ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ปลาไหลป้ายแดง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ปลาไหลป้ายแดง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

สาวเจ้าสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ในฝันเธอเห็นภาพความเจ้าชู้ประตูดินของชายในครอบครัว ตั้งแต่รุ่นปู่ไล่ ลงมาถึงพ่อ อา พี่ชาย และน้องชาย อารามงัวเงียทำให้เธอยกมือขึ้นขยี้ตา ทำให้คอนแทกต์เลนส์ข้างหนึ่งตก ขณะขยิบตาหาคอนแทกต์เลนส์นั้น พริษฐ์ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเข้าใจว่าเธอขยิบตาให้ท่า จึงรีบเอาหนังสือพิมพ์ บังด้วยความเขิน

"ถ้าเราขยิบตาตอบกลับ แล้วจะทำไงต่อ" พริษฐ์ถามตัวเอง

เมื่อเจอคอนแทกต์เลนส์ เธอจึงรีบเก็บใส่ตลับแล้วลุกเดินไปห้องน้ำ  พริษฐ์ค่อยๆยกหนังสือพิมพ์ขึ้นจะแอบดูอีก

แต่สาวเจ้าไม่อยู่เสียแล้ว เขามองซ้ายขวาไม่เจอร่องรอยเธอ ได้แต่ถอนใจอย่างเสียดาย   แล้วก้มหน้าลงเช็กข้อมูลต่อ

สักพักเธอก็ออกจากห้องน้ำ เดินผ่านหน้าไป โดยที่พริษฐ์ไม่มีทีท่าว่ารู้ตัวเลย

ooooooo

ปิยะวัฒน์พ่อของเพ่ยเพ่ยหรือปัณฑารีย์ และปิยะพงษ์น้องชายกำลังหน้าดำคร่ำเครียดเถียงกับนักธุรกิจตะวันออกกลางผ่านล่าม

ใกล้ๆกันมีปุริมพี่ชายเพ่ยเพ่ยกับรานีแม่เพ่ยเพ่ยและ

อรวรรณอาสะใภ้ยืนอยู่ ปิยะวัฒน์หันมาบอกสองสาว

"นักธุรกิจชาวตะวันออกกลางไม่ยอมคุยเรื่องธุรกิจกับผู้หญิง เพราะเขาถือ"

รานีไม่ชอบใจสวนทันควันเรื่องสิทธิสตรี ทำให้ปุริมต้องรีบปรามแม่ให้ใจเย็นไว้ โดยอ้างว่าเสียงดังไปพวกนักธุรกิจจะเข้าใจว่าด่าพวกเขา ปิยะวัฒน์รีบสนับสนุนลูกชายแถมช่วยออกตัวอีกว่า ธรรมเนียมแต่ละชาติไม่เหมือนกัน ปิยะพงษ์เสนอว่า วันนี้กินข้าวกันไปก่อน แล้วค่อยนัดคุยเรื่องซื้อขายกันอีกที

"อุ๊ย ไม่ได้หรอก เกิดชักช้าพวกเขาไปเซ็นกับบริษัทอื่น เราก็อดน่ะสิ" อรวรรณค้าน

รานีเห็นด้วย เธอไล่ให้พวกผู้ชายเข้าไปคุยกับนักธุรกิจชาวตะวันออกกลาง ส่วนพวกเธอจะรอ ปิยะวัฒน์รีบเอาใจ บอกให้ภรรยากับน้องสะใภ้ไปทำสปานวดหน้านวดตัวรอ รานีพยักหน้ารับ ปิยะวัฒน์หันไปคุยกับนักธุรกิจผ่านล่ามแล้วผายมือพา ทั้งสามเข้าห้องอาหาร โดยมีปิยะพงษ์และปุริมตามไปด้วย

"แล้วเราเอาไงดีคะเจ๊" อรวรรณหันมาถาม

"โทร.หาเพ่ยเพ่ยก่อนละกัน บอกไม่ต้องมาที่นี่แล้ว ไปเจอกันที่สปาเลย" รานีตอบ

สองสาวพากันเดินออกไป ปุริมที่แอบดูอยู่เห็นแม่กับอาสะใภ้เดินออกไปแล้วก็ออกอาการดีใจ หันกลับมารายงาน

"เรียบร้อยแล้วพ่อ แม่กับอี๊ออกไปแล้ว เห็นโทรศัพท์คงโทร.หายัยเพ่ยเพ่ย"

ปิยะวัฒน์กับปิยะพงษ์หัวเราะก๊าก ยกมือแปะกันด้วยความดีใจ ที่แผนการหนีเที่ยวสำเร็จ ทั้งสองชื่นชมน้องๆที่ช่วยปลอมตัวเป็นนักธุรกิจและล่ามเพื่อตบตาบรรดาเมียๆ แล้วหยิบเช็คออกมาส่งให้ทั้งสามคนพร้อมกำชับ

"พวกน้องอยู่ดูทางนี้นะ กินอะไรกันไปก่อน พี่จ่ายให้หมดแล้ว ถ้าจู่ๆเมียพวกพี่จะเข้ามาล่ะก็ ห้ามให้เข้ามาเด็ดขาด หาทางไล่ออกไปนอกร้านก่อน เข้าใจไหม"

"ไม่ต้องห่วงครับ" หนึ่งในสามหนุ่มรับคำ

ปิยะวัฒน์ ปิยะพงษ์ และปุริมรีบเดินออกจากห้องเพื่อสมทบกับปิติและปัญจพล อากงกับลูกชายของปิยะพงษ์ที่รออยู่

อาม่าโสภาสังหรณ์ใจเรื่องการเจรจาธุรกิจ จึงสั่งให้พิสินีภรรยาของปัญจพลช่วยสืบแล้วให้บุษกรภรรยาของปุริมจับตัวนายอ้วนคนขับรถมาเค้นความจริง จึงรู้ความว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแผนการหนีเที่ยวของพวกแก๊งปลาไหล อาม่าไม่รอช้า รีบพาบุษกรและพิสินีไปหารานีและอรวรรณเพื่อออกตามล่าแก๊งปลาไหลในนามของแก๊งแม่เสือ

ปิยะพงษ์นำทีมแก๊งปลาไหลเข้าลิฟต์ ก่อนประตูจะปิดก็มีนักธุรกิจฝรั่งสองคนกับพริษฐ์เข้ามาในลิฟต์ด้วย พริษฐ์มัวแต่คุยกับฝรั่ง เผลอไปเหยียบเท้าอากงเข้า จึงรีบขอโทษ อากงยิ้มให้อย่างไมตรี บอกว่าไม่เป็นไร พริษฐ์กดลิฟต์ชั้น 3 ขณะที่ปิยะวัฒน์กดลิฟต์ชั้นยี่สิบกว่า ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโรงแรม

"โอ้โห ตอนแรกผมนึกว่าแปะจะพาไปห้องคาราโอเกะซะอีก นี่ขึ้นไปเพนต์เฮาส์กันเลยเหรอครับเนี่ย" ปัญจพลร้อง

"แน่น้อน ลิฟต์ตัวนี้จะพาเราขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในพริบตา ไม่เชื่อคอยดู ฮ่าๆ" ปิยะวัฒน์คุย ลิฟต์หยุดที่หน้าชั้นสาม พริษฐ์เดินออกไปกับฝรั่ง ประตูลิฟต์ปิด

เมื่อแก๊งปลาไหลมาถึงหน้าเพนต์เฮาส์ เจ๊โมจิรีบไหว้ ทักทายพร้อมแนะนำตัว ปิยะวัฒน์แนะนำสมาชิกแก๊งกับเจ๊โมจิอย่างคล่องแคล่ว เจ๊รีบป้อนลูกยอแล้วพาทั้งหมดเข้าไปดูตัวสาวๆที่มาในคอนเซปต์สัตว์โลกผู้น่ารัก ทั้งนางหมีขาว กระต่ายน้อย เสือลายพาดกลอน หมูสีชมพู และปลาการ์ตูน สมาชิกแก๊งรีบเข้าไปจับคู่ด้วยอาการระริกระรี้

ooooooo

เมื่อรวมทีมได้ครบ แก๊งแม่เสือก็ออกปฏิบัติการ โดยมีเพ่ยเพ่ยเป็นผู้ติดตาม ทั้งหมดเข้าไปเล่นงานนักธุรกิจและล่ามปลอมที่ไม่ยอมบอกว่า ตอนนี้สามีของพวกเธออยู่ที่ไหน

"พอๆ...พวกมันคงไม่รู้จริงๆ อั๊วว่ายังไงก็น่าจะยังอยู่ในโรงแรมนี้แหละ" อาม่าออกความเห็น

ทั้งหมดเดินออกไปที่ล็อบบี้โรงแรมเพื่อสอบถามพนักงาน แต่ก็ไม่ได้เรื่องอีกตามเคย อาม่าขมวดคิ้วคิดหาหนทาง ระหว่างนั้นภัคพรเพื่อนของเพ่ยเพ่ยก็เดินออกมาพร้อมกับพริษฐ์ ภัคพรหันมาเจอเพ่ยเพ่ยก็รีบเข้ามาทัก เธอยกมือไหว้ญาติเพ่ยเพ่ยอย่างคุ้นเคย พริษฐ์มองตามภัคพร พอเห็นเพ่ยเพ่ยก็หน้าแดงวูบทำอะไรไม่ถูก เหมือนไก่อ่อนหัด เขาค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้แล้วขยิบตาให้ เพ่ยเพ่ยงงมองพริษฐ์แบบไม่รับมุกทำให้พริษฐ์จ๋อย

"มาทำอะไรที่นี่" ภัคพรถาม

"มาตามหาพวกพ่อ" เพ่ยเพ่ยถามเซ็งๆ

"หนีเที่ยวกันอีกแล้วเหรอ" ภัคพรรู้ทันที

"ก็ทำนองนั้น มากันทั้งอากง พ่อ อาแปะ เฮียเป่ากับเฮียเปียวครบทีม เธอเห็นบ้างไหม" เพ่ยเพ่ยถาม

ภัคพรส่ายหน้าแทนคำตอบ พริษฐ์ที่ถอยออกไป ได้ยินเรื่องที่คุยกันก็เอะใจขึ้นมา เขาเดินกลับเข้ามาใหม่ ภัคพรนึกได้ รีบแนะนำ

"นี่ด็อกเตอร์พริษฐ์ คอนซัลต์ของบริษัทฉันจ้ะ" เพ่ยเพ่ย มองมาทางพริษฐ์ พริษฐ์พูดไม่ออก ภัคพรจึงต้องร้องเตือนจนพริษฐ์รู้ได้สติ และยังบอกกับเพ่ยเพ่ยว่า คณะญาติๆนั้นขึ้นลิฟต์มาด้วยกัน เห็นขึ้นไปชั้นบนสุด อาม่าได้ยินถึงกับกระแทกไม้เท้าหงส์กับพื้นปัง ส่งสัญญาณออกศึก

แก๊งแม่เสือเดินออกจากลิฟต์ คนดูต้นทางเห็นเข้าก็รีบกดโทรศัพท์แจ้งเจ๊โมจิ เจ๊โมจิเข้าไปรายงานพวกแก๊งปลาไหลว่ากำลังถูกจู่โจม พวกแก๊งปลาไหลหน้าเครียดคิดหาทางเอาตัวรอด

"ใจเย็นค่ะ โมจิไม่เคยให้ลูกค้าเดือดร้อนค่ะ นี่เป็นทางหนีภัยค่ะ ค่อยๆไปก็ได้ ไม่ต้องรีบ เด็กเจ๊จะถ่วงเวลาให้ค่ะ" เจ๊โมจิชี้ไปที่ประตูหนีไฟ

"ขอบคุณมากเจ๊ แล้ววันหลังจะกลับมาใช้บริการอีก... พวกเรารีบเผ่นเร็ว" พวกแก๊งปลาไหลร่ำลาน้องๆแล้วออกไป

ooooooo

ประตูห้องเปิดผลัวะ!

อาม่านำแก๊งแม่เสือบุกเข้ามา แต่ไม่มีวี่แววแก๊งปลาไหลแม้แต่คนเดียว เจ๊โมจิยิ้มใจเย็น ขณะที่บรรดาสัตว์โลกผู้น่ารักตั้งท่าเตรียมรับมือ ทั้งสองเข้าตะลุมบอน พวกเด็กๆของเจ๊โมจิ แต่สู้พวกแม่เสือไม่ได้ ต้องถอยกรูด

"ร้ายกาจมาก...ถอยก่อน" เจ๊สั่งเด็กๆวิ่งกรูหนีกันออกไป เจ๊โมจิคุมเชิงสกัดพวกเมียๆให้ แล้วถอยออกไปเป็นคนสุดท้าย

"เจ็บใจนัก มันหนีรอดไปได้อีกแล้ว ฮึ่ม" อาม่าแค้น

อากงพาสมาชิกแก๊งปลาไหลกลับมาที่บ้านผิงเทียน แล้วแต่งเรื่องหลอกพวกแม่เสือว่า พาลูกๆหลานๆไปงานแต่งงานลูกชายอาเนี้ยว อาม่าหัวเราะเสียงยะเยียบ สั่งให้พิสินีเปิดทีวี

ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงแรม ตั้งแต่พวกแก๊งปลาไหลแอบหนีออกจากห้องอาหาร จนถึงเดินเข้าไปในห้องเพนต์เฮาส์

"หลักฐานชัดเจน มีอะไรแก้ตัวมั้ย" อาม่าเสียงเข้ม อากงหันไปส่งซิกสั่งให้ทุกคนถอยแล้วออกสตาร์ตวิ่ง แต่ช้าเกินไป อาม่าลุกขึ้นกระแทกไม้เท้า รานีชักกระบองสองท่อนออกมา อรวรรณสะบัดแส้ขวับๆ พิสินีใช้กระบองสั้นแบบตำรวจ อาม่าเตะเก้าอี้พุ่งผ่านอากง กระแทกประตูบ้านปิดปัง ตามมาด้วยเสียงโครมคราม แล้วก็เสียงพวกแก๊งปลาไหลร้องลั่นบ้าน

เพ่ยเพ่ยเชิญพริษฐ์มาเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทชุดชั้นในของครอบครัว เพราะเธอรู้จากภัคพรว่า ชายหนุ่มเป็นคนมีความรู้ความสามารถ ไม่ว่าบริษัทไหนทำอะไร ถ้าได้พริษฐ์ ไปเป็นผู้ช่วยปรับปรุงโครงการ รับรองผลที่ตามมาเกินคาด

แต่ทุกครั้งที่พริษฐ์ได้เห็นหน้าและสบตากับเพ่ยเพ่ยเขาก็จะมีอาการแปลกๆคล้ายจะควบคุมตัวเองไม่ได้ จนรุ่งนภาเลขาฯคู่ใจสังเกตเห็นและตั้งสมมติฐานว่า มันเป็นภาวะโรคเลิฟ ทำเอาพริษฐ์กลุ้ม

ปิยะวัฒน์กับปิยะพงษ์ชื่นชมพริษฐ์ไม่หยุด   เพราะมั่นใจว่าเขาจะช่วยกิจการของครอบครัวดีขึ้น นายอ้วนคนขับรถเห็นพริษฐ์ก็รีบฟ้อง

