สมาชิก

มนต์รักลูกทุ่ง

ตอนที่ 15

พูดคุยตกลงกับเพื่อนฝูงไว้ดิบดี แต่พอคล้าว เริงร่ามาชวนแม่ให้ไปกรุงเทพฯด้วยกัน กลับถูกแม่ปฏิเสธเพราะห่วงบ้านห่วงนา ถึงนาจะล่มทำอะไรไม่ได้แต่แม่ก็ไม่เคยจากถิ่นที่อยู่ไปไหน อีกอย่างแม่ไปด้วยก็จะเป็นภาระเปล่าๆ  เพราะข้าวของที่กรุงเทพฯมันแพงหูฉี่

เมื่อแม่ยืนยันไม่ไป คล้าวจึงตัดใจไม่ไปเหมือนกัน เพราะเราสองแม่ลูกไม่เคยต้องพรากจากกัน พอคล้าวกลับไปบอกพวกแว่น ทุกคนต่างพากันเศร้าซึมหมดหวัง ขาดคล้าว เสียคนวงจะสมบูรณ์แบบได้ยังไง

คอนเข้าใจและสงสารลูกชาย รุ่งเช้าคอนลงไปซ่อมแซมทำความสะอาดเรือลำใหญ่ที่เมื่อก่อนพ่อแม่เคยใช้ขนข้าวไปขาย แต่วันนี้คอนจะเตรียมเอาไว้ให้คล้าวใช้เดินทางไปกรุงเทพฯ แม้ตัวเองไม่อยากไป ก็ไม่ได้หมายความว่าคอนจะปิดกั้นหรือขัดขวางความหวังความฝันของลูกชาย

แต่ถึงอย่างไรคล้าวก็ไม่สบายใจอยู่ดี ช่วงสายๆคล้าว

จึงแวะไปปรับทุกข์และขอคำแนะนำจากหลวงพ่อที่วัด

"เอ็งมันเป็นคนตั้งใจมั่น มีศรัทธาในทางใฝ่ดี เอ็งไม่เห็น

จะต้องคิดอะไรมากเลย ก็ไปตามที่เอ็งตั้งใจเอาไว้สิวะ"

"แต่ผมเป็นห่วงแม่นี่ครับหลวงพ่อ"

"ถ้าเอ็งยังขืนรีๆรอๆ แม่เอ็งเขาจะยิ่งกังวลใจไปเปล่าๆ แต่ถ้าเอ็งไปได้ดีมีความสุขความเจริญ แม่เอ็งเขาก็หมดห่วง เพราะเอ็งก็ไม่เคยไปทำผิดคิดร้ายอะไรกับใครนี่หว่า ได้เกิดมาเป็นคนก็นับว่าบุญโขอยู่แล้ว อยู่ด้วยกันได้ไม่กี่ปีก็ต้องจากกันไป แม่เอ็งเขารู้ดีว่าคนดีๆอย่างเอ็งน่ะตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

หรอกว่ะ นี่ถ้าข้ายังหนุ่มๆแน่นๆเหมือนกะเอ็ง ข้าคงขอตามไปด้วยอีกคนแล้วละว่ะ เพราะข้าเองก็อยากจะรู้ อยากจะเห็นอยู่เหมือนกันว่าที่เขาลือกันนักกันหนาว่ากรุงเทพฯน่ะมันเป็นเมืองฟ้า เมืองสวรรค์ เมืองเทวดาน่ะ หน้าตามันเป็นยังไง"

หลวงพ่อหัวเราะอารมณ์ดี แต่สีหน้าคล้าวก็ยังมีแววกังวลอยู่อีก จนกระทั่งอีกพักคล้าวกลับมาบ้านแล้วมาเจอแว่น น้อย ไข่ และตี๋ช่วยกันลำเลียงขนไหน้ำปลา ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาเจ่าจากใต้ถุนบ้านออกมากองรวมกัน ซึ่งเป็นความต้องการของคอนที่ตั้งใจให้คล้าวและเพื่อนๆเอาของพวกนี้ติดเรือไปขายระหว่างทางไปกรุงเทพฯ จะได้มีเงินทุนเอาไว้กินกัน คล้าวถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก  ทรุดลงกอดแม่  และไม่อาจปฏิเสธความ ปรารถนาดีของแม่ได้อีก

แล้วข่าวนี้ก็ลือไปถึงหูก้อนอย่างรวดเร็ว  ตอนแรกก้อนไม่เชื่อหัวเราะแทบงอหงาย แต่พอทับทิม เพชร และหมึกยืนยันเป็นเสียงเดียวว่าพวกคล้าวจะไปเล่นดนตรีที่กรุงเทพฯจริงๆ จากที่ไม่เชื่อก้อนก็เปลี่ยนเป็นเยาะหยันดูถูกว่า

"ขนาดคนฉลาดๆอย่างกูไปกรุงเทพฯ ยังหลงเลย แล้วน้ำหน้าอย่างมันน่ะเรอะ...ถุย...มันจะไปยังไงของมัน ยังนึกไม่ออกเลยเนี่ย"

"ก็พายเรือไปไงจ๊ะพี่ เห็นเขาว่ามันเตรียมข้าวของกันให้เอิกเกริกเลยนะ"

"พายเรือไป ฮ่ะๆ ไปเรือก็ชาติหน้าตอนบ่ายๆโน่นละมั้งกว่าจะถึงกรุงเทพฯ เผลอๆไปถึงแค่รังสิตมันก็ตกใจวกกลับแล้ว"

"มันก็ไม่แน่นะพี่นะ ไอ้คนบ้าดีเดือดอย่างไอ้คล้าวน่ะ อะไรที่คนฉลาดอย่างพี่ทำไม่ได้คาดไม่ถึง มันอาจจะทำได้ก็ได้"

"นี่แม่ทับทิม...มาพนันกับฉันไหมล่ะ ฉันว่ายังไงๆมันก็ไม่มีทางไปถึงกรุงเทพฯหรอก"

"มันเรื่องอะไรพี่จะมาพนันกับฉันล่ะ ก็ฉันอยู่ข้างเดียวกับพี่นี่นา"

"เออ จริงด้วยว่ะ"

"พ่อ...งั้นพ่อมาพนันกับฉันดีกว่า"

"ไอ้เพชร เอ็งไปอยู่ข้างไอ้คล้าวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ"

"อ้าว...ก็พ่ออยู่ฝ่ายต่อต้าน แล้วใครล่ะจะอยู่ฝ่ายสนับสนุน ถ้าไม่ใช่ฉัน"

"หมึกอีกคนนึงจ้ะ หมึกอยู่ฝ่ายพี่เพชรด้วยคน" หมึกยิ้มแป้นยกมือหรา เลยโดนสองผัวเมียค้อนปะหลับปะเหลือกอย่างหมั่นไส้

ooooooo

ขณะที่ชาวคณะกำลังช่วยกันประกอบหลังคาเรือ บ้างก็จัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทางเพื่อจะได้มีพื้นที่สำหรับนอน  สายใจเดินเข้ามาหยุดมองหน้างอ ก่อนตัดสินใจขยับมาใกล้ๆ  ออดอ้อนคล้าวขอไปด้วยคน ลำบากยังไงเธอก็ทนได้   แต่ทั้งคล้าวและเพื่อนๆต่างก็ไม่ยอม   เพราะพื้นที่คับแคบไม่สะดวกต่อการกินอยู่

หลับนอนของผู้หญิง สายใจเลยต่อว่าคล้าวใจร้ายใจดำก่อนจะวิ่งงอนตุ๊บป่องออกไป

ถึงเวลาเดินทาง คอนนำพระองค์เล็กๆมาให้คล้าว และพร่ำพูดอวยพรอยู่นานกว่าแม่ลูกจะแยกจากกัน...ไม่ทันที่เรือจะออกจากตลิ่ง เพชรกับหมึกก็นำขบวนชาวบ้านร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานเข้ามาส่ง  ทุกคนในเรือสุดตื้นตันใจ โดยเฉพาะคล้าวที่นึกไม่ถึงว่าเพชรกับหมึกจะดีกับตนถึงขนาดจดที่อยู่ของทองกวาวนำมาให้  แล้วทั้งคู่ยังอวยพรให้คล้าว โชคดีหาพี่ทองกวาวให้เจอด้วย

ขณะที่พวกคล้าวออกเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ทองกวาวเพิ่งได้รับจดหมายจากพ่อที่เขียนมาเล่าเรื่องความเลวของเจิดที่ข่มเหงน้ำใจดวงใจ คนหนองทรายขาวก็เลยรู้ธาตุแท้ของสองพ่อลูกหมดแล้ว บุปผาสะใจเป็นบ้า แล้วก็ดีใจกับพี่คล้าว ที่ป่านนี้คงได้คะแนนสงสารจากลุงกับป้าเป็นกระบุง ทองกวาว

ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะไม่งั้นพ่อคงไม่เขียนจดหมายมาเล่าให้ฟัง

การเดินทางของพวกคล้าวเป็นไปอย่างราบรื่นและตื่นเต้น ไม่ว่าจะล่องเรือผ่านไปละแวกใดก็มีผู้คนสนใจมาซื้อน้ำปลา ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาเจ่า ไม่นานของก็หมดเกลี้ยงจนไข่กับตี๋นึกอยากจะตีเรือย้อนกลับไปเอาของมาเพิ่มอีกสักสิบไห หมู่น้อยกับแว่นก็เห็นด้วย ถ้าเปลี่ยนเรือลำใหญ่กว่านี้ขนของมาเยอะๆได้ก็ยิ่งดี แต่คล้าวท้วงทุกคนว่า พวกเอ็งลืมกันแล้วเหรอว่าเรากำลังจะไปไหนกัน?

"ก็ไปกรุงเทพฯไงเล่า" แว่นตอบทันที

"ใช่ไง...แล้วไปทำอะไรที่กรุงเทพฯ ก็ไปหางาน ไปหาทองกวาว ไปหาบุปผา แล้วทำไมเรามามัวเสียเวลากับเรื่องพวกนี้ล่ะ เรื่องใหญ่น่ะกำลังรอเราอยู่ข้างหน้า พวกเอ็งอย่าลืมสิ"

"เออ ถูกของเอ็งว่ะคล้าว ข้ามันก็พลอยไปกับไอ้พวกนี้ เห็นเงินแล้วมันอดวอกแวกไม่ได้...เอ้ารีบๆกินไม่ต้องเคี้ยวเลยนะโว้ยพวกเอ็ง อิ่มแล้วเราจะได้รีบไปกันต่อ กรุงเทพฯ คอยพวกเราอยู่โว้ย"

ขาดคำของแว่น ทุกคนกระวีกระวาดกินข้าวเปิบมือกันอย่างเอร็ดอร่อย

ooooooo

ธรรมรักษ์กับธีระเป็นแขกประจำบ้านคุณนายทองคำไปแล้ว  วันนี้สองหนุ่มเข้าไปพูดคุยกับทองคำอยู่ครู่หนึ่ง   ก่อนที่ทั้งหมดจะออกมาหาทองกวาวกับ บุปผา   แล้วทองคำเป็นคนเปิดประเด็นว่า   ย่าอยากจะส่งทองกวาวเข้าประกวดเทพีเหมันต์

"เทพีเหมันต์ นางงามฤดูหนาวใช่ไหมจ๊ะย่า"

"ใช่ครับ มันเป็นงานการกุศล คุณป้าท่านอยากจะทำบุญ ส่วนพี่ก็คิดว่ามันน่าจะเป็นบันไดให้ทองกวาวก้าวไปสู่ความมีชื่อเสียงได้" ธรรมรักษ์อธิบาย แล้วธีระก็เสริมอีกว่า

"คือว่าในงานประกวดครั้งนี้นะครับ ก็จะมีคนในวงการบันเทิงมาร่วมงานเยอะแยะ พวกแมวมองก็ไปรวมตัวกันอยู่ในงานนี้ไม่ใช่น้อย เขามามองหาคนสวยๆไปเป็นดาราครับ"

"ดาราเหรอคะ" บุปผาทำหน้างงๆ

"น้องบุปผาอาจจะไม่รู้ ดาราดังๆตั้งหลายคนแจ้งเกิดมาได้ก็เพราะผ่านการประกวดเวทีนี้มาทั้งนั้นแหละครับ"

ฟังธรรมรักษ์แล้ว บุปผามีท่าทีตื่นขึ้นมาทันที แต่ทองกวาวยังวางเฉยเหมือนเดิม

"ย่าก็เลยให้พ่อธรรมรักษ์เขาเป็นผู้สนับสนุนการเข้าประกวดในนามไนต์คลับของเขา ถ้าเกิดว่าได้ตำแหน่งขึ้นมาไนต์คลับพี่เขาก็มีชื่อเสียงไปด้วย เท่ากับยิงกระสุนนัดเดียว

ได้นกสองตัวดีไหมลูก"

"แต่ย่าจ๊ะ ทองกวาวไม่อยากเป็นดารานี่จ๊ะ"

"โธ่...ทองกวาว ถ้าเกิดทองกวาวได้ตำแหน่งขึ้นมา รูปทองกวาวจะได้ไปติดอยู่บนถุงโชคดี ทองกวาวไม่ชอบเหรอ" บุปผาโน้มน้าว

"ไม่เห็นชอบเลย ให้ทองกวาวเป็นชาวนาเป็นช่างตัดเสื้อเท่านั้นก็พอแล้ว ทองกวาวไม่เห็นอยากเป็นเลย ดารงดารา"

"ชอบหรือไม่ชอบเอาไว้คุยกันทีหลังก็ได้ ย่าบอกตามตรง ย่าอยากทำบุญ ใจคอเราจะไม่ร่วมบุญกับย่าหน่อยเหรอ"

"บุปผาน่ะอยากที่สุดเลยละจ้ะย่า"

แต่ทองกวาวก็ยังลังเลอยู่ดี ธรรมรักษ์กับทองคำจึงต้องเกลี้ยกล่อมต่อไปอีกว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย ถ้าได้ตำแหน่งขึ้นมา พ่อแม่จะภูมิใจเสียด้วยซ้ำ

ทองกวาวคิดหนักกว่าจะตอบตกลง แต่ยังย้ำว่าที่ประกวดก็เพราะย่าอยากทำบุญ ทองคำเลยยิ่งปลื้มชื่นชมหลานสาวคนนี้ ส่วนบุปผาก็คุยฟุ้งทันทีว่า

"ทีนี้ละใครต่อใครก็ต้องรู้ว่าสาวๆหนองทรายขาวน่ะสวยไม่แพ้สาวๆที่ไหนเหมือนกัน"

"เอ...ก็แล้วทำไมเราไม่ส่งประกวดทั้งสองคนเลยล่ะครับ ส่งน้องบุปผาด้วย จะได้ได้อยู่บนถุงโชคดีด้วยกันทั้งสองคนเลย" ธีระทำให้บุปผาตื่นเต้นยกใหญ่ ฝันไปไกลว่าถ้าอนาคตตัวเองได้เป็นดาราดังขึ้นมาจะทำตัวยังไง คงวางตัวไม่ถูกแน่ๆ

เสร็จธุระสมใจที่บ้านคุณป้าแล้ว ธรรมรักษ์กลับไปหาฤทัยที่บ้าน ทำเป็นออดอ้อนเอาใจให้เธอตายใจอีกตามเคย แถมยังกล้ารับปากเมื่อเธออยากแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับเขาให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที แต่ต้องรอให้อะไรๆมันเข้าที่เข้าทางกว่านี้อีกหน่อย ร้านรวงใหม่เปิดให้เรียบร้อยก่อน

ล่องเรือไปจนมืดค่ำก็เริ่มจะเห็นแววว่ามาผิดทางเพราะผ่านมาพักใหญ่แล้วยังไม่เจอบ้านผู้คนเลยสักหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้เจอทางแยกแล้วแว่นใช้วิธีจับยามสามตาเลือกมาทางนี้ แว่นเลยโดนเพื่อนๆรุมสวดซะหูชา ก่อนที่ทุกคนจะเห็นพ้องต้องกันว่าควรจอดเรือนอนพักเอาแรงกันแถวนี้

ขณะเดียวกันนั้น ก้อน ทับทิม เพชรและหมึกกำลังรวมวงกินข้าวบนบ้าน ทุกคนเล่าเรื่องที่เจอเจิดที่ตลาดให้ก้อนฟัง ก้อนแทบไม่เชื่อว่าคนรวยอย่างเจิดจะขอยืมเงินทับทิม แล้วก็จะร้ายกาจขนาดรังแกเด็กอย่างเพชรได้ ทั้งสามคนเลยถือโอกาสเปรียบเทียบเจิดกับคล้าวที่นิสัยต่างกันลิบลับ ก้อนซึ่งยังอคติกับคล้าวฟังแล้วไม่ชอบใจ ปรามทุกคนห้ามพูดชื่นชมไอ้คล้าว ถ้าใครพูดอีกจะโดนเตะ ไม่เว้นแม้แต่ทับทิม

ด้านเจิดกับสมุน เมื่อหมดหนทางก็จำต้องบากหน้ากลับบ้าน โดยเจิดให้สมุนเข้าไปชิมลางกับพ่อของตนดูก่อน ปรากฏว่าสองสมุนโดนจอมด่าลั่นบ้าน พอจอมเห็นเจิดอารมณ์โกรธยิ่งพลุ่งพล่าน ทั้งด่าทั้งไล่เตะมันทั้งสามคนจนกระเจิงออกจากบ้านไปอีก

เจิดน้อยใจที่โดนพ่อไล่อย่างกับหมูกับหมา สองสมุนเลยช่วยกันปลอบลูกพี่ให้ใจเย็น พ่อจอมแค่แกล้งโกรธไปอย่างนั้นเอง ไม่นานเดี๋ยวก็หาย แต่เจิดยังบ่นไม่เลิกว่าตนไม่น่าเกิดมาเป็นลูกพ่อเลย...

เช้าแล้ว คณะของแว่นเปลี่ยนทิศทางล่องเรือมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯกันต่อไป หลังถามทางที่ถูกต้องจากชาวเรือคนหนึ่งที่สวนทางมา ส่วนที่บ้านคุณนายทองคำ ทองกวาวกับบุปผาเริ่มฝึกบุคลิกภาพสำหรับการประกวดนางงาม โดยมีทั้งย่าและอีกสองหนุ่มที่มาติดพันพวกเธอช่วยฝึกให้ ซึ่งทองกวาวทำได้ดี แต่บุปผาตัวแข็งเกร็งกระโดกกระเดกจนทุกคนอดขำกันไม่ได้

ที่ไนต์คลับ ฤทัยเรียกบุญยืนมาถามเรื่องวงดนตรีที่ให้หาอีกครั้ง บุญยืนบอกฤทัยให้ทนรออีกหน่อย ตนส่งจดหมายไปหลายวันแล้ว พวกเขาอาจจะกำลังเข้ากรุงเทพฯ เพราะตนกำชับไปด้วยว่าให้รีบเข้ามาทันที

แต่แล้วคณะของแว่นก็เจออุปสรรคเข้าอีกจนได้ ทั้งๆที่ใกล้จะถึงกรุงเทพฯอยู่แล้ว สาเหตุมาจากตี๋ที่ชวนทุกคนเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนบนบก พอเช้าขึ้นมาถึงรู้ว่าเสบียงในเรือโดนขโมยไปหมดเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อคืน

ทุกคนซึมเศร้าเหงาหงอยแทบจะถอยกลับไปตั้งหลักที่บ้าน แต่คิดไปคิดมากลัวคนเขาจะหัวเราะเยาะเอา อีกอย่างก็มากันค่อนทางแล้ว ทุกคนจึงลงมติว่าจะสู้ต่อเพื่อความฝันความหวังของพวกเรา

เจิดเองก็กำลังกัดฟันสู้ทนกับความยากลำบากอยู่เหมือนกัน เจิดกับสมุนเร่ร่อนไปซุกหัวนอนในกระท่อมร้างโดยไม่รู้ว่าแถวนี้เป็นถิ่นของเสือผาด กระทั่งเช้าตื่นมาเจอพวกเสือผาดตัวเป็นๆ เจิดกับสมุนตกใจกลัวจนแทบช็อก

ooooooo

เช้าอีกวัน คณะของแว่นล่องเรือถึงกรุงเทพฯ จนได้ อารามดีใจทุกคนกระโดดโลดเต้นดีใจจนเรือโคลงเคลงและล่มในที่สุด ทำให้กระดาษจดที่อยู่ของบุญยืนกับทองกวาวเปียกน้ำจนเละและหมึกเลือนหายไปหมด ทุกคนจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการไปพึ่งพาอาศัยที่วัดแห่งหนึ่ง มีแรงแล้วค่อยตระเวนตามหาบุญยืนและทองกวาว ถึงแม้จะยากเย็นยังไงก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุด

ใกล้วันประกวดเทพีเหมันต์เข้ามาทุกที ธรรมรักษ์ยิ่งกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะลุ้นเหลือเกินอยากให้ทองกวาวได้ตำแหน่ง ทองคำจึงจะช่วยอีกแรงด้วยการพาทองกวาวกับบุปผาไปกราบพระขอพรให้สมหวัง แล้ววันที่สามคนย่าหลานเดินทางไปที่วัด  ปรากฏว่าเป็นวัดเดียวกับที่พวกคล้าวอยู่  แต่
สองฝ่ายก็คลาดกันไปคลาดกันมา ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม

ทางด้านแม่คอนของคล้าว เมื่อลูกหายเงียบไปหลายวันก็อดบ่นเป็นห่วงไม่ได้ หลวงพ่อที่วัดให้คอนคิดในแง่ดีว่าคล้าว และเพื่อนอาจจะไปเจอคนที่เขาเขียนจดหมายมาตามแล้วก็ได้ พอได้งานได้การทำก็เลยเพลินจนลืมเขียนจดหมายกลับมาบอก

"คล้าวน่ะมันห่วงทองกวาว อิฉันรู้ดีเจ้าค่ะ ที่มันไปน่ะมันอยากไปหาทองกวาวมากกว่าจะไปหางานทำเจ้าค่ะ"

"อย่าคิดมากเลยโยมคอน ไอ้คล้าวน่ะมันเป็นคนดี คนอย่างมันตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้หรอกน่า ความตั้งใจใฝ่ดีของมันจะต้องช่วยให้มันได้รับสิ่งดีๆตอบแทนบ้างละน่า"

ฟังคำพระแล้วคอนนิ่งเงียบไป แต่ลึกๆก็ยังเป็นกังวลอยู่ดี

ooooooo

รู้ว่าจอมเปิดร้านขายของในตลาด ก้อนอยากเห็นจึงชวนลูกเมียมาเที่ยวชมแล้วก็จะอุดหนุนจอมสักหน่อย ซึ่งจอมก็ต้อนรับทุกคนด้วยดี แต่พอทับทิมเอ่ยถามถึงเจิดขึ้นมาเท่านั้น จอมก็ดุดันอารมณ์เสียคิดราคาของแพงหูฉี่ ก้อนและลูกเมียจะไม่ซื้อก็กลัวตาย

ส่วนพวกคล้าวที่ไปอาศัยวัดกินอยู่หลับนอน วันนี้ทุกคนตัดสินใจตระเวนไปตามตรอกซอกซอยในกรุงเทพฯ ถามหาบ้านบุญยืนที่เป็นนักแต่งเพลง กับบ้านคุณนายทองคำผู้ร่ำรวย เผื่อจะมีผู้คนรู้จักบ้าง แต่ก็ยากพอๆกับงมเข็มในมหาสมุทร ทุกคนเดินกันขาลาก แถมยังเจอผู้คนสารพัดรูปแบบจนแทบเอาตัวไม่รอด

กลับถึงวัดค่ำนี้ คล้าวรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบอกแว่นว่าพรุ่งนี้เขาจะกลับหนองทรายขาว

"ข้าขอโทษเอ็งจริงๆว่ะแว่น ไปๆมาๆข้ากลายเป็นตัวถ่วงความเจริญของพวกเอ็ง แทนที่ข้าจะตามหาคุณบุญยืนให้เจอ ข้ากลับให้พวกเอ็งมาช่วยตามหาทองกวาวซะอีก ขอโทษจริงๆ ขอให้พวกเอ็งโชคดีนะ"

"ไอ้คล้าว เอ็งจะบ้าเหรอ เอ็งพูดยังงี้ได้ยังไงวะ มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิวะ ไม่งั้นจะเรียกเพื่อนตายได้ยังไง ข้าก็นึกเบื่อๆกรุงเทพฯอยู่เหมือนกัน ใครจะว่าวิเศษวิโสยังไง แต่ ข้าว่าบ้านหนองทรายขาวของเราน่าอยู่กว่ากันเยอะ เอ็งว่าไหม"

คล้าวยิ้มออก กอดคอเพื่อนรักด้วยความซึ้งใจ

"กลับไปถึงบ้านเราเมื่อไหร่ ข้าจะแต่งร้านตัดผมของข้าให้หรูกว่าร้านในกรุงเทพฯอีก เอ็งคอยดูสิ"

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนช่วยกันขนสัมภาระที่มีอยู่ ไม่มากไปใส่เรือเพื่อเตรียมเดินทางกลับหนองทรายขาวตามที่ตกลงกันไว้ แต่ก่อนจะลงเรือทุกคนเกิดอารมณ์ สุนทรีขึ้นมากะทันหัน เล่นดนตรีร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน ปรากฏว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวบ้านที่ผ่านไปมาอย่างไม่น่าเชื่อ  ผู้คนจำนวนมากเข้ามามุงดู  แล้วก็โยนเศษเงินมาให้ไม่ขาดสาย  ทำเอาแว่นดีใจถึงกับน้ำตาซึม

"ไอ้คล้าว ข้าไม่นึกเลยว่าศิลปินอย่างพวกเราจะได้รับการต้อนรับดีถึงขนาดนี้"

"เขานึกว่าพวกเราเป็นขอทานรึเปล่าวะไอ้แว่น"

"ไม่ใช่โว้ย เขาชื่นชมฝีมือพวกเราต่างหาก"

สมาชิกทุกคนยิ้มร่า แล้วอีกครู่ต่อมาพวกเขาก็พากันไปนั่งในร้านกาแฟ สั่งโอเลี้ยงมาครบจำนวนคน แต่ละคนยกแก้วโอเลี้ยงขึ้นดื่มอย่างดื่มด่ำในรสชาติ แล้วก็พูดคุยกันขรมอย่างตื่นเต้นดีใจ

"เหมือนฝันเลยว่ะ พวกเราได้โอเลี้ยงกันคนละแก้ว ไม่ต้องแบ่งกันดูดคนละอึกเหมือนแต่ก่อนแล้ว"

"แหม...รสชาติโอเลี้ยงกรุงเทพฯมันเป็นยังงี้นี่เอง"

"ไอ้ตี๋มันตายก็ไม่เสียดายชีวิตแล้วล่ะว่ะ ชาตินี้ได้ลิ้มลองโอเลี้ยงกรุงเทพฯแล้ว"

ทุกคนครื้นเครง ระหว่างนี้เองมีหญิงสาวแต่งตัวแฟชั่นจัดเดินผ่านมา ไข่ถึงกับมองตามตาละห้อย ส่วนหมู่น้อยเปรยขึ้นว่า

"ผู้หญิงกรุงเทพฯนี่ใจกล้ากว่าผู้หญิงบ้านเราอีกนะ พวกเอ็งว่าไหม"

"เอ็งคิดถึงนังสายใจมันเต็มแก่แล้วละสิ"

ถูกเพื่อนแซว หมู่น้อยถึงกับอายม้วน...คล้าวเร่งทุกคนให้รีบๆกิน เดี๋ยวจะได้กลับไปลงเรือ ทันใดนั้นเองทุกคนก็แตกตื่นกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่เดินผ่านไป เพราะเธอถูกโจรกระชากสร้อย หมู่น้อยลุกพรวดขึ้นทันที สวมวิญญาณตำรวจวิ่งออกไปไล่จับโจร

ไล่ตามกันไปจนทัน หมู่น้อยได้สร้อยคืนมาแต่โจรหนีไปได้ พอจะเอาสร้อยไปคืนเจ้าของ กลับกลายเป็นว่าหมู่น้อยโดนตำรวจจู่โจมเข้ามาจับ เพราะเจ้าของสร้อยเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือคนร้าย

น้อยถูกจับยัดห้องขัง แม้เพื่อนๆจะช่วยกันยืนยันว่าน้อยไม่ใช่คนร้ายแต่เป็นพลเมืองดีที่เข้าไปช่วย ตำรวจก็ไม่ฟังเพราะเห็นของกลางคามือ แถมยังไม่เชื่อด้วยว่าน้อยเป็นตำรวจ

"นี่อวดอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ด้วยเหรอ เดี๋ยวก็โดนอีกข้อหานึงหรอก"

ทุกคนซีดจ๋อย พูดไม่ออก

"ไป...กลับบ้านกันไป อย่ามาเกะกะโรงพักเขา"

"ท่านครับท่าน" แว่นพนมมือ "พวกผมเป็นเพื่อนรักกัน อยู่ด้วยกันตลอด จะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกัน ไม่เคยพรากจากกันไปไหนเลยนะครับ" แว่นพนมมือไหว้จ่าปลกๆ

"งั้นเอายังงี้ เข้าไปอยู่ด้วยกันซะเลย เอาไหมล่ะ จะได้หมดเรื่องหมดราว"

แว่นหันมาถามคล้าวว่าเอายังไงดี คล้าวคิดนิดหนึ่งก่อนตอบจ่าไปว่า

"เอาครับ"

"งั้นก็เข้าไปเลย"

จ่าเปิดประตูห้องขัง ทุกคนเดินหน้าจ๋อยเข้าไปหาหมู่น้อยอย่างไม่มีทางเลือก

ooooooo

ตั้งแต่เปิดร้านขายของชำและยึดร้านตัดผมของแว่นมาทำใหม่ กิจการทั้งสองอย่างของจอมดูจะไปได้สวย มีผู้คนมาอุดหนุนแน่นแทบทุกวัน ทำให้จอมอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แต่พอวันนี้สมุนคนหนึ่งพูดถึงเจิด ขึ้นมา อยากให้เจิดได้กลับมาช่วยพ่อจอมดูแลกิจการ จอมที่ยังโกรธลูกชายไม่หายก็อารมณ์เสียขึ้นมาทันที

"ใครพูดถึงไอ้ลูกล้างลูกผลาญคนนี้อีก กูจะยิงให้ไส้แตกเลย ไป๊ ไสหัวกันไปให้หมด"

สมุนหวาดกลัวลูกปืน ลนลานคลานหนีออกไปจากร้าน... อีกพักใหญ่ๆ คอนซึ่งขายของเสร็จเดินมาชะเง้อชะแง้ที่จอโทรภาพของจอมซึ่งตั้งอยู่หน้าร้าน พร้อมกับเตรียมหยิบเงินออกมาจ่ายค่าดู แต่สายใจเดินมาเมียงมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้ามา

"เอ็งจะมาดูอะไรวะนังคอน" จอมเดินออกมาถาม

"โทรภาพจ้ะ เผื่อจะได้เห็นคล้าวมันออกมาร้องเพลงกะเขามั่ง"

"เอ็งนี่ฝันลมๆแล้งๆว่ะนังคอน คนที่เขาจะมาออกโทรภาพได้น่ะ เขาต้องเป็นดารา ต้องเด่นต้องดังทั้งนั้น"

"ป้าจ๋าป้า" สายใจเดินเข้ามาเรียกคอน "พี่คล้าวเขาคง ยังไม่ได้ออกโทรภาพหรอกจ้ะป้า เพราะรายการตอนนี้มันเป็นรายการเพลงลูกกรุงจ้ะ ไม่ใช่รายการเพลงลูกทุ่ง"

"อ้าว...งั้นเหรอ ป้าก็นึกว่าเป็นรายการเพลงลูกทุ่ง"

"เอาไว้วันหลังมีรายการเพลงลูกทุ่งเราค่อยมาดูกันใหม่นะจ๊ะป้า"

คอนเออออกับสายใจ ซึ่งจอมก็ไม่ขัด แต่ช่วยกันกับสมุนดูถูกทับถมคล้าวว่าป่านนี้จะไปเป็นกุลีอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ คอนน่าจะกลับไปทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้มันดีกว่า

"ไปกันเถอะจ้ะป้า อย่าไปสนใจไอ้พวกปากเสียพวกนี้เลย" ว่าแล้วสายใจก็รีบจูงคอนที่หน้าซีดหน้าเสียออกไป

ด้านเจิดกับสมุนสองคนที่หลงเข้าไปในถิ่นเสือผาด โชคยังดีที่ไม่ถูกเสือผาดทำร้าย เพราะซักกันไปซักกันมากลาย เป็นว่าเสือผาดกับจอมรู้จักกันเป็นอย่างดี พอเห็นเจิดโวยวายอาละวาดไม่ยอมกินอาหารพื้นบ้านที่สมุนไปจัดหามาให้ เสือผาดถึงกับออกปากว่า

"เอ็งนี่นิสัยไม่เหมือนพ่อเอ็งเลยนะไอ้เจิด มิน่าพ่อเอ็งถึงได้เฉดหัวเอ็งออกมา"

"พ่อข้าโกรธเดี๋ยวเดียวก็หายโกรธ อาทิตย์หน้าข้าก็กลับเข้าบ้านได้แล้ว"

"เป็นพ่อลูกกันยังไงวะ ไม่รู้จักนิสัยใจคอกันอีกเหรอ ข้าน่ะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพ่อเอ็งมาเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว เวลาพ่อเอ็งโกรธขึ้นมาละก็ อย่าว่าแต่โผล่หน้าไปให้เห็นเลย ชื่อก็อย่าได้เอ่ยให้ได้ยินเชียว เสียดายว่ะ สมบัติพัสถารอุตส่าห์ สร้างสมเอาไว้ไม่ใช่น้อยๆ ลูกชายคนเดียวท่ามันจะเอาไว้ไม่อยู่ เพราะมันไม่เอาถ่าน...ถุย"

"เฮ้ย อย่ามาเยาะเย้ยถากถางกันยังงี้นะโว้ย จะเอายังไง ก็เอา เอ็งกะข้าตัวต่อตัวกันก็ยังได้" เจิดกร่างอย่างลืมตัวว่ากำลังท้าทายเสือผาดผู้เหี้ยมโหดอยู่  กระทั่งสองสมุนคู่ใจย้ำเตือน เจิดถึงได้สติ เปลี่ยนท่าทีเป็นเจี๋ยมเจี้ยม พนมมือไหว้เสือผาดไปพร้อมๆกับสมุนทั้งสอง

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ถ้าข้าไม่คิดว่าเป็นลูกเป็นหลาน

ละก็ ข้าหมกดินทำปุ๋ยไปนานแล้ว"

"ขอโทษจ้ะ ฉันขอโทษ"

"เอ็งอยากกลับบ้านจริงๆรึเปล่าวะ"

"อยากจ้ะ"

"ตอนนี้เอ็งยังกลับไม่ได้หรอก เอ็งต้องพิสูจน์ให้พ่อเอ็งเขาเห็นซะก่อนว่าเอ็งน่ะไม่ใช่ขี้ๆ เอ็งต้องทำให้พ่อเอ็งเขาทึ่งซะก่อน"

"แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างจ๊ะเสือผาด เอ๊ย อาผาด"

เสือผาดยิ้มแต่ไม่ตอบ เพราะดูท่าทางเจิดแล้วอ่อนหัดเหลือเกิน ยังต้องฝึกอะไรต่อมิอะไรอีกมาก

ooooooo

มนต์รักลูกทุ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด