สมาชิก

สามหนุ่มเนื้อทอง

ตอนที่ 10

สามหนุ่มนั่งคุยกันอยู่ในห้องคอนโดฯของ

กริชชัย กริชชัยดีใจเมื่อรู้ว่าลำเภาไม่ยอมเป็นแฟน วัชระ ธีธัชก็แอบยิ้มดีใจด้วยแต่พอกริชชัยถามว่ายิ้มอะไร เขาก็ทำเฉไฉถามว่าแล้วตกลงอรุณศรีจะมางานปาร์ตี้หรือเปล่า

กริชชัยบอกว่าไม่รู้ แต่สุพรรณิการ์รับปากว่าจะพยายามชวน ย้อนถามธีธัชบ้างว่า แล้วกรกนกมารึเปล่า

“มา...เดี๋ยวเขาจะช่วยดูแลเรื่องเครื่องดื่มด้วย มืออาชีพมาเองเว้ย...จัดเต็ม” ธีธัชตอบอย่างภูมิใจ

กริชชัยถามว่าลำเภามาด้วยแล้วจะมีปัญหาไหม ธีธัชตอบเสียงสูงว่าตนไม่มี แต่ให้เขาดูแลน้องสาวตัวเองให้ดีก็แล้วกันยิ่งบ๊องๆอยู่ด้วย

ไม่ทันที่ธีธัชจะพูดต่อ เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น ปิ๊งป่อง...สามหนุ่มมองหน้ากันอย่างแปลกใจว่าใครมา

วัชระไปเปิดประตู เจอเนตรนภัสยืนตีหน้ายักษ์อยู่ เธอถามทันทีว่าผู้หญิงที่ชื่อลำเภาเป็นใครตนเห็นรูปในเฟซบุ๊กเลยมาถาม วัชระหันมองธีธัชทันที ฝ่ายนั้นสะดุ้งจะเก็บโทรศัพท์มือถือ กริชชัยดึงไปกดดู เห็นภาพที่เพิ่งอัพในเฟซบุ๊ก เป็นรูปวัชระกับกริชชัยกำลังแต่งห้องอยู่ กริชชัยมองธีธัชอย่างตำหนิ ฝ่ายนั้นเลยรีบเอาโทรศัพท์กลับไป

เนตรนภัสยังไล่บี้วัชระว่า ลำเภาเป็นใคร ทำไมเขาไปเดินด้วย แล้วยังอุ้มหมาให้อีก คาดคั้นว่า “ไปนอนกันมาหรือยัง!”

ทั้งสามหนุ่มสะดุ้งกับความแรงของเนตรนภัส กริชชัยบอกเพื่อนว่าต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้ลำเภาด้วย ธีธัชแทรกขึ้นอย่างลืมตัวว่า พูดแบบนี้ลำเภาเสียหาย พอเพื่อนมองขวับก็เฉไฉว่า “ฉันก็พูดในฐานะเพื่อนพี่ชายไง้...”

“ได้...ฉันจัดการเอง” วัชระรับปากอย่างกล้าหาญ แล้วหันบอกเนตรนภัสว่า “อยากรู้เรื่องลำเภาใช่ไหม...ได้ ผมจะเล่าให้ฟังทั้งหมดเลย”

ooooooo

สุพรรณิการ์ได้ยินเสียงเอะอะกันอยู่หน้าห้องจึงลุกไปมองทางตาแมวที่ประตู เธอชะงักกึกเมื่อเห็นนายหน้าหนวด

วัชระยังคงตอบโต้กับเนตรนภัสที่คาดคั้นถามเรื่องลำเภา เขาบอกว่าเด็กนั่นชื่อลำเภา ยังไม่ได้นอนด้วยกัน เมื่อเธอบอกว่าไม่เชื่อ เขาสาบาน เลยถูกด่าว่า “ตลอดชีวิตวัชสาบานไว้ตั้งเยอะ แหนมไม่เชื่ออยู่ดี”

วัชระถามอย่างจนปัญญาว่าแล้วจะให้ทำยังไง เธอขอเบอร์โทร. จะโทร.ไปเคลียร์เอง วัชระอ้างว่าลำเภาเหมือนน้องสาวตนเพราะเป็นน้องของกริชชัย ตนจะไม่ยอมให้เธอโทร.ไปอาละวาดเด็ดขาด

เนตรนภัสประกาศว่า อย่าคิดว่าตนจะหาเบอร์ของลำเภาไม่ได้ เพื่อรักษาเขาไว้เป็นของตนคนเดียว ตนทำได้ทุกอย่าง

“คุณรักผมมากขนาดนี้เลยเหรอแหนม” วัชระ ถามทึ่ง มองอึ้ง แต่คำตอบทำให้เขาอึ้งยิ่งกว่า เมื่อเธอบอกว่า

“เปล๊า...แหนมแค่รักษาสมบัติของแหนมเอาไว้ แหนมยอมไม่ได้ที่จะมีคนอื่นมาแย่งคุณ แล้วนีี่อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกัน แหนมไม่ยอมถอยหลังไปนับหนึ่งใหม่เด็ดขาด!”

วัชระบอกว่าตนเข้าใจ แต่ยืนยันว่าตนกับลำเภาไม่มีอะไรกัน ถ้าเธออยากเจอลำเภาแบบเป็นๆวันอาทิตย์นี้ จะมีปาร์ตี้ที่ห้องของกริชชัย ลำเภาจะมา ให้มาดูได้ด้วยตา

ตัวเองเลย จะได้รู้ว่าตนกับลำเภาไม่มีอะไรกันจริงๆ

ooooooo

สุพรรณิการ์ถอยออกจากตาแมวมาด้วยความรู้สึกที่เข้าใจวัชระมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว และวันต่อมาเธอถามอรุณศรีว่าจะไปงานปาร์ตี้ไหม อรุณศรีบอกว่าตนคงไม่ไปเพราะเป็นงานส่วนตัวของเจ้านาย ตนเป็นลูกน้องชั้นล่าง แม้แต่เบญลี่ก็ยังไม่ไปเลย

เบญลี่เงี่ยหูฟังอยู่ ทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่าตนไม่ถือ บอกอรุณศรีว่าเธอต้องไป เพราะกริชชัยเอ่ยปากชวน แปลว่าต้องอยากให้ไปแน่นอน เห็นเธอลังเลเลยพูดเชิงสอนน้องว่า

“แอ๊วจ๊ะ...คนเราสวมหมวกหลายใบในชีวิต คุณกริชอยู่ที่ทำงานก็สวมหมวกเจ้าของบริษัท เราก็นับถือที่เขาเป็นบอสเรา แต่สำหรับงานปาร์ตี้เขาอาจจะชวนแอ๊วในฐานะผู้ชายที่ชอบแอ๊วอยู่ก็ได้”

“ใช่...เพราะฉะนั้นแกต้องแยกแยะให้ออก” สุพรรณิการ์เห็นด้วยทันที เบญลี่จับมืออรุณศรีบอกว่า เชื่อพี่ สุพรรณิการ์

เอาบ้างบอกว่า เชื่อเพื่อนด้วย สองสาวลุ้นเต็มที่ ในขณะที่เจ้าตัวเองคิดหนักว่าจะไป...หรือไม่ไปดี...

ooooooo

บ่ายๆปรานต์ก็โทร.มาอ้อน ชวนเลิกงานวันนี้ไปทานข้าวด้วยกัน ย้ำว่าคิดถึง แต่สำหรับคำนี้ เวลานี้ อรุณศรีฟังอย่างไร้ความรู้สึก

ตกเย็น เมื่อปรานต์มารับที่หน้าบริษัทตรงเวลาไม่ขาดไม่เกินแม้แต่นาทีเดียว บอกว่าวันนี้ได้ค่าคอมฯเลยมารับไปกินข้าว ช็อปปิ้ง แล้วก็ไปดูหนังกัน เธอติงว่าเก็บไว้ทยอยคืนฝ้ายดีกว่า เพราะยังเป็นหนี้อยู่อย่างนี้ ตนไม่สบายใจ

ปรานต์ปากหวาน อ้อนว่าอยากทำให้เธอมีความสุข สัญญาว่าจะปรับปรุงตัวเองให้เป็นแฟนที่ดีของเธอ

ขณะนั้นเอง มีโทร.เข้ามือถือของปรานต์ เขาชะงัก หน้าจอขึ้นว่า “พี่เกียว” เขาสะดุดไปนิดหนึ่งแล้วกดทิ้ง อรุณศรีมองอย่างแปลกใจถามว่าทำไมไม่รับ ใครโทร.มา เขาพูดหน้าตาเฉยว่าที่บริษัทโทร.มาถามเรื่องงาน แต่ตอนนี้หมดเวลางานแล้วเลยไม่อยากรับ ปากหวานว่า “ปรานต์อยากให้เวลากับแอ๊วเต็มที่ไง...”

