ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลับห้องนอนแล้ว แววหยิบรูปของจักรที่หลินส่งมาให้ขึ้นมาดู คิดเทียบกับหน้าของสยุมภูว์จากจอไอแพด แวววางรูปลงพึมพำ

“ถ้าคุณสยุมภูว์เขาจะปลอมตัวเป็นคนอื่น...เขาจะหลุดบ้าๆเพี้ยนๆอย่างนายหรือเปล่านะ”

ส่วนจักร พอเข้าห้องนอนก็ไปยืนดูรูปตัวเองบนผนังที่แววเพนต์ให้ ดูไปยิ้มไป พลันก็มีเสียงเพิ่มพงษ์เข้ามารายงานว่า ทางมิสเตอร์เหลียงยังไม่คอนเฟิร์มมา ไม่รู้ว่ายังไม่พร้อมเรื่องอะไร

“เศรษฐีอย่างคุณเหลียงจะเล่นตัวยังไงก็ได้ครับ พรุ่งนี้อาจจะโทร.มาบอกว่าไม่สะดวกจะเจอกันแล้ว เราก็ไม่มีสิทธิ์จะโกรธเสียด้วย แต่ผมไม่ได้ติดใจเรื่องนั้น”

เพิ่มพงษ์ถามว่ายังคาใจเรื่องนิติภูมิคุยกับแววเมื่อตอนบ่ายหรือ เขาพยักหน้า คาดเดาว่า

“ถ้าเขาต้องการคำยืนยันเรื่องนี้จากแวว ก็แปลว่าเขาต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับคุณเหลียงมาแน่ๆ”

“คุณสยุมภูว์ต้องการให้ผมตามคุณนิติภูมิใช่ไหมครับ” เพิ่มพงษ์ถามอย่างเดาใจถูก

ที่หน้าห้อง แจ็คเอาหูแนบประตูแอบฟังอยู่ เอะใจว่าใครคือสยุมภูว์ พอดีทั้งสองเปิดประตูออกมา แจ็คสอดสายตาเข้าไปในห้องมองหาคนที่สามก็ไม่มี บ่นว่า “อยู่กันสองคน แล้วน้าเพิ่มเรียกใครคุณหยุมภู...”

เพิ่มพงษ์จับได้ว่าแจ็คแอบฟังพวกตนคุยกัน แจ็คไม่สนใจแต่คาดคั้นถามเพิ่มพงษ์ว่าให้บอกมาก่อนว่าใครคือสยุมภูว์ เพิ่มพงษ์ทำเป็นเงื้อมือพลางด่าแจ็ค “แอบฟังเขาคุยโทรศัพท์ยังไม่สำนึก เอี๋ยวพัด!” พอแจ็คทำหน้าเหวอ จักรก็ย้ำว่า

“ก็ใช่สิ...น้าเพิ่มคุยโทรศัพท์กับไอ้หยุมภูเพื่อนพี่ มันจะให้ไปช่วยจัดสวนที่บ้านมัน ความลับอะไรกันล่ะแจ็ค”

แจ็คทำหน้าไม่ถูก พูดไม่ออก เพิ่มพงษ์เลยไล่มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย พอแจ็คไป ทั้งสองก็ถอนใจทั้งขำทั้งโล่งอก

ooooooo

มาลตีไปฉีดโบทอกซ์กลับมา เช้าวันรุ่งขึ้นส่องกระจกดูหน้าตัวเองที่ตึงเปรี๊ยะแล้วพอใจมาก อุทานอย่างตื่นเต้นว่าเห็นหน้าตัวเองตอนนี้แล้วนึกถึงตอนอายุ 18

โรสลูบหน้าตัวเองพึมพำว่าชาตินี้ตนจะมีวาสนาได้ฉีดสักเข็มไหมเนี่ย แล้วยุมาลตีว่า

“คุณคำรพใจปํ้าอย่างนี้ คุณมาลตีก็ปล่อยๆคุณวัณไปเถอะค่ะ เชื่อคุณแววมากๆ เดี๋ยวคุณวัณจะพายาจกมาเป็นลูกเขย แล้วใครจะพาคุณมาลตีไปฉีดโบทอกซ์ล่ะคะ”

มาลตีฟาดแขนโรสเพียะพูดอย่างไม่แยแสว่า ถึงตนจะปลื้มคำรพในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่แลกลูกสาวกับโบทอกซ์ไม่กี่เข็มหรอก

ที่หน้าบ้าน คำรพมาจอดรถหยิบยาที่ได้มาขึ้นดูพึมพำย่างมาดมั่น “ไร้สี...ไร้กลิ่น” แล้วหาที่ซ่อน ยิ้มหื่นบอกตัวเองว่า ตอนนี้แค่พาวัณณรีออกมาได้เท่านั้น...ฝันก็จะเป็นจริงแล้ว...

ครู่เดียว มาลตีก็พาวัณณรีที่แต่งตัวสวยเป็นพิเศษออกมา พูดกับคำรพอย่างเกรงใจว่า ความจริงวัณณรีนั่งแท็กซี่ไปเองก็ได้ไม่อยากรบกวนเขา วัณณรีเร่งว่ารีบไปเถอะ ตนไม่อยากไปสายตั้งแต่สัมภาษณ์งาน

พอวัณณรีออกไปกับคำรพแล้ว โรสถามว่าทำไมถึงกล้าให้ลูกไปกับคำรพ มาลตีพูดอย่างมั่นใจว่า

“ยัยวัณมันมียันต์ดี” โรสติงว่าหื่นอย่างคำรพยันต์อะไรก็เอาไม่อยู่หรอก “ก็ให้มันรู้ไปว่าเขามียันต์กันกระสุนได้...แกน่ะรู้จักยัยวัณน้อยไป ลูกสาวฉันน่ะลูกตำรวจนะยะ”

ooooooo

หลังจากเอกรินทร์ถูกแววขีดเส้นความสัมพันธ์กับเขาเป็นได้แค่เพื่อนแล้ว เอกรินทร์ก็เที่ยวดื่มจนเมาทุกคืน คืนนี้เมามาก เดินออกมาชนแป้งร่ำเข้าพอดี ชนแล้วตัวเองก็ล้มหมดสติเอง แป้งร่ำจึงพากลับไปส่งที่บ้าน

รุ่งขึ้นเอกรินทร์ตื่นขึ้นมา เขาตกใจรีบสำรวจตัวเองเห็นว่าเสื้อผ้ายังเป็นชุดเดิมก็โล่งใจ เมื่อไลลาเข้ามาดูพอรู้จากเธอว่าเมื่อคืนแป้งร่ำเป็นคนพามาส่งแล้วกลับไป เอกรินทร์ก็โล่งอก

เมื่อไปถ่ายรายการ เอกรินทร์จำบทไม่ได้จนต้องเรียกทีมงานให้เอาสคริปต์มาดู ทีมงานถามอย่างสงสัยว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่าวันนี้ผิดฟอร์มไปเลย

เอกรินทร์ขอโทษทีมงานแล้วเลี่ยงออกมาหยิบโทรศัพท์จะโทร.หาแป้งร่ำ แต่แล้วก็ลังเล

ชลธิชากับเริงใจพากันหิ้วตะกร้าขนมกับกาแฟมาหาเขาถึงกองถ่าย สองสาวกระแนะกระแหนกันเองตามเคย เมื่อเอาขนมและกาแฟให้เอกรินทร์แล้ว เขาเอ่ยอย่างเกรงใจว่าอุตส่าห์ทิ้งร้านมาถึงนี่ลูกค้าหนุ่มๆคงโกรธตนแย่

เอกรินทร์ทักทายหยอกล้อสองสาวพอหอมปากหอมคอแล้วจึงขอตัวไปทำงาน ชลธิชาปรารภกับเริงใจ ว่าท่าทางเขาดีขึ้นเยอะเลย แต่เริงใจมองลึกกว่านั้น บอกเพื่อนว่าเห็นยิ้มแต่ลึกๆอาจจะยังเศร้าทำใจยังไม่ได้ก็ได้ พูดอย่างตัวเองปลงแล้วว่า

“ยังไงเราก็ทำเท่าที่ทำได้แล้วกันนะธิชา”

“อืมม์...เราสองคนก็เป็นได้แค่เพื่อนนี่เนอะ” ชล-ธิชาทำท่าจะถอดใจเหมือนกัน

ระหว่างแป้งร่ำแต่งตัวเตรียมเข้าฉากถ่ายแบบนั้น เธอได้รับสัญญาณเตือนข้อความจากมือถือ ดีใจเมื่อเห็นว่ามาจากเอกรินทร์

“ขอบคุณเรื่องเมื่อคืนนะครับ” พออ่านจบเธอร้องอย่างดีใจสุดๆ “เยสๆๆๆ ในที่สุดสวรรค์ก็มีตาทำให้คุณเอกเห็นความปรารถนาดีของเรา”

ooooooo

แววแปลกใจที่เช้านี้มาทำงานเห็นซองสีแดงวางอยู่บนโต๊ะ เปิดดูในนั้นเป็นสร้อยเส้นเล็กๆ คล้องจี้หยกเห็นแล้วพึมพำอย่างหนักใจว่าจะเอาไปคืนได้ยังไงเนี่ย?

ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่โต๊ะดังขึ้น เป็นสายจากเลขา มิสเตอร์เหลียง โทร.มาราวกับตาเห็นถามว่าเห็นสร้อยหยกแล้วใช่ไหม แววบอกว่า ตนรับไว้ไม่ได้หรอก จะขอเอาไปคืนได้ยังไง เลขาอ่อยว่ารบกวนให้เธอเอาไปคืนเองได้ไหม แววรับปากถามว่าที่ไหน พอเลขาบอกเธอเขียนสถานที่นัดแล้วแปะไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

สยุมภูว์กับเพิ่มพงษ์ติดตามการเคลื่อนไหวของแววจากกล้องตัวเล็กๆ ที่ติดไว้บนโต๊ะทำงานของเธอ เห็นซองสีแดงที่มีโลโก้บริษัทของมิสเตอร์เหลียงก็แปลกใจว่ามาได้ยังไง แววติดต่อกับมิสเตอร์เหลียงได้ยังไง?

ขณะที่แววเก็บของเตรียมออกไปหามิสเตอร์

เหลียงนั่นเอง นิติภูมิก็เดินยิ้มกริ่มเข้ามา เห็นสร้อยหยกวางอยู่ก็พูดเชิงตัดพ้อว่า มีคนซื้อสร้อยให้เธอตัดหน้าตนแล้วหรือ แววปดว่าเห็นขายอยู่ในเว็บเลยสั่งซื้อมา

นิติภูมิมาชวนเธอไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน แววปดว่านัดวัณณรีไว้ เพราะวันนี้น้องออกมาสัมภาษณ์งานเลยชวนกินข้าวด้วยกัน นิติภูมิบ่นเสียดาย แววขอตัวออกไป เขามองตามอย่างสงสัยเหลือบเห็นกระดาษจดสถานที่นัดที่แววแปะไว้ที่จอคอมพิวเตอร์ นิติภูมิหยิบกระดาษแผ่นนั้นติดมือออกไปด้วย

นิติภูมิโทรศัพท์คุยกับศักดา ศักดารายงานว่าแววมาพบมิสเตอร์เหลียง นิติภูมิพึมพำอย่างคิดหนักอ่านเกมสยุมภูว์ไม่ออกว่า “เป็นอย่างที่ฉันคิดไม่มีผิด ฉันคิดอยู่แล้วว่า ไอ้สยุมภูว์ต้องแอบทำอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ”

ooooooo

มิสเตอร์เหลียงมาพบและคุยกับแววอยู่นาน จนแววถามว่า คุยกันตั้งนานยังไม่ทราบชื่อเขาเลย ถามแล้วเห็นเขานิ่งไป

แววพูดอย่างเกรงใจว่าถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร แล้วขอตัวกลับไปทำงาน มิสเตอร์เหลียงจึงฝากความว่า

“บอกคุณสยุมภูว์ด้วยนะว่า พรุ่งนี้มีนัดกินข้าวกับผมที่เยาวราช”

แววมองอึ้ง ถามว่าเขารู้จักสยุมภูว์ด้วยหรือ มิสเตอร์เหลียงเล่าอย่างอารมณ์ดีว่า

“ผมเห็นเขามาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ...หวังว่าเขาจะยังจำได้นะว่า มิสเตอร์เหลียงชอบไปกินติ่มซำร้านไหน”

แววตะลึง เหวอ เมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร มิสเตอร์เหลียงดูแววแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู

แล้วสยุมภูว์ก็อึ้งย่ิงกว่า เมื่อนิติธรโทร.มาบอกว่า มิสเตอร์เหลียงนัดพบเขาผ่านแวว!

“แวว...เป็นไปได้ยังไง!!!” สยุมภูว์อึ้งไปนาน...

ฝ่ายนิติภูมิกับศักดาก็นัดพบและวางแผนกันอย่างกระหยิ่มว่า หลังจากศักดาเก็บมิสเตอร์เหลียงกับเลขาขณะเจรจาธุรกิจกับสยุมภูว์แล้ว สังคมจะต้องมองว่านี่เป็นฝีมือของสยุมภูว์ แล้วพวกตนก็จะได้เห็นความพินาศย่อยยับของทศพลกรุ๊ปกันอย่างสะใจ

สยุมภูว์ออนไลน์กับแววทางไอแพด สั่งพรุ่งนี้ให้ไปพบมิสเตอร์เหลียงกับตน แววตื่นเต้นมากที่จะได้เจอตัวจริงของสยุมภูว์แล้ว เมื่อเขาแสดงความเป็นห่วงเธอ แววบอกว่าถ้าตนไปแล้วทำให้เขากังวลตนไม่ไปก็ได้

ต่างพูดเล่นแง่กันไปมา จนสยุมภูว์รับรองว่า

“ผมยืนยันว่าคุณต้องปลอดภัย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือว่าคุณไม่มั่นใจว่าผมจะดูแลคุณได้”

ในที่สุดแววตัดบทถามว่ามีอะไรจะเพิ่มเติมเรื่องนัดหมายวันพรุ่งนี้อีกหรือเปล่า เมื่อเขาบอกว่าไม่มีเธอจึงขอตัวไปทำงาน พอออฟออนไลน์ แววยังนั่งอึ้งกับความจริงที่เหมือนฝัน

ส่วนสยุมภูว์ ออฟออนไลน์แล้วก็เปิดกล้องที่ติดอยู่ที่โต๊ะทำงานของแวว แอบดูเธอ เห็นสีหน้าคิดหนัก เขายิ้มออกมาเดาใจเธอว่า...“คิดยังไงกับนายสยุมภูว์อยู่นะ...”

ooooooo

ระหว่างนั่งรถไปด้วยกันนั้น เพิ่มพงษ์ถามสยุม- ภูว์ว่าแน่ใจหรือที่จะเปิดตัวกับแวววันพรุ่งนี้ เขาบอกว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เพิ่มพงษ์เปรยๆว่า

“ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่า ถ้าคุณแววรู้ว่าคุณเป็นคนเดียวกับนายจักร แววจะทำหน้ายังไง” เมื่อเขาบอกว่าแววคงเกลียดตนมากกว่าเดิม เพิ่มพงษ์ติงว่า “จะกลัวอะไรล่ะครับ ถ้าผู้หญิงเกลียดเราก็แค่ตามง้อ ผมว่าคุณแววคงไม่ใจแข็งขนาดจะไม่ฟังอะไรมังครับ”

สยุมภูว์พูดอย่างหนักใจว่า ขอให้มันง่ายอย่างนั้นเถอะ ค่อนแคะเพิ่มพงษ์ว่า พอเป็นเรื่องขึ้นมาอย่างนี้ละก็กลายเป็นคนมองโลกในแง่ดีไปเลยนะ เพิ่มพงษ์ทำหน้าตายบอกว่า “คนเรามันก็ต้องมีโลกสีชมพูกันบ้างล่ะครับ”

สยุมภูว์ยิ้มขำฝืดๆ กับมุกของเพิ่มพงษ์ ทั้งที่สีหน้าแววตาก็ยังกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนนิติธร เมื่อคุยงานกับแววแล้วก็พึมพำอย่างโล่งใจว่า นับจากวันพรุ่งนี้สยุมภูว์ก็จะได้กลับไปอยู่บ้านทศพลเสียที ถึงวันนั้นตนก็จะสบายใจขึ้นเยอะเลย

“อยากรู้จังนะคะ ว่าคุณสยุมภูว์หายไปอยู่ที่ไหน แล้วใครสักกี่คนที่รู้จักคุณสยุมภูว์โดยไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร”

“หนูแววดูจะร้อนใจอยากเจอคุณสยุมภูว์มาก

เลยนะ” แววรู้ตัวถามว่าจริงหรือ “แววตาหนูน่ะโกหกใครไม่ได้หรอกนะ”

นิติธรพูดอย่างผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ จนแววยิ้มเก้อๆที่ถูกจับได้

ooooooo

คำรพขับรถตระเวนพาวัณณรีไปสัมภาษณ์งานจนเย็น เขากระหยิ่มยิ้มย่องว่า เวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว

เมื่อวัณณรีมาขึ้นรถ เขาเอาเครื่องดื่มให้ บอกว่าเห็นเธอชอบยี่ห้อนี้เลยซื้อไว้ให้แก้กระหาย วัณณรีรับขวดเครื่องดื่ม เอาหลอดที่คำรพแอบป้ายยาไว้แล้วจิ้มลงไป เธอยกดื่มอย่างกระหาย

แป้งร่ำมาเป็นนางแบบมาถ่ายฟลายอิ้งโยคะอย่างสวยงาม เอกรินทร์นั่งดูเธอผ่านจอมอนิเตอร์ จังหวะหนึ่ง เธอปรายตามาทางเขา เอกรินทร์เผลอยิ้มให้ พอรู้ตัวก็รีบหุบยิ้ม

วัณณรีดื่มเครื่องดื่มไปไม่นาน คำรพคาดว่ายาคงออกฤทธิ์แล้วจึงพาเธอเข้าไปที่ลานจอดรถโรงแรม แต่ไม่ทันที่จะลงจากรถ มาลตีก็โทร.เข้ามือถือคำรพ ถามว่าวัณณรีอยู่กับเขาหรือเปล่า เพราะโทร.เข้ามือถือแล้วไม่ยอมรับสาย

“ไม่อยู่กับผมแล้วจะอยู่กับใครล่ะครับคุณมาลตี หนูวัณลองเสื้ออยู่น่ะครับเลยไม่ได้รับโทรศัพท์ ช็อปปิ้งเสร็จแล้วผมจะให้หนูวัณโทร.กลับนะครับ”

ระหว่างนั้นมีเสียงวัณณรีพูดแทรกเข้าไปในโทรศัพท์ มาลตีจำได้พอถามคำรพก็บอกว่าเธอหูฝาดกระมัง วัณณรีแย่งโทรศัพท์จากคำรพทำเสียงสายถูกตัดแล้วกดทิ้งเลย มาลตีพยายามโทร.อีก เธอบ่นอย่างหัวเสียว่า

“อ้าว...ทีนี้เลยไม่ติดทั้งสองคน มันชักจะยังไงแล้วสิเนี่ย” มาลตีเป็นห่วงลูกขึ้นมา

ooooooo

ที่ลานจอดรถโรงแรมนี่เอง แป้งร่ำขอบคุณเอกรินทร์ที่จะขับรถไปส่งตนไปยังอีกงานหนึ่ง เอก-รินทร์บอกว่า ถ้าเธอขึ้นแท็กซี่ไปอาจไม่ทันงาน แป้งร่ำพูดหยั่งเชิงว่า

“วันก่อนแป้งพาคุณไปส่ง วันนี้คุณไปส่งแป้ง... หายกันนะคะ”

“ที่ผมจะไปส่งคุณไม่ใช่เพราะอยากตอบแทนให้หายๆกันไปนะ ผมไปส่งคุณในฐานะที่เรา...”

เอกรินทร์หยุดกึก เมื่อเห็นวัณณรีถือปืนวิ่งออกมาจากรถของคำรพ นัยน์ตาเยิ้มเหมือนคนเมา ในขณะที่คำรพก็ร้องห้ามอย่างตกใจว่าอย่าเล่นอย่างนี้ไม่สนุกเลย

เอกรินทร์ตรงเข้าไปหาวัณณรีถามว่ามาทำอะไรที่นี่ วัณณรีพูดนัยน์ตาเยิ้มว่าตนไม่สบาย เอกรินทร์เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หันไปตะคอกคำรพว่าทำอะไรวัณณรี

“ไม่ใช่เรื่องของแก” คำรพตรงเข้าดึงวัณณรีออกจากเอกรินทร์ คำรพผลักเอกรินทร์จนเซแล้วจะเข้าชก

“หยุดนะ...ยาม...จับไปเลยค่ะ เขาจะหาเรื่องคุณเอก” แป้งร่ำโวยวายขึ้น คำรพกำลังหน้ามืดทั้งท้าตีท้าต่อยและจะแย่งวัณณรีไปให้ได้ เอกรินทร์เหลืออดเลยชกเสียคว่ำ แป้งร่ำกับยามเข้ามาแยกทั้งสองออกจากกัน

เอกรินทร์ไม่ลืมหันไปดึงวัณณรีออกไปด้วย แป้งร่ำรีบเข้ามาช่วยดูวัณณรี ส่วนเอกรินทร์ยืนคุมเชิงไม่ให้คำรพเข้ามา

ooooooo

วันนี้ นิติธรเรียกคนรับใช้มาทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ นิติภูมิถามว่าทำอะไร เตรียมราวกับจะมีงานใหญ่

“พ่อคิดว่าคุณสยุมภูว์อาจจะกลับมาอยู่ที่นี่เร็วๆนี้ เลยต้องเรียกคนงานมาคุยให้ดูแลเป็นพิเศษ

“ดูแลเป็นพิเศษ...” นิติภูมิทำเสียงเยาะ “ทำอย่างกับนายสยุมภูว์เป็นลูกรักของพ่ออย่างนั้นแหละ”

“ถ้าแกคิดอย่างนั้นแล้วสบายใจ มันก็เรื่องของแก หรือถ้าแกคิดว่าฉันบกพร่องในหน้าที่พ่อ ฉันก็คงต้องยอมรับ ฉันเลี้ยงแกให้ได้ดีกว่านี้ไม่ได้จริงๆ”

“ผมไม่กล้าว่าพ่ออย่างนั้นหรอกครับ พ่อเลี้ยงผมมาดี แต่ผมมันดีไม่พอ เทียบไม่ได้กับลูกเจ้านายพ่อ” พูดแล้วเดินขึ้นข้างบนทันทีอย่างไม่ต้องการฟังพ่อพูดอะไรอีก นิติธรมองตามพึมพำด้วยความรู้สึกผิดหวัง...

“ฉันเลี้ยงแกได้เท่านี้จริงๆ”

ooooooo

เอกรินทร์พาวัณณรีกลับมาส่งบ้านในสภาพเบลอมากๆ มาลตีเฝ้าดูแลอยู่ครู่ใหญ่จึงรู้สึกตัว ถามแม่ว่าตนกลับมาได้ไง มาลตีถามว่าไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นังโรสสาระแนสอดขึ้นว่า โดนมอมยาจนจำอะไรไม่ได้เลย

วัณณรีถามว่าตนโดนมอมยาหรือ มาลตีพยักหน้าตำหนิตัวเองว่าไม่น่าให้ไปตามลำพังกับคำรพเลย ดีที่เอกรินทร์ไปเจอไม่อย่างนั้น...มาลตีไม่กล้าพูดต่อ แต่นังโรสสอดขึ้นว่า “ยับเยิน” เลยถูกมาลตีสั่งให้หุบปาก แล้วหันไปขอโทษวัณณรี

“วัณประมาทเองแม่ แม่อย่าโทษตัวเองเลย ต่อไปวัณจะระวังตัวเองให้มากกว่านี้” มาลตีบอกว่าต่อไปจะไม่ให้คำรพมาเหยียบบ้านนี้อีกเลย วัณณรีพูดอย่างเจ็บใจว่า “แต่วัณจะเอาคืน ให้รู้เสียบ้างว่า จะทำกับวัณฝ่ายเดียวไม่ได้”

ooooooo

พรุ่งนี้เป็นวันที่แววจะได้พบตัวจริงของสยุมภูว์แล้ว เธอคิดไปต่างๆนานาทั้งความกังวล ความคาดหวัง จนจักรถามว่า

“งานที่คุณทำ มันไม่จำเป็นต้องโกหกใครต่อใครนี่นา แล้วคุณจะกังวลในสิ่งที่คุณนิติธรบอกคุณทำไม”

แววบอกว่ากลัวว่าใครต่อใครจะรู้สิ่งที่ตนคิดหมด จักรแกล้งอำว่าถ้าอย่างนั้นก็ช้าไปแล้ว แววตกใจถามว่าเขารู้ว่าตนคิดอะไรตลอดเวลาที่เราคุยกันหรือ พอจักรบอกว่าใครจะไปเก่งขนาดนั้น เธอก็โล่งใจ

“ทำไมล่ะ คุณมีอะไรปิดบังผมอยู่เหรอ” จักรจ้องหน้าถามล้อๆ แววย้อนถามว่าถ้าตนบอกแล้วเขาจะบอกสิ่งที่ตนอยากรู้รึเปล่าล่ะ กลับถูกเขาย้อนถามว่าแล้วเธอจะเชื่อในสิ่งที่เขาบอกไหมล่ะ “นายมีเรื่องอะไรที่ต้องปิดบังฉันล่ะ” แววร้อนใจ

จักรทำเป็นเล่นตัวพึมพำว่าจะบอกดีไหมนะ แววไม่แคร์เพราะพรุ่งนี้ตนก็จะรู้ในสิ่งที่ตัวเองสงสัยมานานแล้ว

“รู้ว่าเจ้านายคุณคือใครน่ะเหรอ”

“ใช่...แล้วฉันก็หวังว่า อะไรต่อมิอะไรมันจะไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดด้วย”

“แล้วอย่าลืมอะไรต่อมิอะไรที่คุณว่ามาให้ผมฟังด้วยล่ะ” จักรยิ้มกวนๆ ท้าทายแบบไม่กลัวว่าตัวเองจะถูกจับผิด

หลังจากจักรคุยกับแววแล้ว เขาก็กลับกังวล เพิ่มพงษ์ ถามว่าคิดมากเรื่องต้องเปิดตัวกับแววหรือ เขาบอกว่า เรื่องนั้นตนไม่กังวล เพิ่มพงษ์ถามอีกว่าเขามั่นใจว่าแววจะทำใจได้เมื่อรู้ความจริงว่าเขาเป็นใครใช่ไหม

“จะทำใจได้หรือไม่ได้ยังไง ผมก็ต้องยอมรับว่าผมเป็นคนสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเอง กังวลไปก็เท่านั้น” แล้วตัดบทถามว่าเตรียมของที่มิสเตอร์เหลียงต้องการไว้เรียบร้อยแล้วใช่ไหม เมื่อเพิ่มพงษ์รับคำ เขาหันมองไปทางบ้านแวว พูดอย่างห่วงใยคนบ้านโน้นว่า “หวังว่าคืนนี้คงไม่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับนะ”

ooooooo

แจ็คยังสอดรู้สอดเห็นและพยายามจะรู้ให้ได้ ห้องลับนั้นมีอะไร กระทั่งอุตส่าห์ขุดอุโมงค์จะเข้าไปดู พอขุดไปโผล่ขึ้นได้ก็ร้องไชโยดีใจสุดๆ แต่ปรากฎว่าไปโผล่ที่ห้องส้วมของบ้านข้างๆ ร้านขายต้นไม้

ซ้ำร้ายขณะจะนั่งโถส้วมประเดิมชัยชนะนั่นเอง กะเทยร่างใหญ่ก็นุ่งกระโจมอกเข้ามาจะอาบน้ำ เลยร้องวี้ดว้ายกันลั่นห้องน้ำ สุดท้ายแจ็คก็ต้องหนีกะเทยมุดลงรูกลับทางเดิม

“มันโผล่มาจากหลุม ไส้เดือนยักษ์แปลงร่างมารึเปล่าเนี่ย” กะเทยทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก

วันนี้ มิสเตอร์เหลียงกับเลขาออกจากโรงแรมมาขึ้นรถที่ขับเข้ามาเทียบรับอย่างมืออาชีพ

พอรถเคลื่อนออกจากโรงแรมเท่านั้น ศักดาก็รายงานนิติภูมิที่นั่งจิบกาแฟรอฟังข่าวอยู่บ้านทันที นิติภูมิกำชับให้ติดตามอย่าให้คลาดสายตา ศักดาพูดอย่างมั่นใจว่า

“ได้ตัวมันสองคนมาแล้ว ผมจะโทร.หาคุณนิติภูมินะครับ”

“แล้วเรื่องที่จะป้ายความผิดทั้งหมดให้ไอ้สยุมภูว์ล่ะ”

“เรื่องนั้นเราค่อยคุยกันที่โกดังนะครับ หลังจากที่คนของผมจัดการปิดปากมันเรียบร้อยแล้ว”

“แกแน่ใจนะว่าตำรวจจะสาวมาถึงเราไม่ได้”

“แน่นอนครับคุณนิติภูมิ” ศักดายืนยันหนักแน่น นิติภูมิฟังแล้ววางสาย ยกกาแฟดื่มอย่างใจเย็น

ooooooo

ที่โรงแรมหรู นิติธรเดินนำแววเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว เขามองหน้าแววถามว่าตื่นเต้นที่จะได้เจอสยุมภูว์ใช่ไหม  เธอบอกว่าเมื่อคืนตนเกือบไม่ได้นอนเลย คิดนั่นคิดนี่ว่าจะทำตัวยังไงตอนเจอสยุมภูว์

นิติธรพูดอย่างเอ็นดูว่าก็ทำตัวปกติอย่างที่ตัวเองเป็นนั่นแหละ แววยังกังวลว่า หวังว่าสยุมภูว์คงไม่เตรียมใครมาหลอกตนอีก

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณสยุมภูว์คงทำให้หนูแววระแวง แต่คราวนี้คุณเหลียงคงไม่ยอมเจรจากับสยุมภูว์ตัวปลอมแน่ๆล่ะ เพราะที่คุณเหลียงมาหาคุณสยุมภูว์คราวนี้ คุณเหลียงมีข้อมูลสำคัญที่จะส่งมอบให้คุณสยุมภูว์ด้วย”

ฟังนิติธรแล้ว แววยิ้มกว้างให้เขาอย่างสบายใจขึ้น

ในห้องตรงข้ามกับห้องที่นิติธรกับแววเข้าไป พนักงานยกถาดเข้าไปเสิร์ฟแล้วออกไป ภายในห้อง สยุมภูว์ในชุดสูทหล่อเท่กับเพิ่มพงษ์ กำลังจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่ในกระเป๋าเดินทาง

เพิ่มพงษ์บอกว่าเรียบร้อย พร้อมโอนรับข้อมูลทันทีที่มิสเตอร์เหลียงมาถึง สยุมภูว์ดูนาฬิกาบอกว่าน่าจะมาถึงแล้ว ถูกเพิ่มพงษ์กระเซ้าว่าใจร้อนอยากเจอมิสเตอร์เหลียงหรืออยากเจอคนอื่น

“ไม่ต้องรู้ทันไปเสียทุกเรื่องก็ได้นะคุณเพิ่มพงษ์” สยุมภูว์ปรามหน้านิ่งๆ แต่ท่าทางกระวนกระวาย

ooooooo

ระหว่างที่มิสเตอร์เหลียงนั่งรถมาที่โรงแรมนั่นเอง ขณะติดไฟแดง ถูกแก๊งลักพาตัวเอารถตู้มาประกบสองข้างแล้วชิงตัวมิสเตอร์เหลียงไป ทิ้งนามบัตรให้เลขาไว้ดูต่างหน้า

มันคือ “แก๊งแพนด้า บริการลักพาตัวทั่วราชอาณา– จักร” เลขาอ่านนามบัตรมันแล้วกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ

ที่ห้องจัดเลี้ยง นิติธรกับแววเริ่มรู้สึกร้อนใจกับการรอคอยที่มิสเตอร์เหลียงมาผิดเวลามาก ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตู ทั้งสองดีใจนึกว่ามิสเตอร์เหลียงมาถึงแล้ว แต่พอเปิดประตู ผู้ที่เข้ามามีแต่เลขาเท่านั้น แววถามว่าแล้วมิสเตอร์เหลียงล่ะ

“คุณเหลียงโดนลักพาตัวไปครับ” เลขาสีหน้า เคร่งเครียด พลางยื่นนามบัตรใบนั้นให้ดู พอดีโทรศัพท์ของเลขาดังขึ้นเขาบอกสองคนนั้นว่า “ต้องเป็นพวกมันแน่ๆ”

นิติภูมิรู้ข่าวนี้ เขาตกใจ ถามศักดาว่าแล้วใครเป็นคนว่าจ้างแก๊งแพนด้านี่มา ศักดาคาดว่าจะเป็นลูกค้าจากเมืองจีน ถามนิติภูมิว่าแล้วเราจะเอายังไงดี

“แกอย่าเพิ่งทำอะไร ฉันจะรอดูพ่อฉันก่อน เพราะบางทีเราอาจไม่ต้องลงแรงทำอะไรให้เหนื่อยเลยก็ได้” นิติภูมิวางสายกับศักดา เขายิ้มร้ายพึมพำ “งานนี้ ถ้ามิสเตอร์เหลียงเป็นอะไรไป แก๊งแพนด้ามันก็เป็นคนรับไปเต็มๆ แล้วถ้าทำให้คนอื่นเชื่อว่าไอ้สยุมภูว์เป็นคนบงการ...หึๆ แกก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง...ไอ้สยุมภูว์!”

ในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวตรงข้ามกับห้องที่นิติธรกับแววอยู่ เพิ่มพงษ์กำลังมองหน้าสยุมภูว์ลุ้นรอคำตอบว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร เพราะพวกมันต้องการค่าไถ่ตัวมิสเตอร์เหลียงภายในเย็นวันนี้ ไม่อย่างนั้นไม่รับรองความปลอดภัย

“รีบตอบตกลงไป ผมจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง มิสเตอร์เหลียงจะเป็นอะไรเพราะผมไม่ได้” สยุมภูว์สั่งเฉียบขาด

เพิ่มพงษ์ยกโทรศัพท์คุยกับนิติธรที่อยู่กับเลขาของมิสเตอร์เหลียงในอีกห้องหนึ่งทันที นิติธรรับทราบแล้วหันไปบอกเลขาของมิสเตอร์เหลียงว่า

“ทางคุณสยุมภูว์ยินดีจะรับผิดชอบเรื่องนี้ครับคุณเลขา” เลขาเสนอขอพบสยุมภูว์ นิติธรเห็นด้วยเพื่อจะได้ปรึกษากันว่าจะช่วยมิสเตอร์เหลียงยังไง เลขาฟังแล้วส่ายหน้า บอกนิติธรว่า

“ช่วยเรียนคุณสยุมภูว์นะครับ ว่าผมจะพบคุณสยุมภูว์เพียงลำพัง

นิติธรมองหน้าเลขาอย่างต้องการคำอธิบาย เลขาเพียงแต่ยิ้มให้ ไม่มีคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น

ooooooo

แป้งร่ำเปลี่ยนยุทธวิธีที่จะจับเอกรินทร์จากรุกเร้าร้อนแรงมาเป็นสุขุมลุ่มลึกมีชั้นเชิง ไลลาถามความคืบหน้าของเพื่อน แป้งร่ำปรามาสว่าห่วงตัวเองเอาให้รอดกับจักรก่อนเถอะ

“เรื่องของฉันกับคุณจักร ยังไงมันก็ต้องรอด” ไลลาพูดอย่างอวดดี มั่นใจสุดๆ

วันนี้ เอกรินทร์ไปที่ร้านกาแฟแต่เช้า เริงใจเอาเอสเปรสโซร้อนๆมาเสิร์ฟอวดว่าฝีมือตนเอง เข้มข้น จัดจ้าน จิบแล้วตื่นทั้งวันเลย เอกรินทร์ถามถึงชลธิชา เธอบอกว่ายังไม่มาสงสัยจะแวะซื้อของทำขนมอยู่

ครู่เดียว ชลธิชาก็ขับรถมาถึง เธอเปิดท้ายรถเอาของที่ซื้อมาเข้าร้าน ทำถุงหนึ่งหล่น จะก้มเก็บก็มีมือหนึ่งยื่นมาเก็บให้ พอเงยหน้ามอง เป็นแป้งร่ำนั่นเอง

แป้งร่ำทำทีตีสนิทช่วยขนของเข้าไปในร้าน แม้ชลธิชาจะบอกว่าไม่ต้องก็ตื๊อที่จะทำ เริงใจเห็นเข้าถามประชดว่า เด็กหายไปไหนกันหมดให้ลูกค้ามาถือของได้ยังไง แป้งร่ำไม่สนใจ พอเหลือบเห็นเอกรินทร์เท่านั้นก็ทักทายยิ้มแย้มอย่างสนิทสนมว่า “คิดแล้วเชียวว่าคุณเอกต้องอยู่ที่นี่” เอกรินทร์เองก็ยิ้มสดชื่นแจ่มใสกับแป้งร่ำ

เริงใจกับชลธิชาคุยกันเบาๆว่า แป้งร่ำทำดีเอาหน้าให้เอกรินทร์เห็น พอตายใจก็จะตะครุบทันที เราจะใจเย็นไม่ได้แล้ว ต้องทำให้เอกรินทร์รู้ตัวก่อนที่จะตกหลุมแป้งร่ำ

ชลธิชาขอไปอบขนมเตรียมส่งลูกค้า เริงใจเชิดใส่บอกว่างั้นตนจะเป็นทัพหน้าก็แล้วกัน ต้องการทัพเสริมเมื่อไรจะมาบอก ว่าแล้วก็ผละไป ชลธิชามองตาม เห็นกับตาว่า เอกรินทร์กับแป้งร่ำกำลังคุยกันอย่างมีความสุขก็ถอนใจยาว...

ส่วนที่บ้านแวว มาลตีกำลังคุยโทรศัพท์กับคำรพ อย่างอ่อนหวานเจื้อยแจ้ว บอกว่าเรื่องวันนี้ผ่านไปแล้วก็แล้วไป คำรพดีใจมากถามว่า ตนมารับวัณณรีไปเที่ยวได้เหมือนเดิมใช่ไหม พอได้รับคำยืนยัน คำรพกระดี๊กระด๊า บอกว่าจะมาให้เร็วที่สุด

นังโรสสอดหูฟังอยู่ด้วย พอมาลตีวางสายก็พูดก่อนใครเพื่อนว่า

“คุณคำรพนี่หื่นจนหน้ามืดตามัวเลยนะคะ ไม่รู้เสียแล้วว่าภัยจะมาถึงตัว”

“แกแน่ใจนะว่าจะทำให้ตานั่นมันเข็ดจนไม่มายุ่งกับเราอีก” มาลตีถามวัณณรี

“แน่ยิ่งกว่าแน่อีกแม่ ให้รีบมาเหอะ วัณจะได้เช็กบิลให้หายแค้นเลย!” วัณณรีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจะ

เอาคืนเสียให้เข็ด

ooooooo

การเตรียมรับมือกับแก๊งแพนด้าระหว่างตำรวจกับพวกสยุมภูว์เป็นไปอย่างตึงเครียด นายพลที่เป็นเพื่อนของสีหราชส่งตำรวจมาจัดการเรื่องนี้โดยตรง ส่วนเรื่องเงินค่าไถ่ สยุมภูว์ขอเป็นผู้รับผิดชอบเอง

วางแผนกันว่า เลขาของมิสเตอร์เหลียงจะเป็นคนเอาเงินไปวางไว้ที่สถานีรถไฟ เวลาหกโมงเย็นตามที่มันนัด

เพิ่มพงษ์เตือนว่าอย่าไว้ใจคนพวกนี้ เพราะมันตามมาจากเมืองจีนมันคงไม่ใช่ต้องการแค่เงิน ย้ำกับเลขาว่า

“คนบงการมันคงไม่ต้องการเงินก้อนนี้แน่ๆครับ เพราะสิ่งที่มีมูลค่าที่สุดสำหรับมันคือการตายของอาเหลียง”

เลขามิสเตอร์เหลียงพยักหน้าท่าทางคิดหนัก

ตำรวจมานั่งคุยกับนิติธรที่ทศพลกรุ๊ป เอากล้องวงจรปิดที่จับภาพปฏิบัติการของแก๊งแพนด้าได้มาให้ดู

รู้ว่ารถตู้สองคันที่มาอุ้มมิสเตอร์เหลียงไปนั้น ขับมุ่งไปที่โกดังท่าเรือริมแม่น้ำซึ่งทางตำรวจได้ส่งสายสืบไปเกาะติดแล้ว ทันทีที่แน่ใจว่ามิสเตอร์เหลียงอยู่ที่ไหน ทางตำรวจจะส่งหน่วยคอมมานโดเข้าช่วยทันที

นิติธรรับทราบ บอกว่าจะแจ้งเรื่องนี้ให้สยุมภูว์ทราบทันที แต่นิติภูมิที่ฟังอยู่ด้วย ยิ้มในหน้าเมื่อได้ข้อมูลจากตำรวจ จากนั้นก็โทร.บอกศักดาให้เตรียมซ้อนแผน ให้ศักดาไปตัดหน้าชิงเงินค่าไถ่ ทำให้เห็นเป็นว่าพวกสยุมภูว์เบี้ยวค่าไถ่จะได้จัดการมิสเตอร์เหลียงแล้วโยนความผิดทั้งหมดเป็นของสยุมภูว์ นิติภูมิกระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนการของตน

เป็นเวลาที่มิสเตอร์เหลียงถูกจับมัดขึงพืดอยู่บนเตียง หว่างขาที่ถ่างออก มีเลื่อยขนาดใหญ่ที่เดินเครื่องพร้อมที่จะผ่ากลางเขาทุกวินาที

ตำรวจแจ้งข้อมูลทางโทรศัพท์แก่สยุมภูว์ซึ่งยังอยู่ที่ห้องจัดเลี้ยงอีกห้องหนึ่งว่า ในโกดังมีแก๊งแพนด้าอยู่ประมาณ 10 คน โกดังนี้ไม่มีทางเข้าออก ต้องล่อคนเฝ้าประตูออกมาแล้วให้หน่วยคอมมานโดทะลวงเข้าไป ตำรวจจำเป็นต้องซุ่มดูให้แน่ใจก่อน ถ้าบุ่มบ่ามเข้าไปเกรงมิสเตอร์เหลียงจะได้รับอันตราย

“ถ้าอย่างนั้น ผมจะให้เลขามิสเตอร์เหลียงไปสแตนด์บายตรงจุดนัดพบกับแก๊งแพนด้าตามแผนนะครับ อย่างน้อยพวกมันจะได้เห็นว่าเราไม่เบี้ยวและไม่ทำอะไรมิสเตอร์เหลียงก่อนที่ทางตำรวจจะเข้าไปชิงตัวเขาออกมา” สยุมภูว์วางแผน

“ดีครับ คุณสยุมภูว์ ผมจะแจ้งความคืบหน้าให้เร็วที่สุดครับ”

เวลาเดียวกัน นิติภูมิก็คุยโทรศัพท์กับศักดา ติดตามสภาพการณ์อย่างใกล้ชิด นิติภูมิสั่งการให้ศักดาสวมรอยเป็นแก๊งแพนด้าก่อนที่พวกแก๊งแพนด้าจะมาตามเวลา ย้ำว่า “ฉันอยากเห็นมิสเตอร์เหลียงถูกจัดการให้เร็วที่สุด”

ooooooo

จนเย็น นิติธรรอโทรศัพท์จากตำรวจที่เกาะติดอยู่ที่โกดัง ทั้งนิติธร และแววตกใจมาก เมื่อตำรวจแจ้งว่าทางโกดังพร้อมแล้ว และสยุมภูว์ก็อยู่ที่นั่นด้วย!

เมื่อถึงเวลา ปฏิบัติการก็เริ่มทันที เลขาหิ้วกระเป๋าเงินไปนั่งรอตามนัด ลูกน้องแก๊งแพนด้าคนหนึ่งจะไปนั่งประกบ ปรากฏว่ามีตายายคู่หนึ่งเข้าไปนั่งตัดหน้าเสียก่อน และพอตายายคู่นั้นลุกไป กระเป๋าเงินใบนั้นก็หายไปด้วย

ศักดาสบถอย่างหัวเสียเมื่อรู้ว่าเสียท่าแล้ว ในขณะที่ลูกน้องที่เตร่อยู่แถวนั้นพากันออกตามหาตายายคู่นั้น พบแต่เสื้อผ้าของตายายที่ถอดกองทิ้งไว้ มันรายงานศักดา พอศักดารู้ว่าเสียท่าก็สั่งให้ตามอีกคนหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านหน้าตนไป

ลูกน้องศักดาไล่ตามชายคนนั้นไป พอเขาจนมุมก็โยนกระเป๋าทิ้งแล้ววิ่งหนี แต่พอเปิดกระเป๋าดูในนั้นไม่มีเงินเลยแม้แต่บาทเดียว พวกมันพากันเจ็บใจที่เสียรู้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ที่สถานีรถไฟ มีชายคนหนึ่งถือกระเป๋าแบบเดียวกับที่ใส่เงินเดินผ่านไป เพิ่มพงษ์บอกเลขาว่าคนนี้น่าจะไม่พลาดเพราะตนจับตาดูมาแต่ต้นแล้ว

แก๊งแพนด้ารู้ตัวว่าถูกตาม มันทำท่าจะล้วงปืนออกมา แต่โทรศัพท์มือถือดังขึ้นก่อนจึงรับสาย แจ้งปลายสายว่ามีพวกเล่นไม่ซื่อตามตนอยู่

เวลาเดียวกัน ในโกดังก็ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแก๊งว่าให้จัดการมิสเตอร์เหลียงได้เลย มันสับสวิตช์เลื่อยไฟฟ้าทันทีแล้วพวกมันก็พากันยกมือบ๊ายบายมิสเตอร์เหลียงจะเดินออกไป

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ทั้งหมดรีบหลบ พลันก็เห็นสมุนคนหนึ่งเปิดประตูโกดังเข้ามา คนหนึ่งยิงใส่จนคนนั้นฟุบไป ประตูจึงยังเปิดค้างไว้ พริบตานั้นมีระเบิดควันปาเข้ามา ควันกระจายไปทั่ว พวกที่อยู่ในโกดังทนไม่ไหวพากันวิ่งออกจากที่ซ่อน

หน่วยคอมมานโดที่เตรียมพร้อมจู่โจมอยู่แล้ว วิ่งกรูกันเข้าไปในโกดัง สองฝ่ายยิงปะทะกันอย่างดุเดือด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.