ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เงากามเทพ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เงากามเทพ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ชายหาดหัวหินบ่ายวันนั้นคลาคล่ำไปด้วยผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ และในทะเล เจ๊ตโบ๊ตหลายลำกำลังแข่งกันฉวัดเฉวียนอย่างสนุกสนาน ในจำนวนนั้นลำหนึ่งชายหนุ่มชาวไทยคนหนึ่งก็กำลังขับอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่เหมือนกัน แต่เวลาไม่นานเท่าไหร่เรือก็พลิกคว่ำ ยังผลให้ฝรั่งสองคนผัวเมียที่เป็นลูกค้านั่งซ้อนท้ายมาลงไปลอยคออยู่ในน้ำ

ชายหนุ่มคนขับชะลอเจ๊ตโบ๊ตอย่างตกใจและหันกลับลำมารับด้วยความหวาดหวั่นเล็กน้อย พอช่วยกันขึ้นมาบนหาดได้ ก็โดนลูกค้าชาวต่างชาติสองผัวเมียต่อว่าแต่ก็ไม่ได้ มากมายอะไรนัก ชายหนุ่มจึงขอแก้ตัวและเป็นการขอโทษด้วยการจะพาไปนวดตัว แต่ยังพูดไม่ทันจบ เสียงหนึ่งก็ตวาดออกมาข้างหลังว่า

"ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" คนที่ตวาดนั่นชื่อชิด และเป็นเจ้าของเจ๊ตโบ๊ตลำนั้นนั่นเอง เขาพูดแล้วก็บังคับให้ชายหนุ่มคนเช่าขับพร้อมกับฝรั่งสองคนผัวเมียเดินไปดูเจ๊ตโบ๊ตของเขา

"นี่เห็นมั้ย แผลเบ้อเริ่ม ค่าซ่อมสามหมื่นจะอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้"

"สามหมื่น...มากไปหรือเปล่า เมื่อกี้ตอนจ่ายค่าเช่าฉันไม่เห็นนายพูดอะไร" ชายหนุ่มที่มีชื่อว่าโรมพูดท้วง แต่ชิดพูดแทรกขึ้นมาว่า

"เมื่อกี้ตรวจเรือแล้วเพิ่งเห็น"

"เพิ่งเห็นหรือเพิ่งมีกันแน่" โรมยกมือเท้าเอวมองหน้าอย่างจับผิด แต่ชิดเองก็ไม่ยอม

"เฮ้ย พูดยังงี้ก็สวยซิวะ...พวกเรา ไอ้นี่จะเบี้ยวเงินข้าโว้ย" เขาหันไปตะโกนบอกพรรคพวกที่ให้เช่าเรือด้วยกัน ซึ่งพวกนั้นก็พากันรุมล้อมเข้ามา แหม่มกลัวมีเรื่องรีบบอกให้โรมจ่าย แต่โรมบอกว่า

"ไม่ได้ หากินง่ายๆแบบนี้เคยตัว ถ้าอยากได้เงินก็ไปตามตำรวจมา"

พวกชิดส่งเสียงล้งเล้งเพราะกลัวเรื่องถึงตำรวจอยู่ เหมือนกัน เนื่องจากว่าที่ท้องเรือนั้นเป็นแผลที่พวกเขาให้เด็กมาแต่งแต้มเมื่อกี้นี้เอง ฝรั่งกลัวเรื่องจะบานปลายเลยบอกว่าจะจ่ายเองก็แล้วกัน พูดแล้วก็ควักกระเป๋า แต่มีเสียงเสียงหนึ่งตะโกนบอกว่า "อย่าจ่ายนะนาย" ทุกคนหันไปดู เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้พลางบอกว่า "ผมเห็นกับตาว่า ไอ้ดำลูกชายพี่ชิดเพิ่มทำรอยแผลที่เรือนั่นเมื่อกี้นี่เอง นั่นไง มันวิ่งหนีไปโน่นแล้ว" ชี้ให้ดูเด็กชายที่กำลังวิ่งหนี

"ไอ้เทียน เอ็งแส่อะไรด้วยวะ" ชิดตะคอกทันที ที่ใต้ต้นมะพร้าว ดำ ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ด้วยทำตาเหลือกวิ่งหนีไปทันที แต่เทียนกลับปักหลักมั่น บอกชิดว่า

"ที่นี่มันที่ทำมาหากินของฉันนี่ พี่หากินไม่สุจริตแบบนี้ อีกหน่อยจะมีใครมาเที่ยวมาซื้อของฉัน ฉันไม่ยอมให้พี่มาทุบหม้อข้าวฉันหรอก..." เทียนพูดไม่ทันขาดคำ ชิดก็ปรี่เข้าผลัก แต่โรมก็สะอึกเข้าขวางเหมือนกัน

"อย่านะเว้ย ไม่งั้นเรื่องถึงตำรวจแน่ๆ"

ชิดเลยไม่กล้าได้แต่พูดอาฆาตเทียนว่าให้ระวังตัวไว้ แล้วก็พาพรรคพวกถอยไป

ooooooo

โรมเดินกลับไปที่รถของตัวเอง เปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเงินออกมาพันหนึ่งยื่นให้เทียนพลางบอกว่า "เอ้านี่ รางวัลที่ช่วยฉันเมื่อตะกี้นี้" เทียนถอยหลังไม่ยอมรับ แต่พูดออกมาว่า

"ผมแค่พูดความจริง ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน...ผมจะไม่รับเงินเปล่าหรอก...แต่ถ้าคุณซื้อของผมก็ได้ นี่ไงครับเทียนหอม เทราปีกลิ่นลาเวนเดอร์ก็มี กลิ่นใบเตย กลิ่นตะไคร้หอม กลิ่นพิมเสน แก้วละสามสิบครับ ถ้าซื้อสี่แก้วผมคิดร้อยเดียว เดี๋ยวผมทดลองจุดให้ดูก็ได้..."

"เอาละ เอาละ ไม่ต้องลองหรอก ฉันไม่ชอบจุดฟืนไฟในบ้านเดี๋ยวไฟไหม้ เอาเงินนี่ไปก็แล้วกัน"

โรมไม่รับของแต่พยายามจะให้เงินเปล่าๆ แต่เทียนก็ไม่ยอมรับเงินเหมือนกันยืนยันแต่ว่าถ้าจะช่วยก็ให้ซื้อของ เถียงกันไปเถียงกันมาเทียนก็เลยเซ็งเดินกระฟัดกระเฟ•ยดหนี โรมเกาหัวบ่นพึม ฝรั่งสองคนนั่นเข้ามาถาม โรมบอกว่าเด็กไม่ยอมเอาเงินเปล่าๆ แถมยังบอกว่า

"ถ้าจะเพี้ยนมั้ง ดีไม่ดีเป็นแก๊งเดียวกันหมดก็ไม่รู้ คนสมัยนี้ดูยากขึ้นทุกวัน..."

ooooooo

เทียนเดินไปบ่นไปว่าตัวเองโง่หรือฉลาดก็ไม่รู้ ที่ไม่ยอมรับเงิน เดินไปเจอะชิดที่ดักรออยู่ ชิดเข้ามาหาเรื่องถามว่าได้เงินรางวัลมาเท่าไหร่ให้แบ่งกันมั่ง เทียนบอกไม่มี ชิดเลยเข้ามาผลักอกเอา ด่าว่า

"หน็อย...เพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่แท้ๆ  แต่ซ่าไม่เข้าเรื่อง ถ้าไม่โดนซะมั่งคงไม่รู้สึก..." ชิดพาพวกเข้าประชิดตัว เทียนเห็นท่าไม่ดีเลยวิ่งถอยหลังหนีไปทางหลังตลาดเข้าไปแอบ อยู่ในผ้าใบที่พวกแม้ค้าคลุมของเอาไว้ พวกที่ตามมามองไม่เห็นเลยวิ่งไปทางอื่น พักหนึ่งเทียนออกมาจากผ้าใบเจอพี่ชายตัวเองที่กำลังยืนมองหาอะไรอยู่ แต่พอเห็นเทียนก็เลยเดินมาลากข้อมือแล้วบอกว่าจะพาไปทำงาน เทียนงงถามว่างานอะไร ชาญพี่ชายเทียนบอกว่าเดี๋ยวก็รู้เองแหละ

ที่แท้ชาญพาเทียนมาที่ร้านหมอนวดที่ขายบริการด้วย มีแมงดาสามสี่ตัวคอยยืนซื้อผู้หญิงอยู่ ชาญคงจะนัดกับพวกมันไว้แล้ว พอมาถึงก็รับเงินไปเลย เทียนอ้อนวอนว่าเคยนวดให้พ่อกับแม่เท่านั้น ชาญไม่ยอมฟังเสียงบอกว่านวดๆ ไปแล้วก็รู้งานเอง พูดแล้วก็หนีออกไปเลย เทียนโดนพวกแมงดายัดเข้าไปในห้องที่มีเสี่ยพุงพลุ้ยนอนรออยู่ พักเดียวเสี่ยก็เริ่มลวนลามเทียน บอกให้ทำแบบนั้นแบบนี้ เทียนไม่ยอมทำ ผลสุดท้ายเมื่อเสี่ยพยายามปล้ำเลยถูกเทียนขึ้นเข่าจนเกือบเป็นหมัน เทียนวิ่งหนีออกไปโดยมีเสียงเสี่ยร้องโอยๆอยู่ในห้อง เทียนวิ่งไปเจอชาญที่ตอนนี้เอาเงินที่ขายน้องได้ไปกินเหล้ามาจนเมาแอ๋ กลับถูกชาญด่าว่าและจะเอาตัวไปที่นั่นอีก เทียนไม่ยอมเลยถูกชาญซ้อมจนสะบักสะบอม เผอิญโรมกลับมาจากพาฝรั่งสองผัวเมียไปหาหมอนวดแบบนวดจริงๆเดินมาถึงตรงนั้นพอดีโรมจึงช่วยเทียนไว้ได้ แต่ก็สลบไป

ooooooo

โรมพาเทียนไปที่ร้านหมอซึ่งเป็นน้องเขยของเขา หมอเผ่าเทพรับตัวเทียนให้พยาบาลพาเข้าไปในห้องตรวจแล้วตามเข้าไปทีหลัง บอกกับพยาบาลให้ถอดสร้อยคอของเทียนออก แล้วเขาก็ใส่หูฟังตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ พลางกดมือไปสองสามทีที่หน้าอก เทียน สะดุ้งร้องเบาๆ   หมอเผ่าเทพเองก็สะดุ้งเหมือนกันพยาบาลมองหน้าอย่างสงสัยเห็นหมอทำคิ้วขมวดถอดหูฟังออกเอาไปเขี่ยแหวกเสื้อเทียนดู เทียนซึ่งลืมตาขึ้นมาพอดีร้องลั่น ปัดมือหมอเผ่าเทพออกแล้วลุกขึ้นนั่งทำตาขวางใส่หมอ พยาบาลกดตัวจะให้นอนลงอีกพลางพูดปลอบ หมอเองก็บอกว่า

"ไม่เป็นไรนะหนู ให้หมอตรวจแป๊บเดียวเอง จะได้รู้ว่าหนูบาดเจ็บมากแค่ไหน"

"ไม่เป็นไรครับ ผมหายแล้ว ขอบคุณครับ" เทียนโดดลงจากเตียงแล้วรีบวิ่งออกไปข้างนอก เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับสถานที่เลยวิ่งไปชนเก้าอี้ตัวหนึ่งล้มลง เสียงล้มของเก้าอี้ทำให้โรมที่นั่งสัปหงกอยู่ตื่นขึ้น เห็นหลังเทียนวิ่งออกไปจากร้านหมอ  เผ่าเทพตามออกมากำลังจะบอกอะไรกับโรม แต่พอเอ่ยคำว่า

"เฮ้ยโรม...เด็กนั่น..." เท่านั้นเองโรมก็นึกได้ว่าทิ้งลูกค้าฝรั่งสองคนนั้นไว้และกำลังโทร.มาตามเขาพอดี โรมไม่ทันฟังว่าเผ่าเทพพูดว่าอะไร ร้องออกมาว่า

"เวรแล้วเผ่า...ฉันทิ้งลูกค้าเอาไว้ว่ะ ขอบใจมาก แล้วจะโทร.หา" ปิดมือถือแล้ววิ่งพรวดออกไปเลย

ooooooo

โรมไปไม่ทันเพราะฝรั่งสองคนนั่นกลับไปเองเขาจึงขับรถเพื่อกลับบ้าน เผอิญไปเจอเทียนเดินร้องไห้อยู่ริมถนน โรมบีบแตรเป็นเชิงถามไถ่ แต่เทียนกลับวิ่งหนี รถที่วิ่งสวนมาเป็นของพวกลูกน้องเสี่ยที่มีชาญนั่งมาด้วย เขาลดกระจกลงตะโกนให้เทียนขึ้นรถ แต่เทียนกลับหลังหันวิ่งไปทางรถของโรมโดยมีชาญและลูกน้องเสี่ยไล่ตาม โรมเห็นสภาพดังนั้นก็เปิดเก๊ะหยิบปืนออกมา พอดีกับที่ชาญมาถึงตัวน้องสาว เอื้อมมือไปกระชากตัวเทียน

โรมยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าสองนัด พวกนั้นเลยวิ่งหลบกันกระเจิง โรมกระชากเทียนที่วิ่งมาหาเขาขึ้นรถแล้วขับหนีไปทันที มาได้ไกลพอสมควรแล้วโรมจึงจอดรถถามเทียนว่า

"บอกมาซิ มันเรื่องอะไร ทำไมต้องหนีพวกนั้นหัวซุกหัวซุน แล้วยังหนีหมอ หนีฉันอีกด้วย"

เทียนไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้จนโรมชักอึดอัดร้องออกมาว่า "ร้องไห้ทำไมนักหนาวะ เป็นกะเทยรึเปล่าเนี่ยแกน่ะ"

เทียนตกใจ "ไม่ ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นผู้ชาย แล้วก็ไม่ใช่ผู้ร้ายด้วย"

"ไม่ใช่ผู้ร้ายแล้วหนีทำไม?"

"คือ คือ พี่เค้าบังคับให้ผมทำงาน" เทียนอึกอักไม่ยอมตอบอะไรอีก จนโรมถามว่าเป็นงานนั่นใช่ไหม งานนี่ใช่ไหมเทียนก็เอาแต่ตอบว่าไม่ใช่ลูกเดียว จนโรมชักจะนึกออกเลยพูดออกมาว่า

"เขาบังคับให้แกขายตัวละซิ ไอ้เลวเอ๊ย แบบนี้ต้องลากคอมันเข้าคุกแล้วละ ไป ไปแจ้งความกัน"

เทียนสะดุ้งร้องออกมาดังลั่น "อย่านะครับ ผมไม่อยากให้เค้าติดคุก ยังไงเค้าก็ยังเป็นพี่ผม"

"แต่มันไม่ได้เห็นแกเป็นน้องมันถึงทำแบบนี้ได้...เอาเถอะแล้วนี่แกจะไปไหนต่อล่ะ...ถ้ายังไม่รู้จะไปไหนก็กลับไปบ้านฉันก่อนก็แล้วกัน แล้วนี่เราชื่ออะไรล่ะ?"

"เทียนครับ"

"เออ ส่วนฉันชื่อโรม ทำสวนปาล์มอยู่ที่ชุมพรโน่น" โรมกระชากรถออกทันที

ooooooo

ที่บ้านสวนปาล์มของโรมขณะนี้ กมัยธรชายหนุ่มพิการเพื่อนของโรมที่จะไปไหนต้องนั่งรถเข็นไปตลอดกำลังนั่งรถเข็นพาตัวออกจากบ้านจนถึงทางลาดจะลงสระโดยเขาไม่รู้ตัว หน้าตาเหม่อลอยคล้ายกับกำลังคิดอะไรอยู่ มือชี้ไปทางนั้นทางนี้ ปากก็ตะโกนสั่งงานเพราะในจินตภาพของเขาเห็นว่าไฟกำลังไหม้สวนปาล์มอยู่ รถวิ่งลงทางลาดไปยังสระเรื่อยๆ ขณะเดียวกับรถของโรมกำลังเลี้ยวเข้ามาถึงตรงนั้นพอดี โรมร้องอย่างตกใจทำให้เทียนซึ่งนั่งคู่มาด้วยและเห็นเหตุการณ์ พลอยตื่นตระหนก

รถยังไม่ทันจอดสนิทดี เทียนก็พรวดออกจากรถโผนไปที่วีลแชร์ที่กำลังไปติดแง่หินก่อนจะร่วงลงสระ โดยไม่คำนึงถึงตัวเอง เทียนเข้าไปกอดร่างกมัยธรลากออกจากวีลแชร์ ได้ทันท่วงที โรมที่ตามมาทีหลังยึดรถเปล่าไว้แน่น กมัยธรมองหน้าคนที่ช่วยตัวเองอย่างตกใจ ร้องเรียกคนชื่อพิศเพลินออกมาได้สองคำก็คอพับลงไป

ooooooo

โรมพากมัยธรไปที่ห้องพัก วางลงบนเตียงค่อยๆ แล้วถอยออกมายืนมองเพื่อนที่หน้าต่าง ทิพย์เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้ากมัยธรอย่างเบามือ พูดกับโรมไปด้วยว่า

"ป้าขอโทษจริงๆค่ะ ไม่คิดว่าคุณธรเธอจะมีเรี่ยวแรงออกไปอย่างนั้นได้ ช่วงที่คุณไม่อยู่ก็อาการไม่ค่อยดีนัก ข้าวปลาอาหารก็ไม่ยอมกินต้องหลอกล่อเคี่ยวเข็ญกันน่าดู ระยะหลังๆนี่ดูแกแปลกๆไป แกชอบเพ้อถึงเรื่องราวเก่าๆในอดีต ป้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องว่าเป็นยังไงได้แต่เออๆคะๆไปตามเรื่อง" พูดถึงตอนนี้พอดีกมัยธรเริ่มรู้สึกตัวพึมพำเรียกชื่อพิศเพลินอีก โรมรีบเข้าไปนั่งข้างๆ "ว่าไงเพื่อน ได้ข่าวว่าตอนฉันไม่อยู่ แกเกเรกับป้าทิพย์เหรอ?"

กมัยธรไม่ตอบแต่กลับถามว่าพิศเพลินอยู่ไหน เมื่อกี้เค้ามาเยี่ยมฉัน เค้ายังกอดฉันอยู่เลย โรมทำหน้าชอบกล แต่พอนึกได้จึงบอกว่า

"แกหมายถึงเทียนใช่มั้ย นั่นน่ะ เป็นเด็กผู้ชายที่ฉันพามาด้วย หน้าตาท่าทางมันเหมือนผู้หญิง แต่ไม่ใช่พิศเพลิน...แกควรจะลืมไอ้เรื่องเก่าๆได้แล้ว พิศเพลินเค้าไม่มีทางมาหาพวกเราหรอก เค้าตัดขาดแกกับฉันไปตั้งนานแล้ว ยอมรับความจริงเถอะเพื่อน เพื่อตัวแกเอง" กมัยธรฟังแล้วได้แต่นั่งซึมไป

ooooooo

ป้าทิพย์เห็นเทียนยืนชะเง้ออยู่หน้าห้องไม่กล้าเข้ามาจึงพยักหน้าเรียก เทียนย่องเข้ามาแล้วถามว่า "คุณคนเมื่อกี้เป็นยังไงบ้างครับ"

"คุณกมัยธรเป็นเพื่อนสนิทของคุณโรม แต่แกไม่ค่อยสบาย ฉันเป็นคนดูแลแกเอง ขอบใจเธอมากนะที่ช่วยคุณธรเอาไว้ คุณโรมบอกว่าเธออยู่ที่หัวหินเหรอ?"

"ใช่ครับ ผมอยากตามมาทำงานกับคุณโรมที่นี่ครับ" ป้าทิพย์พยักหน้าแล้วถามถึงข้าวของที่ติดตัวมา เทียนได้แต่ ยิ้มแห้งๆบอกว่าไม่มี ป้าทิพย์มองหน้าอย่างแปลกใจเลยเห็นรอยฟกช้ำดำเขียวที่หน้าของเทียนเต็มตา กำลังจะเอ่ยปากถามพอดีโรมพูดขึ้นก่อนว่า

"ป้าทิพย์ครับ รบกวนช่วยดูแลเด็กเทียนนี่ด้วย...อ้อ... ให้ไปพักเรือนคนงาน...เออ เอางี้ดีกว่า ให้นอนห้องไอ้ธงก็แล้วกันคงพอมีที่ เมียเพิ่งหนีไปเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง"

เทียนสะดุ้งรีบบอกว่า "ผม...ผมขอนอนที่เรือนนี้ได้มั้ยครับ...เอ้อ...ผมคิดว่าถ้าผมอยู่เรือนนี้จะได้ช่วยป้าทิพย์ดูแลคุณกมัยธรอีกแรงเผื่อเกิดอะไรขึ้นแบบเมื่อกี้"

โรมพยักหน้า "เออ ดีเหมือนกันนะครับป้าทิพย์ มีเด็กผู้ชายคอยดูแลนายธรอีกคน ดีกว่าเด็กผู้หญิงสองคนนั่นเยอะ" โรมพูดจบก็เดินออกไป เทียนยิ้มอย่างดีใจ แต่สบตาป้าทิพย์ที่กำลังมองเขาอย่างสงสัยเลยรีบหุบยิ้มทันที ป้าทิพย์ไม่พูดอะไร ออกไปจากห้องพักใหญ่ๆก็หอบที่นอนหมอนมุ้งและเสื้อผ้าใช้แล้วของโรมเข้ามายื่นให้บอกให้ใช้ไปก่อน เทียนพนมมือไหว้ขอบคุณด้วยความดีใจ เทียนยกเสื้อของโรมตัวหนึ่งขึ้นมาทาบกับตัวลูบคลำไปมาแล้วใจก็ประหวัดไปถึงนางถมยาผู้ที่เธอเข้าใจว่าเป็นแม่กำลังใช้ผ้าผืนค่อนข้างยาวรัดหน้าอกให้เธอแล้วสั่งว่า "รัดเอาไว้อย่างนี้นะลูก จะได้ไม่มีใครรู้ว่าเอ็งเป็นผู้หญิง" แถมนายใช้ผู้พ่อก็กำชับเธออีกว่า "จะได้ไม่ถูกรังแกไงล่ะ เป็นผู้หญิงน่ะมันอันตรายรอบด้าน" แม่ถมยากำชับอีกว่า "แม้แต่พี่ชาญก็ให้รู้ไม่ได้ จำเอาไว้"

และตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาเทียนก็อยู่ในคราบของเด็กผู้ชายตลอดมา

ooooooo

ชาญ ซึ่งเทียนเข้าใจว่าเป็นพี่ชายแท้ๆคอยรังแครังคัด พอลับหลังแม่ก็จะใช้งานเธอสารพัด แถมทุบตีเตะต่อยอยู่ตลอดเวลา มีแต่พ่อกับแม่เท่านั้นที่คอยปกป้อง ชาญรังแกคนเดียวยังไม่พอ อ้อ พี่สะใภ้ที่ชาญพาเข้าบ้านมาก็ยังช่วยด้วย

จนกระทั่งวันหนึ่งชาญถูกจับเข้าคุก พ่อกับแม่ต้องขายบ้านไปประกันตัวออกมา พอออกจากคุกได้ชาญก็ทำท่ายโสใส่พ่อกับแม่ตัวเอง เมื่อถมยาบอกว่าให้กลับบ้านด้วยกัน ชาญตะคอกใส่แม่ทันที

"กลับไปก็ใช้งานฉันยังกับวัวกับควาย ไม่เหมือนไอ้เทียน วันๆไม่ต้องทำอะไร ไอ้เทียนมันลูกรัก ฉันมันลูกชังนี่"

เทียนตาโตรีบบอกว่า "ไม่จริงนะพี่ชาญ นี่พ่อกับแม่ ขายที่ขายบ้านมาประกันพี่ ตอนนี้พวกเราไม่เหลืออะไรแล้ว ถ้าพ่อกับแม่ไม่รักพี่จะทำยังงี้เหรอ"

ชาญไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น พอดีอ้อเมียของเขาขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา ชาญสะบัดแขนพ่อกับแม่โดดขึ้นไปซ้อนหลังเมียทันที สองคนเอาตัวรอดไปแล้ว พ่อกับแม่ต้องพาเทียนขึ้นรถโดยสารกลับบ้าน และวันนั้นเองที่เทียนเสียพ่อกับแม่ไปจนหมดทั้งสองคนเพราะรถไปชนกับรถอีกคันอย่างแรง คนโดยสารรถตู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมทั้งพ่อกับแม่ของเทียนด้วย

นึกมาถึงตรงนี้เทียนยกมือขึ้นคลำสายสร้อยที่ร้อยแหวนวงหนึ่งซึ่งแม่สวมใส่คอให้และบอกว่าให้เก็บให้ดีๆสร้อยกับแหวนนี่เป็นของสำคัญมาก ติดมากับตัวเทียนตั้งแต่เล็กแต่แม่ถอดเก็บเอาไว้เพราะกลัวทำหาย แต่นี่เทียนโตแล้วคงรักษามันได้ แต่ว่าขณะนี้สร้อยเส้นนั้นหายไปแล้ว เทียนไม่รู้ว่าตอนที่โรมพาเธอไปหาหมอนั้นหมอบอกให้พยาบาลถอดเอาไว้เพื่อการตรวจรักษา แต่พอเทียนฟื้นขึ้นมาก็หนีเตลิดออกจากร้านหมอไปเลย เทียนตกใจจนเกือบหมดสติคิดว่าจะต้องหาทางกลับไปหาสร้อยให้ได้

ooooooo

หลังจากที่เทียนออกจากบ้านไปแล้ว ชาญกับอ้อก็ขนข้าวของเทียนออกมาหาของมีค่า แต่ก็ไม่เจอว่ามีอะไรพบแต่กล่องใส่ผ้าอนามัย จึงทำให้สองคนผัวเมียรู้ว่าเทียนไม่ใช่เด็กผู้ชาย และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการค้นของของเทียนครั้งนี้ สองคนผัวเมียได้รู้ความลับสำคัญของเทียนแล้วทั้งหมด

เทียนหาทางหนีกลับไปหาชาญที่บ้านเพื่อจะไปถามเรื่องสร้อยกับแหวน ชาญดีใจมากเพราะจะได้จับตัวเอาไว้ไปส่งให้เสี่ยอีก พอเทียนถามถึงของชาญก็บอกว่าเขาเก็บเอาไว้เอง เรียกให้เทียนเข้าไปเอาในห้อง แต่พอเข้าไปแล้วชาญกลับแบมือบอกว่า ถ้าอยากได้ก็เอาเงินมาไถ่ เทียนร้องไห้บอกว่า

"ฉันไม่มีเงิน ที่กลับมาได้ก็ต้องโหนรถเขามา สงสารฉันเถอะนะ ขอสร้อยกับแหวนคืนให้ฉันเถอะ"

"ไม่เป็นไรไม่มีเงินก็ แต่ต้องไปกับฉัน ฉันจะพาแกไปหาเงิน เสี่ยเค้ายังต้องการแกอยู่นะ"

เทียนถอยกรูด ร้องออกมาว่า "ทำไมพี่ใจร้ายกับฉันขนาดนี้ เราเป็นพี่น้องกันแท้ๆ"

"ถุย...อีตอแหล ข้ารู้ความจริงหมดแล้ว เอ็งไม่ใช่น้องข้า พ่อกับแม่เก็บเอ็งมาจากไหนก็ไม่รู้ นี่ๆ...จดหมายที่แม่เขียนถึงครูพรฝากเอ็งเข้าโรงเรียน...และที่สำคัญ เอ็งเป็นผู้หญิง" ชาญเอาสูติบัตรออกจากกล่องมาชูให้ดูตรงหน้า เทียนมองเห็นอย่างชัดๆเลยว่าในนั้นมีชื่อเด็กหญิง ดอกเทียน บางเนิน เทียนอึ้งทันทีเมื่อความลับของตัวเองชาญได้รู้แล้ว

ที่ตลาด โรมซึ่งพอรู้ว่าเทียนหนีมาก็ขับรถมาตามหา เที่ยวถามเขาไปทั่วจนไปเจอกับชิดคู่อริเก่า จึงทำใจดีเข้าไปหาและบอกว่าจะให้เงินถ้าบอกว่าบ้านพี่ชายเทียนอยู่ที่ไหน ชิดพอเห็นเงินก็ตาโตลืมเรื่องที่เคยชกต่อยกับโรมไปเลยรีบพาไปทันที ไปถึงที่นั่นได้ยินเสียงคนในบ้านกำลังทะเลาะทุ่มเถียงกัน เพราะชาญกำลังบังคับเทียนให้ไปหาเสี่ย จนกระทั่งใช้กำลังฉุดกระชากลากถู โรมโถมตัวเข้าพังประตูทันที ชาญผงะเมื่อเห็นปืนในมือของโรม ยอมปล่อยมือจากเทียนซึ่งโผเข้าหาโรมเป็นที่พึ่ง โรมจะเอาตัวชาญไปส่งตำรวจให้ได้แต่เทียนขอร้องเอาไว้บอกว่าเธอไม่เอาเรื่องขอให้หมดสิ้นกรรมกันแต่ชาตินี้ โรมจึงดึงเทียนเดินออกจากบ้าน แต่ยังใจดีโยนเงินปึกหนึ่งไว้ให้ชาญที่ขอค่าเลี้ยงดูเทียน บอกกับชาญว่า

"ถือว่าฉันซื้อเทียนจากพวกแกก็แล้วกัน ต่อไปนี้ห้ามมายุ่งเกี่ยวกับเทียนอีก"

ooooooo

ที่บ้านหลังใหญ่ของคนมีเงินอีกหลังหนึ่ง ขณะนี้กำลังมีงานปาร์ตี้โดยกุลชาติลูกชายคนเดียวของเจ้าของบ้าน เนื่องในวันที่ตัวเขาถูกรีไทร์ให้ออกจากโรงเรียน โดยมีพวกเพื่อนลูกหลานไฮโซประเภทลูกบังเกิดเกล้าทั้งนั้นกำลังสนุกสนานกันมันหยด แถมพอใจสาวใช้คนไหนก็เรียกมาปู้ยี่ปู้ยำตามใจชอบ ตัวกุลชาติเองนำหน้าในการวิ่งไล่ต้อนสาวใช้เหล่านั้น แต่พอจะจับตัวได้กุลชาติก็แปลกใจเพราะอยู่ๆเขาก็ลอยหวือตกลงไปในสระด้วยตีนใครก็ไม่รู้

พอตะกายขึ้นมาจากสระเห็นถนัดก็อ้าปากหวอเพราะคนที่เตะเขาคือนายกมลทัตพ่อของเขาเอง ส่วนบรรดาเพื่อนขี้หลีเหล่านั้นหายหัวไปหมดแล้ว กมลทัตลากลูกตัวเองมาที่โต๊ะอาหารที่กำลังกินดื่มอยู่กับเพื่อนๆเมื่อกี้ กมลทัตทรุดตัวลงนั่งที่หัวโต๊ะ ปล่อยให้กุลชาติยืนตัวเปียกซกอยู่ตรงหน้า เขาชี้หน้าลูกชาย
"ถูกมหาวิทยาลัยรีไทร์ให้ออก แล้วแกมาฉลองอะไรกันหนักหนา  นั่งลง  นั่งลงเดี๋ยวนี้"

"โธ่ป๋า ก็เลี้ยงอำลาเพื่อนไง ไหนๆก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ป๋าเนี่ย แล้วเมื่อกี้พูดกับชาติดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องเตะกันเลย อายเพื่อนจะตายอยู่แล้ว"

กมลทัตลุกพรวดขึ้นตบหัวลูกชายจนคะมำหน้ากระแทกโต๊ะ พอลุกขึ้นได้ลูกชายตัวดีก็แจวอ้าวเข้าบ้านกะจะไปอ้อนแม่โดยมีกมลทัตวิ่งตามหลังไปด้วย เข้าบ้านแล้วหาแม่ไม่เจอเลยนึกได้ว่าแม่คงจะสวดมนต์อยู่ในห้องพระจึงไปที่นั่นทันที พิศเพลินลืมตาจากการสวดมนต์ก็เห็นสามีกับลูกยืนประจันหน้ากันอยู่ ลูกชายตัวดีรีบชิงเป็นโจทก์เถียงพ่อที่ว่าส่งเสียให้เรียนดีๆไม่ชอบกลับทำตัวเหลวไหล อาจารย์ที่ปรึกษามาฟ้องอยู่เรื่อยๆว่าอาทิตย์หนึ่งไปเรียนแค่สองวันเท่านั้นเอง

"ก็ชาติไม่ชอบเรียนนิตินี่ป๋า ท่องเยอะปวดหัว" กุลชาติบ่ายเบี่ยง

"ก็ดี งั้นปีหน้าแกอยากเรียนอะไรไปสอบเอาเอง ช่วงนี้ไม่ต้องเรียนแล้ว งดจ่ายเงินเดือน กินอยู่กับบ้าน ห้ามเอารถออก ยกเลิกบัตรเครดิต" กมลทัตชี้หน้าตะคอก

"โห...ป๋าใจร้ายว่ะ ทีแม่ยังไม่ว่าอะไรชาติสักคำ ป๋าทำยังงี้ฆ่าชาติเลยดีกว่า"

"ได้ๆไอ้ลูกสารเลว มึงท้ากูเหรอ..." กมลทัตคว้าแจกันบนหิ้งพระเตรียมขว้างใส่ แต่พิศเพลินรีบลุกขึ้นมาห้ามทัพเอาไว้เสียก่อนบอกให้กมลทัตใจเย็น กมลทัตบ่นว่าพิศเพลินตามใจให้ท้ายลูกทุกที จะให้เขาทนกับพฤติกรรมของกุลชาติไปอีกนานขนาดไหน เลยกลายเป็นการเถียงกันระหว่างพ่อกับแม่ กุลชาติเลยรีบชิ่งหนีออกไปทันที กมลทัตบอกว่า พิศเพลินควรดูแลเอาใจใส่อบรมกุลชาติให้มากกว่านี้ ไม่ใช่วันๆเอาแต่นั่งสวดมนต์ภาวนา ไม่รู้ว่าจะไปหาสวรรค์วิมานชั้นไหน พิศเพลินมองกมลทัตอย่างเย็นชาเหมือนคนแปลกหน้ากัน ตอบกลับเสียงเย็นๆว่า

"คุณก็น่าจะรู้ดีนี่คะ ว่าฉันสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตาให้ใคร"

คำตอบของพิศเพลินทำให้กมลทัตหลบสายตาแล้วพรวดพราดเดินออกจากห้องไปทันที เข้าไปที่ห้องทำงานไปยืนตรงหน้ารูปพ่อของตัวเองพูดต่อว่าพ่อว่า คุณพ่อนั่นแหละ อยากได้หลานชายนักไม่ใช่หรือครับ เป็นยังไงล่ะ สมใจแล้วใช่ไหม  ผมทำตามที่คุณพ่อต้องการแล้ว  มีเสียงเคาะประตู กมลทัตเลยเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ภาสกร ทนายความประจำตระกูลโผล่เข้ามายังไม่ทันนั่งก็รายงานว่า

"นายใช้กับนางถมยาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ครับ"

"เมื่อไหร่" กมลทัตมีสีหน้าตกใจ

"หลายเดือนแล้วครับ สายของผมเพิ่งมารายงาน"

"แล้วลูกสาวล่ะเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยรึเปล่า?"

"ยังไม่ทราบครับ กำลังให้คนหาข่าวอยู่"

คำตอบของทนายทำให้กมลทัตถอนหายใจอย่างหนักอกทันที

ooooooo

โรมพาเทียนกลับมาที่สวนปาล์ม ตลอดทางเขาเทศน์เทียนยกใหญ่ที่หนีไปไม่บอกไม่กล่าวทั้งๆที่รู้ว่าชาญกับเสี่ยตามล่าอยู่ตลอดเวลา เทียนบอกว่า

"ผมต้องกลับไปหาของมีค่าที่แม่ให้ผมไว้ก่อนตาย ผมต้องขอโทษนายหัวด้วยครับ"

โรมเหลือบมองเทียนอย่างสงสัยแล้วเลยถามถึงพ่อแม่ที่แท้จริงของเทียน เทียนตอบว่า "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าพ่อแม่พี่ชาญเลี้ยงดูผมเหมือนเป็นลูกแท้ๆ แต่ท่านก็อายุสั้น รถคว่ำตายทั้งคู่ แม่ได้ให้สร้อยกับแหวนผมก่อนที่แม่จะตายไม่นาน ผมกะว่าจะเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกเวลาคิดถึงท่าน แต่มันก็หายไปซะแล้ว" พูดมาถึงตรงนี้เทียนร้องไห้ออกมาอีกพลางกอดกล่องขนมปังเก่าๆที่เอามาจากบ้านชาญ โรมจึงแกล้งดุว่า

"พอได้แล้ว ยังไงมันก็หายไปแล้ว ทำไมขี้แยนักวะ มิน่าถึงได้ถูกเขาข่มเหงรังแกตลอด" เทียนเลยพยายามกลั้นสะอื้นเพราะกลัวโรมโกรธ พอกลับมาถึงห้องตัวเอง เทียนหยิบของในกล่องขนมปังออกมา ในนั้นนอกจากสูติบัตรของเทียนแล้วยังมีจดหมายที่ถมยาเขียนถึงครูพรอีกหลายฉบับ เทียนกอดของเหล่านั้นแล้วร้องไห้อีก

"พ่อจ๋า แม่จ๋า เทียนคิดถึงแม่กับพ่อมาก เทียนทำสร้อยกับแหวนหายไปแล้ว ของที่แม่ให้แค่นี้ก็รักษาไว้ไม่ได้ เทียนเสียใจจริงๆ เทียนขอโทษนะจ๊ะ"

ooooooo

ตอนที่ 2

เรื่องราวระหว่างกมลทัตกับพิศเพลินนั้น คนรับใช้ที่มาอยู่ใหม่ไม่มีใครรู้ ความจริงแล้วการที่กุลชาติมีนิสัยแบบนี้ก็เพราะนายกมลทัตเป็นพ่อที่เป็น ตัวอย่างที่ไม่ดีนั่นเอง เขาเจ้าชู้ เห็นแก่ตัว สารพัดที่จะทำให้ลูกเห็น

คืนนี้ก็อีกเหมือนกันขณะที่กำลังโทรศัพท์หาคู่ขาอยู่ นอกห้องเสร็จ กมลทัตก็ปิดโทรศัพท์เดินเข้าห้องนอน ทำหน้าตายถามเมียว่า "ยังไม่นอนเหรอคุณ นี่มันตีสามกว่าแล้วนะ"

พิศเพลินขยับตัวลุก ตอบว่า "ฉันฝันร้าย คงนอนไม่หลับหรอก ขอไปสวดมนต์ที่ห้องพระดีกว่า"

กมลทัตได้ฟังของขึ้นทันที "ฝันถึงไอ้กมัยธรน่ะซิ" เขากระแทกเสียงใส่

"ไม่ใช่ค่ะ ถ้าฝันถึงธร ฉันจะฝันดีนอนหลับสบายกว่านี้"

"ก็แน่ละซิ คนมันเคยรักกันนี่ เฮอะ...คนดีอย่างมันป่านนี้คงได้ขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ไม่แน่นะ ไหว้พระสวดมนต์ทุกๆวันอย่างเธอ ตายไปก็คงได้เจอมันบนสวรรค์นั่นแหละ"

พิศเพลินที่กำลังจับลูกบิดประตูจะเปิดออกไปหันกลับมาตอบเสียงเย็นว่า "คุณธรเธอเป็นคนดี ตายไปแล้วได้ขึ้นสวรรค์แน่ แต่สำหรับคนอย่างฉันคุณก็รู้ดี นรกต่างหากที่กำลังรอฉันอยู่ทุกวันทุกเวลา" ประตูปิดตามหลังคำพูดนั้น กมลทัตขว้างมือถือกระแทกประตูตามหลังทันที เขารู้ดีว่าพิศเพลินด่ากระทบตัวเขาเอง เพราะเขาเป็นคนไปแย่งพิศเพลินมาจากกมัยธรผู้เป็นน้องชายโดยการเข้าไปปล้ำถึง ห้องนอน ทั้งๆที่สองคนนั่นรักกันอยู่แท้ๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้นเพื่อเป็นการแก้ตัวที่เคยทำกับพิศเพลินมาก่อน กมลทัตจึงนัดหญิงสาวซึ่งเป็นลูกคนมีเงินคนหนึ่งไปที่สนามกอล์ฟ   แล้วพากุลชาติไปด้วยเพื่อปูทางให้ ลูกชายได้พบหญิงสาวที่เพียบพร้อมผู้นั้น แต่พอเจอหน้ากันกุลชาติกลับไม่สน แต่แอบพาเด็กเสิร์ฟคนนั้นไปมั่วกันที่ท้ายรถพ่อ กมลทัตตามไปลากทั้งคู่ออกมา

"ฉันอุตส่าห์แนะนำกุลสตรีให้ ไอ้ลูกไม่รักดี รสนิยมไพร่สถุล สันดาน" เขาด่าลูกชาย

กุลชาติยักไหล่ตอบว่า "ก็ผมขี้เกียจเสียเวลาจีบนี่ แล้วทีป๋าล่ะ...ฮี่โธ่เอ๊ย...อย่านึกว่าผมไม่รู้นะเรื่องเมื่อคืนนี้น่ะ"

กมลทัตสะดุ้งเงียบไปเลย เขากลับบ้านอย่างหัวเสียแต่ก็เหมือนมีไฟลนก้นอยู่ไม่ติดเลยขับรถไปที่ออฟฟิศ นภาซึ่งเป็นทั้งเลขาฯและคู่ขาเข้ามาคลอเคลียแต่กมลทัตไม่มีอารมณ์ ถามนภาว่าที่ให้ไปเจรจากับอธิการบดีมหาวิทยาลัยเรื่องกุลชาติไปถึงไหนแล้ว นภาตอบว่า

"เรียบร้อยค่ะ เค้าตกลงรับเงินบำรุงมหาวิทยาลัยห้าแสน แลกกับการทำเรื่องจากรีไทร์เป็นการลาออกเพื่อไปเรียนต่างประเทศ" กมลทัตพยักหน้าอย่างพอใจ นภาเมื่อเห็นว่ากมลทัตไม่สนใจตัวเองแน่แล้วเลยเดินกลับออกไปจากห้อง กมลทัตหยิบมือถือออกมาโทร.หาทนายความภาสกร กรอกเสียงบอกไปว่า

"ยังไงภาสกร มีข่าวอะไรเพิ่มเติมมั้ย หา...ไม่มีใครรู้เลยเหรอว่าเด็กคนนั้นไปอยู่ที่ไหน เออ...ตามสืบมาให้ได้นะ ถ้าได้เรื่องเมื่อไหร่รีบรายงานฉันด่วนเลย"

ooooooo

ที่บ้านของโรม ทุกวันกมัยธรทำแต่เรื่องยุ่ง เรียกหาแต่พิศเพลินเพราะเข้าใจว่าเทียนคือพิศเพลิน ไม่ว่าเวลากินข้าวหรือเวลาจะนอนเขาต้องการให้คนที่เขาเข้าใจว่าเป็นพิศเพลิน มาคอยดูแลเขาเท่านั้น ทำให้คน ในบ้านวุ่นวายกันไปหมด

วันนี้ โรมพาเทียนไปที่สวนปาล์มเพื่อให้ศึกษางานที่ต้องทำกับคนงาน เทียนในคราบของเด็กชายแต่ยังไงท่าทางก็ยังกระต้วมกระเตี้ยมอยู่ดี ดังนั้น พอโรมเดินไปอื่นไม่ได้อยู่ด้วย เทียนจึงถูกพวกคนงานลวนลามเอา เทียนวิ่งไปหาโรมเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะตอนนี้โรมได้รับโทรศัพท์จากป้าทิพย์ว่ากมัยธรอาละวาดใหญ่แล้ว แต่ว่าพอโรมกลับไปถึงที่นั่นปรากฏว่าเจอเผ่าเทพที่พาปารวดีน้องสาวของโรมมา ด้วย จึงได้จับกมัยธรฉีดยาให้สงบจนเขาหลับไป เผ่าเทพบอกโรมว่า

"อาการของคุณธรตอนนี้ฉันว่าน่าจะส่งไปบำบัดรักษาแล้วแอดมิตที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯนะ"

โรมส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้   เพราะส่งไปรักษาหลายครั้งแล้วแต่พอดีขึ้นนิดหน่อยกมัยธรก็หนีออกจากโรง พยาบาลทุกทีต้องตามหากันจ้าละหวั่น ปารวดีถามพี่ชายว่า

"แล้วทำไมอยู่ดีๆพี่ธรถึงพูดถึงพิศเพลินขึ้นมาอีก ทั้งๆที่พี่โรมห้ามไม่ให้ใครเอ่ยถึงชื่อนี้แล้ว"

"ก็เพราะเด็กคนที่พี่พาไปให้เผ่ารักษานั่นแหละ ธรมองเห็นเด็กคนนั้นเป็นพิศเพลินได้ยังไงก็ไม่รู้ เด็กผู้ชายแท้ๆเลย..."

"เฮ้ย...เด็กนั่นเป็นผู้หญิงแกไม่รู้เหรอ ฉันรู้ตอนตรวจร่างกายให้ จะบอกแกที่คลินิกนั่นแล้วแต่บอกไม่ทัน" เผ่าเทพเปิดเผยความจริง โรมตาโตด้วยความตกใจ เลยนึกขึ้นได้ว่าเขาทิ้งเทียนไว้ที่สวนปาล์มจึงรีบกลับไปทันที และทันช่วยเทียนจากพวกคนงานหื่นๆเหล่านั้นไว้ได้

ooooooo

กลับมาถึงบ้านโรมคาดคั้นจะเอาเรื่องกับเทียนที่โกหกเขาว่าเป็นผู้ชาย แต่เทียนก็ให้คำตอบไม่ได้อยู่ดี โรมโมโหทำท่าว่าจะไล่เทียนออกจากบ้านโดยกล่าวว่าเขาไม่ชอบคนตลบตะแลง เทียนร้องไห้เดินออกไป

ที่ห้องของกมัยธร  ป้าทิพย์เข้ามาดูแล  ขณะกำลังไขเตียงนอนของเขาให้สูงขึ้น ถุงสร้อยในมือก็หล่นลงบนตักกมัยธรพอดี กมัยธรเก็บขึ้นมาถามว่าของใคร ทิพย์บอกว่าเป็นของเด็กเทียน

"เด็กเทียน ใครกัน" กมัยธรงง เพราะระหว่างที่เทียนเข้ามาอยู่ที่นั่นเป็นช่วงที่กมัยธรอาละวาดตลอดเวลาเลยจำไม่ได้ เขาเปิดถุงเจอสร้อยก็แปลกใจ พอดีโรมเดินเข้ามาในห้อง กมัยธรเลยบอกว่าเขาอยากเจอเด็กที่เป็นเจ้าของสร้อยเส้นนี้ กมัยธรยื่นสร้อยให้โรมดู พูดต่ออีกว่า

"สร้อยของพ่อฉัน แกจำอักษรประจำตระกูลบ้านฉันได้มั้ย มันมาอยู่ที่เด็กเทียนนั่นได้ไง"

"คุณเผ่าบอกว่าเด็กเทียนทำหล่นไว้ที่คลินิกค่ะ แกเลยเอามาคืน" ป้าทิพย์บอกปากคอสั่น แต่โรมบอกว่าให้ป้าทิพย์ ไปเรียกเทียนมานี่ พอเทียนไปถึงก็ถูกซักจากโรมและกมัยธรเป็นการใหญ่ เทียนยืนกรานว่า

"พ่อกับแม่บอกผมว่าใส่ติดตัวผมมาตั้งแต่เกิด ก่อนแม่จะตาย แม่ให้ผมใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา สั่งว่าอย่าถอด อย่าทำลาย"

"พ่อแม่เธอชื่ออะไร?" กมัยธรถาม

"พ่อผมชื่อใช้ แม่ผมชื่อถมยาครับ"

กมัยธรตาโตจับไหล่เทียนเขย่า ทวนคำว่า "นายใช้... ถมยา เธอเป็นลูกนายใช้กับถมยา?" พูดไม่จบก็หน้ามืดล้มคว่ำลงจากเตียง

ooooooo

หลังจากกมัยธรฟื้นแล้วเขาก็พูดถึงเรื่องนี้อีก แต่ โรมหาว่ากมัยธรฟุ้งซ่าน แต่กมัยธรยืนยันเสียงหนักแน่นโรมจึงต้องนั่งทบทวนความหลังถึงวันที่กมัยธรพาเขาไปที่บ้านสมัยโน้นตั้งแต่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ   เพื่อไปพบกับพ่อของกมัยธร   โดยแนะนำกับพ่อว่าโรมคือ

เพื่อนรักของเขาที่เคยออกปากฝากพ่อไว้ว่าจะให้มาทำงานด้วย

พ่อมองโรมแล้วออกปากว่าดี เพราะอ่านประวัติดูแล้ว และชมว่าโรมเก่ง ประสบการณ์ก็เยอะดี และบอกกับกมลทัตว่าเขาต้องเข้ามาช่วยงานบริษัทด้วย กมลทัตเบ้ปากตอบว่า

"ได้ไงครับพ่อ บริษัทเดียวจะมีผู้จัดการสองคนได้ไง" เขานึกว่าพ่อจะให้มาเป็นผู้จัดการ

"แกนี่โวยวายไปได้ ฉันแค่ให้แกมาช่วยดูแลเฉยๆ ถ้าปีแรกบริษัทมีกำไร ฉันจะยกหุ้นให้แก 50 เปอร์เซ็นต์"

เท่านั้นเองกมลทัตก็ดีใจจนออกนอกหน้า แต่อยู่มาไม่นานกมลทัตก็เข้าหาพิศเพลิน และพิศเพลินก็ท้องจนพ่อกมลทัตต้องจัดการแต่งงานให้ ทั้งๆที่รู้ว่าพิศเพลินรักอยู่กับกมัยธรแต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว กมัยธรจำต้องพรากจากคนรักเพราะเหตุนี้เอง

กมลทัตให้สัญญากับพ่อว่าเขาจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี กมัยธรช่วยพูดให้พี่ชายอีกคนหนึ่ง ทั้งๆที่หัวใจตัวเองกลัดหนอง เรื่องทั้งหมดนี้โรมได้รับรู้โดยตลอดด้วยความสงสารเพื่อนและไม่ชอบหน้ากมลทัตตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ooooooo

โรมคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นจนมาถึงปัจจุบันนี้ แต่เขาก็ถามกมัยธรออกมาว่ากมลทัตก็มีลูกชายให้กับพ่อของเขาได้ไม่ใช่หรือ กมัยธรส่ายหน้าถอนใจ

"แต่มีบางเรื่องที่ฉันไม่ได้เล่าให้แกฟัง ตอนที่พิศเพลินท้องแก่ พี่ทัตพาพิศเพลินไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศที่หัวหิน แล้วพิศเพลินก็คลอดลูกที่นั่น และฉันไปเยี่ยมพวกเขาพร้อมกับสายสร้อยร้อยแหวนประจำตระกูล ที่พ่อฝากไปให้ก่อนพ่อจะตาย ไปเจอพี่ทัตเลิ่กลั่กออกจากห้องที่พิศเพลินพักฟื้นอยู่ พี่ทัตบอกว่าพิศเพลินยังไม่ฟื้นจึงเอาเด็กออกมาสูดอากาศข้างนอก เลยไม่ได้เข้าไปเยี่ยมพิศเพลิน แต่เอาสายสร้อยร้อยแหวนประจำตระกูลใส่คอให้หลานและเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที

กมัยธรเล่าต่อว่า "พอฉันเดินมาถึงมุมตึกพบนายใช้อุ้ม เด็กทารกอยู่ นายใช้เลิ่กลั่กอย่างมีพิรุธ แต่ตอนนั้นฉันก็ไม่สนใจ เข้าไปดูเด็กแล้วบอกว่า ได้ข่าวว่านางถมยาก็คลอดลูกแล้ว และดีใจด้วยที่เป็นเด็กผู้ชายแฝดทั้งคู่ แถมฉันยังควักเงินทำขวัญให้ลูกทั้งสองคนของนายใช้ด้วย แต่มาถึงวันนี้ฉันสงสัยว่าเทียนคือลูกพี่ทัตที่ฉันเอาสร้อยคล้องคอให้ ส่วนกุลชาติก็คือลูกชายคนหนึ่งในสองคนของนายใช้นั่นแหละ โรม แกต้องช่วยฉันหาความจริงในเรื่องนี้นะ เด็กคนนั้นต้องได้รับความยุติธรรม เพราะเค้าคือสายเลือดของทักษสุต"

หลังจากรับปากเพื่อนแล้ว ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาโรมก็ติดตามเรื่องนี้อย่างขะมักเขม้น ทุกวันพอมีเวลาว่าง โรมจะเอาสายสร้อยที่ร้อยแหวนไว้มานั่งดูอย่างจริงจัง จนบางทีก็หลับไปอย่างเช่นวันนี้เป็นต้น แต่แปลกที่โรมหลับกลางวันยังฝันได้ เขาฝันเห็นพ่อของกมัยธรเดินเข้ามาจับบ่าแล้วบอกกับเขาว่าจะมารับกมัยธรไปอยู่ด้วย แถมยังเอ่ยปากอีกว่าฝากโรมให้ช่วยดูแลหลานให้ท่านด้วย โรมสะดุ้งตื่น นึกเป็นห่วงกมัยธรขึ้นมาทันที

ooooooo

เมื่อโรมพรวดพราดวิ่งมาถึงห้องกมัยธรแล้วก้าวพรวดพราดเข้าไป เห็นป้าทิพย์กับเทียนกำลังช่วยกันเขย่าตัวกมัยธรที่ตกลงมานอนอยู่ที่พื้น แต่เขย่ายังไงกมัยธรก็ไม่รู้ตัว โรมจึงให้คนโทร.เรียกรถพยาบาลทันที พอโรมพากมัยธรออกจากบ้าน เทียนก็ถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกจากบ้านเหมือนกัน

ขณะที่กมัยธรอยู่ในภวังค์ที่เจียนดับมิดับแหล่อยู่นั้น ภาพวันที่ทางบ้านเปิดพินัยกรรมหลังจากพ่อตายก็หมุนกลับมาในห้วงนั้นอีก ทนายความอ่านพินัยกรรมสรุปว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดยกให้เด็กชายกุลชาติ ทักษสุต โดยให้นายกมัยธรเป็นผู้จัดการมรดกจนกว่าเด็กชายจะบรรลุนิติภาวะ

กมัยธรเห็นภาพที่กมลทัตโมโหโทโสเรียกร้องสิทธิ์ต่างๆ เมื่อไม่ได้ดังใจก็ชี้หน้าด่ากราดว่า "พวกมึงรวมหัวกันแกล้งกู พวกมึงรู้กัน ปลอมพินัยกรรม ไม่เป็นไรเว้ย ทีใครทีมัน คอยดูกูบ้างก็แล้วกัน"

หลังจากนั้นอีกไม่นานเท่าไหร่โรมก็ถูกจับในข้อหาฉ้อโกงบริษัท ยักย้ายถ่ายเทหุ้น ทำนิติกรรมอำพราง และโกงภาษีบริษัทด้วย โรมถูกจับติดคุกและถูกขึ้นศาล และก็ถูกศาลวินิจฉัยว่าเขาเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว พิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายไปในที่สุด  ก่อนจากกัน  โรมจับบ่ากมัยธรเพื่อนรักที่เข้าอกเข้าใจเขาดี   กล่าวขอบใจที่ช่วยเหลือดูแลเรื่องคดีความให้ตลอด

"ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษแก ฉันเชื่อว่าแกไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา ฉันเสียใจจริงๆ แต่รับรองว่าฉันจะคอยดูแลแกไม่ให้ลำบาก ฉันจะช่วยเหลือแกทุกอย่าง จะชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่างให้แก"

สองคนลาจากกันที่หน้าศาลโดยมีสายตากมลทัตมองตามหลังพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ย หลังจากเรื่องของโรมไม่นาน กมัยธรก็ขับรถคว่ำอาการสาหัสเพราะสายเบรกถูกตัดขาดจากกันโดยจับตัวคนทำไม่ได้

โรมซึ่งตอนนี้มาทำอาชีพสวนปาล์มและมั่งมีขึ้นแล้วเป็นคนรับเอาเพื่อนพิการมารักษาเอาไว้ที่บ้านโดยปิดข่าวเงียบ กลัวว่ากมลทัตจะตามมาเก็บกมัยธรอีก แถมยังมีกรณีศพรถคว่ำศพถูกเผาไหม้จนจำไม่ได้ว่าเป็นใครเกิดขึ้นในช่วงเดียวกันที่ถนนสายเดียวกันด้วย หมอเผ่าเทพเลยรับสมอ้างว่าเป็นศพของกมัยธร และมอบให้กมลทัตจัดการเอาไปทำบุญและเผาเสีย ซึ่งกมลทัตก็นึกว่าจริงเลยอยู่ด้วยความสบายใจเพราะนึกว่าน้องชายตายแล้วด้วยแผนการของตัวเอง

ooooooo

วันนี้ ก่อนที่กมัยธรจะโคม่า เขายังบีบมือ โรมสั่งเสียว่าให้ดูแลหลานเขาด้วย โรมรับปากว่า ไม่ต้องห่วงเขาจะแก้แค้นแทนเอง หลังจากนั้นสองคนกับหมอเผ่าเทพ ช่วยกันจัดการเรื่องต่างๆและเอาศพของกมัยธรไปตั้งที่วัดเพื่อเตรียมการสวด

จัดการเรื่องต่างๆเสร็จแล้วโรมก็กลับไปบ้าน ป้าทิพย์วิ่งมารับอย่างดีอกดีใจนึกว่าโรมพากมัยธรกลับมาด้วย แต่พอโรมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแล้วป้าทิพย์ก็ร้องไห้โฮ โรมถามหาเทียน ป้าทิพย์ตอบอย่างมีอารมณ์

"มันเก็บของไปแล้วค่ะ ไปไหนก็ช่างมันเถอะ เด็กคนนี้มีส่วนทำให้คุณธรต้องตาย คุณโรมไม่ต้องไปห่วงมันหรอกค่ะ"

โรมส่ายหน้า เดินไปหยิบรูปกมัยธรที่หัวเตียงมาดู พึมพำว่า "เด็กคนนี้ต่างหาก ที่จะทำให้กมัยธรไม่ตายเปล่า ป้าคอยดูต่อไปก็แล้วกัน"

ป้าทิพย์ฟังแล้วงงเต้ก

ooooooo

เทียนไปหาครูพรขออาศัยอยู่ด้วยเพราะไม่มีที่ไป ครูพรบอกเทียนอย่างสงสารว่านึกแล้วไม่มีผิดและเคยบอกกับถมยาแล้วว่าเรื่องอย่างนี้ต้องเกิดขึ้นสักวันจนได้

ครูพรหยุดมองหน้าเทียนที่นั่งฟังด้วยท่าทางอึดอัด พูดต่ออีกว่า "การปิดบังความจริงมันก็ได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่วันใดก็วันหนึ่งมันก็จะเปิดเผยตัวเองออกมา แล้วคนที่ต้องรับเคราะห์กรรมก็คือเธอ ดอกเทียน"

เทียนนั่งน้ำตาร่วงแก้แทนพ่อแม่ว่า "แต่ที่พ่อแม่ทำก็เพราะรักผม...เอ๊ย รักเทียนนะครู เทียนไม่เคยคิดกล่าวโทษพ่อกับแม่เลยแหละ"

"ไม่มีใครต้องกล่าวโทษใครหรอกเทียน เวรกรรมจะชักนำเราไปเอง เธอเป็นคนดี ครูหวังว่าเธอจะได้รับผลกรรมดีในที่สุด...จะอยู่กับครูที่นี่ก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่เรื่องตัวตนของเธอล่ะ จะเป็นเด็กชายเทียนต่อไปอีกหรือ?" ครูเทียนถาม แต่เทียนเองก็คิดไม่ออกว่าจะเป็นหญิงหรือชายดี

ooooooo

ทนายความภาสกรพาลูกน้องมาไล่ล่าหาตัวชาญเพื่อจะได้สาวไปให้ถึงตัวของเทียนให้จงได้ พอดีไปถามหาชาญกับอ้อเมียชาญโดยไม่รู้ อ้อเลยชี้ไปทางโน้นทางนี้ว่าบ้านชาญอยู่ แล้วก็อาศัยที่ภาสกรพาลูกน้องไปตามหาชาญหลบกลับมาบ้าน เร่งให้ผัวเก็บของหนีทันที

"เพราะน้องแกแท้ๆเชียวไอ้ชาญ มันคงจะฟ้องผัวมัน เลยส่งลูกน้องมาไล่ล่าเราแบบนี้ ดีนะข้ารู้ทัน เร็วสิ...เดี๋ยวพ่อก็กลับมาเจอหรอก" อ้อด่าผัวดังลั่น

"แล้วจะหนีไปไหนรอดเหรอวะ มันมีทั้งเงินทั้งคนยังงี้" ชาญเก็บของมือไม้สั่น สองคนแบกเสื้อผ้าขยุกขยุยเปิดประตูออกไป เจอโรมยืนหน้าเครียดอยู่ตรงนั้น ชาญกับอ้อสะดุ้งสุดตัวนั่งลงยกมือไหว้ปลกๆ โรมต้อนสองคนกลับเข้าไปในห้องตัวเขาเองนั่งลงบนม้านั่งสับปะรังเค สองคนผัวเมียนั่งลงบนพื้น โรมถามถึงเทียน แต่ชาญปากดีบอกว่า

"ทำไมติดใจไอ้เทียนนักถึงต้องมาตามหา"

"ฉันไม่จำเป็นต้องบอกแก แต่ถ้าแกตอบคำถามฉัน เงินนี่จะเป็นของแกทันที" โรมควักเงินเป็นปึกออกมาโชว์

สองผัวเมียตาลุกวาวพร้อมเอ่ยปากทุกเรื่องที่โรมถาม

ooooooo

กุลชาติถูกพ่อให้นภาพาไปส่งที่โรงเรียนสอนภาษา ซึ่งมีแต่เด็กๆทั้งนั้น แต่กุลชาติก็ไม่ยักจะอายเมื่อพูดภาษาอังกฤษผิดๆถูกๆให้เด็กหัวเราะกันเกรียวไปทั้งห้อง ห้องที่กุลชาติเข้าเรียนนี้มีครูผู้ชายชื่อลักษมนรับผิดชอบอยู่

หลังจากฟังกุลชาติอ่านภาษาอังกฤษผิดๆถูกๆอยู่ครู่หนึ่งแล้ว ลักษมนก็เอาประวัติของกุลชาติตอนมาสมัครเรียนไปดู เรียกกุลชาติไปคุยด้วยสองต่อสอง ลักษมนพลิกประวัติของกุลชาติแล้วชวนคุย

"คุณเรียนถึงระดับมหาวิทยาลัย แต่ลาออกเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าพื้นฐานภาษาอังกฤษของคุณจะต่ำขนาดนี้"

กุลชาติทำปากเบะมองตอบ ย้อนว่า "ก็ผมเป็นคนไทยพูดไทยได้ก็โอเคแล้ว...เอาอย่างนี้ดีกว่าครู จะเอาเท่าไหร่บอกมา ผมขออย่างเดียวให้เช็กชื่อว่าผมมาเรียนทุกครั้งก็พอ แต่ผมจะไปไหนมันเรื่องของผม ว่าไง เท่าไหร่บอกมา แต่อย่าให้พ่อผมรู้ก็แล้วกัน"

ลักษมนหน้าบึ้ง ผลักประวัติของกุลชาติไปข้างหน้า บอกเสียงขรึมๆว่า "ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกคุณกุลชาติ หน้าที่ของผมคือสอนให้นักเรียนมีความรู้ แล้วอีกอย่างผมก็ได้ค่าจ้างค่าเล่าเรียนของคุณมาครบแล้ว คุณควรทำหน้าที่ของคุณ คือเรียนให้ครบเทอม ครบคอร์สที่คุณพ่อคุณอุตส่าห์จ่ายเงินให้ผม"

กุลชาติยิ้มเยาะๆ "แน่ใจเหรอว่าจะสอนผมได้"

"ก็ต้องลองดูก่อน เอาละ การบ้านของคุณคือไปท่องเอถึงแซด แล้วก็เขียนมาให้ได้ด้วย"

กุลชาติตบโต๊ะทันที แต่ยังไม่ทันจะมีเรื่อง นภาเลขาฯของพ่อที่เป็นคนพาเขามาฝากเรียนก็โผล่เข้ามาพร้อมกับสมุนอีกสองคน กุลชาติเลยหน้าจ๋อยไปเพราะกลัวนภาจะไปฟ้องพ่อนั่นเอง

ooooooo

โรมไปหาบ้านครูพรตามที่ชาญบอก แต่ไปช้ากว่าพวกภาสกรนิดเดียว ภาสกรทำก๋าเข้าไปถามหาตัวเทียน ครูพรเห็นท่าไม่น่าไว้ใจเลยบอกว่าเทียนไปซื้อของที่ตลาด พวกภาสกรเลยกลับไปหาที่ตลาด ครูพรรีบโทร.ไปบอกเทียนที่พาพวกเด็กไปเที่ยวน้ำตก บอกว่าอย่ากลับบ้าน เพราะมีผู้ชายสองคนมาถามหาท่าทางไม่น่าไว้ใจ

ครูพรวางโทรศัพท์ หันมาอีกทีเจอโรมยืนดูอยู่ ครูพรเกร็งเต็มที่ โรมรีบบอกว่าเขาไม่ใช่คนร้ายแต่เป็นคนที่ช่วยเทียนไว้ คุยกันครู่หนึ่งครูพรจึงไว้ใจพาโรมไปที่น้ำตกแห่งนั้น พอดีไปเจอเหตุการณ์ที่มีเด็กตกน้ำและเทียนลงไปช่วยขึ้นมาได้ แต่ตัวเทียนเองกลับตกลงไปแทน แต่โรมก็โดดลงไปช่วยเทียนขึ้นมาได้อีกเหมือนกัน

โรมพาเทียนไปที่บ้านครูพรและขอครูพรเอาตัวเทียนกลับไปกับเขาด้วย ครูพรบอกว่า "ฝากเทียนด้วยนะคุณโรม เทียนมันเป็นเด็กกตัญญูรู้คุณ หวังว่าคุณคงนำพาเทียนไปเจอแต่สิ่งที่ดีๆนะคะ"

"ขอบคุณที่ครูยังไม่บอกเหตุผลที่ผมเล่าให้ฟังให้เทียนรู้นะครับ ผมรับรอง ถ้าความจริงทั้งหมดเปิดเผยเมื่อไหร่ ผมจะมาเรียนให้ครูทราบ ผมลาละครับ" โรมยกมือไหว้ครูพรก่อนพาเทียนไปขึ้นรถ

ooooooo

โรมพาเทียนไปไหว้ศพของกมัยธรที่วัด เทียนไหว้เสร็จปักธูปลงแล้วก็ถอยมานั่งข้างโรมด้วยท่าทางซึมเศร้า บอกกับเขาว่าคุณกมัยธรไม่น่าจะอายุสั้นอย่างนี้ เลย โรมพยักหน้า

"ก็อย่างที่ฉันบอกเธอยังไง นี่แหละคนดี แล้วเธอดูซิว่าผลตอบแทนเป็นยังไง จุดจบของคนดีเป็นยังไง"

"เอ้อ...แต่อย่างน้อยคนดีก็ต้องไปสู่สุคติ หมดทุกข์ หมดโศก ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว"

"แต่กมัยธร เค้ายังไม่หมดห่วงหรอกเทียน ฉันจะเป็นคนจัดการเรื่องนั้นให้เจ้าธรมันเอง" เทียนงงกับคำกล่าวของโรม

ที่ด้านหลังของคนทั้งสอง เผ่าเทพกับปารวดีพูดกันค่อยๆ เผ่าเทพบอกเมียว่า "โรมกับเด็กคนนี้มันดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ ดูจะมีเรื่องลับลมคมในน่าดูเลย"

"ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นล่ะค่ะ คงจะเป็นเรื่องสำคัญมากด้วย ไม่งั้นคงไม่ไปตามเด็กคนนี้มากราบศพคุณธรหรอก"

ส่วนป้าทิพย์ที่นั่งอยู่ด้วยก็มองไม่วางตาเหมือนกัน แกพูดออกมาว่าจะมาไม้ไหนก็ไม่รู้เด็กเทียนนี่ ตอนมาเป็นผู้ชาย แต่ตอนนี้กลายเป็นผู้หญิงไปซะแล้ว"

กลับจากงานสวดศพ ปารวดีแอบเข้ามาถามโรม โรมจึงเล่าเรื่องให้น้องสาวฟังย่อๆ พร้อมกับให้ดูสร้อยกับแหวนที่กมัยธรฝากเขาเอาไว้พร้อมบอกว่า กมัยธรยืนยันว่าสร้อยแหวนประจำตระกูลนี่พ่อฝากให้มันไปให้หลาน แล้วมันก็ใส่ให้เด็กกับมือ แต่ทำไมมันไปอยู่ที่เด็กเทียนล่ะ เทียนอาจจะเป็่นทายาทตัวจริงของกมลทัตและเป็นหลานสาวแท้ๆของกมัยธรก็ได้นะ...

ฟังจบแล้วเผ่าเทพกับปารวดีสองคนผัวเมียได้แต่มองหน้ากัน

ooooooo

กุลชาติเรียนภาษาอังกฤษไปไม่ถึงไหนเลย แถมไปรังแกพวกเด็กจนวุ่นวายไปหมด พอนภาเข้าไปจัดการกุลชาติก็ขู่ว่าเขาจะฟ้องแม่ที่นภาเป็นเมียน้อยของพ่อ นภาหัวเราะอย่างขบขัน ถามว่าแน่ใจเหรอเพราะเธออยากให้พิศเพลินรู้มาตั้งนานแล้ว จะได้เป็นเมียอันดับสองออกหน้าออกตาซะที กุลชาติงง

นภากระชากเชือกที่รัดกุลชาติให้ออกเดินพลางกล่าวว่า "ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่าน่า พ่อคุณไม่ปล่อยคุณหรอกเชื่อเถอะ ยิ่งคุณดิ้นเชือกก็จะยิ่งมัดคุณแบบนี้แหละ ทำไมไม่ลองทำตรงกันข้ามล่ะ" นภาเข้าไปกระซิบที่หูของกุลชาติว่าลองทำให้พ่อตายใจสิ กุลชาติฟังแล้วตาโตเลย

กลับถึงบ้านก็เอาโต๊ะออกไปตั้งในที่ที่พ่อกับแม่จะมองมาเห็นข้างสระ เอาหนังสือไปนั่งท่องจดไอ้นั่นไอ้นี่วุ่นวายเหมือนกำลังสนใจการศึกษาเต็มแก่ กมลทัตรีบไปเรียกเมียให้ออกมาดู แต่พิศเพลินเนือยๆไม่สนใจ

"ก็ดีแล้วนี่คะ ทำดีก็จะได้ดีกับตัวเค้าเอง ลูกคงมีเหตุผลของเค้า" พูดอย่างไม่สนใจจริงๆ

กมลทัตแยกเขี้ยว "ปั้ดโธ่โว้ย ให้มันได้ยังงี้ซิวะ ถามจริงๆ วันๆเธอรู้เรื่องอะไรบ้าง หูหนวกตาบอดหรือไง หา!"

"ใช่ คนเรารู้เรื่องตัวเองให้ดีก็พอ ส่วนฉันถ้าไม่ทำเป็นหูหนวกตาบอดก็คงจะอยู่ไม่ได้มาถึงป่านนี้หรอก"

กุลชาติรามือจากการขีดเขียนแต่หูก็ยังฟังพ่อแม่ทะเลาะกันอยู่อย่างสนใจ พอเห็นพ่อกับแม่เผลอแล้วเขาก็หยิบมือถือมากดทันที

"ครับพี่  นี่ผมชาตินะ  งวดนี้ผมเล่นชุดนะ  แมนฯยู

อาร์เซ  ยูเว่"

"เฮ้ยๆ เดี๋ยวของเอ็งมันเกินเครดิตแล้ว งวดที่แล้วยังไม่เคลียร์เลย ฟังให้ดีนะ จะรีบโอนมาหรือให้ไปทวงที่บ้าน" ทางนั้นตอกกลับมา กุลชาติตาเหลือก

"โอนพี่ โอน เดี๋ยวผมโอนเงินให้"

ooooooo

ตอนที่ 3

กุลชาติร้อนใจจนนั่งแทบไม่ติด หนังสือก็ดูไม่รู้เรื่อง แถมการแกล้งขีดเขียนจดลงสมุดก็ทำไม่ได้ ผุดลุกผุดนั่ง กินน้ำหวานที่คนใช้เอามาวางให้ก็ทำหกซะอีก เสียงพ่อกับแม่ที่ทะเลาะกันอยู่เมื่อครู่หายไป พักหนึ่งก็เห็นพ่อขับรถออกไปจากบ้าน เขารีบลุกขึ้นย่องไปหาแม่ทันที

ได้ยินเสียงเปียโนดังแผ่วๆอยู่ในห้องเขาจึงย่องเข้าไป เห็นพิศเพลินกำลังกดคีย์เป็นเพลงหวานเศร้าเขาจึงหยุดยืนฟังอยู่ตรงประตู พิศเพลินกำลังระบายอารมณ์เศร้าของตัวเองอยู่โดยไม่รู้ว่าลูกชายแอบมายืนอยู่ ทันใดนั้นเธอก็หยุดเล่น ลุกขึ้นหันหน้ามาอย่างเบลอๆ ดวงตาที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมองเห็นกุลชาติเป็นกมัยธรไป เธอร้องออกมาเบาๆ

"คุณธร...กมัยธร!"

เธอเห็นกมัยธรเดินเข้ามาหา  พิศเพลินกะพริบตา  แล้วคนที่เธอเข้าใจว่าเป็นกมัยธรก็กลายเป็นกุลชาติไป เขาเดินเข้ามาโอบเธอให้นั่งลงบนม้านั่งแล้วบอกว่า "ผมเองแม่ อาธรที่ไหนกัน เค้าตายไปตั้งนานแล้ว ฮั่นแน่...แม่ยังฝังใจอยู่ใช่เปล่าเลยเห็นผมเป็นอาธร?"

"ปละ...เปล่า แม่ไม่ได้พูดอะไรออกมานี่ ลูกหูฝาดไปเองหรือเปล่า" พิศเพลินรีบปฏิเสธ

"ปัดโธ่...ผมได้ยินเต็มหูเลย แม่ทำเสียงหวานเรียกคุณธร กมัยธร...ผมไม่ได้โง่น่ะแม่ ผมรู้ว่าแม่กับอาธรเคยเป็นกิ๊กเก่ากัน ได้ยินเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว"

"ชาติ...อย่าพูดเรื่องนี้อีกนะ โดยเฉพาะต่อหน้าคุณพ่อ แม่ขอร้องล่ะ" น้ำเสียงวิงวอนของพิศเพลินทำให้กุลชาติมองเห็นช่องทางได้เงินทันที

"ได้...งั้นผมขอค่าปิดปากครับ...มากหน่อยก็ดีปากจะได้สนิทเลย" กุลชาติแบมือทันที สีหน้าเจ้าเล่ห์

พอได้เงินจากแม่ กุลชาติรีบไปที่ตู้เอทีเอ็มจัดแจงโอนเงินไปให้เจ้าหนี้ โอนเสร็จก็กดมือถือเลย

"พี่...ผมโอนเงินให้พี่แล้วนะ บอกแล้วว่าคนอย่างผมไม่เบี้ยว พี่ก็น่าจะรู้ว่าพ่อผมเป็นใคร โธ่...อ้อ...เดี๋ยวๆพี่ เอ้อ ถ้าผมอยากจะสั่งสอนศัตรูสักคนพี่ช่วยผมได้มั้ย ก็...ให้มันลุกไปไหนไม่ได้ซักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็พอ คิดค่าเหนื่อยเท่าไหร่ ว่ามาเลย...เอาเป็นตกลงตามนี้นะ"

ooooooo

โรมกำลังนั่งคอยปารวดีกับเทียนที่ออกไปข้างนอกตามคำสั่งของเขาที่ให้ปารวดีพาเทียนไปแปลงโฉมเป็นผู้หญิง อยากเห็นเธอตอนเป็นผู้หญิงจริงๆว่าจะเป็นยังไงบ้าง ดังนั้นการรอคอยจึงเหมือนเวลาผ่านไปช้ามาก กระสับกระส่ายจนป้าทิพย์ต้องเข้ามาถาม โรมกลัวป้าทิพย์จะจับความในใจได้เลยบอกว่าหิวข้าว จะไม่คอยใครแล้ว เร่งให้เด็กตักข้าวใส่จานแล้วนั่งลงทำท่ากิน

แต่ทำไมถึงยกช้อนไม่ขึ้นก็ไม่รู้เพราะที่หน้าประตูห้อง ปารวดีกำลังจูงเทียนเดินเข้ามา เทียนที่ตอนนี้นุ่งกระโปรงสีหวาน แต่งหน้าอ่อนๆน่ารักมาก โรมมองตาค้างจนปารวดีนั่งลงบนเก้าอี้เตรียมจะกินข้าวด้วยก็ยังไม่รู้สึกตัว ปารวดีเลยแซวว่า

"อ้าวพี่โรม ป้าทิพย์ทำกับข้าวไม่อร่อยเหรอคะ ยกช้อนค้างอยู่ได้"

โรมรีบตักข้าวเข้าปาก เคี้ยวไปกระแอมไป ปารวดีทำไม่รู้ไม่ชี้ร้องบอกป้าทิพย์ขอจานกับช้อนส้อมอีกชุดเพื่อให้เทียนกินด้วย เทียนเงอะงะทำท่าจะไม่ยอมนั่งกินที่โต๊ะเลยถูกโรมดุเอา เทียนจึงจำใจนั่งลงค่อยๆตักข้าวตักกับกินอย่างเรียบร้อย ปารวดีที่นั่งติดกับโรมกระซิบบอกพี่ชายว่า

"กิริยามารยาทใช้ได้ไหมคะ ไม่ขัดเขินไม่เงอะงะ ขอเวลาให้น้องขัดเกลาอีกไม่นานหรอก เด็กเทียนคนนี้จะต้องกลายเป็นนางสาวเทียนที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยค่ะ"

ooooooo

กินข้าวเสร็จแล้วก็พากันไปที่ห้องนั่งเล่น ส่วนเทียนช่วยป้าทิพย์กับพวกเด็กๆเก็บโต๊ะกินข้าว พักใหญ่เทียนก็เดินออกมาจากครัว กำลังจะเดินผ่านห้องนั่งเล่นได้ยินเสียงปารวดีกำลังเล่นเปียโน เทียนจึงเดินเลยเข้าไปในห้องนั้น พอดีปารวดีเล่นจบเพลงเทียนจึงตบมือแล้วเดินไปใกล้ๆ โดยเทียนไม่รู้ว่าโรมแอบเดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่

"เพราะจังเลยค่ะคุณปา" เทียนพูดอย่างตื่นเต้น

"อยากเล่นมั่งมั้ยล่ะ?" เสียงโรมดังอยู่ข้างหลัง เทียนสะดุ้ง หันไปตอบเบาๆว่า

"เทียนเล่นไม่เป็นหรอกค่ะ"

"เป็นหรือไม่เป็นแต่ต่อไปนี้เธอต้องเรียนเปียโนกับปารวดีเขา นี่คือคำสั่ง" โรมทำเสียงดุ เทียนทำหน้าหวาดๆปารวดีเลยลุกขึ้นจากม้านั่งลากแขนเทียนให้ไปนั่งแทนแล้วเริ่มสอนวีธีเล่นทันที เวลาผ่านไปไม่นานเท่าไหร่หลังจากนั้นเทียนก็เริ่มเล่นเปียโนได้ในระดับหนึ่ง

ooooooo

ปารวดีอยากให้โรมกับเทียนได้อยู่ใกล้ชิดกัน เธอจึงแกล้งบอกโรมว่าต้องพาเธอไปเลี้ยงขอบใจนอกบ้านเพราะสอนให้เทียนเล่นเปียโนได้แล้ว โรมไม่ขัดข้องเพราะในใจตัวเองก็คล้ายกับว่าต้องการเช่นนั้น

วันอาทิตย์ต่อมาโรมจึงพาปารวดีกับเทียนไปเที่ยวชายทะเล โรมสั่งอาหารมากินที่ชายหาด เทียนพอเห็นทะเลก็นั่งเหม่อเพราะคิดถึงความหลังของตัวเอง ปารวดีกลัวบรรยากาศจะกร่อยเลยแกล้งชวนเทียนคุย "นั่งคิดอะไรน่ะเทียน ของกินเพียบอยู่ตรงหน้าไม่แตะเลย พี่โรมอีกคนก็เป็นไปด้วย"

เทียนสะดุ้ง รีบตอบว่า "เอ้อ...เทียนมองทะเลแล้วคิดถึงชายหาดที่หัวหินค่ะพี่ปารวดี ตอนอยู่ที่นั่นเทียนไม่มีโอกาสได้นั่งเล่นอย่างนี้หรอกค่ะ ต้องเดินขายของจากหาดนี้ไปหาดโน้น ดูเด็กเล่นน้ำเล่นเรือเล่นเจ็ตสกีแล้วก็ได้แต่อิจฉาเขา" เทียนพูดจบโรมก็ลุกพรวดทันที บอกกับสองคนว่า

"เดี๋ยวมานะ"

พักเดียวโรมก็กลับมาพร้อมเจ็ตสกีสองลำ เขาขับมาลำหนึ่งและมีเด็กขับมาส่งอีกลำหนึ่ง  โรมชวนสองสาว

แต่ปารวดีบอกว่าขี้เกียจ จึงมีแต่เทียนที่ทำท่าดีอกดีใจสุดๆ วิ่งไปลงอีกลำหนึ่งทันที สองคนกับโรมขับไล่กันไปมา พักเดียวเครื่องลำของเทียนก็สะดุดสตาร์ตเท่าไหร่ก็ไม่ติด โรมเลยขับลำของตัวเองมารับเทียนขึ้นไปบนลำของเขา แต่ทำอีท่าไหน ก็ไม่รู้ทั้งสองคนกอดกันตกน้ำ เทียนไม่เป็นอะไรแต่โรมหัวฟาดขอบเจ็ตสกีเต็มรัก เทียนรีบปีนขึ้นไปบนเรือแล้วลากโรมขึ้นไปด้วย ให้นั่งซ้อนหลังตัวเองแล้วเทียนก็ขับเรือเข้าฝั่งโดยมีโรมนั่งกอด
เอวคอพับซบกับบ่าเทียนไปด้วย แต่ว่าพอขึ้นไปนั่งที่เก่าที่เช่าไว้โรมกลับทำท่าเป็นปกติ

วันนั้นกลับถึงบ้าน เทียนได้สร้อยไข่มุกเส้นหนึ่งเป็นของรางวัลจากโรมที่เทียนช่วยเขาไว้ แต่ปารวดีกับโรมพอกลับถึงบ้านได้รับข่าวไม่ดีว่า ลักษมนลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นลูกชาย ของป้าทิพย์โดนรุมซ้อมจนขาหักอยู่ที่กรุงเทพฯหลังจากที่สอนภาษาเสร็จกำลังจะกลับบ้าน สองคนพี่น้องบึ่งไปกรุงเทพฯทันที และขอรับตัวลักษมนกลับมารักษาที่สวนปาล์มเอง

ooooooo

วันรุ่งขึ้นตอนที่โรมกับปารวดีพาลักษมนกลับมาที่สวนปาล์มนั้น พอลงรถลักษมนก็เกือบจะล้มเพราะขาข้างบาดเจ็บยืนไม่ถนัด ดีแต่เทียนอยู่แถวนั้นจึงวิ่งเข้าไปช่วยไว้ได้

"อุ๊ย...ระวังค่ะ" เทียนโอบลักษมนไว้แน่น

ลักษมนไม่เคยเห็นเทียนมาก่อนจึงสนใจมากเพราะเทียนเป็นคนสวย จึงมองเธอไม่วางตา พอเข้าไปในบ้าน ป้าทิพย์ก็ออกมาต้อนรับ ลักษมนนั่งลงบนเก้าอี้ ป้าทิพย์ก็ช่วยประคอง ลูบแข้งลูบขาไปบ่นไป

"โธ่เอ๊ย...ทำไมโชคร้ายยังงี้นะคงต้องไปทำบุญใหญ่กันแล้วบ้านนี้ หมู่นี้มีแต่เรื่องไม่ดีเลยตั้งแต่คุณธรเสีย"

"ฮะ...อะไรนะครับ พี่ธรเสียแล้ว เมื่อไหร่ ไม่เห็นพี่โรมบอกผมเลย"

"มันกะทันหันน่ะ แล้วฉันก็ไม่อยากให้แกเป็นห่วง ค่อยยังชั่วเมื่อไหร่แกค่อยไปไหว้มันที่วัด เพราะฉันจะเก็บไว้

ร้อยวัน" โรมบอก

"ทำไมถึงเสียล่ะครับ" ลักษมนยังถามอีก ตอนนี้ป้าทิพย์ทำท่ากระฟัดกระเฟียดขึ้นมาทันที

"ก็ตกเตียงลงมาเพราะมีคนเข้าไปวุ่นวายน่ะซิ...ฉันน่ะ..." ป้าทิพย์พูดไม่ทันจบโรมก็เบรกทันที

"ป้าครับ ไม่เอาน่า มันไม่ได้เกี่ยวกับเทียนเลย ร่างกายเจ้าธรมันไม่ไหวอยู่แล้ว"

"เออจริงซิ ยังไม่ได้แนะนำเลยเทียน ลักษมนเป็น น้องชายพี่...แล้วนี่เทียนเป็น...เอ้อ..." ปารวดีแย่งพูดแต่ไม่รู้ จะแนะนำยังไง โรมเลยบอกว่า

"เด็กในปกครองของฉัน" เขาตัดบทง่ายๆ พอเทียนออกจากห้องไปแล้วลักษมนยังอยากรู้เรื่องราวของเทียนอีกว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมโรมต้องอุปการะเอาไว้ โรมเลยพูดเสียงเข้มๆว่า

"เอาเป็นว่า เทียนเป็นเด็กกำพร้า ฉันต้องการให้ชีวิตใหม่ที่ดีที่สุดกับเขา ปั้นเขาให้เป็นผู้หญิงพิเศษสุดที่ใครบางคนเห็นแล้วคาดไม่ถึง...แกรู้แค่นี้ก็พอ เออจริงด้วย ขาแกเจ็บแต่ปากยังพูดได้ ฉะนั้นฉันจะมอบงานให้แกแก้เบื่อชิ้นหนึ่ง"

และงานที่โรมมอบให้ลักษมนก็คือสอนภาษาอังกฤษให้เทียนนั่นเอง

ooooooo

กุลชาติเอาเงินค่าจ้างที่ให้คนมาทำร้ายลักษมนไปให้เฮียปอถึงบ้านซึ่งก็คล้ายๆซ่องการพนันนั่นเอง เฮียปอรับเงินแล้วบอกว่าล่อซะขาเละอย่างนั้นต้องหยุดเดินเป็นเดือนไม่ต้องห่วง กุลชาติยิ้มอย่างชอบใจเพราะเขาจะได้ไม่ต้องไปเรียนอีกนาน

ขณะนั้นมีเสียงเฮฮาดังมาจากข้างบนบ้าน กุลชาติสนใจทันที เฮียปอบอกว่า "ครบนั่นแหละ ทั้งอี ทั้งไอซ์ สนไหมล่ะ" กุลชาติลังเล กลัวพ่อดุก็กลัว แต่พอเฮียปอโบกเงินที่เขาเพิ่งใช้หนี้ให้เมื่อกี้อยู่ตรงหน้าพร้อมกับบอกว่า "คืนนี้มีบอลคู่เด็ด เฮียให้เอาไปต่อทุนก่อน เอามั้ย" กุลชาติตบะแตกทันที

แต่คืนนั้นโชคไม่ช่วยแล้วยังซวยซ้ำสอง นอกจากเสียเงินไปทั้งหมดแล้วและกำลังเมายากันอยู่อย่างครื้นเครง ตำรวจ

ก็จู่โจมเข้าจับไปได้ทั้งหมดรวมทั้งกุลชาติด้วย แต่กมลทัตพ่อของเขาไม่รู้เรื่องนี้เพราะนภาไม่บอก แต่เป็นคนไปประกันกุลชาติที่โรงพักเองเพราะนภาคิดสะระตะแล้วว่าต่อไปจะได้ จากกุลชาติมากกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่าถ้ากุมความลับเรื่องเขาถูกจับให้พ้นหูกมลทัตได้ และมันก็เป็นไปตามคาดจริงๆ

ooooooo

โรมได้รับรู้จากเทียนว่าถมยาเคยบอกเธอว่าตอนเธอคลอด แม่ถมยาให้หมอตำแยมาทำคลอดให้

ที่บ้าน เพราะตอนนั้นแม่ถมยาทำงานเป็นคนงานของนายหัวคนหนึ่ง และพอเธอเกิดแม่ก็ลาออกจากงาน

โรมพยายามคลำหาหมอตำแยคนนั้นจนสืบรู้ได้ว่าชื่อแม้น ปลูกกระท่อมอยู่ในสวนยาง โรมไปหายายแม้นจนถึงที่ แต่ยายแม้นหวาดกลัวมาก เพราะอดีตบ้านช่องของแกถูกชายกลุ่มหนึ่งเข้ามาเผา ผัวแกและลูกสาวก็ถูกฆ่าและโยนเข้ากองไฟ ยายแม้นเลยสติปํ้าๆเป๋อๆมาตั้งแต่บัดนั้น วันนี้พอโรมไปหา แกจึงพยายามซ่อนตัว แต่ชายคนหนึ่งที่คอยเลี้ยงดูแกอยู่พยายามอธิบายให้แกเข้าใจว่าโรมมาดี จึงคุยกันได้พักหนึ่งจนโรมรู้ว่า ยายแม้นทำ
คลอดให้นางถมยาตอนนั้นเป็นเด็กชายแฝดทั้งคู่ พอพูดถึงเรื่องนี้ยายแม้นที่รู้ตัวว่าบ้านแกถูกเผาเพราะเรื่องนี้ มาครั้งหนึ่งแล้วก็เกิดอาการคลั่งขึ้นมาอีก ดิ้นรนจะทำร้ายโรม แต่ในที่สุดแกเองก็หกล้มหัวฟาดประตูแน่นิ่งไป โรมพยายามพาแกไปจนถึงมือหมอเผ่าเทพ แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว แกตายก่อนถึงมือหมอด้วยซ้ำ

ooooooo

กมลทัตหลังจากที่พาภาสกรไปทำร้ายครอบครัว ของยายแม้นแล้ว ในใจของตนเองก็ร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ ถูก นอนผวาเพราะฝันเห็นแต่เรื่องนี้ทุกคืนจนพิศเพลินเห็นเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วกับการดิ้นรนฮึดฮัดของเขา เช้ามืดวันนี้หลังสวดมนต์เสร็จพิศเพลินก็กลับมาที่ห้องนอน เห็นกมลทัตกำลังดิ้นอีกแล้วจึงเขย่าตัวปลุก

กมลทัตผวาลุกขึ้นนั่งเหงื่อโทรมไปทั้งตัว พิศเพลินถามถึงซองผ้าป่าที่หลวงพ่อฝากมาให้ว่าใส่เงินทำบุญแล้วหรือยัง เท่านั้นเองกมลทัตหาเรื่องทันที

"นี่คงเห็นว่าผมบาปหนาละซิ แค้นมากใช่มั้ยที่ต้องมาเป็นเมียผมแทนไอ้ธร ทั้งๆที่ผมประเคนให้คุณทุกอย่าง ยกเว้นดาวกับเดือนเท่านั้น..."

"งั้นก็เอาชีวิตลูกฉันคืนมาซิ คุณบอกว่าตายตั้งแต่ตอนคลอดแล้วศพล่ะ ถ้าลูกตายจริงทำไมเอาศพมาให้ฉันดูไม่ได้"

"ก็ผมไม่อยากให้คุณสะเทือนใจ ผมจึงไปขอไอ้ชาติมาเป็นลูกคุณแทนไง"

"รวมถึงเรื่องที่เผาศพธรเหมือนผีไม่มีญาติด้วยใช่มั้ย?" พิศเพลินจ้องหน้าถาม

"เฮ่ย...มาลงเรื่องนี้จนได้ ไอ้ที่หลับหูหลับตาทำบุญทุกวันนี้คงกลัวว่ามันจะไม่ได้ขึ้นสวรรค์ล่ะซิ"

"ฉันอยากให้คุณรู้จักคำว่าให้บ้างต่างหาก ให้ด้วยใจที่ บริสุทธิ์ไม่หวังผลตอบแทน อย่างน้อยกุลชาติก็จะได้ไม่ต้องมารับกรรมที่ผู้ใหญ่ทำเอาไว้ แค่นี้แหละที่ฉันหวัง" พิศเพลินเดินออกจากห้องไปอย่างไม่ไยดี

ooooooo

ลักษมนสอนภาษาอังกฤษให้เทียนด้วยความเอาใจใส่ และเทียนก็เรียนอย่างตั้งอกตั้งใจ สองคนนิสัยคล้ายกันจึงสนิทกันเหมือนเพื่อน อยู่ๆวันหนึ่งพอเรียนกันเสร็จแล้วเทียนก็ถามขึ้นมาดื้อๆว่า

"คุณมนทิราเป็นใครคะคุณลักษ์?"

ลักษมนอิดออดไม่อยากเล่า แต่ก็เกรงใจเทียนจึงเล่าให้ฟังเล็กน้อย "คุณมนเขารักกับพี่โรมตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ พอพี่โรมร่วมหุ้นกับพี่ธรทำบริษัท สองคนยังวางแผนจะแต่งงานกันด้วยซ้ำไป พอดีเกิดเรื่องพี่โรมล้มละลาย สองคนทะเลาะกัน คุณมนทิราไปเมืองนอก แล้วตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ข่าวเธออีก เธอถามเรื่องนี้ทำไมล่ะ"

"เอ้อ...นายหัวนอนละเมอหลุดปากชื่อนี้ออกมาค่ะ แต่เทียนไม่กล้าถามเลยมาถามคุณ"

"ดีแล้ว อย่าไปเอ่ยถึงคุณมนต่อหน้าพี่โรมเด็ดขาด อาจโดนดีนะ"

ooooooo

โรมเดินคุยมากับปารวดีเรื่องกมลทัตที่ทำกับยายแม้น โรมบอกกับปารวดีว่าเขาจะไปกรุงเทพฯสักสอง สามวันเพื่อติดตามเรื่องนี้ พอดีเหลือบมาเห็นลักษมน กับเทียนกำลังคุยกันอยู่ โรมจึงบอกกับปารวดีว่า ไม่ต้องบอกให้ลักษมนรู้เรื่องนี้ตอนนี้ ปารวดีรับปากพี่ชาย พอเดินมาถึงสองคนนั้นโรมก็บอกแต่เพียงว่าเขาจะไปกรุงเทพฯ และสั่งลักษมนว่า

"ระหว่างพี่ไม่อยู่ฝากดูแลเทียนด้วย เรื่องภาษาอย่างน้อยต้องสอนให้คุยโต้ตอบทักทายกับฝรั่งได้ ส่วนปารวดีก็ต้องสอนเรื่องมารยาทจนทำให้เทียนออกงานใหญ่ได้โดยไม่อายใคร"

"สำหรับเทียน ขอให้เธอมั่นใจได้ว่า ฉันเลือกทุกอย่างที่ดีที่สุดให้เธอก็แล้วกัน" โรมพูดก่อนจะก้าวขึ้นรถขับออกไป ทั้งสามคนที่ได้รับคำสั่งต่างคนต่างงง

ooooooo

คืนนี้ที่กรุงเทพฯ กมลทัตเปิดตัวลูกชายเป็นงานใหญ่ เชิญแขกมาเพียบ พร้อมกับนักข่าวหลายสำนัก นักข่าวถามเขาว่า เขามีธุรกิจในมือนับไม่ถ้วน แล้วอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มธุรกิจไบโอดีเซลพาวเวอร์อีก กมลทัตแย้มปากยิ้มแบบอวดๆตอบว่า

"เราได้พันธมิตรในอาเซียนมาเป็นทั้งแหล่งวัตถุดิบและลูกค้า ผมรับรองว่าบริษัทของผมจะมีทิศทางที่ดีในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป...ความจริงมันเป็นความฝันของคุณพ่อผม ที่ต้องการให้หลานชายของท่าน ลูกชายคนเดียวของผม กุลชาติ ทักษสุดา มาดำเนินกิจการนี้" พูดจบก็ดึงตัวกุลชาติ ออกมาให้นักข่าวเห็นตัวกันชัดๆ

กุลชาติทำท่าเบ่งๆนิดหน่อย กมลทัตพยายามดึงตัวเขาไว้เพราะกุลชาติพยายามจะหลบไปด้านหลัง ขณะนั้นพอดีสายตาของกมลทัตเหลือบไปเห็นหน้าโรมยืนแทรกอยู่ในกลุ่มคน เขาชะงัก เลยไม่ทันฟังว่าลูกชายพูดกับนักข่าวเมื่อถูกถามถึงความรู้สึก

"ผมเหรอ...ก็ดีใจนิดหน่อยนะที่คุณพ่อไว้วางใจ อีกอย่างก็ไม่หนักใจหรอกในการทำงานน่ะ เพราะบริษัทเรามีคนเก่งๆเยอะ สบายมากอยู่แล้ว" พูดจบก็บิดตัวออกจากการเกาะกุมของพ่อหลบไปเลย กมลทัตมัวแต่สนใจชะเง้อหาโรมเลยลืมลูกชาย หารู้ไม่ว่าตอนนี้กุลชาติแอบไปรับยาเสพติดจากคนที่มาส่งให้เขาหลังห้างและแอบไปเสพในห้องน้ำ โดยโรมตามติดไปแอบถ่ายภาพเอาไว้ได้ แต่บังเอิญตอนที่วิ่งหลบกุลชาติออกมาเขาไปชนกับ
ผู้หญิงคนหนึ่ง พอเงยหน้าเห็นกันชัดๆทั้งสองต่างคนต่างสะดุ้ง มนทิราร้องเรียกชื่อโรมอย่างดีใจ แต่โรมพยายามชิ่งหนีโดยบอกว่าเขามีธุระต้องรีบไป แซมสามีของมนทิราเดินมาถึงพอดี มนทิราเลยไม่กล้าวิ่งตามโรม

ooooooo

โรมเปิดดูภาพที่แอบถ่ายตั้งแต่กุลชาติแอบซื้อยาและเข้าไปเสพในห้องน้ำ เขาพูดอย่างสะใจก่อนจะใส่เข้าไปในอินเตอร์เน็ตว่า "กมลทัต ต่อไปนี้ฉันจะทำให้กรรมที่แกก่อไว้มันส่งผลเร็วขึ้น" กมลทัตที่นั่งเปิดเน็ตดูนั่นดูนี่อยู่กับนภาในห้องทำงานเห็นภาพนั้นแทบตกเก้าอี้

"หมดกันไอ้ลูกเวร ฉันอุตส่าห์สร้างภาพส่งเสริมให้มันเป็นคนดีแล้วดูมันทำ ป่านนี้ภาพคงว่อนไปทั่วเน็ตแล้ว ผู้คนคงเม้าท์กันกระจาย"

นภาตีหน้ายุ่งทั้งๆที่รู้ความประพฤติของกุลชาติมาตั้งนานแล้ว "ไม่เข้าใจจริงๆค่ะ ใครกันนะที่ทำอย่างนี้ได้ มันต้องเป็นพวกไม่หวังดีแน่ๆเลย จ้องทำลายกุลชาติได้ขนาดนี้น่ะ"

"ก็เออซิ...ถ้ามันหวังดีมันคงไม่ทำอย่างนี้หรอก เธอก็อีกคน ฉันอุตส่าห์ไว้วางใจให้คอยดูแลมัน สะเพร่าจริงๆ"

"นภาขอโทษจริงๆค่ะ รับรองว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้อีก"

"รีบไปจัดการอุดข่าวนี้ให้ได้...ปล่อยคลิปลับดาราออกไปแข่งหรืออะไรก็ได้ที่เธอรู้วิธีอยู่แล้ว"

นภารับคำลนลานออกไปทันที

ooooooo

กุลชาติมีโครงการจะไปเที่ยวกับพรรคพวกอีกในคืนนั้น เลือกหาชุดสุดหล่อของตัวเองออกมาแต่งดูที่ในกระจกอย่างพออกพอใจ เอียงซ้ายเอียงขวาลูบผมแล้วก็หยิบข้าวของบนโต๊ะใส่กระเป๋าเสื้อบ้างกางเกงบ้าง พอเปิดประตูออกไปก็เจอกมลทัตยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับกระชากเสียงถาม

"จะไปไหน"

"ไป...ไปติวภาษาอังกฤษกับเพื่อนฮะ"

"ติวภาษาอังกฤษเหรอ...นี่แน่ะภาษาอังกฤษ มาดูนี่..." กมลทัตลากแขนลูกชายไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์กดให้ดูคลิปของตัวเอง กุลชาติทำหน้าเหวอแต่รีบแก้ตัวว่า

"มันต้องใส่ร้ายผมชัดๆ ภาพนี้ตัดต่อแน่เลย"

"ตัดต่อเหรอ นี่แน่ะตัดต่อ" กมลทัตตบหลังเสียงดังป้าบก่อนกระชากลูกเข้าหาตัวเอง ล้วงมือค้นทั้งกระเป๋าเสื้อและกางเกงได้ของกลางออกมาเพียบเกือบทุกชนิด คราวนี้ตบไม่เลี้ยงเลย ปากก็ร้องด่า

"ทำไม...ฉันเลี้ยงแกไม่ดีพอรึไง แกอดแกอยากเหรอ อยากอะไรฉันก็ให้ทุกอย่าง ทำไมถึงทำชั่วได้ยังงี้ แกต้องเลิกพวกนี้ให้หมดเข้าใจมั้ย" กมลทัตขาดสติไปแล้ว ทั้งตบทั้งเตะจนพิศเพลินได้ยินเสียงวิ่งเข้ามาห้าม

"พอแล้วคุณ ทำไมต้องทำกับลูกรุนแรงถึงยังงี้"

"น้อยไป นี่ยังน้อยไปสำหรับมัน มันได้ชื่อว่าเป็นลูกฉัน แต่สายเลือดชั่วยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้ ไอ้สายเลือดขี้ข้าน่ะ..."

พิศเพลินรีบกันตัวลูกชายออกไปจากห้องทันที

ooooooo

กุลชาติร้องไห้ฮือๆเหมือนเด็กๆ พิศเพลินปลอบแล้วปลอบอีกพลางทายาให้ สอนว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำให้พ่อโกรธอีก เพราะพ่อเป็นคนโมโหร้าย ทำตัวให้ดีๆพ่อจะได้รัก

"ป๋าไม่ได้รักผมหรอก จะฆ่าผมด้วยซ้ำ แม่ไม่ได้ยินเหรอป๋าว่าผมเป็นลูกเสือลูกตะเข้เป็นลูกขี้ข้า จริงเหรอแม่ ผมไม่ใช่ลูกแม่เหรอ"

"พ่อเค้าโมโหก็พูดไปอย่างนั้นเอง ลูกอย่าเอาไปคิดมากมายเลย ลูกเป็นลูกแม่จริงๆ"

กุลชาติถอนใจอย่างโล่งอก "เฮ้ย...ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าตัวเองเป็นลูกเมียน้อยซะแล้ว แม่เอาแต่สวดมนต์ไหว้พระไม่รู้หรอกว่าป๋าน่ะมั่วสาวไม่เลือก จะให้ผมเล่าเอามั้ย เอาที่แน่ๆก็นัง..."

พิศเพลินรีบปิดปากลูกไม่ให้พูด แต่ขอร้องเขาว่าให้เลิกเสพยาซะ แต่กุลชาติบอกว่า "แหมแม่...ผมก็แค่เล่นมันสนุกๆไปวันๆเท่านั้น ไม่ติดหรอก เพื่อนๆลูกคนรวยก็เล่นยากันทั้งนั้น ใครไม่เล่นสิแปลก ความจริงไอ้เลิกเล่นยามันก็ไม่ยากเท่าไหร่หรอก โอเค...ผมจะทำเพื่อแม่ก็แล้วกัน ผมขอห้าหมื่นนะแม่ จะเอาไปจ่ายค่าเข้าคอร์สบำบัดไง..."

เรื่องก็เป็นอันจบลงที่พิศเพลินต้องควักอีกห้าหมื่น

ooooooo

โลกกลมจริงๆที่วันนี้หมอเผ่าได้เจอกับมนทิราที่สามีเธอพาไปตากอากาศที่จังหวัดที่หมอเผ่าทำงานอยู่ที่นั่น และมนทิราถูกสามีซาดิสต์ซ้อมจนบาดเจ็บค่อนข้างหนักจนต้องส่งมารักษาที่โรงพยาบาล ความจริงเธอถูกซ้อมเกือบทุกวัน แต่วันนี้แรงไปหน่อย พอหมอเผ่าดูประวัติเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองคนไข้   ทั้งคู่ ต่างตกใจ

หมอเผ่าตั้งสติได้ก่อนจึงทำหน้าเฉยๆบอกอาการที่ตรวจไปว่า "มีบาดแผลฟกช้ำภายนอกที่ชายโครง หลัง บั้นเอว แต่อาจจะมีบาดเจ็บภายในด้วย เดี๋ยวผมจะส่งไปตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าดูจะได้มั่นใจ แล้วนี่คุณไปโดนอะไรมา?"

"เอ้อ...ลื่นล้มตกบันไดค่ะ เรื่องบาดแผลนี่ไม่เป็นไรค่ะเผ่า ฉันอยากรู้เรื่องของโรมน่ะเค้าเป็นยังไงบ้างคะตอนนี้"

"โรมเหรอ สบายดีไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไร ธุรกิจการงานก็ไปได้ดี เรียกได้ว่าเป็นนายหัวที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง โรมเป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจจริงไม่ท้อถอยเลยไม่ได้แย่อย่างที่ใครบางคนคิด"

มนทิราตื่นเต้น เธอจับมือหมอเผ่ามากุมอย่างไม่รู้ตัว "คุณเผ่า...ฉันอยากเจอเขาจังเลย ขอเบอร์ของโรมให้ฉันหน่อยนะ ฉันมีเรื่องมากมายอยากคุยกับเขา"หมอเผ่าอึกอักตัดสินใจไม่ได้ว่าจะให้ดีไหม พอดีแซมสามีชาวต่างชาติของมนทิราโผล่เข้ามาเห็นมนทิรากุมมือหมอเผ่าอยู่เลยโมโห กระชากมนทิราออกไปจากนี่นั่นเลย

กลับถึงบ้านมนทิราถูกซ้อมอีกตามเคย เธอหนีไปซ่อนในห้องน้ำนั่งร้องไห้อย่างเสียใจที่เลือกคนผิด ภาพเรื่องราวระหว่างเธอกับโรมตอนที่รักกันจนกระทั่งถึงวันที่จะแต่งงานกันเข้ามาสู่ห้วงคิดทีละภาพ จนกระทั่งเธอตัดขาดจากเขาตอนที่รู้ว่าโรมถูกฟ้องล้มละลายและเธอหนีไปเมืองนอก มนทิราสะอึกสะอื้นอย่างชอกช้ำ

แต่โรมตอนนี้ไม่ใช่โรมคนเก่าแล้ว ขณะที่กำลังนั่งคอยเด็กเอาน้ำมาให้กินและหน้าตาบึ้งตึงเพราะเปิดเน็ตดูแล้วไม่เห็นข่าวและภาพของกุลชาติที่ตัวเองปล่อยไป โรมเริ่มเครียด และคนที่ถือน้ำเข้ามารับความเครียดของเขาก็คือเทียนนั่นเอง โรมเสียงดังทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใครเข้ามา

"ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือไอ้งานบ้านพวกนี้ให้พวกเด็กๆทำก็ได้ ไม่รู้จักจำซะที"

ooooooo

ตอนที่ 4

เทียนงงมือไม้สั่น มองโรมตาแป๋ว โรมรู้สึกตัวและก็รู้สาเหตุที่ตัวเองหงุดหงิดขึ้นมาได้ว่าเป็นเพราะเรื่องที่เขาหาข่าวของกุลชาติในเน็ตไม่เจอนั่นเอง พอนึกได้ว่าเป็นเรื่องนี้โรมก็คิดว่าควรต้องรีบทำอะไร

"ไปจัดกระเป๋า เตรียมตัวเดินทาง ไปสักสิบวัน ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ทำตามคำสั่งของฉันก็พอ" โรมสั่งเทียนแล้วก็เดินเลยไปห้องของลักษมน เข้าไปสั่งลักษมนเหมือนกับสั่งเทียนเมื่อกี้

"ลักษมน นายเตรียมตัวไปหัวหินด้วยกัน อ้อ...โทร.บอกปารวดีให้เตรียมห้องให้พวกเราด้วย...ป้าทิพย์ก็ต้องไปด้วยนะ"

ทั้งลักษมนและป้าทิพย์ทำท่างงเหมือนกับเทียนเมื่อ ตะกี้ไม่ผิดกันเลย แต่ก็รีบทำตามคำสั่งของโรม ทั้งหมดใช้เวลาไม่นานโรมก็พาไปถึงบ้านหมอเผ่า ทั้งปารวดีกับหมอเผ่าก็งงอีก แต่โรมไม่รอคำถามจากใครทั้งนั้นพูดออกมาทันที

"ฉันจะเริ่มเปิดตัวเทียนให้สังคมรับรู้ และเทียนเองก็ควรเรียนรู้สังคมใหม่ๆด้วยเหมือนกัน ฉันคิดว่าที่นี่แหละเหมาะที่สุด เผ่าช่วยเช็กดูทีซิ เย็นนี้มีดินเนอร์ดีๆที่ไหนบ้าง ส่วนปารวดีก็ช่วยพี่จัดหาชุดเสื้อผ้าดีๆให้เทียนด้วย วันนี้คือการฝึกขั้นแรกของเทียน"

คนที่ได้รับคำสั่งกุลีกุจอไปจัดการตามนั้นอย่างด่วนจี๋

ooooooo

คืนนั้น ที่ร้านหรูริมทะเลที่หมอเผ่าคัดสรรมาแล้ว บรรดาลูกค้าไฮโซเดินทักทายกันกลางแสงไฟที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม โรมเดินจูงมือเทียนเข้ามาอย่างสง่าโดยมีหมอเผ่ากับปารวดีเดินตามหลังมาอีกคู่ เทียนมัวแต่ตื่นเต้นเลยเดินสะดุดชายกระโปรงตัวเอง โรมรีบเข้าประคองทันที

"ใจเย็นๆ  อย่าลน  นิ่งๆ  นี่แค่ครั้งแรก  ต่อไปเธอจะต้อง ออกงานแบบนี้จนชินไปเอง"

เขาจับมือเทียนมาคล้องกับแขนตัวเอง หมอเผ่าเลยคล้องแขนปารวดีมั่ง สองคู่เดินตามกันไป พนักงานเข้ามาต้อนรับพาไปที่โต๊ะที่จองไว้ โรมมองไปรอบๆ เขาไม่ทันเห็นว่าแซมกับมนทิราเดินเข้ามา แต่หมอเผ่ามองเห็น พนักงานเข้ามาเสิร์ฟอาหารพร้อมรินไวน์ขาวให้ทุกคน โรมหยิบแก้วชวนให้ทุกคนดื่ม สามคนจิบแต่เทียนยกแก้วแตะริมฝีปาก พอรู้รสว่าหวานก็กระดกหมดแก้วเลย

โรมตกใจแต่เบรกไม่ทันเลยค่อยๆพูดบอกว่า "ไวน์ต้องจิบทีละนิด ละเลียดรสชาติของมันแบบนี้" เขาทำให้ดู

"ค่ะ ค่ะ" เทียนรับคำแต่แก้วที่สองก็ดื่มแบบเดิมอีก เพราะติดใจในรสชาติ ไม่กี่แก้วก็ชักเริ่มมึน

แซมเข้ามาที่โต๊ะของตัวเอง พยักหน้าทักทายคนนั้นคนนี้ไปทั่วแถมยังมีการลุกไปทักทายถึงโต๊ะอีก มนทิราชักเบื่อเลยเดินออกไปข้างนอก นักธุรกิจคนหนึ่งเดินเข้ามาชวนคุย มนทิราคุยตอบตามมารยาท นักธุรกิจคนนั้นหวังดีจะเข้าไปตักอาหารมาให้แต่มนทิราดึงมือเขาไว้บอกว่าไม่ต้อง แซมเดินออกมาหาภรรยาเห็นภาพนั้นก็เข้าใจผิดเดินเข้ามาผลักอก นักธุรกิจคนนั้นทันที

"อย่ายุ่ง ไปให้ไกลๆ นี่ภรรยาผม" แซมพูดเสียงดัง

มนทิราพยายามทำความเข้าใจกับแซม แต่แซมไม่ฟัง เสียงลากมนทิราไปที่สระน้ำ จับมนทิรากดน้ำและตบหน้าซ้ำ บังเอิญเทียนซึ่งทำอาหารหกใส่ชายเสื้อเดินออกมาหาห้องน้ำ เห็นภาพนั้นก็ทนไม่ได้เข้าไปขัดขวางทันที แซมละมือจากมนทิรา เพื่อจะจัดการกับเทียนแต่โดนเทียนถลกกระโปรงถีบเข้าหน้าท้อง แซมทรุดลงไปกอง แต่ยังพยายามยกมือชี้หน้าด่าเทียน เสียงทะเลาะวิวาทของคนทั้งคู่ทำให้แขกที่อยู่ในห้องได้ยินพากันวิ่งออกมาดู รวมทั้งพวกโรมด้วยทันได้เห็นภาพเทียนเต้นพลางกวักมือพลางให้แซมเข้าหา  โรมตาเหลือกรีบเข้าแยกคู่กรณีออกจากกัน ผู้จัดการสถานที่วิ่งออกมาดูเมื่อลูกน้องไปรายงาน กว่าจะจัดการปัญหาได้โรมต้องควักจ่ายไปเป็นแสน เพราะแซมเรียกร้องค่าเสียหาย มนทิรามองเห็นโรมแต่ไม่กล้าทักทายเพราะกลัวแซมเอาเรื่องอีก

กลับถึงบ้าน ลักษมนกับป้าทิพย์รู้เรื่องนี้ ลักษมนบ่น เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วยจะได้เห็นภาพเทียนอาละวาด แต่ป้าทิพย์ แสดงอาการไม่พอใจบ่นว่าเทียนมีแต่ทำเรื่องให้โรมเสียเงินอยู่เรื่อย

ooooooo

กุลชาติไถเงินจากแม่ไปห้าหมื่นบาทบอกว่าจะเอาไปอดยาเสพติด แต่เอาไปเล่นการพนันหมด กมลทัตรู้เรื่องโกรธมากเลยจับกุลชาติขังไว้ในบ้าน และบัญชาให้นภาไปจัดการเดินเรื่องส่งกุลชาติไปเรียนต่างประเทศ

วันนี้นภาไปจัดการเรียบร้อยแล้วจึงเข้ามาหากมลทัตที่บ้าน เดินเข้าไปในห้องรับแขกอย่างถือวิสาสะพบกมลทัตนั่งคุยอยู่กับพิศเพลิน  นภายกมือไหว้ทั้งสองคน  เอาเอกสารทั้งหมดวางให้กมลทัตแล้วบอกว่า

"เอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ ทางโน้นก็ยืนยันการรับเข้าเรียนมาแล้ว วีซ่าก็เรียบร้อยแล้ว รออยู่แต่ว่าทางเราจะพร้อมเมื่อไหร่"

"ดีมาก" กมลทัตมีท่าทางดีใจ แต่ไม่หยิบเอกสารมาดูเลย ออกคำสั่งต่อไปว่า

"จับมันขึ้นเครื่องส่งไปเลย เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นไม่ต้องไปรออะไรทั้งสิ้น เธอไปจัดการให้เรียบร้อยแล้วกัน" พูดจบก็เดินออกจากห้องไป

นภาทำท่าไม่สนใจพิศเพลินรวบเอกสารแล้วขึ้นไปหากุลชาติที่บนตึกทันที  ไขกุญแจที่รับมาจากกมลทัตเข้าไปในห้อง เดินเข้าไปหากุลชาติพลางพูดพลาง "เอาเอกสารมาให้ เหลือแต่คุณลงลายมือชื่อทุกอย่างก็จบ ฉันจะได้รีบไปจองตั๋วเครื่องบินให้"

กุลชาติเอื้อมมือมาคว่ำโต๊ะแล้วแผดเสียงลั่น  "ไม่ไปไหนทั้งนั้นโว้ย ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน"

"นึกว่าฉันอยากยุ่งกับคุณนักเหรอ ฉันทำตามคำสั่งของพ่อคุณต่างหาก อย่ามาทำร่ำไรเสียเวลานะ ฉันยังมีงานอื่นต้องทำอีก" นภาพยายามกลั้นโมโหก้มลงเก็บเอกสารวางให้ บนโต๊ะตามเดิม แถมเปิดปลอกปากกายื่นให้เสร็จเรียบร้อย

พิศเพลินเดินเข้ามา กุลชาติรีบไปหลบข้างหลังอ้อนแม่ว่า "คุณแม่ครับดูสิครับ ป๋าไม่รักผมแล้ว อยู่ๆก็จะจับผมส่งไปเมืองนอก ผมไม่อยากไป ผมคิดถึงแม่ แม่ช่วยพูดกับยัยคนนี้ให้ผมหน่อยซีครับ"

กุลชาติจับเส้นแม่ถูกที่ใช้คำพูดแบบนี้ พิศเพลินเลยปลอบลูกแล้วบอกกับนภาว่า "คุณคะ เรื่องไปเรียนต่อเมืองนอกของกุลชาตินี่ฉันขอคุยกับลูกก่อนดีกว่า ดูมันกะทันหันเกินไปหน่อยน่ะค่ะ ขอเลื่อนไปก่อนสักเดือนสองเดือนเถอะนะคะ"

"คงจะไม่ได้หรอกค่ะ เรา...เอ้อ...คือคุณกมลทัตกับดิฉันได้จัดการตระเตรียมทุกอย่างมานานแล้ว...คุณพิศเพลินคะ ดิฉันรู้ว่าคุณรักลูก แต่บางทีก็ต้องมีเหตุผลกันบ้าง ส่งเขาไปเรียนนะคะ เพื่ออนาคตของลูกต้องใจแข็งค่ะ" นภาพยายามอ่อนหวานใส่ แต่กุลชาติได้ฟังก็ด่าลั่น

"อ้าว นังนี่...มาพูดกับแม่ฉันยังงี้ได้ยังไง อย่าถือว่าเป็นเมียน้อยของป๋าแล้วจะมากร่างในบ้านนี้ไม่ได้นะโว้ย" เขาปรี่เข้าหานภาทันที แต่นภาทำเฉยแบบไม่กลัว

"ขอโทษ ถ้าฉันเป็นเมียหลวงแล้วมีลูก ลูกของฉันก็ต้องดีกว่าคุณก็แล้วกันกุลชาติ"

กุลชาติโดดเข้าใส่นภาทันที แต่นภาก็สู้  พิศเพลินรีบเข้าขวางกลางเลยถูกผลักล้ม  กุลชาติตกใจรีบเข้าประคองแม่  พอดีกมลทัตได้ยินเสียงเดินเข้ามาในห้อง  ร้องตะโกนให้หยุด  ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน  กุลชาติฟ้องพ่อว่านภาด่าแม่ตัวเองฉอดๆ กมลทัตเลยตบนภาไปฉาดหนึ่ง  ด่าว่านภาล้ำเส้นมากไปแล้ว และบอกว่า

"หน้าที่ของเธอคือทำตามที่ฉันสั่งเท่านั้น ไม่ต้องออกความเห็นอะไรกับใคร เข้าใจมั้ย รีบจัดการเอากุลชาติไปเรียนต่อให้ได้ ถ้ามันไม่เรียนเธอก็ต้องไปนั่งเรียนกับมัน ทำยังไงก็ได้ให้มันเรียนจบ ถ้าสำเร็จเมื่อไหร่เธออยากได้อะไรบอกฉัน ฉันจะให้ทุกอย่าง"

ooooooo

ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน โรมกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหมู่ จิบกาแฟไปด้วยอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย อยู่ๆหน้าก็เครียดขึ้นมา ขยำหนังสือพิมพ์แล้วขว้างลงกับพื้น พอดี ปารวดีเดินถือจานผลไม้เข้ามาหา เห็นแล้วตกใจกับท่าทางโรม

"มีอะไรเหรอคะพี่โรม?" เธอถาม

โรมไม่ตอบแต่ก้มลงเก็บหนังสือพิมพ์เปิดให้เธอดูหน้าที่เขาอ่านเมื่อกี้ ปารวดีมองตามมือพี่ชายชี้เห็นข้อความว่า "นักธุรกิจใหญ่กมลทัต อัพเกรดลูกชายโทนกุลชาติ ลัดฟ้าหวังคว้าปริญญาเมืองนอกในเร็ววันนี้" พอเธอลดสายตามองหน้าเขา โรมก็บอกว่า

"เราจะช้าไม่ได้แล้วต้องรีบเปลี่ยนแผนเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ ถ้าสิ่งที่คิดเป็นจริง กุลชาติกำลังจะบรรลุนิติภาวะแล้วได้ทรัพย์สินทุกอย่างของทักษสุต กมลทัตมันถึงต้องรีบส่งลูกนอกไส้ตัวปลอมคนนี้ไปเมืองนอกซะเพื่อความง่ายในการจะฮุบสมบัติทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราต้องรีบแล้ว" พูดพลางลุกขึ้นสาวเท้าเข้าบ้านทันที ก่อนจะไปหาเทียนเจอป้าทิพย์ก่อนโรมจึงบอกให้ป้าทิพย์เก็บของจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อจะเข้ากรุงเทพฯกัน ป้าทิพย์
งงแต่ก็ทำตามคำสั่ง พักเดียวเทียนก็เดินอย่างรีบร้อนออกมาหาเพราะโรมเข้าไปบอกเธอเรื่องนี้ เทียนเข้าไปเกาะแขนป้าทิพย์อย่างดีใจ

"ป้าทิพย์คะ นายหัวจะพาเทียนไปเที่ยวกรุงเทพฯ เทียนดีใจจังเลยค่ะ" เทียนเขย่ามือป้าทิพย์ แต่ป้าทิพย์ปลดมือเธอออกบอกว่า

"อย่าดีใจให้เกินเหตุเทียน กายังไงมันก็เป็นกาวันยังค่ำ อย่าได้คิดเผยอเป็นหงส์ เพราะของแท้เขามีตัวตนอยู่แล้ว" เทียนมองหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าป้าทิพย์พูดอะไร ป้าทิพย์มองหน้าแล้วส่ายหัว

"เธอนี่มันซื่อจริงๆหรือแกล้งโง่กันแน่ รู้มั้ยว่าผู้หญิงที่เธอช่วยในงานเลี้ยงเมื่อคืนนั่นแหละคือคุณมนทิรา และเธอคือคู่หมั้นคู่หมายของคุณโรม คู่ควรเหมาะสมกันทุกอย่าง เสียดายที่มีเรื่องเข้าใจผิดกัน ไม่อย่างนั้นคุณโรมกับคุณมนทิราคงได้ แต่งงานกันไปแล้ว" ป้าทิพย์พูดแบบเยาะเทียน

ooooooo

กมลทัตกำลังนั่งเอนตัวอยู่บนเก้าอี้นั่งคอยที่จะไปส่งลูกชาย และก็กำลังคุยกับภาสกรไปด้วย เขาขยายแผนการของตัวเองให้ภาสกรฟังว่า

"ลงทุนส่งมันไปเรียนเมืองนอกฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อผู้ทุ่มเทให้ลูก พอมันกลับมาบรรลุนิติภาวะพอดี หรือมันกลับมาจะเรียนจบหรือไม่ก็ช่างมัน ชั้นก็เปิดบริษัทห่วยๆอะไรก็ได้ให้มันบริหาร ให้เงินมันใช้มั่วสาวเมายาไปวันๆถ้ามันพลาดฉันก็จะดูดีและชอบธรรมที่จะเป็นผู้พิทักษ์ดูแลมันอีก...นายทำท่ากลัวๆอะไรวะ?"

"กลัวอยู่อย่างเดียวเท่านั้นแหละครับ ถ้ากุลชาติดันไปได้เมียแล้วจดทะเบียน ท่านก็จะมีตัวหารขึ้นมา ยิ่งถ้ามีลูกขึ้นมาด้วยละก็ ท่านจะถูกลดลำดับกลายเป็นทายาทเบอร์สองทันทีน่ะซีครับ"

กมลทัตผุดลุกอย่างตกใจเพราะไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่ที่ประตู นภากำลังแอบฟังอยู่ เธอยิ้มอย่างหมายมาด

กุลชาติเดินลงจากตึกโดยมีพิศเพลินเกาะแขนลงมาด้วย เธอบอกลูกชายว่าไปส่งไม่ได้ แต่ก็กำชับให้กุลชาติดูแลตัวเองให้ดีเพราะอากาศที่โน่นไม่เหมือนเมืองไทย พอนภาเข้ามาเร่งว่าให้รีบไปเพราะจะเช็กตั๋วไม่ทัน พิศเพลินก็ฝากลูกกับนภาอีก นภาตอบยิ้มๆว่า

"คุณพิศไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ นภาจะดูแลกุลชาติอย่างดีที่สุดเลย" พูดจบก็ต้อนกุลชาติไปขึ้นรถที่กมลทัตกำลังรออยู่ พากันไปสนามบินทันที

ที่สนามบินพวกนักข่าวมารอทำข่าวอยู่ กมลทัตยิ้มแย้มแจ่มใสให้สัมภาษณ์เรื่องลูกชาย ทำท่าปลาบปลื้มเมื่อนักข่าวยิงคำถามใส่ว่า

"ถึงขนาดส่งเลขาฯส่วนตัวไปคุมคุณกุลชาติถึงเมืองนอก แสดงว่าคุณกมลทัตคาดหวังในตัวคุณกุลชาติสูงมากจะให้เรียนถึงด็อกเตอร์รึเปล่าครับ"

"ก็แล้วแต่เขาแหละครับ ผมสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว ว่าไงลูก ความตั้งใจเต็มร้อยใช่มั้ย" หยอกเอินลูกชายต่อหน้านักข่าวแบบพ่อที่รักลูกเหลือเกิน กุลชาติเลยพูดประชดๆว่า

"ครับ กะจบตรีฮาร์เวิร์ด โทที่เคมบริดจ์ เอกที่ออกซ์ฟอร์ดเลยแหละ"

"ธุรกิจครอบครัวใหญ่ขนาดนี้ คงต้องเรียนบริหารธุรกิจแน่ๆ จบกลับมาคิดว่าจะเปิดกิจการอะไรใหม่ๆเพิ่มมั้ยครับ" นักข่าวถามพลางรอคำตอบกันตาเป๋ง แต่คำตอบของกุลชาติทำเอาเกือบหงายเก๋ง

"ครับ...อยากเปิดอาบ อบ นวด"

กมลทัตแทบอยากโขกกะโหลกลูกชายแต่ทำไม่ได้เลยแกล้งหัวเราะบอกนักข่าวว่า "อารมณ์ขันเด็กเยอะครับ โอเค แค่นี้นะครับ" รีบรุนหลังลูกชายออกไปทันที พอเหลืออยู่กับนภาสองคนกุลชาติก็ทำตัวโก่งไม่ยอมขึ้นเครื่อง บอกว่ากลัวความสูง เลยถูกนภาดุแล้วลากขึ้นเครื่องเลย

ooooooo

คล้ายกับจะเป็นคู่แค้นกันซะจริงๆเพราะพวกโรมมาจากหัวหินลงเครื่องที่นี่ คอยคนขับรถไม่มารับสักที โรมเลยเดินออกไปตาม ทิ้งพวกที่มาด้วยกันไว้ให้นั่งคอยที่ม้านั่ง ป้าทิพย์ทำท่าจะเป็นลมปารวดีเลยเดินจากไปอีกคนโดยบอกว่าจะไปซื้อยาลมให้ป้าทิพย์ ไม่ทันที่ปารวดีจะกลับมาป้าทิพย์ก็เป็นลมไปจริงๆ เทียนว้าวุ่นรีบวิ่งตามหาโรมกับปารวดี

กมลทัตออกมาจากส่งลูกพอดีได้รับโทรศัพท์มีเรื่องด่วนมาตามเขาจึงบอกให้คนขับรถประจำตัวเอาเอกสารที่เขามอบให้ไปให้ภาสกรโดยให้นั่งแท็กซี่ไป ส่วนตัวเขาขับรถไปธุระเอง แต่พอขึ้นรถสตาร์ตเท่าไหร่ก็ไม่ติด กมลทัตลุกลี้ลุกลน พอดีเทียนวิ่งมาถึงบริเวณนั้นพอดีเห็นสภาพเลยเข้าไปถามว่ารถเป็นอะไร

"ไม่รู้สิ อยู่ๆก็สตาร์ตไม่ติด" เขาตอบพลางมองเทียนอย่างสงสัยว่าถามทำไม

เทียนซึ่งพอมีความรู้เรื่องรถอยู่บ้างจึงเข้าไปช่วยดูให้ พักเดียวก็บอกให้กมลทัตลองสตาร์ตดู รถติดทันที กมลทัตลงมาจากรถขอบอกขอบใจใหญ่แล้วซักถามว่าทำไมถึงรู้เรื่องเครื่อง เทียนยิ้ม ตอบว่า

"พ่อสอนค่ะ"

"พ่อหนูทำงานอะไร?"

"ทำสวนค่ะ แล้วก็เปิดอู่เล็กๆที่บ้านด้วย หนูช่วยพ่อทำบ่อยๆ"

กมลทัตล้วงกระเป๋าหยิบนามบัตรกับเงินพร้อมกับพูดว่า "ยังงี้ต้องให้รางวัล แล้วบ้านหนูอยู่ไหนจ๊ะ?"

พอพูดถึงบ้าน เทียนตกใจเพราะนึกถึงโรมกับปารวดีขึ้นมาได้ ร้องตายละออกมาแล้วรีบวิ่งจากไปทันที ไปชนกับโรมที่กำลังเป็นห่วงและเดินตามหาเทียนเลยถูกโรมดุเอา เทียนบอกว่าไปช่วยเขาซ่อมรถเพราะรถเขาเสีย โรมเลยบ่นใหญ่โต

"เธอนี่มันเหลือเกินจริงๆเลย รู้มั้ยว่าใครๆเขาเป็นห่วงตามหากันให้ควั่กไปหมด แล้วนี่คิดว่าตัวเองเป็นใคร เป็นมูลนิธิ หรือไง ที่ต้องคอยช่วยเหลือชาวบ้านเขาตลอดเวลา ฉันบอกฉันพูดสั่งกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเค้า ไป...ไปขึ้นรถ"

พูดพลางลากแขนเทียนให้ออกเดิน อีกมือก็กดมือถือบอกปารวดีว่าเจอตัวเทียนแล้วเพื่อให้ทางโน้นโล่งใจ

เมื่อพากันไปถึงบ้านซึ่งใหญ่โตหรูหรามาก โรมบอกกับทุกคนว่า  "ต่อไปนี้พวกเราจะอยู่กันที่บ้านหลังนี้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น สำหรับลักษมน ไปย้ายข้าวของจากคอนโดฯมาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่เลย"

ปารวดีดีใจบอกว่า "ดีจัง ต่อไปนี้เราพี่น้องได้มาอยู่ รวมกัน ทีนี้ละพรรคพวกเพื่อนฝูงเก่าๆคงได้มาเยี่ยมเยียนแน่ๆ"

ooooooo

ปารวดีได้รับโทรศัพท์จากหมอเผ่าผู้เป็นสามีโทร.มาบอกเล่าเรื่องว่าวันนี้มนทิราพาสามีตัวเองที่ถูกมนทิราตีหัวแตกต้องเย็บหลายเข็มมาให้รักษา ปารวดี บอกว่าฟังเรื่องแล้วก็รู้สึกสงสารมนทิราที่ชีวิตแต่งงาน ไม่ค่อยมีความสุข แต่อีกด้านหนึ่งก็รู้สึกสมน้ำหน้าเพราะมนทิราเลือกทางเดินของตนเอง พูดยังไม่ทันจบโรมเดินเข้ามาเธอเลยตัดสายไป

"ใครโทร.มาเหรอ?" โรมถามน้องสาว

"คุณเผ่าค่ะ โทร.มาเล่าเรื่องมนทิราให้ฟังว่าเขาตีหัวแซมสามีเขาจนสลบต้องเย็บตั้งหลายเข็ม ท่าเธอจะทนถูกซ้อม ไม่ไหวแล้วกระมัง..."

"ช่างเขาเถอะ" โรมตัดบทก่อนพูดต่อไปว่า "พี่มีเรื่องจะปรึกษาเธอน่ะว่าเราควรพาเทียนไปเปิดตัวให้สังคมรู้จักที่ไหนดี ยิ่งคนรู้จักพูดถึงเทียนมากเท่าไหร่ แผนของเราก็จะสำเร็จเร็วเท่านั้น"

ปารวดีส่ายหน้า "แหม จนปัญญาจริงๆค่ะ พี่โรมก็รู้ ตั้งแต่แต่งงานกับคุณเผ่าแล้วน้องก็อยู่ต่างจังหวัดตลอดเพิ่งจะได้เข้ากรุงเทพฯก็คราวนี้เองแหม...เสียดาย ถ้ามนทิรายังคบกับพี่โรมอยู่คงได้คำตอบแน่ แม่นั่นน่ะไฮโซของแท้..."

โรมลุกขึ้นยืนทันที "พี่ปรึกษาเรา ไปพูดถึงคนอื่นทำไม ไม่ได้เรื่อง" พูดจบก็เดินออกไปเลย

ส่วนเทียนกำลังพยายามประจบป้าทิพย์โดยเข้าไปประจ๋อประแจ๋จะช่วยทำนั่นทำนี่บอกว่าป้าทิพย์ไม่ค่อยสบายแต่กลับโดนป้าทิพย์ดุเอา "เอ๊ะ เธอนี่ ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย คนอย่างฉันไม่ตายง่ายๆหรอก ฉันเป็นห่วงคุณโรม ไม่รู้ว่าจะต้องเสียเวลาเสียเงินเสียทองกับเธออีกเท่าไหร่ รู้ตัวรึเปล่าว่าเธอทำให้คุณโรมเปลี่ยนไป เมื่อก่อนตั้งแต่ล้มละลายคุณโรมก็ตั้งหน้าตั้งตาก่อร่างสร้างตัวมาตลอดจนลืมตาอ้าปากได้แล้วสัญญาว่าจะไม่มาเหยียบกรุงเทพฯอีก ขนาดบ้านหลังนี้ขายได้กำไรเท่าไหร่ยังบอกยกเลิกเพื่อเธอ..."

เทียนฟังแล้วงงไปหมดจับต้นชนปลายไม่ติดไม่รู้ป้าทิพย์พูดเรื่องอะไร

ooooooo

วันต่อมาโรมคิดแผนได้อีกแผนหนึ่งจึงพาเทียนไปที่สปอร์ตคลับมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งซึ่งพวกไฮโซเป็นสมาชิกอยู่เพียบ เขาพาเธอเข้าไปนั่งในห้องโถงของคลับเฮาส์แล้วบอกกับเธอว่า

"ที่นี่เป็นที่พวกผู้ดีมีเงินเขามาออกกำลังกายกัน พวกคนชั้นสูงทั้งนั้น ทั้งของจริงของปลอม ฉันมาทำเรื่องสมัครเป็นสมาชิกให้เธอ นั่งรอฉันที่นี่ก่อนนะเดี๋ยวมา"

โรมเดินจากไป บริกรเข้ามาถามว่าจะรับอะไรดี อาหาร ของว่าง หรือเครื่องดื่ม เทียนไม่รู้จะสั่งอะไรเลยบอกว่าขอโอเลี้ยงแก้วหนึ่งก็พอ บริกรงงถามซ้ำว่า "เอ้อ...หมายถึงเอสเพรสโซเย็น ใช่ไหมครับ"

"กาแฟดำใส่น้ำแข็งน่ะค่ะ" เทียนตอบ บริกรทำหน้ายิ้มๆแล้วเดินไปถามชายหนุ่มหญิงสาวหลายคนที่โต๊ะติดๆกับเทียน ซึ่งแต่ละคนก็สั่งออกมาสำเนียงฟุดฟิดฟอไฟซึ่งเทียนไม่เข้าใจ แต่ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งบอกว่า

"เอาแบบคุณผู้หญิงที่โต๊ะนั้น" พยักหน้ามาทางเทียนแล้วยิ้มให้ เทียนเลยยิ้มตอบ เขาเลยถือโอกาสแถมานั่งที่โต๊ะเทียนทันที

"สวัสดีครับ ผมภาณุครับ" เขาแนะนำตัวเอง ซึ่งเทียนก็บอกชื่อตัวเองให้เขารู้จักเหมือนกัน ภาณุบอกว่า

"พวกผมมาเล่นโปโลกัน คุณเทียนมาเล่นอะไรครับวันนี้ แล้วคุณมากับใครครับ"

ภาณุพูดถึงตรงนี้พวกเพื่อนของเขาก็เฮกันมานั่งที่โต๊ะเทียน หญิงสาวนางหนึ่งซักเทียนถี่ยิบ "คุณพ่อคุณแม่เธอชื่ออะไร นามสกุลอะไร เผื่อพวกเราจะรู้จักบ้าง"

เทียนยังไม่ทันตอบอีกคนหนึ่งก็ก้มลงดูรองเท้าเทียนแล้วหัวเราะชี้ให้เพื่อนๆดู "ต๊าย ดูรองเท้าเทียนสิพวกเรา เห็นแล้วนึกประเภทกีฬาไม่ออกเลย" พวกเขาหัวเราะกันเกรียว

เทียนลุกพรวดอย่างตกใจบอกขอตัวแล้วรีบเดินหนี แต่ไปชนกับกมลทัต กมลทัตทำท่าดีใจจูงมือเทียนมาที่โต๊ะอาหาร ภาณุเข้าใจผิดบอกว่า "ที่แท้น้องคนสวยก็เป็นญาติเจ้าของทีเอสกรุ๊ปนั่นเอง...พวกทักษสุตไงล่ะ"

ส่วนกมลทัตเริ่มชวนเทียนคุย "ฉันอิจฉาพ่อแม่หนูจริงๆที่มีลูกสาวสวยน่ารัก เรียบร้อยแล้วก็มีน้ำใจอย่างหนู เออ จำได้ว่าหนูบอกว่าพ่อทำสวน สวนอะไรที่ไหนล่ะ..."

เทียนไม่ทันตอบโรมก็เดินเข้ามาและมองหาเทียน พอเห็นว่าเทียนนั่งอยู่กับกมลทัตก็ตกใจรีบเดินเข้าไปหาทันที เทียนหันมาเห็นร้องเรียกนายหัว กมลทัตเงยหน้ามองพอเห็นเป็นโรมก็ตกใจ แต่โรมทำใจเย็นทักทาย

"สวัสดีคุณกมลทัต สบายดีเหรอครับไม่ได้เจอกันซะนาน"

"ไม่นึกเลยนะจะได้เจอแกอีก ที่นี่..." กมลทัตตะกุกตะกักเพราะไม่คิดว่าโรมที่หมดเนื้อหมดตัวแล้วจะมีปัญญาเข้ามาที่นี่ โรมตอบยิ้มๆ

"นั่นน่ะซีครับ ผมก็คิดว่าเราจะไม่ได้เจอหน้ากันจนตายซะอีก"

ผู้จัดการเดินเข้ามาหาโรมยื่นบัตรให้บอกกับโรมว่า "บัตรวีไอพี เรียบร้อยแล้วครับ คุณโรม...อ้าว สวัสดีครับท่าน วันนี้ว่างเหรอครับ" ผู้จัดการเหลือบไปเห็นกมลทัตเลยทักต่อจากโรม กมลทัตหน้าตาบึ้งตึงตอบว่า

"ฮื่อ...ถ้ารู้ว่าที่นี่เริ่มรับสมาชิกมั่วๆไม่ดูภูมิหลังฉันก็คงไม่มา"

ผู้จัดการทำหน้าจ๋อยๆแบบไม่รู้เรื่อง โรมจึงตัดบทบอกขอบใจแล้วต่อด้วยคำพูดว่า "อ้อ...บัตรงานกุศลที่คุณบอก ตกลงผมซื้อยี่สิบใบนะ ได้บัตรเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน" โรมจูงมือเทียนให้เดินไปกับเขา แต่เทียนไม่รู้จักว่าใครเป็นใครยังหันมาไหว้ลากมลทัตอีก โรมโกรธเลยกระชากมือไปขึ้นรถ ถามเทียนว่าไปนั่งคุยกับมันทำไม

"หมายถึงคุณลุงคนเมื่อกี้เหรอคะ เขาเป็นคนที่เทียนช่วยซ่อมรถให้ที่สนามบินไง" เทียนเท้าความให้ฟัง โรมตาเหลือก

"อะไรนะ แสดงว่าเธอกับมันพบกันสองหนแล้ว นี่เธอพูดอะไรกับมันไปมั่ง" เขาเขย่าเทียนหัวสั่นหัวคลอน ยิ่งเทียนตอบว่ากมลทัตแค่ถามว่าพ่อแม่เป็นใคร แต่เธอยังไม่ทันตอบโรมก็มาถึงพอดี เทียนก็ยังมองกมลทัตว่าเป็นลุงใจดีอยู่นั่นไม่เห็นจะร้ายกาจอะไรเลย โรมกระชากเสียงตอบทันที

"มันคือคนที่ร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจ มันนี่แหละที่ฆ่าได้ แม้แต่น้องชายตัวเอง  และมันนี่แหละที่ทำให้ฉันล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว คนอย่างนี้เธอยังว่ามันไม่ร้ายกาจอีกเหรอเทียน!"

เทียนอ้าปากค้างเมื่อฟังจบ

ooooooo

กมลทัตกลับไปเล่าให้พิศเพลินฟังว่าวันนี้เขาไปเจอโรม พิศเพลินถามว่าโรมไหน กมลทัตแผดเสียงว่า "ก็ไอ้โรม ภคนันทน์ ยังไงล่ะ" พิศเพลินตื่นเต้นจนมือไม้สั่น ถามว่าเขาสบายดีไหม กมลทัตชักโกรธ

"ไม่ต้องทำตื่นเต้นยังงั้นหรอก ไอ้โรมมันไม่ได้เจ็บไข้ ได้ป่วยอะไร ฉันไปเจอมันควงเด็กผู้หญิงเอ๊าะๆเคียงข้างมาด้วย ไม่รู้ไปตกเขียวหลอกลูกสาวใครมาอีกก็ไม่รู้"

"คุณโรมไม่ใช่คนอย่างนั้น คนดีๆอย่างคุณโรมต้องได้รับผลดีตอบแทนเสมอ สวรรค์มีตาจริงๆเลย"

"เฮอะ...คิดไม่ผิดจริงๆ เธอก็เข้าข้างมันตลอด ก็ใช่น่ะสิ มันเป็นเพื่อนรักของนายธรแฟนเก่าเธอนี่ เธอคงสวดมนต์ ไหว้พระแผ่เมตตาให้ไอ้โรมมันทุกวันเลยสิท่า"

กมลทัตลุกขึ้นตบโต๊ะปัง ชี้หน้าพิศเพลินอีก เพราะยิ่งพูดยิ่งโกรธ

"จำเอาไว้นะพิศเพลิน ไอ้โรมไม่มีวันหนีเวรกรรมที่ฉันยัดเยียดให้มันได้หรอก คอยดู"

เวลาเดียวกันนี้เรื่องระหว่างโรมกับกมลทัตก็ถูกเล่าจากปากเทียนให้ลักษมนฟัง ลักษมนเลยยืนยันว่า

"ใช่ ไอ้กมลทัตนี่แหละที่ทำลายชีวิตพี่โรม" ยังเตือนเทียนว่า "เทียนต้องอยู่ห่างมันไว้นะ"

"เทียนจะจำหน้าจำชื่อผู้ชายคนนี้ไว้จนวันตาย ใครที่ทำให้นายหัวเจ็บก็เท่ากับทำร้ายเทียนด้วย เทียนจะไม่มีวันให้อภัยนายกมลทัตเด็ดขาด"

โรมที่กำลังเดินมาถึงพอดีได้ยินเทียนพูด  เขารู้สึกสะใจมากที่ทำให้เทียนเกลียดพ่อตัวเองได้ขนาดนี้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:43 น.