ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสือสั่งฟ้า2 พยัคฆ์ผยอง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เสือสั่งฟ้า2 พยัคฆ์ผยอง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ที่ด้านนอกเรือนจำในยามเย็น...

เสียงสวดมนต์แบบถอยหลังกังวานชวนสยอง... บรรดาภูตผีจากอเวจีกำลังเคลื่อนไหวไปมา แล้วทะลุ กลุ่มควันดำออกมา ล่องลอยเข้าหากำแพงเรือนจำ ท่ามกลางเสียงสวดคาถาปลุกผียังดังอย่างต่อเนื่อง...

บนหอคอยรักษาการณ์...ผู้คุมพร้อมอาวุธคอยตรวจตราอยู่

ส่วนที่ห้องพัศดีและผู้คุมนักโทษ...ทั้งหนูและแมลงสาบจำนวนมากออกจากรอยแตกของกำแพงวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น ทั้งพัศดีและผู้คุมยกเท้าหลบกันพัลวัน มองตามหนูและแมลงสาบที่วิ่งผ่านห้องไปที่ทางเดินในเรือนจำ

ที่กำแพงและหอคอยรักษาการณ์ อีกาตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ขอบหน้าต่างของหอคอยรักษาการณ์ ผู้คุมที่อยู่บนหอคอยมองอีกาอย่างตระหนก พริบตาเดียวอีกาก็บินมาเกาะนับร้อยตัว กลุ่มเมฆสีดำแผ่ขยายปกคลุมเต็มท้องฟ้าเรือนจำทันที!

ภูตผีจากอเวจี เคลื่อนเข้าไปในเรือนจำ ผ่านห้องขังอื่นๆ จนถึงห้องขังเดี่ยว เป็นเหล็กกล้าหนาทึบ มีอักขระอาคมขนาดใหญ่จารึกไว้ เสียงสวดคาถาน่าสยองก้องออกมาจากห้องขังเดี่ยวนั่นเอง!

ในห้องขังเดี่ยวที่ปิดทึบ มีอักขระอาคมจารึกไว้ ทั้งบนประตู เพดาน ผนัง พื้น เต็มไปหมดนี้...

ทิว หนุ่มใหญ่วัย 40 เศษ หนวดเครารุงรัง แขนขาถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวน นั่งหลับตาทำสมาธิ สวดคาถาปลุกผีแบบถอยหลัง รอบตัวมีควันดำลอยม้วนล้อมเขาไว้ เสียงกรีดร้องของภูตผีดังระงมอย่างโหยหวน

ทันใดนั้น มีเสียงเคาะผนังดังขึ้นจากทุกทิศทาง

เงาดำของภูตผีหลายสิบตนทะลุผนังเข้าออกไปมา ทิวที่หลับตาอยู่สัมผัสถึงอำนาจลี้ลับที่มารายล้อม หยุดสวดคาถา แสยะยิ้ม พริบตานั้น ควันดำก็พวยพุ่งเข้าไปในจมูก พอเขา กางมือออกตัวก็สั่นเทิ้ม แผดเสียงลั่นรับพลังอันมหาศาลนั้น หลอดไฟที่ทางเดินระเบิดขึ้นพร้อมกัน ไฟดับพรึ่บ!

เมื่อควันดำลอยเข้าจมูกทิวจนหมด เขาหยุดสั่น คอตก พริบตาเดียวก็ผงกหัวขึ้น ลืมตาฟึ่บ ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำ จากนั้นเขาร่ายมนต์คาถาบทใหม่เป็นภาษาเขมร  อักขระอาคมที่จารึกไว้ในห้องค่อยๆเลือนหายไปหมดสิ้น และดวงตา ของทิวก็กลับมาเป็นปกติ แต่ตาขวางอย่างคนวิกลจริต

ทิวว่าคาถาสลัดโซ่ตรวนที่พันธนาการ เป่าคาถาลงฝ่ามือสะบัดใส่ประตูจนกระเด็นเปิดออกอย่างแรง

“ฮ่าๆๆ ไอ้ผู้การเพชร...ถึงเวลาชำระแค้นของข้าแล้ว!” ทิวระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

ooooooo

เมื่อ 10 ปีก่อน...

ทิวในวัยฉกรรจ์ มีสร้อยเครื่องรางของขลังประคำสะพายย่ามที่มีทั้งดินเจ็ดป่าช้า หุ่นพยนต์ เศษกะโหลกผี เดินเข้ามาหาเพชร นายพลตำรวจโทผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ

ทั้งในทางบุ๋นและบู๊ โดยเฉพาะเรื่องไสยเวท และตะกรุดสามกษัตริย์

“ผมชื่อทิวครับท่าน ผมชื่นชมท่านมาก อยากเรียนวิชาอาคมจากท่าน รับผมเป็นลูกศิษย์ด้วยนะครับ”

ทิวทำท่าจะคุกเข่ากราบ เพชรในชุดครึ่งท่อน ห้อยตะกรุดสามกษัตริย์ที่คอ รีบจับเขาไว้

“เดี๋ยวๆ คุณ เข้าใจผิดแล้วละ ผมไม่รับสอนใคร อีกอย่างผมก็ไม่ได้ใช้คาถาอาคมมานานแล้ว”

“แต่ผมอยากเรียนจริงๆ ผมอยากเอาวิชาไปช่วยคน ไปปราบพวกโจรเหมือนท่าน นี่ผมก็ฝึกมาบ้างแล้ว รับรอง ว่าผมต้องเรียนรู้เร็วแน่ๆ ผมจะทำให้ท่านดู”

ทิวถอยไป หยิบขวดที่บรรจุผงกระดูกผีออกมา แขวนย่ามไว้ที่ต้นไม้ก่อนมาบริกรรม เปิดจุกขวดโรยไปที่ดิน เสียงภูตผีหวีดขึ้นทันที ร่างสีดำเลือนรางหลายตัวเข้ารุมล้อมเพชรพุ่งไปมา

เพชรรวบรวมสมาธิปลุกตะกรุดแล้วถอดออกชู เกิดแสงวาบ บรรดาผีลอยกระเด็นไปเข้าตัวทิวจนผงะ ตาลอยเหลือกเหลือแต่ตาขาว

“แย่แล้ว” เพชรร้อง กระเต็นวิ่งออกมาจากในบ้านถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นทิวก็ตกใจ เพชรร้องบอก “กระเต็น...ไปเอามีดหมอในห้องพระมา”

ระหว่างที่กระเต็นวิ่งไปเอามีดหมอ เพชรก็ถูกทิวกระโจนเข้าบีบคอ ต่อสู้กันจนเพชรสะบัดหลุด กระเต็นถือมีดหมอมาโยนให้ เพชรเอามีดหมอจี้ที่หน้าผากทิว เงาดำพุ่งออกจากร่างทิวล้มลงทันที กระเต็นถามว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร

“พวกคลั่งวิชาอาคม ไปตระเวนฝึกวิชาไสยดำเอง ไม่มีครูบาอาจารย์ นี่ไปเอาผงกระดูกผีตายโหงมาปลุกวิญญาณแล้วก็ควบคุมไม่ได้จนเข้าตัว ปล่อยไว้จะเป็นอันตราย” เพชรแบะเสื้อทิวเห็นรอยสักอักขระขอมเต็มแผ่นอก ถึงกับส่ายหน้า

“แล้วจะทำยังไง”

“ต้องคัดถอนด้วยคาถามงกุฎแก้ว”

ooooooo

เพชรนำร่างทิวไปที่ห้องพระ ท่องอาคม อังมือไปที่รอยสัก กระเต็นถือน้ำมนตร์อยู่ข้างๆ ครู่เดียวรอย

สักค่อยเลือนหายไป เพชรเอาน้ำมนตร์ราดหัวทิวเขาสะดุ้ง เด้งขึ้นมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉันคัดถอนไสยเวทย์ทุกอย่างออกจากตัวนายหมดแล้ว ต่อไปห้ามฝึกคาถาอาคมสุ่มสี่สุ่มห้า กลับไปทำมาหากินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียซะ” ทิวถามหาย่าม เพชรบอกว่า “ของในนั้น ไม่ใช่ของดี มีแต่วิญญาณร้ายสิงสู่เก็บไว้จะเป็นอันตราย ฉันทำลายทิ้งหมดแล้ว”

“ไม่! ผมทุ่มเทสะสมของขลัง ฝึกฝนอาคมตั้งหลายปี ท่านจะทำอย่างนี้กับผมไม่ได้ เอาของของผมคืนมา เอาอาคมของผมคืนมา” ทิวโผนเข้าทำร้ายเพชร แต่เพชรหลบทันต่อยทิวจนร่วง

ทิวถูกตำรวจลากไป ใจยังไม่ยอมแพ้ ตะโกนไปตลอดทาง...

“แกไม่ยอมสอนวิชาฉัน เพราะกลัวฉันจะเก่ง กว่าแก ไอ้คนใจแคบเห็นแก่ตัว เสียแรงที่ฉันนับถือ คอยดู ฉันจะต้องเป็นจอมขมังเวทที่เก่งกว่าแกให้ได้!”

เพชรกับกระเต็นมองตามทิวไปอย่างไม่สบายใจ...

ooooooo

เมื่อทิวกลับถึงบ้าน ก็เก็บตัวบริกรรมฝึกไสยเวท จนบัวผู้เป็นเมียอุ้มลูกมาเรียกให้ออกไปกินข้าว บัวตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อทิวหันมอง มีเลือดออกจากปาก ตาขวางตวาดใส่

“แก...นังปีศาจ” บัวตกใจถอยกรูด แต่ถูกทิวตามไปเอามีดจ้วงแทงไม่ยั้ง!

เพชรเป็นคนนำกำลังตำรวจไปล้อมจับทิว ตำรวจที่เข้าไปคนหนึ่งวิ่งออกมาอ้วกเป็นตะขาบ อีกสองคนชักปืนแต่ยังไม่ทันยิงควันสีดำก็พุ่งเข้าใส่จนปืนร่วง จับคอตัวเองบีบตาเหลือกถลนแล้วอ้วกออกเป็นตะขาบเหมือนกัน

เพชรถือปืนวิ่งเข้าไป เห็นทิวยืนผงาดกางมือแหงนหน้าอ้าปากดูดวิญญาณกลับเข้าร่าง เพชรรู้ทันทีว่านั่นคือวิชาดูดวิญญาณ ทิวมองเพชรถามเย้ยว่า

“ไอ้ผู้การเพชร เห็นหรือยังว่า ฝีมือฉันร้ายกาจขนาดไหน ฮ่าๆๆ” แล้วเป่ามนต์ลงมีดขว้างใส่เพชร แต่เพชรและตำรวจที่ตามมาหลบทันหันยิงใส่ แต่ทิวหายวับแล้วกลับมายืนข้างหลัง ใช้มีดหมอฟันตำรวจตายเหลือ

แต่เพชรคนเดียว

“วันนี้แกต้องตาย ฉันจะเป็นหนึ่งในแผ่นดินนี้” ทิวกางแขนปล่อยวิญญาณออกจากปากพุ่งเข้าเล่นงานเพชร

ทิวคลั่งใช้ไสยดำเล่นงานตำรวจที่เพชรนำมาตายไปคนแล้วคนเล่าอย่างเหี้ยมโหด แต่เพชรก็มีตะกรุดสามกษัตริย์เอาชนะไสยดำ จนสามารถเหวี่ยงเชือกมัดทิวไว้ได้ ทิวเกลือกกลิ้งไปกับพื้นจนไปชนศพบัวกับลูก ก็ชะงัก

“ทิว...ฉันเตือนนายแล้ว...ว่าไสยดำจะทำลายชีวิตนาย”

“ไม่...ไม่...อ๊ากกกก!!” ทิวแผดเสียง เมื่อรู้ว่าลูกเมียตายแล้ว...

นั่นคืออดีตระยะใกล้ก่อนที่ทิวจะถูกจับมาขังเดี่ยว

ปัจจุบัน... เมื่อเกิดเหตุที่ห้องขังเดี่ยว ผู้คุมพากันวิ่งมาดู ประตูห้องขังถูกพัง เมื่อมองเข้าไปในห้องไม่มีทิวอยู่ในนั้นแล้ว อักขระอาคมก็หายไปหมด เมื่อผู้คุมหันกลับก็ถึงกับผงะเมื่อทิวมายืนขวางทางออกดวงตาแดงวาบ พริบตานั้นทิวพุ่งเข้ากัดคอผู้คุมกระชากเนื้อติดปากมาถ่มทิ้ง

ผู้คุมคนแรกลงไปนอนกุมคอเลือดทะลักดิ้นทุรนทุราย อีกหลายคนตามมาก็ถูกทิวร่ายคาถา ผู้คุมยิงก็ไม่เข้าซ้ำปืนในมือยังหันกลับมาระเบิดใส่หน้าตัวเองด้วย!

เสียงวิทยุสื่อสาร เรียกศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉินขอกำลังเสริมก็ดังขึ้น เสียงจากว.แจ้งพัศดีว่า

“นักโทษอุกฉกรรจ์หนีออกมาได้ ฆ่าผู้คุมไปสองนาย เรากำลังตามจับ” พูดไม่ทันจบก็มีเสียงร้อง “อ๊ากกกก” แล้วเสียงติดต่อก็เงียบหายไป พัศดีเห็นท่าไม่ดีรีบกดสัญญาณเตือนภัย

ผู้คุมทั้งเรือนจำ ต่อสู้กับทิวที่ใช้ทั้งคาถา ไสยดำ อำนาจลึกลับเล่นงานบาดเจ็บล้มตาย จนกระทั่งรถขนนักโทษเข้ามาก็ถูกทิวใช้ เอ็ม 16 ยิงกราด ผู้คุมยืนเป็นแผงยิงใส่ทิวก็ไร้ผล จนกระทั่งรถขนนักโทษเข้ามาใกล้ถึงประตู ทิวโยนปืนทิ้งหันไปร่ายคาถาเป่าลงที่มือตัวเองบังเกิดไฟลุกพรึบขึ้น

ทิวสะบัดมือออก ลูกไฟพุ่งเข้าไปกระแทกประตูจนระเบิดสนั่นหวั่นไหว พัศดีและผู้คุมที่เหลือกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง รถขนนักโทษแล่นทะลวงฝ่าเปลวไฟหายไปในกลุ่มควัน

ooooooo

เช้าที่ท้องฟ้าแจ่มใส ภายในเทคโนโลยีอาชีวะสหวิช กำลังมีการเตรียมงานออกบูธแสดงนิทรรศการและผลงานของนักเรียนแต่ละแผนกกระจายอยู่มุมต่างๆ ทำงานตามหน้าที่ของตัวเองกันอย่างขะมักเขม้น

ที่เวทีการแสดง กล้า ไพรีพ่าย หนุ่มรูปงามเสน่ห์แรงรวยอารมณ์ขัน ศิษย์เก่าวัยยี่สิบเศษมาร่วมงาน กำลังเล่นกีตาร์ครวญเพลงรักอย่างได้อารมณ์ กวาดตาหวานหว่านเสน่ห์ให้นักเรียนสาวที่กรี๊ดกร๊าดกันอยู่ด้านล่าง พากันตะโกนเรียก

“พี่กล้า...พี่กล้า...พี่กล้า” เป็นจังหวะอย่างคลั่งไคล้ ยิ่งกล้าหลิ่วตาให้เสียงกรี๊ดก็ถล่มทลายจนนักเรียนร่างท้วมคนหนึ่งอินจัดถึงกับเป็นลม

กล้าร้องเพลงจบท่ามกลางเสียงกรี๊ด เขามีลูกเล่นเยี่ยงงานคอนเสิร์ตทั่วไป เรียกเสียงตอบรับจากพวกสาวๆ จนเพื่อนนักดนตรีคนหนึ่งบอกว่า ตนร้องสิบเพลงยังไม่ได้ยินเสียงกรี๊ดเท่าเขาร้องเพลงเดียวเลย แต่พอบอกให้ร้องอีกสักเพลง กล้าบอกว่า

“นัดน้องไว้ที่โรงยิม เดี๋ยวเสร็จธุระจะมาช่วย”

แต่พอลงจากเวทีก็ถูกสาวๆ กรูกันเข้ามากลุ้มรุมขอถ่ายรูปบ้าง ขอลายเซ็นบ้าง ช่วยซับเหงื่อบ้าง ยื้อแย่งกันเข้าหาจนแทบจะมีเรื่องกัน กล้าอาศัยความสามารถพิเศษมุดออกจากวงสาวๆ หลบออกมาเจอเปี๊ยกมาตามพอดี เปี๊ยกถามว่า

“พี่กล้า ทำไรอยู่นี่ ไอ้นุมันรออยู่”

ooooooo

ที่แผนกการเรือน... เสียงเพลงไทยเดิมดังออกมาจากเครื่องเล่นเทป ราชาวดีสาววัยสิบเก้าดาวนักเรียนนาฏศิลป์ กำลังซ้อมระบำอวยพรกับดวงใจและเพื่อนๆ อยู่ในโถงของแผนกการเรือน เธอรำอย่างอ่อนช้อยงดงามเด่นกว่าเพื่อน

แต่แล้วการซ้อมก็ต้องชะงัก เมื่อถูกงามตาคู่แข่งของราชาวดีที่เป็นขาแดนซ์มาไล่บอกว่าหมดเวลาของเธอแล้ว ให้ไปซ้อมที่อื่น โดยมีนงคราญคู่หูลูกไล่คอยเป็นลูกคู่

“จะซ้อมไปทำไมมากมาย รำโบราณคร่ำครึแบบนี้ไม่มีใครดูอยู่แล้ว รู้ตัวไหมว่าพวกเธอน่ะเชยขนาดไหน มัวแต่เอิงเงยๆยุคนี้เขาดิสโก้กันหมดแล้ว” งามตาเยาะเย้ย

“ของพวกนี้...เป็นรากเหง้าของพวกเราทุกคนนะงามตา ถึงเธอไม่ชอบก็ไม่ควรจะดูถูก เพราะเท่ากับเธอไม่เคารพบรรพบุรุษของตัวเอง”

ราชาวดีโต้นิ่มๆกลับถูกงามตาลามปามว่าตนไม่ได้มีแม่เป็นนางรำแบบเธอ ทำให้ดวงใจเพื่อนสนิทของราชาวดีทนไม่ได้โกรธแทนเพื่อนสวนไปว่า “งามตา! พูดอย่างนั้นได้ไง เธอก็รู้ว่าแม่วดีเสียไปแล้ว”

ราชาวดีไม่อยากมีเรื่อง บอกดวงใจว่าช่างเถอะเราไปซ้อมข้างตึกก็ได้ ดวงใจพูดแบบ “ฝากไว้ก่อน” ว่าวันนี้เป็นวันมงคลตนยกให้ แต่ครั้งต่อไปมีเรื่อง!

“คอยดูนะ เย็นนี้ การแสดงของเราต้องฆ่ารำไทยของยัยราชาวดีตายสนิท” งามตาเย้ยตามหลัง นงคราญถามว่าแล้วตกลงจะไปดูนุกูลชกมวยไหม งามตาเหยียดปากว่าเรื่องอะไรต้องไปด้วย “อ้าว...ก็แกเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าถ้ามันขึ้นชกแกจะรับรักมัน”

“เชื่อก็โง่แล้ว ทึ่มอย่างนั้นฉันจะเอามาทำอะไร บ้านฉันไม่มีที่นาซะด้วยสิ เอ้า...เปิดเทปเริ่มซ้อมได้”

นงคราญกดเทปเพลงฝรั่งที่กำลังดังแล้วโพสท่าเต้นยั่วยวนเปรี้ยวจี๊ด

ooooooo

ที่โรงยิม นุกูลกำลังซ้อมเตะต่อยอยู่กับป๋อง

อย่างตั้งใจสุดๆ มีโป้ง ร้องเชียร์ท่าทางตุ้งติ้งให้สู้ไว้ลายเพื่อน้องงามตาแต่ป๋องที่ล่อเป้าให้บ่นว่าต่อยสิบหมัดถูกหมัดเดียวแบบนี้จะรอดไหมเนี่ย

“เฮ้ย...ข้าหลอกล่อคู่ต่อสู้เว้ย...ระดับนุกูล ศิษย์กล้าไม่แพ้ใครอยู่แล้ว” นุกูลโวทั้งที่เหนื่อยหอบจนตัวโยน

โป้งเห็นกล้าไม่มาสักที เดินออกไปดู แต่พอพ้นประตูก็ชะงัก เมื่อเห็นโจ๊กอริต่างโรงเรียนเดินอาดๆมากับพวก 6 คน มีอาวุธนานาชนิดติดมือมาทุกคน โป้งตกใจถอยกรูดไปรวมกับป๋องและนุที่ยืนหน้าซีดอยู่

“กู โจ๊ก พ่อสหวิช ไหน ใครวะที่ชื่อไอ้กล้า” โจ๊กเดินกร่างเข้ามาถาม

ที่หน้าโรงยิม กล้าเพิ่งมาถึง ถามเปี๊ยกว่านุฟอร์มเป็นยังไง เปี๊ยกพูดอย่างหนักใจว่ากลัวจะไม่พ้นยกแรกด้วยซ้ำ เสนอว่า “ผมว่าพี่สอนคาถามหาละลวยหรือเมตตามหานิยมให้มันจะดีกว่า”

“คนเรานะเว้ยไอ้เปี๊ยก จะได้อะไรมามันต้องได้มาด้วยความสามารถไม่ใช่คาถาอาคม”

กล้าพูดไม่ทันขาดคำ ป๋องกับโป้งก็สะบักสะบอมออกมาฟุบกองที่พื้น พูดแทบไม่เป็นภาษาว่า “ไอ้นุแย่แล้วพี่...”

กล้ากับเปี๊ยกวิ่งเข้าไปเห็นนุกูลปากแตกกองกับพื้นหมดสภาพ กล้าเข้าไปหานุกูลไม่ทันได้พูดอะไรกัน โจ๊กก็เดินก๋าเข้ามาถาม “มาแล้วเหรอวะไอ้กล้าสหวิชาที่เขาร่ำลือกันมานานว่า แกมีของดีก็เลยอยากมาขอดูหน่อย”

“อาทิตย์ก่อน ไอ้นุกับฉันไปตีสนุ้ก แล้วเกิดเขม่นกับพวกมัน ไอ้นุมันอ้างชื่อพี่ บอกว่าพี่เป็นลูกผู้การจอมขมังเวท” เปี๊ยกเดินคอเอียงออกมา พอกล้าบอกว่าตนไม่มีของดีอะไรทั้งนั้น โจ๊กก็โวยหาเรื่อง

“อะไรวะ อุตส่าห์มาถึงนี่ ไม่ให้เกียรติเพื่อนต่างสถาบันเลยนี่หว่า เซ็งว่ะ เซ็งๆๆ” ว่าแล้วลุกไปเตะนุอั้กๆๆ

กล้าสะอึกเข้าไปสั่งให้หยุด มันท้า “ถ้าไม่หยุดล่ะ...” ว่าแล้วเหยียบมือนุขยี้ๆๆจนนุร้องลั่น

“ผัวะ!” กล้ากระโดดเตะก้านคอโจ๊กร่วงไม่เป็นท่า เพื่อนโจ๊กรุมกันเข้ามาใช้ทั้งท่อนเหล็ก มีด เล่นงาน แต่กล้าใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าหลบและคว้าอาวุธของมันฟาดคืนจนพวกมันล้มบาดเจ็บ แต่ไม่ซ้ำเพราะต้องการสั่งสอนเท่านั้น

“ไป! ที่นี่มีแต่นักเรียนไม่มีนักเลง!” กล้าไล่ตะเพิด พวกลูกน้องโจ๊กช่วยกันหิ้วปีกลูกพี่ออกไปอย่างหมดท่า

“นุ...เป็นไงมั่ง” กล้ารีบเข้าไปดู นุร้องโอดครวญว่าเจ็บไหล่ กล้าหน้าเครียดเพราะนุจะต้องขึ้นชกอยู่แล้ว...

ooooooo

กระเต็นแม่ของกล้าในวัย 40 เศษ ทำอพาร์ตเมนต์ให้เช่า มีสมพรเป็นผู้จัดการช่วยดูแล วันนี้มาตรวจงานและรับเงินที่สมพรเก็บจากผู้เช่าห้อง บางรายยังไม่มีจ่ายกระเต็นก็ไม่บีบคั้นให้รออีกสองสามวันดูอีกที

ขณะกระเต็นสะพายกระเป๋าเดินไปที่จอดรถใต้อพาร์ตเมนต์นั่นเอง มีคนร้ายตามไปกระชากกระเป๋าเงิน กระเต็นวิ่งไล่แต่ชนชาวบ้านล้มเลยต้องดูแลทำให้คนร้ายหนีหลุดไปจากสายตา กระเต็นฉุกคิด หันไปรูดใบไม้ใบเล็กๆ ขนาดใบมะขามในกระถาง พนมมือเป่ามนต์ พอแบมือออก ใบไม้ก็กลายเป็นฝูงต่อฝูงแตนบินหึ่งออกไปทันที

กระเต็นวิ่งตามไป เห็นคนร้ายกำลังร้องโวยวายปัดป่ายมือไล่ฝูงต่อฝูงแตนที่รุมกันเข้าไปต่อย แต่พอมันล้มลงฝูงต่อฝูงแตนก็กลายเป็นใบไม้ร่วงกราวรอบตัว กระเต็นเดินเข้าไปยื่นมือ “กระเป๋าเร็ว!”

มันไม่เพียงไม่ให้ยังชักมีดเดินเข้าหา กระเต็นว่าคาถาเสียงก้อง พอมันเสียบมีดไปที่ตัวกระเต็น เกิดแสงสว่างวาบขึ้น มันผงะถอยออกไปตกใจจนมีดหลุดมือทรุดลงไปกองกับพื้นตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ กระเต็นมองแล้วส่ายหัวระอาใจ

เมื่อตำรวจมาเอาตัวไป พบว่ามันเป็นนักวิ่งราวตัวฉกาจที่ทางการกำลังต้องการตัว หมดธุระแล้วกระเต็นขอตัวสะพายกระเป๋าลงจากโรงพัก สังหรณ์ใจบางอย่างหันไปมองก็ไม่เห็นอะไรจึงเดินออกไปอย่างไม่สบายใจนัก

ที่ลับตา...มีสายตาคู่หนึ่งติดตามการเคลื่อนไหวของกระเต็นอย่างมาดร้าย!

กลับถึงบ้าน กระเต็นเรียกจวนสาวใช้มาบอกว่าตนจะเข้าห้องพระถ้าไม่จำเป็นห้ามกวน บอกจวนว่า

“วันนี้กล้าไปงานโรงเรียนเก่าคงกลับดึก จวนก็กินข้าวเย็นแล้วปิดครัวปิดบ้านเลย ให้กล้าไขกุญแจเข้าบ้านเอง”

“ค่ะ...คุณนายคะคือ...คือตอนกลางวันที่คุณนายไม่อยู่ จวนชอบได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่รอบๆบ้านน่ะค่ะ”

กระเต็นบอกว่าคงเป็นแมวข้างบ้านวิ่งเข้ามา จวนคิดว่าไม่น่าจะใช่

“งั้นเราก็หูฝาด เพราะบ้านนี้ไม่มีขโมยที่ไหนกล้าเข้าหรอก” พูดแล้วกระเต็นเดินขึ้นข้างบน ปล่อยให้จวนยืนขนลุกขนพองมองไปรอบตัวหวาด แต่ไม่เห็นว่า...

ที่รั้วบ้านมีหุ่นพยนต์นุ่งโจงกระเบนแดงถือดาบเดินเฝ้าอยู่หน้าบ้าน!

ooooooo

ที่เวทีมวยงานโรงเรียนเทคโนโลยีอาชีวะสหวิช การชกมวยเริ่มขึ้นแล้ว โฆษกประกาศชกชิงถ้วยแชมป์มวยสหวิชคู่แรก เสก ไทกนก ชกกับ นุกูล ศิษย์สหวิช

แต่เพราะนุกูลถูกหามส่งโรงพยาบาล กล้าจึงขึ้นชกแทน

งานนี้ ภูมินทร์ หนุ่มใหญ่วัย 30 เศษ พ่อเลี้ยงเจ้าของปางไม้ มีธุรกิจมืดอยู่เบื้องหลัง แม้จะชอบสะสมพระเครื่องแต่ไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม พาคมกับสมุนอีก 4 คนมาในงาน เขาสั่งคมกับสมุนทั้ง 4 เบาๆ

“แยกกันตรงนี้ หาตัวมาให้ฉันให้ได้ แล้วก็ระวังอย่าให้เอิกเกริก เข้าใจไหม”

คมรับคำ สั่งไอ้มิ่งให้แยกย้ายกันหา ส่วนตนจะไปกับพ่อเลี้ยง แล้วทั้งหมดก็แยกกันตรงนั้น...

ที่มุมหนึ่งในงาน คะนึงนิจวัย 19 น้องสาวคนเดียวของพ่อเลี้ยงภูมินทร์ เธอชอบแหกกฎ หัวแข็ง แต่มีน้ำใจและกล้าหาญ กำลังนั่งวาดรูปให้เด็กสาวคนหนึ่ง จู่ๆก็ขอพักแป๊บหนึ่ง เอามือกุมท้องวิ่งตัวงอออกไป หญิงสาวที่เป็นนางแบบลุกขึ้นดูภาพลายเส้นที่คะนึงนิจวาด ถึงกับด่า “เนี่ยเหรอรูปเรา ฝีมือห่วยแตกที่สุด” แล้วกวาดตามองหาคะนึงนิจอย่างจะเอาเรื่อง

ooooooo

ภูมินทร์กับคมเดินมาได้ยินเสียงเชียร์มวยอึกทึกจึงชวนกันแวะไปดู เช่นเดียวกับงามตาและนงคราญซึ่งแต่งหน้าเสร็จแล้วแต่ยังไม่แต่งตัว ทนเสียงเร้าใจนั้นไม่ไหวแวะไปดู นงคราญติงเพื่อนว่า ไหนว่าจะไม่มาดูนุกูลชกให้เสียลูกตาไง

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว นานๆจะมีผู้ชายมายอมเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อฉันสักที อีกอย่างเวทีมวยก็มีแต่ของสวยๆงามๆให้ดู หรือแกไม่สน”

“ยิ่งกว่าสนอีก” นงคราญรีบบอก หัวเราะกันคิกคักเดินแทรกเข้าไปชะเง้อชะแง้ดูบนเวทีมวย

ภูมินทร์กับคมก็แทรกเข้าไปดู เห็นลีลาของกล้าที่ขึ้นชกแทนนุกูลขณะกระโดดศอกใส่เสกจนล้มลงตาลอยก็พอใจมาก กล้าเข้าไปประคองเสกขึ้นเอ่ย...

“ขอโทษ...หวังว่าทุกอย่างจะจบบนเวทีนี้นะเพื่อน”

งามตากับนงคราญตะลึงในความหล่อเท่ของกล้า แต่งามตาไม่รู้จักกล้า ถามว่านั่นใครหรือ สาวท้วมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อุทานอย่างสมเพชว่า

“ต๊ายนี่เธอไม่รู้จักพี่กล้าสุดหล่อ ศิษย์เก่าสหวิชเหรอ เชยมาก...”

โฆษกขึ้นไปชูมือกล้า ไพรีพ่าย เป็นฝ่ายชนะ พวกสาวๆกรี๊ดกันสนั่น คมพูดอย่างหมั่นไส้ว่า “ฝีมือหางแถว”

“แต่ฉันว่ามันใช้ได้ว่ะ” ภูมินทร์พอใจ

โฆษกประกาศหาผู้ท้าชิงอีก ใครพร้อมให้กระโดดขึ้นมาเลย ทุกคนหันมองแต่ไม่มีใครกระโดดขึ้นเวที จนโฆษกประกาศว่า “ถ้าไม่มีก็ขอประกาศให้นายกล้า...”

“เดี๋ยว!!” เสียงภูมินทร์ขัดขึ้น ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว เขาประกาศว่ายังเหลือผู้ท้าชิงอีกคน แล้วหันไปสบตาคม

คมรู้งานกระโดดขึ้นเวทีทันที ภูมินทร์ชูสร้อยทองในมือให้ทุกคนดู ประกาศว่าถ้าใครชนะเอาทองเส้นนี้ไปเลย เสียงฮือฮากระหึ่มขึ้น โฆษกบอกให้ผู้ท้าชิงไปพันมือได้เลย

“ไม่ต้อง...ใช้นวมมันไม่สะใจ...ต้องชกมือเปล่า กล้าสมชื่อไหมไอ้น้อง” คมท้า พอกล้าตกลง กรรมการคนหนึ่งไม่เห็นด้วย บอกว่าเปลี่ยนกฎตามใจชอบแบบนี้ไม่ได้ ภูมินทร์ลุกไปจับไหล่กระซิบข้างหูว่า

“กฎอะไรมันก็เปลี่ยนได้ทั้งนั้น อย่าเข้มงวดนักเลย” พลางดึงชายแจ๊กเกตโชว์ปืนที่เอว กรรมการคนนั้นหน้าซีด อนุมัติทันที แล้วเดินไปบอกกรรมการคนอื่นๆ ทุกคนหน้าซีดเงียบเป็นเป่าสากกันหมด

ooooooo

“แก๊ง!” ระฆังดังขึ้น กล้ากับคมเดินเข้าหากันทันที กล้าโชว์ลีลามวยไทยได้เก๋าและเท่มาก เล่นเสียคมถลำไปพิงเชือก เรียกเสียงเฮดังลั่นรอบสนาม

ภูมินทร์มองคมอย่างไม่พอใจ ในขณะที่คมเสียหน้ามาก เลยว่าคาถาเป่าพรวดไปตอนที่กล้าเงื้อหมัด ทำเอากล้าชะงักค้างยืนมึน ถูกคมพุ่งเข้าต่อยกระเด็นไปติดเชือก ภูมินทร์รู้ทันทีว่าคมเล่นไม่ซื่อ ส่วนกล้าสลัดหัวไล่ความมึนรวบรวมสติ

พอตั้งสติได้ กล้าท่องคาถานะจังงังที่พ่อเคยสอนไว้ตั้งแต่เขาอายุเพียง 10 ขวบ เขาสูดลมหายใจตั้งสติ หลับตา พอคมเงื้อหมัดเข้าต่อย กล้าหลบได้ทั้งที่หลับตาอยู่ แต่พอกล้าต่อยคืนโครมเดียว คมก็ร่วงลงไปนอนจุกให้กรรมการนับถึง 9 ก็ยังลุกไม่ขึ้น เลยถูกตัดสินแพ้ กรรมการหันไปจับมือกล้าชูเป็นฝ่ายชนะ ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของสาวๆและแฟนมวยทั้งสนาม

เมื่อคมลงมาขอโทษ ภูมินทร์จิกตาใส่ พูดเบาๆ

“ฉันเห็นนะไอ้คมว่าแกใช้อะไร ขนาดแกเล่นไม่ซื่อยังคลานเหมือนหมา แกนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ”

คมหน้าเหลือสองนิ้ว ทั้งเสียใจทั้งอาย...

ooooooo

กล้าได้รับรางวัลจากกรรมการท่ามกลางเสียงปรบมือโห่ร้องแสดงความยินดี ภูมินทร์ให้สร้อยคอทองคำตามที่ประกาศไว้ แต่กล้าไม่รับ บอกว่าตนชกมวยในฐานะนักกีฬา ไม่ได้คิดหวังเงินทองอะไร

“แต่พี่ชื่นชมฝีมือน้องมาก รับไปเถอะ พี่เป็นผู้ใหญ่ อย่าให้ต้องเสียคำพูดเลย” เมื่อกล้าจำต้องรับไว้ ภูมินทร์แนะนำตัวเอง “พี่...ภูมินทร์ เป็นเจ้าของปางไม้ไพรพญา ถ้าอยากได้งานดีๆ ก็ไปหาพี่ได้ทุกเมื่อ”

กล้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่าตนไม่ถนัดงานใช้กำลัง เหลือบมองคมแล้วเดินเลี่ยงไปอย่างไม่อยากมีเรื่องด้วย แต่คมยังแค้นตามไปพูด “แกกับฉันต้องได้เจอกันอีกแน่”

“ถ้าเจอกันแบบแฟร์ๆ เมื่อไหร่ก็ได้” กล้ารับท้าเดินลงจากเวที

งามตากับนงคราญแหวกผู้คนเข้ามากรี๊ดกล้า แนะนำตัวเองอย่างกระสัน

“งามตา อยู่แผนกการเรือนค่ะพี่กล้า ไปดูงามตา เต้นโชว์ต่อนะคะพี่กล้า นะคะ...” เธอเกาะแขนเขาฉอเลาะ กล้าฉุกคิดได้ว่าคงจะเป็นงามตาที่นุกูลชอบ เลยปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า

“พี่อยากไปมากเลยนะครับ แต่เผอิญพี่มีธุระต้องไปเยี่ยมเพื่อน นุกูลน่ะครับ ที่จริงเขาต้องขึ้นชก”

นงคราญสะกิดงามตายิกๆ เร่งว่าได้เวลาขึ้นเวทีแล้ว พอดูนาฬิกา งามตาตกใจ อุทานพร้อมกันว่า “ไม่ทันแล้ว” สองสาวออกวิ่งอ้าวไปทันที

ooooooo

ที่หน้าห้องนํ้าหญิง คะนึงนิจเดินหน้าเพลียๆออกมาบ่นว่า เพราะมะม่วงดองแท้ๆเชียว แล้วก็ยิ่งหน้าซีดเมื่อเห็นลูกน้องภูมินทร์สองคนยืนชะเง้อชะแง้มองหาอะไรอยู่ เธอหลบแว้บไปหลังแผงขายเสื้อยืดกับหมวก

ฉุกคิดได้ และก็ไวเท่าความคิด พอคนขายเผลอก็จิ๊กทั้งเสื้อและหมวกวิ่งหลบแว้บเข้าห้องนํ้าชาย ไวเป็นปรอท

กล้าเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนํ้าชายเสร็จแล้วออกมายืนฉี่ที่โถ คะนึงนิจเปลี่ยนเป็นชุดที่จิ๊กมาดูเป็นเด็กผู้ชาย ก้มหน้างุดๆเดินผ่านหลังกล้าที่ยืนฉี่อยู่

แต่พอออกไปเห็นสองคนนั้นยังอยู่เลยรีบผลุบกลับเข้ามา ไปยืนข้างๆกล้า สองคนนั้นเดินเข้ามาคุยกันว่า

“นี่มันห้องนํ้าชายนะเว้ย จะเจอเหรอวะ”

“นายสั่งให้หาก็หาไปเถอะน่า” ทั้งสองเดินไปชะโงกดูตามห้องส้วมทีละห้อง...ทีละห้อง...

กล้าดูอาการของคะนึงนิจที่มายืนข้างๆ แต่ไม่ฉี่ ท่าทางกลัวๆ เดาว่ามีเรื่องไม่ปกติแน่ เลยแกล้งทำเป็นเมาเซไปกอดคอหาทางช่วยพาออกไป ถามเบาๆว่า “หนีพวกมันอยู่ใช่ไหมน้องชาย ไปมีเรื่องอะไรกัน”

“ผมเปล่านะครับ แค่เหยียบเท้ากัน มันก็จะเอาเรื่อง พี่ช่วยผมด้วย”

“พี่จะช่วยนายเอง ไม่ต้องกลัว” แล้วกล้าก็ทำเสียงเมาๆ ชวน “ไปกินเหล้ากันต่อดีกว่าวะไอ้น้อง ไปๆ” แล้วกอดคอกันออกจากห้องนํ้าไป ปล่อยให้ลูกน้องภูมินทร์สองคนเดินดูตามห้องส้วมต่อไป...

พอออกจากห้องนํ้า คะนึงนิจบอกว่าพวกมัน

คงไม่ตามมาแล้ว ขอบคุณพลางเอามือกล้าที่พาดบ่าตัวเองออก

“เฮ้ยเล็กน้อย แต่ยังไงนายน่าจะออกกำลังกายให้มันแข็งแรงกว่านี้นะ เป็นผู้ชายกล๊องแกล๊งแบบผู้หญิง จะโดนรังแกง่ายๆ”

“ครับพี่...งั้นผมลาเลยนะครับ” พูดแล้วยกมือไหว้เดินไป ถอดหมวกพัดแก้ร้อน ภูมินทร์เห็นเข้าพอดี รีบแหวกคนตาม คะนึงนิจรู้ตัวรีบใส่หมวกวิ่งไปหากล้า บอกว่า “พวกมันมาอีกแล้ว” กล้าพาซื่อกอดคอเธอเดินแทรกหายเข้าไปในหมู่ผู้คน

ภูมินทร์ตามไปมองหา คมถามว่าเจอแล้วใช่ไหม เขาบอกว่าคิดว่าใช่ เห็นวิ่งไปหน้าเวที แล้วแหวกคนตามไป

ระหว่างกอดคอกันเบียดผู้คนหนีอยู่นั้น มือกล้าไปถูกหน้าอกคะนึงนิจเข้า เขาชะงักมองหน้า “นี่...นาย...”

พอถูกจับได้ คะนึงนิจอายมาก ผลักกล้าออกวิ่งมุดเข้าไปในกลุ่มผู้คน กล้าเป็นห่วงรีบแหวกคนตามไป...

ooooooo

ตอนที่ 2

กล้ามุดตามคะนึงนิจไป เห็นอุบะดอกจำปีตกอยู่ที่พื้น พอก้มลงหยิบก็มีเสียงหวานๆเอ่ยขึ้น

“ขอดอกไม้นั่นเถอะค่ะ”

กล้ามองเจ้าของเสียงถึงกับตะลึงในความงามอ่อนหวานของราชาวดี เขาส่งอุบะให้ ถามว่าของเธอหรือ

“ค่ะ มันคงหลุดจากชฎาน่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ” ราชาวดีไหว้อย่างอ่อนช้อยรับอุบะบอกว่า “ฉันต้องขึ้นเวทีแล้ว”

ที่หน้าเวที คมเบียดแทรกคนเข้ามาจนทำท่าจะมีเรื่องกับพวกเด็กช่าง ดีแต่ภูมินทร์มาจับไหล่ปราม พอดีพิธีกรประกาศว่า

“ฟังเพลงสากลสนุกๆจากหนุ่มๆแผนกช่างยนต์กันไปแล้ว ต่อไปมาชมการแสดงที่ละเมียดละไมสวยงามของสาวๆจากแผนกการเรือนกันบ้าง เริ่มจากการรำอวยพร เชิญชมกันเลยครับ”

กล้าแอบดูอยู่ด้านข้างเวทีมองราชาวดีร่ายรำอย่างประทับใจ เช่นเดียวกับภูมินทร์ที่มองราชาวดีไม่วางตา เธอยิ้มแย้มร่ายรำอย่างอ่อนช้อย สวยเด่นกว่าใคร

งามตา นงคราญกับเพื่อนเพิ่งมาถึง เธอไม่พอใจมากที่มาไม่ทันแล้วชุดของราชาวดีได้ขึ้นโชว์ก่อน ต่อว่ารุ่นพี่ที่จัดงานอย่างรุนแรงบอกว่าตนจะไม่มีวันยอมแสดงต่อจากราชาวดีเด็ดขาด สั่งพรรคพวกกลับ เพื่อนๆพากันบ่นที่แต่งตัวเก้อ

ooooooo

ที่ห้องพระบ้านกระเต็น ขณะกระเต็นจุดธูปไหว้รูปของเพชรที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา มีเสียงแก้วแตกข้างนอก เธอเงี่ยหูฟังอย่างไม่สบายใจ ลุกลงไปที่ห้องรับแขกอย่างระวังตัว เห็นจวนนั่งสลบพิงฝา ถาดหล่นแก้วนํ้าแตกที่พื้น

กระเต็นรีบเข้าประคองจวน ทันใดก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น เธอรีบไปหยิบปืนที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักตู้โชว์ วิ่งออกไปหน้าบ้านทันที พอมาถึงสนามหน้าบ้าน เห็นหุ่นพยนต์ถูกไฟไหม้จนดำเป็นถ่าน กระเต็นส่ายปืนมองไปรอบๆ ร้องท้า

“แกจะเป็นใครก็ช่าง ฉันไม่กลัวแกหรอก ออกมา!”

“หึๆๆ ไอ้เพชรอยู่ที่ไหน! มันอยู่ที่ไหน!!” เสียงน่ากลัวถามขึ้น กระเต็นถามว่า ถามหาเขาทำไม “ข้าจะทำให้มันได้รู้ว่าข้าต่างหากที่เป็นหนึ่ง ไม่ใช่มัน!”

กระเต็นบอกให้กลับไปเสีย เพราะเพชรตายไปแล้ว ก็ถูกหาว่าโกหก จนเมื่อเธอยืนยันว่าผู้การเพิ่งตายไปเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังได้ยินเสียงโต้ตอบมาว่า

“ข้าไม่เชื่อ ข้ารอวันนี้มาตลอด ไอ้เพชรต้องไม่ตาย มันต้องมาประลองอาคมกับข้าก่อน มันต้องชดใช้ชีวิตลูกกับเมียข้า”

เพียงเท่านี้ กระเต็นก็รู้ทันทีว่ามันคือทิว ถามว่าออกมาได้ยังไง เพราะถูกจารึกยันต์อาคมขังไว้แล้ว ทิวบอกว่าตนแค่สวดคาถาสะกดมารถอยหลังนับหมื่นครั้งฟ้าก็ปรานี ตนขอแค่ประลองกับเพชรอีกครั้งเท่านั้น ประกาศว่าตนต้องเจอกับเพชรให้ได้ แล้วร่ายมนต์เกิดลมแรง ดวงตาทิวเป็นสีแดงวาบขึ้น

“ปัง! ปัง!!” กระเต็นลั่นกระสุนไปสองนัดถูกตัวทิว แต่เพียงมันเอามือปัด รอยกระสุนก็หาย ทิวเคลื่อนตัวเข้าตบกระเต็นเต็มแรง ทำให้กระเต็นลอยไปชนผนังบ้านร่วงลงมากระอักเลือด กระเต็นเห็นทิวเดินเข้าหาก็กระเสือกกระสนวิ่งหนีเข้าบ้าน ตรงเข้าไปในห้องพระ หยิบมีดหมอออกมาว่าคาถาแล้วเป่ามนต์ลงไป

มีดหมอแดงวาบขึ้น กระเต็นโถมเข้าแทงโดนแขนทิวอย่างจังเลือดไหลโกรก ทิวชะงักถอยออกจากห้องไปว่าคาถาขมุบขมิบ พริบตาเดียวเลือดที่ไหลออกมาก็ย้อนกลับไป บาดแผลก็สมานสนิทเป็นเนื้อเดียวกันอย่างเร็ว กระเต็นมองอึ้ง พึมพำ

“กสิณไฟ!” กระเต็นหลบกลับเข้าห้องพระทันที

ทิวตามเข้าไปเพ่งกสิณไฟจนแจกันกระแทกผนังห้อง  มีดหมอกระเด็น ทิวเหยียบมีดหมอไว้เพ่งกสิณใส่อีก คราวนี้กระถางธูปของเพชรไหม้โกศเพชรตกลงมาแตก ผงกระดูกเพชรร่วงออกมา ทิวจึงเชื่อว่าเพชรตายแล้ว แต่ยังรับไม่ได้ ตะโกน

“ไม่จริง ข้ายอมสูญเสียทุกอย่างในชีวิตเพื่อรอวันนี้ ลุกมาสิวะ! เก่งนักก็ฟื้นมาสู้กันสิวะ ไอ้เพชร! ไอ้สารเลว!!”

ทิวหยิบโกศขึ้นมา กระเต็นฉวยโอกาสนั้นกระโดดหน้าต่างหนี ตกลงไปเท้าแพลงทำให้วิ่งไม่ถนัด ทิวขว้างโกศทิ้งมองตามกระเต็นเพ่งกสิณไฟใส่จนไฟลุกพรึ่บ ดีแต่กระเต็นหลบได้ทัน แต่ก็ถูกกสิณไฟของทิวต้อนจนมุม

ขณะลูกไฟกำลังจะลอยเข้าปะทะร่างกระเต็นนั่นเอง ก็มีไฟดวงใหญ่พุ่งเข้าชนระเบิดสนั่น ทิวกระเด็นไปหันมองอึ้ง เห็นพระหาญในวัย 70 ปี ที่ยังดูแข็งแรงน่าเกรงขาม ก็ตะโกน “เป็นพระก็อยู่ส่วนพระ! มายุ่งกับข้าทำไม!”

“หยุดแค่นี้เถอะโยม อาตมาขอ” พระหาญเอ่ย แต่ทิวไม่ยอมหาว่าเพชรทำให้ลูกเมียตนตาย วันนี้ตนจะฆ่าเมียเพชรบ้าง พระหาญเตือนสติว่า “ไฟพยาบาท อาฆาต มีแต่จะเผาตัวเองให้มอดไหม้นะโยม”

“เฮ้ย...หนวกหู ไม่ฟังโว้ย...ถ้าเก่งนักก็ฆ่าข้าให้ได้สิวะ” ทิวท้าอย่างบ้าคลั่งแล้วเพ่งกสิณไฟใส่พระหาญทันที

พระหาญหลับตาว่าคาถาดินแล้วเป่าออกไป ดินที่พื้นลอยตัวขึ้นครอบลูกไฟจนมอด ทิวเจ็บใจว่าคาถาสะกดมาร เกิดเมฆดำรวมตัวกัน ลมพัดแรง เหล่าวิญญาณพุ่งทะลุผ่านเมฆดำรวมตัวกันลงมาที่บ้านเพชร แล้วรวมเป็นเกลียวพุ่งเข้าใส่พระหาญอย่างเร็ว พระหาญหลับตาภาวนาในใจ

“พุทธโธ ธัมโม สังโฆ”

ทันใดนั้น รูปเพชรในห้องพระ เกิดแสงลอยออกมากลายเป็นลูกแก้วใสลอยออกไปทางหน้าต่าง ลอยเข้าครอบตัวพระหาญไว้ก่อนที่วิญญาณร้ายจะถึงตัวท่าน เหล่าวิญญาณผีร้ายกรีดร้องโหยหวน ทิวโมโหรวมพลังว่าคาถาเขมร ทำให้รอบตัวปรากฏรังสีไฟสีแดงแผ่ความร้อนจนดวงไฟตามถนนแตก ตาของทิวเปลี่ยนเป็นสีเลือดทันที!

พระหาญที่ยืนสงบอยู่ในครอบแก้ว ถูกไฟที่ลูกใหญ่ขึ้นทุกทีพุ่งเข้ากระแทกครอบแก้วแตกกระจาย ลูกไฟกระเด็นถูกกระเต็นบาดเจ็บ ทิวเองก็ถูกลูกไฟร่างกระเด็นไปกระอักเลือด ทิวว่าคาถาย่นระยะทางอากาศแหวกออก ทิวกระโจนหายไป แก้วที่ครอบพระหาญก็หายไปเช่นกัน

พระหาญรีบไปดูกระเต็นที่ถูกลูกไฟกระอักเลือดบาดเจ็บสาหัส ร่างกายเต็มไปด้วยรอยไหม้

ooooooo

ร่างกระเต็นถูกนำเข้ามานอนที่ห้องรับแขก พระหาญยืนร่ายคาถา เมื่อได้รับนํ้ามนต์กระเต็นก็ค่อยๆรู้สึกตัว รอยชํ้าตามตัวก็ค่อยๆเลือนหายไป

กระเต็นก้มกราบพระหาญด้วยความซึ้งใจ ท่าน บอกว่า

“เด็กในบ้านโยมไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ตกใจจนสลบไป เพื่อไม่ให้รับรู้เรื่องนี้ อาตมาใช้มนต์สะกดเอาไว้ รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาก็จะจำอะไรไม่ได้”

กระเต็นซึ้งใจที่ท่านช่วยชีวิตไว้ พระหาญบอกว่าไม่ใช่ท่านแต่เป็นตะกรุดที่แขวนซ้อนอยู่หลังรูปเพชรต่างหาก บอกกระเต็นว่า “โชคดีที่หลานกล้าซ่อนตะกรุดไว้ที่นี่ อานุภาพของตะกรุดดอกนี้จึงช่วยพวกเราไว้”

กระเต็นกังวลว่าทิวเป็นตัวอันตรายหนีไปได้เช่นนี้จะทำอย่างไรดี พระหาญบอกว่าท่านจะตามหาทิวเอง แต่เธอกับกล้าก็ต้องระวังตัว เพราะปีนี้กล้าอายุครบ เบญจเพสพอดี แต่ไม่ต้องกังวลเพราะคราวนี้ทิวบาดเจ็บมากมันยังทำร้ายใครไม่ได้

“แต่ต่อไปล่ะคะหลวงพ่อ ต่อไปจะทำยังไง...” กระเต็นยังอดกังวลไม่ได้

ooooooo

ป๋อง โป้ง เปี๊ยกกับกล้าไปเยี่ยมนุกูลที่ต้อง แขวนเปลไหล่ข้างที่หลุดอยู่ กล้าถามนุกูลว่าจะบอก จ่าลุยผู้เป็นพ่อว่าไปโดนอะไรมา นุกูลบอกว่าคง ต้องปดตามข้ออ้างเดิมๆ ว่ารถล้ม เพราะขืนบอกว่าตนถูกอัดน่วมมามีหวังโดนพ่อกระทืบซํ้าแน่ๆ กล้าบอกว่าคืนนี้ให้ไปค้างบ้านเปี๊ยกก่อนพรุ่งนี้ตนจะไปที่อู่ช่วยแก้ตัวให้ แล้วขอกลับก่อน

กล้าขี่มอเตอร์ไซค์วิบากรุ่นเก่าเข้ามาในซอย เห็นพระหาญยืนอยู่หน้าบ้าน แต่พอไปถึงปรากฏว่าท่านหายไปแล้ว เมื่อเข้าไปเห็นสภาพในบ้าน เห็นหุ่นพยนต์ถูกเผาดำเป็นถ่าน กล้าตกใจวิ่งเข้าไปในบ้านเห็นกระเต็นกำลังเก็บกวาดบ้านอยู่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมไฟที่ถนนกับที่รั้วถึงได้แตกหมด แถมต้นไม้ยังโดนเผาด้วย

“มีคนโรคจิตมันบุกเข้ามาลองของน่ะ แต่แม่เล่นงานจนมันเผ่นไปแล้ว” กล้าถามว่าแจ้งตำรวจหรือยัง กระเต็นตัดบทว่า “แค่คนบ้า แม่ไม่อยากให้มันยุ่งยาก”

“บ้าก็ต้องจับ ผมละเบื่อที่สุด ไอ้พวกชอบลอง ของเนี่ย วันนี้ผมก็เจอ ผมใช้แม่ไม้มวยไทยสั่งสอนไป ดีนะแม่ที่ผมไม่ได้พกตะกรุดไป ไม่งั้นมันคงหาว่าผมชนะเพราะมีของดี”

กระเต็นเอาตะกรุดออกมาถามว่าเอามาซ่อนไว้ หลังรูปพ่อหรือ กล้ามองตะกรุดพูดอย่างเบื่อหน่ายว่า รำคาญมีแต่คนมาถาม มาขอดูจนตนไม่เป็นอันทำอะไร พูดถึงอดีตว่า

“ตอนเด็กๆผมต้องเข้าโรงเรียนประจำก็เพราะพวกชอบลองของกับพ่อนี่แหละ”

กระเต็นบอกว่านี่เป็นของมีค่า เป็นมรดกของปู่ของพ่อที่ตกทอดมาถึงเขา ที่สำคัญตะกรุดนี้ช่วยคุ้ม– ครองชีวิตพ่อกับแม่ให้รอดมาจนมีเขา กล้าย้อนถามว่า “ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่าเพราะพ่อกับแม่เก่งถึงไม่มีใครทำอะไรได้”

“ตกลงแกจะเถียงเอาชนะแม่ให้ได้ใช่ไหม” กล้าทำหน้าอ้อนบอกว่าใครจะกล้าเถียงคุณนายมือปราบ แล้วรับตะกรุดจากแม่ไปสวมคอ นึกขึ้นได้บอกว่า เมื่อกี้เห็น พระสงฆ์อยู่หน้าบ้านเหมือนหลวงปู่มา “ไม่ใช่หรอก หลวงปู่ท่านอยู่ในป่าลึก คงเป็นพระองค์อื่น ท่านคงมาธุดงค์แถวนี้”

“เสียดายผมนึกว่าจะได้กราบหลวงปู่ ตั้งแต่ท่าน มาเป่ายันต์ให้ตอนผมป่วยหนักคราวนั้น ก็ไม่เคยเจอ กันอีกเลย”

กระเต็นนึกถึงตอนกล้าอายุ 16-17 เขาป่วยหนัก พระหาญมาเป่ายันต์เกราะเพชรให้ ท่านบอกว่า

“ยันต์นี้คืออิติปิโสแปดทิศ เมื่อรับแล้วจะปลอดภัยจากไสยเวททุกชนิด ดวงเจ้ากล้ามันแรงมาก เจ็บป่วย คราวนี้อาจจะถูกกระทำจากวิญญาณชั่วร้าย ยันต์จะช่วยปัดเป่าให้ทุเลาขึ้น” ท่านยังบอกยํ้ากับกล้าว่า “เมื่อรับ ยันต์นี้แล้ว ต่อไปเจ้าต้องไม่ดื่มเหล้า ไม่ลักขโมย หมั่นสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน ทำได้ไหม”

“ได้ครับ” กล้ารับคำ พระหาญจึงพนมมือว่า คาถา ยันต์ลอยเข้าไปในหน้าอกเขา...

กล้าถอดเสื้อไปยืนหน้ากระจกดูหน้าอกตัวเอง พึมพำอย่างซาบซึ้งใจ...

“ขอบพระคุณครับหลวงปู่ สำหรับยันต์เกราะเพชร แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเป็นคนธรรมดาที่เอาตัวรอดด้วยความสามารถของตัวเองมากกว่า”

ooooooo

ในนิมิตของพระหาญ...ทิวบาดเจ็บสะบักสะ-บอมเดินอยู่ในป่า ท่านปรากฏตัวดัก เตือนสติทิวว่า

“ทิว เอ็งหยุดซะเถอะ...อย่าก่อกรรมต่อไปเลย”

“ไม่มีทาง ตราบใดที่ข้าไม่ตาย ข้าจะจองล้างจองผลาญพวกเอ็งจนกว่าข้าจะหมดลมหายใจ ข้าจะฆ่าล้างตระกูลพวกเอ็งให้ได้” ทิวพรวดเข้าบีบคอพระหาญ อ้าปากให้เงาดำของวิญญาณพุ่งเข้าใส่จนพระหาญกระ– อักเลือดทรุดลงไปนอน มองไปเห็นชัดกับสมุนเสือเมฆที่ตายเพราะถูกทลายชุมโจรเดินรุมเข้ามา ชัดคุกคามว่า

“พี่หาญ...ผ้าเหลืองคุ้มครองพี่ไม่ได้หรอก พี่กับไอ้กล้าต้องชดใช้ชีวิตให้ฉันกับพี่น้องของเรา”

ooooooo

ที่สำนักป่าอิสุโร...หลวงปู่หาญนั่งหลับตา เข้าฌาน เหงื่อเต็มหน้า เมื่อลืมตาขึ้นก็หายใจหอบ ลุกเดินคิดเครียด เดินไปก้มกราบองค์พระประธาน ในโบสถ์ร้าง เพ่งจิตระลึกถึงพ่อปู่บุญทา ครู่เดียวพ่อปู่ก็มาปรากฏกายตรงหน้า

“ใจท่านรุ่มร้อน จิตที่เป็นสัมมาสมาธิต่างหาก จึงจะเกิดปัญญา”

“ผมไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่เป็นห่วงหลาน มีวิธีไหนไหมครับที่จะช่วยให้กล้า พ้นจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ได้”

“กรรมย่อมติดตามผู้กระทำเหมือนเงาตามตัว ไม่มีทางหนีได้หรอก” หลวงปู่หาญถามว่าจะหนักหนาถึงชีวิตหรือไม่ “รู้หรือไม่รู้ จะแตกต่างกันยังไง ในเมื่อผลย่อมไม่เปลี่ยนแปลง ท่านปล่อยวางเสียเถิด”

หลวงปู่หาญเครียด ขอลาสิกขา พ่อปู่บุญทาบอกว่าถึงลาสิกขาก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้

“ผมคิดอย่างรอบคอบแล้วครับ ถึงจะห้ามวิบาก กรรมครั้งนี้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมอาจช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา”

พ่อปู่บุญทาเห็นว่าหลวงปู่หาญคงหมดบุญที่จะครองผ้าเหลืองแล้ว จึงสึกให้หาญในวัยชรานั่งขัดสมาธิอยู่กลางเพดานโบสถ์ที่โหว่ทะลุเห็นดวงอาทิตย์สาดแสงลงมา หาญนุ่งกางเกงขาวไม่ใส่เสื้อ แผงอกที่เหี่ยวย่นรอยสักยังชัดเจน เสียงพ่อปู่บุญทาเอ่ยขึ้นว่า

“ถึงแม้จะไม่ได้ครองเพศสมณะแล้ว แต่จงหมั่น รักษาศีลให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ อย่าให้ความดีที่ทำมาต้องสูญเปล่า”

หาญขอให้พ่อปู่ทำพิธีอมฤตเทวาให้ ท่านถามว่ารู้ใช่ไหมว่าผ่านวิธีนี้ต้องแลกด้วยอะไร หาญบอกว่ารู้แต่ตนตัดสินใจแล้ว พ่อปู่จึงทำพิธีให้...

เสียงสวดคาถาของพ่อปู่บุญทาก้องกังวาน ธรรมชาติย้อนเวลา...พระอาทิตย์เคลื่อนถอยหลัง จากกลางวันกลาย เป็นกลางคืนวนไปรอบแล้วรอบเล่า ธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟไหลรวมเป็นเนื้อเดียวกันก่อเป็นกำแพงล้อมรอบตัวหาญ

การย้อนเวลาทำให้ต้นไม้เถาวัลย์ที่เหี่ยวเฉา กลับมาสดใสใบเขียวขึ้นมาใหม่ หาญในวัยชราก็ย้อนกลับสู่วัยฉกรรจ์ ลุกยืนตระหง่าน

หาญในชุดฆราวาส ก้าวเดินมาในกลางป่าก้มมอง ลูกสะกดที่คอ ซึ่งพ่อปู่มอบให้หลังทำพิธีเสร็จ พ่อปู่บอกว่า

“ลูกสะกดหัวใจสิงห์ ทำจากเหล็กไหล มีพุทธคุณทั้งมหาอำนาจ คลาดแคล้ว คงกระพันชาตรี ตราบใดที่ เจ้ายึดมั่นในศีล ลูกสะกดนี้จะคุ้มครองรักษาเจ้าจนกว่าจะถึงเวลานั้น”

หาญกราบลาพ่อปู่เดินไปในป่าอย่างมุ่งมั่น คำเตือนของพ่อปู่ยังก้องอยู่ในโสตประสาท...

“เจ้าตัดสินใจทิ้งทางธรรมก้าวกลับไปสู่ทางโลก สู่วังวนของกิเลสตัณหา ดุจเรือที่แล่นทวนน้ำ น้ำมีแต่จะ พัดพาเรือไหลลงสู่ที่ต่ำ จิตใจที่เข้มแข็งเท่านั้น จะต้านกระแสแห่งกรรมชั่วได้”

ooooooo

ที่ข้างกำแพงวัดมหาธาตุย่านค้าขายพระเครื่อง...

จุก บึงกร่าง ลูกน้องกระเต็นอดีตเด็กวัดที่ผันตัวเองมาเป็นเซียนพระเปิดแผงเช่าพระอยู่ข้างกำแพงวัด ขณะโอ่ความเก๋าเป็นเซียนพระของตนกับลูกค้าคนหนึ่งที่มาส่องพระ เหล็งลูกน้องเสี่ยไพบูลย์พ่อค้าของเก่าที่ลักลอบตัดเศียรพระและขโมยของเก่าตามวัดก็เดินกร่างเข้ามาเอาปืนจี้ถามว่า “แล้วไอ้นี่ล่ะ ของจริงหรือเก๊” เล่นเอาจุกกลืนน้ำลายเอื๊อก...

เหล็งตะคอกถามจุกว่า “เอ็งใช่ไหมที่ทะลึ่งไปบอกเซียนเพ้งว่าได้พระปลอม! ของที่นายอั๊วปล่อยไม่มีทางปลอมโว้ย จำเอาไว้”

“ตำรวจ” จุกตะโกน พอเหล็งหันมอง จุกก็คว้าเก้าอี้ฟาด เหล็งหลบได้ทันยันจุกล้มเอาปืนจ่อยิงเผาขน จุกลงไปนอนแผ่สองสลึง

“ช่วยด้วย เซียนจุกถูกยิง” พวกแม่ค้าตะโกน กระเต็นมาเขย่าจุก หันตะโกนให้ใครก็ได้ช่วยเรียกรถ พยาบาลที

“พี่เต็น...ไม่ต้อง” จุกลุกนั่งยิ้มเผล่ กระเต็นผงะ บรรดาไทยมุงพากันอุทานทึ่งว่า เซียนจุกนี่เหนียวจริงๆ!

ที่แท้จุกใส่เสื้อเกราะที่ตำรวจเอามาขายให้ถูกๆ

บอกกระเต็นที่มานั่งคุยกันที่ศาลาริมน้ำว่า ใส่ไว้หน่อยเผื่อท่องมหาอุดไม่ทัน ทำเอากระเต็นเซ็งถามว่าถ้าโดนยิงหัวจะทำยังไง บอกให้เลิกมันอันตรายก็ไม่เลิก

เป็นตายยังไงจุกก็ไม่ยอมเลิกเพราะกว่าจะไต่เต้าขึ้นมามีแผงของตัวเองได้ก็ต้องเป็นผีสนามอยู่ตั้งนาน ถามกระเต็นว่ามาที่นี่ทำไมหรือ

กระเต็นบอกว่ามาปรึกษาเรื่องจะบวชกล้า

ooooooo

ด้วยความอยากเจอราชาวดีที่พบกันแวบเดียวในงานคืนนั้น กล้าไปเมียงๆมองๆที่ตึกการเรือน เจออาจารย์สมใจ อาจารย์ถามว่าอยู่แผนกไหน มาทำอะไรแถวนี้ กล้าตกใจบอกว่าตนเป็นศิษย์เก่าแผนกช่างยนต์ มารอเพื่อน

“แต่นี่เป็นแผนกการเรือนไม่น่าจะมีเพื่อนเธออยู่แถวนี้” อาจารย์พูดอย่างรู้ทัน

“จริงด้วย...แหม ผมไม่ได้เข้ามานานเลยลืม ขอโทษครับ” กล้าเฉไฉยิ้มแหย รีบเดินแยกไป แล้วก็อยากเขกหัวตัวเองที่แม้แต่ชื่อสาวที่ติดตาต้องใจก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

“ราชาวดี ทำไมเพิ่งมา” เสียงดวงใจร้องถามเพื่อนอย่างร้อนใจ กล้าหันมองเห็นสาวเจ้าเข้าเต็มตา หัวใจหนุ่มพองโตยิ้มออกมาเต็มหน้าพึมพำชื่อสาวเคลิ้ม “ราชาวดี...”

ดวงใจกับราชาวดีวิ่งขึ้นไปบนตึก ราชาวดีชี้แจงกับเพื่อนว่า ที่มาช้าเพราะไม่รู้ว่าใครมาเลาะชุดที่ตนเนาไว้กับหุ่นที่เตรียมส่งอาจารย์ออกหมด สองสาวเลยต้อง

ช่วยกันเนาชุดอีกรอบ พูดกันว่าต้องมีคนแกล้งเราแน่ๆ

งามตาแอบดูอยู่ พูดกับเพียงพิศและนงคราญว่าสมน้ำหน้า เมื่ออยากเด่นก็เด่นเสียให้พอ

“แค้นอะไรไม่แค้นเท่าไม่ได้อยู่คุยกับพี่กล้าต่อ เมื่อไหร่จะได้เจออีกก็ไม่รู้” นงคราญบ่น

“พี่กล้าเป็นเนื้อคู่ฉัน ยังไงก็ต้องได้เจอกันอีก พนันกันไหม” งามตาอุ๊บอ๊ิบอุบพี่กล้าไว้เสียเลย

ooooooo

ราชาวดีกับดวงใจช่วยกันเร่งเนาชุดกับหุ่นให้ทันส่งอาจารย์กันมือไม้สั่น เพราะรีบมากเลยทำกระดุมหล่นกลิ้งหายไป ราชาวดีบอกดวงใจว่าให้ไปดูในล็อกเกอร์ตนซื้อมาเผื่อไว้ให้รีบไปเอา แล้วตัวเองก็ตั้งหน้าตั้งตาเนาชุดต่อ

กล้ายังเดินวนเวียนมองหาราชาวดี จนเห็นนั่งเนาชุดอยู่ เธอได้ยินเสียงคนเดินนึกว่าดวงใจมาแล้ว

บอกเพื่อนโดยไม่หันมองให้ช่วยส่งเข็มหมุดให้หน่อย กล้าเห็นไม่มีใครเลยสวมรอยส่งเข็มหมุดให้แต่เอาทางปลายออก เลยตำมือเธอจนร้อง กล้าตกใจคว้ามือเธอไปดูรีบขอโทษ

พอราชาวดีหันมาเห็นเป็นกล้าก็รีบชักมือกลับขยับถอยห่างจนเกือบตกเก้าอี้ กล้ารีบคว้าไว้ เลยเหมือนนั่งประคองกันอยู่ งามตากับเพื่อนมาเห็นพอดี โวยวายว่า ราชาวดีกล้านัดผู้ชายมาพลอดรักกันถึงห้องเรียนเลยหรือ พอเห็นชัดๆว่าชายหนุ่มคนนั้นคือกล้า งามตาอุทานเหมือนเพ้อ “พี่กล้า...”

“อย่าเข้าใจผิด มันเป็นอุบัติเหตุ เป็นความผิดของพี่เอง” กล้าออกรับแทน

“วดีๆ อาจารย์มาแล้ว” ดวงใจร้องบอกพลาง

วิ่งเข้ามา พอเห็นบรรยากาศในนั้นก็ร้องอุ๊ย! ส่วนกล้าก็รีบขอตัวเดินออกมาสวนกับอาจารย์พอดี กล้ารีบ

ยกมือไหว้แล้วเลี่ยงไป อาจารย์มองงง ส่วนพวกสาวๆก็พากันเข้าห้องเรียน

งามตามองราชาวดีอย่างอาฆาตด้วยความหึงหวงกล้าที่ตัวเองแอบอุ๊บอิ๊บว่าเป็นแฟน

เมื่อเจอกันที่มุมตึก งามตาโมเมว่ากล้ามาหาตนแต่เจอราชาวดีก่อนเลยฉวยโอกาสยั่วเขา โต้เถียงจน

ตบตีกัน เพื่อนๆต้องเข้ามาช่วยกันจับแยก งามตาชี้หน้าอาฆาตราชาวดีว่า

“จำไว้อย่ามายุ่งกับของของฉัน ไม่งั้นเสียโฉมแน่”

ooooooo

บ้านราชาวดีอยู่ริมน้ำ เธอกลับบ้านเจอคะนึงนิจ พอคะนึงนิจรู้ว่าเพื่อนถูกตบมาก็ตกใจถามว่าเป็นพวกนักเลงหรือเปล่า ระแวงว่าเป็นพวกที่มาตามหาตนใช่ไหม

“เดี๋ยวๆนิจ นักเลงที่ไหน เรามีเรื่องเข้าใจผิดกับเพื่อนนิดหน่อยน่ะ” เอะใจถามว่า “นิจพูดเหมือนกำลังมีใครตามตัวอยู่ แบบนี้ใช่ไหมเมื่อวานนิจถึงเข้ามาแอบอยู่หลังเวที แล้วก็ขอมาค้างกับเรา”

คะนึงนิจกลบเกลื่อนว่าไม่ใช่ เมื่อวานตนท้องเสียวาดรูปให้ลูกค้าไม่ทันเสร็จต้องรีบไปเข้าห้องน้ำ เลยกลัวเขาจะตามมาเอาเรื่อง ราชาวดีเลยชวนให้มาอยู่เสียด้วยกันที่บ้านเพราะเธอเช่าห้องอยู่คนเดียวตนเป็นห่วง

“ไม่ได้หรอก สมบัติบ้าเราเยอะ แค่ครูสอนให้เราฟรีๆนี่เราก็เกรงใจจะแย่แล้ว”

พอดีเริงกลับมา ราชาวดีถามว่าทำไมวันนี้พ่อกลับเร็ว เริงบอกว่าเมื่อวานเด็กยกพวกตีกัน วันนี้เลยปล่อยกลับเร็วหน่อยจะได้ไม่ต้องเจอกับคู่อริ แล้วบ่นเด็กพวกนี้ที่ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง คะนึงนิจผสมโรงเห็นด้วยในใจก็นึกถึงภูมินทร์พี่ชายตัวเอง

ooooooo

ฝ่ายภูมินทร์กำลังไปดูและเจรจาซื้อของเก่าจากเสี่ยไพบูลย์ที่ตาบอดข้างหนึ่งต้องเอาผ้าคาดไว้และขาข้างหนึ่งเป็นขาปลอมเพราะโดนระเบิด ภูมินทร์ซื้อของเก่าจากไพบูลย์อย่างใจปํ้าแล้วฝากขายงาช้าง เขาสัตว์ และขอให้ช่วยสองเรื่อง

เรื่องแรกคือให้ช่วยหาบ้านในกรุงเทพฯให้สักหลังเผื่อมีธุระสำคัญต้องไปอยู่สักพัก เรื่องที่สองคือให้ช่วยสืบหาคน

“น้องสาวผมเอง หนีออกจากบ้านมาเกือบปีแล้ว ผมได้ข่าวว่ามารับจ้างวาดรูปอยู่แถวโรงเรียนสหวิช”

“ไม่มีปัญหาแถวนั้นถิ่นของลูกน้องผมเหมือนกัน” เสี่ยรับปากอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยเพื่อธุรกิจผิดกฎหมายด้วยกัน

ขณะนั้นเอง เหล็งวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกเรื่องตนจ่อยิงจุกเผาขนแต่ไม่เข้า จุกลุกขึ้นมาเดินปร๋อ เล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“แล้วผมก็เพิ่งรู้ว่าไอ้นี่มันเป็นลูกศิษย์ของพระหาญ”

“พระหาญ ไอ้เสือหาญน่ะเหรอ แสดงว่ามันเป็นพวกมีวิชาอาคมน่ะสิ” เสี่ยรู้ทันที ภูมินทร์เข้ามาถาม เสี่ยเล่าว่า “ศัตรูเก่าของผมน่ะพ่อเลี้ยง มันเป็นคนที่ทำให้ผมต้องหนีไปกบดานหากินเสี่ยงกับระเบิดอยู่ชายแดน ต้องเสียทั้งตา ทั้งขาข้างนี้...ชาตินี้ผมไม่มีวันลืมมัน ไอ้เสือหาญ!”

“เสือหาญ...” ภูมินทร์ทวนชื่ออย่างสนใจ

ooooooo

ในป่า...หาญกำลังวิ่งลัดเลาะมาตามตะเข็บชายแดน พลางเอามืออังกระแสความร้อนจากกสิณ ไฟของทิวว่าผ่านไปทางไหนบ้าง แล้วก็รับรู้จากกระแสจิตว่าทิวกำลังกัดฉีกเนื้อหญิงสาวชาวป่าคนหนึ่งแล้วเหวี่ยงทิ้งไป ดูดเลือดที่มือพลางกวาดตามอง แผดหัวเราะอย่างสะใจ

หาญย่นระยะทางมาเห็นหญิงสาวนอนคว่ำหน้าอยู่ แต่พอเข้าประคองกลายเป็นสมิงปอบแยกเขี้ยวกัดคอหาญทันที แต่ถูกลูกสะกดที่คอหาญกระเด็นออกไป หาญอุทาน “สมิงปอบ...”

หาญถูกสมิงปอบมากมายทั้งไต่ลงจากต้นไม้ทั้งคลานออกจากพงหญ้าเข้ามาล้อมหาญคำรามใส่ หาญควักสนับมือเสือขึ้นมาเป่าอาคมสู้กับสมิงปอบเหล่านั้น เมื่อถูกรุมเข้ามาก็ว่าคาถาปลุกเสือสู้ จนเหล่าสมิงปอบกระเด็นหายไปเหลือตัวเดียวที่โดนสนับเล็บเสือของหาญนอนเจ็บอยู่

หาญรูดใบไม้มาเป่ามนต์ยื่นให้เอาไปสมานแผล บอกสมิงปอบว่า

“พวกเอ็งถูกปลุกขึ้นมาด้วยความไม่เต็มใจ ไอ้ทิวสะกดพวกเอ็งให้คอยรับใช้มัน จำไว้ จิตที่ตั้งมั่น จะช่วยให้เอ็งมีพลังคลายมนต์สะกดของมันได้”

หาญหลับตาตั้งจิต มนต์สะกดสีดำของทิวไหลออกจากร่างหายไป สมิงปอบลืมตาขึ้นกลายเป็นดวงตามนุษย์

“ข้ารู้ว่าคนที่ท่านตามหาอยู่ไหน ข้าจะนำทางท่านเอง” พริบตานั่นสมิงปอบกลายร่างเป็นเสือลาย พาดกลอนกระโจนแผล็วนำทางไปทันที

หาญไปเจอทิวฆ่าผู้คนมากมาย ทั้งยังเผากระท่อมชาวบ้านด้วย หาญถามว่าทำไมต้องฆ่าคนมากมายขนาดนี้ ทิวบอกว่าเลือดและหัวใจมนุษย์เท่านั้นที่จะทำให้ตนมีพลัง

ทิวจำได้ว่าหาญคือพ่อเฒ่าคนนั้น หาญบอกว่าไม่ต้องสนใจว่าตนคือใคร เอาเป็นว่าฟ้าคืนเวลาให้ตนเพื่อมาจัดการเขา เรียกทิวให้ตามตนไปรับโทษทัณฑ์เสีย

“ข้าไม่ผิด ไอ้เพชรต่างหากมันเป็นฆาตกร มันทำให้ลูกเมียข้าต้องตาย”

“เมียกับลูกเอ็งตายเพราะโมหะของเอ็ง เอ็งฝึกอาคมจนสติฟั่นเฟือน ไม่เกี่ยวกับเพชรหรือใครทั้งสิ้น”

ทิวคลุ้มคลั่งพุ่งเข้าเล่นงานหาญ ถูกหาญใช้สนับเล็บเสือสู้ ต่างใช้วิชาอาคมเข้าต่อสู้กัน หาญถูกลูกไฟวิ่งไปถึงหน้าผาข้างล่างเป็นธารน้ำตกไหลเชี่ยว หันกลับมาเจอทิวจะเข้ามาควักหัวใจเซ่นวิญญาณลูกเมีย

หาญแหวะเสื้อว่าคาถาปลุกเสือเผ่น ทิวถูกอัดกางมือออกเกิดลูกไฟลุกพรึ่บ หาญเข้าข้างหลังจับมือทิวสองข้างกระแทกกันเกิดระเบิดสนั่น ร่างทั้งสองกระเด็นกันไปคนละทาง

ร่างทิวติดไฟจึงวิ่งไปจุ่มน้ำ ถูกน้ำที่ไหลเชี่ยวซัดไปกำลังจะตกหน้าผา หาญยื่นมือให้จับจะลากขึ้นมา แต่ถูกทิวกระชากตกจากหน้าผาหายไปในผืนน้ำเบื้องล่างด้วยกัน...

ooooooo

กล้าขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ถูกรักยมแกล้งจนเข็นรถเข้าบ้านไม่ได้ เท่านั้นไม่พอยังซนกระโดดเกาะหลังกล้าเอามือปิดตา กล้าสลัดอย่างไรก็ไม่หลุด เลยหลับตาว่าคาถาปลุกตะกรุด

ตะกรุดสามกษัตริย์เรืองแสงทันที รักกับยมร้องอย่างเจ็บปวดกระเด็นจากหลังกล้าลงไปร้องขอให้พ่อช่วยด้วย

จุกถือขวดน้ำมันจันทน์วิ่งมาเรียกรักยมเข้าขวด เอาไปวางไว้บนหิ้งมีถาดขนมนมเนยจุดธูปบอกให้อยู่ที่นี่จนกว่าพ่อกับแม่เข้านอนค่อยออกมาเฝ้าบ้าน กล้าถามว่าจวนไปไหน จุกบอกว่ากระเต็นให้ลาพัก ส่วนกระเต็นเองไปหยิบดวงของเขา เพราะพรุ่งนี้ตนต้องไปขอฤกษ์บวชให้เขา

กล้าทั้งงงทั้งไม่ชอบใจที่จู่ๆก็จะให้บวชทั้งที่ตนไม่รู้เรื่องเลย พอดีกระเต็นกลับมาบอกว่าจะให้เขาบวชสักพรรษาหนึ่ง

กล้าคิดไม่ตกเพราะกำลังตกหลุมรักราชาวดี แต่เมื่อแม่ให้บวชจึงไปอู่ซ่อมรถขอลาบวชกับจ่าลุยพ่อของนุกูล พอรู้ว่ากล้าลาบวช จ่าลุยขออนุโมทนาด้วย อนุญาตให้หยุดได้โดยไม่ต้องลา กล้าจึงกราบขอขมาที่เคยล่วงเกินเสียเลย

นุกูลคิดหนัก เมื่อเจอกล้าที่ท่าเรือข้ามฟากก็รำพึงรำพันว่ากล้าลาบวช ตนเหมือนขาดใจเพราะขาดกุนซือ สิ้นเดือนนี้ถ้าสอบได้เกรดไม่ดีมีหวังโดนพ่อไล่เตะ ที่สำคัญคือใครจะช่วยตนจีบงามตา?

“เรื่องเรียนแกคงต้องพึ่งตัวเองแล้วว่ะ แต่เรื่องผู้หญิง ด้านได้อายอด ท่องเอาไว้ ผู้หญิงเขาชอบผู้ชายที่ มั่นใจ เมื่อรักก็บอกแมนๆไปเลย เชื่อพี่” กล้าตบบ่านุกูลลุ้นให้กำลังใจ นุกูลมองหน้ากล้ากลืนน้ำลายเหนียวคอ ยิ้มเหยเก...

ooooooo

ตอนที่ 3

ด้วยความเห็นใจเพื่อน กล้า โป้ง ป๋อง และเปี๊ยกจึงช่วยกันติวเข้มนุกูลแล้วพาไปจีบงามตา โป้งจัดกีต้าร์ให้ ป๋องหาสูทเท่ให้ ส่วนเปี๊ยกจัดจดหมายและดอกกุหลาบแทนความในใจให้ ขนาดนั้น นุกูลก็ยังหน้าซีดบอกว่าตนยังไม่พร้อม

“เราเด็กช่าง อย่าป๊อดสิวะ ไป...” กล้าปลุกเร้าแกมบังคับ แล้วพากันไปซุ่มคอย

พอเห็นงามตาเดินมากับนงคราญ กล้าลุ้น “ไปเลย ทำอย่างที่ซ้อมไว้นะ ร้องท่อนแรกจบก็ยื่นดอกไม้กับจดหมายให้เลย” นุกูลสูดลมหายใจลึกๆ เดินสะพายกีต้าร์ ดอกไม้กับจดหมายเสียบที่กระเป๋าเสื้อสูท พอไปปรากฏตัวก็โพสท่าเท่

“มาขวางทางทำไมเนี่ย” งามตาเสียงเขียวใส่

“แล้วดูแต่งตัวเข้า จะไปเล่นตลกคาเฟ่ไหนจ๊ะ” นงคราญมองแต่หัวจดเท้าอย่างสมเพช

นุกูลตื่นเต้นจนลืมหมดทุกอย่าง วิ่งกลับไปหาเพื่อนที่แอบลุ้นอยู่บอกว่าลืมเนื้อเพลง เปี๊ยกรีบขึ้นเพลงให้ฟัง กล้าส่ายหน้าดิกบอกว่าไม่ทันแล้วเอาจดหมายกับดอกไม้ไปให้เลย

“ผมกลัว งามตาต้องด่าแน่ พี่ช่วยผมหน่อยนะ” นุกูลหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ยัดจดหมายกับดอกไม้ใส่มือกล้ารุนหลังไป

งามตากับนงคราญเดินมาเห็นพอดี งามตากรี๊ดกร๊าดวิ่งไปหากล้าเอาจดหมายกับดอกไม้จากมือเขาไปถือละล่ำละลักบอกอย่างดีใจจนเนื้อเต้นว่า

“พี่กล้า...งามตาตกลงค่ะ” ทำเอากล้าทำหน้าไม่ถูกพยายามจะชี้แจง เธอรีบตัดบท “พี่กล้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น สำหรับเราสองคนมันคือบุพเพสันนิวาส งามตารู้ตั้งแต่วันแรกที่เจอพี่แล้วว่า พี่คือคนที่งามตารอมาทั้งชีวิต”

“เวรแล้วไงไอ้นุ” เปี๊ยกหันมองนุกูลที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

งามตาควงแขนกล้าชูจดหมายกับดอกไม้อวดไปตลอดทาง ดวงใจพูดอย่างรับไม่ได้ว่ากล้าไปตกหลุมรักงามตาได้ไง ส่วนคะนึงนิจจำกล้าได้ก็มองอึ้งถามว่า “ตกลงพี่กล้านั่นเขาเป็นใครเหรอ”

“เป็นรุ่นพี่ศิษย์เก่าที่ป๊อบปูล่าร์ที่สุดในหมู่สาวๆ หล่อ แมน แฮนด์ซั่ม แต่ตอนนี้เจ้าชู้ไม่เลือกด้วย อ๋อ...ที่แท้วันก่อนก็มาจีบยัยงามตานี่เอง ตาต่ำจริงๆ” ดวงใจชิงตอบอย่างหมั่นไส้ ส่วนคะนึงนิจจิกตามองกล้าเกิดหมั่นไส้ขึ้นมาไม่รู้สาเหตุ

งามตาควงกล้าเดินโฉบเย้ยราชาวดี อวดว่า “รู้ไว้ซะด้วยว่า ต่อไปนี้พี่กล้าเป็นของฉัน”

“นิจ เราไปกินข้าวกันดีกว่า” ราชาวดีพูดหน้านิ่งๆ

กล้าเซ็งจนบอกไม่ถูกที่ราชาวดีเข้าใจตนผิดและไม่มีโอกาสชี้แจงเลย

ooooooo

นุกูลหน้าละห้อยกลัวจะเสียงามตาให้กับกล้า แต่กล้าบอกว่าตนไม่ได้ชอบงามตา เพราะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ทุกคนหูผึ่งถามพร้อมกันว่าใคร??

“ชื่อราชาวดี อยู่แผนกการเรือน”

“ไชโย้...พี่กล้ามีแฟนแล้ว เพราะฉะนั้น งามตาก็เป็นของผมเหมือนเดิม”

“เฮ่ย...ยังๆเขายังไม่รู้จักตัวพี่ด้วยซ้ำ พี่ชอบเขาฝ่ายเดียว ที่สำคัญ ตอนที่งามตาประกาศว่าพี่จีบเขา ราชาวดีก็เห็นด้วย” กล้าบอกเพื่อนเซ็งๆ ทุกคนเลยหันไปชี้หน้านุกูลว่าเป็นเพราะเขาคนเดียวเชียว

“เออ...ฉันมันเลว ฉันมันไม่เอาไหน” นุกูลยิ้มแหยด่าตัวเอง

ทันใดนั้น รองเท้าคอนเวิร์สลอยมาตกกลางวง พวกกล้าแตกกันกระจาย หันไปมองเห็นโจ๊กกับพวกไทยกนกเดินมากันเป็นแผง!

นุกูลสะอึกออกไปถามว่าคราวก่อนยังไม่เข็ดหรือ ถูกโจ๊กไล่ให้หลีกไปตนกับเพื่อนคาใจกล้าไม่ใช่เขา

“ขอร้องเถอะ อย่าหาเรื่องกันเลย ฉันกับพวกนายถึงอยู่ต่างสถาบัน เราก็เป็นเพื่อนกันได้” กล้าเอ่ย

โจ๊กกร่างยกเท้าขึ้นพาดเก้าอี้ขวางหน้าบอกให้ใส่เกือกให้ตนก่อนแล้วจะปล่อยพวกกล้ากลับ กล้ายอมแต่มีข้อแม้ว่า ถ้าตนทำแล้วเรื่องทั้งหมดจะต้องเลิกแล้วต่อกัน

“ไอ้เลวเอ๊ย...” นุกูลโมโหโดดถีบโจ๊ก พริบตานั้นสองฝ่ายก็ตะลุมบอนกัน ผู้คนแตกตื่นทั้งร้องทั้งวิ่งหนีกันอลหม่าน

“หนีก่อนเฮ้ย...” กล้าตะโกนบอกพวกเพื่อน “ออกไปจากตรงนี้ อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน เร็ว”

ทุกคนวิ่งออกไปนุกูลถามกล้าอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมต้องหนีในเมื่อมันหยามเราถึงขนาดนี้

“ไอ้นุ ชาวบ้านเขาไม่เกี่ยวอะไร เขาไม่ควรต้องมาโดนลูกหลง แกก็เหมือนกัน ไหล่ยังไม่หายดีกลับบ้านไปซะ” นุกูลไม่ยอมกลับ กล้าเลยยื่นคำขาด “ถ้าไม่ไป ตัดพี่ตัดน้อง!”

นุกูลจำต้องไป พอดีพวกโจ๊กไล่ตามมาทันตะโกนเย้ยว่าไม่แน่จริง กล้าหันไปเผชิญหน้าท้า

“ตอนนี้แกสี่ฉันหนึ่ง ถ้าฉันชนะ แกต้องสาบานว่าจบ” โจ๊กรับคำท้าแล้วพากันลุย กล้าคว้าไม้แถวนั้น หวดพวกโจ๊กแตกกระเจิง เหลือโจ๊กที่สะบักสะบอมหนีไม่ทัน กล้าไม่ทำแต่อบรมว่า

“สิ่งที่แกทำ มันไม่ได้ช่วยให้ศักดิ์ศรีไทยกนกดีขึ้น แต่มันทำให้สถาบันที่แกรักเสื่อมเสียที่ผลิตนักเรียนอันธพาลอย่างพวกแกออกมา”

“มึงเจ๋ง...มึงเหนียวนักใช่ไหม งั้นเจอลูกซองหน่อยเถอะมึง” โจ๊กเอาลูกซองไทยประดิษฐ์ยิงกล้าทันที กล้าผงะตกน้ำตูม!

เสียงนกหวีดดังขึ้น นุกูลตะโกน “จับมันให้หมดเลยครับ” แล้วร้องถามอย่างตกใจ “แล้วพี่กล้าไปไหน พี่กล้า...”

นุกูลมองลงไปในน้ำเห็นพรายน้ำผุดขึ้นมาก็ใจ หายวาบ

ooooooo

ขณะกระเต็นเช็ดฝุ่นดูแลห้องพระอยู่นั้น รักเข้าไปกระซิบบอกว่า มีผู้ชายมาหา กระเต็นแปลกใจออกไปเจอสุพจน์เพื่อนของเพชรมากับนุกูล

ทั้งสองมาบอกข่าวเรื่องกล้าถูกยิงตกน้ำ ตอนนี้ยังหาตัวไม่เจอ กระเต็นจะไปหาลูกเอง สุพจน์บอกว่าประดาน้ำกำลังทำงานอยู่ กระเต็นทนไม่ได้เดินอ้าวออกไปขึ้นรถสุพจน์ที่คากุญแจไว้ขับพรืดไปเกือบชนกับกล้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจนเกือบชนกัน กระเต็นตกใจรีบลงไปลูบคลำ ถามว่าเป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนไหม

“ไม่เป็นไรหรอกแม่ แค่เกือบชน แล้วแม่รีบไปไหนน่ะ อาพจน์หวัดดีครับ ไอ้นุ แกก็มาด้วย” กล้าทักทุกคนอย่างปกติ จนนุกูลถามว่าเขาไม่ได้ถูกยิงหรือ สุพจน์เองก็ยืนยันว่าโจ๊กที่ถูกตำรวจจับได้ก็ให้การว่าเป็นคนยิงกล้าตกน้ำ

“มันโม้แล้วล่ะอา ผมลากไอ้นุออกมาแล้วก็แยกย้ายกันวิ่งหนี ผมหลบอยู่แถวนั้นพักนึงแล้วก็ไปเอารถกลับมานี่แหละ” เห็นนุกูลมองอย่างไม่เชื่อ กล้าท้าให้ดูว่าตนไม่มีบาดแผลเลย กระเต็นถามว่าแล้วโจ๊กจะพูดอย่างนั้นทำไมเพราะมีโทษถึงติดคุก กล้าหัวเราะพูดขำๆว่า “พวกนี้ก็อยากจะโชว์ว่าเจ๋งเท่านั้นแหละแม่ มันไม่ได้คิดอะไรมากหรอก”

เมื่อกล้าปลอดภัยกลับมาทุกคนโล่งใจ กระเต็นเอะใจทักกล้าว่าเมื่อเช้าไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้ออกไป

“อ๋อ...มันเปื้อนผมเลยถอดทิ้งซื้อตัวใหม่ใส่” กล้าตอบเนียนๆ แต่กระเต็นมองอย่างสงสัยเพราะเสื้อตัวนั้นเก่ามาก

สุพจน์กระซิบบอกกระเต็นเรื่องทิวแหกคุกออกมา เตือนให้ระวังตัวด้วย กระเต็นบอกว่าตนรู้แล้วเพราะทิวมาที่นี่ แต่โชคดีมีคนมาช่วยไว้ สุพจน์เป็นห่วงจะให้ลูกน้องมาคุ้มกันให้ กระเต็นบอกไม่ต้องเพราะตนมีคนเฝ้าแล้ว สุพจน์มองไปไม่เห็นมีใคร
“ไม่เห็นน่ะแหละดีแล้ว” กระเต็นพูดเป็นนัย ทำเอาสุพจน์มองอย่างระแวงชักเสียวๆเลยรีบขึ้นรถกลับไป

เมื่อกล้าเข้าห้อง เขาถอดเสื้อดูรอยแดงช้ำที่ห้อยตะกรุดสามกษัตริย์อย่างนึกขอบคุณ เพราะตอนถูกยิงเขาพึมพำคาถาปลุกตะกรุดป้องกันไว้ได้ และขณะที่ตกน้ำกล้าดำน้ำหนีไปไกลจนรู้สึกปลอดภัยแล้วจึงโผล่ขึ้นมา เจอเรือชาวบ้านจอดอยู่ เห็นกระถินเด็กหญิงวัยสิบขวบนั่งเล่นบนเรือ มีผ้าตากอยู่บนราว กล้าโผล่ไปทักกระถิน

“ชู้ว์...ไม่ต้องตกใจ พี่ว่ายน้ำเล่นน่ะ แล้วถูกปลามันกัดเสื้อขาด พี่ขอเสื้อบนราวตัวนึงนะ” พลางส่งเงินให้กระถิน 20 บาทแล้วปลดเสื้อจากราวไปตัวหนึ่ง

คิดถึงนาทีเฉียดตายแล้ว กล้าเข้าไปนั่งในห้องพระ มองรูปเพชรผู้เป็นพ่อ พนมมือบอกกล่าว

“เพราะตะกรุดของหลวงปู่กับคาถาที่พ่อสอน ผมถึงรอดมาได้ ขอบคุณมากครับ ผมจะบวชเพื่ออุทิศผลบุญทั้งหมดแก่หลวงปู่กับพ่อ แต่ระหว่างที่ผมบวช ขอให้ช่วยคุ้มครองแม่ด้วยนะครับ”

กระเต็นแอบฟังอยู่หน้าห้อง  ยิ้มออกมาอย่างปลื้มใจ

ooooooo

ที่ป่าริมน้ำตก หาญนั่งสมาธิเพ่งหาทิว เห็นสลบอยู่ใต้น้ำ มีจระเข้พุ่งเข้ามาอ้าปากจะงับ หาญสะดุ้งลืมตาวิ่งลัดเลาะตามริมน้ำตกเพื่อตามร่องรอยของทิวจนทะลุบึงใหญ่ มีถ้ำอยู่ตรงกลางไกลออกไป มีหมอกควันลอยคลุมอยู่

หาญชะงัก จำได้ว่าสมัยเป็นนักเรียนนายร้อยเคยเดินป่ามากับยิ่งยศจนพบถ้ำนี้คือ “วังพยัคฆ์” ทั้งสองในวัยคะนองชวนกันโดดลงไปเพราะในตำนานบอกว่ามีขุมสมบัติฝังอยู่ ยิ่งยศเอาตะกรุดที่ห้อยคอขึ้นอมโดดลงไปก่อน หาญเอาบ้าง

แต่พอไปถึงใต้น้ำเจอฝูงจระเข้ว่ายวนอยู่ปากถ้ำ ต่างทะลึ่งพรวดขึ้นผิวน้ำแบบไม่ต้องชวนกันเลย

ประสบการณ์ในอดีต ทำให้หาญหาวิธีเข้าถ้ำอย่างระมัดระวัง...

ภายในถ้ำ ทิวนอนสลบอยู่ พอเขารู้สึกตัวเห็นจระเข้หมอบอยู่ข้างๆ ก็แสยะยิ้มพึมพำอย่างพอใจ

“เขี้ยวของแกคงทำอะไรข้าไม่ได้ละสิ แกถึงได้คาบข้ามาไว้ที่นี่...” ทิวพึมพำคาถาครู่เดียวจระเข้ก็ลงน้ำไป

ทิวเดินไปเจอเศษโครงกระดูกมนุษย์มากมายหลายกอง ที่สำคัญเจอกะโหลกมียันต์เก่าๆ ติดอยู่สองกะโหลก อีกกะโหลกมีมีดอาคมปักไว้ นั่นคือกะโหลกของขุนโชติ พลันเสียงขุนโชติก้องขึ้น...

“ปลดปล่อยวิญญาณข้า...” ทิวถามว่าใคร “ข้าคือขุนโชติ ข้าถูกสะกดวิญญาณไว้” ทิวถามว่าถ้าตนช่วยแล้วจะได้อะไร ขุนโชติตอบทันทีว่า “ข้าจักให้ทุกอย่างที่เอ็งต้องการ”

ทันทีที่ทิวถอนดาบออก ถ้ำก็เกิดสะเทือนเลือนลั่น ลำแสงพวยพุ่งออกจากหัวกะโหลกใบนั้น!

ขุนโชติหลุดจากถูกสะกด หัวเราะลั่น “ฮ่ะๆๆ ขอบใจ เอ็งเป็นใคร”

“ข้าชื่อทิว ข้าช่วยเอ็งแล้ว เอ็งต้องช่วยข้าฆ่าศัตรูของข้า”

“ตกลง...แต่ยังมิใช่ตอนนี้” วิญญาณขุนโชติพุ่งเข้าสิงทิวทันที

หาญถือเทียนมนต์เข้ามาริมถ้ำ ท้องฟ้ามืดลงทันที หาญกังวล บริกรรมคาถาแล้วหยดเทียนลงบนน้ำบอกกล่าว

“ข้าไม่ได้คิดฆ่าพวกเจ้า ข้าเพียงใช้เทียนมนต์ระเบิดน้ำให้เจ้าเปิดทางให้ข้าเท่านั้น”

จระเข้ทนร้อนไม่ได้คลานขึ้นบก หาญว่าคาถาอีกครั้ง คราวนี้น้ำแหวกเป็นทางให้หาญเดินเข้าไป พอถึงปากถ้ำมีหินปิดอยู่ หาญชูเทียน ลูกไฟวิ่งไประเบิดปากถ้ำเลื่อนออก หาญจึงเดินเข้าไป เห็นรอยเลือดทิวหยดอยู่บนหิน และหัวกะโหลกทั้งสามก็หายไปแล้ว!

หาญนั่งเพ่งสมาธิหาทิว แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นกล้าสู้กับโจ๊กและถูกยิงตกน้ำ หาญผงะตกใจอุทาน “กล้า!”

ooooooo

นุกูลอยากให้กล้าได้สมหวังในความรักกับราชาวดีตอบแทนที่กล้าช่วยตนจีบงามตา สืบจนรู้ว่าครูเริงพ่อของราชาวดีเป็นครูสอนศิลปะ จึงวางแผนให้กล้าไปเรียนศิลปะกับครูเริงเพื่อจะได้ใกล้ชิดราชาวดี

กล้าถูกหลอกไปถึงหน้าบ้านครูเริง นุกูลถึงได้บอกเจตนาของตน กล้าทั้งดีใจทั้งหมั่นไส้ไล่เตะนุกูล ก็พอดีครูเริงออกมาถามว่ามาหาใคร กล้าตกกระไดพลอยโจน ยกมือไหว้บอกว่ามาหาครูเริงเพื่อขอเรียนศิลปะ

ขณะนั้นเอง ราชาวดี ดวงใจ และคะนึงนิจกลับมาพอดี กล้าดีใจมากยิ้มหวานให้ราชาวดี เธอเขินจนแก้มเรื่อ ดวงใจกับคะนึงนิจมองหน้ากันแบบคิดไม่ถึงว่ากล้าจะบุกมาถึงบ้าน

“พี่เขามาขอเรียนวาดรูปน่ะ เห็นว่าสนใจมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้เรียน” เริงบอกสามสาว กล้ารีบสัญญาว่าตนจะตั้งใจเรียนไม่ให้ครูผิดหวัง

ราชาวดีขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงมาสอนรำให้เด็กๆ ดวงใจชำเลืองกล้าแล้วเดินตามไป ส่วนคะนึงนิจเหล่ใส่กล้าที่มองราชาวดีตาหวานฉ่ำ

กล้าถูกครูเริงทดสอบด้วยการให้ตักน้ำใส่ตุ่มรอบบ้านให้เต็มทุกใบ ให้รดน้ำต้นไม้ทุกต้น บอกว่า

“ก่อนเรียนวาดรูป เธอต้องรดน้ำต้นไม้ กวาดใบไม้ แล้วก็ทำงานที่ครูสั่งให้เสร็จก่อน มีปัญหาไหม”

“ไม่มีครับ ไม่มี”

ครูเริงเดินแยกไป กล้าคว้าถังไปตักน้ำ มือทำงานแต่ตามองไปทางราชาวดีที่กำลังสอนเด็กหญิงสามสี่คนรำละคร

คะนึงนิจเกิดความหมั่นไส้กล้าอย่างที่ตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุ หาทางแกล้งเขา กระทั่งดักคอว่าแกล้งมาขอเรียนวาดรูปเพื่อใกล้ชิดสาว พอกล้าเผลอก็เอาแก้วน้ำสำหรับล้างพู่กันขึ้นมาทำทีเดินชนกล้าน้ำหกใส่แล้ว

รีบขอโทษ แต่พอครูเริงมาเห็นถามว่าเสื้อเปื้อนอะไร กล้าบอกว่าตนไม่ทันมองเลยทำกระป๋องน้ำหกใส่ตัวเอง ทำให้คะนึงนิจรู้สึกดีที่เขาไม่โทษตน

กล้าขอตัวไปห้องน้ำ เจอราชาวดีเธอเห็นเสื้อเขาเปื้อน เขารีบชี้แจงว่าตนซุ่มซ่ามเอง เธอจะไปหยิบเสื้อของพ่อมาให้เปลี่ยน กล้ารีบบอกว่าตนอยากอธิบายเรื่องที่ให้ดอกไม้งามตา เธอตัดบทว่ามันไม่เกี่ยวกับตน

“เกี่ยวสิ ใครจะเข้าใจผิดพี่ไม่สนใจ ขอให้น้องวดีเข้าใจถูกเป็นพอ”

พอดีดวงใจมาตามราชาวดีเห็นคุยอยู่กับกล้าก็ชะงัก เป็นเวลาเดียวกับที่คะนึงนิจฟ้องเริงว่ากล้าไม่ได้ตั้งใจมาเรียนจริงจัง นิสัยเจ้าชู้อย่างนั้นไม่น่าไว้ใจ

เมื่อเริงเจอดวงใจถามว่าราชาวดีอยู่ไหน พอดวงใจบอกว่าอยู่กับกล้า เริงหน้าเครียดทันที เจอกล้าที่โรงรถเลยถามว่า “ตกลงเธอตั้งใจมาเรียนวาดรูปหรือมาทำอะไรกันแน่ ห้องวาดรูปอยู่โน่นแล้วมาทำอะไรตรงนี้” แต่กล้าก็รอดตัวเมื่อทั้งราชาวดีและดวงใจช่วยกันแก้ต่างให้ว่า วิทยุเสียตนเลยให้กล้ามาซ่อมให้ เริงจึงนิ่งไป

ส่วนคะนึงนิจก็เงียบไปอย่างละอายใจ

ooooooo

ตอนที่ 4

หาญวิ่งไปทางที่พวกนักเรียนตีกัน แล้วว่าคาถานะจังงังจนพวกนั้นหยุดกึกกับที่กันหมด หาญวิ่งตามไป เจอเบิ้มกำลังจะฟันนุกูลที่มีแต่มือเปล่า ก็เคลื่อนตัวอย่างเร็วเข้าไปขวาง ถามเบิ้มว่าทำไมต้องทำร้ายคนไม่มีทางสู้ด้วย

เบิ้มไม่ฟังเสียงเงื้อมีดสุดแขนฟันหาญ ถูกหาญว่าคาถาตีไม่ถูกแทงไม่เข้า มีดที่เบิ้มฟันลงไปเกิดแสงวาบแล้วลื่นพรืดไป หาญสั่งให้หยุด เบิ้มปรี่เข้าแทงซ้ำก็ลื่นพรืดอีกจนตัวเองถลำไป

“คาถาแคล้วคลาด” จุกพากษ์อย่างผู้รู้ พอเบิ้มตวัดมีด ถูกหาญกำมือขึ้นเป่าคาถาสะบัดมีดร่วงจากมือเบิ้ม จุกพากษ์อย่างเมามัน “ว้าว...คาถาปัดอาวุธ ไอ้จุกได้เห็นเป็นบุญตาเสียที”

หลังจากกำราบเบิ้มแล้ว พวกที่ถูกนะจังงังมนต์เริ่มคลาย แต่ละคนงงตัวเอง เบิ้มวิ่งพรวดออกมา หาญสั่งหยุด

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:36 น.