ฝ่ายเจ๊เกียวเอะใจว่าทำไมปรานต์ตัดสายทิ้ง กดใหม่ก็ถูกตัดทิ้งอีก กดอีกที คราวนี้ปรานต์ทำเป็นบ่นหงุดหงิดกดทิ้งอีกแล้วตั้งเป็นระบบสั่นแทน ทำเป็นตำหนิพนักงานที่บริษัทว่าถ้าขาดตนไปสักคนคงเจ๊งแน่ๆแล้วทำทีขอตัวไปห้องน้ำประเดี๋ยว

อรุณศรีมองอย่างสงสัย ครู่หนึ่งพนักงานมาขอให้เธอไปเลื่อนรถ เธอจึงเดินไปทางหน้าบริษัท ได้ยินเสียงปรานต์กำลังคุยโทรศัพท์พอดี

เขากำลังแก้ตัวกับเจ๊เกียวว่าที่ต้องกดทิ้งเพราะกำลังประชุม นี่ก็ต้องขอเขาออกมารับสาย เจ๊เกียวบอกว่าถ้าติดประชุมก็แล้วไปนึกว่าติดหญิงเสียอีก บอกว่าตอนนี้ตนมาธุระที่กรุงเทพฯ บอกโรงแรมที่พัก อ่อยว่าคิดถึง โทร.มาเผื่อจะได้ทานข้าวด้วยกัน

ปรานต์อึกอัก ต่อรองว่าดึกหน่อยได้ไหมเพราะติดประชุมอยู่ เจ๊จอมตื๊อบอกว่าไม่เป็นไรประชุมที่ไหนตนจะไปรอ เสร็จแล้วจะได้ไปด้วยกันเลย

อรุณศรีชะงักกึกเมื่อได้ยินปรานต์บอกปลายสายว่าตน “ติดประชุม” ทั้งที่กำลังมารับตนไปทานข้าวช็อปปิ้งกัน ซ้ำยังบอกปลายสายอย่างตกใจว่าอย่ามาเลย ตนประชุมไกลลำบากพี่เปล่าๆ

แต่พอได้ยินเจ๊เกียวบอกว่า มีไอแพดมาฝากด้วย ทำให้ปรานต์สนใจจี๋ขึ้นมาทันทีบอกว่าตนยอมโดดประชุมเดี๋ยวเจอกันที่โรงแรม อรุณศรีได้ยินแทบช็อก ความคิดจิตใจสับสนว้าวุ่นไปหมดว่าจะทำอย่างไรดี...

เมื่อกลับมาเจอกันอีกที ปรานต์ทำหน้าตื่นตกใจบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทางบริษัทแจ้งว่ามีเครื่องเสียงชุดใหม่มาจากญี่ปุ่นตนต้องรีบไปเช็กของ ทำให้อรุณศรีช็อกเป็นครั้งที่สองเมื่อจับได้ว่าเขาโกหกทั้งสองฝ่าย ปรานต์ขอเลื่อนไปกินข้าวกับเธอไปอีกสองวัน อ้อนว่าอย่าโกรธนะ วันอาทิตย์ตอนเย็นๆจะไปรับที่บ้าน

อรุณศรีพูดไม่ออก แต่พอปรานต์ขับรถพ้นหน้าเธอไปแล้วเขาก็โทร.ถึงเจ๊เกียวทันที

อรุณศรีทนไม่ได้ คืนนี้โทร.ไปเล่าให้สุพรรณิการ์ที่อยู่ร้านสาดสุราฯฟังว่า ปรานต์มีผู้หญิงอื่น สุพรรณิการ์มีความรู้สึกไม่ดีกับปรานต์อยู่แล้วแต่ก็คิดไม่ถึงรับไม่ได้โกรธแทนเพื่อน ฟันธงว่าปรานต์ต้องมีกิ๊กแน่ๆ

หลังจากคุยกันแล้ว สุพรรณิการ์ยกคำพูดของ กงชุนยาง ให้เธอฟังว่า...

“ความอิจฉาเป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพ ความระแวงสงสัย เป็นศัตรูตัวร้ายกาจของความรัก...ความรักถ้าปราศจากความซื่อสัตย์จริงใจต่อกันเสียแล้ว ก็ไม่อาจเชื่อถือซึ่งกันและกันได้...”

พอวางสายจากสุพรรณิการ์ อรุณศรีก็ถอนใจเบาๆ

ด้วยความรู้สึกใจหายเหมือนหลุดลอยไปกับสิ่งที่ได้เจอ เศร้าลึกๆเพราะยังไม่รู้จะจัดการอย่างไรต่อไป

ooooooo

วันจัดงานปาร์ตี้มาถึงแล้ว กริชชัยพิถีพิถันกับการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ใจวนเวียนอยู่กับที่สุพรรณิการ์ รับปากจะชวนอรุณศรีมางานด้วยตลอดเวลา พอได้ยินเสียงปิ๊งป่องหน้าห้องก็ตื่นเต้นรีบไปเปิดประตู กลายเป็นลำเภาใส่แว่นหน้าใสยิ้มแฉ่งมาพร้อมกับถือถุงมากมาย ทำเอากริชชัยยิ้มเจื่อนอย่างผิดคาด

ใจวอกแวกคอยการมาของอรุณศรี ทำให้กริชชัยมองไปทางประตูบ่อยๆจนลำเภาถามว่าคอยใครอยู่หรือ เขาตอบแก้เกี้ยวว่ารอแขกทั่วไปอย่างธีธัช วัชระเป็นต้น พูดไม่ทันขาดคำเสียงปิ๊งป่องก็ดังขึ้นอีก เขาพุ่งไปที่ประตูทันที

คนที่มากลายเป็นธีธัชกับกรกนก ธีธัชเห็นอาการเจื่อนๆของเพื่อน เลยกระเซ้าว่านางในฝันยังไม่มาหรือ เขาเลยสวนไปว่ายังไม่มาแต่ลำเภามาแล้ว ทำเอาธีธัชสะดุดกึก

บรรยากาศระอุขึ้นเล็กน้อย เมื่อลำเภาเข้าไปทักทายกรกนกและแสดงตัวเป็น “แฟน” ธีธัชอย่างเปิดเผย ธีธัช

กระอักกระอ่วนใจประกาศว่า “ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอ”

“ถ้าไม่ได้เป็น ตอนมีคนมาจีบฉันทำไมต้องหึงด้วยล่ะ!” ลำเภาลอยหน้าถามเสียงดัง กรกนกได้ยินถึงกับจุก กริชชัยชะงัก ทั้งสองหันมองหน้าธีธัชขวับ ทำเอาเขาตีหน้าไม่ถูก กำลังหาทางแก้ตัว ก็พอดีเสียงปิ๊งป่องช่วยชีวิตไว้

“ฉันเปิดเอง” ธีธัชรีบอาสา ส่วนกรกนกเลี่ยงไปเตรียมเครื่องดื่มในครัว

ooooooo

ปิ๊งป่องสุดท้ายที่มาคือเนตรนภัสนั่นเอง! คราวนี้บรรยากาศในห้องยิ่งร้อนระอุ เมื่อเธอไม่สนใจใคร เดินดิ่ง เข้าไปถามว่าคนชื่อลำเภามาหรือยัง ถามว่าใครชื่อลำเภาพลางกวาดตาเพชฌฆาตไปรอบห้อง

วัชระรีบไปบอกให้เธอใจเย็นๆ แต่เมื่อเธอร้อนขึ้นมาแล้วใครก็ห้ามไม่ได้เดินตรงไปหาลำเภา ถามว่าชื่อลำเภาใช่ไหม ฝ่ายนั่นก็ลอยหน้าตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ใช่...ฉันเองชื่อลำเภา”
“เจอตัวก็ดีแล้ว จะได้เคลียร์ๆกันให้จบ” ท่าทางเนตรนภัสเอาเรื่อง จนสามหนุ่มตกใจร้องเฮ้ย...พร้อมกัน

“แหนมๆๆใจเย็นๆก่อนนะ ผมขอแนะนำให้รู้จักกันก่อนแล้วค่อยเคลียร์ทีหลัง แหนมนี่ลำเภาน้องสาวไอ้กริช

ลำเภานี่แหนมแฟนไอ้วัช” ธีธัชรีบเข้าแทรกแซง

“อ๋ออออ...นี่อย่าบอกนะว่าที่คุณเกรี้ยวกราดอยู่เนี่ยเพราะหึงฉันกับคุณวัช” ลำเภาเปลี่ยนจากใสๆเป็นขุ่นมัวขึ้นทันที พอเนตรนภัสถามว่า แล้วมันน่าหึงรึเปล่าล่ะ ลำเภาสวน ขึ้นไปทันทีว่า “ไม่น่าหึงหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ได้คิดอะไรกับแฟนคุณ และที่สำคัญ ฉันเองก็มีแฟนแล้ว...” พลางหันไปทางธีธัชบอกว่า “ธีคะ...บอกเขาไปสิคะว่าเราเป็นแฟนกัน”

ธีธัชถูกลำเภาจี้ ก็สะดุ้งโหยง ติดอ่างขึ้นฉับพลัน ยิ่งถูกเนตรนภัสให้ยืนยันว่าใช่หรือไม่ก็ยิ่งพูดไม่ออก สุดท้ายกริชชัยมาหย่าศึกว่าเรื่องระหว่างลำเภากับวัชระไม่มีอะไรจริงๆ พวกเราทุกคนที่นี่ยืนยันได้ มันเป็นความเข้าใจผิดกัน

ธีธัชรีบพยักหน้ารับรอง วัชระก็สนับสนุนทันที ชวนมาสนุกกันดีกว่า อย่ามามีเรื่องเพราะความเข้าใจผิดกันเลย

เมื่อทุกคนพูดไปทำนองเดียวกัน เนตรนภัสเย็นลงแต่ยังไม่เชื่อ สั่งวัชระให้เอาน้ำเย็นๆให้ดื่ม  ไม่เอาหวานมาก เอาแบบพอดีๆ ตนจะไปนั่งรอที่ระเบียง ว่าแล้วก็กระฟัดกระเฟียดไปที่ระเบียง ธีธัชถอนใจโล่งอกเหมือนรอดตายไปคราวหนึ่ง ส่วนลำเภาจ้องจิกธีธัช ด่าว่า ปอด เป็นแฟนกันแท้ๆ แค่นี้ก็พึ่งพากันไม่ได้

ธีธัชได้ยินโวยวายว่าใครเป็นแฟนเธอ ลำเภาไม่สนใจ กรกนกมองธีธัชอยู่ถึงกับส่ายหน้า พยายามทำเป็นไม่สนใจ กริชชัยมองวัชระที่ถูกเนตรนภัสคุมอยู่อย่างเห็นใจ ส่วนวัชระก็มองเนตรนภัสที่เดินออกไปทางระเบียงอย่างเหนื่อยใจ...เฮ้อ...

ooooooo

บรรยากาศในงานปาร์ตี้ยังคุกรุ่น แล้วเสียงปิ๊งป่อง ก็ดึงความสนใจของทุกคนไปที่ประตูห้อง วัชระแย่งไปเปิด เจอสุพรรณิการ์ในรูปลักษณ์สวยเก๋ปนเซ็กซี่เข้าก็อ้าปากค้าง มองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอควักทิชชูไว้ให้เช็ดน้ำลายแล้วเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ พอวัชระเห็นทิชชูในมือนึกได้ก็ปาลงถังขยะฉุนๆ

ลำเภาแจ๋เข้าไปแนะนำตัวเองกับสุพรรณิการ์ว่าตนเป็นน้องของกริชชัย แล้วถามว่าอรุณศรีไม่มาหรือ เห็นกริชชัยรอตั้งแต่เช้าแล้ว สุพรรณิการ์อุทานอย่างทึ่งว่าลำเภารู้เรื่องนี้ด้วยหรือ พึมพำอย่างสมเพชเพื่อนว่า มีอรุณศรีไม่รู้อยู่คนเดียว แล้วพูดหน้าตาเฉยว่า

“น่าเห็นใจมากเลยค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ   ฝ้ายบอกมันไปแล้วถ้ามันยังทำมึนๆไม่สนใจคุณกริช ฝ้ายเสียบเองค่ะ” พูดแล้วเห็นกริชชัยทำหน้าเลิ่กลั่ก ก็หัวเราะฮ่าๆๆ บอกว่า “ฝ้ายล้อเล่นค่ะ...”

ลำเภอดูบรรยากาศงานปาร์ตี้แล้ว พูดขำๆปลงๆว่า “ปาร์ตี้คุณกริชสนุกจริงๆ หึๆๆ ฮิๆๆ”

กริชชัยชำเลืองมองลำเภากลุ้มๆกับน้องสาวตัวแสบ

ooooooo

เนตรนภัสแยกตัวไปนั่งที่ระเบียง พลิกดูนิตยสารอย่างไม่สนใจใคร แต่ต้องให้วัชระนั่งอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา เรื่องที่เธอสนใจถามมีแต่เรื่องผู้หญิงที่กลัวจะมาเกี่ยวข้องกับวัชระ บ่นกับเขาว่าไม่ชอบหน้าสุพรรณิการ์ที่สวยและดูเซ็กซี่ พอรู้ว่าเป็นเพื่อนข้างห้องกริชชัยก็นึกหึงขึ้นมากลัวว่าวัชระมาอยู่แล้วจะมาอ่อยกัน

วัชระตัดปัญหา บอกว่าสุพรรณิการ์เป็นเพื่อนของอรุณศรีที่กริชชัยมองๆอยู่ เธอถามอย่างอยากรู้ทันทีว่า ผู้หญิงที่กริชชัยแอบชอบเป็นใคร

ส่วนสุพรรณิการ์ก็โทร.ขู่อรุณศรีว่า “ถ้าแกไม่มา ฉันจะแฉความเลวของไอ้ปรานต์ให้คุณกริชฟังทุกอย่าง เพราะฉะนั้นถีบตัวเองออกจากบ้านมาได้แล้ว!!”

ooooooo

สุพรรณิการ์หมั่นไส้เนตรนภัสกับวัชระมาก หาทางแกล้งด้วยการอาสาเอาน้ำผลไม้ปั่นของวัชระยกไปให้เขา ก่อนเข้าไปก็บริหารเสน่ห์อย่างแรง เมื่อเอาไปให้ก็ทำทีก้มเสียจนเห็นร่องอกลึก ทำเอาวัชระตบะแทบแตกอดชำเลืองดูไม่ได้

พอเนตรนภัสเห็นสายตาของวัชระเท่านั้น เป็นเรื่องทันทีด่าสุพรรณิการ์ว่าจะทำอะไรก็ให้อยู่ห่างๆแฟนตนหน่อย สุพรรณิการ์ทำเป็นไม่แยแส คุยกับวัชระอย่างสนิทสนม ราวกับรู้ใจกันมานานว่า

“คุณกริชบอกว่า คุณผู้กองกำลังจะย้ายมาอยู่ที่นี่อาทิตย์หน้า ฝ้ายดีใจมากอ่ะค่ะ ตอนนี้ฝ้ายอยู่คนเดียวเง้า...เหงา ห้องอื่นก็ไม่รู้จัก รู้จักแต่ห้องนี้ห้องเดียว ถ้าคุณผู้กองมาอยู่ ฝ้ายจะได้แวะมาหาบ่อยๆ” พูดแล้วทำเป็นหันไปดูเนตรนภัสที่ชักสีหน้าใส่ ก็รีบขอโทษ บอกว่าพูดเล่นแล้วขอตัว เพราะว่าต้องไปดูแลผู้ชายคนอื่นต่อ

สุพรรณิการ์ลุกเดินส่ายสะโพกไป วัชระอดมองตามไม่ได้ ถูกเนตรนภัสเรียกเสียงเขียวก็สะดุ้งรีบหันมายกน้ำส้มคั้นขึ้นดื่ม ส่วนสุพรรณิการ์พอเดินพ้นมาก็หัวเราะคิกคักสะใจ
ooooooo

ฝ่ายลำเภา ก็หาทางแกล้งธีธัชที่นั่งอยู่กับกรกนกให้ปวดหัวเล่น ได้ยินธีธัชบ่นกับกรกนกว่าสงสารวัชระที่ถูกแฟนคุมเสียอย่างกับแม่ แบบนี้เองวัชระถึงหาทางทิ้ง กรกนกติติงว่าปากร้ายแบบนี้ต้องหาอะไรมาตบปาก ลำเภาก็แทรกเข้าไปทันทีว่า ต้องเอารองเท้าตบ เพราะหมาที่บ้านเวลามันเห่าห้ามไม่หยุด พอเอารองเท้าตบทีเดียวเอาอยู่เลย

ธีธัชฉุนขึ้นมาหาว่าลำเภาไม่มีสัมมาคารวะทั้งที่ตนเป็นเพื่อนพี่ชาย ลำเภาโต้ว่าตนเป็นน้องสาวเพื่อนเขา แถมยังเป็นแฟนอีกต่างหาก เมตตากรุณาน่ะมีให้หรือเปล่า

“ฮึ่ย...เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ เตะเด็กสักทีสองทีมันจะผิดกฎหมายไหมเนี่ย”

“เดี๋ยวก็รู้ว่า ผิดกฎหมายรึเปล่า” ลำเภาทำเสียงเย้ยแล้วตรงดิ่งไปหาวัชระในฐานะตำรวจให้มาตัดสินคดีให้ที เนตรนภัสไม่ยอมให้ไป เลยเกิดความตึงเครียดขึ้น วัชระขอเนตรนภัสว่าไปเคลียร์ให้ลำเภาแป๊บเดียวเอง

ส่วนธีธัชก็ไปลากกริชชัยมา บอกว่าน้องสาวเขาก่อเรื่องอีกแล้ว สุพรรณิการ์ได้ยินแว่วๆเลยเข้ามาร่วมวงถามว่ามีอะไรหรือ กริชชัยตัดบทว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง แล้วลากลำเภาไปที่บริเวณหน้าประตูที่เป็นมุมเงียบ ดุน้องว่าไปยั่วแหนมทำไม รู้อยู่แล้วว่าแรงยังไปยั่วอีก เดี๋ยวก็วงแตกกันพอดี

ลำเภาอ้างว่าสงสารวัชระ กริชชัยบอกว่าไม่ต้องไปสงสาร เพราะถึงสงสารก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะยิ่งยุ่งเท่านั้น ปรามว่า แล้วยังเรื่องธีธัชอีก ลำเภาเลยบอกว่าถ้าธีธัชไม่อยากให้ตนยุ่งด้วยก็ต้องมาขอโทษตนให้เป็นทางการเสีย

“หมายความว่า ทั้งเรื่องไอ้วัชเรื่องไอ้ธี เภาจะไม่รับผิดเลยใช่ไหม” กริชชัยถามอย่างเหนื่อยใจ ถูกย้อนว่าตนไม่ใช่แพะไม่ผิดจะให้รับผิดยังไง กริชชัยบ่นอย่างระอาใจว่า ทำไมถึงเถียงเก่งอย่างนี้ เธอโต้อีกว่า ตนไม่ได้เถียงแค่ชี้แจงเท่านั้น

ทันใดนั้น เสียงกริ่งหน้าห้อง ปิ๊งป่อง...ขึ้น กริชชัยมองไปอย่างตื่นเต้นหายหงุดหงิดเป็นปลิดทิ้ง เชื่อว่าต้องเป็นอรุณศรีแน่ๆ รีบไปเปิดประตู แล้วก็มองอึ้ง เมื่อเห็นอรุณศรียืนอยู่จริงๆ
“สวัสดีค่ะ” อรุณศรียิ้ม
นิดๆมองกริชชัยอย่างแปลกใจที่ยืนตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
ooooooo
ลำเภารีบเข้าไปแนะนำตัวเองคุยกับอรุณศรีอย่างสนิทสนม จนเธองง ครู่หนึ่งจึงนึกออกว่าเคยเจอกันที่บริษัท พอนึกได้ก็แสดงความยินดีที่ได้รู้จักกัน ลำเภาบอกว่านึกว่าเธอจะไม่มาเสียแล้ว แล้วก็เจ้ากี้ เจ้าการพาเดินชมห้องต่างๆเอง

กริชชัยที่ยังยืนอึ้งอยู่ที่ประตู พอนึกได้ก็ร้องเบาๆ “เยส...” แล้วเดินตามเข้าไป

เนตรนภัสเห็นอรุณศรีก็พูดอย่างดูถูกว่า นี่หรือผู้หญิงที่กริชชัยชอบ ตาต่ำเลือกเด็กในบริษัทแทนที่จะเลือกสาวไฮโซที่จ้องจับอยู่มากมาย เลยถูกวัชระย้อนเอาบ้างว่า

“ถ้าไอ้กริชตาต่ำ แหนมก็ตาต่ำเหมือนกัน มีผู้ชายให้เลือกตั้งเยอะแยะทั้งหล่อทั้งรวย แต่แหนมก็มาคบกับผม ที่ทั้งจนซกมก หนวดเครารุงรัง คนอื่นเขามอง เขาก็ต้องคิดว่าแหนมตาต่ำเหมือนกัน”

เป็นเรื่องจนได้ เพราะเนตรนภัสหาว่าเขาหาเรื่องเพื่อเลิกกับตน พูดเฉียบขาดว่าไม่ว่าเขาจะร้ายกับตนแค่ไหน ตนก็ไม่มีวันเลิก แล้วบอกว่าจะกลับและเขาต้องกลับไปด้วย

วัชระจึงต้องไปบอกธีธัชว่าจะกลับก่อน และฝากบอกกริชชัยด้วย เนตรนภัสส่งเสียงแจ๋แทรกเข้าไปว่า

“แล้วก็ฝากธีบอกผู้หญิงแถวนี้ด้วยว่า วัชเป็นแฟนแหนมและเรากำลังจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ แล้วก็ฝากบอกด้วยว่า แหนมไม่ใช่คนใจดี เวลาแหนมเอาจริง แหนมเอาถึงตาย!” พูดแล้วปรายตาไปทางสุพรรณิการ์กับลำเภาที่นั่งอยู่

ก่อนออกไปยังจิกตามองสองสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจนวัชระส่ายหน้าระอาใจ ส่วนสุพรรณิการ์มองตามไปด้วยความสมเพชวัชระ แต่จนปัญญาที่จะช่วยได้

พอออกมาแล้ว วัชระติงว่าเธอไปพูดแบบนี้ทำไมมันน่าเกลียด เธอมองขวับ พูดเกือบเป็นตวาดว่าตนไม่ชอบผู้หญิงสองคนนั้น ทำแบบนี้จะได้ไม่มีใครมาชอบเขา

วัชระฟังแล้วไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี...

ooooooo

ลำเภาตีสนิทกับอรุณศรีอย่างรวดเร็ว บอกเธอขณะพาชมห้องต่างๆ ว่า ตนกับกริชชัยนั้นสนิทกันมาก เพราะถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่เด็กเหมือนเป็นพี่น้องกันแท้ๆ บอกว่ากริชชัยเป็นคนนิ่งๆเฉยๆไม่ค่อยชอบแสดงความรู้สึก

อรุณศรีฟังไปเรื่อย จนมาถึงชั้นวางของที่มีโมเดลรถ ลำเภาเล่าว่า

“ตั้งแต่เภาจำความได้ มีอยู่แค่ 3 อย่างที่คุณกริชชอบมาก...มากจนแสดงความรู้สึกออกมา อย่างแรกคือ รถมอเตอร์ไซค์ อย่างที่สองคือ การวาดรูป และสุดท้ายก็คือ....”

ลำเภาหยุดพูดเพราะถูกกริชชัยเรียกอรุณศรีขัดขึ้นและแอบปรายตาดุเธอนิดๆลำเภาเลยตัดบทว่า

“คุณกริชชัยมารับหน้าที่ต่อแล้ว เภาขอแยกตัวไปก่อนนะคะ ไม่อยากอยู่เป็น ก.ข.ค.น่ะค่ะ” แล้วหยอดทิ้งท้ายว่า “ตามสบายนะคะคุณแอ๊ว...”

พอออกมาที่ห้องนั่งเล่น สุพรรณิการ์เห็นลำเภาเดินมา ก็รีบลุกไปถามว่า

“สถานการณ์เป็นไงบ้างคะ”

“เภาชงไว้เรียบร้อยค่ะ ต้องรอดูว่าคุณกริชจะทำคะแนนต่อหรือเปล่า”

สุพรรณิการ์พยักหน้า แล้วชะเง้อมองลุ้นเพื่อนสุดฤทธิ์

ooooooo

อรุณศรียังติดใจสามเรื่องที่ลำเภาเล่า ได้เรื่องที่เขาชอบมาสองเรื่อง แล้วยังขาดเรื่องที่สาม จึงถามต่อ กริชชัยเฉไฉว่าอย่ารู้เลยมันไร้สาระ แล้วส่งแก้วน้ำผลไม้ปั่นให้ พูดยิ้มๆว่า นึกว่าเธอจะไม่มาเสียแล้ว อรุณศรีบอกว่าพอดีว่างๆเลยมา แต่คงอยู่ไม่นาน

“ไม่เป็นไร แค่คุณมาผมก็ดีใจแล้ว” น้ำเสียงซื่อๆแววตาใสๆของเขา ทำให้อรุณศรีเขินขึ้นมา ยกแก้วน้ำผลไม้ปั่น ขึ้นดูดอึ๊กๆๆจนหมดแก้วรวดเดียว พอเขาถามว่าเอาอีกไหม เธอก็ยิ่งเขิน หาทางเลี่ยงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่เพราะเขินจนลืมตัว เลยถือแก้วติดมือเข้าไปในห้องน้ำด้วย พอนึกได้ก็เอาออกมาวางที่โต๊ะหน้าห้องน้ำ ยิ้มเขินๆก่อนเดินเข้าไปอีกที

กริชชัยถึงกับทรุดนั่ง หัวใจพองโต ชุ่มฉ่ำชื่นใจไปกับความน่ารักของเธอ...
ooooooo

สามหนุ่มเนื้อทอง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด