ตอนที่ 18
หลังจากเอากระเป๋ากระหน่ำตีรามิลแล้วมัดไหมก็งอนเดินหนีเข้าบ้านไป ดนุพันธ์โทร.เข้ามาอีกครั้ง รามิลรับสาย ดนุพันธ์รีบพูดกลัวรามิลวางสายไปอีกว่าอย่าเอาไดอารี่ให้มัดไหมอ่าน
"ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันรู้แล้ว"
"แล้วแกรู้ได้ไงวะ"
"หึหึ รู้...เพราะมันมีกระเป๋ามาตบฉันน่วมไปทั้งตัวน่ะสิ"
"หมายความว่าไม่ทันแล้ว!"
"จะเหลือเหรอ นี่ยังมีทางให้ฉันเดินอยู่มั้ยเนี่ยชีวิตนี้ หมดล่ะ มาดชายกลาง" รามิลสุดเซ็ง
พอถึงมื้อเย็น ทุกคนมาพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหาร มัดไหมเห็นรามิลก็เมินหน้าหนี เขาพยายามเอาใจตักอาหารให้ เธอก็ตักไปใส่จานนาตาชาอีกต่อ พิศมัยเห็นแล้วทำหน้าเข้มถาม
"มัดไหม เธอจะอยู่ที่นี่ถึงเมื่อไหร่"
"ทำไมย่าน้อยถามแบบนั้นล่ะคะ" นาตาชาไม่พอใจ
"ก็ในเมื่อตกลงว่าไม่แต่งงานแล้ว ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีธุระอะไรที่นี่อีก"
มัดไหมรีบขอโทษที่รบกวน และเธอจะกลับไร่วันพรุ่งนี้ แม่แก้วยิ้มขอบใจที่ไม่ทำให้ลำบากใจ นาตาชายิ่งไม่พอใจที่ทุกคนทำเหมือนไล่มัดไหม มัดไหมปรามนาตาชาไม่เป็นไร
"เราก็ไม่ได้ไล่หรอกนะจ๊ะ แต่เรื่องมันชุลมุนกันไปหมดจนนักข่าวเอาไปเขียนซุบซิบกันแล้วว่ารามิลเอาผู้ หญิงเข้ามาอยู่ในบ้านทิพยคาถา" อรอุจิช่วยเสริม
"ผมเคยมีข่าวยิ่งกว่านี้อีกนะครับ ไม่เห็นต้องแคร์อะไรเลย ในเมื่อมันไม่ได้มีอะไรเสียหาย" รามิลช่วยพูดให้ผ่อนคลายลง
มัดไหมเสียใจรีบบอกทุกคนว่าพรุ่งนี้เธอจะกลับไร่ แต่เช้า รามิลขอไปส่ง มัดไหมงอนไม่ให้ไป พิศมัยจึงบอกว่าพรุ่งนี้รามิลต้องไปทำวีซ่าเดินทาง รามิลเครียด มัดไหมใจหายวาบ เข้ามาเก็บเสื้อผ้าในห้อง นาตาชาตามมาคุยกับมัดไหมว่าจะยอมจบแบบนี้จริงหรือ มัดไหมว่ารามิลทำตัวไม่ดี นาตาชาช่วยแก้ "เค้าก็พยายามจะง้อเธอน่ะ"
"วิธีง้อยังไม่จริงใจเลย แล้วฉันจะมั่นใจได้ไงว่าฉันจะอยู่กับเค้ามีความสุขได้"
"มัดไหมคิดดีๆนะ ถ้าพี่เรไม่รักเค้าไม่ทำขนาดนี้หรอก... อเมริกามันไม่ใช่ใกล้ๆนะ ยิ่งห่างกัน สิ่งที่เธอสร้างมาด้วยกันทั้งหมดก็ยิ่งจืดจาง ฉันเสียดาย"
มัดไหมถอนใจยาว...ขณะเดียวกัน รามิลก็ครุ่นคิดถึงแต่ความสุขกับมัดไหมที่ผ่านมา...จนเช้าวันรุ่งขึ้น รามิลลงมาที่โต๊ะอาหารมองไปทั่ว นาตาชารู้แกวรีบพูดว่า "ไม่ต้องคอยืดคอยาวเลย มัดไหมเค้าออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว"
"อ้าว! แล้วไปยังไง"
แม่แก้วจึงบอกว่าให้คนรถที่บ้านไปส่ง รามิลใจแป้วที่มัดไหมไปแล้ว เขามานั่งถอนใจอยู่คนเดียวที่ออฟฟิศ ดนุพันธ์เข้ามาปลอบใจ "แกก็บอกย่าน้อยไปสิวะ ว่าแกจะแต่งงานกับมัดไหม"
"ทำแบบนั้นได้ก็ดี มัดไหมใจแข็งจะตาย ขนาดกลับไปยังไม่ลาฉันซักคำ รู้ทั้งรู้ว่าอาจไม่ได้เจอกันแล้ว"
ดนุพันธ์ให้ตามไปง้อ แต่รามิลไม่รู้จะง้อด้วยวิธีไหน ดนุพันธ์ช่วยวางแผนอีกครั้ง "คราวนี้แกก็ไปแบบพระเอกขี่ม้าขาวเลย"
"พระเอกขี่ม้าขาวอะไรของแกวะ"
"แกลองคิดดูนะ ผู้หญิงถ้าต้องเจอสถานการณ์ฉุกเฉินจะเป็นไง"
รามิลรู้ว่าต้องกลัว นั่นแหละที่ดนุพันธ์จะบอกว่าผู้หญิงจะอ่อนแอลงและเห็นใจง่ายขึ้น หมายความว่าเขาจะสร้างสถานการณ์มีผู้ร้ายมาทำร้ายนางเอก แล้วพระเอกเข้าไปช่วย รามิลหาว่าน้ำเน่า แต่ดนุพันธ์ว่าไม่น้ำเน่าเพราะจะกลับกัน
"ต้องให้คนเข้ามารุมทำร้ายแกแล้วให้มัดไหมเข้าไปช่วย"
"เฮ้ย มันใช่เหรอ?"
"แกคิดดู มัดไหมเป็นสาวบ้านไร่ อาจจะฝึกวิชาเตะต่อยมาจนคล่องก็ได้ แล้วอีกอย่างแถวนั้นก็เป็นถิ่นเค้า อาจจะมีคนมาช่วยเยอะแยะ ขืนทำแบบในละครแกไม่ได้เป็นฮีโร่พอดี"
"แล้วการปล่อยให้ตัวเองโดนยำเละนี่มันเป็นฮีโร่ยังไงวะ"
"งั้นเราตัดเรื่องฮีโร่ทิ้งไป อย่างน้อยแกก็ได้ความเห็นใจชัวร์" ดนุพันธ์จะจัดการหาคนมายำให้เอง แค่รามิลทำเป็นหาเรื่องก็พอ...ดนุพันธ์โน้มน้าวรามิลจนสำเร็จ
ooooooo
จากนั้น ดนุพันธ์ก็มาว่าจ้างวินมอเตอร์ไซค์ให้ทำงานให้...มัดไหมกลับมาที่ไร่ด้วยท่า ทางซึมๆ ในตอนเช้า ติ๋มแปลกใจ ไม่ทันไรตอนบ่ายก็มาเจอรามิลจอดรถอยู่หน้าไร่ ติ๋มเข้าไปถามว่ารออะไรตรงนี้ รามิลสะดุ้ง รีบบอกติ๋มไปตามมัดไหมมาพบเขาหน่อยเพราะรถเขาเสีย ติ๋มจะตามช่างให้ก็ไม่เอา เธอจึงต้องไปตามมัดไหมซึ่งกำลังดูแลม้าอยู่ที่คอกม้า
ทำทีไม่สนใจ แต่สุดท้ายก็อดห่วงไม่ได้ มัดไหมเดินมาทางหน้าไร่...รามิลชะเง้อมองแล้วหันมองอีกทางว่าคนของ ดนุพันธ์ยังไม่มาจึงโทร.ถาม
"ใจเย็นๆเว้ยเพื่อน นี่พวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ก็ออกไปได้ซักพักแล้ว อีกแป๊บก็คงถึง"
"เออ ฉันไม่อยากพลาดอีกแล้วนะ"
ดนุพันธ์รับรองว่าไม่พลาดแน่...ไม่ทันไร แก๊งฮาเล่ย์ 4-5 คันแล่นมา คนขี่มีรอยสักเต็มตัว ร่างกายบึกบึนทุกคน รามิลอุทาน "โห เพื่อนเรา เห็นบอกว่าแก๊งมอเตอร์ไซค์ ไม่คิดเลยว่าจะลงทุนเป็นแก๊งฮาเล่ย์ขนาดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆไอ้นุ"
หันไปเห็นมัดไหมมาแต่ไกล รามิลรีบโดดไปขวางหน้าแก๊งฮาเล่ย์ ทำกวนประสาทตามแผน แก๊งฮาเล่ย์โมโหเข้ารุมเตะต่อย รามิลตกใจที่เอาจริง พยายามปัดป้องตัวเองแต่ก็เล่นเอาน่วม มัดไหมเห็นแต่ไกลรีบวิ่งเข้ามาช่วยพร้อมกับร้องตะโกนให้คนมาช่วยด้วย แก๊งฮาเล่ย์เห็นท่าไม่ดีรีบพากันขี่รถหนีออกไป
มัดไหมเข้ามาประคองรามิลที่สะบักสะบอม เขาพึมพำ "พี่คิดถึงมัดไหม เลยขับรถมาหา"
"เพราะพี่เรมาหามัดไหมเลยต้องเจออะไรแบบนี้ มัดไหมขอโทษนะคะที่มาโดยไม่ได้ลา"
"อย่ายกเลิกงานแต่งนะมัดไหม"
"พี่เร...ห่วงตัวเองเถอะค่ะ"
รามิลพร่ำขอให้มัดไหมรับปากว่าจะไม่ยกเลิกงานแต่งงาน เธอกำลังจะรับปาก แก๊งวินมอเตอร์ไซค์ที่ดนุพันธ์จ้างมาถึง ตัวหัวหน้าถือรูปมาเทียบกับหน้ารามิล แล้วถามมัดไหม
"พี่นี่คือคนในรูปรึเปล่าเนี่ย"...มัดไหมพยักหน้างงๆ
"แล้วนี่พี่โดนใครซ้อมแล้วเนี่ย พี่เป็นคนจ้างให้พวกผมมาซ้อมพี่ไม่ใช่เหรอ แล้วนี่มีคนมาตัดหน้าแบบนี้ ผมจะรับเงินจากใคร" ตัวหัวหน้าบ่น
อีกคนเสริมว่าขี่รถมาตั้งไกล แล้วจะเอาค่าน้ำมันจากใคร มัดไหมจับความได้ โกรธลุกพรวดทิ้งรามิลกระแทกพื้น "พี่เรอีกแล้วนะ มาถึงนี่เพื่อหลอกมัดไหมอีกแล้วนะ"
รามิลจะลุกตามมัดไหม แต่พวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ ขวาง "จะไปไหน ตังค์อ่ะ จ่ายไม่จ่าย"
แก๊งมอเตอร์ไซค์ทำท่าจะอัด รามิลรีบควักเงินให้ พร้อมบ่นด้วยความเซ็ง "แผนก็แตก เงินก็เสีย แถมเจ็บตัวอีก โอ๊ย...อะไรกันวะเนี่ย..."
มัดไหมเดินหงุดหงิดเข้าบ้าน ติ๋มเข้ามาทักแซวๆ แต่พอไม่เห็นรามิลก็แปลกใจ มัดไหมยิ่งโกรธบอกว่าถ้าเข้ามาจะเอาปืนยิง ติ๋มร้อง "อูย....แรง แบบนี้ทะเลาะกันมาอีกละสิคะ"
"เปล่า คุยกันดี หวานชื่นสุดๆเลย" มัดไหมประชด
"แล้วจะมาประชดติ๋มทำไมล่ะคะ ไปประชดคุณรามิลโน่น"
มัดไหมหน้างอนั่งบ่นว่ารามิลไม่เลิก จนติ๋มต้องเลี่ยงออกมา เดินมาทางหน้าบ้านต้องตกใจคิดว่ามีโจรเข้ามาอยู่แถวใต้ต้นไม้จึงร้องให้คนช่วย รามิลรีบบอกว่าเขาเอง สภาพรามิล สะบักสะบอม ขากะเผลกน่าเวทนา "อย่าบอกนะว่านี่ทะเลาะกับคุณมัดไหมถึงขั้นลงไม้ลงมือ"
"นี่หยุดถามแล้วไปเอายามาให้ก่อนได้มั้ย ปวดจะตายอยู่แล้วเนี่ย"
ติ๋มลังเลเกรงมัดไหมเล่นงาน รามิลให้แอบๆแล้วถาม "นี่มัดไหมเค้าโกรธมากเลยเหรอ"
"จะเหลือเหรอคะ กลับมาถึงก็อาละวาดเลย หลอกกันไปหลอกกันมา งอนกันไปงอนกันมา เมื่อไหร่จะได้ลงเอยกันซักทีล่ะคะแบบนี้" ติ๋มสงสารรามิลแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร...
ติ๋มแอบเข้ามาเอายาใส่ถุงแต่ไม่วายถูกมัดไหมจับได้ มัดไหมคลายความโกรธลงเริ่มเป็นห่วง จึงเอายามาใส่ให้รามิล เอง แต่ยังงอนๆอยู่จึงแกล้งใส่ยาเหลืองเสียทั่วตัว แล้วหัวเราะเยาะว่าตัวส้มเหมือนหมีพูห์ รามิลทั้งเจ็บทั้งขำตัวเอง "ยังมีหน้ามาหัวเราะอีก คนเจ็บจะตายอยู่แล้ว"
มัดไหมหัวเราะ รามิลเห็นแล้วถามว่าหายโกรธเขาแล้วใช่ไหม มัดไหมยิ้มๆอย่างมีเลศนัย เธอพารามิลมาอาบน้ำล้างตัวที่คอกม้า รามิลถามอีกว่าหายโกรธเขาหรือยัง
"ยังมีหน้ามาถามอีก ทำเรื่องไว้ขนาดนั้น ไม่ใช่ครั้งเดียวนะ สามครั้งติดกันขนาดนี้ ยังหวังจะให้อภัยอีกเหรอ"
"ถ้าอาบน้ำตรงนี้จะให้ค้างที่นี่ใช่มั้ย...พี่ขับรถไม่ไหวหรอกสภาพแบบนี้"
"อยากนอนเหรอ...ได้..." มัดไหมจัดแจงเอาหมอนผ้าห่ม มาให้รามิลนอนที่คอกม้า
รามิลหน้าเหวอขอให้ติ๋มช่วยพูดกับมัดไหมก็ไม่สำเร็จ... กลับเข้าบ้าน ติ๋มถามมัดไหมว่าไม่ทำเกินไปหรือ มัดไหมบอกต้องดัดนิสัยบ้างไม่อย่างนั้นจะได้ใจ
"แล้วถ้าพรุ่งนี้คุณรามิลตื่นมาแล้วเป็นอะไรไป คุณมัดไหมนั่นแหละที่เสียใจที่สุด"
"บ้า...เจ็บแค่นั้นไม่เป็นไรหรอกมั้ง"
แต่พอติ๋มบอกว่าดูท่าฝนจะตกด้วยคืนนี้ มัดไหมก็ชักกังวลใจ...รามิลจัดแจงที่นอนเท่าไหร่ไม่เข้าที่ซักที พอดีดนุพันธ์ โทร.เข้ามา เพราะกะว่าแผนตัวเองสำเร็จด้วยดี
"อ๊ะๆ อย่าเพิ่งพูดอะไร ให้ฉันทายก่อน ตอนนี้แกอยู่ที่ไร่มนตราใช่มั้ย"
"ใช่..."
"แกนอนที่นั่นแน่ๆ"
รามิลตอบว่าใช่ ดนุพันธ์ทายว่าคงกำลังนอนบนที่นอนนุ่มๆภายใต้บรรยากาศโรแมนติกเพราะแผนของเขาแยบยล รามิลโวย "แยบยลกับผีแกสิ ฉันได้นอนเฝ้าม้าอยู่ในคอกเนี่ย"
"เฮ้ย...ได้ไง แผนนี้นี่สุดยอดแล้วนะ"
รามิลสุดเซ็งไม่อยากเชื่อแผนของดนุพันธ์อีกแล้ว เพราะกลัวครั้งต่อไปจะโดนดูดส้วม รามิลวางสายไป ดนุพันธ์งงว่าทำไมไม่ได้ผล...ฝนเริ่มเทลงมา สาดใส่รามิลเป็นละออง เขามองไปที่บ้านมัดไหมเซ็งๆ นี่เขาต้องนอนแบบนี้จริงหรือ มัดไหม เป็นห่วงรามิลไม่น้อย กางร่มเดินมาดูพร้อมหอบผ้าห่มผืนใหญ่ มาด้วย เห็นรามิลนอนหลับกระสับกระส่ายไปมา จู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมา เธอจึงรีบหลบและทิ้งผ้าห่มไว้ให้ รามิลได้ยินเสียงออกมา ดูเห็นผ้าห่มวางอยู่ก็ยิ้มปลื้ม
ooooooo
วันรุ่งขึ้น ติ๋มวิ่งมาบอกมัดไหมว่ารามิลไข้ขึ้นตัวร้อนจี๋เลย มัดไหมตกใจรีบวิ่งไปดู เห็นรามิลหน้าตา ปูดบวม นอนตัวสั่นภายใต้ผ้าห่ม จึงสั่งติ๋มไปตามหมอมา
รามิลถูกพามานอนในห้อง มีหมอมาฉีดยาให้และบอกว่าแค่ไข้หวัดธรรมดา ติ๋มรีบฟ้องว่าเธอเตือนมัดไหมแล้วว่าอย่าทำแบบนี้แต่ก็ไม่เชื่อ ไม่เห็นใจกันบ้าง หมอจึงว่า "นี่ดีนะครับว่าไม่เป็นอะไรมาก ไม่ได้มีอาการของปอดบวมด้วย ไม่งั้นล่ะแย่เลย"
"ถ้าปอดบวมนี่มีสิทธิ์ตายเลยนะเนี่ย ติ๋มก็ย้ำแล้วย้ำอีก" ติ๋มตอกย้ำซ้ำเติม
มัดไหมเคืองถาม "ติ๋ม...นี่อยากจะลาออกไปทำงานกับหมอแล้วใช่มั้ย ไปเลยฉันอนุญาต"
"คุณรามิลทำตัวแบบนี้ก็สมแล้วต้องโดนลงโทษซะมั่ง ใช่มั้ยคะคุณหมอ" ติ๋มกลับคำทันที
มัดไหมเฝ้าดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้รามิล เขาเพ้ออย่างน่าสงสารว่า "มัดไหม...มัดไหมใจร้าย มัดไหมอย่าทิ้งพี่ไปนะ อย่าทิ้งพี่ไป..."
มัดไหมหยุดมองเขาพึมพำขอโทษ รามิลดึงเธอเข้าไปกอด เธอปล่อยให้เขากอดด้วยความสงสาร หารู้ไม่ว่า...รามิลกำลังอมยิ้มอยู่
วันต่อมา มัดไหมทำข้าวต้มมาวางให้รามิลและบอกเขาว่าเธอกับติ๋มจะไปทำงานในไร่ รามิลทำท่าขยับตัวให้รู้ว่าเขาได้ยินแล้ว พอมัดไหมออกไป รามิลลืมตาขึ้นรู้สึกว่าตัวเองหายดีแล้ว
"หมอฉีดยาอะไรให้เนี่ย หายเร็วจริงๆ" รามิลลุกไป ทานข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อย
ทานเสร็จก็ลุกมานั่งดูทีวี ทานขนมจนเกลื่อนห้องรับแขก รู้สึกว่าเป็นคนป่วยนี่สบายไม่ต้องทำงาน พลันต้องสะดุ้ง
เมื่อได้ยินเสียงมัดไหมกลับมา เขารีบกลับห้องไปนอนซมตามเดิม...มัดไหมเข้าบ้านมาแปลกใจที่บ้านเลอะเทอะ เดินสำรวจดูเห็นเศษขนมร่วงมาถึงหน้าห้องรามิล เธอเข้าไปหาเขาลองจับตัวดูก็ไม่ร้อนแล้ว มองชามข้าวต้มเห็นเกลี้ยงชาม จึงปลุกให้เขาลุกขึ้น รามิลทำเป็นหนาวสั่น อ้าแขนขอให้ มัดไหมกอดให้ความอบอุ่น
"ขาดความอบอุ่นเหรอ สงสัยไข้จะขึ้นสูงนะเนี่ย ต้องให้หมอมาดูอาการละมั้ง" มัดไหมให้ติ๋มจัดการพาหมอมา
ไม่ทันไรติ๋มพาหมอเข้ามาดูอาการรามิล หมอบอกว่าต้องฉีดยาอีกเข็ม รามิลชำเลืองมองเห็นเข็มฉีดยาในมือหมอกระบอกใหญ่ก็ตกใจลุกพรวดขึ้น มัดไหมยิ้มๆถามหายแล้วหรือ ให้หมอฉีดยาสักหน่อยจะได้หายขาด ติ๋มช่วยเสริมว่านี่เป็นหมอประจำที่ไร่ รามิลแปลกใจทำไมที่ไร่ต้องมีหมอประจำด้วย มัดไหมตอบยิ้มๆ
"ก็เรามีม้าตั้งหลายตัว ถ้าม้าเป็นอะไรขึ้นมาก็แย่สิคะ"
"ม้า...เฮ้ย! นี่เอาสัตวแพทย์มารักษาพี่เหรอเนี่ย"
"ก็ใช่น่ะสิคะ เห็นพี่เรอาการหนัก ถ้าไปตามหมอข้างนอกจะไปทันอะไร ไร่เราก็ตั้งไกล"
หมอทำท่าจะฉีดยา รามิลร้องลั่นลุกหนี ติ๋มรีบพาหมอ กลับออกไป ปล่อยให้มัดไหมไล่ตีรามิล "พี่เรอย่าหนีนะ หลอกว่าป่วยอีกแล้วใช่มั้ย"
จนกระทั่งรามิลมาจนมุม มัดไหมจ้อง "หลายวันมานี้ พี่เรโกหกมัดไหมมากี่ครั้งแล้วเนี่ย"
"พี่แค่อยากเอ็นเตอร์เทนให้มัดไหมหายงอน"
มัดไหมทวงสัญญาที่ให้ไว้กับเธอว่าจะไม่โกหกอีก รามิลหัวเราะแหะๆเฉไฉไปว่าคนรักกันเขาทำกันแบบนี้แหละ มัดไหมยิ่งโกรธทุบตีเขายกใหญ่พูดใส่หน้าเขาก่อนจะงอนเข้าบ้านว่า
"ถ้าพี่เรอยากให้มัดไหมแต่งกับพี่ด้วยวิธีนี้จริงๆพี่เรก็โง่มาก..."
จนค่ำ รามิลนั่งทอดถอนใจอยู่ที่ระเบียง ติ๋มยกน้ำมาเสิร์ฟให้และพูดให้แง่คิดว่า อย่าเพิ่งท้อเพราะใจผู้หญิงไม่ใช่ เหล็กกล้าที่จะงอได้ในวันเดียว รามิลได้คิดและหวังว่าอย่ามีเรื่องอื่นมาแทรกอีกก็แล้วกัน
ในขณะที่พิศมัย อุมาพร อรอุจิ และแม่แก้วกำลังปรึกษากันจะตามมาดูรามิลที่ไร่มนตรา ทั้งสี่คนตัดชุดซาฟารีสวยเริ่ดเพื่อเดินทาง...พอมาถึงก็พบว่ารามิลต้องทำงานในไร่สารพัดจนเหงื่อโทรมตัว พิศมัยจะพาตัวรามิลกลับ รามิลอึกอัก แม่แก้วจึงพูดว่า
"ลูกทิ้งบริษัทมาเพื่อจะมาทำความสะอาดเนี่ยเหรอ รู้ทั้งรู้ว่ากำลังจะย้ายไปอเมริกา ก็น่าจะรีบเคลียร์งานให้มันเรียบร้อย"
"ในเมื่องานแต่งมันยกเลิกไปแล้ว จะมาทำไมที่นี่อีกฮะ กลับบ้านเลย" พิศมัยเอ็ด ยิ่งเห็นรามิลมองหน้ามัดไหมที่นิ่งเฉยจึงว่า "นั่นไง ฝ่ายหญิงเค้าไม่ได้รับปากซักหน่อย เรายังจะมามัวเสียศักดิ์ศรีอยู่ได้ กลับไปด้วยกันเดี๋ยวนี้"
ติ๋มเห็นสถานการณ์ตึงเครียดรีบเข้ามาชักชวนสามป้าไปเที่ยวชมไร่ ไหนๆก็แต่งตัวมาเต็มที่ สามป้าเริ่มสนใจ...ติ๋มพาเที่ยวชมไร่และจัดสถานที่ให้นั่งชมวิว สามป้ากับแม่แก้วได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติจนเกือบลืมแผนที่ตั้งใจมา ติ๋มเห็นแล้วแปลกใจที่ไม่เห็นคุยกันเรื่องรามิลเลย...
รามิลพยายามคุยกับมัดไหมอีกครั้งเรื่องแต่งงาน เขาขอโทษและยอมรับผิดที่โกหกทุกเรื่อง แต่มัดไหมยังนิ่งเฉยยืนยันแต่ว่าเขาโกหกเธอถึงเป็นแบบนี้ รามิลเริ่มท้อจึงพูดออกไป
"ตกลงว่ามัดไหมจะไม่ให้อภัยพี่แล้วใช่มั้ย ได้...ถ้าอย่างนั้นพี่ก็จะไปหาทุกคนที่รอพี่อยู่"
รามิลเดินมาหาสามป้ากับแม่แก้ว เพื่อบอกว่าเขาตกลงจะไปอเมริกา แม่แก้วอุทานทำไมง่ายแบบนี้ มัดไหมยืนมองเศร้าๆอยู่ห่างๆที่รามิลยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้ ติ๋มเข้ามาตอกย้ำให้เจ็บใจว่าคงเสียดายล่ะสิเพราะเล่นตัวมากไป มัดไหมครุ่นคิดตำหนิตัวเอง "เธอจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้เหรอมัดไหม ทำอะไรซักอย่างสิ"
ขณะที่มัดไหมยืนครุ่นคิดอยู่ที่ระเบียง ได้ยินเสียงรถตู้ แล่นออกไปก็ตกใจรีบวิ่งออกมาดูเห็นท้ายรถแล่นไป เธอทรุดลง ร้องไห้ พึมพำ "พี่เร อย่าไปเลย..."
ไม่นานมีมือมาประคองให้เธอลุกขึ้น "มัดไหมเป็นอะไร รึเปล่า ร้องไห้ทำไม"
"พี่เรมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?" มัดไหมเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ
"เอ๊าถามแปลก ก็พี่มาอยู่ตั้งแต่เมื่อวันก่อนไง เบลอรึเปล่าเนี่ย"
"อันนั้นมัดไหมรู้ แต่มัดไหมคิดว่าพี่เรจะกลับไปกับ..."
"อ๋อ..." รามิลเล่าให้ฟังว่าเขาตกลงกับแม่แก้วและสามป้าว่า เวลาที่เหลือก่อนการเดินทางเขาขออยู่กับมัดไหม ถ้าเขาทำให้เธอยอมแต่งงานได้ การเดินทางก็ยกเลิก "มันก็เป็นแบบนี้แหละ แล้วมัดไหมเข้าใจว่าอะไรล่ะ"
"เปล๊า..." มัดไหมกลัวเสียฟอร์ม
"แนะๆหรือคิดว่าพี่กลับกรุงเทพฯแล้วจะบินไปอเมริกาเลย ก็เลยร้องไห้ขี้มูกโป่ง"
"ใครว่า ไม่ใช่ซะหน่อย ตามันแพ้แสงต่างหาก แสงจ้าๆ พอมองนานๆน้ำตามันก็ไหลเป็นธรรมดา อย่ามาหลงตัวเองเลย"
"จริงเหรอ อย่ามาโกหกนะ" รามิลรู้ทัน
มัดไหมทำงอนย้อนว่าเธอไม่ใช่คนขี้โกหกอย่างเขา แล้วเดินงอนเข้าบ้านไป...
คืนนั้น รามิลยืนมองดูดาวอยู่ที่ระเบียง มัดไหมเดิน ออกมาเห็นก็จะกลับเข้าไป รามิลเรียกไว้ มัดไหมบอกว่าเธอหมดอารมณ์จะดูดาวแล้ว รามิลจึงชวนเล่นเกม ถ้าเขาชนะเธอต้องเลิกโกรธเขา เกมนั่นก็คือ ให้มัดไหม ทายว่าดาวดวงไหน ที่เขาตั้งชื่อว่ามัดไหม
"บ้าสิ ดาวมีเป็นล้านดวงจะไปถูกได้ไง ถึงถูกพี่เรก็อ้างไปเรื่อยว่าไม่ใช่ มัดไหมไม่เล่นด้วยหรอก"
"แล้วมัดไหมอยากให้พี่ทำอะไร"
"ถ้าพี่เรอยากพิสูจน์ว่าตัวเองไว้ใจได้ แล้วอยากแต่งงานกับมัดไหมจริงก็..."
"ก็อะไรล่ะ" รามิลตั้งใจฟัง
"ก็ไปตายให้ดูสิ ทำได้ป่าวล่ะ" พูดจบมัดไหมก็เดินไป ปล่อยรามิลยืนอึ้งถอนใจ...
วันรุ่งขึ้น ติ๋มทำงานเหงื่อโทรม ถือถังอุปกรณ์ทำความ สะอาดผ่านห้องรับแขก เห็นรามิลนั่งเครียดจึงทักถาม รามิล ยอมรับว่าเซ็งมากที่ง้อมัดไหมไม่สำเร็จเสียที จนเขาจนปัญญาแล้ว
"นี่ขนาดคุณรามิลยอมเจ็บตัว แถมยังรับใช้สารพัด คุณมัดไหมยังไม่สน ติ๋มก็จนปัญญาแล้วล่ะค่ะ แล้วคุณมัดไหมเค้าว่ายังไงล่ะคะ"
"เค้าบอกให้ฉันไปตายซะ"
"แรง..."
"หรือฉันควรจะไปตายให้มันรู้แล้วรู้รอดดีล่ะติ๋ม"
ติ๋มรีบปลอบให้ใจเย็น "ต้องคิดให้ไกลๆว่าเราควรใช้ วิธีไหน เชือกมั้ยคะ ทุรนทุรายแป๊บเดียว หรือจะเอานี่ดีคะ น้ำยาขัดพื้นกรอกปาก สะอาดไปถึงลำไส้ หรือนี่มั้ยคะ มีดค่อยๆแล่เนื้อ ตัวเองเป็นชิ้นๆ หรือจะใช้พลั่วขุดหลุมฝังตัวเองทั้งเป็น"
"บ้าไปแล้วติ๋ม แทนที่เธอจะห้ามฉัน"
"อ้าว คุณรามิลไม่เคยได้ยินเหรอคะ ว่าความตายก็ทำให้ ความรักยิ่งใหญ่ขึ้น"
"ไม่เอาหรอก ใครจะไปทำ"
"ตามใจ ไอ้เราก็อุตส่าห์ช่วย" ติ๋มเดินไปลืมทิ้งถังอุปกรณ์ไว้
รามิลมองอุปกรณ์ในถังแล้วสยอง พลันคิดอะไรขึ้นมาได้ เขาหยิบเชือกขึ้นมาสีหน้าจริงจัง "อยากให้พี่ตายนักใช่ไหมมัดไหม..."
ooooooo
กลับกรุงเทพฯด้วยอารมณ์รื่นเริง จนนาตาชาแปลกใจที่พิศมัย อุมาพร อรอุจิ และแม่แก้วไม่ทุกข์ร้อน แล้ว แถมหัวเราะคิกคักคุยว่าไม่นานจะมีงานแต่งงานรามิลกับมัดไหม
"ใครจะแต่งงานกันคะ" นาตาชาเดินเข้ามาถาม
ทั้งสี่คนสะดุ้งถาม "ทำไมอยู่บ้านได้ล่ะเนี่ย"
"อ้าว ก็หนูนาอยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วนี่คะ"
"ไม่ใช่ ย่าน้อยเค้าหมายถึงว่าเราไม่ไปทำงานเหรอ" แม่แก้วช่วยแก้สถานการณ์
นาตาชาจึงตอบว่าเธอไปทำงานแต่กลับเร็ว แล้วถามทุกคนว่าไปไหนกันมาถึงแต่งซาฟารีขนาดนี้ สามป้าทำขรึมเข้มเอ็ดนาตาชาที่เห็นพวกเธอเป็นเพื่อนเล่น
"เอาเถอะค่ะ ไม่บอกก็ไม่บอก แต่ไม่ใช่ว่ากำลังวางแผนอะไรกันอยู่หรอกนะคะ"
"เปล๊า...แผนอะไรล่ะลูก คิดมากไปได้" แม่แก้วทำใจเย็น
"ก็ท่าทางแบบนี้ มันเหมือนตอนเราวางแผนแกล้งพี่เรกับมัดไหมด้วยกัน หรือวางแผนอะไรแล้วกันหนูนาออกมาใช่มั้ยคะเนี่ย"
"คิดมากน่ะหนูนา พวกเราจะทำอะไรแบบนั้นล่ะ"
นาตาชามองสามป้ากับแม่แก้วอย่างสงสัย ขณะที่สามป้า ทำไม่รู้ไม่ชี้...
วันต่อมา รามิลเปิดดูสมุดรายการส่งของในวันนี้ ไม่มีต้องไปไหน เขาจึงเขียนจดหมายทิ้งไว้บนโต๊ะในห้องรับแขกจ่าหน้าซองถึงมัดไหม...มัดไหมไปหารามิลที่ห้องไม่พบ รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเพราะเมื่อวานพูดรุนแรงกับรามิลเกินไป
ติ๋มสั่งคนงานเอารถมัดไหมไปถ่ายน้ำมันเครื่อง แล้วหันมาหาเชือกในถังอุปกรณ์ว่ามันหายไปไหน มัดไหมมาถามหารามิล ติ๋มสงสัยว่ากลับกรุงเทพฯไปแล้ว แต่มัดไหมบอกว่ารถเขายังจอดอยู่ ติ๋มจึงไปเดินหาให้
รามิลกำลังเอาเชือกมุดไปผูกใต้ท้องรถของมัดไหม "อยากให้พี่ตายนักใช่ไหมมัดไหม คราวนี้พี่จะตายให้ดู จะได้ สมใจมัดไหมซักที นี่ขนาดแค่ซ้อมนะยังเหมือนขนาดนี้"
ขณะที่รามิลกำลังง่วนกับการผูกเชือก คนงานมาขึ้นรถเพื่อจะเอาไปถ่ายน้ำมันเครื่อง รามิลได้ยินเสียงกุกกักก็แปลกใจ คลานออกมาอยู่ท้ายรถ คนงานเสียบหูฟังเพลงเสียงดัง...ติ๋มเจอจดหมายรามิลรีบเอามาให้มัดไหม เธอเปิดอ่านอย่างร้อนใจ
"ในเมื่อมัดไหมอยากให้พี่ตาย พี่ก็จะตายอย่างทรมานที่สุดให้มัดไหมดู"
มัดไหมอ่านแล้วตกใจรีบวิ่งไปตามหารามิล ติ๋มวิ่งตามไปอย่างยังไม่รู้อะไร มัดไหมวิ่งร้องเรียกรามิล "พี่เรอยู่ไหน... อย่าทำอะไรบ้าๆนะ พี่เร..."
รามิลได้ยินเสียงมัดไหมร้องเรียกก็ดีใจ "เป็นไปตามที่คิดเป๊ะ คราวนี้เสร็จเราล่ะ"
มัดไหมกับติ๋มวิ่งออกมาเห็นรามิลมีเชือกผูกคอติดกับรถ ยืนอยู่ท้ายรถ ก็ร้องบอกเขาอย่าทำอะไรบ้าๆ รามิลหันมาพูดกับเธอว่า "มัดไหมอย่าห้ามพี่เลย"
พลันมีเสียงสตาร์ตรถ รามิลตกใจร้องเฮ้ย...รถกระชากตัวออก รามิลวิ่งตามรถ มัดไหมกับติ๋มตกใจวิ่งไปจะช่วยรามิล พยายามร้องบอกให้จอดรถ กว่าคนขับจะเห็นทางกระจกมองหลังรามิลก็กลิ้งคลุกฝุ่นตัวถลอกปอกเปิกไปหมด คนขับจอดรถลงมาดูด้วยความแปลกใจ
"เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย!"
"มัวยืนทำอะไรล่ะ รีบพาคุณรามิลไปโรงพยาบาลสิ" ติ๋มรีบบอกคนงาน
มัดไหมประคองรามิลซึ่งกำลังใกล้หมดสติ เขามองหน้ามัดไหมภาพเบลอจนสลบไป...มารู้สึกตัวอีกทีที่โรงพยาบาล สภาพของเขาใส่ปลอกคอ เขาถามมัดไหมว่าเขาเป็นอะไร
"กระดูกที่คอเคลื่อนนิดหน่อยจากแรงกระชากน่ะค่ะ แต่ไม่นานก็หาย"
"ตกลงจะแต่งกับพี่แล้วใช่มั้ย" รามิลเห็นภาพมัดไหมยังเบลอๆอยู่
เสียงตอบว่าตกลง รามิลดีใจ พลันมัดไหมเปิดประตูเข้ามาถาม "ทำอะไรกันอยู่น่ะ"
ติ๋มซึ่งนั่งข้างรามิลยังเคลิ้มพูดกับรามิลว่าเธอยอมแต่ง มัดไหมเรียก "ติ๋มเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย เคลิ้มเชียว"
ติ๋มหลุดจากภวังค์รวมทั้งรามิลด้วย "อ้าว! นี่ติ๋มเหรอ"
"ก็ติ๋มน่ะสิ แล้วพี่เรเห็นติ๋มเป็นใคร" มัดไหมชักเคืองๆ
"แล้วนี่มัดไหมอยู่ตรงไหนเนี่ย" รามิลไขว่คว้ามือเปะปะหามัดไหม
"พี่เรเป็นอะไร"
"พี่ก็ไม่รู้ เห็นอะไรเบลอๆไปหมดเลย"
"อย่ามาอำ มัดไหมไม่เชื่อพี่เรแล้ว" มัดไหมเอามือ โบกไปมาตรงหน้ารามิล
รามิลร้องว่าเห็นแต่แสงวูบวาบ มัดไหมหาว่าเขาแกล้งรามิลคว้าได้มือติ๋ม ยืนยันว่าเขาเห็นเบลอๆจริง ติ๋มหันมาบอกมัดไหมว่ารามิลคงไม่ได้แกล้ง มัดไหมใจแป้วที่เจอปัญหาใหม่อีก ทั้งมัดไหมและติ๋มเฝ้ารอฟังผลตรวจจากหมออย่างใจจดใจจ่อ รามิลรำพันกับมัดไหม
"ถ้าพี่ตาบอด มัดไหมทิ้งพี่ไปได้เลยนะ พี่ไม่อยากให้ มัดไหมเห็นพี่ในสภาพนี้"
"พี่เรไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ"
หมอเดินเข้ามา ทุกคนตั้งใจฟังคำพูดของหมอแต่หมอ
กลับพูดเรื่องอื่น ถามอาการต่างๆ รามิลก็ตอบทั้งที่อยากรู้ผลมากกว่า ติ๋มทนไม่ไหวร้อง "โอ๊ย...บอกผลมาซักทีเถอะ ไม่ไหวจะลุ้นแล้ว ซักประวัติอยู่ได้ เป็นหมอหรือเจ้าหน้าที่สำมะโนประชากร"
หมอยิ้มรีบไปอ่านแผ่นเอกซเรย์ "โทษที ผลก็คือ...แรงกระชากอาจมีผลกระทบกระเทือนไปถึงประสาทตา ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับระยะการมองเห็น ส่วนใหญ่ที่เป็นคือถ้าไกลกว่าหนึ่งฝ่ามือจะมองไม่ชัดเลย"
รามิลได้ยินลุกเดินมาหาโดยมองไม่ชัดว่าใครเป็นใคร เข้าไปยืนตรงหน้าหมอแล้วเรียกมัดไหม หมอต้องบอกว่านี่หมอ รามิลหันไปอีกทาง เรียกมัดไหม แต่กลับเป็น "ติ๋มเองค่ะ..."
"ไม่มีใครแล้วใช่มั้ย คราวนี้คงถูกคนซักที" รามิลหันมาอีกทางอย่างมั่นใจ
"พี่เรต้องไม่เป็นอะไรนะคะ" มัดไหมปลอบโยน
"อาการแบบนี้น้อยรายมากที่จะเป็นถาวร คงต้องค่อยๆ ดูอาการไปกว่าจะกลับมาเป็นปกติ"...รามิลถามว่านานแค่ไหน หมอประเมินว่าประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์
ooooooo
ทุกวันที่ผ่านมา นาตาชาแอบมองพฤติกรรมสามป้ากับแม่แก้วที่ดูไม่ทุกข์ร้อนเรื่องรามิลเลยก็แปลกใจ "นี่มันอะไรกันแน่ จะไม่มีใครเดือดร้อนใจเรื่องพี่เรกับมัดไหมกันเลยรึไง หรือว่ามันจะเป็นแค่แผนจริงๆ"
ตัดสินใจเดินเข้าไปถามทั้งสี่คนว่าไม่มีใครสนใจเรื่องรามิลกับมัดไหมบ้างหรือ
"ต้องสนอะไรเรื่องรามิล?" พิศมัยถาม
"ก็ทุกคนอยู่ๆก็ยกเลิกงานแต่ง แล้วนี่ยังจะให้พี่เรไปอเมริกาอีก นี่พี่เรก็ไม่กลับบ้าน งานที่ออฟฟิศก็ไม่มาเคลียร์ ไหนจะเรื่องที่ต้องเตรียมตัวไปอเมริกา ถ้ามันเป็นเรื่องจริงตอนนี้ทุกคนต้องยุ่งมากๆ ไม่ว่างมานั่งเม้าท์แบบนี้หรอกจริงมั้ยล่ะคะ บอกหนูนามาเลยดีกว่าว่าแผนคืออะไร"
"แผนอะไร ไม่มี้ นี่ฉันจริงจังนะหนูนา เครียดกันมากเลย" พิศมัยทำขึงขัง
อุมาพรกับอรอุจิช่วยกันพูดว่าทุกคนเครียดกับเรื่องนี้ นี่เพิ่งจะได้พักสมองก็มาว่ากันแล้ว นาตาชาขมวดคิ้วมองอย่างจับผิดว่าคราวนี้รอดไป อย่าให้เธอจับได้ก็แล้วกัน แม่แก้วถอนใจเฮือก
มัดไหมเอาใจปรนนิบัติรามิล แต่เขากลับขอให้โทร. บอกนาตาชามารับเขากลับ ไม่อยากเป็นภาระให้มัดไหมอีก มัดไหมน้ำตาคลอรู้สึกผิด ขอดูแลเขาไปตลอดชีวิต รามิลซึ้งใจถลาจะไปกอดแต่ไปผิดทาง มัดไหมจึงไปกอดเขาเอง...
นาตาชาโทร.หามัดไหมเพื่อถามไถ่และบอกว่าอีกสองวันรามิลต้องไปอเมริกา มัดไหมตัดสินใจบอกว่ามีเรื่องนิดหน่อยกับรามิล นาตาชาตกใจขอให้มัดไหมพาเข้ากรุงเทพฯหาเธอด่วน
พอนาตาชากับดนุพันธ์เจอกับมัดไหมและรามิลที่ร้านอาหาร ก็ตกใจกับอาการมองไม่ค่อยเห็นของเขา รามิล บอกทุกคนว่าเขาตกม้าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมัดไหม แต่มัดไหมกลับบอกกับนาตาชาว่าเธอจะแต่งงานกับรามิล นาตาชากังวลใจ "ถ้าเธอสองคนจะแต่งกันทางบ้านฉันจะยอมรึเปล่า ก็เล่นหายไปอยู่ไร่มาด้วยกัน แล้วก็กลับมาสภาพนี้ ขนาดฉันยังแทบจะทำใจไม่ได้เลย"
ดนุพันธ์จึงเสนอว่าอย่าให้ที่บ้านรู้ ด้วยวิธีติดหูฟังให้รามิลเพื่อบอกทางและหันมองทุกคนได้ถูก...นาตาชาพารามิลกับมัดไหมมาที่บ้าน ดนุพันธ์แอบมองอยู่มุมหนึ่งเพื่อคอยบอกทาง กับรามิล เขาบอกจุดสำคัญของแต่ละคนเพื่อให้รามิลทักทายได้ถูกต้อง ก่อนจะพูดเข้าเรื่อง
"ไม่ต้องทำปากหวานหรอกรามิล วันนี้มีอะไรว่ามา" พิศมัยทำเสียงเข้ม
"คือผมจะบอกว่า ผมกับมัดไหมจะแต่งงานกันครับ"
ทุกคนดีใจแต่เก็บอาการไว้ ต่างถามขู่ๆมัดไหมว่าแน่ใจแล้วหรือ รามิลชักไม่พอใจถามว่าจะขู่เธอทำไม พิศมัยตำหนิว่าทำอะไรเหมือนเด็กเล่นขายของ มัดไหมกราบขอโทษ
"เอาเถอะ เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็เอาเป็นว่าฉันจะขอพิจารณาพฤติกรรมของเธอทั้งสองคนก่อน ให้มัดไหมมาอยู่ที่นี่แล้วฉันจะบอกว่าเอายังไงกับเธอทั้งคู่ดี" พิศมัยสรุป
รามิลจะท้วง แม่แก้วให้เชื่อฟังอย่าเถียง...ดนุพันธ์ เห็นไม่ค่อยมีปัญหาอะไรแล้วจึงเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ ทิ้งวอ ที่ใช้สื่อสารกับรามิลเอาไว้ เผอิญพิศมัยเห็นรอยฟกช้ำที่หน้ารามิลจึงบอกให้เข้ามาใกล้ๆ รามิลไม่ได้ยินเสียงดนุพันธ์จึงบอกให้พิศมัยเข้ามาหาเขาเอง แม่แก้วเอ็ดว่าต้องลุกไปหาผู้ใหญ่ถึงจะถูก รามิลให้มัดไหมเข้าไปด้วย
"ไม่ต้อง ฉันอยากดูแค่หลานฉันคนเดียว"
"แล้วย่าน้อยไม่อยากเห็นหน้าหนูนาบ้างเหรอคะ" นาตาชาเห็นสีหน้ารามิลจึงช่วย
อุมาพรกับอรอุจิเอ็ด เร่งให้รามิลเข้ามาใกล้ๆ เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นเพ่งมองว่าพิศมัยนั่งตรงไหน พอจะก้าวเดินก็สะดุดขาโต๊ะถลาไปตรงหน้าพิศมัยพอดี
"เดินยังไง ไม่รู้จักระวัง...นี่ไปทำอะไรมาน่ะ มีแต่แผล" พิศมัยเห็นหน้ารามิลแล้วตกใจ
"พักนี้เล่นมุกบ่อยน่ะครับ หัวทิ่มหัวคะมำตลอด"
"อย่าให้รู้นะว่าเธอทำอะไรให้รามิลต้องเจ็บตัว เจ็บใจ ฉันไม่ให้อภัยเธอแน่"
อุมาพรกับอรอุจิช่วยสำทับว่าพวกเธอก็ไม่ให้อภัย มัดไหม หน้าเจื่อน...จากนั้นสามป้าก็แอบมาหัวเราะสะใจที่เห็นสีหน้าหลานๆ แม่แก้วถอนใจช่างไม่มีใครห้ามใครกันบ้างเลย...
ooooooo