"ผมจำเขาได้ครับ วันก่อนที่โรงแรม เขานี่แหละที่เป็นคนบอกพวกคุณนายว่าพวกเสี่ยอยู่ที่โรงแรม พวกคุณนายเลยตามไปทิ้งบอมบ์ถูกทีิ่"

"อะไรนะ...ฝีมือมันเหรอ..." สองพี่น้องพูดเกือบพร้อมกัน

"ไอ้เลวเอ๊ย วันนั้นเรากำลังจะได้ขึ้นสวรรค์อยู่รอมร่อกลับต้องมาตกนรกก็เพราะมัน...ไอ้ด็อกเตอร์ไม้ตีพริก เอ็ง... ต้อง...ตาย" ปิยะพงษ์แค้น

ooooooo

วันต่อมา พริษฐ์กับรุ่งนภาไปพบเพ่ยเพ่ยกับเด๋อ เลขาฯของเพ่ยเพ่ยที่โรงงาน เพื่อเข้าไปชมการผลิตชุดชั้นใน

ทันทีที่ได้ใกล้ชิดกับเพ่ยเพ่ยอาการประหม่าควบคุมตัวเองไม่ได้ก็เกิดขึ้นอีก  รุ่งนภาต้องรีบดึงเจ้านายออกมาคุยกันตามลำพัง แล้วแนะนำว่าห้ามพริษฐ์มองหน้าหญิงสาว ถ้าต้องพูดกับเธอตรงๆ ก็ทำเป็นมองไปทางอื่นแทน พริษฐ์รับคำแล้วทำตามที่รุ่งนภาบอก แต่ผลที่ออกมาทำให้เพ่ยเพ่ยเข้าใจผิด

เธอปรับทุกข์กับเด๋อว่า พริษฐ์คงไม่ชอบหน้าเธอ เพราะเวลาคุยด้วยพริษฐ์ก็เชิดหน้าใส่ แถมไม่ยอมสบตา เพ่ยเพ่ยจึงปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่ ท่าทางเฟรนด์ลี่แบบตอนแรกก็หายไป ดูประหยัดถ้อยคำ พริษฐ์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเพ่ยเพ่ยก็แอบบ่นกับรุ่งนภาว่า เพ่ยเพ่ยคงไม่เต็มใจต้อนรับเขา เธอคงอยากให้เขากลับเร็วๆ เพราะจะได้มีเวลาไปช็อปปิ้งไปดินเนอร์ตามห้างหรูๆ ตามประสาพวกคุณหนู

เด๋อนำสรุปคอมเมนต์ของด็อกเตอร์พริษฐ์มาให้เพ่ยเพ่ย พร้อมเตือนเรื่องนัดจิรนุชไว้ตอนสิบเอ็ดโมงวันรุ่งขึ้น

"เพื่อนเธอใช่ไหม" เพ่ยเพ่ยมองเด๋อ

"เพื่อนของเพื่อนน่ะครับ แต่ผมก็เช็กประวัติแล้วคนนี้ดีไซเนอร์ตัวจริงครับ มือล่ารางวัลตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยเลย ขนาดไปเรียนต่อที่นิวยอร์ก ห้องเสื้อที่นู่นชวน

ทำงานด้วย แต่เธอก็ไม่เอา จะกลับมาทำงานที่เมืองไทย" เด๋อรีบสาธยาย

"อืม...ถ้าเก่งจริงก็ดี ถ้าได้ดีไซน์ล้ำๆล่ะก็ถือเป็นการพลิกโฉมยี่ห้อของเราเลยนะ" เพ่ยเพ่ยว่า

เพ่ยเพ่ยกับเด๋อไปพบจิรนุชตามนัด หญิงสาวมาพร้อมกับคมคิดแฟนหนุ่ม เพ่ยเพ่ยเจรจาชวนจิรนุชมาร่วมงานด้วย แต่เธอยังแบ่งรับแบ่งสู้ แล้วผู้หญิงชื่ออ้อยก็เข้ามาปรากฏตัว เธอต่อว่าจิรนุชและจะใช้น้ำกรดสาดหน้า แต่เพ่ยเพ่ยช่วยไว้ทัน

รปภ.เข้ามาคุมสถานการณ์ จิรนุชน้ำตาไหลพรากยื่นคำขาดให้คมคิดเลือกระหว่างเธอกับอ้อย คมคิดอึกอัก จิรนุชจึงออกปากว่าเธอยอมเจ็บเพื่อให้แน่ใจว่ามันจบ แล้วหญิงสาวก็เดินมาขอบคุณเพ่ยเพ่ยที่ช่วยเหลือ

เพ่ยเพ่ยชื่นชมจิรนุชเพราะเข้าใจว่าเธอเป็นเมียหลวงแต่ยอมปล่อยคมคิดให้อ้อยที่เป็นเมียน้อย แต่เมื่อทุกคนแยกย้ายกันกลับแล้วความจริงจึงปรากฏเพราะอ้อยบอกกับหัวหน้า   รปภ.   ที่จะจับเธอส่งตำรวจว่า   เธอเป็นเมียหลวง

จิรนุชเป็นเมียน้อย   หัวหน้า   รปภ.ทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ หันมามองคมคิด

"ครับ...ผมแต่งงานกับอ้อย แล้วค่อยมาเจอจิรนุช... เธออ่อนหวาน ฉลาด ช่างเอาใจ ตอนแรกเธอเหมือนเทพธิดา แต่เมื่อกี้นี้เอง  ที่ผมตาสว่าง...ว่าเธอคือนางมารร้าย  เธอทำทุกอย่างจนผมหลงรัก   หลอกให้ผมทิ้งอ้อยแล้วเลือกเธอ เสร็จแล้วเธอก็เขี่ยผมทิ้งอย่างที่เห็นนี่แหละครับ"   คมคิดร้องไห้เจ็บใจ

ooooooo

ห้องรับรองบริษัทไทยแลงชรี พริษฐ์นั่งจิบกาแฟอ่านเอกสารไปพลางเพื่อเตรียมข้อมูลเข้าร่วมประชุมกับครอบครัวของเพ่ยเพ่ย

ส่วนรุ่งนภานั่งเช็กเมล์ในมือถือของเธออยู่ด้านหลัง อากงเดินเข้ามากับรานีและปิยะวัฒน์ ปิยะวัฒน์รีบฟ้องอากงเรื่องพริษฐ์เป็นคนชี้เป้าเมื่อวันก่อน อากงจึงเข้ามาทักทาย

พริษฐ์แบบแค้นๆ

หลังจากนั้นสมาชิกแก๊งปลาไหลก็ทยอยเข้าห้องประชุมจนครบ พริษฐ์นึกแปลกใจเพราะบรรยากาศดูคึกคักเป็นพิเศษจึงเอ่ยถามว่า วาระการประชุมวันนี้เรื่องอะไร

"คัดเลือกนางแบบโฆษณาชุดชั้นในคอลเลกชั่นใหม่ค่ะ" รานีตอบ

นาทีนั้นเอง เพ่ยเพ่ยในชุดกางเกงขาสั้น อวดขาอ่อนขาวสล้างก็เดินเข้ามา พริษฐ์เห็นแล้วก็เกิดอาการ รุ่งนภารีบเข้ามาบังแล้วจิกผมพริษฐ์ดึงจนหน้าหงายเพื่อเรียกสติ

"โอเคๆ ผมไม่เป็นไรแล้ว" พริษฐ์ตั้งหลัก แล้วเดินตามผู้บริหารไป

ผู้บริหารประกอบด้วยอากง ปิยะพงษ์ ปิยะวัฒน์ ปุริม ปัญจพล รานี เพ่ยเพ่ย รวมทั้งพริษฐ์และรุ่งนภา นั่งฟังผู้จัดการทั่วไปรายงานเรื่องธุรกิจ อากงหาวหวอดลั่นห้อง แต่ไม่มีใครกล้าว่า พวกแก๊งปลาไหลคนอื่นๆก็ดูเบื่ออยู่เหมือนกัน ปุริม รีบสรุปว่าเห็นด้วยตามที่ผู้จัดการเสนอแล้วรีบถามหัวข้อต่อไป พริษฐ์ดูรายงานลำดับการประชุมแล้วตอบว่า

"เรื่องต่อไปการคัดเลือกนางแบบที่จะเป็นพรีเซ็นเตอร์ คอลเลกชั่นใหม่ครับ"

แก๊งปลาไหลกระดี๊กระด๊าขึ้นมาทันที รานีดักคอว่า ให้เลื่อนไปประชุมเดือนหน้าแทน อากงร้องห้ามอ้างว่าทำธุรกิจต้องรวดเร็วฉับไว

"งั้นก็เริ่มเลยนะครับป๊า" ปิยะวัฒน์กดกริ่งที่โต๊ะ

สักพักก็มีเสียงเคาะประตู แล้วนางแบบจำนวน 5 คน ในเสื้อคลุมก็เดินเข้ามาเข้าแถว พวกแก๊งปลาไหลขยับทำท่าจะลุก รานีเสียงเข้ม

"นั่งดูอยู่ตรงนั้น จำไม่ได้เหรอ ครั้งที่แล้วเซ็นข้อตกลงกันไว้แล้วนะ ใครละเมิดล่ะก็ จะเจ็บกว่าครั้งที่แล้วอีกขอบอก"

เอ่ยจบ รานีก็ชูข้อตกลงที่มีลายเซ็นแก๊งปลาไหลออกมา ในข้อตกลงนั้นยังเปื้อนเลือดเป็นปื้นๆ พวกแก๊งปลาไหลจำใจต้องนั่งลงเหมือนเดิม พริษฐ์เป็นงง

รานีหันมาอธิบาย "คุณพริษฐ์ไม่ต้องงงค่ะ บางคนไม่ดูแต่ตา มืออยู่ไม่สุข เลยต้องเรื่องมากนิดนึง"

พริษฐ์ยิ้มตามมารยาท ไม่ค่อยเข้าใจ

"คุณพริษฐ์เป็นคนบอกว่าเราควรพัฒนาเรื่องดีไซน์ใหม่ๆ ลองมาดูเลยไหมคะ เผื่อจะมีคอมเมนต์อะไร" เพ่ยเพ่ยเข้าเรื่อง

สาวๆทั้งห้านางเดินเข้ามาใกล้ก็บิดกายเล็กน้อยแล้วถอดเสื้อคลุมออก พริษฐ์เห็นซาลาเปาของนางแบบก็ถึงกับเลือดกำเดาไหล นางแบบร้องกรี๊ด ทุกคนตกใจ พริษฐ์ตัวส่ายโงนเงน เพ่ยเพ่ยอยู่ใกล้ที่สุดรีบเข้าไปประคองให้พริษฐ์ลงนอนหนุนตัก พลางร้องถามว่าเป็นอะไร

พริษฐ์รีบเช็ดเลือดบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว พลางขยับจะลุก แต่พอเห็นขาขาวๆของเพ่ยเพ่ยก็ถึงกับอ้าปากค้างเลือดกำเดาพุ่งปรี๊ดไกลกว่าเดิม แล้วก็หมดสติคาตักเพ่ยเพ่ยไปท่ามกลางเสียงร้องตกอกตกใจ

ooooooo

ตอนที่ 2

พริษฐ์ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นบนโซฟา เห็นเพ่ยเพ่ยกับรุ่งนภาคอยดูอยู่ด้วยความห่วงใย

เพ่ยเพ่ยรีบออกตัวว่า พริษฐ์น่าจะบอกว่ามีโรคประจำตัวเพราะเล่นเอาทุกคนตกใจ พริษฐ์เป็นงง เพ่ยเพ่ยบอกต่อว่า เธอรู้ จากรุ่งนภาว่าเขาเป็นโรคความดันต่ำ ลุกพรวดพราดแล้วจะเป็นลม พริษฐ์หันไปมองเลขาฯตัวดีเห็นเธอขยิบตาให้ก็พอเข้าใจ เขาขยับตัวลุกขึ้น เพ่ยเพ่ยเข้าประคอง พริษฐ์เห็นขาเพ่ยเพ่ย ก็เกิดอาการ

รุ่งนภาระวังอยู่แล้ว รีบจิกผมพริษฐ์ดึงหัวให้เงยขึ้น

แต่พริษฐ์รีบยกมือกันบอกว่าไม่เป็นไร   เพ่ยเพ่ยส่งยาจีนให้

พริษฐ์ทาน ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กัน

เพ่ยเพ่ยนำพริษฐ์และรุ่งนภาเข้ามาที่ห้องทำงาน พบเด๋อกับจิรนุชที่แต่งตัวเซ็กซี่รออยู่แล้ว เพ่ยเพ่ยแนะนำให้พริษฐ์ รู้จักกับจิรนุช รุ่งนภาชำเลืองมองพริษฐ์ ท่าทางแปลกใจที่พริษฐ์ ไม่รู้สึกรู้สมอะไรกับการแต่งตัวเซ็กซี่ของจิรนุชเลย เธอเก็บข้อมูลเรื่องนี้ไว้แล้วแอบถามกับเจ้านายเมื่ออยู่กันตามลำพัง

"จะว่าไปคุณจิรนุชก็สวยพอๆกับคุณเพ่ยเพ่ย แถมจะเซ็กซี่กว่าด้วย แต่ทำไมคุณฤทธิ์ไม่เห็นเป็นอะไรเลยคะ"

"มันเกิดเฉพาะกับคุณเพ่ยเพ่ยเท่านั้นแหละครับ แต่ตอนเลือกนางแบบชุดชั้นในนั่นไม่นับนะครับ เล่นเอาซาลาเปามาจ่อใกล้ๆขนาดนั้น โอย...พูดแล้วเสียวไส้" "เอ...ถ้าใจสั่นควบคุมตัวเองไม่ได้ตอนเจอคุณเพ่ยเพ่ย แล้วเลือดกำเดาพุ่งตอนเจอซาลาเปา อย่างงี้ถ้าเจอซาลาเปาของคุณเพ่ยเพ่ย คุณฤทธิ์ไม่หัวใจวายตายเหรอคะ" รุ่งนภาล้อ

"คุณรุ่ง ผมรู้ว่าคุณไม่เจตนา แต่คุณควรจะให้เกียรติคุณเพ่ยเพ่ยด้วย เธอเป็นลูกค้าเรา เป็นสุภาพสตรี แล้วเธอก็เป็นคนดีอีกด้วย" พริษฐ์ดุ รุ่งนภาจ๋อย รีบขอโทษ

ooooooo

พริษฐ์เดินเลือกหนังสือในหมวดธรรมะอยู่ แล้วเขาก็ได้พบกับเพ่ยเพ่ยที่มาเลือกซื้อหนังสือธรรมะให้อาม่า แต่เธอไม่รู้ว่าจะซื้อแบบไหนดี พริษฐ์เข้ามาช่วยและหนึ่งในหนังสือที่เขาแนะนำก็มีหนังสือที่เขาเขียนด้วย เพราะบวชเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยซึมซับธรรมะไว้เยอะ

"ไม่อยากเชื่อเลยนะคะว่าคุณพริษฐ์จะเขียนหนังสือธรรมะได้ด้วย    งั้นเพ่ยเอาเล่มนี้แหละค่ะ"    เพ่ยเพ่ยมองพริษฐ์ยิ้มๆ

เพ่ยเพ่ยพาพริษฐ์มาเดินสำรวจตลาดเพื่อหาข้อมูลไปปรับปรุงชุดชั้นในที่บริษัท แล้วเพ่ยเพ่ยก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดเธอไม่ควรลากพริษฐ์มาทำงานด้วย แต่พริษฐ์กลับเต็มใจ เพ่ยเพ่ยจึงตอบแทนด้วยการเลี้ยงมื้อค่ำพริษฐ์และพูดเปิดทางหวังให้ชายหนุ่มชวนเธอไปดูหนังต่อเพื่อสานสัมพันธ์ แต่เขากลับไม่เข้าใจ

เพ่ยเพ่ยถึงกับหมดความมั่นใจต้องโทร.ไปปรึกษาภัคพร ภัคพรแปลกใจที่เพื่อนของเธอก็นึกปิ๊งผู้ชายทึ่มๆอย่างพริษฐ์

"ช่างมันเถอะ ฉันว่าแกอาจจะหน้ามืดชั่ววูบ พอได้สติก็จะตาสว่างว่าหมอนั่นไม่ได้น่าสนใจอะไรเลย แค่เขียนหนังสือธรรมะ ไม่กินเหล้า แล้วก็เป็นผู้ชายแปลกๆ ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ คบกันไปได้ไม่กี่วันแกก็จะเบื่อ" ภัคพรว่า

"ที่แกว่าน่าเบื่อนั่นล่ะ เสน่ห์สำหรับฉันล่ะ แกก็รู้ว่าผู้ชายในบ้านฉันแต่ละคนเสือสิงห์กระทิงแรดกันทั้งนั้น ฉันกลัวแล้วก็เกลียดผู้ชายเจ้าชู้มากๆ"

"ของอย่างนี้ลางเนื้อชอบลางยา อ้ะ ถ้าแกชอบเขาจริงก็จีบเขาเลยละกัน ผู้ชายพรรค์นี้ถ้าจะให้ลุกมาจีบแก อาจจะต้องรอไปชาติหน้า"

"บ้า ฉันเป็นผู้หญิงนะ แต่มันไม่เร็วไปเหรอแก นิสัยใจคอจริงๆเขาเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย"

"ก็จีบไป ดูกันไป จะได้ไม่เสียเวลา แกไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ ต้องคิดไวทำไว ถ้าไม่ใช่ก็ค่อยๆชิ่งออก ไม่เห็นมีอะไรเสียหายนี่" ภัคพรยุส่ง

เพ่ยเพ่ยยังลังเล หลังเดินวนไปเวียนมาอยู่ครู่ก็ได้ลูกฮึดโทร.หาพริษฐ์ ชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ สถานที่ท่องเที่ยว ละครหลังข่าว หนังเรื่องโปรดเพื่อจะชวนออกเดท แต่พริษฐ์ปฏิเสธว่าพรุ่งนี้เขาติดงาน เพ่ยเพ่ยปรี๊ดแตก ปิดลำโพงแล้วเอ็ดใส่

"ตาบ้า แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกยะ ปล่อยให้ฉันเป็นบ้าหาเรื่องชวนคุยอยู่ได้" เพ่ยเพ่ยเอามือออก ยกโทรศัพท์ แนบหู

"งั้นเพ่ยเพ่ยไม่รบกวนคุณพริษฐ์แล้วกันนะคะ" เพ่ยเพ่ยจะวางสาย

ช่วงนั้นเอง พริษฐ์รีบร้องเรียกไว้ แล้วชวนเพ่ยเพ่ยไปเที่ยวด้วยกัน

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา ภัคพรดูเบอร์แล้วรับสาย

เพ่ยเพ่ยโทร.มาว่า พรุ่งนี้พริษฐ์ชวนเธอไปเที่ยว ภัคพรถึงกับร้องว้าว เข้าใจว่าทั้งคู่จะไปดูหนัง จึงแนะนำให้เลือกเรื่องที่ใกล้จะลาโรงเพราะคนน้อย แต่เปล่าเลย เพราะทั้งสองจะไปตลาด

"ไปตลาดจตุจักร ก็โอเคนะ มีโน่นนี่เยอะดี"

"เปล่า ตลาดธรรมดานี่แหละ เขาบอกเขาต้องไปซื้อของ แล้วก็ชวนฉันไปด้วย" เพ่ยเพ่ยเฉลย

"ตลาด...จะบ้าเหรอ แล้วแกก็ไปเนี่ยนะ" ภัคพรงง

เพ่ยเพ่ยเฉลยว่า พริษฐ์จะพาเธอซื้อของที่ตลาดเพื่อนำไปถวายสังฆทานที่วัดต่างๆ รวมเก้าวัดด้วยกัน

"ทำบุญ 9 วัดเลยเหรอ หูย นี่ออกเดทเพิ่มพลังบุญเหรอไงยะ"

"ไม่ใช่แค่ 9 วัดนะ คุณพริษฐ์เขาบอกปกติเขาจะขับไปเรื่อยๆ แล้วจะพยายามหาวัดเล็กๆ ที่คนไม่ค่อยรู้จัก เขาบอกวัดดังๆ น่ะมีคนไปทำบุญเยอะแล้ว"

"แล้วแกจะไหวเหรอยัยเพ่ย ฟังดูสมบุกสมบันอยู่นะ ฉันว่าแกไปไม่รอดแน่เลย ดูมันเป็นการทำบุญที่ลำบากลำบนไปหน่อย ไม่มีความโรแมนติกอะไรเลย แถมคงเหนื่อยจนหงุดหงิดด้วย"

"จริงเหรอ แต่ฉันรับปากเขาไปแล้ว ถ้ามันกร่อยจริงๆ ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน" เพ่ยเพ่ยชักกังวล

ooooooo

เพ่ยเพ่ยไปพบพริษฐ์ตามนัด ชายหนุ่มพาเธอไปเดินตลาดเพื่อรับของที่โทร.มาสั่งไว้และจ่ายเงิน

จากนั้นก็นำไปถวายสังฆทานที่วัดตามที่ตั้งใจไว้ แค่วัดแรกชายหนุ่มก็กลัวหญิงสาวจะเบื่อจึงหันมาถามว่า

"เป็นไงบ้าง รู้สึกดีมากเลยค่ะ เพ่ยไม่ได้เข้าวัดทำบุญมานานมาก ความจริงอาม่ากับคุณแม่ ก็ชวนเพ่ยอยู่บ่อยๆ แต่เพ่ยก็ติดนู่นติดนี่ เลยไม่ได้ไปกับพวกท่านซักที" เพ่ยเพ่ยรีบบอก

"ยังไม่เบื่อใช่ไหมครับ เพราะเรายังต้องไปอีกแปดวัดนะครับ" พริษฐ์ชวน เพ่ยเพ่ยยิ้มบอกแทนคำตอบว่าสบายมาก

หญิงสาวติดตามชายหนุ่มไปทำบุญถวายสังฆทานจนครบ 9 วัด แม้บางวัดจะต้องลงเรือต่อไปอีก แต่ก็ไม่ทำให้เธอท้อ เพราะได้ชื่นชมบรรยากาศสองฝั่งคลอง อีกทั้งได้ทานอาหารกลางวันที่ท่าน้ำจากเรือขายก๋วยเตี๋ยวอีกด้วย

"วันนี้เหนื่อยไหมครับ" พริษฐ์ถาม ขณะขับรถมาจอด ข้างๆรถเพ่ยเพ่ยที่จอดทิ้งไว้ในห้างสรรพสินค้า

"นิดหน่อยค่ะ แต่สนุกแล้วก็สบายใจอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะที่ได้ทำบุญแบบนี้"

"คราวหลังถ้าคุณเพ่ยเพ่ยรู้สึกเบื่อ หรือเครียดเรื่องงานก็บอกผมนะครับ มีวิธีแก้หลายวิธีครับ ไม่จำเป็นต้องเข้าห้างดูหนังหรือตีกอล์ฟเสมอไปหรอกครับ"

"ขอบคุณคุณพริษฐ์มากนะคะ แฮปปี้มากค่ะ" เพ่ยเพ่ยยิ้มให้แล้วเดินไปที่รถตัวเอง เธอหันมาโบกมือให้พริษฐ์แล้วขึ้นรถขับออกไป

พริษฐ์ยิ้มค้างมองดูจนรถเพ่ยเพ่ยลับตาไป

ooooooo

พริษฐ์กำลังจะเข้านอน เสียงมือถือดัง เขากดดูเห็นข้อความจากเพ่ยเพ่ยเขียนมาว่า

"ขอบคุณอีกครั้งค่ะสำหรับทริปดีๆ ในวันนี้ นอนหลับฝันดีนะคะ"

พริษฐ์อมยิ้ม   พิมพ์เอสเอ็มเอสส่งกลับไปว่า   ฝันดี

เช่นกัน แล้วล้มตัวนอน ก็มีข้อความกลับมาอีกว่า

"ฝันดีด้วยกันนะคะ ไม่ต้องตอบกลับมาแล้ว ตอบไปตอบมาเดี๋ยวไม่ต้องนอนกันพอดี หลับพร้อมกันดีกว่า 1...2...3...ฝันดี (ดี๊ดี)" พริษฐ์ยิ้มแป้น

พึมพำว่าคุณเพ่ยเพ่ยนี่น่ารักจัง เขาถอนหายใจอย่างมีความสุข แต่แล้วจู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมา ท่าทางตกใจร้องถามตัวเองหรืออย่างที่คุณรุ่งว่า...เค้าเรียกว่าความรัก...แบบนี้เหรอความรัก พริษฐ์อึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะล้มตัวลงนอน

แต่อีกสักพักก็สะดุ้งลุกพรวดขึ้นมาอีกครั้ง "หรือว่า... ทั้งหมดนี้ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว...คุณเพ่ยเพ่ยจีบเรา...โอ้ว... เราโดนผู้หญิงจีบ เกิดมายังไม่ทันได้จีบใครเลย ก็ถูกจีบซะแล้ว"

พริษฐ์ตกใจ คว้าผ้าห่มมาปิดตัว ซบหน้ากับฝ่ามือด้วยความเขินอาย

ooooooo

ปิยะวัฒน์กับอรวรรณเดินเข้ามาในบริษัท

ปิยะพงษ์เปิดประตูออกมาโวยวายว่า ลูกค้าชื่อมาซากิที่ปิยะวัฒน์ดูแล เมล์มาต่อว่าหาว่าผิดนัด และจะเรียกร้องค่าเสียหาย ปิยะวัฒน์ทำหน้าเครียดหันไปบอกอรวรรณว่าเดี๋ยวตามไป แล้วเดินเข้าห้องทำงานของปิยะพงษ์ อรวรรณมองตามอย่างไม่ไว้ใจ แต่เห็นทั้งสองคุยกันท่าทางซีเรียส จึงเดินผ่านไป

ปิยะวัฒน์ที่ทำเคร่งมองหน้าจออยู่ เหลือบมองไปข้างนอกเห็นอรวรรณเดินผ่านไปแล้วก็ส่งสัญญาณ ปุริมกับปัญจพลที่หลบอยู่ใต้โต๊ะรีบลุกขึ้นมา

"มีอะไรเหรอเฮียปิง ใช้รหัสมาซากินี่ ถึงไม่ใช่เรื่องฮอตสุดๆ แต่ก็ต้องไม่ธรรมดานะ" ปิยะพงษ์เข้าเรื่อง

"ดูซะก่อน นี่ เจ๊โมจิส่งคอลเลกชั่นใหม่มาให้ดู" ปิยะวัฒน์เคาะคีย์บอร์ดให้ปิยะพงษ์ ปุริม ปัญจพลดู เห็นหน้าจอเป็นรูปสาวๆ สวยๆ ในเครือของเจ๊โมจิ และหนึ่งในนั้นก็มีสาวที่ชื่อว่า ก้อย กุสุมาอยู่ด้วย

"แจ่มๆ ทั้งนั้นเลยนะเนี่ย...ไอ้ตอนแรกนึกว่าเฮียจะเรียกมาคุยเรื่องเจ้าด๊อกตัวแสบกับยัยเพ่ยเพ่ยซะอีก"

"ทำไม ไอ้เบื๊อกนั่นมันทำอะไรลูกสาวอั๊ว" ปิยะวัฒน์

รีบถาม

"เขาลือกันว่ายัยเพ่ยกับไอ้ด๊อกนั่นควงกันอยู่" ปุริมฟ้อง ปิยะวัฒน์ไม่อยากเชื่อ ออกตัวว่า "เพ่ยเพ่ยคงไม่ตาถั่ว"

"ก็มีคนเห็นไปเดินห้างกัน กินข้าวกัน ไปทำบุญด้วยกัน" ปิยะพงษ์ยืนยัน

"ก็อาจจะเป็นไปได้นะป๊า บางทียัยเพ่ยเพ่ยมันก็ดูเพี้ยนๆ มันอาจจะชอบเด็กเนิร์ดๆแบบนายพริษฐ์ก็ได้" ปุริมสนับสนุน ปิยะวัฒน์ครุ่นคิด

ขณะเดียวกันนั้น อรวรรณก็กำลังระแวงกลัวสามีจะหนีเที่ยวอีก จึงเรียกพิสินีกับบุษกรมาปรึกษาที่ห้องทำงาน สองสาวเองก็คิดเหมือนกับอรววรณ แล้วบุษกรก็นึกขึ้นได้ เธอถาม

พิสินีถึงเรื่องจีพีเอสอาวุธลับชิ้นใหม่ ที่จะช่วยตามรอยพวกสามีตัวแสบ สามสาวส่งยิ้มร้าย

ooooooo

เพ่ยเพ่ยพาพริษฐ์เข้ามาในโรงงาน เพื่อดูขั้นตอนการบรรจุหีบห่อก่อนส่งออก

เธอชวนชายหนุ่มคุยเรื่องหนังสือธรรมะที่เขาเขียนเพราะอาม่าอ่านแล้วชอบมาก

"ฟังแล้วปลื้มครับ ฝากขอบคุณอาม่าด้วยนะครับ" พริษฐ์เขิน

"แล้วเรื่องแผนการโปรโมต คุณแม่ท่านอ่านแล้ว ท่านเห็นด้วยค่ะที่คุณพริษฐ์เสนอโครงการ เพื่อสังคมบริจาคชุดชั้นใน แด่เพื่อนหญิงในชนบท" เพ่ยเพ่ยคุยต่อ

พริษฐ์มัวแต่ฟังและยิ้มให้เพ่ยเพ่ย จนมองไม่เห็นคนงานที่เดินแบกเครื่องมือมาเฉี่ยวข้อมือของเขา คนงานรีบขอโทษ

พริษฐ์บอกว่าไม่เป็นไร เมื่อคนงานรีบออกไป เพ่ยเพ่ยเห็นที่ข้อมือของพริษฐ์มีเลือดไหลเพราะโดนคมเครื่องมือบาดก็ตกใจ รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าของเธอมาพันห้ามเลือดให้แล้วพาไปทำแผล

พริษฐ์ตาลอยด้วยความซึ้งใจ ปิยะวัฒน์ ปิยะพงษ์ ปุริมและปัญจพลที่แอบดูอยู่ถึงกับเครียด เตรียมวางแผนจัดการพริษฐ์เพราะกลัวจะมาหลอกเพ่ยเพ่ย

ooooooo

ปิยะวัฒน์บอกกับปิยะพงษ์ ปัญจพลและปุริมว่า  พรุ่งนี้จะมีการถ่ายโฆษณา  เขาจึงจะใช้ช่วงเวลานี้จัดการกับพริษฐ์ให้ต้องเสียฟอร์มแบบสุดๆ

ปุริมงง รีบถามแผนการใช้ยาปลุกเซ็กซ์ที่มีความรุนแรงระดับช้างห้าเชือก ออกฤทธิ์รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ชื่อของมันคือ ยามังกรขยี้หงส์ ปิยะวัฒน์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ปุริมไม่เข้าใจ

"จะให้พริษฐ์กิน แล้วจะได้ปล้ำเพ่ยเพ่ยหรือจะบ้าเหรอ อั๊วจะแอบเอาให้ไอ้พริษฐ์มันกินในกองถ่ายพรุ่งนี้ พอมันเห็นนางแบบใส่ชุดชั้นใน มันก็จะเกิดอารมณ์หื่นจนทนไม่ไหว กลายเป็นไอ้บ้ากามวิ่งไปปล้ำนางแบบ ต่อให้ยัยเพ่ยรักมันยังไงก็คงรักไม่ลง ฮ่าๆ" ปิยะวัฒน์หัวเราะร่วน

พวกที่ฟังตาโตชอบใจ ปรบมือเฮลั่น

ooooooo

ในสตูดิโอ กำลังเตรียมถ่ายงานโฆษณากัน

มีทั้งเพ่ยเพ่ย พริษฐ์ รุ่งนภา รานี ปิยะวัฒน์ ปุริม เด๋อ นั่งอยู่ที่มอนิเตอร์ ผู้กำกับไปพูดคุยทำความเข้าใจกับนางเอก พระเอกโฆษณาและตัวประกอบ ปิยะวัฒน์มองผ่านประตูห้องเห็นส่วนสวัสดิการที่แม่บ้านกำลังเตรียมกาแฟ ก็เอียงหน้ามากระซิบกับปุริมให้ลงมือได้

ปุริมพยักหน้าแล้วลุกเดินออกไปที่มุมเครื่องดื่ม เขาหลอกแม่บ้านที่กำลังจะยกถาดกาแฟมาเสิร์ฟ

"อยากดื่มชาใส่พริกไทยและซีอิ๊ว"

แม่บ้านเป็นงงแต่ก็ยอมออกไปหามาให้ ปุริมได้โอกาสรีบหยิบขวดยามีฉลากเขียนว่า มังกรขยี้หงส์ เหยาะลงไปในแก้วกาแฟใบหนึ่ง แล้วจับหูแก้วให้หันไปคนละทางกับใบอื่น แล้วยกถาดกาแฟออกมา

พนักงานเห็นเข้าก็รีบรับถาดกาแฟไปถือเองเพราะกลัวโดนดุ

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมแค่อยากกินกาแฟ แต่กินคนเดียวก็เขินๆ ก็เลยหาเพื่อน" ปุริมอ้างแล้วยกแก้วกาแฟที่ใส่ยาให้พริษฐ์

พริษฐ์รับแก้วพร้อมกับคำขอบคุณ เขาทำท่าจะดื่ม แต่แม่บ้านเดินเข้ามายื่นแก้วชาให้ปุริม พริษฐ์เห็นมีชาด้วยจึงขอบ้าง แม่บ้านกลับชงชามาให้พริษฐ์ พริษฐ์เอาถ้วยกาแฟวางลงที่ถาดโดยหันหูถ้วยไปทางเดียวกันหมดทุกใบ

ooooooo

ทุกคนรับกาแฟไปดื่มรวมทั้งพระเอกและนางเอกโฆษณา แม่บ้านเอาชามาให้พริษฐ์ ปุริมหันไปเห็นก็ชะงักรีบถามพริษฐ์

"ไม่ได้ดื่มกาแฟหรือแล้วแก้วอยู่ไหน"

"อ๋อ ผมยังไม่ได้ทานครับ ก็เลยวางคืนไป" พริษฐ์ตอบ ปิยะวัฒน์ที่กำลังดื่มกาแฟได้ยินก็ถึงกับสำลัก ปุริมอึ้งไปพูดไม่ออก สองพ่อลูกสบตากันแล้วหันไปมองพวกที่ถือกาแฟอยู่ในมือ

ปิยะวัฒน์เดินหลบออกมานอกสตูดิโอ ปุริมตามมา ปิยะวัฒน์บอกลูกชายว่า จะกลับบ้านก่อนเพราะถ้ายาอยู่ในแก้วกาแฟของเขาแย่แน่ แล้วถ้าคนที่กินเข้าไปคือม้าล่ะ ปุริมเป็นห่วง ปิยะวัฒน์คิดขึ้นได้ เขาหยิบมือถือขึ้นมาบอกกับปุริมว่า

"สงสัยป๊าต้องเสี่ยงอยู่ที่นี่แล้วล่ะ เพราะป๊าจะอยู่ถ่ายคลิปตอนม้าลื้อทำอะไรทุเรศๆ เก็บไว้แบล็กเมล์ จะได้ไม่มายุ่งกับเราอีก อิๆๆ คุ้มค่าเสี่ยงว้อย" ปิยะวัฒน์เดินนำปุริมกลับเข้าสตูดิโอ

ในสตูดิโอ ทุกอย่างพร้อมถ่ายทำแล้ว ทุกคนรอดูอย่างใจจดใจจ่อ

ยกเว้นปิยะวัฒน์กับปุริมที่ขยับตัวไปมาไม่ค่อยเป็นสุขนักเพราะกำลังสังเกตว่าใครเป็นคนดื่มกาแฟผสมยาแก้วนั้น ช่างไฟกล้ามโตเดินเปลือยท่อนบนแบกไฟวิ่งผ่านหน้ามอนิเตอร์ รานีเห็นก็ลุกขึ้นถอดเสื้อสูทออก

ปุริมรีบวิ่งมาหาเพราะเข้าใจว่าแม่ดื่มกาแฟแก้วนั้น แต่รานีบอกว่า เธอร้อน แล้วทิ้งตัวลงนั่งรอดูการถ่ายทำ ปุริมเป่าปากโล่งอก

ทุกคนเงียบนะครับ ถ่ายจริงแล้ว เสียง กล้อง แอ็กชั่น ผู้ช่วยผู้กำกับให้สัญญาณ นางเอกใส่ชุดบางเบา เห็นเสื้อชั้นในตัวสวยรำไรเดินเข้ามา ปุริมมองทุกคน แต่ไม่มีใครแสดงอาการอะไร

"หรือว่า..." ปุริมหันไปที่ฉาก เห็นพระเอกเดินออกมาสบตากับนางเอกแล้วเกิดอาการตะลึงลาน จนตัวสั่น ผู้กำกับที่อยู่หน้ามอนิเตอร์กระซิบกับผู้ช่วยว่า พระเอกเล่นเก่งมาก พระเอกฉีกกระชากเสื้อตัวเองออก ตรงดิ่งเข้าหานางเอก

"อ้าวๆ เฮ้ย นอกบทนี่" ผู้กำกับร้อง

พระเอกไม่ฟัง วิ่งเลยนางเอกแล้วตรงเข้ามาหาปุริมที่ยังไม่ทันตั้งตัว เขากระชากปุริมมากอดแล้วจะจูบปากอย่างหนักหน่วง ปุริมร้องอู้อี้ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ปุริมขวัญผวาผลักพระเอกออกไปแล้ววิ่งหนี

พระเอกไล่ตาม ปิยะวัฒน์โผล่พรวดมาแทรกแล้วสับคาราเต้ลงกลางหน้าผาก จนพระเอกร่วงลงไปนอน

ooooooo

ปุริมนั่งเสียจิตอยู่มุมห้องโดยมีปิยะวัฒน์คอยปลอบ

เขาคืนขวดยาให้พ่อพร้อมบ่นว่า ไม่ใช่มังกรขยี้หงส์ แต่เป็นมังกรขย่มมังกรชัดๆ ปิยะวัฒน์หัวเราะแล้วรีบเก็บขวดยา ส่วนอีกมุมหนึ่งทีมงานก็กำลังช่วยกันดูแลพระเอกที่นอนหงายเหยียดยาวไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น

เด๋อเข้าเมียงมองแล้วบอกกับทีมงาน คุณปิงฝากมาบอกว่าไม่ต้องห่วง เมื่อกี้เขากระแทกจุดอิ้นถาง กว่าจะฟื้นก็อีก 3-4 ชั่วโมง ทุกคนเครียดเพราะมีเวลาไม่มากพอ และจะหาคนอื่นก็ไม่มีแล้ว รุ่งนภาปิ๊งไอเดียเสนอให้พริษฐ์เล่นเป็นพระเอกแทน ผู้กำกับมองหน้าพริษฐ์แล้วเอ่ย

"สายตาแหลมคม...คุณเล่นแทนเขาได้ แอพเพียแรนซ์ คุณตรงกับบท ถ้าคุณเล่นผมจะถ่ายต่อลากให้เสร็จ แต่ถ้าไม่เล่นก็มาถ่ายใหม่อีกสองอาทิตย์หน้าหลังผมกลับจากคานส์" ผู้กำกับสรุป พริษฐ์อ้ำอึ้ง

"ถ้าคุณพริษฐ์ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ" เพ่ยเพ่ยว่า

"ก็คงเปลี่ยนแผนกันใหม่หมด อาจจะกระทบถึงแผนโปรโมชั่นกับมาร์เก็ตติ้ง" รานีหนักใจ

พริษฐ์ทำหน้าเขินเล็กน้อยก่อนตอบตกลง จึงถูกจับแต่งตัวเพื่อปรับลุคส์ให้เหมาะกับบทบาทที่ได้รับ

ทุกคนยืนตะลึงเมื่อได้เห็นโฉมใหม่ของเขา ชายหนุ่มเริ่มแสดงไปตามบท เด๋อชื่นชมไม่หยุดจึงโดนผู้กำกับไล่

"ถ้าเก็บต่อมแต๋วไม่อยู่ก็ออกไปข้างนอก"

"แหม ก็เค้าหล่อจริงๆนี่นา ใช่ไหมฮะคุณเพ่ย" เด๋อหันมาหาเจ้านาย

เพ่ยเพ่ยที่กำลังเหม่อมองพริษฐ์สะดุ้งนิดหนึ่งก่อนตอบรับ แล้วหันกลับไปมองพริษฐ์ด้วยสายตาหวั่นไหว รานีมองเพ่ยเพ่ยแล้วมองไปที่พริษฐ์ด้วยสายตาของผู้เป็นแม่ที่ทั้งห่วงและหวงลูกสาว

ooooooo

"เจ้านายตัวเองนี่หล่อมากมายเลยนะ"  เด๋อดึงรุ่งนภาออกมาเม้าท์

"ฉันเคยสงสัยเหมือนกันว่า ถ้าเขาแต่งตัวตัดผมดีๆ เขาอาจจะบุคลิกดีกว่านี้ วันนี้หมดข้อสงสัยแล้ว" รุ่งนภาว่า

"นี่ ผมบอกตรงๆนะ ผมเสียดายความหล่อของเขา เพชรน่ะควรถูกเจียระไนแล้ววางบนมงกุฎ ไม่ใช่ปล่อยหมกโคลนเอาไว้อย่างงี้ ผมมีไอเดีย แต่คุณรุ่งต้องช่วยผม"

"งั้นฉันขอถามก่อนว่าทำไมคุณเด๋อถึงอยากช่วยคุณพริษฐ์"

"กลัวผมจะจีบเขาเหรอฮะ ไม่หรอกฮะ...ที่ผมอยากช่วยเขาน่ะ...อืม....ถ้าเจ้านายผมจะมีแฟน ผมอยากให้แฟนเขาดูดี"

เด๋อมองเพ่ยเพ่ยแล้วหันมาสบตากับรุ่งนภาแบบรู้กัน

ooooooo

ตอนที่ 3

รุ่งนภากับเด๋อร่วมมือกันเปลี่ยนบุคลิกใหม่ให้

พริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ทั้งสองอ้างว่า เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือในหน้าที่การงาน และที่สำคัญจะได้ดูดีในสายตาเพ่ยเพ่ยด้วย พริษฐ์จึงยอมทำตาม

ส่วนพนักงานในบริษัทไทยแลงชรี ก็พากันตื่นเต้นเมื่อเห็นพริษฐ์ในมาดใหม่ แม่บ้านสองคนถึงกับเดินชนกันเอง เพราะมัวแต่มองชายหนุ่ม พริษฐ์อายที่มีแต่คนมอง จึงก้มหน้าก้มตาเดิน พอมาถึงมุมตึกก็ชนโครมกับเพ่ยเพ่ยที่เดินสวนมา สองคนกระเด็นกันไปคนละทาง พริษฐ์ตกใจรีบลุกขึ้นฉุดเพ่ยเพ่ยขึ้นมาเพ่ยเพ่ยเซเข้าอ้อมแขนพริษฐ์พอดี

เธอหน้าแดงเมื่ออยู่ในวงแขนเขา พริษฐ์รู้ตัวปล่อยเพ่ยเพ่ย เพ่ยเพ่ยถอยออกมา ดูพริษฐ์ให้เต็มตาชมว่า "วันนี้เขาดูแปลกไปนะ"

"ก็คุณรุ่งกับคุณเด๋อ เลขาคุณเพ่ยเพ่ยน่ะสิครับ...ดีหรือไม่ดีครับเนี่ย" พริษฐ์ไม่มั่นใจ และอีกมุมหนึ่งจิรนุชออกมาจากห้องทำงานเห็นพริษฐ์กับเพ่ยเพ่ย แต่เธอไม่แน่ใจนักว่าใช่พริษฐ์หรือเปล่า พอดีเด๋อเดินออกมา จึงเอ่ยถาม

"นั่นคุณเพ่ยเพ่ยเขาคุยกับใครเหรอหน้าคุ้นๆ"

"คุณนุชจำไม่ได้จริงๆ เหรอ" เด๋อไม่อยากเชื่อ จิรนุชสั่นหน้า แต่แล้วเธอก็ชะงัก เพ่งมองอีกที

"โอ้ว มายก๊อด คุณพริษฐ์เหรอนั่นน่ะ"

"เยส   เมื่อวานเด๋อกับคุณรุ่งจับคุณพริษฐ์ใส่ตะกร้าล้างน้ำโมดิฟายด์มาใหม่ เป็นไงบ้างฮะคุณนุช" เด๋อคุย จิรนุชมองพริษฐ์ไม่วางตา จนพริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยแยกทางไปทำธุระของแต่ละคน

ooooooo

จิรนุชติดใจความหล่อของพริษฐ์จึงพยายามทอด สะพาน

เธอเอาเรื่องงานมาอ้างกับเพ่ยเพ่ย เพื่อให้เพ่ยเพ่ยลง ไปทานอาหารกลางวันกับพริษฐ์ไม่ได้ แล้วสวมรอยไปทานกลางวันกับชายหนุ่มแทน เธออ้อนให้เขานั่งทานอาหารกลางวันเป็นเพื่อน แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะพริษฐ์สั่งอาหารกลางวันขึ้นไปทานกับเพ่ยเพ่ยที่ห้องทำงาน แล้วโทร.ตามรุ่งนภามาทานกลางวันเป็นเพื่อนจิรนุชแทน

ส่วนปิยะวัฒน์ร้อนใจที่ความสัมพันธ์ของเพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์ ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว จึงเรียกประชุมแก๊งปลาไหลเพื่อหาวิธีรับมือ อากงที่นั่งน้ำลายหกเพราะเห็นสาวๆ เดินผ่านหน้าไปหันมาบอกกับลูกๆหลานๆ ว่า

"พวกลื้อนี่ใช้ไม่ได้ซักคน การโจมตีคู่ต่อสู้แบบที่พวกลื้อทำเนี่ยเป็นกลยุทธ์ขั้นต่ำ ถึงชนะก็เหนื่อย ถ้าแพ้ก็ยิ่งเหนื่อยขึ้นไปอีก"

"อ่ะ แล้วกลยุทธ์ขั้นสูงเป็นไงเหรอป๊า" ปิยะวัฒน์ขอคำแนะนำ

"ไม่ต้องโจมตีก็ชนะได้ วันก่อนพวกลื้อบอกอาโมจิส่งแค็ตตาล็อกเด็กใหม่มาเหรอ มีเด็ดๆไหม เอาแบบห้าดาวเลยนะ" อากงถาม

"ปู้โธ่ ป๊า ไอ้เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน นอกเรื่องอีกแล้ว" ปิยะวัฒน์ยังไม่เข้าใจ

"ทะลึ่ง  ลื้อรู้ได้ไงว่าอั๊วจะพูดอะไร  ว่าไงเรื่องที่อั๊วถามน่ะ" อากงดุ

"มีอยู่คนนึงครับ ชื่อก้อย กุสุมา อย่างงี้ๆเลยครับกง" ปัญจพลทำท่าประกอบ

"ดี งั้นพวกลื้อติดต่ออาโมจิให้จองคิวก้อย กุสุมา ไว้ได้เลย อั๊วพอเข้าใจแล้วล่ะว่าป๊าจะทำอะไร แต่อั๊วคิดว่าคงต้องเรียกมาคุยกันก่อนให้เข้าใจ แล้วอั๊วก็คิดเลยไปอีกว่าไหนๆ ต้องนัดคุยกันแล้ว เราก็บอกเจ๊โมจิเตรียมน้องคนอื่นๆ มาด้วยเลยแล้วกัน คุยธุรกิจเสร็จก็คุยเฉพาะกิจต่อไปเลยดีไหม" ปิยะวัฒน์เสนอไอเดีย

แก๊งปลาไหลเฮฮาเห็นดีเห็นงามด้วย

ooooooo

พิสินีกับบุษกรแอบนำเครื่องจีพีเอสมาติดที่รถอากง ที่ลานจอดรถ

พวกเขาได้พบปัญจพลกับปุริมที่แอบเอาเครื่องจีพีเอสมาติดที่รถอาม่าเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายแกล้งทำฟอร์มกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่ามาทำอะไร

ส่วนเพ่ยเพ่ยกับรานีมาออกกำลังที่สวนลุม รานีถือโอกาสถามลูกสาวถึงเรื่องพริษฐ์ เพราะได้ยินคนในบริษัทคุยว่าทั้งคู่

เป็นแฟนกัน

"ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ แต่ก็อยู่ในช่วงศึกษานิสัยใจคอกัน แม่คิดว่าไงคะ"

"แม่ไม่รู้จักเขาเท่าเพ่ยหรอก แต่แม่ไว้ใจเพ่ยเพ่ยว่าเพ่ยต้องเลือกคนดีมาเป็นแฟน" "แม่คะ แต่บางทีเพ่ยเพ่ยก็อดกลัวไม่ได้ เพ่ยกลัวจะเป็นแบบแม่ แบบอาอี๊ที่วันๆ ต้องคอยเหนื่อยกับการวิ่งไล่ตามจิกตามหึงสามี เพ่ยไม่อยากเป็นแบบนั้นค่ะ"

"ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากมีชีวิตคู่แบบนั้นหรอก แม่บอก เพ่ยเพ่ยได้ว่าคนเราไม่มีใครดีสมบูรณ์แบบ พอมาใช้ชีวิตคู่ มันก็เลยไม่สมบูรณ์แบบเป็นสองเท่า แต่อย่าลืมว่าเขาก็มีข้อดี ดีๆเลวๆปนๆกัน คนเราก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น การใช้ชีวิตคู่ไม่ใช่ แค่ชื่นชมข้อดีของอีกฝ่าย แต่ยังต้องทำใจยอมรับข้อบกพร่องของเขาด้วย"

"เรื่องอื่นเพ่ยว่าเพ่ยรับได้ ยกเว้นเรื่องเจ้าชู้มั่วไปทั่ว เพ่ยก็รับไม่ได้"

"แล้วคุณพริษฐ์เขาเป็นมั้ยล่ะ"

"ไม่เห็นแววเลยค่ะ...ตอนพ่อจีบแม่ แม่เห็นแววเพลย์บอยไหมคะ"

"เห็นตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ตอนนั้นแม่คิดว่าแต่งงานแล้ว เขาคงจะเปลี่ยนได้...ก็เปลี่ยนจริงๆ เปลี่ยนเป็นหนักข้อขึ้น"

"งั้นพริษฐ์ก็ไม่เหมือนพ่อใช่ไหมคะ"

"ไม่เหมือนเลย เทียบกันไม่ได้เลย คุณพริษฐ์ดูเป็นผู้ชายสุภาพเรียบร้อย คนละสปีชี่กับพ่อเธอเลย" รานีมั่นใจ

ooooooo

จิรนุชยังคงเดินหน้าทอดสะพานให้พริษฐ์ต่อไป

เธอแสร้งทำเป็นพบพริษฐ์โดยบังเอิญที่หน้าคอนโดฯ แล้วตีลูกมั่วขอใส่บาตรด้วยเพราะเห็นพริษฐ์ถือของเตรียมจะไปใส่บาตร พริษฐ์จัดของให้จิรนุชสามชุดแล้วขอตัวเพราะนัดจะไปใส่บาตรกับเพ่ยเพ่ย ชายหนุ่มขยับเดินไปที่รถ จิรนุช กัดปากไม่ยอมแพ้ เธอแกล้งอุทานดังๆแล้วทำท่าจะเป็นลม พริษฐ์ รีบวิ่งมาประคอง

"คุณนุช เป็นยังไงบ้างครับ"

"นุช...นุชเพลียๆน่ะค่ะ สงสัยเมื่อคืนนอนน้อย ถ้าได้นอนพักซักหน่อยคงดีขึ้น" จิรนุชทำอ้อน

พริษฐ์ประคองจิรนุชขึ้นมาบอกว่าจะพาไปนอนพักที่รถของเขา จิรนุชเกี่ยงว่าในรถแคบ เบาะก็แข็งนอนไม่สบาย พริษฐ์จึงพาเธอไปนอนที่ห้องแม่บ้านแทนเพราะรู้จักกันดี จิรนุช อ้างว่าเกรงใจจะขอไปนอนที่ห้องพริษฐ์

"ผมนอนบนเบาะปูพื้นครับ ทั้งแคบทั้งแข็ง คุณนุชคงนอนไม่สบาย" พริษฐ์ตอบตามจริงแล้วประคองจิรนุชเข้าไปในคอนโดฯเจอแม่บ้านพอดี  เขาฝากฝังให้แม่บ้านช่วยดูแลจิรนุชด้วย จิรนุชตื๊อให้พริษฐ์อยู่เป็นเพื่อนเธอก่อน

"ได้ครับ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง งั้นเดี๋ยวผมจะโทร.ตามคุณเพ่ยเพ่ยมาด้วยนะครับ คุณจะได้สบายใจไม่เกร็งที่อยู่กับผมสองต่อสอง พอคุณหายแล้วเราค่อยเอาอาหารไปถวายเพล ดีไหมครับ" พริษฐ์แนะนำ

จิรนุชอึ้งเสียอารมณ์ตอบกลับทันทีว่าเธอหายดีแล้ว

"ขอบคุณคุณพริษฐ์มากเลยนะคะ นุชกลับไปนอนที่ห้องก่อนดีกว่า คุณพริษฐ์ไปใส่บาตรกับคุณเพ่ยเพ่ยเถอะค่ะ เดี๋ยวจะสายซะ" จิรนุชโบกมือให้แล้วเดินจากไป

พริษฐ์มองตามมางงๆ

"เล่นตัวนักเหรอ เห็นเพ่ยเพ่ยดีกว่าฉันขนาดนั้นเชียวเหรอ ...ดี คุณต้องเป็นของฉัน ฉันจะทำให้คุณทิ้งเพ่ยเพ่ยมาหาฉันให้ได้ คุณพริษฐ์" จิรนุชบอกกับตัวเอง

ooooooo

แก๊งปลาไหลหลอกบรรดาเมียๆว่าจะออกไปดูที่บ้าง จะออกไปดูบอลบ้าง เพื่อมารวมตัวกันที่ลานจอดรถหน้าคาราโอเกะ

และเพื่อความปลอดภัยปัญจพลจึงให้เด็กรับรถหาผ้าคลุมมาคลุมรถให้ด้วย เผื่อพวกเมียๆผ่านมาเห็น

"แหม พวกพี่นี่รอบคอบจริงๆ ผู้ร้ายขายยาบ้ามันยัง ไม่ทำขนาดนี้เลย" เด็กรับรถแซว ปัญจพลหัวเราะ ไม่ว่าอะไรแล้วเดินไปรวมกลุ่มกับพวกอากงเข้าไปในคาราโอเกะ

พนักงานพาแก๊งปลาไหลเข้ามาในในห้องวีไอพี เจ๊โมจิ รีบมาต้อนรับ ปิยะวัฒน์ถามหาก้อย กุสุมา เจ๊โมจิมองหาก็เห็นกุสุมาเดินเข้ามาพอดี จึงเรียกให้มาพบ พวกปลาไหลตะลึงอึ้ง เมื่อเจอกุสุมา สาวสวยเซ็กซี่ดูมีรสนิยม

เธอแนะนำตัวด้วยลีลายั่วยวน แก๊งปลาไหลกลืนน้ำลายเอื๊อก ปิยะวัฒน์ตั้งสติได้ปรามทุกคนให้หยุดแล้วขอคุยเรื่องงานก่อน  เขาบอกกับกุสุมาว่าต้องการให้เธอไปหว่านเสน่ห์ใส่

พริษฐ์ให้ลุ่มหลง เพื่อจะได้เลิกยุ่งกับเพ่ยเพ่ย

"อ๋อ งั้นก็คงไม่ยาก ทีนี้เรื่อง..." กุสุมาเว้นวรรค

"ผมคุยกับเจ๊โมจิแล้ว ตัวเลขที่คุณเรียกมาไม่มีปัญหา ส่วนหมอนี่ เขาทำงานตำแหน่งสูง เงินเดือนดี คาดว่าคงมีเงินเก็บพอสมควร คุณเอาจากเขาได้เท่าไหร่ก็ตามสบายถือเป็นโบนัส" ปิยะวัฒน์เสนอ

"ตกลงค่ะ หนูรับงานนี้" กุสุมารับรูปพริษฐ์จากปุริม "ปิดจ็อบเร็วดีแฮะ  แหม  เวลาก็เหลืออีกตั้งเยอะสิเนี่ย"  ปุริมว่า

"เพื่อเป็นการปลอบใจอาเฮียที่พลาดหวังครั้งที่แล้ว ครั้งนี้เจ๊คัดมาชนิดสุดยอดของสุดยอด เอ้า เด็กๆ คัมมอนเกิร์ลส์" เจ๊โมจิให้สัญญาณ

ประตูห้องเปิดออก สาวๆสวยๆกรูกันเข้ามา พวกแก๊งปลาไหลตบมือเกรียว

ooooooo

พิสินีพาสมาชิกแก๊งแม่เสือบุกมาที่คาราโอเกะ เพราะจับสัญญาณจีพีเอสจากรถได้


แต่ปัญจพลไหวตัวทันเพราะจับสัญญาณจีพีเอสจากรถอาม่าได้เช่นกัน เขาจึงให้เจ๊โมจิพาพวกสาวหลบออกไปก่อน และเมื่อแม่เสือบุกมาถึงห้องจึงไม่พบใคร อรวรรณถามปิยะพงษ์ ถึงเรื่องไปดูที่ที่มันตาบอด

"ขี้เกียจเสียเวลาคุย เลยมาร้องเพลงหย่อนใจแก้เซ็ง" ปิยะพงษ์อ้าง

แก๊งแม่เสือดูยังไม่ปักใจเชื่อนัก รานีเพ่งมองอย่างจับผิด ปิยะวัฒน์รีบชิงเป็นฝ่ายรุก "ว่าแต่พวกเธอแหละ รู้ได้ไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่" รานีอึกอัก บุษกรรีบตอบแทน

"พอดีพวกเราเพิ่งกลับมาจากงานแต่งงานค่ะ แล้วน้องพิ เขาตาไว เห็นรถของอากงจอดอยู่ เลยแวะเข้ามาดู" ปิยะพงษ์ โวยวายเรื่องเด็กไม่ยอมคลุมรถ อรวรรณยังสงสัย

ปิยะพงษ์รีบเปลี่ยนเรื่องชวนทุกคนร้องเพลงเพื่อรำลึกอดีต

ooooooo

เพ่ยเพ่ยเรียกจิรนุชเข้ามาพบในห้องทำงาน

แล้วแจ้งว่า "จะส่งเธอไปดูงานชุดชั้นในยุโรป ซึ่งปีนี้จะจัดที่ฝรั่งเศส"

"แต่ว่า...นุชเพิ่งเข้าทำงานได้ไม่เท่าไหร่ แล้วเราเซ็นสัญญากันแค่สองปีเอง บริษัทจะยอมส่งนุชไปดูงานเลยเหรอคะ ค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆนะคะ" จิรนุชออกตัว

"ไม่เป็นไรค่ะ ถือเป็นการลงทุนทางด้านบุคลากร การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงเสมอ ในกรณีคุณนุช เพ่ยเพ่ยว่าน่าเสี่ยงค่ะ"

"นุชขอบคุณคุณเพ่ยเพ่ยมากค่ะที่ให้เกียรตินุชขนาดนี้ นุชจะไม่ให้คุณเพ่ยเพ่ยและไทยแลงชรีผิดหวังค่ะ" จิรนุชรับปาก

สองสาวยิ้มให้กัน

ทางด้านกุสุมาเริ่มแผนหว่านเสน่ห์ใส่พริษฐ์ ด้วยการแกล้งขับรถชนท้ายรถเขาเบาๆ แล้วลงไปแสดงความรับผิดชอบ แต่พริษฐ์ไม่เรียกร้องอะไรเพราะเห็นว่าไม่มีส่วนไหนเสียหาย กุสุมาแกล้งนั่งยองๆก้มลงมองรถ ตั้งใจจะให้พริษฐ์ดูของดีเธอเต็มที่ พริษฐ์ก้มลงมองโดยไม่ตั้งใจ แต่พอเห็นก็ตาโตรีบมองไปที่อื่น

"ยังไงก้อยก็ต้องรับผิดชอบค่ะ  นี่นามบัตรก้อยค่ะ อุ๊ยตาย นามบัตรหมดอีกแล้ว ไม่ทราบคุณมีนามบัตรให้ก้อยไหมคะ" กุสุมายืนขึ้น

พริษฐ์หยิบนามบัตรส่งให้

"ขอบคุณค่ะ งั้นเดี๋ยวก้อยจะยิงเบอร์เข้าเครื่องคุณพริษฐ์แล้วกัน แล้วถ้าคุณพริษฐ์เจออะไรเสียหายทีหลัง ก็โทร.บอกก้อยเลยนะคะ" ระหว่างนั้นรถเบนซ์สปอร์ตคันหนึ่งมาจอดต่อ คนขับเป็นชายหนุ่มชื่อประพน ทำท่าจะกดแตรไล่

แต่พอเห็นกุสุมาเต็มตา ก็ตาโตรีบดับเครื่องลงจากรถ เดินเข้าไปหาพริษฐ์กับกุสุมา "มีอะไรกันเหรอครับ" ประพนถาม กุสุมาหันมาจะด่า แต่พอเจอเบ๊นซ์สปอร์ตก็ปิดปาก เธอมองประพนอย่างพิจารณา พริษฐ์เห็นว่าหมดปัญหาแล้วจึงขอตัวขึ้นรถขับออกไป กุสุมาหันมาแนะนำตัวกับประพน

"ยินดีที่รู้จักครับคุณก้อย ตกใจไหมครับ ถ้ายังไงขอเชิญที่ไดรฟ์กอล์ฟของผม ไปนั่งพักให้หายตกใจก่อนก็ได้" ประพนชวน กุสุมาตาโตรีบตามประพนไปทันที

ooooooo

ความสัมพันธ์ระหว่างกุสุมากับประพนพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่กุสุมาก็ไม่ลืมที่จะโทร.ไปทอดสะพานให้พริษฐ์ตามหน้าที่

ไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไร พริษฐ์ก็ไม่ติดกับ เธอจึงงัดไม้เด็ดออกมาใช้ โดยบอกกับเขาว่าเธอยินดีทำทุกอย่างตามที่พริษฐ์ต้องการเพื่อเป็นการขอโทษที่ชนท้ายเขา

"ไม่เป็นไรจริงๆครับ คุณก้อยอย่าคิดมากอย่างนั้นเลยครับ" พริษฐ์ยืนยัน

"แหม คุณพริษฐ์อ่ะ เอาแต่พูดไม่เป็นไรๆ ก้อยเสียใจนะคะ ก้อยอยากขอโทษคุณจริงๆนะคะ"

"เอาเป็นว่าผมได้รับคำขอโทษจากคุณแล้วครับ คุณไม่ต้องทำอะไรให้ผมมากไปกว่านั้นหรอกครับ"

"หืม คุณพริษฐ์ล่ะก็ ก้อยโกรธแล้วนะ แค่นี้นะคะ" กุสุมาวางสายอย่างเคืองๆแล้วพึมพำต่อ "อีตาบ้า ระดับฉันน่ะ แค่ไปดูหนังด้วยก็มีแต่ผู้ชายมาตื๊อเช้าตื๊อเย็น นี่อะไร ฉันอุตส่าห์เสนอเมนูสุดพิเศษ เลือกหน้าได้ไม่มีอั้น ยังไม่ยอมกิน คิดว่าเป็นเทวดามาจากไหนวะ"

ooooooo

พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยออกมาทานข้าวเย็นด้วยกัน เขาคุยกับเธอเรื่องจิรนุชไปดูงานที่ฝรั่งเศส และบ่นว่าถ้าเพ่ยเพ่ยไปด้วยเขาคงคิดถึงแย่ เพ่ยเพ่ยถาม ว่าทำไมต้องคิดถึง พริษฐ์สารภาพว่าเขาชอบเธอ เพ่ยเพ่ยแกล้งให้พริษฐ์ตะโกนบอกว่า ชอบเธอเสียงดังลั่น ก่อนจะตอบรับว่าเธอก็ชอบเขาเช่นกัน

แถมบังคับให้พริษฐ์ขอเธอเป็นแฟนตามหน้าที่ของผู้ชาย

"งั้น...อะแฮ่ม...คุณเพ่ยเพ่ย เป็นแฟนผมนะครับ" เพ่ยเพ่ยจับมือพริษฐ์แต่ก้มหน้าพูดเบาราวกับกระซิบ

"ค่ะ"

"พูดดังๆสิครับ"

"ไม่เอาค่ะ เพ่ยเป็นผู้หญิง เพ่ยพูดเสียงเบาได้"

"แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะผมได้ยิน" พริษฐ์ กุมมือเพ่ยเพ่ย

เมื่อพริษฐ์กลับมาที่บ้านริมน้ำ กุสุมาโทร.มาอ้อนบอกว่า เธอชอบพริษฐ์และนัดให้พริษฐ์ไปพบหวังเผด็จศึก

พริษฐ์ตอบกลับทันทีว่า "เขามีแฟนแล้ว กุสุมาใจกล้าขอเป็นแค่กิ๊ก ผมจะไม่มีกิ๊กครับ ขอโทษด้วยนะครับ" พริษฐ์ กดวางสาย

กุสุมาอึ้งแล้วโวยวายออกมา "โอ๊ย จะบ้าตาย ผู้ชายเฮงซวย อ่อยจนไม่รู้จะอ่อยยังไง ซื่อบื้อที่สุด เออ ไม่เอาก็ไม่เอา ตามใจโว้ย" กุสุมากดโทร.ออกหาเจ๊โมจิเพื่อขอยกเลิกงาน จากนั้นก็โทร.นัดประพนออกไปตีกอล์ฟตอนกลางคืนด้วยกัน

ooooooo

ห้องนั่งเล่นในบ้าน พริษฐ์นั่งคุยกับแม่แก้วและจ๊อดเด็กกำพร้าที่แม่แก้วเก็บมาเลี้ยง ถึงเรื่องที่เขาตกลงเป็นแฟนกับเพ่ยเพ่ยแล้ว แม่แก้วดีใจกับลูกชายด้วย เธอถามลูกชายว่าจะพาว่าที่ลูกสะใภ้มาพบเธอไหม

"ต้องพามาสิครับ เร็วๆนี้แหละครับ จะพาไปกราบพ่อด้วย" พริษฐ์ตอบ

ทางด้านเพ่ยเพ่ยมาทานข้าวกับภัคพรและรัฐสามีของภัคพร เธอเห็นรัฐดูแลเอาใจใส่ภัคพรดีมากก็แอบกระซิบถาม

"คุณรัฐเค้าน่ารักอย่างงี้เสมอเลยเหรอ"

"จ้า ก่อนแต่งก็น่ารักอย่างนี้ แต่งงานแล้วก็ยังน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย ว่าแต่ของเธอล่ะไปถึงไหนแล้ว เคยพูดเรื่องแต่งงานกันหรือยัง" ภัคพรถามกลับ

"อุ๊ย ยังหรอก คงเร็วไปนะฉันว่า มันน่าจะมีแย็บๆกันบ้าง มันไม่ใช่เรื่องนั้นเรื่องเดียวหรอก ฉันไม่อยากรีบร้อน กลัวแต่งๆไปแล้วเขาไม่เป็นอย่างที่คิด"

"เวลาไม่เกี่ยวหรอก บางคู่คบกันมาตั้งนาน พอแต่งกันได้ไม่กี่เดือน ก็ลายออกแทบจะหย่าไม่ทัน บางคู่คบกัน หนึ่งเดือนก็แต่งงานกัน อยู่กันได้จนชั่วลูกชั่วหลานอย่าเสียเวลารอเลย ฮอร์โมนมันไม่รอใครนะจ๊ะ พอจะหมดมันก็หมด"

"แต่ฉันว่าฉันรอได้นะ อย่างน้อยก็จนกว่าจะแน่ใจว่าเขารักฉันจริง"

ooooooo

อากงเห็นเพ่ยเพ่ยพาอาม่าออกไปงานบริจาคหาทุนที่โรงพยาบาล ก็โทร.สั่งปุริมกับปัญจพลให้ลงมือตามแผน

สองหนุ่มชวนพริษฐ์ออกมาทานกาแฟที่ร้าน แล้วแต่งเรื่องหลอกว่า เพ่ยเพ่ยมีความลับเรื่องขนหน้าอกที่ดกดำและยุ่งเหยิงมากปกปิดทุกคนอยู่ และไม่ใช่มีแค่ที่หน้าอกเท่านั้น เธอยังมีที่ตรงบั้นท้ายด้วยครับ พริษฐ์ฟังแล้วก็อึ้งพูดไม่ออก

"วันไหนที่เพ่ยยอมให้คุณได้เห็นขนอกเธอ หวังว่าคุณคงจะไม่วิ่งหนีนะครับ ไม่อย่างนั้นเธอคงช้ำใจจนต้องฆ่าตัวตายแน่ๆ" ปุริมขู่

"ถ้าคิดว่ารับไม่ได้ ก็เลิกกับเธอซะตั้งแต่วันนี้ดีกว่า เธอจะได้เสียใจซะตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะถลำลึกไปกว่านี้" ปัญจพลแนะนำ

ปุริมตบบ่าพริษฐ์แล้วลุกออกไปกับปัญจพล ปล่อยพริษฐ์นั่งอึ้ง สองหนุ่มออกมายืนนอกร้าน แล้วหัวเราะสะใจกับอาการช็อกของพริษฐ์

ooooooo

ตอนที่ 4

พริษฐ์เดินหงอยผ่านแผงหนังสือเห็นปกนิตยสารเล่มหนึ่ง

ภาพปกเป็นนายแบบโชว์มัดกล้ามและขนหน้าอก พลันเห็นหน้าเพ่ยเพ่ยซ้อนขึ้นมา จึงรีบเดินหนี มาเจอคนงานก่อสร้าง ถอดเสื้อพาดบ่า มีขนหน้าอกรุงรัง พริษฐ์ตาลายเห็นเป็นหน้าเพ่ยเพ่ยอีก

"โธ่ คุณเพ่ยเพ่ย" พริษฐ์รู้สึกเสียใจ

เมื่อพริษฐ์เดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยท่าทางเกร็งๆ เพ่ยเพ่ยที่นั่งรออยู่โบกมือทักทาย จึงเข้าไปนั่งด้วยแล้วยิงคำถามแรกว่า

"เมื่อวานนี้เธอไปไหนมา"

เพ่ยเพ่ยว่า เธอไปโรงพยาบาล พริษฐ์ได้ฟังยิ่งเข้าใจผิดคิดว่าเพ่ยเพ่ยไปรักษาขนที่หน้าอกและบั้นท้าย เขาสอบถามอาการว่า อากาศอบอ้าวแบบนี้คงมีเหงื่อและคันด้วย เพ่ยเพ่ยไม่รู้เรื่องตอบรับว่าก็มีบ้าง พริษฐ์ถึงกับหน้าเหย เพ่ยเพ่ยเปลี่ยนเรื่องชวนทานอาหารเพราะเมนูเด็ดของวันนี้ก็คือ แกงจืดสาหร่ายกับชมพู่ที่ยังไม่ได้ปอกตรงก้นมีขนเยอะกว่าปกติ พริษฐ์เห็นแล้วทนไม่ไหวต้องขอตัว

เพ่ยเพ่ยนั่งงง ปิยะวัฒน์กับปุริมที่แอบดูอยู่ เห็นพริษฐ์ ออกอาการก็หัวเราะลั่น ตีไม้ตีมือกันมั่นใจว่าแผนของอากงต้องสำเร็จแน่

ooooooo

บ้านผิงเทียน อากง ปิยะพงษ์ และปัญจพลนั่งกินติ่มซำกันอย่างออกรส ปิยะวัฒน์กับปุริมเดินหน้าระรื่นเข้ามา ปิยะพงษ์ชวนสองพ่อลูกมาเจียะเต๊ด้วยกัน แต่ไม่มีใครสังเกตเลยว่า หลังฉากที่กั้นอยู่บริเวณนั้น อาม่านอนหลับอยู่ อากงถามลูกชายถึงเรื่องพริตตี้หน้าใหม่ อาม่าที่หลับอยู่ได้ยินคำว่าพริตตี้ก็ลืมตาโพลง

"แผนของป๊าได้ผลอย่างงดงามครับ ที่ให้อาเป่าอาเปียว ไปบอกเจ้าด็อกพริษฐ์ว่ายัยเพ่ยมีขนอกน่ะ วันนี้เจ้าด็อกพริษฐ์

ออกอาการแล้ว นั่งซะห่างเชียว" ปิยะวัฒน์รายงาน

"แถมลุกหนีออกไปก่อนด้วย ไม่เลิกตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปเลิกตอนไหนแล้วครับ" ปุริมรีบเสริม

"แหงล่ะ ผู้หญิงมีขนหน้าอก ใครมันจะไปคบวะ ฮ่าๆๆ" อากงชอบใจ

พวกที่เหลือหัวเราะตาม แต่แล้วอากงก็ชะงัก ตั้งใจเงี่ยหูฟังเพราะมีเสียงแปลกๆแทรกเข้ามาด้วย อาม่าเดินออกมาจากหลังฉากกั้น แก๊งปลาไหลสะดุ้งโหยง อากงทำเนียนชวนลูกๆหลานๆออกไปคุยกันต่อข้างนอก เพื่อให้อาม่าพักผ่อน ทุกคนขยับจะเดินออก อาม่าแค่นหัวเราะ เตะเก้าอี้ไม้ลอยละลิ่ว หล่นขวางหน้า อากงสะดุ้ง อาม่ากระโดดตามมานั่งเก้าอี้แล้วออกคำสั่งเสียงเข้ม

"ไปไหนไม่ได้ พวกลื้อต้องขอโทษอาเพ่ย แล้วบอกความจริงให้คุณพริษฐ์เขารู้ด้วย"

"เรื่องอะไรเหรอครับ..." ปุริมทำไขสือ อาม่าฟาดปุริมด้วยไม้เท้าแล้วย้ำให้ทำตามที่เธอสั่งเดี๋ยวนี้

ส่วนพริษฐ์นั้น นัดรุ่งนภามาพบที่ร้านกาแฟ เพื่อให้เธอทำจดหมายลาออกให้ เขาอ้างว่าทนทำงานที่ไทยแลงชรีต่อไม่ไหวเพราะทนเห็นหน้าใครบางคนต่อไปไม่ได้ รุ่งนภาตกใจรีบถามว่า

"คนคนนั้นใช่คุณเพ่ยเพ่ยหรือเปล่า"

"อย่าถามอะไรมากเลย ทำตามที่ผมบอกเถอะ" พริษฐ์เศร้า

ooooooo

บ้านผิงเทียน แก๊งปลาไหลนั่งเป็นกำลังใจให้ปุริมที่กำลังสารภาพผิดกับเพ่ยเพ่ย และมีแก๊งแม่เสือนั่งอยู่ด้วย

"คุณพริษฐ์เขาไม่ดียังไงเหรอคะ พี่เป่าถึงต้องทำถึงขนาดนี้" เพ่ยเพ่ยไม่เข้าใจ

"เปล่า ก็แค่พูดกันเล่นๆในวงเหล้าน่ะ เปียวเขายุ

พี่ก็เลยเลยเถิดไปหน่อย" ปุริมโยน ปัญจพลหันไปมองสมาชิกแก๊ง อากงรีบหลบตา ปิยะวัฒน์แอบถลึงตาใส่ ปัญจพลถอนใจอ้างว่า เขาเมาก็เลยยุเล่นๆ ไม่คิดว่าเป่าจะเอาจริง

"พอๆ โยนกันไปโยนกันมา เฮงซวยด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ" รานีสุดทน

"พวกลื้อต้องไปบอกความจริงให้คุณพริษฐ์เขารู้ด้วย" อาม่าสั่ง

"เพ่ยพูดเองก็ได้ค่ะ...ถึงว่า วันนี้ดูแปลกๆ ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง" เพ่ยเพ่ยว่า

เสียงมือถือเพ่ยเพ่ยดัง เธอดูเบอร์โทร.เข้าแล้วกดรับ พริษฐ์โทร.นัดให้เพ่ยเพ่ยออกไปพบ เพ่ยเพ่ยรับปากแล้วหันมาบอกทุกคน

"เขาบอกมีเรื่องสำคัญอยากจะเคลียร์กับเพ่ย"

"สงสัยจะบอกเลิกแหงๆ" ปิยะวัฒน์หลุดปาก รานีจ้องเขม็ง แล้วอาสาไปเป็นเพื่อนเพ่ยเพ่ย แต่เธอไม่ยอม

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงลูก รานีจึงลากปิยะวัฒน์แอบตามมาที่ร้านอาหารด้วย เธอให้เหตุผลว่า ถ้าพริษฐ์ ไม่เชื่อเพ่ยเพ่ย เธอกับปิยะวัฒน์จะได้เข้าไปเป็นพยานให้ ปิยะวัฒน์บ่นอุบแต่ก็ต้องตามใจเมีย ทั้งสองเข้ามานั่งที่โต๊ะข้างเพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์แล้วตั้งใจฟังหนุ่มสาวคุยกัน

"พริษฐ์มีอะไรจะบอกเพ่ยหรือคะ" เพ่ยเพ่ยเอ่ย

"พรุ่งนี้ผมจะลาออกจากบริษัท แล้วก็จะหยุดงานที่ไทยแลงชรี"

"ทำไมล่ะคะ"

"คุณเพ่ย...ผมขอโทษครับ ผมรู้เรื่องความลับของคุณแล้ว" พริษฐ์ทำมือทำไม้บริเวณหน้าอกแล้วชี้ไปที่ก้น

"พริษฐ์รังเกียจมันถึงขนาดจะลาออกเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอหน้าเพ่ยอีกเลยเหรอคะ..." เพ่ยเพ่ยลองใจ

"เปล่าครับ คุณเพ่ยอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ที่ผมลาออกเนี่ย เพราะว่าผมจะได้พาคุณเพ่ยไปญี่ปุ่น เพราะผมไปเซิร์ชหาข้อมูลจนรู้ว่า มีหมอที่ญี่ปุ่นเคยรักษาคนไข้ที่เป็นแบบคุณเพ่ย ผมเลยจะพาคุณเพ่ยไปรักษา แต่มันกลายเป็นว่ามีอีกเรื่องที่สำคัญกว่าคือ ผมอยากให้คุณเพ่ยแต่งงานกับผม จะได้ขอวีซ่าง่ายขึ้น" พริษฐ์บอกตรงๆ

เพ่ยเพ่ยอึ้ง ปิยะวัฒน์ได้ยินก็ตาโต หันซ้ายหันขวา คว้าได้เหยือกใส่น้ำจะลุกขึ้น  แต่รานีหยิบตะเกียบจิ้มสกัดที่หัวไหล่ ปิยะวัฒน์จำใจหยุดฟัง

"พริษฐ์จะแต่งงานกับเพ่ย เพื่อที่จะได้พาเพ่ยเข้าญี่ปุ่นง่ายกว่าอย่างนั้นเหรอคะ"

"มากกว่านั้นครับ คือผมจะได้ดูแลคุณเพ่ยได้เต็มที่"

"ไม่จำเป็นเลยค่ะ เพ่ยมีวีซ่าเข้าญี่ปุ่นอยู่แล้ว และถ้าจำเป็นต้องมีคนดูแล เพ่ยมีพ่อแม่และญาติพี่น้องที่พร้อมจะดูแลเพ่ย"

"แต่เขาจะสามารถดูแลคุณเพ่ยไปตลอดชีวิตหรือครับ"

"พริษฐ์ทำได้เหรอคะ"

"ครับ"

"เพราะอะไรพริษฐ์ถึงจะทำเพื่อเพ่ยได้ขนาดนั้น" เพ่ยเพ่ยมองหน้า พริษฐ์สูดลมหายใจตอบว่า

"เอ่อ เพราะผมรักคุณเพ่ย...ผมพร้อมจะปกป้องและดูแลคุณ แต่งงานกับผมนะครับ"

"ค่ะ" เพ่ยเพ่ยยิ้มทั้งน้ำตา พริษฐ์หยิบกล่องกำมะหยี่ขึ้นมาเปิดฝาออก เห็นแหวนเพชรวงหนึ่ง เขาหยิบมันออกมา สวมให้เพ่ยเพ่ย รานียิ้มมีความสุขดึงตะเกียบกลับมา ปิยะวัฒน์ วางเหยือกน้ำลงพึมพำว่า

"เอาเหอะ...ถ้ามันทำไม่ได้อย่างที่พูดนะ ฮึ่ม"

ooooooo

เพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์มานั่งเล่นที่สวนสาธารณะ พริษฐ์หัวเราะเมื่อเพ่ยเพ่ยเล่าความจริงเรื่องขนหน้าอกให้ฟัง  เธอถามเขาว่า  ถ้าเธอมีหนวดจะรังเกียจไหม พริษฐ์บอกว่าเขารับได้

"แต่เวลาไปไหนมาไหน หนวดซ่อนไม่ได้นะคะ ไม่อายเขาเหรอ"

"อายทำไมล่ะครับ ในเมื่อผู้หญิงที่มากับผมเป็นคนที่จิตใจดี มีเมตตา ทำมาหากินสุจริต ผมกลับภูมิใจด้วยซ้ำ"

"แล้วเวลาจูบกันไม่กลัวจั๊กจี๋เหรอคะ"

"เอ อันนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่เคยจูบผู้หญิงมีหนวด จะว่าไป ถึงผู้หญิงไม่มีหนวดก็ไม่เคยจูบเหมือนกัน"

"เหรอคะ เพ่ยก็ยังไม่เคยเหมือนกัน" เพ่ยทำเอียงอาย เขยิบเข้าใกล้พริษฐ์

"นั่นสิครับ อย่างคุณเพ่ยจะไปเคยจูบผู้หญิงได้ยังไง" พริษฐ์พาซื่อ เพ่ยเพ่ยแทบหัวทิ่ม พยายามชงใหม่

"ไม่ใช่ค่ะ หมายถึงเพ่ยไม่เคยจูบกับใครเลย" เพ่ยเพ่ย

มองหน้าเพริษฐ์ หลับตาพริ้ม

"ก็ดีแล้วครับ ผมเคยอ่านพบว่ามีเชื้อโรคหลายชนิดเลยที่ติดต่อกันได้ทางจูบ ทั้งไข้หวัด ตับอักเสบ ไข้กาฬหลังแอ่น รวมทั้งโรคเริมด้วยครับ" พริษฐ์บรรยาย เพ่ยเพ่ยหมดอารมณ์

ooooooo

เพ่ยเพ่ยคุยโทรศัพท์เล่าเรื่องพริษฐ์ให้ภัคพรฟัง ภัคพรตั้งข้อสังเกตว่า  ถ้าพริษฐ์ไม่ใช่ผู้ชายที่ซื่อบื้อที่สุดในโลกก็ต้องเป็นเกย์แน่ เพ่ยเพ่ยร้อนใจรีบเรียกเด๋อมาปรึกษา

"คุณเพ่ยเพ่ยปรึกษาถูกคนแล้วฮะ เรื่องนี้ ผีมองเห็นผีฉันใด เกย์ย่อมมองเห็นเกย์ฉันนั้น ถ้าคุณเพ่ยเพ่ยสงสัยว่าคุณพริษฐ์เป็นเกย์รึเปล่า เด๋อจะให้คำตอบเอง" เด๋อรับอาสา

ooooooo

รานีกับอาม่ามาหาซินแสขงเบ้งที่ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง เพื่อเอาดวงของเพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์มาให้ดู แต่ซินแสไม่อยู่ ซินแสขงล่วงจึงสวมรอยทำหน้าที่แทน เขาเอาดวงของเพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์ไปดูแล้วหยิบกระดานแปดทิศออกมาจากแขนเสื้อ แล้วนั่งหลับตานับนิ้วตามแบบหลักพยากรณ์ของจีน สักครู่ก็ลืมตาโพลงทำท่าตกใจบอกว่า ดวงของทั้งคู่เข้ากันไม่ได้

"แล้วจะแก้เคล็ดยังไงได้บ้างคะ" รานีรีบหาหนทาง

"ไม่ได้ ลิขิกสะหวัง แก้ไขม่ายล่าย ถ้าลองแต่งกังล่ะก็ ซวยซุปเปอร์ซวย จะเป็นโรคร้ายจ่ายค่ายาจงหมดตัว ที่บ้างก็ไฟไหม้ เกิดอุบัติเหตุ ไม่พิกางก็ตาย ไม่เลียกซวยแล้วเลียกอะไร" ซินแสยืนยัน รานีกับอาม่าหน้าเสีย

ooooooo

พริษฐ์เดินเข้ามาในบริษัท เด๋อที่รออยู่รีบทักทายพริษฐ์ แล้วเริ่มบททดสอบบทแรกด้วยการสำรวจนิ้วพริษฐ์ จากนั้นก็สังเกตดูการหยิบจับสิ่งของว่ากรีด-กรายแค่ไหน ตามด้วยแบบสอบถามชุดใหญ่ แต่ผลที่ออกมาก็ยังบอกไม่ได้ว่าพริษฐ์เป็นเกย์หรือเปล่า เด๋อจึงแนะนำเพ่ยเพ่ยที่นั่งรอคำตอบอยู่กับภัคพรว่า วิธีเดียวที่จะรู้ว่าพริษฐ์เป็นเกย์หรือไม่ ก็คือ เพ่ยเพ่ยต้องพิสูจน์ ด้วยตัวเอง เพ่ยเพ่ยอึ้ง แต่ภัคพรกับเด๋อสนับสนุนวิธีนี้สุดฤทธิ์

ooooooo

รานีปรึกษาปิยะวัฒน์เรื่องซินแสขงล่วง เพราะไม่รู้จะบอกกับเพ่ยเพ่ยว่าอย่างไร ปิยะวัฒน์อ้างว่า สวรรค์ ลิขิตชะตาไว้แล้วอย่าฝืนเลย เพราะจะพากันซวยเปล่าๆ

"โธ่ เพ่ยเพ่ยเอ๊ย กว่าจะมีแฟนกับเขาทั้งคน ดันไม่สมพงศ์กันอีก" รานีกลุ้มใจ

ปิยะวัฒน์แสร้งทำหน้าเศร้า แต่พอรานีออกไปแล้ว เขาก็รีบมาหาอากงกับปิยะพงษ์เพื่อรายงานผลว่า หมอดูปลอมที่จ้างมาทำงานได้ดีเกินคาด รานีกับอาม่าเชื่อสนิท

"แล้วอาซ้อบอกเพ่ยเพ่ยรึยัง" ปิยะพงษ์ซัก

"ยัง เห็นว่าจะรอบอกคืนนี้แหละ แต่เพ่ยเพ่ยยังไม่กลับบ้านเลย สงสัยคงไปเที่ยวกับไอ้ด็อกพริษฐ์ คงจะครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ เพราะถ้ารานีพูด เพ่ยเพ่ยก็ต้องฟัง ขานั้นไม่ค่อยกล้าขัดใจแม่หรอก"

"เอ ถ้ามันเวิร์กขนาดนี้ เราน่าจะลองให้ซินแสขงล่วงบอกพวกเมียๆเรามั่งว่าดวงเราต้องมีเมียน้อยถึงจะ เฮงๆๆ ถ้ามีเมียคนเดียว ชีวิตจะชีช้ำทำอะไรก็ไม่รุ่งเรือง เผื่อพวกเขาจะเชื่อ เปิดไฟเขียวให้เราไปหากิ๊กได้มั่ง" ปิยะพงษ์ออกไอเดีย

"ลื้อนี่ได้คืบเอาศอก แต่ก็ดีว่ะ ฮ่าๆๆ" ปิยะวัฒน์เห็นด้วย

ทั้งสามหัวเราะ อากงชะงัก ยื่นหน้าไปดูหลังฉากกั้นที่อาม่าเคยนอนฟังแต่ไม่พบใครก็โล่งใจ

ooooooo

พริษฐ์เดินมาส่งเพ่ยเพ่ยที่รถ

เพ่ยเพ่ยเริ่มแผนพิสูจน์พริษฐ์ตามคำแนะนำของเด๋อกับภัคพร เธออ้างว่ามีไฟล์งานต้องเช็กด่วนภายในคืนนี้ แต่ที่บ้านคอมฯเสีย แล้วรวบรัดตัดความขอไปใช้คอมฯที่บ้านพริษฐ์

"อ๋อ ได้สิครับ ไม่มีปัญหาครับ งั้นเดี๋ยวคุณเพ่ยขับตามผมไปละกันนะครับ" พริษฐ์เดินไปขึ้นรถเขา เพ่ยเพ่ยก้มลงมองแผ่นซีดีในมือ นึกถึงคำแนะนำของภัคพร

"เอาแผ่นนี้ให้เขาดูก่อนก็ได้ รัฐยืนยันว่าแผ่นนี้น่ะสุดยอดของหนังเอวีเลย ทั้งมุมกล้องและแสงเงาเร้าใจแบบไม่อาจต้านทาน แต่ถ้าเขายังเฉยๆ ก็เกย์ชัวร์"

ooooooo

พริษฐ์นำเพ่ยเพ่ยเข้ามาในห้องของเขา เพ่ยเพ่ยรู้สึกผิดเมื่อเห็นพระพุทธรูปกับโต๊ะหมู่บูชา เธอรีบยกมือไหว้ขอโทษที่นำสิ่งไม่ดีเข้ามาในห้อง

"คอมฯอยู่ตรงนี้ครับ" พริษฐ์บอก เพ่ยเพ่ยแอบยิ้มออกมาได้ เมื่อเห็นว่าพริษฐ์แยกส่วนทำงานห่างออกมา บังสายตาจากพระพุทธรูปได้ เธอหยิบแผ่นซีดีให้พริษฐ์ พริษฐ์รับไปแล้วเอ่ย

"เดี๋ยวรอบูตเครื่องแป๊บนึง...คุณเพ่ยจะดื่มน้ำก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมไปเอามาให้" "ไม่ต้องหรอกค่ะ...เอ่อ พริษฐ์ เปิดแผ่นให้เพ่ยได้ไหมคะ เดี๋ยวเพ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน" เพ่ยเพ่ยเดินออกไป

พริษฐ์รอจนเครื่องบูตระบบเสร็จ ก็ใส่แผ่นเข้าไป พอแผ่นเริ่มเล่น เขาก็ร้องลั่น

"คุณเพ่ยครับ แผ่นนี้มัน..."

พริษฐ์พูดไม่ออก เมื่อเครื่องเล่นแผ่นไปเรื่อยๆ ภาพและเสียงเร้าใจจนพูดไม่ออก ชายหนุ่มอ้าปากค้าง จ้องจอตาแทบถลน ร่างสั่นเทิ้ม เพ่ยเพ่ยที่อยู่ในห้องน้ำ เอาหูแนบประตู ห้องน้ำ ได้ยินเสียงจากแผ่นซีดี เธอหันมาสำรวจตัวเองในกระจก ท่าทางตื่นเต้นเหมือนกัน

"เอาล่ะ ทำใจดีๆ เกย์ไม่เกย์จะได้รู้กันวันนี้ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า สู้เขานะเพ่ย"

เพ่ยเพ่ยพยักหน้าให้ตัวเองในกระจกเงา แล้วเปิดประตูเดินออกมา เจอพริษฐ์นั่งหันหลังให้ เธอจ้องไปที่คอมฯ ภาพและเสียงเร้าใจมาก เพ่ยเพ่ยอินจัดทำหน้าเหยเกไปด้วย แล้วก็ได้สติสะกิดเรียกพริษฐ์ แต่พริษฐ์ยังนั่งเฉย เพ่ยเพ่ยหน้าเสียจับเก้าอี้หมุนกลับมา เห็นพริษฐ์หน้าแดง ตาลอย เลือดกำเดาไหล ไข้ขึ้นสูง เพ่ยเพ่ยรีบพยุงพริษฐ์ออกมา พริษฐ์ครางฮือๆ ไม่มีสติรับรู้

"ถึงกับไข้ขึ้นเชียวเหรอเนี่ย โธ่ๆๆ เพ่ยขอโทษ เพ่ย ไม่ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เลย เดี๋ยวเอายาให้ทานนะคะ"

ooooooo

เพ่ยเพ่ยกลับมาถึงบ้านพบรานีรออยู่

รานีเล่าเรื่องคำทำนายของซินแสให้ลูกฟัง เพ่ยเพ่ยหนักใจถามแม่ว่าคิดยังไง

"จิ้งจกทักเรายังต้องฟัง แม่ว่าเพ่ยอย่าเพิ่งรีบร้อนแต่งงานกันเลยนะ อย่างน้อยก็รอจนกว่าซินแสขงล่วงจะหาทางแก้ไขหรือผ่อนหนักเป็นเบาได้ ดีไหมจ๊ะ" รานีออกความเห็น

"แล้วถ้าเขาหาวิธีไม่ได้ล่ะคะ เอาอย่างงี้ได้ไหมคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เพ่ยพาพริษฐ์ไปหาซินแสเอง ให้เขาดูตัวจริงเลย ดูโหงวเฮ้งด้วย เขาอาจจะเปลี่ยนคำทำนายนะคะ" เพ่ยเพ่ยหาทางออก รานีเห็นด้วย เพ่ยเพ่ยถามว่า

"จะชวนพ่อไปด้วยไหม"

"ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้เขาบอกมีประชุมกับดีลเลอร์ เราไปกันเองละกัน" รานีสรุป

ooooooo

วันต่อมา รานี เพ่ยเพ่ย และพริษฐ์มาที่ศาลเจ้า แต่หาซินแสขงล่วงไม่พบ จึงถามหา เจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่า

"ไม่มีนะคะซินแสขงล่วง ถ้าจะมีก็มีแต่อาแปะขงล่วงจอมซี้ซั้วต่า ขายหอยทอดอยู่หลังศาลเจ้าน่ะค่ะ"

"แปะขงล่วง..." รานีเข้าใจทันที เธอพาพริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยไปที่หลังโรงเจ เห็นแปะขงล่วงกำลังตักหอยทอดใส่จาน ให้เด็กเสิร์ฟเอาไปให้ลูกค้า จึงเดินเข้าไปหา ขงล่วงเงยหน้ามองเห็นรานีก็จะหลบ

"ซินแสขงล่วง" รานีเรียก ขงล่วงทำฟอร์มก้มหน้าก้มตาไอแค่กๆ บ่นว่า

"โอ๊ย เจ็บคอจังเว้ย ไม่ไหวๆ...ปิดร้านดีกว่า อั๊วจะไปนอนพักที่บ้านแล้ว" ขงล่วงแอบจ้วงซอสพริกในชามอ่างแล้วหมุนตัวหันหลังจะเดินออกไป

รานีตามมาดักหน้า ขงล่วงสะบัดมือสาดซอสพริกใส่ แล้ววิ่งหนี รานีไม่ทันระวังโดนเข้าไปเต็มหน้า เธอร้องลั่น เพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์เข้ามาดู รานีสั่งให้จับตัวขงล่วงไว้ พริษฐ์ขยับจะวิ่ง เพ่ยเพ่ยผลักพริษฐ์กระเด็นกลับไปหารานีสั่งว่าให้ดูแลแม่ด้วย แล้วกระโดดเหยียบเก้าอี้ข้ามไปเหยียบโต๊ะ ก่อนกระโดดลงมาขวางหน้าขงล่วง ขงล่วงหันไปหยิบไม้กวาดไม้ไผ่ที่วางแถวนั้น จู่โจมใส่เพ่ยเพ่ย เพ่ยเพ่ยคว้าไม้ไผ่แถวนั้นมาต่อสู้ พริษฐ์ยืนตะลึง

"นี่ ช่วยฉันทีสิ" รานีเรียก

พริษฐ์ได้สติหยิบขวดน้ำดื่มแถวนั้นมาส่งให้รานีล้างหน้า ขณะที่ตาก็มัวแต่ตะลึงมองเพ่ยเพ่ยสู้กับขงล่วง ขงล่วงสู้เพ่ยเพ่ยไม่ได้ โดนเพ่ยเพ่ยจับล็อกจนดิ้นไม่หลุด แล้วพามาให้รานีสอบสวนว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง แต่ขงล่วงปากแข็งไม่ยอมบอก

เพ่ยเพ่ยขยับแขนที่ล็อกกดลง ขงล่วงร้องลั่นเพราะเจ็บมาก สุดท้ายก็ยอมสารภาพว่าปิยะวัฒน์เป็นคนจ้าง รานี แค้นที่เกือบเสียท่าสามี พริษฐ์ยืนเหวอไม่คิดว่าเพ่ยเพ่ยจะดุขนาดนี้

ooooooo

รานีกับเพ่ยเพ่ยกลับมาที่บ้าน

เธอบอกความจริงกับอาม่า แล้วตรงเข้าซ้อมปิยะวัฒน์ ด้วยเพลงหมัดทลายภูผา ปิยะวัฒน์ร้องลั่นยอมรับสารภาพ รานีหิ้วคอเสื้อสามีในสภาพบอบช้ำออกมาแล้วตะคอกถามว่า มีใครร่วมมือด้วยอีก อากงกับปิยะพงษ์สะดุ้ง ปิยะวัฒน์ยืนยันว่า เขาทำคนเดียว รานีกำหมัดทำท่าจะอัดอีก แต่เพ่ยเพ่ยร้องห้ามไว้ กลัวพ่อช้ำในตาย

"ผิงเทียน ลื้อรู้เรื่องด้วยรึเปล่า" อาม่าหันมาทางอากง

อากงรีบปฏิเสธ อาม่ามองต่อไปที่ปิยะพงษ์ ปิยะพงษ์ ปฏิเสธเช่นกัน อาม่าเขม้นมองทั้งสองไม่พบพิรุธ ก็นั่งลงตามเดิม อากงกับปิยะพงษ์ลอบผ่อนลมหายใจโล่งอก แล้วแอบส่งสายตาแบบลำบากใจให้ปิยะวัฒน์ ปิยะวัฒน์พยักหน้าว่าเข้าใจ

ooooooo

รานี อาม่านั่งคุยกับเพ่ยเพ่ยถึงเรื่องซินแสที่จะมาดูดวงให้ใหม่ เพ่ยเพ่ยบ่นว่าไม่อยากดูแล้ว เพราะกลัวซินแสจะบอกดวงตีกันอีก เธอคงไม่ต้องมีแฟนกันพอดี รานีขอร้องแกมบังคับให้ลูกดูดวงก่อน เพ่ยเพ่ยไม่เห็นด้วย แต่ไม่กล้าเถียง อาม่าจับมือรานีให้ใจเย็นแล้วตัดบทถามหลานสาวว่า พริษฐ์จริงจังแค่ไหนเรื่องที่จะแต่งกับเพ่ยเพ่ยน่ะ

"พริษฐ์เขาเป็นคนจริงจังค่ะอาม่า"

"งั้นก็ให้เขามาพูดคุยกับผู้ใหญ่ให้ถูกต้องเป็นการเป็นงาน"

ooooooo

เมื่อผ่านด่านพวกผู้ใหญ่ไปได้ เพ่ยเพ่ยก็สบายใจขึ้น แต่เธอก็ยังคงค้างคาใจว่าพริษฐ์เป็นเกย์หรือไม่ จึงโทร.นัดภัคพรกับเด๋อมาพบที่ร้านกาแฟเพื่อปรับทุกข์

"ไหนเธอบอกครั้งที่แล้วดูหนังโป๊แล้วไข้ขึ้น เลือดกำเดาทะลัก...อย่างงี้คงไม่ใช่เกย์แล้วมั้ง" ภัคพรว่า

"ไม่จริงหรอกฮะ หนังโป๊มันมีแต่ผู้หญิงซะเมื่อไหร่ ไอ้ที่ไข้ขึ้นน่ะอาจจะขึ้นเพราะความล่ำของพระเอกก็ได้นะ หรืออีกอย่างเขาอาจจะเป็นเสือไบก็ได้" เด๋อค้าน

"เสือไบก็ไม่ได้ ฉันรับไม่ได้หรอกนะ ถ้าสามีจะมีเมียน้อยเป็นผู้ชายน่ะ"

"แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ ลองมาตั้งหลายวิธีแล้ว ไม่ได้ผลซักที" ภัคพรหมดหนทาง เพ่ยเพ่ยว่าเธอคิดไว้แล้ว เพราะเธอก็จะชวนพริษฐ์ไปเที่ยวค้างคืนที่ต่างจังหวัด เพื่อพิสูจน์ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย

ooooooo

เพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์มาเดินเล่นที่สวนสาธารณะ

เธอชวนชายหนุ่มคุยเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อหาจังหวะชวนเขาไปเที่ยวสองต่อสอง แต่ก็ไม่สบโอกาสสักที เธอชักถอดใจจะไม่ชวนพริษฐ์แล้ว แต่พริษฐ์กลับเป็นฝ่ายชวนเธอไปเที่ยวเสียเอง และไปแบบสองต่อสองเสียด้วย เพ่ยเพ่ยตาโต ถามพริษฐ์ว่าจะพาเธอไปเที่ยวไหน

"อ๋อ ผมจะพาคุณเพ่ยไปเที่ยวที่บ้านผมครับ คุณแม่ผมท่านบ่นอยากเจอคุณเพ่ย"

"ไปเที่ยวบ้านคุณเหรอคะ" เพ่ยเพ่ยคิดไม่ถึง

ooooooo

รานีเข้ามาช่วยทายาแก้ฟกช้ำให้ปิยะวัฒน์ ปิยะ-วัฒน์ร้องลั่นเพราะรานีกดแรง รานีอ้าง

"เบาๆ ยามันก็ไม่ซึมลงไปน่ะสิ คิดซะว่าให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัวละกัน...คุณพริษฐ์ไม่ดีตรงไหน เขาไม่กินเหล้า ไม่เที่ยว ไม่กะล่อน แบบนี้หายากมาก"

"แต่ผู้ชายมันต้องมีลายเสือไว้บ้าง มัวแต่ซื่อๆบื้อๆ ก็ไม่ใช่ผู้ชายน่ะสิ"

"เหตุผลของเฮียฉันไม่เห็นด้วยหรอกนะ อีกอย่างนี่มันเป็นชีวิตของลูก เราจะไปกะเกณฑ์อะไรมากมายก็ไม่ถูก เนี่ย เขาจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน ฉันก็ต้องเฉยไว้ พยายามทำใจว่าลูกเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีชีวิตของเขาเอง"

"ไปต่างจังหวัดกันเหรอ" ปิยะวัฒน์เสียงเข้ม

"ใช่ อนุญาตไปแล้วด้วย" รานีพยักหน้า ปิยะวัฒน์ตกใจ แต่พยายามเก็บอาการ

ooooooo

ท้องฟ้าสดใส พริษฐ์นั่งรอเพ่ยเพ่ยอยู่ในรถหน้าบริษัท

พักใหญ่ เพ่ยเพ่ยในชุดลำลองก็เดินถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆเข้ามา พริษฐ์ลงจากรถมารับกระเป๋าเพ่ยเพ่ยไปเก็บ แล้วชวนเธอออกเดินทางไปบ้านแม่ด้วยกัน รถของพริษฐ์แล่นออกไป รถตู้ที่จอดซุ่มอยู่รีบขับตามไป ในรถตู้อัดแน่นไปด้วยสมาชิกแก๊งปลาไหล

"เฮ้ย ขับห่างๆ อย่าจี้นักสิวะ เดี๋ยวมันรู้ตัว" ปิยะวัฒน์สั่ง

"ผมว่าไหนๆเราก็ออกมาแล้ว เสร็จธุระเราเลี้ยวไปรับเด็กๆของเจ๊โมจิไปหลั่นล้ากันดีกว่า" ปัญจพลปิ๊งไอเดีย

อากงเห็นด้วย ปุริมสนับสนุน ปิยะวัฒน์ตาขวางใส่แล้วว่าประชด

"เอ้า ตามใจ อยากไปสนุกกันนักก็ตามใจ เดี๋ยวผมขอลงข้างทางแล้วขึ้นรถ บขส.ตามไปคนเดียวก็ได้ ไม่เป็นไร้... เพ่ยเพ่ยมันลูกสาวคนเดียว คนอื่นถึงเป็นอากงเป็นอากู๋ก็คงไม่ห่วงมันเท่าไหร่มั้ง" ทุกคนเงียบ

"ลื้อเป็นอะไร อาปิง คนอื่นเขาพูดเล่นๆกัน เฮฮากัน อาเพ่ยเป็นหลานอั๊วทั้งคน ใครจะไม่ห่วง อั๊วรักอาเพ่ยมากกว่ารักลื้อด้วยซ้ำ ดูเด๊ะ ทำกร่อยหมดเลย" อากงรีบไกล่เกลี่ย

ปิยะวัฒน์ยอมขอโทษทุกคน รถตู้ขับตามรถของพริษฐ์ ต่อไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นุ้ย-แท่ง-กัน-สไมล์" นำทีมขนความสนุก "ผู้ใหญ่สันต์ กำนันศรี" เตรียมลงจอ
15 เม.ย. 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 04:27 น.