ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นิติภูมิย้อนกลับไปที่โกดังร้างอีกครั้ง เขาโล่งใจเมื่อเห็นว่าอุปกรณ์ทุกอย่างยังไม่ถูกแตะต้อง เขารีบเก็บกล่องข้อมูลใส่กระเป๋า เปิดฮาร์ดดิสก์ดูภาพวงจรปิดที่บันทึกไว้ในวันนั้น แล้วถอดฮาร์ดดิสก์ออกมา เอา ทั้งหมดมาใส่รถขับบ่ายหน้าไปที่สะพาน โยนของ ทั้งหมดลงน้ำแล้วขับรถออกไปอย่างเร็ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุยกับนิติธร แจ้งว่าของสำคัญอีกชิ้นที่ยังตามหาไม่เจอคือกล่องเก็บข้อมูลสำคัญที่ถูก คนร้ายขโมยไป คาดว่าคนร้ายคงเอาไปขายต่อแล้ว และถ้าข้อมูลนี้ตกไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ทศพลกรุ๊ปเราต้องเสียหายมากแน่ๆ

“หรือว่าคนร้ายส่งมอบของชิ้นนั้นให้คนบงการไปแล้ว” นิติธรสงสัย ซึ่งก็ตรงกับตำรวจ เชื่อว่าถ้าเป็นอย่างที่คาดจริง อีกไม่นานก็ต้องมีการประกาศซื้อขายของชิ้นนี้ในตลาดมืดแน่ๆ ตำรวจกำลังส่งคนไปตามอยู่

นิติภูมิกลับมาเจอตำรวจกำลังกลับพอดี เขาถามพ่อว่า ตำรวจมาตามเอาอะไรอีกหรือ นิติธรบอกว่า กล่องข้อมูล นิติภูมิถามอีกว่าแล้วได้ความว่าอย่างไร พอนิติธรบอกว่ายังไม่ได้เรื่องอะไรเลย นิติภูมิก็แยกเข้าห้องตัวเองไป

พอเข้าห้อง นิติภูมิก็หัวเราะเยาะว่า “หาเจอก็ให้มันรู้ไป” แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเห็นชื่อศักดาในลิสต์ เขาลบชื่อศักดาออก พึมพำ “น่าเสียดายนะไอ้ศักดา แกน่าจะอยู่ดูจุดจบของไอ้สยุมภูว์ด้วยตาของแกเอง ฉันคงต้องลงมือด้วยตัวเองสินะ”

นิติภูมิมองขวดยาเล็กๆบนโต๊ะ พึมพำเหี้ยม “ฉันจะไม่รอให้แกฟื้นมาแฉฉันหรอก ไอ้สยุมภูว์”

ooooooo

แป้งร่ำไปขลุกอยู่ที่ร้านกาแฟจนเริงใจทนไม่ได้ บอกชลธิชาว่าให้เลือกเอาระหว่างตนกับแป้งร่ำ จะให้ตนถอนหุ้นร้านเลยก็ได้ เพราะตอนนี้เธอมีผู้ช่วยคนใหม่แล้ว

พอได้ยินสองคนทะเลาะกัน แป้งร่ำก็ทำตัวเป็นนางเอกที่แสนดีขอเป็นฝ่ายออกไปเอง บอกชลธิชาว่าตนไม่มาที่นี่ก็ได้ ถ้ามาแล้วทำให้สองคนทะเลาะกัน แล้วหันบอกเริงใจว่า “แป้งหวังว่า วันหนึ่งคุณจะเข้าใจแป้ง”

แป้งร่ำเดินออกไปไม่ทันพ้นร้านก็หันกลับมองชลธิชากับเริงใจที่ปั้นปึ่งใส่กันแล้วพึมพำอย่างสะใจว่า

“ชักจะสนุกขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ...ฮิๆ”

ส่วนแววไปเยี่ยมสยุมภูว์แล้วอาสากับเพิ่มพงษ์จะดูแลสยุมภูว์ให้เพื่อเขาจะ ได้ไปพักผ่อนบ้าง เมื่อเธอนั่งเฝ้าเขา เห็นสภาพของเขาแล้วพึมพำอย่างเศร้าใจว่า

“ใครกันนะที่ทำร้ายคุณขนาดนี้” แล้วเธอก็โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้เขาต้องได้รับบาดเจ็บอย่างนี้

ขณะนั้นเองเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เริงใจโทร.มา พอได้ยินเสียงแววเท่านั้นก็รู้ว่าเพื่อนร้องไห้ ถามว่าร้องทำไม แววบอกว่าตนรู้สึกแย่กับเรื่องเมื่อคืนนี้ เริงใจนัดว่าบ่ายนี้จะมาคุยด้วย แววบอกให้ชวนชลธิชามาด้วย พอเริงใจบอกว่าตนมาคนเดียวดีกว่า แววก็เดาได้ว่าสองคนมีปัญหากันแน่

ถามไถ่จึงรู้ว่าเพื่อนรักขัดใจกันเรื่องแป้งร่ำ เริงใจบอกว่าบ่ายนี้เจอกันค่อยเล่าให้ฟัง

ส่วนไลลา เมื่อรู้ว่านายจักรคนสวนที่แท้คือมหาเศรษฐีสยุมภูว์ ทศพล ก็ยิ่งจ้องตาเป็นมัน บอกเอกรินทร์ว่าตนต้องจับเขาให้ได้ เอกรินทร์เตือนว่า ตนเห็นเธอพยายามมานานแล้วก็ไม่เห็นว่าเขาจะเปลี่ยนใจสักที

“ฉันเชื่อว่า ยังไงมันก็ต้องมีวันของฉันบ้างล่ะ...ฉันไม่ยอมถอดใจง่ายๆหรอก” ไลลามุ่งมั่นเต็มที่

ooooooo

ไลลากับแป้งร่ำหมางเมินกันมาระยะหนึ่ง วันนี้เจอกันที่ร้านทำผมในห้าง ไลลาถามประชดนิดๆว่า ตั้งแต่ รีเทิร์นกับน้องชายตนดูท่าทางมีความสุขดีนะ เตือนว่าคราวนี้อย่าทำพลาดอีกก็แล้วกัน

แป้งร่ำถามว่าไปเยี่ยมสยุมภูว์บ้างหรือยัง รู้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ไลลาพูดอย่างอารมณ์แจ่มใสว่า

“แค่รู้ว่านายจักรกับสยุมภูว์เป็นคนเดียวกันตนก็ตกใจจะแย่แล้ว อย่าบอกนะว่ามีเรื่องอะไรเซอร์ไพรส์กว่านี้อีก”

แป้งร่ำจึงเอาหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวตัวเป้งให้ดู “สยุมภูว์ทายาทเศรษฐีพันล้านเจ็บหนัก” แล้วยุให้ไลลารีบไปแสดงตัวให้เขาประทับใจ เพราะโอกาสดีๆอย่างนี้ไม่ได้มาบ่อยๆ

ระหว่างที่แววเฝ้าสยุมภูว์อยู่นั่นเอง นิติภูมิก็ทำทีมาเยี่ยมสยุมภูว์ ถามแววอย่างห่วงใยว่าทานข้าวเที่ยงหรือยัง อาสาจะเฝ้าแทนเพื่อเธอจะได้ลงไปทานข้าว หรือไม่ตนจะไปซื้อให้ก็ได้

แววไม่รบกวน เธอลงไปทานเอง ปล่อยให้นิติภูมิเฝ้าสยุมภูว์ตามลำพัง พอแววออกจากห้อง นิติภูมิก็คำรามในใจ

“ฉันจะไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไปง่ายๆอีกแล้ว”

แววลงไปสวนกับไลลาที่กำลังมาเยี่ยมสยุมภูว์พอดี ถูกไลลากระแนะกระแหนว่าหอบเสื้อผ้ามาเฝ้าสยุมภูว์ เยาะเย้ยว่า

“อย่ามั่นใจให้มากนักเลย คนระดับคุณสยุมภูว์เนี่ย เขาจะรักใครสักกี่คนก็ได้ แต่ถ้าเธอมั่นใจว่าจะผูกมัดเขาได้ละก็ เราคงต้องวัดกันสักหน่อย”

“ถ้าคุณสนุกที่จะทำอย่างนั้นก็ตามใจเถอะค่ะ แต่แววไม่ ขอให้คุณสยุมภูว์เขาสนุกกับคุณด้วยก็แล้วกัน”

ooooooo

ระหว่างที่แววไม่อยู่นั้น นิติภูมิจะฉีดยาเข้าที่สายน้ำเกลือหมายให้สยุมภูว์หลับไม่ตื่นไปเลย แต่พอเขาจะจิ้มเข็มที่สายน้ำเกลือ สยุมภูว์เกิดไอขึ้นมา ครั้งแรกนิติภูมิสะดุ้งแล้วจะทำต่อ แต่พอไอครั้งที่สองสยุมภูว์ลุกขึ้นนั่งถามเสียงดังว่า

“จะทำอะไรน่ะ”

นิติภูมิสะดุ้งถอยห่างออกไป สยุมภูว์มองนิติภูมิถามว่า “คุณเป็นใคร”

ทีแรกนิติภูมิก็ยังงง แต่พอไลลาเข้ามาและถลาไปหาสยุมภูว์ ร้องเรียกอย่างดีอกดีใจ

“คุณจักร...เอ๊ย...คุณสยุมภูว์ ฟื้นแล้วหรือคะเนี่ย”

สยุมภูว์มองหน้าเธอถามงงๆว่า ตกลงคุณคือจักรหรือสยุมภูว์กันแน่ ไลลานึกว่าเขาล้อเล่น แต่พอเห็นเขาปวดหัวอย่างหนักเธอก็เรียกหมอ นิติภูมิเห็นอาการของสยุมภูว์ก็มองอย่างสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้น

จากการวินิจฉัยของหมอ บอกว่าสมองของเขาได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรงทำให้มีอาการสมองเสื่อม สูญเสียความทรงจำระยะยาวถึงขั้นจำตัวเองและคนรอบข้างไม่ได้ เพิ่มพงษ์ถามว่ามีวิธีรักษาไหม

“ในกรณีคุณสยุมภูว์ คงต้องรักษาด้วยการให้ยาแล้วก็ต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดครับ”

เมื่อสยุมภูว์อยู่ในภาวะสมองเสื่อมเช่นนี้ เพิ่มพงษ์กับนิติธรจึงต้องช่วยกันดูแลงานของทศพลกรุ๊ปไปพลาง นิติธรอาสาจะดูแลงานทั่วไปแทนสยุมภูว์ ทั้งสองเตรียมให้สยุมภูว์กลับมาอยู่คฤหาสน์ในเร็วๆนี้

ooooooo

ระหว่างที่แววดูแลสยุมภูว์นั้น เขาถามว่าเธอเป็นใคร แววบอกว่าเป็นเลขาของเขา ก็ถูกถาม อีกว่าก่อนหน้านี้ในสายตาเธอเขาเป็นเจ้านายแบบไหน แววบอกให้เขาทานยาก่อน แล้วจึงบอกว่า เขาเป็นเจ้านายที่ลึกลับ แล้วเล่าว่า

“ตั้งแต่วันแรกที่คุณรับแววเข้าทำงาน แววเพิ่งรู้ว่าคุณคือเจ้านายแววไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะเกิดเรื่องที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้ ทั้งที่ความจริงเรารู้จักกันนานกว่านี้”

“แปลว่าอะไร ผมงงไปหมดแล้ว”

“คุณปลอมตัวเป็นหลานชายเจ้าของร้านขายต้นไม้ชื่อจักร มาเป็นเพื่อนบ้านแววค่ะ” เขาถามอีกว่าทำไมต้องปลอมตัว “คุณบอกแววว่ามีคนจะทำร้ายคุณ แล้วก็กลัวว่าใครที่มาอยู่ใกล้ๆคุณจะพลอยโดนทำร้ายไปด้วย แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณก็ยอมบอกทุกคนว่าคุณคือใครในงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ทศพล”

สยุมภูว์สงสัยอีกว่า แล้วทำไมต้องเปิดเผยตัว แววบอกว่าตนไม่ทราบจริงๆ เขาหงุดหงิดตัวเองที่จำอะไรไม่ได้เลย แววได้แต่มองเศร้าๆไม่รู้จะช่วยเขาอย่างไร

ooooooo

บ่ายนี้  เริงใจมาหาแววที่ห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ตามที่นัดไว้ แววถามอย่างไม่สบายใจว่ายังไม่หายโกรธชลธิชาอีกหรือ เริงใจยังไม่อยากคุยเรื่องนี้ถามว่า เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม พูดอย่างหวาดกลัวว่า ถ้าตนเจอเหตุการณ์แบบนั้นคงสติเสียไปเลยแน่ๆ

แววบอกว่าสยุมภูว์ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยตน ทั้งที่รู้ว่าอันตราย เริงใจถามล้อๆว่าถ้าอย่างนั้นเธอก็คงให้คำตอบเขาได้แล้วใช่ไหม แววทำหน้าสิ้นหวังบอกว่าเวลานี้สยุมภูว์จำอะไรไม่ได้เลย และคงจำไม่ได้แล้วว่ารู้สึกอย่างไรกับตน แต่อะไรก็ไม่สำคัญ ขอแต่ให้เขากลับมาทำงานได้ ตนก็ดีใจแล้ว

ขณะนั้นเอง ไลลาก็กรีดกรายเข้ามาบอกว่าตัวเองเป็นแฟนสยุมภูว์เต็มปากเต็มคำ ครั้นถูกเริงใจเยาะเย้ยว่าคงเป็นได้แค่ฝันกระมัง ไลลาก็พูดอย่างมั่นใจว่า

“ในเมื่อคุณสยุมภูว์ความจำเสื่อม ฉันก็ถือว่าเรามีโอกาสเท่ากัน...งานนี้ใครดีใครได้”

ขณะกำลังโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนนั่นเอง สยุมภูว์ ตื่นขึ้นมา ไลลาถลาเข้าไปดูแลจนน่าหมั่นไส้ แววกับเริงใจมองหน้ากันอย่างเหลือเชื่อกับมารยาสาไถยของไลลา นั่งดูยิ้มๆปล่อยให้ไลลาแสดงไปตามสบาย

เมื่อเริงใจจะกลับแววลงมาส่ง เริงใจบอกว่าไม่ต้องมาส่งก็ได้ ปล่อยให้ไลลาอยู่กับสยุมภูว์ตามลำพังเดี๋ยวก็ถูกแย่งซีนไปหมด แต่แววกลับคิดว่า เรื่องระหว่างตนกับสยุมภูว์มันหายไปพร้อมกับความทรงจำของเขาแล้ว ตอนนี้ตนก็เป็นแค่ลูกน้องคนหนึ่งของเขาเท่านั้นเอง

“แต่อย่างน้อยฉันก็เชื่อว่าคุณสยุมภูว์คงไม่ลืมเพื่อนบ้านอย่างเธอง่ายๆ หรอกนะ”

“ขอบใจเธอมากนะที่เอาใจช่วยฉันน่ะ”

ส่งเริงใจแล้วแววจะกลับขึ้นไปที่ห้องนั้นอีก แต่พอนึกถึงว่าขึ้นไปก็ต้องเจอไลลา เลยลังเลว่าจะขึ้นไปดีหรือไม่ดี

ooooooo

ตำรวจเอาลิสต์เบอร์โทรศัพท์จากซิมที่พบในที่เกิดเหตุมาให้นิติธรเช็กเบอร์ บอกเขาว่า มีบางหมายเลข ที่ทางนิติธรอาจจะรู้จักเจ้าของ ถ้าพบทางตำรวจจะได้เรียกมาพูดคุย

“ได้ครับ...ผมจะรีบจัดการให้ทันทีเลย”

นิติธรรับปากแล้วดูลิสต์เบอร์โทรศัพท์ที่ตำรวจให้เห็นเบอร์ของนิติภูมิอยู่ในลิสต์นั้นด้วย เขามาพึมพำ

“เบอร์โทรศัพท์ของแก ไปอยู่ในซิมนี้ได้ยังไง?”

ooooooo

เมื่อแววขึ้นไปที่ห้อง เจอไลลากำลังออดอ้อนเล้าโลมสยุมภูว์อยู่ พอเห็นหน้าแววก็หันมาแหวใส่หาว่ามาขัดจังหวะ แฟนเขาจะจู๋จี๋กัน แล้วไล่แววให้กลับไปเสียคืนนี้ตนจะดูแลสยุมภูว์เอง

“ได้ยินแว่วๆว่าใครจะเฝ้าคุณสยุมภูว์หรือครับ” เสียงเพิ่มพงษ์แทรกเข้ามา แววบอกว่าไลลาอาสาจะดูแลให้ เพิ่มพงษ์บอกว่าอย่าเลย สยุมภูว์คงไม่สะดวกที่จะให้สาวๆพาเข้าห้องน้ำ เธอก็ยังตื๊อ อ้างว่าไม่อยากให้สยุมภูว์ อยู่คนเดียว

“ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกครับ แต่ผมจะอยู่ด้วย หรือว่าคุณไลลาอยากจะนอนเป็นเพื่อนผม”

เจอไม้นี้เข้าไลลาก็ยอมกลับแต่ไม่วายพูดอย่างไว้ฟอร์มกับแววว่า “เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่เธอ”

เมื่อไลลาไปแล้ว เพิ่มพงษ์เอารูปวาดของสยุมภูว์มาให้เจ้าตัวดู สยุมภูว์เห็นรูปตัวเองก็ทำหน้าแปลกใจ

แววแอบดีใจที่ได้เห็นรูปที่ตัวเองวาดให้จักรอีกครั้ง...

ooooooo

เห็นสยุมภูว์ดูรูปตัวเองอย่างมีความสุข รุ่งขึ้นแววเอารูปดอกแววมยุราที่วาดไว้มาแขวนที่ห้อง ส่วนไลลาซื้อดอกไม้สดมาส่งให้แววเอาไปจัดใส่แจกัน แล้วหันไปหยิบรูปวาดดอกแววมยุราของแววทิ้งถังขยะพูดอย่างดูถูกว่า รูปวาดก็แค่แห้งๆ ไร้ชีวิตชีวาไม่เหมือนดอกไม้สด ที่ดูแล้วสดชื่นสวยงาม

สยุมภูว์โกรธมาก สั่งไลลาให้หยิบรูปขึ้นมาและเอาไปวางไว้ที่เดิมด้วย ทำให้ไลลาเสียหน้ามาก ครั้นเธอบอกว่าจะซื้อดอกไม้สดมาเปลี่ยนให้ทุกวัน สยุมภูว์บอกว่าอย่ามาเสียเวลากับตนเลย ตนมีเลขาคอยดูแลอยู่แล้ว

“นี่...คุณสยุมภูว์กล้าไล่ไลลาเหรอคะ ไลลาเป็น...”

“ผมลืมไปแล้วว่าคุณเคยเป็นแฟนผม ขอโทษด้วยนะ”

ไลลาถูกฉีกหน้าต่อหน้าแวว เลยเดินฟึดฟัดออกไป

หมายใช้ความสวยเอาชนะใจสยุมภูว์ให้ได้ วันนี้ไลลาไปทำผม พึมพำอย่างมั่นใจขณะเดินออกจากร้าน ว่า ดูซิว่าสยุมภูว์จะใจแข็งไปได้ขนาดไหน แต่พอออกมาเจอแป้งร่ำ ไลลาถามเย้ยๆว่า ทำไมมาคนเดียวหรือถูกเพื่อนใหม่ทิ้งอีกแล้ว

แป้งร่ำบอกว่า ถ้าเธออยากเจอสองคนนั้นก็ให้ไปที่ร้านเพราะพวกเขาต้องเฝ้าร้าน ส่วนตนนัดเพื่อนไว้ที่นี่ พลางก็ชี้ให้ดูว่าเพื่อนมารับพอดี ไลลามองไปเห็นเป็นเอกรินทร์ก็ถึงกับตะลึงอึ้งที่สองคนนี้หันมาคบกันอีก

ooooooo

นิติธรสงสัยเรื่องเบอร์โทรศัพท์ของนิติภูมิไปอยู่ในซิมที่ตำรวจยึดได้ เมื่อเจอตัวจึงถามว่า โทรศัพท์ ไปที่เบอร์นี้เรื่องอะไร นิติภูมิทำไขสือถามว่าเป็นเบอร์ของใคร

“ฉันก็ไม่รู้ แต่ตำรวจได้ซิมโทรศัพท์เบอร์นี้ในที่เกิดเหตุ แล้วมันมีเบอร์แกอยู่ด้วย แกจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง”

นิติภูมิยืนยันว่าตนไม่รู้และไม่คุ้นกับเบอร์ที่ตำรวจยึดซิมได้ด้วย นิติธรเสียงอ่อนลงว่าคงมีอะไรผิดพลาด บอกให้นิติภูมิไปนอนเสีย แต่พอลูกชายออกไป นิติธรก็หยิบลิสต์ที่ตำรวจให้มาดูอีกครั้งอย่างสงสัย

ส่วนนิติภูมิ พอกลับเข้าห้องก็พึมพำสีหน้าเครียด “คิดจะจับให้ได้คาหนังคาเขาหรือครับพ่อ หึๆ”

รุ่งขึ้น ตำรวจมาคุยกับนิติธรอีก เล่าว่า จากคำ ให้การของแววทำให้ตำรวจเชื่อว่าศักดาไม่ได้ทำคนเดียว นิติธรถามว่าซิมที่เก็บได้เป็นเบอร์ของศักดาหรือตำรวจบอกว่ายังคลุมเครือ แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นเบอร์ของศักดาอะไรๆก็คงง่ายขึ้นมาก

ตำรวจให้นามบัตรแก่นิติธรก่อนกลับ ครู่เดียวเลขาก็แจ้งว่าเพิ่มพงษ์ต้องการเรียนสายด้วย นิติธรให้โอนเข้ามาเลย

เพิ่มพงษ์โทร.มาบอกว่าตนมีบางอย่างอยากให้ดู แล้วส่งคลิปที่นิติภูมิคุยกับศักดาที่ร้านกาแฟที่เชียงใหม่มาให้ดู ขณะนั้นเอง นิติภูมิที่ระแวงว่าตำรวจมาสืบเรื่องสยุมภูว์ เดินเข้ามาถาม พอนิติธรบอกว่าใช่ เขาถามอีกว่าตำรวจว่ายังไงบ้าง

“เขามาขอความร่วมมือ เผื่อทางเรามีหลักฐานที่จะโยงไปถึงคนบงการฆ่าคุณสยุมภูว์ได้” นิติธรตอบแต่ตายังอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์ ดูคลิปที่กำลังเล่นอยู่ ถามว่าทำไมถึงอยากรู้เรื่องนี้นัก นิติภูมิอ้างว่าเพราะเป็นเรื่องของเจ้านายก็แค่นั้นเอง

พอนิติภูมิออกไป นิติธรพึมพำอย่างหนักใจว่า “หลักฐานชัดแจ้งอย่างนี้ แกจะให้พ่อทำยังไง...เจ้าภูมิ”

หลังจากนั้น เพิ่มพงษ์ถามว่าดูคลิปแล้วใช่ไหม นิติธรพูดอย่างผิดหวังว่า ไม่นึกเลยว่านิติภูมิจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับศักดา

เพิ่มพงษ์พูดให้กำลังใจว่า อาจไม่เกี่ยวกันก็ได้ แต่ก็ขอร้องนิติธรอย่าเพิ่งโกรธและเปิดเผยเรื่องนี้กับนิติภูมิ เพราะถ้าพูดไปโดยไม่มีหลักฐานชัดเจนจะเป็นการใส่ร้ายเขา ขอให้รอโอกาสเหมาะกว่านี้ดีกว่า วางสายจากเพิ่มพงษ์แล้วนิติธรพึมพำ...

“ฉันเลี้ยงแกไม่ดีเอง...เจ้าภูมิ...ฉันผิดเอง...”

ooooooo

หมอแจ้งเพิ่มพงษ์ว่า อยากให้สยุมภูว์อยู่โรงพยาบาลอีกสักสองสามวัน แน่ใจว่าไม่มีอาการข้างเคียงอะไรแล้วค่อยกลับ เพิ่มพงษ์ถามว่าแล้วเรื่องความทรงจำเป็นอย่างไร หมอเชื่อว่าการกลับไปอยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคยจะช่วยกระตุ้นเรื่องความทรงจำให้กลับมาได้บ้าง

เพิ่มพงษ์บอกสยุมภูว์อย่างดีใจว่า จะได้กลับกันเสียที สยุมภูว์ถามว่า “บ้าน...เหรอ...” เพิ่มพงษ์ย้ำว่าใช่ เราจะกลับไปคฤหาสน์ทศพลกันแล้ว

เมื่อพาสยุมภูว์กลับคฤหาสน์ทศพล เขามองอย่างแปลกตา จนเจอรูปของสีหราชที่ติดอยู่ เขาจำได้ว่าเคยเจอและคนนี้เคยบอกว่าเป็นพ่อตน เขายืนมองภาพสีหราชอย่างทบทวนความจำ เพิ่มพงษ์เดินมายืนสมทบบอกว่า

“นี่ล่ะครับ คุณสีหราช ทศพล พ่อของคุณ จำท่านได้ไหมครับ คุณสยุมภูว์”

“จำได้ เขาเคยมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล”

“ผมมีอะไรบางอย่างที่จะทำให้คุณสยุมภูว์มั่นใจยิ่งกว่านี้ครับ ตามผมมาสิครับคุณสยุมภูว์”

เพิ่มพงษ์พาสยุมภูว์ไปที่ห้องทำงานของสีหราชที่ยังดูแลรักษาอย่างดี ของทุกอย่างอยู่ในสภาพเดิม เพิ่มพงษ์เดินตรงไปที่เครื่องฉายหนังเก่าขนาดแปดมิลล์ที่วางอยู่มุมหนึ่ง บอกสยุมภูว์อย่างตื่นเต้นว่า

“เจ้านี่ล่ะครับที่ผมหาอยู่ เรามาดูหนังกันดีกว่าครับ” เพิ่มพงษ์หยิบกล่องฟิล์มแปดมิลล์ออกมา สยุมภูว์มองเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน...

หนังที่ฉายเป็นการ์ตูนขาวดำเป็นหนังเงียบ เพิ่ม–พงษ์ดูไปขำไป ในขณะที่สยุมภูว์ถามงงๆว่า

“หนังเนี่ยนะ ที่จะทำให้ผมมั่นใจว่าคนที่ผมได้พบคือพ่อของผม”

“ผมก็ไม่คิดเหมือนกันครับว่าคุณเหลียงจะส่งของขวัญมาให้คุณสยุมภูว์ช้าไปตั้งยี่สิบกว่าปี แต่ผมยืนยันนะครับว่า ตอนเด็กๆคุณสยุมภูว์ชอบหนังเรื่องนี้มาก แถมยังต้องให้คุณสีหราชพากย์ให้ฟังทุกครั้งอีกด้วย”

สยุมภูว์ดูหนังนั่นอีกครั้งอย่างไร้ความรู้สึก ในขณะที่เพิ่มพงษ์ยังดูไปขำไป เขาพูดขึ้นว่า

“ปิดเถอะครับ มันไม่ช่วยอะไรหรอก” พูดแล้วเดินไปปิดสวิตช์เครื่องฉาย ปล่อยให้ฟิล์มค้างอยู่ที่ตัวเครื่อง

ooooooo

ในที่สุด นิติภูมิได้รับการติดต่อตกลงซื้อ “ของ” มาโดยตรง เขาสงสัยว่า พวกนั้นรู้พาสเวิร์ดแล้วหรือถึงได้สั่งซื้อ แต่เขาก็เข้าไปหยิบกล่องเก็บข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักออกมาดู พึมพำอย่างสะใจว่า

“ของของแก...มันจะกลับมาทำลายตัวแกเองแล้ว ไอ้สยุมภูว์”

ตำรวจสืบรู้การติดต่อซื้อขายนี้ นิติธรพยายามถามว่าทราบไหมว่าเป็นใคร เกี่ยวข้องกับการทำร้ายสยุมภูว์หรือเปล่า ตำรวจยังไม่ฟันธง ตอนนี้ขอเรียกว่าผู้ต้องสงสัยก่อนดีกว่า

“บอกได้ไหมครับว่าใคร” นิติธรร้อนใจ มองหน้าตำรวจลุ้นคำตอบด้วยสีหน้าไม่ดีเลย

ooooooo

เช้านี้ ก่อนออกไปทำงาน แววมองแปลงดอกไม้ที่จักรเอาต้นแววมยุรามาปลูก แต่บัดนี้ว่างเปล่าเพราะมาลตีเห็นมันเฉาเลยให้โรสรื้อทิ้งเสีย แววบอกแม่ว่ารื้อออกก็ดีแล้ว เพราะคงไม่มีใครมาชื่นชมมันอีกแล้ว

มาลตีดักคอว่าคิดถึงคนปลูกล่ะซิ หรือคิดถึงคนดูแลรดน้ำให้ พอแววทำเสียงสูงเรียกแม่อย่างตัดพ้อ มาลตีก็ดักคอว่า

“ฉันรู้น่าว่าแกคิดถึงคนบ้านนั้น นี่...จะจักรหรือสยุมภูว์มันก็คนคนเดียวกัน เขาไม่ได้ล้มหายตายจากไปไหนสักหน่อย ยังไงแกก็ต้องเจอเขาทุกวันอยู่แล้ว”

“ในฐานะสยุมภูว์น่ะใช่...แต่ไม่ใช่สำหรับนายจักร ...นายจักรคงตายไปจากความทรงจำของคุณสยุมภูว์แล้วล่ะ”

“มันก็ไม่แน่หรอกนะ แกไม่เคยดูข่าวหรือไง ที่คนนอนไม่ได้สติมาเป็นสิบๆปียังฟื้นขึ้นมาได้ แล้วก็จำทุกอย่างได้ แกก็อย่าเพิ่งหมดหวังเลย”

“แม่จะให้แววรอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เหรอ”

“แต่แกก็ไม่ได้อยากจะมีใครใหม่นี่นา...ใช่ไหมล่ะ”

แววยิ้มให้แม่ แล้วมองไปที่แปลงดอกไม้ ซึ่งบัดนี้เหลือแต่ผืนดินที่ว่างเปล่าแล้วก็ได้แต่ถอนใจ...

ooooooo

แป้งร่ำยังคงดำเนินแผนการของตนต่อไปแบบน้ำนิ่งไหลลึก ชลธิชายิ่งนับวันก็เห็นใจหัวอกผู้หญิงด้วยกัน ผิดกับเริงใจที่นับวันก็ยิ่งไม่ชอบหน้าแป้งร่ำ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างชลธิชากับเริงใจนับวันห่างเหิน

วันนี้ แป้งร่ำก็มาที่ร้านกาแฟอีก พอมาถึงก็คุยกับชลธิชาอย่างสนิทสนม เริงใจหมั่นไส้ทำเป็นไม่สนใจ แต่เงี่ยหูฟัง

“คุณแป้งพร้อมจะบอกคุณเอกเรื่องนั้นหรือยังคะ” ชลธิชาถามอย่างห่วงใย

แป้งร่ำบอกว่าคงอีกไม่นาน บอกเมื่อไรตนต้องเล่าให้ฟังแน่เพราะตอนนี้ไม่มีใครสนิทด้วยเท่าเธอแล้ว เมื่อชลธิชาบอกว่าคุยกับตนได้ทุกเรื่อง แป้งร่ำก็รำพึงรำพันว่า

“ความจริงแป้งก็รู้สึกผิดนะคะ ที่ฉวยโอกาสกับคุณเอก ถ้าคุณเอกรู้ความจริงแล้วจะปฏิเสธแป้งมันก็เป็นสิ่งที่แป้งสมควรได้รับแล้ว คุณเอกคุยกับแป้งอีกแป้งก็ดีใจแย่แล้วค่ะ”

ชลธิชาปลอบใจว่าอย่าคิดอะไรอย่างนั้น เพราะเอกรินทร์เป็นคนมีความรับผิดชอบมากพอที่จะไม่พูดอะไรอย่างนั้น

เริงใจหมั่นไส้จนทนไม่ได้พูดกระแทกเสียงดังว่า “นางเอ๊ก...นางเอก หลงมาจากละครเรื่องไหนไม่ทราบ”

เลยถูกชลธิชาปรามว่าไม่เห็นใจก็อย่าพูดประชดแบบนี้ เรื่องแบบนี้ถ้าไม่เกิดกับใครก็คงไม่รู้สึก

กลายเป็นชลธิชาทะเลาะกับเริงใจอีกตามเคย แล้วแป้งร่ำก็เล่นบทนางเอกที่แสนดีขอร้องอย่าทะเลาะกันเพราะตนเลย เริงใจปรบมือประชดว่า “เก่งมากนะ ที่ทำให้เราทะเลาะกันเพราะเรื่องโกหกของเธอ”

“อย่าไปสนใจเลยค่ะคุณแป้ง เพื่อนธิชาน่ะเกินเยียวยาแล้ว”

“งั้นก็รู้ไว้ซะเลยนะธิชา ฉันไม่ใช่คนดี แต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะโกหกเธอ” เริงใจเดินปึงปังออกจากร้านไป ชลธิชามองตามเพื่อนไปอย่างผิดหวัง แป้งร่ำปลอบใจตามเคย แต่พอชลธิชาลุกเดินไป แป้งร่ำก็ยิ้มสะใจที่ทำให้ทั้งสองทะเลาะกันได้อีก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.