สมาชิก

เงากามเทพ

ตอนที่ 15

มนทิราเดินวางมาดออกไปที่ลานจอดรถ ทำเป็น ไม่สนใจพิศเพลินกับเทียน เทียนเดินตาม ทำให้พิศเพลินต้องเดินตามไปด้วย มนทิราเข้าไปนั่งในร้านอาหารสั่งน้ำส้มมานั่งจิบอย่างสบายใจ เทียนตามเข้าไปนั่งด้วย พูดกับมนทิราด้วยน้ำเสียงอ่อนๆว่า

"ช่วยนายหัวอีกสักครั้งเถอะค่ะพี่มน เทียนขอร้องละ จะให้กราบเท้าเทียนก็ยอม" เทียนทำท่าจะลงนั่งกราบจริงๆแต่พิศเพลินรีบดึงให้นั่งบนเก้าอี้

"ก็อยากจะช่วยอยู่หรอกนะ" มนทิราปรายตาผ่านหน้าเทียน "แต่...เห็นหน้าเธอแล้วฉันกลัว...กลัวว่าถ้าโรมออกมาได้เธอก็จะแย่งโรมไปจากฉันอีก"

"เทียนสาบานค่ะ ถ้านายหัวได้ออกมา นายหัวจะไม่ได้พบเทียนอีกต่อไป" เทียนยกมือไหว้

พิศเพลินช่วยพูดอีกคน "ฉันขอเอาหัวเป็นประกัน ฉันจะไม่ให้โรมกับลูกเทียนเกี่ยวข้องกันอีกเด็ดขาด"

มนทิราอึ้งไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินพิศเพลินเรียกเทียนว่าลูกเทียน

"ลูกเทียน...ต๊ายตายแม่ลูกผูกพัน นี่แสดงว่าหนีความจริงกันไม่พ้นต้องเปิดตัวกันแล้วสิว่าเป็นแม่เป็นลูกกัน ยังงั้นตอนนี้เทียนก็เป็นทักษสุตเต็มตัวแล้วสินี่" พูดไม่พูดเปล่าแถมทำหน้ายิ้มเยาะใส่อีก

เทียนไม่สนว่ามนทิราจะพูดจะทำอะไร ตอบอย่างหนักแน่นว่า

"ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้นพี่มนเชื่อใจได้เลยว่าเทียนจะทำตามที่สัญญา เพราะทักษสุตกับภคนันทน์ไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้อยู่แล้ว..."

เพราะการให้สัญญาของเทียน หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่ สิบเวรประจำโรงพักก็ไปไขกุญแจเปิดให้โรม พร้อมกับบอกว่า "เชิญกลับบ้านได้แล้วครับคุณโรม แหม...ดวงนารีอุปถัมภ์จริงจริ๊ง..."

โรมแทบจะถลาออกจากห้องขัง แต่คนที่ในใจเขาเรียกชื่อเป็นคนแรกก็คือเทียน มนทิราโผล่ออกมาตรงทางเดิน ร้องบอกโรมว่า

"คุณพ่อบอกว่าช่วยเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะคะ มนงี้อ้อนวอนเลือดตาแทบกระเด็น"

โรมแตะแขนมนทิราที่เดินเข้ามาใกล้แล้วกล่าวขอบคุณก่อนจะผละเดินไป มนทิราร้องถามตามหลัง

"แล้วนั่นคุณจะไปไหน?"

"ผมจะไปตามเทียน" โรมหันมาตอบ

"จะบ้าเหรอโรม เทียนเขาไม่ได้สนใจไยดีกับคุณแล้ว เขาไปอยู่กับพ่อแม่ทักษสุตมีความสุขกันไปแล้ว รู้เอาไว้ซะด้วย..." มนทิราตะโกนอย่างโมโห และก็ต้องวิ่งตามโรมไปเพราะโรมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น พอถึงตัวมนทิราถามว่า "คุณรู้เหรอว่าเทียนอยู่ที่ไหน ยิ่งคุณร้อนรนวุ่นวายมากเท่าไหร่ก็จะเข้าทางกมลทัตมากเท่านั้น ป่านนี้มันคงหัวเราะคุณจนฟันโยกไปแล้วมั้ง"

โรมหยุดกึก พูดกับมนทิราอย่างมีอารมณ์ว่า

"แล้วก็เข้าทางคุณด้วยใช่ไหม คุณร่วมมือกับกมลทัต ทำเรื่องเลวร้ายต่างๆด้วยเหมือนกันเพื่อกำจัดเทียน"

"ก็ใช่น่ะสิ แล้วยังไงล่ะ ก็เพราะฉันรักคุณ จะทำให้เลวร้ายกว่านี้อีกฉันก็จะทำ" มนทิราเสียงกร้าว

"ความรักเหรอ ความเห็นแก่ตัวของคุณมากกว่า" โรมย้อนให้ คำพูดของโรมทำเอามนทิราเต้น

"แล้วคุณล่ะต่างอะไรจากฉัน คุณหลอกใช้ฉันใช้ทุกคนเพื่อแก้แค้นกมลทัต ยอมรับเถอะว่าคุณน่ะแพ้แล้ว เด็กเทียนของคุณกลายเป็นนางสาวดอกเทียน ทักษสุต ทายาทร้อยล้านไปแล้ว เขาไม่สนใจไยดีคุณหรอก ฉันต่างหากคือคนที่คุณต้องแคร์"

โรมดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของมนทิรา บอกกับเธอว่า

"ยอมรับเถอะมนทิราอย่าพยายามอีกเลย เรื่องระหว่างเราไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว" พูดเสร็จก็เดินหนีไป

มนทิราเต้นเหมือนผีเข้าด้วยความแค้น ร้องตะโกนตามหลังโรมไปว่า "เชิญเลย...คงจะหามันเจอหรอก มีเรื่องมีราวอะไรอีกอย่าซมซานมาขอให้ฉันช่วยก็แล้วกัน..."

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้านกมลทัตในห้องทำงาน กมลทัตกำลังนั่งคุยอยู่กับภาสกร   กมลทัตบอกกับภาสกรว่า เขาจะเปิดตัวเทียนว่าเป็นลูกสาว   จะได้ไม่ต้องมานั่งหวาดกลัวว่าฝ่ายโรมจะเปิดโปงก่อน   โดยเขาจะยอมรับผิดว่าเปลี่ยนตัวเทียนกับกุลชาติก็เพราะต้องการเอาใจพ่อตัวเองก่อนตาย แต่ภาสกรส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

"ง่ายอย่างนั้นก็ดีสิครับ แต่ท่านอย่าลืมว่าเรายังมีคดีค้างคาอยู่อีกนะครับ" ภาสกรเตือน

"จะไปยากอะไร ฉันมีลูกน้องมือหนึ่งอย่างแก..." กมลทัตลุกขึ้นเดินไปยืนด้านหลังภาสกรยกมือบีบไหล่ทำเป็นสนิทสนมไว้วางใจเต็มที่ "เอ้อ...ถ้ามีอะไรขึ้นมาแกก็รับๆไปก่อน ฉันจะประกันตัวให้ แล้วแกก็หนีไปกบดานประเทศเพื่อนบ้านซะพักหนึ่ง ครอบครัวแกฉันจะส่งเสียไม่ให้ขาดตกบกพร่อง พอหมดอายุความแกก็กลับมาเป็นมือขวาฉันเหมือนเดิมอีก" กมลทัตจบ

คำพูด แต่เป็นเพราะเขายืนอยู่ด้านหลังจึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มอย่างแค้นๆของภาสกร

"ผมทำทุกอย่างได้อยู่แล้วเพื่อท่าน แต่ยังเหลือปัญหาของกุลชาติอีกคน ท่านจะทำยังไงครับ?"

คำถามนี้ของภาสกรทำเอากมลทัตมีสีหน้าหนักใจ ทั้งนี้เพราะกมลทัตไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่า ตอนเย็นวันเดียวกันนี้ กุลชาติถูกจับที่ด่านตรวจของตำรวจเนื่องจากเอารถของบริษัทกมลทัตไปขนยาบ้าตามการแนะนำของเสี่ยปอเมื่อวันก่อน กุลชาติเลยต้องเข้าซังเตไปรอการประกันตัวจากทางบ้าน พอรู้ข่าว กมลทัตส่งทนายไปประกันตัวคืนนั้นเลย พอทนายพากุลชาติมาส่งบ้าน กมลทัตก็ไล่ทนายกลับ หลังของทนายยังไม่ทันลับจากประตูห้องกุลชาติก็โดนกมลทัตเอาไม้เท้าฟาดจนล้มลุกคลุกคลาน

"แม่...แม่ครับ ช่วยชาติด้วย" กุลชาติหลบไม้เท้าพลางร้องเรียกพิศเพลิน

"แหกปากไปเถอะ ไม่มีใครช่วยแกหรอก" กมลทัตฟาดอีกบึ้กก่อนจะหยุดหอบ ยกมือชี้ไปทางประตู "ไป...ไปจัดกระเป๋าเดี๋ยวนี้!!"

กุลชาติลนลานไปทำตามคำสั่ง กมลทัตกดมือถือหาภาสกรทันที

"ภาสกร...ฉันมีวิธีจัดการไอ้ลูกกาฝากแล้ว แกรีบมาเดี๋ยวนี้เลย"

ไม่นานเท่าไหร่ภาสกรก็มาปรากฏตัวในห้องทำงานของกมลทัต ลงนั่งหน้าเก้าอี้กมลทัตแล้วขยับกระเป๋าที่สะพายมาวางให้เข้าที่ ซึ่งก็คือจัดหน้ากล้องถ่ายรูปให้ตรงหน้ากมลทัตนั่นเองขณะที่ฟังกมลทัตพูดไปด้วย พอฟังจบภาสกรก็ถามว่า

"ท่านแน่ใจแล้วนะครับ?"

"เออสิวะ...เอามันไปจัดการซะ แล้วออกข่าวว่ามันหนีคดีหายสาบสูญไป ฉันจะได้เปิดเผยตัวเทียนซะที" กมลทัตพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

"แล้วเด็กเทียนนั่นเขาตกลงปลงใจแล้วเหรอครับ" ภาสกรพูดถ่วงเวลา

กมลทัตเอนตัวพิงเก้าอี้ตอบอย่างสบายใจว่า "ฉันก็แค่เล่นตลก หลอกว่าเป็นเนื้องอกในสมองใกล้จะตายแล้ว แค่นี้เทียนก็สงสาร ฉันจะเอายังไงก็ตามใจทุกอย่าง"

ขณะนั้นกุลชาติถือกระเป๋าเดินเข้ามา กมลทัตโบกมือ ให้ไปขึ้นรถข้างนอกเลย แล้วก็ลุกตามไปส่งถึงประตูรถ กุลชาติมองบ้านอย่างอาลัยอาวรณ์แล้วหันมายกมือไหว้กมลทัต

"ผมไปละครับป๋า...ฝากลาแม่ด้วยนะครับ"

"เออๆ รีบไปเถอะไป๊" กมลทัตโบกมือไล่แต่สีหน้าตัวเองก็เสียไปหน่อยเหมือนกัน

รถแล่นออกจากบ้านไป กมลทัตมองตามพลางพึมพำกับตัวเอง "ต้องขอโทษแกสองคนด้วย ฉันจำเป็นต้องทำอย่างนี้จริงๆ"

ooooooo

ที่ริมบึงแห่งหนึ่งค่อนข้างมืด รถที่กุลชาติกับภาสกรนั่งมากำลังแล่นเลียบไปตามริมบึงเหมือนกำลังจะหาสถานที่ทำอะไรสักอย่างหนึ่ง กุลชาติที่บอบช้ำมาจากการโดนกมลทัตตีนอนหลับมาตลอดทางเพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นอย่างงัวเงีย มองออกไปรอบๆตัวด้านนอกรถอย่างสงสัย

"นี่ที่ไหนน่ะอา มืดตึ๊ดตื๋อเลย อากำลังหาบ้านเหรอ? เอาบ้านเซฟเฮาส์แบบหรูๆติดทะเลนะอา ไม่เอาไอ้แบบอุดอู้วังเวงเหมือนครั้งที่แล้วนะ" เขาถามภาสกรพลางล้วงมือหยิบบุหรี่ยัดไส้ออกมาจุดสูบด้วยความเคยชิน ภาสกรตบบุหรี่กระจาย พอกุลชาติร้องเฮ้ยก็ถูกตบซ้ำอีก กุลชาติปล่อยบุหรี่ร่วงลงจากมืออย่างกลัวๆ และยิ่งกลัวมากขึ้นเมื่อภาสกรสั่งหยุดรถเปิดประตูออกไปแล้วลากกุลชาติลงไปด้วย ภาสกรเดินไปท้ายรถเปิดกระโปรงหลังหยิบพลั่วออกมาโยนให้กุลชาติ สั่งให้เขาขุดหลุม กุลชาติขุดไปร้องไห้ไปโดยไม่รู้ว่าขุดทำไม แต่ก็ขัดขืนไม่ได้เพราะในมือภาสกรมีปืนอยู่

"นี่แหละเซฟเฮาส์ที่กบดานของแก   เดี๋ยวแกก็ได้พบพ่อที่แท้จริงของแกในนรกแล้ว" ภาสกรบอก

กุลชาติชะงัก "อาหมายความว่ายังไง?"

"ไอ้โง่...กมลทัตมันเก็บแกมาเลี้ยงเพื่อจะเอาสมบัติของพ่อมันที่มันอยากได้ แกถูกสลับตัวกับเทียน ตอนนี้พ่อแม่ลูกเขาเปิดเผยตัวกันหมดแล้ว แกมันก็หมดประโยชน์ เข้าใจรึยัง?"

กุลชาติช็อกทรุดตัวลงไปนั่งในหลุม ภาสกรพยักหน้าให้ สมุนซึ่งก็รีบเล็งปืนในมือไปที่หัวกุลชาติ กุลชาติกลัวจนลืมกลัวคว้าพลั่วตีมือสมุนภาสกรจนปืนหล่นแล้วหันกลับไปตีขาภาสกรจนทรุด ก่อนกระโจนขึ้นจากหลุมวิ่งหนี

"ยิงมันเลย" ภาสกรร้องสั่งสมุน

เสียงปืนดังปังขึ้น สมุนภาสกรตาเหลือกเพราะถูกยิงล้มลงไป ภาสกรตกใจทำอะไรไม่ถูก กุลชาติดีใจเมื่อมองเห็นพวกนักฆ่า เขาร้องออกมาว่า

"ไอ้ภาสกร ไอ้โกหก เป็นยังไงล่ะ ป๋าส่งคนมาช่วยฉันแล้วโว้ย จ๋อยไปเลย"

ภาสกรจ๋อยจริงๆเพราะพวกมือปืนหน้าดุเหล่านั้นเล็งปืนมาที่เขา แต่พอเห็นกุลชาติถูกตบด้วยปืนไปอีกคนภาสกรยิ่งงงหนัก และแล้วก็ถูกพวกนั้นจับทั้งสองคนแล้วผลักขึ้นรถมัดไว้ที่เบาะหน้า ภาสกรเลยนึกออก บอกกับกุลชาติว่า

"เรามันหมดประโยชน์ทั้งคู่ กุลชาติ"

"ท่านกมลทัตไม่อยากให้พวกแกทรมาน" นักฆ่าอีกคน ร้องบอกพร้อมกับตีสองคนนั่นด้วยด้ามปืนจนสลบก่อนจะ

เข็นรถลงน้ำ ยืนดูจนเห็นว่าจมแน่แล้วก็พากันเดินกลับ โดยไม่รู้ว่ามีคนเห็นเหตุการณ์นี้

ooooooo

พิศเพลินพาเทียนมาที่บ้านทักษสุต ปล่อยเทียนไว้ที่ห้องโถงแล้วตัวเองก็เดินขึ้นไปหากมลทัตที่ห้องนอน เห็นกมลทัตกำลังยกแข้งยกขาทำกายภาพบำบัดอยู่ก็ตรงเข้าไปถาม   เพราะได้ข่าวจากพวกคนใช้ว่ากุลชาติหนีออกจากบ้านไป

"ก็ใช่นะสิ มันยักยอกเงินบริษัท แถมถูกตำรวจจับยาบ้า พอผมจะทำโทษเอามันไปเก็บตัว มันก็หนีหายไปเลย" กมลทัตตอบหน้าตาเฉย

พิศเพลินสีหน้ากังวลเพราะห่วงกุลชาติ กมลทัตเหลือบตาดูแล้วบอกว่า

"ช่างหัวมันเถอะ...แล้วตอนนี้เทียนอยู่ไหน? แล้วคุณบอกเขาหรือเปล่าว่าอาการผมกำเริบขึ้นทุกที"

"บอกแล้วค่ะ ตอนนี้เทียนอยู่ข้างล่าง" พิศเพลินเดินเข้ามาจับแขนกมลทัต "ฉันว่าเราอย่าหลอกลูกเทียนอีกเลยค่ะ ถ้าแกรู้จะเสียใจและเสียความรู้สึกเปล่าๆ"

"เฮ้ย...บอกว่าให้อยู่เฉยๆไง   อย่ามาทำให้เสียเรื่องเสียราว   แล้วต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของผมเอง   คุณคอยทำตาม ที่ผมสั่งก็พอ" พูดจบก็คว้าไม้เท้าเดินลงไปข้างล่าง พอเห็นเทียนที่ห้องโถง กมลทัตก็ทำเป็นเดินไม่ค่อยไหวต้องให้พิศเพลินช่วยประคองลงไป เทียนเห็นรีบลุกขึ้น ถามอย่างเป็นห่วงว่า

"จะไปไหนเหรอคะ ไม่สบายอย่างนี้น่าจะนอนพักมากกว่า"

"พ่อยังมีเวลานอนอีกยาว ตอนนี้พ่ออยากคุยกับเทียน พ่อมีเรื่องจะขอร้อง" กมลทัตพูดถึงเรื่องจะจัดงานเปิดตัวเทียนว่าเป็นลูกสาวอย่างใหญ่โตยังงั้นยังงี้ แถมเสริมให้หนักแน่นอีกว่า "มันเป็นสิทธิอันชอบธรรมของลูกที่คนอื่นต้องรู้ว่าหนูเป็นทักษสุต เป็นลูกแท้ๆของพ่อ เป็นผู้สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างของพ่อ"

เทียนส่ายหน้าบอกว่า "ไม่ค่ะ ไม่ต้องจัดงานอะไรทั้งนั้น เทียนยอมมาอยู่ที่นี่เพื่อให้เรื่องยุ่งยากต่างๆมันจบลงซะที ทุกคนจะได้ไม่ต้องก่อเวรก่อกรรมต่อกันอีก และเทียนไม่ได้ต้องการ เป็นลูกของพวกคุณ เทียนไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้นเข้าใจไหมคะ"

"พ่อแค่อยากจะทำสิ่งดีๆเพื่อลูกก่อนตาย หมอบอกว่าพ่ออาจอยู่ได้ไม่เกินสองเดือน พ่ออยากให้วิญญาณของคุณปู่หนูได้ชื่นใจบ้างเท่านั้น" กมลทัตตื๊อไม่เลิก แถมยังทำสีหน้าว่าเจ็บปวดเหลือเกินตอนนี้ กัดฟันลุกขึ้นแล้วแกล้งเซล้มจากเก้าอี้ พิศเพลินร้องกรี๊ดเข้าไปประคอง เทียนรีบเข้าไปช่วย กมลทัตดึงตัวเทียนไปกอดไว้แน่นพึมพำอยู่นั่นว่า "ต้องเชื่อพ่อนะลูก"

โรม ปารวดี และหมอเผ่าเดินเข้าประตูมาเห็นภาพนั้น โรมโมโหมากร้องออกมาว่า

"นี่เธอหลงกลมันขนาดนี้แล้วเหรอเทียน"

"หลงกลอะไรคะ พ่อไม่สบาย เราเป็นลูกก็ต้องดูแลทดแทนบุญคุณ ไม่ถูกเหรอคะ?" เทียนถาม

"แต่กมลทัตมันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นลูกด้วยซ้ำ มันขับไล่ไสส่งเธอตั้งแต่เกิดจำไม่ได้เหรอ" โรมเข้าไปจับแขนเทียนพูดซ้ำอีกว่า "เทียน ฉันไม่เคยโกหกเธอ เรื่องที่ฉันปกปิดเธอมาตลอดฉันขอโทษ ต่อไปนี้ฉันจะพูดความจริงกับเธอทุกอย่าง ฉันจะดูแลเธอเอง เราจะไปอยู่ด้วยกันสองคนอย่างที่เธอต้องการ"

"อย่าไปฟังมันเพ้อเจ้อ มันจะพรากลูกไปเพื่อแก้แค้นพ่อ" กมลทัตลากเทียนไปยืนข้างๆ

โรมชกเปรี้ยงเข้าหน้ากมลทัตจนทรุดลงไปกองกับพื้น เทียนตกใจเข้าไปประคอง โรมจะซ้ำแต่ถูกพิศเพลินดึงเอาไว้ บอกให้โรมพอเถอะอย่าจองเวรกันอีกเลย เธอขอร้อง โรมสะบัดแขน ตำหนิพิศเพลินว่า

"เธอก็อีกคนพิศเพลิน เสียแรงที่กมัยธรมันรักเธอ ก่อนตายก็ยังคิดถึงเธออยู่ แต่เธอกลับไปเข้าข้างศัตรู กมัยธรไม่น่าโง่มารักผู้หญิงแพศยาอย่างเธอเลย"

"หยุดด่าว่าพ่อแม่เทียนได้แล้วค่ะ ไม่ว่าจะดีจะเลวยังไงเทียนก็จะอยู่กับพ่อแม่ที่นี่ เทียนจะไม่ไปไหนอีกแล้ว นายหัวกลับไปเถอะค่ะ" เทียนร้องไห้ไปพูดไป

หมอเผ่า ปารวดี และโรมฟังแล้วช็อก โรมถามว่าแน่ใจแล้วหรือที่พูดออกมา

"แน่ใจค่ะ นายหัวกับเทียน เราเดินกันคนละทางแล้ว ที่ผ่านมาทั้งหมดเทียนกราบขอบพระคุณ" เทียนยกมือไหว้ทั้งสามคนนั่น หมอเผ่าบอกโรมว่า

"กลับบ้านเถอะเพื่อน ทุกอย่างจบแล้ว" สามคนพากันเดินกลับออกไป กมลทัตแอบยิ้มอย่างสมใจ

เทียนกลับขึ้นไปที่ห้องนอนตัวเอง   พิศเพลินตามขึ้นมาเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปหา  จับมือเทียนมากุมเอาไว้พลางพูดกับเทียนว่าขอบคุณที่อุตส่าห์ทำเพื่อพ่อ ตลอดชีวิตของกมลทัตมีแต่เรื่องทุกข์ร้อนด้วยบาป เทียนจะทำให้บั้นปลายชีวิตของกมลทัตมีความสุขเหมือน คนอื่นๆบ้าง

"ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เพื่อให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีเทียนทำได้อยู่แล้ว" เทียนตอบ

"โถ...ลูก แม่เข้าใจดีว่าหนูต้องเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องพลัดพรากจากคนที่หนูรัก แม่เสียใจจริงๆ แม่ขอโทษนะ"

พิศเพลินลูบหัวลูกสาว เทียนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้อย่างฝืนๆ

"เทียนไม่เป็นอะไรหรอกค่ะไม่ต้องห่วง...เอ้อ...ขอโทษนะคะ เทียนอยากอยู่คนเดียว"

พิศเพลินรีบลุกขึ้น "ได้จ้ะ...ถ้าเทียนต้องการอะไรอยากได้อะไรก็บอกแม่ได้ตลอดเวลานะ ไม่ต้องเกรงใจ"

ooooooo

โรมกลับถึงบ้านเอาแต่นั่งซึม ใครจะยกอะไรมาให้กินก็ปฏิเสธว่ายังไม่หิว แม้กระทั่งปารวดีอุตส่าห์ทำกระเพาะปลาร้อนๆยกขึ้นไปให้ก็ไม่ยอมกิน ป้าทิพย์ตามขึ้นไปช่วยกล่อมอีกแรงหนึ่งพร้อมกับชามะนาวที่มีน้ำแข็งเกาะแก้วพราวขึ้นไปให้โรมก็ไม่มอง สองคนจึงต้องถอยทัพลงมาที่โต๊ะอาหาร ลักษมนกับปาหนันนั่งคอยอยู่

"กินข้าวกันดีกว่านะคะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" ปาหนันชวนทุกคนกินพลางตักข้าวเสิร์ฟ

"พี่คงกินไม่ลง ไม่รู้เทียนไปอยู่บ้านโน้นคนเดียวจะเป็นยังไง" ปารวดีพูดอย่างเป็นห่วงเทียน

ปาหนันตักข้าวใส่ปากแล้วพูดว่า "เทียนเขาเลือกแล้ว เขาอาจจะมีความสุขก็ได้"

"ไม่มีทาง เห็นก็รู้ว่าเทียนฝืนใจเสียสละเพื่อทุกคน แต่ก็ช่วยไม่ได้นะที่เรื่องมันมาลงเอยแบบนี้ ก็พี่โรมนั่นแหละตัวต้นเหตุ เพราะฉะนั้นพี่โรมก็ต้องยอมรับ" ลักษมนโทษพี่ชาย

ป้าทิพย์เดินเข้ามาหน้าตาเคร่งเครียด "แย่แล้วค่ะ คุณโรมไม่รู้หายไปไหน ที่ห้องก็ไม่มี รถก็ไม่อยู่ กระเป๋าเดินทางใบเล็กก็หายไปด้วยค่ะ"

ทุกคนหยุดกินข้าว ลักษมนยักไหล่บอกว่า "คงกลับไป ทำใจที่ชุมพรนั่นแหละ"

"งั้นต้องโทร.หาคุณเผ่า ให้ไปประกบพี่โรมดีกว่า" ปารวดีหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกไป

ปาหนันมองลักษมนแล้วแกล้งพูดว่า "แล้วนายล่ะ เอ้อ...ไม่ต้องทำใจเรื่องเทียนด้วยเหรอ"

"ไม่เห็นต้องทำใจอะไร เคยรู้สึกกับเทียนยังไงก็ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงสักนิด" ปากบอกปาหนันแบบนั้นแต่ก็วางช้อนเดินตามปารวดีออกไปอีกคน ปาหนันมองตามทำหน้างอนๆใส่หลัง

คนที่ทุกคนห่วงถึงคือโรม ตอนนี้ไปแอบดักลากตัวเทียน ออกจากสนามหญ้าที่เธอกำลังเดินเล่นอยู่ ขู่ว่า

"ไปกับฉัน...เทียน เรามีเรื่องต้องคุยกัน"

เทียนขัดขืน "เทียนเข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว นายหัวกลับไปเถอะค่ะ อย่าให้เทียนต้องลำบากใจไปกว่านี้เลย"

"ไม่...เธอต้องไปกับฉัน ฉันอยากคุยกับเธอให้รู้เรื่องเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเธอร้องให้ใครช่วยฉันจะยิงมันให้ตาย ถูกประหารชีวิตฉันก็ยอม" โรมชักปืนออกมาหน้าตาดุๆลากเทียนไปขึ้นรถแล้วขับออกไป

โรมไม่ได้พาเทียนไปที่บ้านสวนปาล์มของเขา แต่พาไปที่เกาะบ้านของเสริม ทุกคนที่คอยอยู่ต่างพากันดีใจออกมาต้อนรับเพราะโรมโทร.มาบอกข่าวไว้แล้ว ชื่นเข้ามากอดเทียน ร้องว่าคิดถึงจังเลย ส่วนฉิวก็บอกโรมว่า

"ผมเตรียมอาหารทะเลไว้ให้เพียบ กินกันพุงกางเลยนายหัว"

"ตอนนายหัวโทร.มาพวกเราดีใจกันใหญ่ แม่พันเค้า เก็บกวาดบ้านไว้เรี่ยมเลย นายเสริมจาระไนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี  แต่โรมกลับส่ายหน้า

"ผมคงไม่พักที่บ้านพ่อเสริมหรอกครับ  ผมอยากได้

ที่พักที่เป็นส่วนตัว  สงบๆไม่มีใครไปวุ่นวาย  พอจะหาให้ผม ได้ไหมครับ"

นายเสริมกับทุกคนแปลกใจแต่ก็ไม่ขัดความประสงค์ของโรม ที่เกาะใกล้ๆกันอีกเกาะหนึ่ง นายเสริมมีกระท่อมปลูกเอาไว้ ที่นั่นจึงให้ฉิวกับชื่นพาโรมกับเทียนไปอยู่ โรมขึ้นไปสำรวจภูมิประเทศแล้วถามว่า

"แน่ใจนะครับ ว่าเกาะนี้ปลอดภัย?"

"แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เกาะนี้ตกสำรวจจากไอ้พวกนายทุน พ่อเสริมเลยมาสร้างบ้านไว้" ฉิวตอบยิ้มๆ

"ดีครับ ขอบคุณมาก ยังไงช่วยกำชับทุกคนนะครับว่า ถ้ามีใครมาถามหาผมกับเทียนอย่าบอกว่าอยู่ที่นี่"

ชื่นกระดี๊กระด๊า "ได้...จะไม่ให้ใครมารบกวนเลย ฮื้อ...อิจฉาเทียนจัง นายหัวโรแมนติกซะไม่มี..."

"เกินไปแล้วนังชื่น" ฉิวตบกะโหลกชื่น "ผมกลับก่อนนะนายหัว ทิ้งเรือเล็กเอาไว้ให้ที่หาดโน่น" ฉิวบอกโรมแล้วลากแขนชื่นเดินไป ชื่นยังมีแก่ใจหันมาตะโกนบอกว่า

"กางมุ้งก่อนนอนให้ดีล่ะ เกาะนี้ยุงมันชุม"

เทียนมองตามหลังฉิวกับชื่นที่พากันไปลงเรือขับออกไป และมองเห็นเรือที่ฉิวบอกว่าทิ้งไว้ให้จอดอยู่คิดว่ารอให้โรมเผลอเธอจะหนี

ooooooo

ที่ห้องโถงบ้านกมลทัต เจ้าของบ้านกำลังเครียดขนาดหนัก คนที่รองรับอารมณ์แห่งความเครียดของเขาก็คือพิศเพลิน กมลทัตตะคอกพิศเพลินว่าทำไมไม่เฝ้าเทียนเอาไว้ ปล่อยให้หนีไปได้ยังไง พิศเพลินตอบเสียงอ่อยว่า เทียนรับปากไว้แล้วว่าจะไม่หนีไปไหน เลยเบาใจ

ขณะนั้นเด็กรับใช้เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน  รายงานว่าเจอรองเท้าคุณเทียนตกอยู่ที่สนามข้างบ้านข้างนึง  กับอีกข้างตกอยู่ที่รั้วบ้าน

"ถ้าอย่างนั้นเทียนคงไม่ได้หนี แต่ต้องถูกไอ้โรมจับตัว ไปแน่ๆ" กมลทัตสั่งเอารถออกทันที พาพิศเพลินไปที่บ้านโรม

ปาหนันนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน พอเห็นว่าใครเข้ามาก็รีบไปดักหน้า พอกมลทัตเอ่ยถามถึงโรมเธอก็บอกว่า "นายหัวไม่อยู่ เทียนก็ไม่อยู่จริงๆ ไม่ได้โกหก"

"ไอ้โรม ไอ้โรม เทียน เทียน" กมลทัตป้องปากตะโกนเรียก ปารวดีเดินออกมาจากบ้านทันที

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น มาร้องโวยวายอะไรในบ้านฉัน...มีเรื่องอะไรเหรอพิศ" ดุกมลทัตแล้วหันไปถามพิศเพลิน พิศเพลินตอบว่าเทียนหายไปจากบ้าน กมลทัตไม่ฟังว่าสองคนนั่นจะพูดอะไรกัน เดินไปซ้ายทีขวาทีแล้วหันมาตะคอกปารวดีว่า

"บอกมา ไอ้โรมมันเอาเทียนไปซ่อนไว้ที่ไหน?"

"อ้าว...จะไปรู้ได้ยังไง พี่โรมไม่อยู่บ้าน ไม่รู้ไปไหนเหมือนกัน..." ปารวดีพูดไม่จบป้าทิพย์เดินออกมาขัดจังหวะ พอมาถึงก็ยื่นโทรศัพท์ให้ปารวดี บอกว่า

"คุณเผ่าโทร.มาบอกว่า คุณโรมยังไปไม่ถึงชุมพรเลยค่ะ"

กมลทัตได้ฟังเต้นทันที "ชัดเลย ไอ้โรมลักพาตัวเทียนไป" เขายกมือชี้กราดใส่ทุกคน "คอยดูฉันจะแจ้งความจับพวกแก ขังรวมทั้งตระกูลเลย..."

ลักษมนเดินเข้ามาร่วมวงอีกคน "ชะๆ...คิดดีแล้วเหรอที่จะพึ่งตำรวจน่ะ ถ้าอยากจะแจ้งความละก็พวกฉันมีหลายข้อหาจะแจ้งเหมือนกัน มาแข่งกันมั้ยล่ะว่าใครจะติดคุกก่อน...เอาข้อหาสดๆร้อนๆก่อนตอนนี้คือบุกรุก"

"ไอ้..." กมลทัตยังไม่ทันด่าออกมา ลักษมนก็ชิงพูดว่า

"หมิ่นประมาทอีกกระทง"

"กลับเถอะค่ะ เทียนคงไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก" พิศเพลินรีบดึงกมลทัตกลับ กมลทัตถูกดึงออกไปแต่ไม่วายหันมาบอกว่า

"บอกไอ้โรมมัน อย่านึกว่าทำแบบนี้แล้วมันจะชนะฉัน แล้วจะได้เห็นดีกัน"

พิศเพลินรีบฉุดตัวกมลทัตขึ้นรถแล้วสั่งให้คนขับขับออกไป ปารวดีทรุดลงนั่ง ลักษมนหน้าเครียด

"หรือว่า...พี่โรมเอาตัวเทียนไปจริงๆ" ปารวดีพึมพำ

กมลทัตกลับถึงบ้านเรียกมือปืนมาพบ เอารูปเทียนให้ดู มือปืนดูอยู่ครู่หนึ่งกมลทัตก็วางซองใส่เอกสารลงตรงหน้าเขาบอกว่า "รายละเอียดบ้านช่อง กับเงินล่วงหน้าอยู่ในซองแล้ว เอาตัวเทียนลูกสาวของฉันกลับมาให้ได้อย่างปลอดภัยด้วย...อย่าทำให้ฉันผิดหวังเหมือนไอ้พวกไร้ฝีมือคนก่อนๆอีกก็แล้วกัน"

มือปืนเก็บรูปและซองเอกสาร ยกมือไหว้กมลทัตแล้วออกไป พิศเพลินเข้ามาทางประตูอีกด้านหนึ่งมองตามมือปืนอย่างสนใจ ถามกมลทัตว่า

"พวกนั้นมาทำอะไร...อย่าบอกนะว่าคุณจ้างเขาให้ไปตามล่าโรมกับเทียน"

กมลทัตแสยะยิ้ม "ฉลาดนี่...คราวนี้ฉันไม่ปล่อยไอ้โรมลอยนวลอีกแล้ว...กับไอ้โรมมันต้องความตายเท่านั้นถึงจะเหมาะสม เธอก็เห็นแล้วว่ามันจ้องทำลายฉันตลอดเวลา คนอะไรแพ้ไม่รู้จักแพ้ จะเอามันไว้ทำไม"

พิศเพลินฟังแล้วเครียดทันที

ooooooo

ที่เกาะ โรมพยายามเอาใจเทียนสารพัด เริ่มด้วยการชมทะเลว่าสวยยังงั้นยังงี้แล้วบอกเทียนว่า เราสองคนจะเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ด้วยกันที่นี่ จะลืมอดีตเก่าๆทั้งหมด และโลกนี้จะมีแต่เราสองคนเท่านั้น แต่เทียนกลับคิดไปอีกทาง เธอบอกโรมว่า

"กลับบ้านเถอะค่ะ ป่านนี้พี่ปากับคุณลักษมนเป็นห่วงนายหัวกันแย่แล้ว...เทียนก็กลัวพ่อกับแม่เป็นห่วงเหมือนกัน"

"พ่อแม่เหรอ  นี่เธอเรียกพวกนั้นว่าพ่อแม่เหรอเทียน" โรมสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที  และพูดต่อด้วยน้ำเสียงดุดัน "ใช่สิ...เธอยอมรับเป็นลูกกมลทัตทั้งๆที่รู้ว่ามันชั่วช้าสารเลว ก็เพราะต่อไปนี้เธอจะได้เป็นทายาททักษสุต  มีชีวิตหรูหราสุขสบายไม่เหมือนอยู่กับฉัน"

"เทียนไม่ได้คิดอย่างนั้นนะคะนายหัว เทียนแค่อยากมีชีวิตอยู่กับความเป็นจริงแค่นั้นเอง"

"ความจริงอะไรอีก เธอกำลังถูกมันหลอก กมลทัตมันสร้างแผนการเพื่อล่อให้เธอไปติดกับของมัน มันไม่ได้ป่วย ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น" โรมเสียงดัง

"ใครกันแน่คะที่สร้างแผนการหลอกล่อปกปิดความจริงกับเทียนมาตลอด" เทียนพูดอย่างน้อยใจ...โรมชะงักแล้วตัดบทว่า

"ฉันขี้เกียจจะเถียงกับเธอแล้ว พูดไม่รู้เรื่อง หิวแล้วด้วย... เธออยากจะกินอะไรฉันจะทำให้" โรมลูบท้องแสดงว่าหิวจริง เทียนเลยเงียบไป

โรมก่อไฟหุงข้าวทำกับข้าวแล้วเดินไปตามเทียนที่นั่งมองทะเลอยู่ที่ชายหาด เรียกให้มากินข้าวด้วยกันแต่เทียนไม่ยอมกิน สองคนทะเลาะกันอีก โรมเลยเดินออกจากกระท่อมไป เทียนเห็นไปนานมากแล้วจึงค่อยๆเปิดประตูกระท่อมออกมาคิดว่าจะหนี  แต่พอก้าวออกมาได้แค่สองก้าวเท่านั้นโรมก็พรวดเข้ามาด้านหลัง ถามว่าจะไปไหน เทียนอึกอักบอกว่าเห็นเขาหายไปก็แค่ออกมาดูเท่านั้น โรมเลยแดกดันว่าเทียนยังพูดโกหกไม่เก่งเหมือนเดิม

"นายหัวคะ นายหัวทำแบบนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย สักวันต้องมีคนตามเราพบแล้วก็จะมีเรื่องมีราวกันไม่มีที่สิ้นสุด" เทียนเปลี่ยนมาโน้มน้าว แต่โรมไม่เออออด้วย

"จำได้มั้ย ที่ฉันเคยบอกว่าจะใส่กุญแจมือเราสองคนติดกัน" โรมควักกุญแจมือออกมา เทียนร้องลั่น

"ไม่นะคะนายหัว"

"ฉันจะไม่ทำ ถ้าเธอสัญญาว่าจะไม่คิดหนีอีก...แล้วก็ต้องทำทุกอย่างที่ฉันบอก"

"ค่ะ...เทียนจะเชื่อฟังนายหัว" เทียนให้สัญญาเมื่อเห็นว่าน้ำกำลังเชี่ยวไม่น่าเอาเรือไปขวาง

โรมยิ้มออกมาได้ เก็บกุญแจมือเหน็บไว้ที่หูกางเกงแล้วบอกให้เทียนไปกินข้าว ตัวเขาเองไปกางมุ้งแต่ก็ทำไม่เป็นจนเทียนต้องเข้าไปช่วย เสร็จแล้วก็เข้านอนโดยโรมนอนนอกมุ้ง เทียนนอนในมุ้ง ตกดึกเทียนเห็นโรมนอนงอก่องอขิงเลยลุกขึ้นเปิดมุ้งห่มผ้าให้ โรมสะดุ้งลุกพรวดคว้าตัวเทียนเพราะเข้าใจว่าจะหนี เทียนต้องอธิบายให้ฟังว่าจะเอาผ้ามาห่มให้เท่านั้น โรมลังเลไม่ค่อยเชื่อ เทียนจึงบอกให้เขานอนจับมือเธอไว้ก็ได้ โรมยอมทำตามนั้น เทียนนอนตะแคงมองโรมแล้วพึมพำกับตัวเองว่า

"พ่อแม่คะ เทียนพยายามแล้ว ผู้ชายคนนี้คือคนที่เทียนรักและบูชา ถ้าชีวิตนี้ไม่มีเขา เทียนคงอยู่ไม่ได้...เทียนจะทำยังไงดีคะ?"

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พิศเพลินแอบหนีกมลทัตไปที่บ้านของโรม ถามถึงโรมกับเทียนว่าได้ข่าวบ้างหรือยัง ปารวดีส่ายหน้าบอกว่ากำลังปวดหัวกันอยู่นี่ พิศเพลินเลยบอกว่าถ้าได้ข่าวแล้วให้บอกโรมด้วยว่าให้ระวังตัว ให้ดีๆ รีบพาเทียนกลับมาด้วย

ลักษมนว้ากทันที "อ้าว...นี่จะมาขู่เข็ญอะไรกันอีกคุณพิศเพลิน ผมอุตส่าห์คิดว่าคุณเป็นคนดีกว่าไอ้กมลทัตมาตลอดนะเนี่ย"

"เปล่ามาขู่  ฉันหวังดีกับโรมจริงๆ  คือ...คือกมลทัตเขาให้มือปืนตามล่าโรมกับเทียนอยู่" พิศเพลินเผยความลับของกมลทัต

"อะไรวะ นี่เห็นบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแปหรือไง สามีคุณมันโจรชัดๆ" ลักษมนโวยวาย

เลือดนักสู้ของปาหนันเดือดปุดๆขึ้นมาทันที "พวกหมาลอบกัด นี่ถ้าสู้กันซึ่งๆหน้านะเป็นเละแน่ จะให้พ่อเรียกคนมาทั้งหมู่บ้านเลย"

"ความรุนแรงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหานะ ฉันพยายามจะเปลี่ยนใจกมลทัตให้ได้ ขอให้ทางพวกคุณหาตัวโรมให้เจอเร็วที่สุด ฉันไปละ" พิศเพลินรีบกลับบ้าน ลักษมนตีอกชกหัวตัวเอง

"โว้ย...พี่โรมทำบ้าอะไรของเขาอยู่นะ"

"เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้ปาหนันพูดถึงคนที่หมู่บ้าน พี่เลยนึกอะไรขึ้นมาได้" ปารวดีสวนขึ้นมา ทำให้ปาหนันนึกถึงพ่อรีบกลับห้องนอนตัวเองแล้วโทร.ไปหาพ่อเสริมทันที

"สวัสดีพ่อ นี่หนันเองนะ พ่อกับแม่สบายดีหรือเปล่า... นายหัวกับเทียนอยู่กับพ่อหรือเปล่า"

"ปละ...เปล่า นายหัวก็ต้องอยู่กรุงเทพฯซิวะ" เสริมพูดตะกุกตะกักมีพิรุธ

"ตอนนี้นายหัวพาเทียนหนีไป พวกฉันตามหากันแทบพลิกแผ่นดินแล้ว"

"เอ๊ะ...แล้วนายหัวกับหนูเทียนไม่ได้โดนกมลทัตตามล่าเหรอ" นายเสริมเผลอพูด แต่ถูกนางพันหยิกเตือนจนร้องโอ๊ยออกมา เสียงปาหนันถามว่าพ่อรู้ได้ยังไง นายเสริมอึกๆอักๆทำเป็นว่าสัญญาณไม่ดี ปาหนันจึงกำชับว่า

"ฟังนะพ่อ...มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้ว ไอ้กมลทัตมันส่งมือปืนไปตามล่านายหัวกับเทียน ถ้าพ่อได้ข่าวทั้งสองคนนั่นต้องบอกฉันด่วนนะ อย่าลืมล่ะ"

ปาหนันตัดสาย แม่พันถามว่าปาหนันว่ายังไงบ้าง นายเสริมมีท่าตกใจบอกแม่พันว่า

"นายหัวถูกตามฆ่า ไอ้กมลทัตนายทุนชั่วนั่นแหละส่งมือปืนมาฆ่านายหัว" พูดแล้วก็ชวนฉิวแจวอ้าวไปเกาะที่โรมกับเทียนอยู่ โรมจำเป็นต้องสารภาพว่า

"ผมต้องขอโทษ ผมกลัวพ่อเสริมจะกังวลก็เลยไม่ได้เล่าความจริงให้ฟังว่าผมพาเทียนมาซ่อนตัวจากไอ้กมลทัตมัน"

"ไอ้กมลทัตนี่มันเลวไม่เลิก สงสัยมันแค้นที่นายหัวกับเทียนมาช่วยพวกเรา...ไม่ต้องกลัวนะนายหัว พวกเราจะปกป้องนายหัวกับเทียนเอง ถ้ายิงนายหัวก็ต้องข้ามศพผมไปก่อน" นายเสริมตบขาโรมอย่างให้สัญญา

เทียนที่กลับมาจากอาบน้ำหยุดฟังด้วยสีหน้าเครียดๆอยู่หลังกระท่อม เหลือบตามองไปรอบๆเห็นต้นขี้เหล็กขึ้นเป็นดงอยู่ตรงนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาได้ นายเสริมกับฉิวขับเรือกลับไป เทียนเข้ากระท่อมบอกโรมว่าวันนี้เธอจะทำกับข้าวให้โรมกินเอง โรมทำท่าดีใจ เทียนออกไปเก็บใบขี้เหล็กมาหอบใหญ่ต้มแล้วบีบน้ำออกนิดหน่อยบอกโรมว่าจะแกงขี้เหล็กให้กิน โรมบอกว่ายากไป ทำอาหารทะเลพวกยำๆปิ้งๆย่างๆก็ได้

"ฝืมือระดับเทียนไม่ทำหรอกค่ะพื้นๆแบบนั้น แล้วเราก็มีน้ำพริกสำเร็จรูปให้เลือกตั้งหลายอย่าง แป๊บเดียวก็เสร็จ เดี๋ยวนายหัวช่วยเทียนย่างหมูก็ได้ค่ะ ย่างเสร็จแล้วก็มาหั่น รับรองอร่อยอย่าบอกใคร"

อาหารมื้อนั้นเต็มไปด้วยขี้เหล็ก เพราะนอกจากแกงแล้วยังมียอดขี้เหล็กต้มจิ้มน้ำพริกด้วย เทียนเชิญชวนให้โรมกินเสียงหวานจ๋อยเลย

ooooooo

โรมนึกสงสัยเทียนอยู่หน่อยๆแล้วขณะที่กินแกงขี้เหล็ก จึงระมัดระวังตัวพอสมควรเพราะพอจะมีความรู้อยู่บ้างว่าขี้เหล็กนั้นมีสารทำให้ง่วงและซึมได้ แต่พอเผลอหลับไปเทียนก็แอบล้วงเอากุญแจเรือที่อยู่ใต้หมอนโรมออกจากกระท่อมแต่ยังไม่วายหันมาดูเขาอย่างอาลัยอาวรณ์

"ขอโทษนะคะนายหัว เทียนไม่อยากให้นายหัวหรือใครต้องมาสังเวยชีวิตเพราะเทียนอีกแล้ว" เธอพูดเบาๆก่อนจะเดินลงไปที่ชายหาด ขึ้นไปบนเรือเอากุญแจไขเพื่อ ติดเครื่อง แต่เครื่องไม่ยอมติด ใช้ความพยายามถึงสี่ห้าครั้งก็ไม่เป็นผล จึงเปลี่ยนมาใช้พาย แต่พายเท่าไหร่เรือก็ไปไม่ถึงไหน ท้ายที่สุดก็มีแสงไฟฉายส่องมาที่เรือ พักเดียวโรมก็ขึ้นมาบนเรือ เขาโยนสมอเรือลงน้ำจนน้ำแตกกระจาย

"นี่ขนาดสตาร์ตเรือไม่ติดยังอุตส่าห์จะพายออกไปให้ได้...มันไม่ติดหรอกเทียน เพราะฉันถอดขั้วแบตเตอรี่ออกข้างหนึ่ง...เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเธอโกรธเกลียดฉันถึงขนาดนี้ ฉันคงเป็นคนทุเรศน่าสมเพชเวทนาสำหรับเธอใช่ไหม?" โรมถามน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

"ไม่ค่ะ...ไม่ใช่อย่างที่นายหัวคิด...เทียนแค่อยากจะ..." เทียนละล่ำละลัก

"ไม่ต้องมาปฏิเสธ เธอลงทุนคิดเมนูพิเศษ เพื่อวางยาให้ฉันหลับ แต่ใบขี้เหล็กแค่นั้นมันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ฉันก็เป็นชาวสวนนะ ทำไมจะไม่รู้ว่าใบขี้เหล็กมันมีสารทำให้ง่วงซึม เธออุตส่าห์ทำดีกับฉัน ตามใจฉันก็เพื่อล่อให้ฉันตายใจ เธอไม่ได้จริงใจกับฉันเลย เธอคิดจะหนีกลับไปหาพ่อชั่วๆของเธอตลอดเวลา" คำแดกดันของโรมทำให้เทียนฮึดขึ้นมาบ้าง

"ใช่ค่ะ เทียนอยากกลับไปหากมลทัต ไม่ว่านายหัวจะขังเทียนยังไง จะพาเทียนหนีมากี่ครั้ง ถ้ามีโอกาสเทียนก็จะหนีกลับไปหาเขา"

"ฮะๆ...ในที่สุดเธอก็ยอมรับออกมา ดี...งั้นเราก็ไม่ต้องพูดกันมากอีก มานี่..." โรมคว้าตัวเทียน ซึ่งเธอก็สะบัดวิ่งหนี โรมโดดเข้ารวบตัว เทียนสู้ แต่ในที่สุดโรมก็ตวัดตัวเธอพาดขึ้นบ่าพาไปที่กระท่อม ปากก็ร้องด่าว่าเธอตลอดทาง พอเปิดกระท่อมเข้าไปโรมก็เหวี่ยงเทียนลงบนที่นอน โผเข้ากอดปล้ำ เทียนร้องห้ามยังไงก็ไม่ยอมฟัง เทียนเลยตบหน้าไปทีหนึ่ง โรมถึงหยุดชะงัก

"ที่แท้นายหัวก็ใจร้ายไม่ต่างจากคนที่นายหัวเกลียด นายหัวไม่เคยรักเมตตาเทียนจริงๆเลย นายหัวต้องการความจริงใจจากคนอื่น แต่นายหัวเองไม่เคยมีความจริงใจให้ใคร เทียนดูนายหัวผิดมาตลอด" เทียนร้องไห้สะอึกสะอื้น

"ใช่...ฉันไม่ใช่เทพบุตร แต่เป็นซาตาน รู้เอาไว้ ด้วย..." โรมชักหน้ามืด เจ็บเพราะถูกเทียนด่า ความอยากจะเอาชนะก็มาก เลยปล้ำเทียนอีก เทียนดิ้นรนซักพักก็คออ่อนเงียบไปเพราะเป็นลม โรมตกใจมาก

ooooooo

กมลทัตหาทนายคนใหม่มาปรึกษา บอกกับทนายว่าให้หาตัวเทียนให้เจออย่าให้เป็นอะไรแม้แต่ ปลายก้อย คุยกันอยู่เป็นครู่ทนายความก็บอกว่า ตอนนี้ทายาททั้งตัวจริงและบุตรบุญธรรมของกมลทัตหายตัวไปทั้งคู่ และถ้าหาตัวไม่พบหรือทั้งคู่ตายไปก็เท่ากับว่ากมลทัตมีอำนาจเต็มในมรดกทั้งหมด

กมลทัตคิดๆแล้วถามว่า "แล้วถ้าลูกสาวตัวจริงของฉันกลับมาล่ะ ฉันยังจะมีสิทธิ์จัดการทรัพย์สินทั้งหมดไหม"

"ก็อยู่ที่ลูกสาวของท่านจะเรียกร้องสิทธิ์ขนาดไหน แต่ถ้าท่านควบคุมได้ก็ไม่มีปัญหาครับ"

"อืม...ลูกสาวฉันคนนี้ไม่น่าจะเรียกร้องอะไรขนาดนั้น... ฉันพอจะดูคนออก...เด็กคนนี้ซื่อแล้วก็ไม่โลภยกเว้นจะมีคนยุยงส่งเสริม ฉันถึงต้องการกำจัดไอ้บ่างตัวนี้ให้ได้" กมลทัตยืนยันความตั้งใจ ขณะกำลังคุยอยู่ก็มีโทรศัพท์เข้ามา ปรากฏว่าเป็นมือปืนที่เขาจ้างให้ไปเก็บโรม บอกข่าวว่าตอนนี้ที่บ้านของโรมเริ่มมีการเคลื่อนไหวกันแล้วดูเหมือนจะมีการเดินทาง นั่นก็เพราะว่าปาหนันสงสัยพ่อตัวเองว่าจะปิดบังเรื่องโรมกับ
เทียนจึงจะไปที่เกาะ ลักษมนกับปารวดีเลยบอกว่าจะไปด้วยและจะแวะที่หัวหินลากหมอเผ่าไปอีกคน

ooooooo

คนที่ถูกตามล่าคือโรม ตอนนี้กำลังวุ่นวายเพราะเทียนล้มเจ็บด้วยมาลาเรียอย่างกะทันหันเพราะถูกยุงกัด เทียนนอนสั่นงกๆไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย โรมต้องคอยเช็ดตัวและทำอาหารอ่อนๆให้กิน และรีบส่งข่าวไปบอกทางพ่อเสริม ซึ่งก็ให้ชื่นมาช่วยดูแล

ส่งชื่นไปอยู่กับโรมแล้วพ่อเสริมก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ ผุดลุกผุดนั่งไม่เป็นสุขเลย และต้องสะดุ้งทั้งตัวเมื่อมีรถขับมาจอดและมองเห็นลูกสาวตัวเองนั่งคู่มากับคนขับรถซึ่งก็คือลักษมนนั่นเอง

"งานเข้าแล้วพวกเรา..." เสริมกระซิบบอกพรรคพวกและสั่งว่า "อย่าเลิ่กลั่ก นิ่งเข้าไว้เดี๋ยวเนียนเอง"

ปาหนันเดินนำหน้าลักษมน ปารวดีและหมอเผ่าเข้ามาหาพ่อตัวเอง พลางแนะนำสองฝ่ายให้รู้จักกัน พัน เสริมและฉิวรับไหว้แต่ไม่ยอมสบตากับใคร หมอเผ่าเอ่ยออกมาว่าพวกเรามาตามหาโรมกับเทียน เสริมทำหน้าตายร้องถามทุกคนว่ามีใครเคยเห็นมั่ง ทุกคนแย่งกันตอบว่าไม่เคย

"นี่เรื่องสำคัญนะครับ พี่โรมถูกขู่ฆ่าเพราะพี่โรมลักพาตัวเทียนมา กมลทัตมันโกรธเพราะ...เพราะเทียนเป็นลูกสาวของมัน..." ลักษมนอธิบาย

"หา..." เสริม ฉิวและแม่พันร้องออกมาพร้อมกัน

"ไม่หาละ...สรุป นายหัวกับเทียนอยู่ที่นี่หรือเปล่า?" ปาหนันเข้าเรื่องเลย

"ไม่อยู่...ไม่เชื่อเอ็งค้นบ้านดูได้เลย" เสริมท้าแบบอุบๆอิบๆ

ปาหนันอยากจะหัวเราะแต่ก็กลั้นเอาไว้ "โถ...ไม่ขนาดนั้นหรอกพ่อ ถามดูเล่นๆเท่านั้น แล้วนี่เจ๊ชื่นไปไหน?"

"อ๋อ...ไปเกาะ...เอ๊ย...ไปซ่อมเรือให้พ่อเสริม" ฉิวใช้ความพยายามจะโกหกแต่ไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่

ขณะนั้นจักรยานคันหนึ่งที่ชื่นถีบทะเล่อทะล่าเข้ามา เบรกพรืดตรงกลุ่มที่กำลังคุยกันอยู่โดยไม่รู้ว่าเป็นใครบ้างเพราะพวกปาหนันยืนหันหลังอยู่  ชื่นส่งเสียงทันที

"นี่ๆ...ฉันอยากได้ยาแก้ไข้ เทียนไม่สบาย มีติดบ้านอยู่มั่งมั้ยพ่อ..."

พันทำตากะพริบๆให้ชื่น "อ้า...เฮ้ย...อยากได้เทียนไขเหรอ มีหลายอันเลย มาๆดูซิ"

ฉิวดึงมือชื่นให้ไปด้วยกัน แต่ชื่นโมโห

"ไม่ใช่เทียนไข ยาแก้ไข้...อ๊าย...เจ็บนะ" ชื่นร้องลั่นเมื่อโดนฉิวกระทืบตีน แล้วชะงักเมื่อเห็นปาหนัน "อุ๊ยนังหนัน คุณ..."

"ไงเจ๊...จะเอาเทียนไปจุดที่ไหนเหรอ" ปาหนันถามขึ้น ชื่นเลยตะกุกตะกัก

"เอ่อ...ก็...บ้านน้าเงาะหม้อไฟระเบิด ไฟดับทั้งบ้านเลยจะเอาเทียนไปให้"

ปาหนันทำไม่รู้ไม่ชี้ บอกให้หมอเผ่า ปารวดีกับลักษมนไปพักผ่อนก่อนเพราะเดินทางกันมาเหนื่อยๆ แล้วหันไปขึงตาใส่พ่อตัวเองกับพวกนั้น ฉิวเขกหัวชื่นอย่างโมโหที่ทำแผนแตก

การเคลื่อนไหวของพวกชาวเกาะและพวกที่มาจากกรุงเทพฯ มือปืนรีบโทร.ไปบอกกมลทัตทันที กมลทัตตอบกลับมาว่า

"พวกมันสุมหัวกันที่นั่น แสดงว่าไอ้โรมกับเทียนต้องอยู่แถวนั้นแหละ อย่าให้คลาดสายตา เอาเทียนกลับมาให้ได้"

ส่วนพวกเสริมหันหน้าเข้าปรึกษาหารือกันเรื่องโรมกับเทียน เถียงกันว่าฝ่ายไหนพูดจริงฝ่ายไหนพูดไม่จริงจนชื่นโมโหร้องบอกว่า

"จะเอายังไงก็ช่างเถอะ รีบไปที่เกาะเอายาไปให้น้องเทียนเร็วๆเข้า น้องเทียนป่วยหนักตัวร้อนจี๋เลย"

"จริงเหรออีเจ๊ชื่น" เสียงผู้หญิงโพล่งขึ้นมา ชื่นตอบทันทีว่า

"เออ...ตัวร้อนจี๋สั่นเป็นเจ้าเข้าเลย เอ๊ะ...เมื่อกี้เสียงแม่พันรึเปล่า" ชื่นเพิ่งนึกขึ้นได้ พอแม่พันบอกว่าเปล่าทุกคนเลยสะดุ้ง ปาหนันปรากฏตัวให้เห็น

"เออ...ฉันเอง โตๆกันแล้วไม่น่าเลยนะ"

ปาหนันเร่งให้ทุกคนไปที่เกาะที่เทียนกับโรมอยู่โดยเร็ว พอโรมเห็นทีแรกก็โกรธพ่อเสริม แต่พอพ่อเสริมอธิบายให้ฟังก็เข้าใจ หมอเผ่ารีบขอดูอาการของเทียนก่อน แต่โรมไม่ยอมให้ใครพบเทียน เข้าห้องปิดประตูกระท่อมเงียบ เสริมเลยพยักหน้าให้ลูกน้องพังประตูเข้าไป แต่ไม่เจอทั้งสองคนนั่นเพราะโรมแบกเทียนหนีออกทางหลังกระท่อมเข้าป่าไปแล้ว พวกหมอเผ่ารีบติดตามไปและช่วยโรมกับเทียนจากการตามล่าของ
พวกมือปืนไว้ได้ทัน เทียนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด่วน โดยพรรคพวกห้อมล้อมไปด้วย

ooooooo

วันรุ่งขึ้นกมลทัตไปถึงโรงพยาบาลแต่เช้าพร้อมกับตำรวจ พอเข้าไปในห้องคนไข้เห็นโรมและพรรคพวกนั่งเฝ้ากันอยู่ กมลทัตชี้ให้ตำรวจจับโรมทันที แจ้งข้อหาว่าโรมเป็นคนลักพาตัวลูกสาวของเขามาจากกรุงเทพฯ โรมเถียงกมลทัตต่อหน้าตำรวจว่ากล้าดียังไงถึงมาเรียกเทียนเป็นลูกสาว ทั้งๆที่ตั้งแต่เล็กจนโตกมลทัตตามล่ามาตลอด

"อ้าว...ใส่ร้าย หมิ่นประมาทกันนี่หว่า แกกลัวว่าเทียนจะรักฉันมากกว่าแกใช่ไหม เลือดมันย่อมข้นกว่าน้ำโว้ย ไอ้โรม" กมลทัตยิ้มเย้ยใส่โรม โรมโผนเข้าใส่ทันที ตำรวจร้องห้ามคู่กรณี

"หยุดๆ ทั้งสองคน หรือจะไปโรงพักกันให้หมด รู้สึกคดีเก่าเยอะทั้งคู่เลยนะ" ตำรวจจ้องหน้าทั้งกมลทัตและโรม พอดีหมอเผ่าเดินเข้ามาบอกทุกอย่างเซ็งๆว่า

"เทียนไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องห่วง...และคนไข้ต้องการพักผ่อน ฉันขอสั่งห้ามเยี่ยม"

พิศเพลินขอร้องหมอเผ่าขอเข้าไปเยี่ยมเพียงเดี๋ยวเดียวเพื่อให้เห็นหน้าลูกเท่านั้นก็จะออกมา หมอเผ่าจึงอนุญาต พอเข้าไปในห้องตรงไปกอดเทียนทันที เทียนลืมตาดูอย่างอ่อนแรง พอเห็นว่าเป็นใครก็ถามถึงโรม และบอกกับแม่ตัวเองว่า "อย่าให้ใครทำอะไรนายหัวนะคะ"

พิศเพลินออกมานอกห้อง เห็นโรมกับกมลทัตยังฮึ่มๆกันอยู่โดยมีตำรวจนั่งอยู่ตรงกลาง เธอชวนกมลทัตออกไปห่างๆพวกนั้นแล้วบอกกมลทัตตามที่เทียนขอร้อง  แต่

กมลทัตทำท่าไม่ยอม

เช้าวันรุ่งขึ้น ตำรวจไปสอบปากคำเทียนที่โรงพยาบาล ถามเทียนว่าเคยอยู่กับโรมมาก่อนในฐานะอะไร เทียนตอบว่า

"คุณโรมดูแลเทียนในฐานะผู้ปกครอง ให้ที่อยู่ อาหารการกิน การศึกษาอย่างดีค่ะ"

"แล้วต่อมา คุณมาอยู่กับกมลทัตในฐานะอะไรครับ มีสัมพันธภาพอะไร?"

"อ๋อ...เรื่องนี้ยังบอกไม่ได้ครับ เราจะมีแถลงการณ์ อย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ครับ" กมลทัตแย่งตอบ

นายตำรวจมองกมลทัตอย่างรำคาญ ถามเทียนอีก "คุณมาอยู่กับคุณกมลทัตโดยยินยอมพร้อมใจหรือเปล่า ถูกบังคับขู่เข็ญอะไรหรือเปล่า"

"เทียนสมัครใจมาเองค่ะ" เทียนตอบ กมลทัตยิ้มแป้น

"แล้วที่คุณกมลทัตแจ้งความว่าคุณถูกคุณโรมลักพาตัวไปโดยการบังคับขู่เข็ญและหน่วง..." ยังพูดไม่จบ เทียนก็บอกว่า

"เทียนไปกับนายหัว...เอ้อ....คุณโรมเองค่ะ ไปเที่ยวกันเฉยๆ"

"อ้าว...ยังไงเนี่ย ถ้ายังงั้นคุณกมลทัตก็แจ้งความเท็จน่ะสิครับ..."

กมลทัตนั่งไม่ติด รีบบอกให้นายตำรวจออกไปกับเขานอกห้อง แล้วหยิบนามบัตรส่งให้

"ขอโทษจริงๆ" ผมมัวแต่ตกใจที่เทียนหายไป อีกอย่าง เทียนอาจจะกำลังเบลอๆเลยไม่พร้อมจะให้การเท่าไหร่ เอางี้...มีอะไรติดต่อฝ่ายกฎหมายผมได้ครับ"

ตำรวจรับนามบัตรอย่างเซ็งๆก่อนจะกลับไป กมลทัตย้อนกลับเข้าห้องคนไข้อีก ไปพูดอ้อนวอนเทียนยังงั้นยังงี้ แต่เทียนยืนยันว่ายังไงโรมก็คือผู้มีพระคุณของเธอ ถ้ากมลทัตไม่รับปากว่าจะเลิกยุ่งกับโรม เธอก็จะหนีไปอีก กมลทัตหมดท่าเลยใช้ลูกไม้เก่าทำเป็นเจ็บหัวขึ้นมาทำท่าจะตาย พิศเพลินมองอย่างรู้ทัน แต่เทียนใจไม่ดีเพราะนี่ก็พ่อ นั่นก็คนที่เธอรัก

ส่วนพวกทางบ้านโรมก็เตรียมจะไปเยี่ยมเทียน แต่พอดีหมอเผ่าออกเวรกลับมาเจอเข้าเลยบอกว่าไม่ต้องไปเยี่ยมแล้ว เพราะกมลทัตเอาตัวเทียนเข้ากรุงเทพฯไปแล้ว ลักษมนถามถึงโรมเพราะเมื่อคืนโรมไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน หมอเผ่าบอกที่โรงพยาบาลไม่เห็นโรม ทุกคนเลยออกตามหา ปรากฏว่า ไปเจอโรมนอนหมดสติอยู่ที่ชายหาด จึงพากลับมาบ้าน

ลักษมนได้รับการนัดจากเทียนให้ไปพบเธอ และบอกว่าไม่ต้องบอกใครทั้งนั้น ลักษมนพยักหน้า และบอกกับเทียนว่ามีอะไรก็พูดมาเลย เทียนยื่นจดหมายให้ลักษมน

"ฝากให้นายหัวด้วยค่ะ เพราะต่อไปนี้เทียนคงไม่มีโอกาสพบนายหัวอีกแล้ว แต่สิ่งที่เทียนอยากบอกนายหัวทั้งหมดอยู่ในนี้"

ลักษมนพูดกับเทียนอย่างอ่อนโยน "เทียน...ถึงตอนนี้ เทียนจะไปอยู่กับกมลทัต แต่พวกเราก็ยังถือว่าเทียนเป็นคนในครอบครัวของพวกเราไม่เปลี่ยนแปลงนะ"

"ทักษสุตกับภคนันทน์ไม่มีทางญาติดีกันได้หรอกค่ะ ...ขอให้เราเหลือความทรงจำดีๆต่อกันเถอะนะคะ ลาก่อนค่ะคุณลักษมน" เทียนหันหลังเดินจากไป ลักษมนตะโกนตามหลัง

"เทียน...ฉันเชื่อว่าพี่โรมรักเทียนด้วยใจจริงนะ" แต่เทียนไม่เหลียวกลับมามองอีกเลย

ooooooo

จดหมายของเทียนถึงมือโรมแล้ว และหลัง จากนั้นทุกวันที่บ้านสวนของโรม เจ้าของบ้านจะกร่ำอยู่กับเหล้าพร้อมจดหมายของเทียน วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ซดเหล้าเสร็จก็วางแก้วลง หยิบจดหมายออกมาอ่านอีก ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว จนโรมจำได้ทุกตัวอักษร

"นายหัวคะ...นายหัวบอกว่าอยากให้เทียนได้ชดใช้สิ่งที่ติดค้างนายหัว เทียนขอคืนทุกอย่างที่นายหัวให้เทียนมา ไม่ว่าจะด้วยความเมตตาหรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ยกเว้นชีวิตที่เทียนขอไว้เพื่อทดแทนให้กับผู้ให้กำเนิด กราบขอบคุณในทุกสิ่งอย่างนะคะ รักเคารพเสมอ ดอกเทียน"

โรมคอตกหมดแรง กระดาษร่วงจากมือถูกลมพัดปลิวไป สายสร้อยในมืออีกข้างก็ร่วงลงพื้น จากวันนั้นเป็นต้นมา โรมก็เอาแต่นั่งเหม่อลอยเหมือนคนขาดสติ ข้าวปลาไม่ยอมกิน ทุกคนรู้ว่าเขาคิดถึงเทียน

ด้านกมลทัตแม้จะได้ตัวเทียนไปแล้วก็เหมือนได้มาแค่ร่างกาย เพราะเทียนมีอาการเช่นเดียวกับโรม ทั้งพิศเพลินและกมลทัตพยายามเอาอกเอาใจสารพัด แต่เทียนก็ยังมีอาการเดิม สองคนผัวเมียได้แต่กลุ้มใจแต่ก็หาทางออกไม่เจอ

กมลทัตเอง เนื่องจากทำเวรทำกรรมเอาไว้มาก และเรื่องที่ทำเอาไว้กับกุลชาติซึ่งเป็นเรื่องใกล้ๆนี้ก็คอยมารบกวนจิตใจของเขาอยู่เรื่อย วันนี้นอนหลับก็ฝันไปว่ากุลชาติมาต่อว่าเขาเรื่องเปลี่ยนตัวกุลชาติกับเทียน ในฝันนั้นกุลชาติโกรธแค้นจนโผเข้าแทงเขาด้วยมีด กมลทัตร้องโวยวายพยายามดิ้นหนีจนตกเตียง เทียนกำลังยกถาดใส่แก้วน้ำเพื่อจะเอามาให้กมลทัตกินต้องรีบวางถาดเข้าไปประคองร้องเรียกให้รู้ตัว กมลทัตลุก
ขึ้นนั่งหอบ เหลียวซ้ายแลขวาพลางถามหากุลชาติ

"กุลชาติยังไม่กลับมาค่ะ"

กมลทัตยกมือจับหน้าตัวเองจึงรู้ว่าเขาฝันไป เขาบอกเทียนว่า

"ฉันฝันร้าย ฝันถึงกุลชาติ มันบอกว่ามันกลับมาหาฉันไม่ได้แล้ว ฉันกลัวจริงๆว่ามันจะเป็นอะไรไป ที่ผ่านมาฉันทำไม่ดีกับมันไว้มากเหมือนกัน ฉันอยากแก้ตัวก่อนฉันตาย..." กมลทัตคงจะลืมหรือไม่ก็ปกปิดเทียนเรื่องที่ตัวเองสั่งภาสกรให้เอากุลชาติไปฆ่า และยังส่งมือปืนไปตามเก็บภาสกรอีกด้วย

"กุลชาติต้องกลับมาค่ะ ตอนนี้คุณต้องรักษาตัวให้หาย กินข้าวแล้วกินยาก่อนนะคะ" เทียนปลอบเพราะไม่รู้ความจริง

กมลทัตซาบซึ้งกับการปรนนิบัติของเทียนมากยิ่งขึ้น

"เทียน หนูสัญญากับพ่อนะ ว่าหนูจะไม่ทิ้งพ่อกับพิศเพลินไป อย่าไปฟังไอ้โรมหรือใครทั้งนั้น ฉันจะพิสูจน์ให้หนูเห็นว่าเรารักหนู  เราจะอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกนะเทียนนะ"

กมลทัตดึงตัวเทียนเข้าไปกอด เทียนทำตัวแข็งเพราะเธอมีให้เขาแค่ความสงสารเท่านั้น ไม่มีอารมณ์ซาบซึ้งอะไรด้วย พิศเพลินที่แอบยืนดูอยู่ที่ประตูห้องน้ำตาซึม พึมพำกับตัวเอง

"ฉันหวังว่าความดี ความกตัญญูของลูก จะทำให้ความอาฆาตมาดร้ายโลภโมโทสันของคุณเปลี่ยนเป็นความเมตตากรุณาได้บ้างนะ กมลทัต"

ooooooo

ข่าวการจะเปิดตัวทายาททักษสุตของเทียนลงพิมพ์ตามหน้าหนังสือพิมพ์ติดต่อกันมาหลายวันแล้วจนเกรียวกราวไปทั่วเมืองหลวง ไม่มีใครที่รู้ข่าวนี้แล้วจะไม่ตื่นเต้น แม้กระทั่งเสี่ยปอ วันนี้เขาอ่านข่าวเสร็จก็โยนหนังสือพิมพ์ให้กุลชาติและภาสกรคนละฉบับพลางพูดว่ากมลทัตโหดร้ายจริงๆเลย หันไปมองกุลชาติกับภาสกรที่กำลังดูภาพเทียนในหนังสือพิมพ์แล้วถามว่า

"เป็นไง...ตามความเลวของมันไม่ทันเลยใช่มั้ย ดีนะที่พวกแกยังรอดมาถึงวันนี้ ได้รับรู้ความชั่วของมันเต็มสองตา...

ฉันนึกไปถึงวันขนยาวันนั้น เพราะฉันนึกว่าแกจะเบี้ยว เลยไปรอดักเคลียร์ที่หน้าบ้าน แต่ไปเจอเรื่องซะก่อน ฉันเลยขับรถตามไปดู อยากรู้ว่าทนายภาสกรกับพ่อแกจะเล่นอะไรกับแก ดูไปดูมาชักบานปลาย ไอ้พวกฉันจะไปแลกกับพวกนักฆ่าของพ่อแกมันก็ไม่คุ้มว่ะ...แต่ยังไงก็ยื้อแกมาจากมัจจุราชได้ละวะ"

เสี่ยปอเท้าความให้ฟังถึงตอนที่เขาไปช่วยกุลชาติกับภาสกรไว้จากการจมน้ำตายในรถตอนนั้น

กุลชาติเองก็ยังซาบซึ้งไม่หายจนทุกวันนี้ เขาพูดขึ้นว่า

"ต่อไปนี้ เฮีย อาภาสกรกับผม ถือว่าเป็นหุ้นส่วนร่วมสาบานกัน" กุลชาติยื่นมือออกไปก่อน สองคนนั่นจึงยื่นมือมาประกบด้วย

"เราจะไม่ให้นังเทียนมาชุบมือเปิบเอาง่ายๆ เราจะไปทวงสิทธิ์ของแกกุลชาติ"

พูดถึงตรงนี้ภาสกรยิ้มแบบคนกำไพ่เหนือกว่า พูดต่ออีกว่า "กมลทัตมันจดทะเบียนรับแกเป็นลูกบุญธรรมแล้ว เอกสารหลักฐานทั้งหมดอยู่ที่อา ถ้ากมลทัต พิศเพลินกับเทียนตายกันหมด สมบัติก็จะตกเป็นของแกคนเดียวเลย"

"ผมจะแบ่งให้พวกเราทุกคน..." กุลชาติลิงโลด แต่พอนึกถึงพิศเพลิน กุลชาติก็ขอร้องภาสกรว่า

"อาภาสกรไม่ต้องฆ่าแม่พิศเพลินได้ไหม เหลือเอาไว้คนนึง"

ภาสกรแยกเขี้ยวใส่ "เลิกโง่ได้แล้วกุลชาติ แกแน่ใจเหรอว่าพิศเพลินจะรักแกมากกว่านังเทียนลูกแท้ๆของเขา ถ้าพิศเพลินแฉทีหลังว่าแกไม่ใช่ลูก แกก็เป็นได้แค่หมาตัวหนึ่งเท่านั้น"

"สรุปเลยดีกว่า" เสี่ยปอที่ไม่ชอบเยิ่นเย้อมากเรื่องพูดแทรกขึ้น "แล้วพวกเราจะเข้าถึงตัวพวกมันได้ยังไง"

คำถามของเสี่ยปอทำให้ต้องมองหน้ากันไปมา พักเดียวภาสกรจอมเจ้าเล่ห์ก็ร้องออกมา

"มีทาง...มีอยู่อีกคนหนึ่งที่จะช่วยพวกเราได้"

ooooooo

หลังจากเป็นข่าวอยู่หลายวัน วันนี้เป็นวันเปิดตัวทายาทกมลทัตจริงๆเสียที เทียนกำลังนั่งคอยเวลาอยู่ ในห้องรับรองของโรงแรมหรู ยังไม่ถึงเวลาเทียนเลยเปิดเน็ตดูข้อมูลการรักษาโรคเนื้องอกในสมองให้กมลทัต

มนทิราที่ถูกภาสกรปั่นหัวมาเรียบร้อยแล้วเดินยิ้มเยาะเข้ามายืนด้านหลังเทียน เทียนนึกว่าเป็นพิศเพลินเลยบอกว่า

"เจอแล้วค่ะ วิธีรักษาโรคเนื้องอกในสมอง เขาใช้วิธีฉีดสเตมเซลล์...เราน่าจะลองดูนะคะ"

"อ๋อ...เหรอ" เป็นเสียงของมนทิรา เทียนสะดุ้งเพราะจำได้ รีบหันมามอง มนทิราปล่อยพนักเก้าอี้ที่ยืนเกาะอยู่เมื่อกี้แล้วเดินกรายไปกรายมาก่อนพูดกระแทกแดกดันเทียนฉอดๆ "เออ...ฉันไม่น่าจะเชื่อจริงๆนะ จากไอ้เทียน อีเทียน จะกลายมาเป็นนางสาวดอกเทียน ทักษสุตไปได้...ไม่ต้องทำหน้าตกใจ ฉันไม่ได้อยากมาหรอกไอ้งานลิเกน้ำเน่าของเธอน่ะ โถ...นางเอ๊กนางเอก ทำเป็นเสียสละยอมพรากจากโรมเพื่อความกตัญญู เธอนี่มันเด็ดจริงๆ กมลทัตที่ว่าแน่แล้วยังไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอเลย"

"คุณพูดอะไรคะ...เทียนไม่เข้าใจ" เทียนนิ่วหน้าเพราะไม่รู้จริงๆ

"ไม่ต้องมาแกล้งโง่" มนทิราตวาด "อย่างแกน่ะเหรอจะไม่รู้ว่ากมลทัตแกล้งป่วย ใครๆก็รู้ว่าคนเลวๆอย่างมันน่ะทำได้ทุกอย่าง แต่แกแกล้งทำเป็นหลงกลเชื่อให้มันประทับใจ ถึงขนาดกำจัดกุลชาติที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆทิ้งได้ลงคอ"

"คุณกมลทัตแกล้งป่วย จริงเหรอคะ?" เทียนตกใจ

"เออสิ...เอ้า แหกตาดูซะ"

มนทิราหยิบโทรศัพท์มากดเมนูภาพตอนที่กมลทัตสั่งภาสกรให้เอากุลชาติไปฆ่าซึ่งภาสกรแอบถ่ายไว้ให้เทียนดู เทียนเสียใจมากจนช็อกพูดไม่ออก มนทิราหัวเราะอย่างสะใจก่อนเดินออกไป พอดีสวนกับพิศเพลินที่เข้ามาตามเทียน มนทิรายิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมพูดกับพิศเพลินว่า

"ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะคุณพิศเพลิน ที่ได้ ครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง" พูดจบไม่รอคำตอบรีบผละไปทันทีเพื่อไปรายงานผลงานกับภาสกร เสี่ยปอและกุลชาติที่กำลังแอบซุ่มอยู่หน้าโรงแรม

ooooooo

พิศเพลินเองก็ตกใจเมื่อเจอมนทิรา รีบเข้าไปถามเทียนว่ามนทิรามาว่าอะไรเทียนหรือเปล่า เทียนบอกเปล่า พิศเพลินจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก เร่งให้เทียนลงไปข้างล่างได้แล้วเพราะนักข่าวและพวกแขกที่เชิญมาถึงแล้ว เทียนลุกขึ้นยืน มองหน้าพิศเพลินแล้วพูดออกมาว่า

"เทียนอยากคุยกับหมอที่รักษาคุณกมลทัตค่ะ"

"เอ้อ...หมอ...เอ้อ ตอนนี้หมอไปประชุมที่เมืองนอกจ้ะ... หนูอย่ามัวห่วงเรื่องนี้เลย ข้างล่างกำลังรอกันอยู่" พิศเพลินอึกอัก ดึงมือเทียน แต่ถูกเทียนรั้งเอาไว้

"เทียนจะไม่ลงไป จนกว่าจะรู้ความจริง" เทียนบอกด้วยเสียงแข็งๆ พิศเพลินทำอะไรไม่ถูกห่วงหน้าพะวงหลัง

ที่ห้องจัดเลี้ยง นักข่าวกำลังสัมภาษณ์กมลทัต แสงแฟลชวูบวาบ นักข่าวหญิงคนหนึ่งถามขึ้นว่า

"ข่าวลือที่ว่าคุณกมลทัตเป็นเนื้องอกในสมองจริงเท็จแค่ไหนคะ?"

กมลทัตที่กำลังยิ้มแย้มให้สัมภาษณ์อยู่หุบยิ้มฉับ "เอาไว้ก่อนๆ ไอ้เรื่องป่วยเรื่องอัปมงคลเอาไว้แถลงวันหลัง วันนี้งานมงคลนะ..."

"งั้นเรื่องการประกาศตัวทายาททักษสุตครั้งนี้ เป็นตัวจริงใช่ไหมครับ" นักข่าวชายอีกคนถาม

กมลทัตหันไปยังไม่ทันตอบ พนักงานเดินเข้ามาส่งโทรศัพท์ให้บอกว่าคุณพิศเพลินโทร.มา กมลทัตรับโทรศัพท์ แล้วพรวดพราดลุกขึ้นลืมตัวว่ากำลังแสดงบทคนป่วยอยู่ เพราะพิศเพลินโทร.มาบอกว่าเทียนหนีไปแล้วเพราะรู้ความจริงว่ากมลทัตแกล้งป่วยเลยวิ่งหนีลงมา เธอตามไม่ทัน พิศเพลินพูดโทรศัพท์พลางเดินพลางออกมาด้านนอก เทียนแอบดูอยู่ที่ข้างรถคันหนึ่งพลางค่อยๆถอย จนไปชนเข้ากับเสี่ยปอ เทียนตกใจจนตาค้าง ส่งเสียงร้องกรี๊ดเดียวก็เงียบเพราะถูกปิดปาก ส่วนพิศเพลินที่เดินหาเทียนก็ถูกกุลชาติปิดปากลากไปเหมือนกัน

กมลทัตลากไม้เท้าเที่ยวเดินหาเทียนกับพิศเพลินพลางโทรศัพท์ไปพลาง แต่ไม่มีใครรับสายเพราะถูกจับตัวขึ้นไปบนรถตู้เสียแล้ว ขณะกำลังหันหน้าหันหลังหาอยู่นั้นกุลชาติก็โผล่มาขวางหน้า กมลทัตตกใจมากเพราะคิดว่ากุลชาติและภาสกรตายไปแล้วทั้งสองคน เผลอเรียกชื่อกุลชาติออกมา กุลชาติยิ้มให้อย่างเหี้ยมเกรียม

"ครับป๋า...ชาติเอง เป็นไง ดีใจตาค้างไปเลยเหรอ...ชาติก็หนังเหนียวเหมือนป๋านั่นแหละ อย่างว่าละนะ คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้..." กุลชาติโอ่

กมลทัตอึ้ง แต่พอนึกได้ก็เปลี่ยนสีหน้าทำเป็นดีใจ

"นี่แกหายไปไหนมา รู้มั้ย ฉันกับแม่แกเป็นห่วงแค่ไหน ให้คนตามหาแกให้ควั่ก" กมลทัตพยายามปั้นคำพูดให้ดูดี

"อ๋อเหรอ...อุบัติเหตุนิดหน่อยป๋า แต่ดวงมันแข็งเลยรอดมาได้ ยังไงๆก็ต้องมางานใหญ่ให้ทันอยู่แล้ว วันนี้ป๋าจะประกาศยกสมบัติให้ผม ผมไม่พลาดแน่"

กมลทัตไม่รู้จะแก้สถานการณ์ยังไง พอดีพวกนักข่าวเห็นเลยวิ่งเข้ามาหา ถามกุลชาติก่อนว่า

"หายไปไหนมาครับคุณกุลชาติ ตกลงทายาททักษสุตตัวจริงคือใครกันแน่ครับคุณกมลทัต"

กมลทัตอึ้งกับคำถามนี้ของพวกนักข่าว

เงากามเทพ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด