ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แก๊งแพนด้ามาเผชิญหน้ากับเลขาและเพิ่มพงษ์ มันพูดอย่างคนคุ้นเคยกันว่า เจอกันอีกแล้วนะคุณเลขา แต่พอเลขาถามว่าใครจ้างมันมา มันพูดน่าหมั่นไส้ว่า

“โจรมันก็มีจรรยาบรรณนะคุณเลขา ขอโทษด้วยนะ ผมบอกไม่ได้จริงๆ”

เพิ่มพงษ์บอกว่าเดี๋ยวจะบังคับให้บอกเอง แต่ไม่ทันขยับอะไรมันก็ชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้าแล้ววิ่งหนีไปพร้อมกับกระเป๋าเงิน แต่มันก็ถูกเพิ่มพงษ์แสดงฝีมือนักเลงเก่าด้วยการคว้าตะแกรงเหล็กปิดท่อระบายน้ำขว้างไปเหมือนขว้างจักร วิถีโค้งเข้ากระแทกท้ายทอยแก๊งแพนด้าจนมันล้มลงนอนนิ่งสนิท

เพิ่มพงษ์กับเลขารีบวิ่งเข้าไปหยิบโทรศัพท์ที่มันใช้ติดต่อเอาไปเป็นหลักฐาน พอกำจัดสมุนแก๊งแพนด้าได้แล้วทั้งสองจึงนึกห่วงสยุมภูว์ขึ้นมา

สยุมภูว์อยู่ในโกดังที่เลื่อยจักรกำลังเคลื่อนเข้าหว่างขามิสเตอร์เหลียงที่ถูกมัดตรึงอยู่บนเตียง สยุมภูว์พยายามที่จะไปปิดสวิตช์ แต่ถูกแก๊งแพนด้าขวาง เขาตัดสินใจเตะกระสอบใส่ของเข้าขวางใบเลื่อยแต่ก็ถูกตัดกระจุย

ใบเลื่อยยังเคลื่อนเข้าหว่างขามิสเตอร์เหลียงอย่างน่าหวาดเสียว กระทั่งตัดเป้ากางเกงขาดไปทีละน้อย...ทีละน้อย มิสเตอร์เหลียงหลับตาปี๋อย่างหมดหวัง

สยุมภูว์หาทางช่วยมิสเตอร์เหลียงสุดชีวิต เขาต่อสู้กับแก๊งแพนด้าที่ขัดขวาง กระทั่งแย่งปืนมันได้ใช้ปืนยิงสวิตช์ไฟจนหยุดใบเลื่อยได้ มิสเตอร์เหลียงมองหน้าสยุมภูว์ด้วยความดีใจราวกับเห็นพระเจ้ามาโปรด...

ooooooo

เมื่อมาถึงหน้าโกดัง สยุมภูว์ถามตำรวจว่าทางเพิ่มพงษ์เป็นอย่างไรบ้าง ตำรวจบอกว่าทางนั้นได้หลักฐานสำคัญที่อาจจะสาวไปถึงผู้จ้างวานได้

หลังเหตุการณ์แล้ว สยุมภูว์คิดมาก ไม่แน่ใจว่ามิสเตอร์เหลียงจะยังอยากคุยกับตนอีกไหม??

ตกเย็น นิติธรและแววไปเยี่ยมมิสเตอร์เหลียงที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่ในโรงพยาบาล รู้จากเลขาว่ามิสเตอร์เหลียงแค่รู้สึกเพลียๆเท่านั้น เอ่ยอย่างชื่นชม ประทับใจว่า

“โชคดีนะครับที่คุณสยุมภูว์ไปช่วยทัน ไม่อย่างนั้นคงจะแย่กว่านี้”

“ไม่นึกเลยนะคะว่าคุณสยุมภูว์จะบู๊อย่างนี้” แววเอ่ยอย่างชื่นชมแกมทึ่ง

“คุณคงรู้จักเจ้านายตัวเองน้อยไปนะครับคุณแวว” เลขามองหน้าแวว เมื่อเธอยอมรับว่าแทบไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ เลขาจึงเล่าให้ฟังว่า “ถ้าอย่างนั้น คุณควรจะรู้ด้วยว่า เจ้านายคุณเป็นคนดีคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยพบมาเลย คุณเหลียงเล่าให้ผมฟังว่าคุณสยุมภูว์สู้กับแก๊งแพนด้าโดยไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองเลย” เขาหันไปทางนิติธรบอกว่า “คุณเหลียงฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ เราคงต้องนัดพบกันอีกครั้งนะครับคุณนิติธร”

นิติธรบอกว่าจะรีบนัดสยุมภูว์ให้ทันทีเลย แล้วเลขาก็ขอตัวไป

เลขาไปแล้ว แต่แววยังอดคิดถึงสิ่งที่เขาพูดถึงสยุมภูว์ไม่ได้...

ooooooo

จักรโวยวายลั่นเมื่อเพิ่มพงษ์ประคบน้ำอุ่นให้ที่รอยช้ำบนใบหน้า เพิ่มพงษ์พูดประชดว่า เวลาจะเข้าไปช่วยทำไมไม่คิดก่อน ตัวเองไม่ใช่หน่วยสวาต ตะลุยเข้าไปแบบนั้นถ้ามันยิงสวนมาหน้าหงายจะทำยังไง

จักรหยุดโวยวายถามว่าที่พูดมาทั้งหมดนี่ด่าหรือเป็นห่วง เพิ่มพงษ์ตอบหน้าตาเฉยว่าห้าสิบห้าสิบ จักรบอกว่าตนรู้ว่าน้าเพิ่มเป็นห่วง เพิ่มพงษ์จึงพูดเสียงอ่อนลงว่า

“อย่าทำอย่างนี้อีกนะครับคุณสยุมภูว์ ผมจะหัวใจวายตาย”

แจ็คเอาน้ำอุ่นมาได้ยินพอดี พึมพำอย่างสงสัยว่า “ไหนบอกว่าพี่จักรตกท่อมา มันชักจะยังไงแล้วสิเนี่ย”

นิติภูมิสั่งการศักดาว่า มิสเตอร์เหลียงยังพักรักษาตัวอยู่ในเมืองไทย นั่นหมายความว่าเรายังมีโอกาส รอให้มิสเตอร์เหลียงหายดีคงนัดส่งข้อมูลสำคัญกันแน่ๆ บอกศักดาว่า ถึงวันนั้นเมื่อไรตนจะเรียกใช้

พอดีนิติธรกลับมา นิติภูมิรีบวางสายจากศักดา ถามพ่อว่า แขกสำคัญของพ่อเป็นอย่างไรบ้าง

“มิสเตอร์เหลียงไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกสองสามวันคงออกจากโรงพยาบาลได้”

“เจอเรื่องแบบนี้คงจะเข็ดไปอีกนานแน่ๆ” นิติภูมิยิ้มในหน้า

“เข็ดไม่เข็ดฉันไม่รู้ แต่เหตุการณ์นี้มันก็ทำให้คุณเหลียงมั่นใจในตัวคุณสยุมภูว์มากขึ้นมาอีก” พูดแล้วมองหน้านิติภูมิ ทักว่า “แต่ดูแกจะไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องนี้เท่าไหร่นะเจ้าภูมิ”

“ทำไมพ่อต้องให้ผมคิดอะไรเหมือนพ่อด้วยล่ะ บริษัทนี้ไม่ใช่ครอบครัวของผม ใครจะเป็นจะตายยังไงคงไม่จำเป็นต้องรู้สึกอะไรด้วย”

นิติธรยืนอึ้งพูดไม่ออกกับท่าทีที่ยโสหยาบคายของลูกชาย...

ooooooo

แววกลับถึงบ้าน เห็นจักรมายืนเกาะรั้วรออยู่ พอเธอเดินเข้ามา เขาทักว่าวันนี้คงเหนื่อยมากสินะ

แววชะงักถามว่ารู้ได้ไง จักรเฉไฉว่าก็ดูเธอไม่สดชื่นเหมือนทุกวัน แววมองหน้าเขาทักบ้างว่าเจ็บรึเปล่า ทำเอาจักรอึกอักทำหน้าตายถามว่า “เจ็บ...คุณหมายถึง?...”

“อ้าว...ก็นายเอาหน้าไปถูอะไรมาล่ะ ถึงเป็นรอยอย่างนั้น”

“อ๋อ...ผมตกท่อน่ะ ก็ตกท่อน่ะ ไม่เคยเห็นคนตกท่อรึไง”

“สรุปว่า วันนี้ฉันได้เจอฮีโร่ที่ช่วยชีวิตคนอย่างเจ้านายฉัน แล้วก็ยังเจอคนเซ่อซ่าดูแลตัวเองไม่ได้อย่างนายด้วย”

จักรทำเป็นโวยวายแก้เกี้ยวว่านึกว่าจะเป็นห่วงแถมยังยกเรื่องเจ้านายตัวเองมาเปรียบเทียบซ้ำเติมกันอีก แววสวนไปทันทีว่า คนที่ตนควรจะห่วงคือเจ้านายตนต่างหาก ถูกจักรโยงไปด่าเรื่องเธอชอบคนรวยอีกจนได้ แววฉุนกึกโต้ว่า

“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องรวยไม่รวยสักหน่อย ฉันก็ปลื้มทุกคนที่ทำอะไรดีๆนั่นแหละ” จักรถามว่าแล้วที่ทะเลาะกับตนอยู่นี่ล่ะ แววเหยียดปากพูด “หลงตัวเอง พูดเองเออเองว่าเป็นคนดีอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วจะให้ใครเขามาปลื้มยะ”

“ผมไม่มีอะไรดีในสายตาคุณจริงๆเหรอ” ถามแล้วเห็นแววนิ่งไป เลยพูดกลบเกลื่อนว่า “นี่...คุณ ผมก็พูดไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ อย่าคิดมากนะ”

พอแววย้อนถามอย่างถือดีว่ารู้ได้ไงว่าตนคิดมาก เขาอ้างว่าแววตาเธอโกหกใครไม่ได้

แววรู้สึกถูกคนรู้ทันอีกแล้ว รีบขอตัวเข้าบ้านระหว่างนั้น เธอหันมองไปทางบ้านจักรพูดลอยๆว่า

“ถึงนายจะเซ่อซ่าอย่างนั้น แต่นายก็ทำให้ฉันรู้สึกดีได้เหมือนกันนั่นแหละ”

จักรยังยืนอยู่ตรงนั้น เขายิ้มกว้างกับคำพูดของเธอ พึมพำ “สยุมภูว์...นายจักร...ใครกันนะที่อยู่ในใจคุณ...”

ooooooo

คำรพพาวัณณรีเข้าม่านรูด เธอไม่ขัดขืนแถมยังอ่อยยั่วจนคำรพตายใจ ขณะคำรพเข้าห้องน้ำนั่นเอง วัณณรีหนีออกจากห้อง ทิ้งนักเพาะกาย 4 คนคอยต้อนรับคำรพที่กำลังหื่นหน้ามืดจนสะบักสะบอม

วัณณรีกลับไปเล่าให้มาลตีฟัง สองแม่ลูกพากันหัวเราะที่แก้เผ็ดคำรพได้ แววกลับมาเห็นแม่กับน้องกำลังขำอะไรกันอยู่ พอรู้เรื่องก็เอ่ยทึ่งว่า “พี่ไม่เคยคิดเลยนะว่ายัยวัณจะบู๊เป็นกับเขาด้วย”

“แหม...คนเรามันก็มีหลายด้านนะพี่ เพียงแต่ว่าเราอยากปิดเปิดด้านไหนให้ใครเห็น แต่วัณน่ะไม่ถึงขนาดแอบๆซ่อนๆ ปิดซะทุกด้านเหมือนเจ้านายพี่หรอกนะ”

ฟังวัณณรีแล้วทำให้แววคิดขึ้นได้ เข้าไปในห้องนอนเปิดไอแพดออนไลน์กับสยุมภูว์แต่ไม่มีสัญญาณ นึกถึงที่เลขาพูดถึงสยุมภูว์ที่สู้กับแก๊งแพนด้าแล้วก็ยิ่งเป็นห่วง ได้แต่ภาวนา...“หวังว่าคุณจะไม่เป็นอะไรมากนะคะ คุณสยุมภูว์”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ห้องลับในร้านขายต้นไม้ เพิ่มพงษ์บอกสยุมภูว์ว่า เมื่อวานนี้ที่สถานีรถไฟ นอกจากแก๊ง แพนด้าแล้วยังมีลูกน้องของนิติภูมิด้วย สยุมภูว์ถามว่าไม่คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือ

เพิ่มพงษ์บอกว่ามันบังเอิญเกินไป ตนไม่รู้ว่านิติภูมิส่งลูกน้องไปที่นั่นทำไม แต่พวกนั้นก็ไม่ได้แสดงบทบาทอะไร เพราะแก๊งแพนด้าทำงานได้ดีกว่า แต่เชื่อว่านิติภูมิต้องมีแผนอะไรแน่ๆ แต่ผิดแผนเสียก่อนเลยไม่ได้ลงมือ

พอดีมีโทรศัพท์จากนิติธรเข้ามาคุยกับเพิ่มพงษ์

หลังจากนั้น สยุมภูว์กับเพิ่มพงษ์ก็ไปที่ห้องพักของมิสเตอร์เหลียงในโรงแรมหรู จึงรู้ว่า ที่แท้มิสเตอร์เหลียงกับเลขาของเขาสลับตัวกัน โดยมิสเตอร์เหลียงปลอมเป็นเลขาและเลขาก็ปลอมเป็นมิสเตอร์เหลียง

มิสเตอร์เหลียงชี้แจงว่า ตนจำเป็นต้องทำอย่างนั้นเพื่อความปลอดภัย สยุมภูว์ติงว่าเขาไม่จำเป็นต้องมาเปิดตัวกับตนก็ได้ มิสเตอร์เหลียงพูดจากใจจริงว่า

“เพราะคุณทำให้ผมไว้ใจไงครับ ผมถึงต้องเปิดเผยตัวเองกับคุณ” ครั้นสยุมภูว์ถามว่าเรื่องเป็นอย่างไร เขาถึงต้องปลอมตัวกันแบบนี้ มิสเตอร์เหลียงตอบแบบรู้กันว่า “ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดีนะ...”

เมื่อสยุมภูว์นิ่งอย่างพร้อมฟัง มิสเตอร์เหลียงเล่าว่า

“ผมก็ไม่ได้อยากเล่นละครตบตาคุณหรอกนะ แต่ที่ทำไปมันก็ทำให้ผมรู้ว่าทำไมพ่อถึงเลือกทำงานใหญ่กับทศพลกรุ๊ปมาตั้งแต่แรก ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะร่วมงานกับบริษัทของคุณ”

หลังจากนั้น มิสเตอร์เหลียงมอบกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งให้สยุมภูว์บอกว่า “นี่เป็นของที่พ่อผมทิ้งไว้ก่อนจะจากไป ท่านขอให้ผมนำมันมาให้คุณเพราะคิดว่าของข้างในมีความหมายกับคุณมาก”

“คุณทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกของคนคนหนึ่งมากเลยครับ” สยุมภูว์เอ่ยขณะหยิบกระเป๋าเดินออกไป

“คุณหมายถึง...” มิสเตอร์เหลียงพูดทิ้งไว้อึดใจ จึงพูดต่อ “มันไม่มีประโยชน์ที่คุณจะปิดบังใครต่อใครแล้วล่ะครับ ถ้าคุณเจอคนที่คุณไว้ใจที่สุดแล้ว...คือ...คนที่คุณจะพร้อมยอมเสี่ยงได้ทุกอย่างเพื่อคนคนนั้นน่ะครับ”

เมื่อสยุมภูว์กลับถึงห้องนอนที่บ้านเช่า เปิดกระเป๋าดู ในนั้นมีม้วนฟิล์มเก่าขนาด 8 มม.อยู่ม้วนหนึ่ง เขาพึมพำ

“ฟิล์มม้วนนี้เนี่ยนะ...ของสำคัญ”

ooooooo

แววมาหานิติธรที่โต๊ะทำงานในทศพลกรุ๊ปเตือนว่าจวนได้เวลาไปเยี่ยมมิสเตอร์เหลียงกันแล้ว จึงรู้ว่ามิสเตอร์เหลียงหนีออกจากโรงพยาบาลและเวลานี้กำลังคุยอยู่กับสยุมภูว์ ทำให้แววโล่งใจเมื่อรู้ว่าสยุมภูว์ปลอดภัย ขาแค่ฟกช้ำดำเขียวเล็กน้อยเท่านั้น

แววกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน ครู่เดียว นิติภูมิก็ชวนไปทานข้าวกลางวันกับเขา แววตอบรับทั้งที่ใจยังคิดเรื่องสยุมภูว์อยู่

ขณะนั่งทานข้าวกันนั่นเอง แววได้รับโทรศัพท์จากนิติธร เธอพูดอย่างตื่นเต้นว่า ทานข้าวเสร็จจะรีบเข้าออฟฟิศเลย นิติภูมิที่กำลังหาข่าวอยู่ถามว่ามีอะไรหรือ

“คุณสยุมภูว์จะจัดงานเลี้ยงขอบคุณมิสเตอร์เหลียงค่ะ แล้วก็ถือเป็นงานเปิดตัวคุณสยุมภูว์ต่อวงสังคมด้วย แววว่าเรารีบทานให้เสร็จดีไหมคะ คุณนิติธรอยากให้แววไปคุยเรื่องหาคนนัดงานให้เพราะเรามีเวลาเตรียมงานไม่กี่วันเอง”

เมื่อแววกลับไปนั่งคุยกับนิติธรที่ออฟฟิศ นิติธรหนักใจว่างานกระชั้นชิดมาก คงต้องจ้างบริษัทจัดเลี้ยงมาดูแลแทน แววมั่นใจว่าตนมีคนรู้จักกันอยู่บ้างน่าจะขอให้มาช่วยดูแลได้ ถามจำนวนแขกที่จะมาร่วมงาน และรูปแบบงานว่าสยุมภูว์ต้องการแบบไหน

“เห็นว่าอยากให้เป็นปาร์ตี้หน้ากากน่ะหนูแวว”

“ปาร์ตี้หน้ากากหรือคะ??” แววทำหน้าตื่นเต้นแกมประหลาดใจ

นิติภูมิได้ข้อมูลเรื่องมิสเตอร์เหลียงจะจัดเลี้ยงขอบคุณสยุมภูว์ และตัวสยุมภูว์เองก็จะเปิดตัวในงานนี้ด้วย ก็โทร.สั่งศักดา ย้ำว่าคราวนี้อย่าให้พลาดอีก

ส่วนชลธิชากับเริงใจ พอรู้เรื่องนี้จากแวว เริงใจเชื่อว่าสยุมภูว์ต้องมีแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างแน่ๆถึงได้ยอมเปิดตัว แววเชื่อว่าคงเพราะเขาแน่ใจว่าจะไม่มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นอีกแล้ว

เริงใจแกล้งกระเซ้าแววว่า ไม่แอบคิดเข้าข้างตัวเองบ้างหรือว่า สยุมภูว์ยอมเปิดตัวเพราะเธอ แววปฎิเสธเขินๆ เริงใจพูดอย่างจับผิดว่า “อย่าบอกนะว่าไม่เคยคิด” แววปฏิเสธพัลวันกลบเกลื่อนที่ถูกเพื่อนพูดแทงใจดำ

ooooooo

แป้งร่ำหาทางใกล้ชิดเอกรินทร์ โดยทำทีขอผูกมิตรเป็นเพื่อนกับชลธิชาและเริงใจ อ้างว่าเราทั้งสามคนก็เป็นได้แค่เพื่อนของเอกรินทร์เท่านั้น ชลธิชาไม่ปฏิเสธแต่เริงใจรู้ทันไม่เล่นด้วย เธอมองชลธิชากับแป้งร่ำที่ยิ้มแย้มแจ่มใสกัน พึมพำ

“ขอให้เป็นเพื่อนกันไปตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน”

ทำทีผูกมิตรเป็นเพื่อนกันแล้ว แป้งร่ำก็มาที่ร้านกาแฟเพราะรู้ว่าเอกรินทร์มาขลุกอยู่ที่นี่ ขอเจอกันก็ประจ๋อ–

ประแจ๋กันอย่างสนิทสนม จนเริงใจชี้ให้ชลธิชาดูว่า อาการมันเกินเพื่อนรึเปล่า ชลธิชาก็ยังเชื่อแป้งร่ำมั่นใจว่าเธอคงไม่ผิดคำพูด

เริงใจยังไม่ยอมญาติดีกับแป้งร่ำ วันนี้เอกรินทร์จึงชวนทั้งสามสาวไปทานอาหารร้านอร่อยในโรงแรมหยอดท้ายกับเริงใจว่าถ้าชวนแววไปด้วยก็ดี ทำให้เริงใจเชื่อว่าเอกรินทร์ยังหวังในตัวแววอยู่ ชลธิชาก็ได้แต่บ่นว่าไม่รู้เขาจะรอแววไปถึงไหน แต่เธอก็เอาใจช่วยเขา

เมื่อไปพบกันตามนัดที่โรงแรม เริงใจก็ยังทำปึ่งกับแป้งร่ำที่พยายามเกาะติดเอกรินทร์ ทั้งยังอ้อนเรียกคะแนนสงสารจากเขาว่า คงอีกนานกว่าจะเจรจาสงบศึกจนเริงใจยอมรับตน

“ผมจะเอาใจช่วยนะครับ” เอกรินทร์ให้กำลังใจ แป้งร่ำยิ้มให้เขาแทนคำขอบคุณ

ooooooo

ฝ่ายแจ็คประสบผลสำเร็จโดยบังเอิญที่พูดส่งเดชจนตรงกับรหัสทำให้ประตูห้องลับเปิดออกแจ็ค

ดีใจมากเข้าไปตะโกนเรียกน้าเพิ่มกับจักร เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ แจ็คก็เดินกดปุ่มเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เล่นไปเรื่อย จนเพิ่มพงษ์เข้ามา จึงหยุดหันไปอวดว่าตนทำสำเร็จแล้ว เข้าห้องลับนี้ได้สำเร็จแล้ว

แจ็คยังทำตัวสอดรู้สอดเห็นถามเพิ่มพงษ์ว่าใครคือสยุมภูว์ เพิ่มพงษ์โกหกว่าสยุมภูว์คือหัวหน้าโปรเจกต์

ลับจับพวกค้ายานี้ แจ็คมองหน้าเพิ่มพงษ์อย่างไม่เชื่อ ส่วนเพิ่มพงษ์สังเกตแจ็คแล้วก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ส่วนแวว แม้จะฉลาดและทันคน แต่ก็สู้ความฉลาดและเจ้าเล่ห์ของจักรไม่ได้ เมื่อแววสงสัยว่าจักรกับสยุมภูว์จะเป็นคนเดียวกัน จักรก็ทำทียอมรับว่าใช่ แต่เธอก็ไม่เชื่อเพราะโดนหลายคนหลอกมาหลายครั้งแล้ว

ooooooo

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง เพื่อความปลอดภัย เพิ่มพงษ์จึงย้ายมิสเตอร์เหลียงไปอยู่โรงแรมใหม่ พอนิติภูมิรู้ก็เอะใจว่า ในเมื่อแก๊งแพนด้าก็ถูกรวบตัวไปหมดแล้วยังจะกลัวอะไร ฉุกคิดว่า “หรือว่ามันรู้แผนของเรา??”

ศักดาถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไรต่อไป นิติภูมิบอกให้รอถึงวันจัดงานเลี้ยงก่อนแล้วเราจะลงมือกัน

แววได้ชลธิชาติดต่อโรงแรมที่คุณพ่อเธอใช้บริการบ่อยๆ ให้ดูแลเรื่องงานเลี้ยง แต่สถานที่จะใช้ที่คฤหาสน์ทศพล วันนี้ทั้งสองจึงไปดูสถานที่กัน

ระหว่างนั้น ทั้งสองคุยกันถึงเอกรินทร์ แววถามว่าเขายังพูดถึงตนอยู่หรือเปล่า ชลธิชาพูดทำนองว่าเอกรินทร์คงตัดใจได้แล้ว คาดว่าเขาคงคิดว่าเธอกับนิติภูมิคบกัน แต่ก็เชื่อว่าเอกรินทร์คงไม่เลิกล้มความตั้งใจง่ายๆ จากการคุยกันทำให้ชลธิชารู้ว่าที่แท้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแววกับนิติภูมินั้นแววทำเพื่อตบตาเอกรินทร์เท่านั้น

“แล้วถ้าเขาคิดว่าเธอหลอกเขาล่ะ” ชลธิชาติง ทำให้แววอดกังวลขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

เมื่อเจอนิติธรและพากันเดินสำรวจเตรียมสถานที่จัดงานกัน ครู่เดียว นิติธรก็ให้แววเป็นคนดูแลเพื่อนแทน ทั้งสองพยายามมองหารูปเจ้าของบ้านก็ไม่เห็น แววบอกว่าเพราะสยุมภูว์เป็นคนเก็บตัว

ชลธิชาถามว่าแววจะชวนตนมางานนี้ด้วยไหม แววบอกว่าเธอช่วยตนถึงขนาดนี้แล้วไม่ชวนได้ยังไง ทั้งยังให้ชวนเริงใจมาด้วยอีกคน พอเริงใจรู้ก็ดีใจสุดๆที่จะได้ลุ้นว่าถ้าได้เจอเอกรินทร์ในงานก็จะได้เปิดเผยความในใจกับเขาเสียเลย

ooooooo

ดูสถานที่แล้วก็พากันกลับไปโรงแรมที่จะให้จัดงาน เจอเพิ่มพงษ์กำลังจะออกรถพอดี แววเห็นแว้บๆ แต่เพิ่มพงษ์เห็นแววก่อนจึงทำทีเอนเบาะหลบพลางโทร.บอกสยุมภูว์แต่เขาไม่รับสาย เพิ่มพงษ์จึงรีบออกรถไป

แววมาเจอสยุมภูว์กำลังเดินมาทางลิฟต์พอดี เธอแปลกใจว่าจักรมาที่นี่ทำไม บอกชลธิชาว่าให้เดินล่วงหน้าไปก่อนแล้วเธอก็รีบตามจักรไป ปรากฏว่าจักรไปเข้าห้องน้ำชาย เธอเลยรออยู่ตรงนั้น

แต่เพียงครู่เดียวก็มีคนเดินออกมาในชุดที่จักรใส่เมื่อกี้นี้ แววเลยคิดว่าตัวเองตาฝาด แต่ยังติดใจสงสัยตะโกนที่หน้าห้องน้ำขอเข้าไปหน่อยแล้วเดินเข้าไป เจอชายคนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาถูพื้นอยู่ในชุดพนักงานทำความสะอาดโรงแรม

แววมองๆแล้วเดินออกมา สยุมภูว์ที่กำลังทำความสะอาดพื้นอยู่แอบมองแล้วถอนใจโล่งอกแบบ... เกือบไป...

หลังจากนั้นไม่นาน สยุมภูว์ในชุดพนักงานทำความสะอาดก็เดินหลบๆ ผู้คนออกมาขึ้นรถแท็กซี่ที่เพิ่มพงษ์เอามารอที่หน้าโรงแรม พอขึ้นรถแล้ว เพิ่มพงษ์บอกว่าตนเช็กกับทางโรงแรมแล้ว แววมาติดต่อฝ่ายจัดเลี้ยงให้ไปจัดงาน

“ป่านนี้จะคิดออกหรือยังว่าเพิ่งไปเจอใครมา” สยุมภูว์พึมพำทั้งขำทั้งกังวล

ส่วนแววก็ยังคิดว่า จักรอาจจะมาที่นี่ในฐานะคนสวน แล้วก็พูดเหมือนตัดใจว่า

“ไม่เป็นไร อีกไม่นานฉันคงได้รู้ว่า สิ่งที่ฉันสงสัยมันเป็นจริงหรือฉันเพ้อเจ้อไปเอง”

ooooooo

กลับถึงบ้านคืนนี้ แววก็ยังเฝ้าครุ่นคิดเรื่องที่ไปเจอจักรที่โรงแรม แล้วจู่ๆสยุมภูว์ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่หันหลังให้ เขาถามแววว่าคิดอะไรอยู่ อยากรู้ว่าตนเป็นใครใช่ไหม

“ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้างเนี่ย...คุณอยากเห็นหน้าผมใช่ไหม” พูดแล้วก็ค่อยๆหันหน้ามา แววใจเต้น ตึ้กตั้ก แต่พอเขาหันมาจริงๆ ใบหน้าเขากลับซ่อนอยู่ภายใต้ หน้ากากเสียอีก! เขาบอกเธอว่า “แล้วเจอกันที่งานนะแวว ผมให้คนเตรียมชุดราตรีให้คุณแล้ว หวังว่าคุณจะชอบนะ”

แววยังไม่หายตะลึงเขาก็หายไปจากหน้าจอแล้ว!

เย็นนี้เองแววก็ได้รับชุดราตรีและเครื่องประดับตามที่สยุมภูว์บอก มาลตีกับวัณณรีดีใจกว่าแววเสียอีก กระทั่งคิดว่านี่คือชุดแต่งงาน มาลตีถึงกับเพ้อว่าหลงรักเจ้านายของแววเข้าแล้วสิ วัณณรีก็ขอรักเจ้านายพี่สาวด้วยคน พึมพำเคลิ้มๆว่า ผู้ชายอะไรช่างละเอียดอ่อนขนาดนี้...

เพิ่มพงษ์รายงานสยุมภูว์ว่า มิสเตอร์เหลียงขอเลื่อนวันกลับเพราะต้องเข้าประชุมด่วน เราจึงต้องเซ็นสัญญาพรุ่งนี้ พลางยื่นสัญญาให้สยุมภูว์เขาพยักหน้ารับทราบ จนเพิ่มพงษ์แซวว่า

“สัญญาสามพันล้านตอนนี้คงไม่สำคัญเท่างานปาร์ตี้เปิดตัวแล้วใช่ไหมครับ...นี่คงอยากจะเร่งวันเร่งคืน ให้ถึงงานปาร์ตี้เร็วๆแล้วล่ะซิ”

สยุมภูวิ์ยิ้มๆไม่ตอบแต่มองไปที่หน้ากากที่ถอดวางไว้บนเตียง

ooooooo

ในวันงาน แววตั้งหน้าตั้งตามองหาสุภาพบุรุษที่ใส่หน้ากากแบบเดียวกับสยุมภูว์ที่เห็นในจอคอม-พิวเตอร์ เธอหลงตามคนผิดถึงสองคน ท่ามกลางสายตาของสยุมภูว์ที่ยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่งในงาน เธอมองหาอย่างตึงเครียดจนเริงใจสงสัยว่าเพื่อนเป็นอะไร

นิติภูมิกับศักดาเข้าไปในคฤหาสน์ทศพลโดยต่างใส่หน้ากากจึงกลมกลืนกับแขกในงาน นิติภูมิบอกศักดาว่าสยุมภูว์คงอยู่ในงานแล้ว ให้ศักดารีบเข้าไปในงานแล้วขึ้นไปที่ห้องทำงานเลย

เอกรินทร์มาเป็นพิธีกรดำเนินงานในคืนนี้ เขาสวมหน้ากากยืนรายงานอยู่หน้ากล้องว่า

“งานเลี้ยงที่คุณสยุมภูว์จัดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นงานสังคมใหญ่ที่สุดงานหนึ่งก็ว่าได้นะครับ บรรยากาศในงานมีความเรียบหรู สมกับฐานะของบุตรชายคนเดียวของคุณสีหราช ทศพลที่พร้อมจะเปิดตัวสู่สังคมในวันนี้ หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน นับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุครั้งก่อนด้วยนะครับ”

หลังจากนั้นก็สั่งทีมงานให้เก็บบรรยากาศในงาน สั่งลูกน้องแล้วเอกรินทร์ก็ถอดหน้ากากออก ชลธิชาเข้ามาทักเอกรินทร์ชมว่าบรรยากาศงานเยี่ยมยอดมาก และขอชนแก้วแสดงความยินดีกับเธอด้วย

ชลธิชาขอตัวไปด้วยความเกรงใจที่เขาต้องทำงานต่อ แต่เอกรินทร์รีบบอกว่า ตอนนี้ตนพักกองอยู่

“งั้น...ธิชาขออยู่เป็นเพื่อนคุยกับคุณเอกนะคะ” ชลธิชายิ้มให้เอกรินทร์ผ่านหน้ากากอย่างมีความสุข...

ooooooo

ไลลามางานกับนิติภูมิ เธอพยายามมองหาว่าใครคือสยุมภูว์ ไปเจอเขายืนมองแววที่กำลังตามคนที่ใส่หน้ากากเหมือนเขาอยู่  ไลลาเข้าไปอ่อยถามว่ารอใครอยู่หรือ และแนะนำตัวเอง พยายามที่จะรู้จักเขา แต่สยุมภูว์แค่ยิ้มๆไม่ทันพูดอะไร นิติภูมิก็มาตามเธอ บอกว่ามีคนอยากรู้จัก

นิติภูมิมองสยุมภูว์ตั้งแต่ศีรษะจดเท้าอย่างสงสัยก่อนพาไลลาออกไป เขามองตามแล้วส่ายหน้า...

แววยังคงตามคนที่ใส่หน้ากากเหมือนสยุมภูว์ที่เห็นในคอมฯแต่แล้วก็ผิดหวังเมื่อคนนั้นเดินหายไปในกลุ่มแขก เธอยืนงง พึมพำ

“คุณสยุมภูว์...คุณจะเล่นอะไรกับฉันนะ”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"
17 ก.พ. 2563
11:45 น.