ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสือสมิง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เสือสมิง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ภราดร นายแพทย์หนุ่มเพิ่งย้ายมาประจำสถานีอนามัยเล็กๆแถบชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน อนามัยแห่งนี้มีระรินกับเดือนเป็นพยาบาล และประเดิมเป็นคนขับรถ

วันหนึ่งขณะออกพื้นที่ ประเดิมขับรถผ่านบ้านสาง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆในป่าแถบเชิงเขาและกันดาร ขณะนั้นกำลังมีพิธีกลืนบาปหรือการรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยตามความเชื่อของชาวบ้าน โดยมีแม่ผีฟ้าหน้าทองเป็นผู้ประกอบพิธี และเบื้องหลังหน้ากากทองที่สวมใส่ไว้ก็คือใบหน้าอันสวยงามของกินรี ผู้สืบทอดการรักษามาจากบรรพบุรุษ โดยมียายแม่หมอกับน้องชายชื่อพะอูเป็น

ผู้ช่วย รวมทั้งอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว พะอูเป็นเด็กหนุ่มที่มีหน้าตาอัปลักษณ์และพูดไม่ได้ จึงไม่มีใครเล่นด้วยนอกจากมะค่าเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน

ภราดรสนใจพิธีกลืนบาปจึงให้ประเดิมพาเข้าไปดู แต่ระรินที่นั่งมาในรถด้วยกันทำสีหน้าเบื่อๆ แอบบ่นกับประเดิมอย่างไม่เชื่อถือว่า พิธีลวงโลกแบบนี้ไม่เห็นจะน่าดูตรงไหน

ในพิธีมีชาวบ้านมารับการรักษาเป็นจำนวนมาก เพราะชาวบ้านต่างเชื่อและศรัทธาพิธีกลืนบาปมากกว่าการแพทย์สมัยใหม่ ประเดิมเป็นคนพื้นเพที่นี่ เขาแนะนำให้ภราดรรู้จักกับผู้ใหญ่สนและหมวดสมรักษ์ที่พาลูกน้องจำนวนหนึ่งมาด้วย เหตุผลที่หมวดสมรักษ์นำกำลังตำรวจมาก็เพราะสืบทราบมาว่าพวกเสือใจกำลังจะผ่านมาทางนี้

จริงอย่างที่สายข่าวแจ้งมา เสือใจกับเสือทศพาเสือเข้มลูกน้องที่ถูกพิษจากลูกดอกปลอมตัวมารักษา การรักษาเป็นไปอย่างน่าอัศจรรย์จนภราดรแทบไม่เชื่อ ผู้ป่วยทุกคนหายจากอาการป่วยเป็นปลิดทิ้ง รวมทั้งเสือเข้มด้วย แต่กินรีก็เสียพลังไปมากจนเป็นลมล้มพับ ภราดรรีบเข้าไปช่วยด้วยสัญชาตญาณของหมอ แล้วถอดหน้ากากของกินรีออกโดยพลการ...ใบหน้าสวยงามภายใต้หน้ากากนั้นทำให้ภราดรตกตะลึง และเผลอทำสิ่งที่ผิดมหันต์นั่นคือทำหน้ากากหล่นลงพื้น แม่หมอตกใจมาก เพราะมีคำทำนายมาแต่ครั้งโบราณว่าหากหน้ากากทองหล่นลงพื้นดินจะเกิดอาเพศครั้งใหญ่ จึงไล่ภราดรออกจากพิธีไปด้วยความไม่พอใจ

ฝ่ายหมวดสมรักษ์ก็จับได้ว่าเสือใจนำลูกน้องมารักษาจริงๆ จึงออกไล่ล่าและยิงปะทะกัน แต่เสือใจ เสือทศ และลูกน้องทั้งหมดหนีรอดไปได้

ooooooo

หลังเสร็จพิธีกลืนบาปแล้ว กินรีนำหม้อดินที่มีเลือดสดๆที่ตนเองสำรอกออกมาตอนเป็นร่างทรงผีฟ้าไปฝังดิน โดยมีพะอูถือไฟฉายเดินนำไปทางหลังบ้าน และไม่คิดว่าจะเจอภราดรที่หลบประเดิมกับระรินออกมาขณะพากันเดินกลับไปที่รถ

สองพี่น้องหยุดชะงัก มองหมอหนุ่มอย่างแปลกใจ พะอูมีท่าทีไม่ชอบใจขึ้นมาทันที เหมือนกับมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง

“คุณครับ เมื่อสักครู่เห็นคุณเป็นลม ตอนนี้สบายดีแล้วหรือครับ” ภราดรเอ่ยปากอย่างห่วงใย

กินรีไม่พูดอะไร ชายหนุ่มมองเห็นแค่เพียงสายตาที่เป็นมิตร พะอูมองดูพี่สาวอย่างไม่ชอบใจนัก ก่อนที่จะดึงแขนเธอแล้วทำเสียงอืออาในลำคอทำนองให้เดินต่อ กินรีจึงหันหลังกลับทำท่าจะเดินตามน้องชายไป

“เดี๋ยว...ผมมาขอโทษเรื่องที่ผมทำหน้ากากคุณหล่นพื้นน่ะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มีคนบอกว่ามันเป็นความเชื่อของคนที่นี่ว่ามันเป็นลางร้าย”

“ช่างมันเถอะค่ะ” ตอบแล้วกินรีหันกลับ...ภราดรรีบคว้าแขนเธอไว้ พะอูเห็นหมอหนุ่มแตะต้องพี่สาวก็โมโห ถลันตัวเข้ามาขวาง ชักมีดเหน็บออกมาชูหราเพื่อขับไล่เขาให้ถอยออกไป พร้อมกับส่งเสียงคำรามขู่

ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวน่ากลัวของพะอู อารมณ์เต็มไปด้วยความรู้สึกเกลียดชัง ทำให้ภราดรเสียวสันหลังวาบ ผงะถอยออกไปจนล้มหงายหลังลงกับพื้น พะอูฉวยจังหวะนี้จะจ้วงแทงเขา แต่กินรีร้องห้ามเสียงหลงพร้อมๆกับประเดิมและระรินวิ่งเข้ามาพอดี

ประเดิมรีบประคองภราดรให้ลุกขึ้น ถามเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พลางมองไปทางกินรีกับพะอูด้วยสีหน้าไม่วางใจ ภราดรไม่ตอบ สายตามองไปที่กินรีและพะอูแบบงุนงงสงสัย ส่วนระรินหน้าบึ้ง ทำตาเขียวใส่สองพี่น้อง

“อะไรกันเนี่ย ถึงกับจะฆ่ากันให้ตายเลยเหรอ...เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะหมอ”

กินรีมองดูภราดรกับระรินอยู่อึดใจหนึ่ง คล้ายจะพูดอะไรออกมา แต่แล้วเปลี่ยนใจหันหลังเดินจากไป พะอูยังมองดูภราดรและพรรคพวกด้วยสายตาเกลียดชัง

“ไปเลยนะไอ้พวกป่าเถื่อน ไอ้หน้าผี” ระรินแว้ดใส่ พะอูไม่พอใจส่งเสียงคำราม พลางทำท่าหลอกเหมือนจะกระโจนเข้าหา “ว้าย!” ระรินหลุดเสียงร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ พลางหลบไปอยู่ข้างหลังหมอภราดร

พะอูลอยหน้าลอยตาหัวเราะล้อเลียนก่อนจะหันหลังกลับวิ่งตามพี่สาวไป โดยมีเสียงตะโกนด่าของระรินดังไล่หลัง

“ไอ้บ้า...ไอ้หน้าผี”

ภราดรมองตามสองพี่น้องแล้วทำท่าจะก้าวตาม แต่ประเดิมรั้งห้ามไว้อย่างไม่เห็นด้วย...ขณะนั่งรถออกจากหมู่บ้านเพื่อกลับอนามัย ภราดรนิ่งเหม่อตลอดทางจนประเดิมสังเกตด้วยความสงสัย

“หมอเป็นอะไรหรือครับ นั่งมาไม่พูดไม่จาเลย ยังตกใจอยู่หรือครับ”

“เปล่า ผมรู้สึกว่าผมเหมือนเคยเจอผู้หญิงที่ชื่อกินรีมาก่อน”

“หมอคงจำผิดแล้วมั้งคะ ผู้หญิงบ้านป่าจะไปเสนอหน้าให้หมอเคยเห็นได้ยังไง วันๆก็อยู่แต่ในป่าในดง อย่าไปสนใจเลยค่ะ คนดีๆน่ารักๆยังมีอีกเยอะ ใกล้ๆนี่ก็มีนะคะ”

ระรินจีบปากจีบคอใส่หมอหนุ่ม ประเดิมเห็นแล้วอดสัพยอกไม่ได้ว่า สงสัยตนต้องให้หมอสั่งยาแก้คลื่นไส้สักหน่อยแล้ว ภราดรไม่สนใจคำพูดของทั้งคู่เหม่อมองออกไปนอกรถอย่างค้างคาใจกับผู้หญิงที่ชื่อกินรี!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น สมรกับเสน เมียและลูกชายของผู้ใหญ่สนออกไปเก็บหน่อไม้และเห็ดในป่าแล้วรุกล้ำเข้าไปในเขตหวงห้ามที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเขตของวิญญาณบรรพบุรุษ แล้วสมรถูกเสือสมิงกัดตาย ส่วนลูกชายวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนหาทางกลับบ้าน โดยมีคนรูสองผัวเมียแอบมองไม่วางตา

ในเวลาเดียวกัน ภราดรตื่นนอนกำลังจะแปรงฟัน แต่ฉับพลันมองเห็นใบหน้าของใครคนหนึ่งในกระจกเงา เขาตกใจทำแก้วหล่นแตกเพล้ง ประเดิมได้ยินเสียงรีบวิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ภราดรเหมือนจะบอกแต่จู่ๆ เปลี่ยนใจไม่พูดดีกว่า

“ไม่มีอะไรหรอก ไปทำงานเถอะ” หมอหนุ่มตัดบท แต่สีหน้ายังครุ่นคิดกังวล...

เมื่อพร้อมทำงานแล้ว ภราดรออกจากบ้านพักเดินมาอนามัยที่อยู่ใกล้กัน ระรินกับเดือนพาหมอหนุ่มเดินดูสถานที่ทำงานซึ่งมีเพียงแค่ห้องตรวจรักษาพยาบาล ห้องทำงานหมอ ห้องจ่ายยา และโถงกว้างสำหรับให้คนไข้มาติดต่อเท่านั้น โดยเช้านี้มีคนไข้สองสามคนนั่งรออยู่บนเก้าอี้ยาว

“สถานีอนามัยของเรามีเท่านี้แหละค่ะ นั่นห้องทำงานของคุณหมอ แล้วนั่นก็ที่ทำงานของรินกับเดือน”

“ปกติแล้วเดือนจะเป็นคนจ่ายยาค่ะ ส่วนระรินก็จะตรวจรักษาพยาบาล พี่ประเดิมก็จะทำทุกอย่างตั้งแต่ทำความสะอาดที่นี่ ไปจนถึงขับรถเข้าเมืองไปเบิกเวชภัณฑ์”

“แล้วที่นี่ไม่มีหมอมาประจำหรือครับ”

“แต่ก่อนมีค่ะ แต่ว่ามาอยู่ได้ไม่นาน หมอเขาก็ขอย้ายไปอยู่ที่อื่น”

“อ้าว...ทำไมล่ะครับ”

“ก็ชาวบ้านที่นี่น่ะสิคะ ปกติแล้วเขาไม่ค่อยมาหาหมอกันนักหรอก”

“แสดงว่าที่นี่มีคนป่วยไม่มาก”

“ไม่ใช่ค่ะ ที่นี่มีคนป่วยเยอะ แต่ชาวบ้านเขาไม่ค่อยมารักษากับอนามัย ส่วนใหญ่พวกเขาจะไปที่อื่นกัน”

“ที่นี่มีโรงพยาบาลหรือคลินิกอื่นด้วยหรือครับ”

“ไม่ใช่คลินิกหรอกค่ะ ที่คุณหมอเห็นเมื่อคืนไงคะ จำไม่ได้เหรอ พวกแม่มดหมอผีที่อวดอ้างเป็นผู้วิเศษหลอกลวงชาวบ้านไง แล้วคนที่นี่ก็โง้โง่นะคะ คือรินหมายถึง...แบบว่าพวกชาวบ้านเชื่ออะไรง่ายๆน่ะค่ะ”

“ชาวบ้านไปรักษากันเยอะไหมครับ”

“ส่วนใหญ่ก็ไปที่นั่นกันเกือบหมด”

“ไปรักษากับผู้หญิงที่ชื่อกินรีน่ะหรือ” ภราดรนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วหันไปมองดูคนป่วยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาว ก่อนหันกลับมาที่สองสาว “แล้วนั่นไม่ใช่คนป่วยมารักษากับเราหรือครับ”

“ใช่ค่ะ เขามารอรักษากับเรา” เดือนตอบ

“อ้าว...แล้วทำไมไม่เรียกเขามาดูอาการล่ะครับ”

“ก็ยังไม่ถึงเวลานี่คะ อนามัยเราเปิดสามโมงเช้าค่ะ ตอนนี้แค่สองโมงเช้าเอง”

ภราดรไม่ค่อยพอใจนัก มองระรินด้วยสายตาตำหนิจนหญิงสาวหน้าเจื่อนไป

“จะกี่โมงก็ตาม ถ้าเขามาถึงแล้ว และเราอยู่บนอนามัยแล้ว ก็ไม่ควรให้ชาวบ้านเขารอนาน หน้าที่เราคือหมอ เราต้องรักษาเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้”

เขาพูดจบก็ผละไปที่ชาวบ้านซึ่งกำลังนั่งรออยู่ ทิ้งให้สองสาวหันมาสบตากันไป ระรินยักไหล่เบะปากเหมือนไม่ใส่ใจ ในขณะที่เดือนมีสายตาแปลกๆ

ooooooo

เสน...ลูกชายผู้ใหญ่สนวิ่งหนีออกจากป่ามาได้ในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น ส่งเสียงเรียกพ่อปากคอสั่นมาตลอดทาง!!

ผู้ใหญ่สนกำลังนั่งอาบน้ำให้ไก่ชนอยู่หน้าบ้าน ในขณะที่จ่อยกับลูกบ้านที่เหลือนั่งคุยกันอยู่บนแคร่ใต้ถุนบ้าน ทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พอเห็นเสนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาก็ลุกพรวดขึ้นพร้อมเพรียง

“ไอ้เสน เป็นอะไรไปลูก แล้วนี่แม่เอ็งไปไหน บอกพ่อมาสิ แม่เอ็งอยู่ไหน”

เสนหมดแรงทรุดลงกับพื้นร้องไห้โฮ พูดแทบไม่เป็นภาษา จนผู้ใหญ่สนต้องถามย้ำอีกครั้ง

“แม่เอ็งล่ะลูก แม่เอ็งอยู่ไหน บอกพ่อสิ”

“แม่ตายแล้ว...แม่ตายแล้ว เสือกัดตายแล้ว”

ผู้ใหญ่สนคว้าร่างลูกชายขึ้นมาเขย่าอย่างแรงด้วยความตกใจ “ตาย...ตายที่ไหน...เสืออะไร...เสือที่ไหน”

แต่เสนไม่สามารถรับรู้อะไรอีกแล้ว เด็กชายตีอกชกหัว พร่ำบ่นเหมือนคนเสียสติด้วยความตื่นกลัวว่าเสือกัดแม่ตายแล้ว...

“ไอ้เสนมันคงกลัวจนช็อกไปแล้ว ผู้ใหญ่ก็อย่าไปคาดคั้นอะไรมันเลย”

ฟังจ่อยแล้วผู้ใหญ่สนนิ่งไปเหมือนคิดอะไรบางอย่าง เขาผลุนผลันขึ้นเรือนแล้วกลับลงมาพร้อมปืนลูกซองยาวในมือ

“ผู้ใหญ่จะไปไหน” จ่อยถามพรวด

“ข้าจะไปตามเมียข้า...เมื่อเช้ามันบอกว่าจะเข้าไปเก็บหน่อไม้ในป่า”

“แล้วผู้ใหญ่จะรู้หรือว่าแม่สมรมันไปหาของป่าแถวไหน”

“ข้าไม่รู้หรอก แต่ก็ต้องไปตามหามัน”

“งั้นผู้ใหญ่รอประเดี๋ยว พวกข้าจะกลับไปเอาปืนที่บ้าน แล้วเราไปตามหาแม่สมรกัน”

จ่อยกับชาวบ้านรีบกลับไปเอาอาวุธ สีหน้าผู้ใหญ่สน ไม่สู้ดีนัก มองลูกชายที่นั่งตัวสั่นอยู่ที่พื้นอย่างเวทนา...

จ่อยกับชาวบ้านเดินส่งเสียงโล้งเล้งผ่านมาทางร้านกาแฟประจำหมู่บ้าน

“เร็วโว้ย...ใครมีปืนเอาปืนมา ใครมีมีดมีพร้าก็เหน็บมาด้วย ช่วยผู้ใหญ่แกหน่อยโว้ย”

เจ้าของร้านที่อยู่ในกลุ่มของจ่อยเดินเข้ามาหาเมียที่กำลังชงกาแฟขาย จ่าชิตนั่งดื่มเหล้าอยู่ด้านในร้องถามเจ้าของร้านที่เดินหน้าตื่นเข้ามา

“มีเรื่องอะไรกันเหรอ”

“เสือน่ะสิ...ไอ้เสนมันวิ่งมาจากป่าบอกว่าเสือกัดแม่มันตาย”

“เสือ!!” จ่าชิตตื่นตัวทันที แววตาแข็งกร้าวราวกับมีความหลังอะไรบางอย่างกับสิ่งที่ตัวเองอุทานออกไป

ooooooo

ขณะที่กลุ่มของผู้ใหญ่สนกำลังตระเตรียมอาวุธ... คนรูสองผัวเมียในป่ายืนจ้องศพสมรที่จมกองเลือดด้วยแววตาประหลาด ต่างพยักพเยิดส่งภาษากันไปมาก่อนที่ฝ่ายเมียจะวิ่งออกไปดูต้นทาง...

เมื่อกลุ่มผู้ใหญ่สนวิ่งผ่านมาทางบ้านแม่หมอ ที่แกเพิ่งทำแจกันบนโต๊ะหมู่บูชาหล่นแตก และบอกกินรีว่า “ในที่สุด...ทุกอย่างก็มาถึงจนได้”

เสียงฮือฮาของชาวบ้านทำให้ยายหลานตกใจ ไม่ทันที่กินรีจะซักถามอะไรยายถึงสิ่งที่แกพูด ก็ต้องลุกไปชะโงกหน้าดูคนกลุ่มนั้น

“มีเรื่องอะไรกันหรือผู้ใหญ่” กินรีร้องถาม

“เสือโคร่งมันออกอาละวาดไล่กัดเมียข้าที่ในป่าริมภูเขา โชคดีที่ไอ้เสนมันหนีรอดมาได้ นี่พวกข้าก็กำลังจะเข้าไปดูแม่มันว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

“เสือเหรอ?”

“ใช่...พวกข้าต้องไปก่อนล่ะ เดี๋ยวจะช่วยนังหมอนมันไม่ทัน”

แม่หมอปรามทุกคนด้วยสายตาคมกริบ “พวกเอ็งเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ป่านนี้นังหมอนมันคงไม่หายใจแล้วล่ะ”

เด็กชายเสนที่มาด้วยร้องออกมาอย่างหวาดกลัว ปากพร่ำพูดแต่ว่าแม่ตายแล้ว เสือกัดแม่ตายแล้ว...

“อย่าเข้าไปเลยเชื่อข้าสิ เอ็งก็รู้ว่าที่นั่นมัน...” แม่หมอชะงักไม่อยากพูดต่อ...แต่กระนั้นทุกคนก็หันมองหน้าอย่างรู้กัน

“แม่หมอจะให้พวกข้าทำอย่างไร ถึงป่านั่นจะน่ากลัวแค่ไหน ข้าก็จะไม่ทิ้งให้นังหมอนมันนอนเน่าตายอยู่ในนั้นได้หรอก”

เมื่อผู้ใหญ่สนยืนกรานอย่างนั้น แม่หมอได้แต่บ่นพึมพำว่าเวรกรรมจริงๆ

“ไปเถอะพวกเรา เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน”

ผู้ใหญ่สนนำขบวนออกไปแล้ว แม่หอมหันกลับเข้าเรือนพร้อมเสียงบ่น “หรือคำสาปแช่งนั่นมันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว”

แม่หมอทรุดกายลงนั่ง สีหน้าบ่งบอกความหวั่นวิตกอย่างเห็นได้ชัด จนกินรีที่เดินตามเข้ามารู้สึกสงสัย...

ooooooo

ชายป่าแถบชุมโจร...จงใจลูกสาวของเสือใจกำลังดักจับไก่ป่าเพื่อเอาไปเลี้ยง แต่เสือทศซึ่งเป็นลูกเลี้ยงเสือใจนึกว่าเธอจะเอาไปกิน จึงยิงให้สองตัว สาวเจ้าเลยงอนตุ๊บป่อง รีบกลับไปหาพ่อเสือที่เดินทางกลับมาแล้ว

“พ่อเสือ...จงใจคิดถึงจังเลย” สาวน้อยวิ่งเข้ามาออดอ้อนเสือใจ โดยมีแก้วกับหินน้องต่างมารดาหิ้วไก่ตามหลัง และรั้งท้ายด้วยทศอีกคน

“อะไรกัน พ่อเสือไปบ้านสางคืนเดียวทำอย่างกับไม่ได้เจอมาเป็นปี” แววแม่ของหินและแก้วแซวยิ้มๆ

“น้าแววก็...ก็พ่อเสือเคยออกจากชุมโจรซะเมื่อไหร่ล่ะ”

หินเข้ามากระแซะแม่แวว กำชับให้ทำแกงป่าไก่ แววรับคำอย่างประชดประชันว่าหินเป็นลูกบังเกิดเกล้า...

เสือใจหัวเราะน้อยๆ มองเด็กทั้งสามอย่างเอ็นดู

“นี่ออกไปเที่ยวเล่นในป่าอีกแล้วสิ พ่อสั่งแล้วไงจงใจว่าไม่ให้ออกไปจากเขตชุมโจรเรา มันอันตราย”

“แหมพ่อเสือก็...จงใจอยากไปเที่ยวเล่นบ้างนี่ จงใจโตแล้วนะ”

“ไปช่วยน้าแววทำกับข้าวไป พ่อมีเรื่องจะคุยกับพี่ทศเขาหน่อย”

เด็กๆลุกตามแววออกไปอย่างว่าง่าย พอทุกคนคล้อยหลัง เสือใจก็ถามทศอย่างจริงจัง

“เรื่องมันเป็นยังไงไอ้ทศ พวกเอ็งออกไปไหนมา ไอ้เข้มถึงได้โดนลูกดอกปางตายแบบนี้”

ดำกับชินได้ยินอย่างนั้นก็ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ ทศเริ่มลำดับเหตุการณ์ว่าเมื่อวานตนกับเข้ม ดำ และชินพากันเดินผ่านป่าตีนเขาใกล้หมู่บ้านสางเพื่อจะไปปล้นอีกหมู่บ้านหนึ่ง แต่ดำกับชินเห็นว่าได้เวลาพอดี ก็เลยแนะนำให้ปล้นที่หมู่บ้านสาง

“ทำไมต้องไปปล้นที่นั่นด้วย หมู่บ้านบ้านสางใกล้ๆนี่ก็พอ”

“ชื่อมันไม่เป็นมงคลว่ะ มันเหมือนหมู่บ้านผีสิงยังไงก็ไม่รู้ หมู่บ้านอะไรวะ ชื่อบ้านสาง แล้วสางมันก็คือผี ที่นี่มันแปลกว่ะ ข้าไม่อยากเหยียบเข้าไปเลย” ทศคัดค้าน

“ที่นั่นเราจะได้อะไรบ้างพี่” เข้มซักอีก

“ม้า...น้ำมันก๊าด น้ำมันเตา และอาจจะมีปืนติดไม้ติดมือมาคนละกระบอกสองกระบอก”

เข้มพยักหน้าอย่างพอใจ ออกเดินกันต่อไป แต่สักครู่ดำทำจมูกฟุดฟิดสูดอากาศแล้วถามทุกคนว่าได้กลิ่นเหม็นอะไรบ้างไหม

“ข้าได้กลิ่นเหมือนกัน ตอนแรกยังคิดเลยว่ากลิ่นอะไรตายที่ไหน ชวนอ้วกชะมัดเลย” ชินพูดพร้อมกับเหลียวหน้าเหลียวหลังหาต้นตอ

แต่ไม่เห็นคนรูสองผัวเมียที่หลบซ่อนตัวมิดชิดในโพรงไม้...แต่แล้วไม่นานนัก ลูกดอกก็พุ่งเข้าใส่คอเข้มอย่างเต็มรัก เข้มร้องลั่นทิ้งข้าวของและปืนในมือขึ้นไปกุมคอเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะล้มตึงลงกับพื้น ชินกับดำกระโจนเข้าหลบหลังพุ่มไม้ ระดมยิงอย่างสะเปะสะปะด้วยความตกใจ

เสียงปืนดังหลายนัดติดกัน ผสมผสานเสียงของดำที่ร้องท้าทายให้หมาลอบกัดปรากฏตัว คนรูสองผัวเมียซ่อนตัวเงียบรอจังหวะคลานล่าถอยออกมาจากโพรงไม้ ก่อนที่จะแฝงตัวหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญเส้นทาง

ดำกับชินยิงจนหมดกระสุน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบโต้จากอีกฝ่าย นานจนรู้สึกว่าน่าจะปลอดภัยแล้ว จึงออกมาจากที่หลบซ่อน แล้วช่วยกันพาเข้มกลับไปยังชุมโจร

เมื่อฟังทศเล่าจบลง เสือใจไม่ค่อยพอใจนัก ตำหนิขึ้นว่า

“ข้าสั่งแล้วไงว่าห้ามทุกคนออกไปเกินพื้นที่ที่ข้ากำหนดเอาไว้ ถ้าตำรวจรู้ว่าเราอยู่ที่นี่มันจะเกิดอะไรขึ้น อีกอย่างนะ ชุมเสือของเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปปล้นใครอีก เราทำไร่ทำนาเลี้ยงสัตว์ก่อร่างสร้างตัวมาเป็นสิบปี แค่นี้ก็พออยู่พอกินแล้ว อย่าออกไปหาความเดือดร้อนเข้ามาเลย”

“แต่เราเป็นเสือนะพ่อ เคยปล้นมาเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว ค่าหัวพวกเราแพงลิบ ถึงไม่ปล้นตำรวจก็ ตามล่าเราอยู่ดี”

“เราจะปล้นต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น...พวกเอ็งไปได้แล้วจะไปทำอะไรก็ไป...แต่เดี๋ยวไอ้ทศ เอ็งยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเอ็งจะไปปล้นที่ไหน”

“ปางช้างเสี่ยรงค์” พูดแล้วทศเดินออกไปพร้อมดำกับชิน ทิ้งเสือใจนั่งหน้าขรึมเข้ม เหมือนมีอะไรในใจเมื่อได้ยินชื่อเสี่ยรงค์!

ooooooo

ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่สนพากันเข้าป่าเพื่อค้นหาศพสมร จ่าชิตเองก็มีอาวุธครบมือมุ่งหน้าไปเหมือนกัน ส่วนหมวดสมรักษ์ออกตรวจท้องที่และทราบข่าว เขาให้ลูกน้องแวะมารับภราดรเผื่อมีอะไรที่หมออาจช่วยได้... พอดีกำลังจะออกรถจากหน้าอนามัย ประเดิมเอาข้าวกลางวันมาส่ง ภราดรจึงชวนเขาขึ้นรถไปด้วยอีกคน

ระหว่างทางเกิดเรื่องประหลาดขึ้นกับภราดรโดยที่คนอื่นไม่รู้เห็น...หมอหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆมีใบหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัวของชายในชุดโบราณปรากฏประชิดหน้าตัวเอง

“เฮ้ย!!” ภราดรร้องลั่นจนทุกคนในรถตกใจหันมองเขาเป็นตาเดียว

ประเดิมกับสมรักษ์สงสัยว่าหมอเป็นอะไร ทำไมหน้าซีด ภราดรตั้งสติเหลียวมองรอบตัวอีกทีแต่ไม่เห็นชายผู้นั้นแล้ว จึงบอกทุกคนว่าไม่มีอะไร ตนไม่ได้เป็นอะไร...

ในป่า...จ่าชิตเจอศพสมรเป็นคนแรก โดยไม่ทันเห็นคนรูสองผัวเมียที่หลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด...ไม่กี่อึดใจต่อมา กลุ่มผู้ใหญ่สนก็มาถึง ทุกคนโศกสลดกับสภาพศพของสมรที่แขนขาขาดหาย ผู้ใหญ่สนทำใจไม่ได้ถึงกับร้องไห้โฮกอดศพเมีย โดยมีลูกชายร่ำไห้กระซิกอยู่ข้างๆ

เวลาเดียวกันนั้นที่เรือนแม่หมอ กินรีกับยายกำลังจะกินข้าวเย็น ยายไม่เห็นพะอูจึงถามหา กินรีบอกว่าตนก็ไม่เห็นเหมือนกัน จะให้มันช่วยตัดใบตองเอามาทำบายศรีไว้รอทำพิธีสักหน่อย

“ดูแลมันดีๆละกัน สงสารมัน เกิดมามีกรรม หน้าตาก็ไม่เหมือนชาวบ้านเขา”

“หมู่นี้พะอูมันแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ ตั้งแต่มันลงมาจากเขาแล้วก็ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว เหมือนมีอะไรในใจ”

“เตือนมันหลายหนแล้วว่าอย่าขึ้นไปบนภูเขา ทำไมไม่เชื่อกันบ้างเลย”

“ยายก็อย่าไปว่าอะไรมันเลยจ้ะ อยู่ที่นี่มันก็ไม่มีเพื่อนอยู่แล้ว มีแต่คนรังเกียจมัน มันก็ต้องเข้าป่า ขึ้นเขาไปตามประสานั่นแหละ”

ทันใดมีเสียงโครมครามที่หน้าบันไดบ้าน สองยายหลานรีบลุกออกมา เห็นมะค่าประคองพะอูในสภาพมอมแมมเสื้อผ้าขาดวิ่น ท่าทางเหมือนคนอ่อนล้าเต็มที กินรีตกใจรีบลงมาช่วยพยุงขึ้นเรือนแล้วเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวให้น้องที่นอนราบกับพื้น

“เกิดอะไรขึ้นมะค่า”

“ไม่รู้สิ หนูกำลังจะไปเก็บฟืน พอดีเห็นพะอูนอนสลบอยู่ที่ชายป่า หนูก็เลยพามาส่งนี่แหละ”

“เหมือนไปถูกอะไรฟัดมา” กินรีสันนิษฐาน

แม่หมอมองดูสภาพของหลานชายที่นอนลืมตาโพลงอย่างเวทนา มือที่เหี่ยวย่นลูบไล้ไปบนใบหน้าและเส้นผมของพะอูอย่างอ่อนโยน ปลุกปลอบว่าไม่ต้องกลัว ยายอยู่ที่นี่แล้ว พะอูตัวเนื้อสั่นด้วยความหวาดกลัว ซึ่งกินรีไม่เคยเห็นมาก่อน

“เอ็งคิดว่าน้องเอ็งไปเจออะไรมาล่ะ มันถึงได้เป็นอย่างนี้”

ขาดคำแม่หมอ พะอูชันตัวลุกขึ้นนั่งถอยหลังไปพิงฝา ส่งสัญญาณมือว่าตนโดนสัตว์ไล่ทำร้าย กินรีเข้าใจ เพราะความคุ้นชินที่อยู่ด้วยกันมานาน

“ผมกำลังจะไปตัดใบกล้วยที่ริมห้วย แต่มีตัวอะไรไม่รู้มันกระโจนเข้าใส่ ผมก็เลยวิ่งหนีจนหมดแรง”

เมื่อได้ยินกินรีว่ามาอย่างนั้น มะค่าฟันธงทันทีว่าคงจะเป็นเสือที่กัดแม่ไอ้เสนตายแน่ๆเลย...สองยายหลานตกใจ ถามเป็นเสียงเดียวกันว่าเอ็งรู้ได้อย่างไรว่าแม่ไอ้เสนตายแล้ว

“โธ่...เขารู้กันทั้งหมู่บ้านแล้วล่ะ ว่าเสือมันกัดแม่ไอ้เสนตาย ตอนนี้ทั้งตำรวจทั้งชาวบ้านเขาไปดูกันเต็มเลย”

แม่หมอหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ...ในใจคิดถึงอะไรบางอย่าง และขออย่าให้เป็นอย่างที่แกคิดเลย

ooooooo

เวลานั้นที่ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่สน ชาวบ้านยืนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์พลางมองดูศพสมรที่คลุมผ้าขาว อยู่บนเสื่อ หมอภราดรกำลังตรวจดูบาดแผลอย่างพินิจ โดยมีผู้ใหญ่สนนั่งหมดอาลัยตายอยากมองศพเมียอย่างแสนเศร้า ส่วนลูกชายยังสะอึกสะอื้นไม่หยุดหย่อน

ภราดรชันสูตรศพสีหน้าหนักใจ สมรักษ์สังเกตเห็นเดินเข้ามาถาม ซึ่งหมอยืนยันว่าศพโดนเสือกัดจริงๆ

“โธ่หมอ...ใครดูก็รู้แล้วว่าเมียผมมันโดนเสือกัด”

“แต่เสือตัวนี้ท่าทางมันไม่ธรรมดา” เสียงจ่าชิตดังขึ้น ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว พอเขาเดินมาใกล้ หมวดสมรักษ์ถึงกับเบ้หน้าเหม็นกลิ่นเหล้า ก่อนจะถามเขาว่ามันไม่ธรรมดายังไง?
จ่าชิตวิเคราะห์ว่าจากบาดแผลที่เห็นสมรโดนเสือกัดตายแน่ๆ แต่เสือไม่ได้กินศพ มันไม่ได้กินเนื้อคนตายเข้าไปสักชิ้น มันแค่ฆ่าให้ตายเท่านั้น

“อ้าว...แล้วที่เนื้อมันแหว่งหายไปนั่นล่ะ ไม่ใช่เสือมันกินเหรอ” ผู้ใหญ่สนสงสัย เช่นเดียวกับหมวดสมรักษ์ที่แปลกใจว่าแขนขากับเนื้อตรงหน้าอกหายไปไหน ถ้าไม่ใช่เสือกัดเอาไปกิน

“บาดแผลที่แขนกับขามันไม่ใช่ขาดเพราะเสือกระชากเอาไปกิน แต่มันขาดเหมือนโดนอะไรตัดเอาไปมากกว่า”

“หมายความว่าไงหมอ” สมรักษ์ถามหน้าเคร่ง

“คมเขี้ยวเสือกับของมีคมมันแตกต่างกันนะครับ รอยขย้ำของเสือมีแค่รอยเดียว และผมเข้าใจว่าแผลนี้ทำให้คุณสมรเสียชีวิต”

จ่าชิตเสริมคำพูดภราดรและบอกในสิ่งที่เห็น “เสือตัวนั้นไม่ได้แตะศพเลย แต่มีอะไรบางอย่างในป่านั่นมาเอาเนื้อมันไปกิน”

ผู้ใหญ่สนแปลกใจว่าในป่านั่นยังมีตัวอะไรอีก จ่าชิตไม่แน่ใจจึงไม่กล้าระบุ รู้แต่ว่ามันเป็นตัวประหลาดแต่ไม่กล้าตามไป หมวดสมรักษ์ไม่ค่อยพอใจคำตอบคลุม เครือของจ่าชิต เลยพาลตำหนิว่าก่อนหน้านี้ทำไมไม่รายงานตนก่อน ตนจะได้จัดกำลังออกไป

“คราวหน้าผมจะทำเป็นลายลักษณ์อักษรเลย ดูซิว่าไอ้ตัวที่วิ่งพล่านกันอยู่ในป่าน่ะมันจะรอให้หมวดไปจับ ไหม” จ่าชิตตอบประชด ยิ่งทำให้หมวดสมรักษ์ชักสีหน้าไม่พอใจ แต่จ่าเดินหนีอย่างไม่สนใจ

เมื่อผู้ใหญ่สนถามว่าเราจะออกล่ามันเมื่อไหร่ สมรักษ์บอกว่าต้องล่ามันแน่ แต่เราต้องมั่นใจเสียก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ใหญ่พาลูกบ้านเข้าป่าไปพบกับอันตราย เราเองยังไม่รู้เลยว่าเสือตัวนั้นมันใหญ่แค่ไหน จ่าชิตได้จังหวะหันมาเย้ยอย่างทะนงตัว

“อย่าเลยหมวด มือหมวดยังไม่ถึงหรอก ดูจากแผลที่มันกัด ผมบอกได้เลยว่ามันลากควายทั้งตัวไปกินได้อย่างสบาย อย่าไปรนหาที่เลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของผมดีกว่า”

“จ่าชิต!” สมรักษ์ตวาดดังลั่นด้วยความโกรธ จ่าชิตกลับมองหน้าเขาอย่างไม่สะทกสะท้านแล้วเดินจากไป ส่วนสมรักษ์หันมาหาภราดรที่เรียกให้มาดูบางอย่างที่ศพ

“หมวดจะแปลกใจไหม ถ้าผมจะบอกว่าศพนี้ถูกควักหัวใจออกไปด้วย”

สมรักษ์ตะลึงงัน มองหน้าภราดรอย่างสงสัยและครุ่นคิด...นี่มันอะไรกัน!!

ooooooo

ที่แท้หัวใจสมรถูกคนรูสองผัวเมียซึ่งเป็นครึ่งคนครึ่งอสูรควักไปให้ “งะดินเด” ผู้เฒ่าจอมขมังเวทอายุกว่า 800 ปี ที่ถูกอาคมกักขังเอาไว้ในถ้ำ...

งะดินเดนั่งนิ่งไม่ไหวติงเหมือนรูปปั้นอยู่บนแท่นหิน ผมขาวยาวสยาย ใบหน้าเหี่ยวย่น เล็บยาวสกปรก หนวดเคราสีเงินยวงห้อยเป็นพวงรุงรังลงมาจนถึงหน้าอก เมื่อคนรูสองผัวเมียคืบคลานเข้ามาพร้อมหัวใจมนุษย์ ดวงตาที่ปิดสนิทของผู้เฒ่าค่อยๆลืมขึ้น แววตานั้นแข็งกระด้างไร้แววของคนมีชีวิต หากแต่เต็มไปด้วยแววอาฆาตแค้นน่าสะพรึงกลัว

เมื่อผู้เฒ่าได้สัมผัสดูดซับเลือดและกลิ่นอายวิญญาณมนุษย์เข้าไปในปาก ก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลง รอยเหี่ยวย่นเลือนหายไป แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็ทำให้ร่างกายนั้นดูมีพละกำลังแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างทันตาเห็น สองผัวเมียตื่นตะลึง ส่งเสียงร้องฟืดฟาดอยู่ในลำคอ

“ขอบใจเอ็งทั้งสองมาก ข้าจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าจะตายไม่ได้...จนกว่าจะถึงวันนั้น”

งะดินเดประกาศกร้าวแล้วส่งเสียงหัวเราะก้องทั้งป่า จากนั้นโยนเศษหัวใจที่ไร้พลังให้คนรูสองผัวเมียเอาไปกิน แล้วก้าวเดินออกไปหน้าถ้ำ แต่ฉับพลันก็มีไฟบรรลัยกัลป์วูบขึ้นมาจากพื้นดินจนเขาผงะและต้องถอยกลับเข้ามาอย่างเดิม พร้อมเสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นว่า...วันหนึ่งข้าจะต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้!

ในเวลาเดียวกันนั้น แม่หมอเหมือนสัมผัสได้กับสิ่งเร้นลับบางอย่างที่เกิดขึ้น นางกำลังร้อยมาลัยทำบายศรี โดนเข็มตำมือจนเลือดซึม พร้อมกันนั้นนอกบ้านปรากฏมีพายุพัดอย่างแรง ต้นไม้โอนเอนไปมาทั้งๆที่ไม่มีเค้าฝน

มะค่ายังไม่ได้กลับบ้านตัวเองหลังจากพาพะอูมาส่ง เธอรีบลงไปช่วยกินรีเก็บข้าวของก่อนที่จะโดนลมพัดปลิวไปหมด พะอูทำท่าจะตามไปด้วยแต่กินรีร้องห้ามเพราะเห็นว่าน้องชายยังบาดเจ็บอยู่ พอสองสาวลับกาย แม่หมอก็ผลุบเข้าในห้องบูชาผีฟ้า นั่งลงหน้าโต๊ะหมู่บูชาที่มีพระพุทธรูปและรูปปั้นของเจ้าแม่หน้าทองชะเวมะรัตกับชะเวโบ สองพี่น้องซึ่งติดทองเหลืองอร่ามอยู่ท่ามกลางดอกดาวเรืองสีเหลือง

แม่หมอจุดธูปหนึ่งดอกยกขึ้นจดหน้าผากแล้วร่ายคาถาขมุบขมิบเพื่อบอกกล่าวกับเจ้าแม่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียวในบ้าน ก่อนจะปักลงกระถาง ก้มกราบแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องไปที่รูปปั้นสองพี่น้อง

“ท่านคงรู้แล้ว...มันห้ามอะไรไม่ได้แล้ว ทุกอย่างต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม...กรรมที่ลิขิตมานานแสนนานเหลือเกิน”

สิ้นคำแม่หมอ พายุพัดกระโชกรุนแรง...กลุ่มผู้ใหญ่สนที่อยู่หน้าลานบ้านพากันตกใจและแปลกใจที่จู่ๆลมฝนมาไม่มีปี่มีขลุ่ย จึงเร่งรีบย้ายศพสมรขึ้นบ้าน และชวนทุกคนขึ้นไปหลบฝนที่เริ่มลงเม็ดแล้ว

ด้านมะค่าที่อยู่บ้านแม่หมอก็ยังกลับบ้านตัวเองไม่ได้ ต้องอาศัยที่นี่ไปก่อน ซึ่งกินรีรับปากว่าถ้าฝนหยุดจะเดินไปส่งเพราะมืดค่ำแล้ว

ฝนตกนานและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผู้ใหญ่สนจึงชวนภราดรกับสมรักษ์ค้างที่บ้านของตน ด้วยเกรงว่าทั้งพายุทั้งฝนหนักขนาดนี้ กลับไปอาจเจอน้ำป่าหรือไม่ก็ถนนขาด ภราดรจะปฏิเสธเพราะเกรงใจ แต่พอผู้ใหญ่สนวานช่วยดูอาการลูกชายให้ด้วย เขาจึงตอบตกลง

ขณะที่ภราดรเข้าไปดูอาการเสน สมรักษ์เดินตามไปด้วย ส่วนลูกน้องของสมรักษ์นั่งกินเหล้ากับประเดิมอีกมุมหนึ่ง...เสนยังมีอาการหวาดผวา พูดซ้ำไปซ้ำมาว่าแม่ตายแล้ว ถูกเสือกัดตาย สมรักษ์ร้อนใจอยากได้ข้อมูลจึงซักเด็กชายไปมา แต่นั่นยิ่งทำให้เสนผวาจนคลั่ง ผู้ใหญ่สนต้องเข้ามาปลอบลูก ขณะที่ภราดรรีบปรามสมรักษ์ต้องใจเย็น เด็กไม่ใช่ผู้ต้องหา

เมื่อเสนสงบลง ภราดรใช้อุปกรณ์หมอตรวจร่างกายและพบว่าหัวใจเต้นปกติ ประสาทตายังตอบสนองกับแสงอยู่ ถึงไม่มากแต่ก็พอรักษาได้ ซึ่งต้องใช้เวลาและพยายามอย่าให้เขากระทบกระเทือนจิตใจอีก ผู้ใหญ่สนฟังแล้วยิ้มมีความหวัง รับปากว่าพรุ่งนี้จะไปเอายาบำรุงสมองให้ลูกตามที่หมอบอก

ฝนหยุดแล้ว แม่หมอยอมให้กินรีไปส่งมะค่าทั้งที่เป็นห่วงหลานสาว...ด้านภราดรกับสมรักษ์ออกมาเดินเล่นหน้าบ้านผู้ใหญ่สน สองหนุ่มคุยกันด้วยเรื่องผู้คนในหมู่บ้านนี้ สมรักษ์บอกว่าเบื่อคนที่นี่ อยากขอย้ายวันละหลายครั้ง เพราะพวกเขาเข้าใจยาก เข้าถึงก็ยาก

“ก็จริงนะ แต่อาจจะเป็นเพราะที่นี่มีประเพณีและวัฒนธรรมที่ซับซ้อน เราเลยเข้าถึงผู้คนได้ยาก”

“คงเป็นอย่างที่หมอพูดนั่นแหละ เข้าถึงยาก ที่ เห็นๆก็น่าจะมียายแม่หมอผีฟ้าหน้าทองอะไรนั่นแหละที่ดูชาวบ้านจะศรัทธาและไว้วางใจ”

ภราดรสีหน้าเห็นด้วยกับสมรักษ์ แต่ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ ผู้ใหญ่สนเข้ามาขัดจังหวะบอกว่าตนเตรียมที่นอนให้เรียบร้อยแล้ว สมรักษ์กำลังง่วงจึงรีบไปนอน แต่ภราดรยังอยากเดินเล่นอีกสักพัก...

เวลานั้นที่บ้านจ่าชิตไฟยังเปิดสว่าง เจ้าของบ้านจุดธูปไหว้พระที่หิ้ง ข้างๆกันมีรูปเมียที่ตายไปแล้วแขวนไว้หลั่นลงมา...ไหว้พระเสร็จแล้วเขาจุดธูปอีกหนึ่งดอก พูดกับรูปเมียด้วยสีหน้าหม่นเศร้า

“14 ปีแล้วสินะ พี่ยังจับคนที่ฆ่าเธอกับลูกไม่ได้เลย”

จ่าชิตถอนหายใจแล้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะซึ่งมีปืนยาวและสั้น กระสุน รวมทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดปืน ถัดมามีขวดเหล้าและกับแกล้มเล็กน้อย เขารินเหล้าใส่แก้วยกขึ้นสาดลงคอรวดเดียวหมด แล้วเปิดลิ้นชักหยิบรูปถ่ายของเขากับลูกเมียเมื่อ 14 ปีที่แล้วออกมา รูปนั้นเมียอุ้มทารกเอาไว้แนบอก เขาอยู่ข้างๆ สีหน้าทั้งคู่มี ความสุข แต่พอนึกถึงวันวานที่พรากลูกเมียเขาไป จ่าชิตแววตาวาวโรจน์ ขบกรามแน่นด้วยความแค้น พูดงึมงำกับตัวเอง “มันกำลังมาแล้ว...”

ขณะที่จ่าชิตนั่งรำลึกความหลังอย่างขมขื่นเจ็บปวด ...กินรีกำลังเดินกลับบ้านหลังจากไปส่งมะค่า แสงตะเกียงของเธอทำให้ภราดรที่เดินเล่นห่างออกมาจากบ้านผู้ใหญ่หันขวับไปมอง ก่อนเข้าไปทักเธอด้วยความดีใจ แต่หญิงสาวนิ่งขรึมไม่ค่อยอยากคุยด้วย จะรีบเดินกลับบ้านท่าเดียว

“เดี๋ยวสิครับ...ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับกินรีตั้งหลายเรื่อง”

“คงไม่เหมาะมั้งคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี”

“ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

“แต่ชาวบ้านเขาไม่คิดอย่างนั้นสิคะ”

“ถ้าเป็นเรื่องที่ผมทำหน้ากากคุณตกล่ะก็...”

“อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยนะคะ มันไม่ดี กินรีขอร้อง”

ภราดรไม่เข้าใจ พอเธอหันหลังก็รีบคว้าแขนไว้ หญิงสาวหันกลับมาจะต่อว่าเขา แต่กลับพูดไม่ออกเมื่อเห็นแววตาคู่นั้นชัดๆ ต่างคนต่างสบตากันนิ่งนาน...พะอูที่นอนหลับอยู่บ้านลืมตาโพลง เหมือนรับรู้ว่าทั้งคู่อยู่ด้วยกัน

กินรีกับภราดรต่างตกอยู่ในภวังค์...ภวังค์ที่บังเกิดภาพในอดีตกาลของพวกเขาขึ้นมาอย่างชัดเจน!

ooooooo

ตอนที่ 2

ณ อาณาจักรพุกาม 800 ปีที่แล้ว...

กษัตริย์บาเยงโบมีมเหสีคือชะเวมะรัต และมีพระ–สนมคืออิระวดี ชะเวมะรัตเป็นลูกสาวของมหาราชครูงะดินเด และมีน้องชายคือชะเวโบ

ขณะ บ้านเมืองกำลังเจริญรุ่งเรือง งะดินเดได้คิดก่อการแย่งชิงราชบัลลังก์ โดยมีชะเวโบร่วมแผนการ แต่ชะเวมะรัตไม่ได้รับรู้อะไรทั้งสิ้น เพราะงะดินเดรู้ดีว่าลูกสาวเป็นคนซื่อสัตย์ ยุติธรรม และรักบาเยงโบมาก จึงแอบซ่องสุมผู้คนและทหารที่มีอาคมแก่กล้าเพื่อรอเวลาอันเหมาะสม

เหตุการณ์ ที่ภราดรและกินรีเห็นขณะตกอยู่ในภวังค์นั้นคืออุทยานของราชวังที่บาเยงโบกับ ชะเวมะรัต ซึ่งก็คือเขาทั้งคู่ที่มาเกิดในภพปัจจุบันกำลังพูดคุยเรื่องการก่อกบฏของงะ ดินเด ซึ่งชะเวมะรัตปฏิเสธเสียงแข็งว่าบิดาของตนจงรักภักดีมาตลอด ต้องมีผู้ใดใส่ร้ายท่านอย่างแน่นอน...

ไม่ทันจะเห็นเหตุการณ์ต่อจากนั้น สองคนตื่นจากภวังค์เพราะพะอูโผล่พรวดพุ่งเข้าใส่ภราดรพร้อมเสียงคำรามอย่าง น่ากลัว หมอหนุ่มผงะหงายหลังล้มลง กินรีตกใจร้องห้ามน้องชายเสียงหลงไม่ให้ทำร้ายเขา แต่พะอูไม่สนใจ เงื้อมีดในมือจะจ้วงแทงหมอกะเอาให้ตาย โชคดีที่จ่าชิตเข้ามาสกัดไว้ทันท่วงที

พะอูถูกจ่าชิตเตะเข้าชายโครงล้ม กลิ้ง จ่าชิตมาพร้อมอาวุธครบมือ แต่งกายรัดกุมเหมือนจะเข้าป่า กินรีรีบประคองพะอูแล้วจ้องหน้าจ่าชิตอย่างไม่พอใจ

“พาไอ้ใบ้น้องเอ็งกลับไปกินรี เตือนมันด้วยว่าถ้ามันขืนมาทำร้ายหมออีก ข้าจะฝังมันทั้งเป็น”

กินรีสีหน้าสลดลง ลนลานพาน้องชายกลับบ้าน ภราดรลุกขึ้นยืนมองตามกินรีไปอย่างเสียดาย จ่าชิตเหมือนจะอ่านความรู้สึกเขาออก เอ่ยยิ้มๆ

“คิดจะจีบสาวที่นี่...ยากหน่อยนะหมอ” ว่าแล้วเขาหัวเราะหึๆ ก่อนเดินหายไปในความมืด

ภราดร เองก็ขยับเท้าเพื่อกลับบ้านผู้ใหญ่สน แต่สะดุดกับบางสิ่งบนพื้น เขาก้มเก็บขึ้นมาเพ่งมองจึงรู้ว่าเป็นปิ่นปักผมของกินรีที่ทำหล่นเอาไว้โดย ไม่รู้ตัว

ooooooo

คืนนั้นจ่าชิตเข้าป่าจริงๆ ตั้งใจว่าต้องเจอตัว ประหลาดที่ควักหัวใจมนุษย์เข้าสักวัน แต่เช้าขึ้นแค่ลืมตาเขาก็พบว่ามีเสือโคร่งยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้า

อาราม ตกใจ จ่าชิตลั่นกระสุนปืนเข้าใส่แต่เฉี่ยวไปมากโข และที่สำคัญทำให้เสือวิ่งหนีเข้าพงไปอย่าง รวดเร็ว...เขาตื่นตัววิ่งตามมันไปพร้อมปืนในมือ

ขณะเดียวกันที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาในบ้านแม่หมอ... กินรีกับพะอูมองยายออย่างแปลกใจหลังถูกแกทักว่าทั้งคู่กำลังมีเคราะห์

“เคราะห์อะไรหรือยาย”

“ยาย ยังไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเป็นเคราะห์กรรมที่ติดตัวพวกเอ็งมาตั้งแต่ปางก่อน และยายไม่อยากให้พวกเอ็งถูกใครใช้เป็นเครื่องมือ...ผีฟ้ามีหน้าที่รักษาคน ไม่ใช่ฆ่าคน”

พะอูทำท่าทางถามว่าเป็นเพราะหมอภราดรเรื่องทำหน้ากากหล่น หรือเปล่า แต่ยายบอกว่าเรื่องหน้ากากมันเป็นแค่ลางบอกเหตุ ส่วนกินรีบ่นไม่เข้าใจว่าใครจะเอาพวกเราเป็นเครื่องมือ

“บางเรื่องเราก็ ไม่จำเป็นต้องเข้าใจ ยายจะขอให้เจ้าแม่หน้าทองชะเวมะรัตกับชะเวโบน้องชายของท่านช่วยล้างเคราะห์ ให้พวกเจ้า ตั้งสติให้ดี”

สองพี่น้องพนมมือและหลับตาทำสมาธิ...แม่หมอ หยิบมะพร้าวมาเฉาะเปิดออกพลางบริกรรมคาถาด้วยภาษาพม่าโบราณ จากนั้นจึงใช้น้ำมะพร้าวเทราดรดลงบนฝ่ามือของรูปปั้นชะเวมะรัตและชะเวโบ

พิธีของแม่หมอหยั่งรู้ถึงผู้เฒ่างะดินเดในถ้ำ โกรธแค้นถึงกับคำรามลั่น “เจ้าบังอาจกับข้าหรือ...ไม่มีทาง...ชะเวมะรัตต้องเป็นของข้า”

เพราะงะดินเดสำแดงฤทธิ์เดช ร่างแม่หมอเหมือนถูกของหนักๆผลักจนหงายท้อง เลือดกระอักออกปากทำให้กินรีกับพะอูตระหนกตกใจรีบเข้าประคองยาย

“ยาย...ยายเป็นอะไร” กินรีถามระรัว

“ไม่มีอะไรหรอก ยายไม่เป็นไร เจ้าแม่คงไม่พอใจยาย”

“เจ้าแม่ไม่พอใจ ไม่พอใจเรื่องอะไรจ๊ะยาย หรือว่ากินรีไปทำอะไร”

“ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเอ็งหรอก” แม่หมอปลอบใจหลาน ทั้งที่ใจคิดตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

อาการแม่หมอน่าเป็นห่วง แต่แกไม่ยอมให้กินรีรักษาด้วยวิธีกลืนบาป

“ทำไมล่ะยาย เจ้าแม่ท่านรักษาคนตั้งมากมาย ทำไมท่านรักษายายไม่ได้”

“วันหนึ่งเอ็งจะเข้าใจเอง ปล่อยยายไว้อย่างนี้แหละ นอนพักกินยาเดี๋ยวก็หาย”

“ไม่...ยายต้องบอกกินรีมาก่อนว่าทำไม”

สิ้นเสียงกินรี แม่หมอยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงผู้ใหญ่สนร้องเรียกหน้าบ้าน แม่หมอให้กินรีออกไปดูว่าเขามาทำไม

ผู้ใหญ่ สนแวะมาถามหาแม่หมอเพื่อบอกให้ไปเผาศพสมรเย็นนี้ เสร็จธุระก็จะมุ่งไปอนามัยเพื่อรับยาบำรุงให้ลูกชาย กินรีได้ยินอย่างนั้นจึงขอตามไปด้วย โดยหันไปบอกพะอูให้อยู่เฝ้ายาย

ooooooo

ที่ บ้านพักหมอ...ภราดรฝันเห็นชะเวมะรัตที่เหมือนกินรีราวคนเดียวกันร้องครวญ ครางอยู่ในเปลวเพลิง เขาพยายามจะเข้าไปช่วยเธอ แต่พลันชะเวโบหน้าอัปลักษณ์โผล่พรวดเข้าบีบคอเขา...

ภราดรดิ้นทุรนทุรายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย พร้อมๆกับได้ยินเสียงประเดิมเรียกอยู่หน้าบ้าน...

ด้าน จ่าชิตที่บุกป่าล่าเสือ...ทำไปทำมาเขาไปพบชายชาวมอญสองคนกำลังจะโดนเสือขย้ำ จ่าชิตช่วยชีวิตพวกเขาไว้ทันเวลา ทั้งคู่ให้ความเคารพนับถือจ่าชิตเป็นผู้มีพระคุณ เมื่อเขาไหว้วานให้ทำบางอย่างจึงรับปากด้วยความเต็มใจ

ชาวมอญสองคนพากัน ไปสมัครงานที่ปางไม้ของเสี่ยรงค์ แต่เบิ้มซึ่งเป็นหัวหน้าทำท่าจะไม่รับเพราะที่นี่มีคนงานมากพอแล้ว มีทั้งพม่าและกะเหรี่ยง...ปะเหมาะพอดีเสี่ยรงค์มาดูงานเห็นเข้าก็สงสาร บอกให้เบิ้มรับพวกมันไว้ เขามั่นใจว่ามอญพวกนี้ไม่มีพิษภัย...

ส่วนที่โรงพัก หมวดสมรักษ์นั่งหน้าเครียด ไม่ได้ดังใจที่สายของตนที่ส่งออกไปตั้งแต่วันก่อนกลับมาบอกว่าไม่มีเบาะแสพวกเสือใจ

“เป็นไปได้ยังไงดาบ มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า ไม่มีที่หลบซ่อน ดาบหายังไงถึงไม่เจอ”

“จริงครับหมวด ทั้งพรานป่าที่ชำนาญป่าแถบนี้หลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็นชุมโจรในแถบนี้เลย”

“มันไปหลบอยู่ที่ไหนของมันวะ” สมรักษ์บ่นพึม

ทันใดจ่าชิตเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นเหล้าโชยหึ่ง “เสือใจไม่ได้ปล้นมาสองปีแล้วนะหมวด ป่านนี้มันคงไปตั้งรกรากที่ไหนแล้วมั้ง”

“ไม่จริง ผมมั่นใจว่ามันยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้แหละ”

“ก็แล้วแต่หมวดจะคิด”

“นี่จ่าชิต ตั้งแต่ผมย้ายมาที่นี่ก็เข้าปีที่สามแล้ว ผมไม่เคยเห็นจ่าไม่เมาเลย จ่าเป็นอะไรของจ่า”

“ผมก็เป็นของผมแบบนี้ หมวดไม่พอใจก็ขังผมสิ... หรือไล่ผมออกเลยก็ได้”

“ขังไปก็เปล่าประโยชน์ จ่าจำได้ไหมว่าผมขังจ่าไปกี่ครั้งแล้ว”

จ่า ชิตพูดยียวนว่าจำไม่ได้...ว่าแล้วก็เดินเลยเข้าไปด้านในเพื่อหาที่นอน สมรักษ์มองตามเอือมๆ นึกอยากจะเอาออกซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ลูกน้องอีกคนรีบห้าม

“ใจเย็นครับหมวด เราต้องพึ่งจ่าชิตนะครับ ทั้งแถบเขาตะนาวศรีนี่ จ่าชิตฝีมือดีที่สุดนะหมวด เอาออกไปเสียดายแย่เลย”

สมรักษ์เข้าใจและเห็นด้วยแต่ยังแค้นพวกเสือใจไม่หาย สั่งลูกน้องให้จัดทีมลาดตระเวน ตนจะออกไปล่ามันเอง...

ใน เวลานั้น เสือใจกับจงใจลูกสาวนำดอกไม้มาไหว้หลุมศพจันทร์แก้วบนเชิงเขา...18 ปีแล้วที่เธอจากพวกเขาไป ทั้งที่จงใจไม่เคยเห็นหน้าแม่มาก่อน เสือใจเล่าให้ลูกสาวฟังว่าจันทร์แก้วคลอดลูกออกมาแล้วตกเลือดตาย และวันนั้นพ่อก็รับปากกับแม่ว่าจะดูแลลูกให้ดีที่สุด

จงใจน้ำตาคลอคิดถึงแม่ วางดอกไม้บนหลุมศพแล้วชวนพ่อกลับด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

ooooooo

ที่ อนามัย กินรีตามผู้ใหญ่สนมาเพื่อรอพบหมอภราดรจะให้เขาไปดูอาการยายของตน แต่มาเจอระรินแขวะอย่างไม่ชอบหน้าเรื่องที่เธอเป็นผีฟ้ารักษาคนป่วย

“อ้าว...ไม่สบายทำไมไม่รักษากันเองล่ะ เห็นรักษาคนโน้นรักษาคนนี้ อ๋อ แสดงว่าที่รักษาคนวันก่อนก็หลอกลวงทั้งเพ”

“ฉันไม่ได้หลอกลวง แต่มันมีความจำเป็นบางอย่างที่เรารักษาไม่ได้”

“จำเป็นอะไร บอกมาสิ”

กินรีจนมุมไม่มีคำตอบ ได้แต่อึกอัก มองหน้าผู้ใหญ่สน

“นั่นไง...ไม่มีคำตอบ แสดงว่าพวกเธอมันพวกสิบแปดมงกุฎหลอกลวงชาวบ้านไปวันๆ ไป...กลับไปได้แล้ว รักษาไม่ได้ก็ปล่อยให้ตายไปก็แล้วกัน”

ระ รินพูดแรงจนทุกคนอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำแบบนี้จากพยาบาล แต่ยังไม่มีใครทำอะไร หมอภราดรก็ก้าวเข้ามาตำหนิระรินเพราะได้ยินประโยคนั้นเต็มสองหู

“พูดอะไรของคุณน่ะ คุณระริน”

ระรินหน้าซีดแล้วพยายามจะแก้ตัว แต่ภราดรไม่ใส่ใจจะฟัง หันไปสอบถามกินรีอย่างสนใจใคร่รู้ถึงอาการของแม่หมอ...

ขณะที่ภราดรเตรียมจะมาดูอาการแม่หมอพร้อมกับกินรีที่บ้าน...งะดินเดในน้ำกำลังสั่งการคนรูสองผัวเมียให้ไปหาหัวใจมนุษย์มาอีก กำชับให้เอามามากๆ เพื่อที่ตนจะได้สร้างพลังชีวิตแล้วออกไปจากถ้ำนี้เพื่อชำระความแค้น!

ตอนที่ 3

หลังจากค้นหาหมวดสมรักษ์กันทั้งคืนก็ยังไร้วี่แวว เช้าขึ้นอองไชยจึงแยกตัวจากกลุ่มของจ่าชิตและผู้ใหญ่สนไปตามล่าเสือสมิงต่อ...

ทุกครั้งที่เสือสมิงออกมาพะอูมักจะหายไป และเมื่อเสือสมิงกัดคนตาย กินรีมักจะตื่นนอนมาด้วยคราบเลือด ที่ปาก...เรื่องนี้แม่หมอรู้ดีแต่ปิดเป็นความลับ ปล่อยให้ กินรีเข้าใจไปว่าเป็นเพราะตนทำพิธีกลืนบาปบ่อยๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

สมรักษ์ถูกเสือทำร้ายและไหลไปตามน้ำจนถึงเขตชุมโจรของเสือใจ แล้วได้จงใจกับหินและแก้วที่หลบมาเที่ยวเล่นช่วยชีิวิตไว้ ทั้งสามคนแอบพาเขาไปรักษาตัวที่ยุ้งข้าวโดยไม่บอกให้ใครรู้ จงใจเกิดมาก็อยู่แต่ชุมโจร เมื่อพบนายตำรวจหนุ่มก็หลงรักเข้าอย่างหมดใจ

ขณะที่จงใจแอบดูแลสมรักษ์ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นตำรวจ ฝ่ายทศก็กำลังหมกมุ่นครุ่นคิดจะแก้แค้นสมรักษ์ทั้งที่แผลถูกยิงของตนยังไม่หายดี โดยมีชิน เข้ม และดำเห็นดีเห็นงามด้วย แล้วเลยพากันไม่เข้าประชุม จนเสือใจตามมาตำหนิที่ลานฝึกซ้อมยิงปืน

“ทำไมพวกเอ็งไม่ไปประชุม”

“ฉันเบื่อน่ะพ่อ ประชุมทีไรพ่อก็พูดแต่เรื่องเก่าๆ เรื่องทำนาทำไร่ เรื่องขายพืชไร่ เอาไว้ประชุมเรื่องปล้นแล้วพวกฉันจะไป”

“ไอ้ทศ...เมื่อไหร่เอ็งจะเลิกคิดแบบนี้เสียที เอ็งดูสิ ทุกวันนี้มีผู้คนมาอาศัยอยู่กับเรามากมาย ทำมาหากินโดยสุจริต มีความสุข เอ็งจะหาความเดือดร้อนเข้ามาในชุมชนเราทำไม ถ้าตำรวจออกไล่ล่าเราหนักๆ วันหนึ่งเกิดเข้ามาที่นี่ เอ็งคิดว่าเอ็งเดือดร้อนคนเดียวหรือไง”

“แสดงว่าพ่อจะเลิก”

“ข้าบอกแล้วไงว่าจะปล้นเท่าที่จำเป็นและคนที่สมควรปล้นเท่านั้น”

“อย่างเสี่ยรงค์ใช่ไหม” ทศพูดโพล่ง แต่เสือใจไม่ตอบ ชำเลืองมองลูกเลี้ยงด้วยสีหน้านิ่งขรึม

ooooooo

สายวันเดียวกันนี้ ภราดรเตรียมตัวออกพื้นที่กับประเดิม ซึ่งจุดหมายคือบ้านน้ำพุที่มีบ่อน้ำพุร้อนและชาวบ้านเชื่อกันว่ารักษาโรคได้

ออกเดินทางกันได้สักพัก ทั้งคู่เพิ่งรู้ว่าระรินแอบซ่อนตัวอยู่ในรถ เพราะเธอรู้ว่าถ้าขอมาด้วยดีๆ พวกเขาคงไม่ยอม...เมื่อไปถึงอนามัยบ้านน้ำพุที่หมอมีนประจำการ ระรินซึ่งหลงรักภราดรรีบแสดงตัวราวกับเป็นแฟนเขา ทั้งที่หมอมีนไม่ได้มีท่าทีอะไรพิเศษกับภราดรเลยสักนิด

เสร็จภารกิจช่วยรักษาคนไข้ที่อนามัยแล้ว ระรินเร่งภราดรให้ไปที่บ่อน้ำพุ...และที่นี่เอง ภราดรเหมือนถูกอะไรบางอย่างสะกดให้อยู่ในภวังค์ เขาเดินหายเข้าไปในม่านควันแล้วเห็นกษัตริย์แห่งพุกามลงเล่นน้ำกับมเหสี โดยมีพระสนมจับจ้องด้วยความริษยา...

ระรินกับประเดิมแปลกใจที่จู่ๆภราดรก็หายตัวไป ทั้งคู่ช่วยกันตามหาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไปเจอเขานอนหมดสติอยู่โคนต้นไม้ใหญ่ห่างจากบ่อน้ำพุไปไม่ไกล ...หลังจากปฐมพยาบาลจนเขาฟื้นขึ้นมาแล้ว ระรินสอบถามก็ได้ความว่า อยู่ดีๆเขาก็วูบไปเหมือนฝัน แต่เขาไม่ยอมเล่ารายละเอียดฝันที่เหมือนจริงนั้น ได้แต่รำพึงชื่อชะเว– มะรัตอยู่ไปมา...

เวลาเดียวกันนั้นในป่า แม่หมอกับกินรีนำเนื้อหมูและเลือดสดๆมาเซ่นไหว้ที่ศาลเก่าผุพังเป็นการบูชาผีป่าและผีบรรพบุรุษ เพื่อที่กินรีจะได้ผ่อนบาปที่ได้กลืนเข้าไปจากการรักษาผู้คน

“ข้าแต่ผีป่าผีบรรพบุรุษและวิญญาณสัมภเวสีทั้งหลาย ข้าขอมอบเครื่องเซ่นไหว้เป็นบรรณาการต่อทุกท่าน ขอให้ท่านโปรดรับไปด้วยเถิด”

กินรีกล่าวตามยายทุกคำครบถ้วน...เสร็จแล้วถอยห่างออกมา มองหน้ายายครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจถามเรื่อง หมอภราดรว่า ทำไมยายถึงไม่อยากให้เขามาที่หมู่บ้านของเรา

“เอ็งคงคิดว่ายายใจดำที่ไล่เขาไปอย่างไม่มีเยื่อใย แต่ยายจำเป็นต้องทำอย่างนั้น เขาเป็นคนทำให้หน้ากากผีฟ้าตกลงมาจากใบหน้าเอ็ง ก็เท่ากับว่าเขาคือลางร้ายที่จะมาทำลายครอบครัว เขาไม่เหมาะที่จะมาที่นี่อีก”

“เขาอาจจะไม่ตั้งใจก็ได้นะยาย”

“ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นมาแล้ว มันเป็นไปอย่างที่ปู่ย่าตาทวดของเราทำนายเอาไว้ เขาคือบุรุษผู้จะกลับมาทำลายล้างพวกเรา”

“แต่หนูไม่เชื่อเรื่องพวกนี้นะยาย มันจะเป็นไปได้อย่างไร เรื่องคำทำนาย เรื่องโชคลางพวกนี้ หนูดูแล้วรู้สึกว่าเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่ได้ชั่วร้ายอะไร เขาอยากช่วยพวกเราด้วยซ้ำ”

“ถ้าเอ็งไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แล้วทำไมเอ็งถึงรับเป็นร่างทรงเจ้าแม่หน้าทองล่ะ เอ็งก็รู้อยู่แก่ใจนี่ว่าเวลาเจ้าแม่เข้ามาสิงร่างแล้วเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นเอ็งจะรักษาคนเจ็บคนป่วยได้หรือ”

“แต่เขา...” กินรีพูดได้แค่นั้นก็หยุดชะงัก เพราะแม่หมอขัดขึ้นด้วยเสียงแข็งกระด้าง

“เอ็งไม่ต้องพูดถึงเรื่องผู้ชายคนนี้อีก เราเพิ่งพบเขาเมื่อวานกับวันนี้ ลืมเขาไปได้นั่นแหละดี อย่าลืมว่าชั่วชีวิตนี้เอ็งจะรักใครไม่ได้อีก”

แต่พอเห็นหลานสาวหน้าสลด แม่หมอก็ยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบาๆ ปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง

“เชื่อยายเถอะ ยายทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเอ็งกับน้องจริงๆ”

กินรีหมดข้อโต้แย้ง พยักหน้ายอมรับทั้งที่ยังไม่สบายใจ...อีกด้านหนึ่งของป่า พะอูอยู่กับมะค่า ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันด้วยเรื่องหมอภราดรเช่นกัน พะอูไม่ชอบให้หมอมาที่หมู่บ้าน เพราะเขาเป็นคนไม่ดี ทำหน้ากากหล่นลงพื้นและอาจทำให้หมู่บ้านวิบัติ ที่สำคัญเขาจะมาพากินรีไปจากพวกเรา

“ไม่หรอก...พี่กินรีจะไม่ทิ้งพวกเราไปเด็ดขาด มะค่าก็เหมือนกัน มะค่าจะอยู่ที่นี่กับพะอู เป็นเพื่อนกันตลอดไป เพราะมะค่ารู้ว่าพะอูเป็นคนดี...เรากลับหมู่บ้านกันเถอะนะ จะค่ำแล้ว”

พะอูยิ้มรับด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วทั้งคู่ก็จับมือกันเดินออกจากป่าไปอย่างร่าเริง แต่พอถึงบ้านพบเห็นกินรีเศร้าสร้อยสีหน้าไม่สู้ดี ทั้งคู่แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งท่าจะถามแต่โดนแม่หมอปรามไว้เสียก่อน

“สนใจเรื่องคนอื่นทำไม ว่าแต่พวกเอ็งไปทำอะไรกันที่ไหน ถึงได้กลับบ้านเอาป่านนี้ แล้วเอ็งอีมะค่าไม่รู้จักเข้าบ้านเข้าช่อง เดี๋ยวพ่อแม่เอ็งก็ฟาดหลังลายหรอก”

“ข้ากลับเรือนก็ได้ แล้วเจอกันนะพะอู” มะค่าหน้าง้ำลงจากเรือนไป

แม่หมอหันมาที่หลานชาย ซักไซ้จนรู้ว่าเข้าไปซนในป่ามา แล้วบ่นอุบว่าเขากำลังตามล่าเสือกัน ไม่ควรเข้าไปเพราะอันตรายมาก กินรีเห็นน้องจ๋อยจึงขอร้องยายอย่าดุเลย เด็กผู้ชายก็ต้องซนเป็นธรรมดา

“ยายไม่ดุมันไม่ได้หรอก ในป่านั่นมันมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ดี...ยายรู้ ยายไม่อยากให้พวกเอ็งเข้าไปเกี่ยวข้อง”

“แต่น้องคงไม่เข้าใจหรอก”

“เอ็งก็ช่วยดูพะอูมันหน่อย มันพูดไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นมาใครก็อาจจะช่วยไม่ทัน ยายไม่อยากให้มันเจอเรื่องร้ายๆเหมือนอดีตของมัน”

พูดแล้วแม่หมออดนึกถึงวันแรกที่เจอพะอูไม่ได้...วันนั้นแม่หมอในวัยสาวไปตักน้ำที่ลำธารแล้วได้ยินเสียงทารกร้องไห้จ้าจึงวิ่งไปดู ปรากฏว่าทารกน้อยจมกองเลือดในห่อผ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผล

ตั้งแต่นั้นแม่หมอก็เลี้ยงดูพะอูมาด้วยความรัก รวมถึงกินรีอีกคน แม้ทั้งคู่จะไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา แต่การได้เจอกันในชาตินี้ ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน แกเชื่อว่าเป็นเพราะเรามีบุพเพกันมาตั้งแต่ชาติก่อน

พะอูฟังแม่หมอพูดแล้วก็ทำมือสื่อสารว่ารักยายมาก แม่หมอปลื้มใจ ลูบศีรษะเด็กชายอย่างเมตตา

“ยายก็รักเอ็งพะอู ชีวิตเอ็งมันน่าเวทนา ยายถึงไม่อยากให้เอ็งต้องพบกับอะไรอีก ยายจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เอ็งสองพี่น้องได้มีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”

“ยายหมายถึงอะไรจ๊ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับพะอูกับหนูอย่างนั้นหรือ”

“ไม่มีอะไรหรอก ยายก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ยายแค่เป็นห่วงเอ็งทั้งสองคนเท่านั้น”

กินรีนิ่งไปนิดก่อนตัดสินใจพูดเรื่องหมอภราดรขึ้นมาอีก เพราะยังคาใจที่ยายห้ามไม่ให้เขามาที่นี่ แต่แม่หมอก็ให้เหตุผลว่า

“สำหรับคนอื่นเขาอาจเป็นหมอ แต่สำหรับเราเขาเป็นคนต้องคำสาป เหมือนกับเราที่ต้องชดใช้เวรกรรม ด้วยการกลืนกินบาปให้คนอื่นมาหลายชั่วอายุ”

กินรีตกใจและทำท่าจะซักต่อ แม่หมอรีบตัดบทว่าวันหนึ่งกินรีจะเข้าใจ แต่เธอก็ยังไม่ยุติ คาดเดาว่ายายคงกลัวเขาจะมารักษาชาวบ้าน แล้วต่อไปชาวบ้านก็จะไม่เชื่อเรา ไม่มารักษากับเรา หรือไม่ยายก็กลัวเธอจะรักเขาแล้วทิ้งยายไป ไม่ยอมเป็นร่างทรง

“กินรี...ยายไม่คิดเลยว่าเอ็งจะกล้าพูดคำนี้กับยาย เพราะผู้ชายคนหนึ่ง เอ็งพูดอย่างนี้เหมือนกับดูถูกตัวเอง เหมือนกับดูถูกสิ่งที่เอ็งทำ ลบหลู่เจ้าแม่ เอ็งคิดว่าเขาจะรักษาคนไข้ได้เหมือนอย่างเราไหม เขาเป็นหมอ ยายรู้ แต่ที่เรารักษาคนไข้ เราไม่ได้ใช้ยา แต่ว่าเราใช้ตัวเราเองไปชดใช้กรรมให้พวกเขา มันต่างกัน เพราะฉะนั้นอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก”

ตอนที่ 4

เมื่อพากันกลับเข้าหมู่บ้าน จงใจ แววและหิน ถูกเสือใจคาดคั้นเรื่องม้าที่หายไปจนต้องพูดความจริง ออกมา เสือใจโกรธมากสั่งลูกน้องจับทั้งสามคนขังไว้ แล้วให้ทศนำลูกน้องอีกชุดออกติดตามแก้วและสมรักษ์กลับมาให้ได้

ในคืน เดียวกันนั้น กินรีแอบสะกดรอยตามแม่หมอออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังป่าชายเขาแล้วได้เห็นงะดิน เดในถ้ำอย่างไม่คาดคิด แต่ที่น่าสงสัยก็คือทำไมแม่หมอเรียกตัวเองว่าหลานทำเหมือนเป็นญาติกันอย่าง นั้น

งะดินเดไม่พอใจและโมโหที่แม่หมอจะให้ตนยุติการแก้แค้นที่ฝังแน่นมายาวนาน เมื่อกินรีเห็นยาย

จะ ถูกทำร้ายจึงปรากฏตัว ทำให้งะดินเดชะงักและอุทานชื่อชะเวมะรัตออกมา ที่สำคัญเขาเรียกเธอว่าลูก และบอกให้เข้ามาหาในถ้ำเพราะตัวเองก้าวออกไปไม่ได้ แต่แม่หมอห้ามกินรีไว้ พร้อมคัดค้านคำพูดงะดินเด

ว่าเธอไม่ใช่ลูก เธอเป็นแค่ร่างทรงเท่านั้น

“ทำไม ข้าจะจำลูกสาวข้าไม่ได้ ถึงจะตายตกนรกหมกไหม้ไปแล้วกี่ชาติ ข้าก็ไม่เคยลืมชะเวมะรัตลูกข้า และที่ข้าเฝ้ารอมาก็เพื่อวันนี้ วันที่ข้าจะได้เจอลูกข้า อีกครั้งเพื่อการแก้แค้นที่สุมอยู่ในใจข้ามา800กว่าปี”

“หลานขอร้องท่าน ให้ลดละเลิกความแค้นใน อดีตที่ผ่านมา ท่านเอาชีวิตข้าไปแทนเถิด ถือว่าข้าชดใช้ให้กับท่าน ให้ทุกอย่างมันจบลงแค่นี้ อย่าทำร้ายพวกเด็กๆเหล่านี้อีกเลย”

“ยาย...ทำไมยายพูดอย่างนั้น ยายทำอย่างนั้น ไม่ได้นะ”

“ถ้ายายไม่ตาย ความแค้นของเขาก็จะไม่หาย มันเป็นกงกำกงเกวียน ยายจะไม่มีวันยอมให้เขาทำลายชีวิตพวกเจ้า”

“ข้าจะทำลายชีวิตพวกเขาทำไม ข้ารอวันนี้ก็เพื่อที่จะพบหน้าเจ้า...ชะเวมะรัต”

กินรีมองดูผู้เฒ่าอย่างไม่เข้าใจ แล้วโดนเขาสะกดจิตให้เดินเข้าหา ท่ามกลางเสียงห้ามปรามของแม่หมอที่หมอบอยู่ข้างงะดินเด

“อย่าเข้ามาลูก...ถอยออกไป ไม่อย่างนั้นคำสาปจะถูกถอน วิญญาณพยาบาทของเขาจะหลุดออกไปทุกคนจะพบกับความวิบัติ”

กินรีเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงก้าวเดินมาใกล้ แม่หมอตัดสินใจลุกพรวด งะดินเดเห็นดังนั้นจึงสั่งคนรูสองผัวเมียจัดการทันที!

ขณะ ที่แม่หมอและกินรีตกอยู่ในอันตราย...ภราดรฝันเห็นกินรีแต่เธอบอกกับเขาว่า เธอชื่อชะเวมะรัต กำลังต้องการความช่วยเหลือ ภราดรสะดุ้งตื่นแล้วรีบร้อนออกจากบ้านแต่ไม่คิดว่าจะเจออองไชยที่เร่งร้อนมา เหมือนกัน...

กินรีถูกคนรูสมุนของงะดินเดจับตรึงไว้กับพื้นดิน ร่างเธอนอนสงบนิ่ง แต่มีอีกร่างหนึ่งซ้อนทับอยู่ ซึ่งก็คือเจ้าแม่หน้าทองที่แต่งกายเหมือนชาวพม่าโบราณ และใบหน้านั้นสวมใส่หน้ากากทองคำ

เจ้าแม่หน้าทองยืดตัวออกจากร่างกินรี แล้วเล่นงานคนรูสองผัวเมียกระเด็นไป ก่อนที่จะหันมาเสียงแข็งใส่งะดินเด “ท่านหาได้เคยเปลี่ยนแปลงเลยท่านพ่อ”

“เจ้าว่าข้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงเยี่ยงนั้นรึ เจ้าดูสารรูปข้าตอนนี้สิ ข้าเหมือนงะดินเดบิดาเจ้าในอดีต บ้างไหม”

“ข้า หาได้หมายถึงรูปลักษณ์ของท่านไม่ แต่ข้าหมายถึงจิตใจของท่านต่างหากที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง หมกมุ่น คิดแค้นจนวิญญาณไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”

“ว่าแต่ข้า แล้วเจ้าล่ะ ชะเวมะรัต เจ้าแตกต่างไปจากข้ากระนั้นรึ จนป่านนี้เจ้าก็หาได้หลุดพ้นบ่วงกรรมไปผุดไปเกิดได้เช่นกัน”

“เราแตกต่างกันท่านพ่อ ข้าบำเพ็ญกุศลช่วยเหลือผู้คน ทนรับบาปแทนพวกเขามาหลายชั่วอายุคนข้าหลุดพ้นแล้ว แต่ท่านยัง”

“เพราะบาเยงโบสามีเจ้าที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้ สามีเจ้าทำลายครอบครัวเรา ชีวิตข้าถูกสาปเพราะพวกเจ้า ข้าจะไม่มีวันให้อภัยมันเด็ดขาด”

สิ้น คำอาฆาตแค้น...ร่างที่รกรุงรังไปด้วยหนวดเครายาวเฟื้อยของงะดินเดค่อยๆเดิน ถอยหลังโซซัดโซเซหายไปในความมืดในถ้ำ แต่ปากก็ยังร่ำร้องรำพันอย่างอาดูร “ข้าจะไม่มีวันให้อภัยมันอย่างเด็ดขาด...ข้าไม่มีวันให้อภัยมัน”

เจ้าแม่ หน้าทองหรือชะเวมะรัตยืนนิ่งฟังคำรำพันของบิดาด้วยใบหน้าเศร้าสลดเสียใจ ฉับพลันร่างนั้นค่อยๆสลายกลายเป็นเงาจางๆ ลงทอดทับบนร่างของกินรี ก่อนที่จะหายวับไปเป็นคนเดียวกัน งะดินเดฉวยโอกาสนี้สั่งสมุนของตนลากร่างนั้นเข้ามา แต่ไม่สำเร็จเพราะมีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาขัดขวางไว้

หลังจากพระธุดงค์หาย ไป ภราดรกับอองไชยก็เดินทางมาถึงและพากินรีในสภาพหมดสติกลับไปส่งที่บ้านแม่หมอ ซึ่งน่าประหลาดที่แม่หมออยู่กับพะอูที่นี่ เหมือนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่ถ้ำงะดินเด แต่แกรับรู้ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น แล้วพยายามไล่ภราดรและอองไชยกลับไป ไม่ยอมให้ซักถามอะไร

แต่ เพราะความเป็นห่วงกินรีที่ยังไม่ฟื้น ภราดรจึงดึงดันจะรักษาเธอ แม่หมอไม่ต้องการให้เขายุ่งเกี่ยว จึงทำการรักษาด้วยวิธีกลืนบาปให้หลานสาวด้วยตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าไม่เหมาะสม และจะเป็นอันตรายกับตน

พากันออกจากบ้านแม่หมอมาแล้ว อองไชยสีหน้าคลางแคลงใจตลอดเวลาจนภราดรสงสัยถามเขาว่ารู้จักแม่หมอด้วยหรือ?

“ไม่...ข้าไม่รู้จักหรอก แต่ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของซะยาที่สืบเชื้อสายมาจากพวกพุกามสมัยก่อน”

“เรื่องนั้นใครๆก็รู้ ไม่เห็นแปลกตรงไหน”

“ข้า ไม่รู้ว่าเจ้ารู้อะไรมาแต่ข้าเดาว่าเจ้าไม่มีทางรู้เหมือนที่ข้ารู้ นังยายเฒ่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าเห็น อยู่ห่างๆนางไว้ ข้าเตือนเจ้าเพราะอยากให้เจ้าอยู่รักษาคนไปนานๆ”

“แล้วหลานสาวกับหลานชายล่ะ”

“มันก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน แต่ดูๆไปแล้วยาย เฒ่านั่นท่าทางจะเอ็นดูเจ้าถึงได้ให้ประคำเส้นนี้กับเจ้า”

หมอ หนุ่มคลำประคำที่คอและกำลังจะถามต่อ แต่ทันใดเสือตัวใหญ่กระโจนผ่านหน้ารถจนภราดรต้องหักหลบลงข้างทาง...อองไชย รีบลงจากรถด้วยสัญชาตญาณ แววตาเข้มดุมองตามเสือไปแล้วพึมพำ “นังยายเฒ่าเอ๊ย...นึกว่าข้าจะกลัวเหรอ” จากนั้นก็บอกลาภราดรแล้วเดินหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว...

ทางด้านสม รักษ์และแก้วที่ขี่ม้าออกจากชุมโจรของเสือใจมุ่งหน้าไปบ้านสาง ทั้งคู่หารู้ไม่ว่ากำลังถูกกลุ่มของทศแกะรอยมาอย่างกระชั้นชิด ส่วนหินน้องชายของแก้วที่ถูกจับขังไว้กับจงใจและแววก็ดิ้นรนหาทางหนีออกมาจน ได้ ซึ่งหินรับปากจงใจว่าจะตามไปดูลาดเลาเผื่อมีอะไรช่วยเหลือสองคนนั้นได้

ระหว่างพักเหนื่อย สมรักษ์ซึ่งยังป่วยไข้แต่ก็มีอารมณ์ขันหยอกล้อแก้วที่ทำตัวเป็นผู้ชาย แก้วเลยเขินอายไปเหมือนกัน แล้วกลบเกลื่อนด้วยการเร่งเดินทางต่อ แต่ออกไปได้อีกไม่ไกลก็ถูกกลุ่มของทศตามมาสกัดไว้ด้วยเสียงปืนดังก้องป่า แก้วถึงกับหน้าซีดหน้าเสียพยายามจะพาสมรักษ์หนีแต่ก็ไม่สำเร็จ ถูกโอบล้อมไว้รอบด้าน

“นัดเมื่อกี้ข้ายิงขู่ แต่ถ้าเอ็งคิดจะฝ่าออกไป คราวนี้ข้าจะไม่ขู่ แต่จะยิงหัวไอ้ตำรวจนี่ให้กระจุยเลย...รวมทั้งเอ็งด้วยนังแก้ว” ทศประกาศกร้าว...แก้วกระตุกม้าหันรีหันขวางไม่รู้จะฝ่าออกไปทางไหน รู้แน่แก่ใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างจบลงแล้วในคืนนี้...

แต่ในขณะที่ทศกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างลำพองใจว่าคราวนี้ต้องฆ่าสมรักษ์ได้แน่ และตั้งใจจะเล่นงานแก้วโทษฐานทรยศชุมโจรให้หนัก กลับมีใครบางคนซุ่มยิงลูกดอกเข้าใส่ทำให้ทศกับสมุนอีกคนได้รับบาดเจ็บ จังหวะนี้เองแก้วฉวยโอกาสพาสมรักษ์ควบม้าหนีไปได้ แต่เจ้าของลูกดอกถูกพวกทศตามจับตัวไว้ ซึ่งเขาก็คือหินนั่นเอง

ทศโกรธมากที่หินบังอาจทำร้ายคนในชุมโจรด้วยกันเพื่อช่วยเหลือคนอื่น เขาเล่นงานหินจนเลือดอาบแล้วจับห้อยไว้กับต้นไม้ขณะค้างแรมในป่า ฝ่ายแววที่ถูกคุมขังอยู่กับจงใจ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจว่าลูกกำลังตกอยู่ในอันตรายจึงกระวนกระวายด้วยความเป็นห่วง ทำให้จงใจรู้สึกผิดเพราะความรั้นของตัวเองแต่แรกที่พาสมรักษ์เข้ามารักษาในชุมโจร แววกับลูกเลยเดือดร้อนไปด้วย

ทางด้านภราดรที่กำลังจะกลับบ้านพัก ระหว่างทางเกิดรถเสียสตาร์ตไม่ติด โชคดีจ่าชิตกับตำรวจอีกสองนายมาเจอ แต่ทักทายกันได้ไม่กี่คำทุกคนก็ได้ยินเสียงปืนดังจากป่า จ่าชิตจึงเร่งลูกน้องคนหนึ่งให้ไปส่งหมอที่บ้าน ส่วนอีกคนให้ตามตนมา...

ooooooo

พวกทศแปลกใจมากเมื่อตื่นขึ้นมาเช้าวันรุ่งขึ้นพบว่าหินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทศเดือดดาลเป็นที่สุด สั่งสมุนติดตามค้นหาหินให้เจอ!

ขณะเดียวกันที่ชุมโจร จงใจกำลังอ้อนวอนเสือใจที่เอาข้าวมาในห้องคุมขัง เธอต้องการให้พ่อเสือไปตามแก้วกับหินกลับมาหาแววที่ใจคอไม่ดีด้วยความเป็นห่วงลูก แต่เสือใจปฏิเสธ จงใจเลยตีอกชกตัวร่ำไห้พร้อมกับประกาศว่าไม่รักพ่อเสือแล้ว นี่เองทำให้เสือใจสงสารและใจอ่อนในที่สุด

หินได้รับความช่วยเหลือจากพรานอองไชยที่ออกตามล่าเสือ อองไชยถูกชะตากับหินอย่างประหลาด ถึงขนาดให้มีดหมอที่มีวิญญาณโหงพรายมากมายสิงอยู่ติดตัวไว้เพื่อป้องกันภัย แล้วถ้าระหว่างทางกลับบ้านไปหาแม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นก็ให้จุดพลุยิงขึ้นฟ้า ตนจะตามไปช่วยในทันที

ด้านแก้วที่พาสมรักษ์หนีไป เธอดั้นด้นพาเขาไปถึงหมู่บ้านสางจนได้...กินรี พะอู มะค่าผ่านมาเห็นและจำหมวดสมรักษ์ได้จึงพาไปหาแม่หมอที่บ้าน โดยมีผู้ใหญ่สนกับจ่อยตามมาด้วย

แม่หมอเพ่งพินิจสมรักษ์ที่ไข้ขึ้นสูงไม่รู้สติแล้วหันไปทางแก้วถามว่าเป็นใคร แก้วอึกอักเล็กน้อยก่อนแต่งเรื่องว่าตนอยู่หมู่บ้านทางเหนือติดบ้านกะเหรี่ยงแดง เจอหมวดบาดเจ็บผ่านมา แล้วเขาให้ตนพามาส่ง แต่ระหว่างทางหมวดอาการทรุดหนัก แม่หมอรับฟังแต่ไม่ค่อยเชื่อ ทำท่าจะซักต่อ แต่กินรีขอร้องยายให้รักษาหมวดสมรักษ์ก่อนดีกว่าเพราะอาการเขาน่าเป็นห่วง

“คงไม่ได้หรอก วันนี้เป็นวันข้างแรม เจ้าแม่หน้าทองจะไม่ลงประทับร่าง”

คำตอบของแม่หมอทำให้กินรีนึกได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้แม่หมอจึงแนะนำให้พาหมวดสมรักษ์ไปหาหมอภราดร แต่แก้วค้านทันที เพราะกว่าจะพามาถึงนี่ได้หมวดก็จะตายอยู่แล้ว ถ้าไปต่ออีกคงไม่รอดแน่

“งั้นก็ต้องไปพาหมอมาที่นี่” กินรีเสนอแนะ...

พะอูแววตากร้าวไม่อยากให้เขามา มะค่ามองออกรีบสะกิด ปรามพะอูให้นิ่งไว้ พอแม่หมอตัดสินใจให้ผู้ใหญ่สนไปตามหมอภราดรมาก็ไม่ได้อีก เพราะผู้ใหญ่สนกับจ่อยต้องรีบไปประชุมที่อำเภอ

แก้วสีหน้าไม่ดีเมื่อเห็นมีการเกี่ยงกันไปมา แล้วถามทุกคนว่าหมอภราดรอยู่ที่ไหนตนจะไปตามเอง แต่กินรีกลัวช้าเพราะแก้วไม่รู้จักเส้นทาง จึงอาสาเสียเอง โดยไม่ยอมให้พะอูไปเป็นเพื่อน บอกว่าไปคนเดียวคล่องตัวกว่า

กินรีไปถึงอนามัยแต่ไม่พบหมอภราดร เธอเข้าไปขอยารักษาบาดแผลจากเดือน แต่ระรินรีบมาขวางและพูดโยกโย้ไปมาเพื่อหาเรื่องกินรีเพราะหมั่นไส้เป็นการส่วนตัว

“แม่มดหมอผี...ตอนนี้ถึงกับบุกมาถึงอนามัยเชียวเหรอ แล้วทำไมคราวนี้หล่อนถึงไม่รักษาเองล่ะ หรือว่าถูกเขาจับได้แล้วว่าเป็นพวกหลอกลวง”

“มันยังไม่ใช่เวลาที่เราจะรักษา อีกอย่างฉันต้องการมาส่งข่าวให้คุณหมอด้วย”

“ส่งข่าวให้คุณหมอทราบหรืออยากจะลงมาหาคุณหมอกันแน่ ยายแม่มด”

“ริน...อย่าพูดกับเขาอย่างนั้นสิ เขามีสิทธิ์ที่จะได้รับการรักษานะ”

ระรินไม่สนใจคำเตือนของเดือน เธอเชิดหน้าทำเสียงออกจมูกด้วยความหมั่นไส้กินรีมากยิ่งขึ้น

“ถามหล่อนดูสิว่ามีบัตรประชาชนมั้ย เป็นคนไทยหรือเปล่า หมู่บ้านนั้นส่วนใหญ่จะเป็นคนพม่า คนกะเหรี่ยงทั้งนั้น ที่นี่เป็นสถานีอนามัย รักษาแต่คนไทยที่มีบัตรเท่านั้น ส่วนคนต่างด้าว เราไม่รับผิดชอบ”

“ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่ฉันมาจากไหน แต่ฉัน เกิดบนแผ่นดินไทย พูดภาษาไทย นับถือพระเจ้าอยู่หัว องค์เดียวกัน เพราะฉะนั้นอย่ามาดูถูกเราว่าเป็นคนต่างด้าว เพราะพวกเราเป็นคนไทยเหมือนกับพวกคุณทุกคน อีก อย่างฉันจะเอายาไปให้หมวดสมรักษ์  ไม่ใชเพื่อตัวเอง”

สองสาวตกใจ ถามเป็นเสียงเดียวกันว่าหาหมวดสมรักษ์เจอแล้วหรือ?

“ถ้าที่นี่ไม่จ่ายยาให้ ฉันก็จะไปบอกตำรวจที่โรงพักให้ขึ้นไปรับคนของเขากลับมารักษาเองก็แล้วกัน”

กินรีพูดจบก็หันหลังเดินออกไปทันที เดือนมองหน้าระรินด้วยสายตาตำหนิ แต่อีกฝ่ายสะบัดเสียงใส่อย่างเคืองๆ

“ใครจะไปรู้ล่ะว่านังแม่มดนั่นจะมาขอยาไปรักษาหมวดสมรักษ์”

โชคดีกินรีลงมาเจอหมอภราดรพอดี สองคนคุยกันครู่เดียว ภราดรก็รีบขึ้นไปเอาเครื่องมือหมอและยาเพื่อตามกินรีไปที่บ้าน แต่เขาไม่ยอมให้ระรินที่รบเร้าร้องขอตามไปด้วย เพราะทางนี้มีคนไข้รอรับการรักษาอยู่หลายราย

แม่หมอซึ่งตอนแรกเข้าใจว่าแก้วเป็นผู้ชายเพราะจากการแต่งกายและคำพูดคำจาชวนให้คิดเป็นเช่นนั้น แต่พอสังเกตอยู่ไปมาก็รู้แน่แก่ใจว่าเป็นผู้หญิง ที่สำคัญแก้วดูห่วงใยหมวดสมรักษ์เป็นพิเศษ เหมือนไม่ใช่แค่คนเพิ่งเจอกันอย่างที่เธอเล่ามา

ขณะที่แม่หมอถามซอกแซกแก้วเพราะอยากรู้ ความจริงว่าเธอเป็นใครมาจากไหนกันแน่ พะอูกำลังชะเง้อ ชะแง้อยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน โดยมีมะค่านั่งเป็นเพื่อน พะอูห่วงกินรีที่ไปตามหมอภราดร แล้วก็ไม่อยากให้หมอ มาที่นี่ ซึ่งมะค่ารับรู้แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพะอูถึงจงเกลียด จงชังหมอนัก พอเธอถามหาเหตุผล เขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน

เมื่อหมอภราดรมาถึงก็รีบรักษาสมรักษ์ ผ่านไปสักพักสมรักษ์ก็รู้สึกตัวและพูดคุยได้ปกติ เมื่อรู้จากภราดรว่าจ่าชิตออกตามหาและท่าทางเขาเป็นห่วงตนมาก สมรักษ์ถึงกับอึ้งไปด้วยความซึ้งใจ

เวลาเดียวกันในป่า หินกำลังมุ่งหน้ากลับชุมโจรแต่ระหว่างทางเจอกับกลุ่มของทศอีกครั้ง เสียงปืนของทศทำให้จ่าชิตกับตำรวจอีกนายที่กำลังตามหาสมรักษ์วิ่งไปดู และถูกพวกทศจับตัวได้ในที่สุด

ทศรู้สึกสาแก่ใจที่ได้ตัวหินพร้อมกับตำรวจในคราวเดียว แล้วทำท่าจะเล่นงานหินอีกทั้งที่ร่างกายเขาบอบช้ำจากการถูกทำร้ายก่อนหน้านี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่โชคดีที่ลูกน้องคนหนึ่งของทศห้ามไว้ พร้อมกันนั้นเสือใจกับสมุนก็มาถึงพอดี...การพบกันของเสือใจกับจ่าชิตทำให้สองฝ่ายนิ่งงัน  รำลึกความหลังกันครู่หนึ่ง พวกเขาเคยรู้จักมักคุ้นกันอย่างดี แต่ไม่ได้เจอกันนานเกือบยี่สิบปีด้วยเหตุผลบางประการที่เกี่ยวพันกับเสี่ยรงค์

หลังจากทักทายเท้าความกันเล็กน้อยแล้วเสือใจถามจ่าชิตด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าตำรวจยังไม่เลิกตามล่าตนอีกหรือ?

“เอ็งเป็นโจร ข้าเป็นตำรวจ เอ็งจะให้ข้าปล่อยเอ็งไว้ทำพ่อหรือไงไอ้ใจ...ไม่ใช่สิ...เสือใจ”

“เอ็งก็รู้ว่าข้าเป็นโจรเพราะใคร...ใครบังคับให้ข้าเป็นโจร”

“ข้าเตือนเอ็งแล้วว่าให้เลิกซะ อย่าเล่นกับเสี่ยรงค์... มันไม่มีทางจบหรอก เอ็งก็รู้ว่าเสี่ยรงค์เป็นคนยังไง”

ทศมองทั้งคู่โต้ตอบกันไปมาอย่างไม่เข้าใจ แต่คิดว่ายังไงเสืออย่างพวกตนก็ไม่เอาตำรวจไว้แน่ จึงถามเสือใจว่ายิงมันทิ้งเลยดีไหม?

“ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง” เสือใจตวาดจนทศชะงัก แล้วหันกลับมาที่จ่าชิตอีกครั้ง “เอ็งคงมาตามไอ้นายตำรวจนายของเอ็งสินะ มีคนเอาไปส่งให้แล้ว เอ็งสบายใจได้... พวกเรากลับ ไอ้เข้มเอาไอ้หินขึ้นม้าไปด้วย”

“แล้วตำรวจสองคนนี่ล่ะพ่อเสือ”

“ปล่อยมันไป”

ทศชะงักอีกครา สีหน้าขุ่นเคืองใจไม่น้อย แต่ไม่กล้าซักอะไรเสือใจอีก นอกจากหันไปจ้องจ่าชิตด้วยแววตาดุดันอาฆาต...

ในเวลาเดียวกันนั้นที่ปางไม้เสี่ยรงค์ คนงานกำลังลำเลียงฝิ่นดิบเข้าโรงงานผลิต โดยมีชาวมอญสองคนที่จ่าชิตเคยช่วยชีวิตไว้ทำงานอยู่ด้วย ส่วนเบิ้มคอยกำกับดูแล สักครู่เสี่ยรงค์เข้ามาถามเบิ้มว่าเฮโรอีนชุดแรกจะส่งได้เมื่อไหร่ เบิ้มคาดคะเนว่าน่าจะสิ้นเดือน

“สิ้นเดือนเลยหรือวะ ตอนนี้ทั้งโลกกำลังต้องการมากเลยนะ ทำไมช้าจัง”

“ไอ้เรื่องผลิตมันไม่เท่าไหร่ครับ แต่วัตถุดิบนี่สิมันหายาก”

“ฝิ่นน่ะหรือ...มันไม่น่าจะหายากนะ เอาเหอะ ยังไงก็เร่งๆหน่อยก็แล้วกัน และเก็บที่นี่ไว้เป็นความลับด้วย ใครหลุดออกไปยิงทิ้งอย่างเดียว”

“ครับเสี่ย” เบิ้มรับคำ สีหน้าและแววตาฉายชัดถึงความโหดเหี้ยมไม่ต่างจากคนออกคำสั่ง!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:27 น.