ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่มุมหนึ่งในคฤหาสน์ทศพล แจ็คที่ตื๊อเพิ่มพงษ์ขอมางานด้วย หยิบอาหารกิน เคี้ยวตุ้ยๆเต็มปาก อย่างไหนอร่อยก็โกยใส่เสื้อนอกเก็บไว้ ส่วนเครื่องดื่มก็หยิบแก้วไวน์ทีละสองแก้วดื่มอั้กๆราวกับดื่มน้ำ แจ็คกินดื่มอย่างมีความสุขมาก ไม่สนใจว่าใครจะมองหรือใครจะทำอะไรกัน

นิติภูมิสั่งศักดาทางโทรศัพท์ว่าตนจะถ่วงเวลาพ่อไว้ ให้ศักดาหาทางไปห้องทำงานของพ่อเลย แต่เขาไม่รู้ว่าถูกเพิ่มพงษ์จับตาดูอยู่ เพิ่มพงษ์สงสัยว่านิติภูมิคุยโทรศัพท์กับใคร

เมื่อได้เวลา นิติธรเชิญสยุมภูว์และมิสเตอร์เหลียงขึ้นบนเวที เอกรินทร์ทำหน้าที่พิธีกรขึ้นเอ่ยต้อนรับมิสเตอร์เหลียงและสยุมภูว์ นิติธรขอให้มิสเตอร์เหลียงกล่าวอะไรสักนิด

มิสเตอร์เหลียงกล่าวถึงการลงทุนในโปรเจกต์สำคัญครั้งนี้ว่า นอกเหนือจากเป็นก้าวสำคัญในทางธุรกิจกับทศพลกรุ๊ปแล้วยังแสดงถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกันยาวนานและจะดำเนินต่อไปด้วย

ส่วนสยุมภูว์ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเอ่ยอย่างชื่นชมว่า “ทศพลกรุ๊ปคงจะมีวันนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มีคู่ค้าที่ไว้ใจเราอย่างไชน่าอะกรี ผมขอดื่มให้กับความไว้เนื้อเชื่อใจที่เรามีต่อกันครับ”

กล่าวจบ สยุมภูว์รับขวดแชมเปญที่พนักงานส่งให้เขย่าแล้วดึงฝาออก แชมเปญพุ่งกระฉูดท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดี

ooooooo

แจ็คเริ่มเมา เข้าห้องน้ำล้างหน้าแล้วกลับไม่ถูก กวาดตาไปเห็นศักดายืนอยู่ก็ยิ้มหวานเดินเข้าไปหา ศักดาเดินออกจากตรงนั้นพอดี แจ็ครีบตามไปห่างๆ แต่แล้วก็บ่นเมื่อรู้ว่าไม่ได้ไปที่ห้องจัดงาน แต่ขณะกำลังจะเดินกลับนั้น แจ็คเห็นศักดาไขกุญแจห้องหนึ่ง แต่ไม่ได้สนใจว่าห้องใครและศักดาจะเข้าไปทำอะไร เพราะเชื้อสาระแนถูกแอลกอฮอล์กินไปหมดแล้ว

หลังจากมิสเตอร์เหลียงกล่าวเสร็จก็จะกลับเพราะต้องไปประชุมต่อ สยุมภูว์เอ่ยอย่างเสียดาย ส่วนมิสเตอร์เหลียงหวังว่าจะได้ต้อนรับเขาที่เมืองจีน หยอดทิ้งท้ายก่อนขึ้นรถว่า

“ถ้าเราพบกันอีกครั้ง ผมหวังว่าจะได้เห็นคุณไปกับคนที่คุณไว้ใจที่สุดนะครับ” สยุมภูว์ถามว่าหมายถึงใคร มิสเตอร์เหลียงยิ้มในหน้าบอกว่า “ผมคิดว่าคุณรู้ว่าใครนะ”

นิติธรเดินเข้ามาบอกสยุมภูว์ว่าแขกในงานรอให้เขาไปเปิดฟลอร์อยู่ สยุมภูว์ยังยืนคิดถึงคำพูดของมิสเตอร์เหลียง หลังจากเซ็นสัญญากันในห้องพักโรงแรมที่ว่าเขาโชคดีที่เจอเลขาดีๆ หยอกว่าเลขาอย่างแววอย่าปล่อยให้หลุดมือไปเสียล่ะ ทั้งยังบอกว่า “คุณเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดคนหนึ่งเลยล่ะ...แววรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

“แววจะได้รู้ในงานครับ” สยุมภูว์ตอบยิ้มๆ มิสเตอร์เหลียงขอเอาใจช่วย

ในห้องที่เซ็นสัญญากันนี่เอง เพิ่มพงษ์กับเลขามิสเตอร์เหลียง ต่างต่อสายสัญญาณเชื่อมระหว่างกล่องเก็บข้อมูลสองกล่องที่เหมือนกันผ่านโน้ตบุ๊กจนเสร็จ

ooooooo

ในงานนี้ ไลลาพยายามที่จะรู้จักสยุมภูว์ที่ดูลึกลับน่าค้นหา แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ทำได้แค่รู้จักตัวแต่ไม่รู้ชื่อของเขา ครั้นชวนคุยเพื่อยื้อเขาไว้ ก็เห็นเขาคอยมองไปทางแววที่ยืนคุยอยู่กับนิติภูมิ แกล้งพูดว่าเขาคงอยากพบเลขาคนนั้นเต็มทีแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้นยังยุแหย่ว่า นิติภูมิคาดหวังในตัวเลขาสาวคนนี้มาก ตนเชียร์ขาดใจเลย เพราะถ้าได้มาเป็นน้องสะใภ้ตน คงต้องทะเลาะกันตายไปข้างแน่ๆ

จู่ๆสยุมภูว์ก็ขอตัวไป ไลลาบ่นอย่างอารมณ์เสียว่า เสียมารยาทจริงๆ ตกลงเลยยังไม่รู้สักทีว่าชื่ออะไร

ส่วนชลธิชาคุยกับเอกรินทร์อย่างมีความสุข เธอสารภาพกับเขาว่ารู้สึกดีกับเขามากแต่ก็ต้องทำใจเพราะรู้อยู่ว่าคงไม่อาจเปลี่ยนใจเขาจากแววได้ หารู้ไม่ว่า เริงใจเขม้นมองอยู่อย่างไม่พอใจ ฮึดฮัดจะเข้าไปถามให้รู้เรื่องแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นเดินออกไปทางอื่นก่อน

เริงใจจะเข้าไปเติมลิปสติกในห้องนํ้า เจอแป้งรํ่าเดินอ้าวเข้าไปอาเจียนเสียงดัง เธอเข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แป้งรํ่าบอกว่าไม่เป็นไรแล้วเดินออกไป เริงใจตามติดไปทันทีถามว่าทำไมต้องเดินหนี มีอะไรปิดกันหรือเปล่า แป้งรํ่าก็ยังยืนยันว่าไม่มีอะไร แล้วเดินหนีไปอีก เริงใจจ้องจิกตามไปอย่างสงสัยมาก

เมื่อเจอชลธิชา  เริงใจก็รีบเล่าอย่างทนไม่ได้ ชลธิชาฟังแล้วเป็นห่วง แต่เริงใจพยายามจะพูดให้สงสัยว่าแป้งรํ่าแพ้ท้องให้ชลธิชาลองสืบดู แต่ชลธิชาถือว่านั่นเป็นเรื่องส่วนตัวมาก เริงใจเห็นแป้งรํ่าเข้าไปคุยกับเอกรินทร์อย่างสนิทสนมก็พึมพำอย่างระแวง “หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดนะ”

จนเลิกงาน ชลธิชาถามไถ่แป้งรํ่าอย่างเป็นห่วง บอกเธอว่ามีอะไรตนพร้อมจะรับฟังเสมอ แป้งรํ่าซ่อนยิ้มเกือบไม่มิด เมื่อรู้ว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนของตนแล้ว ทำเป็นเรียกชลธิชาไว้ บอกด้วยสีหน้าที่อยากระบายความอัดอั้นว่า

“คือ...แป้งมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกคุณค่ะ...”

ooooooo

เมื่อพิธีกรประกาศเชิญสยุมภูว์เต้นรำ เขาปรากฏตัวที่มุมหนึ่ง แสงไฟสาดไปที่ตัวเขาเป็นจุดเดียว แววพยายามจะมองผ่านหน้ากากให้เห็นหน้าตาที่ แท้จริงของเขาแต่ก็ไม่เห็น

นิติภูมิได้รับโทรศัพท์จากศักดาว่าเปิดเซฟไม่ได้ เขาบอกให้พยายามอีกไม่ต้องรีบ เพราะพ่อยังอยู่ในงาน แล้วเดินไปโค้งแวว เอ่ยอย่างแสนสุภาพ “เต้นรำกับผมนะครับ”

“แววให้เกียรติผมนะครับ” เสียงสยุมภูว์แทรกขึ้น แววมองนิติภูมิก่อนหันไปโค้งรับสยุมภูว์ ยังความเจ็บใจแก่นิติภูมิ พอๆกับไลลาที่จ้องจิกทั้งสยุมภูว์และแววอย่างเจ็บใจ

ศักดาพยายามจนเปิดเซฟได้ นิติภูมิบอกให้รีบทำงานให้ทุกอย่างจบเร็วที่สุด ศักดารับคำแล้วพยายามเอากล่องเก็บข้อมูลที่เตรียมมาแทนของเก่าเพื่อไม่ให้เซ็นเซอร์ทำงาน

เพิ่มพงษ์มาเจอแจ็ควนเวียนอยู่แต่แถวโต๊ะอาหาร ตรงเข้าไปด่าว่า ให้มาจับพวกค้ายาแล้วมาทำอะไรอยู่แถวนี้ แจ็คนึกได้บอกว่าตนเห็นคนแอบย่องออกไปจากงาน แล้วย่องขึ้นข้างบนอย่างมีพิรุธ

เพิ่มพงษ์ตกใจให้แจ็ครีบพาไป แต่พอขึ้นข้างบนแจ็คเกิดจำไม่ได้ว่าคนนั้นไปทางซ้ายหรือขวา ชี้ไปมั่วๆ กลัวถูกดุ แต่บังเอิญถูกทาง ไปเจอห้องนั้นพอดี แต่พอเพิ่มพงษ์เปิดประตูเข้าไป ศักดาก็กระโดดหน้าต่างหนีไปแล้ว

เพิ่มพงษ์ไปชะโงกหน้าต่างดูเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของศักดากำลังตะบึงออกไป หันกลับมาอีกทีเห็นแจ็คเปลี่ยนหน้ากากแล้ว ถามว่าไปเอามาจากไหน พอแจ็คบอกว่าเก็บจากตรงนี้เท่านั้น เพิ่มพงษ์เย็นวาบไปทั้งตัว อุทาน

“ซวยแล้วไง!!”

เมื่อนิติธรเข้ามาดู นิติภูมิทำทีสวมรอยมาสังเกตการณ์ด้วยถามนิติธรว่า “เกิดอะไรขึ้นครับพ่อ” แต่เพิ่มพงษ์ตอบแทนว่า

“มีโจรกระจอกเข้ามาขโมยของเราไปครับ ถึงมันจะได้ของที่มันต้องการไป แต่ผมก็ได้ของของมันมา” พลางเพิ่มพงษ์ยื่นหน้ากากที่แจ็คเก็บได้ให้ดู “เราแค่ต้องการหาว่าใครเป็นคนใส่มันมาเท่านั้น”

“ถ้าอย่างนั้น มีคนคนหนึ่งที่เขาจะช่วยเราได้ครับ”

เมื่อเอากล้องวงจรปิดมาดู พบผู้ต้องสงสัยเดินผ่านกล้องแล้วหายไป หลังจากนั้นก็ไม่มีภาพของนายคนนี้ปรากฏในเทปอีกเลย

นิติธรพูดอย่างสบายใจว่า ถึงเราจะไม่รู้ว่ามันเป็นใครแต่คนที่ขโมยไปก็เจาะข้อมูลจากกล่องไม่ได้ เพราะคนที่รู้พาส– เวิร์ดที่จะเปิดข้อมูลมีแต่มิสเตอร์เหลียงเตอร์กับสยุมภูว์เท่านั้น

ศักดาหัวเสียที่ขโมยกล่องข้อมูลเกือบตายแต่เปิดไม่ได้ พอดีนิติภูมิโทร.มาว่าเลิกพยายามได้แล้ว ศักดาถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไรต่อไป นิติภูมิตอบอย่างผยองว่า

“ฉันจะให้มันไปบอกรหัสแกที่นั่น เตรียมตัวต้อนรับมันก็แล้วกัน”

ooooooo

เมื่อแววออกไปเต้นรำกับสยุมภูว์ เขาขอบคุณที่เธอไม่ปฏิเสธตน ครั้นแววอ้างว่าเขาเป็นเจ้านายตนจะปฏิเสธได้อย่างไร เขาถามว่า

“ผมเป็นเจ้านายไม่ได้เป็นเจ้าชีวิต...คุณอยากเต้นรำกับผมต่อหรือเปล่า” แววตอบรับเสียงแผ่ว เขาถามอีกว่า “มีอะไรที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับผมอีกหรือเปล่า”

แววไม่กล้าบอกความในใจ ยิ่งเมื่อเห็นเขามองในระยะใกล้ชิดด้วยแววตาซึ้ง เธอก็ยิ่งประหม่า เมื่อแววยังไม่ตอบเขาจึงพาเธอเต้นตามสเต็ปต่อไป

เอกรินทร์มองภาพนั้นอย่างเจ็บปวดรวดร้าวพยายามตัดใจ

ครู่หนึ่ง สยุมภูว์ถามว่านึกออกหรือยังว่าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับตน แววตอบไม่เต็มเสียงว่า อยากรู้ว่าเขาคือคนที่ตนสงสัยหรือเปล่า ทำใจกล้าถามว่า “คุณให้คนอื่นปลอมตัวเป็นคุณ แล้วคุณเองปลอมเป็นคนอื่นหรือเปล่าคะ”

สยุมภูว์ถามเสียงอ่อนนุ่มว่าคิดว่าตนเป็นใคร แววบอกว่าเป็นคนสวนข้างบ้านตน เขาถามอีกว่าแล้วถ้าเป็นจริง เธอจะทำยังไง แววตอบอย่างประหม่าว่าตนก็แค่อยากรู้เท่านั้น

“ถ้าอย่างนั้น คงมีทางเดียวที่ผมจะพิสูจน์ให้คุณรู้สินะ” พูดแล้วดึงแววเต้นตามสเต็ปต่อไป ท่ามกลางแขกที่กำลังสนุกสนานกันเต็มที่

ระหว่างอยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นขณะเต้นรำนั้น แววรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ต่างชื่นชมกันในฐานะลูกน้องที่มีเจ้านายที่ดีและเจ้านายที่มีลูกน้องที่ดีที่สุด เขาย้ำว่าท่ามกลางคนที่จ้องจะทำร้ายตน คงไม่มีความสุขอะไรมากไปกว่าการได้เจอคนที่ตนจะไว้ใจที่สุดในชีวิตได้ แววเอ่ยว่า “ขอให้คุณได้พบคนคนนั้นนะคะ”

“คนคนนั้นอยู่ไม่ไกลจากผมหรอก” เขามองหน้าแววบอกถึงความในใจอย่างเปิดเผย จนแววประหม่าพยายามจะผละออกแต่เขาดึงไว้ถามว่า “คุณไม่อยากรู้แล้วเหรอว่าผมเป็นใคร”

“เอ่อ...ค่ะ...คุณสยุมภูว์...”

“ถอดหน้ากากของผมออกเมื่อคุณต้องการ” สยุมภูว์ จับมือแววให้โอบรอบคอเขา ทุกคนในงานจ้องเป็นตาเดียว กัน สยุมภูว์กอดแววแน่นเข้า กระซิบบอกว่า “คุณกำลังจะได้รู้ในสิ่งที่คุณอยากรู้ แล้วคุณจะบอกผมในสิ่งที่ผมอยากรู้ได้ไหม”

“คุณทำให้แววงงไปหมดแล้วนะคะ” แววเสียงประหม่าจนระงับไม่อยู่

“ผมแค่อยากจะขอเป็นคนดูแลคุณในฐานะที่คุณเป็นผู้หญิงที่ผมรักที่สุดได้ไหม...แวว...”

ภาพหวานกลางฟลอร์ ทำให้เอกรินทร์นิ่งไปอย่างผิดหวัง นิติภูมิมองอย่างเคียดแค้นชิงชัง

ทันใดนั้น ไฟดับพรึ่บ พอไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง แววก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว!

สยุมภูว์เสียใจมาก ตำหนิตัวเองว่าขอแต่งงานกับเธอกะทันหันเกินไป แล้วเขาก็ออกจากโรงแรมเพื่อตามไปขอโทษเธอที่บ้าน เพิ่มพงษ์เสนอว่าถ้าเขาไปแบบ

นายจักรแววอาจจะยอมคุยด้วย เขาขอบคุณแล้วรีบออกไป

นิติภูมิสังเกตอยู่ ถามนิติธรว่าสยุมภูว์ไปตามแววหรือ เมื่อผู้เป็นพ่อบอกว่าใช่ เขายิ้มสะใจ มองนิติธรจนเห็นว่าเข้าไปในงานแล้วจึงโทรศัพท์ถึงศักดาทันที

ศักดารออยู่ที่โกดังร้าง บอกนิติภูมิว่าแขกของตนมาเมื่อไรจะโทร.บอกสยุมภูว์ทันที พูดไม่ทันขาดคำแววก็ถูกนำตัวมาถึง นิติภูมิรีบตามไปที่นั่น

สยุมภูว์ไปถึงบ้านแวว วัณณรีนึกว่าพี่สาวกลับมาแล้วรีบออกมาดู กลายเป็นนายจักรใส่สูทเต็มยศขับรถคันหรูมาเทียบ พอเขารู้ว่าแววยังไม่กลับและไม่ได้ติดต่อมาก็ร้อนใจ

ทันใดนั้น มีเสียงโทร.เข้าโทรศัพท์บ้าน ปลายสายคือศักดา มันสั่งให้สยุมภูว์มาพูดโทรศัพท์ วัณณรีงงอยู่อึดใจจึงรู้ว่าจักรที่อยู่ตรงหน้านี้ที่แท้คือสยุมภูว์เจ้านายของแววนั่นเอง

ระหว่างนั้น มาลตีเดินลงมา พอรู้ว่าแววถูกจับตัวไปก็ทำท่าจะเป็นลม วัณณรีรีบประคองแม่ไว้

นิติธรอยู่ที่ห้องรับแขกคฤหาสน์ทศพล ถาม

เพิ่มพงษ์ว่ารู้แล้วหรือว่าสยุมภูว์จะไปไหน เพิ่มพงษ์ยืนยันว่าพวกมันเป็นคนบอกเอง นิติธรถามว่าคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่องข้อมูลถูกขโมยไปหรือเปล่า

“ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้นมันจะลักพาตัวแววไปทำไมล่ะครับ”

“มันลักพาตัวแววไปเพราะต้องการตัวคุณสยุมภูว์” นิติธรฟันธง หันมองหน้าเพิ่มพงษ์นิ่งบอกว่า มันต้องการรหัสผ่านของกล่องเก็บข้อมูล เพิ่มพงษ์ภาวนาขอให้มันต้องการแค่นี้จริงๆเถอะ

นิติธรถามเพิ่มพงษ์ว่า คิดว่ามันเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่พยายามลอบทำร้ายสยุมภูว์หรือเปล่า

“ผมขอคิดในแง่ร้ายไว้ก่อนนะครับ จะได้รับมือมันถูก” พูดแล้วเพิ่มพงษ์ไปขึ้นรถขับออกไปเลย

นิติธรมองตามนิ่งๆ แต่เพียงครู่เดียว รถอีกคันหนึ่งก็ขับตามรถของเพิ่มพงษ์ออกไป...

ooooooo

สยุมภูว์ไปถึงโกดังร้างด้วยความเป็นห่วงแวว พอเห็นหน้าเขา แววถามอย่างตกใจว่า  “นายจักร  นายมาที่นี่ได้ยังไง นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” ศักดาบอกว่า จะให้เขาพิสูจน์ว่าใช่สยุมภูว์ตัวจริงหรือไม่ด้วยการให้เขากดรหัสผ่านของเครื่องเก็บข้อมูล สยุมภูว์ถามว่าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าทำแล้วจะปล่อยตนสองคนไป

“แกไม่มีสิทธิ์ถามคำถามนี้กับฉัน ถ้าแกบอกรหัสผิดแม้แต่ตัวเดียว แกตายทั้งคู่ หรือถ้าแกไม่ยอมบอก แกก็ตายเหมือนกัน”

ที่มุมหนึ่งในโกดังร้าง นิติภูมิเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโกดังผ่านกล้องเว็บแคม มันจ้องจนเห็นสยุมภูว์กดรหัสผ่านในมือถือของศักดาที่ยื่นมาตรงหน้า

แววพยายามไม่ให้สยุมภูว์กด แต่เขาก็ตัดสินใจกดแม้มันอาจจะปล่อยแววไปคนเดียวก็ตาม แววจึงรู้ว่าเขาคือสยุมภูว์ตัวจริง เขาบอกเธอด้วยความรักว่า

“คุณอยากจะคิดว่าผมเป็นนายจักรเพื่อนบ้านปากเสียของคุณก็ได้นะ แต่ผมอยากให้คุณตอบผมก่อนว่าจะยอมให้ผมเป็นคนดูแลผู้หญิงที่ผมรักที่สุดไหม...แวว” แววน้ำตาค่อยๆไหลออกมาด้วยความสะเทือนใจ สยุมภูว์พูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ถึงมันจะสายเกินไป แต่ผมก็อยากฟังคำตอบจากคุณนะ”

แววน้ำตาไหลพราก...พูดอะไรไม่ออกเลย...

นิติภูมิมั่นใจว่าเขาคือสยุมภูว์ตัวจริง สั่งศักดาให้ปล่อยแววไป ส่วนสยุมภูว์กว่าจะได้ตัวมาไม่ใช่ง่าย ตนไม่ปล่อยกลับไปแน่ๆ แล้วก็บรรจุกระสุนปืน พูดอย่าง เลือดเย็นว่า

“หกนัดนี้สำหรับแก...ไอ้สยุมภูว์!”

ooooooo

ในภาวะคับขันเช่นนี้ ทุกเรื่องที่ค้างคาใจแววอยู่ถูกลืมไปสิ้น สิ่งเดียวที่คิดและทำคือทำอย่างไรให้ได้ปลอดภัยออกไปทั้งสองคน

แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ตนปรารถนา ศักดาบอกว่าจะให้คนไปส่งแววที่บ้าน เมื่อแววบอกว่าตนจะไปก็ต่อเมื่อสยุมภูว์ไปด้วย แต่พอถูกมันขู่ว่าหรืออยากเห็นสยุมภูว์ตายไปต่อหน้า แววก็จำต้องยอม ถูกมันเอาถุงดำคลุมหัวพาออกไป

เมื่อลูกน้องพาแววออกไปแล้ว นิติภูมิจึงปรากฏตัว พูดถึงความแค้นในอดีตว่าแม่ตนต้องตายเพราะพ่อมัวแต่ดูแลเขา ซ้ำเวลานี้เขาก็ยังแย่งคนที่ตนรักไปด้วย สยุมภูว์ถามว่าถึงตนจะขอโทษอย่างไร เขาก็คงไม่ยอมใช่ไหม

“คำขอโทษของนายทำให้แม่ฉันฟื้นขึ้นมาได้ไหมล่ะ มีวิธีเดียวเท่านั้นที่แกสามารถจะลบล้างความผิดที่แกกับพ่อแกทำไว้กับฉันได้” พูดแล้วนิติภูมิชักปืนออกมาเล็งไปที่สยุมภูว์

ที่นอกโกดัง เพิ่มพงษ์มาถึงแล้ว เขาผงะเมื่อได้ยินเสียงปืนในโกดังและเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของสยุมภูว์ เขารีบตามเสียงนั้นเข้าไป

ooooooo

มาลตีกินไม่ได้นอนไม่หลับด้วยความเป็นห่วงแวว เมื่อได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน วัณณรี วิ่งไปดูเห็นแววยืนอยู่หน้าบ้าน ทุกคนดีใจมาก เมื่อรู้ว่าแววไม่เป็นอะไรแต่ถูกใช้เป็นเหยื่อล่อสยุมภูว์ออกไปเท่านั้น มาลตีตื่นเต้นจนลืมความทุกข์ใจเมื่อรู้ว่าสยุมภูว์ชอบแวว

ครู่เดียวก็มีเสียงทุบประตูโครมๆที่หน้าบ้าน ทุกคนตกใจนึกว่าพวกนั้นตามมา แต่พอเปิดประตูออกไปกลายเป็นแจ็คที่เพิ่มพงษ์สั่งให้มาดูแลแววที่บ้าน

“เดี๋ยวก่อน คุณเพิ่มพงษ์รู้เรื่องนี้ นี่...แปลว่าคุณเพิ่มพงษ์อยู่ที่โกดังนั่น” แววถามอย่างตื่นเต้น พอแจ็คบอกว่าเพิ่มพงษ์ตามสยุมภูว์ไปที่นั่น แววก็พึมพำสีหน้ากังวล “หวังว่าคุณสยุมภูว์จะไม่เป็นไรนะ”

วัณณรีกับโรสมองหน้าอย่างรู้กันว่า แววคิดอย่างไรกับสยุมภูว์

ooooooo

นิติภูมิต้องการทรมานสยุมภูว์ให้สะใจก่อนจัดการ ให้ลูกน้องเฝ้าไว้ให้ดีส่วนตัวเองไปนั่งจิบไวน์เย็นๆ อย่างสบายอารมณ์ สยุมภูว์ท้าว่าจะฆ่าก็ฆ่าเลย นิติภูมิยิ้มเยาะบอกว่า “ไม่ต้องมาท้าฉัน” แล้วเดินหายไปทางหลังโกดัง

นิติธรมาถึงหน้าโกดังแล้ว เห็นรถของเพิ่มพงษ์จอดอยู่ เขาลงจากรถเดินไปที่ประตูโกดังที่เปิดแง้มไว้

เพิ่มพงษ์เข้าไปเห็นศักดาจำได้ว่ามันคือไอ้หน้าโหด ศักดารู้ว่ามีผู้บุกรุกก็เปิดฉากยิงทันที ทั้งสองยิงกันสนั่นโกดัง ส่วนนิติธรเข้าไปกวาดตามองหาสยุมภูว์

นิติภูมินั่งจิบไวน์อยู่หน้าจอมอนิเตอร์เห็นศักดากำลังล่อเพิ่มพงษ์ไปอีกทางหนึ่ง เขาหยิบปืนออกไปเตรียมจัดการสยุมภูว์ เวลาเดียวกันนั้น ภาพนิติธรปรากฏบนจอมอนิเตอร์ เขากำลังเข้ามาในโกดัง แต่นิติภูมิไม่ทันเห็น

นิติภูมิเดินไปหาสยุมภูว์ บอกว่าอยากทรมานเขามากกว่านี้ แต่ลูกน้องเขามาทำเสียบรรยากาศเลยต้องจัดการเสียก่อน แล้วใช้ถังแก๊สที่วางอยู่ฟาดหัวสยุมภูว์จนสลบคาที่ มันแสยะยิ้มยกปืนเล็งพร้อมที่จะเหนี่ยวไก

จังหวะนั้นเอง นิติธรเดินเข้ามาเห็นสยุมภูว์นอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้น ตะโกนถาม “ภูมิ...แกจะทำอะไร!!”

นิติภูมิตกใจไม่คิดว่าพ่อจะมาถึงที่นี่ ขณะกำลัง ลังเลนั่นเอง ศักดาที่ล่อเพิ่มพงษ์อยู่ก็โผล่เข้ามา เขาตัดสินใจยิงศักดาตายคาที่ เพิ่มพงษ์ที่วิ่งตามศักดามาเห็นนิติภูมิยิงศักดาตายก็แปลกใจ

“มันตายแล้วพ่อ” นิติภูมิเดินมาบอกนิติธรหน้าตาเฉย เพิ่มพงษ์ถามว่าฆ่าศักดาทำไม นิติภูมิตอบด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “มันจะฆ่าสยุมภูว์เจ้านายคุณไง คุณเพิ่มพงษ์”

เพิ่มพงษ์ยังงงๆนิติธรเข้าไปหาสยุมภูว์บอกว่าทำใจดีๆ ตนจะเรียกรถพยาบาลมาให้ นิติภูมิหันมองพ่อที่กำลังดูแลสยุมภูว์อย่างเป็นห่วงก็ยิ่งเจ็บใจ เขาหันหลังเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่อาจทนดูได้

ooooooo

นิติภูมิพลิกสถานการณ์เอาชีวิตศักดามาสังเวยการแก้ตัวของตน เขาบอกนิติธรว่า ตามสยุมภูว์มาเพราะอยากรู้ว่าแววบอกรักสยุมภูว์หรือเปล่า พอตามมาก็เกิดเรื่องอย่างที่เล่าให้พ่อฟัง

“แกรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ใช่ไหม” นิติธรถามหลังจากฟังนิติภูมิเล่าจบ เมื่อเขารับว่าใช่ นิติธรบอกว่า “ดีมาก...งั้นแกก็คุยกับตำรวจแล้วกัน พ่อว่าข้อมูลของแกคงจะช่วยตามตัวคนบงการเรื่องนี้ได้แน่ๆ”

นิติธรกับเพิ่มพงษ์ไปยืนดูสยุมภูว์ที่หน้าห้องฉุกเฉิน นิติธรพูดเหมือนบอกสยุมภูว์ว่าไม่ต้องห่วง เพราะตอนนี้นิติภูมิกำลังให้ปากคำตำรวจคาดว่าอีกไม่นานคงรู้ตัวผู้บงการ เพิ่มพงษ์พูดอย่างไม่เชื่อว่า ขอให้มันง่ายอย่างนั้นเถอะ เพราะคดีที่เขากับสยุมภูว์ถูกวางระเบิดจนป่านนี้ก็ยังจับตัวคนบงการไม่ได้เลย

“ถ้าคุณคิดว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกัน อย่างน้อยมันก็ตายไปแล้ว ัมนคงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว”

“ก็ไม่แน่หรอกครับ” เพิ่มพงษ์แย้งเมื่อเห็นนิติภูมิเดินเข้ามาถามอย่างห่วงใยว่าสยุมภูว์เป็นอย่างไรบ้าง “ตำรวจรอให้แววมาให้ปากคำเรื่องนี้เพิ่มเติม แล้วพยานอีกคนที่ตำรวจรออยู่ก็คือ...”นิติธรมองสยุมภูว์ที่หมอกำลังช่วยชีวิตเขาอยู่

ในยามที่สลบไสลไม่ได้สตินั้น สยุมภูว์ได้พบสีหราชพ่อของเขา แต่เขาจำพ่อไม่ได้ จนสีหราชบอกว่าพวกมันฟาดหัวเขาแรงเอาเรื่องถึงขนาดความจำเสื่อม

ครู่เดียวสีหราชก็บอกว่าต้องไปแล้ว เพราะตนหมดหน้าที่แล้ว ส่วนเขาก็ให้กลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ ไปดูแลทศพลกรุ๊ป พูดทิ้งไว้ก่อนเดินหายไปในความมืดว่า “พ่อเชื่อว่าพ่อไว้ใจแกได้”

สยุมภูว์พยายามจะลุกขึ้นตามพ่อไป พลันก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

แววนั่นเอง เธอมาเยี่ยมสยุมภูว์เห็นเขายังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เธอถามเพิ่มพงษ์ว่าอาการเขาเป็นอย่างไรบ้าง

“เรื่องแผลที่ถูกยิงไม่น่าเป็นห่วงแล้วครับ แต่สมองได้รับการกระทบกระเทือน หมอบอกว่า ขอดูอาการตอนที่คุณสยุมภูว์ฟื้นอีกครั้ง...แล้วเรื่องคดีล่ะครับ”

“แววให้การกับตำรวจเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่คงใช้เวลากว่าจะตามสืบสวนไปถึงคนบงการ เพราะไม่รู้ว่าคุณสยุมภูว์จะพร้อมให้ปากคำเมื่อไร”

“ไม่ต้องห่วงครับคุณเพิ่มพงษ์ ผมจะตามเรื่องนี้เองจนกว่าจับตัวคนร้ายได้ เพราะผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมมันต้องรุนแรงขนาดนี้” นิติธรเอ่ยขึ้น

“ผมก็อยากรู้ครับ เราคงได้แต่หวังว่าไอ้คนบงการมันจะไม่ทำลายหลักฐานสำคัญไปเสียก่อนที่ตำรวจจะสาวไปถึงตัวนะครับ” เพิ่มพงษ์พูดยิ้มๆอย่างรู้ทัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ
9 เม.ย. 2563
08:01 น.