ่งกำลังจะย้ายก้นไปนั่งข้างหลังมีอันต้องเปลี่ยนใจ...พฤกษ์มอง ท่าทีสองคนแล้วรู้สึกว่าคู่นี้ต้องไม่ใช่ แค่รู้จักกันผิวเผินอย่างปากว่าแน่ๆ แล้วพอรถเคลื่อนตัวก็ยิ่งชัดเจน เพราะอัจจิมากับอัคนีต่อปากต่อคำหงองแหงงใส่กันตลอดทางจนถึงโรงแรม

พฤกษ์ อัคนี อัจจิมา ก้าวเข้ามาในโรงแรม พนักงานทุกคนที่เห็นพวกเขาต่างยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

"ผมคงต้องขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ ที่ชายหาดด้านหลังโรงแรมมีมุมพักผ่อนสงบๆหลายมุม แล้วหาดทรายก็ขาวสะอาดมาก คุณสองคนต้องชอบแน่ๆ แล้วเจอกันนะครับ"

พฤกษ์แยกเดินออกไป ในขณะที่อัจจิมาส่งยิ้มกว้างให้ อัคนีเห็นแล้วหมั่นไส้เหลือเกิน

"ดูท่าไอ้หมอนี่มันจะวีไอพีนะ พนักงานโรงแรมถึงได้ พากันยกมือไหว้จนแทบจะกราบกันเลย เธอนี่ตาแหลมไม่เบา"

"หมายความว่ายังไง"

"อ้าว ก็พยายามจะจับคู่กับเศรษฐีไฮโซเพื่อจะได้พยุงธุรกิจของตัวเอง"

"ในสมองนายคงมีแต่เรื่องชั่วๆพวกนี้สินะ ถึงได้คิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนนาย ฉันไม่ใช่ไทกอจะได้งอมืองอเท้าขอทานใครกิน คนอย่างฉันถ้าจะอยู่กับใครก็เพราะความรักเท่านั้น ไม่ใช่เงิน จำไว้!"

เธอพูดจบ แถมด้วยกระทืบเท้าเขาอีกที แล้วสะบัดบั้นท้ายยักซ้ายป่ายขวาออกไป อัคนีเจ็บแทบแหกปากร้องจ๊าก แต่ก็ต้องกัดฟันกรอดอดทน ไม่งั้นผู้คนคงแตกตื่น พลันสายตาอัคนีก็เหลือบไปเห็นหนุ่มคนหนึ่งพุ่งตรงไปหาอัจจิมา สองคนกอดรัดทักทายกันอย่างสนิทสนม โดยเฉพาะฝ่ายชายถึงกับหอมแก้มอัจจิมาฟอดใหญ่ อัคนีเห็นอาการของทั้งคู่แล้วอ้าปากค้าง

ชายคนนั้นก็คือใหญ่นั่นเอง ใหญ่รับกระเป๋าเสื้อผ้าจากอัจจิมามาถือให้ ในขณะที่อัจจิมาสอดแขนควงชายหนุ่มพากันเดินไปทางลิฟต์ อัคนีจะรีบสะกดรอยตาม ทันใดนั้นปีใหม่ก็โผล่พรวดเข้ามาดึงอัคนีไว้ เธอผวาเข้าหอมแก้มเขาซ้ายขวาด้วยความดีใจ แต่อัคนียังแอบเหล่ไปที่ลิฟต์อย่างแสนเสียดาย

ooooooo

ใหญ่พาอัจจิมาขึ้นมาบนห้องพักสุดหรู ตรงระเบียงมองออกไปเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่ อัจจิมาออกมายืนสูดอากาศบริสุทธิ์ซะเต็มปอด

"อากาศสดชื่นจังเลย ทะเลก็สวย ชายหาดก็ขาว แหม...แกนี่ช่างเลือกที่แซยิดแม่แกได้โรแมนติกจริงๆนะ"

"ไม่ใช่ฉัน แม่ฉันต่างหากที่เป็นคนเลือก ฉันมีหน้าที่ตามใจอย่างเดียว"

"หน้าตาไม่บอกเลยนะว่ากตัญญูรู้คุณคน"

"อ้าว...พูดงี้มีปล้ำ"

"อยากเสียชีวิตก็เข้ามา"

"อย่างงี้นี่ล่ะถึงหาผอสระอัวไม่ได้ซักที" ใหญ่พูดกลั้วหัวเราะอย่างแหย่เย้า แต่เพื่อนสาวกลับค้อนขวับอย่างสุดเคือง

"ว่างนักก็หัดเอาปากไปคาบรองเท้าบ้างดีมั้ย  จะได้ไม่ต้องพูดมาก แล้วนี่แม่แกอยู่ไหน ฉันจะได้ไปกราบท่าน"

"แกได้เจอแน่เย็นนี้ ตอนนี้แกจะนอนพักที่นี่หรือจะไปเดินเล่นที่ไหนก่อนก็ตามสบาย โอเค้"

อัจจิมาพยักหน้ารับ แล้วมองออกไปยังทะเลเบื้องล่าง อย่างชื่นชอบ ส่วนที่ห้องพักของปีใหม่ บัดนี้อัคนีนอนกางแขนกางขาแผ่หราบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า ปีใหม่ยืนกอดอกมองยิ้มๆ

"นอนยั่วอย่างนี้ เดี๋ยวฉันได้เปลี่ยนใจหรอก"

อัคนีผวารีบลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงอกเหมือนนางเอกหนังไทยยุคก่อนทันที

"อย่านะเว้ย ถึงฉันจะเป็นผู้ชายแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาพร่าพรหมจรรย์เอาง่ายๆนะเว้ย"

"ทำไม แกจะเก็บความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้จนถึงวันที่แกแต่งงานงั้นเหรอ"

"ใช่ เพราะฉะนั้นถ้าเธอคิดจะปู้ยี่ปู้ยำฉันล่ะก็ ฉันจะ..."

"กระทืบฉัน?"

"เปล่า ฉันจะร้องให้คนช่วย...ช่วยด้วยๆ ผู้หญิงคนนี้จะปล้ำผม ช่วยด้วย" อัคนีแหกปากลั่น เมื่อปีใหม่แกล้งคืบคลานเข้าหาอย่างหื่นๆ

"ไอ้ไฟ ไอ้บ้า เบาๆสิวะ เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า เขาจะคิดว่าฉันย่องมาปล้ำนายจริงๆ"

"ก็อยากแกล้งกันก่อนทำไม จะแต่งงานอยู่พรุ่งนี้แล้วยังทำตัวเป็นเด็กไปได้ แล้วไหนล่ะ ว่าที่สามีน่ะ"

"เดี๋ยวเย็นนี้พาไปเจอ อย่าทำตัวหล่อเกินหน้าเจ้าบ่าวล่ะ"

"ก็คนมันเกิดมาหล่อ จะให้หล่อน้อยกว่านี้ได้ยังไง" อัคนีวางท่าเก๊กราวนายแบบโดมอนแมน จนปีใหม่อดขำเขาไม่ได้

หลังจากทักทายกันหายคิดถึงแล้ว อัคนีขอตัวลงมาเดินเล่น แล้วมาเจออัจจิมานอนอ่านหนังสือนิยายอยู่ที่เตียงผ้าใบริมหาด อัคนีทำปากยื่นปากยาวว่าผู้หญิงกับนิยายประโลมโลก ไร้สาระ...อัจจิมาโกรธจี๊ดลุกขึ้นนั่งทันที

"วันนี้มันวันซวยอะไรของฉัน"

"ชอบอ่านนิยายประเภทนี้นี่เอง ถึงได้มีวิธีมัดใจผู้ชายได้อยู่หมัด"

"ไปไกลๆ" เธอตวาดแว้ด

"ไหนจะผู้ดีไฮโซพูดคะพูดขา ไหนจะไอ้ตี๋ล่ำบึ้กซิกซ์แพ็ก เป็นมัดๆ"

"นายพูดอะไร"

"ผละจากอีกคนก็แวบเข้าลิฟต์ไปกับอีกคน ฉันเห็นกับตา"

อัจจิมาเริ่มเข้าใจที่อัคนีกัด เลยยิ้มกวนใส่ "นั่นเป็นผลจากวิธีบริหารเสน่ห์แบบจี๊บๆของฉัน อย่าบอกนะว่านายติดใจฉันเข้าอีกคน ถึงได้สะกดรอยตามฉันดิกๆๆแบบนี้"

"อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ฉันก็แค่อยากจะเตือนเธอในฐานะที่ฟาร์มเราอยู่ติดกันว่าไอ้พระเอกประเภท อัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอกลงจากหอคอยมังกรพ่นไฟน่ะ มันมีแต่ในการ์ตูนเรื่อง SHRAKE หรือไม่ก็ในนิยายน้ำเน่าที่เธออ่านแค่นั้น"

ทันทีที่อัคนีพ่นเสร็จ เสียงพฤกษ์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"ให้เกียรติไปชมวิวกับผมสักครู่ได้ไหมคะคุณจี๊ด"

ทั้งอัคนีและอัจจิมาหันไปมองพฤกษ์ซึ่งนั่งอยู่บนหลังม้าสีขาวแสนเท่ อัจจิมายิ้มย่องรีบลุกขึ้นทำดีดดิ้นเข้าไปหาพฤกษ์

"ว้าวววว...นึกว่าอัศวินขี่ม้าขาวจะมีอยู่แค่ในนิยายนะคะเนี่ย ขออนุญาตทำตัวเป็นเจ้าหญิงบนหอคอยสักวันนะคะ"

พฤกษ์ส่งมือให้อัจจิมาทันที หญิงสาวยึดมือเขาก่อนปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว

"เดี๋ยวเที่ยวต่อไป ผมมารับคุณไฟนะครับ"

"ขอบคุณครับ เชิญคุณสองคนตามสบายเถอะครับ"

พฤกษ์บังคับม้าเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผย อัจจิมาหยิบนิยายประโลมโลกขึ้นมาจูบแล้วแกล้งโบกมือให้อัคนีอย่างเริงร่า อัคนีสุดเจ็บใจ ความร้อนแผ่ซ่านไปทั้งตัว จากนั้น

เขาก็ตั้งตารอคอยว่าเมื่อไหร่ทั้งคู่จะกลับมา ขณะชะเง้อไปบ่นไป ปีใหม่เดินมายืนมองด้วยความสงสัย ก่อนเข้ามาถามเขาว่า ผลุบๆโผล่ๆมองหาใคร พาใครมาด้วยงั้นเหรอ หรือว่านัดหมอมานวด

อัคนีเกือบหลุดปากพูดความจริง ยังดีที่ยั้งปากทัน โมเมมั่วนิ่มว่า

"ก็มาคอยเธอไง ไหนบอกจะพาไปดินเนอร์หรู จะพาไปรู้จักแฟน นี่มันปาเข้าไปกี่โมงแล้ว คนนะเว้ยไม่ใช่อูฐจะได้มีหนอกไว้เก็บข้าวเก็บน้ำกินเป็นเดือนๆ"

"บ่นเข้าไป ก็จะพาไปอยู่นี่ไง แล้วทำตัวดีๆนะ ห้ามเห่าใส่ใครเด็ดขาด"

อัคนียักไหล่แล้วตีหน้าตายไม่รับปาก เมื่อเดินตามกันไปจนถึงมุมดินเนอร์แสนโรแมนติกในโรงแรม ก็พบว่าว่าที่เจ้าบ่าวของปีใหม่นั่งรออยู่แล้ว ซึ่งเขาก็คือใหญ่เพื่อนรักของอัจจิมานั่นเอง อัคนีเห็นเขาแล้วอึ้ง เพราะจำได้ว่าเป็นผู้ชายที่เข้ามากอดนัวเนียกับอัจจิมาก่อนจะหายเข้าลิฟต์ไปด้วยกัน

"ผม...ใหญ่ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณ..."

"อัคนีค่ะ หรือจะเรียกว่านายไฟบรรลัยกัลป์ก็ได้"

"ตัดคำว่าบรรลัยกัลป์ทิ้งเหลือแค่ไฟคำเดียวดีกว่าครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณใหญ่" อัคนียื่นมือไปจับมือใหญ่ ขณะที่ปีใหม่เหลียวซ้ายแลขวาถามหาเพื่อนเจ้าสาว

"นั่นไง มาพอดี" ใหญ่ชี้มือไปที่อัจจิมาซึ่งเดินเคียงคู่มากับพฤกษ์ อัคนีถึงกับเบิกตาโตอย่างคาดไม่ถึง อัจจิมาเองก็อึ้ง แปลกใจไม่แพ้กัน...

ooooooo

ตอนที่ 4

บรรยากาศเริ่มมาคุเมื่อทุกคนนั่งลงเผชิญหน้า แล้วใหญ่บอกอัจจิมาว่าเธอต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ปีใหม่

"อ้าว ก็ไหนแกว่าจะให้ฉันมาช่วยจัดงานให้แม่ไง แล้วไหนล่ะแม่แก"

"แม่ตัวจริงติดหิมะอยู่ที่อังกฤษ บินกลับมาไม่ได้ เหลือแต่แม่ทูนหัวนี่ไง" ใหญ่โอบกอดปีใหม่ซึ่งยิ้มกว้างรับตำแหน่งแต่โดยดี

"ถ้างั้นเรื่องที่แกจะเลี้ยงแซยิดให้แม่..."

"ก็ถ้าฉันไม่ยกเหตุผลนี้มาอ้าง แกจะยอมทิ้งวัวทิ้งหญ้ามางานนี้เหรอ"

"แต่ถ้าคุณจี๊ดไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่มีเพื่อนสนิทที่สุดของเราสองคนมาร่วมงาน เราก็ดีใจแล้ว" ปีใหม่เอ่ยด้วยไมตรี แต่อัคนีได้ทีฮุกเข้าใส่อัจจิมาทันควัน

"ไม่ใช่ไม่สะดวกใจหรอกครับ แต่กลัว...คุณจี๊ดเขาขี้กลัวอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"

"ฉันไม่เคยกลัวใคร...ตกลงค่ะคุณปีใหม่ ฉันจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้คุณ"

"ในเมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดีแล้วเรามาฉลองกันหน่อยนะครับ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง" พฤกษ์แทรกขึ้นมา...อัคนีมองหมั่นไส้ ถามอย่างข้องใจว่า

"ตกลงนี่คุณเป็นญาติทางฝ่ายเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวครับเนี่ย"

"ไม่ใช่ญาติฝ่ายไหนทั้งนั้นจ้ะ พฤกษ์เป็นเพื่อนฉันแล้วก็เป็นเจ้าของโรงแรมนี้ด้วย" ปีใหม่แนะนำด้วยรอยยิ้มสุดกว้าง

"ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับคุณจี๊ด คุณไฟ" พฤกษ์ค้อมศีรษะให้ทั้งคู่อย่างสุภาพ อัคนียิ่งเห็นท่าทีผู้ดีอังกฤษ ของพฤกษ์แล้วอารมณ์ยิ่งตุ่นขุ่นมัว

หลังจากละเลียดอาหารกันไปเรียบร้อยแล้ว พฤกษ์ก็เปิดไวน์แจกจ่ายทุกคนเพื่อดื่มฉลองให้กับความสุขของใหญ่และปีใหม่ที่ จะจัดขึ้นในวันมะรืนนี้

"เดี๋ยวก่อนค่ะ ไม่ใช่จะแต่งกันพรุ่งนี้เหรอ" อัจจิมา เบรกขึ้นกลางวงจนทุกคนถือแก้วไวน์ชะงัก

"พรุ่งนี้มันงานเลี้ยงสละโสด นี่แกกลับบ้านช้าสักวันสองวันวัวแกคงไม่เปลี่ยนมาร้องจี๊ดๆๆๆหรอกน่า" ใหญ่ทำหน้าเซ็งๆ อัคนีไม่สนใจชวนทุกคนดื่มได้แล้ว แต่พอยกแก้วไวน์จ่อจะถึงปาก ก็มีอันต้องค้างกลางอากาศกันอีกครั้ง เมื่ออัจจิมามีคำถามขึ้นมาอีก

"แล้วใครเป็นคนจัดงานเลี้ยงให้แก อย่าบอกนะว่าเป็นฉันน่ะ"

"ไม่ใช่ค่ะ เพื่อนใหญ่ที่ชื่อลิซ่าเป็นคนจัดการค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าก็จะบินมาที่นี่" ปีใหม่ชี้แจง

"หมดเรื่องสงสัยแล้วใช่มั้ย ถ้างั้นเราดื่มกันเลยครับ... ดื่ม" อัคนีเชิญชวน ทุกคนจึงยื่นแก้วจะเข้ามาชนกันตรงกลาง แต่แล้วอัจจิมาก็ร้องจ๊ากขึ้นอีก คราวนี้ทุกคนเลยประสานเสียงโดยพร้อมเพรียงกันด้วยความหงุดหงิดรำคาญ

"อะไรอีก"

"เอ่อ...คือ...อยากขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนน่ะค่ะ เชิญดื่มกันไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจี๊ดกลับมาดื่มฉลองให้ทีหลังค่ะ" อัจจิมา ยิ้มแหยๆให้ทุกคนก่อนเดินออกไป ใหญ่กับปีใหม่แอบขำ ในขณะที่พฤกษ์อมยิ้มชอบใจในความใสโก๊ะไร้ซึ่งมารยาของหญิงสาว อัคนีเองก็ขำๆ แต่พอหันมาเห็นสายตาพฤกษ์ที่มองตามอัจจิมาไปก็พาลหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ขณะที่อัจจิมาไปกระบี่ ศิลาก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯตามคำชวนของไกรภพ โดยมีสองสมุนคู่ใจติดตามมาด้วย ก่อนหน้านี้ไกรภพไปเห็นบ่อนเล็กๆของศิลา จึงชวนมาดูบ่อนใหญ่ๆของเฮียหมู ซึ่งตัวเขาเองเป็นหนี้อยู่จำนวนมาก แต่สร้างภาพว่าเป็นเศรษฐีเพื่อหวังฮุบที่ดินของฟาร์มพศวัต ยิ่งพอได้ไปเจอะเจออัจจิมาน้องสาวของศิลาเข้า ไกรภพก็ยิ่งหมายมั่นปั้นมือว่างานนี้เขาต้องได้ทั้งที่ดินและตัวอัจจิมา

ศิลาเห็นความโก้หรูที่ฉาบไว้ของไกรภพก็ตกหลุมพรางเขาทันที กอปรกับนิสัยนักเลงของตัวเอง ชอบนัก เรื่องการพนัน ศิลาเลยทุ่มไม่ยั้งจนเป็นที่ถูกใจของเฮียหมู ถึงขนาดเรียกไกรภพมาคุยกันลับหลังสองต่อสอง

"ลูกค้าใหม่ของลื้อมือหนักไม่เบา"

"ครับ"

"ขอบใจนะ"

"ส่วนหนี้ที่ผมติดเฮีย ผมจะรีบใช้คืนให้เร็วๆนี้ ผมพอมีลู่ทางแล้ว"

"ไม่เป็นไร ไม่รีบ" ปากเฮียหมูว่าไม่เป็นไรแต่มือขยับปืนที่เอว จนไกรภพรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว

ooooooo

กลับเข้ามานั่งร่วมโต๊ะดินเนอร์ อัจจิมาส่งเสียงเจื้อยแจ้วอารมณ์ดีเป็นพิเศษ โดยที่ใหญ่ยืนคุยโทรศัพท์ ห่างออกไป

"ตอนแรกที่นายใหญ่เขาบอกให้จี๊ดช่วยจัดงานให้ จี๊ดก็ขับรถเข้ากรุงเทพฯไปเดินซื้อหนังสือเกี่ยวกับการจัดงานปาร์ตี้มาอ่านๆๆ จนมันอยู่ในหัวหมดแล้วค่ะว่าจะทำอะไรยังไงบ้าง นี่ถ้านายใหญ่ไม่ได้ติดต่อคุณลิซ่าไว้ จี๊ดก็จะขออวดฝีมือให้ดูสักตั้ง"

"แกได้แสดงฝีมือแน่ยายจี๊ด" เสียงใหญ่แทรกขึ้นมา ทำเอาอัจจิมาแทบร้องจ๊าก "ลิซ่าโทร.มาบอกว่ารถถูกชน หมอต้องเข้าเฝือกที่ขาให้ พรุ่งนี้คงมาที่นี่ไม่ได้แน่ๆ"

"ถ้างั้นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณจี๊ดด้วยนะครับ ที่จะได้แสดงฝีมือจัดงานอันเลิศหรูอลังการยอยศยิ่งฟ้าให้ประจักษ์ต่อสายตาทุกคน"

"โดยมีนายเป็นผู้ช่วย"

"เฮ้ย!" อัคนีร้องลั่นใส่เพื่อนสาว

"หรือนายจะปฏิเสธ นายจะปล่อยให้เพื่อนเจ้าสาวทำงานอยู่คนเดียว โดยที่เพื่อนเจ้าบ่าวนอนสปาอโรมาเทอราปี้อยู่ในโรงแรมงั้นเหรอ"

"ช่างเขาเถอะค่ะ เอาเป็นว่าฉันรับปากจะจัดงานนี้ให้เอง เพราะคนหยาบกระด้างไร้น้ำใจอย่างหมอนี่คงทำอะไรโรแมนติกกับใครเขาไม่เป็นหรอกค่ะ"

"ถ้างั้นผมช่วยคุณจี๊ดเต็มที่ ต้องการลูกมือกี่คนบอกได้นะครับ ไม่ต้องเกรงใจ" พฤกษ์เสนอตัวทันที

"คงไม่ต้องใช้ลูกมือหรอกครับ เพราะผมจะช่วยเอง ทุกคนจะได้รู้ว่าผมไม่ได้หยาบกระด้างไร้น้ำใจ แล้วก็โรแมนติกเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด"

อัคนีกล่าวหนักแน่นเด็ดเดี่ยวจนทุกคนพากันงงงวย แล้วหลังจากนั้น ผู้จัดงานสาวสวยกับผู้ช่วยหนุ่มหล่อก็แยกตัวไปวางแผนแสดงไอเดียกันตามลำพัง ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายมุมหนึ่งของโรงแรม

อัจจิมาขำก๊ากกับไอเดียของอัคนีที่จะจัดสไตล์คาวบอย ถามเขาว่ามันโรแมนติกตรงไหนไม่ทราบ อัคนีเลยย้อนเข้าให้ว่า แล้วธีมลิตเติ้ลเมอร์เมดของเธอเก๋ตายล่ะ?

"แค่คิดว่าจะขนวัวขนม้ามายังไงก็วุ่นวายแล้ว"

"ลืมไปแล้วเหรอว่าอัศวินของเธอขี่ม้าขาว"

"ให้นุ่งยีนส์ ใส่เสื้อแขนยาว สวมหมวกริมทะเล คิดได้ไง ร้อนตายชัก"

"แล้วไอ้ชุดเจ้าชายกับนางเงือกที่จะให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวใส่มันไม่ตับแลบหนักกว่าเหรอ ไหนจะชุดกุ้งหอยปูปลาที่เพื่อนๆต้องช่วยกันใส่อีก ได้เป็นลมกันก่อนงานเริ่มแน่"

"จัดที่ทะเล ธีมมันก็ต้องเป็นทะเล" อัจจิมาเริ่มมีอารมณ์

"โบราณ...เขายกทะเลขึ้นไปจัดบนเขากันตั้งเยอะแยะ แล้วมันจะแปลกอะไรถ้าจะย้ายของที่อยู่บนเขามาจัดที่ทะเล"

"ไม่แปลกแต่ไม่ชอบ"

"ฉันชอบ"

"แต่ฉันไม่ชอบ"

แล้วต่างคนต่างก็ส่งเสียงตอบโต้กันไปมา จนกระทั่งอัจจิมาตะโกนใส่หูอัคนีดังลั่น ฝรั่งสามีภรรยาหลายคู่ที่ออกมาดื่มด่ำธรรมชาติอยู่แถวนั้นต่างพากันหันมามอง ทั้งคู่อย่างตกใจ ยิ่งเห็นฝ่ายชายเอามืออุดหูเพราะแก้วหูแทบระเบิด ยิ่งคิดว่าชายหนุ่มถูกหญิงสาวทำร้าย อัจจิมาเหลียวซ้ายแลขวาหน้าตาแหยๆ อายแทบแทรกแผ่นดินรีบหนีไปทันที

อัจจิมาพุ่งมากดลิฟต์แล้วก้าวเข้าไปยืนข้างใน และก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิด อัคนีก็เบียดตัวแทรกเข้ามายืนข้างๆ หญิงสาวเบี่ยงตัวหนี โดยขยับยืนหันหลังให้เป็นการแสดงให้เห็นจะจะว่าเหม็นขี้หน้าอย่างแรง อัคนีเจ็บหนึบ พยายามกัดฟันเรียกหญิงสาว แต่เรียกสองสามครั้งเธอก็ยังไม่หันมามอง เลยต้องเอามือสะกิดสีข้าง คราวนี้เธอหันมาว้ากใส่เขาทันที

"อะไรอีกล่ะ ฉันว่าคืนนี้เราเลิกทะเลาะกันดีกว่า นายกลับไปนอนตีลังกาให้เลือดไปเลี้ยงสมองก่อน แล้วค่อยมาบอกฉันพรุ่งนี้ก็ได้ว่าไอเดียของนายมันห่วยแตกแค่ไหน"

"เรื่องนั้น พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน แต่เรื่องนี้ต้องว่ากันเดี๋ยวนี้"

"ยังมีเรื่องอะไรต้องพูดกันอีก"

"ก็เรื่องที่เธอเหยียบเท้าฉันอยู่น่ะสิ เอาออกไปสักที เล็บยิ่งขบอยู่ด้วย"

อัจจิมาก้มลงมองที่เท้า ก็พบว่าจริงดังเขาว่า เธอรีบถอนเท้าออกมา แล้วตีหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พอลิฟต์เปิดก็รีบเดินออกมา อัคนีก้าวตามหลัง

"ตามมาทำไม จะให้ฉันขอโทษงั้นเหรอ ไม่มีทาง นายอยากมายืนให้ฉันเหยียบเอง ช่วยไม่ได้"

ว่าแล้วเธอเดินต่อ ในขณะที่อัคนีไม่ต่อปากต่อคำ ได้แต่เดินตาม จนเธอหันมามองอีกครั้ง

"เอ๊ะ บอกแล้วไงว่าไม่ขอโทษ ได้ยินมั้ย จะไปไหนก็ไป"

อัคนีไม่พูดอะไรสักคำ ยังคงเดินตามหลังเธอต่อไป อัจจิมาหันขวับกลับมาอีกอย่างหมดความอดทน

"ทำไมนายไม่กลับห้อง หรือว่านายจะแก้แค้นฉัน ตามมาลวนลามฉัน" คิดดังนั้นแล้วเธอรีบจ้ำหนี แต่เมื่อหันมาเห็นอัคนีจ้ำตามก็เริ่มกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้ามาทำมิดีมิร้าย หญิงสาววิ่งมาถึงประตูห้อง กำลังจะเปิดเข้าไป แต่อัคนีคว้ามือเธอไว้

"นายจะทำอะไร นายไฟ"

อัคนีจับข้อมือทั้งสองข้างของอัจจิมาแนบบานประตูแน่น แล้วแสยะยิ้มน่ากลัว ก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้จนปากแทบจะแตะกัน อัจจิมาหลับตาปี๋ด้วยความสยองก่อนจะพลิกหน้าบิดซ้ายบิดขวาราวโดนใครบดขยี้ ปากอย่างรุนแรง

"คุณจี๊ดเป็นอะไรคะ" เสียงของปีใหม่ทำให้อัจจิมาสะดุ้งลืมตาโพลง อัคนีซึ่งยืนอยู่หน้าประตูฝั่งตรงกันข้ามแอบแขวะหญิงสาวอย่างขำๆ

"สงสัยคงละเมอคิดว่าใครมาปล้ำมั้งครับ"

"แล้วนายตามฉันมาทำไม" อัจจิมาถามเสียงเขียว

"อ๊ะ ก็ห้องฉันอยู่นี่แล้วจะให้มาทางไหน ปีนบันไดลิงมางั้นเหรอ"

"แต่เมื่อกี้นายไม่ได้จะเข้าห้องนาย  แต่นายตรงมาหาฉัน"

"ถูก ก็ฉันเห็นเธอทำการ์ดหล่นที่พื้น ฉันก็อุตส่าห์เก็บมาคืนให้  นี่ไง  เฮ้อ  ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ"  อัคนียื่นการ์ดสำหรับเปิดประตูห้องคืนให้  อัจจิมาดึงการ์ดกลับคืนมาอย่างเสียไม่ได้

"นอนพักผ่อนมากๆล่ะแก สงสัยจะนอนน้อยหรือไม่ก็กินมากไปถึงได้หลอนยังนี้ เอ้า ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันพาปีใหม่ ไปพักล่ะนะ พรุ่งนี้เจอกัน" ใหญ่พูดจบก็โอบเอวปีใหม่กลับออกไป

"เฮ้อ คิดเข้าไปได้ อดิศวรอย่างฉันจะพิศวาสพศวัตอย่างเธอ ช่างกล้า" อัคนีพูดลอยๆ อมยิ้มกวนๆ แต่พอถูกเธอศอกกลับก็ถึงกับหงอยไปเลย

"อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย พศวัตอย่างฉันก็ไม่มีวันชายตามองอดิศวรอย่างนายอยู่แล้ว ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกเหลือแค่นายคนเดียว ฉันก็ไม่มอง ไม่มีวัน!"

ooooooo

เช้าแล้ว ศิลาเดินสะโหลสะเหลเข้ามาในบ้าน พิศาลลดหนังสือพิมพ์ในมือลง ทักถามลูกชายด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจนักว่า

"หายหัวไปไหนมาเจ้าศิลา ถึงได้กลับเอายันเช้า"

"ผม...ผมไปติดต่อลูกค้าให้ยายจี๊ดที่กรุงเทพฯน่ะครับ พอดีไปเจอคุณไกรภพ เขาชวนผมไปค้างที่บ้านเขา ผมก็เลยไป...ถือโอกาสทำงานให้พ่อด้วยไง"

"งานอะไร"

"อ้าว ก็งานสืบประวัติลูกค้าไงพ่อ คุณไกรภพเขามาซื้อที่เรา มีโอกาสเราก็ต้องไปสืบหน่อยล่ะว่าบ้านช่องเขาเป็นยังไง มีฐานะจริงรึเปล่า"

"แล้วเป็นไง"

"โคตรรวยเลยพ่อ บ้านใหญ่ยังกับวัง แถมมีคนใช้เป็นสิบ นี่ถ้าเรามัดเขาเป็นเขยได้ล่ะก็ รับรองเรามีกินมีใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่หมด ไม่ต้องไปเสียเหงื่อเก็บขี้วัวเป็นจับกังเหมือนอย่างไอ้พวกอดิศวรด้วย"

ศิลาพูดไปแอบเหล่ดูปฏิกิริยาพ่อไป พิศาลเอามือลูบคาง ท่าทางคล้อยตาม นึกไปถึงวันที่ตัวเองจะได้หยามเหยียดพวกอดิศวรให้จมดิน...

ที่สวนกุหลาบของสุพรรษา สี่คนพ่อแม่ลูกกำลังพูดคุยกันเรื่องจะจัดงานฉลองวันขึ้นปีใหม่ ปฐพีจาระไนว่านอกจากอาหารแล้ว ก็มีประกวดร้องเพลง ประกวดเต้นหางเครื่อง และอาจจะมีฉายหนังกลางแปลง วายุภัคพยักหน้าก่อนจะบ่นเสียดายที่อัคนีไม่อยู่ ไม่งั้นได้คว้าตำแหน่งดาวรุ่งเสียงโทรมกับดาวเต้นแร้งเต้นกาไปครองอีกแน่ๆ เหมือนทุกปี

"แต่ตำแหน่งนกเขาคู่รักแห่งปี คงหนีไม่พ้นพ่อกับแม่ จริงมั้ยจ๊ะที่รัก" มนตรียิ้มชื่นเข้าหาเมียรัก

"ก็แหงล่ะ ในเมื่อมีแต่พ่อกับแม่เท่านั้นที่ร้องเพลงนี้ได้" ปฐพีกระเซ้า

"เพราะพวกแกมัวแต่ไปฟังเพลงอัลเธอร์ เพลงร็อก เพลงแร็พอยู่น่ะสิ เลยไม่มีใครใส่ใจเพลงเก่าที่เนื้อหาลึกซึ้งกินใจแบบนี้ ว่ามั้ยจ๊ะแม่"

พูดขาดคำ มนตรีก็โก่งคอร้องเพลงรักหวานซึ้งเมื่อสมัยตัวเองยังหนุ่มๆ สุพรรษาเองก็ครึ้มอกครึ้มใจผลัดกันร้องไปคนละท่อนประสาเพลงคู่ พร้อมวาดลีลาราวกับถ่ายมิวสิกวีดิโอก็ไม่ปาน

ขณะเดียวกันนั้นที่โรงแรมหรูจังหวัดกระบี่ อัคนีก็กำลังร้องเพลงเดียวกันนี้ให้อัจจิมาฟัง แต่กลับไม่ถูกใจเธออย่างแรง ถึงกับตะเบ็งแข่งขึ้นมา

"หยุดได้แล้ว ฉันอุตส่าห์ให้เวลานายไปนอนตีลังกาคิด แต่เลือดมันไม่ได้ลงไปเลี้ยงสมองนายเลยใช่มั้ย นายถึงไม่เก็ตว่าไอเดียนายมันไม่เวิร์ก มันแป้ก ทั้งรูปแบบแล้วก็ไอ้เพลงที่นายจะให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวร้องนี่ด้วย"

"แต่มันเป็นเพลงที่พ่อกับแม่ฉันร้องในวันแต่งงาน แล้วก็เอามาร้องในวันเกิด วันครบรอบแต่งงาน วันปีใหม่ วันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมไปจนถึงวันพระวันโกนด้วย"

"แล้วไง"

"มันเป็นเพลงของครอบครัวฉัน"

"แล้วไง"

"อ้อ...ฉันลืมคิดไป คนไม่มีแม่จะซาบซึ้งกับคำว่าครอบครัวได้ยังไง"

อัจจิมาชะงักกึก จุกเสียดไปทั้งใจ "ใช่ ฉันไม่มีแม่ ที่สำคัญฉันทำให้แม่ฉันต้องตายด้วย"

"เธอพูดอะไร" อัคนีชะงัก

"แม่คลอดฉันแล้วท่านก็ตาย ท่านตายเพราะฉัน เป็นไง สมใจนายใช่มั้ยที่รู้ว่าฉันขาดในสิ่งที่นายมี"

อัคนีจ๋อยสนิท ไม่มีเจตนาจะสะกิดแผลให้หญิงสาวเสียใจเลยแม้แต่น้อย พอเขาจะเอ่ยปากว่าไม่ได้ตั้งใจ เธอกลับสวนขึ้นมาเสียงสั่นๆ

"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันรู้ว่านายสะใจแค่ไหนที่ทำให้ใครในพศวัตเสียใจได้ ต่อไปนี้ฉันจะไม่มีวันอ่อนแอให้นายเห็นอีกเป็นอันขาด...แล้วตกลงจะเอายังไง เรื่องงานเย็นนี้ จะทำไม่ทำ"

"ปีใหม่มันเพื่อนรักฉัน จะไม่ช่วยเพื่อนได้ไงล่ะ เอางี้ ทำสลากขึ้นมาสี่อัน เขียนชื่อฉันกับเธออย่างละสอง แล้วผลัดกันจับ จับชื่อใครได้มากกว่ากัน ทำตามไอเดียคนนั้น ตกลงมั้ย"

"ก็ได้ งั้นให้ฉันเป็นคนเขียนสลาก"

"ไม่ได้ ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเธอจะไม่โกงฉัน เป่ายิงฉุบ ใครชนะเป็นคนเขียน"

ทั้งคู่เป่ายิงฉุบกันสองสามครั้ง ปรากฏว่าอัคนีเป็นฝ่ายชนะร้องโชโย อัจจิมาถึงกับหน้าม้าน ชายตามองเขาอย่างหมั่นไส้สุดๆ

ถึงตอนเขียนสลากอยากแก้ตัวที่พลั้งปากเรื่องครอบครัวทำให้เธอเสียใจ อัคนีเขียนชื่ออัจจิมาทั้งสี่อัน แล้วผลัดกันจับตามกติกาโดยที่อัจจิมาไม่รู้ พอเห็นเธอยิ้มแย้มดีใจมากๆที่ตัวเองชนะได้ผู้นำในการจัดงานปาร์ตี้สละโสดของใหญ่กับปีใหม่ อัคนีก็แอบอมยิ้มสุขใจ

ooooooo

หลังจากเมื่อวันก่อนกรุยทางเอาไว้แล้ว สายวันนี้ไกรภพจึงมาพบพิศาลถึงบ้านอีกครั้ง เจรจาอย่างเป็นการเป็นงานว่า

"ผมเองก็ไม่ได้อยากจะเร่งรัดคุณอานะครับ แต่แบงก์ที่สนใจโปรเจกต์นี้อยากจะเห็นโครงการรีสอร์ตของผมเร็วๆ ผมเล็งแล้วว่าทำเลซึ่งเป็นที่ดินของคุณอาเหมาะที่สุดที่จะทำโครงการนี้"

"พอดีช่วงนี้ยายจี๊ดก็ไม่อยู่ซะด้วย แล้วที่ดินตรงนั้นยายจี๊ดมันก็ดันไปอนุญาตให้พวกชาวบ้านที่ไม่มีบ้านมาปลูกเพิงซุกหัวนอนกันด้วย"

"เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ตราบใดที่ที่ดินผืนนั้น เป็นชื่อของคุณอา เราจะเชิญพวกนั้นออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ ปัญหามันอยู่ที่ว่าคุณอาอยากขายรึเปล่าเท่านั้น"

"ไม่ต้องไปรอยายจี๊ดหรอกพ่อ ที่ดินเรามีตั้งสองสามแปลง ขายสักแปลงจะเป็นไรไป  อีกอย่างคุณไกรภพก็ให้ราคาสูงจะตายไปพ่อ"  ศิลาเชียร์สุดตัว แต่พิศาลยังนิ่งคิดอย่างลังเล ไกรภพจึงวางหมากต่อ

"ถ้าเรื่องที่ดินไม่มีอะไรติดขัด ผมก็อยากจะชวนคุณอากับครอบครัวเข้าหุ้นทำรีสอร์ตกับผมด้วย"

สองพ่อลูกสบตากันโดยมิได้นัดหมาย นึกไม่ถึงว่าจู่ๆบุญก็หล่นทับเข้าให้

"แล้วพ่อไกรจะจัดการกับไอ้พวกกาฝากที่มันมาอาศัยที่ดินอายังไง"

ไกรภพยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะคำถามของพิศาลเป็นคำตอบ ที่บ่งชัดว่าตกลง

ooooooo

ถึงเวลาลงมือ อัจจิมาประดิดประดอยตัดริบบิ้นหลากสีอย่างตั้งอกตั้งใจ ในขณะที่มุมหนึ่งอัคนีนั่งตัดกระดาษเป็นรูปหัวใจอย่างเซ็งๆ

"ไม่นึกไม่ฝันว่าจะต้องมานั่งทำอะไรหวานแหววแต๋วจ๋าอยู่ตรงนี้ เฮ้อ เอาเวลาไปเก็บขี้วัวยังจะมีประโยชน์ซะกว่า"

"ฉันไม่ทู่ซี้ทำธีมลิตเติ้ลเมอร์เมดให้นายต้องแต่งตัวเป็นแมงดาทะเลก็ดีเท่าไหร่แล้ว ให้ตัดกระดาษแค่นี้ทำบ่น"

"แซนด์วิชกับน้ำส้มจ้ะ รองท้องก่อนจะถึงมื้อกลางวัน" พฤกษ์ปากหวานเข้ามาพร้อมของว่างในมือ

"ขอบคุณค่ะ ทำไมคุณพฤกษ์ไม่ให้เด็กเอามาให้คะ มาเสิร์ฟเองอย่างนี้ เกรงใจจังค่ะ"

"ไม่เป็นไร พอดีผมเพิ่งประชุมวางแผนจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับพนักงานเสร็จ พอมีเวลาว่างสองสามชั่วโมง ก็เลยแวะมาดูคุณจี๊ด เผื่อจะมีอะไรให้ช่วย"

"มีแต่งานจุกจิกจุ๋มจิ๋มของผู้หญิง ไม่มีอะไรเหมาะกับแมนๆอย่างเราหรอกครับ" อัคนีโพล่งขึ้น

"ให้ผมช่วยนะ" พฤกษ์กรีดนิ้วหยิบริบบิ้นมาร้อยใส่กระดาษรูปหัวใจแล้วผูกเป็นโบว์อย่างแคล่วคล่อง

"โอ้โฮ นี่คุณพฤกษ์ผูกโบว์ได้เนี้ยบกว่าจี๊ดซะอีกนะคะเนี่ย" อัจจิมามองพฤกษ์ที่ส่งยิ้มให้เธออย่างอบอุ่นด้วยความชื่นชม อัคนีแอบสังเกตเห็นท่านั่งพับเพียบเรียบแต้ รวมไปถึงมือที่กรีดไปมา ตลอดจนท่าทางที่ดูนุ่มนิ่มของพฤกษ์ แล้วแอบฟันธงในใจว่า "ไอ้นี่...ตุ๊ดชัวร์"

เมื่อเตรียมวัสดุอุปกรณ์เสร็จแล้ว ทั้งสามคนช่วยกัน ขนย้ายออกไปยังชายหาดซึ่งเป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้ จากนั้นก็ช่วยกันตกแต่งอย่างเร่งรีบเพราะแดดค่อนข้างแรง พฤกษ์เห็นอัคนีเหงื่อไหลไคลย้อยก็รีบนำผ้าเช็ดหน้ามายื่นให้ ห้ามไม่ให้เขาใช้มือปาดเหงื่อ เดี๋ยวหน้าจะเป็นสิว พอเห็นอัคนีจับไม่ถนัด พฤกษ์รีบจัดแจงเช็ดให้เอง ทำเอาอัคนีผวาเฮือกไม่อยากอยู่ใกล้ ผิดกับอัจจิมาที่กล่าวชื่นชมพฤกษ์ว่า คุณช่างมีน้ำใจจริงๆ

เมื่องานเสร็จเรียบร้อย ทั้งอัจจิมาและอัคนีก็แย่งกัน ไปเอาความดีความชอบใส่ตัวเอง ปรากฏว่าทั้งคู่ต้องตะลึง พรึงเพริด เมื่อพบว่าพี่หนูต่อนั่งประจ๋อประแจ๋อยู่ในห้องกับใหญ่และปีใหม่ด้วย

"อ๊าย...น้องหนูจี๊ด น้องไฟ มาอยู่ที่นี่ด้วยกันได้ยังไงคะเนี่ย" พี่หนูต่อกรีดเสียงกะเทยแปดหลอด

"พี่หนูต่อ! คือ...มันเป็นความซวย เอ๊ย ความบังเอิญน่ะค่ะ จี๊ดเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว"

"ส่วนผมก็เป็นเพื่อนเจ้าสาว"

"ถ้างั้นชุดที่ไปตัดกันที่ร้านพี่หนูต่อก็เพื่อจะเอามาใส่งานนี้สิคะ ว้าว...งานนี้พี่หนูต่อฟาดเรียบตั้งแต่ชุดเจ้าบ่าว เจ้าสาว ชุดเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว"

"รวมทั้งชุดเพื่อนสนิทอีกสิบห้าคนที่จะมางานปาร์ตี้คืนนี้ด้วย ตกลงนี่รู้จักกันมาก่อนแล้วใช่มั้ย" ใหญ่หน้าตาอยากรู้มาก อัจจิมาไม่ตอบ กลับย้อนถามเขาว่า นายรู้จักพี่หนูต่อได้ยังไง "ก็ตั้งแต่ตอนไปเรียนที่ฝรั่งเศส"

"ใช่ ตอนนั้นพี่หนูต่อไปเรียนออกแบบที่นั่น แล้วก็มาแอบปิ๊งพ่อกล้ามล่ำนี่ ทำตลกจีบยังไงเขาก็ไม่สน มารู้ทีหลังว่าที่เขาไม่สนก็เพราะเขามีคุณนายปีใหม่แล้วนี่เอง ดีนะ ที่คุณนายเขาเคมีเข้ากับพี่หนูต่อได้ ไม่งั้นมีตบค่ะ แต่มาคราวนี้ พี่หนูต่อก็คงอกเดาะตามเคย เฮ้อ"

"ทำไมครับ พี่หนูต่อไปหลงรักใครอีกล่ะ" อัคนีแซว ทันที

"ไม่ต้องมาพูดดีเลย คนเขาแอบรักแอบชอบแล้วยังไม่รู้ตัวอีก" พี่หนูต่อทำงอนหน้าง้ำ ปีใหม่สงสัยว่าเจ๊จะอกเดาะเพราะใคร หรือว่านายไฟมีแฟนแล้ว เธอคือใคร? "ก็น้องหนูจี๊ดไงคะ"

"ไม่จริงงงงงง...." อัจจิมาและอัคนีประสานเสียงโต้พี่หนูต่อคอเป็นเอ็น "เราเกลียดขี้หน้ากันจนจะฆ่ากันตายอยู่แล้วนะพี่หนูต่อ"

"พี่หนูต่อก็เห็นอย่างนี้ทุกราย แรกๆก็เกลียดกันยิ่งกว่าอุจจาระ ไปๆมาๆก็รักกัน ขอโทษนะคะ ปานจะแหกทวารดมน่ะค่ะ"

"ใช่ เหมือนเราสองคนไง จริงมั้ยจ๊ะที่รัก" ใหญ่โอบกระชับปีใหม่เข้ามาในอ้อมกอด อัคนีกับอัจจิมาหันมามองกัน ต่างคนต่างก็ทำท่าเหม็นขี้หน้าใส่กันก่อนจะสะบัดหน้าหนีกันสุดฤทธิ์

ooooooo

ที่ฟาร์มพศวัต ศิลาซึ่งอยากขายที่ดินให้ไกรภพ จนตัวซีดตัวสั่น เขาเพิ่งจะโน้มน้าวพ่อไปเมื่อสายๆ ตกตอนเย็นก็มาบอกพ่อว่าไกรภพจะพาทนายมาตกลงเรื่องสัญญาซื้อขายกับเราพรุ่งนี้

"เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ ใจจริงพ่ออยากรอยายจี๊ดก่อน อีกไม่กี่วันน้องมันก็จะกลับแล้ว"

"เขาเอาเงินมากองตรงหน้าเราจะไม่รีบคว้าไว้เหรอพ่อ ถ้าเราไม่ขาย เขาก็อาจจะเปลี่ยนใจไปซื้อที่คนอื่น เศรษฐีร้อยล้านอย่างเขาไม่จำเป็นต้องง้อเราอยู่แล้ว อีกอย่างถ้ารอยายจี๊ดกลับมา มันก็ต้องยกเหตุผลโน่นนี่มาอ้างจนพ่อใจอ่อนไม่ยอมขาย สุดท้ายเราก็อาจจะเสียที่ให้รัฐเอาไปตัดทำถนนฟรีๆ ที่สำคัญที่สุด การที่จะได้เป็นหุ้นส่วนคุณไกรภพมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะพ่อ ในเมื่อโอกาสมันลอยอยู่ตรงหน้า ถ้าเราไม่คว้าเอาไว้ก็โง่บรมโง่เลยล่ะ"

"พรุ่งนี้ให้เขามาหาพ่อที่บ้านก่อนเที่ยงก็แล้วกัน"

"ครับพ่อ"

พิศาลเดินกลับเข้าไปทำงาน ศิลายิ้มผยอง ฝันหวานที่จะมีเงินล้านไปเข้าบ่อนเฮียหมู

ooooooo

บรรยากาศยามโพล้เพล้สุดแสนโรแมนติก งานปาร์ตี้สละโสดซึ่งจัดขึ้นที่ชายหาดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว โดยมีพี่หนูต่อทำหน้าที่พิธีกรวี้ดว้ายกระตู้วู้เชิญสมาชิกกว่าสิบชีวิตปรบมือเปิดงาน และเชิญดื่มกินดีดดิ้นกันตามสะดวก งานนี้ไม่มีเม้ม

อัคนีชำเลืองมองพฤกษ์เอาอกเอาใจอัจจิมาที่แต่งตัวสวยหวานน่ารักสุดๆอย่างหมั่นไส้ โดยมีสายตาของพี่หนูต่อจ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลา กระทั่งอัจจิมาควงแขนพฤกษ์เข้าไปกลางงาน อัคนีทนไม่ไหวถึงกับหลุดปากออกมาว่า

"ผู้ชายอะไรพูดคะพูดขา พี่หนูต่อว่าไอ้คุณพฤกษ์นี่มันเป็นตุ๊ดรึเปล่า"

"ปกติผีมักจะเห็นผีนะคะ แต่กับคุณพฤกษ์นี่ยังการันตีไม่ได้ เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ค่ะ สถาบันกะเทยไทยไม่ชอบให้ใครทำตัวคลุมเครือแบบนี้อยู่แล้ว"

ว่าแล้วทั้งคู่ก็พากันไปแอบดู หมายมั่นปั้นมือว่ายังไงก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าพฤกษ์เป็นชายจริงหรือหญิงเทียม

"ดูจากวิธีตักอาหารใส่จานจะเห็นว่านิ้วก้อยกางออกมา และกระดกขึ้นเล็กน้อย แต่องศามันยังไม่มากพอที่จะแกรันตี ได้ว่าแอ๊บแมนรึเปล่า น่าจะ 50/50 นะคะ"

เห็นพฤกษ์เอามือเหน็บผมซึ่งตกลงมาปรกหน้าผาก พี่หนูต่อตกใจถึงกับยกมือทาบอก

"อ๊าย...มีเหน็บผมทัดหูด้วยอ่ะ"

"ออกอาการเห็นๆเลยใช่มั้ยครับ" อัคนีรุกใหญ่

"อาการน่ะใช่ แต่เอ...วิธีการเหน็บมันก็ดูแมนนะคะ อ๊าย...แต่ดูตอนซับปากสิ กรีดนิ้วแตะเล็กแตะน้อยที่มุมปากอย่างนี้ มันกะเทยเทิร์นโปรชัดๆ"

"กะเทยชัวร์"

"พี่หนูต่อยังไม่กล้าการันตีค่ะ เพราะดูสิคะ เวลาผายมือให้น้องหนูจี๊ดก็ดูเข้มมั่กมาก เข้มจนพี่หนูต่อพลอยสยิวไปด้วย"

"เอาไงกันแน่พี่หนูต่อ"

"มันยังการันตีไม่ได้ 100% ค่า รายนี้ถ้าเป็นก็นับว่า แอ๊บเนียน ยังไงพี่หนูต่อขอเวลาสังเกตการณ์อีกนี้ดนะคะ"

อัคนีเซ็งเป็ด ยิ่งหันไปเห็นอัจจิมายิ้มแย้มเริงร่าอยู่กับพฤกษ์ในกลุ่มเพื่อนๆยิ่งอารมณ์เสีย

"หน้าคว่ำอย่างนี้ กลัวน้องหนูจี๊ดจะหลุดมือใช่มั้ยล่ะ" พี่หนูต่อดักคออย่างรู้ทัน แต่ชายหนุ่มรีบปฏิเสธพัลวัน "ไม่ต้องมาปากแข็งกับพี่หนูต่อเลย เดี๋ยวพี่หนูต่อจัดให้ ถึงพี่หนูต่อจะเจ็บปวดรวดร้าวแค่ไหน พี่หนูต่อก็ทนได้เพื่อน้องไฟกับคนที่น้องไฟเลือก"

พูดจบพี่หนูต่อก็แร้นกายไปทางไมโครโฟน ประกาศว่าถึงเวลาแดนซ์กระจายแล้ว ขอเชิญบ่าวสาวมาเปิดฟลอร์ และถ้าจะให้จี๊ดจ๊าดก็ต้องมีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวจับคู่กันออกมาด้วย

ปีใหม่กับใหญ่เริงร่าออกมาโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง แต่อัจจิมากับอัคนียังยืนเฉยอยู่กับที่ จนพี่หนูต่อต้องตรงรี่เข้ามาหา

"ขัดใจเจ๊จริงๆ ที่นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์มาดามทรูโซ่นะคะ จะได้มายืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งอย่างนี้"

"ผมเต้นไม่เป็น"

"จี๊ดก็เหมือนกัน"

"มันจะยากอะไรล่ะค้า...ก็แค่บิดมือ บิดแขน บิดตัว บิดสะโพกโยกไปโยกมาน่ะค่า" พี่หนูต่อไม่พูดเปล่า แต่ขยับท่าโยกย้ายส่ายสะโพกชนิดสุดสวิงแถมวาบหวิวให้ทั้งคู่ดู "ลองทำดูสิคะ ไม่ยากหรอก น้องไฟเป็นผู้ชายเริ่มก่อน อย่าให้เสียชื่ออดิศวรนะคะ"

พอพี่หนูต่อเอ่ยถึงนามสกุล อัคนีก็หึกเหิมขึ้นทันที ขยับเข้ามาเต้นกับพี่หนูต่อด้วยลีลาเอามันเข้าว่า

"ว้าว...ดิ้นได้ห้าวมาก แมนม้ากมาก เอ้า น้องจี๊ดเข้ามาแจมกับเราสิคะ"

"พวกพศวัตดีแต่ใช้กำลังทำร้ายคน มาทำอะไรที่เป็นงานศิลปะอย่างเราไม่ได้หรอกครับ ยืนนิ่งเป็นหุ่นอย่างนี้ล่ะดีแล้ว ขืนขยับเดี๋ยวเพื่อนๆจะคิดว่าเป็นไม้กวาดลอยไปลอยมา เสียอารมณ์เปล่าๆ"

"นายจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ"

อัจจิมาของขึ้นออกมาวาดลวดลายไปทั่วฟลอร์ แถมยังใส่ลีลายั่วยวนอัคนีให้ออกมาปะทะกันอีกต่างหาก พี่หนูต่ออ้าปากหวอ ปีใหม่และใหญ่ รวมทั้งเพื่อนๆที่กำลังเต้นกัน อย่างเมามันเริ่มสะกิดกันเพื่อให้หยุดดูทั้งคู่ จนในที่สุดเหลือเพียงอัคนีและอัจจิมาสองคนที่วาดลีลาใส่กัน โดยที่คนอื่นเปลี่ยนมายืนตบมือเชียร์ ส่วนพฤกษ์เอาแต่มองอัจจิมาด้วยความรู้สึกหลงใหลในความน่ารักและไม่ยอมใครของเธอ

ooooooo

เวลาเดียวกันที่ไร่อดิศวร เสียมและกันยาถึงกับกินข้าวไม่ลงเมื่อเห็นลีลาการเต้นของศักดิ์ โบพา จันทู ในแบบฉบับหนุ่มแว้นสาวสก๊อยภูธรของแท้ พอเสียมลุกไปปิดเพลง ทั้งสามดาวเต้นก็ชะงักกึก ศักดิ์ต่อว่าพ่อว่าปิดทำไม ตนกำลังจะโชว์ท่าพิเศษอยู่พอดี

"ท่าพิเศษอะไรของเอ็ง เห็นเต้นยึกยือเป็นไส้เดือนคลุกขี้เถ้ามาเป็นชั่วโมงแล้ว"

"ใช่ นังสองคนนี่ก็เหมือนพวกเมายาดอง โยกไปโยกมาจนข้าจะอ้วกอยู่แล้ว"

"ไหงพูดยังงี้ล่ะลุงป้า นี่พวกฉันอุตส่าห์ซ้อมกันทั้งวันทั้งคืนนะ"

"ทุเรศทุรังขนาดนี้ยังกล้าพูดว่าซ้อมมาแล้วเหรอ เอ็งจะซ้อมไปหาพระแสงอะไรวะ"

"อ๊ะ ก็เพื่อพิชิตถ้วยและเงินรางวัลดาวเต้นยอดเยี่ยมแห่งปีของอดิศวรรังสรรค์สิพ่อ ถามได้ มาน้องโบพา จันทู ซ้อมกันต่อ อย่าไปสนใจฟังคำวิจารณ์ของพวกคอมเมนเตเตอร์แก่ๆเลย"

ศักดิ์จะไปเปิดเพลงเต้นต่อ แต่เจอเสียมยันโครมเข้าให้

"เป็นไง แก่แต่ตีนหนักใช้ได้ใช่มั้ย ไป...เอ็งจะพากันไปดิ้นทุรนทุรายขอส่วนบุญที่ไหนก็ไป อย่ามาอยู่รกหูรกตา ข้าแถวนี้"

"อู๊ยยยย...ไปก็ได้ ถ้าเกิดฉันกับน้องโบพา จันทู ชนะได้ที่หนึ่งขึ้นมา อย่ามาหลั่งน้ำตาภูมิใจทีหลังล่ะ" ศักดิ์บ่นอุบ คว้าวิทยุขึ้นมาแล้วไม่วายแกล้งพ่อกับแม่ด้วยการเปิดเพลงเสียงดังแล้วพากันเต้นยึกยือออกไปพร้อมกับโบพาและจันทู...

ส่วนที่งานปาร์ตี้สละโสดของปีใหม่กับใหญ่ริมชายหาดกำลังคึกคักได้ที่ ทุกคนดื่มค็อกเทลสีสวยสูตรของพฤกษ์แล้วก็ชมว่ากลมกล่อม ยกเว้นอัคนีที่ไม่ค่อยเห็นด้วยและไม่อยากดื่มเพราะหมั่นไส้เจ้าของสูตร แต่พออัจจิมาเอ่ยปากหยามหยัน ชายหนุ่มถึงกับท้าดวลแก้วต่อแก้ว จนที่สุดก็หมดเกลี้ยง สภาพของทั้งคู่จึงไม่ต่างกับขี้เมา แถมทั้งคู่ยังมีอาการท้องไส้ปั่นป่วนวิ่งเข้าห้องน้ำทางเป็นมัน

พี่หนูต่อหวังดีไปขอยาแก้อาการอ่อนเพลียและยานอนหลับจากพฤกษ์ให้ตัวเองและเผื่อทั้งอัจจิมาและอัคนีด้วย จะได้นอนหลับกันสบาย แต่ยาสองชนิดหน้าตาคล้ายกันมาก พฤกษ์จึงย้ำแล้วย้ำอีกจนพี่หนูต่อต้องบอกว่าจำได้แม่นแล้ว

ปีใหม่กับใหญ่เป็นห่วงอัจจิมาและอัคนีที่ถ่ายท้องจนอ่อนระโหยโรยแรง ซึ่งปีใหม่โทษอัคนีที่ไปท้าอัจจิมาก่อน พอเธอถามว่าจะไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลหน่อยไหม อัคนีปฏิเสธทันที บอกอยากนอน ให้พาอัจจิมาไปคนเดียว

"ฉันไม่ไป นายคิดว่านายธาตุหนักกว่าฉันงั้นสิ"

"ที่ฉันพูดก็เพราะเป็นห่วง ไม่อยากเห็นใครขี้แตกตายที่นี่ มันเสียภาพพจน์โรงแรม สงสารคุณพฤกษ์เขา เข้าใจมั้ย"

"ถ้าจะมีใครตาย ก็คงจะเป็นนาย เพราะฉันยังแข็งแรงดี" อัจจิมาไม่พูดเปล่า พยายามยืดตัวเดินโชว์ แต่แล้วซวนเซเกือบล้มถ้าพฤกษ์พุ่งเข้ามาประคองไว้ไม่ทัน

"ว้าย คุณจี๊ด เกือบล้มหัวฟาดพื้นไปแล้วมั้ยล่ะ" ปีใหม่ตกใจ พี่หนูต่อก็แตกตื่น ให้รีบพาขึ้นไปที่ห้อง พฤกษ์จึงประคอง อัจจิมาออกไป คนอื่นๆรีบเดินตามด้วยความเป็นห่วง อัคนีรั้งท้ายตาขวางๆ ถึงจะท้องเสียเซ็งเพลียยังไง ก็ไม่ละเหี่ยใจ เท่ากับเห็นพฤกษ์โอบอัจจิมาออกไปคาตาแบบนี้

ooooooo

เรื่องย่อละคร ดวงใจอัคนี

อัคนี หรือ ไฟ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ทายาทแห่งตระกูลอดิศวร เป็นหนึ่งในฝาแฝดสี่คนของ มนตรี (สันติสุข พรหมศิริ) กับ สุพรรษา (จินตหรา สุขพัฒน์) ถูกวางตัวให้เป็นพี่ชายคนสุดท้าย เขาเป็นคนค่อนข้างเจ้าอารมณ์ มุทะลุ และได้รับมอบหมายจากบิดาให้ดูแลกิจการฟาร์มโคนมซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการหลายอย่างของครอบครัว

อัจจิมา หรือ จี๊ด (อุรัสยา เสเปอร์บันด์) ทายาทแห่งตระกูลพศวัต เป็นลูกสาวของ พิศาล (เมทนี บูรณะศิริ) และเป็นน้องสาวของ ศิลา (โชคชัย บุญวรเมธี) เธอนับเป็นคู่แข่งในทุก ๆ เรื่องกับอัคนีมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนที่ตัวจังหวัด ทั้งคู่ผลัดกันได้ที่หนึ่งที่สองเป็นประจำ แถมยังสอบติดคณะเกษตรศาสตร์สาขาวิชาสัตวศาสตร์เหมือนกันอีกด้วย

แต่สาเหตุหลักที่ทั้งคู่ไม่ถูกกันนั้นก็คือ การมีเรื่องบาดหมางกันระหว่าง มนตรี กับ พิศาลในอดีต เพราะทั้งคู่เกิดไปหลงรักสุพรรษา แถมยังชิงดีชิงเด่นกันในเชิงธุรกิจฟาร์มโคนมอีกด้วย แต่ในที่สุดมนตรีก็เป็นฝ่ายชนะใจได้สุพรรษาไปครองคู่ พร้อมกับควบรวมไร่ของตัวกับของสุพรรษาจนใหญ่โตและขยายกิจการไปหลายแขนงไม่ว่าจะเป็นการโรงแรมหรือจะเป็นไร่องุ่น รวมไปถึงกิจการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจร ทำให้ฟาร์มของมนตรีใหญ่โตเกินหน้าเกินตาของพิศาล ทำให้พิศาลเคียดแค้นมนตรีและไม่ขอญาติดีด้วย

เขาบังเอิญไปแต่งงานกับลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดและมีทายาทสองคน นั่นคือศิลาและอัจจิมา แต่เมื่อคลอดอัจจิมาออกมา ภรรยาของเขาก็มีอันต้องเสียชีวิตลง พิศาลจึงเป็นคนเลี้ยงดูลูกและก็ได้ปลูกฝังให้ลูก ๆ ทั้งสองคนให้เกลียดพวกอดิศวรเหมือนเขา จนเป็นที่มาของความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยความรักของทั้งอัคนีและอัจจิมา

เมื่ออัคนีและอัจจิมามาเรียนที่คณะเกษตรด้วยกัน ก็แข่งกันเป็นที่หนึ่งที่สองมาตลอดจนจบ แล้วแยกย้ายกันไปตามวิถีชีวิตของตัวเอง โดยอัจจิมาบินไปเรียนที่เดนมาร์ก ส่วนอัคนีกับพี่น้องนั้นรับราชการอยู่ต่างอำเภอสองสามปี ก่อนจะบินไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาเพื่อดูแลทิพย์ธาราน้องสาวคนสุดท้องที่ไปเรียนต่อทางด้านแพทยศาสตร์ที่นั้น หลังจากนั้นทั้งอัคนีและอัจจิมาจึงกลับมาบริหารงานที่ฟาร์มซึ่งมีอาณาบริเวณติดกัน ทำให้ทั้งคู่กลับกลายมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกันอีกครั้ง

อยู่มาวันหนึ่ง วิรัชหรือใหญ่เพื่อนที่คณะสัตวศาสตร์ของทั้งคู่ได้ร่อนการ์ดเชิญงานแต่งงานของเขามาให้กับอัคนีและอัจจิมา โดยขอให้อัคนีรับเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ด้วย ทั้งคู่จึงตกลงตอบรับที่จะไปร่วมงานที่จัดขึ้นที่ภูเก็ตในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า นั่นทำให้ทั้งคู่มีอันต้องเตรียมชุดสำหรับงานที่จะมาถึง ทั้งคู่จึงต้องพบเจอและปะทะคารมกันตลอดที่ร้านตัดเสื้อในเมือง หรือแม้แต่ในร้านของชำซึ่งพวกเขาจะไปซื้อหาของขวัญก็ตามที

แต่การพบกับอัคนีโดยบังเอิญครั้งหนึ่งก็ทำให้เธอพบว่า อัคนีมักจะเข้าออกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งอยู่เป็นประจำ เธอแอบตามเข้าไปดูก็พบว่าเขาชอบมาเยี่ยมเยียนหญิงชราคนหนึ่งซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร จนเป็นปริศนาค้างคาใจเธอไปจนตลอดเรื่องระหว่างนั้นเอง ไกรภพ (พนมกร ตังทัตสวัสดิ์) เศรษฐีกำมะลอจากกรุงเทพฯ เกิดมาต้องใจที่ดินอันงดงามของฟาร์มพศวัตเข้า แล้วเมื่อรู้ว่าพิศาลเจ้าของไร่นั้นเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับของเขา เขาจึงจัดการวางแผนใช้ความสนิทชิดเชื้อนี้หวังฮุบเอาไร่นี้เพื่อนำไปขายต่อเอาเงินมาชดใช้หนี้สินที่เกิดจากการพนัน แต่เมื่อเขาเห็นอัจจิมาก็เกิดต้องใจขึ้นมาอีก และหวังจะเคลมเธอเพื่อเอาไปเป็นเมียของเขาด้วยในคราวเดียวกัน

ไกรภพได้หลอกพิศาลว่าจะลงทุนทำรีสอร์ท พิศาลเห็นว่านี่เป็นช่องทางที่จะแข่งกับมนตรีซึ่งมีกิจการรีสอร์ทอยู่ด้วย เขาจึงตกลงและตัดสินใจขายที่แปลงหนึ่งซึ่งเป็นที่ดินของภรรยาผู้ล่วงลับเพื่อมาลงทุนร่วม ไกรภพได้ใช้ความสนิทสนมหลอกเอาเอกสารสำคัญ โดยอาสาว่าจะจัดการเรื่องขายที่กับไล่ที่พวกชาวบ้านซึ่งมาตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยภรรยาของพิศาลยังมีชีวิตอยู่ออกไปให้ด้วย ในขณะเดียวกันเขาก็ได้หลอกพาศิลาลูกชายคนโตของพิศาลไปที่บ่อนการพนันด้วยเพื่อหลอกล่อให้เป็นหนี้สินก้อนใหญ่หวังจะใช้เป็นลูกมือในการจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับฟาร์มพศวัตและเรื่องของอัจจิมา

เมื่ออัจจิมารู้เรื่องที่บิดาจะขายที่ซึ่งมีชาวบ้านเช่าพักอาศัยอยู่หลายครัวเรือนไปเพื่อลงทุนกับไกรภพ จึงเกิดการทุ่มเถียงกัน แต่เธอก็ไม่อาจขัดบิดาได้จึงต้องหาทางช่วยเหลือชาวบ้านเหล่านั้นตามกำลังของตัวเอง ส่วนศิลา พี่ชายของอัจจิมานั้นเป็นคนเกกมะเหรกเกเร เป็นนักเลงหัวไม้ เขาชอบวางแผนกลั่นแกล้งฟาร์มของอัคนีอยู่ร่ำไป เขาได้ใช้คนงานของอัคนีซึ่งติดเงินเขาอยู่คอยเป็นหนอนบ่อนไส้ปั่นป่วนฟาร์มอดิศวรอยู่ตลอดเวลา อัคนีต้องคอยตามแก้เรื่องราวต่าง ๆ ที่ศิลาทำเอาไว้ตลอดเวลา ประกอบกับครั้งหนึ่งทั้งคู่เคยรักผู้หญิงคนเดียวกัน แก่งแย่งกันจนผู้หญิงคนนั้นต้องเสียชีวิตลง ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันชนิดที่เรียกได้ว่าไม่สามารถจะมองหน้ากันได้แม้เพียงหางตา ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหนเป็นได้ฟาดปากกันจนวินาศสันตะโรอยู่ร่ำไป

เมื่อวันงานวิวาห์ของวิรัชใกล้จะมาถึง เพื่อนเจ้าสาวเกิดอุบัติเหตุขาหัก เขาจึงขอร้องให้อัจจิมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้แทน ทั้งอัคนีและอัจจิมาจึงต้องเดินทางไปก่อนวันงานเพื่อเตรียมงานต่าง ๆ ในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว  ระหว่างทางทั้งคู่เกิดการทุ่มเถียงกันตลอด แต่มันก็เจือไปด้วยความรู้สึกผูกพันอะไรบางอย่างที่แทรกซึมเข้าสู่จิตใจของทั้งคู่จนบางครั้งก็ถึงกับแปรเปลี่ยนมาเป็นความเอื้ออาทรกัน

แต่ที่เกาะรายาในภูเก็ต อัคนีกลับได้พบกับคู่ต่อสู้หัวใจคนสำคัญ นั่นคือพฤกษ์ หนุ่มไฮโซเจ้าของรีสอร์ทที่จะใช้จัดงานแต่งงาน ทั้งอัจจิมาและพฤกษ์เกิดปิ๊งปั๊งจี๋จ๋ากันจนทำให้อัคนีหมั่นไส้และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหึงหวงคู่ปะทะคารมคนนี้เข้าเสียแล้ว ทำให้อัคนีต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะทำลายความสัมพันธ์ของพฤกษ์กับอัจจิมาจนเกิดเป็นเรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวายขึ้น

ก่อนจะถึงวันวิวาห์ของวิรัชนั้นทางเพื่อนเจ้าสาวคนเดิมได้จัดให้มีปาร์ตี้สละโสตขึ้น หวังให้เป็นงานของพวกหนุ่มสาวก่อนจะมีงานพิธีรีตอง ทำให้อัจจิมาซึ่งรับเป็นเพื่อนเจ้าสาวจำเป็นต้องมาร่วมกับอัคนีเพื่อจัดงานนี้ ทำให้เกิดการปะทะคารมและขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลา

แต่จนแล้วจนรอดงานก็สำเร็จลุล่วงลงอย่างที่ทั้งคู่ไม่คาดคิดนัก เพราะช่วงท้ายของงานสละโสด ทั้งคู่เกิดถูกจับให้มาดวลเบียร์กัน ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดฮิตของทั้งคู่ตอนที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ด้วยความอ่อนเพลียจากการเตรียมงานนี้จนดึกดื่นก็ทำให้ทั้งคู่เมามายกันกว่าปรกติจนเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ทั้งคู่พบว่าตัวเองต่างนอนอยู่บนเตียงเดียวกันในสภาพเปลือยกายทั้งคู่ แถมยังมีหยดเลือดอยู่บนเตียงอีกต่างหาก แต่ความจริงแล้วหยดเลือดสีแดงนั้นเป็นเพียงลิปสติกของ เจ๊ต่อ (เกริก ชิลเลอร์)

อัคนีที่เพิ่งตื่นจากอาการมึนเมาจึงเข้าใจว่าเขาได้ทำอะไรผิดพลาดลงไปแล้ว ส่วนอัจจิมาก็นึกว่าตัวเองเสียรู้คู่ปรับตลอดการเข้าให้ ทั้งคู่จึงเกิดการทุ่มเถียงทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นมาอีก อัคนีต้องพึ่งวายุภัค พี่ชายจอมเจ้าชู้เพื่อจะวางแผนขอโทษอัจจิมา แต่แผนการทุกอย่างกลับต้องล้มเหลวเพราะมีเรื่องแทรกซ้อนหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องของพฤกษ์ด้วย

หลังจากงานแต่งงานของวิรัชจบลง อัคนีตัดสินใจจะไปเอ่ยปากขอโทษอัจจิมาด้วยตัวของเขาเอง แต่เขากลับพบว่าเธอได้เก็บกระเป๋ากลับฟาร์มไปเสียแล้ว นั่นจึงทำให้หนทางที่จะขอโทษหญิงสาวเริ่มตีบตันลง เพราะฟาร์มพศวัตสำหรับอัคนีแล้วมันก็เปรียบเสมือนป้อมปราการดี ๆ นี่เอง ทุกคนในนั้นจะต้องจัดการเขาแน่ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งถ้าหากเขาทะเล่อทะล่าเข้าไป

เมื่ออัคนีกลับมาถึงฟาร์มอดิศวรรังสรรค์เขาจึงได้รับข่าวร้ายว่าในคืนวันงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่เขาไม่อยู่นั้น โรงเก็บหญ้าแห้งของฟาร์มหลังหนึ่งถูกวางเพลิงวอดไปทั้งหลัง ยังดีที่ปฐพีกับวายุภัคระดมคนมาช่วยกันดับไว้ได้ทันก่อนที่จะลุกลามไปในส่วนอื่น ๆ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็พบว่านายเข้มซึ่งเป็นคนงานคนสำคัญนั้นถูกทำร้ายอาการโคม่า และนายเข้มคงเป็นคนเดียวที่จะบอกได้ว่าใครคือคนที่ทำเช่นนั้น

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:14 น.