ตอนที่ 15
ภัคพรโทร.ให้พริษฐ์ออกมาพบ หมายจะบอกที่อยู่ของเพ่ยเพ่ย แต่เจ้ากรรมญาติของเธอคนหนึ่ง โทร.มาบอกว่าเห็นรัฐอยู่กับสาวๆที่ร้านคาราโอเกะ
ครั้นเธอเค้นความจริงจากสามี กลับได้ความว่า พริษฐ์ เป็นคนนัดรัฐไปที่นั่น แล้วเปลี่ยนใจไม่ยอมมาพบ แถมผู้หญิงเหล่านั้นก็เป็นเด็กของพริษฐ์ เมื่อภัคพรถามความจริงกับพริษฐ์ ด้วยเกรงว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะจบลง มหาน้ำใจงามจึงยอมรับ
คำกล่าวอ้าง ทำให้ภัคพรผิดหวังมาก จึงไม่ยอมบอกที่อยู่ของเพ่ยเพ่ย
"คุณเพ่ย ผมจะรู้อยู่แล้วว่าคุณอยู่ที่ไหน...แต่ผมก็ผิดหวังจนได้ ผมจะไม่ยอมแพ้หรอก ไม่ว่าจะยังไงผมจะตามหาคุณให้เจอให้ได้...เพราะคุณคือหัวใจของผม" พริษฐ์ไม่ท้อ เขาเรียกรุ่งนภามาพบและขอให้เธอช่วยติดต่อนักสืบเอกชนช่วยตามหา
รุ่งนภาใช้บริการของทรงพล เธอขอร้องว่าให้เอานักสืบ ห่วยๆมาทำงาน เพราะไม่อยากให้พริษฐ์ตามหาเพ่ยเพ่ยพบ ทรงพลรับปาก แต่เขากลับทำตรงกันข้าม ถึงขนาดเรียกมานิตนักสืบมือหนึ่งมารับงาน
"เท่าที่ฉันรู้จักคุณพริษฐ์ คุณพริษฐ์เป็นคนดีคนหนึ่ง ฉันเข้าข้างเขาว่ะ"
ooooooo
แม่แก้วเห็นเพ่ยเพ่ยนั่งเหม่อ จึงชวนไปบ้านลุงสิทธิ์ เพื่อคุยเรื่องโครงการโรงเรียนชาวนา ลุงสิทธิ์ ต้อนรับเพ่ยเพ่ยเป็นอย่างดี ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ เพราะจบเศรษฐศาสตร์มาเหมือนกัน
เวลาใกล้เคียงกัน มานิตมาที่ตลาด เที่ยวสอบถามข้อมูลเพ่ยเพ่ยกับพ่อค้าหมูปิ้ง
"อ๋อ ลูกสะใภ้แม่แก้ว ชื่อเพ่ยเพ่ย เห็นช่วงนี้เขามาอยู่ที่บ้านแม่แก้วน่ะ"
มานิตยิ้ม ดิ่งไปที่บ้านแม่แก้ว ได้เห็นเพ่ยเพ่ยเดินคุยกับแม่แก้วและลุงสิทธิ์ จึงแอบเก็บภาพไว้ แล้วโทร.รายงานทรงพล
ในระหว่างที่มานิตแอบติดตามเพ่ยเพ่ยอยู่ ทนายของเพ่ยเพ่ยก็มาพบพริษฐ์เพื่อถามความคืบหน้าเรื่องการหย่า แต่ พริษฐ์ยืนยันว่าไม่หย่า
"เอางี้แล้วกันครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมรวบรัดตัดความเกินไป ผมยังไม่อยากพูดเรื่องกฎหมายตอนนี้ เอาเป็นว่าผมขอฝากใบหย่าไว้กับคุณพริษฐ์อีกซักพักแล้วกันครับ เผื่อคุณพริษฐ์มีเวลาคิดทบทวนสิ่งต่างๆมากขึ้น อาจจะคิดได้และคิดตกว่าควรจะทำอย่างไร สำหรับวันนี้ ผมขอตัวก่อนแล้วกัน ขอบคุณนะครับ" ทนายลุกเดินออกไป พริษฐ์หลับตาลงด้วยความกลุ้มใจ
จิรนุชที่แอบดูอยู่เห็นเข้าทาง เร่งออกอุบายชวนพริษฐ์ มาทานข้าว และพูดถึงเรื่องเพ่ยเพ่ยจะหย่ากับพริษฐ์ เธอพยายามหยั่งเชิง เพราะต้องการรู้ความเห็นของพริษฐ์ แล้วเธอก็แอบมีความหวัง
ooooooo
กุสุมาเดินเริงร่ามาที่ลานจอดรถ เพราะตั้งแต่ไปเป็นเมียน้อยของบิ๊กเอ๋ ชีวิตเธอดีขึ้นกว่าเก่า แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่เป็นใจ เพราะเมียหลวงสืบรู้ จึงพาคนมาดักเล่นงาน และเก็บข้าวของทุกอย่างคืน
"ต่อไปนี้ เลิกยุ่งกับผัวฉันซะ" อาซ้อทิ้งท้าย แล้วพยักหน้าให้ชายฉกรรจ์จัดการยึดรถกลับ
เมื่อทีมอาซ้อจากไป เธอมองตามอย่างเหยียดๆ
"ยังเหลือเครดิตการ์ดใบนึงเว้ย วงเงินสามแสน เดี๋ยวฉันจะไปรูดให้หมด ยัยโง่เอ๊ย ผัวแกมั่วกับฉันน่ะดีแล้ว ดีกว่าไปมั่วกับคนอื่น วันไหนแจ็กพอตไปเจอโรคล่ะก็ ติดถึงแกแน่ๆอีปลวก"
กุสุมาสะใจ...เมื่อขยับจะเดินกลับเข้าห้างฯแต่ก็ชะงักเพราะเห็นพริษฐ์กับจิร นุชเดินออกมา เธอรีบหลบเพื่อแอบฟังทั้งคู่คุยกันแล้วเธอก็ได้รู้ความจริงว่า จิรนุชหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือเพื่อแย่งพริษฐ์จากเพ่ยเพ่ย
"ยัยตัวแสบ หลงคิดไปว่าเธอมันผู้หญิงซื่อบื้อ ที่แท้ดันเป็นสะตอตัวแม่" กุสุมาพึมพำด้วยความแค้น
หลังแยกกับจิรนุช พริษฐ์ตัดสินใจไปหาแม่แก้วกลางดึกคืนนั้นเอง ตั้งใจจะไปขอคำปรึกษาและไม่ทันเห็นรถของเพ่ยเพ่ยที่จอดอยู่ในเงามืด จ๊อดกำลังทำการบ้านอยู่เหลือบมาเห็นเข้า เขารีบเอาผ้าห่มคลุมเพ่ยเพ่ย แล้วนั่งทับไว้
"พี่พริษฐ์ หวัดดีครับ" จ๊อดทักทายเสียงดัง เพ่ยเพ่ย กำลังจะโวยรีบปิดปาก แม่แก้วหันไปเห็นก็ตกใจรีบถาม
"พะ...พริษฐ์ มายังไงเนี่ยดึกดื่น มีเรื่องอะไรหรือเปล่า"
"ผมมีเรื่องกลุ้มใจน่ะครับแม่ เกี่ยวกับคุณเพ่ยน่ะครับ เพราะจนถึงวันนี้ ผมยังไม่รู้เลยครับว่าเขาไปอยู่ที่ไหน"
แม่แก้วชวนพริษฐ์ไปคุยที่อื่น โดยอ้างว่ารบกวนจ๊อดทำการบ้าน แต่พริษฐ์ไม่ยอม เขาเก็บสมุดการบ้านยัดใส่มือจ๊อด ไล่ให้ไปทำที่อื่น แล้วเขาก็นั่งแทนที่ แม่แก้วเห็นเข้าก็ตกใจเผลออุทานว่าเดี๋ยวแท้ง
"อะไรนะครับแม่" พริษฐ์งง เพ่ยเพ่ยแอบยื่นมือออกมา ทำท่าโอเค แม่แก้วโล่งอก เร่งให้พริษฐ์พูดธุระให้เสร็จ พริษฐ์บอกกับแม่แก้วว่าจะยอมหย่ากับเพ่ยเพ่ย เพราะเธอคงไม่รักเขาแล้ว
"คนบางคนที่แต่งงานกันไม่ใช่เพราะรักกัน คนบางคนจะหย่าก็ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่แม่ไม่ใช่หนูเพ่ยเพ่ย แม่ตอบไม่ได้ ถ้าเซ็นใบหย่าทุกอย่างก็จบ แต่แกอยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบแบบนี้รึเปล่า"
"ไม่ครับ ผมไม่อยากให้มันจบลงแบบนี้เลย แต่ผมก็ไม่รู้ จะทำยังไง" พริษฐ์สับสน แม่แก้วเห็นใจชวนให้นอนค้างด้วยกันก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปหาหลวงพ่อ เผื่อท่านจะชี้ทางสว่างให้ได้
"ก็ดีครับ" พริษฐ์เดินออกไป แม่แก้วถอนใจเบาๆมองที่กองผ้าห่ม ก่อนจะเดินตามพริษฐ์ออกไป เพ่ยเพ่ยเลิกผ้าห่มขึ้น นั่งซึม
ooooooo
กุสุมาเข้ามาต่อว่าจิรนุชถึงที่ทำงาน ด้วยความแค้นที่หลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือ จิรนุชเกรงคนมาเห็นจึงให้กุสุมาขึ้นรถ แล้วขับพาออกไปหาที่คุยกันใหม่
กุสุมาเรียกเงินหนึ่งล้านบาทเป็นค่าปิดปาก แล้วขู่ว่าถ้าจิรนุชไม่จ่าย เธอก็จะไปเล่าความจริงทั้งหมดให้พริษฐ์ฟัง จิรนุชบีบน้ำตาขอความเห็นใจ และต่อรองว่าในธนาคารเธอมีอยู่แค่ห้าแสน กุสุมาเห็นน้ำตาก็ใจอ่อนยอมตกลงแล้วหันมารับบัตรเอทีเอ็มจากจิรนุช ทันใดนั้นเองจิรนุชที่เล่ห์เหลี่ยมเหนือกว่าก็หยิบที่ช็อตไฟฟ้าออกมาจาก กระเป๋า กดใส่กุสุมาจนหมดสติไป
"นังโง่ งี่เง่าเอ๊ย อย่าว่าฉันแล้วกัน เธอแส่หาเรื่องเอง" จิรนุชรีบเก็บหลักฐานแล้วพากุสุมาไปที่บ้านร้างหลังหนึ่ง
กุสุมารู้สึกตัวขึ้นมา เมื่อโดนจิรนุชเอาน้ำราดใส่หน้า ตามด้วยตบหน้าอีกหนึ่งฉาด
"ช่วงที่เธอสลบไปน่ะ ฉันจับเธอถอดเสื้อผ้าออกจนล่อนจ้อน แล้วก็ถ่ายรูปไว้แล้ว...มีรูปที่ถ่ายกับขวดเบียร์ด้วยนะ ดูทุเรศดีเนอะ" จิรนุชโชว์ภาพเปลือยในกล้องดิจิตอลให้ดู กุสุมาอึ้ง พูดอะไรไม่ออก
"นี่เงินสด 1 แสนบาท เอาไป แล้วอย่ามายุ่งกับฉันหรือคุณพริษฐ์อีก ถ้าเธอปากพล่อยเล่าเรื่องของฉันให้คุณ
พริษฐ์ฟัง ฉันจะโพสต์รูปทุเรศๆของเธอลงอินเตอร์เน็ต เข้าใจไหม" จิรนุชโยนเงินสดหนึ่งแสนใส่หน้ากุสุมา ก่อนจะออกเดินไป กุสุมาลุกพรวดตามไปจิกผมจิรนุชกระชากเต็มแรง แล้วสองสาวก็ตบตีกันชุลมุน จิรนุชหันไปคว้าขวดเบียร์แตกมาแทงเข้ากลางตัวกุสุมาจนล้มลงด้วยความเจ็บปวด แล้ววิ่งหนีออกไป
กุสุมาค่อยๆขยับตัว ควานหามือถือแต่ไม่พบ เมื่อเห็น ว่าไม่ไหวแล้ว จึงหยิบปากกามาเขียนข้อความบางอย่างไว้
ooooooo
ด้านพริษฐ์ที่ยังสับสนและคิดไม่ตก เขาตัดสินใจมาปรึกษาปัญหาชีวิตคู่กับหลวงพ่อแสง
"พยายามมากพอรึยังล่ะ ความพยายามของคนเรามันไม่มีที่สิ้นสุดหรอกนะ มันสิ้นสุดตรงที่เราคิดว่าพอนั่นแหละ หลวงพ่อถึงถามว่าโยมพยายามมากพอรึยัง"
คำสอนของหลวงพ่อช่วยให้พริษฐ์ตั้งสติได้ เขามาลาแม่แก้ว เพื่อกลับไปทบทวนความคิดและการกระทำของตัวเองอีกครั้ง แม่แก้วอวยพรลูก และไม่ลืมเตือนถ้าจะมาเยี่ยมให้โทร.มาก่อน
ในระหว่างที่พริษฐ์กลับมาทบทวนความคิดอยู่ในห้องทำงานนั้น จิรนุชร้อนใจเหมือนไฟสุม เธอเปิดหนังสือพิมพ์ แทบทุกฉบับเพื่อดูข่าวอาชญากรรม แต่ก็ไม่มีฉบับไหนลงข่าวกุสุมาเลย เมื่อเหลือบไปเห็นทนายของเพ่ยเพ่ยเดินออกมาจากห้องทำงานพริษฐ์ จึงเปลี่ยนความสนใจ
"ใครคะ ไม่เคยเห็นหน้า" จิรนุชเข้ามาถามรุ่งนภา
"ทนายของคุณเพ่ยเพ่ยน่ะค่ะ มาเจรจาเรื่องหย่า สงสัยคุณพริษฐ์คงเซ็นให้ไปแล้ว เพราะเมื่อเช้าคุณพริษฐ์เป็นคนให้โทร.เรียกทนายมาเอง แล้วก็บอกให้รุ่งเคลียร์งานให้หมด พูดเหมือนกับว่าจะไม่ทำงานที่นี่แล้ว...หลังหย่ากันแล้ว คุณพริษฐ์ คงทำงานที่นี่ต่อไปไม่ได้"
ทราบเรื่องแล้ว จิรนุชแอบดีใจ ด้วยความเข้าใจเอาเอง จึงวางท่านางเอกเข้าแสดงความเสียใจกับพริษฐ์
"ผมยังไม่ได้หย่ากับคุณเพ่ยหรอกครับ ผมเรียกทนายมาให้เอาใบหย่ากลับไป เพราะผมตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะไม่หย่า หลังจากได้คุยกับหลวงพ่อ ท่านเตือนสติผม ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมยอมแพ้ง่ายเกินไป ผมต้องพยายามปกป้องครอบครัวของผมให้มากกว่านี้"
"ค่ะ...เอ่อ...ค่ะ ดีจังเลยนะคะ" จิรนุชเผลอกัดเล็บต่อหน้าพริษฐ์
"ผมคิดว่าต้องตามหาคุณเพ่ยให้เจอให้ได้ เลยตั้งใจจะลางานซักเดือนนึง ช่วงนี้ถ้าคุณนุชมีอะไรก็ให้คุยกับคุณปุริมแทนนะครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง"
พริษฐ์ตามหาเพ่ยเพ่ยไปตามสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่าเพ่ยเพ่ยน่าจะไปอยู่ ขณะที่จิรนุชก็นัดศุภสินออกมาพบและบอกข่าวเรื่องเพ่ยเพ่ย
"ผมจะจีบเธออีกครั้ง เผื่อครั้งนี้เธอจะเปลี่ยนใจ เพราะตอนนี้คุณเพ่ยไม่มีนายพริษฐ์ แต่ถ้ายังไม่สำเร็จเหมือนเดิม ผมก็จะฉุดเธอมาขังไว้ และเผลอๆจะไม่ฉุดเฉยๆหรอกนะ เพราะตอนนี้ผมต้องการผู้หญิงนำโชคแบบคุณเพ่ยเพ่ยมากที่สุด ผมใกล้จะจนตรอกแล้ว ถ้าไม่มีโชคช่วยผมตายแน่ๆ" ศุภสินมาดมั่น
"ถ้าจะทำอะไรมากกว่านั้นช่วยถ่ายคลิปไว้ด้วยนะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับฉันได้" จิรนุชสั่ง
"คุณนี่มันอสรพิษจริงๆ"
จิรนุชไม่แคร์ เธอยื่นซองน้ำตาลให้ศุภสิน เมื่อเขาเปิดดูเห็นรูปถ่ายเพ่ยเพ่ยและแผนที่บ้านแม่แก้ว จึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ooooooo
แม่แก้วเห็นพริษฐ์เงียบไปก็โทร.หา เมื่อรู้ว่าลูกชายอดหลับอดนอนขับรถตระเวนหาเพ่ยเพ่ยก็สงสาร จึงขอร้องให้แวะมาที่บ้าน แต่พริษฐ์ยังลังเล
ทางด้านศุภสิน เขาวางแผนใหม่ แสร้งทำทีมาหาซื้อที่ดินทำรีสอร์ตแถวๆบ้านแม่แก้ว จนได้พบกับเพ่ยเพ่ยโดยบังเอิญ เขาอ้อนให้เพ่ยเพ่ยเป็นไกด์พาไปดูที่สวยๆ เธอหลงกลยอมพาไป เมื่อสบโอกาสเขาก็คว้ามือเพ่ยเพ่ยสารภาพความในใจ จังหวะเดียวกันนั้นเอง พริษฐ์ขับรถผ่านมาเห็นเข้า จึงไม่ยอมกลับไปที่บ้านแม่แก้ว
ด้วยความห่วงลูก แม่แก้วรอนานแล้วจึงโทร.ตามอีก และได้รับคำตอบจากลูกว่าไม่กลับบ้านแล้ว เพราะเห็นเพ่ยเพ่ยคุยกับศุภสิน
"ศุภสิน ใครกัน" แม่แก้วงง
"ช่างมันเถอะครับ แค่นี้นะครับ" พริษฐ์วางสายแล้วทรุดตัวลงร้องไห้อยู่หน้าบ้าน สักพักใหญ่เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาจิรนุชให้มาอยู่เป็นเพื่อน เพราะคิดว่าเธอเป็นคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกเขาได้ดี
จิรนุชรอโอกาสนี้มานาน เธอรีบมาพบพริษฐ์แล้วพูดใส่ไฟให้เข้าใจผิดเรื่องเพ่ยเพ่ยกับศุภสิน จากนั้นก็ชวนออกไปดื่ม หวังมอมเหล้าแล้วรวบหัวรวบหาง แต่พริษฐ์นึกถึงคำเตือนของหลวงพ่อแสงขึ้นมาได้ จึงชวนจิรนุชกลับ
"อะไรกันนักกันหนาวะ เหล้าเข้าปากไปแล้วรอให้เมาแค่นั้นเอง ไอ้ผู้ชายบ้า เป็นคนอื่นเมียทิ้งไปมีผัวใหม่อย่างงี้เขากินเหล้าเมาปลิ้นตั้งแต่บ่ายสาม แล้ว ผู้ชายบ้าอะไรวะ ทุเรศที่สุดเลย" จิรนุชเจ็บใจร้องกรี๊ดอยู่ในรถตัวเอง
ooooooo
แม่แก้วร้อนใจ เข้ามาคุยกับเพ่ยเพ่ยเรื่องศุภสิน ที่เป็นต้นเหตุให้พริษฐ์ไม่ยอมเข้าบ้าน
"ศุภสินเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมค่ะ คุณพริษฐ์เขามักจะเข้าใจผิดเรื่องเพ่ยกับศุภสิน ทั้งๆที่เพ่ยบอกเขาไปไม่รู้ กี่ครั้งแล้วว่าไม่มีอะไร ทำไมไม่เชื่อกันบ้างนะ แล้วถ้าเจอทำไมไม่ลงมาถามให้รู้เรื่อง กลับกรุงเทพฯไปเฉยๆซะอย่างนี้ มันแปลว่าอะไรคะ" เพ่ยเพ่ยหนักใจ แม่แก้วพูดไม่ออกลุกเดินออกไป เพ่ยเพ่ยเริ่มว้าวุ่นใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมากดชื่อพริษฐ์จะโทร.ออกแต่ก็เปลี่ยนใจ
พริษฐ์เมื่อกลับมาถึงบ้านก็รีบเข้ามากราบพระ ต่อด้วย นั่งสมาธิให้ใจสงบ และเกิดปัญญาที่จะแก้ปัญหา ในที่สุด พริษฐ์ก็พบทางออก เขากลับไปหาเพ่ยเพ่ยที่บ้านแม่แก้ว เพื่อฟังคำอธิบายเรื่องศุภสินจนเข้าใจ
"งั้นเรากลับบ้านกันเถอะครับ บ้านเวลาไม่มีคุณเพ่ยมันเงียบเหงาจนบอกไม่ถูกเลยล่ะ"
"พริษฐ์อย่าเพิ่งรบเร้าอะไรเพ่ยได้ไหมคะ เพ่ยยังไม่พร้อมค่ะ" เพ่ยเพ่ยยืนยัน
พริษฐ์อึดอัดใจมาก เมื่อหาทางออกไม่ได้ จึงโทร. ปรึกษาแก๊งปลาไหล
ooooooo
ปิยะวัฒน์สั่งระดมพลเพื่อไปกดดันเพ่ยเพ่ยให้ยอมคืนดีกับพริษฐ์ แก๊งแม่เสือรู้ข่าวก็รีบตามไปช่วยปกป้องเพ่ยเพ่ย เพราะต้องการให้เธอตัดสินใจด้วยตัวเอง
เป็นเหตุให้แก๊งแม่เสือกับแก๊งปลาไหลต้องมายืนเถียงกันอยู่หน้าบ้านแม่แก้ว ปุริมอาศัยจังหวะที่พวกแม่เสือเผลอหลบเข้าไปในบ้าน โดยมีบุษกรตามไปติดๆ
"เพ่ย เฮียมีเวลาไม่มาก เพ่ยฟังดีๆนะ ถ้าเพ่ยเลิกกับมหา เพ่ยจะต้องเสียใจ ในฐานะที่เฮียเป็นพี่ชายแท้ๆของเพ่ย ในฐานะที่เฮียเป็นผู้ชายนักเที่ยว ในฐานะที่เฮียเห็นคนมาเยอะทุกรูปแบบ เฮียบอกได้เลยว่ามหาเป็นผู้ชายที่ดีมาก" ปุริมพูดได้เท่านั้น ก็มีอันต้องเงียบลงเพราะบุษกรตามเข้ามาขวาง
"เฮียไม่ต้องยุ่ง ให้เพ่ยเพ่ยเขาตัดสินใจของเขาเอง"
จู่ๆ รานี อรวรรณ พิสินี ปิยะวัฒน์ ปิยะพงษ์ และปัญจพลก็กรูกันเข้ามาแย่งกันพูดจ้าละหวั่น จนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
"ทุกคนช่วยกรุณาเงียบกันก่อนได้ไหมคะ เพ่ยขอตัวอยู่เงียบๆก่อนห้ามใครมากวนนะคะ" เพ่ยเพ่ยลุกเดินออกไปที่รถ พวกที่เหลือมองตามเพ่ยเพ่ย แล้วก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ ทักทายเจ้าของบ้าน จึงรีบยกมือไหว้แม่แก้ว
"แหม วันนี้มากันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนะคะ อบอุ่นดีนะคะ" แม่แก้วเขินๆ
ขณะเพ่ยเพ่ยเดินมาที่รถ หยิบกุญแจจะขับรถออกไป แต่เกิดเปลี่ยนใจเดินไปนั่งริมน้ำแทน ศุภสินที่ซุ่มดูอยู่กับลูกน้องสบโอกาส
"อั๊วตัดสินใจแล้ว เราต้องลงมือวันนี้ ตอนนี้"
ooooooo
พริษฐ์เพิ่งจะมาถึงบ้าน เขารีบเข้าไปสมทบกับพวกญาติๆในบ้าน แม่แก้วขอให้พริษฐ์อดทนรอ เพื่อให้เพ่ยเพ่ยมีเวลาคิดทบทวน










