สมาชิก

เมียแต่ง

ตอนที่ 6

ขณะที่อรุณประไพเดินลงบันได คงไคยก็ตามมาคว้าตัวไว้ หวังจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น แต่กลับโดนอรุณประไพดูถูกว่าเป็นคนมักง่าย ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ จะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ทั้งนั้น

“งั้นคนมักง่ายอย่างผมขอยืมห้องคุณเปลี่ยนบรรยากาศอีกสักหน่อยได้ไหม” คงไคยประชด

อรุณประไพมองหน้าชายหนุ่มอย่างผิดหวัง เอ่ยถามเสียงเครือว่า เรื่องเมื่อเช้า เขาก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศกับใครก็ได้ใช่ไหม คงไคยชะงัก รู้สึกผิด

“ลูกพี่ทำอะไรคุณไพครับ” ตุ๊ดตู่สวมบทฮีโร่เข้าปกป้องอรุณประไพ

อรุณประไพได้โอกาสสะบัดตัวหนีไป ตุ๊ดตู่ร้องถามว่าจะไปไหน

“คุณไพจะไปหาที่เปลี่ยนบรรยากาศครับ” อรุณประไพตอบ

ทั้งคงไคยและตุ๊ดตู่อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก แต๋วแหววที่แอบดูพอใจ รีบกดมือถือรายงานปรุงฉัตร ปรุงฉัตรพอใจในผลงานมาก เธอตรงเข้าซักไซ้คงไคยที่เดินเข้ามา แต่คงไคยไม่อยู่ในอารมณ์ร่วม เขาพาปรุงฉัตรกลับไปที่ห้อง

ปรุงฉัตรทำโวยวาย เพราะรู้ว่าคงไคยเริ่มเกรงใจอรุณประไพ แต่เธอไม่ยอมแพ้

“ปรุงบอกแล้วไงคะ ว่าเรื่องเมื่อเช้า คุณอรุณประไพเข้าใจผิดไปเอง คิดว่าเราสิ้นคิด มักง่าย ทำอะไรไม่เลือกที่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

คงไคยได้ยินสิ่งที่ปรุงฉัตรพูดก็ยิ่งไม่พอใจ แต่ทำปากแข็งอ้างว่า แค่อยากกลับมาในพื้นที่ของเขาเท่านั้น

“พื้นที่ของคุณ แล้วมีปรุงอยู่ในนั้นด้วยรึเปล่าคะ” ปรุงฉัตรเข้าไปโน้มคอคงไคย

ตุ๊ดตู่เปิดประตูผลัวะเข้ามาบอกว่ามีเรื่องต้องคุยกับคงไคย คงไคยจึงขอให้ปรุงฉัตรไปเตรียมน้ำมาเช็ดตัวให้ ปรุงฉัตรจำใจเดินออกไป แต่ไม่วายเหลียวมองอย่างสงสัย ตุ๊ดตู่เห็นปรุงฉัตรออกไปแล้วก็ต่อว่าคงไคยที่ปล่อยให้อรุณประไพออกไปโดยไม่ห้ามสักคำ คงไคยหน้าเสียกระซิบให้ตุ๊ดตู่ไปเฝ้าโทรศัพท์ไว้ ถ้าอรุณประไพโทร.มาให้รีบมารายงาน

“ครับ ลูกพี่” ตุ๊ดตู่รีบออกไป

คงไคยมองตามอย่างกระวนกระวายแล้วรีบเปลี่ยนท่าทีเมื่อเห็นปรุงฉัตรเดินเข้ามา ปรุงฉัตรเองก็ลอบมองคงไคย

อย่างระแวงเพราะรู้สึกได้ว่าเขากำลังร้อนใจเรื่องอรุณประไพ

ส่วนอรุณประไพเดินใจลอยออกมาจากบ้าน เธอผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของคงไคยมาก จนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ เพราะภาพที่เห็นและถ้อยคำที่ได้ยินทำให้เธอคิดไปไกล “ฉันไม่มีค่าเลยใช่ไหมในสายตาคุณ ทำไมคุณถึงกล้าทำแบบนี้ในห้องของฉัน” อรุณประไพรำพึงกับตัวเอง

ooooooo

ทองถมแอบมาพบภวันที่โรงพยาบาลเพื่อรายงานเรื่องมิสเตอร์ทานากะที่จะเดินทางมาเมืองไทยอย่างไม่เป็นทางการในอีกสองวันข้างหน้า เพื่อมาชมการแสดงโขนไทยในสวน ของเทศกาลสุขนาฏกรรมไทย

“แล้วเรื่องที่ฉันให้ติดต่อเป็นสปอนเซอร์มอบทุนให้ศูนย์วัฒนธรรมที่อัมพวาล่ะ” ภวันซักต่อ

“ผมจัดการเรื่องติดต่อขอเป็นสปอนเซอร์และส่งวิทยากรเข้าร่วมงานเรียบร้อยแล้วครับ” ทองถมรีบรายงาน

ภวันพอใจ ขณะที่ประกอบกำลังหงุดหงิด เพราะวิวัฒน์ กลับมารายงานว่า เขาตามทองถมไปที่โรงพยาบาล แต่ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในห้องพักคนไข้จะใช่ภวันหรือเปล่า เพราะไม่เห็นหน้า ประกอบโบกมือไล่วิวัฒน์ออกไปแล้วบอกกับณรงค์ว่าคน ที่อยู่ในห้องน่าจะใช่ภวันเพราะเธอไม่ได้มาที่ออฟฟิศและก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านด้วย เพราะปรุงฉัตรเพิ่งจะโทร.รายงาน ณรงค์ตาวาวไม่พอใจที่ปรุงฉัตรตามไปเสนอตัวให้คงไคยถึงบ้าน

ประกอบมองท่าทีไม่พอใจของณรงค์อย่างจับสังเกต ณรงค์เห็นสายตาของพ่อก็พยายามจะสงบลง ประกอบจึงเข้าเรื่อง “ถ้าคุณหญิงภวันป่วยจริง นี่ก็เป็นโอกาสของเรา แกเตรียมตัวให้ดีอีกสองวันทานากะจะมาเมืองไทย แกจัดการเหมารอบการแสดงโขนไทยในสวน แล้วส่งบัตรเชิญไปให้ทานากะ”

“แล้วคงไคยล่ะครับพ่อ”

“คนที่สนตะพายง่ายอย่างคงไคย ถ้ามีตัวประกบดีๆเราต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์อยู่แล้ว” ประกอบยิ้มร้าย

ณรงค์มองประกอบเข้าใจว่าหมายถึงอะไรจึงรีบค้านบอกว่าจัดการคนเดียวได้ แต่ประกอบไม่ยอม สั่งให้ณรงค์ทำตามที่เขาบอก ณรงค์จำต้องนิ่งทั้งที่ไม่พอใจ

ooooooo

คงไคยมองนาฬิกาที่หัวเตียงเห็นว่าสองทุ่มแล้ว แต่อรุณประไพยังไม่กลับมาก็เริ่มกระวนกระวาย

ปรุงฉัตรที่นั่งเล่นไอแพดแอบสังเกตมองท่าทีของคงไคย เงียบๆ ในที่สุดคงไคยก็ทนไม่ไหวต้องลุกออกมาดูอรุณประไพ แต่อ้างกับปรุงฉัตรว่าจะออกไปดูแม่ ปรุงฉัตรขยับจะตามแต่ประกอบโทร.มาสั่งให้เธอตามประกบคงไคยไว้อย่าให้มีโอกาสได้เจอทานากะที่จะเดินทางมาถึงเมืองไทย เพราะจะให้ณรงค์ชิงนัดเจรจาก่อน ปรุงฉัตรรับคำอย่างไม่เต็มใจนัก

คงไคยเดินลงมาข้างล่างเห็นตุ๊ดตู่นอนเฝ้าโทรศัพท์อยู่ในห้องรับแขกก็ร้องเรียก ตุ๊ดตู่สะดุ้งตื่นรายงานว่าตั้งแต่นั่งเฝ้าจนนอนเฝ้ายังไม่มีเสียงโทรศัพท์สักกริ๊ง คงไคยหงุดหงิดยกโทรศัพท์กดโทร.หาทองถมเรื่องอรุณประไพ แต่ก็ไม่ได้ข่าวอะไร ตุ๊ดตู่ล้อลูกพี่ว่า ท่าทางเป็นห่วงคุณไพมาก

ปรุงฉัตรเดินลงมาได้ยินพอดีก็พยายามเก็บอาการแล้วเปรยว่า “คุณอรุณประไพคงจะเบื่อบ้านเลยอยากหาที่เปลี่ยนบรรยากาศหรือเปล่าคะคงไคย”

ตุ๊ดตู่ชะงักเห็นปรุงฉัตรก็รีบหลบฉากไป ในขณะที่คงไคยคิดถึงคำพูดอรุณประไพที่บอกว่าจะไปเปลี่ยนบรรยากาศก็ฉุนขึ้นมา ปรุงฉัตรยิ้มสะใจ

อรุณประไพตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่บ้านพ่อแม่ เธอร้องไห้โฮโผเข้ากอดประไพที่เดินออกมารับ อรุณเห็นอาการลูกก็เดาได้ว่าต้องเป็นเรื่องคงไคยแน่ เมื่ออรุณประไพ ร้องไห้จนพอใจแล้ว อรุณก็เอ่ยเตือนลูกว่าสิ่งที่ควรทำในตอนนี้ก็คือ เรียนรู้และปรับความเข้าใจกันไม่ใช่หันหลังหนี

“ไพก็แค่อยากหลบมาพักจากเรื่องยุ่งๆก็เท่านั้นเอง ค่ะพ่อ”

อรุณมองหน้าประไพส่งสายตาให้เธอทำหน้าที่ปลอบลูกแทน

“ถ้าใช้คำว่าพัก ก็แสดงว่าลูกยังมีใจอยากจะสู้ต่อใช่ไหมลูก”

“ไพก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าไพจะสู้ไปเพื่ออะไร”

“เพื่อครอบครัวของลูกไง พ่อกับแม่ก็ต้องผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย กว่าจะสร้างครอบครัวของเรามาได้ ไพวันนี้ลูกเองก็มีครอบครัวของตัวเอง คงถึงเวลาที่ลูกต้องเรียนรู้และต่อสู้เพื่อครอบครัวของลูกเองบ้างแล้วละจ้า”

“การแต่งงานไม่ใช่แค่แต่งกับข้อดีของกันและกัน แต่เราแต่งงานกับข้อเสียของคนคนนั้นด้วย ลูกต้องยอมรับทั้งข้อดีและข้อเสียของกันและกันให้ได้”

“สิ่งที่คนเป็นเมียต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจคือ ให้อภัยนะลูก ลูกยังไม่ต้องเข้าใจหรือทำได้ทั้งหมดในวันนี้ก็ได้เพราะแม่เชื่อว่าคุณคงไคยคือคนที่จะทำให้ลูกของแม่ให้อภัยได้ทุกอย่าง”

“ทำไมล่ะคะ”

“แล้วลูกก็จะได้คำตอบเองจ้า” ประไพอมยิ้มสบตากับอรุณพลางลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก

ooooooo

คงไคยลืมตาตื่นในความมืด เขาหันไปมองนาฬิกาเป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว จึงลองเอามือโบกตรงหน้าปรุงฉัตรทดสอบว่าเธอหลับแน่แล้ว ก็ลุกออกไปจากห้องเพื่อดูว่าอรุณประไพกลับมาหรือยัง ปรุงฉัตรลืมตามองตามอย่างรู้ทันคิดจะเอาคงไคยกลับมาเป็นของเธอให้ได้ ส่วนคงไคยเมื่อลงมาถึงห้องรับแขกก็ได้ยินแฉล้มบอกกับตุ๊ดตู่ที่กำลังรอโทรศัพท์ว่า คืนนี้อรุณประไพไม่กลับไม่ต้องรอ

“คุณไพไม่กลับบ้านเหรอ แล้วเขาบอกไหมว่าเขาอยู่ไหน” คงไคยรีบซัก

“เปล่าค่ะ คุณหนูลงมาจะเอาอะไรหรือเปล่าคะ” แฉล้มถามกลับ

“เปล่า” คงไคยเหวี่ยงเสร็จก็เดินกลับขึ้นห้องไป

“ออกอาการหวงล่ะสิ ผู้ชาย” แฉล้มรู้ทันแล้วหันมาลากตุ๊ดตู่ที่ทิ้งตัวลงนอนกลับห้อง

คืนนั้นคงไคยนอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงอรุณประไพ เขารีบลงมาข้างล่างแต่เช้าเพื่อรอเธอ แฉล้มออกมาเห็นก็แกล้งล้อ คงไคยทำเข้มตวาดใส่ “ไม่ได้รอใครทั้งนั้น อาหารเช้าเสร็จหรือยัง ผมหิว”

“คุณหนูจะทานอะไรล่ะคะ แต่ถ้าเป็นโจ๊กปู แล่มไม่ถนัด เอาข้าวต้มกุ้งแล้วกันนะคะ อร่อยน้อยกว่าโจ๊กปูแต่ก็อิ่มท้องเหมือนกัน” แฉล้มทิ้งท้ายแล้วรีบหลบฉากไป

ปรุงฉัตรที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินลงมาจากข้างบนเห็นคงไคยนั่งมองไปหน้าบ้านก็พยายามระงับอารมณ์สุดชีวิตเดินไปกอดอ้อนคงไคย แต่คงไคยใจลอยไปอยู่ที่อรุณประไพแล้ว เขาถามปรุงฉัตรว่าจะกลับแล้วหรือ จะให้ไปส่งไหม ปรุงฉัตร รู้ว่าคงไคยอยากให้กลับก็ไม่พอใจแต่ยังยิ้มบอกว่า เธอกลับเองได้เพราะให้แต๋วแหววโทร.เรียกแท็กซี่ให้แล้ว

“ปรุงไปก่อนนะคะ” ปรุงฉัตรฝืนยิ้มลุกออกไป

คงไคยนั่งมองจนปรุงฉัตรขึ้นแท็กซี่ออกไป แล้วก็รีบขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะออกไปตามอรุณประไพ แต่เขาก็ เสียรู้ปรุงฉัตรอีกจนได้ เพราะเธอให้ซาซ่าปลอมเป็นคนขับแท็กซี่มารับเธอออกมา แล้วแอบสะกดรอยตามคงไคยไป

ooooooo

อรุณประไพเข้ามาในออฟฟิศ ป๊อกกี้เตือนเรื่องนัดวันนี้ เพราะใจดีไปรอที่โรงแรมแล้ว อรุณประไพนึกขึ้นได้จะรีบตามไป วายุอาสาไปส่ง แต่ป๊อกกี้เข้าขวาง แล้วภุชงค์ก็ขับรถเข้ามา เขาอ้างกับอรุณประไพว่ามีเรื่องร้อนใจมาขอคำปรึกษา อรุณประไพจึงนั่งรถออกไปกับภุชงค์ วายุจะตามแต่ป๊อกกี้ดึงไว้

“ฉันว่านายต้องเตรียมงานถ่ายสกู๊ปพรุ่งนี้ อย่าเนียนไป” ป๊อกกี้ลากวายุออกไป

ภุชงค์ขยับรถออกไป คงไคยที่ซุ่มดูอยู่รีบตาม ปรุงฉัตรที่นั่งอยู่ในรถซาซ่ามองตามคงไคยอย่างเจ็บใจแล้วตวาดให้ซาซ่าตามคงไคยไปอีก

ภุชงค์ขับรถไปพลางคุยเรื่องเบญไปพลาง เพราะเบื่อสภาพนี้เต็มทีและทนพฤติกรรมของเธอไม่ไหวแล้ว

“คุณไม่ควรหนีนะคะ คุณเป็นคนผูกปมนี้ขึ้นมาคุณต้องยอมรับและอยู่กับมันอย่างมีความสุขให้ได้”

“แต่ชีวิตของผม ผมต้องเป็นคนเลือก”

“ค่ะ ชีวิตของไพ ไพก็เลือกแล้วเหมือนกัน ไพเลือกจะมีคุณเป็นเพื่อน ไพให้ได้แค่นั้น อย่าให้มันต้องไม่เหลืออะไรอีกเลยนะคะภุชงค์”

ภุชงค์รู้ตัวเปลี่ยนเรื่องถามว่า  จะให้ไปส่งที่ไหน

ส่วนคงไคยที่ตามมาเห็นภุชงค์เลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมหรูก็เข้าใจผิดคิดว่า อรุณประไพมาเปลี่ยนบรรยากาศกับภุชงค์จริงๆ จึงกระชากรถหนี ทั้งที่ความจริงแล้ว อรุณประไพมาพบทองถมกับใจดี เพื่อวางแผนช่วยให้คงไคยเข้าถึงตัวทานากะ

หลังจากทำความเข้าใจเรื่องแผนงานเรียบร้อยแล้ว ใจดีก็เอ่ยถามทองถมว่า ทำไมต้องหลบมาคุยกันที่โรงแรมด้วย เพราะนัดเจอกันที่บริษัทก็ได้

“ผมอยากให้เรื่องนี้เงียบที่สุด เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ความเคลื่อนไหว ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน”

ใจดีพยักหน้ารับ อรุณประไพรีบถามถึงอาการป่วยของภวันด้วยความเป็นห่วง

“พรุ่งนี้ก็จะกลับบ้านแล้วครับ ท่านเลยอยากให้ผมเคลียร์เรื่องนี้ให้เรียบร้อย ผมต้องกลับไปดูแลท่านแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” ทองถมออกไป

“ถ้างั้นพี่ก็ต้องไปเคลียร์เรื่องที่บ้านก่อนเหมือนกัน พรุ่งนี้เจอกันนะจ๊ะ” ใจดีลุกตามไปอีกคน

อรุณประไพนั่งมองซองเอกสาร รู้สึกหนักอึ้งกับภารกิจที่ได้รับเหลือเกิน พลันคำพูดของประไพที่แว่วมา “คงถึงเวลาที่ลูกต้องเรียนรู้และต่อสู้เพื่อครอบครัวของลูกเองบ้างแล้วหละจ้า”

เธอสูดลมหายใจฮึดสู้ แล้วเปิดซองเอกสารอ่านรายละเอียดอย่างตั้งใจ ปรุงฉัตรเดินมาที่ห้องทำงานของประกอบและได้พบณรงค์ ณรงค์บอกกับเธอว่า ไม่จำเป็นต้องตามประกบคงไคยเพราะเชื่อว่าจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองได้

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คุณพ่อคงไม่ต้องส่งปรุงไปช่วยคุณหรอก” ปรุงฉัตรยิ้มเย้ย

“คิดว่าพี่สู้ไอ้คงไคยไม่ได้ใช่ไหม” ณรงค์ตาลุกวาว

บีบแขนปรุงฉัตร

“มีอะไรกัน” ประกอบเดินออกมาจากในห้อง

ณรงค์สะดุ้งปล่อยมือจากปรุงฉัตรทันที ประกอบสั่งให้ทั้งคู่ตามเข้าไปในห้องเพื่อมอบหมายงาน ณรงค์ยืนยันกับประกอบว่าเขาสามารถจัดการเรื่องทานากะได้ไม่ต้องให้ปรุงฉัตรช่วย แต่ณรงค์ไม่ยอมเพราะเชื่อว่าภวันต้องเตรียมการให้คงไคยไปจัดการเรื่องนี้แล้วแน่

“ฉันอยากรู้ว่าแผนของพวกมันคืออะไร” ประกอบมอบหมายหน้าที่ให้ปรุงฉัตร

ปรุงฉัตรรับคำแล้วหันมายิ้มเย้ยณรงค์ เพราะในที่สุดก็ต้องพึ่งเธออีกตามเคย ณรงค์แค้นใจที่ห้ามปรุงฉัตรไม่ได้

ooooooo

คงไคยนั่งหงุดหงิดรออรุณประไพอยู่ในบ้าน  แฉล้มเอาน้ำเย็นมาให้ดื่มก็โดนเหวี่ยงใส่จนต้องเดินหนี

เสียงคนเดินเข้ามา คงไคยดีใจหันไปดูเห็นเป็นทองถมก็ออกอาการผิดหวัง ทองถมแซวว่า รออรุณประไพอยู่หรือคงไคยแก้ตัวพลางฟ้องว่า วันนี้เขาเห็นสะใภ้คนดีของคุณแม่พาผู้ชายเข้าโรงแรม ทองถมหัวเราะร่วนพอจะเดาเรื่องได้จึงอธิบาย

“วันนี้ผมนัดคุณใจดีกับคุณไพไปที่โรงแรมเมื่อตอนบ่าย เพราะคุณใจดีนัดผมไปพรีเซนต์งาน คุณไพไปคนเดียวครับ ไม่มีคนอื่นเลย ผู้ชายที่คุณเห็นคงไม่ใช่ผมนะครับ คุยเสร็จแล้วคุณไพก็กลับไปกับคุณใจดี เคลียร์ไหมครับ”

คงไคยมองทองถมรู้ว่าเชื่อทองถมได้ แต่ก็อ้างต่อ “เขาชอบทำดีกับทุกคนในโลก ยกเว้นผม”

“อย่างคุณไพผมว่าร้ายมาก็ร้ายตอบ แต่ถ้าดีมาก็คงดีไป คุณอยากให้คนทำดีด้วย คุณทำดีแล้วหรือยังครับ” ทองถมสวนกลับ

คงไคยได้คิดรีบเดินหนีขึ้นห้อง สักพักอรุณประไพก็กลับมาถึง เธอถามหาคงไคยกับทองถม ทองถมแต่งเรื่องบอกว่า สงสัยคงไคยจะไข้ขึ้น เพราะได้ยินเขาบ่นว่าปวดหัว อรุณประไพเป็นห่วงตามขึ้นไปดู

“คงจะเลือกวิธีที่ถูกนะครับ คุณคงไคย” ทองถมอมยิ้ม พึมพำกับตัวเอง

อรุณประไพเข้ามาดูคงไคยในห้อง แต่ไม่พบจึงไปดูที่ห้องของเธอ ก็พบชายหนุ่มนอนหนาวสั่นเพราะเปิดแอร์เย็นจัดจึงรีบห่มผ้าให้ คงไคยถือโอกาสรวบตัวอรุณประไพ
ลงมานอนแล้วทำเนียนว่าไข้ขึ้น อรุณประไพหลงกลยอมให้กอด คงไคยได้ทีทำเป็นละเมอ ขยับซุกไซ้อรุณประไพอย่างอ่อนโยน อรุณประไพเริ่มอึ้งจะลุกหนี แต่คงไคยยึดร่างไว้แล้ว ปลุกเร้าอย่างอ่อนโยน จนในที่สุดเธอก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม

อรุณประไพนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดคงไคย คงไคยหอมอรุณประไพท่าทีทะนุถนอมมากพลางเอ่ยถาม

“ผมไม่ได้รุนแรงกับคุณใช่ไหม ครั้งแรกของคุณ เสียใจหรือเปล่า”

“มันเป็นหน้าที่ของภรรยานี่คะ”

คงไคยแม้อารมณ์เสีย แต่คำพูดของทองถมยังผุดขึ้นมาจึงได้คิด

“ถ้างั้นผมก็ต้องทำหน้าที่สามีให้เต็มที่ดีไหม” คงไคยทำเนียนเข้าหา อรุณประไพบ่ายเบี่ยงด้วยความเขิน แต่ไม่ผลักไสไม่เย็นชา

เช้าวันใหม่ คงไคยตื่นขึ้นมาไม่พบอรุณประไพก็รีบถามหากับทองถมที่เข้ามาปลุก แต่ทองถมว่า ไม่ทราบ

“ไม่ทราบได้ยังไง อรุณประไพไปไหน คุณทองถม”

“ผมไม่ทราบจริงๆครับ แล้วตอนนี้คุณต้องแต่งตัวด่วน เพราะวันนี้มิสเตอร์ทานากะจะเดินทางมาถึงเมืองไทย” ทองถมหยิบเสื้อผ้าที่แขวนแล้วดันคงไคยเข้าห้องน้ำพลางส่งยิ้มสมใจ

เมื่อมาถึงบริษัททองถมก็รายงานเรื่องมิสเตอร์ทานากะจะไปชมการแสดงโขนไทยในสวนรอบ 1 ทุ่มตรงวันนี้ให้คงไคยทราบ แต่ยังพูดไม่จบคงไคยก็กดอินเตอร์คอมหาเลขาฯหน้าห้องสั่งให้เหมารอบการแสดงโขนไทยในสวนรอบหนึ่ง ทุ่มตรงวันนี้ให้เขาเพื่อจะไปเจรจากับทานากะ ทองถมได้แต่ยืนดู เพราะรู้ว่าณรงค์ชิงตัดหน้าไปแล้ว

ด้านแฉล้มเมื่อคงไคยออกไปทำงานแล้วก็รีบโทร.รายงานพฤติกรรมของคุณหนูให้อรุณประไพฟัง

“เมื่อเช้าคุณหนูตื่นเช้ามาไม่เจอคุณไพโวยบ้านเกือบแตก เมื่อคืนมีอะไรกันรึเปล่าคะ”

อรุณประไพได้ยินคำถามแฉล้ม แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืน เธออมยิ้มเขินๆ รีบปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แฉล้มรีบทำคะแนนบอกว่าอรุณประไพไม่อยู่แบบนี้ คุณหนูของเธอคงคิดถึงแย่

“พูดถึงคุณหนูของแม่แล่มขึ้นมาก็ดีแล้วค่ะ ไพจัดกระเป๋าเดินทางไว้ให้เขาแล้วนะคะ” อรุณประไพเปลี่ยนเรื่อง

“คุณหนูจะไปไหนเหรอคะ ทำไมแล่มไม่รู้”

“เอาเป็นว่าไพจัดกระเป๋าไว้ให้คุณคงไคยเรียบร้อยแล้ว ก็แล้วกันนะคะ ไพจะทำงานแล้วค่ะ”

“คุณไพขา แล่มเลี้ยงคุณหนูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แล่มรู้ค่ะว่าคุณหนูต้องคิดถึงคุณไพมากแน่ๆ”

“บางเรื่องเราก็คิดแทนใครไม่ได้หรอกนะคะแม่แล่ม แค่นี้ก่อนนะคะ” อรุณประไพวางสายจากแฉล้มแล้วรำพึงกับตัวเอง “บางเรื่อง ถ้าไม่ได้ยินจากปากไพก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะแม่แล่ม”

“น้องไพคะ มีเพื่อนเก่าเราแวะมาหาค่ะ” ใจดีเดินเข้ามาพร้อมกับมัทรี

“คุณมัทรี” อรุณประไพดีใจมาก

แฉล้มเดินอารมณ์ดีเข้ามาคุยกับตุ๊ดตู่ในครัว เพราะพอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับอรุณประไพและคงไคยเมื่อคืนนี้ แต๋วแหววเองก็รู้แต่ยังไม่ยอมแพ้จึงโทร.ไปฟ้องปรุงฉัตรพร้อมตอกไข่ใส่สีเพื่อความแซ่บ จนปรุงฉัตรแทบเก็บอาการไม่อยู่ต้องรีบวางสาย แล้วหันมาพาลใส่ซาซ่าที่เข้ามาส่งคัพเค้กสูตรใหม่ให้ลองชิม

ปรุงฉัตรคว้าคัพเค้กมาแล้วบีบบี้ระบายอารมณ์จนเละคามือ ซาซ่าน้ำตาคลอมองเค้กที่อุตส่าห์ตั้งใจเอามาให้ปรุงฉัตรชิมเป็นคนแรก แล้วแย่งเค้กคืนมาทั้งป้ายทั้งปาใส่ปรุงฉัตร

“แกเป็นบ้าอะไร เรื่องผู้ชายอีกแล้วใช่ไหม ของดีของอร่อยฉันก็นึกถึงแกก่อน แกล่ะในสมองแกเคยมีเพื่อนคนนี้บ้างไหม หรือมีแต่ไอ้ผู้ชายหลายใจของแก ผู้ชายมันก็มักมากเหมือนกันหมดทุกคนนั่นแหละ ปากก็บอกว่ารัก แต่พอเราเผลอมันก็ไปเทิดเทิงทิงนองนอยกับคนอื่นหน้าตาเฉย”
“ซาซ่าแกพูดบ้าอะไร”

“ไม่อยากฟังใช่ไหม ไม่อยากฟังแกก็ต้องฟัง อย่าทะนงตัวว่ามาก่อนนักเลยนังปรุง แกเคยได้ยินมะ คนที่มีใครทีเดียวสองคนก็ให้ตัดสินใจเลือกคนที่มาทีหลังเสมอ เพราะถ้าเรารักคนแรกจริง เราคงไม่ไปมีคนที่สองหรอก คุณคงไคยเขาไม่ได้รักแกแล้ว สุดมือสอยก็ปล่อยมันไปเถอะเลิกบ้าซะที”

“แกไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” ปรุงฉัตรตวาด

“นี่ฉันเตือนแกดีๆนะ ได้ ฉันไม่ยุ่งกับแกแล้ว ไม่ยุ่งแล้ว” ซาซ่าโมโหเดินปาดน้ำตาน้อยใจหนีไปนั่งอีกมุม

ปรุงฉัตรไม่สนใจซาซ่าเอาโทรศัพท์มากดโทร.หาคงไคยนัดให้มาทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่โดนปฏิเสธเพราะเขาจะไปพบทานากะ แต่ปรุงฉัตรไม่เชื่อเพราะระแวงเรื่องอรุณประไพจึงหันมาพาลใส่ซาซ่าอีก

ซาซ่าเหลืออดสวนว่า ตอนนี้ปรุงฉัตรได้เป็นเมียน้อยเต็มตัวแล้ว ปรุงฉัตรโกรธแผดเสียงลั่น

“ทำไมพูดไม่ถูกหูจะตบฉันหรือไง มาสิตบเพื่อนระบายอารมณ์พาลๆ ของแก แกมันพวกแพ้แล้วพาลรู้ไว้ซะด้วยนังปรุงแกไม่มีวันชนะหรอก แฟนกัน ผัวเมียกัน มันต้องมีกันแค่สองคน แต่ถ้าสามคนมันเกิน มันก็จะมีคนที่เจ็บมากกว่าหนึ่ง...คุณคงไคยอยู่กับใคร อีกคนนึงก็ต้องเจ็บ หรือไม่ พวกแกก็ต้องเจ็บกันทั้งหมดเนี่ยแหละ ไม่มีใครมีความสุขจริงๆ สักคน”

“แกแช่งฉันเหรอซาซ่า ฉันก็เมียเขาเหมือนกัน ฉันมีสิทธิ์ในตัวเขา ฉันต้องมีความสุข”

“ขอแจ้งให้ทราบนะ สังคมยอมรับเฉพาะคนที่เป็นเมียแต่งถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าแกจะอ้างสิทธิ์อะไรแกก็คือ เมียน้อย นี่กรรมมันบดบังจนสมองแกคิดอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ เหรอเนี่ย ไหวไหมนังปรุง”

“คนอย่างฉันถ้ารักมากก็แค้นมาก ถ้าฉันไม่ได้ ฉันก็จะทำลายให้ทุกคนไม่ได้มันเหมือนกัน ดูสิว่านังอรุณประไพจะทำยังไง” ปรุงฉัตรแค้นใจ

ooooooo

ใจดีพามัทรีมาดูอรุณประไพให้ความรู้กับนักศึกษาเรื่องงานจัดแต่งดอกไม้แกะสลักในงานวัฒนธรรมและอาหารไทย มัทรีพอใจมากที่มีคนสืบสานงานด้านนี้ต่อจากเธอ ใจดีเห็นเข้าทางก็เตรียมจะเฉลยว่าคนที่สปอนเซอร์ใหญ่มาให้ทุนเด็กๆ คือใคร แต่อรุณประไพเข้ามาขัด เธอถามมัทรีว่าพักที่ไหน

“บ้านเรือนไทยริมคลอง บ้านเก่าของพี่ไงจ๊ะ”

“ดีค่ะ เอาไว้เสร็จงานเราไปพายเรือเก็บสายบัวมาทำแกงกะทิสายบัว หรือไม่ก็ผัดไทยสายบัวกันนะคะ” อรุณประไพชวน

“ดีจ้า พี่คิดถึงฝีมือน้องไพอยู่พอดี” มัทรีกับอรุณประไพ ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ใจดีนึกขึ้นได้ถามหาทานากะสามีของมัทรี มัทรี  บอกว่าจะตามมาพรุ่งนี้ เพราะขอไปชมโขนไทยในสวนก่อน อรุณประไพกับใจดีสบตากัน


ทานากะกับลูกน้องเดินเข้ามาในงานโขนไทยในสวน เขามองไปรอบๆ เห็นว่าทั้งงานถูกเหมารอบให้ตนเพียงคนเดียวก็ไม่พอใจนัก และไม่พอใจมากขึ้นเมื่อณรงค์มาขอพบเพื่อเจรจาเรื่องธุรกิจ ทานากะถามณรงค์ว่า

“คุณไม่ทราบเหรอครับว่าศิลปะคือการแบ่งปัน ต้องมีอีกกี่คนที่พลาดการแสดงวันนี้ไป”

ณรงค์หน้าเสียยังไม่กล้าพูดอะไรต่อไปมากกว่านี้

ส่วนคงไคยก็ต้องผิดหวัง เพราะมีคนเหมารอบการแสดงไปแล้ว เขาถามทองถมว่าเป็นฝีมือของใคร แต่ทองถมไม่ทันได้ตอบปรุงฉัตรก็เข้ามาอ้อนทำฟอร์มว่าไม่สบายเพื่อตามประกบคงไคยไม่ให้ออกไปพบทานากะตามใบสั่งของประกอบ คงไคยหลงกลจำต้องพาปรุงฉัตรกลับไปที่บ้านด้วย ทองถมถอนใจเซ็งแล้วแอบไปปรึกษาภวันที่โรงพยาบาล เพราะจะให้อรุณประไพเดินแผนสองเลย แต่ภวันให้รอก่อนเพราะอยากดูว่าคงไคยจะมีความพยายามแค่ไหน

การแสดงจบลง ทานากะมีท่าทีพอใจมาก ณรงค์ได้โอกาสรีบเข้ามาเจรจา พร้อมยื่นข้อเสนอ “เรายินดีที่จะเจรจาในตัวเลขที่คุณพอใจ ถ้าคุณยอมให้เราเป็นตัวแทนในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของคุณ”

“ถ้าคุณคือตัวแทนของพีวีเรียลเอสเตท สิ่งแรกที่คุณและองค์กรของคุณต้องตระหนักไว้ให้มากสำหรับการก้าวสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้นคือ กาลเทศะ เริ่มจากคุณไม่รู้กระทั่งว่าการชมงานศิลปะควรทำยังไง และถ้าคุณอยากจะเป็นพันธมิตรกับเรา ก็แสดงว่าคุณรู้ดีว่าเราเป็นยักษ์ใหญ่ที่เรื่องตัวเลขอาจไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เราพอใจ เราแข็งแรงพอที่จะทำธุรกิจตามความพอใจ คุณคงดูออก ขอโทษนะครับที่ต้องพูดตรงๆ ผมมันก็ศิลปินที่จับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจ หวังว่าคุณคงเข้าใจ” ทานากะพูดเน้นๆ

ณรงค์หน้าเสียคิดแก้ไขสถานการณ์ด้วยการโยนความผิดไปให้คงไคย “ผมเข้าใจครับ เมื่อคุณพูดกับผมตรงๆ ผมคงต้องเรียนคุณตามตรงว่า ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของคุณคงไคยนัก เขาเป็นประธานโครงการพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่นครับ ผมถูกส่งมาเป็นตัวแทนของคุณคงไคย”

“คงไคย” ทานากะนิ่งคิด

ปรุงฉัตรเล่นบทเมียผู้น่าสงสารเข้ามาออดอ้อนคงไคย แต่คงไคยกลับไม่สนใจเพราะกำลังคิดหนักทั้งเรื่องอรุณประไพที่หายตัวไปและเรื่องทานากะเพราะพลาดโอกาสไปแล้วหนึ่งครั้ง

“คุณทำให้ปรุงรู้สึกว่าที่นี่คงไม่มีที่สำหรับปรุงแล้ว ปรุงก็คงต้องไป” ปรุงฉัตรน้ำตาร่วงทำท่าจะกลับ

คงไคยเห็นน้ำตาก็ใจอ่อนเข้ามากอดปลอบใจ ปรุงฉัตรทำเสียงอ่อยแล้วหยิบมือถือมาถ่ายรูปคู่กับคงไคยอ้างว่า

“ถ่ายรูปตัวเองไว้ดูค่ะ ว่าเวลางี่เง่าใส่คงไคย ปรุงหน้าตาเป็นยังไง” จากนั้นก็แอบส่งรูปไปที่มือถือของอรุณประไพ

แต่เผอิญว่าใจดีกำลังใช่มือถือของอรุณประไพถ่ายรูปเธอกับอรุณประไพอยู่พอดีจึงได้เห็นรูปที่ปรุงฉัตรส่งมา

“ท่าทางคุณเมียน้อยต้องการทอร์นาโดสักลูกแล้วละค่ะน้องไพ” ใจดีเจ็บใจแทน แต่อรุณประไพกลับทำนิ่งหันไปสวดมนต์เตรียมเข้านอน

ใจดีนั่งรอจนอรุณประไพสวดมนต์เสร็จพุ่งเข้าไปหายุให้ไปจัดการ

“ผู้ชายก็เหมือนสายลมนั่นแหละค่ะ เขาอยากจะพัดไปทางไหนเราก็คงห้ามเขาไม่ได้ อยู่ที่ว่าเขาอยากจะพัดไปหาที่ร้อนหรือเย็น เราคงทำได้แค่อยู่นิ่งๆ ถ้าเขาต้องการเราเขาก็จะพัดกลับมาเอง” อรุณประไพพูดจบก็ล้มตัวลงนอนหันหลังให้ใจดี สีหน้าไม่สบายใจนัก

ด้านปรุงฉัตรก็มองรูปที่ส่งไปให้อรุณประไพอย่างสะใจ แล้วทิ้งตัวลงนอนรอคงไคยที่ไปห้องน้ำ สักพักก็มีเสียงคนเดินมา ปรุงฉัตรรีบคว้าตัวมากอด

“อย่านะตุ๊ดตู่ยังเด็กอยู่” ตุ๊ดตู่ร้องลั่น

“ไอ้ตุ๊ดตู่ แกเข้ามาทำไม” ปรุงฉัตรตวาด

ตุ๊ดตู่อ้างว่าเอานมขึ้นมาให้คงไคยดื่มและจะรอเก็บแก้วไปด้วย คงไคยออกมาได้ยินก็รีบดื่มนมแล้วคืนแก้วให้

หวังสงบศึก แต่ตุ๊ดตู่ไม่ยอมออกไป อ้างต่อว่าภวันสั่งให้นอนเฝ้าคงไคยในห้อง และให้นอนที่เตียงตรงกลาง ปรุงฉัตรหันขวับมองตุ๊ดตู่ที่มีสีหน้ายืนยันว่าจะทำอย่างที่พูดจริง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทองถมตามคงไคยมาขอพบทานากะที่โรงแรม ทานากะยอมลงมาพบ

“ผมอยากเห็นว่าคนประเภทไหนที่ส่งลูกน้องตัวเองไปทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ได้ คุณเหมารอบการแสดงแล้วส่งบัตรเชิญให้ผม เพราะหวังจะเจรจาธุรกิจ โดยไม่เคยศึกษาเลยว่าผมเป็นคนยังไง” ทานากะเครียด

“เรื่องนี้เราสามารถอธิบายได้นะครับมิสเตอร์ทานากะ” ทองถมรีบค้าน

“ไม่เป็นไรครับคุณทองถม ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเพราะใคร แต่คนที่มาในนามของพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น ก็อยู่ในความรับผิดชอบของผมทั้งนั้น” คงไคยยอมรับผิด

ทานากะมองคงไคยอย่างพอใจเล็กน้อยแล้วขอตัว ทองถมกับคงไคยเดินออกไปส่ง แล้วทองถมก็แอบถามคงไคยว่าทำไมถึงปล่อยให้มิสเตอร์ทานากะไปง่ายๆ

“ต่อให้รั้งไว้ เขาก็คงยังไม่มีอารมณ์คุยกับเราตอนนี้”

“แต่คนที่ไปพบมิสเตอร์ทานากะในนามพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น คงจะเป็นณรงค์และดูเหมือนมิสเตอร์ทานากะคิดว่าคุณเป็นคนสั่งการ” ทองถมเปรยต่อ

“เป็นผม ผมก็คงคิดแบบนั้น ณรงค์ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรอก” คงไคยออกรับแทน

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ มองโลกในแง่ดีจังนะครับ ไปครับกลับบ้าน เตรียมตัวเดินทาง” ทองถมตัดบท

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ใจดีกับอรุณประไพก็เตรียมจะออกไปทำบุญที่วัด ใจดีอดใจไม่ไหวแอบหยิบมือถืออรุณประไพขึ้นมาเปิดดูรูปที่ปรุงฉัตรส่งมาด้วยความแค้น เธอกดลบรูปทิ้ง

“ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่ดูซะก็จบค่ะ” อรุณประไพพึมพำ

“จ้าแม่นางฟ้า มัวแต่ห่วงสามีน้อง สามีพี่ยังไม่ได้อัพเดตความประพฤติมาชั่วโมงหนึ่งแล้ว”

ใจดีจะโทร.หาสิทธา แต่อรุณประไพห้ามไว้พลางให้ข้อคิดเรื่องการใช้ชีวิตที่ต้องรู้จักทำใจในบางเรื่อง ใจดีจึงเว้นจากการโทร.จิกสามีหนึ่งวัน แล้วจู่ๆใจดีก็หัวเราะร่วน อรุณประไพตกใจถามว่ามีองค์หรือเปล่า

“พี่เพิ่งนึกได้ต่างหาก น้องไพหายหน้ามาแบบนี้

ไอ้ติสต์วายุมันต้องประสาทแตกแหงๆ ยิ่งตอนที่พี่แกล้งไม่ให้มันฟังตอนที่เราคุยกันเรื่องงาน มันนะทุรนทุรายอยากจะรู้ใจจะขาดพี่สะใจมาก ในที่สุดพี่ก็เอาคืนมันได้ ฮ่าฮ่า”

ในขณะที่วายุลากป๊อกกี้มาที่บ้านพ่อกับแม่ของอรุณประไพเพื่อตามหาสาวเจ้า ประไพออกมาต้อนรับทั้งสองและพอจะดูออกว่าวายุคิดอย่างไรกับลูกสาวของตน จึงเอ่ยว่า อรุณประไพไปช่วยงานสามีที่ต่างจังหวัดสองสามวัน

“คือ ผมไม่เห็นคุณไพไปทำงานก็เลยเป็นห่วงน่ะครับ” วายุอ้างต่อ ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก

“ไพคงลืมมั้งจ๊ะ เขาต้องรับผิดชอบหลายอย่างทั้งงานของตัวเองแล้วก็งานของสามี แย่จริงๆ ทำให้เพื่อนๆ เป็นห่วง ไว้ไพกลับมาแล้วแม่จะบอกให้นะว่าเพื่อนมาหา” ประไพเน้นคำว่าเพื่อน

วายุหน้าเจื่อนรีบชวนป๊อกกี้กลับและจุดหมายต่อไปก็คือบ้านใจดี

ooooooo

ทองถมเดินนำคงไคยเข้ามาในบ้านพลางชี้แจงว่า คงไคยจะต้องเป็นตัวแทนภวันไปร่วมงานวัฒนธรรมและอาหารไทยที่อัมพวา เพราะพีวีเรียล-เอสเตทร่วมเป็นสปอนเซอร์และส่งวิทยากรไปร่วมในงานนี้แล้ว

เวลาเดียวกันนั้นประกอบเพิ่งรู้ว่า ทานากะจะไปงานที่อัมพวาด้วย จึงโทร.สั่งปรุงฉัตรตามประกบคงไคยอย่าให้มีโอกาสได้เจรจากับทานากะ ปรุงฉัตรรับคำแล้วรีบตามมาอ้อนขอตามคงไคยไปอัมพวาด้วย ทองถมทำหน้าเซ็งแต่ก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

เมื่อมาถึงอัมพวาทองถมก็ชวนคงไคยกับปรุงฉัตรไปไหว้พระขอพรที่วัด คงไคยไม่เต็มใจนักเพราะอยากทำงานให้เสร็จเพื่อจะได้กลับไปรออรุณประไพที่บ้าน ทองถมรู้ทันจึงแกล้งแซว ปรุงฉัตรได้ฟังก็ไม่พอใจรีบเข้าไปเกาะคงไคยแสดงความเป็นเจ้าของ

“สำรวมหน่อยก็ดีนะครับ เดี๋ยวเขาจะหาว่าคนไทยไม่รู้กาลเทศะไปครับไหว้พระขอพรกัน เขาว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์นะครับ ขออะไรก็สมปรารถนา” ทองถมอมยิ้มมีเลศนัยกับคงไคย แล้วเดินนำไป

“ไปค่ะคงไคย ไหนๆ ก็มาแล้วเราไหว้ขอพรพระกันดีกว่า” ปรุงฉัตรลากคงไคยตามทองถมไป คลาดกับอรุณประไพที่เดินขึ้นบันไดมาไปเพียงเสี้ยวนาที

ทองถมหลับตาพริ้มพนมมืออธิษฐาน แต่พอได้ยินปรุงฉัตรบอกคงไคยว่า ให้ขอพรพระให้เธอกับเขาได้อยู่ด้วยกันไวๆก็ลืมตาขึ้นกระซิบบอกคงไคย “ตัดสินใจให้ดีๆ นะครับว่าอยากจะอยู่กับใครกันแน่ พระท่านจะได้ให้พรถูก” แล้วทองถมก็ทำเป็นเดินออกไปถ่ายรูปมุมโน้นมุมนี้

คงไคยมองไปรอบๆ เห็นผู้คนไหว้พระอย่างศรัทธา ก็ตัดสินใจยกมืออธิษฐานในขณะที่ปรุงฉัตรเดินเลี่ยงออกไปซื้อเครื่องราง และเมื่อคงไคยลืมตาขึ้นมาก็พบอรุณประไพกำลังหลับตาไหว้พระอยู่อีกมุมหนึ่ง เขาดีใจมากจะเดินไปหาแต่ปรุงฉัตรคว้าแขนไว้พลางโชว์เครื่องรางที่มีความหมายว่า รักนิรันดร์ให้ดู คงไคยยิ้มรับพยายามไม่พิรุธแล้วหันมองหาอรุณประไพ แต่เธอไม่อยู่แล้ว

“เป็นอะไรครับ หรือว่าสมหวังตามคำอธิษฐานเร็วสมใจ” ทองถมเข้ามาล้อ

คงไคยไม่ตอบแต่ยังชะเง้อหาอรุณประไพไม่เลิก ปรุงฉัตร ทำฉอเลาะถามว่า คงไคยขออะไร แต่เขาไม่ตอบ ทองถมพอใจกับผลงานแล้วเปลี่ยนเรื่องชวนคงไคยกับปรุงฉัตรไปที่พัก แต่ปรุงฉัตรยังพาลหาเรื่องทะเลาะกับทองถมไม่เลิกเพราะเจ็บใจที่เขาคอยกันท่า และเมื่อกลุ่มของคงไคยเดินพ้นล็อบบี้ไปแล้ว ใจดีก็พาอรุณประไพกลับมา

ทองถมพาคงไคยกับปรุงฉัตรมาหยุดที่หน้าห้องพักที่อยู่ห้องเกือบริมสุดแล้วส่งกุญแจห้องให้พลางแดกดันว่าไม่ได้จองห้องเพื่อปรุงฉัตรเพราะถึงจองเธอก็ต้องมานอนกับคงไคยอยู่ดี

ปรุงฉัตรไม่พอใจจะเอาเรื่อง ทองถมรีบชิ่งหนีกลับห้องพักของตน

“คุณทองถมนี่ชักจะมากขึ้นทุกที ตีเสมอเจ้านาย ทำตัวไม่สมเป็นลูกจ้างเลยนะคะ” ปรุงฉัตรฟ้อง

“คุณทองถมไม่ใช่ลูกจ้าง เขาเป็นเหมือนญาติของผมนะครับปรุง” คงไคยเสียงเข้ม

ปรุงฉัตรทำเป็นน้อยใจตัดพ้อว่า ใครๆก็สำคัญกว่าเธอทั้งนั้น คงไคยเข้ามากอดง้อแล้วพาปรุงฉัตรเข้าห้อง และคลาดกับอรุณประไพและใจดีไปเฉียดฉิว เพราะห้องพักของทั้งคู่ชั้นเดียวกันแต่คนละฟากกับห้องพักของคงไคย

ooooooo

วายุลากป๊อกกี้มาเอาเรื่องใจดีจนถึงบ้าน เพราะเจ็บใจที่ไม่ยอมบอกว่าส่งอรุณประไพไปทำงานต่างจังหวัด แต่พบสิทธาอยู่บ้านเพียงคนเดียว

เพราะใจดีไปกับอรุณประไพด้วย สิทธาจึงมีโอกาสพูดคุยกับวายุและดูท่าจะถูกคอกัน เพราะเป็นประเภทชอบเอาชนะ ป๊อกกี้เห็นรอยยิ้มของทั้งสองก็สังหรณ์รีบเปลี่ยนเรื่องคุย ถามถึงโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะ สิทธายิ้มมีความสุขคุยว่า ใจดีซื้อให้เป็นของขวัญ

“เจ๊ใจดีนี่ก็ลงทุนเหมือนกันนะ รุ่นนี้มีจีพีเอสด้วย อยู่ที่ไหนเช็กปืดๆรู้ได้หมด แถมมีระบบ 3 จี คุยแบบเห็นหน้า ก็ได้ด้วยนะ” ป๊อกกี้พูดจบก็นึกได้ ว่าที่ใจดีซื้อมือถือรุ่นนี้ให้สิทธาเพราะต้องการไว้ติดตามตัว เธอถึงกับหน้าถอดสี

สิทธาเข้าใจแล้วเหมือนกัน

“คุณวายุครับ คุยกันแบบเห็นหน้าทำยังไง สอนผมหน่อยสิครับ”

วายุเดาออกว่าสิทธาคิดจะทำอะไร แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรป๊อกกี้ก็เสนอหน้าเข้ามา

“เราต้องเปิดระบบ 3 จี ขึ้นมาก่อน แล้วก็เข้าไปที่วีดิโอคอล” ป๊อกกี้กดเปิดโทรศัพท์เป็นระบบวีดิโอคอล แล้วเอามาจ่อหน้าสิทธาอย่างลืมตัว

เวลาไล่เลี่ยกันนั้น ปรุงฉัตรใช้มือถือถ่ายภาพตัวเองลงอ่างแช่น้ำอุ่นกับคงไคยส่งมาให้อรุณประไพดู

“ไม่โกรธกันใช่ไหมคะคุณไพ พอดีคงไคยเขาชวนปรุงมาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศนะค่ะ คลิปนั่น ก็ถ่ายกันเล่นๆ” ปรุงฉัตรโทร.มาเย้ย

“เหรอคะ” อรุณประไพยังอึ้งไม่หาย พลันได้ยินเสียงคงไคยสั่งให้ปรุงฉัตรช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้

“แค่นี้ก่อนนะคะคุณอรุณประไพ รับรองว่าจะดูแลสามี ของเราเป็นอย่างดีค่ะ เรื่องคลิปก็อย่าคิดมาก แค่ส่งไปให้ดูขำๆค่ะ” ปรุงฉัตรวางสายพลางส่งยิ้มร้ายเพราะรู้ว่า อรุณประไพ ต้องขำไม่ออกแน่

ด้านอรุณประไพอดไม่ได้ที่จะเปิดคลิปที่ปรุงฉัตรส่งมาให้ดูซ้ำอีกที แล้วใจดีก็เข้ามาเห็น เธอเจ็บใจแทนจะเอาคืนปรุงฉัตรบ้าง แต่อรุณประไพว่า ช่างมันเถอะแล้วลุกออกไปทำใจที่ระเบียง เธอยืนข่มความเจ็บปวดเตือนตัวเอง

“คนของเราพอเดินออกจากบ้านไป อาจจะไม่ใช่ของเราแล้วก็ได้” อรุณประไพกลั้นใจกดลบคลิปที่ปรุงฉัตรส่งมา

ทันทีที่อรุณประไพกลับเข้าห้อง ที่ระเบียงห้องเกือบริมสุด คงไคยก็ออกมายืนทอดสายตาที่ระเบียง เขากดดูชื่ออรุณประไพในมือถือ แต่ไม่กล้าโทร.หา เสียงมือถือดังขึ้น คงไคยกดรับได้ยินภวันต่อว่าเรื่องที่เอาปรุงฉัตรมาด้วย คงไคยไม่พอใจนัก แต่พอได้ยินภวันเตือนต่อว่า อย่าลืมกินยาแก้ภูมิแพ้ก็เสียงอ่อนลงอ้อนว่าไม่แน่ใจว่าเอามาหรือเปล่า

“หนูไพเขาคงไม่ลืมจัดไปให้แกหรอก เขารู้ว่าแกเป็นภูมิแพ้ เขายังดูแลแกตอนแม่ไปปฏิบัติธรรมไม่ใช่เหรอ”

คงไคยเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทาง เห็นเสื้อผ้าข้าวของทุกอย่างจัดอย่างเป็นระเบียบ มีขวดยาแก้ภูมิแพ้ใส่ไว้ในกระเป๋ายาใบใสๆคู่กับวิตามินซี พร้อมโน้ตของอรุณประไพที่เขียนว่า “ทานคู่กับวิตามินซีจะทำให้สบายขึ้นนะคะ” เขาหยิบมันขึ้นมาดูอย่างอุ่นใจ แล้วลุกไปหยิบน้ำจะกินยา แต่ต้องสะดุดเมื่อเห็นเสื้อผ้าของปรุงฉัตรวางเกลื่อน

หลังจากทานยาแล้ว ทองถมก็เอาเอกสารมาให้คงไคยดู ปรุงฉัตรเข้ามาอ้อนชวนไปเที่ยวตลาดน้ำด้วยกัน

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ ตลาดอัมพวานะเขาเริ่มกันเที่ยงๆ แต่ผมกลัวว่าคุณจะเบื่อ ระหว่างที่รอก็เลยจะให้ไปนวดตัวเพราะพีวีเรียลเอสเตทเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานวัฒนธรรมและอาหารไทยครับ คุณแม่คุณคงไคยกับประธานของศูนย์วัฒนธรรมที่นี่สนิทกันมาก คุณคงไคยต้องไปเป็นตัวแทน” ทองถมอธิบาย

“งั้นปรุงจะไปด้วย”

“แล้วคุณจะไปในฐานะอะไรครับ ผมแนะนำไม่ถูก คุณไม่ใช่เมียคุณคงไคยนะครับ แต่ก็ตามใจ ถ้าอยากให้คุณพ่อ คุณเสียหน้าเพราะทุกคนรู้ว่าคุณมากับสามีคนอื่น ผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ไปเถอะครับ...คุณทานากะมาร่วมงานนี้ทุกปี” ทองถมเน้นเรื่องทานากะให้คงไคยรีบตัดสินใจ

“ผมต้องไปทำงาน ปรุงไปทำสปาก็แล้วกันนะครับ” คงไคยไม่อยากพลาดโอกาสอีก

ปรุงฉัตรอารมณ์เสีย แต่พอนึกได้ว่าไม่อยากให้คงไคย รำคาญจึงเก็บอารมณ์ยอมไปนวดที่สปา

ทองถมนำคงไคยเข้ามาในลานจัดงานวัฒนธรรมและอาหารไทย คงไคยมองไปรอบๆงานอย่างเบื่อหน่าย แล้วก็เห็นทานากะกับมัทรียืนอยู่ที่มุมหนึ่ง แต่ก็รู้ดีว่าทานากะคงไม่อยากคุยด้วยตอนนี้ ทองถมจึงพาคงไคยไปสวัสดีท่านประธานศูนย์วัฒนธรรมและภรรยา เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนรักของภวัน ท่านประธานทักคงไคยและถามหาภรรยา เพราะรู้ว่าเขาเพิ่งแต่งงาน คงไคยอึกอักตอบไม่ถูก

“ลุงต้องขอบคุณคงไคยกับแม่ที่ยอมเป็นสปอนเซอร์ จัดงานนี้ให้แถมส่งฟู้ดสไตล์ลิสต์มาร่วมงานกับเราด้วย มิสเตอร์ทานากะสปอนเซอร์อีกท่านของเราพอใจกับคอนเซปต์งานวันนี้มาก” ท่านประธานคุย

คงไคยยืนงงเพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน

“โน่นไงคะฟู้ดสไตล์ลิสต์คนสวยของเรามาแล้ว” ภรรยาท่านประธานมองไปที่เวทีเห็นอรุณประไพกำลังสาธิตการจัดอาหารไทยโบราณ ลงบนเรือที่มีลักษณะคล้ายเรือสุพรรณหงส์จำลองอย่างชำนาญ

คงไคยมองอรุณประไพด้วยความทึ่ง

“เชื่อรึยังครับว่าพระท่านศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าคนไหนกันแน่คือคนรักที่คุณอยากอยู่ด้วย ท่านจะได้จัดให้ตามคำขอถูก” ทองถมเข้ามาล้อ

ooooooo

เมียแต่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด