ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ขุนศึก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในสถานการณ์คับขัน ทหารรอคำสั่งอย่างกระ-วนกระวาย ขันเครียดหนักดึงพุฒออกมาปรึกษาว่าจักทำเช่นไรด้วยมัวแต่ห่วงทำร้ายขุนรามเดชะ จึงไม่ได้แจ้งข่าวให้ออกญาศรีไสยณรงค์ทราบ เป็นเหตุให้ทัพถูกข้าศึกโจมตี และความผิดครั้งนี้ถึงตัดหัวเป็นแน่

พุฒบอกให้เกลอใจเย็นด้วยการนี้มีเพียงตนกับขันเท่านั้นที่รู้เรื่อง หากไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ แล้วพ่อจอมวางแผนก็เหลือบไปเห็นพลุส่งสัญญาณถอยทัพของออกญาศรีไสยณรงค์เข้า จึงเริ่มมีความหวังอีกคราพร้อมกับแผนชั่วในหัว เขาเอ่ยกับขันว่าให้สั่งถอยทัพแล้วปล่อยให้ขุนรามเดชะกับพันอินตายเสีย ก็หามีผู้ใดเอาโทษทั้งสองได้ แต่ขันยังลังเลด้วยเกรงว่าจักมีผู้ฟ้องร้องว่า ทั้งคู่ทิ้งให้ท่านขุนรามเดชะตายในศึก

“ขั้นนี้แล้วยังลังเลกระไรอีก หรือท่านไม่ต้องการแม่หญิงเรไรแล้ว จะสองจิตสองใจไปเพื่อกระไร คนเช่นขุนรามเดชะหาได้สลักสำคัญไม่ ควรรึที่ท่านจะห่วงหาเช่นนี้” พุฒจี้ใจดำ

ขันนิ่งคิดด้วยความสับสน ภาพในอดีตครั้งขุนรามเดชะเสี่ยงตายไปตามหมอที่หัวเมืองใต้มาช่วยรักษาตนจากโรคร้าย แถมยังช่วยฝากฝังให้เข้ารับราชการผุดพรายขึ้นมา เขาสำนึกได้จึงตัดสินใจนำทหารบุกเข้าไปช่วยขุนรามเดชะ

“โง่เง่านัก เมื่อใดกูจะได้แม่หญิงดวงแขมาครองกันเล่า” พุฒถอนใจพลางชักกระบี่คู่มือ ออกไล่ฟาดฟันเหล่าทหารพม่าด้วยความโกรธเคือง

แม่ทัพพม่าเห็นทหารไทยถอยร่น จึงไล่ตามหมายฆ่า ให้สิ้น สมเด็จพระนเรศวรและพระเอกาทศรถทรงช้างออกมา พร้อมแม่ทัพนายกองและทหารกล้า เสมาเป็นจตุรงคบาท สินกับสมบุญเป็นทหารตามเสด็จออกศึกท่าทางองอาจยิ่ง

“สมเด็จองค์พระนเรศ พ่ออยู่หัวแห่งอโยธยาเสด็จ แล้ว ทหารกล้าทั้งหลาย จงอย่าอาลัยแก่ชีวิต ร่วมกันขับไล่ อ้ายข้าศึกไปให้พ้นแดนอโธยาเถิด” เสมาตะโกนลั่น

ทหารไทยโห่ร้องลั่น ก่อนจะกรูกันเข้าต่อสู้กับทหาร พม่าอย่างดุเดือด ช้างทรงของพระนเรศวรและพระเอกา–ทศรถเคลื่อนโจมตีข้าศึกพร้อมกัน

ooooooo

ทุ่งกว้างใกล้บ้านหนองสาหร่าย ทหารพม่าเนืองแน่น พร้อมตะลุยศึก

พระมหาอุปราชาประทับอยู่บนช้างทรง พระองค์ทอดพระเนตรเห็นทัพของสมเด็จพระนเรศวรยกมาจึงหันมาตรัสกับมางจาปะโรพระพี่เลี้ยง ที่นั่งอยู่บนช้างทรงอีกตัวว่า พระนเรศวรคงวางกลล่อให้ทัพพม่าติดตามไป แล้วยกทัพหลวงตีสวนขึ้นมาเป็นแน่

มางจาปะโรกราบทูลให้พระมหาอุปราชายกทัพหนุนเข้าไปตีทัพไทยให้แตกพ่าย ด้วยกำลังทหารพม่ามีมากมายทัพอโยธยาถึงสองเท่าครึ่ง

“เจ้ากล่าวถูกแล้ว จงยกทัพหนุนเข้าไปอีก ศึกนี้ใกล้จะชี้ชะตาแล้ว อย่าได้ถอยเป็นอันขาด” พระมหาอุปราชาหันรับสั่งกับเหล่าแม่ทัพนายกองที่ห้อมล้อมอยู่

สมเด็จพระนเรศวรทรงยกทัพเข้าตีกองทัพของหงสาวดี จนเกิดการตะลุมบอนกัน ทำให้เกิดฝุ่นตลบมืดคลุมไปทั่วบริเวณ จนต่างฝ่ายต่างไม่สามารถมองเห็นกันได้ถนัด ประกอบกับช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถตกมัน จึงวิ่งตะลุยเข้าไปในกองทัพข้าศึกโดยมีเพียงทหารตามเสด็จเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น

ทั้งหมดอยู่ในวงล้อมของกองทัพพม่าจำนวนมหาศาล สมบุญกับสินหน้าเสียร้องถามเสมาว่า จะทำเช่นไร คงไม่มีทัพใดตามมาช่วยได้ทันแน่

“เมื่อเป็นทหารแล้ว จักเกรงอันใดกับความตาย พวกเอ็งจงปกป้องพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองให้ดีเถิด” เสมาปักดาบลงกับพื้นแล้วคุกเข่าลงถวายบังคมต่อหน้าช้างสมเด็จพระนเรศวร

“เป็นบุญของปวงข้าพระพุทธเจ้านัก ที่ได้ออกรบสนองคุณพ่ออยู่หัว ข้าพระพุทธเจ้าทุกคน ขอสู้ตายถวายชีวิตเพื่อปกป้องพระองค์ทั้งสอง โดยมิหวั่นเกรงต่อความตาย จนกว่าแผ่นดินจะกลบหน้าพระพุทธเจ้าข้า” เสมาและเหล่าทหารติดตามก้มลงกราบแนบพื้น น้ำตาคลอเบ้า

สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ ทอดพระเนตรทหารทุกคนด้วยสายตาชื่นชม

“การกลับกลายเป็นเช่นนี้เหนือความคาดหมายนัก สุดแล้วแต่สมเด็จพี่จะตัดสินพระทัยเถิดพระพุทธเจ้าข้า” สมเด็จพระเอกาทศรถกราบทูล

สมเด็จพระนเรศวรมีพระพักตร์เคร่งเครียด เพราะฝ่ายตนมีไม่ถึงร้อย แต่ศัตรูมีเป็นแสน แล้วพลันทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชาทรงช้างอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จึงยอมเสี่ยงครั้งสุดท้ายเอ่ยท้าทาย

“พระเจ้าพี่เรา จะยืนอยู่ไยในไม้ร่มเล่า เชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด เพราะภายหน้าสืบไป จะมิมีกษัตริย์ที่จะได้กระทำยุทธหัตถีเช่นเราอีก”

แม่ทัพพม่าได้ยินเช่นนั้นก็รีบกราบทูล ว่าอย่าทรงรับปาก เพราะองค์พระนเรศวรมีเพียงพระราชอนุชาแลทหารตามเสด็จเพียงน้อยนิด เพียงแค่ทหารพม่าหยิบดินขึ้นมาคนละกำ ก็ถมทับศัตรูจนตายแล้วหาควรต้องเสี่ยงภัยไม่

“หากข้าเป็นเจ้า ข้าก็คงทำเช่นนั้น แต่ข้าเป็นถึงพระราชนัดดาแห่งพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ผู้มีเดชานุภาพปราบไปทั่วทศทิศ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินอโยธยาทรงตรัสท้าทายเช่นนี้ หากข้าไม่รับคำท้า จักมีหน้าเป็นพระมหา–อุปราชาแห่งหงสาวดีอยู่อีกรึ มางจาปะโร เจ้าไปกับข้า” พระมหาอุปราชาหันมาเรียกพระพี่เลี้ยง

ทั้งสองไสช้างเข้าสู้ศึก โดยพระนเรศวรสู้กับพระมหาอุปราชา ส่วนพระเอกาทศรถสู้กับมางจาปะโร จังหวะหนึ่งสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาต่างฟันพระแสงของ้าวเข้าใส่กัน พระแสงของ้าวของพระมหาอุปราชาฟันใส่พระเศียรของพระนเรศวร แต่พระองค์เบี่ยงหลบได้อย่างหวุดหวิด ทำให้พระแสงพลาดไปโดนพระมาลาที่สวมอยู่แหว่งไป ขณะที่พระแสงของ้าวของพระนเรศวร ฟันใส่พระอังสาเบื้องขวาของพระมหาอุปราชาจนถึงปัจฉิมอุระประเทศเป็นเหตุให้พระมหาอุปราชาสวรรคตลงซบกับคอช้างทันที

เหล่าทหารไทยต่างระเบิดเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ผิดกับทหารพม่าที่ต่างตกใจเสียขวัญ เมื่อเห็นพระมหาอุปราชาสวรรคตลงต่อหน้าต่อตา

ด้านพระเอกาทศรถสู้กับมางจาปะโร พระองค์ได้โอกาสใช้พระแสงของ้าวฟันมางจาปะโร ตายคาคอช้างเช่นกัน

“บุกเข้าไป อย่าให้องค์พระนเรศหนีไปได้” แม่ทัพพม่าตะโกนลั่น

กองทัพพม่าบุกเข้าใส่สมเด็จพระนเรศวร เสมาตะโกนสั่งทหารไทยเสียงกร้าว “ถวายพระกตัญญู ปกป้องพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์”

เสมา สิน สมบุญ และเหล่าทหารต่างดาหน้าเข้าสู้เพื่อกันช้างของพระนเรศวรและพระเอกาทศรถให้หนีห่างออกมา แล้วเข้าต่อตีกับทหารพม่าอย่างฮึกเหิม ผิดกับทหารพม่าเมื่อสิ้นแม่ทัพก็เสียขวัญ ทหารเกิดความระส่ำระสาย ในที่สุดต้องถอยร่นกลับไป

ooooooo

ข่าวสมเด็จพระนเรศวรทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชารู้ถึงหูบัวเผื่อน นางรีบกระจายข่าวให้สาวๆในวังรู้แถมยังล้อเรไรที่ยิ้มปลื้มว่า งานนี้เสมาเป็นจตุรงคบาทมีความดีความชอบนัก อาจถึงขั้นพระราชทานนางข้าหลวงเป็นบำเหน็จให้ก็เป็นได้

เรไรเขินอายแกล้งหยิกบัวเผื่อนจนร้องลั่นและไม่ทันเห็นดวงแขที่นั่งฟังด้วยความริษยา เพราะเธอไม่มีวันให้เรไรสมหวังกับเสมาเป็นแน่ จึงวางอุบายแผนให้เรไรเข้าใจเสมาผิด ด้วยการทำเป็นเศร้าซึม จนเรไรนึกแปลกใจจึงตามมาคุยในห้อง แต่พบว่าดวงแขกำลังจะผูกคอตาย แม่หญิงเข้าห้ามปรามพลางสอบถามเรื่องราว

ดวงแขสะอื้นไห้แต่งเรื่องว่า ตนหวาดกลัวเสมายิ่งนัก ด้วยครั้งหนึ่งออกขุนศึกเคยลอบเข้าบ้านเพื่อช่วยเหลือจำเรียง แล้วขึ้นเรือนบุกเข้าห้อง ด้วยหมายจะย่ำยีเธอเพื่อล้างแค้นขัน

“แต่โชคยังดีที่พี่ขันกลับเรือนมาเสียก่อน แต่ขุนศึกทิ้งคำอาฆาตไว้ บอกว่ามียศศักดิ์สูงขึ้นเมื่อใดจะย้อนกลับมาฉุดคร่าฉันอีก” ดวงแขบีบน้ำตาเล่นละครได้เนียนนัก ทำให้เรไรเชื่อสนิทใจ เธอขบกรามแน่นด้วยความช้ำใจ

ooooooo

กลางดึกคืนหนึ่ง ในค่ายสมเด็จพระนเรศวรเหล่าขุนนางเข้ากราบทูลเรื่อง พระอัยการกบฏศึกที่ตราไว้ว่าหากนายกองได้ชนช้างแลได้ตะลุมบอน แต่ลูกกองทั้งปวงมิได้ตะลุมบอนด้วย ให้ลงโทษจงหนัก แต่หากละนายทัพนายกองให้เป็นอันตราย ให้ลงโทษถึงสิ้นชีวิต

สมเด็จพระนเรศวรทรงไตร่ตรองแล้วเรียกนายเวรให้เข้าเฝ้าเพื่อนำพระบรมราชโองการไปจับกุมกบฏศึกและบังเอิญว่า เสมาเป็นนายเวรในคืนนั้น เขาตกใจมากทูลถามพระองค์ว่า กบฏศึกเป็นผู้ใด

“ผู้ที่ตามเสด็จไม่ทัน ปล่อยให้ข้าและสมเด็จพระเอกาทศรถต้องเป็นอันตรายอยู่ท่ามกลางข้าศึก แลผู้ที่อยู่ในทัพของพระยาศรีไสยณรงค์ทั้งหมด ด้วยข้าสั่งให้ลาดตระเวนหยั่งเชิงเท่านั้น แต่กลับรบประจัญกับข้าศึกจนเสียไพร่พล เอ็งจงจับกุมตัวแล้วพากลับไปอโยธยา พ้นวันพระเมื่อใดให้ประหารเสีย ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป”

เสมาได้ฟังก็ถึงกับเครียดเพราะนั่นหมายถึงขุน–รามเดชะและพันอินด้วย

เวลาเดียวกันนั้น สมบุญชวนสินมาเยี่ยมจำเรียงที่เรือนพักในหัวเมืองด้วยอยู่ไม่ไกลจากค่ายพัก สินอิจฉาเกลอที่ได้ใกล้ชิดคนรักจึงคอยขัดคอ แถมยังเร่งชวนกลับค่ายอยู่บ่อยครั้ง จนสมบุญรำคาญจึงนัดหมายกับจำเรียงว่าพรุ่งนี้จะไปทำบุญที่วัดด้วย แล้วยอมตัดใจพาสินกลับค่าย แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ลูกน้องของพุฒแอบตามมาและรู้เรื่องหมดแล้ว มันรีบกลับไปรายงานเจ้านายทันที

พุฒพอใจกับข่าวใหม่ เขาเข้ามาบอกขันที่กำลังกลุ้มด้วยกลัวเสมาจะมีความดีความชอบในศึกยุทธหัตถีมากกว่าว่าเป็นเพราะโชคไม่ดี จึงต้องมาอยู่ในทัพออกญา ศรีไสยณรงค์ จึงหาความดีความชอบไม่ได้

“แต่อ้ายเสมาก็ไม่ได้ดีฝ่ายเดียว คอยดูเถิด มันกลับจากตามเสด็จไปศึกเมื่อใดต้องแค้นจนแทบกระอักเลือด ด้วยคนของฉันเจอนังจำเรียงแล้ว ที่แท้อ้ายเสมาก็พาน้องสาวมันมาหลบที่หัวเมืองนี้เอง” พุฒส่งยิ้มร้าย

ขันอารมณ์ดีขึ้นทันที เพราะหาเรื่องเล่นงานเสมาได้

ooooooo

เช้าวันใหม่ สมบุญมาทำบุญที่วัดกับจำเรียง สินตามมาขัดคออีกตามเคย สมบุญชักเหลืออดหันมาไล่เตะสินขณะที่จำเรียงขอตัวนำอาหารไปถวายพระที่หอฉัน แต่ถูกขันกับพุฒพาลูกน้องมาจับตัว

สมบุญกับสินตามมาถึงพอดี ทั้งสองเข้าจัดการกับลูกน้องขันและพุฒเพื่อช่วยเหลือจำเรียง สองวายร้ายเห็นไม่ได้การจึงชักอาวุธคู่กายเข้าเล่นงานสินและสมบุญ

สินรู้ว่าสู้ไม่ได้แน่จึงให้สมบุญพาจำเรียงหนีไปก่อน ส่วนตนจะช่วยยันไว้ สมบุญพาจำเรียงฝ่าวงล้อมออกไปปล่อยให้สินรับมือกับขันและพุฒ แต่สู้กันได้ไม่กี่เพลง สินก็โดนทั้งสองรุมเล่นงานจนพ่ายแพ้ยับเยิน

สมบุญพาจำเรียงวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาถึงในเมืองโดยมีขัน พุฒ และลูกน้องอีกกลุ่มถืออาวุธไล่ตามมา ทั้งหมดเจอเข้ากับขุนรามเดชะและพันอินที่เดินคุยกันมา

พันอินร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น สมบุญไม่ทันได้ตอบ ขัน พุฒ และลูกน้องวิ่งกรูเข้ามาล้อมกรอบไว้

ขันสะใจยิ่งนักขู่ว่า ครานี้สมบุญไม่รอดแน่ และถ้าเสมากลับมาเมื่อใดตนจะเอาผิดเสมาด้วย จำเรียงห่วงพี่ชาย รีบยกมือไหว้อ้อนวอนขันให้ปล่อยเสมาไป

ส่วนพุฒก็ชิงฟ้องขุนรามเดชะกับพันอินว่าให้ช่วยเป็นพยาน เพราะจำเรียงเป็นทาสของขันแต่แอบหนีออกมา เมื่อพวกตนตามพบจึงจะพาตัวกลับไป แต่สินกับสมบุญเข้าขัดขวางและจะพาหนีจึงต้องมีความผิดด้วย

สินสุดทนสวนว่าเป็นเพราะขันคิดการอันเป็นอัปยศแก่จำเรียง พวกตนจึงต้องพาหนี

“ใส่ความกันทั้งสิ้น อย่าไปฟังมันขอรับท่านอา อ้ายเสมาไม่มีเงินมีอัฐมาไถ่ตัวน้อง จึงคิดชั่วพาน้องหนีเสีย โดยไม่เกรงอาญาบ้านเมือง” ขันพูดจบ ลูกน้องก็นำตัวสินที่โดนจับมัดหน้าตาแตกยับด้วยโดนซ้อมเข้ามา

สมบุญเห็นสภาพเพื่อนก็ยิ่งโกรธจะเข้าไปเอาเรื่องขันกับพุฒ แต่พันอินห้ามไว้ด้วยเกรงว่าจะมีความผิดหนักขึ้น

“พวกมันก็อกตัญญูเยี่ยงอ้ายเสมาครูมันนั่นล่ะขอรับ อย่าพูดกับพวกมันให้เสียปากอีกเลย กุมผู้หญิงไว้แล้วจับอ้ายสมบุญเสีย” พุฒสั่งการ

ทันใดนั่น ก็มีทหารกลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธครบมือ กรูกันเข้ามาล้อมพวกขัน พุฒ และขุนรามเดชะกับพันอินไว้แล้วเสมาก็เดินฝ่ากลุ่มทหารเข้ามาหาพวกขัน

จำเรียงดีใจร้องให้พี่ชายช่วยเธอด้วย ขุนรามเดชะเข้าใจว่าเสมายกพวกมาช่วยน้องจึงตวาดใส่ เสมารีบก้มลงกราบขุนรามเดชะกับพันอินพลางชี้แจงว่า ตนต้องกระทำตามรับสั่ง เชิญราชโองการมา

ทหารคนหนึ่งเดินถือพานทองใส่ราชโอการชูไว้เหนือหัวเข้ามา เสมาถวายบังคมราชโองการ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหยิบม้วนราชโองการ ชูให้เห็นกันทุกคน

“หมายตราพระคชสีห์” ขุนรามเดชะร้อง

ทุกคนต่างตกใจ รีบคุกเข่าถวายบังคมทันที เพราะตราพระคชสีห์แสดงว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับทหารไม่ได้เป็นราชโองการทั่วไป

เสมาเปิดพระราชโองการออกอ่าน “สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทั้งสองพระองค์ทรงพระอุตสาหะยกทัพไปณรงค์แก่ข้าศึก แต่นายทัพนายกองไม่กลัวเกรงพระราชอาญา มิได้โดยเสด็จพระราชดำเนินให้ทัน แลไม่ทำตามรับสั่ง รบพุ่งแก่ข้าศึกโดยพลการ จึงพระบรม
ราชโองการให้กุมเหล่าแม่ทัพนายกองนั้นเข้าจำตรุไว้ก่อน เมื่อพ้นวันพระแล้วให้เอาไปประหารชีวิตเสียทั้งสิ้น”

ขุนรามเดชะ พันอิน ขัน และพุฒต่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อฟังราชโองการ ส่วนเสมาเองก็มีสีหน้าซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัดที่ต้องกระทำกิจ เพราะมิอาจขัดรับสั่งได้

ooooooo

สายวันหนึ่ง โขลนเข้ามาไล่จับข้าหลวงที่เป็นลูกเมียของทหารที่ต้องโทษในตำหนัก ด้วยอาญาศึกนั้น หากทหารคนใดต้องโทษลูกเมียต้องรับผิดด้วย เหล่าข้าหลวงหวาดกลัวพากันกรีดร้องและพยายามหนี แต่ก็ไม่พ้นถูกโขลนจับกุมตัวได้จนหมด

บัวเผื่อนปั้นหน้าเครียดเข้ามาติงโขลนทั้งหลายให้เบาเสียง ด้วยเกรงว่าจะรบกวนเสด็จพระองค์หญิง เหล่าโขลนหน้าจ๋อยจะเดินเลี่ยงไปตามหานางข้าหลวงที่หลบซ่อนอยู่ด้านใน แต่บัวเผื่อนห้ามไว้อ้างว่า เป็นการรบกวนเสด็จฯ

“เช่นนั้นฉันก็ขอฝากแม่หญิง หากเจอนางข้าหลวงใด ที่เป็นลูกเมียของผู้ต้องอาญาศึก ก็แจ้งแก่ฉันด้วยเถิด” โขลนยอมถอยออกไป

บัวเผื่อนมองตามจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แล้ว จึงเรียกให้ศรีเมืองกับเรไรที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ออกมา แล้วเร่งให้เรไรหาทางหนีออกไปจากวังเสีย เพราะไม่อยากมีความผิดไปด้วย ศรีเมืองเห็นใจเรไรนัก เธออ้อนวอนให้บัวเผื่อนช่วย

“แล้วมันเรื่องกระไรแม่ศรีเมืองถึงต้องออกหน้าด้วย แม่ศรีเมืองเป็นเพียงแต่บุตรบุญธรรมของท่าน

พันอิน ไม่โดนโทษด้วยก็ดีแล้ว จะวุ่นวายเรื่องผู้อื่นไปไย” บัวเผื่อนตวาดใส่

เรไรเกรงใจทั้งสองจึงตัดบทว่าจะหาทางหนีเอง แต่ศรีเมืองฉุกคิดได้หันไปขู่บัวเผื่อนว่า ถ้าเธอพาเรไรหนีออกไปแล้วถูกจับได้จะซัดทอดว่า บัวเผื่อนเป็นต้นคิด แต่ถ้าบัวเผื่อนยอมช่วยอีกครา แม้ถูกจับได้ก็จะไม่เอ่ยถึง

บัวเผื่อนหมดทางเลือก จึงวางแผนให้เรไรแกล้งตายแล้วพาหนีออกมาทางประตูผีได้สำเร็จ

เวลาเดียวกันนั้น เสมา สิน สมบุญ และเหล่าทหารคุมนักโทษทั้งขุนรามเดชะ พันอิน ขัน พุฒ และคนอื่นๆอีกหลายคนมาเป็นขบวนใหญ่โดยนักโทษทุกคนถูกตีตรวนล่ามโซ่

เสมาเงยหน้าขึ้นมองแดดเห็นว่าแรงนักจึงสั่งทหารให้หยุดพัก เพื่อให้นักโทษได้พัก แล้วเดินเลี่ยงไปหยิบน้ำและอาหารไปให้ขุนรามเดชะกับพันอิน และเรียกให้ทหารมาถอดโซ่ตรวนให้ทั้งคู่

พันอินหน้าเศร้าๆรู้ตัวว่าคงไม่รอดแน่ จึงฝากฝังให้เสมาช่วยดูแลศรีเมืองด้วย เสมารับคำแล้วหันไปทางขุนรามเดชะด้วยได้ยินท่านเอ่ยเรียก

“ขุนศึกเอ๋ย การมาถึงเพียงนี้แล้ว เจ้าจะฟังคำขอข้าบ้างได้หรือไม่”

“พระคุณสั่งมาเถิดขอรับ ไม่ว่าจะหนักหนาปานใด ข้าพระเจ้าจะกระทำให้”

“ข้าห่วงแม่ลำภูกับเรไรนัก ด้วยข้าต้องโทษหนัก เกรงว่าแม่ลำภูกับเรไรจะพลอยโดนโทษไปด้วย เจ้าจงล่วงหน้าไปก่อน แล้วเอาแหวนนี้ไปเป็นพยาน แล

บอกให้ทั้งสองหนีไปเสีย แต่หากมีเพียงข้าที่ต้องโทษตามพระราชโองการ ก็ขอให้สองแม่ลูกจงเลี้ยงดูกันสืบไป ข้าทิ้งทรัพย์ไว้โขอยู่ คงไม่ลำบากกระไรนัก” ขุนรามเดชะถอดแหวนมรกตให้

“ข้าพระเจ้าจะไปประเดี๋ยวนี้ แลจักกราบเรียนพระคุณผู้หญิงทุกประการ พระคุณวางใจเถิด” เสมารับแหวน ขณะใจนึกห่วงใยเรไรยิ่งนัก

ooooooo

เรไรแต่งตัวเป็นชาวบ้านลอบเข้ามาในตลาดด้วยหวังจะส่งข่าวให้แม่รู้ เธอได้พบกับดวงแขที่มาดักรออยู่ แล้วพานั่งเรือออกไปด้วยกัน

ดวงแขเล่าว่าโทษของขันถึงเพียงลูกเมีย ไม่ถึงเธอกับแม่ แล้วแต่งเรื่องหลอกเรไรว่า ที่เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ก็เพราะเสมาต้องการล้างแค้นขุนรามเดชะจึงหาเรื่องใส่ความทั้งสอง

“หากใส่ความหมื่นชาญ ยังพอมีเหตุ แต่เหตุใดต้องใส่ความพ่อท่านด้วยเล่า”

“เพราะท่านลุงคอยขวางไม่ให้ขุนศึกสมรักกับแม่เรไรน่ะซี คิดดูเถิด ท่านลุงตามเสด็จออกศึกมานับไม่ถ้วน มีรึจะทำผิดอาญาศึกเสียเอง นอกจากจะมีผู้คิดร้ายใส่ความ” ดวงแขทำสะอื้น

เรไรคิดตามและเริ่มหลงเชื่อ เธอรู้สึกผิดหวังในตัวเสมานัก ขณะที่ดวงแขลอบยิ้มร้ายกาจ เพราะขนาดพี่ตัวเองโดนโทษแท้ๆ ยังไม่วายพลิกสถานการณ์หาประโยชน์ใส่ตัวจนได้

ในตอนค่ำ อำพันมาหาลำภูที่เรือน ตั้งใจจะถามข่าวขุนรามเดชะ แต่มิทันได้เอ่ยปาก เสมาก็เดินหน้าเครียดขึ้นมาแจ้งว่า ขุนรามเดชะต้องโทษอาญาศึก เพลานี้ถูกกุมไว้ จึงให้ตนมาแจ้งกับลำภูและเรไรให้

หลบหนีไป พร้อมยื่นแหวนมรกตให้เพื่อเป็นเครื่องยืนยัน แต่ลำภูไม่ยอมเชื่อตวาดไล่เสมาออกไป

อำพันเข้ามาช่วยเจรจาว่า ที่เสมาบอกเป็นความจริงทุกประการ เพราะขันเองก็ต้องโทษเช่นกัน ลำภูตกใจสุดขีดถึงกับหมดสติไป จังหวะนั้นเอง เรไรกลับมาถึงเรือน เธอเข้าใจว่าเสมาทำร้ายแม่จึงตวาดใส่

“จับกุมพ่อท่านไม่พอ ยังหวนกลับมาทำร้าย

แม่ท่านอีกรึ ชั่วช้าสามานย์นัก ฉันเกลียดตัวเองเหลือที่เคยมีใจให้คนชั่ว เนรคุณแลมักมากเช่นเจ้า” แม่หญิงตบหน้าเสมาเข้าเต็มแรง พร้อมกับหยดน้ำตาร่วงผล็อย

เสมาหน้าชาเจ็บจนพูดไม่ออก และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

สินกับสมบุญออกมาหน้ากระท่อม เห็นเสมานั่งดื่มเหล้าเคล้าน้ำตาก็ตกใจเอ่ยถามว่า เกิดอะไรขึ้น ใครทำให้ต้องเสียน้ำตาหรือว่าแม่หญิงเรไรหนีไม่ทันถูกจับตัวไป

“ไม่ใช่ หากแต่แม่หญิงเรไรชังข้าแล้ว ข้าสู้อุตสาหะ ออกศึกโดยไม่หวั่นต่อความตาย เพื่อหมายจักให้ตนขึ้นเทียมสมหน้าสมตาแม่หญิง แต่บัดนี้ ดวงประทีปแห่งข้าดับลงแล้ว ยศศักดิ์ของข้าจะมีความหมายกระไร เมื่อแม้แต่หน้าข้า แม่หญิงยังไม่อยากมอง”
เสมาขบกรามแน่นน้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจ

กลางดึกคืนนั้น อำพันกับดวงแขออกมาส่งลำภูและเรไรที่ท่าเรือ ด้วยสองแม่ลูกจะต้องหนีไปอยู่กับญาติของอำพันทางหัวเมืองตะวันออก ดวงแขดึงเรไรออกมาร่ำลาพลางเอ่ยถามว่า ยังมีห่วงใดทางนี้บ้างหรือไม่ เผื่อตนจะช่วยได้

เรไรฝากให้ดวงแขทูลลาเสด็จพระองค์หญิงให้ด้วย แม่หญิงรับปากแล้วถามต่อเรื่องเสมาว่าจะให้ทำประการใด

“ไม่ต้องทำกระไรทั้งสิ้น แล้วอย่าเอ่ยชื่อนี้ให้ฉันได้ยินอีก ฉันเกลียดเหมือนจะตาย นับแต่นี้ อย่าได้พบเจอกันอีกเลย” เรไรเอ่ยด้วยความแค้นแล้วตัดใจเดินลงเรือไป

ดวงแขมองตามพลางอมยิ้มพอใจอยู่ในที ที่กำจัดศัตรูหัวใจไปเสียได้

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขุนรามเดชะ พันอิน ขัน พุฒ และ ขุนนางอีกจำนวนมากที่ต้องโทษ ถูกจับมัดนั่งคุกเข่าอยู่เต็มลานเพื่อรอการประหาร

สมเด็จพระนเรศวรประทับนั่งเป็นองค์ประธาน คล้ายพระองค์ทรงกระวนกระวายคอยใครบางคน ครั้นทหารนายหนึ่งแหงนดูพระอาทิตย์บนฟ้า แล้วเข้ามากราบทูลว่าได้ฤกษ์แล้ว สมเด็จพระนเรศวรหน้าเครียดสั่งให้เริ่มการประหารได้

เพชฌฆาตเริ่มรำดาบเตรียมจะฟันคอ แต่ทันใดทหารคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามากราบทูลว่าสมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้วขอเข้าเฝ้า

สมเด็จพระนเรศวรดีพระทัยมีรับสั่งให้นิมนต์พระคุณท่านเข้ามา เหล่าเพชฌฆาตพากันชะงักรีบก้มลงกราบสมเด็จพระพนรัตน์ที่เดินเข้ามาด้วยท่าที่สง่างาม

สมเด็จพระพนรัตน์เอ่ยขอบิณฑบาตชีวิตนักโทษอาญาศึกทั้งหมด สมเด็จพระนเรศวรยิ้มบางๆ เพราะตั้งพระทัยไว้แล้วจึงยอมรับปาก

เหล่านักโทษดีใจที่รอดตายหวุดหวิด ต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความดีใจ แล้วก้มกราบถวายบังคม

ครั้นยกเลิกพิธีประหารแล้ว สมเด็จพระเอกาทศรถก็เข้ามากราบทูล “ผู้คนต่างแจ้งว่า พระเจ้าแผ่นดินอโยธยาแกล้วกล้าในการศึก แลบังคับบัญชาทหารเด็ดขาดนัก จนเหล่าทหารกลัวพระองค์เสียยิ่งกว่ากลัวความตาย แต่จะมีผู้ใดแจ้งบ้างว่าพระเมตตาแลพระสติปัญญาของพระองค์ยังเลิศกว่าเสียอีก”

“น้องอย่ายกยอพี่นักเลย พี่ทำไปด้วยสงสารเหล่าแม่ทัพ นายกองที่เหนื่อยยากทำศึกมานานดอก แต่อาญาทัพ ก็ต้องเด็ดขาด แม้พ่อลูกก็เว้นไม่ได้ จึงเหลือแต่พระศาสนาเท่านั้น ที่จักเป็นทางออก”

“น้องจึงว่าพระสติปัญญาของสมเด็จพี่เลิศนัก ให้น้องไปนิมนต์ สมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้ว มาบิณฑบาตชีวิตเหล่าแม่ทัพนายกอง มิเพียงแต่ช่วยชีวิต ยังรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของอาญาทัพไว้ได้อีก”

สมเด็จพระนเรศวรทรงยิ้มบางๆอย่างมีความสุข ต่างจากภาพของความเด็ดขาดเข้มแข็งที่เห็นอยู่จนชินตา

ooooooo

ขันกลับมากราบอำพันด้วยความดีใจที่รอดตายมาได้อีกครา อำพันเร่งให้บ่าวไพร่ไปขอน้ำมนต์หลวงตาที่วัดเพื่อมาอาบล้างเสนียดจัญไรคุกให้ลูกชาย แล้วเข้าครัวทำอาหารด้วยตนเอง

ดวงแขเข้ามาคุยกับพี่ชายด้วยรู้มาว่า ทหารที่ต้องโทษทุกคนจะต้องไปศึก ตีเมืองทวาย ตะนาวศรีเพื่อแก้ตัว ขันหน้าเครียดบ่นว่าถ้าครานี้แพ้อีกเห็นทีคงรักษาหัวไว้ไม่ได้เป็นแน่ ดวงแขให้กำลังใจพี่ชายแล้วชวนออกไปคุยกันที่ท่าน้ำ

แม่หญิงเล่าอุบายที่เธอทำให้เรไรเข้าใจเสมาผิดให้ขันฟัง เพราะกลัวขุนรามเดชะจะเผยความจริงกับเรไร ขันอาสาจะไปคุยกับท่านขุนให้เองด้วยมั่นใจว่า ท่านต้องช่วยเหลือแน่เพราะชังน้ำหน้าเสมา

“มิต้อง ข้อนั้นน้องเรียนเองได้ พี่ขันเร่งไปรับแม่เรไรที่ปากแม่น้ำเถิด ระหว่างนั้น ก็พูดจาให้แม่เรไรเชื่อถือเราใส่ไคล้ปรักปรำขุนศึกให้มากไว้”

ขันยอมรับปากแต่อดถามไม่ได้ว่า น้องสาวโกรธเคืองเสมาด้วยเรื่องกระไรถึงได้ทำเช่นนี้ ดวงแขอึกอักไม่กล้าบอกความจริง แต่ขันรู้ทันจึงตวาดลั่น

“นี่น้องอย่าบอกพี่เชียวนา ว่าน้องทำเช่นนี้ เพราะมีใจให้อ้ายเสมา จึงยุแยงให้แตกกับแม่หญิงเรไร พี่หายอมไม่ หากพี่ต้องรับอ้ายคนต่ำสกุลเช่นนั้น...”

“พี่ขันทำตามที่น้องบอกเถิด เรื่องอื่นหาต้องยุ่งเกี่ยวไม่ หาไม่แล้วน้องจะบอกแม่เรไรจนสิ้น ครานี้ พี่ก็อย่าหวังในตัวแม่เรไรอีกเลย” ดวงแขสะบัดหน้าพรืดเดินกลับไป

ขันไม่พอใจ แต่เพราะอยากเอาชนะใจเรไรจึงต้องยอมทำตามอุบายน้องสาว

ในตอนบ่าย ดวงแขมาพบขุนรามเดชะที่เรือน เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ท่านยอมปกปิดความจริง ขุนรามเดชะอึดอัดใจเลือกไม่ถูกระหว่างความเกลียดเสมากับความยุติธรรม

ส่วนขัน เขาไปรับเรไรที่หัวเมืองพลางเล่าว่า ที่ตนรอดชีวิตมาได้เพราะสมเด็จวัดป่าแก้วท่านบิณฑบาตชีวิตเหล่าแม่ทัพนายกองไว้ แต่ต้องไปตีเมืองทวาย ตะนาวศรี เป็นการไถ่โทษ

“ถ้ากระนั้น พ่อท่านก็ปลอดภัยแล้ว” เรไรดีใจ

“คนดีพระท่านย่อมคุ้มครอง แผนชั่วของอ้ายเสมา ทำกระไรไม่ได้ดอก แม่หญิงวางใจเถิด”

“ขุนศึกไชยชาญ วางแผนปรักปรำพ่อให้ได้โทษจริงๆรึ”

“อย่าสงสัยเลยแม่หญิง ท่านอาออกศึกมาแต่หนุ่มจนบัดนี้ จะทำผิดอาญาศึกได้กระไร ไว้ตอนขากลับ ข้าพระเจ้าจะเล่าให้ฟัง เพลานี้ขอข้าพระเจ้าไปกราบท่านอาหญิงก่อนเถิด” ขันเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้เรไรนั่งเจ็บแค้นเสมายิ่งนัก

ในตอนค่ำ เสมาแอบมาที่สวนบ้านขุนรามเดชะด้วยหวังจะพูดจาปรับความเข้าใจกับเรไร แต่กลับพบขันพายเรือมาส่งแม่หญิงที่ท่าน้ำ

ส่วนเรไรที่ยังไม่รู้ตัวรีบพาขันขึ้นเรือนเพื่อไปกราบพ่อและถามความจริงว่า เสมาจงใจปรักปรำให้ร้ายพ่อกับขันใช่ไหม แต่ท่านขุนไม่กล้ามุสาจึงตัดบท

“การมันผ่านไปแล้ว อย่ารื้อฟื้นอีกเลย พ่อไปเตรียมการเพื่อไปศึกจักควรกว่า” ขุนรามเดชะเดินเลี่ยงไป

ขันปั้นยิ้มรีบใส่ไฟ “ท่านอาคงละอาฆาต ไม่อยากให้เป็นเวรกรรมกันสืบไป ดีแล้วขอรับ เอ่ยถึงชื่ออ้ายเสมา ก็รังแต่จักเป็นเสนียดปาก”

เรไรนั่งอึ้งเพราะได้ยินพ่อพูดแบบนี้ ก็ยิ่งเชื่อสนิทว่าเสมาทำเลวต่อพ่อตนจริงๆ

ooooooo

ใกล้ค่ำแล้ว เรไรเดินออกมาส่งขันที่หน้าเรือน

ขันแสร้งตัดพ้อเรื่องต้องออกไปทำศึกเพื่อเรียกร้องคะแนนสงสารแล้วดึงมือเรไรมากุมไว้ เรไรกำลังสับสนเรื่องเสมา เมื่อได้ความรู้สึกดีๆจากขันก็ใจอ่อนยอมให้จับมือ เสมาที่แอบดูอยู่เห็นแม่หญิงไม่ปัดป้อง ก็แทบคลั่ง เขารอจนขันกลับไปแล้วจึงแอบย่องขึ้นไปหาเรไร

เสมาปล้ำจูบคนรักด้วยความอารมณ์หึงหวง เรไรดิ้นรนจนผลักเสมาออกไปได้ ทั้งสองตัดพ้อต่อว่ากันอยู่ในห้อง ลำภูผ่านมาได้ยิน นางรีบเอาหูแนบประตูเพื่อฟังเสียง เพราะถ้าเสมาทำอะไรจะได้เข้าไปช่วยลูก

“อย่ามาอ้างรับสั่งให้มัวหมอง เรื่องที่ออกขุนท่านใช้เล่ห์ปรักปรำพ่อท่านจนได้โทษ แล้วลักแหวนของพ่อท่านมาเอาหน้า นึกว่าจะปิดมิดรึ” เรไรกล่าวหา

“มุสา ผู้ใดกันที่เอาเรื่องมุสาเช่นนี้มาบอกแม่หญิงไป เราไปถามพระคุณกันต่อหน้า จะได้รู้ว่าเป็นเช่นไร”

“ยังจะเสแสร้งอีกรึ พ่อท่านไปศึกแล้วก็แจ้งอยู่ จะไปไต่ถามผู้ใด เอาเถิด หากท่านขุนเห็นว่ามุสา กระนั้นฉันขอถามอีกข้อ ตอนที่ท่านขุนขึ้นเรือนพาน้องสาวหนีนั้น ได้มักใหญ่ใฝ่สูง เข้าห้องข่มเหงแม่ดวงแขด้วยใช่หรือไม่”

เสมาหน้าเสียเพราะตนทำจริง แต่ไม่รู้ว่าเรไรรู้ได้ยังไง จึงยอมสารภาพว่าทำไปด้วยความคะนองใจ ขอให้แม่หญิงอภัยให้สักครา และขอสัญญาว่าจะเลิกประพฤติเช่นนี้อีก

“อย่าเลยขุนศึก เพราะฉันได้อธิษฐานใจแล้วว่าจะไม่คบหากับท่านอีก หากผิดคำก็ขอให้ชาติหน้าอย่าได้เกิดในตระกูลมนุษย์เลย”

“เหตุใดพูดสาหัสเช่นนี้ แม่ลืมรักเราแล้วรึ หรือ

แม่หญิงมีอื่นแล้ว จึงอยากลืมเสมาเสีย”

“ดูถูกกันเกินนักแล้วเสมา ไสหัวไปประเดี๋ยวนี้เทียว แล้วอย่ามาเหยียบอีก”

“คำก็ไล่ สองคำก็ไล่ เอาเถิด อ้ายเสมานี้มันไพร่ผู้ต่ำก็จักขอลาไปก่อน ขอให้แม่หญิงเรไรจงอยู่คอยผู้มีศักดิ์เสมอกันเถิด แม้เสร็จศึกตะนาวศรีแล้ว ก็คงจักได้ออกเรือนทันหัวใจแม่ดอก”

เรไรโมโหสุดที่โดนดูถูก จึงตบหน้าเสมาเข้าเต็มแรง พ่อหนุ่มยืนอึ้งจ้องแม่หญิงด้วยสายตาแข็งกร้าว ทั้งน้อยใจและช้ำใจอย่างที่สุด นาทีนั้นเอง ลำภูเปิดประตูเข้ามา

“กลับไปเสียเถิดขุนศึก เจ้าทำร้ายลูกฉันมามากแล้ว นับแต่นี้ ขอให้อโหสิกรรมต่อกัน อย่าได้พบเจอกันอีกเลย”

“เมื่อพระคุณประสงค์เช่นนั้น ข้าพระเจ้าก็จักขอลาไป ไม่ให้พระคุณแลแม่หญิงเรไรขุ่นเคืองอีก” เสมาจากไป

เรไรปล่อยโฮ โผเข้ากอดแม่ร้องไห้ด้วยความเสียใจ ลำภูสงสารลูกแต่ก็แอบดีใจที่ทั้งสองเลิกรากัน

ooooooo

เสมายกไหเหล้าขึ้นดื่ม แต่ยิ่งเมาเสมาก็ยิ่งคิดถึงเรไร สมบุญเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าห้ามลูกพี่ พลันเอื้อยแตงหน้าตาตื่นเข้ามาตามเสมาให้รีบกลับบ้าน เพราะขันพาตำรวจมาจับตัวจำเรียงไปแล้ว ส่วนบุญ-เรือนก็ตกใจจนหมดสติ

ขุนศึกหายเมาเป็นปลิดทิ้งรีบกลับไปดูอาการแม่ เขาพบบุญเรือนนอนจับไข้เพ้อหาจำเรียงไม่หยุด และไม่ยอมกินข้าวกินปลา เสมาสงสารแม่นัก จำต้องปดว่าจะหาทางช่วยน้องเอง แล้วชวนสินกับสมบุญไปเยี่ยมจำเรียงที่คุกหลวง

“ครานี้คงยากที่จะช่วยฉันได้ อ้ายหมื่นชาญ หมื่น-ทรง มันเจ้าเล่ห์นัก รู้ตัวว่าต้องไปศึกนานเดือน จึงแจ้งตำรวจให้จับฉันมาขังในคุกหลวง ด้วยเกรงว่าหากขังที่อื่น พี่จะตามไปช่วยฉันเช่นทุกคราได้” จำเรียงเอ่ยกับพี่ชาย

สมบุญห่วงคนรักจนขาดสติชวนเสมาปล้นคุก สินรีบปรามเกลอ เสมาถอนใจเอ่ยว่าทางเดียวที่จะช่วยจำเรียงได้ก็คือต้องหาเงินมาไถ่ตัวเท่านั้น

“ไถ่ตัวรึ หากมี คงไถ่ตัวแต่แรกแล้ว จะรอถึงป่านฉะนี้ไยกัน” สมบุญสบตามองกับจำเรียงด้วยความห่วงใย

เสมาหน้าเครียดใช้ความคิด ก่อนตัดสินใจไปพบดวงแขเพื่อขอความเมตตา แต่เธอกลับบีบน้ำตาตัดพ้อ

“ฉันสงสารตัวเองนัก ขุนศึกท่านขอให้ฉันเมตตา แล้วท่านเล่า เคยเมตตาฉันบ้างรึ รู้หรือไม่ ว่าฉันทุกข์เพราะท่านมามากแล้ว”

“ข้าพระเจ้าทำชั่วกระไร จึงเป็นเหตุให้แม่หญิงได้ทุกข์”

“หาใช่เรื่องกระทำชั่ว แต่เป็นด้วยฉันน้อยใจนัก คราใดที่ขุนท่านมีทุกข์ ท่านนึกถึงฉัน แต่ยามสุขท่านกลับคิดถึงแต่ผู้อื่น แลฉันเองจะปรับทุกข์กับผู้ใดก็มิได้ ด้วยเป็นหญิงแต่แอบพึงใจให้ชายก่อน ตรองดูเถิด ว่าฉันจักทุกข์เพียงใด” ดวงแขแสร้งน้ำตาร่วง แล้วลุกหนีไป ขณะใจแอบยิ้มที่ได้เผยความนัย

ฝ่ายเสมารู้สึกผิดระคนใจอ่อนที่ได้เห็นนํ้าตาแม่หญิง

ooooooo

ท้องพระโรงหงสาวดี พระเจ้านันทบุเรงทรงยืนตกตะลึง หลังจากทราบข่าวพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์

พระองค์มีรับสั่งให้นำตัวแม่ทัพนายกองที่ไปศึกกับพระมหาอุปราชาไปประหารชีวิตโทษฐานไม่ปกป้องพระมหาอุปราชา แต่พระเจ้าเชียงใหม่ทัดทานไว้ด้วยเห็นว่าหากประหารแม่ทัพนายกองพวกนี้ทัพหงสาก็จะยิ่งอ่อนแอลง จึงเสนอให้เหล่าทหารที่พ่ายศึก แก้ตัวด้วยการไปป้องกันทวายแลตะนาวศรีแทน

“พวกเอ็งได้ยินแล้วหรือไม่ รีบไปให้พ้นหน้าประเดี๋ยวนี้” พระเจ้านันทบุเรงตวาดลั่น

พระเจ้าเชียงใหม่เห็นหงสาวดีตกตํ่าลง ยากที่จะมีใครช่วยได้แล้ว จึงตัดสินใจส่งสาส์นมาขอสวามิภักดิ์ต่ออโยธยา ยังความยินดีให้แก่สมเด็จพระนเรศวรยิ่งนัก และทรงคาดว่าอีกไม่นานหงสาวดีจักวุ่นวายด้วยการชิงอำนาจเป็นแน่

“ถึงเพลานั้น พี่จะยกทัพบุกตีหงสาเพื่อยึดมาเป็นประเทศราชให้จงได้ จักได้เป็นการแก้คืนคราเสียกรุง แลเป็นพระเกียรติยศสืบไป ดังเช่นพระเจ้าชำนะสิบทิศ”

“ควรแล้วพระพุทธเจ้าข้า...เอ่อ สมเด็จพี่ น้องได้ทำบัญชีความชอบเหล่าทหารคราศึกยุทธหัตถีเสร็จแล้ว ขอสมเด็จพี่ทรงตรวจทานด้วยพระพุทธเจ้าข้า”

“มิต้องดอก น้องทำตามที่เห็นควรเถิด แม่ทัพนายกองที่มีผิด ก็ลงโทษแลให้รบแก้ตัวแล้ว ผู้ที่มีความชอบ ก็ควรจะได้บำเหน็จเสียที”

ooooooo

เสมา สิน และสมบุญรวบรวมเงินที่มีอยู่เพื่อจะนำไถ่ตัวจำเรียง แต่ก็ยังไม่พอ แถมอาการบุญเรือนก็ทรุดหนักเป็นตายเท่ากัน เอื้อยแตงที่มาช่วยดูแลถึงกับเอ่ยปาก

“ยากระไรก็ไม่ได้ผลดอก หากแม่ป้ายังตรอมใจเช่นนี้ แต่ก็น่าตรอมใจอยู่ดอก ถูกอ้ายขันจับไป ยังพอช่วยได้ แต่ถูกตำรวจจับไปไว้คุกหลวง นอกเสียจากจะมีพระบรมราชโองการเท่านั้น ไม่เช่นนั้นอย่าหวังว่าจะออกมาได้เลย”

เสมาได้ฟังก็ฉุกคิดขึ้นมา จึงไปที่หน้าราชวังเพื่อขอให้ออกญาเดโชช่วยพาตนเข้าเฝ้า เพราะตามธรรมเนียมทหารอาสาจะเข้าเฝ้าได้ต้องมีออกญาผู้ใหญ่นำเข้าไป แต่บังเอิญท่านออกญาติดราชการต้องถวายคำปรึกษาราชการและมิรู้ว่าจะเสร็จเมื่อใด เสมาจึงต้องนั่งเฝ้าอยู่หน้าวังจนคํ่า แต่สุดท้ายก็คลาดกัน เขาถอดถอนใจ เพราะหมดหนทางจะช่วยน้องได้แล้วจริงๆ จึงเดินคอตกกลับเรือน

เวลาเดียวกัน อำพันออกมาคุยกับดวงแขที่นั่งทำบัญชีเงินกู้และดอกเบี้ยให้ พลางเปรยว่า อยากจะยกหนี้สินที่จำเรียงติดค้างขันไว้ให้ เพื่อจะได้คลายความบาดหมางของขันกับเสมาลงได้บ้าง แต่ดวงแขรีบค้านอ้างว่าหากทำเช่นนั้นขันอาจจะบาดหมางกับเสมายิ่งกว่าเดิม อำพันยอมตามใจเพราะเชื่อในปัญญาของลูกสาว

ดวงแขยิ้มเจ้าเล่ห์แอบพึมพำ “หากช่วยเสียแต่ตอนนี้ แล้วจะเป็นบุญเป็นคุณกับขุนศึกในภายหน้าได้อย่างไรเจ้าคะแม่ท่าน”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด
23 มิ.ย 2564

11:45 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 13:34 น.