ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ทุ่งกว้างสวยงามในไร่มนตราแถวปากช่อง  สาวสวยภัครมัยหรือมัดไหมเจ้าของไร่ ควบม้าตรวจงานในไร่ อย่างสวยสง่า พลัน...ติ๋มสาวใช้คนสนิทวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่ามีขโมยเข้ามาในไร่ มัด
ไหมรีบควบม้าไปที่เกิดเหตุ พบขโมยกำลังขนลังข้าวโพดของไร่ใส่รถ จึงยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ คนงานในไร่มาช่วยกันล้อมจับ แต่เกิดมีลูกและเมียขโมยเข้ามากอดขาร้องไห้ว่าที่ทำไปเพราะความจน มัด
ไหมสงสารจึงรับสองผัวเมียทำงานในไร่ แล้วสั่งการอัคนี

"ครับ...ผมให้ไอ้หมอนั่นไปทำงานในไร่ ส่วนเมียก็รับไว้ทำงานในโรงครัว" อัคนีรายงาน

"แล้วลูกล่ะ"

"ให้ไปเรียนหนังสือกับลูกพวกคนงานตามนโยบายของคุณไหมครับ"

"ดี...ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นลูกใครพวกเขาควรได้รับการศึกษา ดีกว่าปล่อยให้วิ่งเล่นไปวันๆ"

"คุณไหมใจดีเหลือเกิน พวกคนงานที่นี่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตั้งแต่คุณไหมกลับมา"

"ฉันเพียงแต่ให้ในสิ่งที่ให้ได้ เกิดมาเป็นคน เราก็ควรมีน้ำใจต่อกัน โลกคงน่าอยู่มากขึ้น"

มัดไหมเดินยิ้มเข้าบ้านอย่างมีความสุข อัคนีมองตามนายสาวอย่างชื่นชม...บนโต๊ะในบ้านมีหนังสือนิตยสารโว๊ควางอยู่ หน้าปกเป็นภาพนางแบบสาวเอเชียสวยสง่า คาดตัวหนังสือ "matty hot"
ซึ่งก็คือตัวมัดไหมนั่นเอง เธอจบการศึกษาจากฝรั่งเศส สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์เอเชีย และมีอาชีพเป็นนางแบบในปารีส เธอเรียนและทำงานไปด้วยที่นั่นเกือบยี่สิบปี ที่กลับมาเมืองไทยเพราะ
อยากอยู่ใกล้พ่อและชอบชีวิตในไร่ ติ๋มเข้ามาถามเรื่องจะเข้ากรุงเทพฯ

"ไม่เหนื่อยแย่เหรอคะ  ทั้งงานไร่แล้วยังงานที่กรุงเทพฯอีก"

"ทำไงได้ล่ะติ๋ม งานนี้ฉันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ แล้วอีกอย่างนึง"

"อะไรเหรอคะ"

"ฉันจะได้เจอตัวพี่รามิลด้วย  ไม่ได้เห็นเขามาสิบห้าปีแล้ว"

ติ๋มสงสัยว่ายังจำกันได้หรือ มัดไหมตอบว่ารามิลจำเธอไม่ได้ แต่เธอจำเขาได้เพราะภาพเขาลงข่าวหนังสือไม่เว้นแต่ละวัน นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ทั้งหล่อ เก่ง และเจ้าชู้ครบสูตร

ณ คฤหาสน์ทิพยคาถาซึ่งใหญ่โตโอ่อ่า รามิลในชุดสูทเนี้ยบแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนประณีต พิถีพิถันตั้งแต่หัวจดเท้า รามิลจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ชอบเที่ยวเตร่ รักชีวิตยามค่ำคืน
ในสายตาคนทั่วไปดูเขาเจ้าชู้ หยิ่ง และถือตัว แต่ความเป็นจริงเขาจิตใจดี ขี้เหงาเพราะสูญเสียพ่อและแม่ไปตั้งแต่เด็ก มีแม่แก้ว น้าแท้ๆเลี้ยงดูเขามาด้วยความรักและเข้าใจเขามากที่สุด รามิลจึง
ไม่เคยปิดบังอะไรแม่แก้วเลย และวันนี้เขาต้องไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ เขาโทร.หาดนุพันธ์เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นอาจารย์สอนสถาปัตฯและกำลังทำปริญญาเอก

"ว่าไงไอ้นุ สาวๆที่ให้หามาควงไปงานคืนนี้น่ะ อ๋อ...เออดีมาก เดี๋ยวเจอกัน"...

ooooooo

บนเวทีแคตวอล์ก เหล่านางแบบเดินแฟชั่นโชว์ ตระการตา  หนึ่งในนั้นมี...อัจฉราวดีสาวเปรี้ยวลูกนายตำรวจใหญ่ เป็นคนเอาแต่ใจ หุนหัน ขี้วีน ไม่ค่อยเป็นที่ปลาบปลื้มของเหล่าสไตลิสต์เท่า
ไหร่นักเพราะความเรื่องมาก เธอพยายามจะจับรามิลให้ได้ เพราะเหตุนี้ รามิลจึงควงสาวมาสองคนเพื่อกันเธอไว้ อัจฉราวดีมองสองสาวที่เกาะแจรามิลอย่างตาวาวเคียดแค้น

นาตาชาน้องสาวรามิลซึ่งเป็นลูกแม่แก้ว พ่อของรามิล รับเป็นบุตรบุญธรรม    ทั้งสองจึงโตมาด้วยกันและรักกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ นาตาชาสะพายกล้องวิ่งเข้ามาในงาน สะดุดส้นสูงจะล้ม

"เหวอ แค่มาถ่ายรูปทำข่าว ทำไมต้องบังคับให้ใส่ส้นสูงเข้างานด้วยก็ไม่รู้" พลันมือถือดังขึ้น เธอรีบควานหามากดรับสาย "ว่าไงมัดไหม...จ้า...ฉันมาถึงแล้ว กำลังจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"

ขณะวิ่งเข้างาน นาตาชาได้ยินพวกนักข่าวคุยกันว่ามีนางแบบดังจากอเมริกามาเดินด้วยคือแม๊ตตี้ นาตาชายิ้มปลื้มความฮอตของเพื่อนสาว...ดนุพันธ์แทรกตัวมานั่งข้างรามิล

"ขอโทษครับ ขอแทรกนิดนึงครับ...ไอ้คุณเร เมื่อกี้นายเห็นแววตาอำมหิตจากสายตาแฟนเก่านายรึเปล่า"

"คนไหนล่ะ"

"โอ๊ย...อย่ามาทำซื่อบื้อหน่อยเลยน่า นายก็รู้ว่าฉันหมายถึงใคร ผ่าเถอะว่ะ ฉันไม่ยักรู้ว่ายัยอัจฉราวดีมาด้วย นี่นายกล้าบ้าบิ่นดีแท้ๆ"

"ถ้าฉันไม่กล้าบ้าบิ่นแบบนี้ นายคิดว่าฉันจะแกะเจ้าหล่อนหลุดมั้ยล่ะ"

"เอ้ย ถ้านายแกะยัยอัจหลุดล่ะก็ นายอาจจะมีลุ้นคนใหม่ ทั้งสาวทั้งสวย กำลังดังสุดขีดด้วยนะจะบอกให้" ดนุพันธ์ ยิ้มกริ่มมองไปบนเวที

รามิลงงว่าใคร ดนุพันธ์พยักพเยิดให้มองแม๊ตตี้ในชุดฟิลนาเร่...มัดไหมในคราบนางแบบใส่คอน แทกเลนส์สีฟ้าแต่งหน้าโฉบเฉี่ยว รามิลถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ มัดไหมปรายตามองรามิลยิ้ม
อย่างมีแผน นาตาชาเข้ามาถ่ายรูปมัดไหมปะปนกับนักข่าว

ในขณะที่อัจฉราวดีนั่งมองกระจกในห้องแต่งตัวอย่างแค้นใจที่รามิลควงสาวมา เย้ยถึงสองคน พลอยไพลิน เพื่อนสาวที่ไม่ค่อยมีความจริงใจให้ เข้ามายุแหย่ให้อัจฉราวดีเอาเรื่องสองสาวนั่น
อัจฉราวดีจึงตามไปตบสองสาวในห้องน้ำ โดยไม่รู้ว่ามัดไหมอยู่ในห้องน้ำนั้นด้วย มัดไหมยิ่งไม่ชอบขี้หน้ารามิล มากขึ้น พอมาเจอกับนาตาชา มัดไหมกำชับนาตาชา

"เธอต้องเรียกฉันว่าแม๊ตตี้นะหนูนา"

"ก็ได้ๆ แม๊ตตี้ก็แม๊ตตี้ วันนี้พี่เรก็มาด้วยนะ"

"พี่ชายเธอน่ะเหรอ" มัดไหมทำหน้าเบ้เยาะๆ

"ฉันรู้เรื่องพินัยกรรมของคุณพ่อกับลุงภาคินัยแล้วนะ" นาตาชาหมายถึงการหมั้นหมายของมัดไหมกับรามิล

"คุณลุงราเมศกับคุณพ่อไม่น่าทำพินัยกรรมบ้าๆนั่นขึ้นมาเลย" มัดไหมหน้าเครียด

"แต่ยังไงเธอก็น่าจะไปเจอพี่เรเขาหน่อยนะ"

มัดไหมไม่ชอบใจบอกนาตาชาให้เลิกพูดถึงรามิลเสียทีถ้าไม่อยากให้งานกร่อย สองสาวจึงเดินกลับเข้างาน แต่แล้วมัดไหมนึกอะไรได้ "เดี๋ยวหนูนา...ฉันจะไปเจอกับพี่รามิลก็ได้ แต่เธอห้ามบอก
เขานะว่าฉันคือใคร นะหนูนา...สัญญานะ"

นาตาชายอมสัญญา พลันมัดไหมเดินชนเข้ากับอัจฉราวดี เธอรีบขอโทษแต่ยังโดนอัจฉราวดีโวยใส่ นาตาชาโมโหเถียงแทน พออัจฉราวดีรู้ว่ามัดไหมเป็นเพื่อนนาตาชาจึงยอมอ่อนให้เพราะเห็นว่า
เป็นน้อง รามิล...

ทั้งรามิลและดนุพันธ์แปลกใจที่สองสาวที่ควงมาขอกลับบ้านก่อนอ้างว่าปวดท้อง อัจฉราวดีปรี่เข้ามาเกาะรามิล แต่สายตารามิลจับจ้องที่มัดไหมซึ่งเดินมากับนาตาชา ดนุพันธ์ กำลังจะเข้าไปกรุ้ม
กริ่มกับมัดไหม  แต่พอเห็นนาตาชาก็ชะงัก "เหวอ...หนูนามางานด้วยเหรอ"

ดนุพันธ์รีบเดินเข้าไปหานาตาชา  รามิลได้ทีสลัดอัจฉราวดีแล้วคว้าแก้วเครื่องดื่มเดินไปหามัดไหม "สำหรับคุณครับ..."

"เรารู้จักกันด้วยเหรอคะ" มัดไหมเชิดใส่

"คุณอาจจะไม่รู้จักผม แต่ผมรู้จักคุณครับ คุณแม๊ตตี้" รามิลเหลือบมองเห็นอัจฉราวดีสะบัดหน้าเดินไปก็โล่งใจ

"ขอบคุณนะคะ แต่ฉันไม่ชอบดื่มไวน์" มัดไหมรับแก้วจากรามิลแล้วเทลงกระถางต้นไม้

นาตาชากับดนุพันธ์อึ้งที่มัดไหมทำแบบนั้น รามิลเองก็หน้าเสีย

ooooooo

ในบริเวณบ้านทิพยคาถา มีบ้านสองหลังในรั้วเดียวกัน หลังหนึ่งแม่แก้วอยู่กับนาตาชา อีกหลังเป็นของรามิล วันนี้เป็นวันหยุด แม่แก้วทำอาหารกลางวันรอรามิล แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มา นาตาชา
ชินกับพฤติกรรมนี้มานาน แม่แก้วให้จ้อนไปตามรามิล จ้อนรีบแล่นมาที่ห้องรับรองของรามิล เห็นสองสาวนอนเมาสลบไสลไม่น่าดู จากนั้นก็ไปที่ห้องรามิล รามิลยืนอยู่ที่ระเบียง เขายืนมองพวก
ปาปารัซซี่ที่อยู่ตรงรั้วบ้าน จ้อนรีบรายงาน

"อรุณสวัสดิ์ครับเจ้านาย อ๋อ...หมอนี่มาแต่เช้าเลยครับ ไล่ก็ไม่ไป แถมให้เงินผมถามว่าผู้หญิงสองคนที่มากับเจ้านายเมื่อคืนเป็นใคร"

"จัดการเหมือนเดิมนะ ส่วนพวกปาปารัซซี่อยากถ่ายรูปอะไรก็ปล่อยตามสบายเลย นายคอยอำนวยความสะดวกให้เขาด้วยละกัน"

"ได้เลยครับเจ้านาย จ้อนจัดให้" จ้อนรับเงินแล้วรีบออกไป

จ้อนกำลังจะไปส่งสองสาว สองสาวบ่นว่าเจ้านายจ้อนแปลกที่จ้างพวกเธอมานอนเล่นเฉยๆแล้วให้เงินกลับบ้าน จ้อนทำเสียงชู่ว์...อย่าเสียงดังและห้ามพูด นาตาชาเข้ามาเอ็ดจ้อนที่ไม่ตามรามิ
ลตามคำสั่งแม่แก้ว จ้อนรีบขอโทษที่ลืมแล้วขอตัวไปส่งสาวๆก่อน นาตาชากลับมาเล่าให้แม่แก้วฟัง แม่แก้วลมใส่อยากเป็นลมแต่นาตาชาห้ามไว้แล้วถามข้อข้องใจ

"พักนี้พี่เรเป็นอะไรของเขานะ ทำตัวจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้ขนาดนี้"

"กำลังจะแต่งงานแท้ๆกลับทำตัวเหลวไหลซะได้" แม่แก้วถอนใจ

"ใครบอกว่าผมจะแต่งงานครับ" รามิลเดินเข้ามาแย้ง

"แต่ในพินัยกรรมระบุไว้ชัดเจน ถ้าพี่เรไม่แต่งงานพี่จะไม่มีโอกาสได้แตะเงินสดสามพันล้านของคุณพ่ออีกเลยนะคะ" นาตาชาเตือนความจำ

รามิลคิดย้อนถึงวันที่ทนายเปิดพินัยกรรม "คุณราเมศระบุไว้ในพินัยกรรมชัดเจน เมื่อคุณรามิลอายุครบสามสิบปีจะต้องแต่งงานกับนางสาวภัครมัย มนตรา ภายในสามเดือน เงินสดสามพันล้านก็จะเป็นสินสมรสของคุณรามิลและคุณภัครมัยครึ่งหนึ่ง"

"แล้วอีกครึ่งล่ะครับหายไปไหน?"

"อ๋อ...ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ อีกครึ่งหนึ่งคุณจะได้เมื่อมีลูกครับผม"

รา มิลไม่พอใจถ้าเขาไม่แต่ง   ทนายตอบว่า   เงินสดสามพันล้านจะถูกโอนเข้าบริษัท  RMT  ที่มีสามตระกูลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และรามิลจะหมดสิทธิ์ในเงินจำนวนนั้น นอกเสียจากภัครมัยจะเป็นผู้ปฏิเสธการแต่งงานเป็นลายลักษณ์อักษร รามิลถึงจะมีสิทธิ์ในเงินสามพันล้านนั่น...

นาตาชานึกเป็นห่วงจึงรีบ จะขับรถไปหามัดไหมที่ไร่ แต่ เผอิญรถสตาร์ตไม่ติด นาตาชาโมโหลงมาเตะล้อรถ ดนุพันธ์ มาหารามิลเห็นก็เข้ามาแหย่ "หงุดหงิดอะไรครับน้องนาตาชา"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ตนุล่ะ"

"เรียกดนุพันธ์หรือพันธ์ดีกว่ามั้ย    นุมันฟังเต่าๆไงไม่รู้"

นา ตาชายักไหล่   เธอพอใจจะเรียกแบบนี้   ดนุพันธ์จะช่วยดูรถให้แต่นาตาชาแขวะว่าให้เอาเวลาไปส่งสาวๆดีกว่า ดนุพันธ์ว่าอย่าเหมาว่าเขาเจ้าชู้เหมือนรามิล แต่นาตาชากลับย้อนว่ารามิลเจ้าชู้เพราะคบกับเขา พลันรถสตาร์ตติด นาตาชาดีใจรีบขับรถออกไปพร้อมทำหน้ายิ้มเย้ย  ดนุพันธ์รู้สึกแห้ว  เขาพยายามจีบนาตาชามานานแล้ว...ดนุพันธ์เข้ามาหารามิล ซึ่งนั่งคุยกับแม่

แก้ว อยู่ริมสระ แม่แก้วพยายามบอกรามิลว่ามัดไหมไม่ได้ขี้ริ้วเหมือนตอนเด็ก แต่พอรามิลย้อนถามว่าเคยเจอกันแล้วหรือ แม่แก้วส่ายหน้า ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์ รามิล ไม่เชื่อว่ามัดไหมจะดูดีขึ้น

"ฮึ เรฟังน้าดีๆนะ คุณพ่อของเรทำพินัยกรรมเอาไว้ แบบนั้นคงเพราะอยากให้เรได้พบกับผู้หญิงดีๆ"

"แค่นั้นเหรอครับ แต่ผมว่าคุณพ่อท่านเพี้ยนมากกว่าถึงได้เอาเงินสามพันล้านมาขู่"

แม่ แก้วไม่ทันพูดต่อ ดนุพันธ์เข้ามาทัก รามิลแซวว่ามาหาน้องสาวเขาหรือ ดนุพันธ์โวยว่ารามิลให้เขามารับไปตีกอล์ฟไง รามิลนึกได้รีบดึงดนุพันธ์ออกไป แม่แก้วมองอย่างหนักใจ

ooooooo

เห็นนาตาชา มัดไหมก็แปลกใจ นาตาชาถามถึงเรื่องแต่งงานว่าตัดสินใจอย่างไร มัดไหมเองก็กลุ้มใจ "ฉันเองก็ไม่ได้อยากแต่งกับพี่ชายเธอนักหรอกนะหนูนา ถ้าไม่ติดว่าคุณพ่อทำพินัยกรรมไว้ว่าฉันต้องแต่งงานภายในหนึ่งปีถึงจะได้ไร่ มนตราครึ่งหนึ่งตามโฉนดที่แบ่งไว้"

"แล้วอีกครึ่งล่ะ!" นาตาชาถามงงๆ

"อีก ครึ่งจะได้ก็ต่อเมื่อ...ต้องมีลูกน่ะสิโอ๊ย...นี่ฉันจะต้องแต่งงานกับผู้ชาย เจ้าชู้อย่างพี่เธองั้นเหรอ" มัดไหมตะเบ็งเสียงด้วยความเจ็บใจ

"แต่ความจริงแล้วพี่เรไม่ได้..." นาตาชาจะบอกว่าพี่ชายเธอไม่ได้เจ้าชู้ แต่พอดีติ๋มเข้ามา

ทั้ง ติ๋มและมัดไหมช่วยกันพูดว่ารามิลเจ้าชู้ไม่เว้นวัน คืนงานแฟชั่นโชว์มัดไหมก็เห็นกับตา รวมทั้งแฟนเก่าที่บอกว่าเลิกกันแล้ว ลับหลังก็ไม่ปล่อยกัน นาตาชาจ๋อยเถียงไม่ออก...

ขณะตีกอล์ฟกันอยู่ ดนุพันธ์พยายามยุให้รามิลยอมแต่งงาน แต่รามิลกลับแค้นใจกับเรื่องในอดีตที่โดนมัดไหมแกล้งไว้สารพัด มีทั้งเอาหมามุ่ยโรยใส่ตัวเขา แล้วยังมีที่เอากระเป๋าเป้เรียนของเขาไปโยนน้ำ ทำให้ตำรับตำราเขาเปียกเสียหาย พอเขาจะเก็บยังถีบเขาตกน้ำไปอีก

"แกไม่รู้หรอกว่ายัยนั่นร้ายกาจขนาดไหน" รามิลเข่นเขี้ยว...

ในขณะที่อิทธิพลพ่อของอัจฉราวดี กำลังยุลูกสาวให้จับรามิลแต่งงานด้วยให้ได้

"แกมันพลาดเองที่ไปบอกเลิกนายรามิลก่อน"

"ก็ตอนนั้นรามิลทำตัวน่าเบื่อนี่คะ ใครจะคิดว่าเลิกกัน แล้วเขาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้"

"แต่ตอนนี้แกยังมีโอกาสนะยัยอัจ อีกสามเดือนที่นายรามิลจะต้องแต่งงาน"

อัจฉรา วดีทำหน้าตกใจ อิทธิพลย้ำว่า "ใช่ พินัยกรรมงี่เง่าที่นายราเมศกับนายภาคินัยทำเอาไว้ก่อนตาย ถ้าแกทำให้ สองตระกูลนั่นแต่งงานกันไม่ได้ เรานี่ล่ะจะได้ประโยชน์ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ RMT"

อัจฉราวดีจึงถือวิสาสะเข้ามาในห้องหอม แก้มชวนรามิล ไปทานข้าวกลางวัน รามิลสะบัดมือเธอออก "เลิกทำแบบนี้สักทีอัจ คุณไม่ได้อยู่ในฐานะจะมาทำอะไรแบบนี้กับผมได้อีกแล้ว"

"แต่ฉันยังรักคุณนะคะเร ไม่เคยเปลี่ยน"

"แต่ผมเปลี่ยนไปแล้ว อัจ..." รามิลตอบอย่างเย็นชา แล้วลุกหนี

เขา ออกมาเอ็ดเลขาฯหน้าห้องที่ปล่อยอัจฉราวดีเข้าไป เลขาฯหน้าเสียเพราะขัดอัจฉราวดีไม่ได้ อิทธิพลเดินเข้ามาทำทีเป็นชวนรามิลไปทานข้าว รามิลเกรงใจจึงเดินตามไป อัจฉราวดีได้ทีวิ่งตามไปเกาะแขนรามิลเพราะรู้ว่ารามิลไม่กล้าแสดงท่า รังเกียจเธอต่อหน้าอิทธิพล

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ระหว่างอาหารเช้า แม่แก้วขอให้รามิล เลิกเจ้าชู้และรับปากแต่งงานกับมัดไหม รามิลหงุดหงิดลุกพรวดพราดออกไป แม่แก้วตกใจรีบถามว่าจะไปไหน รามิลตอบว่าเขาจะไปเคลียร์กับมัดไหมไม่แต่งงานและไม่ยอมเสียสมบัติของพ่อ ด้วย แม่แก้วเป็นห่วงกลัวรามิลอาละวาดใส่มัดไหม นาตาชายิ้มปลอบ

"พี่ รามิลเค้าไม่เคยเจอมัดไหมมาสิบห้าปีแล้วค่ะแม่แก้ว หน้าตาหรือแม้แต่ทางไปไร่จะจำได้หรือเปล่า ทำเป็นเก่งจะไปเคลียร์ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะโดนใครเคลียร์กันแน่" นาตาชายิ้มมีเลศนัย

ภายใน โรงรถ มีรถหรูจอดอยู่เจ็ดคัน จ้อนทำความสะอาดไปบ่นไปว่ามีทำไมกันหลายคัน รามิลเดินหน้าเครียดเข้ามาบอกว่าเขาจะใช้รถโฟวีล นาตาชาวิ่งตามมาเรียก รามิลหันขวับมา

"อย่านะนาตาชา อย่ามาห้ามพี่เสียให้ยาก อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดกันละวันนี้"

นา ตาชายิ้มๆย้อนถามว่าแล้วรู้หรือว่ามัดไหมอยู่ที่ไหน รามิลหน้าเจื่อน จริงสิ...นาตาชาจึงยื่นกระดาษที่อยู่และทางไป ไร่มนตราให้ รามิลรับมาแล้วออกรถอย่างเดือดดาล

ขณะนั้น มัดไหมกำลังสอนหนังสือเด็กๆที่โรงเรียนกลางหุบเขา นาตาชาโทร.มาบอกว่ารามิลกำลังไปหา เธอฝากดูแลพี่ชายเธอด้วย  มัดไหมยิ้มเจ้าเล่ห์  "คิดจะจู่โจมเราแบบไม่ทันให้ ตั้งตัวเหรอ...หึ...คอยดูฝีมือยัยเด็กตัวแสบคนนี้บ้าง..."

รามิลขับ รถมาจนเห็นป้ายบอกทางไปปากช่อง เขากระหยิ่มใจ ทะนงตนว่าเมื่อมัดไหมเห็นเขาจะต้องเกิดความละอายและรู้ว่าตัวเองไม่คู่ควร กับผู้ชายเพอร์เฟกต์หาตัวจับยากอย่างเขา พลันมีเด็กต้อนฝูงวัวข้ามถนน ทำให้ตกใจหักรถหลบ รถติดหล่ม เขาจึงลงจากรถดันเหยียบไปบนโคลนลื่นล้มร้องลั่น "เว้ย...นี่มันวันโลกาวินาศเหรอวะ โธ่เว้ย..."

สุดท้าย รามิลต้องนั่งหลังวัว ให้เด็กจูงเดินไปส่งที่ไร่ มนตราในสภาพมอมแมมไปด้วยโคลน แถมวัวหยุดเดินดื้อๆ ทำให้เขาลื่นไถลตกจากหลังวัวอีก เท่านั้นไม่พอ เขาต้องเดินเข้าไร่อีกเป็นกิโล ทั้งร้อนทั้งเหนื่อยอยากพักแต่ก็นั่งพื้นดินสกปรกไม่ลง พลันเห็นคนขี่ม้ามาแต่ไกลดีใจร้องเรียก...มัดไหม ขี่ม้ามาแกล้งทำไม่ได้ยินที่รามิลเรียก ปล่อยให้เขาต้องวิ่งตามจนเป็นลมล้มพับ

เป็นหน้าที่ติ๋มต้องเช็ดหน้าเช็ดตาให้รามิล ติ๋มปลื้มในความหล่อของเขาแต่ก็อดขำไม่ได้

"ขำ คุณไหมน่ะสิคะ ดูสิแค่ยกแรกก็แกล้งคุณรามิลเสียจนเป็นลมเป็นแล้งไปเลย นี่ถ้าคุณรามิลรู้ว่าไอ้ฝูงวัวที่ตัดหน้าจนหนุ่มไฮโซอย่างเขาต้องนั่งวัวแทน รถมาที่ไร่ แถมแกล้งให้เดินตากแดดจนเป็นลมไปเนี่ยเป็นฝีมือคุณไหมทั้งหมดจะว่ายังไงน้า"

"ผู้ชายอาไร้ใจเสาะเป็นปลาซิว เดินแค่ไม่กี่โลเป็นลมซะได้" มัดไหมสะใจ

แต่ ติ๋มก็ยังเสียดายความหล่อของรามิล มัดไหมจึงว่า รามิลเป็นคนอย่างที่สุภาษิตว่า ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง คือดีแต่หน้าตา แต่นิสัยแย่มากๆ มัดไหมเน้นเพราะนึกถึงวัยเด็กที่เธอกำลังเล่นหม้อข้าวหม้อแกงอยู่ แล้วรามิลก็เข้ามาโยนหนังสือสมุดที่เปียกใส่ ให้เธอชดใช้ที่ทำเปียก พอเธอไม่สนใจก็เหยียบของเล่นเธอพังหมด มัดไหมยังแค้นฝังใจ...ขนาดวันแรกที่รามิลมา
บ้านไร่ของเธอ เขาไม่ยอมลงจากรถ เธออุตส่าห์ เก็บดอกไม้ไปมอบให้เป็นการต้อนรับ แต่เขากลับโยนทิ้งและเหยียบดอกไม้ต่อหน้าต่อตาเธอ...

ติ๋ มกระซิบบอกมัดไหมว่ารามิลรู้สึกตัวแล้ว มัดไหมให้ ติ๋มรีบหลบไปก่อน รามิลลืมตาขึ้นมาเห็นหน้ามัดไหมก็แปลกใจ จำได้ว่าคือนางแบบแม๊ตตี้ พอมัดไหมถามว่าจ้องพอหรือยัง

"อ๋อ...ฉันจ้องเพราะเอ้อ...หน้าเธอคล้ายใครคนหนึ่งมาก"

มัด ไหมได้ทีแกล้งพูดยั่วให้รามิลโกรธว่าใช้มุกเก่าๆเธอได้ยินมาจนเบื่อ รามิลเสียฟอร์มโกรธจริงโวย "นี่เธอ...อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องมาเล่นมุกเพื่อจีบผู้หญิงหรอกน่า...แต่มาคิดอีกที ฉันว่ามันก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนที่ฉันรู้สึกว่าคล้ายกับเธอน่ะที่จริงมันแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เชียวล่ะ"

"หมายความว่ายังไง" มัดไหมชักฉุน

"อ้าวก็แม๊ตตี้น่ะเขาเป็นนางแบบอินเตอร์ แต่เธอ อย่าให้พูดเลย ลองคิดเอาเองก็แล้วกัน"

มัด ไหมคิดในใจ "หึ...พี่รามิลนะ ไม่ว่าจะผ่านกี่ปี นิสัยชอบดูถูกคนก็ไม่เคยเปลี่ยน เดี๋ยวจะรู้ฤทธิ์สาวบ้านไร่คนนี้ซะมั่ง" ก่อนจะข่มอารมณ์ถามเขาว่ามาสมัครเป็นคนเลี้ยงม้าหรือ

รามิลสะอึก "อะไรนะ...นี่เธอมองว่าฉันเป็นคนเลี้ยงม้าหรอ"

"ก็สารรูปคุณแบบนี้จะให้ฉันคิดว่าคุณมาทำอะไรล่ะ" มัดไหมมองรามิลหัวจดเท้า

รา มิลโกรธบอกว่าเขาประสบอุบัติเหตุถึงเป็นแบบนี้ แถมขู่ว่าถ้ารู้ว่าเขาเป็นใครแล้วจะหนาว มัดไหมยิ้มเยาะว่าจะหนาวจะร้อนเธอไม่สน แล้วถามว่ามาที่นี่ทำไม

"ฉันมาหาคุณมัดไหม"

มัด ไหมมองรามิลเยาะๆแล้วบอกให้ตามเธอมา รามิล เข้าใจว่าคงรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร...มัดไหมพารามิลมาล้างคอกม้า รามิลยิ่งโกรธ "ปั๊ดโธ่เอ๊ย...ก็บอกว่าไม่ได้มาสมัครเป็นคนเลี้ยงม้า"

"ถ้า คุณมาหามัดไหมก็ฉันนี่ล่ะ แล้วเหตุผลเดียวที่คุณมาพบฉันก็เพราะฉันประกาศรับสมัครคนเลี้ยงม้า เอ้า...ยืนเซ่ออยู่ได้ จะทำมั้ยงานน่ะ"

รามิลไม่อยากเชื่อว่ามัดไหมโตขึ้นจะสวยขนาดนี้

มัด ไหมลากสายยางฉีดน้ำใส่รามิลแล้วเกิดสะดุดลื่นถลาเข้าหารามิลเสียเอง เขาจึงรับเธอไว้ในอ้อมแขน ต่างคนต่างจ้องกัน มัดไหมได้สติรีบทรงตัวผลักเขาออกห่าง แล้วถามว่าจะทำงานไหม

"มัดไหม...จำพี่ไม่ได้เหรอ พี่รามิล รามิล ทิพยคาถาไง"

มัดไหมหัวเราะแล้วเดินไป รามิลแปลกใจเดินตามมาจนถึงบ้านพัก มัดไหมยื่นผ้าขนหนูให้เช็ดเนื้อตัว รามิลยังถามอีกว่าหัวเราะเขาทำไม

"ก็หัวเราะคนอย่างรามิล ทิพยคาถา ที่มีสายตาไม่ต่างจากผู้ชายทั่วไปน่ะสิคะ"

รา มิลไม่เข้าใจ พอดีติ๋มเข้ามาเรียกมัดไหม "มาอยู่นี่เอง เห็นคุณอัคนีตามหาอยู่ บอกว่าคุณตะวันเจิดจ้าไม่สบาย ให้เธอไปดูหน่อย อ้าว...แล้วนี่ใครล่ะเนี่ย เพื่อนเธอเหรอ ระวังเถอะพาใครรุ่มร่ามเข้ามาเดี๋ยวคุณภัครมัยเธอรู้เข้าจะไม่พอใจนะ" ...รามิลมองติ๋มกับมัดไหมสลับไปมางงๆ...

ooooooo

ตอนที่ 2

ด้วยความแค้นที่พลอยไพลินมีต่ออัจฉราวดี ไม่อาจลบเลือนได้ ตั้งแต่สมัยเรียนเมืองนอก พลอย-ไพลินกลับมาที่ห้องพัก พบอัจฉราวดีนอนอยู่กับแฟนของเธอ แล้วอ้างว่าทะเลาะกับรามิลจึงดื่มจนเมา แล้วมาหาเธอ เลยโดนแฟนเธอปล้ำ แต่พลอยไพลินไม่เชื่อ

"นึกว่าฉันจะโง่ เชื่อบทบาทที่เธอแสดงเหรอ นังงูพิษ อย่าเผลอแล้วกัน ดาบนี้จะต้องคืนสนองเธอแน่ๆอัจฉราวดี" พลอยไพลินเก็บความแค้นนี้จนกลับมาอยู่เมืองไทย

พลอยไพลินจึงคอยยุให้ อัจฉราวดีทำอะไรผิดๆ ให้บุกไปบ้านรามิลเพื่อจับเขาให้อยู่หมัด อัจฉราวดีโทร.เรียกปาปารัซซี่ไปคอยถ่ายว่าใครคือแฟนตัวจริงของรามิล แต่พอเธอไปถึงกลับเข้าบ้านไม่ได้เพราะจ้อนไม่เปิดประตูให้ บอกแต่ว่ารามิลไม่อยู่ อัจฉราวดีผิดหวังและโกรธขึ้นรถกลับไป โดยลืมไปว่าปาปารัซซี่ได้ภาพเธอเกาะรั้วแต่เข้าไม่ได้ไปเต็มๆ...

รา มิลงงที่ติ๋มพูดถึงภัครมัย จึงถามว่ามัดไหมเป็นใคร มัดไหมยิ้มก่อนจะตอบว่า "ใช่ค่ะ ฉันคือคนรับใช้ของคุณมัดไหมหรือคุณภัครมัย เจ้าของไร่มนตรา"

รา มิลทำหน้าไม่อยากเชื่อ ติ๋มจึงพูดว่า บอกให้เปลี่ยนชื่อก็ไม่เปลี่ยน ทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิดอยู่เรื่อย รามิลเริ่มโกรธที่หลงอยู่กับคนใช้มาครึ่งค่อนวัน จึงถามหาภัครมัยเขามีธุระต้องเคลียร์ ติ๋มทำเป็นตกใจแล้วบอกว่าภัครมัยไม่อยู่

"ไม่เป็นไรฉันจะรอ อ้อ...ให้คนงานไปลากรถฉันขึ้นจากหล่มให้ด้วย อยู่ห่างจากทางเข้าไร่สักสองกิโลได้มั้ง"

ติ๋มชำเลืองมองมัดไหมว่าจะเอาอย่างไร มัดไหมยิ้มมีเลศนัยแล้วรับคำเสียเอง...เวลาผ่านไปจนมืด มัดไหมเดินกลับมาเห็นรามิลยืนมองดวงจันทร์จึงแกล้งทักว่ายังไม่กลับอีกหรือ

รามิลตอบว่าเขาจะรอภัครมัย จู่ๆรามิลก็เปลี่ยนเรื่องถาม "เธอมีแฟนแล้วเหรอ..."

มัดไหมสำลัก "อะไรนะคะ..."

"ก็นายตะวันเจิดจ้าอะไรน่ะ พอเห็นว่าเขาไม่สบายก็เห็นเธอรีบแล่นไปดูท่าทางเป็นห่วงเป็นใยมาก กลับมาจนมืดจนค่ำเชียว อาการหนักมากหรือไง"

"ฉันคงไม่สิ้นคิดขนาดมีแฟนเป็นม้าหรอกค่ะ" มัดไหมหัวเราะ

รามิลหน้าเหวอ ทำไมต้องเรียกว่าคุณ มัดไหมย้อนถามว่ามีกฎข้อไหนให้ใช้คำว่าคุณกับคนเท่านั้น รามิลอึ้งเปลี่ยนเป็นขอให้หาอาหารให้เขากินเขาหิว มัดไหมยิ้มกริ่มรีบไปให้ติ๋มจัดสำรับมาให้ รามิลมองอาหารตรงหน้าถามอย่างขยะแขยงว่าคืออะไร

"ตรงหน้าคุณนั่นผัดเผ็ดตะกวดป่าค่ะ ถัดมาก็ยำแย้ตายท้องกลม ต้มยำปลาไหล ไข่มดผัดฉ่า ปลาร้าหลน..." ติ๋มอธิบายฉะฉาน

รามิลรีบบอกให้หยุด มัดไหมรีบเสริมว่านี่เป็นอาหารพิเศษที่นานๆจะทำรับแขกอย่างเขา รามิลขอเป็นอาหารธรรมดาๆแบบเธอกิน มัดไหมจึงหายไปสักพักแล้วกลับมาพร้อมข้าวไข่เจียวไหม้ๆ รามิลโวยว่ากินไม่ได้ แต่พอมัดไหมบอกว่าไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว รามิลจำต้องกล้ำกลืน

คืนนั้น นาตาชากลับบ้านดึก พบแม่แก้วยังรอรามิล เพราะเป็นห่วงกลัวทำร้ายมัดไหม นาตาชาสงสารแม่จึงบอกว่า ไม่ต้องห่วง ป่านนี้คงถูกมัดไหมลบลายเสือกลายเป็นแมวแล้ว

แม่แก้วยิ่งใจหาย เข้าใจว่ามัดไหมทำรุนแรงกับรามิลจึงหันมาเป็นห่วงรามิลแทน

นาตาชาหัวเราะก๊ากเมื่อมัดไหมโทร.มาเล่าว่าทำอะไรกับรามิลบ้าง จึงฝากขอแค่ดัดนิสัย แต่อย่าหนัก เอาพอหอมปากหอมคอ...พลันชื่นมารายงานว่ามีคนมาพบ  นาตาชาแปลกใจ

มาทำไมดึกป่านนี้ พอลงมาก็เจอดนุพันธ์ยืนรออยู่หน้าบ้าน จึงพามานั่งที่เก้าอี้สนาม

"นึกว่าหนูนาจะไม่ลงมาเจอพี่ซะแล้ว"

"ทำไมคิดงั้นล่ะคะ"

"ก็เพราะมันมืดแล้วนะ..." ดนุพันธ์อึกอักจะพูดสิ่งที่อยากพูดก็พูดไม่ออก

"รู้ว่ามืดแล้วมาทำไม อ๋อ...รู้แล้วล่ะวันนี้สาวๆที่เคยเดตไม่มีใครว่างล่ะสิ"

ดนุพันธ์รีบแย้งว่าไม่ใช่ นาตาชายังแซวว่าที่ยืนมองจันทร์คงขอให้มีคนว่างสักคนให้ควง ดนุพันธ์รีบบอกว่าเขาไม่ได้ขออย่างนั้น นาตาชาจึงถามว่าแล้วขออะไร

"พี่ขอให้คนที่พี่รักจริงหวังแต่ง เขาเห็นความจริงใจของพี่สักทีน่ะสิ" ดนุพันธ์จ้องตาซึ้ง

นาตาชาหน้าแดงเฉไฉวิ่งไปบอกว่าจะชงกาแฟมาให้ ดนุพันธ์ห้ามไม่ทันได้แต่บ่นว่า พอเขาจริงจังก็หนีทุกที แล้วพานโกรธรามิลไม่อยู่ช่วยเขา...

ขณะเดียวกัน รามิลยังโดนมัดไหมแกล้งชงกาแฟใส่เกลือให้กิน พอเขารู้ว่าภัครมัยอาจไม่กลับคืนนี้จึงบ่นว่าเขาไม่รอแล้ว แต่พอจะกลับ รถกลับสตาร์ตไม่ติดเพราะน้ำมันหมด ก็แปลกใจเป็นไปได้อย่างไร หันกลับมาขอให้มัดไหมให้คนงานไปซื้อน้ำมันมาให้ แต่มัดไหมตอบว่ารถในไร่ไม่อยู่และปั๊มน้ำมันก็อยู่ในตัว เมืองโน่น เขาคงต้องค้างคืนที่นี่ และต้องรีบๆหน่อยเพราะไฟจะปิดตอนสี่ทุ่ม รามิลตกใจ "อะไรนะ มีการดับไฟกันด้วยเหรอ!"

"ค่ะ...เราต้องช่วยชาติประหยัดไงคะ นี่ก็สามทุ่มครึ่งแล้วนะคะ เร็วๆเถอะค่ะ" มัดไหมลากรามิลไปบ้านพักแทบหัวทิ่ม...

นาตาชาพยายามเข็นให้ดนุพันธ์กลับ แต่ดนุพันธ์ตั้งใจจะพูดความในใจให้ได้คืนนี้

"ไม่ได้ต้องพูดวันนี้...เอ้อ...คือ...คือ...คือว่า...คือ..."

"ถ้าพี่ยังนึกไม่ออกก็ไว้ก่อนเถอะค่ะ"

"พี่ชอบหนูนา" ดนุพันธ์พูดโพล่งออกมา แล้วโล่งอก รอคำตอบของนาตาชา

แต่นาตาชาทำเฉยเมย ดนุพันธ์ผิดหวัง "อ้าว...หนูนาไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ"

"ไม่รู้สึก รู้สึกทำไม หนูว่าพี่สนุกกับชีวิตโสดต่อไปเถอะ อย่ามาเสียเวลาชอบหนูเลย"

"นี่หนูนามีแฟน หรือมีคนอื่นแล้วงั้นหรอ" ดนุพันธ์ หน้าเสีย

นาตาชาทำท่ารำคาญไล่ให้ดนุพันธ์กลับไป แล้วเดินเข้าบ้านหน้าตาเฉย ดนุพันธ์อ่อนใจที่นาตาชาใจแข็ง แต่ที่จริงแล้วนาตาชามายืนหน้าแดงมือบิดผ้าม่านอยู่ในบ้านอย่างว้าวุ่นใจ

แม่แก้วออกมาเจอ เรียกจนเธอสะดุ้ง แก้ตัวว่าลองบิดผ้าม่านดูว่าถ้าบิดเป็นเกลียวจะสวยกว่ามั้ย

"อย่าบอกนะว่าแม่แก้วนอนไม่หลับเพราะห่วงพี่เรน่ะ"

"ไม่ได้ห่วงตาเร แต่แม่แก้วห่วงว่าหนูมัดไหมจะเอาไม่อยู่ ป่านนี้ไม่รู้ไปฟาดหัวฟาดหางใส่หนูมัดไหมซะขนาดไหน..."

ในคืนนั้น รามิลโดนมัดไหมแกล้งทำผีหลอกจนต้องวิ่งหน้าตั้งไปนอนในรถทั้งคืน...เช้าวัน รุ่งขึ้น มัดไหมให้ติ๋มปลุกรามิล เขาตื่นขึ้นมาแล้วยังวางฟอร์มอ้างว่านอนในบ้านมันอุดอู้

"อ๋อ...เพิ่งรู้ว่านอนคุดคู้อยู่ในรถนี่มันสบายกว่านอนบนเตียง" มัดไหมพยักหน้ายิ้มๆ

รามิลเปลี่ยนมาถามว่าภัครมัยกลับมาหรือยัง มัดไหมตอบว่าวันนี้อาจไม่กลับ รามิลตกใจแล้วเมื่อไหร่เขาจะเจอ มัดไหมยิ้มยั่วว่าให้ค้างรออีกคืน รามิลส่ายหน้าทันทีอ้างว่ามีงานต้องทำ

ooooooo

ขณะที่อิทธิพลกำลังจะขึ้นรถไปทำงาน เสียงกรี๊ดของอัจฉราวดีดังขึ้น เขาหันมองไปในบ้านแล้วเดินขึ้นรถเหมือนเป็นเรื่องปกติ ในบ้าน อัจฉราวดีขยำหนังสือพิมพ์ปาทิ้งเมื่อเห็นข่าวตัวเองเกาะรั้วบ้านรามิล แสดงว่าเป็นอีกหนึ่งสาวที่ถูกรามิลทิ้ง

นาตาชาเห็นข่าวแล้วสะใจ กำลังคุยกับแม่แก้ว รามิล กลับมาด้วยสภาพอิดโรย แม่แก้วถามว่าโดนอะไรมา รามิล รีบขอตัวไปอาบน้ำแล้วจะเล่าให้ฟังทีหลัง...พอมาทำงาน รามิล เล่าให้ดนุพันธ์ฟังอย่างหัวเสียว่าโดนผีที่ไร่มนตราหลอก ดนุพันธ์ ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ

"แกเคยบอกฉันว่ายัยมัดไหมอะไรน่ะแสบไม่ใช่เล่นเลยไม่ใช่เหรอ เจ้าหล่อนอาจจะหมั่นไส้แกเลยทำผีหลอกก็ได้นา"

"ฉันไม่เจอมัดไหมหรอก เจอแต่คนใช้ของเขา"

"ถ้าอย่างนั้นแกก็ไม่ได้พูดเรื่องแต่งงานน่ะสิ"

รามิลเครียดขึ้นมาอีก เขาบอกดนุพันธ์ว่าเขาจะไม่ยอมแต่งงานตามพินัยกรรม แต่ไม่ทันไรดนุพันธ์เห็นอัจฉราวดีเข้ามาจึงบอกว่าน่าจะแต่ง... "งานเข้าแล้วแก...ฉันเผ่นก่อนล่ะนะ"

รามิลคว้าคอเสื้อดนุพันธ์จะไปด้วย แต่โดนอัจฉราวดีฉุดไว้ชวนไปทานข้าว รามิลจึงอ้างว่ามีประชุม อัจฉราวดีจึงบอกว่าเธอจะรอ รามิลถอนใจก่อนจะเดินออกไป

ooooooo

โรงพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของอภิชาต ติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศ เจ้าของเฟี้ยวแมกกาซีนเรียกนาตาชาและ บก.เข้าประชุม เพราะมีวายซี ดีไซเนอร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก เพิ่งได้รับรางวัลดีไซเนอร์หน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากโวคแมกกาซีนมาร่วมประชุม

"ทางโวคเขาอยากได้คอลเลกชั่นใหม่ของผมครับ" วายซีเปิดประเด็น

"คอลเลกชั่นใหม่ของคุณวายซีจะมีลงเฉพาะที่โวคกับหนังสือเราเท่านั้น เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆนะครับ ซึ่งเซตนี้เราจะถ่ายกันอาทิตย์หน้า ผมอยากให้กองแฟชั่นกับคุณวายซีได้ร่วมกันสร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมา ขอให้ฮือฮาไปทั่วเอเชียเลยนะครับ" อภิชาตอธิบาย

บก.ถามไอเดียวายซี เขาจึงแจ้งว่า "แฟชั่นชุดนี้ผมได้แรงบันดาลใจมาจากทะเล ผมใช้ชื่อว่า deep dark sea ส่วนจะนำเสนออย่างไรนั้น ผมว่าเราช่วยกันเบรนสตอร์มได้ครับ ผมมีเงื่อนไขเดียวเท่านั้น"

"เงื่อนไขอะไรคะ?" นาตาชาสงสัย

"นางแบบของผมต้องเป็น..." วายซีพูดทิ้งท้ายไว้ อภิชาตเสริมต่อว่า...แม็ตตี้

นาตาชากระตุกวูบ พยายามเก็บอาการแล้วบอกว่า เธอได้ยินว่าแม็ตตี้ขอพักร้อน แต่วายซีย้ำว่าเขาต้องการนางแบบคนนี้คนเดียวเท่านั้น ถ้าไม่ใช่ไม่ทำ ทีมงานมองหน้ากันอย่างหนักใจ...นาตาชาเดินเครียดออกจากห้องประชุม ชนเข้ากับดนุพันธ์ เขามารับเธอไปทานอาหารอิตาเลียน ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ พิมมาดาเพื่อนนักเรียนเก่าซึ่งหลงรักดนุพันธ์มานานก็เข้ามาคล้องแขน

"นึกว่าจะขับตามรถพี่นุไม่ทันซะแล้ว ขับซะเร็ว ที่แท้ก็จะมาหายัยหนูท้องนาเอ๊ย หนูนานะเอง"

นาตาชาหมั่นไส้จึงบอกไปว่าเธอไม่ชอบอาหารเลี่ยนๆ ดนุพันธ์จะอธิบายว่าเขาไม่มีอะไรกับพิมมาดา แต่นาตาชาวิ่งหนีไปเสียก่อน พิมมาดาดึงรั้งดนุพันธ์ออกไปจนได้

ด้านอัจฉราวดียังคงรอรามิลจนหงุดหงิด เลขาฯเอาแฟ้มเข้ามาวางบนโต๊ะแล้วบอกว่ารามิลออกจากห้องประชุมและกลับไปแล้ว อัจฉราวดีโกรธมากแล่นมาที่ห้องทำงานอิทธิพลแล้วร้องกรี๊ดๆระบายอารมณ์ อิทธิพลเอ็ดว่าให้รีบทำอะไรดีกว่ามาร้องอยู่แบบนี้ อัจฉราวดีจึงให้พลอยไพลินหาตากล้องนิตยสารซุบซิบดารามาคอยถ่ายภาพเธอกับรา มิลไปลงข่าว...

และในคืนนั้น ขณะที่รามิลนั่งมองพระจันทร์คิดถึงอดีตวัยเด็กที่เขากับนาตาชาไปเที่ยวไร่มน ตราและได้เจอฤทธิ์เดชของมัดไหม แล้วคิดว่าที่เขาโดนผีหลอกคืนนั้นจะเป็นฝีมือมัดไหมอีกหรือเปล่า พลันอัจฉราวดีโผล่มาเกาะไหล่เขา รามิล ตกใจถามว่ามาทำไม

"แหม ก็ใครอยากทิ้งอัจไว้คนเดียวล่ะคะ รู้มั้ยอัจน่ะขายหน้าพนักงานคุณแค่ไหน"

"คุณไม่ต้องพูดเรื่องอื่นเลยอัจ ผมว่าคุณน่าจะจำได้ นะที่ผมเคยบอกไว้เมื่อเรารู้จักกันใหม่ๆน่ะ"

"แหม จำได้สิคะ คุณน่ะห้ามใครก็ตามมาที่บ้านถ้าคุณ ไม่ได้เป็นคนพามา ฉันรู้ว่าที่นี่เป็นเขตหวงห้าม เป็นที่ส่วนตัวของเพลย์บอยหนุ่มรูปหล่อ"

"ก็ดีที่คุณยังจำได้นะ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญ..." รามิลลุกเดินนำอัจฉราวดีออกไปที่โรงรถ

อัจฉรา วดีเดินตามแต่ก็พยายามมองไปหน้าบ้านว่าตากล้องที่จ้างไว้มาหรือยัง เธอแอบกดมือถือส่งสัญญาณให้ รู้ว่าเธอกำลังจะออกจากบ้าน ตากล้องนั่งรอในรถเพราะไม่คิดว่าจะเข้าไปประเดี๋ยวเดียวแบบนี้...อัจฉราวดี ยึกยักไม่ขึ้นรถจนรามิลไม่พอใจถามว่าจะขึ้นรถหรือจะเดินไป

"อะไรกัน นี่ฉันจะกลับแล้วเหรอ ฉันต้องกลับแล้ว กลับเดี๋ยวนี้เลยเนี่ยนะ"

"ก็ใช่น่ะสิ คุณจะพูดอะไรซ้ำๆทำไม"

อัจฉรา วดีพยายามพูดให้ตากล้องได้ยินและเตรียมตัวถ่ายภาพเธอนั่งรถออกจากบ้าน แต่กลัวพลาดจึงยื้อขอรามิล ทานน้ำ รามิลบอกให้ไปซื้อที่ร้านข้างนอก อัจฉราวดีจำต้องขึ้นนั่งรถคู่ไปกับรามิล แล้วพยายามหันหน้ายิ้มใกล้ชิดรามิลให้ตากล้องจับภาพ

ooooooo

วัน ต่อมา มัดไหมให้ติ๋มช่วยเก็บแมกกาซีนทุกฉบับที่เธอถ่ายแบบลงลัง เพราะเธอคงไม่กลับไป เป็นนางแบบอีกแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่านั่นไม่ใช่ตัวตนของเธอ ติ๋มข้องใจถามแล้วตอนนั้นทำทำไม มัดไหมตอบว่า "แค่อยากรู้ว่าเราไปถึงจุดที่หลายคนอยากไปได้ หรือเปล่า เท่านั้นเอง"

ในขณะที่แตง บก.เฟี้ยวแมกกาซีนโดนอภิชาตเล่นงานที่ยังติดต่อแม็ตตี้ไม่ได้ ถึงขนาดจะให้ลาออกไปถ้าทำไม่สำเร็จ นาตาชาสงสารแตงจึงออกหน้ากับอภิชาตว่า เธอขอรับหน้าที่ตามตัวแม็ตตี้เอง ถ้าทำไม่ได้เธอจะลาออก อภิชาตตกใจรีบกระซิบ กระซาบจับมือนาตาชา

"พูดอะไรอย่างนั้น นี่นาตาชารู้มั้ยผมน่ะจะให้คุณขึ้นเป็น บก.แทนเขานะ"

นา ตาชาค่อยๆดึงมือออกอย่างสุภาพแล้วบอกว่าเธอไม่ได้ อยากเป็น เพราะแตงเหมาะสมที่สุดแล้ว พูดจบก็เดินออกไป อภิชาตได้แต่ดมมือตัวเองตาละห้อยมองตามหลังนาตาชาไป...

ยังไม่ท้อที่ จะพบภัครมัยให้ได้เพื่อพูดเรื่องแต่งงาน รามิลจึงเตรียมมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับบลิวคันเป็นล้าน เพื่อขี่ไปไร่มนตราจะได้ไม่มีอะไรพลาดอีก พอขี่ผ่านอุโมงค์ต้นไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มุ่งหน้าสู่ปากช่อง เข้าเขตไร่มนตรา รามิล ก็เห็นมัดไหมควบม้าอยู่บนเนิน จึงบิดรถตามขึ้นไปบนเนิน มัดไหมแกล้งควบม้าหนีผ่านลำธาร รามิลไม่ยอมแพ้ขี่รถตามลุยลำธารจนมาถึงบนยอดเนินเขาจึงหยุด รามิลถอดหมวกกันน็อกออกโวยมัดไหมที่หนีเขา ยังไม่ทันจะเถียงก็มีเสียงเด็กร้องเอะอะว่ามีเพื่อนจมน้ำ รามิลยังงงๆแต่มัดไหมไม่รอช้าวิ่งไปที่ริมน้ำแล้วโดดลงไปทันที รามิลวิ่งตามมาตกใจตะโกนเรียกมัดไหมเพราะเห็นหายลงไปนาน

จึงตั้งท่า จะโดดตามลงไป มัดไหมก็โผล่ขึ้นมาผิวน้ำพร้อมอุ้มเด็กชายคนหนึ่งขึ้นมาด้วย  รามิลรีบเข้าไปช่วยรับเด็กมาวางริมตลิ่ง มัดไหมบอกให้รามิลช่วยผายปอดเด็ก รามิล เหลอหลา

"ฉัน...เอ้อ...ฉันทำไม่เป็น..."

มัดไหมไม่รอ ช้ากดปั๊มหัวใจเด็กสลับกับเป่าปาก  จนเด็กสำลักน้ำฟื้นขึ้นมา  รามิลทึ่งกับภาพที่เห็น...พอเดินกลับมาที่ม้า รามิลถามมัดไหมว่าทำได้อย่างไร มัดไหมหันมาสะบัดเสียงใส่ว่าก็เรียนมาสิ  อยู่แบบนี้ต้องเรียนรู้เรื่องชีวิตให้มาก  แล้วย้อนถามว่าเขาอยู่ได้ไหม  รามิลไม่ตอบแต่กลับมองเรือนร่างมัดไหมที่เปียกปอนจนเสื้อผ้าแนบเนื้อ มัดไหมไม่พอใจถามห้วนๆ

"จ้องพอรึยัง"

รามิลสะดุ้ง "นี่เธอ...คนอย่างฉันน่ะ ไม่ต้องมาแอบมองรูปร่างผู้หญิงหรอก หุ่นดีกว่าเธอเป็นสิบๆเท่าฉันยังไม่แล"

"อ๋อ...แล้วเมื่อครู่ที่จ้องตาไม่กะพริบเขาเรียกว่าอะไรคะ"

"ฉันจ้องเพราะสงสัยต่างหาก"

มัด ไหมชะงักถามว่าสงสัยอะไร รามิลตอบยิ้มๆว่าสงสัยว่าเธอไปทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า มัดไหมกลับยิ้มและขอบคุณ รามิลงงว่าขอบคุณทำไมน่าจะโกรธ มัดไหมตอบว่าทำไมต้องโกรธในเมื่อเป็นคำชมเพราะเธอสวยขนาดที่เขาไม่เชื่อ คิดว่าทำศัลยกรรมมา รามิลอึ้งรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าภัครมัยกลับมาหรือยัง มัดไหมตอบว่าอยากรู้ให้ไปดูที่ไร่เอง ว่าแล้วก็ขึ้นม้าควบไป รามิลหงุดหงิดที่เป็นแค่คนใช้มายอกย้อน

มาถึงบ้าน มัดไหมรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและให้ติ๋มคอยรับหน้ารามิล ติ๋มจึงบอกรามิลว่าภัครมัยกลับมาแล้วและกลับขึ้นไปหมู่บ้านอีกแล้ว รามิลหน้าบูดบึ้งนั่งรอ

ooooooo

ในขณะที่พิสมัย อุมาพร และอรอุจิ ป้าๆและน้าของรามิล ญาติแม่แก้วที่คอยห่วงใยหลานชาย หน้าตาตื่นมาหาแม่แก้วเพื่อเอาข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มาให้ดูว่ารามิลคบหา อยู่กับอัจฉราวดีจริงหรือ พวกเธอไม่ชอบ แม่แก้วเห็นภาพแล้วก็ขำที่พวกนักข่าวนี่เก่งนะที่อดหลับอดนอนรอถ่ายภาพจนได้ สามสาวแปลกใจที่แม่แก้วดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวบ้างเลย แม่แก้วตอบว่าเธอเชื่อว่ารามิล ต้องรู้ว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไร

ระหว่าง รออยู่ที่ไร่ รามิลก็โดนมัดไหมแกล้งชงกาแฟหวานเจี๊ยบมาให้ดื่ม รามิลโวย มัดไหมตอบกวนๆ "โธ่...ฉันเป็นแค่คนรับใช้จะไปแกล้งว่าที่เจ้านายคนใหม่ได้ยังไงกันคะ ฉันก็แค่คิดว่าคนที่กำลังอินเลิฟก็น่าจะชอบอะไรที่หวานๆนะคะ"

"ใคร กันอินเลิฟ ถ้าเธอคิดว่าที่ฉันมารอเจ้านายเธอเพราะอยากแต่งงานด้วยตามสัญญาบ้าบอใน พินัยกรรมนั่นละก็เธอคิดผิด ฉันต้องการจะเคลียร์กับภัครมัย ให้เขาไม่ยอมรับข้อตกลงนั้นต่างหากล่ะ"

"แล้วคุณจะมาบอกฉันทำไม คะ..." พอเห็นหน้ารามิล หงุดหงิด มัดไหมจึงพูดอีกว่า "คำว่าอินเลิฟของฉัน ไม่ได้หมายถึงคุณกับคุณภัครมัย แต่ฉันหมายถึงคุณกับแฟนคุณต่างหากค่ะ"

มัด ไหมเอาหนังสือพิมพ์วางให้ พอรามิลเห็นภาพข่าวที่อัจฉราวดีนั่งรถออกจากบ้านคู่ไปกับเขาก็ตกใจแล้ว เปลี่ยนเป็นโมโห พอเงยหน้ามามัดไหมก็หายไปแล้ว รามิลเดินตามหามาเจอติ๋มจึงถามหามัดไหม ติ๋มบอกว่ามัดไหมคงอยู่ที่คอกม้า รามิลจึงตามไป เจอกับอัคนี พอรู้ว่าอัคนีเป็นคนซื้อน้ำมันมาเติมรถให้เขาจึงทักทายขอบอกขอบใจ รามิลรู้สึกว่าอัคนีเป็นคนไว้ใจได้จึงเลียบเคียงถามเรื่องของมัดไหม อัคนียิ้มๆแล้วตอบว่า

"หลายๆคนที่มาที่นี่ก็มักจะเข้าใจผิดเสมอว่า มัดไหมไม่น่าเป็นคนใช้ มัดไหมเขาเป็นคนเก่งโดยเฉพาะเรื่องม้าเธอชำนาญมาก ขนาดคุณภัครมัยให้ตัดสินใจทุกอย่างแทนได้เลย"

รามิลพยักหน้าฟัง อัคนีแอบอมยิ้มพูดอีกว่าภัครมัยเคี่ยวมัดไหมมาอย่างดีขนาดจะให้เป็นตัวแทน ได้เลย เพราะภัครมัยชอบชีวิตสันโดษ อยู่หมู่บ้านหลังเขา สอนหนังสือเด็กๆ รามิลทึ่งกับความมีน้ำใจของภัครมัย...พลันมัดไหมเหยาะม้าเข้ามา  พูดกับอัคนีว่าให้พาคุณตะวันเจิดจ้าออกกำลังกายเบาๆ ทุกเย็นแบบนี้  อัคนีเผลอรับคำว่าครับ...แล้วนึกได้รีบเปลี่ยนเป็น "เออ...ได้สิ"

รา มิลบอกมัดไหมว่าเขามีเรื่องอยากคุยด้วย มัดไหมจึงบอกให้ขี่ม้าตามมาเพราะเธอต้องพาคุณตะวันเจิดจ้าออกกำลัง รามิลหน้าเหวอเพราะขี่ม้าไม่เป็นแต่ไม่กล้าพูดกลัวเสียฟอร์ม อัคนีเอาสีหมอกมาให้รามิล เขาพยายามจะขึ้นขี่ก็หล่นลงมาจนมัดไหมขำ รามิลเสียหน้าพยายามจนสำเร็จ เจ้าสีหมอกกระตุกแล้วควบตามมัดไหม รามิลร้องลั่นกอดคอม้าแน่น

จนมาถึงริมลำธาร มัดไหมนั่งยองๆวักน้ำเล่น รามิล กอดคอม้าแน่นผมเผ้ายุ่งเหยิงเข้ามาใกล้ มัดไหมหัวเราะ "นี่เป็นท่าขี่ม้าท่าใหม่ที่ฉันไม่เคยเห็นใครขี่มาก่อนเลย"

"เธอแกล้งฉันอีกแล้วใช่มั้ยมัดไหม"

"ฉันจะแกล้งคุณทำไมกันคะ อย่าชักช้าอยู่เลย คุณว่ามีอะไรจะคุยกับฉันก็รีบคุยเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันก็ต้องรีบเอาคุณตะวันเจิดจ้าไปเข้าคอก"

รา มิลค่อยๆลงจากหลังม้าแต่ไม่วายลื่นหล่นลงมาอีก มัดไหมตกใจเข้าไปช่วยประคองแต่พอนึกได้ว่าลืมตัวก็ขยับออก รามิลร้องให้ช่วยเขาก่อนเขาเจ็บข้อเท้า มัดไหมยิ่งเป็นห่วง ช่วยประคองเขาไปนั่งบนโขดหิน "คุณรออยู่นี่นะ ฉันจะไปตามให้อัคนีเอารถมารับ"

รามิลดึงแขนมัดไหมไว้ "ไม่ต้อง...ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ ถามจริงๆเถอะ ทำไมเธอถึงมาหมกตัวทำงานในไร่แบบนี้"

"ทำไมล่ะคะ ทำงานในไร่มันไม่ดียังไง"

"ไม่ใช่มันไม่ดี...แต่หน้าตาท่าทางอย่างเธอน่าจะหางานที่ดีกว่านี้ได้สบายๆ"

"งานแบบไหนล่ะคะที่คุณว่า   เป็นเมียน้อย   เมียเก็บหรือว่าเมียชั่วครั้งชั่วคราว"

พอได้ ยินน้ำเสียงห้วนๆของมัดไหม รามิลรีบบอก "ฉันไม่ได้หมายความถึงงานพวกนั้น ฉันพูดจริงๆเธอน่าจะได้งานที่ดีกว่าเป็นคนใช้ของภัครมัย"

มัดไหมแกล้งถามว่าเขาจะจ้างเธอหรือ รามิลตอบว่าใช่ทันที "ฉันพูดจริงๆนะ ฉันจะจ้างเธอให้มาเป็นแฟนฉัน งานสบายเงินดีสนใจมั้ยล่ะ"

มัดไหมเสียงเขียว "ขอโทษนะคะคุณรามิล ฉันชอบนั่งทำงานไม่ชอบนอนทำ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของคุณฉันไม่สนค่ะ"

มัด ไหมเดินหนี รามิลลุกตามไปรั้งแขนไว้ มัดไหมจึงรู้ว่าเขาแกล้งขาแพลงจึงเตะรวบขาเขาล้มลง "ขาคุณหายแพลง แล้วเหรอ! คนเจ้าเล่ห์ต้องโดนแบบนี้"...

ooooooo

แม้จะผิดแผนในการคุยกับมัดไหม รามิลก็ยังมานั่งรอภัครมัยที่ห้องรับแขก เผอิญเห็นข่าวในทีวี นักข่าวรุมสัมภาษณ์อัจฉราวดีถึงภาพข่าว อัจฉราวดีตอบเอียงอายให้ไปถามฝ่ายชายเอาเองว่าแบบนี้เรียกว่าแฟนกันหรือ เปล่า

รามิลเห็นแล้วยิ่งเครียด "เธอรุกหนักไปแล้วนะอัจฉรา คนอย่างนายรามิลไม่ยอมเป็นหมูให้ใครต้อนเข้าอวยง่ายๆหรอก"....

รามิลมองหามัดไหม ถามติ๋มที่เดินมา เธอบอกว่า

มัดไหมทานข้าวอยู่ในครัว รามิลจึงบอกติ๋มให้มัดไหมชงกาแฟไปให้เขาที่ระเบียง ติ๋มย้อนถามว่ามีเรื่องอะไรอยากถามเธอตอบแทนได้ รามิลเคืองจึงแกล้งถามว่าเขาอยากรู้เรื่องม้า

ติ๋มจ๋อยเพราะเรื่องนี้เธอไม่รู้เลย....ขณะนั้น นาตาชาซึ่งหงุดหงิดกับที่อภิชาตและดนุพันธ์แย่งกันจีบเธอจนเธอรำคาญหนีมา นั่งในรถ พอดีมัดไหมโทร.เข้ามา นาตาชาดีใจเพราะพยายามติดต่ออยู่นานแล้ว นาตาชาจึงบอกธุระของเธอ

"ถ่ายปกเหรอ...ที่จริงตอนนี้ฉันไม่อยากเป็นแม็ตตี้เท่าไหร่เลย แต่เอาเถอะ สำหรับเพื่อนจะปฏิเสธได้ยังไง ไว้เจอกันแล้วคุยรายละเอียดอีกทีนะ...อะไรนะ...พี่ชายตัวดีของเธอน่ะ

เหรอ จ้า ยังอยู่ที่นี่...ไม่รู้สิ คงอยากรอเจอภัครมัยให้ได้ล่ะมั้ง ฮึๆไม่ต้องมาฝากหรอก ฉันจะฝังแถมให้ด้วยเลยจ้ะ...บาย..."

พอติ๋มมาบอกเรื่องรามิล มัดไหมโกรธที่มาใช้เธอจึงแกล้งชงกาแฟพิเศษให้อีก...มัดไหมยกกาแฟมาตั้งโต๊ะ ให้รามิล เขาสะดุ้งเพราะเธอมาเงียบๆ รามิลพูดประชด

"เค็มไปก็แล้ว หวานไปก็แล้ว คงไม่มีอะไรจะแกล้งฉันแล้วสินะ" รามิลยกถ้วยกาแฟดื่ม

ไม่ทันไรก็บ้วนทิ้งแลบลิ้นออกมา มัดไหมหัวเราะ "ยังเหลือเผ็ดอีกอย่างไงคะ และรสนี้ฉันว่ามันเหมาะกับคนแสบๆอย่างคุณที่สุด"

รามิลโกรธถามว่าเขาแสบอย่างไร มัดไหมโต้ "คุณเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเจ้านายฉัน แต่คุณยังกล้ามาจ้างให้ฉันไปเป็น... เป็นเมียคุณแบบนี้ไม่เรียกว่าแสบแล้วจะให้เรียกว่าอะไร"

พูดจบมัดไหมก็เดินลงระเบียงไป รามิลเผ็ดจนต้องหาน้ำมาดื่ม แล้วบ่นว่ามัดไหมแสบไม่แพ้เจ้านายเลย...รามิลเดินตามหามัดไหมมาเจอนั่ง ชิงช้าอยู่ในไร่ จึงเข้าไปเคลียร์ มัดไหม

พูดสวนว่าเธอจะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายจิตใจเจ้านายของเธอ และถ้าใครทำเป็นเจอดีแน่ รามิลยิ่งชอบใจบอกว่าแบบนี้ยิ่งน่ารับงานที่เขาเสนอ มัดไหมยิ่งโกรธหาว่ารามิลพูดไม่เข้าใจ

"เธอน่ะสิที่ไม่เข้าใจ...ฟังให้ดีนะมัดไหม งานที่ฉันจะจ้างให้เธอทำเนี่ย นอกจากจะได้เงินพิเศษสักก้อนที่เธอจะเอาไปทำอะไรก็ได้แล้วเธอยังจะช่วยกำจัด คนที่จะมาทำให้เจ้านายเธอต้องเสียใจไม่สบายใจอีกด้วยนะ"

มัดไหมฟังแล้วไม่เข้าใจว่าใครจะมาทำให้ภัครมัยไม่ สบายใจ  รามิลจึงบอกเรื่องที่เขาอยากกันอัจฉราวดีออกจากชีวิตเขา มัดไหมยิ่งงง "คุณอัจฉราวดีเขาเป็นแฟนคุณไม่ใช่เหรอ!"

"เธอรู้ได้ยังไง อ๋อ...คงอ่านจากข่าวละสิ ไม่ยักรู้ว่าเธอ ก็สนใจข่าวคราวของฉันด้วย"

"นี่คุณ ฉันไม่เคยสนใจคุณนอกเหนือไปจากที่รู้ว่าคุณคือว่าที่เจ้าบ่าวของคุณภัครมัย"

"ไม่ต้องอายหรอก ฉันน่ะชินแล้วกับการที่มีผู้หญิงมาชื่นชมฉันทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันน่ะ"

มัดไหมเอือมความหลงตัวเองของรามิล จึงบอกไปว่า ที่รู้เพราะเธอเป็นแฟนคลับของอัจฉราวดี รามิลเซ็งเพราะมัดไหม คงไม่รับงาน มัดไหมทำเป็นคิดสักพักแล้วพูดออกมาว่า

"ถึงฉันจะชอบเธอ  แต่ถ้าเธอมาทำให้คุณภัครมัยต้องเสียใจ ฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน"

รามิลยิ้มดีใจ มัดไหมให้ตกลงค่าจ้างกันก่อน รามิล จะจ้างเธอเป็นแฟนปลอมๆของเขา ด้วยเงินสามหมื่นบาท แต่ มัดไหมไม่ยอม เธอจะเอาหนึ่งล้านบาท รามิลแทบช็อก...

กลับมาบ้านครุ่นคิดถึงที่มัดไหมพูดอย่างรู้ทันว่า "ถ้าค่าตัวจริงๆของฉันล่ะก็  มันประมาณค่าไม่ได้หรอกค่ะ  แต่ถ้า
ค่าจ้างสำหรับการเป็นแฟนหลอกๆของคุณเพื่อกำจัดนางเอกเบอร์หนึ่งอย่างคุณอัจฉราวดี ฉันคิดว่าหนึ่งล้านบาทน่ะไม่มากเลยนะคะ"

"แต่ฉันว่ามันมากไป ลดหน่อยสิ"

"อันที่จริงคนอย่างคุณจะจ้างผู้หญิงที่ไหนก็ได้ แต่คุณมาเลือกจ้างฉัน ก็แสดงว่าเจ้าของรางวัลนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งปีคงต้องคิดไตร่ตรองผลได้ผล เสียอย่างรอบคอบแล้ว

เพราะ ฉะนั้น ฉันก็ควรจะเรียกราคาให้สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย"

"อะไรที่เธอว่าฉันคิดถึงผลได้ผลเสีย..."

"เช่นคุณเลือกฉันแทนที่จะเลือกคนอื่นเพราะเมื่อกำจัดคุณอัจฉราวดีได้แล้ว มันจะไม่กลายเป็นเขวี้ยงงูไม่พ้นคอ เพราะฉันเป็นคนของคุณภัครมัยไงคะ"

รามิลทึ่งในความคิดของมัดไหม...เขาตัดสินใจโทร.นัดมัดไหม

วันรุ่งขึ้น  มัดไหมกำลังแต่งตัวเป็นแม็ตตี้เพื่อไปเข้าประชุมกับนาตาชา  เธอแต่งไปพูดโทรศัพท์กับนาตาชาไปว่าไม่ต้องห่วงเธอไปแน่  ไม่ทันไรรามิลโทร.เข้ามานัดมัดไหม  เขาจะมารับที่ไร่  มัดไหมรีบบอกว่าไม่ต้อง  พอรามิลนัดไปพบที่ พารากอนบ่ายโมง  มัดไหมคิดแล้วว่าตึกเฟี้ยวแมกกาซีนอยู่ ไม่ห่างจากพารากอนเท่าไหร่จึงรับปาก รามิลไม่ลืมที่จะ
ขอเบอร์มือถือเธอ...

ในห้องประชุมเฟี้ยวแมกกาซีน วายซีกระวนกระวายรอแม็ตตี้ "ผมว่าคงเหลวละมั้ง เท่าที่ผมรู้จักแม็ตตี้เป็นคนตรงต่อเวลา ไม่เลตแม้แต่นาทีเดียว"

"ใช่ค่ะ แล้วฉันก็คิดว่าครั้งนี้ฉันก็ไม่ได้เลตใช่มั้ยคะ" แม็ตตี้เปิดประตูเข้ามา

ทุกคนในห้องประชุมหันไปมอง และมองนาฬิกาสิบเอ็ดโมงตรงเป๊ะ วายซีรีบเข้าไปอ้าแขนจะกอดทักทายตามธรรมเนียมฝรั่ง แม็ตตี้รีบยกมือไหว้อย่างสวยงาม วายซีชะงักทิ้งแขนลง อภิชาตเข้ามาต้อนรับแล้วหันมาก้มกระซิบข้างแก้มนาตาชาอย่างถือโอกาสชมว่า เยี่ยมจริงๆ นาตาชารีบลุกขึ้นสบตาแม็ตตี้อย่างระอา แม็ตตี้แอบยิ้มขำ

ooooooo

รามิลเร่งมือทำงานเพื่อไปตามนัดมัดไหม อัจฉราวดีถือวิสาสะเข้ามาหาในห้องทำงานทั้งที่เลขาฯกันไว้แล้ว รามิลจึงต่อว่าเรื่องที่อัจฉราวดีเอาช่างภาพมาสร้างข่าว อัจฉราวดีตกใจแต่ปฏิเสธพัลวัน รามิล ว่าทำแบบนี้มันไม่แฟร์กับคนของเขา

"คนของคุณ อ๋อ...ถ้าคุณหมายถึงว่าที่คู่หมั้นของคุณก็ดีน่ะสิคะ ไม่เห็นต้องแคร์เลยเพราะคุณเองก็ไม่ได้รักใคร่ไยดีเธอสักหน่อย อัจรู้นะว่าคุณต้องจำใจทำตามคำสั่งคุณพ่อคุณ"

"คุณเข้าใจผิดแล้วอัจฉรา ผมหมายถึงคนที่ผมแคร์จริงๆต่างหาก ผมไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด" รามิลยิ้มเยาะ
อัจฉราวดีตาเหลือกหาว่ารามิลหลอกว่ามีแฟนใหม่แล้ว ท้าให้ควงมาอวด รามิลรับปากเสียงแข็งว่าคนนี้ตัวจริงเสียงจริง อัจฉราวดีหนาวขึ้นมากับน้ำเสียงจริงจังของรามิล...

การประชุมผ่านไปอย่างราบรื่น แม็ตตี้ลากลับ แต่วายซี ยื้อให้ทานอาหารต่อ นาตาชากระซิบบอกว่าไปด้วยกันก่อนแล้ว เธอจะหาทางให้หลบไป แต่กลับแย่หนักเข้าไปอีก เมื่อสถานที่ ที่อภิชาตพามาเป็นที่เดียวกับที่นัดรามิล จึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำโดยให้นาตาชาพาไป

"มีอะไรเหรอมัดไหม..."

"โธ่...ก็ฉันนัดพี่ชายเธอที่นี่นะหนูนา..."

นาตาชาร้อนใจไปด้วยแต่ปลอบอย่ากังวลไป "เอางี้... เธอก็รีบไปร่วมโต๊ะกับบอสฉันแล้วก็วายซีเร็วๆเข้าจะได้รีบขอตัว แล้วก็รีบไปแปลงโฉมก่อนที่จะถึงเวลานัดกับพี่เร โอเคมั้ย"

"ก็ไม่รู้จะทำวิธีไหนแล้วนี่...งั้นก็รีบไปกันเถอะ"

สองสาวรีบออกจากห้องน้ำไปสมทบกับวายซีและอภิชาต ซึ่งกำลังแย่งกันสั่งอาหาร แม็ตตี้จึงเลือกทานอาหารไทย วายซีเสียดายที่แม็ตตี้ตัดสินใจไม่กลับไปทำงานที่นิวยอร์กอีก

"คือตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจอะไรค่ะ อยากพักผ่อนที่เมืองไทยสักพัก"

"งั้นหนังสือเราขอตามไปทำสกู๊ปได้ไหมครับ ต้องเป็นเรื่องท็อปออฟเดอะทาวน์แน่ๆ"

"อย่าเพิ่งเลยค่ะ ตอนนี้ขอแค่ถ่ายแฟชั่นอย่างเดียว ฉันยังไม่อยากออกสื่อ หรือให้สัมภาษณ์อะไรเลย"

อภิชาตรับปากเพราะแค่ถ่ายปกก็สุดยอดสำหรับหนังสือเขาแล้ว ไม่ทันไร รามมิลโทร.เข้ามือถือ แม็ตตี้รับสายพูดอึกอัก รามิลบอกว่าเขารออยู่ที่ร้านกาแฟชั้นสอง แม็ตตี้เริ่มกระวน กระวายขอตัวไปเข้าห้องน้ำอีกครั้ง ชวนนาตาชาไปด้วย พอไปถึงในห้องน้ำก็บอกว่ารามิลมาถึงแล้ว

"เอางี้ เธอก็ไปพบพี่ชายฉันก่อนก็ได้ ทางนี้เดี๋ยวฉันถ่วงเวลาไว้ให้เอง" นาตาชาคว้าเสื้อผ้าในกระเป๋ามัดไหมมาให้เธอรีบไปแปลงโฉม

พอออกมาเป็นมัดไหม เธอก็รีบล้างเครื่องสำอาง ถอดวิกผมและคอนแทกต์เลนส์ออก นาตาชากลับมาบอกอภิชาตกับวายซีว่าแม็ตตี้ท้องเสียขอเวลาหน่อย วายซีเข้าใจดีเพราะตอนเขามาเมืองไทยใหม่ๆก็เป็นแบบนี้

มัดไหมรีบเดินไปที่ร้านที่นัดรามิล พอดีอัจฉราวดีซึ่งแอบตามรามิลมา กำลังเดินหารามิลเกิดเดินชนกับมัดไหมเข้า มัดไหมรีบขอโทษแต่อัจฉราวดีกลับต่อว่ายกใหญ่ มัดไหมฉุนใส่เป็นชุดใหญ่จนอัจฉราวดีเถียงไม่ทัน พูดจบมัดไหมเดินไป อัจฉราวดีอยากร้องกรี๊ดก็ไม่กล้าเพราะเป็นเป้าสายตาอยู่ ได้แต่บ่นพึมพำว่าอย่าให้เจออีก

มัดไหมเดินเข้ามา รามิลโวยที่มาช้า แต่พอมัดไหมบอกว่ามีอุบัติเหตุนิดหน่อย เขาก็ตกใจรีบถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า มัดไหมยิ้มๆตอบว่าไม่เป็นอะไร ให้เขารีบพูดธุระมา รามิลต่อรองราคาค่าจ้าง มัดไหมไม่ยอม นาตาชาส่งข้อความมาเร่ง มัดไหมมีท่าทีลุกลี้ลุกลน รามิลถามว่าแฟนโทร.ตามหรือ มัดไหมแว้ดทันทีว่าเธอยังไม่มีแฟน รามิลดีใจถามเรื่องลดราคาอีก มัดไหมขอไปคิดดูก่อน รามิลถามว่าจะไปคิดที่ไหน มัดไหมตอบหน้าตาเฉยว่าในห้องน้ำ

มัดไหมรีบแปลงโฉมเป็นแม็ตตี้กลับไปที่ร้านอาหาร นาตาชาตาเหลือกส่งสัญญาณว่าแม็ตตี้ลืม ใส่คอนแทกต์เลนส์ ข้างเดียว แม็ตตี้รีบเอามือปิดตาแล้วควานหาแว่นในกระเป๋ามาใส่

"จู่ๆก็เกิดเคืองตาน่ะค่ะ รู้สึกสู้แสงไม่ไหว แต่ไม่มีปัญหาค่ะ  เรามาพูดเรื่องคอนเซปต์การถ่ายปกครั้งนี้เลยดีมั้ยคะ...

ตอนที่ 3

วายซีจึงอธิบายเนื้อหาต่างๆ มัดไหมมองนาฬิกาอย่างหงุดหงิดและมีข้อความส่งมาเร่งจากรามิลว่าถ้าไม่มา ภายในสิบนาที เขาจะบุกมาห้องน้ำ...แม็ตตี้รีบโอเคงานไม่ขัดสักเรื่องเพื่อจะรีบไป เสียงเมสเสจมาอีก แม็ตตี้สบตานาตาชาให้ช่วยตัดบท

"ถ้าอย่างนั้นทุกอย่างก็เรียบร้อย เอ้อ...เรากลับกันสักทีดีมั้ยคะ คุณแม็ตตี้คงอยากจะพักผ่อน" นาตาชารีบสรุป

"ดีค่ะ ฉันรู้สึกเพลียๆ คงไม่ว่ากันนะคะถ้าฉันจะขอแยกตัวตรงนี้เลย" แม็ตตี้ลาทุกคน

วายซียังอาลัยอาวรณ์ชวนให้อยู่คุยต่อ แม็ตตี้รีบเดินออกไป นาตาชามองตามขำๆ...

ooooooo

ในร้านกาแฟ รามิลหงุดหงิดงุ่นง่านจะลุกไปตามมัดไหม พอดีได้ยินเสียงส้นสูงเดินเข้ามาจึงหันไปโวย "มาได้แล้วเหรอ..."

"รอใครอยู่คะ..." อัจฉราวดียืนยิ้มแล้วลงนั่งตรงหน้ารามิล

รามิลไม่พอใจ "นี่อัจ...คุณตามผมมาใช่มั้ย"

"ใช่ ค่ะ อัจอยากรู้ว่าคุณมีใครจริงๆหรือเปล่า หรือแค่หลอกให้อัจเสียใจเล่น" อัจฉราวดีออดอ้อนขอคืนดีและยอมรับผิดทุกอย่างที่บอกเลิกเขาไปครั้งก่อน

"มันสายไปแล้วอัจฉรา ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมมีคนที่ใช่แล้ว"

"อัจไม่เชื่อจนกว่าอัจจะได้เห็นว่าแม่คนนั้นน่ะดีกว่า วิเศษกว่าอัจยังไง"

รามิลเกือบจนมุม พอดีมองไปเห็นมัดไหมเดินเข้ามาก็ดีใจ "นั่นไง เธอมาแล้วผมขอตัว"

รามิลลุกไปโอบไหล่มัดไหมแล้วกระซิบ "อัจฉราอยู่ในร้าน คุณอย่าทำเสียแผนนะ เดินไปกับผมดีๆ ผมพูดไปแล้วว่าคุณเป็นแฟนผม"

"ไม่ค่ะ เรายังไม่ได้ตกลงเรื่องว่าจ้างกัน ฉันไม่ยอมทำงานให้คุณฟรีๆหรอก ปล่อยนะ...ไม่ปล่อยฉันร้อง" มัดไหมผลักดันรามิลออก

"เฮ้ย! อย่านะ ตกลงๆผมจ้างคุณแล้ว"

มัด ไหมถามทันทีว่าเท่าไหร่ รามิลเห็นสายตาเอาเรื่องของมัดไหมรีบบอกว่าล้านหนึ่ง มัดไหมจึงยอมโอนอ่อนตาม "โอเค..ถ้างั้นฉันเริ่มงานล่ะนะ" มัดไหมซบไหล่เขาทันที "ที่รักคะ...เราไปช็อปของแพงๆกันดีมั้ยคะ จะได้สมกับเป็นคู่รักของคาสโนว่ารามิลหน่อย"

มัดไหมหัวเราะเหมือนแม่มด รามิลทำท่าอยากบีบคอแต่ฉีกยิ้มไว้ "ได้ทีขี่แพะไล่เลยนะ"

สายตา อัจฉราวดีที่มองรามิลแค้นใจสุดๆ ตามไปกระชากไหล่มัดไหมให้หันมาขอดูหน้า พอเห็นก็จำได้ว่าเป็นคนที่เดินชนกับเธอ "โอ๊ะ...นึกไม่ถึงเลยว่าคนอย่างรามิล จะได้ ผู้หญิงปากตลาดมาเป็นแฟน ต๊ายตาย โลว์ม้ากมาก เรคิดผิดคิดใหม่ได้นะคะ"

"ปากตลาดก็ยังดีกว่า หน้าด้านหน้าทน เห็นก็เห็นว่าเขามีแฟนใหม่แล้วยังตามยื้อตามแย่งเหมือนพวกตายอดตายอยาก ขอโทษนะคะ คุณน่ะมันเก่าไปแล้ว ดูสิสนิมเงียะเกรอะกรังไปหมด สู้ของใหม่ทั้งใสทั้งสดอย่างฉันไม่ได้หรอก" มัดไหมกระชากรามิลออกจากอัจฉราวดี

พอเจอคนที่แรงกว่า อัจฉราวดีถึงกับร้องกรี๊ด... "เรนะเร... อัจไม่ยอมนะ นังนี่มันมาว่าอัจ เรเห็นรึยังว่าปากมันร้ายแค่ไหน"

รา มิลยังตะลึง คิดไม่ถึงว่ามัดไหมจะแสบได้ขนาดนี้ มัดไหมเกาะแขนรามิลแล้วยื่นหน้าไปว่าอัจฉราวดีอีกว่า "ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ เรน่ะ เขาจะไม่ได้เห็นแค่ปากหรอก แต่เค้าจะเห็นถึงตับไตไส้พุงฉันเชียวละ...ไปกันเถอะค่ะเรขา คุณคงอยากเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในตัวฉันใจจะขาดแล้วใช่มั้ยคะ..."

มัด ไหมควงรามิลเดินไป อัจฉราวดียืนอึ้งสักพักก็ร้องกรี๊ดๆออกมาจนคนมามุงดู เผอิญพลอยไพลินผ่านมาเห็น ตกใจรีบไปลากอัจฉราวดีออกมาและบอกให้ควบคุมสติไว้...

รามิลกับมัดไหมมาถึงที่จอดรถ เขายังมองมัดไหมไม่วางตา มัดไหมจึงถามว่ามองอะไร

"ก็สงสัยว่าเธอน่ะแสบเหมือนใคร อ๋อ...รู้แล้ว จริงๆด้วย เธอกับภัครมัยเนี่ยแสบยังกะเป็นคู่แฝดกันเลย"

"นี่...คุณอย่ามาว่าเจ้านายฉันนะ ถ้าคุณลามปามถึงคุณภัครมัย ฉันยกเลิกสัญญาจริงๆด้วย"

"อย่า นะ...ตกลงฉันจะไม่ว่าอะไรพาดพิงถึงเจ้านายสุดที่รักของเธอ แต่ขอบอกเลยนะว่าเธอน่ะสุดยอดจริงๆ ต้องแบบนี้ สิถึงจะเอาอัจฉราวดีอยู่ เราไปฉลองกันหน่อย ฉันหิวจะแย่แล้ว"

มัดไหมขอเป็นคนเลือกร้าน รามิลให้เอาหรูแค่ไหนก็ได้...

ขณะ เดียวกัน เมื่อแยกกับมัดไหม นาตาชาก็เดินเล่นในห้าง...ดนุพันธ์ถูกพิมมาดาหลอกให้มาทานอาหารกับพ่อของเธอ แต่พอมาถึงพ่อของเธอก็ติดงาน ดนุพันธ์จ่ายค่าอาหารและทิปบ๋อยหนัก จากนั้นพิมมาดาก็อ้อนขอให้ดูหนังกับเธออีกสักเรื่อง ดนุพันธ์ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรจึงเออออไปด้วย แต่พอเดินไปก็เหลือบเห็นนาตาชาเดินอยู่ ดนุพันธ์รีบพาพิมมาดาหลบ

"น้องพิมครับพะ...พี่ขอตัวก่อนนะ"

"อ้าวทำไมล่ะคะ ไหนว่าจะดูหนังเป็นเพื่อนพิมไงคะ"

"อ๋อ...คือ เอ้อ...พี่เอ้อ...ปวดท้องจี๊ดเลย สงสัยปลาดิบจะไม่สดน่ะจ้ะ นะน้องพิมดูคนเดียวได้มั้ยครับ พะ...พี่ไม่ไหวแล้ว" ดนุพันธ์วิ่งจู๊ดไปเลย

พิมมาดามองตามขำๆแล้วเดินเลี้ยวไปทางโรงหนัง...

ดนุพันธ์หลบมาได้ก็ถอนใจ ตามแอบดูนาตาชา พอสบโอกาสก็ปรี่เข้าไปหาทำเนียนว่าบังเอิญเจอ

"อ้าว...หนูนา...แหม วันก่อนทิ้งพี่เฉยเลยนะ หนูนามาทำอะไรจ๊ะ"

"เมื่อครู่นี้มาประชุมกับหัวหน้าค่ะ แต่ตอนนี้รู้สึกหิวๆก็เลยว่าจะหาอะไรกินหน่อย..."

ดนุ พันธ์ได้ทีตำหนิอภิชาตว่าเป็นหัวหน้าที่แย่ไม่ให้ ลูกน้องทานข้าวเอาแต่ใช้งาน นาตาชารีบแก้ตัวแทนว่า "อย่าไปว่าคุณอภิชาตเลยค่ะ ที่จริงเราก็ประชุมไปกินไป แต่เผอิญหนูนายุ่งๆเองก็เลยแทบไม่ได้แตะ ว่าแต่พี่นุมาทำอะไรที่นี่คะ อ๋อ...คงนัดสาวที่ไหนมากินกลางวันละสิท่า"

"เปล๊านะเปล่า พี่เพิ่งมาถึง เนี่ยหิวข้าวจนตาลายไปหมดแล้วล่ะ เจอหนูนาก็ดีเลยไปทานข้าวกับพี่นะ พี่เลี้ยง แน่ะๆห้ามปฏิเสธไม่งั้นพี่จะถือว่าหนูนารังเกียจพี่"

นาตาชาตกลง ดนุพันธ์ให้เธอเป็นคนเลือกร้าน นาตาชามองไปรอบๆแล้วดึงดนุพันธ์ไปที่ร้านๆหนึ่ง ดนุพันธ์ตาเหลือกเพราะเป็นร้านที่เขาเพิ่งออกมากับพิมมาดา บ๋อยเข้ามาต้อนรับแล้วชะงัก "อ้าว...คุณ..."

ดนุพันธ์รีบขยิบตา บ๋อยพยักหน้าเข้าใจอมยิ้ม นาตาชาเห็นพิรุธแต่ทำเฉย พอนั่งโต๊ะ ดนุพันธ์ให้เธอเป็นคนสั่งอาหาร นาตาชาทำเป็นค้นกระเป๋าหายาดมไม่เจอจึงขอให้ดนุพันธ์ไปซื้อที่ร้านหัวมุมให้ แล้วหันมาซักความจริงจากบ๋อยโดยทิปให้ ไปอีกสองร้อย บ๋อยทำตาปริบๆ...

ooooooo

ร้าน ลาบในปั๊มน้ำมัน เป็นร้านที่มัดไหมเลือกให้ รามิลมาทาน รามิลมองอาหารบนโต๊ะพวกส้มตำปลาร้า น้ำตกเลือดโชก ซุปหน่อไม้และข้าวเหนียว มัดไหมยิ้มๆถามเยาะๆว่าทานไม่ได้หรือ ถ้าอย่างนั้นเธอจะเปลี่ยนไปร้านในโรงแรมห้าดาว รามิลดึงมัดไหมไว้

"ไม่ต้อง...ฉันจะกินนี่ล่ะ"

"อย่าฝืนใจเลยค่ะ กินไม่ได้ก็กินไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าฉันแกล้งอีก"

"เธอกินได้ฉันก็ต้องกินได้สิ..." รามิลคว้าช้อนมาตักกิน

มัดไหมมองยิ้มๆเห็นรามิลปากคอแดง สีหน้าเผ็ดแทบแย่ ก็ขำๆถามว่าอร่อยไหม รามิลได้แต่พยักหน้า...

พอซื้อยาดมกลับมาให้นาตาชาที่ร้าน ดนุพันธ์มองอาหารบนโต๊ะด้วยความแปลกใจที่อาหารทุกอย่างเหมือนที่เขากินกับพิมมาดา

"แปลกใจอะไรเหรอคะ หรือว่าอาหารที่หนูสั่งมาไม่ถูกปาก"

"ถูกจ้ะ ถูกปากพี่ทุกอย่างเลย...ทำไมมันคุ้นๆวะ" ประโยคสุดท้ายดนุพันธ์พึมพำ

นา ตาชายิ้มๆแล้วบอกว่าให้ทานเยอะๆเธอจะตักให้ ดนุพันธ์จะตักให้นาตาชาบ้างแต่เธอกลับบอกว่า เธอไม่ค่อยสบายทานไม่ลง แต่จะนั่งเป็นเพื่อน ว่าแล้วก็ตักอาหารเร่งให้ ดนุพันธ์ทานเยอะๆ พลันมือถือเขาดังขึ้น พอหยิบมาดูก็สะดุ้งแล้วกดตัดสายทิ้งอ้างว่าแบตหมด นาตาชารู้ทันหมั่นไส้ แกล้งบอก "คนสำคัญโทร.มารึเปล่าคะ ใช้โทรศัพท์หนูก่อนก็ได้"

"โอ๊ะ...ไม่ต้องจ้ะ เบอร์ก็ไม่คุ้นอาจจะโทร.ผิดก็ได้" ว่าแล้วดนุพันธ์ก็ก้มหน้าฝืนกิน...

ด้านรามิล กลับมาขึ้นรถด้วยท่าทีทุรนทุราย มัดไหมถามว่าเป็นอะไร รามิลหน้าเหยเกขับรถ "ฉันปวดท้อง อยากเข้าห้องน้ำ"

"อ้าวแล้วจะทำยังไงล่ะคะ นั่นไงคะปั๊มน้ำมัน" มัดไหมชี้ไปที่ปั๊มข้างหน้า

รามิลโวยว่าเขาไม่เข้าหรอกที่ปั๊ม มัดไหมถามขำๆว่าจะลุยทุ่งเอาหรือ รามิลตาเขียว "นี่เธออย่ามากวนฉันนะ โอ๊ย... เออนี่แหละ พอได้"

รามิลเลี้ยวรถเข้าโรงแรมม่านรูด มัดไหมร้องลั่น "คุณ... ทำอะไรเนี่ย..."

"ก็เข้าโรงแรมไง ยังไงๆโรงแรมมันก็ต้องมีห้องน้ำ"

"จะบ้าเหรอ จอดๆๆเดี๋ยวนี้!" มัดไหมโวยวายลั่น

"ไม่ จอด นี่ฉันไม่คิดทำมิดีมิร้ายกับเธอในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ หรอก...โอ๊ย...จะไม่ไหวอยู่แล้ว" สีหน้ารามิล ซีดมาก...จนมัดไหมต้องเงียบ...

ทานเสร็จ ดนุพันธ์เดินออกจากร้านแทบไม่ไหว นาตาชามองด้วยความสะใจ

"โอย...ท้องพี่จะแตกอยู่แล้วหนูนา"

"มันก็น่าจะแตกล่ะค่ะ..."

"ก็หนูนาน่ะสิเล่นไม่กินเลยให้พี่เหมาหมด พี่ขับรถไม่ไหวแล้วหนูนาต้องขับไปส่งพี่นะ"

"หนูไม่ว่างคะ ทีหลังพี่นุจะได้จำไว้ว่าการที่ตะกละกินอาหารติดๆกัน ทั้งๆที่มื้อแรกมันยังไม่ย่อยน่ะ มันจะต้องได้รับผลแบบนี้"

"นะ...หนูนาหมายความว่ายังไง" ดนุพันธ์หน้าซีดเผือด

"คงไม่ต้องให้หนูสาธยายอีกมั้งคะ พี่นุทำอะไรก็รู้อยู่ แก่ใจ จำไว้ว่าทีหลังอย่ามากะล่อนกับหนูอีก" นาตาชาเดินหนี

ดนุพันธ์ตามมาดึงแขนไว้ให้ฟังเขาอธิบายก่อน พลันพิมมาดาเข้ามาถามเสียงขุ่น "เหรอคะ...งั้นก็ช่วยอธิบายให้ ละเอียดหน่อยสิคะ ไหนบอกพิมว่าปวดท้องจนดูหนังกับพิมไม่ได้แล้วทำไมพี่นุถึงมาอยู่กับยัยหนูนา นี่ พิมโทร.มาก็ตัดสายทิ้ง..."

หน้าดนุพันธ์ถอดสีซีดเหมือนคนใกล้ตาย มองสองคนสลับไปมา พิมมาดาย้ำถาม ดนุพันธ์ไม่ไหวแล้ว กุมท้องร้องโอยๆขอตัววิ่งหนีไปก่อน สองสาวเผชิญหน้ากัน นาตาชาสีหน้าเรียบเฉยผิดกับพิมมาดาที่เคียดแค้นแทบจะกินเลือดกินเนื้อ... นาตาชาเดินเลี่ยงไปไม่อยากมีเรื่อง แต่พิมมาดาไม่ยอมตามมากระชากแขนให้หยุด นาตาชาพูดกวนจนพิมมาดาชี้หน้าแทบร้องกรี๊ด

"สงบจิตสงบใจให้ได้ก่อนแล้วค่อยคุยกันวันหลังแล้วกันนะ บ๊ายบาย..." นาตาชาโบกมือ

"นังหนูนา...ไม่มีวันหลังแล้ว ยังไงวันนี้ฉันต้องสะสางกับแกให้ได้..." พิมมาดาเคียดแค้น

ooooooo

หมดแรงเดินอ่อนระโหยออกจากห้องน้ำมาล้มตัวนอนหมดแรง มัดไหมเห็นแล้วขำ หาว่ารามิลอยากอวดเก่งเอง ทานไม่ได้ก็ยังฝืนทานเข้าไป ว่าแล้วก็ชวนกลับออกไปคุยเรื่องงาน

"ก็คุยมันซะที่นี่เลยแล้วกัน" รามิลไม่ไหวแล้ว

มัดไหมพยักหน้าแล้วเดินไปหยิบเอกสารสัญญาจากในกระเป๋ามาให้รามิลเซ็น รามิลว่ามันน่าจะเป็นเขาที่ร่างสัญญา มัดไหมว่าอย่างนั้นเธอก็เสียเปรียบแน่ รามิลอ่านสัญญาเสียงดัง

"ค่าจ้างล้านนึง จ่ายก่อนเริ่มงานครึ่งหนึ่ง นี่ฉันไม่ถูกเอาเปรียบเลยมั้งเนี่ย...ข้อหนึ่ง ห้ามล่วงละเมิดทางเพศกับผู้ถูกว่าจ้างเป็นอันขาด นี่เธอ...ไม่ดูถูกกันเกินไปหน่อยเหรอ"

"ไม่หรอก ฉันก็ต้องกันไว้ดีกว่าแก้"

"ความจริงเธอควรจะเติมว่า หากอีกฝ่ายไม่สมยอมต่อท้ายด้วยนะ"

"ไม่มีทางเสียหรอก" มัดไหมเสียงขุ่น

รามิลยักไหล่ไม่แน่จริง แล้วอ่านต่อ "ข้อสอง การถูกเนื้อต้องตัวจะเป็นไปตามกาลเทศะ เมื่ออยู่ในงานเท่านั้น หือ... หวงตัวซะด้วย"

"แน่นอนอยู่แล้ว ฉันไม่ใช่ดอกไม้ริมทางนะ"

"เรื่องมาก...ข้อสาม หากผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ถือว่าสัญญาทั้งหมดเป็นอันยกเลิก และต้องจ่ายค่าเสียหาย เสียเวลาเป็นสามเท่าของค่าจ้าง เฮ้ย...สามเท่าเลยเหรอ โหดไปหน่อยมั้ง"

"พูดแบบนี้ก็แปลว่าคิดจะผิดสัญญาตั้งแต่ยังไม่ได้จ้างเลยสิ"

"ไม่ใช่...ก็เผื่อว่าสถานการณ์มันบังคับล่ะ"

แบบไหนมัดไหมก็ไม่ยอม รามิลบ่นว่ากะจะเอาตั้งตัวกันเลย รามิลขอเพิ่มข้อสัญญา "งั้นฉันขอเพิ่มบ้าง ข้อสี่ ห้ามบอกใครให้รู้เป็นอันขาด ไม่ว่ากรณีใดๆ...ข้อห้า หากผู้ถูกว่าจ้างผิดสัญญาจะต้องชดใช้ต่อผู้จ้างตามแต่ผู้จ้างเห็นสมควร"

มัดไหมรับปากทันที รามิลมองส่ายหน้าก่อนจะเซ็นชื่อลงไป มัดไหมเซ็นชื่ออย่างบรรจงแล้วยื่นสัญญาให้เขาเก็บ
หนึ่งใบ ของเธอหนึ่งใบ แล้วทวงเงินค่าจ้างครึ่งหนึ่ง

"เค็มเหมือนกันนะเธอนี่"

"ก็ฉันไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเหมือนใครบางคนนี่นา"

รามิลบอกว่าไม่ได้พกเงินสดมากมายต้องไปถอนที่ธนาคาร มัดไหมจึงบอกให้รีบไป รามิลทำปากขมุบขมิบว่ามัดไหมเค็มขนาดน้ำทะเลเรียกพี่...

ขณะนั้น พลอยไพลินกำลังขับรถพาอัจฉราวดีนั่งรถสงบสติอารมณ์ แต่ไม่วายโดนอัจฉราวดีโวยวายใส่ พลันพลอยไพลินเห็นรถรามิลขับพามัดไหมออกจากโรงแรมม่านรูด

"...เธอดูนั่นสิอัจ...นั่นมันรถคุณมิลไม่ใช่เหรอ"

อัจฉราวดีหันขวับมองตามเห็นเต็มตาร้องกรี๊ดสั่งพลอยไพลินขับตามอย่างรวดเร็ว จนมาเบรกอย่างแรงที่หน้าธนาคาร หัวอัจฉราวดีโขกกระจกร้องลั่น พลอยไพลินอ้างว่ามอเตอร์ไซค์ตัดหน้า แล้วบุ้ยใบ้ "คุณรามิลเขาพาแฟนใหม่มาทำไมที่ธนาคาร หรือว่าจะมาเบิกเงินให้เป็นรางวัลที่...ว้าวถึงขั้นตบรางวัลง้ามงามอย่างนี้ แสดงว่าคงถูกใจคุณรามิลแน่ๆ อ้าวอัจจะไปไหนน่ะ"

"ฉันจะรีบเข้าไปดักก่อนเดี๋ยวจะคลาดกันอีก เธอหาที่จอดรถได้แล้วตามมาเร็วๆนะ"

พลอยไพลินมองตามหลังอัจฉราวดียิ้มๆ "ดีเหมือนกัน ให้ไปวีนเป็นนางร้ายเสียให้พอแล้วเราค่อยเข้าไปแสดงเป็นนางเอกต่อหน้าคุณรา มิล แบบนี้เราก็จะดูดีในสายตาคุณรามิล หึ...นี่ละที่เขาเรียกว่ายืมมือคนอื่นให้เป็นประโยชน์ ดีไม่ดีงานนี้อาจถึงขั้นขึ้นโรงพักก็ได้..."

นาตาชาขับรถกลับบ้าน ถูกรถหลังป้ายแดงบีบแตรไล่ จนเธอรำคาญเลี้ยวหนีเข้าซอย รถยังตามมาแซงปาดหน้าแล้วขับช้าๆขวางไม่ให้เธอแซง นาตาชาเริ่มโกรธพอดีมือถือดังจึงกดรับเป็นพิมมาดา โทร.มายั่ว "ไงล่ะ นังหนูนา ไม่มีปัญญาหนีฉันแล้วละสิ"

"อ๋อ...ที่แท้คนที่ขับรถโง่ๆเนี่ยเธอเองเหรอพิมมาดา"

"นังหนูท้องนา ปากร้ายนักนะ เก่งนักก็ขับผ่านไปให้ได้สิ"

"แสดงว่าเธอจะแกล้งฉันใช่มั้ย"

"ไม่ได้แกล้ง ฉันก็แค่ขวางเธอเล่น ก็ฉันเรียกให้คุยด้วยดีๆ เธออยากหนีฉันทำไม"

นาตาชาบอกให้หลบรถไปไม่อย่างนั้นเธอจะชน พิมมาดาไม่หลบท้าให้ชน ขาดคำรถก็พุ่งชนท้ายโครม พิมมาดาร้องลั่น...เรื่องมาถึงโรงพัก พิมมาดาแจ้งจับนาตาชาข้อหาพยายามฆ่า...

ooooooo

ตอนที่ 4

บนโรงพัก พิมมาดาแจ้งเหตุการณ์กับร้อยเวรปากคอสั่นว่านาตาชาพยายามฆ่าเธอ ตำรวจทำหน้างงว่าแค่ขับรถชนท้ายทำไมต้องเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน พิมมาดา
แว้ด

"ใครบอกล่ะคะว่าไม่รู้จักกัน ฉันน่ะรู้จักแม่คนนี้ดีเลยล่ะค่ะ  เธอชื่อนาตาชา  เธอไม่พอใจฉันเพราะเรื่องผู้ชายน่ะค่ะ เธอขับไล่ตามดิฉันมาตั้งไกล พอได้จังหวะก็พุ่งเข้าชนเต็ม
แรงหวังจะฆ่าฉันให้ตาย แล้วก็ทำเหมือนเป็นอุบัติเหตุนะคะคุณตำรวจ..."

"อ้าว...ตกลงนี่คุณสองคนรู้จักกันเหรอครับ" ตำรวจหันมาถามนาตาชา

นาตาชาพยักหน้าตอบนิ่งๆ พิมมาดาได้ที "เห็นมั้ยคะ ยอมรับออกมาแล้วจับเลยค่ะ"

ตำรวจมองสองคนไปมา นาตาชายิ้มเยือกเย็น "งานนี้ต้องมีคนโดนจับแน่ แต่ก่อนอื่นคุณตำรวจช่วยฟังอะไรหน่อยนะคะ เผื่อจะได้เป็นหลักฐานให้คุณตำรวจจับไม่ผิดตัว"

นาตาชาเปิดเสียงพูดของพิมมาดาที่โทร.มาหาเรื่องเธอตอนขับรถขวางหน้าเธอให้ตำรวจฟังแล้วถามว่า ข้อหาให้
การเท็จติดคุกหัวโตไหม ตำรวจหันมาทำหน้าดุใส่พิมมาดา...

พออัจฉราวดีวิ่งลงจากรถมาที่รถรามิล ก็กระชากมัดไหมหันมาตบ "นังตัวดี คิดมาแย่งเรเหรอ ต้องเจอแบบนี้ เป็นไงล่ะ..."

มัดไหมหันกลับมา "ตอบไม่ถูกหรอกค่ะ ถ้าคุณอยากรู้ละก็ ต้องโดนด้วยตัวเอง" มัดไหมตบอัจฉราวดีสุดแรง แล้วถามกลับว่าเป็นอย่างไร

รามิลวิ่งมาขวาง อัจฉราวดีลุกขึ้นเกาะแขนรามิลฟูมฟายว่าเขาหยามเธอเกินไป รามิลกลับต่อว่าอัจฉราวดี "ผมทำอะไร เราเลิกกันแล้ว"

"อัจยังไม่ได้เลิกกับคุณนี่คะ คุณพูดเองเออเองฝ่ายเดียวแล้วดูสิจู่ๆคุณก็พานังนี่มาควง พามันเข้าโรงแรม"

"นี่คุณสะกดรอยตามผมเหรอ...บ้าที่สุด" รามิลหันมาดึงมัดไหมชวนกลับ

"ไม่กลับค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วพูดกันให้รู้เรื่องไปเลย ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกันที่จะมีใครมาชี้หน้าว่าฉันแย่งผู้ชายของเขา...พูดมาเลย ค่ะรามิลว่าคุณจะเลือกใคร" มัดไหมเกาะ
แขนรามิล

รามิลมองมัดไหมงงๆ เธอขยิบตาว่ากำลังเล่นละคร รามิล ถึงบางอ้อตอบเสียงนุ่มนวล "โธ่...ไม่น่าถามเลย ผมก็ต้องเลือกคุณอยู่แล้วทูนหัว"

"ได้ยินชัดเต็มสองรูหูหรือยังคะ คุณนางเอก..." มัดไหมพูดยิ้มเยาะ

"เรคุณพูดแบบนี้ได้ยังไงอัจไม่ยอมๆๆ...นังบ้าฉันจะฉีกอกแก" อัจฉราวดีบ้าเลือดผลักรามิลกระเด็นแล้วเข้าตบตี มัดไหม แต่มัดไหมสู้ยิบตา

มีปาปารัซซี่ถ่ายภาพอย่างเมามัน พลอยไพลินวิ่งหน้าตื่นมาประคองรามิล รามิลให้ไปห้ามอัจฉราวดีดีกว่า พลอยไพลินรีบพูดให้ตัวเองดูดีว่าเธอจะกันอัจฉราวดีไว้  แล้วให้เขาพา
มัดไหมหนีไป รามิลขอบใจแล้วรีบแยกย้ายกันจัดการ อัจฉราวดี กรี๊ดๆฟูมฟาย พลอยไพลินยิ้มสะใจ

รามิลขับรถมาจอดข้างทาง หันมาถามมัดไหมว่าเป็นอย่างไรบ้าง มัดไหมกลับย้อนให้เขาลองโดนดูบ้างจะได้รู้ว่าแฟนตัวเองมือหนักขนาดไหน

"เขาไม่ใช่แฟนผมแล้ว"

"ก็เจ้าหล่อนยังประกาศปาวๆอยู่นั่นไง"

"ก็เพราะอย่างนี้นะสิผมถึงต้องจ้างคุณไง"   รามิลอดหัวเราะไม่ได้

"ฉันโดนตบเนี่ยคุณสะใจมากเหรอ"

"ไม่ใช่ แต่นึกถึงเมื่อกี้แล้วผมว่าผมคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกคุณมารับบทนี้น่ะ"

"เหรอคะ...ถ้ายังงั้นฉันขอขึ้นค่าตัวเป็นสองล้านดีมั้ย..."

รามิลร้องเฮ้ย...มัดไหมนึกได้ทวงเงินล่วงหน้าของเธอ รามิลบ่นว่าเค็มก่อนจะพาเธอไปถอนเงินที่ธนาคาร...เมื่อเสร็จเรียบร้อย รามิลเป็นห่วงที่มัดไหมถือเงินจำนวนมากจึงอาสา
ไปส่งที่ไร่ เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องกลับรถทัวร์ มัดไหมจะไม่ยอมแต่พอรามิลพูดว่า

"ที่ไปส่งเนี่ยไม่ใช่อะไรนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ผมก็เสียเงินฟรีๆน่ะสิ"

"โอโห...ขอบคุณนะคะที่พูดความจริง ฉันล่ะซาบซึ้งจนพูดอะไรไม่ออกแล้วล่ะค่ะ..."

รามิลหัวเราะหึๆก่อนจะออกรถไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ในขณะที่อัจฉราวดียังฟูมฟาย และว่าพลอยไพลินไม่เข้าข้างเธอ แถมปล่อยให้รามิลพามัดไหมหนีไป พลอยไพลินเข้ามาโอบปลอบว่าให้ใจเย็น การกระทำแบบนี้ไม่ช่วยให้ได้รามิ
ลคืนมา ยิ่งฉีกหน้าเขา เขาก็ยิ่งไม่ไว้หน้าต้องเปลี่ยนแผนใหม่เอาน้ำเย็นเข้าลูบ น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง

เอกสารปึกใหญ่ที่อิทธิพลให้ลูกน้องทำขึ้นมา เพราะรู้ว่ารามิลต้องเรียกเอกสารบริษัทคู่ค้ามาดูแน่ ลูกน้องยังหวั่นใจถ้ามีการตรวจสอบ แต่อิทธิพลไม่หวั่น

"ไม่ต้องห่วง ก็ถ้าคนที่ตรวจสอบเป็นคนของเรามันจะไปมีปัญหาอะไร"

"เจ้านายจะเริ่มแผนการเมื่อไหร่ครับ"

อิทธิพลตอบว่าเร็วที่สุด ไม่ทันพูดต่อ อัจฉราวดีกลับมาบ้าน  เขาจึงให้ลูกน้องกลับไปก่อน  หันมาซักถามลูกสาวที่สภาพเหมือนไปตบกับใครมา อัจฉราวดีตอบว่าใช่ อิทธิพลเอือม
ระอาเตือนว่าทำแบบนี้จะยิ่งเสียรามิลไป อัจฉราวดีร้องกรี๊ด...ไม่ต้องมาย้ำ

"ฉันนึกอยู่แล้วว่าคงหวังพึ่งแกไม่ได้ยัยอัจเอ๊ย...วันๆเอาแต่กรี๊ดๆๆแบ บนี้น่ะสิ ไอ้รามิลมันถึงวิ่งหนีน่ะ" อิทธิพลส่ายหน้ามองลูกสาวเดินตึงๆขึ้นชั้นบน...

ระหว่างทางที่รามิลขับรถไปส่งมัดไหม เขาเห็นเธอหลับเอียงมาซบไหล่เขา จึงจอดรถข้างทางแล้วปรับเบาะให้เอนลง ให้เธอนอนให้สบาย แต่แล้วเขาต้องเคลิ้มเมื่อเห็นใบหน้า
ใกล้ชิดจึงลืมตัวก้มหน้าจะหอมแก้ม มัดไหมละเมอวาดมือมาปะทะหน้าเขาอย่างแรง "ตบเหรอ...นี่ไง..."

รามิลผงะออกฉุนๆ "ทำไมต้องมาละเมอตอนนี้ด้วยนะ เสียมู้ดหมดเลย"

มัดไหมแอบอมยิ้มสะใจ...พอถึงไร่ รามิลก็ปลุกเธอ มัดไหมทำเป็นตกใจที่หลับมาตลอดทาง แต่ก็ยังห่วงเขาจึงชวนไปดื่มกาแฟบนบ้านก่อนจะได้ไม่ง่วงเวลาขับกลับ รามิล ขอบ
ใจที่ห่วง

"ไม่ห่วงได้ไง...เงินค่าจ้างฉันยังอยู่กับคุณอีกครึ่งนึงนะ ถ้าคุณเป็นไรไปใครจะจ่ายฉันล่ะ"

"นึกอยู่แล้ว เกลือจะกลายเป็นน้ำตาลได้ยังไง" รามิลลากลับแต่ยังเตือนให้เธอทายาที่แก้มจะได้ไม่ระบมตอนเช้า มัดไหมอมยิ้มเดินเข้าบ้าน...

คืนนั้น ดนุพันธ์มานั่งรอนาตาชาที่บ้าน แม่แก้วแปลกใจที่นาตาชากลับค่ำแถมไม่โทร.บอก พอดีนาตาชากลับมา ดนุพันธ์ รีบเข้ามาหา นาตาชารู้ทันพูดดักคอ

"ถ้าจะมาให้ถอนแจ้งความละก็ไม่ต้องหรอก เพราะหนูนาไม่ได้เอาเรื่องเอาราวอะไร ถ้าจะเคลียร์ก็ต้องไปเคลียร์กับร้อยเวรเอาเอง เพราะน้องพิมของพี่นุอยากแจ้งความเท็จช่วย
ไม่ได้"

"เรื่องนั้นน่ะ พี่ไปเคลียร์มาเรียบร้อยแล้ว"

"ก็นึกอยู่แล้วว่าพี่นุคงเป็นอัศวินขี่ม้าขาวไปช่วยเหมือนเดิม"

"โธ่...พี่ไม่ได้อยากเป็นอัศวินอะไรเลย แต่คุณแม่ของน้องพิมเค้าติดธุระเลยโทร.มาให้พี่ไปช่วย"

นาตาชาหมั่นไส้ไม่อยากฟัง ดนุพันธ์รีบบอกว่าเขาไม่ได้ มาบอกเรื่องพิมมาดา เขาอยากมาเคลียร์กับเธอ นาตาชาจึงให้เวลาห้านาที ดนุพันธ์โอดโอย "โห...ทำไมให้เวลาน้อยจัง"

"จะพูดหรือไม่พูด งั้นหนูนาไปนอนล่ะ..."

ดนุพันธ์รวบตัวนาตาชาไว้ "พูดก็พูด ฟังนะ...เรื่องวันนี้พี่ไม่ได้ตั้งใจหลอกหนูนา เหตุการณ์มันพาไป พี่ไม่ได้มีอะไรกับน้องพิมเกินเลยไปกว่าเอ็นดูเหมือนน้อง เพราะพี่มีคนที่พี่รักอยู่แล้วคือหนูนา..."

นาตาชาอึ้งมองดนุพันธ์ นิ่ง เขามองเธอซึ้งๆหมายจะจูบ แต่กลับโดนนาตาชากระแทกเข่าเข้าหว่างขาจนหน้าเขียวทรุดลงไปกอง นาตาชาพูดก่อนจะวิ่งเข้าบ้าน "หนูไม่เคลิ้มไปกับพี่หรอก จำไว้เลยนี่แค่เบาะๆ ถ้ามีคราวหน้าอีก รับรองพี่สูญพันธุ์แน่"

"ไม่รักไม่ว่า ไม่น่ามาทำร้ายน้องชายพี่นุเลย อ๋อย..."

หลัง จากนาตาชาอาบน้ำเสร็จ มัดไหมโทร.เข้ามาถามว่ารามิลกลับถึงบ้านหรือยัง นาตาชาแซวว่าเป็นห่วงหรือ มัดไหมรีบบอก "บ้าน่า...ไม่ได้ห่วง แค่ไม่อยากรู้สึกผิดถ้าเค้าเป็นอะไรไปกลางทางต่างหาก"

"จ้า...แล้วเป็นไงบ้าง สัญญาเป็นแฟนกำมะลอเรียบร้อยดีมั้ย"

"ก็อย่างที่คิดไว้นั่นแหละ เดี๋ยวก็เตรียมแผนต่อไปได้เลย"

"มันจะเป็นไปตามแผนเธอหมดเลยเหรอมัดไหม

อย่าลืมสิแผนที่เธอคิดไว้มันเป็นแค่การร่างระบบ ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่เรื่องจริงมันมีตัวแปรอีกมากมายเลยนะ"

"ฉันไม่กลัวหรอก แผนก็แค่ตั้งไว้หลวมๆ ยืดหยุ่นให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว"

"ให้ มันจริงเถอะฉันละเป็นห่วง กลัวว่าสุดท้ายจะต้องลำบากใจกับความรู้สึกตัวเองทั้งสองฝ่ายนะสิ"...ฟังนาตา ชาเตือน มัดไหมนิ่งคิดอย่างหนัก

ooooooo

เสียงกรี๊ดของอัจฉรา วดีดังขึ้นแต่เช้า เมื่อเห็นข่าวหนังสือพิมพ์ "อัจฉราวดีตกกระป๋องตามวีนแหลก ตบสนั่นสาวหน้าใสหวานใจคนใหม่ของรามิลกลางลานจอดรถของแบงก์ดังย่านหัวหมาก" พร้อมมีภาพตบตีประกอบสองสามภาพ ทำให้อัจฉราวดีผลุนผลันออกจากบ้าน

รา มิลเดินมาที่โต๊ะอาหาร แปลกใจกับสีหน้าแม่แก้วและนาตาชาที่มองมา เขารีบอ้อนแม่แก้วว่าเขาสัญญาจะมาทานอาหารเช้าด้วยทุกวัน แม่แก้วพยักหน้า นาตาชายื่นหนังสือพิมพ์ มาวางให้อ่าน รามิลตกใจ "ข่าวมันไวชะมัด สดๆร้อนๆเลย"

แม่แก้วขอให้เพลาลงบ้าง นาตาชาแกล้งถามว่าถ้าคู่หมั้นเห็นข่าวจะว่าอย่างไร รามิลดีใจจะได้ถอนหมั้นไปเลย นาตาชาเตือนว่านั่นหมายถึงสูญมรดกสามพันล้าน รามิลอึ้งจริงด้วย รามิลคิดจะไปเคลียร์กับภัครมัย จ้อนเข้ามาขวางยังไปไม่ได้เพราะอัจฉราวดีรออยู่หน้าบ้าน ไม่ทันไรเสียงเธอตะโกนให้เปิดประตู รามิลจะไปพูดให้รู้เรื่องแต่แม่แก้วเตือนว่าเดี๋ยวจะบานปลาย

"แม่ว่าเรหลบไปก่อนดีกว่า"

"หลบ...คนอย่างนายรามิลต้องหลบผู้หญิงเหรอครับแม่แก้ว เฮอะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"

"ไม่เห็นต้องอายใคร เชื่อแม่แก้วสักครั้งนึงเถอะ แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแล้ว เวลานี้ไม่ควรที่เรจะเผชิญหน้ากับแม่ดารานั่น"

รา มิลนิ่งฟัง พอดีจ้อนร้องบอกว่าอัจฉราวดีกำลังปีนรั้วบ้าน รามิล แม่แก้ว และนาตาชารีบมาแหวกม่านดู พลันแสงแฟลชวูบวาบนักข่าวกรูเข้ามาถ่าย อัจฉราวดีรีบลงจากรั้วปรับอารมณ์ตัวเองให้นักข่าวเข้าใจว่าเธอมาหารามิล นักข่าวถามข่าวที่ตบตีกันกลางลานจอดรถ

"ฉันไปเจอเรโดยบังเอิญค่ะ แต่เรื่องตบตีไม่มี้ไม่มีค่ะ..."

"งั้นพอจะบอกได้มั้ยคะว่าผู้หญิงที่มากับคุณรามิล

เป็นใคร" นักข่าวถาม

อัจฉรา วดีตอบว่าเป็นเพื่อนๆของรามิล นักข่าวถามถึงความสัมพันธ์ของเธอกับรามิลว่าคลอนแคลนหรือยัง อัจฉราวดีตอบว่า "ก็ดูเอาเองแล้วกันค่ะ ถ้าคลอนแคลนจริงคงไม่เห็นอัจมายืนอยู่หน้าบ้านเรอย่างนี้หรอกค่ะ"

นัก ข่าวถามว่ามาเคลียร์กันหรือ อัจฉราวดีทำเป็นตกใจแก้ตัวว่าเธอนัดทานข้าวกับรามิลและมาทักทายแม่แก้ว อัจฉราวดีโพสท่าเกาะประตูเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน...นาตาชาเห็นแล้วเกรงว่า เรื่องจะไม่จบเพราะอัจฉราวดีสร้างข่าวเอง แม่แก้วจึงขอให้รามิลหลบไปอยู่ที่อื่นก่อน

"จะให้ผมหลบไปไหนได้ล่ะครับ แค่ออกจากที่นี่ยังทำไม่ได้เลย"

"เอาน่ะ...รีบไปเก็บเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวแม่แก้วจะบอก" แม่แก้วยิ้มๆสบตากับนาตาชา

พอ รามิลกลับมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า แม่แก้วก็กระซิบให้เขาไปอยู่ไร่มนตรา รามิลร้องลั่นไม่ยอมไป นาตาชารีบยุ "ดีออกนะพี่เร อย่างน้อยพี่ก็ได้เจอคุณมัดไหมเค้า เพราะตอนนี้เค้าอาจจะอ่านข่าวแล้วก็ยกเลิกการหมั้น แล้วพี่ก็จะอดมรดก พี่จะได้ใช้โอกาสนี้เกลี้ยกล่อมเค้าอย่างที่พี่อยากทำก็ได้นะ"

รามิลคิด แม่แก้วตามใจรามิล เขามองออกไปหน้าบ้านที่มีนักข่าวจึงตัดสินใจ...ประตูบ้านเปิดออก รถคันหรูของรามิล

แล่นออกจากบ้าน อัจฉราวดีดีใจวิ่งเข้ามาขวาง นักข่าวตามมา

ถ่าย ภาพ แต่พอกระจกเลื่อนลง คนขับรถกลายเป็นจ้อนยิ้มหวานอยู่ อัจฉราวดีชะโงกหน้ามองถามหารามิล จ้อนตอบว่าออกไปธุระตั้งแต่เช้า ส่วนตัวเขาจะเอารถเข้าศูนย์เช็กช่วงล่าง แล้วชวนอัจฉราวดีไปเช็กช่วงล่างตัวเองดูบ้าง อัจฉราวดีโวยไล่เปิง "ไอ้บ้า...ไอ้ขี้ข้า ไปให้พ้น"

อัจฉราวดีวิ่งกลับไปขึ้นรถตัวเองขับ ออกไป นักข่าวกระจายกันกลับ จ้อนขับรถออกจากบ้านไปจอดเติมน้ำมันที่ปั๊ม เสียงเคาะกระโปรงหลังดังกุกกัก จ้อนนึกได้รีบมาเปิด

"แกมัวทำอะไรอยู่ไอ้จ้อน ฉันจะขาดใจตายคารถตัวเองอยู่แล้ว" รามิลเรียกหายาดม

จ้อนรีบไปซื้อมาให้แล้วเป็นห่วงว่ารามิลจะขับรถไปถึงไร่มนตราไหวหรือ...

ขณะ ที่ติ๋มกำลังเป็นห่วงที่มัดไหมไปตบตีกับอัจฉราวดีจนเป็นข่าว มัดไหมบอกไม่ต้องเป็นห่วง พลันนาตาชาโทร.เข้ามาบอกว่ารามิลจะมาลี้ภัยอยู่ที่ไร่มนตรา ติ๋มแปลกใจสงสัย

มัดไหมบอกเหตุผลสองข้อ "ข้อหนึ่ง ต้องการลี้ภัยจากแฟนเก่าชั่วคราว ข้อสอง อาจจะตั้งใจมาเพราะสงสัยอะไรบางอย่างถึงไม่โทร.มาบอก..."

"สงสัยอะไรคะ" ติ๋มยังงง"

"เขาอาจจะสงสัยเรื่องมัดไหมกับภัครมัยก็ได้เพราะมากี่ทีก็ไม่เคยเจอภัครมัย เพราะฉะนั้นคราวนี้ ฉันคงต้องให้เขาเจอภัครมัยบ้างซะแล้ว"

"ฮ้า...แล้วคุณไหมจะทำยังไงล่ะคะ"...ติ๋มสงสัยแต่มัดไหมยิ้มอย่างมีแผน

รถ รามิลแล่นเข้ามาในไร่ เขาเห็นอัคนียืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางนอบน้อม   จึงเข้าใจว่านั่นต้องใช่ภัครมัยแน่ "การมาอย่างไม่บอกกล่าวมันได้ผลอย่างที่คิดจริงๆแหะ นั่นต้องยัยตัวแสบแน่ๆ ดีเหมือนกันจะได้พูดให้รู้เรื่องไปเลย"

รามิลจอดรถลงเดินจ้ำๆไปหา อัคนี อัคนีทำหน้าตกใจที่รามิลมาเงียบๆ รามิลหัวเราะหึๆ เหลือบมองผู้หญิงที่ยังยืนหันหลังให้เขา "ถ้าไม่มาเงียบๆก็คงไม่ได้เจอเจ้าของไร่ซะที...ภัครมัยใช่มั้ย แหม...กว่าจะได้เจอตัวเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเชียวนะ"

"สวัสดีค่ะพี่เร...ตามสบายนะคะ เอ้อ...น้องขอตัวก่อนค่ะ" เสียงมัดไหมเหมือนอมอะไรไว้

"อะไร กัน ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยจะขอตัวแล้ว ไม่เสีย มารยาทเจ้าของบ้านไปหน่อยเหรอ นี่เธอ...หันมาคุยกันหน่อย เรามีเรื่องสำคัญต้องเคลียร์กัน" รามิลคว้าแขนจะให้หันมา

อัคนีห้าม แต่รามิลยื้อดึงอย่างแรงให้หันหน้ามา แล้วเขาถึงกับผงะถอยไปสองสามก้าวอย่างตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าภัครมัยมี แผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว...ทั้งสามมานั่งคุยตรงระเบียงไร่ ติ๋มยกน้ำมาเสิร์ฟแล้วนั่งก้มหน้าดูเหมือนสำรวมแต่ที่จริงกำลังกลั้นหัวเราะ ภัครมัยเองก็ขยับหมวกปีกกว้างบัง หน้าตัวเองพูดเสียงต่ำๆเบาๆ

"เชิญพี่เรทานน้ำสิคะ...หรือตกใจจนช็อกเลยดื่มไม่ลงเสียแล้ว"

สีหน้า รามิลทำให้ภัครมัยหลุดขำจนเธอต้องทำเป็น กระแอม รามิลรีบขอโทษแล้วขอถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ภัครมัยทำเป็นจับหน้าเสียใจ "ที่น้องหน้าเหมือนผีดิบแบบนี้ใช่มั้ยคะ...เพราะเหตุนี้น้องถึงไม่อยากให้ ใครพบเจอน้อง..."

"รวมทั้งพี่ด้วยหรือเปล่า"

"ค่ะ...ทีนี้พี่คงไม่ถือโทษโกรธน้องที่น้องไม่เคยอยู่ต้อนรับ"

"ไม่ หรอก และพี่ก็อยากจะบอกน้องว่าไม่ต้องหลบพี่เพียงเพราะเรื่องหน้าตา พี่ไม่กลัวและไม่ได้รังเกียจ...พี่พูดจริงๆนะ" รามิลย้ำหนักแน่นเมื่อเห็นสายตาไม่เชื่อของภัครมัย

"พี่เปลี่ยนไปมากนะคะ น้องคิดว่าพี่จะหัวเราะเยาะหรือแสดงท่ารังเกียจน้องเสียอีก"

"พี่ดูแย่ในสายตาของเธอมากขนาดนั้นเชียวเหรอ..."

"อ้อ เมื่อกี้พี่เรบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องเคลียร์กับน้องเชิญเริ่มได้เลยค่ะ" ภัครมัยเปลี่ยนเรื่อง

รา มิลพูดไม่ออก ภัครมัยไอออกมา รามิลได้ทีถามอาการ ติ๋มเห็นผิดสังเกตรีบเข้ามาถามว่าไม่สบายอีกแล้วหรือ ภัครมัยกระซิบให้พาเธอเข้าข้างในด่วน ติ๋มจึงบอกรามิลว่าขอพาภัครมัยเข้าไปก่อนเพราะเธอไม่สบายอีกแล้ว รามิลมองภัครมัยที่ไอไม่หยุดด้วยความเป็นห่วง

พอเข้ามาในห้อง มัดไหมคายก้อนสำลีออกมาอย่าง

โล่งใจ "เกือบติดคอตายซะแล้ว"

"คุณไหมนะคุณไหม เล่นแผลงๆ" ติ๋มส่ายหน้า

แต่มัดไหมกลับพอใจที่ได้เห็นสีหน้าตกใจของรามิล

ooooooo

ใน สตูดิโอ นาตาชากำลังถ่ายภาพนางแบบอย่างชำนาญ อภิชาตยืนคุมงานแล้วลืมตัวบอกนางแบบ "ดีๆ เซ็กซี่ขึ้นอีก อ่ะดี...ดึงชายเสื้อขึ้นอีกนิด น่านอย่างนั้นแหละ อีกๆๆ ซี้ด...อีก"

นาตาชาหยุดถ่ายร้องบอก "ก็ให้ถอดเสื้อออกเสียเลยดีมั้ย..."

อภิชาต สะดุ้ง นาตาชาถ่ายต่ออีกสักพักก็พยักหน้าบอกนางแบบว่าเสร็จแล้ว ถามผู้ช่วยว่าเซตสุดท้ายแล้วใช่ไหม ผู้ช่วยพยักหน้า เธอจึงเก็บกล้อง อภิชาตเข้ามาชวนทานอาหาร นาตาชาปฏิเสธ พอดีทีมงานมาบอกว่ามีคนมาหา อภิชาตกับนาตาชาหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นดนุพันธ์

อภิชาตแขวะทันที "มันก็ต้องคนน่ะสิถึงจะมาหา ควายมันจะเข้ามาในนี้ได้ไง"

ดนุพันธ์สะดุ้งโหยงมองแค้นๆแต่หันมาชวนนาตาชาไปทานข้าว มีเรื่องอยากคุยด้วย อภิชาตโวยทันที เขากำลังชวนอยู่ ดนุพันธ์จึงให้นาตาชาเป็นคนเลือกว่าจะไปกับใคร   นาตาชา

ถอนใจบอกให้ไปด้วยกันทั้งสองคน...

พอมาถึงร้านหรู นาตาชาแกล้งถามดนุพันธ์ว่าน้องชายหายดีแล้วหรือ ดนุพันธ์สำลักน้ำ อภิชาตสงสัยถามว่ามีพี่น้องด้วยหรือ นึกว่าเป็นลูกคนเดียว เห็นเที่ยวหัวหกก้นขวิด เป็นข่าวซุบซิบเรื่องสาวๆไม่เว้นแต่ละวัน นาตาชากลั้นยิ้มแล้วบอกให้หนุ่มๆช่วยสั่งอาหารให้

"ลองอะไรที่มันมีก้างเยอะๆมั้ยครับ จะได้รู้ว่าเวลาก้างมันไปขวางในคอมันเป็นยังไง"

พอได้ยินอภิชาตสั่งแบบนั้น ดนุพันธ์ไม่รอช้ากัดตอบ "ไม่เอาหรอกครับ ผมไม่ค่อยชอบทานปลา ผมอยากทานอะไรที่มันแก่ๆ หนังเนียวๆ เคี้ยวมันดี"

สองหนุ่มจ้องหน้ากันเขม็ง นาตาชาจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กลับมาขอให้มีอาหารพร้อม ทั้งสองแย่งกันสั่ง นาตาชาหลบมาโทร.ถามข่าวคราวรามิลจากมัดไหมและได้คำตอบสยองแทน

"...รับรองว่าคืนนี้พี่ชายหนูนาจะได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่แบบที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนแน่ๆ..." มัดไหมยืนลูบคอคุณตะวันเจิดจ้าขำๆ...

และเป็นไปตามแผน รามิลรู้จากอัคนีว่ามัดไหมไปที่หมู่บ้านหลังเขาแทนภัครมัยก็เป็นห่วง พออัคนีบอกว่าถ้าขี่ม้าไปตามทางก็จะเจอมัดไหมขากลับ และให้ขี่สีหมอกไป...

ทานอาหารเสร็จ นาตาชาขอตัวจะไปดูงานนิทรรศการภาพวาด อภิชาตรีบบอกว่าถ้าชอบงานศิลป์ไปดูที่บ้านเขาก็ได้ ดนุพันธ์แขวะ "เพิ่งรู้นะครับเนี่ยว่าคุณอาศัยอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟ"

อภิชาตทำท่าอยากชก นาตาชาจึงบอกว่าไม่รบกวนดีกว่า อภิชาตยังยื้อว่าไม่รบกวน

"เค้าบอกปฏิเสธ ยังไม่เข้าใจอีก" ดนุพันธ์ยิ้มเยาะ แล้วอาสาจะพานาตาชาไป

"หนูเอารถมาไม่ต้องหรอกค่ะ" นาตาชาบอกดนุพันธ์

"เอารถไปสองคันมันเปลืองน้ำมันนะ เดี๋ยวพี่ให้คนเอารถหนูนาไปไว้ที่บ้าน"

"เค้าบอกปฏิเสธ ยังไม่เข้าใจอีก" อภิชาตยิ้มเยาะบ้าง

นาตาชารีบขอตัวแล้วเดินไป ดนุพันธ์วิ่งตามไป อภิชาตโวยว่าทำเนียนกินฟรี...ดนุพันธ์ตามมาถึงที่รถ เหนื่อยหอบ นาตาชาแซวว่าวิ่งแค่นี้เหนื่อยแสดงว่าแก่แล้ว ยังไม่มีความคิดอีก

"โอเค...หนูนาจะด่าจะว่าพี่ยังไงพี่ก็ยอม แต่ขอเวลาคุยกันหน่อยได้มั้ย"

นาตาชาตอบว่าไม่มีอะไรจะคุย ดนุพันธ์ดึงมือเธอไว้ นาตาชามองตาขวางขู่จะให้น้องชายป่วยอีกหรือ เขารีบปล่อยมือเธอ นาตาชาขับรถออกไป ดนุพันธ์มองตามตาละห้อย...

กลับมาถึงบ้าน แม่แก้วเข้ามาถามข่าวคราวรามิลด้วยความห่วง นาตาชาบอกว่าไม่ต้องห่วงเธอโทร.เช็กกับมัดไหมเมื่อตอนบ่ายก็โอเคดี ท่าทางแม่แก้วโล่งใจจะไปนอน นาตาชาแกล้งค่อนขอด "แหม...พอหมดเรื่องพี่เรก็ไปเลย...รำไม่สวยเลยนะคะแม่แก้ว"

"ย่ะ...แม่แก้วมันคนลำเอียง" แม่แก้วเดินงอนๆออกไป

ooooooo

ระหว่างทางกลางป่า รามิลขี่สีหมอกมาหยุดที่ต้นไม้ใหญ่ท่าทางเหน็ดเหนื่อย  บ่นกับสีหมอก "ทำไมไม่เห็นเจอยัยมัดไหมสักที แล้วนี่เรามาถูกทางหรือเปล่านี่ เฮ้...สีหมอกนายพาฉันมาถูกทางหรือเปล่า..."

ห่างออกมาไม่ไกล มัดไหมเหยาะเจ้าตะวันเจิดจ้าหยุดมองรามิลอย่างหมั่นไส้ที่อวดดี ไม่รู้ทางแล้วยังจะออกมาจึงแกล้งปล่อยให้หลงป่าสักพัก จนมืด รามิลเริ่มกลัวเดินจูงม้าบ่นพึมพำแล้วเผลอตบก้นสีหมอกที่พาหลงป่า สีหมอกตกใจควบหนีเข้าป่าไป รามิลวิ่งตามยิ่งหลงลึกเข้าไปใหญ่พอรู้ตัวก็คิดจะโทร.ตามคนมาช่วย พอล้วงหามือถือไม่เจอ จึงนึกได้ว่าทิ้งไว้ในรถ...

หนีนักข่าวจากบ้านรามิลมาได้ อัจฉราวดีไม่กล้ากลับบ้าน มาพักกับพิมมาดาทำให้ไม่ได้ไปร้าน แถมต้องหาของประเคนให้ทานทุกมื้อ อัจฉราวดียังบ่นไม่หยุด พิมมาดาจึงแนะ

"...จริงสิ...เธอจะมานั่งอยู่แบบนี้ทำไม ก็ตามไปพูดกับคุณรามิลให้รู้เรื่องไปเลยดีมั้ย แต่เธอต้องใช้ไม้อ่อนอย่างที่ฉันบอกนะ"

"คิดว่าฉันไม่อยากคุยเหรอ แต่ตอนนี้เขาหายหัวไปไหนก็ไม่รู้"

"ทำไมเธอไม่ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้ได้ประโยชน์ล่ะ" พลอยไพลินมองไปที่มือถือบีบี

อัจฉราวดีนึกได้ว่าใช้บีบีเช็กดูได้ว่ารามิลอยู่ที่ไหน แล้วก็เช็กเจอว่าอยู่ปากช่อง...

ฟ้ามืดปกคลุม รามิลยังคงเดินในป่าจนล้านั่งพิงขอนไม้ กอดอกด้วยความหนาว พลันได้ยินเสียงม้าเหยาะใกล้เข้ามา ก็ดีใจคิดว่าสีหมอกกลับมา จึงลุกขึ้นเพ่งมอง เห็นภาพรางเลือนว่ามัดไหมอยู่บนหลังม้า เขาร้องเรียกมัดไหมด้วยความดีใจ...

จัดหาที่พักได้ รามิลทึ่งเมื่อเห็นมัดไหมก่อกองไฟ ซึ่งเขาทำไม่ได้ มัดไหมถามว่าไม่เคยเรียนลูกเสือหรือ รามิลตอบหน้าตาเฉยว่าเรียนแต่ไม่ทำ มัดไหมสบถ...น่าเผาโรงเรียนที่รามิลจบมา มัดไหมดึงเต็นท์ออกมา รามิลร้องอย่าบอกนะว่าจะนอนกลางป่า

"ค่ะ...แล้วมาช่วยฉันกางด้วย"

"ก็ทำไมเราไม่ขี่เจ้าตะวันเจิดจ้ากลับบ้านล่ะ"

มัดไหมถามว่ารู้ไหมว่าจากนี่ห่างจากไร่แค่ไหน ถ้าเธอไม่เจอสีหมอกวิ่งออกมาเธอคงตามหาเขาไม่เจอ แล้วบ่นว่ารามิลหาเรื่องจริงๆ รามิลเผลอบอกออกไปว่าเขาเป็นห่วงเธอเลยขี่สีหมอกมารอขากลับ เขาน้อยใจที่ทำคุณบูชาโทษ มัดไหมรู้สึกใจอ่อนกับสิ่งที่ได้ยิน รามิลเดินงอนๆเข้ามาดึงเต็นท์มากางเห็นมัดไหมทำไม่รู้ไม่ชี้ จู่ๆรามิลก็กระชากมัดไหมมากอดไว้แน่น มัดไหมตกใจพอได้สติสะบัดตัวสุดแรงออกแล้วตบรามิล หน้าหัน

"อย่ามาดูถูกฉันนะคุณรามิล ถึงฉันจะเป็นแค่คนใช้ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี ขอให้คุณจำใส่ใจไว้ด้วย" มัดไหมสะบัดหน้าจะเดินหนี

รามิลสีหน้าโกรธแต่กระชากมัดไหมเข้ามากอดไว้อีกตวาดข้างหู "อยู่นิ่งๆ..."

"นี่คุณ ถึงตอนนี้คุณจะเป็นนายจ้างฉัน แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้...ปล่อย..."

"เอาซี้...ดิ้นเลยถ้าเธออยากโดนงูกัดตาย"

"งู...งูเหรอ!"

"ก็ใช่น่ะสิ งูเห่าซะด้วย ถ้าอยากอวดเก่งก็เอาเลย นั่นมันชูแม่เบี้ยอยู่ข้างหลังเธอนั่นไง ดิ้นสิดิ้นเลย"

มัดไหมยืนแข็งทื่อหลับตาปี๋ เผลอซุกอกรามิลตัวสั่น "ทำไงดีละคะคุณรามิล"

"ทีงี้ล่ะทำเสียงอ่อนเสียงหวาน ทีเมื่อกี้ตบฉันซะหน้าชา อยู่เฉยๆนิ่งๆห้ามขยับเขยื้อนเข้าใจมั้ย" รามิลกอดมัดไหมที่ยังซุกอกเขา ระวังจนงูเลื้อยผ่านไปแล้วเปลี่ยนเป็นขำพูดให้มัดไหมกลัวต่อไปว่างูไม่ยอมไปไหน ไล่ยังไงก็ไม่ไป...

ooooooo

บนดาดฟ้าบริษัท RMT อิทธิพลให้ลูกน้องไปจับสมุห์บัญชีมา ข่มขู่ให้ร่วมมือกับเขาเพราะสมุห์ ไม่ยอมร่วมมือยังจงรักภักดีต่อราเมศและรามิล เขาจึงขู่ว่าจะโยนตัวสมุห์ลงไปแล้วไปจัดการกับลูกเมียเขาทีหลัง สมุห์เป็นห่วงลูกเมียจำต้องยอมทำทุกอย่าง

พออิทธิพลกลับมาบ้าน พบลูกสาวหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากบ้านจะไปหารามิลที่ปากช่อง    อิทธิพลจึงนึกได้

"ปากช่อง...หรือว่ารามิลไปไร่มนตรา"

"ไร่ของยัยภัครมัยที่เรจะต้องแต่งงานด้วยนะเหรอคะ ดีเลย ถ้างั้นก็เข้าแผนเราเลยสิคะ"

"ถ้าแกทำได้   ทุกอย่างก็จะยิ่งง่ายเข้า   แต่พ่อว่าแกไปตอนเช้าจะดีกว่านะ"

อัจฉราวดีเห็นด้วย เพราะเมื่อรู้ว่าคู่แข่งเป็นใครต้อง

เตรียมตัวให้ดีกว่านี้...ในขณะที่รามิลยังคงหลอกกอดมัดไหมอยู่จนเธอรู้สึกว่าต้องยืนเมื่อยอีกนานแค่ไหนกว่างูจะไป รามิล มองหน้ามัดไหมขำๆแล้วเคลิ้มเผลอพูดความในใจออกมา

"เธอสวยมากนะมัดไหม สวยจนฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ของภัครมัย"

รามิลโน้มหน้าจะจูบ มัดไหมกระทืบลงบนเท้าเขาร้องลั่นกระโดดโหยงแล้วสะดุดล้มลงโวยวายมาทำเขาทำไม มัดไหมเสียงดังใส่ว่าเขาหลอกเธอ เพราะงูที่จริงอยู่บนหัวเขา มัดไหมวิ่งเข้าไปนอนในเต็นท์ไม่ให้เขาเข้าไป รามิลจึงแกล้งร้องเพลงลูกทุ่งเสียงดังก่อกวน มัดไหมโวยให้เงียบเธอจะนอน รามิล จึงบอกว่าเขาหิว มัดไหมนึกได้ว่ารามิลยังไม่ได้ทานอะไรเลย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:37 น.