สมาชิก

ปลาไหลป้ายแดง

ตอนที่ 16

แม่แก้วยืนสั่งจ๊อดอยู่หน้าบ้าน ห้ามรบกวนพริษฐ์ เด็ดขาด อารามเซ็งเด็กชายใช้เท้าเขี่ยลูกตะกร้อเล่น มันกลิ้งพาสายตาไปพบลูกกุญแจรถที่ตกอยู่

จ๊อดจำได้รีบหยิบกุญแจรถเพ่ยเพ่ยไปให้พริษฐ์

"ผมสงสัยว่า ถ้าพี่เพ่ยเพ่ยไม่มีกุญแจรถ แล้วเขาขับรถออกไปได้ยังไงล่ะครับ"

พริษฐ์นึกได้รีบลงไปดูที่จอดรถ พบเศษกระจกกระจายอยู่ก็เอะใจ รีบดิ่งไปที่รถของตนเองสตาร์ตเครื่อง พลางโทร.ขอความช่วยเหลือจากลุงสิทธิ์

ลุงสิทธิ์รีบออกจากบ้าน ไปพบรถของเพ่ยเพ่ยจอดน้ำมันหมดอยู่ข้างทาง ข้างรถมีลูกน้องของศุภสินเดินวนเวียนอย่างคนหัวเสีย ลุงสิทธิ์จัดการกับทั้งคู่ แล้วใช้ปืนขู่ให้บอกที่อยู่ของเพ่ยเพ่ยจนได้ความ พอดีพริษฐ์ตามมาทัน

ลุงกับหลานตกลงกันว่า ให้พริษฐ์ตามไปช่วยเพ่ยเพ่ยที่ตึกแถวชานเมือง ส่วนลุงสิทธิ์ไปแจ้งความแล้วพาตำรวจตามไป

ooooooo

ในตึกแถวชานเมือง เมื่อศุภสินลากเพ่ยเพ่ยมาถึง เขาต้องการปล้ำเอาทำเมียให้ได้ ด้วยความชักช้า และการขัดขืนของเพ่ยเพ่ย เท่ากับถ่วงเวลาให้พริษฐ์ พรวดเข้ามาช่วยไว้ทัน แต่พริษฐ์ก็ทำได้แค่ขัดจังหวะเท่านั้น เพราะชั้นเชิงมวยอ่อนหัดเกินไป จึงเพลี่ยงพล้ำ

"มึงตายซะเหอะ" ศุภสินเงื้อท่อนเหล็กฟาด

พริษฐ์เอามือกัน ระหว่างนั้นเพ่ยเพ่ยเริ่มรู้สึกตัว เห็นพริษฐ์ถูกทำร้ายเพื่อปกป้องเธอ จึงพยายามแก้เชือกที่มือจนหลุด แล้วยิงหมัดเข้าลิ้นปี่ศุภสินสุดแรง ทำให้เขาหน้ามืดหายใจไม่ออก ล้มโครม

"คุณพริษฐ์" เพ่ยเพ่ยรีบเข้าไปดูอาการพริษฐ์

"คุณเพ่ย...ผมรัก..." ไม่ทันขาดคำ ก็หมดสติไปเสียก่อน

นาทีนั้นเอง ตำรวจกรูกันเข้ามา จับกุมศุภสินทั้งในคดีลักพาตัวเพ่ยเพ่ยและยาเสพติด ส่วนมหาอ่อนเชิงมวยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล  โชคดีที่เขาไม่เป็นอะไรมาก  หมอจึงให้กลับบ้านได้ และแล้วในช่วงโอกาสพักฟื้นนี้เอง เอื้อให้เพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์ได้ปรับความเข้าใจกัน

"ขอบคุณครับ" พริษฐ์ลุกมากอดภรรยา เธอซบอกร้องไห้ซิกๆ แก๊งแม่เสือกับแก๊งปลาไหลที่กำลังนั่งคุยกับลุงสิทธิ์และแม่แก้วหันมาเห็นก็ พลอยยินดี

"ก็เป็นอันว่าทุกอย่างจบลงด้วยดีซะที" อรวรรณสรุปอย่างโล่งอก

ooooooo

เมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดี แม่แก้วก็พาทุกคนมาหาหลวงพ่อแสงที่วัด พริษฐ์บอกกับหลวงพ่อว่าเป็นเพราะได้คำสอนของหลวงพ่อ ชีวิตเขาเลยผ่านมรสุมมาได้

"อย่าเพิ่งมั่นใจอะไรนักนะโยม มั่นใจนักก็จะตกอยู่ในความประมาท ฝนหยุดฟ้าใสแต่อย่าเพิ่งแน่ใจว่าพายุจะหมดแล้ว คนเราจะให้หมดเคราะห์จริงๆก็คือตอนตายนั่นแหละ"

แก๊งปลาไหลฉวยโอกาสปลีกตัวมาจับกลุ่มคุยกันอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน เพื่อปรึกษาเรื่องจะหนีเที่ยว อากงนั้นไม่เอาด้วยแล้ว แต่ยินดีจะช่วยเหลือ

"ผมเตี๊ยมกับอากงไว้แล้ว หกโมงอากงจะบ่นแน่นหน้าอก พวกเรารีบพาอากงไปโรงพยาบาลแล้วเราค่อยออกจากโรงพยาบาลไปหาเจ๊โมจิ ถ้ามีอะไรผิดพลาด อากงบอกจะอยู่ที่โรงพยาบาลคอยแก้สถานการณ์ให้" ปัญจพลบอกแผน

"จุ๊ๆ" ปิยะวัฒน์เตือนเมื่อเห็นหลวงพ่อแสงเดินมาหา

"พวกโยมว่างกันอยู่หรือเปล่าน่ะ มีเรื่องขอแรงหน่อย"

แก๊งปลาไหลยินดีช่วยงาน หลวงพ่อแสงจึงพาเดินมาที่มุมหนึ่งของวัด แล้วบอกให้ช่วยคนป่วยที่ญาติพามาทิ้งไว้ เมื่อเดินไปถึง หลวงพ่อแสงจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ

"โยม ขอให้โยมทั้งสี่คนนี้เขาช่วยแบกโยมหน่อยนะ ไม่ต้องกลัวนะ"

"เจ้าค่ะ ขอรบกวนพวกพี่ๆด้วยนะคะ" คล้ายว่าสาวสวยนางนั้นหันมาบอกกับสี่หนุ่ม

"ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องเกรงใจครับ" ปิยะวัฒน์ยิ้มหน้าบาน หลวงพ่อแสงมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง แล้วทั้งสี่คนช่วยกันยกแคร่คนละมุม

ปิยะพงษ์มองหน้าน้องคนสวย รู้สึกหน้าเธอเหี่ยวฟีบลง ผิวตามแขนตามขาก็หมองลง แล้วปุริมก็ได้กลิ่นเหม็นๆเขารีบมองหาที่มา ปัญจพลถึงกับผงะเมื่อเห็นน้องคนสวยแก่ราวกับผู้หญิงวัยสี่สิบ แก๊งปลาไหลเริ่มรู้สึกแปลก หันมามองน้องบนแคร่บ่อยๆ พบว่าเธอแก่และเหี่ยวลงอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่เงยมามอง ในที่สุดก็เห็นว่าเป็นศพ ทั้งสี่จะปล่อยมือ แต่กลับปล่อยไม่ได้ จึงร้องลั่น

"ร้องอะไรกันเหรอโยม" หลวงพ่อหันมา ปิยะวัฒน์ชี้ไปที่ศพบนแคร่

"กะ...กะ...ก็...น้องกลายเป็นศพไปแล้ว" ปิยะวัฒน์ เสียงสั่น

"ก็เขาก็เป็นศพอยู่แต่แรกแล้ว จะตกใจอะไรล่ะ" เมื่อเดินมาถึงป่าช้า หลวงพ่อสั่ง "เอ้า ถึงที่ของเขาแล้ว วางแคร่ ได้แล้วเดี๋ยวอาตมาจะให้สัปเหร่อเค้าจัดการต่อเอง"

ทั้งสี่คนรีบปล่อยมือแล้ววิ่งมาหลบหลังหลวงพ่อแสงพลางเล่าเรื่องที่พวกตนได้พบเห็น

"อย่างงั้นเหรอ เอ แต่อาตมาก็เห็นเป็นศพมาตลอดนะ ตั้งแต่วานซืนจนถึงตอนนี้ ก็ไม่ได้เห็นเป็นอย่างอื่นเลยนะ" หลวง พ่อยืนยัน แล้วพูดเตือนสติพวกปลาไหลเรื่องความไม่เที่ยงของสังขารเพราะไม่ว่าจะรูปโฉมโนมพรรณเป็นอย่างไร สุดท้ายก็หนีจากสภาพนี้ไม่ได้

"ผมซึ้งสุดๆเลยครับ ซึ้งจนบอกไม่ถูกเลยหลวงพ่อ แค่ ระยะแบกมาแค่นี้ จากสาวสวยเซ็กซี่กลายเป็นคนป่วยแล้วก็เป็นศพจะจะ ลูกตาแบบนี้ ฝังใจไปจนตายเลยครับ" ปุริมรีบบอกด้วยท่าทีแหยงๆหวาดกลัว

ooooooo

วันต่อมา จิรนุชอารมณ์เสีย เมื่อเห็นข่าวศุภสินในหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นเมื่อเพ่ยเพ่ยเข้ามาทักทาย

"วันนี้มาเป็นเพื่อนคุณพริษฐ์เคลียร์งานนิดหน่อย แล้วเดี๋ยวว่าจะไปเที่ยวทะเลกันซักอาทิตย์นึง"

"ตายแล้ว น่าอิจฉาจังเลยค่ะ" จิรนุชรีบเก็บอาการ

"แหม อย่าพูดอย่างงั้นสิคะ...ที่เพ่ยมาหาคุณนุช อยากจะขอบคุณคุณนุชด้วย เพราะคุณรุ่งบอกว่าคุณนุชคอยดูแลคุณพริษฐ์ ตอนเย็นๆก็หาอะไรมาให้ทานแทบทุกวัน ถ้าไม่ได้คุณนุชช่วยดูแล พริษฐ์เขาอาจจะแย่เหมือนกัน โชคดีนะคะที่มีคุณนุชมาเป็นเพื่อนในช่วงนั้น"

เจอเข้าหลายดอก แมวขโมยถึงกับเดินกลับมานั่งกัดเล็บในห้องทำงาน แล้วเธอก็หยิบซิมอันหนึ่งออกมาเปลี่ยน ก่อนโทร.ไปหลอกพริษฐ์เรื่องกุสุมา

"ตกลง จะให้ไปที่ไหน" พริษฐ์หลงกลอีกจนได้

พริษฐ์เดินออกมาจากห้อง บอกกับเพ่ยเพ่ยที่รออยู่ว่า มีธุระด่วนต้องไปเคลียร์ที่บริษัทลูกค้า เพ่ยเพ่ยไม่ว่าอะไร เธอขอกลับไปรอที่บ้าน ทั้งสองเดินแยกกันไปที่รถ จิรนุชที่แอบดูอยู่ยิ้มสะใจก่อนจะเดินหายไป

พริษฐ์มานั่งรออยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม สักพักใหญ่พนักงานนำคีย์การ์ดมาให้บอกว่ามีคนฝากมา พริษฐ์มองซ้ายขวาไม่เจอใคร ก็ตัดสินใจลุกเดินตรงไปที่ลิฟต์ และห่างออกไปผู้หญิงใส่แว่นดำกำลังจับตามองพริษฐ์อยู่

พริษฐ์เดินมาหยุดหน้าห้องหมายเลขที่ตรงกับคีย์การ์ด เคาะประตูห้อง แต่ไม่มีใครตอบรับจึงเสียบคีย์การ์ดเปิดห้อง เดินเข้าไปเห็นเพียงโน้ตบุ๊กตั้งอยู่บนโต๊ะ ขณะเดินไปพิจารณาโน้ตบุ๊ก จิรนุชถลันออกจากเงามืด จี้เครื่องซ็อตไฟฟ้ากลางหลังพริษฐ์ จนทรุดฮวบลง

จิรนุชลากพริษฐ์ขึ้นไปบนเตียงแล้วถอดเสื้อผ้าออก แล้วเปิดโน้ตบุ๊กส่งภาพและข้อความไปให้เพ่ยเพ่ย

"เรียลลิตี้เลิฟเจ็ดเจ็ดเจ็ด...ใคร" เพ่ยเพ่ยกดตอบรับ

ภาพที่เห็นบนจอคือ พริษฐ์นอนเปลือยกายอยู่บนเตียง มีหญิงสาวคนหนึ่งเห็นหน้าไม่ชัดนอนคลอเคลียเขาอยู่ข้างๆ เพ่ยเพ่ยกำหมัดแน่น ตัวสั่นด้วยความโกรธ

ขณะที่จิรนุชเล่นสงครามประสาทอยู่กับเพ่ยเพ่ย เจ๊โมจิ ที่นึกเบื่ออาชีพม่าม่าซัง ออกมายืนอธิษฐานกับดวงดาวอยู่เพียงลำพัง แล้วลูกน้องก็วิ่งหน้าตาตื่นมาตามบอกว่า ลูกค้าแย่งเด็กจะต่อยกันอยู่แล้ว แต่เมื่อไปถึง รถตำรวจ 3-4 คัน ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านเจ๊โมจิ

ตำรวจหลายนายกรูกันลงจากรถ ตรงไปที่คฤหาสน์

ooooooo

พริษฐ์ค่อยๆได้สติขึ้นมา พบว่าตัวเองโดนมัดมือมัดเท้ากับเตียง และเห็นจิรนุชในชุดคลุมเซ็กซี่นั่งอยู่ตรงหน้า

"ปล่อยผมเถอะครับ มีอะไรค่อยพูดกันได้"

"มันหมดเวลาคุยแล้วค่ะ คุณพริษฐ์รู้ไหมคะ หมาป่าต่างจากแมวตรงไหน แมวเวลาล่าเหยื่อได้มันจะเล่นกับเหยื่อก่อนแล้วค่อยกินทีหลัง แต่หมาป่าล่าได้ก็จัดการทันที...คุณคิดว่านุชเป็นแบบไหนคะ...ติ๊กต่อกๆๆ นุชเป็นหมาป่าค่ะ ...ไม่ชอบเสียเวลาค่ะ เชือดได้ก็เชือดเลยทันที" จิรนุชคร่อมร่างพริษฐ์อย่างรวดเร็ว

พริษฐ์หลับตา พยายามตั้งสมาธิ ควบคุมตัวเอง ขณะนั้นเองประตูห้องก็เปิดโครม เพ่ยเพ่ยบุกเข้ามา จิรนุชตะลึงรีบถอยลงมาตั้งหลัก

"เพ่ยไม่คิดเลยนะว่าจะเป็นคุณ คุณนุช เพ่ยเชื่อใจและคิดว่าคุณเป็นเพื่อนมาตลอด ทุกอย่างจบแล้ว คุณดูถูกคุณพริษฐ์ ดูถูกเพ่ย...ดูถูกความรักของเรา" เพ่ยเพ่ยเอ่ยแล้วยอมเฉลยความจริงว่า หลังจากพริษฐ์ได้รับโทรศัพท์จากจิรนุช เขาก็ส่งเมล์ไปบอกเธอเพราะไม่อยากให้เข้าใจผิดกันอีก เธอนึกสังหรณ์ใจ จึงแอบเขียนตอบพริษฐ์ว่า เธอจะแอบตามไปและผู้หญิงที่สวมแว่นดำที่จับตามองพริษฐ์อยู่ในล็อบบี้ก็คือเพ่ยเพ่ยนั่นเอง จิรนุชฟังแล้วหัวเราะ มองเพ่ยเพ่ยด้วยสายตาอาฆาต

"อย่าแม้แต่จะคิด คุณก็รู้ว่าถ้าใช้กำลัง คุณแพ้ฉันแน่ๆ" เพ่ยเพ่ยเสียงเข้ม

จิรนุชยกเอาลูกในท้องเพ่ยเพ่ยมาขู่ ทำให้พริษฐ์ตะลึงเพราะไม่รู้มาก่อน

"อ้าว ยังไม่รู้เหรอเนี่ยว่า เมียตัวเองท้อง เป็นผัวประสาอะไร" จิรนุชหันมามองพริษฐ์ ระหว่างนั้นเพ่ยเพ่ยคว้าแจกันใบเล็กปาไปที่จิรนุช จิรนุชหลบได้อย่างเฉียดฉิว เธอร้องกรี๊ด ตรงเข้าไปหยิบกระเป๋า

เพ่ยเพ่ยเข้ามาช่วยแก้มัดให้พริษฐ์ เขาจึงถามเธอเรื่องลูก ภรรยายังไม่ทันได้ตอบ จังหวะนั้นเองพริษฐ์เหลือบเห็นจิรนุชกำลังลั่นไกปืน จึงรีบผลักเพ่ยเพ่ยออกไป เอาตัวเองเข้ารับกระสุนแทนถึงกับฟุบลง เลือดไหลแดงฉาน

จิรนุชหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง แม้เพ่ยเพ่ยจะยอมแพ้ และขอร้องให้พาพริษฐ์ไปส่งโรงพยาบาล แต่จิรนุชไม่ยอม

"ฉันจะปล่อยให้คุณพริษฐ์ตายไปต่อหน้านี่แหละ เพราะถ้าเขาตาย เราก็เสมอกันไม่มีใครได้เขาไปสักคน มันเป็นเกม"

ปืนคำรามลั่น เพ่ยเพ่ยสะดุ้งสุดตัว เมื่อตั้งสติได้ เธอเห็นจิรนุชกุมมือที่นองเลือด ปืนหลุดกระเด็นไป ตำรวจบุกเข้ามาจับกุมจิรนุช และวิทยุเรียกรถพยาบาลมารับตัวพริษฐ์ทันที

ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพ่ยเพ่ยสารภาพว่า เธอเสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วเล่าให้ฟังว่า ในคืนที่ตำรวจบุกเข้ามานั้น เธอไม่ได้โทร.แจ้ง แต่เป็นเพราะตำรวจตามจับจิรนุชในข้อหาฆ่ากุสุมา เนื่องจากมีคนไปแจ้งว่าพบศพผู้หญิงในบ้านร้างชานเมือง ตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า จดหมายที่กุสุมาเขียนไว้ก่อนตายบอกว่า คนที่ฆ่าเธอคือจิรนุช และข้อความในจดหมายยังบอกอีกว่า เธอขอโทษเพ่ยเพ่ยกับพริษฐ์จากใจจริง และยืนยันว่าพริษฐ์ไม่เคยมีอะไรกับเธอ สิ่งที่เพ่ยเพ่ยเชื่อเป็นความเข้าใจผิดทั้งสิ้น

ooooooo

ภัคพรนำช่อดอกไม้มาเยี่ยมพริษฐ์ และบอกว่าหย่ากับรัฐแล้ว เพราะคืนที่ตำรวจทลายคฤหาสน์เจ๊โมจิ อดีตสามีเธอเป็นหนึ่งในนักเที่ยวคืนนั้นด้วย

เมื่อเมฆฝนผ่านพ้นไป พริษฐ์พาคู่ชีวิตมาไหว้หลวงพ่อแสง

"ขอให้โยมทั้งสองใช้ชีวิตอย่างมีสติ   ไม่ประมาท กำลังจะมีลูก กำลังจะมีครอบครัวที่มีความสุข จงระลึกเสมอว่า กว่าที่โยมสองคนจะมาถึงวันนี้ได้ก็ผ่านเรื่องร้ายๆมาเยอะ และสิ่งที่ทำให้โยมทั้งสองผ่านเรื่องร้ายๆเหล่านั้นมาได้  ก็เพราะมีสติ และไม่ลุ่มหลง ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ก็ขอให้รักษาธรรมสืบต่อไป เพื่อความสุขความเจริญในชีวิตนะ"

พริษฐ์กับเพ่ยเพ่ยก้มกราบหลวงพ่อ

ooooooo

อากงสั่งปิดห้องเล่นไพ่   เพราะแก๊งปลาไหลกลับเนื้อกลับตัวกลายเป็นแฟมิลี่แมนอย่างที่เมียๆต้องการไปแล้ว จะมีก็เพียงปิยะพงษ์ที่ขอไปทิ้งทวน เขาได้พบกับรัฐที่ตระเวนเที่ยวอย่างหนัก จนเริ่มมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต เนื่องจากไม่ค่อยป้องกัน ทำให้ปิยะพงษ์ นึกขยาดขอถอนตัวจากวงการ

อาม่าเบาใจที่อากงกับลูกๆหลานๆคิดได้ เลิกเที่ยวเตร่ จึงหันหน้าเข้าวัดปฏิบัติธรรม และได้พบกับเจ๊โมจิที่เลิกกิจกามอย่างเด็ดขาด เธอเข้าวัดปฏิบัติธรรมเช่นกัน

"หนูเพิ่งนั่งมาได้วันนี้วันแรก แค่ครึ่งวันหนูก็ท้อแล้ว กำลังจะกลับแล้ว พอดีเจออาม่าก่อน"

"บางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจจะดลใจให้เรามาเจอกันก็ได้

โมจิ ถ้าเธอตั้งใจจริง ฉันจะสอนเธอเอง ฉันจะเป็นครูและเป็นเพื่อนทางธรรมของเธอ  ให้เธอได้นั่งสมาธิได้ตามที่ต้องการ  ดีไหมล่ะ" อาม่าเสนอตัว

"ขอบคุณอาม่ามากค่ะ"  เจ๊โมจิเอ่ยพลาง  ก้มกราบบนตักอาม่า

ooooooo

รุ่งนภาลาพักร้อนมาไกลถึงอิตาลีหวังจะได้พบเนื้อคู่ แต่คนที่เข้ามาทักกลายเป็นเด๋อที่ลาพักร้อนมาอิตาลีเหมือนกัน ทั้งสองจึงได้คิดว่าสวรรค์คงไม่ส่งเนื้อคู่ มาให้แต่ส่งเพื่อนดีๆมาให้แทน

1 ปีต่อมา ในวันที่เพ่ยเพ่ยกับแก๊งแม่เสือกำลังรับศึกหนักอยู่หน้าห้องประชุม เพราะพริษฐ์กับพวกปลาไหลเบี้ยวนัดลูกค้า

"ต้องไปจับกลุ่มสุมหัวกันอีกแน่ๆเลย กะจะให้พวกเราเจรจาแทน แล้วตัวเองไปเสวยสุข แบบนี้เอาเปรียบกันชัดๆ" อรวรรณเสียงเข้ม

เพ่ยเพ่ยนำทัพเปิดประตูผลัวะเข้ามาในห้อง    เห็นปิยะวัฒน์กับปุริมร้องเอ่เอ๊เล่นกับทารกตัวน้อย ปิยะพงษ์กับปัญจพลกำลังป้อนนมลูกน้อย ส่วนอากงกับอาม่าและพริษฐ์กำลังหลอกล่อลูกพริษฐ์ให้คลานมาหา ทุกคนกำลังมีความสุขกับเจ้าตัวน้อย แต่พอเงยหน้ามาเห็นเพ่ยเพ่ยกับแก๊งแม่เสือก็ตกใจ ลูกๆหลานๆร้องจ้า

"พวกลื้อไม่ต้องโวยวายน่า ไอ้ตัวเล็กมันตกใจหมดแล้ว" อากงดุ แก๊งปลาไหลรีบสนับสนุนอากง อ้างว่างานดูแลลูกสำคัญกว่าทุกสิ่ง พริษฐ์รีบออกตัว เมื่อเห็นสายตาเพ่ยเพ่ย

"ก็ว่าจะแวะมาดูลูกแป๊บเดียว แต่พอจะไป ลูกไม่ยอมปล่อย เกาะผมหนึบเลย ผมไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน"

"โอ๋ๆๆมาหาแม่นะ ทีนี้ไปประชุมได้เลยค่ะ" เพ่ยเพ่ยเข้ามารับลูกออกไป พริษฐ์ทำอิดออด

อาม่ากับอากงตระกองกอดกัน ยิ้มแฉ่งดูลูกหลานเหลน

"เอาเหอะๆทุกคนไม่ต้องรีบร้อนหรอก ฝรั่งมันรอได้ ปล่อยมันรอไปก่อน" อาม่าตัดสินใจ

"บริษัทจะเจ๊งก็ช่างมัน แต่ตอนนี้อั๊วกับโสภามีความสุขเหลือเกิน เป็นเวลาทองคำจริงๆ ครอบครัวเรามีความสุขแบบนี้เอาอะไรมาแลกอั๊วก็ไม่ยอม" อากงเสริมด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจ

อาม่าบีบมืออากงเบาๆ ลูกหลานได้ยินพลางหันมามองคู่ของตัว แล้วยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

"อวสาน"

ปลาไหลป้ายแดง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด