ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เพียงใจที่ผูกพัน

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เพียงใจที่ผูกพัน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

พยัคฆ์ หรือที่ใครๆเรียกว่า "เสือ" เกิดมาท่ามกลางความเกลียดชังของมินตรา เด็กสาวใจแตกที่ลักลอบได้เสียกับนักท่องเที่ยวหนุ่มชาวอังกฤษ เมื่อคลอดเสือออกจากท้องแล้วมินตราก็ไม่ยอมแตะต้องตัวเสือแม้แต่น้อย และยกเขาให้ณรงค์ ชายขาพิการเพราะเป็นโปลิโอ ซึ่งเป็นน้าแท้ๆของเสือทันที

นอกจากน้าณรงค์แล้วเสือยังมียายต้องตาอีกคน ซึ่งทั้งคู่ ให้ความรักและเลี้ยงดูเสือมาแต่อ้อนแต่ออก ต่างจากมินตราที่ไม่เลี้ยงดู แถมยังสร้างความอับอายให้เสืออยู่เนืองๆ ด้วยการพาผู้ชายไม่ซ้ำหน้ามานอนในบ้าน จนเป็นขี้ปากชาวบ้านไปทั่ว

ด้วยบุญคุณของน้าชายและยาย พอโตขึ้นเสือจึงตอบแทนบุญคุณของท่านด้วยการเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนหนังสือและช่วยงานบ้านทุกอย่าง เสือในวัยหนุ่มขยันขันแข็งหนักเอาเบาสู้จนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งนำไปเปิดร้านเล็กๆขายปลาทองในตลาดใกล้บ้าน นอกจากนี้เสือยังรักศิลปะโดยเฉพาะการวาดรูป เมื่อมีการประกวดวาดรูประดับจังหวัด เสือจึงไม่พลาดที่จะสมัครและก็ได้รางวัลชนะเลิศทุกปี จนมาปีนี้เสือได้รางวัลแค่รองชนะเลิศ เพราะรางวัลชนะเลิศตกเป็นของมุกพิศุทธ์ เด็กสาววัยรุ่นที่อายุอ่อนกว่าเสือห้าปี

มุกพิศุทธ์เป็นลูกสาวของเพ็ญพิศุทธ์ ส.ส.หญิงคนดังของจังหวัด จึงไม่แปลกที่เธอจะได้รางวัลชนะเลิศนี้ไป แต่นั่นทำให้เสือไม่พอใจอย่างมากที่ถูกเด็กเส้นช่วงชิงโล่และเงินรางวัลหลายพันบาทไป แต่มุกพิศุทธ์สาวน้อยไร้เดียงสาไม่รู้มาก่อนเลยว่าชัยชนะของตนมาจากบารมีของแม่ จนเมื่อได้ยินพลอยพิศุทธ์พี่สาวต่างบิดาพูดเข้าหู และการแสดงออกของเสือในระหว่างที่ร่วมเดินทางไปเข้าค่ายด้วยกัน มุกพิศุทธ์ถึงรู้แจ้งเห็นจริง แล้วก็ได้แต่เศร้าและรู้สึกผิดจนอยากจะขอโทษเสือ

ขณะเดียวกัน ครูวิไลหัวหน้าทีมค่ายศิลปะครั้งนี้ก็พยายามปลอบใจเสือและเกลี้ยกล่อมจนเสือใจอ่อนยอมพูดคุยกับมุกพิศุทธ์ เพราะจริงๆแล้วมุกพิศุทธ์ไม่ใช่คนผิด แต่ผิดที่พวกผู้ใหญ่ที่ชอบเลียเจ้ากี้เจ้าการกันเอง

มุกพิศุทธ์มาเข้าค่ายศิลปะ โดยมีพี่หนูพี่เลี้ยงติดตามมาดูแลด้วย ขณะครูวิไลพาเด็กทุกคนไปเที่ยวฟาร์มหอยมุก เจ้าของฟาร์มให้เด็กๆเลือกเปลือกหอยที่มีมุกอยู่ข้างในเพื่อเก็บไว้เป็นของที่ระลึก มุกพิศุทธ์ได้มุกสีขาว ในขณะที่เสือเลือกได้มุกสีชมพู เมื่อกลับมาถึงค่ายเสือก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของมุกพิศุทธ์ที่ถูกพี่หนูแอบตีเพราะอยากได้มุกที่ได้มาจากฟาร์ม แต่มุกพิศุทธ์ไม่ยอมให้ เสือสงสารจึงเข้าไปชวนมุกพิศุทธ์ไปวาดรูปที่ริมทะเล

เสือวาดรูปทะเล ขณะที่มุกวาดรูปเสือโดยให้เหตุผลว่าชอบเสือที่เป็นลูกครึ่งเหมือนกัน ทำให้เสือรู้สึกดีกับมุกมากขึ้น และเมื่อได้รู้ว่าทุกครั้งที่มุกบอกแม่ว่าถูกพี่หนูตีแล้วแม่ไม่เคยเชื่อ ก็ยิ่งทำให้เสือสงสารมุกจับใจ นึกไม่ถึงว่าลูกคนรวยอย่างมุกจะมีปัญหาอะไรแบบนี้ด้วย

เมื่อมุกชอบรูปที่เสือวาด เสือจึงยกให้ ส่วนมุกก็ให้รูปที่ตัวเองวาดพร้อมทั้งมุกสีขาวแก่เสือเพื่อเป็นการตอบแทน เสือรู้ว่ามุกให้มุกสีขาวเพราะกลัวพี่หนูแย่งจึงสัญญาว่าจะเก็บมุกสีขาวไว้ให้ ถ้ามุกโตจนไม่มีใครแย่งไปได้ เขาจะคืนให้ แล้วแถมมุกสีชมพูของเขาให้ด้วย

"จริงนะคะ งั้นพี่เสือไม่ต้องคืนหรอกค่ะ เราแลกกันเลยดีกว่า เป็นที่ระลึกไงคะ"

"ก็ได้" เสือยิ้มบางๆ และตกลงเป็นเพื่อนกับมุกตั้งแต่นั้นมา...

ooooooo

ในขณะที่มุกไม่อยู่บ้าน เพ็ญพิศุทธ์มีปากเสียงกับไมเคิลพ่อของมุก ไมเคิลเป็นนักดนตรีชาวฮ่องกง ซึ่งเขาต้องเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตบ่อยมาก บางครั้งก็นานแรมเดือน นั่นทำให้เพ็ญพิศุทธ์ทนไม่ได้ถึงกับเอ่ยปากขอหย่ากับเขามานานแล้ว พร้อมกันนี้เพ็ญพิศุทธ์ก็เริ่มคบชายคนใหม่คือศุภฤกษ์ด้วย

"เมื่อไหร่คุณถึงจะยอมหย่าให้ฉันซะที" เพ็ญพิศุทธ์ เปิดฉากอีกครั้งเมื่อเผชิญหน้าไมเคิลในบ้าน

"ตกลงว่าคุณใจร้อนหรือนายศุภฤกษ์ใจร้อนกันแน่"

"คุณไม่ต้องมาแขวะฉันเลยนะไมเคิล คุณก็รู้ว่าระหว่างเรามันไปกันไม่ได้นานแล้ว คุณเองก็เอาแต่เดินทางเปิดคอนเสิร์ตไปรอบโลก เคยสนใจดูแลฉันหรือเปล่า พอฉันขอหย่า ทำไมต้องมากันท่ากันด้วย"

"ถ้าคุณว่าที่ผมไปทำงานเป็นสาเหตุให้คุณต้องหย่า ก็เอาเลย แต่มุกต้องไปอยู่กับผม ผมถึงจะเซ็นใบหย่าให้"

"มุกเป็นลูกฉัน ลูกต้องอยู่กับแม่เท่านั้น"

"คุณเคยอยู่ดูแลลูกด้วยเหรอ ในหัวคุณก็มีแต่การเมือง ลูกแทบจะเรียกคนรับใช้เป็นแม่อยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ยอมให้มุกไปอยู่กับผม ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้แต่งงานกับไอ้ศุภฤกษ์"

เจอไมเคิลมาไม้นี้ เพ็ญพิศุทธ์ถึงกับโกรธและเจ็บแค้นใจจนพูดไม่ออก...

ทางด้านมินตราแม่ของเสือที่วันๆเอาแต่กินกับนอน แล้วก็ออกเที่ยวเตร่ พอสบโอกาสตอนเสือไปเข้าค่าย มินตราพายิ่งยศชายหนุ่มที่รักๆเลิกๆไม่รู้กี่หนต่อกี่หนเข้ามานอนค้างที่บ้าน แถมยังใช้ให้ต้องตาผู้เป็นแม่ทำอาหารให้ตัวเองและยิ่งยศกิน ต้องตากับณรงค์เห็นพฤติกรรมของมินตราแล้วก็ได้แต่ปลงพูดไม่ออกบอกไม่ถูก นึกสงสารก็แต่เสือที่ต้องมีแม่เหลวไหลเหลวแหลกแบบนี้

บ่ายวันนี้เองเสือกลับมาถึงบ้าน รู้เห็นว่ามินตราพายิ่งยศเข้ามานอนค้างตั้งแต่เมื่อคืน เสือไม่พอใจ และยิ่งโกรธจัดเมื่อมินตราสั่งเสือให้ออกไปซื้อราดหน้ามาให้เธอกับยิ่งยศกิน

"ถ้าแม่อยากกิน เสือซื้อให้ก็ได้ แต่ถ้าคนอื่นต้องจ่ายเงิน บ้านนี้ไม่ใช่เศรษฐี จะได้มีเงินเหลือเลี้ยงพวกงอมืองอตีนไม่ทำมาหากินได้ทุกวัน"

"น้องมินจ๋า ดูลูกน้องมินพูดกับพี่สิจ๊ะ ก้าวร้าวไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่" ยิ่งยศฟ้องเสียงออดอ้อน...มินตราโมโหลูกชายเลยหันไปสั่งแม่แทน

"แม่...ไอ้เสือมันไม่ยอมไปซื้อราดหน้าให้ฉัน แม่ก็ทำกับข้าวให้ฉันกินแทนก็แล้วกัน เร็วๆนะ ฉันหิว"

"นี่แม่ใช้ยายอีกแล้วเหรอ กับข้าวแค่นี้แม่ก็ทำเองสิ ยายเหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะ"

"ฉันไม่ทำแกจะทำไม ก็แกไม่ยอมไปซื้อราดหน้าให้ฉันเอง ฉันก็ต้องใช้ยายแก"

เสือขบกรามแน่นด้วยความโกรธที่แม่ใช้ยายเป็นตัวประกัน แต่พอหันไปมองยายที่หน้าจ๋อยๆไม่มีปากมีเสียง เสือก็อดไม่ได้ ตกลงจะไปซื้อราดหน้ามาให้ ยิ่งยศได้ทีตะโกนสำทับไล่หลังเสือว่า

"ของฉันพิเศษนะโว้ย"

เสืออยากจะหันมาตะบันหน้ามันซักหมัด แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้ เดินหน้าบึ้งออกไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ต้องตามองตามหลานแล้วก็แอบถอนใจ เลี่ยงเก็บเป้ของเสือไปไว้ในห้องนอน...

ฝ่ายมุกที่กลับบ้านพร้อมพี่หนู เจอเพชรพิศุทธ์และพลอยพิศุทธ์พี่ชายพี่สาวต่างบิดากำลังแต่งตัวจะออกไปงานพอดี มุกทักพี่ทั้งสองด้วยรอยยิ้ม แต่พลอยกลับยิ้มเยาะ หาว่ามุกหน้าระรื่นอยู่ได้ทั้งที่ใกล้จะเป็นเด็กกำพร้าอยู่แล้ว มุกงงว่าพี่พลอยพูดอะไร เพชรสงสารมุกจึงปรามพลอยให้หยุด พลอยกลับลอยหน้าพูดฉอดๆ

"พลอยพูดเรื่องจริงนะพี่เพชร เมื่อวานแม่กับลุงไมเคิลทะเลาะกันลั่นบ้าน อีกไม่นานก็ต้องหย่ากัน แล้วยัยมุกก็ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่แยกทางกัน พลอยพูดผิดตรงไหน"

"ไม่จริง พ่อกับแม่ไม่มีทางหย่ากันหรอก พี่พลอยอย่ามาโกหกมุกหน่อยเลย"

"ฉันไม่ได้โกหก เด็กปัญญาอ่อนอย่างเธอ วันๆเอาแต่เที่ยวเล่นไร้สาระจะไปรู้อะไร คอยดูเถอะ หย่าเมื่อไหร่เธอก็เป็นหมาหัวเน่าไม่มีใครเขาต้องการ ต้องถูกทิ้งๆขว้างๆเหมือนหมาแมวข้างถนน"

"พี่พลอยใจร้าย มุกไม่เชื่อพี่พลอยหรอก พี่พลอยโกหก" มุกน้ำตาคลอวิ่งหนีออกไปจากบ้านทันที โดยมีพลอยมองตามด้วยความสะใจ

"ทำไมพูดกับมุกอย่างงี้ล่ะพลอย ยังไงมุกก็เป็นน้องเรานะ" เพชรตำหนิ

"ก็พลอยหมั่นไส้มัน ตั้งแต่พ่อตายเราสองคนก็ต้องกลายเป็นลูกกำพร้าพ่อ  มีมันคนเดียวที่มีทั้งพ่อทั้งแม่  เจอซะมั่งจะได้สำนึก สมน้ำหน้า"

เพชรฟังแล้วได้แต่ส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจกับนิสัยของพลอย

ooooooo

เสือซื้อราดหน้าเสร็จกำลังจะกลับ แต่พอได้ยินเจ้าของร้านพูดถึงยิ่งยศ เสือชะงักสีหน้าไม่สู้ดี

"ลื้อนี่มันใจดีจริงๆนะอาเสือ ไอ้ยิ่งมันแมงดาดีๆนี่เอง กินที่ลับไขที่แจ้ง โพนทะนาแม่ลื้อไปทั่วจังหวัด ลื้อยังมีกะใจซื้อราดหน้าอั๊วไปเลี้ยงมันอีกเหรอ"

"มันเอาแม่เสือไปพูดว่าไงมั่งเหรออาแปะ"

หลังฟังคำบอกเล่าของอาแปะมาแล้ว เสือขี่มอเตอร์ไซค์ ฉุนเฉียวมุ่งหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางต้องผ่านบ้านของ ส.ส. เพ็ญพิศุทธ์ จังหวะที่เสือมาถึงรถของเพชรโผล่ออกมาพอดี เสือจึงหยุดรอเพื่อให้รถคันหรูไปก่อน ทันใดเสือตะลึงมองพลอยที่นั่งในรถตาค้าง จำได้แม่นว่าเธอคือสาวสวยที่ไปส่งมุกเมื่อวันเดินทางเข้าค่าย ซึ่งรูปร่างหน้าตาเธอถูกสเปกเสือมาก...แล้วอีกอึดใจ
เสือต้องแปลกใจเมื่อมองเข้าไปเห็นมุกนั่งร้องไห้อยู่ที่ชิงช้าในสวน เสือจอดมอเตอร์ไซค์เดินมาแอบมองข้างรั้ว ไม่คิดเลยว่าคนที่เกิดมาเพียบพร้อมอย่างมุกจะเป็นเด็กอมทุกข์ไปได้...

ครั้นกลับมาถึงบ้านตัวเองพร้อมราดหน้าสองถุง เสือนั่งหน้าบึ้งตึงเทราดหน้าใส่ชาม พลางชำเลืองมองมินตรากับยิ่งยศที่เดินคลอเคลียกันออกมาจากห้องนอน...ยังไม่ทันจะกินราดหน้า ยิ่งยศก็ออกคำสั่งให้เสือไปซื้อบุหรี่มาอีก เสือโกรธจ้องยิ่งยศตาเขียว กระแทกเสียงว่าบ้านนี้ไม่สูบบุหรี่ ถ้าลงแดงนักก็กลับไปสูบที่บ้านตัวเองโน่น

"เอ๊ะ ไอ้เด็กนี่ ชักเอาใหญ่แล้วนะโว้ย ทำเป็นกร่างกับผู้ใหญ่ มึงอยากโดนดีใช่มั้ย"

"มึงก็เลิกหลบหลังกระโปรงแม่กูสิ จะได้รู้ว่าใครจะโดนดีกันแน่"

"ยศ...มากินเถอะ อย่าไปสนใจหมาปากเปราะเลย มันก็เห่าไปเรื่อยแหละ" มินตราบ่นด้วยท่าทีหงุดหงิดรำคาญ แต่ยิ่งยศหาได้เลิกหาเรื่องเสือ

"หน็อย ไอ้เด็กเมื่อวานซืน กูก็อยากรู้เหมือนกันว่ามึงจะเป็นเสือสมชื่อรึเปล่า"

"ที่อยากรู้เพราะสงสัยว่าเสือที่ไหนจะออกจากท้องแม่หมาใช่ไหมล่ะ"

มินตรากระแทกช้อน ลุกพรวดทันที "อ้าวไอ้เสือ ไอ้ลูกทรพี มึงว่ากูเป็นหมาเหรอ"

"เสือไม่กล้าพูดหรอกแม่ แม่ลองถามไอ้กะจั๊วของแม่เอาเองแล้วกันว่าลับหลังมันเอาแม่ไปด่ายังไงบ้าง ถ้ามันไม่บอก แม่ก็ลองไปเดินแถวตลาดซักรอบก็ได้ คนแถวนั้นเขารู้หมดว่ามันประจานอะไรแม่ไว้บ้าง มันเปรียบแม่เป็นหมาตัวเมีย เห็นตัวผู้ก็ส่ายตูดดิกๆเข้าหา มันสงสารถึงได้ยอมเอา"

มินตราโกรธจนปากคอสั่น ตวาดเรียกไอ้ยศ...ยิ่งยศตกใจมาก ปฏิเสธพัลวันว่าไม่จริง ไอ้เสือมันโกหก มันใส่ร้ายพี่... แต่มินตราโกรธจัดโยนชามราดหน้าใส่ยิ่งยศจนเลอะเทอะ ชามตกแตกกระจาย

"ถึง ไอ้เสือมันจะห่วยแตกแค่ไหน แต่มันไม่เคยโกหกกู ด่ากูลับหลังว่าเป็นหมา ไอ้ยศวันนี้มึงตาย" มินตรามองซ้ายมองขวาแล้วคว้าไม้กวาดไล่ตียิ่งยศที่ร้องลั่นวิ่งหลบหลีกหนี ออกจากบ้าน สวนกับณรงค์ที่เดินกะเผลกเข้ามา

"เกิดอะไรขึ้นวะเสือ"

"ไม่มี อะไรหรอกน้ารงค์ เสือก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง รู้งี้พูดไปนานแล้ว" เสือยิ้มขำๆ แต่พอนึกถึงเรื่องของมุกก็หน้าขรึมลง "ไม่น่าเชื่อเลยนะน้า แม่อย่างแม่เสือยังเชื่อว่าลูกตัวเองไม่โกหก แต่แม่น้องมุกกลับไม่เชื่อคำพูดลูกตัวเองซะได้"

"แน่ะๆ ไม่กี่วันก่อนยังนั่งด่าเขาอยู่เลย ไปเข้าค่ายมาคืนเดียว เรียกน้องมุกอย่างงั้นน้องมุกอย่างงี้เลยเหรอ"

"นั่น มันเด็กนะน้ารงค์ เสือก็แค่เห็นว่าน้องเขาซื่อดีเท่านั้นเอง ก็เลยไม่อยากจะไปโกรธอะไรเขาแล้ว" พูดจบเสือก็หันไปเก็บกวาดราดหน้าและเศษชามที่กระจายเกลื่อนพื้นด้วยฝีมือของ แม่...

ooooooo

ด้วยความเป็นลูกครึ่งทำให้เสือหน้าตาหล่อเหลา และตัวโตกว่าเพื่อนร่วมชั้น จนโยถิกาหรือยุ้ยน้องสาวของโยธิตเพื่อนร่วมชั้นของเสือมาแอบชอบ แต่เสือไม่มีท่าทีใดๆกับยุ้ยเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้ยุ้ยนึกหมั่นไส้เขาอยู่เหมือนกัน ส่วนโยธิตนั้นไม่ต้องพูดถึง ถือตัวว่าเป็นลูกคนรวยจึงชอบดูถูกคนที่ด้อยกว่า ทั้งยังชอบเยาะเย้ยเรื่องแม่ของเสือที่ควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า

เช้าวัน นี้ โยธิตกับยุ้ยนั่งรถยนต์ออกมาจากซอยเกือบชนกับมอเตอร์ไซค์ของเสือ โยธิตโมโหมากจอดรถจะเอาเรื่องเสือ แต่ยุ้ยห้ามพี่ชายไว้ และเร่งให้รีบไป เดี๋ยวพี่พลอยรอนานจะอารมณ์เสีย โยธิตจึงยอมขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปหาพลอยที่บ้าน

พลอยเป็นเพื่อนกับ สองพี่น้อง แต่ยังไม่เคยเจอตัวจริงของเสือ พอได้ฟังโยธิตเล่าด้วยความโมโหว่าถูกเสือขับรถตัดหน้า พลอยกลับหัวเราะชอบใจจนโยธิตงอนหน้าหงิก

"ท่าทางนายเสืออะไรเนี่ยจะร้ายใช่เล่นเลยนะ แหมยิ่งรู้อย่างงี้ยิ่งอยากจะเจอตัวมากขึ้นซะแล้วสิ"

"คุณพลอยจะไปชื่นชมมันทำไมกันครับ มันพูดจาดูถูกครอบครัวผมนะครับ"

"นั่นมันก็เรื่องของนาย ทำไม...นายเกลียดใครแล้วฉันต้องเกลียดตามด้วยเหรอ"

"เปล่าครับ ผมก็แค่ห่วง กลัวคุณพลอยจะหลงชื่นชมคนอย่างมันน่ะครับ"

"ยุ้ย เธอพาฉันไปดูหน้านายเสืออะไรนี่หน่อยสิ"

"เธอจะไปทำไมกันพลอย พี่เสือเขาเป็นคนหยิ่งนะ แล้วเขาก็ไม่ยอมลงให้ใครด้วย เกิดทะเลาะกันขึ้นมามันจะเสียชื่อมาถึงคุณแม่เธอนะ"

"ฉัน ไม่งี่เง่าเหมือนพี่ชายเธอหรอกน่ายุ้ย ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่านายคนนี้มีอะไรดีเท่านั้นเอง เธอถึงได้สนใจนัก" พลอยพูดยิ้มๆอย่างนึกสนุก...

ที่ตลาด เสือกลับจากเอาปลาไปส่งลูกค้า พอดีน้ารงค์ ซื้อกุยช่ายมาฝาก  แต่เสือบอกไม่หิวจะให้น้ารงค์เอาไปคืนแม่ค้าแล้วขอตังค์คืน   น้ารงค์ฟังแล้วขำในความงกของหลานชาย จังหวะนี้เองมุกเดินเข้ามาเมียงมองก่อนทักถามว่าปลาตัวนี้น่ารักจัง เขาเรียกว่าปลาอะไร เสือหันมาจะตอบ แต่แล้วยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นมุกชัดๆ

"น้องมุกมาได้ยังไงเนี่ย"

"มากับพี่หนูค่ะ พี่หนูเป็นคนพามาแต่หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ บอกว่าเย็นๆจะกลับมารับค่ะ"

"น้องมุกมาซื้ออะไรเหรอครับ"

"เปล่าค่ะ มุกมาหาพี่เสือ พี่เสือบอกว่ามีแผงขายปลาที่ตลาดนัด มุกอยากมาเห็น มุกยังไม่เคยมาเดินเล่นตลาดเลยนะคะ"

"นี่น่ะเหรอน้องมุกที่แกพูดถึง ก็ไม่ค่อยจะเด็กซักเท่าไหร่แล้วนี่หว่า ระวังข้อหาพรากผู้เยาว์นะเว้ย"

เสือ หน้าบึ้ง ส่งเสียงเบาๆปรามน้ารงค์...ณรงค์ยิ้มขำๆ สนุกที่ได้แหย่หลานแล้วหันไปคุยกับมุก   แนะนำตัวเองและให้มุกเรียกน้ารงค์เหมือนที่เสือเรียก จากนั้นก็ชวนมุกกินกุยช่าย มุกชอบกินอยู่แล้ว รีบขอบคุณแล้วกินอย่างไม่เกรงใจ พลางก็พูดคุยกับเสือด้วยท่าทีสนิทสนม

มุม หนึ่ง พลอยกับยุ้ยแอบมองมา ยุ้ยแปลกใจว่ามุกไปรู้จักเสือได้ยังไง พลอยเหมือนไม่ได้ฟัง พูดสวนขึ้นมาว่า เสือหล่อใช่เล่น ยุ้ยถึงได้หลงนักหลงหนา

"อย่ามาแขวะกันเองเลยน่าพลอย ฉันพาเธอมาก็เพราะเธออยากมาหรอกนะ เธอจะไม่เข้าไปหาน้องเธอหน่อยเหรอ"

"ไม่ล่ะ" พลอยจิกตามองไปที่เสือ ยิ้มมุมปากอย่างมีแผนการแกล้งคนเล่น ประสาเด็กเอาแต่ใจชอบเอาชนะ...

เย็นมากตลาดนัดเลิกแล้ว เสือเริ่มบ่นว่าทำไมพี่เลี้ยงของมุกยังไม่มารับกลับ เดี๋ยวกลับค่ำมุกได้โดนดุแน่ๆ

"ค่ำก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เสือ กลับตอนไหนก็ไม่มีใครสนใจมุกอยู่แล้วล่ะ"

เสือเห็นมุกหน้าเศร้าแล้วสงสาร เดินมานั่งย่อตัวคุยด้วย

"ไม่มี ใครสนใจ เราก็ยิ่งต้องสนใจตัวเองสิมุก อย่างแรกเลยนะ น้องมุกต้องดูแลสุขภาพตัวเองก่อน น้องมุกรู้ตัวไหมครับว่าตั้งแต่น้องมุกมานี่ยังกินขนมไม่หยุดปากเลยนะ"

มุกหยุดกึกเขิน รีบลดโดนัทในมือลง "ก็มุกติดนี่คะ เวลาไม่สบายใจทีไร   มุกก็จะกินขนมหวานๆแล้วมุกก็จะอารมณ์ดีขึ้น"

"ตอน นี้ยังใช้วิธีนี้ได้ แต่ถ้าน้องมุกอายุมากขึ้นแล้วยังกินแบบเนี้ย น้องมุกก็จะกลายเป็นโรคอ้วนหรือไม่ก็เบาหวานนะ พี่ว่าน้องมุกหาวิธีอื่นคลายเครียดดีกว่า"

"แล้วมุกจะกินอะไรดีล่ะ"

"ทำอย่างอื่นสิครับ ไม่ต้องกินก็ได้ เล่นดนตรีดีมั้ย คุณพ่อน้องมุกเป็นนักดนตรีอยู่แล้วนี่"

"คุณพ่อบอกว่านิ้วมุกสั้นเกินไป    เล่นเปียโนไม่ได้

หรอกค่ะ"

"เล่นเปียโนไม่ได้ ก็ลองเล่นอย่างอื่นดูสิครับ มันต้องมีเครื่องดนตรีซักชิ้นที่เหมาะกับน้องมุก"

"ก็ได้ค่ะ แล้วมุกจะลองดู" ว่าแล้วก็ยกมือจะเอาโดนัทเข้าปากอีก เสือกระแอมเตือน มุกเลยหน้าจ๋อยยอมเก็บโดนัทใส่คืนถุงด้วยความเสียดาย

"น้องมุกเป็นเด็กดีเชื่อฟังพี่อย่างงี้ พี่จะให้รางวัลนะ อยากได้ปลาตัวไหนไปเลี้ยงเป็นเพื่อนบ้างไหม พี่ยกให้"

"จริงเหรอคะ" มุกดีใจรีบลุกไปชี้ที่ตู้ปลาบอลลูน "มุก อยากได้ปลานี่ค่ะ"

"ปลาบอลลูนเหรอ เอาที่แพงกว่านี้ก็ได้นะ"

"ไม่เอาค่ะ มุกอยากได้เจ้าตัวนี้ ปลาตัวอื่นมุกไม่เอา มุกชอบมันตั้งแต่เข้ามาในร้านพี่เสือแล้วค่ะ กะว่าจะซื้อกลับไปอยู่พอดี"

"ได้เลยครับ เอากี่ตัวครับ"

"ตัวเดียวพอค่ะ มุกไม่เคยเลี้ยงปลา กลัวมันตาย"

"งั้นพี่เลือกตัวอ้วนที่สุดให้เลย" เสือตักปลาบอลลูนสีส้มตัวอ้วนกลมมาใส่ขัน มุกยิ้มชื่นชอบ

"น่ารักจังเลย...รถถัง ไปอยู่เป็นเพื่อนมุกนะ"

"รถถัง? นี่ตั้งชื่อให้ปลาด้วยเหรอเนี่ย"

มุก ยิ้มเขินๆ เสือขำๆ เทขันน้ำใส่ปลาลงถุง อัดออกซิเจนไป ในขณะที่มุกเดินตามจับตามองเจ้ารถถังตาเป็นประกายอย่างมีความสุข อีกพักกลับมาถึงบ้านเจอพี่พลอย มุกทำท่าจะเดินหนีเพราะยังเคืองเรื่องวันก่อนที่พลอยบอกว่าพ่อของมุกกำลังจะ หย่ากับแม่   แต่วันนี้พลอยทำเป็นพูดดี   ขอโทษมุก และบอกเรื่องงานวันเกิดพี่ที่แม่จะจัดเลี้ยงให้ที่บ้าน   พี่อนุญาตให้มุกชวนเพื่อนมาได้ ชวนมาเยอะๆยิ่งดี พี่อยากให้งานครึกครื้น

"แต่ตอนนี้ปิดเทอมนะคะ เพื่อนมุกก็อยู่กันคนละจังหวัดด้วย พวกเขาคงไม่มากันหรอกค่ะ"

"ถ้าใครอยู่ไกลก็ไม่ต้องชวนสิจ๊ะ ชวนเฉพาะคนอยู่ใกล้ๆก็ได้  มุกลองนึกดูสิว่ามีใครที่มุกสนิทแล้วบ้านอยู่ ใกล้ๆบ้าง"

มุก นึกทบทวน ในขณะที่พลอยมองน้องแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ กะให้น้องชวนเสือมางาน แล้วแผนของพลอยก็สำเร็จ เมื่อมุกเอ่ยชื่อพี่เสือ จะชวนเขามาด้วยให้ได้...

แล้วถัดมาไม่กี่วันเสือก็ต้องแปลกใจเมื่อมุกมาชวนไปงานเลี้ยงวันเกิดพี่พลอย เสือเกี่ยงว่าตนไม่รู้จักใครสักคนจะไปได้ยังไง

"พี่ เสือก็รู้จักมุกไงคะ มุกเล่าเรื่องพี่เสือให้พี่พลอยฟังแล้ว พี่พลอยอนุญาตให้พาพี่เสือไปงานได้...นะคะพี่เสือ ไปงานวันเกิดพี่พลอยด้วยกันนะคะ จะได้ถือโอกาสไปเที่ยวบ้านมุกด้วยไงคะ"

"ไปเถอะเสือ น้องอุตส่าห์ชวนทั้งที แม่เราเขาก็กลับกรุงเทพฯไปแล้ว ที่บ้านไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะ"

"แต่มันปุบปับไปนะน้ารงค์ งานมีคืนนี้แล้วด้วย เสือเตรียมตัวไม่ทันหรอก"

"ถ้าพี่เสือไม่ไป มุกก็ไม่มีเพื่อนเลย เพื่อนของพี่เพชร พี่พลอยเขาก็ไม่ชอบคุยกับมุกด้วย"

เสือ เห็นหน้ามุกก็ใจอ่อน ลึกๆก็อยากเจอพลอยอยู่แล้วด้วย จึงตกปากรับคำ มุกร้องเย้ดีใจ และนึกได้บอกพี่เสือว่า เรื่องที่พี่เสือแนะนำให้มุกเล่นดนตรี ตอนนี้มุกกำลังหัดเล่นไวโอลินอยู่ คุณพ่อยังชมเลยว่ามุกมีพรสวรรค์ มุกเลยกะว่าจะเล่นในงานวันเกิดพี่พลอยด้วย พี่เสือคิดว่ายังไง?

"เพิ่งหัดแค่อาทิตย์เดียว โชว์ได้แล้วเหรอ"

"ได้ ค่ะ คุณพ่อสอนเพลงง่ายๆให้มุกเล่น มุกจะเล่นให้พี่เสือกับน้ารงค์ฟังนะคะ" มุกลุกไปหยิบกล่องไวโอลินที่พกติดตัวมาด้วย ณรงค์ยิ้มแย้มดีใจที่จะมีวาสนาได้ฟังดนตรีคลาสสิก แต่พอมุกสีไวโอลินด้วยทำนองเพลงง่ายๆ แต่เสียงสยดสยองบาดหูมากจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่องว่าเพลงอะไร สองน้าหลานถึงกับหน้าเหยเก แต่ต้องฝืนยิ้ม

"ปลาจะตายหมดร้านไหมเนี่ย"

เสือ ทำหน้าทำตาปรามน้าชาย กลัวมุกจะหมดความมั่นใจ เพราะเธอยังยิ้มแป้นภูมิใจนำเสนอสุดๆ ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองเล่นไม่เอาไหน คนเขาหูจะแตกกันอยู่แล้ว...

ตกเย็น เสืออาบน้ำแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษเตรียมออก จากบ้านพร้อมกล่องของขวัญ ยายกับน้าชายเห็นเสือแล้วยิ้มภูมิใจ โดยเฉพาะยายนั้นชมแล้วชมอีกว่าหลานยายหล่อเหมือนพระเอกหนังเลย 

"ยาย...ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ  ใครได้ยินเข้าเขาจะหมั่นไส้เอา"

"ใครจะหมั่นไส้ก็ช่างหัวมันสิ   หลานน้าหล่อจริงๆนี่หว่า หน้าตาผิวพรรณดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว   ถ้าไม่บอก..."

"ก็ไม่มีใครรู้ว่าเราจนกรอบใช่ไหมน้า"

ณรงค์ หัวเราะชอบใจกับวาจาของหลานชาย เสือเองหัวเราะน้อยๆ แล้วไหว้ลาทั้งยายและน้าก่อนหยิบกล่องของขวัญเดินยิ้มแย้มออกไปจากบ้าน ดีใจที่จะได้เจอสาวพลอยผู้หญิงในสเปก

ooooooo

ตอนที่ 2

บรรยากาศในงานเลี้ยงวันเกิดของพลอยมีแขกมาร่วมงานคึกคัก ล้วนแต่เป็นคนใหญ่โตประจำจังหวัดทั้งนั้น แขกแต่ละคนเข้ามาทักทายเพ็ญพิศุทธ์ เอาของขวัญดีๆแพงๆมาให้ เพราะที่มางานนี้ก็เพราะตำแหน่ง ส.ส. และความร่ำรวยของเพ็ญพิศุทธ์นั่นเอง

ศุภ ฤกษ์...แฟนใหม่ของเพ็ญพิศุทธ์กำลังต้อนรับขับสู้ แขกเหรื่ออย่างออกหน้าออกตาเหมือนเป็นเจ้าของงาน เพ็ญพิศุทธ์เองก็ให้เกียรติศุภฤกษ์มาก   ชวนเดินทักทายคนโน้นคนนี้อย่างมีความสุข ทั้งที่ไมเคิลสามีที่ยังไม่ได้หย่าขาดก็ยังอยู่ในบ้าน

พลอยเห็นเสือ เข้ามาในงาน  รีบสะกิดบอกโยธิตอย่างรู้กัน  ยุ้ยยืนรวมอยู่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดี  แอบบอกพี่ชายให้ล้มเลิกแผนการ   โยธิตกลับออกอาการโมโห   ต่อว่ายุ้ยจะปกป้องไอ้เสือขี้เรื้อนไปถึงไหน แคร์มันอยู่ได้ ทั้งที่มันไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลย

มุกยังซ้อม ไวโอลินอยู่ในบ้านเพื่อเตรียมโชว์ ส่วนไมเคิลนั่งใจลอยคิดเรื่องหย่ากับเพ็ญพิศุทธ์ มุกสังเกตสีหน้าพ่อเครียดขรึมจึงหยุดเล่น   เดินมานั่งลงข้างๆซักถาม   ไมเคิลสงสารลูกเลยต้องปดลูกว่า

"พ่อกำลังคิดเรื่องคอนเสิร์ตที่มาเลย์อยู่น่ะลูก บัตรเต็มหมดแล้วนะ เขาอยากให้พ่อเพิ่มรอบอีก"

"งั้น คราวนี้คุณพ่อก็ต้องไปนานอีกแล้วสิคะ มุกไม่อยากให้พ่อไปเมืองนอกเลย อยากให้อยู่กับมุกกับคุณแม่ทุกๆวัน พี่พลอยชอบแกล้งมุกบอกว่าคุณพ่อคุณแม่จะหย่ากันเรื่อยเลย แต่มุกไม่เชื่อหรอกค่ะ"

ไมเคิลลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู แล้วตัดบทให้มุกไปช่วยแม่รับแขก และคืนนี้ลูกต้องสีไวโอลินให้สุดฝีมือ มุกยิ้มรับก่อนลุกไป พอลูกคล้อยหลัง สีหน้าไมเคิลก็กลับมาอมทุกข์อีกครั้ง

พลอย ทำทีสนิทสนมกับเสืออย่างรวดเร็ว จูงมือเขาเข้ามาในโถงบ้าน สวนกับมุกที่กำลังจะออกไปเล่นไวโอลิน พอมุกเห็นเสือก็ดีใจรีบทักทาย แล้วจะพาไปดูเจ้ารถถัง

"เลอะเทอะน่ะมุก จะไปเล่นที่ไหนก็ไปไป๊ พี่จะพาพี่เสือไปหาเพื่อนพี่"

"เพื่อนพี่พลอยมาเกี่ยวอะไรด้วยคะ พี่เสือเป็นแขกของมุกนะคะ"

"น้องมุกครับ เจ้ารถถังดูเมื่อไหร่ก็ได้ ขอให้พี่ไปไหว้ผู้ใหญ่ แล้วก็ทักทายเพื่อนของคุณพลอยก่อนนะครับ"

"ได้ ยินชัดรึยังล่ะ เด็กกะโปโลอย่างเธอมันก็ดีแต่เล่น ไม่รู้จักโต ไปค่ะพี่เสือ" พลอยยิ้มเยาะมุกแล้วดึงแขนเสือให้ตามตนไป มุกมองตามด้วยความน้อยใจ ยิ่งพอเห็นเสือไม่ค่อยสนใจตน หนำซ้ำยังไม่ออกมาดูโชว์ของตน มุกยิ่งงอนจนสีไวโอลินผิดๆถูกๆ ทำให้เพ็ญพิศุทธ์รู้สึกขายหน้า แอบกระซิบต่อว่าไมเคิลที่ยืนดูอยู่
ด้วยกัน

"ไหนคุณว่าลูกคุณมีพรสวรรค์นักหนาไงล่ะ สีไวโอลินอะไรเสียงยังกะวัวถูกเชือด ฉันหน้าชาไปหมดแล้วนะ"

"มุกเพิ่งหัดได้ไม่กี่วัน เล่นได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งแล้ว"

"ใครเขาจะรู้มั้ยว่าเพิ่งหัด"

"ผมว่าแทนที่คุณจะนั่งจับผิดลูก สู้เอาเวลาไปตามงอนง้อไอ้ศุภฤกษ์ดีกว่ามั้ง พอผมโผล่มาก็รีบหายหัวไปเลย"

เพ็ญ พิศุทธ์ขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ ถ้าไม่ใช่ ต่อหน้าแขกเหรื่อคงวีนแตกไปแล้ว...ส่วนในบ้าน พลอยกับเพื่อนๆกำลังเต้นรำเล่นเก้าอี้ดนตรีกันอย่างสนุกสนาน พลอยเหล่มองเสือเห็นกระสับกระส่ายเลยเดินออกจากวงไปถาม

"ทำไมไม่ไปสนุกด้วยกันล่ะคะพี่เสือ   เพราะมีโยอยู่ ด้วยรึเปล่า"

"เปล่า ครับ ถ้าโยธิตเขาไม่มารังควานผมก่อนก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ผมไม่สบายใจกลัวน้องมุกจะโกรธ ที่ไม่ได้ออกไปฟังเขาเล่นไวโอลินน่ะครับ"

"ยัยมุกสีไวโอลินห่วยจะตาย พี่เสือจะไปฟังทำไมคะ"


ขณะนั้นเองเพชรเดินหน้ายุ่งตรงเข้ามาปิดเครื่องเล่นเพลง เพื่อนๆของพลอยต่างเฮละโลแย่งกันนั่งเก้าอี้ แล้วทุกคนก็จ๋อยไปตามกันเมื่อเห็นสีหน้าของเพชร


"จะได้เวลาเป่าเค้กแล้วนะพลอย แขกเหรื่อมากันเต็มบ้าน ออกไปรับแขกมั่งสิ เขาถามหาจนพี่ขี้เกียจตอบแล้ว"


"ขี้เกียจตอบก็ไม่ต้องตอบสิคะพี่เพชร วันนี้วันเกิดพลอย พลอยก็ต้องสนุกกับเพื่อนพลอยสิคะ ใครให้แม่เชิญแขกของแม่มาล่ะ"


"แล้วของขวัญแพงๆน่ะไม่เอาใช่มั้ย"


พลอยค้อนใส่เพชร แต่หันไปยิ้มให้เสือ แล้วจูงมือเสือชวนไปทานเค้ก เพื่อนๆขยับตามพลอยเป็นแถว เพชรส่ายหัวในความเอาแต่ใจของน้องสาว ก่อนจะเดินตามไปอีกคน ส่วนยุ้ยกับโยธิตรั้งท้าย ยุ้ยสีหน้ากังวลกระซิบพี่ชายว่า จะทำจริงๆเหรอ โยธิตยิ้มกวนๆ บอกว่าไฮไลต์ของงานก็อยู่ตรงนี้ล่ะ


มุกงอนจับตามองเสือที่ใกล้ชิดพลอยเจ้าของวันเกิดตลอดเวลา แต่แล้วอาการงอนก็หายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อมุกเห็นเสือถูกพี่พลอยของเธอแกล้งเอาเค้กละเลงหน้าผาก อีกทั้งเพื่อนๆของพลอยก็ช่วยกันเอาเครื่องดื่มสาดซ้ำ แล้วหัวเราะเฮฮากันสนุกสนาน


"ฉันเอาคืนให้เธอแล้วนะยุ้ย" พลอยพูดอย่างสะใจ แต่ ยุ้ยหน้าเสียอึ้งไปเลย โดนโยนขี้ใส่เต็มๆ


เสือยืนนิ่งสีหน้าขรึม ดูไม่ออกว่าโกรธหรือเปล่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ยังดังไม่หยุด


"ก็แค่หน้าตาใช้ได้หน่อย ทำเป็นหยิ่ง ถ้าทะนงตัวนักแล้วมางานฉันทำไมล่ะ มันก็อยากยกระดับตัวเองเหมือนกัน ล่ะว้า" คำพูดของพลอยเหมือนไม่มีผลอะไรกับเสือเลย เขายังนิ่งขรึมอย่างเดิม "เชอะ กะอีแค่พ่อค้าขายปลาตลาดนัด อย่าผยองให้มันมากนักเลย"


"ขอบคุณครับ ผมจะจำเอาไว้"


พลอยเห็นเสือไม่สะดุ้งสะเทือนก็ผิดคาด ยิ่งโมโหมองเสือตาเขียวปั้ด โยธิตหาว่าเสือกวนประสาทจะเข้าไปเล่นงาน ทันใดนั้นเองมุกก็แทรกเข้ามา


"อย่านะพี่โย อย่าทำอะไรพี่เสือนะ...พี่เสือ มุกขอโทษนะคะ มุกไม่รู้จริงๆว่าพี่พลอยจะทำแบบนี้ ถ้ารู้มุกไม่มีวันชวนพี่เสือมาหรอก"


เพชรเดินเข้ามาตำหนิพลอยทำไมทำกับเพื่อนแบบนี้ พลอยโต้ทันทีว่า แค่ล้อเล่นกันนิดหน่อย อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ได้ไหมพี่เพชร


"พี่พลอยแกล้งพี่เสือขนาดนี้ ยังเรียกว่าล้อเล่นอีกเหรอคะ" มุกพูดโพล่ง พลอยกลับลอยหน้าลอยตาไม่แคร์ เพ็ญพิศุทธ์เดินมาพร้อมไมเคิล เธอถามลูกๆว่าทะเลาะอะไรกัน แต่ เสือรีบตอบเสียก่อนว่า


"ไม่มีอะไรหรอกครับท่าน เราล้อเล่นกันเลยเถิดไปหน่อย ทำให้บ้านท่านต้องเลอะเทอะ ผมขอโทษนะครับ"


เพ็ญพิศุทธ์รับไหว้เสือ เห็นสภาพเสือก็รู้ว่าลูกสาวก่อเรื่องเลยทำเฉยๆ แต่ไมเคิลอดไม่ได้ ตำหนิพลอยไปนิดว่า งานวันเกิดตัวเองแท้ๆ เล่นอะไรไม่น่ารักเลย จากนั้นไมเคิลก็ชวนเสือไปอาบน้ำ เดี๋ยวเขาจะหาชุดให้เปลี่ยน แต่เสือขอกลับไปอาบน้ำที่บ้านดีกว่า เดี๋ยวบ้านสวยๆของท่านจะเปื้อนไปด้วย


มุกห่วงพี่เสืออยากจะตามไป แต่ถูกพ่อไมเคิลจูงมือเข้าบ้าน...พอพวกผู้ใหญ่คล้อยหลัง   พลอยกับโยธิตก็หน้าระรื่นตีมือกันอย่างสะใจ   ตรงข้ามกับยุ้ยที่ถอนใจยาวไม่สบายใจ กลัวเสือโกรธเกลียดตนยิ่งขึ้น


ณรงค์ตกใจกับสภาพของหลานชาย ซักไซ้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสือพูดนิ่งๆว่าไม่มีอะไรหรอก ถือว่าเป็นบทเรียนสอนให้เสือหายโง่


"เสือโดนคนที่บ้านพิศุทธ์แกล้งเอาเหรอ น้องมุกนะน้องมุกไม่น่าทำกันได้เลย"


"น้องมุกไม่รู้เรื่องหรอกครับ พี่สาวเขาตะหาก เสือจะจำเอาไว้ เสือหลงความสวยจนกลายเป็นหมาให้เขาจูงไปทั่วงาน"


"เฮ้อ...คนรวยก็อย่างงี้แหละ เรากับเขามันคนละชนชั้น เสือเอ๊ย เขาไม่มีทางเห็นเราเป็นคนเท่ากันกับพวกเขาหรอก"


เสือสายตาแข็งกร้าว จดจำเหตุการณ์วันนี้ไว้ จะไม่มีวันยอมให้เกิดซ้ำขึ้นอีก


ด้านสาวพลอยตัวแสบ เธอกำลังสนุกกับการแกะกล่องของขวัญ เธอเลือกแกะแต่กล่องใหญ่ๆ พอเจอของเสือกล่องเล็กก็โยนทิ้งอย่างไม่แยแส มุกเดินมาหยิบมันขึ้นมาแล้วต่อว่าพี่สาว ไปสองสามคำ กลับถูกพลอยตวาดใส่เป็นชุดอย่างมีอารมณ์


"เอ๊ะ ยัยมุกนี่ยังไงนะ แกเป็นน้องฉันหรือเป็นน้องไอ้พ่อค้าปลากระจอกนั่นกันแน่ ฉันไม่ต้องแกะก็รู้ว่าของถูกๆ มันช้อนลูกน้ำกะปลาตัวละบาทสองบาทขาย แกคิดว่ามันจะมีปัญญาซื้อของขวัญแพงๆให้ฉันเหรอ"


"ของขวัญมีค่าหรือไม่ มันอยู่ที่น้ำใจคนให้นะคะพี่พลอย ไม่ใช่ราคาของมัน"


"ถ้าแกไม่หุบปากแล้วไปให้พ้นหน้าฉัน ฉันจะให้แม่สั่งห้ามไม่ให้แกไปพบไอ้เสือขี้เรื้อนนั่นอีกเลย...เสียอารมณ์หมด"


พลอยจ้องมุกตาเขียว แล้วสะบัดหน้าฉวยกล่องโน้ตบุ๊กติดตัวขึ้นบ้านไปด้วย...มุกได้แต่หลบสายตาพี่สาว ก้มมองกล่องของขวัญในมือแล้วก็อดสงสารเสือขึ้นมาไม่ได้ พอเช้าขึ้นมุกจึงดั้นด้นเอาของขวัญซึ่งเป็นตุ๊กตาปลาไปคืนเสือถึงบ้าน และขอโทษแทนพี่พลอย พอเสือรู้ว่าพลอยจะเอาตุ๊กตาของเขาทิ้งขยะก็โกรธมาก
ไม่รับตุ๊กตาคืน แถมยังบอกให้มุกทิ้งมันไปเถอะ มุกทิ้งไม่ลงจึงขอเก็บเอาไว้เอง


หลังจากนั้นมุกก็อยู่กินข้าวกับเสือ กับน้ารงค์ และยายของเสือด้วยอีกคน มุกกินง่ายอยู่ง่าย ชมไข่เจียวของยายว่าอร่อยมาก ไม่เคยกินที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน ยายเลยยิ้มไม่หุบ บอกให้มุกกินเยอะๆ


ขณะที่มุกไปขลุกอยู่ที่บ้านเสือ พ่อไมเคิลของมุกกำลังจัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางออกทัวร์คอนเสิร์ต เพ็ญพิศุทธ์เปิดประตูเข้ามามองสามีหน้าหงิกงอด้วยความไม่พอใจ   ไมเคิลเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอย่างรู้แกว


"ถ้าจะชวนทะเลาะ ผมไม่ว่างนะ เดี๋ยวตกเครื่องบิน แต่ถ้าจะคุยเรื่องหย่า ผมยืนยันข้อเสนอเดิม ลูกต้องไปอยู่กับผมเท่านั้น"


"ยี่สิบล้าน ฉันยอมจ่ายให้คุณ แลกกับการหย่าโดยที่ยัยมุกต้องอยู่กับฉัน"


"ฟังดูมากจังเลยนะ ลองเทียบเป็นดอลลาร์ดูสิครับว่าน้อยแค่ไหน ผมเล่นคอนเสิร์ตไม่เท่าไหร่ก็ได้แล้ว เก็บเงินของคุณไว้จ่ายหัวคะแนนดีกว่า"


"ฉันรู้ว่าคุณหาเงินเก่ง แต่คุณก็ควรจะเห็นใจหัวอกคนเป็นแม่บ้าง ถึงฉันจะไม่มีเวลาดูแลลูก แต่ฉันก็รักลูกของฉันทุกคน"


"ถ้าคุณรักลูกจริงก็ต้องให้ยัยมุกไปอยู่กับผม ยังไงผมก็เป็นพ่อแท้ๆ ดีกว่าให้ลูกอยู่กับพ่อเลี้ยงอย่างไอ้ศุภฤกษ์ ผมไม่ไว้ใจมัน"


"ถ้าคุณเลิกเล่นดนตรีแล้วหันมาช่วยงานฉันบ้าง เราก็คงไม่ต้องหย่ากันหรอก ที่ทุกอย่างต้องพังก็เพราะความเห็นแก่ตัวของคุณคนเดียว"


"เราคุยเรื่องนี้กันมาเป็นร้อยๆหนแล้วนะ ถ้าคุณจะพูดซ้ำอีก ผมขอตัว" เขาปิดกระเป๋าเดินทางแล้วจะลากออกจากห้อง แต่ต้องชะงักกึกกับเสียงพูดไล่หลังของภรรยา


"ตกลง...ฉันยอมให้มุกไปอยู่กับคุณก็ได้ คุณจะเซ็นใบหย่าให้ฉันได้เมื่อไหร่"


ไมเคิลหันกลับมา...ต่างคนต่างจ้องหน้ากันนิ่ง รู้ดีว่าเดินมาถึงจุดแตกหักแล้ว


ooooooo

เสือขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งมุกที่หน้าบ้าน พลอยยืนคุยโทรศัพท์มองออกมาเห็น เธอชักสีหน้าไม่พอใจอย่างแรง จากนั้นเข้าไปดักรอมุกในห้องนอน แล้วเอาเจ้ารถถังปลาของมุกเทลงชักโครก กดน้ำทิ้งหายวับไปกับตา มุกตกใจเสียใจจนทำอะไรไม่ถูก นอกจากสะอึกสะอื้นร้องไห้สงสารเจ้ารถถัง พลอยเห็นแล้วยิ่งสะใจ สั่ง
ห้ามมุกให้เลิกคบกับเสือ ถ้ายังกล้าลองดีกับเธออีก มุกจะต้องเจอเหมือนปลาตัวนี้...


เย็นนั้นมุกย้อนกลับไปหาพี่เสือที่ตลาด เสือเห็นมุกร้องไห้ตาแดงก็ตกใจ ซักถามด้วยความเป็นห่วง ขณะเดียวกัน พลอยกำลังใส่ความฟ้องแม่ว่ามุกคบกับพ่อค้าปลาจนๆ ไอ้คนที่มันมางานวันเกิดพลอย ซึ่งมุกเป็นคนชวนเขามา เพ็ญพิศุทธ์ ฟังแล้วไม่ชอบใจ รู้สึกร้อนใจกลัวจะเสียชื่อเสียง...


เสือพามุกไปนั่งริมแม่น้ำ ปลอบให้มุกคลายความเศร้าเสียใจเรื่องเจ้ารถถัง ที่มุกพร่ำพูดโทษตัวเองไม่น่าเอามันไปเลี้ยงเลย


"น้องมุกครับ น้องมุกรู้ไหมว่าน้องมุกชอบโทษตัวเองทุกเรื่อง พี่ถูกแกล้งน้องมุกก็โทษตัวเอง รถถังตายก็โทษตัวเองอีก ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดของน้องมุกเลย คนที่เป็นคนทำต่างหาก ที่ต้องรับผิดชอบ"


"แต่มุก..."


"ไม่มีแต่ครับ ต่อไปนี้น้องมุกต้องรู้จักแยกแยะ เรื่องไหนที่เราผิดจริงเราก็ต้องรับผิด แต่เรื่องไหนที่เราไม่ผิดก็อย่ามาโทษตัวเอง ไม่อย่างงั้นน้องมุกก็จะกลัวผิดไปซะทุกเรื่อง จนในที่สุดน้องมุกก็จะไม่กล้าทำอะไรเลย"


"ค่ะพี่เสือ ต่อไปมุกจะไม่โทษตัวเองอีกแล้วก็ได้ค่ะ"


"ต้องอย่างนี้สิครับ" เสือยิ้มบางๆ จับศีรษะมุกด้วยความเอ็นดู...สองคนยิ้มให้กัน นานวันความเข้าใจของทั้งคู่ก็พัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


เมื่อพากันกลับมาที่ร้านขายปลา ทั้งคู่ตกใจที่เห็นศุภฤกษ์กำลังหาเรื่องณรงค์ ศุภฤกษ์เดือดร้อนแทนเพ็ญพิศุทธ์ จึงอาสามาตามตัวมุกกลับบ้าน และไม่ฟังคำอธิบายของสองน้าหลานที่ว่าเสือไม่ได้พามุกมา แต่มุกมีเรื่องกลุ้มใจจึงมาหาเราเอง พอมุกยืนยันว่าจริงตามนั้น แล้วถ้าศุภฤกษ์ทำอะไรน้ารงค์ มุกจะฟ้องแม่ ศุภฤกษ์
จึงยอมถอยฉาก


ครั้นมุกกลับมาถึงบ้านก็เจอประกาศิตของแม่ที่ห้ามติดต่อยุ่งเกี่ยวกับเสืออีกเป็นอันขาด


"ถ้าใครรู้เข้าฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ลูกสาวคนเล็กของ ส.ส.เพ็ญพิศุทธ์วิ่งแล่นไปหาผู้ชายถึงที่"

"มุกไปหาพี่เสือก็เพราะพี่พลอยฆ่าปลาของมุก มุกก็เลยไปบอกพี่เขา"

"คนทั้งเมืองไม่มีให้คบแล้วรึไง รู้มั้ยว่าแม่มันได้กับผู้ชายไปทั่วจังหวัด มุกลดตัวไปคบกับคนพวกนั้นได้ยังไง มันไม่ใช่คนดีเด่อะไร มันคิดจะหลอกลูกสาวแม่มากกว่า...บางทียอมให้แกไปอยู่กับพ่อ อาจจะทำถูกแล้วก็ได้"

"ทำไมมุกต้องไปอยู่กับพ่อด้วยล่ะคะ"

"ฟังนะมุก แม่กับพ่อกำลังจะหย่ากัน มุกจะต้องไปอยู่กับพ่อเขา" มุกช็อกสุดๆ น้ำตาคลอด้วยความเสียใจ เพ็ญพิศุทธ์ พยายามอธิบายด้วยเหตุผล "แม่ยังมีพี่เพชรกับพี่พลอยนะ แต่คุณพ่อไม่มีใคร แม่ก็เลยต้องยอมให้มุกไปอยู่กับพ่อเขา"

"คุณแม่ไม่ต้องพูดหรอก คุณแม่ไม่เคยรักมุกอยู่แล้ว ก็เลยอยากให้มุกไปไกลๆใช่ไหมล่ะ"

"มุกพูดจากับแม่ไม่น่ารักเลยนะ"

"จริงๆก็ไม่มีใครรักมุกซักคน ทั้งคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีใครรักมุกทั้งนั้นแหละ ถ้ารักมุกจริงก็คงไม่หย่ากันยังงี้หรอก" มุกตัดพ้อทั้งน้ำตา แล้วหันหลังวิ่งหนีขึ้นข้างบนทันที แต่ต้องหยุดกึกก่อนถึงหน้าห้อง เพราะพี่พลอยยืนกอดอกยิ้มหยันดักรออยู่ ส่วนเพชรมองมุกด้วยสีหน้าสงสาร มุกไม่พูดอะไร กับใคร ร้องไห้โฮวิ่ง
เข้าห้องนอน เพชรขยับจะตามไปปลอบ แต่ถูกพลอยคว้าแขนเอาไว้

"ไม่ต้องตามไปหรอกพี่เพชร โอ๋กันจนเคยตัว...ในที่สุดก็มีวันนี้จนได้ ไม่เสียแรงแช่ง"

"พลอย พูดอะไรออกมาน่ะ แม่กับลุงไมเคิลหย่ากันเป็นเรื่องซีเรียสนะ" พลอยยักไหล่ไม่แคร์ เพชรถึงกับถอนใจ ส่ายหน้า "พี่ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมพลอยถึงได้จงเกลียดจงชังมุกกับลุงไมเคิลนัก ลุงไมเคิลเขาออกจะดีกับเรา แล้วมุกก็เป็นน้องเราแท้ๆนะพลอย"

"พลอยไม่มีน้อง พี่เพชรจะนับญาติกับมันก็นับไปคนเดียวเถอะ อย่าเอาพลอยไปรวมด้วย มันสองพ่อลูกแย่งความรักแม่ไปจากพลอย พอคุณพ่อเสีย พ่อนังมุกก็แย่งแม่ไป พอมันเกิดมาก็เป็นตัวมารแย่งความรักของแม่ไปจากพลอยอีก พลอยเกลียดพวกมันค่ะพี่เพชร"

ว่าแล้วพลอยสะบัดหน้าพรืดเดินลงไปข้างล่าง ทิ้งให้เพชรยืนอึ้ง คิดไม่ถึงว่าน้องสาวจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทุกคนในบ้านพิศุทธ์พากันแตกตื่นเมื่อรู้จากสาวใช้ว่ามุกหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านไปแล้ว เพชรกับพลอยตามไปที่ร้านขายปลาของเสือ แต่ไม่เจอมุก และเสือกับณรงค์ก็ยืนยันว่ามุกไม่ได้มาหา สองพี่น้องเลยต้องล่าถอยกลับไป ส่วนเสือสังหรณ์ใจรีบกลับไปบ้านตัวเอง แล้วก็พบว่ามุกมาหลบอยู่ในห้อง
ของยายจริงๆ

มุกร่ำไห้ปรับทุกข์กับเสือว่าไม่มีใครรักเธอสักคน เสือจึงปลอบโยนด้วยความสงสาร

"อย่าคิดอย่างนี้สิน้องมุก ถ้าพ่อเขาไม่รักจะพาน้องมุกไปอยู่ด้วยเหรอ"

"แต่มุกไม่อยากไปอยู่ฮ่องกงนี่พี่เสือ มุกอยากอยู่ที่นี่... พี่เสือ   ทุกคนทิ้งมุกไปหมดแล้ว   ขอมุกอยู่กับพี่เสือด้วยคน ได้ไหมคะ   มุกจะช่วยคุณยายกับน้ารงค์ทำงานทุกอย่าง   ไม่ให้เป็นภาระหรอกค่ะ"

"น้องมุกครับ การที่คุณพ่อคุณแม่หย่ากันไม่ได้ หมายความว่าเขารักน้องมุกน้อยลง หรือไม่ต้องการน้องมุกนะครับ ท่านต้องมีเหตุผลของท่าน น้องมุกหนีมาโดยไม่ฟังเหตุผลแบบนี้ มันถูกต้องแล้วเหรอ"

"พี่เสือพูดอย่างงี้จะไม่ให้มุกอยู่ด้วยใช่ไหมล่ะ แม้แต่พี่เสือก็ยังไม่ต้องการมุกเลย"

"น้องมุกเอาแต่พูดว่าไม่มีคนต้องการ รู้หรือเปล่าว่าคนที่เกิดมาโดยที่ไม่มีใครต้องการจริงๆมันเป็นยังไง พี่ต่างหากที่ไม่มีใครต้องการ ไม่ใช่น้องมุก...พ่อพี่เป็นใครก็ไม่รู้ ส่วนแม่ มีก็เหมือนไม่มี พี่รู้อย่างเดียวว่าพี่เกิดมาจากความมักง่ายไม่ใช่ความรัก" เสือสีหน้าเศร้าปนเจ็บช้ำ เมื่อนึกถึงอดีตของตน

จากนั้นเสือก็เล่าอดีตอันสุดขมขื่นของตัวเองให้มุกฟัง...เสือเกิดมาจากความมักง่ายของแม่ที่ใจแตกได้เสียกับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ พอแม่คลอดก็ทิ้งขว้างเสือให้น้ากับยายดูแล ขณะที่พ่อแท้ๆเสือไม่เคยเห็นหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว หนำซ้ำอยู่ไปอยู่มาจนเสือโตจำความได้ ก็เห็นแม่พาผู้ชายมานอนในบ้านไม่ซ้ำหน้า ยาย
กับตาว่าอะไรแม่ก็ไม่ฟัง ตาทั้งอายทั้งเสียใจที่ลูกสาวทำตัวฉาวโฉ่ จึงเอาแต่ดื่มเหล้าจนวันหนึ่งก็จากพวกเราไป ทิ้งภาระงานในสวนมะพร้าวไว้ให้ยายกับน้าณรงค์ดูแล

อยู่มาวันหนึ่งมินตราแม่ของเสือก็ตัดสินใจขายสวนมะพร้าวที่พ่อยกให้ ได้เงินมาหลายแสน แต่มินตราแบ่งให้ยายของเสือแค่ห้าพัน ส่วนณรงค์ได้ที่บนเขาไม่กี่ไร่ เสือสงสารน้าชายและยายมาก จึงประพฤติตัวเป็นเด็กดีมาตลอด พอรวมเงินได้แม้จะไม่มาก เสือก็เอาไปลงทุนซื้อปลามาเพาะพันธุ์ขายจุนเจือครอบครัว
เรื่อยมา

"พี่เสือเก่งจังเลยนะคะ ตอนมุกอายุเท่าพี่ยังเล่นตุ๊กตาอยู่เลย ถึงตอนนี้ก็เถอะ มุกก็คงทำแบบพี่เสือไม่ได้แน่ๆ"

"ความจำเป็นมันทำให้เด็กโตกว่าวัยเสมอล่ะครับ ที่พี่เล่าเรื่องของพี่ให้น้องมุกฟัง  ไม่ได้หวังให้น้องมุกมาชื่นชมพี่หรอกนะ แต่พี่อยากให้น้องมุกลองเปรียบเทียบกับชีวิตของน้องมุกเอง

ถึงพ่อแม่น้องมุกจะหย่ากัน แต่น้องมุกก็ยังได้อยู่กับคุณพ่อ ได้ เรียนหนังสือเมืองนอก มีเงินใช้ โดยที่ไม่ต้องคิดว่าพรุ่งนี้จะมีกินรึเปล่า น้องมุกดีกว่าพี่ทุกอย่าง ยังมีคนที่โชคร้ายกว่าน้องมุกอีกเยอะ ที่เห็นๆก็พี่คงนึงล่ะ แทนที่น้องมุกจะมานั่งเสียใจกับโชคชะตา สู้เอาเวลาไปคิดทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้นจะดีกว่า"

"ขอบคุณมากค่ะพี่เสือ มุกจะจำทุกคำพูดที่พี่เสือสอนมุกเอาไว้ค่ะ"

"ดีจ้ะ งั้นพี่พาน้องมุกไปส่งที่บ้านได้รึยังครับ"

มุกพยักหน้า ยิ้มอย่างสบายใจขึ้น แต่พอกลับเข้าบ้านได้ครู่เดียว มุกก็หน้าจ๋อยอีกจนได้ เพราะโดนแม่ดุโดยมีพี่พลอยคอยหนุนอยู่ใกล้ๆ

"แกจะสร้างเรื่องไปถึงไหน ฮึ ยัยมุก ตัวแค่นี้ริอ่านหนีออกจากบ้าน ต่อไปไม่เตลิดเปิดเปิงเสียผู้เสียคนเหรอ"

"ถ้าเสียคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะคุณแม่ จะดึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเราเสียไปด้วยน่ะสิคะ"

"มุกยอมรับผิดค่ะ จะดุจะด่าจะลงโทษยังไงก็เชิญ"

"เธอพูดจาท้าทายคุณแม่เหรอมุก" พลอยแว้ดหาเรื่อง

"เอาล่ะๆ ฉันไม่ว่าอะไรเธอแล้วก็ได้ แต่ต่อไปแม่ขอห้ามไม่ให้เราติดต่อกับไอ้เสือไอ้สางอะไรนั่นอีกแล้วนะ เข้าใจมั้ย"

"พี่เสือไม่ใช่คนเลวร้ายเลยนะคะคุณแม่ ถึงเขาจะจน แต่เขาก็ทำอาชีพสุจริตเลี้ยงครอบครัวเขา แล้วที่มุกยอมกลับบ้านก็เพราะได้พี่เสือเตือนสติ คุณแม่อย่าห้ามมุกคบหาคนดีๆเป็นเพื่อนเลยนะคะ"

"มันคงหลงกันมากนะคะคุณแม่ คุณแม่อย่ายอมนะคะ"

"อีกไม่กี่วันมุกก็จะไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้ว ขอให้มุกได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้างเถอะนะคะ มุกรับรองว่าจะไม่ทำเรื่องอะไรให้เสื่อมเสียถึงชื่อเสียงคุณแม่เด็ดขาด"

"อย่ายอมนะคะคุณแม่  เหลือเวลาไม่กี่วันนี่ละอันตรายนัก มันจะทิ้งทวนทำเรื่องใจแตก"

"พี่พลอย...อย่ามาพูดดูถูกมุกแบบนี้นะ มุกไม่ชอบ"

"เอาล่ะ ถ้าจะไปไหนก็ให้หนูมันตามไปทุกที่แล้วกัน" พูดเสร็จเพ็ญพิศุทธ์ผละไป เหลือแต่พลอยที่ยังจ้องจะเล่นงานมุกอีก

"ระวังเถอะจะโดนปล้ำทำเมีย"

มุกสะอึก ไม่นึกว่าพี่สาวจะพูดจาน่าเกลียดแบบนี้... หลังจากวันนี้ที่ได้รับอนุญาตจากแม่แล้ว มุกมีเวลาอีกไม่กี่วันในเมืองไทย เธอจึงแวะเวียนไปช่วยเสือขายปลาทุกวัน ตกเย็นก็เข้ามากินข้าวที่บ้านกับครอบครัวของเสือ ซึ่งยายกับน้าของเสือก็รักและเอ็นดูมุกมาก

ถึงวันเดินทาง ตอนเช้ามุกมีนัดกับเสือไปเอาของที่ระลึก แต่มุกถูกพลอยจับขังในห้องห้ามออกไปไหน ทำให้เสือไปคอยมุกเก้อที่สวนสาธารณะ ยุ้ยขับรถผ่านมาเห็นเสือ จึงจอดลงมาทักทาย และเล่าว่าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยเอกชนที่กรุงเทพฯ คงไม่ได้กลับบ้านอีกนาน...เล่าไปแล้วยุ้ยหวังว่าเสือจะซักถามอะไรเธอบ้าง
แต่เปล่าเลย เสือกลับย้อนถามว่า มาบอกตนทำไม ยุ้ยถึงกับหน้าชาหันกลับมาขึ้นรถน้ำตาคลอๆ

รออยู่จนบ่ายยังไม่มีแม้เงาของมุก เสือตัดสินใจมาด้อมๆมองๆหน้าบ้าน จังหวะนั้นเพ็ญพิศุทธ์นั่งรถกลับมา เสือเลยไม่กล้าแม้แต่จะกดกริ่ง เดินหน้าจ๋อยจากมา...พอตกเย็นถึงเวลาเดินทาง ไมเคิลเตรียมขนสัมภาระของตัวเองและมุกขึ้นรถ ขณะที่มุกเอาแต่ซึมเศร้า รู้สึกใจหายที่ต้องจากบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด อีกทั้งมุกยัง
ไม่ได้ลาพี่เสือเพื่อนที่แสนดีของเธอด้วย

ถึงสนามบินประจำจังหวัด มุกยังบ่นเสียดายที่ไม่ได้เจอพี่เสือ รู้อย่างนี้เธอน่าจะนัดพี่เสือมาเจอที่สนามบินดีกว่า

"เดี๋ยวก็ได้เจอกันลูก" ไมเคิลปลอบใจ

"เสียดายบ้านพี่เสือไม่มีโทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือก็ไม่มี มุกอยากจะอธิบายให้พี่เสือเข้าใจว่าทำไมมุกไม่ไปตามนัด"

"ถ้าเป็นเพื่อนกันจริงๆเขาต้องเข้าใจ คงไม่โกรธจนตัดเพื่อนกับมุกเพราะเรื่องแค่นี้หรอก...ถ้ายังไม่สบายใจก็เขียนจดหมายมาหาพี่เขาก็ได้นี่"

"จริงด้วยค่ะคุณพ่อ มุกยังเขียนจดหมายหาพี่เขาได้...

ทำไมโง่อย่างนี้นะ แค่นี้ก็นึกไม่ออก" พูดพลางเอามือเขกหัวตัวเอง ไมเคิลยิ้มบางๆ โอบเอวลูกสาวเข้าไปด้านใน

ค่ำแล้ว เสือนั่งหน้าเศร้ามองดูสร้อยไข่มุกซีกสีชมพูที่ตนตั้งใจจะให้มุกเป็นที่ระลึก ณรงค์เดินออกมาจากในบ้านเห็นสีหน้าหลานชายก็ทักขึ้นว่า

"เอาไว้คราวหน้าค่อยให้สร้อยน้องก็ได้เสือ ไม่ได้ตายจากกันซะหน่อย ปิดเทอมหน้าน้องก็กลับมาแล้ว"

"แต่เสือว่าคงเจอกันยากล่ะน้ารงค์ ทางบ้านเขาต้องคอยกันแน่ๆ แปลกดีนะครับ ทีตอนอยากได้คะแนนเสียงเรา ทั้งไหว้ทั้งเอาใจสารพัด ไม่เห็นรังเกียจว่าเราจนเลย"

"ก็งี้แหละ ดีแล้วล่ะเสือเอ๊ย รู้ตัวแต่เนิ่นๆจะได้ไม่ต้องเสียใจมาก"

"ชีวิตเสือมีแต่คนดูถูกมาตลอด น้องมุกเป็นคนแรกที่ให้ความจริงใจกับเสือ เป็นคนแรกและอาจจะเป็นคนเดียวด้วยซ้ำที่เสือนับเป็นเพื่อน" เสือหน้าเศร้า ยิ่งพูดก็ยิ่งคิดถึงมุก ณรงค์เข้าใจและสงสาร ได้แต่ตบไหล่เสือให้กำลังใจ

ใช่ แต่เสือที่คิดถึงมุก ยายกับน้าของเสือก็เช่นกัน วันไหนยายทำปลาช่อนราดน้ำปลาก็ยิ่งคิดถึง เพราะมุกชอบมาก แล้วอยู่มาวันหนึ่งณรงค์ก็นำจดหมายของมุกที่ส่งมาจากฮ่องกงมาให้เสือ เสือรีบแกะอ่านด้วยความดีใจ มุกเขียนเล่ามาว่าตอนนี้เธอกำลังเรียนไวโอลินกับลิลลี่ ครูสาวชาวฮ่องกงที่พ่อจ้างมาสอน ซึ่งมุกตั้งใจจะเรียนดนตรีคลาสสิกเอกไวโอลินให้เป็นเรื่องเป็นราว

หลัง อ่านจดหมายของมุกเสร็จ เสือก็รีบเขียนตอบกลับไป เสือเล่าชีวิตประจำวันของตัวเองที่ยังเพาะปลาขาย และเรื่องเรียนที่เสือต้องตามใจยายที่อยากให้เสือเรียนจบปริญญา แต่ลึกๆแล้วเสือก็ไม่รู้ว่าจะเอาปริญญามาทำอะไร เพราะยังไงเขาก็ต้องเลี้ยงปลาขายเหมือนเดิมอยู่ดี

มุกกับเสือติดต่อ กันทางจดหมายอย่างสม่ำเสมอ จนวันเวลาผ่านไปมุกใกล้ปิดเทอม แต่มุกคงกลับเมืองไทยไม่ได้ เพราะแม่โทร.มาบอกว่ากำลังเตรียมตัวเลือกตั้ง คงไม่มีเวลาดูแลมุก เสืออ่านจดหมายฉบับนี้ของมุกด้วยความสงสาร จากนั้นก็เขียนส่งกลับไปเล่าเรื่องจังหวัดของเราที่กำลังขยายตัว อีกไม่นานต้องกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญแน่ๆ และตอนนี้พี่กำลังหัดทำลูกน้ำแห้งอยู่ กำไรดีเหมือนกัน แต่ตอนทำครั้งแรกเจ๊งไม่เป็นท่า เอาไว้พี่ทำสำเร็จแล้วจะส่งตัวอย่างไปให้ดู...

หนึ่งปีผ่านไป มินตราที่หายหน้าไปนานก็หิ้วยิ่งยศกลับมา อาศัยในบ้านเหมือนเดิม ยิ่งยศกำเริบหนักถึงขั้นใช้ต้องตายายของ เสือซักผ้า เสือกลับมาเจอก็ต่อว่า ยิ่งยศแค้นจึงเอาผ้าไปซักในบ่อ เพาะปลาของเสือ ผงซักฟอกทำให้ปลาตายหมดเกลี้ยง เสือโกรธจัด กระโดดถีบอกยิ่งยศจนหงายท้อง นั่นเองทำให้เสือถูกจับในข้อหาพยายามฆ่า เพราะยิ่งยศทำหัวหมอจะเอาเรื่องเสือให้ถึงที่สุด

ครูวิไลรู้ข่าวเสือ ถูกจับขังที่โรงพักก็รีบมาตามต้องตาตามไป ขณะนั้นเองมุกเพิ่งกลับจากฮ่องกงเพื่อมางานแต่งงานของแม่กับศุภฤกษ์ มุกให้คนรถแวะไปที่ร้านขายปลาของเสือแต่ร้านปิด มุกจึงไปต่อที่บ้าน ปรากฏว่าที่บ้านก็ล็อกกุญแจอีก

ยิ่งยศขึงขังจะเอาเรื่องเสือให้ได้ ส่วนมินตราแทนที่จะปกป้องลูกชาย กลับทำเฉยไม่ยุ่งไม่เกี่ยวให้จัดการกันเอง ต้องตาโกรธมากไล่ตะเพิดมินตราออกจากบ้าน และสาปแช่งทั้งมินตรากับยิ่งยศให้ฉิบหายวอดวายที่ทำให้หลานของตนต้องติดคุก ติดตะราง

"นี่แม่ไล่ฉันออกจากบ้านเหรอ" มินตราฮึดฮัดโมโห

"เออ มึงทำพ่อมึงช้ำใจตายไปคนแล้ว ยังจะมาเหยียบย่ำจิตใจกูอีก ถ้าพวกมึงไม่ไป กูจะเผาพริกเผาเกลือแช่งทุกวัน ชาตินี้พวกมึงสองคนอย่าหวังว่าจะได้เจริญเลย"

มินตราเจ็บใจ แต่พอแม่เอาจริงก็ไม่กล้า เลยหันไปตะคอกยิ่งยศ "ไปซิวะไอ้ยิ่ง เขาไล่แล้ว ยังจะนั่งหาพระแสงอะไรอีกวะ" ว่าแล้วสะบัดหน้าเดินฉับๆออกจากโรงพักไปทันที ยิ่งยศหน้าเสียรีบก้าวตาม

"เดี๋ยวสิจ๊ะน้องมิน เราไม่มีเงินเลยนะ ออกไปแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ"

"ไม่รู้โว้ย" มินตรากระแทกเสียงหงุดหงิด เดินจ้ำนำลิ่วออกไป ยิ่งยศหน้าจ๋อยตามหลัง

"พวกมันไปกันหมดแล้ว ปล่อยหลานผมได้แล้วใช่ไหมครับจ่า" ณรงค์ถามจ่าพุด แต่จ่าพุดยังเฉย ครูวิไลจึงต้องช่วยอีกแรง

"คุณ ตำรวจคะ เสือเป็นเจ้าของบ้าน ส่วนนายยิ่งเป็นคนอื่น แถมยังฆ่าปลาของเสือตายจนหมด ก็เท่ากับทำลายทรัพย์สิน เสือน่าจะมีสิทธิป้องกันตัวเองไม่ใช่เหรอคะ"

"เอ้าๆ ต่อไปอย่าใจร้อนใช้กำลังแก้ไขปัญหาอีกล่ะ คราวนี้ถือว่าฉันตักเตือนก็แล้วกัน"

"ขอบคุณ ครับ" เสือยกมือไหว้จ่าพุดที่ปล่อยตัว ต้องตากับณรงค์และครูวิไลรีบเข้าไปหา ต่างคนต่างแย่งกันปลอบใจเสือ ขณะที่เสือก็ขอโทษยายที่ตนบุ่มบ่ามเกินไป ทำให้ยายต้องเสียใจ

"ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร เสือไม่ต้องติดคุกยายก็ดีใจแล้วล่ะลูก"

ooooooo

ตอนที่ 3

เมื่อมินตรากับยิ่งยศนั่งรถรับจ้างมาลงหน้าบ้าน มุกเห็นทั้งคู่ก็รีบลงจากรถไปแนะนำตัวว่าเป็นเพื่อนพี่เสือ เพิ่งกลับมาจากฮ่องกงก็เลยแวะมาเยี่ยม มินตรากำลังอารมณ์เสียเลยหน้าหงิกเสียงแข็งใส่มุกว่า ตนเป็นแม่ของเสือ แต่ตอนนี้เสือไม่อยู่ กลับไปได้แล้ว

มุกหน้าเสียทันทีที่โดนไล่ แล้วขอฝากของไว้ให้พี่เสือ ยิ่งยศรีบแย่งถุงของฝากจากมือมุกไปเปิดดูทันที มีทั้งขนมและผ้าพันคออย่างดี

"ท่าทางจะของแพงๆทั้งนั้นเลย เป็นแม่บุญทุ่มตั้งแต่ตัวแค่นี้เลยเหรอจ๊ะ" ยิ่งยศยิ้มเย้า

"โอ๊ย เด็กเดี๋ยวนี้มันแรด นมยังไม่ทันตั้งเต้าก็วิ่งโร่มาหาผู้ชายถึงบ้านแล้ว"

มุก ช็อก ไม่คิดว่าจะถูกแม่พี่เสือด่าแรงขนาดนี้ เลยยืนซึมพูดอะไรไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินหน้าจ๋อยกลับมาที่รถ ส่วนมินตรากับยิ่งยศ พอเข้าในบ้านก็รื้อค้นของกินในถุงออกมากินหมด ซ้ำยังทิ้งซากเอาไว้เกลื่อน เสือกับยายและน้ากลับมาเห็นก็แทบหมดอารมณ์ แต่ณรงค์เอะใจกับกล่องผ้าพันคอที่เขียนภาษาจีน รีบหยิบมาให้เสือดู เสือนึกรู้ทันทีว่ามุกแวะมาหา จึงวิ่งออกจากบ้านไปทันที

เสือไปที่ งานแต่งของเพ็ญพิศุทธ์กับศุภฤกษ์ซึ่งจัดที่โรงแรมในจังหวัด แขกเหรื่อมีหน้ามีตาล้นงาน แม้จะเป็นการแต่งงานครั้งที่สามของเพ็ญพิศุทธ์ก็ตาม พอเสือเห็นทุกคนแต่งตัวหรูดูดีก็อดมองสภาพตัวเองไม่ได้ เสือเลยไม่กล้าเข้าไปด้านใน ได้แต่ยืนชะเง้อมองหามุกอยู่ด้านนอก

ใน งาน ศุภฤกษ์พาเศรษฐ์ หลานชายวัยหนุ่มมาแนะนำตัวต่อเพ็ญพิศุทธ์ พลอยเห็นเศรษฐ์ครั้งแรกก็รู้สึกปิ๊งในความหล่อหรูดูดีของเขา จึงชวนเขาคุยประจ๋อประแแจ๋ ทำให้โยธิตที่ตามจีบพลอยมานานถึงกับมองหมั่นไส้เศรษฐ์ ส่วนยุ้ยยังอยู่หน้างาน ยุ้ยบังเอิญเห็นเสือที่ยืนชะเง้อมองหามุก ยุ้ยจะเข้าไปทักทาย เสือกลับเดินหนีไปดื้อๆ ทำเอายุ้ยหน้าเจื่อนไปด้วยความน้อยใจ

เสือตัดสินใจกลับบ้านมาช่วยน้า ชายล้างบ่อปลาที่ยิ่งยศสร้างปัญหาเอาไว้ ณรงค์พอรู้ว่าเสือไปถึงหน้างานแต่ไม่ยอมเข้าไปหามุกก็บ่นเสียดาย

"ไม่ ไหวหรอกน้ารงค์ คนพวกนั้นเกลียดเสือยังกะไส้เดือนกิ้งกือ ขืนเสือเข้าไป มีหวังเจอน้ำร้อนสาดไล่ออกมาเท่านั้นเอง...เสือว่าน้องมุกเขาคงเข้าใจ เอาไว้เสือค่อยเขียนจดหมายไปเล่าให้มุกฟังทีหลังก็ได้" พูดจบเสือหันมาวิดน้ำออกจากบ่อต่อ ณรงค์กวาดตาดูบ่อเพาะปลาหน้าเครียด บ่นว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนกว่าจะเพาะปลาให้โตทันขายได้เหมือนเดิม เสือเองก็เครียดเหมือนกัน แต่ก็ให้กำลังใจตนเองและน้าชายว่า เงินเก็บเราพอมี คงไม่ถึงกับอดตายกันหรอก...

ooooooo

กลับจาก งานแต่งงาน...โยธิตอารมณ์เสียเดินนำหน้าพ่อและน้องสาวเข้ามาในบ้าน โยธิตโมโหหึงพลอย บ่นพึมว่าตนอุตส่าห์ตามจีบตั้งหลายปีไม่เคยสนใจ พอเห็นไอ้ขี้เต๊ะนั่นเข้าหน่อย ทำเป็นตาเล็กตาน้อยตามเขาต้อยๆ ทุเรศจริงๆ

"พูดกันในบ้านได้ แต่อย่าไปพูดให้คนอื่นได้ยินนะเจ้าโย ยังไงเราก็ต้องพึ่งพาพวกพิศุทธ์อยู่ ถ้าไม่มีเขา เราก็ลำบากนะลูก"

"ก็ยุ้ยเตือนพี่โยแล้วว่าอย่าจีบพลอยเลย พี่โยก็ไม่เชื่อ พลอยเขาหัวสูงจะตาย อย่างพี่โยพลอยเขาไม่มองหรอก"

"ทำไม? อย่างฉันมันไม่ดีตรงไหน ถึงจะรวยสู้พวกพิศุทธ์ไม่ได้ แต่ก็ไม่กระจอกเหมือนไอ้เสือ ลูกไม่มีพ่อของเธอก็แล้วกัน" โยธิตแขวะน้องสาวซะงั้น ยุ้ยเลยหน้างอเดินหนีไป

"ป๊าเห็นด้วยนะที่แกจะจีบลูกสาวคุณเพ็ญเขา ถ้าได้เมียเป็นพวกพิศุทธ์ก็สบายไปทั้งชาติ"

"ก็มีแต่ยุ้ยเท่านั้นล่ะพ่อ คิดไม่เป็น แบบมันไม่มีวันสบายหรอก ต้องทำงานไปจนแก่ตาย"

"อย่าไปว่าน้องเลยน่ะ แต่ถ้าจีบหนูพลอยยากนัก ก็ยังเหลือลูกสาวคนเล็กอีกคนนี่ลูก เลี้ยงต้อยไปก่อน"

"จะ ให้ผมจีบยัยมุกเนี่ยนะป๊า แหวะ ใครเอาก็บ้าแล้ว แต่งตัวยังกะตุ๊กตาเสียกบาล เอะอะก็เบะปากร้องไห้ๆ ผมจะบอกให้นะป๊า คุณเพ็ญเขาไม่รักมุก จะได้สมบัติติดตัวบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ ผมไม่เอาด้วยหรอก มีแต่ขาดทุนแถมอายเขาอีกตะหาก" ว่าแล้วโยธิตเดินตามน้องสาวขึ้นข้างบน พ่อได้แต่มองตามไปพร้อมส่ายหน้ากับความคิดของลูกชาย...

ooooooo

มุก กลับถึงฮ่องกงก็รีบเขียนจดหมายถึงพี่เสือ พอเสือได้รับก็รีบเขียนตอบไปเช่นกัน เสือเล่าว่าตนกำลังเรียนต่อคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพราะอยากรู้กฎหมายเอาไว้ ต่อไปจะได้ไม่มีใครมารังแกได้อีก ส่วนมุกก็เล่าเรื่องเศร้าของตัวเองมาอีกว่า เร็วๆนี้แม่กับพี่พลอยบินไปงานรับปริญญาพี่เพชร ต้องแวะพักต่อเครื่องที่ฮ่องกง แต่ไม่มีใครแวะมาหามุกสักคน มุกคงกลายเป็นส่วนเกินของแม่ไปแล้ว

อีกปีผ่านไป เสือแปลกใจที่จู่ๆก็มีฝรั่งลูกครึ่งเชื้อสายเอเชียคนหนึ่งมาหาและบอกว่าเขา คือพ่อของเสือ พร้อมกันนี้เอ็ดเวิร์ดก็นำรูปวัยเด็กของเสือมายืนยันด้วย เสือรับรูปของตนมาดู สลับกับมองหน้าพ่ออย่างสับสน โดยมีต้องตากับณรงค์ คอยเงี่ยหูฟังอยู่ไม่ห่างนัก อยากรู้ว่าพ่อลูกจะคุยอะไรกันบ้าง

"คุณรู้เรื่องผมมานานแล้ว ทำไมคุณถึงไม่เคยติดต่อผมมาเลยล่ะ"

"ตอนพ่อรู้เรื่องไทเกอร์ พ่อแต่งงานใหม่แล้ว แต่พ่อก็แอบส่งเงินมาให้แม่ไทเกอร์นะ แม่ส่งรูปของไทเกอร์กลับไปให้เป็นการแลกเปลี่ยน"

"ผมไม่เคยได้รับเงินจากแม่เลยแม้แต่บาทเดียว"

"พ่อส่งมาจริงๆ ส่งมาได้สามครั้ง ภรรยาของพ่อจับได้ พ่อก็เลยไม่กล้าส่งมาอีก"

ณรงค์ สีหน้าเจ็บใจ บ่นพี่สาวเหลือเกินจริงๆ อมเงินค่าเลี้ยงดูลูกได้หน้าตาเฉย ต้องตาก็โมโหแทนเสือ นึกไม่ถึงว่ามินตราจะปล่อยให้พวกเราลำบากกันเกือบตาย ไม่รู้ว่ามันเป็นแม่ประสาอะไรของมัน

"ตอนนี้คุณคุยกับภรรยาคุณรู้เรื่องแล้วเหรอถึงมาหาผมได้"

"เรา หย่ากันแล้ว พ่อยกสมบัติทั้งหมดให้กับเขา พ่ออยากมาใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่เมืองไทย อยู่กับลูก...พ่อเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วล่ะ พ่อกำลังจะตาย"

เสือตกใจ มาก ถามพ่อว่าเป็นอะไร แล้วคำตอบของเอ็ดเวิร์ดก็ทำให้ทุกคนตกใจแทบช็อก...เอ็ดเวิร์ดเป็นเอดส์ เสือเลยอดคิดน้อยใจไม่ได้ว่าที่พ่อมาหาตนเพราะใกล้ตาย และไม่มีที่จะไปนั่นเอง

ooooooo

ทันทีที่รู้ข่าวการกลับมาของพ่อเสือจากปากยุ้ย โยธิตก็โวยวายลั่นบ้านต่อหน้าน้องสาวด้วยความอิจฉาและไม่อยากเห็นเสือได้ดี

"พ่อไอ้เสือน่ะเหรอมาตามหามัน ไม่มีทางหรอก"

"พี่ โยไม่เชื่อก็ไปถามคนที่ตลาดดูสิ ตอนนี้ลือกันไปทั่วแล้ว เขาบอกกันว่าพ่อพี่เสือเป็นเศรษฐีอังกฤษ มาตามหาพี่เสือพาไปอยู่ด้วย ต่อไปพี่เสือเขาก็สบายแล้ว"

"เป็นไปไม่ได้หรอก คนเราเกิดมาเป็นสิบยี่สิบปีไม่เคยเจอหน้ากัน จู่ๆจะลุกขึ้นมาตามหากันทำไม"

"ก็เขาพ่อลูกกัน สายเลือดยังไงก็ตัดกันไม่ขาดหรอกพี่โย...ต่อไปนี้พี่โยจะไปตะโกนด่าพี่เสือว่าเป็นลูกไม่มีพ่อไม่ได้อีกแล้วนะ"

"แกจะไปดีใจกับมันทำไม มันจนไม่มีจะกินยังไม่เห็นแกอยู่ในสายตา คิดว่ามันรวยแล้วจะหันมามองแกเหรอ"

ยุ้ย หน้าง้ำงอนพี่ชาย ค้อนใส่แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป โยธิตขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ เสือได้ดีเป็นเรื่องที่เขาทนรับไม่ได้จริงๆ ดังนั้นในตอนบ่ายโยธิตจึงชวนยุ้ยไปด้อมๆมองๆแถวบ้านเสือเพื่อพิสูจน์ความ จริง สองพี่น้องเห็นเอ็ดเวิร์ดกำลังตากผ้าอยู่ข้างบ้าน เสร็จแล้วก็เก็บกวาดใบไม้ไปใส่ถังขยะ

"นี่น่ะเหรอยุ้ย เศรษฐีอังกฤษของเธอ ฝรั่งขี้นกชัดๆ หน้าก็ไม่ได้เหมือนไอ้เสือซักกะนิด" โยธิตเหยียดปากเยาะ ยุ้ยอึ้งหน้าเสียไปเหมือนกัน "อย่างไอ้เสือมีพ่อกิ๊กก๊อกอย่างนี้ก็เหมาะสมดีแล้ว"

"ถึงพ่อพี่เสือเขาจะไม่รวย แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้แล้วว่าพี่เสือไม่ได้ถูกไข่ทิ้ง เป็นลูกไม่มีพ่ออย่างที่คนชอบพูดดูถูกกัน"

"มี พ่อไม่มีพ่อ มันก็ไม่ได้สบายขึ้นเล้ย...ยังไงมันก็ยังเป็นไอ้เสือขี้เรื้อนกระจอกๆอยู่ วันยังค่ำล่ะว้า...มันไม่มีวันลืมตาอ้าปากมาผยองกับฉันได้หรอก" โยธิตยิ้มสะใจ ยุ้ยไม่ชอบใจคำพูดและทัศนคติของพี่ชาย แต่ก็คร้านจะโต้แย้งใดๆอีก...

มุกกับเสือยังติดต่อกันทางจดหมาย เรื่อยมา   พอรู้ว่าเสือได้เจอพ่อแล้ว มุกแสดงความดีใจกับเสือ แต่เสือกลับตอบมาว่า พี่ยังไม่รู้จะดีใจดีหรือเปล่าเลย พ่อมาตามหาพี่เพราะเป็นโรคร้าย หมดตัวแล้วถึงอยากมาอยู่กับพี่ ถึงมันจะไม่เหมือนที่พี่เคยฝันเอาไว้นัก แต่อย่างน้อยก็เป็นวันที่ฝันของพี่เป็นจริง ที่พี่ก็มีพ่อเหมือนคนอื่นเขา...

วันนี้เอ็ดเวิร์ดออกไปข้างนอกสัก พักใหญ่ๆ พอกลับมาเจอเสือกำลังให้อาหารปลาในบ่อ เอ็ดเวิร์ดเดินเข้ามาชวนลูกชายคุย ขณะที่เสือก็ถามเอ็ดเวิร์ดว่าไปไหนมา เอ็ดเวิร์ดบอกว่าพ่อไปรับยาที่โรงพยาบาล แล้วก็เลยนั่งสองแถวสำรวจรอบๆจังหวัดดู ที่นี่เปลี่ยนไปมาก ตอนพ่อมาครั้งแรกยังเป็นเมืองเงียบๆอยู่เลย

"ก็มันตั้งยี่สิบกว่าปีมาแล้วนี่ครับ แล้วคุณมีเงินใช้รึเปล่า ผมพอมีนะ เอาไปใช้ก่อนก็ได้"

"พ่อ มี ไทเกอร์ไม่ต้องห่วงหรอก พ่อได้เงินประกันสังคมทุกเดือน ถ้าอยู่ที่อังกฤษมันคงทำอะไรไม่ได้มาก แต่ที่นี่สามารถกินใช้ได้อย่างสบาย"

เสือ พยักหน้ารับรู้แล้วเดินไปช้อนปลาตายและเศษอาหารออกจากบ่อ เอ็ดเวิร์ดเดินตามดูลูกทำงาน พลางก็ตั้งคำถามขึ้นว่า "ไทเกอร์เลี้ยงปลาขายมานานแล้วเหรอ"

"ก็ตั้งแต่เก้าขวบแล้วครับ"

"เลี้ยงมานานขนาดนี้ก็น่าจะเก็บเงินได้บ้างนะ ไทเกอร์ บอกพ่อได้มั้ยว่ามีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่"

เสือมองหน้าพ่องงๆว่าอยากจะรู้เงินเก็บของตนไปทำไม แต่ก็พาพ่อเข้าไปในห้องพระเอาสมุดบัญชีธนาคารที่ซ่อนไว้ใต้

ฐานพระพุทธรูปมาให้พ่อดูตัวเลข...เอ็ดเวิร์ดเห็นแล้วชมเสือว่าเก็บเงินเก่ง   แต่แปลกใจทำไมเขาต้องซ่อนบุ๊กแบงก์ไว้ลึกลับขนาดนี้ด้วย

"ห้อง พระเป็นห้องเดียวที่แม่จะไม่เหยียบเข้ามา ถ้าซ่อนที่อื่นแม่ก็ต้องค้นเจอ แล้วก็ต้องบังคับให้ผมไปถอนเงินมาให้เขา   ไม่นานเดี๋ยวก็หมด"

"แต่กำไรขายปลามันน้อยเกินไป   พ่อว่าไทเกอร์ควรจะทำบิสซิเนสอย่างอื่นที่ได้กำไรมากกว่านี้นะ"

เสือกำลังจะถาม ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแม่ดังขึ้นมา...

มินตราเรียกหาเอ็ดเวิร์ดเสียงหวาน  พอเห็นเขาออกจากห้องพระพร้อมเสือ  มินตราก็วิ่งเข้าใส่เอ็ดเวิร์ด  พร้อมกับส่งภาษาอังกฤษ

ปนไทย  แล้วแสดงความคิดถึงด้วยการกอดจูบเขาก่อนจะพาหายเข้าไปในห้อง  โดยที่เอ็ดเวิร์ดได้แต่หน้าเหลอหลาไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย

"เฮ้ย...เสือ  แม่เราเขาลากพ่อเข้าห้องแล้ว  ไม่ไปช่วยพ่อหน่อยเหรอ"  ณรงค์กระเซ้ายิ้มๆ

"ไม่ต้องช่วยหรอกน้ารงค์ เดี๋ยวก็เผ่นแน่บออกมาไม่ทัน"

"ไม่รู้ มันไปได้ข่าวพ่อเอ็ดจากที่ไหน  เรื่องอย่างงี้ล่ะจมูกไวนัก"  ต้องตาบ่นไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงมินตรากรี๊ดลั่นบ้านก่อนจะวิ่งหนีออกจาก ห้องไปโก่งคออ้วก  แล้วตักน้ำจากตุ่มบ้วนปาก   แถมยังเอาสบู่ที่อยู่ใกล้ๆสีฟันอีกต่างหาก เพราะกลัวเชื้อโรคไม่ตาย

"ไอ้ เวรเสือ ไอ้ลูกทรพี พ่อมึงเป็นเอดส์เสือกไม่บอกกู   อยากให้กูตายอีกคนใช่มั้ย"   มินตราโวยวายเจ็บใจสาดน้ำใส่ณรงค์ที่หัวเราะชอบใจ   โดยมีเสือนั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆยาย

ooooooo

ตอนที่ 4

แม่เพิ่งจะแต่งงานใหม่ไปเมื่อไม่นาน...วันนี้มุกที่ยังอยู่กับพ่อที่ฮ่องกง ก็ต้องมารับฟังเรื่องราวกระทบกระเทือนจิตใจซ้ำอีกว่าพ่อกำลังจะแต่งงานกับ ลิลลี่ครูสอนไวโอลินของมุกเอง แล้วจะพามุกย้ายไปอยู่อังกฤษเพื่อเรียนต่อดนตรีคลาสสิกอย่างจริงจัง...

ส่วนที่เมืองไทย มินตราแม่ของเสือพอรู้ว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นโรคร้ายก็แสดงความรังเกียจ จะให้ต้องตาไล่เขาไปจากบ้านก่อนที่ทุกคนจะต้องเป็นเอดส์ตายกันทั้งบ้าน แต่ถ้าไม่ไล่เธอจะโพนทะนาว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นเอดส์ เสือท้วงว่าโรคนี้ไม่ได้ติดกันง่ายๆ และปกป้องพ่อของตนด้วยการขู่แม่ว่า ถ้าแม่บอกคนอื่น เสือก็จะบอกว่าแม่ก็เป็นเอดส์ด้วยเหมือนกัน ดูสิว่าใครเขายังอยากจะคบกับแม่

มินตราหน้าเจื่อน ลืมคิดข้อนี้ไปเหมือนกัน แล้วยิ่งฝ่อหมดฤทธิ์เดชไปทันที เมื่อต้องตาเอาเรื่องปากท้องมาต่อรอง

"ถ้าเอ็งโพนทะนาแล้วทำให้พวกเราทำมาหากินไม่ได้ แล้วต่อไปเอ็งจะไถเงินใคร คนที่อดตายเป็นคนแรกก็คือเอ็ง ไม่ใช่พวกเราหรอก"

เอ็ดเวิร์ดซึ่งยืนแอบฟังอยู่ถึงกับน้ำตาคลอ ซึ้งใจลูกและคนในครอบครัวนี้ที่ไม่รังเกียจตนแม้แต่น้อย หลังจากนั้นในตอนค่ำที่มินตราออกไปจากบ้านแล้ว เอ็ดเวิร์ดก็มาชักชวนทุกคนไปกรุงเทพฯ เขาตั้งใจจะให้เสือเปิดร้านอาหาร ก็เลยอยากจะพาไปดูร้านที่กรุงเทพฯ จะได้เกิดไอเดีย

"เปิดร้านอาหารเลยเหรอ มันจะไม่คิดการใหญ่ไปหน่อยเร้อ ข้าว่าขายปลาอย่างงี้มันก็อยู่ได้แล้วนะ" ณรงค์ท้วงขึ้น

"อยู่ได้แต่ไม่สบายกันซะที"

"พวกเราทำเป็นแต่กับข้าวชาวบ้านนะ แล้วมันจะมีคนกินเหรอ" ต้องตาลังเลไม่แน่ใจ

"เราไม่ทำอาหารไทยขายหรอก ผมนั่งรถสำรวจดูแล้ว ที่นี่มีร้านอาหารไทยหลายร้าน แต่ยังไม่มีร้านสเต๊กแอนด์กริลล์ ผมถึงอยากจะพาพวกเราไปดูร้านแบบนี้ที่กรุงเทพฯไงครับ...ว่าไง ไทเกอร์ สนใจมั้ย"

"คุณตั้งใจไว้แล้ว ลองไปดูก็ได้ครับ ทำไม่ทำค่อยว่ากันอีกที แต่อย่างน้อยก็ได้พายายกับน้ารงค์ไปเที่ยวกรุงเทพฯ"

"ไม่นึกเลยว่าชาตินี้ข้าจะได้ไปเหยียบกรุงเทพฯกับเขา ถ้าได้ไปไหว้พระแก้วมรกตซักครั้ง ชาตินี้ยายก็ตายตาหลับแล้วล่ะเสือ"

เสือและณรงค์ยิ้มขำๆ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าความฝันสูงสุดของต้องตาก็คือไปวัดพระแก้วนี่เอง

ooooooo

มุกเสียใจที่พ่อจะแต่งงานใหม่กับครูลิลลี่จึงแอบหนีออกจากที่พัก แต่ไม่ทันไปไหนได้ไกล ไมเคิลก็ตามออกมาเจอ มุกร่ำไห้บอกพ่อว่าเธอจะกลับเมืองไทย ไมเคิลฟังแล้วอดโมโหไม่ได้

"มีเหตุผลหน่อยสิมุก เราจะกลับเมืองไทยคนเดียวได้ยังไง"

"คุณพ่อจะแต่งงานใหม่แล้ว ไม่มีใครต้องการมุกซักคน มุกจะไปอยู่บ้านพี่เสือ...พี่เสือกับคุณยายแล้วก็น้ารงค์คงไม่มีใครทิ้งมุกแบบนี้"

"พ่อไม่ได้ทิ้งมุกนะ เราก็อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แค่มีลิลลี่เข้ามาอยู่ด้วยอีกคนเท่านั้นเอง ทีแม่เราเขาแต่งงานใหม่ ไม่เห็นเราจะว่าอะไรเลยนี่ แล้วทำไมทีพ่อ เราต้องแผลงฤทธิ์อย่างนี้ด้วย"

"ก็เพราะมุกรักคุณพ่อที่สุดน่ะสิคะ คุณแม่ไม่เคยสนใจมุกอยู่แล้ว ถึงจะแต่งงานใหม่อีกกี่ครั้ง มุกก็ไม่รู้สึกอะไร แต่คุณพ่อเคยเป็นของมุกคนเดียว ถ้าคุณพ่อยังทิ้งมุกไปอีก แล้วมุกจะเหลือใคร"

ไมเคิลอึ้ง ไม่รู้มาก่อนเลยว่าจะทำร้ายจิตใจลูกขนาดนี้ ไมเคิลค่อยๆดึงลูกมากอด รู้สึกผิดที่ไม่ถามความเห็นลูกให้ดีก่อน จนลูกต้องเสียใจแบบนี้ ส่วนมุกก็กอดพ่อแน่น ร้องไห้ระบายความเสียใจระคนน้อยใจออกมา

ooooooo

วันต่อมา เอ็ดเวิร์ดพาเสือกับยายและน้าชายเข้ากรุงเทพฯ แห่งแรกที่ไปก็คือวัดพระแก้ว ซึ่งก็สมใจต้องตาเป็นอย่างยิ่ง เสร็จแล้วเอ็ดเวิร์ดพาทุกคนไปร้านสเต๊ก ณรงค์กับเสือเห็นอาหารแพงๆหน้าตาน่ากินทั้งนั้น ที่สำคัญสลัดบาร์ตักกินได้ไม่อั้นด้วย สองคนน้าหลานเลยตักพูนจานเพราะกลัวจะไม่คุ้ม แต่พอกินเสร็จกลับถึงห้องพัก สองคนอิ่มจัดถึงกับอ้วกแตกอ้วกแตน แทบหมดแรงลุกไม่ขึ้น ต้องตาต้องเอายาแก้จุกเสียดมาให้กิน พลางก็บ่นว่าขายขี้หน้าจริงๆ

เอ็ดเวิร์ดยิ้มขำๆแล้วถามความเห็นเสือว่า เห็นร้านแล้วคิดยังไงบ้าง เสือลุกขึ้นนั่งสีหน้าจริงจัง ตั้งคำถามขึ้นมาสามข้อ

"ข้อแรก เราจะเอาเงินจากไหนมาลงทุน ลำพังเงินเก็บที่เสือมีมันไม่พอหรอกครับ"

"ไม่มีก็กู้เขาสิลูก ไม่มีใครเอาเงินเก็บตัวเองไปจมหมดหรอก"

"ข้อสอง เราจะทำอาหารได้อร่อยเหมือนเขาเหรอครับ"

"ข้อนี้ไม่ต้องห่วง พ่อรู้สูตรอาหารอร่อยๆเยอะ ถึงได้ มั่นใจชวนเสือทำร้านอาหาร พ่อรับรองว่าอร่อยไม่แพ้ใคร"

"ข้อสุดท้าย เสือไม่เคยทำงานพวกนี้เลย เสือจะทำได้ เหรอครับ"

"อาชีพเก่าของพ่อคือที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน โปรเจกต์ใหญ่ๆผ่านมือพ่อมาเยอะแยะ ร้านอาหารแค่นี้เรื่องเล็ก"

"ยายว่ายังไงครับ" เสือขอความเห็น...ต้องตาลังเลไม่มั่นใจ หันไปถามณรงค์อีกทอดว่าคิดยังไง?

"มันก็น่าเสี่ยงอยู่หรอก แต่ถ้าเจ๊งขึ้นมาเราจะลำบากกันมั้ย"

"ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ ผมไม่ยอมให้ทุกคนต้องลำบากหรอกครับ" เอ็ดเวิร์ดให้ความมั่นใจ ต้องตาจึงว่าสุดแล้วแต่เสือ เอาไงก็เอากัน

"ลองลุยดูซักครั้งก็แล้วกัน ถ้าเราเต็มที่กับมัน ถึงเจ๊งก็คงไม่เจ็บตัวมากหรอก"

"ต้องงี้สิ ถึงจะสมเป็นลูกชายพ่อ" เอ็ดเวิร์ดยื่นมือเช็กแฮนด์กับเสือ ณรงค์เอามั่ง ยื่นมือไปตรงหน้าแม่ แต่ต้องตาปัดมือณรงค์พร้อมกับด่าว่า "ทะลึ่ง" ทั้งเสือและณรงค์เลยหัวเราะขำๆกันไป โดยมีเอ็ดเวิร์ดยืนยิ้มมองเสือด้วยความรักและเอ็นดู

ตกเย็น เอ็ดเวิร์ดนัดเพื่อนคนหนึ่งมาเจอ เสือนึกว่าเป็นคนที่จะให้เรากู้เงิน จึงแปลกใจว่าทำไมพ่อหาได้เร็วนัก

"ไม่ใช่หรอก คนนี้เพื่อนพ่อ เขาทำงานอยู่สถานทูต พ่ออยากจะรับไทเกอร์เป็นลูกให้ถูกต้องตามกฎหมาย ถึงพ่อจะไม่เหลือสมบัติอะไรแล้ว แต่พ่อก็อยากให้ไทเกอร์มีสิทธิเหมือนที่คนในตระกูลธอร์นตันทุกคนมี"

เสือยืนอึ้งซึ้งใจ คิดไม่ถึงว่าพ่อจะจริงใจกับตนขนาดนี้... หลังจากเพื่อนของพ่อกลับไปแล้วเสือก็เข้ามาหาพ่อที่กำลัง ขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่

"ทำอะไรอยู่น่ะเอ็ด"

"ทำแผนการตลาดของร้าน ถ้าเราวางแผนรอบคอบ มีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ โอกาสขาดทุนก็จะลดลงไปเยอะ"

เสือหน้าขรึมลง รู้สึกว่าพ่อทำเพื่อตนมากมายเหลือเกิน ทั้งๆที่ไม่จำเป็นเลย

"เอ็ด เสือมีเรื่องอยากจะสารภาพ"

"เรื่องอะไรเหรอ"

"เสือเคยคิดว่าที่เอ็ดมาหาเสือ ไม่ใช่เพราะรักเสือหรืออยากจะเจอหน้าเสือหรอก แต่เป็นเพราะเอ็ดไม่มีที่ไปและกำลังจะตาย แต่ที่ผ่านมาเอ็ดทำเพื่อเสือหลายอย่าง ทั้งๆที่เอ็ดก็ไม่สบาย เอ็ดไม่จำเป็นต้องทุ่มเทมากขนาดนี้ก็ได้"

"พ่อทำให้ลูก มันไม่มีคำว่ามากเกินไปหรอกไทเกอร์ พ่อเป็นพ่อที่ไม่ดี ไม่เคยทำหน้าที่ของพ่อเลย ทำแค่นี้ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ"

"ไม่จริงเลยครับ ตั้งแต่วันที่เอ็ดปรากฏตัว เสือก็ไม่ใช่ ไอ้ลูกไม่มีพ่อให้ใครมาชี้หน้าด่าได้อีกแล้ว...เสือขอโทษนะครับที่คิดแง่ไม่ ดีกับ...พ่อ...มาตลอด ให้อภัยเสือด้วยนะครับ"

เอ็ดเวิร์ดรู้สึกชื่นใจวูบขึ้นมาที่ลูกยอมเรียกว่าพ่อซะที เขายิ้มดีใจตบบ่าเสือเบาๆ เสือรีบผละตัวออกมาอายๆ ความรู้สึกของทั้งคู่ดูกั๊กๆเก้ๆกังๆ ไม่กล้าแสดงความรักต่อกัน

"พ่อทำงานต่อเถอะครับ เดี๋ยวมีเวลานอนน้อย"

"ขอพ่อกอดทีสิลูก..."

เสืออึ้งไปเล็กน้อย ค่อยๆขยับเข้าหา ยอมให้เอ็ดเวิร์ดดึงตัวเข้ามากอด

"พ่อจะต้องทำให้เสือมีชีวิตที่ดีขึ้นให้ได้ พ่อสัญญา"

"ขอบคุณครับพ่อ" เสือกลั้นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจไว้ไม่อยู่ นี่คือความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพ่อที่เสือไม่เคยได้รับและโหยหามาตลอดชีวิต ในที่สุดวันนี้ก็เป็นเหมือนดั่งฝัน...

ooooooo

รุ่งขึ้นกลับมาถึงบ้านพร้อมข้าวของอุปกรณ์ที่จะมาใช้เปิดร้าน เสือก็เจอไมเคิลพ่อของมุกมารออยู่ ไมเคิลคุยกับเสือตามลำพัง เล่าเรื่องที่มุกคิดจะหนีกลับเมืองไทย เสือฟังแล้วหน้าเครียดไม่สบายใจ

"มุกผูกพันกับเธอแล้วก็ครอบครัวของเธอมากนะ ทุกครั้งที่มีปัญหา ก็ตั้งท่าจะหนีมาอยู่กับพวกเธอทุกที"

"ถ้ายังงั้นผมจะเขียนจดหมายไปคุยกับน้องมุกให้เองครับ ถ้าอธิบายดีๆน้องมุกคงยอมฟัง"

"ขอบใจนะ แต่ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องเธอมากกว่านั้น"

"คุณไมเคิลบอกมาได้เลยครับ ถ้าผมทำได้ ผมเต็มใจช่วยทุกอย่าง"

"ฉันอยากจะขอให้เธอเลิกติดต่อกับยัยมุกซะ ฉันไม่ได้ห้ามขาดหรอกนะ แต่อย่างน้อยก็ขอให้ยัยมุกได้มีเวลาปรับตัวกับการอยู่ที่อังกฤษซักพัก ถ้ายังติดต่อกับเธออยู่แบบนี้ ยัยมุกก็จะไม่ยอมเปิดรับอะไรใหม่ๆซะที...ฉันขอร้องนะยังบอย ในฐานะพ่อ ฉันก็อยากให้ลูกก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ยึดติดงมงายอยู่กับอดีตแบบนี้"

เสือหน้าเจื่อน ได้แต่ถอนใจยาวออกมา ถึงจะไม่อยากทำ แต่ความเป็นพ่อที่ห่วงลูกของไมเคิลก็ทำให้เสือไม่อาจจะปฏิเสธได้...

ในขณะที่ไมเคิลไปพบเสือที่เมืองไทย...ลิลลี่ที่ฮ่องกงก็กำลังเจรจาทำความเข้าใจกับมุกด้วยเหมือนกัน ลิลลี่เข้าใจดีว่ามุกไม่อยากให้พ่อแต่งงานกับเธอ และถ้ามุกยังยืนยันอย่างนั้น เธอคงจะต้องยกเลิก...มุกฟังแล้วหน้าขรึมลง ระบายความในใจ

"มุกรักครูมากนะคะ มุกเต็มใจรับครูในฐานะครู ไม่ใช่ แม่เลี้ยงของมุก"

"ครูถามเหตุผลได้มั้ย"

"เพราะมุกไม่เหลือใครแล้วน่ะสิคะ แม่ก็แต่งงานใหม่ ไปคนแล้ว ถ้าพ่อแต่งไปอีกมุกก็คงไม่เหลือคนที่รักมุกอีกแล้ว"

"แล้วทำไมมุกไม่คิดบ้างว่าจะมีคนมารักมุกเพิ่มขึ้นอีกคน ไม่ใช่มาแย่งความรักของมุกไป ถ้ามุกให้โอกาสครูซักครั้ง ครูจะพิสูจน์ให้มุกเห็นว่าครูไม่เคยคิดแย่งคุณพ่อไปจากมุก คุณพ่อยังเป็นคุณพ่อของมุก รักมุกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน"

มุกเริ่มลังเล เพราะตนเองก็รู้สึกดีๆกับลิลลี่อยู่แล้ว แต่ยังทิฐิอยู่

"แล้วถ้ามุกไม่ยอมล่ะคะ"

"ก็คงไม่มีใครบังคับมุกได้หรอกจ้ะ แม้แต่คุณพ่อเอง สุดท้ายก็ต้องเลือกมุกมากกว่าครู ครูเองก็คงทนเห็นมุกต้องเสียใจเพราะครูเป็นต้นเหตุไม่ได้เหมือนกัน"

มุกรู้สึกเห็นใจลิลลี่ ยื่นมือไปจับมือลิลลี่ที่ตอนนี้นั่งน้ำตาคลอๆแล้ว...ที่สุดมุกก็ใจอ่อน แต่แกล้งฟอร์มจะให้ครูพิสูจน์คำพูดตัวเองซักยี่สิบปี...พูดแล้วก็มองหน้าลิลลี่ยิ้มๆ ลิลลี่ดีใจดึงมุกเข้ามากอดแน่น

ooooooo

บรรยากาศอาหารค่ำที่บ้านเสือกร่อยสนิท แต่ละคนกินไม่ลง   หลังจากได้คุยกับเสือเรื่องที่ไมเคิลมาขอร้อง

"นี่ตกลงว่าพวกเราจะไม่ได้เจอหนูมุกอีกแล้วใช่มั้ย"

เสือตอบคำถามของยายไม่ได้ ได้แต่ถอนใจ แล้วรวบ ช้อนในจานอย่างกินไม่ลงจริงๆ

"นึกแล้ว คนรวยที่ไหนจะอยากคบกับคนจน"

"ก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกแม่ พ่อหนูมุกเขาบอกแล้วนี่ว่ารอให้หนูมุกปรับตัวให้ได้ก่อน ก็คงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นแหละ เดี๋ยวก็เขียนจดหมายหากันได้เหมือนเดิม จริงมั้ยเสือ"

"เสือก็ไม่รู้เหมือนกันน้ารงค์ แต่ถ้าการที่เสือคบกับน้องมุกแล้วฉุดให้น้องมุกต้องตกต่ำลง เสือว่าอย่าคบกันซะเลย ดีกว่า"

ณรงค์และต้องตาหันมองหน้ากันรู้สึกใจหาย เสือสีหน้าเสียใจแต่เข้มแข็ง พยายามตัดใจให้ได้

"ถ้าเราหวังดีต่อกันจริง ก็ไม่ควรที่จะถ่วงความเจริญของอีกฝ่าย จริงไหมครับ"

ยายกับน้าชายต่างก็ไม่ตอบเพราะเสือพูดถูก แต่ไม่อยาก ให้ลงเอยแบบนี้เลย

"ตอนนี้เรามีปัญหาใหญ่กว่ารออยู่ ครอบครัวเราฝากชีวิตไว้กับร้านอาหารที่กำลังจะเปิด...เรื่องอะไรที่บั่นทอนกำลังใจก็อย่าเพิ่งไปคิดมันเลยนะครับ" เสือถอนใจอีกครั้งก่อนจะลุกเดินออกไปทางหลังบ้าน...ยายและน้ามองตามไปอย่างเข้าใจและเห็นใจเสือที่สุด

ooooooo

หลังจากไมเคิลแต่งงานกับลิลลี่แล้ว ทั้งคู่ก็พามุกไปอยู่อังกฤษดังที่ตั้งใจไว้ มุกได้เรียนในมหาวิทยาลัย และเลือกเรียนไวโอลินเป็นวิชาเอก เรียนได้ไม่ถึงสองเดือนมุกซึ่งมีพื้นฐานค่อนข้างดีก็ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเข้าประกวด ยังความปลาบปลื้มยินดีให้กับไมเคิลและลิลลี่เป็นอย่างมาก

ส่วนมุกก็ไม่ลืมที่เขียนจดหมายบอกเล่าพี่เสือ แม้พี่เสือจะไม่เคยตอบจดหมายของเธอมาเป็นเดือนแล้วก็ตาม  ไมเคิลกับลิลลี่ซึ่งรู้แก่ใจ  ต่างก็ไม่สบายใจทุกทีที่มุกบ่นและงอนพี่เสือ เรื่องนี้...

เมื่อเสือได้รับจดหมายฉบับนี้ของมุก เสือดีใจอย่างยิ่ง

ที่มุกเก่งกาจสามารถทำฝันของตัวเองเป็นจริง

"...ถ้าอยู่ที่เมืองไทยล่ะก็ มุกต้องให้พี่เสือ คุณยาย แล้วก็น้ารงค์มาฟังมุกเล่นให้ได้เลย เพราะโอกาสที่มุกจะได้ เล่นต่อหน้าคนจำนวนมากขนาดนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆเลยนะคะ... พี่เสือไม่ตอบจดหมายมุกเป็นเดือนๆแล้วนะ ถ้าคราวนี้ไม่ตอบอีก มุกงอนจริงๆด้วย"

อ่านถึงตรงนี้เสือมีสีหน้าเครียดกลุ้มใจขึ้นมา แต่พออ่านต่อไปก็ยิ้มออกมาได้หน่อย

"มุกล้อเล่นค่ะ มุกรู้ว่าพี่เสือต้องยุ่งมาก เอาไว้ว่างเมื่อไหร่ค่อยเขียนก็ได้ค่ะ คิดถึงเสมอ...มุก"

เสือพับจดหมายเก็บเข้าซอง สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความหนักใจ เหมือนน้ำท่วมปากบอกไม่ได้ว่าเขาไม่สามารถติดต่อมุกได้อีกเพราะอะไร?

ooooooo

เมื่อร้าน "ไทเกอร์ สเต๊กแอนด์กริลล์" ของเสือเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดขายเป็นวันแรก เสือนิมนต์พระมาเจิมเปิดป้ายร้าน โดยมียาย น้าชาย และพ่อเอ็ดเวิร์ด ของเสือร่วมพิธีอย่างปลาบปลื้มชื่นชม

เสร็จพิธีการอันเรียบง่ายแล้ว  มิตรสหายจำนวนไม่มากนัก ของครอบครัวเสือก็ทยอยกันเข้ามาชมในร้าน เอ็ดเวิร์ดยืนมองคนโน้นคนนี้แล้วกระซิบเสือว่าพ่อขอกลับก่อน

"อ้าว ทำไมไม่เข้าไปด้วยกันล่ะครับพ่อ"

"อย่าเลย พ่อเป็นโรคแบบนี้ เดี๋ยวใครรู้เข้าร้านอาหารเราจะถูกโจมตีได้ พ่อกลับก่อนดีกว่า เอาไว้ร้านเลิกแล้วพ่อค่อยมาใหม่"

"ก็ตามใจครับ"

เอ็ดเวิร์ดหันออกไป พอดียุ้ยเดินถือช่อดอกไม้จะเข้ามาหาเสือ ยุ้ยยิ้มบางๆให้เอ็ดเวิร์ดเพราะรู้ว่าเป็นพ่อของเสือ เอ็ดเวิร์ดยิ้มตอบก่อนเดินจะเลี่ยงไปเงียบๆ

"พี่เสือคะ ยินดีด้วยนะคะ ขอให้ทำมาค้าขึ้นนะคะพี่เสือ" ยุ้ยพูดพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้มาให้

"ขอบใจมากนะครับ นี่คุณทราบข่าวได้ยังไงครับ"

"เรื่องเกี่ยวกับพี่เสือ ยุ้ยไม่เคยตกข่าวอยู่แล้วล่ะค่ะ" พูดพลางแกล้งทำมองเข้าไปในร้าน เพื่อรอให้เสือเชิญเข้าไป "จัดร้านทันสมัยดีนะคะ เหมือนร้านที่กรุงเทพฯเลย"

"ขอบคุณครับ...เชิญคุณโยถิกาช่วยชิมอาหารในร้านก่อนนะครับ ชอบไม่ชอบยังไงช่วยติชมด้วย"

"ด้วยความยินดีค่ะพี่เสือ"

เสือแม้ไม่ค่อยชอบยุ้ยแต่ก็รักษามารยาทเดินนำเธอเข้าไปในร้าน ยุ้ยยิ้มแย้มดีใจรู้สึกมีความหวังเพิ่มขึ้นมาอีกนิด แต่พอกลับไปถึงบ้าน ยุ้ยก็โดนพี่ชายซึ่งเป็นคู่อริกับเสือโวยวายลั่นบ้าน

"ข้าวบ้านเราไม่มีกินแล้วรึไง ทำไมต้องไปกินร้านไอ้เสือขี้เรื้อนนั่นด้วย"

"อย่าพาลได้มั้ยพี่โย พี่จะเกลียดพี่เสือก็เกลียดไปสิ ทำไมต้องดึงยุ้ยเข้าไปเกี่ยวด้วย"

"ก็แกเป็นน้องฉัน แกจะเห็นคนอื่นดีกว่าฉันได้ยังไง"

"ไม่คุยด้วยแล้ว"

"ใช่ซิ แกหลงใหลได้ปลื้มมันมานานแล้วนี่ พอมันเป็นเจ้าของร้านอาหารเข้าหน่อยก็เลยรีบระริกระรี้เอาเงินไปให้มัน  โธ่  อีกไม่กี่วันมันก็เจ๊งแล้ว  น้ำหน้าอย่างมันช้อนปลาตัวละ 3 บาทขายน่ะเหมาะแล้ว"

"พี่โยก็ดีแต่ดูถูกคนอื่น  แช่งชักหักกระดูกคนเขาไปทั่ว  แล้วตัวเองทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมั่ง  เรียนจบแล้วก็ไม่ทำงาน ทำการ  มันน่าภูมิใจนักเหรอ"  ยุ้ยสะบัดหน้าเดินเลี่ยงขึ้นบ้านไปด้วยความรำคาญ  โยธิตโมโหด่าตามหลัง

"เออ เห็นมันวิเศษนักก็ตามไปเป็นเมียมันเลยสิ"

ยุ้ยไม่พอใจอย่างแรง หันมาค้อนใส่พี่ชายอีกขวับ...

ooooooo

ค่ำแล้ว เสือกับน้าและยาย รวมทั้งลูกจ้างกำลังช่วยกันเก็บร้าน เอ็ดเวิร์ดเดินยิ้มเข้ามาทักทายเสือ ถามว่าเปิดร้านวันแรกเป็นยังไงบ้าง ลูกค้าเยอะมั้ย?

"ทั้งวันมีลูกค้ามานั่งแค่สิบกว่าโต๊ะเองครับ หักค่าของแล้วยังได้กำไรไม่พอจ่ายเด็กเลย"

"ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนรู้จักมากินทั้งนั้นเลย พรุ่งนี้จะเหลือถึงห้าโต๊ะรึเปล่าก็ไม่รู้"

เสือกับณรงค์ตอบหน้าเครียดๆ ระหว่างนี้พนักงานถือถุงใส่ผักและน้ำสลัดเดินมาหาเสือ ถามว่าของพวกนี้จะเอาไว้ที่ไหน เสือให้เอาไปแช่ตู้เย็นไว้ แต่เอ็ดเวิร์ดรีบขัดขึ้นทันที

"โนๆๆ พวกสลัดแล้วก็ซีฟู้ดทั้งหมดให้แบ่งกันเอากลับไปกินที่บ้าน ฉันยกให้"

พนักงานดีใจมากรีบขอบคุณ แล้วหิ้วถุงสลัดกลับเข้าข้างในไปทันที

"ของมันแพงนะพ่อเอ็ด ไอ้พวกผักยังไม่เท่าไหร่ แต่อาหารทะเลมันหลายกะตังค์นะ" ต้องตาท้วงด้วยความเสียดาย

"นั่นสิพ่อ เก็บไว้ขายต่อพรุ่งนี้ก็ได้ เราจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม"

"ฟังพ่อนะไทเกอร์ พวกสลัดกับซีฟู้ดมันต้องสด ถ้าไม่กินวันต่อวันมันจะไม่อร่อย จุดเด่นของร้านเราคือขายของสดและคุณภาพดีเท่านั้น วันนี้เราอาจจะขาดทุน แต่ถ้าลูกค้าเขามากินแล้วติดใจ เขาก็จะบอกต่อๆกันไปเอง...คิดจะเปิดร้านอาหารต้องไม่ดูถูกคนกิน ทำอาหารให้อร่อยให้สะอาดเหมือนทำให้คนในครอบครัวเรากิน เข้าใจไหมไทเกอร์"

เสือนิ่งฟังพ่อสอนแล้วเริ่มเข้าใจ แต่ยายของเสือยังบ่นเสียดาย จากนั้นก็เดินหายเข้าไปข้างในเพื่อขอแบ่งจากพนักงานเอากลับไปกินที่บ้านบ้าง

"ถ้าพรุ่งนี้เห็นลูกค้าน้อยก็เพิ่มพิเศษให้ลูกค้าไปก็แล้วกัน ดีมั้ยเอ็ด"

"แด๊ทซ์ไรท์ ณรงค์เริ่มเข้าใจจุดขายของร้านเราแล้ว"

เสือพยักหน้าช้าๆ เริ่มเรียนรู้การทำธุรกิจจากพ่อทีละนิด

ooooooo

ผ่านไปสองสัปดาห์ ร้านสเต๊กของเสือก็ไปได้สวย ลูกค้ามาอุดหนุนแน่นร้าน ติดใจในรสชาติและความสดสะอาดของอาหารอย่างที่เอ็ดเวิร์ดพูดไว้ไม่มีผิด... วันนี้ยุ้ยมาพร้อมโยธิต สองพี่น้องยืนมองอยู่หน้าร้าน เพราะมีคนรอต่อคิวยาวเหยียด ยุ้ยยิ้มปลื้มดีใจไปกับเสือ ต่างจากโยธิตที่ริษยาจนเก็บอาการไว้ไม่มิด

"ไอ้คนแถวนี้มันไม่เคยกินสเต๊กรึไง เห่อไม่เข้าท่า"

"ตัวเองไม่เคยกินยังจะมาวิจารณ์เขาอีก...ยุ้ยเคยทานแล้ว อร่อยมากๆ พี่เสือเก่งจริงๆ ขนาดเปิดร้านได้ไม่กี่อาทิตย์คนยังแน่นขนาดนี้เลย ถ้าเปิดซักปี มีหวังต้องขยายร้านออกไปจนถึงหัวถนนแน่ๆ"

ยุ้ยยิ้มปลื้ม พร้อมเหล่ๆมองพี่ชาย...โยธิตขบกรามแน่นจนขึ้นสันด้วยความโกรธเกลียด ทนไม่ได้ที่จะเห็นเสือได้ดีแบบนี้...ครั้นกลับไปถึงบ้าน โยธิตก็อ้อนพ่อให้เปิดร้านสเต๊กอย่างเสือบ้าง แต่เอาให้ใหญ่แล้วก็หรูกว่าของเสือสิบเท่า ร้านของมันจะได้เจ๊งไปเลย

"ป๊าว่าแกไปเรียนต่อโท หรือไม่ก็มาช่วยป๊าทำงานดีกว่า ร้านอาหารทำเป็นก็ดีไป ทำไม่เป็นก็เจ๊งมาเยอะแล้วนะ"

"กะอีแค่ร้านสเต๊กมันจะยากอะไรกันป๊า ซื้อสูตรเขามาก็สิ้นเรื่องนะป๊านะ เราเลือกทำเลดีๆ จ้างกุ๊กเก่งๆมาประจำร้าน แล้วตีข่าวให้มันครึกโครมหน่อย แค่เนี้ยก็ขายได้แล้ว ขนาดไอ้เด็กตักลูกน้ำขายมันยังมีปัญญาทำได้ แล้วผมเป็นลูกป๊าแท้ๆ จะแพ้มันได้ยังไง"

พ่อนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง มั่นใจในความกว้างขวางของตนก็เลยพยักหน้าตามใจลูก

"ลองดูก็ได้ ป๊าจะให้เพื่อนๆป๊ามาช่วยลื้ออีกแรง"

"ดีครับป๊า...ขอบคุณครับ" โยธิตยิ้มหน้าบาน คาดหวังอย่างมากว่าตนต้องเอาชนะเสือให้ได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

บ้านไร่สายสมร EP.27 ไหมตะวัน ตกเป็นเหยื่อในแผนของเสี่ยธวัชชัย กับ สุรีย์
14 เม.ย. 2564

10:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 13:06 น.