กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เหตุการณ์ไฟไหม้ชุมชนเลิศประสิทธิ์เป็นข่าวฮอตประเด็นร้อนของเช้าวันรุ่งขึ้น สื่อทุกสำนักประโคมข่าวกันอย่างครึกโครม และมีรายงานด้วยว่าชาวบ้านบางส่วนอพยพออกจากพื้นที่ไปก่อนจะเกิดเหตุไฟไหม้ เหมือนจะรู้ก่อนล่วงหน้า ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สัมภาษณ์สดชาวบ้านไม่กี่คนที่ยังอยู่ในชุมชน

“มีคนมีชื่อเสียงในแวววงธุรกิจ ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับที่ดินผืนนี้ได้ส่งคนเข้ามาฝังตัวปะปนอยู่ในชุมชนนี้ได้ระยะหนึ่งแล้ว เป็นความจริงใช่ไหมคะ”

“ก็มีเห็นหลายคนนะ แล้วเขาก็บอกต่อๆกันว่า เห็นท่าจะไม่ดีอย่าอยู่ที่นี่เลยต้องมีเรื่องร้ายแรงแน่ๆ”

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า มีผู้หวังดีคนหนึ่งอ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์และได้เห็นพฤติกรรมของกลุ่มคนลึกลับขณะจุดไฟเผา ผู้หวังดีคนนั้นพยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผลกลับถูกรุมทำร้ายถึงขั้นบาดเจ็บ...

ผู้หวังดีที่ผู้สื่อข่าวเอ่ยถึงคือปริวัตรนั่นเอง เขาให้สัมภาษณ์หลังจากทำแผลเสร็จเรียบร้อยว่ามีคนแปลกหน้าไม่ต่ำกว่าแปดคนขนน้ำมันเข้ามากลางดึกเป็นการกระทำที่วางแผนไว้ล่วงหน้า เขาเห็นหน้าพวกนั้น

ไม่ชัดเนื่องจากใส่หมวกอำพรางใบหน้าไว้ ส่วนใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เขายังไม่มีหลักฐานที่พอจะยืนยันได้จึงขอไม่พูดถึงเรื่องนี้...

หลี่ซวงกับสมาชิกในครอบครัวดูข่าวนี้ทางหน้าจอทีวี ในข่าวยังแจ้งอีกว่ามีพยานบุคคลที่กล้าออกมายืนยันว่ารู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังและเป็นผู้สั่งการให้เผาชุมชน จอทีวีปรากฏภาพแกนนำให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังก็คือหลี่ซวงนั่นเอง คนถูกใส่ความถึงกับลุกพรวด

“มึงมันเลว มึงรับเงินไอ้ไมเคิลนี่หว่า”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางตำรวจได้หลักฐานเป็นภาพถ่ายจากบริษัท P&L ที่ได้ถ่ายไว้ในวันก่อนเกิดเหตุ โดยไมเคิลเป็นคนนำมาให้ตำรวจด้วยตัวเอง ผู้สื่อข่าวยื่นไมค์ไปจ่อปากเขา

“ผมเอาหลักฐานมามอบให้เจ้าหน้าที่ครับ คนของผมเข้าไปเตรียมงานโครงการของเราในชุมชนเลิศ-ประสิทธิ์ เห็นคุณนายหลี่ซวงยกพวกเข้ามาด้อมๆมองๆ ดูไม่น่าไว้ใจก็เลยแอบถ่ายภาพไว้ ผมเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ก็เลยนำภาพมามอบให้ ผมว่าไม่น่าจะมีเหตุผลอื่นหรอกครับ นอกจากกลั่นแกล้งทำลายงานของผม” ไมเคิลโกหกได้เป็นฉากๆ

นอกจากนี้แกนนำขี้ฉ้อยังให้สัมภาษณ์ปรักปรำว่าหลี่ซวงพยายามใช้เงินเพื่อให้เขาซัดทอดว่าการวางเพลิงครั้งนี้เป็นฝีมือของไมเคิล แต่เขาไม่ยอมทำ คนถูกใส่ความถึงกับเต้นผางด้วยความแค้นใจแต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร มีตำรวจหลายนายเข้ามาเชิญตัวหลี่ซวงไปโรงพัก สุมลทากับคงศักดิ์พยายามขอร้องให้สอบปากคำท่านที่นี่ แต่ตำรวจไม่ยอม

“ไม่เป็นไร อยากให้ไปอั๊วก็ไปได้ไม่มีปัญหา ทุกคนอยู่รอฟังข่าวที่บ้านนี่แหละ” หลี่ซวงว่าแล้วเดินออกไปกับตำรวจ สิริกานดาหันไปถามสิริวิภาว่าหมวยเล็กอยู่ไหนได้ความว่าอยู่ในห้อง เรียกแล้วแต่ไม่ยอมตื่น

ooooooo

คนที่สิริกานดาถามถึงกำลังยืนอยู่ใต้ฝักบัวในห้องน้ำหวังจะให้สายน้ำไล่คราบสกปรกที่มาร์คทำไว้กับเธอเมื่อคืนนี้ให้ไหลลงท่อน้ำทิ้ง เขาไม่ได้แค่ระบายความหื่นกับเธอ แต่ยังอัดคลิปตอนที่มีอะไรกันไว้ด้วย อ้างจะเก็บไว้เตือนความจำว่าเขากับเธอเร่าร้อนกันมากแค่ไหน สิริวิมลแค้นใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้...

เมื่อหลี่ซวงเดินทางมาถึงโรงพัก สารวัตรกลับไม่แจ้งข้อกล่าวหาใดๆกับเธอ แค่เชิญมาเพื่อลดกระแสสังคมเท่านั้น เนื่องจากหลักฐานที่มีอ่อนมาก และที่สำคัญน่าจะเป็นการดิสเครดิตกันมากกว่า แต่ในทางสาธารณะเราจะประกาศตัดประเด็นนี้ไปเลยไม่ได้ หลี่ซวงบ่นอุบ ถ้าอย่างนั้นเธอคงต้องเสียหายไปอีกนาน

“ไม่นานนักหรอกครับ สายข่าวของเราพบความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายยาเสพติดลอตใหญ่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเผาบ้านผู้คนด้วยหรือไม่ ตอนนี้ยังโยงกันได้ไม่ชัดเจนนัก แต่เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด”

หลี่ซวงอาสาจะช่วยอีกแรงหนึ่ง สารวัตรยังไม่ทันจะตอบคำถาม จ่าเวรเข้ามารายงานเจ้านายว่าปริวัตรมาขอเป็นพยานยืนยันความบริสุทธิ์ของหลี่ซวงอยู่ที่โต๊ะร้อยเวร ทั้งคู่รีบออกมาดู เห็นปริวัตรกำลังให้ปากคำอยู่กับร้อยเวร หลี่ซวงร้องบอกเขาว่าไม่ต้องช่วยพูดอะไรให้ ตำรวจเข้าใจท่านหมดแล้ว

“เธอกลับไปพักผ่อนเถอะฉันให้ลางานได้ ถ้ามีเรื่องอะไรจำเป็นฉันจะเรียกเธอเอง ขอบใจนะปริวัตร”...

จอมขวัญไม่พอใจมากที่ไมเคิลใส่ความหลี่ซวงข้อหาหนักฐานจ้างวานวางเพลิง นั่นเท่ากับทำให้บริษัทลีลาวัฒน์จะต้องพบกับวิกฤติ ว่านกลับเห็นตรงกันข้าม หากลีลาวัฒน์อ่อนแอลงเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะยึดมันมาเป็นของเราก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น จอมขวัญไม่ต้องการเป็นเจ้าของบริษัทที่ล่มสลาย แต่ต้องครอบครองมันในวันที่รุ่งเรืองที่สุด เพราะจะทำให้พวกนั้นเสียดายและเจ็บช้ำมากกว่า ถึงจะสาสมกับที่พวกเขาทิ้งขว้างเธอ

“ถ้าอย่างนั้นเราต้องกู้ชื่อเสียงของลีลาวัฒน์กลับมา”

เกาเฟยเห็นด้วยกับว่าน ดังนั้นเราต้องเริ่มต้นจากแก้ข้อกล่าวหาที่ไมเคิลโยนใส่หลี่ซวงให้ได้ จอมขวัญอาสาจะไปคุยกับไมเคิลเอง จากนั้นไม่นานเธอไปพบไมเคิลที่บริษัทพยายามขอร้องให้เลิกกล่าวหาหลี่ซวงแต่ไม่สำเร็จ เธอจึงประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมใดๆกับเขาอีกเพราะไม่ต้องการทำงานกับคนไม่มีมนุษยธรรม

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดารารัตน์ขับรถพาปริวัตรมาถึงใต้ถุนคอนโดฯที่พักของเขา ขอส่งแค่ตรงนี้เพราะต้องกลับไปเตรียมตัวไปทำงานที่กระบี่ บรรพตเป็นคนหางานให้ เขาได้แต่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะลงจากรถตรงไปที่ห้องพักของตัวเอง เจอดอกไม้ช่อสวยแขวนอยู่หน้าประตูห้องมีการ์ดจากจอมขวัญติดไว้ด้วย

“หายเร็วๆนะคะ คนดีที่น่ายกย่อง ฉันจะอธิษฐานเผื่อ”

ปริวัตรรีบโทร.หาเจ้าของช่อดอกไม้ ปรากฏว่าเธออยู่ที่สระว่ายน้ำของคอนโดฯแห่งนี้นี่เอง ครู่ต่อมา เขามายืนอยู่ตรงหน้าจอมขวัญที่เอนตัวอยู่บนเก้าอี้นอนริมสระว่ายน้ำ เธอเห็นหน้าที่บอบช้ำไม่มากนักของเขาถึงกับถอนใจโล่งอก อดชมไม่ได้ว่าถ้าไม่ใช่ฮีโร่ก็คง

ไม่กล้าเสี่ยงชีวิตเข้าไปห้ามมือวางเพลิง

“แต่ผมเป็นแค่คนธรรมดาก็เลยห้ามไม่สำเร็จ”

จอมขวัญรู้ว่าหลี่ซวงไม่ใช่คนอยู่เบื้องหลังเหตุวางเพลิงเพราะเธอมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายของไมเคิลกับสมุน ปริวัตรไม่เข้าใจทำไมถึงไม่เอาให้ตำรวจ ทำไมถึงปล่อยให้ลีลาวัฒน์ถูกโจมตีหรือนี่เป็นความปรารถนาของเธอ จอมขวัญไม่อยากมีเรื่องด้วยรีบตัดบท วันนี้ไม่ได้มาคุยเรื่องธุรกิจ แต่แวะมาเยี่ยมเยียนคนที่ถูกชะตาด้วย ปริวัตรไม่ยอมเลิกรา คาดคั้นให้เธอตอบมาก่อนว่าต้องการอะไรกันแน่

“ถ้าคุณคลางแคลงใจฉันก็แปลว่าคุณยังไม่ถูกชะตากับฉัน ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาของฉันและฉันก็ไม่จำเป็นต้องโน้มน้าวให้คุณเข้าใจอะไรมากกว่าที่คุณกำลังเข้าใจ”

“ไม่เคยมีความกระจ่างในพฤติกรรมของคุณให้ผมเห็นแม้แต่ครั้งเดียว”

“ไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มีนะคะ ทุกอย่างเกิดขึ้นและคงอยู่ด้วยเหตุและผล วันหนึ่งคุณจะเข้าใจได้เอง” จอมขวัญขยับจะไปแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ “บอกประธานบริษัทคุณด้วยว่าช่วงนี้เก็บเนื้อเก็บตัวหน่อยก็ดี กลิ่นของภัยอันตรายมันโชยอยู่รอบๆตัวท่านมากเหลือเกิน”...

จากกรณีที่หลี่ซวงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางเพลิงชุมชนเลิศประสิทธิ์ ทำให้คงศักดิ์ในฐานะรองประธานเรียกหัวหน้าแผนกต่างๆมาที่ห้องประชุมเพื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น หัวหน้าแผนกทุกคนจะได้ไปอธิบายพวกพนักงานในแผนกของแต่ละคนให้เข้าใจตรงกันว่าท่านประธานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น และตำรวจก็เข้าใจว่านี่เป็นการจงใจใส่ความเพื่อดิสเครดิตกัน ส่วนท่านประธานยังคงมีกำลังเข้มแข็ง

“และจะดำเนินกิจการงานของบริษัทต่อไปโดยไม่หวั่นเกรงอะไรทั้งนั้น”...

อีกมุมหนึ่งที่โถงหน้าบริษัท มาร์คปรี่เข้ามาขวางหน้า

สิริวิมลที่กำลังจะไปเข้าประชุมร่วมกับหัวหน้าแผนกอื่นๆ คว้ามือเธอมาลูบคลำแล้วจูบอย่างไม่แคร์สายตาใคร ออดอ้อนว่าคิดถึงเขาไหม ถ้าเธออยากมีความสุขแบบเมื่อคืนนี้นานๆ เธอควรจะรีบแต่งตั้งให้เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัท

“ฉันจะร่างหนังสือสัญญาบ่ายวันนี้แหละ คุณจะไปไหนก็ไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน”...

ขณะที่การประชุมยังคงดำเนินต่อไป เลขาฯของสุมลทาเข้ามาแจ้งว่ามีเด็กสาวชื่อสาวมาขอพบ เธอรีบออกจากห้องประชุมโดยมีสายตาของคงศักดิ์มองตามสงสัย ทันทีที่เจอหน้าหลานสาว สุมลทาสั่งห้ามไม่ให้เธอโผล่มาที่นี่ตามอำเภอใจอีก เคยสั่งไว้แล้วจะไปจะมาต้องโทร.นัดกันก่อน สาวร้อนเงินเนื่องจากเอาเงินที่ป้าให้คราวก่อนใช้หนี้หมดแล้ว ก็เลยไม่มีเงินเหลือพอจะเอาไปไว้เรียนภาษา แต่เธอไม่ยอมให้ สาวต่อรองถ้าเธออยากรู้ว่าเมียน้อยของคงศักดิ์อยู่ที่ไหนตนยินดีจะไปสืบให้เพื่อแลกกับค่าจ้าง สุมลทาได้แต่ยืนนิ่ง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน บริเวณถูกลอบวางเพลิงภายในชุมชนเลิศประสิทธิ์ ไมเคิลสั่งการให้สมุนเอาป้ายเตือนว่าเป็นพื้นที่หวงห้าม อยู่ในความดูแลของบริษัท P&L ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกโดยเด็ดขาดไปติดไว้และจ้างแกนนำชุมชนเฝ้า พวกนั้นไม่รู้เลยว่าบนเสาไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ๆมีกล้องวงจรปิดติดอยู่

กล้องแพนตามพวกสมุนจนขึ้นรถกลับออกไปกันหมด จึงแพนกล้องกลับมาที่แกนนำ เกาเฟยซึ่งเฝ้าดูความเคลื่อนไหวอยู่บนรถตู้ติดอุปกรณ์ทันสมัยพร้อมกับฮาน่าและว่าน สั่งบอดี้การ์ดสาวไปจัดการแกนนำแต่อย่าให้มีบาดแผล ฮาน่ารับคำแล้วรีบไปทำตามคำสั่ง ฮึดใจเดียวเธอจัดการล็อกตัวเป้าหมายเอากลับมาที่รถตู้ เกาเฟยสั่งให้เขาบอกทุกอย่างที่รู้มาให้หมด...

ในขณะที่แกนนำเปิดปากเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องชั่วๆที่ไมเคิลทำไว้กับชุมชนเลิศประสิทธิ์ อรรณพตัดสินใจทำอย่างที่คธาทำ คือมอบหุ้นบริษัทลีลาวัฒน์ที่ตัวเองถือครองอยู่ให้จอมขวัญ

“ผมกำลังจะย้ายครอบครัวไปปักหลักทำธุรกิจที่เวียดนาม หุ้นจำนวนนี้เป็นของมีค่าที่เกินจำเป็นสำหรับผม ผมขอมอบให้คุณครับมิสโจว...นี่คือสัญญาซื้อขาย ขอให้เป็นความลับระหว่างเราเท่านั้นนะครับ”

จอมขวัญรับสัญญาซื้อขายหุ้นจากมืออรรณพพร้อมกับรับปากจะไม่ทำอะไรกับหุ้นเหล่านี้ก่อนที่จะบอกเขา จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของจอมขวัญดังขึ้น เธอขอตัวไปรับสายก่อนแล้วเดินเลี่ยงออกมา เกาเฟยโทร.มาเล่าให้ฟังว่าสถานการณ์ในชุมชนเลิศประสิทธิ์ก้าวไปไกลกว่าที่คิดไว้มาก

“มียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พวกมันเผาที่เพื่อให้กลายเป็นที่หวงห้ามปลอดผู้คน จากนั้นมันก็จะใช้เป็นที่พักสินค้าลอตใหญ่ที่ขนมาจากชายแดน ก่อนจะแจกจ่ายไปยังเอเย่นต์ในพื้นที่ภายในหนึ่งสัปดาห์”

เกาเฟยได้ข่าวว่าพวกมันจะขนสินค้ากันคืนนี้ก็เลยให้ว่านสะกดรอยตามสมุนของไมเคิลไปถึงท่ารถขนถ่ายสินค้า พบว่ายาเสพติดถูกส่งมาจากชายแดนด้วยการซุกมากับลังผลไม้อบแห้ง พวกมันกำลังลำเลียงลังเหล่านั้นกว่าห้าร้อยลังมุ่งหน้ากลับมาที่ชุมชนคืนนี้ ไมเคิลน่าจะเป็นคนตรวจรับสินค้าลอตนี้ด้วยตัวเอง

“คุณนายหลี่ซวงเป็นแพะที่ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อให้สังคมมุ่งความสนใจไปที่เธอ งานนี้ P&L ได้ประโยชน์ทุกด้าน ทั้งเม็ดเงินจากการส่งยาเสพติดและลดบทบาทบารมีและความน่าเชื่อถือของลีลาวัฒน์ไปได้เยอะ”

จอมขวัญกับพวกอยู่นิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง

ooooooo

ค่ำนี้พิทักษ์พงศ์กลับบ้านเร็วกว่าพวกพี่ๆ เห็นหลี่ซวงนั่งเหม่ออยู่ที่โซฟาก็เดินเข้าไปหา ผู้เป็นย่าร้อง ทักทำไมวันนี้กลับก่อนคนอื่น เห็นพักหลังๆสี่พี่น้องมักจะนัดออกจากบ้านพร้อมกัน กลับพร้อมกันแทบทุกวัน

“เอ้อ พวกเราคอยดูแลกันและกันไม่ให้ใครออกนอกลู่นอกทางไงล่ะ”

หลี่ซวงถามประชดแน่ใจหรือว่าไม่มีใครออกนอกลู่นอกทาง พิทักษ์พงศ์จับไหล่ท่านไว้ ขอให้เชื่อว่า หลานๆทุกคนไม่มีใครอยากทำให้ท่านช้ำใจ และเขาสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนท่านที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับพวกเราพี่น้องมาทั้งชีวิต หลี่ซวงขอแค่เขาได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ของลีลาวัฒน์และพามันไปให้ไกลกว่าที่ท่านทำ ท่านก็พอใจแล้ว แต่ไม่รู้ว่าท่านจะมีโอกาสอยู่จนได้เห็นหรือเปล่า พิทักษ์พงศ์ขอร้องอย่าพูดแบบนั้น

“ไม่มีใครฝืนชะตาฟ้าลิขิตได้หรอกอาซื่อ อะไรที่เราไม่เคยคิดว่าจะเกิดมันก็เกิด ม่ารู้สึกได้ว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป” หลี่ซวงหวนคิดถึงอดีตเมื่อ 24 ปีก่อน ซินแสพเนจรทำนายไว้ว่าหลานคนเล็กของเธอจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง และที่เธอทำได้ก็แค่ทำใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้ หลี่ซวง อยากรู้ว่าเปลี่ยนขนาดไหน ซินแสว่าฝ่ามือพลิกเป็นฝ่าเท้า ขุนเขาสลายกลายเป็นลำธาร เบี้ยตัวน้อยผงาดขึ้นเป็นนางพญา หากเธอยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้บั้นปลายของเธอก็จะพบแต่ความสุข

เสียงเรียกของหลานคนโปรดปลุกให้หลี่ซวงตื่นจากภวังค์ เขาเห็นว่าเรื่องที่ชุมชนทำให้ท่านเครียดเกินไปแนะให้พักก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะไปชงชาร้อนๆมาให้ดื่ม เขายังไม่ทันขยับ หลี่ซวงขอให้เขาช่วยขับรถให้ แค่ขับไปเรื่อยๆก่อน พอขึ้นรถได้ ท่านเอนตัวพิงเบาะหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า

พิทักษ์พงศ์ซึ่งทำหน้าที่สารถีเห็นท่าทางท่านไม่ค่อยดีโทร.ปรึกษาพวกพี่ๆ แต่ไม่มีใครสนใจเพราะมัวแต่ติดพันเรื่องของตัวเอง โดยเฉพาะสิริวิมลต้องฝืนใจมานั่งดื่มเหล้ากับมาร์คเพราะกลัวเขาจะเอาคลิปฉาวของตัวเองไปแฉในเน็ต พอเหล้าเข้าปากจนได้ที่มาร์คเก็บอารมณ์หื่นเอาไว้ไม่อยู่ ซุกไซ้ไปทั่วตัวสิริวิมลซึ่งต้องแสดงอารมณ์ไปในทิศทางเดียวกับเขาเพื่อให้ตายใจ แกล้งพร่ำเพ้อว่าเขาทำให้เธอมีความสุขมากและจะสุขยิ่งขึ้นถ้าได้เห็นภาพในคลิปที่เขาเก็บไว้ เขาไม่ได้ก๊อบปี้มันไว้ใช่ไหม

“ไม่ ของดีสำหรับผมต้องมีเพียงชิ้นเดียวและผมจะไม่ยอมให้หลุดไปอยู่ที่ใครเป็นอันขาด”

สิริวิมลพยายามจะขอดู แต่มาร์คไม่ให้ ขอให้เขาได้มีอะไรเหนือเธอบ้าง สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรกับคลิปนั่น เขาจริงใจกับเธอ ไม่มีความคิดที่จะทำลายคนที่ตัวเองรัก ถ้าไม่จำเป็น

ooooooo

พิทักษ์พงศ์ขับรถมาพักใหญ่หลี่ซวงถึงได้ลืมตาตื่นขึ้น เขาเสนอให้กลับบ้านกันเลยดีไหม ท่านยังไม่กลับสั่งให้เขาเลี้ยวซ้ายแยกหน้าแล้วขับตรงไปเรื่อยๆจนถึงสะพาน ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าท่านจะไปไหน กังวลใจอย่างบอกไม่ถูก แอบไลน์บอกปริวัตรว่าอาม่าให้เขาขับรถมาข้างนอก ท่าทางไม่ค่อยดี ให้ออกมาเจอกันหน่อย

“ตอนนี้อยู่ที่ชุมชนเลิศประสิทธิ์” เป็นจังหวะเดียวกับรถมาจอดหน้าชุมชนพอดี หลี่ซวงมองฝ่าความมืดเข้าไปข้างในเห็นเงาคนตะคุ่มๆ บอกให้หลานเลิฟรออยู่ที่นี่ เดี๋ยวท่านมาแล้วลงจากรถเดินหายเข้าไปในชุมชน

หลี่ซวงเห็นแสงไฟฉายมาจากบริเวณที่เป็นซากหักพังจากถูกเพลิงเผาผลาญ จึงค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆเห็นกลุ่มคนในชุดดำอำพรางใบหน้าโดยหนึ่งในนั้นคือไมเคิลนั่นเอง ระหว่างนั้นทหารกะเหรี่ยงลำเลียงลังสินค้าเข้ามาในพื้นที่ หัวหน้ากะเหรี่ยงบอกกับไมเคิลว่าพันเอกวาคูกำชับให้ดูแลสินค้ามูลค่ามหาศาลลอตนี้ให้ดี ภายในสามวันสินค้าทั้งหมดจะถูกกระจายออกไปทั่วภูมิภาค เป็นอันหมดหน้าที่ของไมเคิล

“ตามสบายไม่มีปัญหา สำหรับพันเอกวาคู ผมยินดีบริการท่านทุกเวลา”

หัวหน้าโยนห่อกระดาษห่อหนึ่งให้ไมเคิลพร้อมกับบอกว่านี่เป็นของกำนัลจากพันเอกวาคู เขารับมาเปิดดูมียาเสพติดราคาแพงอยู่ในนั้น

หลี่ซวงเห็นไม่ถนัดพยายามขยับเข้าไปใกล้ แต่ก้าวพลาดเหยียบเศษไม้หักเสียงดังเปาะ พวกคนร้ายหันขวับไปทางต้นเสียง เธอพุ่งหลบไปยังที่กำบังใกล้ๆ ไมเคิลถอดหมวกไหมพรมออก สั่งให้ส่องไฟไปทางนั้น หัวหน้าทหารกะเหรี่ยงสั่งให้ฆ่ามันทิ้ง หลี่ซวงตกใจวิ่งหนี

กระสุนหลายนัดพุ่งไปยังทิศทางที่เธออยู่ แต่ว่าพลาดเป้า ไมเคิลร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้ใช้ปืน เสียงปืนทำให้พิทักษ์พงศ์สะดุ้งตกใจรีบลงจากรถจะตามไปดู ปริวัตรเข้ามาจับไหล่เขาไว้ถามว่าท่านประธานอยู่ไหน

“เดินเข้าไปข้างใน มันมีเสียงปืนด้วยนะเฮีย”

“โทร.แจ้งตำรวจที แล้วหลบอยู่ที่นี่อย่าออกไปไหนเด็ดขาด” สั่งเสร็จปริวัตรรีบวิ่งเข้าไปในชุมชน...

หลี่ซวงหนีการไล่ล่าของไมเคิลกับพวกและเหล่าทหารกะเหรี่ยงไปตามหลืบมุมอันมืดมิด แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น หนึ่งในทหารกะเหรี่ยงตามจนเจอตัว เล็งปืนติดที่เก็บเสียงใส่ แต่ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก จอมขวัญในคราบมิสโจวคว้าข้อมือข้างที่ถือปืนบิดอย่างแรง ปืนหลุดมือ แล้วดึงร่างหลี่ซวงมาไว้หลังตัวเองอย่างปกป้อง

ทหารกะเหรี่ยงชักดาบออกมาขณะที่จอมขวัญดึงมีดสั้นออกมา ทั้งคู่เปิดฉากบู๊เข้าใส่กันอย่างดุเดือด จอมขวัญต่อสู้ไม่ถนัดเนื่องจากมีหลี่ซวงหลบอยู่ด้านหลังก็เลยจับเหวี่ยงไปหลบยังจุดปลอดภัย เสียงการต่อสู้ทำให้พวกทหารกะเหรี่ยงพากันเข้ามาล้อมกรอบจอมขวัญไว้ ก่อนที่เธอจะเสียทีให้คนชั่ว ว่าน เกาเฟยและฮาน่าเข้ามาช่วยต่อสู้ หลี่ซวงกลัวมาก ค่อยๆคลานหนี กลับถูกไมเคิลสวมชุดดำมีหมวกไหมพรมคลุมหน้าเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับชักมีดจะแทง ปริวัตรโผล่มาจากไหนไม่รู้เตะมีดกระเด็น

ไมเคิลฝีมือเหนือกว่าเล่นงานปริวัตรจนเพลี่ยงพล้ำแล้วจะตามเข้าไปซ้ำ แต่จอมขวัญเข้ามาช่วยไว้ทัน แถมดึงหมวกคลุมหน้าเขาออก ไมเคิลไวทายาดวิ่งหนีไปได้ก่อนที่จะมีใครเห็นหน้า จากนั้นไม่นาน ตำรวจกระจายกำลังกันเข้าจับกุมพวกคนร้ายไว้ได้พร้อมกับยาเสพติด
ปริวัตรขอบคุณจอมขวัญมากที่ช่วยชีวิตเอาไว้ พิทักษ์พงศ์วิ่งเข้าไปประคองหลี่ซวงที่ยังเสียขวัญให้ลุกขึ้น ท่านไม่ลืมหันมาขอบใจเธอที่ช่วยชีวิตท่านเอาไว้เช่นกัน...

การจับกุมยาเสพติดลอตใหญ่คราวนี้ สื่อทุกสำนักต่างให้เครดิตหลี่ซวงไปเต็มๆที่ชี้เบาะแสจนทำให้ตำรวจกวาดล้างพวกคนเลวได้ และทำให้สังคมตั้งข้อสังเกตว่าบริษัท P&L อยู่เบื้องหลังการค้ายาครั้งนี้หรือไม่

ooooooo

จอมขวัญกำลังดูข่าวภาคเช้าที่มีใบหน้าของหลี่ซวงปรากฏอยู่แทบจะทุกช่อง ตอนที่มิสเตอร์คิมโทร.ทางไกลมาเตือนลูกบุญธรรมสุดเลิฟที่ชอบเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดเสี่ยงมากเกินไป เธอคุยอวดถึงจะเสี่ยงแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี และตอนนี้เราก็เข้าใกล้การเป็นเจ้าของบริษัทลีลาวัฒน์มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว

“หุ้น 48% จากกลุ่มคนนอกไม่น่าจะยาก ส่วนอีก 3% จากคนในตระกูล หนูเชื่อว่าหลังจากการช่วยชีวิตคุณนายหลี่ซวงเมื่อคืนนี้แล้ว อะไรๆน่าจะง่ายขึ้นเยอะเลย”

มิสเตอร์คิมคงเห็นด้วยถ้าเบื้องหลังการขนยาเสพติดครั้งนี้จะไม่ใช่กลุ่มของพันเอกวาคู มาเฟียกะเหรี่ยงรุ่นใหญ่ที่มีเส้นสายโยงใยไปทั่วโลก เราทำความเสียหายขนาดนี้ มันคงไม่อยู่เฉยแน่ๆ จอมขวัญมั่นใจว่าเอาตัวรอดได้ มิสเตอร์คิมไม่ได้ห่วงเธอ ห่วงหลี่ซวงต่างหาก

หญิงสาวขออนุญาตเขาชวนท่านไปงานครบรอบวันเกิด 70 ปีของเขาที่เกาหลีในอีกสามวันข้างหน้าด้วย มิสเตอร์คิมให้เธอลองชวนหลี่ซวงดูก่อนจะดีกว่า ได้ความอย่างไรให้โทร.บอกเขาด้วย เธอจะชวนท่านวันนี้ พนันได้เลยว่าท่านจะต้องตอบรับคำเชิญ...

ในเวลาต่อมา จอมขวัญก้าวเข้ามาในบ้านลีลา-วัฒนชัยพร้อมกับว่าน เหล่าสมาชิกของบ้านทุกคนลุกขึ้นยืนต้อนรับ หลี่ซวงสั่งการให้ทุกคนคำนับผู้มีบุญคุณกับพวกเราพร้อมๆกัน ทุกคนทำตามคำสั่ง แม้จะมีบางคนฝืนใจทำก็ตาม ประมุขของบ้านยังประกาศอีกว่า

“มิสโจวช่วยชีวิตอั๊วไว้ หากไม่มีเธอ เราก็คงจะไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าอย่างนี้ บุญคุณของมิสโจวจะอยู่ในความทรงจำของเรา ลูกหลานลีลาวัฒนชัยจะเล่าขานเรื่องนี้สืบต่อไปทุกชั่วอายุคน คำนับอีกครั้ง”

หลังจากทุกคนคำนับ จอมขวัญค้อมศีรษะตอบขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติ เธอไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสมาเหยียบที่นี่ วันนี้ถือเป็นวันพิเศษของเธอจริงๆและทุกท่าทีที่ทุกคนกระทำต่อเธอก็จะอยู่ในความทรงจำของเธอตลอดไปเช่นกัน ก่อนจะออกตัวว่าความจริงแล้วไม่ได้มีแต่เธอเท่านั้นที่ช่วยชีวิตหลี่ซวง ยังมีปริวัตรอีกคนหนึ่ง เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าตัวเดินเข้ามาพอดี หลี่ซวงไม่ลืมความดีของเขาและจะตอบแทนให้อย่างสาสมเช่นกัน

คงศักดิ์ชวนปริวัตรให้อยู่กินข้าวด้วยกัน สุมลทาเรียกลูกสาวทั้งสามคนไปช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร หลี่ซวงสั่งให้พิทักษ์พงศ์พาจอมขวัญไปห้องหนังสือจะได้ให้เธอดูรูปเก่าๆของตระกูลลีลาวัฒนชัยเพื่อเป็นการทำความรู้จักกันไว้ พอทั้งคู่คล้อยหลัง คงศักดิ์อดถามไม่ได้ว่าหลี่ซวงกำลังคิดอะไรอยู่หรือเปล่า

“อั๊วว่าอาซื่อกับมิสโจวหน้าตาคล้ายกัน อาจจะเป็นเนื้อคู่กันก็ได้” หลี่ซวงสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข...

อีกมุมหนึ่งในห้องหนังสือ พิทักษ์พงศ์ทำหน้าที่ไกด์จำเป็นพาจอมขวัญเดินชมรูปเก่าๆของบรรพบุรุษ ทั้งสองคนคุยถูกคอกัน เธอสบช่องแกล้งเท้าความถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน วันนั้นเป็นวันเกิดของเธอ แล้วเขาเอาของขวัญมาบริจาค เธอก็เลยให้ขนมเค้กเขาไป หนึ่งก้อน พิทักษ์พงศ์ตื่นเต้นดีใจที่เราสองคนเกิด

วันเดียวกันโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าแท้จริงแล้วจอมขวัญเป็นพี่น้องฝาแฝดกับตัวเอง ปริวัตรเดินเข้ามาถามเธอว่า

“ชอบเครื่องดื่มอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ท่านประธานจะได้เตรียมให้”

จอมขวัญไม่ต้องการเครื่องดื่มพิเศษ ขอเหมือนของทุกคนก็แล้วกัน พิทักษ์พงศ์อาสาเป็นคนเลือกให้ เราสองคนน่าจะชอบอะไรเหมือนๆกัน แล้วฝากปริวัตรเทกแคร์เธอให้ด้วย ก่อนจะวิ่งปรู๊ดออกไป เขาเจอแม่กำลังจัดโต๊ะอยู่กับสิริกานดาก็เล่าให้ฟังขำๆถึงตัวเองมีคู่แฝด เธอถึงกับหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย

“อั๊วกับมิสโจวเกิดวันเดียวกัน เคยให้ของขวัญกันและกันโดยบังเอิญด้วย โลกกลมจริงๆนะม้า”

สิริกานดากระเซ้าน้องชายสงสัยจะเป็นเนื้อคู่กันแน่ๆ หรือไม่ก็ต้องเป็นฝาแฝดที่พลัดพรากกันมาแต่ชาติปางก่อน สองพี่น้องหัวเราะขำ ขณะที่สุมลทากลับมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

ปริวัตรพาจอมขวัญไปเดินเล่นที่สวนสวยข้างบ้าน โดยมีว่านคอยตามไม่ห่าง ทั้งคู่คุยกันเรื่องสัพเพเหระรวมทั้งผลัดกันแซวเรื่องที่ต่างเป็นคนโปรดของหลี่ซวง ปริวัตรเห็นว่านคอยตามทุกฝีก้าวก็อดสงสัยไม่ได้ทำไมจอมขวัญต้องมีบอดี้การ์ดด้วย หรือชีวิตของเธอมีเรื่องที่ต้องเสี่ยงอันตราย

“มันคือการเตรียมความพร้อมสำหรับทุกๆ สถานการณ์ค่ะ เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าชีวิตเราจะต้องเจอกับปัญหาอะไรและเมื่อไหร่ โดยเฉพาะกับเรื่องที่เราไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้น ไม่เฉพาะแต่บทบู๊นะคะ กับบทรักเราก็ต้องคอยตั้งรับความเสี่ยงให้ดีเช่นกัน” จอมขวัญไม่พูดเปล่าจ้องมองปริวัตรด้วยสายตาเป็นประกาย ก่อนจะเดินลิ่วออกไป ปริวัตรรีบสาวเท้าตาม ว่านมัวแต่มองทั้งคู่จึงไม่เห็นสิริวิมลเข้ามาทางด้านหลัง ถามว่ากำลังอยู่ในหน้าที่หรือเปล่า เขามองด้วยหางตาแวบหนึ่งแต่ไม่ได้พูดอะไร เธอเห็นเขาไปกับจอมขวัญทุกที่

ว่านเป็นบอดี้การ์ดจึงมีหน้าที่ตามประกบเจ้านายทุกฝีก้าว สิริวิมลรู้สึกคุ้นหน้าเขามาก เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า เขารีบกลบเกลื่อน หน้าโหลอย่างเขามีเกลื่อนถนน แล้วเดินเลี่ยงออกไป มีสัญญาณเตือนว่ามีข้อความเข้ามาในมือถือของเธอ สิริวิมลเปิดดู เป็นข้อความจากมาร์ค

“อย่าลืมว่าเรามีนัดกันคืนนี้ คิดถึงใจจะขาด ...มาร์ค” อ่านเสร็จสิริวิมลสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที...

จอมขวัญยังคงเดินคุยกับปริวัตรไปตามสวนสวยของบ้านลีลาวัฒนชัย พลันมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ดารารัตน์โทร.มาหา จอมขวัญไม่อยากเป็นก้างขวางคอ เดินเลี่ยงออกไป พอดารารัตน์รู้ว่าปริวัตรอยู่บ้านหลี่ซวงก็โวยวายลั่นนี่วันหยุดไปทำอะไรที่นั่นแทนที่จะนอนพัก เขาไม่อยากฟังเสียงบ่น รีบตัดบท

“อืม...แล้วค่อยคุยกันนะดิว” ปริวัตรวางสายไปเลย ทำให้ดารารัตน์หงุดหงิดมาก...

ทางฝ่ายจอมขวัญเดินมาที่ห้องอาหารเห็นหลี่ซวง นั่งอยู่เพียงลำพังเข้าไปชวนคุยโน่นถามนี่ โดยต้องข่มอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ต่อว่าอีกฝ่ายที่ทิ้งขว้างเธอตั้งแต่ยังแบเบาะ แล้วเท้าความให้ท่านฟังว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอช่วยชีวิตท่าน เมื่อสามปีที่แล้ว ในงานประกวดวาดภาพของมูลนิธิเลิศประสิทธิ์ เธอคว้าตัวท่านไว้ก่อนที่ผลัดตกบันได หลี่ซวงไม่อยากเชื่อว่าเธอจะโผล่มาตรงจุดวิกฤติของท่านเสมอ รู้สึกประทับใจในตัวหญิงสาวขอให้เธอเล่าเรื่องของตัวเองที่พอจะเล่าได้ให้ฟัง เธออ้างเล่าด้วยปากสู้เห็นด้วยตาไม่ได้

“มะรืนนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 70 ปีของแด๊ด ดิฉันจะบินกลับไปเกาหลี ถ้าท่านสนใจชีวิตของดิฉันจริงก็เรียนเชิญร่วมงานวันเกิดแด๊ดที่เกาหลี ที่นั่นท่านจะได้สัมผัสตัวตนของดิฉันและครอบครัวได้ชัดเจนขึ้น เดินทางพร้อมกันพรุ่งนี้ค่ะ ถ้าท่านสะดวก การเปลี่ยนทำเลที่อยู่ในช่วงที่ย่ำแย่ก็เป็นการแก้เคล็ดที่ดีอย่างหนึ่ง”

ว่านเอามือถือมายื่นให้จอมขวัญซึ่งหันไปบอกหลี่ซวงว่าตัดสินใจได้แล้วบอกให้เธอรู้ด้วย ขอตัวสักครู่หนึ่ง แล้วเดินไปรับสายที่ระเบียงหน้าบ้าน

“งั้นคงต้องลงมือตอนนี้แหละ...ไม่มีปัญหา ทางนี้เรียบร้อยดี ตกลงตามนั้น” จอมขวัญมัวแต่พูดโทรศัพท์ไม่ทันสังเกตเห็นปริวัตรจ้องมองตาไม่กะพริบ...

มื้อแรกในชีวิตกับย่าของตัวเอง เป็นอันต้องยกเลิกเนื่องจากจอมขวัญมีธุระด่วนที่ต้องไปทำ ขอโทษ หลี่ซวงและทุกคนด้วย แล้วเตือนท่านอย่าลืมพิจารณาเรื่องเกาหลี แด๊ดของเธอรอคำตอบจากท่านอยู่ จากนั้นเธอเดินออกไปกับว่าน คงศักดิ์อยากรู้ว่าเกาหลีอะไรหรือ

“มิสโจวเชิญอั๊วไปงานวันเกิดพ่อของเขาที่เกาหลี อั๊วกำลังชั่งใจ”

เรื่องสำคัญที่จอมขวัญต้องไปจัดการ คือบุกไปช่วยนีน่าจากแก๊งค้ามนุษย์ โดยไม่ลืมโทร.แจ้งเรื่องนี้ให้นิภาทราบ ด้วยฝีมือของผู้ร่วมทีม จอมขวัญช่วยนีน่าให้รอดจากถูกขายทอดตลาดและพากลับไปหาแม่อย่างปลอดภัย นิภาซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือของเธอมาก

ooooooo

ก่อนที่หลี่ซวงจะตัดสินใจไปเกาหลีกับมิสโจวหรือจอมขวัญ อยากรู้ว่าคงศักดิ์ สุมลทาและปริวัตรคิดอย่างไรกับเธอ โดยขอความเห็นจากปริวัตรเป็นคนแรกเนื่องจากใกล้ชิดกับเธอที่สุดในหมู่พวกเรา

“มีหลายแง่มุมในตัวเธอที่ไม่สามารถอธิบายถึงจุดประสงค์ที่ชัดเจนได้ โดยเฉพาะความสามารถที่ดูจะเกินความเป็นผู้หญิง เช่นทักษะในการต่อสู้ของเธอ ความมุ่งมั่นเอาจริงของเธอก็มีมากจนเชื่อได้ว่าน่าจะมีความต้องการสำคัญบางอย่างอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมของเธอ แต่อย่างไรก็ตามท่าทีของเธอที่เราสัมผัสได้ในวันนี้ เป็นท่าทีที่เป็นมิตร มีเจตนาที่เป็นคุณ ผมยังไม่เห็นการมุ่งร้าย ใดๆกับเราครับ”

สุมลทาไม่เห็นด้วยกับปริวัตร เพราะเชื่อว่าการมีลับลมคมในของจอมขวัญบ่งบอกถึงความไม่จริงใจ ดังนั้นจุดประสงค์ที่เธอซ่อนเร้นเอาไว้ต้องเป็นอันตรายต่อธุรกิจของพวกเราแน่ๆ...

ขณะที่สุมลทาตั้งแง่กับจอมขวัญ เลขาฯของสิริกานดาโทร.แจ้งเจ้านายว่าฝ่ายการเงินขอเอกสารการเบิกงบในส่วนที่เพิ่มขึ้นอีกห้าล้านบาท ฝ่ายหลังถึงกับร้องเอะอะว่าตัวเองเบิกเงินเพิ่มห้าล้านบาทเหรอ

“ค่ะ ในใบเบิกล่าสุดยอดเงินระบุจำนวนเงินนั้นค่ะ”

สิริกานดาจะจัดการเอง ขอให้เลขาฯอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับใคร...

