สมาชิก

เงากามเทพ

ตอนที่ 16

กุลชาติโอบกอดกมลทัตไม่ยอมปล่อย ขณะที่พวกนักข่าวบ้างก็ถ่ายรูป บ้างก็พยายามป้อนคำถาม แต่ คำถามแต่ละคำกมลทัตตอบไม่ได้ทั้งนั้น มีแต่กุลชาติที่พยักเพยิดให้นักข่าวถ่ายรูปเขากับกมลทัต พอเห็นว่ากมลทัตไม่ตอบคำถามนักข่าวจริงๆกุลชาติก็บอกว่า

"ผมนี่ไงล่ะ ทายาทตัวเป็นๆตัวจริงเสียงจริงของป๋า"

นักข่าวฮือฮากันใหญ่...มีโทรศัพท์เข้ามือถือของกมลทัต เขารีบกดรับสายแล้วตั้งใจฟัง เป็นเสียงของภาสกรพูดมา

"ผมเองครับท่าน ตอนนี้ลูกเมียท่านอยู่กับผม...ตกลงเราดำเนินตามแผนเดิมนะครับ ไหนๆก็อุตส่าห์วางแผนกันมาตั้งยี่สิบปีเสียดายเวลา..."

กมลทัตจำเสียงภาสกรได้  เขาเหงื่อแตกชุ่มแผ่นหลัง

ไปหมด บอกไปว่าจะเอายังไงก็ว่ามา ภาสกรตอบทันที

"ประกาศให้กุลชาติเป็นทายาทตามพินัยกรรมซะตอนนี้ แล้วจะบอกมาทีหลังว่าจะให้ทำอะไรต่อไป"

ถ้าพวกนักข่าวสังเกตดีๆจะเห็นว่าหน้ากมลทัตเหลือไม่ถึงสองนิ้ว มีแต่กุลชาติเท่านั้นที่ยิ้มจนปากกว้างแถมยังก้มลงกระซิบใส่หูกมลทัตว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น...ป๋า!"

ที่ป้อมยามทางเข้า-ออกของโรงแรม พวกเสี่ยปอกับภาสกรและสมุนกำลังจะขับรถผ่านออกไปโดยสมุนของภาสกรยื่นบัตรผ่านให้  รปภ.  เทียนถือโอกาสที่รถชะลอความเร็วเอาศอกกระแทกเจ้าคนที่คุมตัวเธออยู่จนหน้าหงายแล้วเปิดประตูลงไป ภาสกรร้องให้ลูกน้องช่วยกันจับตัวเทียนเข้ามาอีก โรมขับรถเข้ามาพอดีเห็นเทียนในสภาพนั้นก็ชะงักรีบกลับรถตามไป รปภ.พูดรายงานสภาพทางวิทยุกับตำรวจอย่างตื่นเต้น

โรมขับรถตามรถภาสกรไปถึงตึกร้างแห่งหนึ่งแล้วลงเดินสะกดรอยตามพวกนั้นไป พวกมันพาพิศเพลินกับเทียนไปในห้องๆหนึ่ง พิศเพลินพูดกับภาสกรว่า

"ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้ฮึภาสกร เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน คุณกมลทัตไว้วางใจคุณมากนะ"

"ถุย" ภาสกรถ่มน้ำลายเมื่อพิศเพลินเอ่ยถึงกมลทัต ตะคอกว่า "ผัวแกหลอกฉันให้เอากุลชาติไปฆ่าทิ้ง มันคิดจะโยนความผิดมาให้ฉัน ทั้งๆที่มันนั่นแหละเป็นคนทำ คนบงการทั้งหมด ตั้งแต่ขโมยลูกสาวแกไปแลกเอากุลชาติมา ฆ่ากมัยธรทิ้ง ฆ่าปิดปากหมอตำแย...มีเรื่องเดียวที่มันไม่ได้สั่ง เรื่องไอ้ใช้กับนังถมยานั่นแหละฝีมือฉันเอง แต่ฉันก็ทำเพื่อมัน เลวก็คือเลวละวะ"

พิศเพลินตกใจตั้งแต่รู้เรื่องกมัยธรว่ากมลทัตสั่งฆ่า แต่เทียนโกรธจนลืมตัว ร้องออกมาว่าแกฆ่าพ่อแม่ฉันแล้วกระโดดเข้าเตะตีภาสกร เสี่ยปอเข้ามากระชากเทียนเหวี่ยงไปที่เดิม ภาสกรปัดแขนตัวเองที่ถูกเทียนต่อยร้องบอกว่า

"คราวนี้ก็ถึงเวลาของแกแม่ลูกแล้ว ส่วนไอ้กมลทัตเอาไว้ทีหลัง" ภาสกรจ้องปืนไปที่เทียน "แกนี่มันดวงแข็งจริงๆว่ะ ฉันเหนื่อยมาทั้งชีวิตก็เพราะตามล่าแก"

พิศเพลินโดดเข้าขวางกลางร้องบอกว่าให้ฆ่าเธอเสียเพราะเทียนไม่เกี่ยวอะไรด้วย ส่วนเทียนก็ร้องบอกว่าให้ฆ่าเธอคนเดียว กุลชาติก็จะได้สมบัติทั้งหมดแล้ว
ภาสกรบอกว่าไม่ต้องแย่งกัน ตายทั้งแม่ทั้งลูกนี่แหละ เขาง้างไกปืนแต่โดนเสี่ยปอปัดปืนแล้วบอกว่า เสียดายของ ขอให้เขาได้เทียนเสียก่อนแล้วค่อยฆ่า ภาสกรต้องยอม
ขณะที่เสี่ยปอกำลังรุกรานเทียนอยู่นั้น โรมย่องเข้ามาแต่ถูกสมุนของภาสกรจับได้เสียก่อน โรมดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์แต่ไม่หลุดจากมือที่รัดตัวเขาอยู่ แต่พอเห็นสภาพที่เทียนกำลังถูกรังแก โรมดิ้นจนสุดแรงเกิดโผนเข้าเตะเสี่ยปอจนกระเด็น ภาสกรเห็นภาพนั้นแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ร้องว่า

"เข้ามาได้ไงวะเนี่ย หมูเขาจะหามดันเอาคานเข้ามาสอด ดีเหมือนกัน ฉันจะได้จัดฉากให้แกเป็นฆาตกรฆ่าอีสองแม่ลูกนี่เหมือนกับตอนจัดฉากให้แกเป็นคนฆ่าอีนภา แกนี่มันโง่จริงๆว่ะไอ้โรม"

คำพูดของภาสกรทำให้เทียนเข้าใจโรมเรื่องของนภาทันทีเพราะทีแรกก็เข้าใจว่าโรมเป็นคนฆ่า

ooooooo

เทียนกับพิศเพลินถูกภาสกรผลักล้มลุกคลุกคลานให้ไปนั่งใกล้ๆกัน ชี้มือให้สมุนลากโรมไปนั่งตรงหน้าสองคนแม่ลูกนั่นพลางล้วงถุงมือยางออกมาใส่มือตัวเอง สมุนเอาปืนมายื่นให้ ภาสกรบอกกับโรมว่าเขาจะยิงเทียนก่อนยิงพิศเพลินแล้วถึงจะถึงคิวโรม แล้วจะเอาปืนโรม

ยัดใส่มือให้ มันจะกลายเป็นคดีฆ่าปิดปากเพื่อจะหนีความผิดไป

พูดจบก็เอาปืนโรมมาลองกดๆดู โรมขอร้องให้ยิงเขาก่อนคนอื่น ภาสกรไม่ยอม ทันใดนั้นเสียงระเบิดดังขึ้น พวกภาสกรตกใจมาก ขณะเดียวกัน พวกหน่วยคอมมานโดของตำรวจก็กรูเข้ามาจัดการกับพวกคนร้ายจนเกลี้ยงหมดแม้กระทั่งเสี่ยปอและภาสกร พักเดียวเสียงรถของมูลนิธิเก็บศพเปิดหวอวิ่งเข้ามาขนศพพวกนั้นขึ้นรถทีละศพ พิศเพลินกล่าวขอบใจโรม แต่โรมกลับบอกว่าให้ขอบคุณสารวัตรกับลูกน้องดีกว่า

"แล้วใครแจ้งตำรวจคะ" เทียนถาม

โรมหยิบมือถือออกมาชูให้ดู สารวัตรตอบเทียนว่า "คุณโรมแจ้งเหตุ ทั้งเปิดจีพีอาร์เอสให้พวกเราตามมาถูกทางครับ"

"ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดก็จองวัดกันละครับ" แล้วโรมหันไปพูดกับเทียน "ฉันเลิกทำตัวเป็นวันแมนโชว์แล้วละเทียน เข็ดแล้ว"

ทั้งพิศเพลินและเทียนยิ้มให้โรมอย่างขำๆ

ooooooo

ที่ห้องจัดงานของโรมแรม พิธีกรสาวเดินถือไมค์ ขึ้นเวที แขกเหรื่อพากันไปยืนอออยู่ตรงนั้น พวกบ้านภคนันทน์มากันหมดแต่อยู่อีกมุมหนึ่งเพราะยังไม่ไว้ใจว่าเจ้าภาพจะยินดีต้อนรับหรือเปล่า

"สวัสดีค่ะ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน บัดนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณกมลทัต ทักษสุตจะขอโอกาสแนะนำ..." พูดแล้วก็มองหากมลทัตกับเทียน กมลทัตถูกกุลชาติจับนั่งรถเข็นเข้ามา พิธีกรเลยถามว่า "คนไหนคะนางสาวดอกเทียน"

กุลชาติแย่งไมค์ไปจากพิธีกร "สวัสดีครับทุกท่าน ผมกุลชาติ ทักษสุต มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในวาระดิถีขึ้นปี...เอ๊ยวันเกิดอายุครบยี่สิบปีตามพินัยกรรมวันนี้พอดี ผมดีใจมากที่เป็นผู้ใหญ่ซะที จะได้สืบทอดงานของพ่อซึ่งป่วยมากต้องวางมือแล้ว..."

"อ้าว...แล้วเทียนล่ะคะ  ไหนได้ข่าวว่าผู้หญิงชื่อเทียนเป็นทายาท" นักข่าวตะโกนถาม

"นั่นข่าวลือครับ มีคนสร้างเรื่องมาหลอกพ่อผม พ่อผมเป็นเนื้องอกในสมองก็เลยปํ้าๆเป๋อๆไปบ้าง ไม่เชื่อก็ฟังพ่อพูดจากปากเลยครับ" กุลชาติส่งไมค์ให้กมลทัต ซึ่งนอกจากไม่พูดแล้วยังไม่ยอมรับไมค์ด้วย กุลชาติกระซิบ "พูดไปป๋า พูด อย่าให้วิญญาณปู่ผิดหวัง"

โรมเดินเข้ามาพร้อมกับพิศเพลินและเทียน ทั้งสามคนเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้ายับยู่ยี่ โรมตะโกนบอกกมลทัตว่า

"พูดสิกมลทัต พูดความจริงทั้งหมดให้ทุกๆคนได้รู้ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของแกแล้ว"

กมลทัตตัดสินใจทันที "กุลชาติ...กุลชาติไม่ใช่ทายาททักษสุตครับ แต่คือเทียนครับ ดอกเทียนลูกสาวของผม"

กุลชาติหายใจฟืดฟาดเพราะความเครียด ชักปืนออกมาจี้หลังกมลทัต พิศเพลินวิ่งเข้าไปจนติดเวที กุลชาติตะคอกกมลทัตว่าอยากตายหรือยังไง กมลทัตร้องถามเสียงดัง

"แกจะเอาเงินเท่าไหร่ไอ้ชาติ บอกมา เลิกบ้าซะที จะเอาเท่าไหร่วะไอ้เดนคน"

กุลชาติเต้น "นาทีนี้ยังคิดว่าจะเอาเงินฟาดหัวผมได้เหรอ ผมไม่เชื่อคนปลิ้นปล้อนอย่างป๋าอีกแล้ว ขนาดเอาผมมาเลี้ยงเป็นลูกเพื่อให้ได้สมบัติปู่ก็ยังทำได้ แถมหมดประโยชน์ก็จะฆ่าทิ้ง ถ้าป๋าว่าผมเป็นเดนคน ป๋าก็เดนนรก อย่างป๋าตกนรกขุมลึกกว่าผมแน่"

พิศเพลินเห็นท่าไม่ดีรีบร้องบอกกุลชาติไม่ให้ทำอะไรกมลทัต กุลชาติต่อรองว่าให้บอกเขามาว่าใครเป็นลูกกันแน่ระหว่างเทียนกับเขา พิศเพลินตอบว่าเป็นทั้งสองคน กุลชาติร้องว่าไม่ได้ ต้องมีคนเดียวเท่านั้น เทียนตะโกนว่า

"ใช่...เธอนั่นแหละคือทายาทตัวจริง ฉันไม่ต้องการมาแย่งเธอหรอก เชื่อฉันนะ วางปืนซะเถอะกุลชาติฉันขอร้อง" พูดพลางเดินเข้าใกล้ กุลชาติลังเล เทียนกล่อมอีก "ฉันพูดจริง ฉันขอเป็นแค่ดอกเทียน บุญแช่ม คนเดิม ส่งปืนให้ฉันเถอะ มันอันตราย"

ความรู้สึกของกุลชาติต่อเทียนนั้นลึกซึ้งมากแม้จะขาดสติไปบ้างตอนนี้แต่เขาก็ยังจำเรื่องเก่าๆได้ กุลชาติมองเทียนพลาง ค่อยๆลดปืนลง แต่พอเสียงคนร้องกันเสียงขรมสติเขาก็กระเจิงอีก ยกปืนเล็งใส่เทียน กมลทัตฉวยโอกาสนั้นเอาไม้เท้าตีกุลชาติจนเซแล้วลุกขึ้นแย่งปืนกับกุลชาติ สองคนกอดปล้ำด่ากันไปมา ท้ายที่สุดปืนก็ลั่นดังปัง ทั้งสองคนต่างล้มลง กมลทัตก้มดูเห็นรูลูกปืนที่อกตัวเองจึงยิ่งแค้นเงื้อไม้เท้าจะตีกุลชาติอีก แต่ถูก
กุลชาติยิงซ้ำเป็นนัดที่สอง และจะซ้ำอีกนัดแต่พิศเพลินโดดเข้าเอาตัวบังเลยถูกปืนกุลชาติเข้าที่แขน เทียนถลาเข้าไปดูพิศเพลินกับกมลทัตจึงถูกกุลชาติลากตัวไปเป็นประกันออกจากห้องไป

กุลชาติพาเทียนขึ้นไปบนดาดฟ้าของโรงแรม พอเห็นความสูงเท่านั้นกุลชาติก็เข่าอ่อน เทียนพยายามปลอบว่าไม่ต้องกลัวเพราะเธออยู่ใกล้ๆคอยช่วยเหลือ กุลชาติหันมามองหน้าเทียน กลายเป็นเห็นหน้าของนภากำลังยิ้มให้ กุลชาติ กลัวสุดๆร้องออกมาอย่างโหยหวนก่อนจะสลบไป มีคนมาช่วยกันหามกุลชาติไปส่งโรงพยาบาล แต่กุลชาติเสียสติไปเสียแล้วจึงต้องไปอยู่โรงพยาบาลประสาท

ooooooo

ในห้องจัดงาน กมลทัตกำลังอาการหนัก พิศเพลิน ประคองร้องเรียกชื่ออยู่ตลอดเวลาและบอกให้อดทน กมลทัตบอกว่าเขายังไม่อยากตาย พิศเพลินบอกว่ากมลทัตยังตายไม่ได้ จะต้องอยู่เจอลูกก่อน พอพูดถึงลูก กมลทัตพยายามดึงสติกลับมา อ้าปากจะถามถึงเทียน เลือดทะลักออกจากปากทันที

"ทำไมยังไม่ไปโรงพยาบาล" เทียนร้องถามเมื่อเห็นพ่อนอนอยู่ที่เดิม ตำรวจถือ ว.วิ่งเข้ามาบอก

"รถกู้ชีพประสบอุบัติเหตุ...เรียกคันใหม่มาแล้ว เดี๋ยวคงถึง"

กมลทัตไขว่คว้าร้องเรียกหาเทียน เทียนเข้าไปใกล้ๆเขาจับมือเทียนบีบแน่น

"เทียน...พ่อ...พ่อไม่เคยคิด...ฆ่าลูก...พ่อสาบานได้"

"หนูเข้าใจค่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว คุณต้องไม่เป็นอะไร" เทียนน้ำตากลบตา กมลทัตหันดูโรมที่ยืนอยู่ด้วย บอกกับโรมว่า

"โรม...ฉันแพ้แกจนได้"

"ทุกคนแพ้ทั้งนั้นแหละกมลทัต แพ้ความโลภ ความเห็นแก่ตัวของตัวเอง ฉันอยากให้นายมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อจะได้แก้ไขความผิดของแก" โรมบอกกมลทัต แต่ขณะนั้นกมลทัตเลือดทะลักออกจากปากมากขึ้น เทียนบอกให้เขาทำใจดีๆไว้ กมลทัตส่ายหน้า

"เทียน...เทียน เรียก...เรียกพ่อได้...ไหมลูก" เสียงแผ่วเต็มทีแล้วจนเทียนต้องก้มลงไปฟัง เธอพยักหน้า พยายามเปล่งคำพูดที่กมลทัตต้องการออกมา

"พ่อ...คุณพ่อ" กมลทัตได้ยินแว่วๆ แต่เขาก็ยิ้มออกมาได้ก่อนที่จะตาค้างถอนหายใจเฮือกสุดท้าย

ooooooo

หลายวันหลังจากนั้น ที่วัดมีการทำบุญกระดูกของกมลทัต พิศเพลินนำโกศอัฐิของกมัยธรและพ่อของเขาเข้ามาวางเรียงด้วย ทำบุญไปให้ทั้งสามคนพร้อมกัน เทียนและโรมที่มาร่วมงานด้วยต่างคนต่างยืนตรงหน้าโกศคนละใบ สำหรับพิศเพลินแล้ว แน่นอนว่าเธอต้องยืนหน้าโกศของกมัยธร เธอพูดกับรูปของเขา

"ขอบคุณนะธร ที่นำลูกเทียนมาให้พิศ ไม่ต้องห่วงนะ พิศจะอยู่เพื่อลูกตามที่ธรเคยสั่งไว้"

"เทียนก็จะทำหน้าที่ทายาททักษสุตให้เต็มที่ สมกับที่คุณกมัยธรคาดหวังเอาไว้ค่ะ"

พิศเพลินจูงเทียนเดินไปยืนข้างๆ โรมเดินเข้าไปบ้างยิ้มให้โกศของกมลทัตทั้งๆที่ตอนเป็นๆไม่เคยยิ้มให้เลย

"หมดสิ้นเวรกรรมต่อกันนะกมลทัต" เอื้อมมือไปจับโกศของกมัยธรพลางบอกว่า "แกคงดีใจที่ได้อยู่กับพ่อและพี่ชายที่แกรัก ฉันขอโทษที่เกือบจะทำให้ทุกอย่างพังเพราะความแค้น แต่เพราะความดีของแก ความกตัญญูของเทียน ทำให้

ทุกอย่างจบลงด้วยดี...แล้วเจอกันเพื่อน" โรมเคาะโกศกมัยธร

ooooooo

โรมกลับบ้านโดยเทียนตามไปด้วย เธอเข้าไปกราบขอโทษครูพรแทนกมลทัต  ครูพรบอกว่าอโหสิให้

เพราะตัวเองก็ผิดเหมือนกันที่รู้เห็นเรื่องเทียนแต่ก็ช่วยปกปิดไว้  แล้วในที่สุดความลับมันก็เปิดเผยออกมาจนได้

"และความดี ความกตัญญูของเทียนก็ชนะทุกอย่าง" ลักษมนเดินเข้ามา

"เทียนก็ต้องขอโทษคุณลักษมนด้วยเหมือนกันค่ะ ที่ต้องมาพลอยเดือดร้อนวุ่นวายไปกับเทียนด้วย"

"เฮ่ย...วุ่นวายอะไรล่ะ ไม่มีเธอฉันต้องเหงาตายแน่ๆ"

"ไม่ต้องห่วงค่ะ เทียนยังไม่หายไปไหนหรอก จะอยู่ เป็นน้องสาวคุณลักษมนเหมือนเดิม"

"งั้นขอกอดน้องสาวหน่อยแล้วกัน" ลักษมนเข้าไปกอดเทียนหลวมๆ ทั้งสองคนไม่รู้การหยอกล้อของเขาจะนำความปวดร้าวใจมาให้กับคนอีกสองคนคือโรมกับปาหนันที่ยืนแอบดูอยู่

หมอเผ่ากับปารวดีเข้ามาทางประตูอีกด้าน แถมดึงโรมจะให้เข้ามาด้วยเพื่อไปคุยกับเทียน แต่โรมปฏิเสธบอกว่า ตอนนี้เทียนไม่ใช่เทียนคนเดิมแล้ว

"เฮ้อ...หมั่นไส้พวกผู้ชายฟอร์มจัดพวกนี้จริงเล้ย"

ปารวดีค่อนพี่ชาย แต่ไปกระทบถูกหมอเผ่าเข้าด้วย

"อ้าว...เอ๊ะยังไงแน่...แต่คงไม่ใช่ผมนะ เพราะผมมีแต่ เสื้อกาวน์ไม่มีฟอร์มหรอก"

"ผัวะ" ปารวดีทุบเข้าให้ หมอเผ่าแกล้งร้องโอ๊ยเหมือนเจ็บเต็มประดา เทียนหันมายิ้มให้ เสียงมือถือเข้า หมอเผ่ารับสายแล้วหน้าเครียด ร้องออกมาว่า "กุลชาติ" แล้วขอตัวไปโรงพยาบาลทันที เทียนได้ยินเดาเอาว่าต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับกุลชาติแน่ๆเลยขอตามไปด้วย

ไปถึงโรงพยาบาลประสาท เห็นพิศเพลินกำลังวุ่นอยู่ กับกุลชาติซึ่งกำลังอาละวาดกับพยาบาลเพราะไม่ยอมกินข้าวเอาแต่โกยของเล่นสำหรับพวกเด็กๆไปกอดไว้ไม่ยอมให้ใครแย่งแถมร้องว่าแม่ใจร้าย แม่ตีเขา เทียนเข้าไปจับแขนปลอบ

"ชาติ ใจเย็นๆ ใครกล้าตีชาติหือ เทียนจะจัดการเอง" กุลชาติเงยหน้ามองและจำได้ร้องเรียกชื่อเทียนออกมา เทียนเลยกล่อมอีก "ใช่...เทียนไง...เราเป็นพี่น้องกันนะ เทียนไม่ให้ ใครรังแกชาติหรอก นี่ไงของของชาติหมดเลย ไม่มีใครเอาไปได้หรอก..." เทียนเอาของเล่นใส่มือเขา กุลชาติเอาไปกอดไว้อย่างดีใจสุดๆ ร้องถามว่า

"ทั้งหมดเป็นของชาติคนเดียวใช่ไหม ใครๆก็รักชาติทั้งนั้นใช่ไหม..." พูดกับตุ๊กตาที่อยู่ในอ้อมแขนซ้ำไปซ้ำมา พิศเพลินเข้าไปกอดลูกแล้วร้องไห้ บ่นกับตัวเองว่า

"ชาติ...ไม่น่าเลย แม่ฆ่าลูกตัวเองแท้ๆ"

ooooooo

มนทิราหาโอกาสไปโรงพยาบาลนิติจิตเวชเพื่อไปยุแยงกุลชาติที่เธอรู้ว่าสติวิปลาสรักษาตัวอยู่ที่นั่น พอสบโอกาสที่กุลชาตินั่งเล่นของเล่นอยู่คนเดียว ตรงเข้าไปหา กุลชาติรีบกวาดของเล่นต่างๆมากองไว้กับตัว ร้องว่า

"ของฉันคนเดียว แกอย่ามาแย่งไปนะ ไป...ไปเล่นที่อื่น ถ้าแกมาแย่งของฉันจะโดนแทง" หยิบช้อนขึ้นมากำทำท่าเหมือนหยิบมีด มนทิราทำใจดีสู้เสือ

"ฉันไม่แย่งของเธอหลอกกุลชาติ เทียนต่างหากที่จะแย่งทุกอย่างของเธอไป จำคนชื่อเทียนได้ไหม?"

"เทียน..." กุลชาติทำท่าคิดแล้วพยักหน้า

"ใช่...เทียนนั่นแหละ มันแกล้งทำดีกับเธอแล้วมันก็หักหลังเอาเธอมาขังไว้ที่นี่ไง มันนั่นแหละเป็นคนแย่งทุกอย่างไปจากเธอ เธอต้องแก้แค้นมันให้ได้นะ" จบคำพูดพร้อมกับมองอากัปกิริยาของกุลชาติ เห็นเขากำช้อนมือสั่นหน้าเครียดขมึง มนทิรายิ้มอย่างพอใจ กระซิบบอกว่าจะพาไปแก้แค้นเทียน แล้วก็แอบพาออกไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดไว้ทันที

ooooooo

ที่บริษัทวันนี้  เทียนเรียกประชุมผู้บริหาร  ฟังรายงานการดำเนินงานของทุกคน   เธอสั่งงานอีกสองสามอย่างแล้วปิดการประชุม เดินไปที่ห้องของลักษมนที่เธอพาเขาเข้ามาช่วยทำงานที่บริษัทด้วย   ชวนออกไปกินข้าวกัน ลักษมนแกล้งเย้าว่า

"อะไรกัน....อุตส่าห์นั่งแปลเอกสารให้ตั้งสามสี่ตั้ง เลี้ยงข้าวแค่เนี้ย"

"ก็เทียนจะจ่ายค่าจ้างให้คุณลักษมนก็ไม่ยอมนี่คะ"

"ฮืม...พูดกับคนรวยนี่ลำบากเนอะ...ขอคิดดูก่อนว่าจะเรียกเท่าไหร่ ทีเดียวเอาให้ตั้งตัวได้เลยดีมั้ย"

เทียนค้อนให้ "ถ้าเป็นเงินของเทียน เทียนยอมให้ หมดตัวเลย"

"อ้าว...พูดแปลก บริษัทนี่ก็ของเทียนไม่ใช่เหรอ?"

"เทียนไม่เคยคิดว่าเป็นค่ะ เพราะถ้าวันนึงกุลชาติหายดี เทียนก็จะให้เขามาดูแล"

ลักษมนฟังแล้วอึ้ง แต่ก็รีบเก็บเอกสารให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะลุกตามเทียนออกไป สองคนเดินคุยกันจนออกมาถึงประตู เทียนกำลังจะเปิดแต่ลักษมนรีบเปิดให้ก่อน พร้อมกับโค้งแล้วผายมือ เทียนหัวเราะที่ลักษมนช่างเล่น สองคนไม่รู้ว่าในรถคันที่จอดแอบๆอยู่ในลานจอดรถนั้น มนทิรากำลังชี้ให้กุลชาติดู

"นั่นไงผู้หญิงคนนั้นแหละชื่อเทียน มันแย่งของของเธอ ไปฆ่ามันเลยกุลชาติ" เปิดประตูรถให้อีก กุลชาติลงเดินไปหาเทียนอย่างเร่งรีบ เทียนรู้สึกว่ามีคนเดินตามจึงหันมาดู แล้วตกใจ

"กุลชาติ...เธอออกมาได้ยังไง?"

ลักษมนหันมาดู หน้าเครียดทันที เพราะเห็นในมือของกุลชาติมีมีดอยู่ ร้องบอกให้เทียนระวัง ผู้คนเริ่มเห็นว่ามีอะไรผิดสังเกตจึงเดินเข้ามาดู ปาหนันที่หาอะไรกินอยู่แถวนั้นรีบเดินเข้ามาด้วย เทียนร้องบอกให้กุลชาติทิ้งมีด แต่กุลชาติกลับไปคิดถึงคำพูดยุยงของมนทิรา จึงไม่ยอมทิ้ง แถมยังชี้หน้าด่าเทียน

"แก...คนใจร้าย แกแย่งพ่อแม่ แย่งของเล่นไปจากฉัน ฉันจะฆ่าแก" พูดจบก็โผเข้าจะแทง ปาหนันยกขากะจะเตะมือกุลชาติให้มีดหล่น แต่ลักษมนดึงตัวปาหนันไว้แล้วโดดเข้าขวาง มีดกุลชาติเลยเฉี่ยวโดนลักษมนเสื้อขาด ปาหนันวิ่งเข้าไปเตะมือกุลชาติจนมีดกระเด็น พวก รปภ.กับพนักงานชายที่กำลังออกไปหาข้าวเที่ยงกิน ช่วยกันจับตัวกุลชาติไว้ได้ เทียนเห็นเลือดออกมาจากเอวลักษมนก็ร้องลั่น

"คุณลักโดนแทง"

ปาหนันหันดูตามเสียงเทียนแล้วเข้ามาหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองจะซับเลือดให้พลางบอกว่าให้ไปหาหมอ ลักษมนบอกว่าแค่เฉี่ยวๆเท่านั้น ทำท่าไม่สนใจแผลตัวเอง

สำหรับมนทิรานั้นสตาร์ตรถหนีไปตั้งแต่ตอนที่กำลังชุลมุนกันแล้ว แต่ยังไงก็ไม่พ้นเพราะตำรวจเอาเทปในกล้องวงจรปิดไปดู วันรุ่งขึ้นจึงเรียกตัวมนทิราไปสอบสวน มนทิราเถียงเจ้าหน้าที่

"มีหลักฐานอะไรถึงมากล่าวหาฉันว่าเป็นคนทำ คนมันบ้าจะพูดยังไงก็ได้" เธอโยนความผิดไปให้กุลชาติ

"เราไม่ได้สอบปากคำกุลชาติ แต่ภาพวีดิโอที่โรงพยาบาลยืนยันว่าคุณเป็นคนพากุลชาติออกมา"

"วีดิโอบ้าบออะไรฉันไม่รับรู้  อยากจับฉันก็ไปฟ้องศาลเอา แต่คอยดูนะ พวกคุณต้องโดนย้ายกราวรูด"

เทียนเดินเข้ามาพอดีเพราะถูกเรียกมาให้การเหมือนกัน พอมนทิราเห็นเลยเข้าใจว่าเป็นเทียนกล่าวหาจึงด่าเทียนว่าคิดว่าเป็นทายาทเศรษฐีแล้วใหญ่นักเหรอ ก็แค่ขี้ข้าชุบตัวเป็นผู้ดี เทียนชะงัก ตอบว่า

"เทียนไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้ดีค่ะ เทียนเป็นแค่ มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีสำนึกผิดชอบชั่วดี คุณลักกับเทียนตกลงกันแล้วว่าจะไม่เอาเรื่อง เลิกแล้วต่อกันเถอะนะคะคุณมน" พูดจบก็หันหลังกลับจะเดินออกไป มนทิราเสียงเกรี้ยวตามหลัง

"ไม่ต้องมาทำเป็นแม่พระ ฉันจะคอยดูวันที่แกตกอับ สายเลือดคนชั่วอย่างแกกรรมต้องสนองซักวัน"

พิศเพลินที่มาเป็นเพื่อนลูกสาวถึงกับส่ายหน้าแล้วพูดกับเทียนว่า

"ความริษยามันทำให้ผู้หญิงดีๆเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เลยเหรอ...แล้วนี่โรมเขารู้เรื่องรึยัง?"

"เทียนไม่ทราบค่ะ ไม่ได้ติดต่อนายหัวนานแล้ว" เทียนเดินเร็วขึ้นจนพิศเพลินต้องรีบก้าวตาม

ooooooo

โรมพอรู้ข่าวก็รีบไปเยี่ยมลักษมนแต่เช้า ถามปาหนันที่นั่งอยู่หน้าบ้านว่าลักษมนถูกทำร้ายเป็นยังไงบ้าง ปาหนันตอบว่ามีแผลนิดหน่อย โรมพยักหน้าอย่างเบาใจแล้วพลอยถามถึงเทียนด้วย ปาหนันตอบเนือยๆว่าปลอดภัยดี โรมจึงเดินเลยเข้าไปข้างในไม่ทันได้ฟังคำร้องห้ามของปาหนัน

พอก้าวเข้าประตูห้องจึงเห็นภาพลักษมนกับเทียนกำลังจับมือกันอยู่โดย ไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นสองคนคุยอะไรกัน โรมหน้าบึ้งทันที ลักษมนหันมาเห็นจึงร้องเรียก ทำให้โรมต้องเดินเข้ามาทั้งๆที่ตอนแรกจะถอยออกไปแล้ว สองคนนั่นยกมือไหว้ โรมรับไหว้แล้วบอกว่า

"รีบตีรถมาเพราะนึกว่านายต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้ม แต่พอเห็นว่ามีความสุขดีก็โล่งอก...อ้อ...คุณก็สบายดีใช่ไหมครับ" เขาทักเทียนด้วย เทียนฟังคำพูดชักผิดหู ตอบว่า

"ค่ะ...ไม่เจ็บไม่ไข้"

ลักษมนมองเหตุการณ์แล้วชักยังไงๆเลยขอตัวไปห้องน้ำ ปล่อยให้โรมกับเทียนอยู่ด้วยกันตามลำพัง โรมกับเทียนต่างคน ต่างเอาเชิงกันอยู่เป็นครู่แล้วโรมก็ทำลายความเงียบขึ้นว่า

"เป็นผู้บริหารทีเอสกรุ๊ปแล้ว งานคงยุ่งมากซินะครับ"

"เอ้อ...ไม่เท่าไหร่ค่ะ เด็กบ้านนอกความรู้ไม่มีก็ต้องอาศัยพวกผู้บริหารลุงป้าน้าอาคอยสอน โดยเฉพาะคุณลักษมนเข้าไปช่วยได้เยอะเลย นี่ก็คิดว่าอีกสักพักจะไปลงทะเบียนเรียนต่อ เรียนไปทำงานไปจะได้ไม่มีใครดูถูก"

"คิดมากไปหรือเปล่าครับ ระดับคุณหนูดอกเทียน คงจะไม่มีใครกล้าดูถูกหรอก"

"นั่นน่ะซิคะ ฉันคงจะคิดมากไปเอง ระดับทายาทพันล้านของทักษสุตจะมีใครกล้ามาดูถูก ขืนพูดมากจะได้เอาเงินฟาดหัวซะให้เข็ด"

เอาสิ เป็นไงเป็นกัน เทียนคิดอย่างโมโหท่าทีของโรม สองคนทำเมินใส่กันเหมือนคนไม่รู้จักกัน ครู่หนึ่งเทียนอ่อนลงนิดหน่อย

"แล้วนายหัวล่ะคะ สวนปาล์มยังราบรื่นดีไหม?"

"ก็โอเคนะ ผมทำธุรกิจแบบพอเพียงไม่โลภ ก็ไปได้ เรื่อยๆ ไม่ต้องไปเอาคนนั้นคนนี้มาช่วยงานให้วุ่นวาย ถามทำไมครับ คงไม่คิดจะซื้อสวนปาล์มผมหรอกนะ"

"โอ๊ย...ไม่ซื้อหรอกค่ะเพราะไม่ถนัด แต่ถ้าเดือดร้อนก็บอกได้นะคะ ในฐานะที่เป็นผู้มีพระคุณ ยินดีช่วยเต็มที่"

โรมจี๊ดขึ้นสมองเลย "ขอบคุณ แต่สำหรับผม บุญคุณชดใช้ไม่ได้ด้วยเงินหรอกครับ ขอโทษ ผมมีธุระ" โรมจะผละไป เทียนไม่ยอมเลิก

"ถ้าจะไปเยี่ยมคุณมนทิราที่สถานีตำรวจละก็ ฝากให้ความมั่นใจเธอด้วยนะคะว่าเลิกกลัวเรื่องฉันจะไปแย่งของรักของเธอได้ แล้ว เพราะมันไม่มีวันเป็นไปได้"

"แน่นอน...แล้วผมก็จะบอกเขาด้วยว่าต่อไปนี้ไม่ต้องรู้สึกคับแค้นอะไรใครอีก แล้ว เพราะผมจะดูแลเขาเอง" โรมผลุนผลันจากไป ทั้งๆที่ไม่เข้าใจเลยว่าเทียนพูดถึงมนทิราทำไม แต่เมื่อรู้ว่ามนทิราอยู่สถานีตำรวจก็เลยไปหาเสียหน่อย

ooooooo

โรมไปถึงสถานีตำรวจเห็นทนายความที่ไปประกันตัวมนทิรากำลังพามนทิราออกมาที่หน้าโรงพักและยืนคุยกันตรงนั้นก่อนจะขึ้นรถ เขาเลยหยุดรอดู

ทนายความบอกกับมนทิราว่า "สบายใจได้ครับ คู่กรณีของเราเหลือแต่ทางโรงพยาบาล ผมจะจัดการให้ครับ เชิญครับ ผมจะไปส่ง"

"คุณทนายไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวดิฉันกลับเอง" มนทิรา บอกทนายเมื่อเห็นโรมลงจากรถเดินเข้ามาหาช้าๆ เธอรีบไปหาเขาเสียเอง พอถึงตัวก็เกาะแขนออดอ้อน ทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ทันที "มนไม่เกี่ยวนะคะ เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน มนแค่ไปเยี่ยมกุลชาติเฉยๆ..."

โรมเริ่มได้เค้าความจริง

"พอได้แล้วมน ทำไมคุณถึงไม่ยอมหยุดเสียทีนะ เลิกรังควานก่อกรรมทำเข็ญกับเทียนได้แล้ว ผมขอร้อง"

"คุณมาหามนที่นี่ก็เพื่อนังเด็กเทียนงั้นเหรอ" มนทิราฟึดฟัด

"คุณบอกมา จะให้ผมทำยังไงคุณถึงจะเลิกยุ่งกับเทียน"

"ถ้าอย่างนั้นคุณให้มนมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งได้ไหมคะ โรมขา...กลับมารักมนอีกครั้งเถอะนะคะ" มนทิราใช้ไม้อ่อน แต่โรมปลดมือที่เกาะแขนเขาออก

"มนฟังนะ...ผมรักคุณไม่ได้อีกแล้ว เพราะผมรักเทียน" โรมจบคำพูดพร้อมกับเสียงกรี๊ดของมนทิราดังขึ้นแทน

ooooooo

วันนี้เทียนชวนลักษมนไปเที่ยวต่างจังหวัด และที่เธอพาไปก็คือที่ดินของโรมที่ซื้อเอาไว้ทำสวนเพราะโรมเคยพาเธอมาที่นี่ ลักษมนไม่เคยรู้มาก่อน จึงมาด้วยอย่างดีอกดีใจ พอมาถึงแล้วเทียนจึงบอกว่าเป็นที่ดินของโรม

"นายหัวเคยพาเทียนมาดูค่ะ ที่นี่อากาศดี เทียนเลยอยากให้คุณลักมาพักผ่อน"

"โห...ไม่ยักรู้เลยนะว่าพี่โรมมีที่ดินอยู่ตรงนี้ ยอดไปเลยเทียน ต้องถ่ายรูปไว้ซะหน่อย...เดี๋ยวผมไปหยิบกล้องในรถก่อน..."   ลักษมนจะกลับไปที่รถแต่เทียนรับอาสาไปหยิบให้ เธอจะได้ไปเอาหมวกด้วย เดินผ่านศาลาเห็นโรมยืนเหม่ออยู่ เทียนชะงัก แต่เสียงฝีเท้าของเธอทำให้โรมหันมา เทียนต้องยกมือไหว้ โรมทักเทียนว่านึกว่าเธอยุ่งอยู่ที่บริษัท

"อ๋อ...บังเอิญมีธุระกับลูกค้าแถวๆนี้ เสร็จแล้วก็เลยแวะมาเดินเล่น" เทียนทำหน้าเชิด แต่โรมท่าทีเนือยๆ

"ก็อย่างว่าแหละ เป็นผู้บริหาร ไม่ต้องนั่งคร่ำเคร่งในออฟฟิศทั้งวันอยู่แล้ว"

"ค่ะ...เช้าเซ็นเอกสาร บ่ายก็ออกมากินข้าวร้านหรู ช็อปปิ้งของแบรนด์เนม เดี๋ยวก็หมดวัน คิดๆแล้วหนังสงหนังสือก็ไม่เห็นต้องเรียน ใช้เงินอย่างเดียวสนุกกว่า" เทียนเปิดศึกน้ำลาย โรมทนไม่ไหวกระชากเทียนเข้าหาตัวต่อว่าไม่นึกเลยว่าเธอจะกลายเป็นคนอย่างนี้ ไปได้

"แล้วดอกเทียนคนเดิมเป็นยังไงล่ะคะ บอกหน่อยซิ" เทียนลอยหน้าลอยตาถาม

"อ่อนโยน น่ารัก จริงใจ ไม่เสแสร้ง ผิดกับตอนนี้ กระด้าง ปากคอเราะราย บูชาเงิน" โรมใส่เป็นชุด

"เทียนนึกว่านายหัวจะรู้จักเทียนจริงๆซะอีก..." เทียน น้ำตาเอ่อ "ไม่ใช่เทียนหรอกที่เปลี่ยน นายหัวต่างหาก...นายหัวของเทียนคนเดิมอบอุ่น มีแต่ความเมตตาปรานี น่ารักน่าเคารพ แต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเทียนคนนี้มีแต่ความเย็นชา ใจร้ายใจดำ ไม่น่ารักน่าเคารพสักนิด" พูดไม่ทันจบโรมก็กระชากเธอเข้ามาชิดอกเขา

"เธอกล้าว่าฉันเหรอ?"

"อุ๊ย..." เสียงลักษมนที่เดินมาตามเทียนเพราะเห็นหายไปนานร้องขึ้น หันหลังจะหลบก็ไม่รู้จะหลบไปทางไหน เทียนรีบดันตัวโรมออกแล้ววิ่งมาหาลักษมน

"คุณลัก...ไปไหนมาคะ ให้เทียนเดินหาตั้งนานแน่ะ"

ลักษมนอึกอักเพราะเรื่องจริงไม่ใช่อย่างนั้น ส่วนโรม ลมออกหูเลย

"ฉันนึกแล้วว่าแกต้องมาด้วย...เป็นไงสวนผักสวนดอกไม้ของฉันโรแมนติกมั้ย" โรมแกล้งพูดแล้วชวนให้ไปนั่งกันที่ศาลา เทียนเดินคล้องแขนลักษมนตามหลังโรมไป นั่งกันสักประเดี๋ยวคนงานก็เอาน้ำผลไม้กับผลไม้มาเสิร์ฟ ลักษมนชิมแล้วยกนิ้วให้

"นี่ปลูกเองเหรอครับ สุดยอดไปเลย หวานด้วย...เทียนลองซิ" ลักษมนจิ้มผลไม้ยื่นให้แต่เทียนอ้าปากรับ ลักษมนไม่เคยเจอท่าทีของเทียนแบบนี้เลยอึ้ง เทียนทำท่าชดช้อยกับลักษมนบอกว่าหวานจริงๆด้วย โรมเลยบอก

"ถ้าชอบเดี๋ยวจะให้คนงานเก็บไปให้"

"อุ๊ย...อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวเทียนซื้อเอาดีกว่า" เทียนตอบหน้าตาเฉย โรมกระแทกส้อมในมือจนลักษมนสะดุ้งโหยง สองคนนั่นทำท่าจะมีเรื่องกันให้ได้จนลักษมนต้องหย่าศึก

"เอ้อ พี่โรม...ผมมาเห็นที่นี่แล้วติดใจ ชักอยากจะเป็นชาวสวนมั่ง ผมขออนุญาตมาฝึกทำงานได้ไหมพี่"

"ไม่ต้องขออนุญาตหรอก ฉันตั้งใจจะยกที่นี่ให้แกกับผู้หญิงที่แกรักเป็นของขวัญวันแต่งงานอยู่แล้ว" โรมบอกหน้าตาเฉยพลางเหลือบมองเทียน ลักษมนร้องลั่น

"โห...งี้ผมคงไม่ได้เป็นเจ้าของแล้วละ จะได้แต่งหรือเปล่ายังไม่รู้เลย"

"ก็...แกไม่ถามผู้หญิงเขาเอง เขาอาจจะรอให้แกขออยู่ก็ได้"  คำพูดของโรมเทียนรู้ว่าหมายถึงเธอ  จึงพูดออกมาบ้าง ด้วยความหมั่นไส้โรม

"จริงค่ะ...เทียนอุตส่าห์ชวนคุณลักมาที่บรรยากาศดีๆแบบนี้ นึกว่าคุณลักจะคุยเรื่องแต่งงานของเราได้แล้ว เอ้อ... ตอนนี้นายหัวก็อยู่กับเรา กำหนดวันกันเลยดีไหมคะ" เธอเชิดหน้าประสานตากับโรมอย่างท้าทาย ส่วนลักษมนไอแค่กๆเหมือนมีอะไรติดคอ โรมเองก็เหมือนโดนอะไรหนักๆอัดเข้าเต็มอก

"อ้อ...งั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะรีบหาฤกษ์ให้...ฉันเองก็อยากอุ้มหลานเต็มทีแล้วเหมือนกัน" โรมลุกพรวดพราดเดินออกไป เทียนหุบปากที่กำลังแย้มยิ้ม มือที่ถือแก้วสั่น ลักษมนต่อว่า

"เทียน...ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ล้อเล่นใช่ไหม?"

"เรื่องแบบนี้ล้อเล่นได้ยังไงคะ คุณลักเคยบอกว่ารักเทียนไม่ใช่เหรอ?"

"ใช่...แต่ตอนนี้..." ลักษมนจะบอกว่าเขาเปลี่ยนใจไปรักปาหนันแล้วแต่ไม่ทันพูดออกมาเทียนก็ลุกขึ้น

"งั้นก็ตกลงตามนี้ กลับเถอะค่ะ จะได้ไปบอกข่าวดีกับแม่"

ooooooo

คนที่เจ็บเป็นคนต่อมาก็คือปาหนัน เมื่อโรมไปบอกว่าเทียนกับลักษมนจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ เขากำลังหาฤกษ์ให้อยู่ แถมยังบอกว่ามีปาหนันอยู่ด้วยก็ดีแล้วจะได้คอยช่วยงานกัน ปาหนันแทบปล่อยถาดผลไม้ที่กำลังถืออยู่ร่วงลงพื้น  เสียงฝีเท้าหนักๆเดินเข้ามา  เป็นฝีเท้าของลักษมนนั่นเอง พอเห็นปาหนันก็เดินเข้ามาหา

"มันคงไม่ใช่เรื่องจริง นี่คงเป็นความฝันหรือว่าฉันเกิดอุบัติเหตุที่หัวแล้วเพ้อไป  ปาหนัน  เธอช่วยหยิกแขนหรือว่าต่อยหน้าฉันให้แรงๆทีเถอะ" ลักษมนยื่นแขนให้ ปาหนันปรับสีหน้าเป็นร่าเริงตบไหล่ลักษมนดังป้าบ

"คงดีใจมากซิ ในที่สุดนายก็ได้สมหวังในความรักแล้ว ขอแสดงความยินดีกับนายด้วย"

"มันไม่ใช่อย่างนั้น คือ...เอ้อ...ฉันจะอธิบายยังไงดี คือ... คือฉันทำใจไม่ทันน่ะ เข้าใจไหม" ลักษมนจะหมายถึงว่าตอนนี้เขาไม่ได้รักเทียนแบบคนรักแล้ว ปาหนันต่างหากที่เขารัก แต่ ปาหนันกลับเข้าใจไปอีกอย่าง สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของลักษมน

"ฉันไม่สนใจหรอก ความรกความรักน่ะมันเรื่องไร้สาระ" พูดแล้วก็เดินหนีไป แต่คนที่บอกไม่สนใจความรักกลับไปแอบนั่งร้องไห้ในที่ลับตาคน

ooooooo

ส่วนเทียนพอกลับถึงบ้านตัวเองก็ไปนั่งปาดน้ำตา นึกถึงใบหน้าของโรมแล้วยิ่งแค้น พูดกับตัวเอง เหมือนอยู่ต่อหน้าโรมว่า คนอะไรไม่มีหัวใจ มันกงการ อะไรของตัวล่ะ ถึงต้องมาผลักไสไล่ส่งเขาให้กับคนอื่น ฮึ...กลัวจะเป็นก้างขวางคอตัวเองกับแฟนเก่าน่ะสิ

เสียงเรียกจากมือถือดังขึ้นหยิบมาดูเห็นเป็นชื่อโรม เทียนค้อนโทรศัพท์แต่ก็กดรับ

"คุณตัดสินใจหรือยังว่าจะจัดงานที่บ้านคุณ บ้านผม หรือว่าที่โรงแรม" โรมถาม

"จัด...จัดอะไรคะ?" เทียนงง

"อ้าว...ก็งานแต่งงานคุณกับนายลักน่ะสิ"

พอฟังว่าเป็นเรื่องแต่งงานเทียนโกรธจนหูอื้อ "อ๋อ... ระดับทายาททักษสุตแต่งงานกับภคนันทน์ มันก็ต้องโรงแรมห้าดาวสิคะถึงจะเหมาะสมไม่เห็นต้องมาถามเลย"

"ผมก็คิดยังงั้นอยู่แล้ว แต่ถามเพื่อความแน่ใจเท่านั้นเอง เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ไปดูสถานที่ด้วยกันนะครับ"

ต่างคนต่างวางโทรศัพท์ลงแบบกระแทกกระทั้น

ส่วนปารวดีกับหมอเผ่าก็ตกใจเหมือนกันเมื่อได้ทราบเรื่องนี้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ลักษมนไปเคาะประตูห้องปาหนันตั้งแต่เช้ามืด ทีแรกปาหนันตกใจคิดว่าในบ้านมีเรื่องอะไรกันรีบเปิดประตูออกมาดู พอเห็นเป็นลักษมนเธอก็ทำวางปึ่งใส่ ยิ่งเห็นท่าของเขาอึกๆอักๆก็ยิ่งหมั่นไส้ ถามว่ามีอะไรก็พูดมา ทำอ้ำอึ้งอิดเอื้อนอยู่ได้

"เอ้อ...คือว่า...ฉันอยากให้เธอไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยน่ะ" ลักษมนตะกุกตะกัก

"ไปเป็นเพื่อน ไปเป็นเพื่อนที่ไหนล่ะฮะ" ปาหนันงง พออีกฝ่ายพูดดีหน่อยลักษมนก็ใจชื้นขึ้น

"ไปรับเทียน วันนี้พี่โรมนัดเราให้ไปดูโรงแรมที่จะจัดงาน...เอ้อ...แต่งงาน"

"ไปเองซิ ไม่ใช่เรื่องอะไรของเรานี่" ปาหนันทำท่าจะปิดประตูใส่หน้า แต่ลักษมนเอามือกันไว้

"โธ่...ปาหนัน ขอร้องละ คิดดูซิ อยู่กับเทียนฉันจะทำหน้ายังไง บอกตรงๆว่ามันเขินน่ะ นะปาหนันนะ ไปเป็นเพื่อนหน่อย ไหว้ละ..." ลักษมนก้มหัวลงไหว้ ปาหนันเม้มปากแน่น แต่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง

ooooooo

ปาหนันแต่งตัวเป็นทอมเต็มขั้น  แถมใส่หมวกปิดลงมาครึ่งหน้า ความจริงคืออยากจะซ่อนแววตาตัวเอง เมื่ออยู่ต่อหน้าคู่บ่าวสาวนั่นแหละ ลักษมนเป็นคนขับรถไปรับเทียนแล้วก็พากันไปที่โรงแรม  เทียนเองก็ท่าทางกระดากกระเดื่องเหมือนกัน พอลงจากรถก็เกาะปาหนันแจเลย แถมแอบกระซิบกับปาหนันว่า

"เทียนดีใจมากนะที่หนันมาด้วย ไม่งั้นแย่เลย ไม่รู้จะวางหน้ายังไงถูก"

"เทียนกับคุณลักนี่ขี้เขินเหมือนกันนะ แปลกดีทั้งๆที่จะแต่งงานกันแล้ว...เอ้า...ทำไมไม่ไปเดินด้วยกันล่ะเป็นแฟนกันแท้ๆ"

ปาหนันผลักไสเทียนจะให้ไปเดินคู่กับลักษมนให้ได้ แต่เทียนกลับเกาะแขนปาหนันแน่น

โรมกำลังรออยู่ที่ล็อบบี้เมื่อพวกนั้นเข้าไป ทั้งสามคนยกมือไหว้โรม โรมรับไหว้แล้วบอกลักษมนว่า

"พี่คุยกับทางโรงแรมไว้คร่าวๆแล้ว ขึ้นอยู่กับนายกับเทียนว่าจะชอบที่นี่ไหม?"

"ผม...แล้วแต่เทียนครับ" ลักษมนทำเขิน โรมหัวเราะหึๆ

"ก็ดี...ว่าง่ายตั้งแต่ยังไม่ได้แต่ง แฟนคงรักตายเลย... งั้นก็ไป เดี๋ยวจะพาไปเลือกดูห้องจัดงาน" โรมเดินนำหน้า ปาหนันกับเทียนเดินไปด้วยกัน มีลักษมนรั้งท้าย เทียนแกล้งพูดเสียงดังว่า

"น่าจะพาพี่มนมาด้วยนะคะ จะได้ช่วยกันดูช่วยกันเลือก พี่มนเขามีรสนิยมสูง"

"อ๋อ...ผมชวนเขาแล้วแต่เขาไม่ว่าง" โรมตอบทั้งๆที่ไม่ได้หันหน้ามาแต่ก็รู้ว่าใครเป็นคนพูด เทียนไม่ยอมเลิก กวนโมโหเขาอีก

"น่าเสียดาย เลยไม่ได้ขอคำปรึกษาเรื่องสำคัญอีกเรื่อง"

"เรื่องอะไร?" โรมหยุดเดินหันหน้ามาถาม เทียนทำตาแวววาวบอกว่า

"ก็เรื่องอยากให้เราสองคู่แต่งงานวันเดียวกันน่ะซิคะ คงสนุกน่าดูเลยแหละ"

"อ๋อ...เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอกครับ ผมกับมนทิราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว จะจัดงานหรือไม่ ไม่สำคัญ"

โรมแอบกำหมัดสะกดกลั้นอารมณ์ที่จวนระเบิดของตัวเอง จ้องหน้าเทียนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ปาหนันมองทั้งคู่อย่างงงๆ หันกลับไปดูลักษมนฝ่ายนั้นก็ทำหน้างงเหมือนกัน

ooooooo

ที่ห้องจัดเลี้ยง พนักงานต้อนรับที่คอยอยู่เข้ามายกมือไหว้แล้วพาเดินดูในห้อง บอกว่าห้องนี้แหละที่แนะนำคุณโรมเอาไว้ ลักษมนร้องว่าใหญ่ไปเพราะจะเชิญเฉพาะญาติๆกับเพื่อนสนิทๆกันเท่านั้นเอง

"เฮ้ย ได้ไงลัก ฝ่ายทักษสุตเขาเศรษฐีใหญ่คนรู้จักกว้างขวางทั้งสังคม ฉันว่าห้องนี้เล็กไปซะด้วยซ้ำนะ" โรมว่า เทียนแอบค้อนแล้วทำเดินดูนั่นนี่ก่อนจะบอกว่า

"คงจะเล็กไปจริงๆแหละค่ะ เทียนกับคุณแม่คุยกันว่า แขกของเราน่าจะสักสองพันกว่าๆ"

"สองพัน..." ปาหนันร้องอย่างตกใจก่อนจะบอกเทียนว่า "ต้องไปจัดที่สนามหลวงแล้วมั้งเทียน"

พนักงานกลัวจะไม่ได้งานช้างงานนี้รีบบอกว่า

"อ๋อ...ไม่มีปัญหาค่ะ สองพันคนห้องเราจุได้สบายๆ" แล้วก็ตัดบทเรื่องห้องโดยหยิบสมุดโน้ตเล็กๆขึ้นมาเตรียมจด ถามเรื่องอาหารว่าอยากได้เป็นอาหารแบบไหนไทยหรือฝรั่ง ลักษมนรีบบอก

"เอาเป็นออเดิร์ฟง่ายๆดีมั้ยครับ?"

โรมแย้งทันที "ได้ไงลัก แขกมาทั้งทีก็ต้องให้เขาอิ่ม กลับไป...เออ ขอเป็นบุฟเฟ่ต์ดีกว่ามั้ง"

"แต่มันจะสิ้นเปลืองนะพี่" ลักษมนพูดถึงเรื่องสิ้นเปลือง เทียนขัดทันที

"ไม่หรอกค่ะคุณลัก งานเราจัดครั้งเดียวทุ่มทุนไปเลย... ขอเป็นอาหารทุกชาติเลยนะคะ ไทย จีน ฝรั่ง แขก ญี่ปุ่น ลาว เขมรแล้วก็..."

"เทียน...ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง" ลักษมนรีบเบรก แต่เทียนก็ยังดึงดันอีกว่า

"ต้องขนาดนี้แหละค่ะ" พูดต่อกับพนักงาน "ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการต่างๆเก็บเงินที่ฉันนะคะ...ฝ่ายเจ้าสาวขอจ่ายหมดเองค่ะ"

โรมหมั่นไส้ตีหน้ายักษ์ใส่เทียนทันที

"ฝ่ายผมอาจไม่ร่ำรวยเท่าคุณ แต่ผมก็คงจะไม่ให้ใครมาดูถูกได้...คุณครับ เอาเป็นว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดเก็บที่ผม" ท้ายประโยคโรมบอกกับพนักงาน

"เก็บที่ฉัน" เทียนสวนทันควัน

"ผมจัดการเอง ถ้าคุณอยากจ่ายนักก็จัดงานเองอีกวันนึง จะใช้เงินเท่าไหร่ก็ตามใจ" โรมเสียงเขียวใส่...พนักงานเห็นท่าไม่ดีเลยบอกว่า

"ใจเย็นๆนะคะ ดิฉันว่าออกกันคนละครึ่งดีไหมคะ ยุติธรรมดี"

สองคนฟังแล้วเมินหน้าออกไปคนละทาง ปาหนันเอาศอกกระทุ้งลักษมน กระซิบด่าว่า

"เป็นเจ้าบ่าวภาษาอะไรกันวะ ยืนบื้ออยู่ได้ ไม่ออกความเห็นบ้างเหรอ"

ลักษมนกระซิบตอบว่าไม่รู้จะพูดอะไร

ศึกเรื่องอาหารผ่านไปโดยยังไม่ได้ข้อยุติ พนักงานฝ่าย จัดการเรื่องห้องที่ทุกโรงแรมจะต้องจัดฟรีให้กับคู่แต่งงานหนึ่งคืนเข้ามารับช่วงงานต่อ พาเดินไปที่ห้องที่จัดเตรียมไว้ พนักงานเดินนำหน้า พอเปิดห้องเข้าไปก็บอกว่า

"นี่เป็นห้องสวีทของทางโรงแรมค่ะ  ดิฉันอยากให้ลองดู เผื่อว่าจะชอบ"

ลักษมนหน้าแดงขึ้นมาทันที "เอ้อ...คงไม่ต้องหรอกครับ เราคงไม่ได้ใช้"

โรมที่เดินตามหลังคนอื่นเข้ามาบอกน้องชายว่า "ดูเผื่อไว้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่ อยู่กันสองคนน่าจะโรแมนติกกว่า ที่บ้าน ไม่มีใครมากวนใจดีออก"

เทียนหันขวับไปทันทีแถมยิ้มเย้ยให้โรมด้วย "นั่นน่ะ ซีคะ แหมใจตรงกันเลย เทียนกำลังคิดว่าจะหาที่สวยๆสงบๆเอาไว้จู๋จี๋กันสองคน" ว่าแล้วเทียนกอดแขนลักษมนลากไปที่เตียง ด้วยกัน พอนั่งลงเทียนก็ร้องว่า "อุ๊ย...เตียงนุ้มนุ่ม นุ่มกว่า ที่บ้านอีกนะคุณลัก"

"เอ้อ...ครับ"  ลักษมนเขินสุดๆ  ส่วนปาหนันแอบค้อน โรมเองนัยน์ตาแทบลุกเป็นไฟ พนักงานไม่รู้ว่าใครเป็นใคร พูดชมลักษมนว่า

"แหม...เจ้าบ่าวน่ารักจังค่ะ เจ้าสาวว่าอะไรว่าตามหมด น่าอิจฉาจัง"

"ค่ะ...ใครๆก็พูดแบบนี้เหมือนกัน" เทียนพูดไม่พูดเปล่า เอนตัวลงไปซบลักษมนเสียอีก ลักษมนตัวแข็งทื่อ ส่วนโรมขอตัวออกไปข้างนอกบอกว่าจะไปโทร.หาแฟนตัวเองหน่อย พอโรมเดินพ้นตัวไป เทียนก็หุบยิ้ม ผละจากลักษมนไปหาปาหนัน ชวนออกไปดูที่ระเบียงห้องนอนกัน ทิ้งลักษมนนั่งบิดไปบิดมา ด้วยความเขินอยู่คนเดียว

ooooooo

ลงมาที่ล็อบบี้ข้างล่าง เทียนขอตัวไปห้องน้ำ ลักษมนกับปาหนันเดินดูอะไรเรื่อยเปื่อย พอเทียนออกจากห้องน้ำก็โดนโรมกระชากไปที่มุมลับตาคน อยากจะซัดสักเผียะก็ไม่กล้า จึงได้แต่ต่อว่า

"รู้ตัวมั้ยว่าทำตัวน่าเกลียดแค่ไหน ยังไม่ได้แต่งงานแต่ไปทำนัวเนียผู้ชายต่อหน้าต่อตาคนอื่นแบบนั้น  ใครสั่งใครสอนหา..."

"คนอื่น? ใครคะคนอื่น นายหัวก็เป็นพี่ชายคุณลัก ปาหนันก็เป็นเพื่อนเทียน คนกันเองทั้งนั้น"

"ไม่นึกเลยนะว่าเธอจะกลายเป็นคนใจกล้าใจถึงแบบนี้ไปได้ มารยาทลูกผู้หญิงที่ปารวดีเคยสอนหายไปไหนหมด..."

"วุ้ย...นั่นมันโบราณแล้วค่ะ ผู้หญิงยุคใหม่ไม่มีใครมัวมาพับเพียบเรียบร้อยอยู่หรอก ที่สำคัญตอนนั้นฉันยังโง่ ไม่ประสีประสา ใครสอนใครหลอกยังไงก็เชื่อไปหมด"

"ใจกล้านักใช่ไหม ไหน...ฉันก็อยากจะรู้ว่าเธอจะจัดเจนสักแค่ไหน" โรมก้มหน้าลงจะพิสูจน์ เทียนหลับตาตัวสั่นหายใจแรงอย่างตื่นเต้น โรมชะงัก "เก่งจริงแล้วหลับตาตัวสั่นทำไมล่ะ?"

"ก็...ก็มันตื่นเต้นน่ะสิคะ อยากรู้ว่ารสจูบของพี่ชายสามีในอนาคตมันจะเป็นไงน้อ..." คำพูดของเทียนทำเอาโรมตาค้าง ร้องออกมาว่า

"เธอเก่งมากเทียน...เก่งจนฉันนึกไม่ถึงเชียวละ"

พูดจบก็เป็นฝ่ายเดินหนีออกไป เทียนมองตามด้วยความแค้นเคือง

ooooooo

เสร็จธุระเรื่องงานแต่งจากโรงแรมแล้ว โรมพาทั้งสามคนไปกินอาหารที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งซึ่งพวกคนรวยๆชอบมากิน โรมบอกว่าอยากให้ลองมากินกันดู พอใจอะไรก็สั่งตามสบาย ลักษมนถามเทียนว่าจะสั่งอะไร เทียนดูเมนู ไม่ได้ดูรายชื่ออาหาร แต่ดูที่ราคาแต่ละอย่างพลางพูดไปด้วยว่า

"อะไรก็ได้ที่มันแพงๆน่ะ...หนัน ชอบอะไรสั่งเต็มที่เลยนะ วันนี้เทียนเป็นเจ้ามือ"

"ขอโทษ มื้อนี้ผมรับผิดชอบ" โรมทำเสียงแข็งใส่ แล้วหันไปถามบริกรว่ามีอะไรแนะนำบ้าง บริกรเลยเสนอเป็นเครื่องดื่มก่อน แถมโฆษณาว่า

"วันนี้ทางร้านมีไวน์ชั้นดีจากฝรั่งเศส เพิ่งนำเข้ามา สนใจไหมครับ"

โรมกำลังจะบอกว่าไม่ แต่เทียนชิงบอกว่าเธอสน แถมสั่งว่า

"เอามาสองขวดเลย...เดี๋ยวเราดื่มด้วยกันนะคุณลัก ฉลองวันชื่นคืนสุขของเราไง" ซบบ่าลักษมน ซึ่งก็รีบตอบว่า

"ก็ดีเหมือนกันแหละ อยากเมาอยู่ด้วย..."

เทียนยิ้มชอบใจ หันไปชวนปาหนันให้ดื่มด้วยกัน ปาหนันตอบว่าเธอแพ้แอลกอฮอล์ ดื่มไม่ได้ แล้วเลยหันไปถามบริกรว่าไวน์ของฝรั่งเศสที่ว่าน่ะขวดละเท่าไหร่

"หมื่นสองพันครับ" บริกรบอกเสียงดังฟังชัด ปาหนันร้องโอ๊ยเหมือนถูกมดตะนอยต่อย หันไปบอกกับเทียน

"ไม่ไหวมั้งเทียน อย่าไปกินเลย"

ลักษมนพอรู้ราคาก็อึ้งไปเหมือนกัน "นั่นซิ...ฉันว่าเราสั่งกันมาคนละแก้วก็พอ"

"แหมคุณลักนี่..." เทียนค้อนให้ "มื้อนี้นายหัวเป็นเจ้าภาพทั้งที จะน้อยกว่านี้ได้ไง...เอ๊ะ...แต่ถ้านายหัวไม่ไหวเทียนออกค่าไวน์เองก็ได้...สองหมื่นกว่าเองจิ๊บจ๊อย"

บริกรรีบจดยิกพลางถามว่าอาหารตกลงจะสั่งอะไร ลักษมนบอกว่าเดี๋ยวค่อยสั่ง เอาไวน์มาก่อนแล้วกัน บริกรโค้ง รีบเดินไปจัดการ เทียนกอดไหล่ปาหนันพลางพูดเสียงดังว่า

"หนันรู้ไหมว่าวันนี้เทียนมีความสุขมาก หนันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเทียนนะ อยากกินอะไรไม่ต้องเกรงใจสั่งเลย เทียนจ่ายได้"

โรมทำท่าค้อนให้ ส่วนปาหนันดูๆเมนูแล้วบอกว่า

"อ่านไม่ออก ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลย เทียนสั่งเถอะ"

"เห็นปาหนันแล้วฉันคิดถึงเด็กผู้หญิงเด๋อๆด๋าๆคนนึง เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนมาก ประหยัดมัธยัสถ์ พาเข้ากรุงเทพฯครั้งแรกแทบจะสั่งน้ำเปล่ากิน...พูดแล้วปาหนันอาจไม่เชื่อว่าเวลาผ่านไปไม่นาน เดี๋ยวนี้เขาไม่ใช่คนแบบนั้นอีกแล้ว" โรมรำพึงรำพันให้ปาหนันฟัง เทียนเบ้หน้า

"คนเรามันก็ต้องมีการพัฒนา ไม่ใช่วนเวียนอยู่กับอะไรเดิมๆที่มันซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย...เอ้าเชียร์ส ชนๆ คุณลัก ใครไม่ดื่มเราดื่มกันสองคนก็ได้"

เทียนเอาแขนตัวเองคล้องกับแขนลักษมนพร้อมกับชูแก้วขึ้น สองคนชนแก้วแล้วดื่มพร้อมกัน โรมมองอย่างหมั่นไส้

ooooooo

เพราะว่ากินแต่เหล้าไม่ค่อยกินอาหารท้องเลยว่าง เทียนกับลักษมนเมาไม่เป็นท่า ออกจากร้านอาหารพากันเดินโซเซสองคนกอดคอกัน โรมกับปาหนันเดินตามมาข้างหลังอย่างเซ็งๆ สองคนนั่นร้องเพลงไปด้วยเต้นไปด้วย บางครั้งก็หยุดเอาสะโพกบั๊มกันซะทีหนึ่ง

"กินกันเข้าไปได้ยังไงเป็นขวดๆ อร่อยก็ไม่อร่อยแพงก็แพง" ปาหนันบ่นพึม โรมพยักหน้าเห็นด้วย

"พวกไม่รู้จักประมาณตนก็ยังงี้แหละปาหนัน ดูซิเมาแล้วดูได้ที่ไหน...อ้าวๆเฮ้ย..." โรมร้องออกมาเพราะสองคนเอาสะโพกกระแทกกันแรงไปหน่อยจนเทียนกระเด็นเพราะสู้ความแรงของสะโพกลักษมนไม่ได้ โรมรีบเข้าไปประคอง

"ไหวไหมเนี่ย รู้ว่าคอไม่แข็งกินเข้าไปทำไมเยอะแยะล่ะ"

เทียนส่ายหัวง่อกแง่ก "หวาย...ทำไมไม่หวาย ซาบาย อยู่แล้ว...ใช่มั้ยที่รัก" หันไปพยักพเยิดกับลักษมน ซึ่งก็ตอบเสียงยานๆลิ้นไก่สั้นเหมือนกัน แล้วก็เดินกันเซไปเซมาไปใกล้เทียน พูดซ้ำอีก

"ช่าย...พี่ลักหวายอยู่แล้วน้องเทียนม่ายต้องห่วง...เอิ๊ก!"

โรมเกิดอาการอยากเตะน้องชายเป็นกำลังแต่พยายามกลั้นเอาไว้ ปาหนันเห็นลักษมนเดินก้าวหนึ่งถอยสองก้าวแบบนั้นคิดว่าคงไปไม่ถึงที่จอดรถ แน่ๆเลยเข้าไปช่วยประคอง พอเดินถึงรถโรมก็ร้องบอกน้องชายว่า

"ลักไม่ต้องขับ กลับรถฉันด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยมาเอารถแล้วกัน"

เทียนดันตัวออกจากโรมมองเขาตาเยิ้ม "คราย...คราย บอกว่าเทียนจากลับบ้าน...เทียนจาปายร้องเพลง...ที่รักจ๋า พาเทียนปายร้องเพลงนะ" ยกมือบอกลักษมน ซึ่งลักษมนก็พูดตอบทั้งๆที่ห่างกันเป็นวา

"ได้เลย...น้องเทียนมากับพี่มา..." เอ้ๆแอ่นๆเข้าไปกอดคอเทียน สองคนมองหาห้องคาราโอเกะแล้วต่างก็ชี้ไปคนละทางว่าอยู่ที่นั่นที่นี่ ลักษมนแรงดีกว่าเลยลากเทียนไปทางที่เขาคิดว่าใช่แน่ ปาหนันร้องลั่น

"เฮ้ยๆไปไหน...โน่น...ห้องคาราโอเกะอยู่ทางโน้น"

พอเข้าห้องคาราโอเกะ บริกรยังไม่ทันมาเปิดเครื่องเสียงให้ด้วยซ้ำ เทียนก็เริ่มเต้น ตัวโยกไปเยกมาเห็นท่าตัวเองไม่ไหวก็ร้องเรียกปาหนันให้มาเต้นด้วย ปาหนันปฏิเสธว่าเต้นไม่ได้เสียงก็ไม่ดีขออยู่เฉยๆดีกว่า เทียนผิดหวังหันไปร้องเรียกลักษมน แต่ปรากฏว่าเขานั่งหลับคอพับคออ่อนอยู่บนโซฟา เทียนเข้าไปเขย่าตัวจนลักษมนตื่น พอลืมตาลักษมนก็ร้องว่าปวดฉี่ ลุกเดินโซเซไปที่ชั้นวางเครื่องเสียง ทำท่าจะรูดซิปปาหนันเข้าไปดีดหูจนลักษมนสะดุ้ง

"จะบ้าหรือยังไง เดี๋ยวก็ไฟช็อตตายหรอก ปวดฉี่ก็ไปเข้าห้องน้ำไป๊"

ลักษมนโซเซออกไป ปาหนันเห็นว่าคงไม่ถึงห้องน้ำแน่ๆเลยขยุ้มคอเสื้อไถให้เดินแบบไถนาจึงไปถึง ห้องน้ำ เธอปล่อยให้ลักษมนเดินเข้าไปเองแล้วคอยอยู่นอกห้อง

ผ่านไปยี่สิบกว่านาทีแล้วลักษมนยังไม่โผล่ออกมา ปาหนันค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปดู เห็นลักษมนนั่งคอพับคออ่อนอยู่บนโถส้วม เสื้อเต็มไปด้วยรอยอาเจียนของตัวเอง ปาหนันมองซ้ายมองขวาเห็นยังไม่มีใครเข้ามาใช้ห้องน้ำชายจึงเดินเข้าไปลากตัว ลักษมนพลางบ่น

"ดู ดูมันทำไอ้คุณลัก เฮ้ย...ตื่นๆหมดกันไม่เหลือ นี่มันอาจารย์หรือนักการภารโรงวะเนี่ย..."

เอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองไปชุบน้ำแล้วมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ลักษมนปรือตาขึ้นดูแล้วโผกอด ปาหนันร้องลั่นผลักออก แต่ยิ่งผลักลักษมนยิ่งซุกหน้าเข้าหา ถามว่าเธอรักฉันจริงเหรอเทียน ปาหนันฟังแล้วยัวะ

"ฉันไม่ใช่เทียน เทียนอยู่ข้างนอกโน่น...ปล่อยโว้ย"

"ไม่ปล่อย...ตอนนั้นฉันคิดว่าเธอไม่รักฉัน แต่ตอนนี้ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว จริงๆนะ ฉันไม่ใช่แบบเดิมแล้ว ตอนนี้ฉันชอบ..."

พูดไม่ทันจบคนเมาคนหนึ่งเดินเข้ามา พอเห็นภาพลักษมนกับปาหนันกำลังยื้อยุดกันอยู่ก็ด่าลั่นเพราะเข้าใจผิด

"เฮ้ย...ไอ้พวกไม้ป่าเดียวกัน ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมนะเว้ย"

"เปล่า...เปล่านะ" ปาหนันร้องดังลั่นผลักลักษมนก้นจ้ำเบ้าแล้วรีบวิ่งหนีออกไป

ooooooo

ที่ห้องคาราโอเกะ โรมกับเทียนก็กำลังมีปัญหากัน โรมบอกให้เทียนกลับบ้านได้แล้ว แต่เทียนไม่ยอมกลับ โรมเลยดุว่าทำอวดดีเป็นเด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมด้วยซ้ำ เทียนเถียงว่าตอนนี้เธออายุยี่สิบแล้ว ไม่ใช่เด็กผู้ชายที่โรมพามาจากประจวบคนนั้น และก็ไม่ใช่เด็กในปกครองของเขา

"แต่วันนี้เธอมากับฉัน ต้องเชื่อฟังฉัน" โรมทำเสียงเคร่ง "เพราะฉะนั้นบอกให้กลับก็ต้องกลับ"

"กลับก็ได้ แต่นายหัวต้องร้องเพลงให้เทียนฟังก่อน ถ้าไม่ร้องก็ไม่กลับ" เทียนงอแง โรมรำคาญเลยบอกว่าถ้าเขาร้องเพลงแล้วเธอต้องกลับบ้านจริงๆนะ เทียนพยักหน้าให้สัญญา

โรมเอาไมค์ไปจากมือเทียนแล้วเริ่มร้องเพลง โดยมีเทียนนั่งอิงแอบอยู่ข้างๆ ร้องไปร้องมาต่างคนต่างซึ้งนึกถึงเรื่องเก่าๆที่ผ่านมาแล้วก็น้ำตาไหล ด้วยความเสียดายเวลาตอนอยู่ด้วยกัน พักเดียวเสียงเทียนเงียบไป โรมพลิกหน้าเธอมาดู เทียนหลับไปแล้ว โรมวางไมค์แล้วปลุก แต่เทียนงึมงำแต่คำว่าจะอยู่กับนายหัวซ้ำไปซ้ำมาจนโรมอ่อนใจ จึงตัดสินใจว่าจะอุ้มไปขึ้นรถ เทียนทำตัวอ่อนจนโรมอุ้มไม่ได้เลยหกล้มลงไปทั้งสองคน

ปาหนันวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "นายหัวฮะ...ช่วยไปดูคุณลักหน่อยฮะ หลับอยู่ในห้องน้ำผู้ชาย หนันแบกไม่ไหว"

โรมลุกขึ้นดึงเทียน บอกปาหนันว่า

"รายนี้ก็พอกัน หนันดูไว้แล้วกัน ฉันจะไปจัดการกับลักษมนเอง"

กว่าจะพาสองคนนั่นกลับไปบ้านได้ทั้งโรมกับปาหนันก็เหนื่อยหนัก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ในห้องนอนเทียนที่บ้านทักษสุต เทียนลืมตาตื่นขึ้นและปวดหัวอย่างหนัก พิศเพลินที่ นั่งเฝ้าอยู่รีบส่งแก้วน้ำให้ดื่มพลางบอกว่า

"เมื่อคืนเทียนเมามากรู้ไหมลูก ไม่ได้สติเลยแหละ ดีที่โรมเป็นคนพามาส่งนะ เขาต้องอุ้มมาถึงเตียงเลย ทำไมหนูถึงกินเหล้าจนเมามากขนาดนี้ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก"

เทียนสบตาแม่แล้วโผเข้ากอดปล่อยโฮออกมา ยังพูดจากันไม่ทันรู้เรื่องดีสาวใช้ก็ขึ้นมาบอกว่ามีแขกมาหา

พิศเพลิน เลยต้องลงไปรับแขก เป็นโรมนั่นเองที่นั่งคอยอยู่ พอพิศเพลินลงนั่งโรมก็ส่งกระดาษฤกษ์ยามที่ไปหามาได้แล้วให้ พิศเพลินรับไปดูแล้วงงเพราะไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน

"นี่มันอะไรกันโรม ฉันงงไปหมดแล้ว"

"ก็ฤกษ์วันหมั้นกับวันแต่งงาน เทียนกับลักษมนไง ฉันไปหามาได้แล้ว...เธอติดขัดอะไรเหรอพิศเพลิน"

"เทียนนี่นะจะแต่งงาน ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลย เทียนไม่เคยพูด ไม่เคยบอกอะไรฉันเลยนะโรม"

โรมครุ่นคิดแล้วบอกว่า "เทียนอาจจะรอให้ฝ่ายฉันเป็นคนมาพูดก่อนก็ได้...ถ้าอย่างนั้นฉันขอถือโอกาส สู่ขอเทียนให้นายลักษมนน้องชายฉันซะเลยแล้วกัน ทั้งคู่รักกันสนิทสนมกันมานานแล้ว หวังว่าเธอคงไม่ขัดข้องนะ"

พิศเพลินมองใบฤกษ์ยามในมือพลางส่ายหน้า ไม่รู้จะพูดยังไงดี

ooooooo

ตัวต้นเรื่อง ตอนนี้ไปเดินเหม่อลอยอยู่ในห้าง เพราะไม่รู้จะไปไหน เนื่องจากแก้ปมปัญหาที่ตัวเองสร้างไว้ไม่หลุด ดูข้าวของอะไรก็ดูไปงั้นๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นของอะไร สายตากวาดผ่านไปเฉยๆสมองไม่ยอมรับรู้ กำลังจะเดินผ่านร้านรองเท้าได้ยินเสียงเอะอะอยู่ในร้านและมีคนจับกลุ่มดู อยู่เลยเดินไปดูบ้าง

"อาลายวะ...หูแตกเหรอ...ก็เมียอั๊วจะเอาคู่นี้แต่ขอเป็นสีแลงๆ ลื้อก็ไปหามาซีวะ" ชายพุงพลุ้ยพูดไทยไม่ชัดคนหนึ่งกำลังเอะอะใส่พนักงานขายของ

"สีแดงไซส์นี้ที่นี่หมดแล้วค่ะ ต้องเช็กสาขาอื่น" พนักงาน อธิบายนอบน้อม

"ลื้อก็ไปเช็กแล้วเอามาให้อั๊วซีวะ เมียอั๊วเขาอยากใส่วันนี้" คนที่เสี่ยเรียกว่าเมียคือมนทิรานั่นเอง เธออายมากที่คนมามุงดู บอกกับเสี่ยว่า

"เฮียคะ ช่างเถอะค่ะ เราไปซื้อร้านใหม่ก็ได้"

เสี่ยเห็นคนยิ่งมาดูยิ่งเบ่ง "ม่ายล่าย...มันต้องให้ลู้มั่งว่าใครเป็นใคร คนอย่างเสี่ยหมงเหมาของหมดทั้งห้างก็ยังล่าย ...แล้วยังยืนซื่อบื้ออยู่ทำมาย ถ้าทำไม่ล่ายก็ไปเรียกผู้จัดการมาหาอั๊ว"

พนักงานกลุ้มเดินคอตกไปห้องผู้จัดการ มนทิรามองตามเลยเห็นเทียนยืนอยู่ในกลุ่มคนที่มาดู ทีแรกก็หน้าเจื่อน แต่แล้วก็รีบเชิดหน้าปรายตาดูเทียน

"โลกกลมจริงๆเลย" ทักแบบรำคาญ เทียนเลยเดินเข้าไปหาถามว่าสบายดีเหรอ มนทิราหน้ายิ่งเชิด "ก็น่าจะเห็นนะ ว่าฉันสบายมากแค่ไหน" หันไปมองเสี่ย เห็นกำลังใช้สายตาโลมเลียเทียนเลยดึงเข้ามาใกล้ตัว ตอบคำถามเสี่ยหมงที่ถามว่าเทียนเป็นใครว่า "เด็กเคยรู้จักกันค่ะ แล้วนี่เสี่ยพัฒน์ เจ้าของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ใหญ่ที่สุดในพัทยา แฟนฉันเอง"

"อ้าว...แล้วนายหัว...พี่มนไม่ได้เจอนายหัวบ้างเหรอคะ" เทียนแปลกใจ

"ใครน่ะนายหัว...เฮ้อ นายหัวนายหางที่ไหนฉันไม่รู้จัก หรืออาจรู้จักแล้วจำไม่ได้ก็เป็นได้ เพื่อนฉันเยอะเดี๋ยวนี้ต้องเลือกคบคน ไอ้พวกรวยแต่เปลือกหรือบ้านนอกมาชุบตัวน่ะไม่เอาแล้วเบื่อ...ไปเถอะค่ะเฮีย" ลากแขนเสี่ยพุงพลุ้ยออกจากร้าน พนักงานที่ไปตามผู้จัดการเดินเข้ามารีบบอกว่าผู้จัดการกำลังจะมา มนทิราสะบัดเสียงใส่ว่า ไม่ซื้อแล้วอารมณ์เสีย ลากเสี่ยออกไป เสี่ยยังหันมามองเทียนอย่างติดใจ พนักงานสาวเข้ามาบ่นกับเพื่อนพนักงานด้วยกัน

"ฉันเบื่อจริงๆพวกเสี่ยบ้ากามอยากอวดอีหนูเนี่ย ผู้หญิงก็เหลือเกิน เพื่อเงินยอมเป็นเมียน้อยคนทุเรศแบบนี้ได้"

"พี่ทราบได้ยังไงคะว่าเขาเป็น เอ้อ...ภรรยาน้อย" เทียนถาม พนักงานยังระบายอารมณ์กับเพื่อนไม่หมดเลยตอบเทียนว่า

"ทำไมจะไม่ทราบล่ะคะ เสี่ยคนนี้ควงผู้หญิงมาไม่ซ้ำหน้า ยิ่งเป็นพวกดารา นางงาม หรือไฮโซตกอับยิ่งชอบ" พูดอย่างดูถูก เทียนหันไปมองตามหลังมนทิราอย่างสงสารและเลยคิดถึงโรม

"นายหัวนะนายหัว โกหกหน้าตายจริงๆ" เทียนรีบกลับบ้านทันที ไปเจอแม่ตัวเองกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่ เทียนตรงเข้าไปหา พิศเพลินหยิบใบฤกษ์ที่โรมเอามายื่นให้ดู เทียนงง

"โรมเขามาสู่ขอหนูให้คุณลักษมนแล้วเอาใบฤกษ์วันหมั้นกับวันแต่งงานให้แม่ดู เรื่องมันเป็นยังไงเหรอลูก ลูกรักกับคุณลักษมนอย่างที่โรมบอกแม่จริงๆเหรอ แล้วกับโรมล่ะ?" คำถามของพิศเพลินแทงถูกใจดำของเทียนจังเบ้อเร่อ เทียนโผ เข้ากอดแม่

"แม่ขา...เทียนทำทุกอย่างผิดพลาดไปแล้ว เทียนไม่ได้ตั้งใจเลย เทียนควรทำยังไงดีคะแม่?"

พิศเพลินกอดลูกอย่างเข้าใจ เตือนสติว่า

"ผิดก็แก้ตัวใหม่สิลูก ทำในสิ่งที่ลูกคิดว่าถูกต้องก่อนที่จะสายเกินไป"

ooooooo

ที่บ้านโรม ปารวดีกำลังจะเดินผ่านห้องของปาหนัน ปาหนันผลักประตูออกมาพร้อมด้วยกระเป๋าเสื้อผ้าหน้าตาเห็นชัดว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ปารวดีงง แต่หยุดทักทาย

"อ้าวปาหนัน...สะพายกระเป๋าจะไปไหนล่ะจ๊ะ?"

"หนันจะกลับบ้านค่ะ หนันลาละพี่ปา" ปาหนันยกมือไหว้ ปารวดีคิดว่าอีกเดี๋ยวจะเตรียมกลับบ้านตัวเองที่ต่างจังหวัดเหมือนกันก็เลยบอกว่า

"รอกลับพร้อมพี่ก็ได้ แล้วพี่จะเลยไปส่งที่บ้านให้เอง"

"ไม่เป็นไรค่ะ หนันกลับเองได้ ขอบคุณพี่ปามากนะคะ" ปาหนันทำท่าจะเดินหนีลูกเดียว ปารวดีต้องเข้าไปดึงแขนเอาไว้

"เดี๋ยวซิปาหนัน แล้ววันแต่งงานของเทียนกับลักษมนล่ะ เธอไม่อยู่ร่วมหรอกหรือ?"

"หนันจะมางานแน่นอนค่ะ ลาละค่ะ" พูดจบรีบเดิน

ออกไปเลย ปารวดีมองตามอย่างกลุ้มใจ ลักษมนเดินออกจากห้องตัวเองเจอพี่สาวจึงถามถึงปาหนัน ปารวดีตอบหน้าเซ็งๆว่า

"เขากลับบ้านไปแล้ว"

"กลับบ้าน" ลักษมนเสียงดังลั่น เทียนเดินเข้ามาอีกคน ไม่มองลักษมนแต่ตรงเข้าไปหาปารวดีเลย ยกมือไหว้แล้วบอกว่า

"พี่ปาขา...เทียนขอโทษ เทียนผิดเอง เทียนทำทุกอย่างเพราะต้องการประชดนายหัว ไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้"

ลักษมนได้ฟังกระโดดอย่างดีใจ

"รอดตัวไปฉัน...นี่ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี" พูดจบ

ก็เขกหัวเทียนซะทีหนึ่งเบาๆ ปารวดีทำหน้าเคร่ง

"ไม่ต้องมาทำตลกนายลัก เทียนก็อีกคน เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ ไม่รู้นิสัยพี่โรมหรือยังไง เขาน่ะชาติเสือ ต่อให้เจ็บจนตายก็ไม่ร้อง ป่านนี้หลบไปเลียแผลอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้...เทียนรู้บ้างไหม ห้องเทียนที่ชุมพรพี่โรมก็ห้ามใครเข้าไปยุ่ง ข้าวของของเทียนพี่โรมก็เก็บรักษาเอาไว้อย่างดี คนที่เกลียดกันเขาจะทำยังงี้เหรอ คิดดูให้ดีแล้วกัน"

ปารวดีเดินเข้าบ้านไป เทียนหน้าจ๋อยหันไปหาลักษมน ถามว่าทีนี้เราจะทำยังไงกันดีช่วยคิดหน่อย ลักษมนอุบอิบแบบพูดฟังคนเดียวแล้วลุกขึ้นยืน

"ช่วยอะไรล่ะ ตัวฉันเองก็ยังเอาตัวไม่รอดเลย ยิ่งไปสารภาพกับพี่โรมตอนนี้หัวหลุดจากบ่าแน่ ตัวใครตัวมันนะเทียน" ลักษมนจับบ่าเทียนโยกสองทีแล้วเดินหนีไปเลย เทียนร้องเรียกก็ไม่หันมา เทียนเลยจ๋อย

ooooooo

ที่บ้านสวนปาล์มของโรม วันนี้ป้าทิพย์เห็นว่าไม่มีใครอยู่บ้านก็เลยออกมากวาดสนามหญ้า เจอสร้อยร้อยมุกที่โรมทำตกไว้เลยหยิบขึ้นมาดู คลับคล้าย คลับคลาว่าเคยเห็นอยู่บนคอเทียนจึงเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ ข้างนอกรั้วที่ถนน เทียนขับรถเข้ามาเจอเด็กรับใช้จึงหยุดรถถาม เด็กตอบว่า

"นายหัวก็ไม่มา คุณปา หมอเผ่า คุณลักษมนก็ไม่มา มีคุณมาคนเดียวนี่แหละ" พูดจบก็วิ่งหนีไปเพราะเห็นป้าทิพย์

กำลังถือไม้กวาดเดินมาทางนี้ เทียนลงจากรถเข้าไปไหว้

"สวัสดีค่ะป้าทิพย์ นายหัวมาที่นี่หรือเปล่าคะ" ป้าทิพย์ อึกอักเพราะเคยทำกับเทียนเอาไว้มาก

"เอ้อ...ไม่นี่จ๊ะ" ตอบได้แค่นั้นก็ชะงัก เทียนพึมพำ

ถึงโรมว่าไปไหนของเขานะ แล้วก็จะกลับไปขึ้นรถ ป้าทิพย์รีบเรียก

"เอ้อ...หนู...หนูเทียน มาเหนื่อยๆหิวมั้ย อยากกินอะไรป้าจะทำให้"

เทียนชะงักแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่ก็หันมาตอบอย่างเรียบร้อยว่า

"ไม่ละค่ะ เทียนมาหานายหัว ไม่เจอเทียนก็จะกลับแล้ว เทียนลาละค่ะ" ยกมือไหว้อีก ป้าทิพย์รับไหว้บอกเทียนหานายหัวให้เจอนะ เทียนยิ้มรับ

"ค่ะ แล้วเทียนจะพานายหัวกลับมาทานข้าวฝีมือป้าทิพย์ กับเทียนนะคะ..."

เทียนเปิดประตูรถ ป้าทิพย์มองไปยิ้มไปแล้วก็นึกขึ้นได้ ถึงสร้อยมุกที่เก็บได้ รีบล้วงกระเป๋าตะโกนเรียกเทียนให้คอยก่อน พอเดินถึงเทียนก็ยื่นสร้อยให้

"สร้อยของหนูเทียน ป้าเห็นหล่นอยู่เลยเก็บเอาไว้ให้"

เทียนรับมาดูอย่างดีใจสุดๆ ยกมือไหว้ขอบคุณป้าทิพย์

ooooooo

ที่หมู่บ้านของนายเสริมที่เกาะ เขาสั่งให้พรรค พวกระวังปาหนันให้ดีๆ เพราะตั้งแต่กลับมาจากกรุงเทพฯปาหนันก็เอาแต่ซึมเศร้า ใครพูดอะไรก็ไม่เข้าหูทั้งนั้น นางพันแม่ของปาหนันบอกว่าไม่รู้ปาหนันไปกินยาอะไรผิดมาจากกรุงเทพฯถึงเป็นแบบนี้ไป

"เฮียหนันเขาเป็นอะไรไปเหรอ?" ชื่นถามอย่างไม่รู้อีโหน่ อีเหน่เพราะมัวแต่ไปทำงานสำคัญอย่างหนึ่งที่เสริมมอบให้ อยู่แต่นอกบ้าน ยังไม่ทันมีใครไขข้อข้องใจให้ชื่น ปาหนันก็เดินลงบันไดบ้านมา ปล่อยผมยุ่งเหมือนไม่ได้หวี แถมยังใส่ผ้าถุงซึ่งเกลียดนักเกลียดหนาลงมาด้วย ทุกคนในวงสนทนามองตาค้าง

"ไอ้หนัน นั่นเอ็งจะไปไหน?" เสริมร้องถาม ปาหนันตอบโดยไม่ได้หันหน้ามาดู

"ไปเดินเล่นหน้าหาดจ้ะพ่อ"

"เฮ้ย...ไปไม่ได้นะ...มัน...มันอันตราย" พันพยายามยับยั้ง

"อันตรายยังไงจ๊ะ ก็เทียนเขายกเลิกไอ้โครงการอะไรนั่นหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"นั่นแหละๆ...แต่...แต่ตอนนี้มันมีงูจงอางหวงไข่มาเพ่นพ่านอยู่ตัวนึง กัดชาวบ้านเดี้ยงไปสามสี่คนแล้ว" ฉิวช่วยพูดอีกแรงทำให้ปาหนันงง แต่ก็ยังเดินต่อ คิดในใจว่าไม่ให้ไปที่หาดก็ไปในป่าก็ได้วะ

ที่ทางเดินในป่า ชื่นหน้าตาเคร่งเครียด เดินๆหยุดๆเหลียวซ้ายแลขวามาตลอดทาง แล้วไปออกทางลัดแวะลงไปที่โขดหินริมทะเล ชื่นเข้าไปยื่นปิ่นโตให้ทั้งเถา แต่คนที่นั่งหันหลังอยู่คือโรม ไม่หันมารับ ชื่นเลยต้องเอาปิ่นโตออกวางทีละใบแล้วร้องเรียก โรมเพิ่งรู้สึกตัวหันมากินข้าวแบบซังกะตาย โรมกินเสร็จ ชื่นก็เก็บของทั้งหมดโดยไม่พูดอะไรให้กวนใจเขา ชื่นเดินกลับบ้านเงียบๆ แล้วก็ต๊กกะใจเมื่อมองเห็นปาหนันยืนขวางทางอยู่

"อ๊าย เฮียหนัน..." ชื่นแทบจะลงไปนั่งกองกับพื้น ปาหนันยังไม่ทันอ้าปากถามก็รีบปฏิเสธ "เจ๊ไม่รู้เรื่องด้วยนะ... นายหัวเขาขอให้ปิดเป็นความลับ เขาอยากอยู่เงียบๆคนเดียว"

"มันบาปนะ แยกคนรักกันไม่ให้เจอกันน่ะ เจ๊จะต้องกินแห้วไปจนตาย" พอปาหนันพูดแบบนี้ชื่นก็ร้องจ๊าก

"ว้าย...ไม่เอานะ เจ๊ไม่ชอบแห้ว..."

"งั้นก็ต้องทำบุญล้างบาป" ปาหนันขู่ ชื่นพยักหน้าหงึกๆ ดังนั้นพอโรมกลับเต็นท์ตอนเย็นก็เห็นเต็นท์ของตัวเองถูกล้มกองอยู่กับพื้นที่ชายป่า ปาหนันกับชื่นแบกมีดแบกปืนพะรุงพะรังวิ่งออกมา ชื่นร้องบอกโรม

"พวกมันมาอาละวาดอีกแล้วนายหัว" ชื่นทำท่าตกใจได้เนียนมากเพราะไม่อยากกินแห้ว โรมรีบถามว่าพวกไหน ชื่นตอบไม่ตะกุกตะกักเลยด้วยตระเตรียมมาแล้วว่า "ก็ไอ้พวกทีเอสกรุ๊ปน่ะสิ คราวนี้มาปิดตรงหน้าบ้านเลย เร็วปาหนัน ไปช่วยพ่อเสริมเร้ว"

ปาหนันกับชื่นวิ่งออกไป โรมละล้าละลังและในที่สุดก็วิ่งตามไปเพราะเป็นห่วงนายเสริม

ooooooo

ไปถึงที่เกิดเหตุเห็นรถไถจอดขวางถนนอยู่ พวกสมุนของทีเอสกรุ๊ปยืนเรียงรายประจันหน้ากับกลุ่มของเสริมผลักอกกันไปมา เสียงเสริมพูดดังๆว่า ถ้าจะปิดหมู่บ้านก็ต้องข้ามศพเขาไปก่อน ฝ่ายตรงข้ามเสียงดังไม่แพ้กันตอบว่า จะเอาอย่างนั้นก็ได้ มีคนหนึ่งชักปืนทำท่าจะยิงใส่

ฉิวโดดเข้าขวางพลางชักมีดปาดตาลออกมาบ้าง

"ทุกคนหยุด ผม โรม ภคนันทน์ รับผิดชอบที่นี่ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ก็บริษัททีเอสกรุ๊ปยกเลิกโครงการไปแล้วนี่

จะมาปิดถนนปิดหมู่บ้านอะไรกันอีก" โรมเข้าไปยืนขวางกลาง คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าทำท่ายียวนใส่

"ยกเลิกแล้วก็ทำใหม่ได้โว้ย นายหญิงเป็นคนสั่ง บอกให้ชาวบ้านถอยไป ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน"

พันเมียนายเสริมพูดขึ้นมาบ้างว่า เทียนนี่เป็นเด็กเลี้ยงแกะจริงๆเลย เชื่อถืออะไรไม่ได้ โรมสบตากับหัวหน้าโจร แล้วบอกว่าให้พาเขาไปหานายหญิงของมันหน่อย หัวหน้าโจรเลยห้ามลูกน้องไว้แล้วพาโรมไป

เทียนยืนอยู่ที่ปลายสะพานท่าเทียบเรือ โรมเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา

"ทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย อย่างน้อยก็น่าจะคิดถึงน้ำใจของชาวบ้านที่เคยมีให้เราบ้างสิ" โรมต่อว่า เทียนเชิดหน้าตอบโต้โดยไม่มองเขา

"แล้วคุณมาเกี่ยวอะไรด้วยไม่ทราบ ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านนัก เรื่องของตัวเองเอาให้รอดก่อนเถอะ"

"เธอเปลี่ยนไปจริงๆเทียน ฉันไม่รู้ว่าอะไรมันดลใจเธอให้กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้"

"ธุรกิจไงคุณ เรื่องของธุรกิจมันไม่เข้าใครออกใครหรอก คุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว" คำพูดและท่าทีของเทียนทำให้โรมผิดหวังและเสียใจมาก เขาเปลี่ยนคำพูดกับเธอทันที

"ก็ได้นายหญิง ธุรกิจก็ธุรกิจ ผมขอซื้อที่ดินที่รอบๆหมู่บ้านนี้คืนทั้งหมด คุณจะคิดเท่าไหร่"

"สองร้อยล้านบาทขาดตัว" เป็นเสียงที่เย็นชาที่สุดจากปากเทียน โรมอดกลั้นไม่ไหวตรงเข้ากระชากเทียนมาเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน

"ผีห่าซาตานตัวไหนมันมาสิงสู่เธอ...เทียน ฉันผิดหวังในตัวเธอจริงๆ กลับมาเป็นเทียนคนเดิมได้มั้ย" พูดไปเขย่าเทียนไปจนสร้อยมุกที่คล้องคอเทียนหลุดลงพื้นมุกกระจาย โรมชะงักปล่อยมือจากเทียนลงนั่งกอบมุกมาไว้ในมือ เงยหน้ามองพลางถาม "ทำไม...ทำไมไม่ใส่สร้อยร้อยแหวนประจำตระกูลทักษสุต?"

เทียนตอบน้ำเสียงเบาหวิว "สร้อยเส้นนี้เหมาะกับเทียน  เจ้าของเขาบอก  เทียนคิดถึงเจ้าของคนที่ให้สร้อยเส้นนี้เลยใส่

เอาไว้ดูต่างหน้า..."

เสียงลักษมนตะโกนดังลั่นถามปาหนันมาตามชายหาด "ปาหนันๆ เจอตัวพี่โรมแล้วเหรอ?" ปาหนันที่แอบอยู่ใต้สะพานโดดขึ้นมาร้องห้ามลักษมนบอกให้เงียบๆแล้วลากลงไปใต้สะพานด้วย พวกที่แอบดูอยู่ข้างล่างแตกฮือกันขึ้นมาบนสะพานเห็นปาหนันกับลักษมนกำลังล้มทับกันเพราะปาหนันลากเร็วเกินไป ชื่นร้องออกมา

"ว้าย...เหมือนหนังเกาหลีเลย"

ปาหนันเขินลุกขึ้นวิ่งหนี ลักษมนวิ่งตามพร้อมกับพวกผู้ใหญ่เสริม โรมหันไปมองหน้าเทียนอย่างรู้ทัน

"นี่เธอแกล้งฉันเหรอ ใจร้าย เจ้าเล่ห์แสนกลนักนะเรา" โรมเดินหนีเทียนทันที เทียนเหวอ แต่แล้วก็วิ่งตามไปอ้อน

"นายหัว นายหัวจะไม่ยกโทษให้เทียนจริงๆเหรอ เทียนก็สารภาพแล้วไงว่าเทียนทำไปเพราะน้อยใจ ก็นายหัวอยากทำเป็นเก๊กพูดจาห่างเหินกับเทียนทำไม แถมยังผลักไสไล่ส่งเทียนไปให้คุณลักอีก"

"หมายความว่าที่เธอเอาเรื่องแต่งงานมาล้อเล่นจนเข้าใจผิดกันไปใหญ่โตนี่เพราะความผิดของฉันใช่ไหม"

"เทียนไม่ได้หมายความอย่างนั้นซะหน่อย"

"งั้นก็หมายความว่าฉันพูดไม่รู้เรื่องสิ" หมาป่าโรมพาลด้วยหาเรื่องจะกินลูกแกะเทียนให้ได้

"ก็ไม่ใช่อีก ได้...ถ้านายหัวจะโกรธเทียนตลอดชีวิตก็ได้ เทียนจะไม่มาให้นายหัวเห็นหน้าอีกเลย..." เทียนทำเดินหนี แต่ไม่เห็นโรมเดินตามก็หยุดอย่างโมโห "ฮึ...แล้วทำไมเทียนต้องเป็นฝ่ายง้อนายหัวอยู่เรื่อย ทั้งๆที่นายหัวก็เคยหลอกเทียน ทำแผนการต่างๆนานาให้เทียนกลายเป็นคนโง่ เทียนซะอีกต้องโกรธนายหัวถึงจะถูก"

โรมหัวเราะท่าทางงอนๆและคำพูดต่อว่าแบบเด็กๆของเทียน ตามเข้ามาคว้าตัวไปกอดเอาไว้แน่นแถมไม่กอดเปล่า มีจูบด้วยอย่างดูดดื่ม

"ฉันรักเธอนะดอกเทียน...ฉันรักเธอได้ยินหรือยัง" โรมจูบอีก เทียนอายพวกที่ยืนดูอยู่เลยจูงมือโรมให้เดินไปจากตรงนั้น

สองคนแลกเปลี่ยนคำรักต่อกันแบบไม่มีวันหมด โรมบอกเทียนว่าถ้าเทียนไม่มาตามเขาจะเข้าป่าไปบวชแบบไม่สึกเลย เทียนแหย่โรมว่าคนแก่ขี้ใจน้อย แล้วถามเขาว่า

"นายหัวรักเทียนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" มองหน้าคอยฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ โรมบอกยิ้มๆว่า

"ตั้งแต่วันแรกที่เธอแต่งตัวเป็นผู้หญิง...แล้วเธอล่ะ?"

"ไม่บอก" เทียนตอบด้วยท่าทีอายๆ โรมยิ้มกริ่มบอกว่าแบบนี้ใช้ไม่ได้ ให้ตอบใหม่ เทียนเลยพูดจนหมดใจว่า "เทียนไม่รู้ เพราะเทียนรักนายหัวตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเริ่มรักตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมันจะจบเมื่อไหร่"

"รักทั้งๆที่ฉันร้ายกาจยังกะซาตานงั้นเหรอ?"

"แต่สำหรับเทียน นายหัวคือเทพบุตรที่เทียนรักสุดหัวใจค่ะ" เทียนเขย่งจูบแก้มโรมเบาๆ โรมกอดเทียนไว้อย่างมีความสุขสุดๆ

ooooooo

-อวสาน-

เงากามเทพ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด