ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ดวงใจพิสุทธิ์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1


    ลดามณีนอนอย่างสบายอยู่ในห้องสูทโรงแรมกิจการของที่บ้านไม่ได้เอะใจเลยว่าพี่สะใภ้กำลังจะฮุบทรัพย์สินทุกอย่าง สภาพห้องหลังปาร์ตี้เมื่อคืนยังเกลื่อนกราด เธอลืมตาขึ้นมาอย่างมึนๆมองไปรอบห้องด้วยความเหงาที่เพื่อนๆกลับไปหมด กดโทรศัพท์ตามเพื่อนให้กลับมา

    “แอน จะกลับทำไมไม่บอก ทิ้งฉันไว้คนเดียวได้ยังไง...งั้นก็บอกให้ทุกคนออกมาเจอฉันในอีกหนึ่งชั่วโมง...ทำไม่ได้ ทีตอนพวกแกเดือดร้อนฉันไม่เคยทิ้ง...ตกลงจะมาไหม...ได้ ไม่มาก็ไม่ต้องมาคบกันเลยดีไหม... ก็เหนื่อยเหมือนกันนั่นแหละ มีแต่เพื่อนกินเพื่อนเที่ยว เออ...งั้นก็เลิกคบกันไปเลย...” ลดามณีหัวเสียไม่ได้ดังใจ

    ทางบ้านภาวนา สาวิตรกำลังจะออกไปตีกอล์ฟ ชลีกรเข้ามาบ่น ต้องมีคนคิดไม่ซื่อกับเราแน่ ธุรกิจตั้งมากมายแต่รายได้เดือนละไม่ถึงสามล้าน พูดไปใครจะเชื่อ ใครๆคงหาว่าเขาโกงพี่น้อง สาวิตรส่ายหน้าบอกใครจะคิดก็ช่างตนไม่ได้โกงจะเดือดร้อนทำไม ชลีกรเสนอให้หาคนไปคุมเงินกงสี เขาถามจะหาที่ไหน ชลีกรเสนอตัวเอง และจะไม่ให้บกพร่องเรื่องดูแลลูกด้วย

    “ทำให้ถูกต้องล่ะ อย่าให้ใครมาว่าเอาได้” สาวิตรกำชับ ชลีกรยิ้มอย่างมีเลศนัย

    บ่ายวันนั้น ชลีกรออกมาสำรวจตึกแถวในเมืองสงขลา มีการ์ดท่าทางนักเลงเดินตาม พนักงานเก็บเงินเดินรายงานรายละเอียด “ตึกของนายหญิงฟากนี้สิบห้อง อีกฟากก็ยาวไปถึงตลาดครับ”

    ชลีกรให้เรียกคนเช่าทุกคนมาพบ พนักงานรีบไปจัดการ...พอผู้เช่าทุกคนรู้ว่าชลีกรจะขึ้นค่าเช่าห้องละหนึ่งหมื่นบาทก็พากันตกใจขึ้นขนาดนี้ใครจะจ่ายไหว เธอโวย

    “ตึกแถวพวกนี้ทำเลดีที่สุด ขายกันได้วันนึงเป็นหมื่นๆอย่านึกว่าฉันไม่รู้ ขึ้นค่าเช่าอีกแค่เดือนละหมื่นเดียวจะมีปัญหาอะไรกันนักหนา”

    ผู้เช่าบอกว่าทำสัญญากับภาวนาไว้ว่าสิบปีจะขึ้นค่าเช่าทีละสามพัน ชลีกรหัวเราะ “สิบปีขึ้นสามพัน ก็ไม่อยู่ฟรีไปเลยล่ะ ฉันทำธุรกิจนะไม่ใช่สังคมสงเคราะห์”

    ผู้เช่าโอดครวญค่อยๆขึ้นทีละพันไม่ได้หรือ

    ชลีกรจึงบอกจะคิดดูถ้าใครมีปัญหาก็ย้ายออกไป รับรองวันเดียวตนหาคนเช่าใหม่ได้ ทุกคนนิ่งอึ้งได้แต่ไม่พอใจ... ลับหลังมาคุยกันว่าเป็นแค่สะใภ้มาทำวางก้าม คนหนึ่งบอกได้ยินมาว่าชลีกรเป็นลูกนักเลง มาเฟียทั้งบ้าน

    ชลีกรเดินมาทางตลาด มีแม่ค้าปลาฉีดน้ำกระเซ็นมาใส่ เธอโวยวายให้ขอโทษ แม่ค้าเถียงอยากเดินมาด้านหลังใครจะไปเห็น ว่าแล้วก็ฉีดน้ำต่อ ชลีกรโกรธมากสั่งลูกน้องลากแม่ค้าคนนี้ออกไปจากตลาดประกาศไล่ออก พอแม่ค้ารู้ว่าชลีกรเป็นเจ้าของตลาดแทนภาวนาก็แทบจะก้มกราบวิงวอนอย่าไล่ตน แต่เธอก็ไม่สงสารเดินเชิดไป

    กลับมาบ้าน ชลีกรสั่งพนักงานเก็บเงินให้รอฟังคำสั่งนอกบ้านไม่ให้ย่างกรายเข้ามาในบ้าน พอคิดคำนวณเสร็จก็สั่งให้ไปบอกผู้เช่าทุกคนว่า ตนจะขึ้นราคาทุกร้านหกพันบาท พนักงานหวั่นใจจะไหวหรือ แต่ชลีกรย้ำใครจ่ายไม่ไหวให้ย้ายออกไป

    ป้อม แป้ง และเปเป้ร้องโยเยเข้ามาฟ้องว่าไม่มีขนมกิน ชลีกรหันมาตวาดกุ้งกับน้ำทำไมไม่เอาขนมให้เด็กๆกิน ทั้งสองบอกว่าให้แล้ว แต่เธอไม่ฟังสั่งให้ไปเอามาอีก เด็กๆพากันยิ้มเยาะที่แกล้งคนรับใช้ให้ถูกดุได้

    ooooooo

    รุ่งเช้า จูนตรวจตราของที่นำไปบริจาคเด็กดอยว่าครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง บอกอาสาสมัครทุกคนให้ขึ้นรถ ไม่ทันไรจิรัชวิ่งหอบข้าวของมาจะขึ้นรถ จูนโมโหดึงเขาลงมาคุย

    “จะบอกให้นะ ถึงฉันจะยังไม่มีแฟน แต่ฉันก็ยังไม่อยากมี แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบคุณและยิ่งไม่ชอบเมื่อเห็นคุณมาตามตื๊อฉัน บอกเลยว่ามันไม่ได้ผล ฉันไม่มีทางสนใจคุณเด็ดขาด ล้มเลิกความตั้งใจซะ ที่ๆพวกฉันจะไปไม่ใช่ ที่ๆคุณจะไปตามจีบสาว งานของเรามีสาระ เด็กๆต้องการความ...” จิรัชทำเสียงจุ๊ๆๆแล้วบอกให้พอก่อน ถ้าจะบ่นไปบ่นต่อบนรถ เสียเวลา...จิรัชเดินกลับไปนั่งบนรถหน้าตาเฉย จูนอ้าปากค้างเจ็บใจเดินปึ่งตามมาขึ้นรถ...

    ด้านชินานางเห็นหัฏฐ์กำลังจะขับรถออกจากบ้าน สั่งส้มให้ดูแลปุ๊กกี้ดีๆ ส้มจูงปุ๊กกี้มาที่สนาม เธอจึงชะโงกหน้ามาทักทาย ลูกหมียักคิ้วหลิ่วตา

    “ปุ๊กกี้คนสวยมาเล่นกับลูกหมีไหม”

    ส้มรีบเปิดประตูเล็กให้ชินานางกับลูกหมีเข้ามา ปุ๊กกี้ถอยหนีอย่างหวาดระแวง ชินานางเข้าปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะคะ อาช้างไม่ดุหรอก”

    ปุ๊กกี้กลับวิ่งหนีไปหลังบ้าน ลูกหมีหน้าคว่ำหาว่าอาช้างทำให้ปุ๊กกี้กลัว กลับเข้ามาฟ้องชนนี บัวแซวมีอะไรเกาะหลังหรือเด็กถึงกลัว ชินานางถลึงตาใส่ บัวหัวเราะแหะๆ

    “แม่คะ ช้างว่าน้องปุ๊กกี้ดูแปลกๆชอบกลค่ะ”

    “เด็กกำลังเสียขวัญน่ะลูก พ่อแม่ย่าตายติดๆกัน ผู้ใหญ่เองยังรับไม่ไหวเลย เป็นเด็กยิ่งแย่”

    ลูกหมีบอกตนจะปลอบปุ๊กกี้เอง ชินานางชมว่าแมนมากๆ ชนนีบอกทำดีแล้ว เห็นคนเป็นทุกข์ก็ควรสงสารเห็นใจ ช่วยให้เขาคลายทุกข์ ลูกหมียักคิ้วเย้ยชินานางทำนอง ตนพูดถูก ชินานางหมั่นไส้...ในขณะที่ส้มพยายามปลอบปุ๊กกี้ เอาขนม น้ำส้มมาวางให้ หนูน้อยจดๆจ้องๆ ไม่กล้าหยิบ เสียงชลีกรขู่ยังดังก้องในหู กอดตุ๊กตาดวงใจแน่นพึมพำ

    “ดวงใจ...ปุ๊กกี้กลัว ทุกคนเป็นพวกป้าลี เขาจะไปฟ้องป้าลี ปุ๊กกี้กลัว...”

    มีเพียงลดามณีที่คิดถึงแต่ตัวเอง มั่นใจว่าจะจับหัฏฐ์ได้อยู่หมัด ถึงกับทิ้งคู่ขาเก่าๆ กลับมาบอกชลีกรให้โอนเงินเข้าบัญชีตน ตนจะไปเยี่ยมปุ๊กกี้ที่กรุงเทพฯ ชลีกรแอบเบ้ปากหงุดหงิด

    บนทางขึ้นดอย ทุกคนต้องแบกสัมภาระขึ้นไปเอง จูนเดินรอจิรัชที่รั้งท้ายท่าทางเหนื่อยหอบ จึงเหน็บว่าเคยออกกำลังบ้างไหม เขาย้อนว่าตนเป็นศิลปินวาดภาพ ไม่ใช่นักกีฬาแล้วถามไหนบอกว่าเดินสามกิโล จูนเยาะก็สามกิโลแม้ว ว่าแล้วก็เร่งให้รีบเดินเดี๋ยวค่ำจะลำบาก หรือจะเปลี่ยนใจกลับก็ยังทัน จิรัชบอกมาถึงขนาดนี้ใครจะเปลี่ยนใจ

    พอถึงหมู่บ้านบนดอย เด็กชาวเขาวิ่งมาต้อนรับจูนแล้วถามว่าจิรัชเป็นผัวครูหรือ จูนร้องว้าย! บอกไม่ใช่นี่เป็นครูมาสอนพวกเราวาดภาพ เด็กๆดีใจกันใหญ่จิรัชแอบขำ

    ในขณะที่หัฏฐ์สอนเสร็จเดินกลับห้องพักครู เจ้าหน้าที่มาบอกว่ามีแขกมารอพบ เขาเดินออกมาเห็นลดามณีในชุดเฉิดฉายก็แปลกใจ เธอโถมเข้ามาแทบจะกอดเขา

    “ลดาขอโทษที่ต้องมารบกวนพี่หัฏฐ์ถึงมหาวิทยาลัยค่ะ...ลดาคิดถึงหลานอยากมาเยี่ยมแก จะโทร.หาพี่หัฏฐ์ก็เกิดทำเบอร์หาย เลยต้องมาเอง”

    “อ๋อครับ งั้นเดี๋ยวเชิญที่บ้านเลยก็แล้วกัน คุณลดาเอารถมารึเปล่าครับ”

    เธอบอกทางไกลไม่กล้าขับ หัฏฐ์จึงให้รอสักครู่ เคลียร์งานเสร็จค่อยไปด้วยกัน ลดามณีแอบยิ้มสมใจ

    ooooooo

    ลูกหมีมาด้อมๆมองๆข้างรั้ว ชินานางแกล้งมา กระชากตัว ลูกหมีร้องลั่น เธอหัวเราะขำถามมาทำอะไรบ้านคนอื่น ลูกหมีบอกว่าเป็นห่วงปุ๊กกี้ ไม่เห็นออกมาวิ่งเล่น อยากเข้าไปหา

    “ไม่ได้นะ เที่ยวเข้าบ้านคนอื่นโดยเจ้าของไม่อนุญาต มันเสียมารยาทนะจะบอกให้”

    พลันรถหัฏฐ์แล่นเข้ามา ลูกหมีดีใจวิ่งออกไปหา ชินานางตามไปปรามอย่ารบกวน พอหัฏฐ์ลงจากรถ ลูกหมี ก็พูดทันทีว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนปุ๊กกี้ แต่ปุ๊กกี้ไม่ลงมา ตนขออนุญาตเข้าไปหา ชินานางปราม ลดามณีลงจากรถตามมา หัฏฐ์บอกลูกหมีว่าวันนี้ตนมีแขก วันหลังค่อยมาเล่นกับปุ๊กกี้ หัฏฐ์หันไปแนะนำลดามณีให้รู้จักชินานางกับลูกหมี เป็นเพื่อนบ้านติดกัน

    “อ๋อเพื่อนบ้านเองเหรอคะ แหมเมื่อกี้ตกใจหมดเลย นึกว่าใครนะเข้ามาเพ่นพ่านในบ้านคนอื่นตอนเจ้าของเขาไม่อยู่”

    ชินานางข่มความโกรธ “ขอโทษนะคะอาจารย์หัฏฐ์ ดิฉันก็แค่จะมาตามหลานกลับบ้าน ขอโทษที่มาเพ่นพ่านนะคะ ปะลูกหมีเข้าบ้าน” ชินานางดึงหลานชายให้กลับอย่างเคืองๆ

    ลูกหมีหน้างอเข้าบ้านมาฟ้องชนนีว่าเพราะอาช้างทำให้ตนไม่ได้เข้าไปหาปุ๊กกี้ ชินานางว่าลูกหมีต่างหากที่ทำให้ตนโดนด่าหน้าชา ชนนีได้ยินถามใครกันที่ด่า ลูกหมีบอกคนสวย สวยกว่าอาช้าง ชินานางเบ้ปากบอกสงสัยแฟนหัฏฐ์

    “ใช่ครับคุณย่า เพราะน้าหัฏฐ์พามาบ้าน จุ๊บจุ๊บ...”

    ชนนีเอ็ดว่าแก่แดด ชินานางพึมพำหงุดหงิด

    “ทีอยู่กับแฟนล่ะยิ้มแป้นเชียว กับคนอื่นทำเป็นเก๊ก ขี้เต๊ะหมั่นไส้”

    ชนนีติงจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ อย่าเที่ยวพูดไป มันไม่ดี... ในขณะที่ลดามณีซื้อตุ๊กตามาฝากปุ๊กกี้ หัฏฐ์บอกตนซื้อของเล่นไว้ให้หลานเยอะแล้ว ลดามณียิ้มหวานบอกไม่เป็นไรตนคิดถึงอยากซื้อให้หลาน แล้วดึงปุ๊กกี้มาจะกอด แต่หนูน้อยขืนตัวแข็ง

    “ทำไมล่ะคะมาให้อากอดหน่อย ไม่คิดถึงอาเหรอ ลุงวิตรกับป้าลีก็ฝากความคิดถึงมาด้วยนะ” เท่านั้นปุ๊กกี้ยิ่งถอยกรูด “โถสงสัยจะน้อยใจ ลดาน่ะรักปุ๊กกี้มากเลยนะคะ แต่ต้องยอมให้ปุ๊กกี้มาเพราะลดางานยุ่ง ไม่มีเวลาดูหลาน ปกติแกสนิทกับลดามากนะคะ ติดลดาแจเลยเพราะลดาใจดีกับหลานทุกคนมาก”

    “เหรอครับ...”

    “ก็คงน้อยใจว่าถูกทิ้งแหละค่ะ เหมือนลดาตอนไปอยู่เมืองนอกใหม่ๆ ก็นึกว่าแม่ไม่รักถึงให้ไปอยู่ไกลๆ แต่พอมีเพื่อนก็หายค่ะ ปุ๊กกี้โชคดีกว่าลดาตั้งเยอะที่มีน้าคอยเป็นห่วง”

    หัฏฐ์บอกจะพยายามดูแลหลานให้ดี ลดามณีรีบบอกว่ามีอะไรปรึกษาตนได้ตลอดเวลา จะให้ตนมาทุกวันก็ได้ หัฏฐ์แย้งงานไม่ยุ่งแล้วหรือ เธอชะงักยิ้มแหยๆ เฉไฉเรียกส้มให้พาปุ๊กกี้ออกไปเล่นข้างนอกก่อน ผู้ใหญ่จะคุยกัน ส้มจึงจูงปุ๊กกี้ออกไป...ลดามณีขยับเข้าใกล้หัฏฐ์

    “ลดาสารภาพตามตรงนะคะ ที่มากรุงเทพฯคราวนี้แล้วลดาก็อยากมาพักผ่อนให้สบายใจด้วย ตั้งแต่นายแม่เสีย ลดาไม่มีความสุขเลยค่ะ ตอนท่านอยู่ลดาก็ไม่ค่อยสนใจ พอเสียท่านไปลดาถึงคิดได้ ลดาเป็นลูกที่แย่มากเลยใช่ไหม คะพี่หัฏฐ์...ทุกวันนี้ลดาเบื่อไปหมด เบื่อเพื่อน เบื่อสังคม เบื่อทุกอย่าง ก่อนแม่เสียลดาก็น้อยใจว่าแม่ไม่รัก รักแต่พี่ยะกับพี่วิตร แต่ก็ไม่คิดว่าแม่จะมาเสียเร็วอย่างนี้ ถ้ารู้แบบนี้ลดาจะทำดีกับแม่ให้มากๆ”

    หัฏฐ์มองอย่างเห็นใจ ลดามณีอ้อนไม่รำคาญใช่ไหมที่ตนมาระบายอะไรก็ไม่รู้ เขายิ้มๆบอกยินดีรับฟัง เธอฉวยโอกาสกุมมือเขาขอบคุณ หัฏฐ์อึ้งอึดอัดอยากดึงมือออก

    ลูกหมีเห็นปุ๊กกี้ออกมาที่สนามก็วิ่งเข้ามาขอส้มเล่นกับปุ๊กกี้ ส้มยิ้มยินดี ลูกหมีถามปุ๊กกี้ว่าจำตนได้ไหม ปุ๊กกี้นิ่งไม่ตอบ ลูกหมีจึงชวนคุยใหม่ถามถึงตุ๊กตาที่เธออุ้มว่าชื่ออะไร ปุ๊กกี้ตัดสินใจตอบว่าชื่อดวงใจ ลูกหมีร้องเย้ที่ปุ๊กกี้พูดด้วยแล้ว ส้มแอบยิ้มกับความช่างพูดของลูกหมี

    ooooooo

    จิรัชเดินถ่ายภาพเด็กชาวเขากับอาสาสมัครที่มาสอน แอบถ่ายรูปจูนเล่นกับเด็กๆหลายรูป จนเธอหันมาถามไม่วาดภาพหรือ เขาบอกขอเก็บบรรยากาศก่อน พรุ่งนี้ค่อยเลือกมุมที่จะวาด

    จูนบอกดีใจนะที่เขาชอบที่นี่ จิรัชบอกชอบมากเลย แล้วถามเธอยอมรับตนแล้วหรือ จูนเห็นเขาตั้งใจสอนเด็กวันนี้แล้วก็พอยอมรับได้ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ยอมรับในฐานะครูอาสาเท่านั้น จิรัชกวนว่าตนก็อยากให้เธอยอมรับฐานะนั้น จูนมองๆยังไม่ไว้ใจง่ายๆเท่าไหร่

    “ก็ดูกันไป เอ่อ แล้วคุณมาเจอที่นี่ได้ยังไง”

    จิรัชตัดบท

    จูนเล่าว่าพาเด็กที่โดนหลอกลวงมาส่ง จิรัชสะเทือนใจที่คนชั่วขึ้นมาถึงที่นี่ จูนเสียงเครียด “ที่ไหนมีความโลภ ความเอารัดเอาเปรียบก็ตามมา และคนที่จะโดนทำร้ายก่อนก็คือเด็ก เพราะเขาอ่อนแอที่สุด”

    “น่าเศร้าจัง ยังดีที่มีคนอย่างคุณอยู่บ้าง” จูนทำหน้างง “ก็คนที่ไม่เพิกเฉยไง น้อยคนนะที่จะทำได้แบบคุณ...เสียสละ”

    “อาจจะเป็นเพราะฉันไม่มีภาระอะไรมั้ง ฉันถึงทุ่มเทได้”

    “เพราะคุณเป็นคนคิดดี ห่วงใยสังคมต่างหาก แบบนี้ไงผมถึงชอบคุณ” จูนร้องนี่นาย จิรัชนึกได้ “เฮ้ย! ผมไม่ได้ชอบแบบนั้น”

    จูนหาว่าเขาแก้ตัว เขาบอกไม่ได้แก้ตัว ตนพูดจริงๆ จูนเขินเดินหนี จิรัชขำเดินตาม...มาถึงโฮมสเตย์ของชาวบ้าน ทุกคนล้อมวงกินข้าว คนนำทางถามกินได้ไหม ไม่ค่อยมีเนื้อสัตว์ จิรัชบอกว่าสบายมาก เขาหยิบผักจิ้มน้ำพริกท่าทางเงอะงะ พอเข้าปากก็รู้ว่าเผ็ดโลด ชาวบ้านถามเอามี่ซองไหม จิรัชคิดว่าเป็นชื่ออาหารชาวเขา บอกชื่อน่าทาน จูนหัวเราะบอกมี่ซองก็คือบะหมี่ซอง จิรัชหัวเราะไม่เป็นไร ที่มีอยู่นี่ตนทานได้ คนนำทางบอกมื้อหน้าจะหาหนอนไม้ไผ่ให้กิน เขาทำหน้าเหวอๆ มองจูนว่าเคยกินกันแล้วหรือ ทุกคนหัวเราะขำๆ แต่ก็เอ็นดูเขา

    ในขณะที่บ้านหัฏฐ์ทานอาหารปิ่นโตกัน ลดามณีทานได้คำเดียวก็วางช้อน บอกไม่เคยชินอาหารแบบนี้ หทัยกลับเข้ามาพอดี ลดามณีจึงชวนทุกคนไปทานอาหารนอกบ้าน หทัยขอตัว เธอจึงขออนุญาตชวนหัฏฐ์ออกไป เขาอึกอักแต่หทัยบอกตามสบาย

    หัฏฐ์ขับรถมาส่งลดามณีที่โรงแรม เธอชวนเขาลงไปทานอะไร เขาปฏิเสธอย่างสุภาพว่าอิ่มแล้ว เธอเสนอจะสั่งอาหารโรงแรมไปส่งให้ทุกวัน เขาอ้างทำแบบนั้นเงินเดือนตนคงไม่พอจ่ายแน่ ลดามณีขอเป็นคนดูแลเรื่องนี้เอง เขาไม่ขอรับ

    “โอเคค่ะ อย่าถือสาลดาเลยนะคะ งั้นลงไปคุยกันข้างในไหมคะ นะคะ ลดายังไม่ง่วงเลย”

    “เอาไว้วันหลังนะครับ”

    “ทำไมล่ะคะ พี่หัฏฐ์น่ะ ลดาไม่อยากเข้าไปอยู่ในห้องคนเดียว เพื่อนที่นี่ก็ไม่ค่อยมี ลงไปอยู่เป็นเพื่อนลดาก่อนสิคะ”

    “ผมว่ามันคงไม่ค่อยเหมาะ ขอตัวดีกว่าครับ”

    ลดามณีเริ่มอายที่จะดื้อดึงต่อไป จึงบอกว่าพรุ่งนี้เจอกัน อยากพาปุ๊กกี้ออกไปเที่ยวบ้าง เขาฝืนยิ้มอย่างลำบากใจ...พอเข้ามาในห้อง ลดามณีรู้สึกว่าเคยได้อะไรมาง่ายๆ คราวนี้ลองยากๆบ้าง พลันมาร์คโทร.เข้ามา เธอกดรับสายแล้วเอ็ดไม่ต้องโทร.มาอีก ตนไม่ใช่แฟนเขา ให้เขากลับไปหาก้อย อย่ามายุ่งกับตนอีก ลดามณี วาดหวังจะได้หัฏฐ์มาเป็นแฟนแน่นอน

    เสร็จจากทานอาหารบนดอย จิรัชก็เล่านิทาน ประกอบการวาดภาพให้เด็กๆฟังอย่างสนุกสนาน จูนรู้สึกดีกับเขาขึ้นมาก พอนิทานจบลง จูนก็สรุปให้ฟังว่า “เด็กๆจำไว้นะ อย่าหนีไปเที่ยวไกลคนเดียว ใครพูดอะไรก็อย่าเชื่อง่ายๆ ต้องถามพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ก่อน”

    เด็กๆปรบมือรับคำ จิรัชส่งยิ้มให้จูนท่าทางมีความสุขกันถ้วนหน้า

    ooooooo

    เช้าวันใหม่หทัยเดินบ่นอุบลงมาจากห้องว่าตั้งใจจะพาปุ๊กกี้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ แต่มีงานด่วนเข้ามาทั้งที่เป็นวันหยุด หัฏฐ์รีบบอกว่าจะพาไปเองไม่น่ายากกับการเลือกชุดเด็กผู้หญิง

    “งั้นออกไปพร้อมกัน พี่อยากพาปุ๊กกี้ไปแนะนำตัวกับคุณน้าชนนีอย่างเป็นทางการ”

    หัฏฐ์รับคำรีบเดินออกไปจนหทัยแซวทำเหมือนจะหนีใครพ่อเนื้อหอม เขาถอนใจเซ็งๆ...บัวกวาดบ้านอยู่เห็นลูกหมีแกะของเล่นออกเป็นชิ้นๆก็ตกใจกลัวจะพังหมด ลูกหมีรับรองเดี๋ยวประกอบกลับได้ ชินานางบอกบัว “เขาชอบรื้อ ชอบแกะก็ปล่อยเขา ไม่ชอบอ่านหนังสือ ชอบประกอบอุปกรณ์ก็ยังดี อนาคตยังพอมีความหวังบ้าง โอ๊ย... สอบได้ตั้งที่สิบกว่า...เฮ้อ...”

    ลูกหมียืดตัวโอ่ว่าโตขึ้นจะเป็นช่างอย่างน้าหัฏฐ์ ชินานางติงไปเอาตามเขาทำไมดูตัวอย่างพ่อตัวเองดีกว่าดูคนอื่น เท่านั้นลูกหมีก็ร้องคิดถึงพ่อแม่ ชินานางนึกได้ไม่น่าพูดถึง รีบเปลี่ยนเรื่องให้ไปดูปุ๊กกี้ออกมาเล่นหรือยัง ลูกหมีหยุดโยเยวิ่งจู๊ดออกไป ชินานางยิ้มแหยๆกับบัว

    ออกมาลูกหมีก็เจอหทัยกับหัฏฐ์พาปุ๊กกี้เข้ามา จึงถามจะไปไหนกัน หทัยบอกว่าจะพาปุ๊กกี้ไปห้าง ลูกหมีบ่นอยากไปบ้าง หทัยจึงชวน “ก็ดีเหมือนกันนะปุ๊กกี้จะได้มีเพื่อน เห็นส้มบอกเมื่อวานปุ๊กกี้ยอมคุยกับลูกหมีด้วยเหรอครับ”

    “ครับผม...เราเป็นเพื่อนกันแล้วครับ”

    หัฏฐ์จึงให้ลูกหมีไปด้วยกัน ลูกหมีดีใจจะรีบไปขออนุญาตย่า แต่แล้วก็สลดลง เพราะคิดว่าย่าไม่ให้ไปแน่ ย่าบอกว่าตนซนเหมือนลิง แต่ถ้าชวนอาช้างไปด้วยน่าจะไปได้ หัฏฐ์ขำถามแล้วเธอจะยอมไปหรือ ลูกหมีรีบวิ่งไปชวน....ลูกหมีวิ่งเข้าบ้านส่งเสียงดังด้วยความตื่นเต้น

    “ลูกหมีขอไปห้างกับปุ๊กกี้กับน้าหัฏฐ์และอาช้างนะครับ”

    ชินานางร้องเฮ้ย!ตนไม่เกี่ยว ลูกหมีหน้าเศร้าจะปล่อยตนไปคนเดียวได้อย่างไร ต้องรู้จักเกรงใจเขาบ้าง ชินานางขำบอกเกรงใจก็ต้องไม่ไปกับเขา ไม่ใช่เอาตนไปด้วย ลูกหมีโอดครวญ

    “โห...อาช้างอ่ะ ไปกับลูกหมีหน่อยนะ ลูกหมีอยากไป นะนะน้า...”

    ชนนีต้องช่วยเกลี้ยกล่อมบอกชินานางว่าหลานปิดเทอมแล้วพาไปเที่ยวบ้างก็ดี เธอจึงคิดว่าจะพาไปซื้อเครื่องเขียนแต่ไปกันเองสองคน หทัยกับหัฏฐ์พาปุ๊กกี้เข้ามา ชนนีเห็นปุ๊กกี้หน้าตาน่าเอ็นดูแต่ดูเศร้าจึงขอกอด หนูน้อยยอมโดยดีเพราะคิดถึงย่า ชินานางเห็นแล้วน้ำตาคลอใจอ่อน

    สุดท้ายชินานางก็ยอมพาลูกหมีไปเดินห้างกับหัฏฐ์และปุ๊กกี้ เด็กๆดูร่าเริง ชินานางช่วยเลือกชุดให้ปุ๊กกี้หลายชุด หัฏฐ์ถามปุ๊กกี้อยากได้อะไรอีก ลูกหมีบ่นไม่เห็นมีใครถามตนบ้าง ชินานางว่าใครชวนมาก็ถามคนนั้น หัฏฐ์ขำ

    แล้วถามลูกหมีอยากได้อะไร ลูกหมีตาโพลง ชินานางรีบปรามพอเลยตนพูดเล่น ตนซื้อให้หลานเองได้ แล้วบอกลูกหมีที่บ้านมีของเล่นเยอะแล้วเล่นให้หมดก่อน หัฏฐ์แกล้งแย็บจะซื้อให้เอง เธอขู่อย่าเชียว ลูกหมีหน้าคว่ำ

    ที่มุมขายไอศกรีม ชมพูนุชพาลูกๆมาแซงคิวจึงโดนวัยรุ่นโวยเรียกป้าอย่าแซงคิว เธอปรี๊ดที่โดนเรียกป้า อ้างไม่เห็นหรือว่าเด็กๆหิวจนตัวสั่น หาว่าพวกเขาใจดำ พวกวัยรุ่นส่ายหน้า หัฏฐ์ชวนลูกหมีกับปุ๊กกี้ทานไอศกรีมตนเลี้ยง ชินานางขัดไม่ต้องมาเลี้ยงตนจ่ายเองได้ ชมพูนุชหันมาเห็นร้องทัก แอบมาเที่ยวกันหรือ ชินานางรีบปฏิเสธไม่ได้แอบ

    “เอ๊ะ!นี่ใครเอ่ย จ๊ะเอ๋ ลูกอาจารย์หัฏฐ์เหรอคะ” ชมพูนุชมองปุ๊กกี้

    หัฏฐ์บอกว่าหลาน ชมพูนุชยังหาว่าเป็นลูกหทัย เขาหน้าตึงบอกไม่ใช่ เป็นลูกพี่สาวคนกลาง เธอยังแซว “อ๋อค่ะ แหมเพื่อนบ้านพาหลานเที่ยวด้วยกัน น่ารักดีนะคะ”

    ชินานางแก้ตัวว่าบังเอิญเจอกัน เธอยังหาว่าเป็นบุพเพสันนิวาสอีก ทั้งหัฏฐ์และชินานางเอือมขยิบตากันลุกหนี ชมพูนุชยังจูงลูกๆตาม ทั้งสองอึดอัดใจมากตัดสินใจจูงหลานๆวิ่งหนีจนพ้นมาได้ ชินานางถามเราเสียมารยาทเกินไปไหม หัฏฐ์บอกกับคนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านวันๆเอาแต่นินทาคนอื่นก็ไม่ควรทน ทั้งสี่คนเดินจูงมือกันหัวเราะ ปุ๊กกี้เริ่มผ่อนคลายรู้สึกสนุกไปด้วย

    ooooooo

    เมื่อไม่มีใครขวางทางอีก ชลีกรก็จับจ่ายซื้อของมากมายเข้าบ้าน สาวิตรนั่งอ่านหนังสือหน้าเครียดๆ ทักซื้ออะไรมากมาย เธอบอกว่าซื้อเสื้อผ้าให้เขาและลูกๆใหม่หมด จะเปลี่ยนยกตู้

    “ลี วันนี้ตำรวจมาที่บ้าน จริงๆเขามีหมายเรียกคุณไปสอบปากคำเรื่องคดีของยะ”

    ชลีกรปรี๊ดทันทีเกี่ยวอะไรกับตน ตำรวจสงสัยตนแล้วเขาไม่คิดแย้งอะไรเลยหรือ กลับเห็นตามไปกับตำรวจ เขาบอกไม่ได้คิดอะไรเลย แค่อยากให้เธอให้ความร่วมมือ ชลีกรโกรธจะไปโรงพักเดี๋ยวนี้ จะไปอาละวาดให้โรงพักแตก ไม่ให้เขาตามจะได้ไม่มาห้ามตน สาวิตรอ่อนใจ

    มาถึงโรงพักชลีกรก็โวยที่ตำรวจปรักปรำตน เกี่ยวข้องกับการตายของวิริยะ ทำให้ครอบครัวตนตกใจ ตำรวจอธิบายว่ามีข้อมูลมาว่าเธอเคยทะเลาะกับวิริยะรุนแรง ก็ต้องสอบปากคำไปตามหน้าที่ ชลีกรว่าคนครอบครัวเดียวกันทะเลาะกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ จะมาเหมาว่าเป็นคนฆ่าได้อย่างไร เอาสมองส่วนไหนมาคิด ตำรวจเริ่มโมโหบ้างหาว่าดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

    “ฉันไม่ได้หมิ่น ฉันพูดเรื่องจริง ยังไง จับตัวคนทำไม่ได้หรือจริงๆอาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุ แล้วมันปิดคดีไม่ได้รึไงเลยจะมาโยนให้ฉัน ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ คอยดูฉันจะฟ้องถอดยศกันให้หมดเลย” ชลีกรกราดเกรี้ยวเย้ยหยัน กลับบ้านยังบ่นว่าสาวิตรดูไม่เดือดร้อนที่ตนโดนสงสัย

    เช้าวันใหม่ชินานางเห็นปุ๊กกี้ออกไปไหนกับหัฏฐ์แต่เช้าเพิ่งกลับเข้ามา จึงทักถามไปไหนมา ปุ๊กกี้กลับสะดุ้งตกใจท่าทางหวาดกลัว ลูกหมีติงว่าอาช้างโหดเด็กเลยกลัว หัฏฐ์ขำบอกความจริงมักจะออกจากปากเด็ก เธอค้อนขวับที่มาหาเรื่องกันแต่เช้า เขาจึงบอกว่าพาปุ๊กกี้ไปสมัครเรียนโรงเรียนเดียวกับลูกหมี ลูกหมีดีใจร้องเย้ๆตนจะปกป้องดูแลปุ๊กกี้ ชินานางไล่ให้กลับไปดูหนังสือต่อ ลูกหมีโอด ครวญยังไม่ได้คุยกับปุ๊กกี้เลย หัฏฐ์ติง

    “อย่าไปพาลลูกหมีสิครับคุณ แล้วถ้าอยากให้เด็กอ่านหนังสือก็อย่าบังคับ ควรมีวิธีสอน”

    “คุณอาจารย์คะ ฉัน...เป็นเพื่อนบ้านคุณ ไม่ใช่นักศึกษาไม่ต้องมาอบรม”

    ลูกหมีวิ่งมาเกาะหลังหัฏฐ์ เขาแกล้งถาม “ลูกหมี แถวนี้มีใครนะที่ชอบพาลหาเรื่อง”

    ลูกหมีตอบทันทีว่าอาช้าง...เขาถามอีกแล้วใครที่ขี้โมโหชอบโวยวาย หนูน้อยตอบว่าอาช้าง ชินานางโกรธคว้าคอเสื้อลูกหมีแต่หนูน้อยหลบจึงดูเหมือนชินานางพัวพันรอบตัวหัฏฐ์ พอนึกได้ก็ชะงักสบตาเขาอึ้งๆ เขินๆเด้งออกพาลดุลูกหมีดึงกลับบ้าน ลูกหมีบ่นลั่นว่าอาโหดปุ๊กกี้ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

    ooooooo

    ลงจากดอย จิรัชกับจูนกลับมาที่บ้านพักใจเด็กๆ เข้ามาห้อมล้อมดีใจ จูนถามจิรัชเข็ดหรือยัง เขาบอกไม่เข็ดสนุกมากอยากไปอีก พลันชินานางโทร.เข้ามาจึงรับสาย จูนถือโอกาสเดินหนีเข้าบ้าน จิรัชบอกชินานางว่าซื้อผ้าปักชาวดอยมาฝากแล้วจะเอาไปให้ วางสายเขาก็ตามจูนเข้าไป

    ชินานางเห็นลูกหมีง่วงนอนเวลาอ่านหนังสือ จึงจับให้ฝึกโยคะยืดเส้นยืดสาย บัวขำที่ดูท่าลูกหมีจะทำลำบากเพราะติดพุง ปุ๊กกี้ออกมายืนมองหัวเราะคิก ลูกหมีเห็นปุ๊กกี้ก็วิ่งไปเล่นด้วยสัญญากับชินานางจะดูแลปุ๊กกี้อย่างดี... ส้มคุยกับบัวว่าหัฏฐ์ออกไปซื้อข้าวกลางวัน ตนพยายามชวนปุ๊กกี้คุยเล่นก็นิ่งเฉย มาเห็นพูดคุยเล่นกับลูกหมีได้ก็สบายใจ ส้มนึกได้ว่าต้องรีดผ้าจึงชวนให้ลูกหมีเข้าไปเล่นในบ้านกับปุ๊กกี้

    ชนนีทำขนมเสร็จ ชินานางเดินตามกลิ่นหอมเข้ามา ชนนีจึงถามถึงหลาน บัวบอกว่าเล่นอยู่ในบ้านหัฏฐ์ ชินานางตกใจกลัวไปทำอะไรเขาเสียหายต้องรีบไปตาม ชนนีให้รอเดี๋ยวเอาขนมไปฝากปุ๊กกี้ด้วย...ระหว่างนั้น ลูกหมีกำลังแกะตุ๊กตาตัวใหม่ที่ลดามณีซื้อมาให้ปุ๊กกี้ ลดามณีถือถุงขนมเข้ามาเห็นก็โวยวาย “เด็กที่ไหนเนี่ย ทำไมปล่อยให้เข้ามา”

    ส้มบอกเป็นเพื่อนบ้านมาเล่นกับปุ๊กกี้ ลดามณีไม่ชอบเด็กจึงเอ็ดตะโร “ตายแล้ว ตุ๊กตาที่เพิ่งซื้อมา ใครทำเนี่ย” ลูกหมีบอกอย่างภูมิใจว่าตนทำเอง “ไอ้เด็กบ้า ของแพงๆพังหมดเลย”

    “ไม่พังครับ เดี๋ยวลูกหมีประกอบร่างใหม่ให้”

    ลดามณีโวยว่าพูดจาไม่รู้เรื่อง ไล่ให้ไปตามพ่อแม่เด็กมา ชินานางมาถึงบอกตนเป็นอา เธอชี้ให้ดูว่าลูกหมีทำลายข้าวของราคาแพง ชินานางขอโทษแทนและจะชดใช้ให้ ลูกหมีแทรกว่าตนทำให้เหมือนเดิมได้ แต่ลดามณีไม่ฟัง หัฏฐ์กลับมาถึงพอดีถามมีเรื่องอะไรกัน ลดามณีฟ้องว่าลูกหมีทำของปุ๊กกี้พังปุ๊กกี้เสียใจมาก ชินานางบอกเด็กกลัวเสียงเธอจนตัวสั่นมากกว่า

    “ยังจะมาโทษคนอื่นอีก ตุ๊กตาสวยๆพังหมดแบบนี้เด็กที่ไหนจะไม่เสียใจ พี่หัฏฐ์ไล่กลับไปเลยค่ะ”

    ชินานางเคืองดึงลูกหมีให้กลับ แต่หัฏฐ์เรียกไว้ ถามฝีมือลูกหมีจริงหรือเปล่า หนูน้อยรับว่าใช่ เขาถามอีกว่าปุ๊กกี้ให้ทำไหม ลูกหมีส่ายหน้า เขาถาม “งั้นลูกหมีรื้อออกมาทำไม”

    ลูกหมีเงียบ ชินานางจึงบอกว่าตนยินดีชดใช้ หัฏฐ์ยื้อให้ลูกหมีตอบ ลูกหมีเสียงอ่อย “มันร้องเพลงได้ ลูกหมีอยากรู้ว่าทำไมมันถึงร้องเพลงได้”

    “ฟังนะลูกหมี น้าอยากให้ลูกหมีจำให้แม่นๆ สองข้อ คือหนึ่ง อย่าเที่ยวแกะรื้อของที่ไม่ใช่ของเราเอง คนอื่นจะว่าเอาได้ว่าลูกหมีเป็นเด็กไม่ดี สอง ของบางอย่างมันยากเกินวัยของลูกหมี ต้องมีผู้ใหญ่คอยช่วย คราวหน้าถ้าจะรื้อต้องมีผู้ใหญ่ช่วยอย่าทำแบบนี้คนเดียวเข้าใจไหมครับ”

    ลูกหมีคอตกกล่าวขอโทษ ชินานางไม่พอใจบอกว่าจะชดใช้ให้ หัฏฐ์มองเธอนิ่งๆก่อนจะบอกว่าขอคุยส่วนตัวสักครู่ ชินานางจึงเดินนำออกไป หัฏฐ์บอกลดามณีว่าเดี๋ยวตนมา...ออกมาข้างนอก ชินานางก็ถามเสียงเข้มจะเอาอย่างไร ทำไมต้องดุลูกหมีแรงขนาดนั้น

    “ผมก็แค่สั่งสอนหลานคุณ ในสิ่งที่คุณไม่สอน”

    “นี่...แล้วคุณล่ะ คุณรู้ไหมว่าคำพูดของคุณน่ะมันทำลายความมั่นใจของเด็กที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากพัฒนา ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ โอเคฉันยอมรับว่านายลูกหมีเป็นฝ่ายผิด แต่คุณก็

    ไม่ควรตำหนิแกจนขาดความมั่นใจ ทำไมคุณไม่ลองปล่อยให้แกแก้ไขประกอบตุ๊กตาคืน แกรื้อออกมาแกก็ใส่คืนได้ทุกครั้งแหละ”

    หัฏฐ์ติงว่ามันจะเหมือนเดิมไหม และควรอบรมเด็กไม่ให้เที่ยวรื้อของคนอื่น ชินานางโกรธสะบัดเสียงว่าจะอบรมไม่ให้ทำแบบนี้อีก หัฏฐ์ย้ำ “อบรมอย่างเดียวไม่พอ ต้องคอยดูแลเวลาแกเที่ยวแกะเที่ยวรื้อด้วย นี่ยังดีที่มันเป็นตุ๊กตาพลาสติก แต่ถ้าวันนึงที่แกไปแกะของที่เป็นโลหะคมๆ สารกรดหรือระเบิดโดยไม่รู้ตัว คุณจะเอาปัญญาที่ไหนไปชดใช้นิ้วที่ขาดหรือตาที่บอดไปตลอดชีวิตของแก...คิดดูดีๆว่าผมทำลายความมั่นใจของเด็ก หรือคุณให้ความมั่นใจแกมากเกินไปกันแน่” หัฏฐ์เห็นในมือชินานางมีถุงขนมจึงถามว่านั่นอะไร

    ชินานางเสียงขุ่นว่าแม่ให้เอาขนมมาให้ ว่าแล้วก็วางลงบนโต๊ะแถวนั้นอย่างงอนๆ...หัฏฐ์ถือถุงขนมเดินกลับเข้ามาในบ้าน ชินานางตามมา ลดามณีถามตกลงจะชดใช้ค่าเสียหายไหม หัฏฐ์ตอบว่าไม่ต้อง เธอโวยทำแบบนี้เด็กก็เคยตัวเที่ยวไปทำของคนอื่นอีก ชินานางโกรธบอกจะไปเอาเงินมาใช้ให้ ลดามณีบอกราคาหนึ่งหมื่นสองพันบาท ลูกหมีเดินคอตกตามชินานางกลับไป...ลดามณีหันมาอ้อนหัฏฐ์ให้ออกไปทานกลางวันข้างนอก แต่เขากลับบอกว่าซื้อมาแล้วและเดินไปจัดใส่จานเอง หญิงสาวฮึดฮัดขัดใจ...กลับมาโรงแรมเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าอย่างหงุดหงิด

    “ซื่อบื้อจริงๆนะพี่หัฏฐ์ ตามมาถึงนี่แล้วยังไม่เข้าใจอีก” คิดแล้วให้เจ็บใจชินานาง

    ooooooo

    ต่างกับจูนที่ได้รับการเลี้ยงดูให้ประหยัดช่วย เหลือผู้ที่ด้อยกว่า เธอกลับถึงบ้านทุกวันจะหยอดเงินที่เหลือทั้งเศษสตางค์และแบงก์ย่อยลงกระปุกแต่ละใบที่วางแยกประเภทไว้...ส่วนจิรัชกลับบ้านเห็นกล้วยดำๆสองลูกวางอยู่จะเก็บทิ้งก็ชะงักนึกถึงเด็กบนดอยที่ไม่มีกิน แล้วกินเสีย

    บ่ายนั้นจิรัชเอาของฝากมาให้ชินานาง เห็นเธอหน้ามุ่ยก็ถามเป็นอะไร เธอบ่นอยู่ดีๆก็เสียเงินเป็นหมื่นเพราะความซนของลูกหมี แล้วเธอก็หันมากำชับลูกหมีห้ามไปเล่นบ้านหัฏฐ์อีก ลูกหมีหน้าเศร้าบอกให้ชินานางเอาของเล่นตนไปขายก็ได้ตนขอโทษ จิรัชยกนิ้วชมสุดยอด

    ชินานางเอ็ดเพื่อนให้หุบปากแล้วอธิบายลูกหมี “ฟังอานะ ต่อไปนี้ถ้าลูกหมีจะทำอะไรต้องขออนุญาตผู้ใหญ่ก่อนทุกครั้ง ตกลงไหม...และห้ามไปรื้อของของคนอื่นอีกนะ”

    ลูกหมีรับคำเศร้าๆ...หัฏฐ์ประกอบตุ๊กตาคืนสภาพเดิม หทัยกลับมาติงหัฏฐ์ว่าลูกหมีกับปุ๊กกี้เข้ากันได้ดี

    ปุ๊กกี้ก็ยอมคุยกับลูกหมี หัฏฐ์กลัวจะเอานิสัยซนๆมาติดปุ๊กกี้ หทัยกลับชอบอยากเห็นปุ๊กกี้ซุกซน พลันเห็นหนังสือลูกหมีวางอยู่ก็ยิ่งชื่นชม

    “โถ อุตส่าห์มาอ่านหนังสือกับปุ๊กกี้ หัฏฐ์ช่วยเอาไปคืนให้หน่อยสิ” หัฏฐ์ขยาดให้หทัยไปเอง “พี่จะขึ้นไปดูปุ๊กกี้ หัฏฐ์ไปน่ะดีแล้ว ลูกหมีแกจะได้รู้ว่าซ่อมตุ๊กตาได้แล้ว ไม่งั้นอาจจะกลุ้มใจจนกินข้าวไม่ลง”

    หัฏฐ์รับคำหยิบหนังสือและซองเงินของชินานางไปด้วย...ชินานางออกมาเจอหัฏฐ์ถามมีอะไรอีก ยังต่อว่าไม่สาแก่ใจหรือ เขาบอกเอาหนังสือและเงินมาคืน เธอประชดจะให้ผ่อนวันละสิบบาทหรือ เขาเริ่มไม่พอใจ

    บอกตุ๊กตาซ่อมได้จึงเอาเงินมาคืน เธอสวนไม่รับกลัวแฟนเขามาด่าหลานตนอีก เขาเสียงขุ่นบอกไม่ใช่แฟน อย่ากล่าวหาลอยๆ

    “นี่คุณว่าฉันขี้นินทาเหรอ”

    “ผมบอกว่าคุณอย่ามากล่าวหา ไม่ได้ว่าคุณชอบนินทา” เธอยันว่าความหมายเดียวกัน “มันจะเหมือนกันได้ยังไง นินทากับกล่าวหา น่าส่งกลับไปเรียนภาษาไทยใหม่นะคุณเนี่ย”

    “อีตาอาจารย์เห็บปากร้าย”

    “คุณเรียกผมว่าอะไรนะ” ชินานางว่าเขาปากร้ายแล้วยังหูตึงอีก หัฏฐ์ขำ “ไม่น่ามาเลย...”

    ชนนีได้ยินเสียงชินานางเถียงกับหัฏฐ์ก็บ่นกับบัวว่าช่างไม่เป็นกุลสตรีเอาเสียเลย เพื่อนบ้านกันแท้ๆ เตือนจนไม่รู้จะเตือนอย่างไร บัวบอกเมื่อกี้ส้มมาเล่าว่าชินานางมีเรื่องกับแฟนหัฏฐ์ ชนนีตกใจ บัวว่าลดามณีก็ร้ายใช่ย่อย ชนนีปรามอย่าพูดถึงใครแบบนั้น

    ตกเย็น หัฏฐ์พาปุ๊กกี้ออกไปว่ายน้ำที่สระของหมู่บ้าน ส่งตัวให้ครูสอนแล้วมานั่งอ่านหนังสือรอที่เก้าอี้ริมสระ ชินานางจูงลูกหมีมาถึงลูกหมีก็วิ่งไปหาครู เธอจึงถอยมานั่งเก้าอี้ต่อจากหัฏฐ์แต่ไม่ทันเห็นเขา...ลูกหมีเจอกับปุ๊กกี้ก็ดีใจ พอชินานางเห็นปุ๊กกี้ก็ตกใจเหลียวมองหาเขาลดหนังสือลงมอง เธอสะดุ้งหาว่าเขาตามมา เขาย้อนว่าตนมาถึงก่อนใครกันแน่ที่ตามมา เธอพาล

    “ฉันพูดผิดใช่ไหม ก็ได้ เซ็งจริงๆต้องมาเจอกับคุณ”

    ระหว่างที่เด็กๆกำลังเรียน ชินานางก็ผล็อยหลับ มีโทรศัพท์เข้ามา หัฏฐ์จึงเดินออกไปคุย เด็กๆเรียนเสร็จ ครูฝึกพาทุกคนขึ้นจากสระ ชมพูนุชก็พาลูกๆมาเรียนไม่ทันเห็นชินานาง เพราะมัวแต่จะให้ครูติวเข้มให้ลูกตัวเอง ลูกหมีเห็นชินานางหลับจึงชวนปุ๊กกี้ไปว่ายน้ำเล่นต่อ ลูกหมีจะกระโดดลงสระ ปุ๊กกี้ท้วงว่าตรงนี้น้ำลึก ลูกหมีกลับบอกว่าไม่เป็นไรเพราะมีแผ่นโฟม แล้วลูกหมีก็ทำท่าซุปเปอร์แมนวิ่งเหาะลงน้ำ ทันใดแผ่นโฟมหลุดมือ ลูกหมีจมน้ำตะเกียกตะกาย ปุ๊กกี้ตกใจยืนตัวสั่น พยายามจะส่งเสียงร้องให้คนช่วย แต่กลับได้ยินเสียงชลีกรก้องหูว่า...แกมันตัวซวย จึงยืนช็อกคิดว่าเป็นความผิดตัวเอง

    หัฏฐ์เดินกลับมาเห็นปุ๊กกี้ยืนตัวแข็งทื่อก็มองหาลูกหมีจนเห็นจมอยู่ในสระ เขาไม่รอช้ากระโดดตูมลงไปช่วย ชินานางสะดุ้งตื่นเห็นภาพหลานชายตะเกียกตะกายก็ตกใจร้องลั่น หัฏฐ์อุ้มลูกหมีขึ้นมาจากสระ ทำการผายปอดช่วยชีวิต ชมพูนุชเห็นรีบถ่ายคลิปเอาไว้เม้าท์ตามนิสัย

    ลูกหมีสำลักน้ำรู้สึกตัวขึ้นมา ชินานางโผกอดหลานชายด้วยความดีใจ หัฏฐ์แตะไหล่ทั้งสองคน

    บอกไม่เป็นอะไรแล้ว ชินานางขอบคุณหัฏฐ์อย่างจริงใจ ปุ๊กกี้ยืนพึมพำ

    “ปุ๊กกี้เป็นตัวซวย ปุ๊กกี้ทำให้ลูกหมีจมน้ำ...”

    ทั้งหัฏฐ์และชินานางแปลกใจทำไมปุ๊กกี้พูดอย่างนั้น ลูกหมีบอกว่าไม่ใช่ ตนโดดลงไปเอง แต่หนูน้อยก็พูดซ้ำๆ

    อยู่อย่างนั้น ชินานางจึงดึงปุ๊กกี้มากอดอีกคน บอกตนผิดเองที่ไม่ดูแลลูกหมีให้ดี หัฏฐ์โอบปลอบทุกคน “ไม่เป็นไรแล้ว ลูกหมีปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องเสียใจนะครับ”

    ชมพูนุชบันทึกภาพเด็ดไว้อย่างเมามัน...พอทุกอย่างคลี่คลายลง ชินานางชวนลูกหมีกลับ แต่หัฏฐ์เปลี่ยนชุดว่ายน้ำออกมาชวนลูกหมีกับปุ๊กกี้ให้ลงไปว่ายน้ำด้วยกัน ลูกหมียังหวาดกลัว ชินานางว่าเขาจะบ้าหรือ เด็กเพิ่งจมน้ำยังเสียขวัญ หัฏฐ์บอก “คุณอยากให้หลานกลัวน้ำฝังใจไปจนโตเหรอ ให้เขาจบวันนี้ด้วยความสุขดีกว่าเก็บไปฝันร้ายตลอดชีวิต”

    ชินานางเห็นจริงพยายามปลอบลูกหมีให้หายกลัวและยอมลงสระ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 10:41 น.