ด้านพันเอกวาคูไม่พอใจมากที่ยาเสพติดของตัวเอง ถูกตำรวจยึด โทร.มาโวยวายกับไมเคิลซึ่งหลบลี้หนีหน้าไปอยู่เกาหลีว่าใครจะเป็นผู้ชดใช้ความเสียหายครั้งนี้ ให้เขาเลือกจะชดใช้ด้วยชีวิตตัวเองหรือจะชดใช้ด้วยชีวิตของหลี่ซวง แน่นอนว่าไมเคิลต้องเลือกให้เธอเป็นผู้ที่ต้องชดใช้...

คงศักดิ์เองก็รู้สึกถูกชะตากับจอมขวัญ ยิ่งเห็นสุมลทาตั้งแง่กับเธอ เขาก็ยิ่งเข้าข้าง แม้จะขอความเห็นจากทุกคนแต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหลี่ซวง และท่านเลือกรับคำเชิญของจอมขวัญ เพราะอยากรู้จักทั้งเธอและพ่อบุญธรรมของเธอ จะได้ดูด้วยว่าธุรกิจของสองพ่อลูกมีอะไรน่าสนใจสำหรับเราบ้างไหม

การไปเกาหลีครั้งนี้ หลี่ซวงจะเอาพิทักษ์พงศ์ไปด้วย จึงไปแจ้งเรื่องนี้ให้เขารู้ถึงห้องนอน ด้วยความที่ชื่นชม ในตัวจอมขวัญ หลี่ซวงจึงพยายามโน้มน้าวให้หลานชาย สุดเลิฟสนใจเธอ เพราะเชื่อว่าเธอมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จเป็นมังกรที่ยิ่งใหญ่ได้

“เอ้อ อั๊วยังไม่รู้จักมิสโจวเลย”

“ลื้อจึงต้องไปเกาหลีกับม่าพรุ่งนี้ไง เราจะไปงานวันเกิดพ่อของเธอที่เกาหลี สองอาทิตย์ที่นั่น ลื้อจะได้ใกล้ชิดกับมิสโจวและครอบครัวของเธอมากขึ้น มังกรตัวน้อยของม่าจะได้ผงาดออกจากถ้ำสักที”...

ในขณะที่คงศักดิ์นั่งใจลอยคิดถึงเรื่องที่ขับรถชนจอมขวัญเมื่อห้าปีก่อน สุมลทาเข้ามาต่อว่าว่าน่าจะทัดทานแม่ของเขาไม่ให้ไปข้องแวะกับจอมขวัญ เห็นๆกันอยู่แล้วว่าที่นังนั่นมาทำดีด้วยเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง คงศักดิ์ไม่เห็นด้วย เพราะการช่วยชีวิตเป็นบุญคุณยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาเหตุผลใดๆมาหักล้าง

“แล้ววันหนึ่งคุณจะเสียใจที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้น เข้ามายุ่มย่ามในครอบครัวเรา”

“บางทีผมก็รู้สึกถูกชะตากับเธอมากกว่าคุณด้วยซ้ำ” พูดจบคงศักดิ์ผละจากไป มีเสียงมือถือของสุมลทา ดังขึ้น เธอเห็นเป็นเบอร์ของสาวกดรับสายอย่างอารมณ์เสียเพราะคิดว่าโทร.มาขอเงิน สาวแค่จะโทร.มาแจ้งเรื่องที่จินดายังไม่ตาย ถ้าท่านอยากจะดูรูปเพื่อความชัวร์ เพื่อนของเธอถ่ายมาให้ดูได้ ท่านจะได้มั่นใจว่าเป็นคนคนเดียวกัน เผื่อท่านอยากจะเจอ อยากคุยด้วยหรืออยากให้หายไปตลอดกาล เธอยินดีจัดให้

“ถ้าฉันอยากให้แกช่วยอะไร ฉันจะโทร.ไปบอกเองอย่าโทร.มาที่เบอร์นี้อีก”...

ปริวัตรยังคาใจไม่หายเรื่องที่จอมขวัญชวนหลี่ซวงไปเกาหลี จึงโทร.นัดให้เธอมาเจอกันที่สะพานข้ามคลองแห่งเดิมเพื่อสอบถามถึงเรื่องนี้ เธอยืนยันมีเจตนาแค่จะชวนท่านไปงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบ 70 ปีของมิสเตอร์คิม เขาไม่เชื่อว่ามีแค่นั้น เธอคงจะใช้ทริปเกาหลีครั้งนี้ต่อยอดอะไรบางอย่าง

“ไปเกาหลีกับฉันสิคะ คุณจะได้จับตาดูฉันได้ชัดมากยิ่งขึ้น” ไม่พูดเปล่าจอมขวัญแตะแก้มปริวัตรเบาๆอย่างยั่วยวนแล้วเดินจากไป เขาได้แต่มองตามโดยไม่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิดสอดแนมอยู่ เกาเฟยซึ่งจับตาดูโดยตลอดพูดกับจอมขวัญผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารตัวจิ๋วในหูของเธอ ว่าเธอกำลังทำให้ปริวัตรเป็นบ้าตาย

“ไม่หรอก ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ฉันรู้”

ooooooo

ที่ห้องนอนของมาร์ค สิริวิมลรู้สึกตัวตื่นขึ้นเห็นมาร์คยังนอนหลับอยู่ข้างๆ ลองเขย่าตัวปลุกแต่เขาไม่ตื่น เธอค่อยๆลงจากเตียงค้นดูตามลิ้นชักโต๊ะกับในตู้เสื้อผ้า เพื่อหาเมมโมรีการ์ดที่เก็บคลิปฉาวของตัวเองไว้

พลันมือถือของเธอสั่นเป็นสัญญาณว่ามีสายเข้า พิทักษ์พงศ์โทร.มาขอร้องให้พี่สาวช่วยไปเกาหลีเป็นเพื่อน อาม่าแทนเขา แล้วนัดให้ไปเจอที่ร้านกาแฟก่อนเข้าออฟฟิศเพื่อวางแผนเรื่องนี้ด้วยกัน

“เออๆ แล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน แค่นี้นะ อั๊วกำลังวุ่นอยู่” สิริวิมลวางสายแล้วหันกลับมาต้องชะงักเมื่อเจอมาร์คยืนอยู่ เขารู้เท่าทันที่เธอวุ่นๆเพราะกำลังหาเมมโมรีการ์ดอันนี้อยู่ใช่ไหม แล้วชูมันให้ดู พร้อมกับยืนยันว่าจะไม่ปล่อยคลิปนี้ให้ใครที่ไหนดู เขาจะทำอย่างนั้นกับคนที่เขารักได้อย่างไร เธอพยายามขอดูคลิปแต่ไม่สำเร็จ เขาเอามันไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยอย่างเดิม...

ปฏิบัติการเดด สวอน สำเร็จไปอีกขั้น นิภาตกลงใจจะพานีน่าย้ายบ้านไปอยู่แคนาดา โดยขายกิจการร้านเพชรทั้งหมดให้กับเพื่อน ส่วนหุ้น 15% ของบริษัทลีลาวัฒน์ที่ได้รับสิทธิ์ต่อจากพ่อของนีน่า เธอยกให้ จอมขวัญเผื่อจะเอาไปใช้ประโยชน์ในมูลนิธิเมอร์ซี่ เวิลด์ นั่นเท่ากับเหลือหุ้นอีกแค่ 3% เท่านั้น บริษัทลีลาวัฒน์ก็จะอยู่ในอุ้งมือของจอมขวัญ ดังนั้นทริปเกาหลีครั้งนี้ จึงมีความหมายไม่น้อย...

ไม่นานนักพิทักษ์พงศ์มาถึงร้านกาแฟตามนัด อ้อนวอนขอร้องจนสิริวิมลใจอ่อน ยอมรับปากจะไปเกาหลีกับอาม่าแทนเขา...

ในเวลาเดียวกัน อาชางพี่ชายของไมเคิลในฐานะตัวแทนบริษัท P&L มาพบกับหลี่ซวงที่ออฟฟิศเพื่อ ขอโทษที่ทำให้ชื่อเสียงของเธอต้องมัวหมอง ทางบริษัทได้ปลดไมเคิลออกจากทุกตำแหน่งและสั่งยกเลิกโครงการบนที่ดินของมูลนิธิผืนนั้นแล้ว อีกทั้งจะขอเลี้ยงอาหารเธอสักมื้อเพื่อจัดแถลงข่าวการขอโทษครั้งนี้ หลี่ซวงไม่ยอม ร่วมกู้ชื่อเสียงให้บริษัทของเขาเด็ดขาด อาชางต่อรองไม่ทำข่าวก็ได้ หลี่ซวงไม่พอใจตบโต๊ะดังปัง

“พูดขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกเหรอ หมดธุระแล้ว เชิญกลับได้ ฉันจะรีบไปเกาหลี”...

อาชางไม่รอช้ารีบโทร.บอกไมเคิลถึงกำหนดการเดินทางของหลี่ซวง และกำชับอย่าให้พลาดอีกเป็นอันขาดเพราะตนจะช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว ไมเคิลวางสายจาก พี่ชายก็รีบโทร.แจ้งพันเอกวาคูว่าหลี่ซวงจะเดินทางไปเกาหลีคืนนี้...

พิทักษ์พงศ์แกล้งป่วยหนักจะได้ไม่ต้องไปเกาหลีกับหลี่ซวง ทีแรกท่านจะยกเลิกทริปนี้ไปเลย เขาขอร้องให้เอาเจ้เล็กไปแทน อยู่ๆไปยกเลิกกะทันหันจะผิดใจกันเปล่าๆ หลี่ซวงเห็นดีด้วย สั่งให้สิริวิมลไปเก็บของเตรียมตัวเดินทาง เธอรีบเคลียร์งานแล้วโทร.แจ้งมาร์คว่าพรุ่งนี้มีงานถ่ายแมกกาซีนที่ระยอง เขาชวนเธอไปด้วยกัน เธอปฏิเสธว่าไปไม่ได้ต้องไปธุระกับอาม่าสองอาทิตย์ แล้วให้เขาสัญญาจะไม่เอาคลิปนั้นไปให้ใครดู

“เรื่องอะไร...เก็บไว้อย่างนี้มีประโยชน์กว่ากันแยะ” มาร์คยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนวางสาย...

จอมขวัญมาลาแม่กับประไพเพื่อไปเกาหลีสองอาทิตย์ และรับปากงานเสร็จเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่กับแม่ตลอดชีวิต จินดาทักท้วงจะเป็นไปได้อย่างไร สักวัน

ลูกจะต้องมีคนอื่นมากอดแทนท่าน จอมขวัญไม่มีทางให้ใครมากอดแทนแม่จะให้สาบานที่ไหนก็ได้ จินดาเชื่อว่าสักวันหนึ่งลูกจะพบผู้ชายที่ทำให้มีความสุข อยากอยู่ใกล้เขาอยากใช้ชีวิตกับเขาไปจนแก่เฒ่า แล้วถามว่าเจอใครคนนั้นหรือยัง เธออดนึกถึงปริวัตรไม่ได้

“ถ้าเจอเมื่อไหร่จ๋อมจะบอกจ้ะ”...

ฝ่ายสิริวิมลกลัวจะเซ็งที่ต้องไปเกาหลีตามลำพังกับหลี่ซวงก็เลยชวนปริวัตรไปด้วย สั่งให้เก็บกระเป๋าแล้วไปเจอกันที่สนามบิน เขาตื่นเต้นดีใจโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ระหว่างปริวัตรเดินมาตามทางในเครื่องบิน ดารารัตน์โทร.มาจากกระบี่จะขอให้ช่วยไปเป็นเพื่อนเธอเซ็นสัญญารับจ้างเป็นคอมเมนเตเตอร์ให้รายการประกวดนางแบบของบริษัทจากสิงคโปร์ พอรู้ว่าเขาไปด้วยไม่ได้ กำลังจะไปเกาหลีกับสิริวิมลถึงกับโวยวายเสียงลั่น เขาต้องขอร้องให้เบาเสียงลงหน่อย สิริวิมลอยู่ใกล้ๆนี่เอง

“วัตรนะวัตรทำไมทำอย่างนี้ อีนั่นมันจะเอาวัตรให้ได้วัตรไม่รู้เหรอ มันตามจับวัตรมากี่ปีแล้ว ดิวไม่ยอมนะวัตรดิวไม่ยอม ดิวเสร็จงานแล้วจะบินตามไปเกาหลี วัตรถึงแล้วไลน์บอกดิวด้วย อยู่ที่ไหนโรงแรมอะไรบอกมา ดิวไม่ยอมดิวจะตามไปอาละวาดถึงกรุงโซลเลย คอยดูสิ”

“เท่านี้ก่อนนะดิว เครื่องจะเทกออฟแล้ว” ปริวัตรวางสายทันที สิริวิมลหันมาถามว่ายังสนิทกันดีอยู่หรือ เขาพยักหน้ารับคำ เธอแนะให้เขาลองเปิดโอกาสกับคนใหม่ๆดูบ้างสักอาทิตย์สองอาทิตย์ติดใจค่อยว่ากัน ชายหนุ่มไม่ตอบได้แต่ยิ้มให้อย่างสุภาพ แล้วเหลือบมองไปทางจอมขวัญที่เหมือนจะยิ้มยั่วมาให้...

หลี่ซวงกับคณะเดินทางมาถึงกรุงโซลโดยสวัสดิภาพ มิสเตอร์คิมตั้งใจจะต้อนรับให้สมเกียรติด้วยการนำสวดมนต์ร่วมกันที่วัดโจเกชาซึ่งวันนี้เขาจะสวดมนต์ครบ 70 วัน

ตามอายุของตัวเองพอดี แต่ต้องเปลี่ยนกำหนดการกะทันหันเมื่อคนของเขาเข้ามารายงานเรื่องพันเอกวาคู มิสเตอร์คิมรีบโทร.มาขอโทษจอมขวัญซึ่งเพิ่งนั่งรถตู้มาถึงหน้าวัดว่าอยู่รอเจอเธอกับคณะไม่ได้ เธอแปลกใจมีเรื่องด่วนอะไรหรือ

“ไม่ถึงกับด่วนนัก แต่เกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเราทุกคน พันเอกวาคูอยู่กรุงโซล คนของแด๊ดบอกว่าเป้าหมายของมันคือคุณนายหลี่ซวง”

จอมขวัญมองไปที่หลี่ซวงซึ่งยืนมองความงามของสถานที่อยู่บริเวณหน้าโบสถ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.